บ้านตุลาไทย

หมวดเขตงานแต่ภาค => ภาคใต้ => ข้อความที่เริ่มโดย: Guard ที่ 03 กันยายน 2006, 05:30:51 AM



หัวข้อ: <<บนเส้นทางภูบรรทัด/ความหลังสหายเก่า>>
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 กันยายน 2006, 05:30:51 AM
เรื่องราวของชาวภูบรรทัด พัทลุง-ตรัง-สตูล

(http://static.flickr.com/14/17943333_8838dd9a3f_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 กันยายน 2006, 05:37:52 AM
(http://static.flickr.com/14/17943419_e3c55b354c_o.jpg)

เดินทาง ขนส่ง สื่อสาร ชีวิตท่ามกลางขุนเขา แมกไม้ ด้วยความหวัง
เปลี่ยนแปลงสังคม คิดถึงสหายผู้เสียสละ กระซิบดินฝังฝากจากพวกเรา
โอ้สหายเอ๋ย...จะรับรู้ไหมหนอว่าประเทศเราจะเป็นอย่างเช่นวันนี้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 15 ตุลาคม 2006, 02:31:57 AM
ภาพแบบร่างอนุสรณ์สถาน ภูบรรทัด แบบที่1
(ท่านต้องเข้าสู่ระบบถึงจะเห็นภาพ)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 15 ตุลาคม 2006, 02:32:46 AM
ภาพแบบร่างอนุสรณ์สถาน ภูบรรทัด แบบที่ 2
(ท่านต้องเข้าสู่ระบบถึงจะเห็นภาพ)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 15 ตุลาคม 2006, 16:18:53 PM
มีมติเลือกแบบไหนครับ
ที่บ้านชอบแบบแรกครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: bluehawai ที่ 16 ตุลาคม 2006, 10:30:23 AM
ภาพที่ สอง ดาวห้าแฉก  มีความหมายว่าเรามาจากทั่วทุกสารทิศ เราต่างมาร่วมกันเดินส่จุดหมายที่ยิ่งใหญ่ ณ วันนี้สหายของเราได้[/font]เสียสละ ร่างกายและวิญญาณพวกเขาได้ต่อสู้ให้สังคมได้เกิดการพัฒนาการ  พวกเราชนรุ่นหลังจักได้สืบทอดภารกิจการสร้างชาติให้มีประชาธิปไตยเป็นของประชาชนใหก้าวรุดหน้าต่อไป    ดาวจึงมีความหมายถึงความหนักแน่นเรืองจรัสแสงในใจเราตลอดไป


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 16 ตุลาคม 2006, 23:40:34 PM
แบบล่าสุดที่มีการปรับปรุงตามการระดมความคิดเห็น
เป็นการนำเอาแบบที่ ๑ ผสมกับแบบที่สอง (ก่อนปรับปรุง)
มาเป็นแบบที่เห็นชอบ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 16 ตุลาคม 2006, 23:43:11 PM
ดาวกับนกบินหลา ได้นำเอาวัฒนธรรมของชาวพี่น้องทางไต้
(เป็นตัวหนังตะลุง)

ตั้งอยู่บนดาวร้อยดวง (นำดาวมาร้อยเรียงเป็นชั้นๆ)
ครั้งแรกที่ออกแบบจะเรียงดาว ๑๐๐ ดวง
แต่เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของมิตรสหายในปัจจุบัน
การร้อยดวงดาวอาจไม่ถึงร้อยดวง แต่จะมีความหมายว่า
นำดาวมาร้อยกัน  คือ>>>>>=ร้อยดวงดาว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 16 ตุลาคม 2006, 23:55:25 PM
โครงการก่อสร้างและปรับแต่งภูมิทัศน์
อนุสรณ์สถานทปท.แห่งเทือกเขาบรรทัด จังหวัดพัทลุง-ตรัง-สตูล-
สงขลา-กระบี่และนครศรีธรรมราช(บางส่วน)


จุดมุ่งหมาย

ทำการก่อสร้างสถูป(บัว)องค์ใหม่และปรับแต่งภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม
เหมาะสมและทรงคุณค่า ด้วยการย้ายสถานที่ตั้ง ปรับแต่งภูมิทัศน์โดยรอบบริเวณ
และเคลื่อนย้ายอัฐิของวีรชนผู้เสียชีวิตในสถูป(บัว)องค์เก่า
มาบรรจุในอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นใหม่

ภายใต้ความร่วมมือกันของบรรดาอดีตสหายเก่าแห่งเทือกเขาบรรทัด สหายจากทุกเขตงาน
และประชาชนผู้เข้าร่วมในการเคลื่อนไหวในระหว่างสมัยสงครามประชาชน
รวมทั้งประชาชนรุ่นใหม่และผู้มีจิตศรัทธาในความมุ่งหมายนี้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 16 ตุลาคม 2006, 23:58:27 PM
วัตถุประสงค์

ทำการก่อสร้างสถูป(บัว)องค์ใหม่แทนองค์เดิมและปรับแต่งภูมิทัศน์โดยรอบบริเวณ
ตามแบบและผังภูมิทัศน์ที่ผ่านความเห็นชอบร่วมกัน
ยกย่องเชิดชูจิตใจรวมทั้งส่งเสริมคุณค่าการเสียสละและคุณงามความดีของผู้เสียชีวิต
แสวงหาความร่วมมือและทำกิจการร่วมกันให้แล้วเสร็จทั้งจากแรงศรัทธา สติปัญญา  แรงกาย ทรัพย์และ
การสนับสนุนด้านอื่นๆ จากอดีตสหายเก่าและประชาชนผู้เข้าร่วมการเคลื่อนไหว
รวมทั้งผู้มีจิตศรัทธาในปัจจุบัน
ขจัดความบาดหมาง ความขัดแย้งเดิมที่เกี่ยวข้องกันกับที่มา การก่อสร้าง
รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับสถูป(บัว) องค์เดิมที่เกิดขึ้นในอดีตและยังดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน
เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อการศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองในอดีตของชุมชนเทือกเขาบรรทัดจังหวัดพัทลุง-ตรัง-สตูล
เป็นหลักหมุดหมายและสัญลักษณ์ที่แสดงให้บรรดาสหายเก่า ประชาชนและรัฐในปัจจุบันได้รับทราบ
และเป็นการย้ำเตือนว่า “ที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นย่อมมีการต่อสู้   ที่ใดมีความไม่เป็นธรรม ที่นั่นย่อมมีผู้กล้าเสียสละ “
และ “การต่อสู้เพื่อประชาชน ย่อมให้คุณค่า  ก่อให้เกิดการพัฒนา เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเมืองไทย จนถึงปัจจุบัน”


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: คนภูเรือ ที่ 17 ตุลาคม 2006, 09:42:35 AM


สง่าและมีพลังยิ่ง......


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: salt ที่ 17 ตุลาคม 2006, 10:01:21 AM
 ;D ;D ;D
เห็นด้วยสวยมาก....ทำให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ภาคประชาชนโลด.....สวยสง่าจริงๆ.....


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 18 ตุลาคม 2006, 00:28:46 AM
ผมไปเขตงานลุงภูเรือ นับไม่ถ้วนแล้ว
คงมีสักครั้งที่เราชาวภูบรรทัดจะได้ต้อนรับ
รับใช้พี่น้อง มิตรสหายจากเขตงานต่างๆ

เราจะพยายาม ผนึกกำลังกัน เร่งรุด
เพื่อสหาย ผู้กล้า ที่เราฝั่งฝากกระซิบดินเอาไว้กลางขุนเขาป่าเปลี่ยว
ให้มาอยู่ในที่อันสมเกียรติ สมศักดิ์ศรี ของวีรชน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: คนภูเรือ ที่ 18 ตุลาคม 2006, 08:05:30 AM


ดูภาพอนุสรณ์สถานฯที่สหายตั้งใจจะทำ..สง่าและเปี่ยมไปด้วยพลัง
ตั้งใจว่าจะชวนชาว 3จังหวัดไปร่วมคารวะวีรชนปฎิวัติแห่งเทือกเขาบรรทัดสักครา.....


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: LAO WANG ที่ 25 ตุลาคม 2006, 12:42:48 PM
  เราชาวเทือกเขาบรรทัด จะยินดีเป็นอย่างยิ่งหากได้มีโอกาสต้อนรับสหายจากต่างเขต ตอนนี้การตระเตรียมทั้งหลายได้เริ่มขึ้นแล้ว จึงขอเชิญชวนชาวภูบรรทัดทั้งหลายเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพ และระดมกำลังกาย กำลังความคิด กำลังทรัพย์ ตามศักยภาพ ช่วยเหลือกันให้เต็มที่อีกครั้ง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: i_Tim ที่ 25 ตุลาคม 2006, 15:42:23 PM

                    ขอสนับสนุน
                   และยินดีไปร่วมงานด้วย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: ลานเทวา ( สหายจันทร์) ที่ 26 ตุลาคม 2006, 13:14:42 PM
 

เขาน้ำเต้าที่เงียบหาย
ใครก็ได้ช่วยขุดเอาออกมาแจ้งให้ชาวโลกได้รู้จักหน่อยเถอะ

 หรือจะทิ้งไว้ให้เป็นไร่กัญชารกร้าง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Vinyuchon ที่ 26 ตุลาคม 2006, 14:06:51 PM
ขอทราบหมายกำหนดการด้วยครับ เคยอ่านแต่ในหนังสือ "บนเส้นทางภูบรรทัด" อยากมีโอกาสไปสัมผัสจริงๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 29 ตุลาคม 2006, 09:58:54 AM
กำลังอยู่ในขั้นเตรียมดำเนินการครับคุณ Vinyuchon
เลือกแบบ  สถานที่ตั้ง กันได้แล้ว
ในภาพรวมแล้วให้อยู่ในงบที่ประหยัดที่สุด
ทุนนั้นอาศัยการลงขันจากชาวภูบรรทัดและจากมิตรสหายต่างเขตงาน
คาดว่าจะใช้เงินในการก่อสร้าง ห้าแสน+

ความคืบหน้าจะได้นำมารายงานให้ทราบเป็นระยะๆ
ทั้งจากหน้าเวปฯ และทางวิทยุบ้านตุลา

ในรายการบนเส้นทางภูบรรทัด ที่จะออกอากาศกลางๆเดือนพ.ย.นี้
ตอนแรกจะนำเสนอในหัวเรื่อง...ทำไมต้องสร้างอุทยานประวัติศาสตร์ดาวร้อยดวง

คณะทำงานโครงการเฉพาะกิจฯ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 30 ตุลาคม 2006, 00:31:50 AM
บัว ที่บรรจุกระดูกสหายที่ทำไว้แต่เดิม ขณะนี้ชำรุด ปูนแตกร้าว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 30 ตุลาคม 2006, 00:36:16 AM
รอบๆบัว ไม่สะดวกในการทำพิธีทางศาสนา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 30 ตุลาคม 2006, 00:37:59 AM
ภาพนี้บันทึกตอนคณะทำงานไปสำรวจเพื่อวางแนวทางก่อสร้าง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Vinyuchon ที่ 30 ตุลาคม 2006, 11:15:09 AM
 8) ขอบคุณลุง DJ-วัยเช้ามากครับ  ผมจะได้ติดตามความคืบหน้าเป็นระยะครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 01 พฤศจิกายน 2006, 22:48:51 PM
  ;)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 01 พฤศจิกายน 2006, 22:51:31 PM
ป่าพนขอทราบรายละเอียดเรื่องเขาน้ำเต้าหน่อย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 04 พฤศจิกายน 2006, 20:26:02 PM
                                         โครงการก่อสร้างและปรับแต่งภูมิทัศน์
                                        อนุสรณ์สถานทปท.แห่งเทือกเขาบรรทัด
                    จังหวัดพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา กระบี่และนครศรี   ธรรมราช(บางส่วน)
จุดมุ่งหมาย 
               ทำการก่อสร้างสถูป(บัว)องค์ใหม่และปรับแต่งภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงามโดยการย้ายสถานที่ตั้ง เคลื่อนย้ายอัฐิของวีรชนผู้เสียชีวิตมาบรรจุในอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นใหม่ ภายใต้ความร่วมมือกันของอดีตสหายเก่าแห่งเทือกเขาบรรทัดและประชาชนผู้เข้าร่วมในการเคลื่อนไหวในระหว่างสงครามประชาชน รวมทั้งประชาชนรุ่นใหม่และผู้มีจิตศรัทราในความมุ่งหมายนี้โดยคาดหมายว่าจะเสร็จสิ้นโครงการภายใน ๑ถึง๑ปีครึ่ง  นับแต่วันที่เริ่มโครงการ                             


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Rocky ที่ 08 พฤศจิกายน 2006, 12:44:39 PM
ขอแสดงความเสียใจ กับสหายนัดมา ณที่นี้ด้วยค่ะ
จาก  สหายขวัญ และ ร็อคกี้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 08 พฤศจิกายน 2006, 22:00:45 PM
ขอแสดงความเสียใจ :(


หัวข้อ: Re: คุณแม่ของคุณนัท (เล็ก) โฮมพุเตย เสียชีวิตวันนี้
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 09 พฤศจิกายน 2006, 02:02:06 AM
ขอแสดงความเสียใจมายังครอบครัวคุณนัทครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 11 พฤศจิกายน 2006, 16:45:25 PM
(http://static.flickr.com/104/294317930_cfd03f6260_o.jpg)

บางคน...ชีวิตที่เขาบรรทัดเสมือนกับการดูภาพยนตร์ตอนจบ 
ที่ไม่อยากลุกจากที่นั่งจนกว่าคำบรรยายจะหมด 
เพลงประกอบจะจบลงพร้อมม่านรูดปิดฉาก
เขาอาลัยอาวรณ์...
เพ่งสายตาผ่านใยบางๆ ของม่านเพื่อดูความเลือนลางของภาพบนจอ
เขาภาคภูมิใจ ทั้งๆที่ภาพยนตร์ที่เพิ่งจบลงนั้น 
พระเอกของเขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้... เป็นผู้ถูกกล่าวหา... 
ความฝันของเขาล่องลอยค้างอยู่บนที่ใดที่หนึ่งของปลายรุ้งสีทอง
ณ วันที่สิ้นรุ้ง...
เวลาที่ลมสงบ เขาจะช้อนฝันเก็บรักษาไว้ใน หอเกียรติยศสีน้ำเงิน
และนำประวัติศาสตร์ติดตามไปด้วยในอนาคต


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 11 พฤศจิกายน 2006, 17:28:25 PM
(http://static.flickr.com/107/294335858_f0e38f612f_o.jpg)

เทือกเขาบรรทัดจึงมีหลายๆเรื่องราวที่สวยสดงดงามและยืนยาวอยู่ในใจเหล่าสหายเก่า
ทุกครั้งที่หันหน้าไปหาแสงตะเกียงริบหรี่และเสียงสนทนาดังทู้ที้ (แผ่วเบา) ใต้หลังคาผ้ายาง
และเรือนพักปูฟากมุงด้วยใบจากป่าที่ไร่เขาแก้ว ลำใน ป่าพร้าว ในตระ และป่าพน
ความเงียบสงบที่ลานนกหว้า สันหมีฉีกและค่ายไอ้เขียวที่อยู่สูงจนจมูกสัมผัสกับขี้ลม (ละอองเมฆ)

กระบอกปืนเย็นประดุจน้ำแข็ง แม้อาทิตย์จะใกล้เที่ยงวันแล้ว
เสียงชะนีร้องโหยหวน หาคู่ยามบ่าย หริ่งหรีด เรไรและจักจั่นประสานเสียงยามพลบค่ำ   
ชวนให้คิดถึงบ้านและ ผู้คนอันเป็นที่รักยิ่งนัก
สิ่งเหล่านี้ยังสุกสว่างและผนึกแน่นอยู่ในใจ
ไม่ว่าจะก้มหน้าทำนาที่ฟากพัทลุง ตัดยาง ที่ฝั่งตรัง ตัดยางและทำสวนปาล์มที่สตูล
หรือเมื่อนั่งรถผ่านบน เส้นทางสายนครฯ-หาดใหญ่  ตรัง-สตูล หรือเขาพับผ้ายามใดก็ตาม

จากบทอารัมภบท ในหนังสือบนเส้นทางภูบรรทัด
การต่อสู้ด้วยกำลังวุธของประชาชน พัทลุง-ตรัง-สตูล
ตีพิมพ์ ในวาระครบรอบ ๒๕ ปี ๖ ตุลาคม


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 11 พฤศจิกายน 2006, 17:50:29 PM
                      (http://static.flickr.com/99/294345087_9f5d95dc66_o.jpg)

1. หลักการและเหตุผล
   “ที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นย่อมมีการต่อสู้
   ที่ใดมีความยากจน ที่นั่นย่อมมีการเรียกหาการกินดีอยู่ดี”
   
   ในท่ามกลางการต่อสู้เพื่อมวลมนุษยชาติ เอกราช ประชาธิปไตยและการกินดีอยู่ดีของประชาชน ย่อมมีการเสียสละของคนกล้าที่ไม่กลัวยากไม่กลัวตาย ยอมทอดร่างเป็นสะพานข้ามไปสู่ความสุขของคนรุ่นหลัง
   พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา กระบี่และนครศรีธรรมราช เป็นอีกพื้นที่หนึ่งของสมรภูมิสงครามประชาชนในภาคใต้ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่มีการต่อสู้กับอำนาจรัฐอย่างดุเดือด จริงจัง ตลอดแนวเขตเทือกเขาบรรทัดที่ทอดผ่านจังหวัดเหล่านี้ เป็นสมรภูมิ เป็นที่มั่นให้กับชาวไร่ ชาวนา กรรมกร นักเรียน นักศึกษา ประชาชนผู้รักความเป็นธรรม ได้เข้าร่วมในการต่อสู้นี้อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง จนกระทั่งสิ้นสุดเสียงปืนในปี พ.ศ. 2534 และเป็นที่ฝังร่างของเหล่าผู้กล้าหาญจำนวนไม่น้อย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 11 พฤศจิกายน 2006, 17:52:48 PM
   วีรกรรมของขบวนการประชาชน ความกล้าหาญ การเสียสละ
ได้ก่อเกิดตำนานและวัฒนธรรมฝากประชาชนในเรื่องของจิตใจที่กล้าต่อสู้กับอำนาจรัฐ
ที่กดขี่ไม่เป็นธรรมโดยไม่กลัวยากลำบาก ไม่กลัวตาย ทุกข์อยู่หน้า สุขอยู่หลัง
เกิดวีรชนของประชาชนที่ไร้ยศศักดิ์จำนวนมาก ซึ่งวีรภาพและวีรกรรมเหล่านั้น
ย่อมมีคุณค่าควรแก่การยกย่อง เชิดชู
และทำให้ปรากฏเป็นภาพที่เห็นได้ในปัจจุบันสืบเนื่องไปจนถึงอนาคต

   อนุสรณ์สถานแห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นแทนที่ “สถูป (บัว)
องค์เก่าที่ชำรุดทรุดโทรมจากธรรมชาติและกาลเวลาและตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้กับเมรุของวัด
จึงทำให้สถูปและการใช้ประโยชน์ สถูปไม่เหมาะสมกับความสำคัญของอนุสรณ์สถานฯ และการจัดกิจกรรม


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 11 พฤศจิกายน 2006, 17:54:33 PM
อนุสรณ์สถานฯ แห่งนี้จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความยั่งยืน มั่นคง ของอุดมการณ์
จิตใจที่ใฝ่หาความเป็นธรรมและการกินดีอยู่ดีของผู้เสียสละชีวิต
ที่เหล่าสหายผู้ยังมีชีวิตอยู่และประชาชนรุ่นต่อๆไป
จะได้ศึกษาและปรับปรุงพัฒนาการต่อสู้ให้เหมาะสมกับยุคสมัยของตน
รวมตลอดจนทั้งจะเป็นสถานที่สำหรับการแสดงความเคารพ
การรำลึกถึงการต่อสู้และมิตรภาพของเหล่าผู้เสียสละชีวิตในอดีต
เป็นสถานที่แสดงความคิดถึงพบปะสนทนาซึ่งกันและกัน
ของมิตรสหายในปัจจุบันและเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนท้องถิ่นต่อไป


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 11 พฤศจิกายน 2006, 17:56:14 PM
2. จุดมุ่งหมาย
   ก่อสร้างสถูป (บัว) องค์ใหม่และปรับแต่งภูมิทัศน์ โดยรวมให้เหมาะสม
เคลื่อนย้ายอัฐิของวีรชนจากสถูป (บัว) องค์เก่ามาบรรจุในอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นใหม่

3.วัตถุประสงค์
   1. ก่อสร้างสถูป (บัว) องค์ใหม่แทนองค์เดิมที่ชำรุด และปรับแต่งภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบ
   2. ยกย่องเชิดชูจิตใจ รวมทั้งส่งเสริมคุณค่าแห่งการเสียสละและคุณงามความดีของผู้เสียชีวิต
   3. แสวงหาความร่วมมือและทำกิจกรรมร่วมกันให้แล้วเสร็จจากแรงศรัทธา
สติปัญญา แรงกาย ทรัพย์และการสนับสนุนทุกๆด้านจากอดีตสหายเก่าและประชาชน
   4. เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์การเมืองไทยและยุวชนท้องถิ่น ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยว
   5. เป็นหมุดหมายและสัญลักษณ์ ให้ผู้คนได้รับทราบและย้ำเตือนว่า

“ที่ใดมีการกดขี่ ที่นั้นย่อมมีการต่อสู้
และการต่อสู้ย่อมให้คุณค่า
ก่อให้เกิดการพัฒนา
เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเมืองไทยจนถึงปัจจุบัน”


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 11 พฤศจิกายน 2006, 18:09:27 PM
(http://static.flickr.com/105/294352966_05f13510b2_o.jpg)

4. ความหมายแห่งสัญลักษณ์อนุสรณ์สถาน

   ดาวแดง      

เป็นสัญลักษณ์ของกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย (ทปท)
โดยขอบสีเหลืองหมายถึงมวลชนที่ล้อมรอบกองทัพ
ดาวสีแดงจึงเป็นเสมือนหลักหมายแห่งความดีงามที่ส่องสว่างนำทางทุกผู้คน
   
    นกพิราบ      

เป็นสัญลักษณ์ของการแสวงหาสิทธิ เสรีภาพและความเป็นธรรม
นกพิราบ จึงสะท้องถึงการแสวงหาที่ไม่หยุดยั้ง ใฝ่ฝันถึงความดีงามไม่มีวันสิ้นสุด
บินไปให้ถึงหลักชัยใฝ่ฝันให้ไกลไปจนถึงความเป็นธรรมและการกินดีอยู่ดี

   เมื่อดาวกับนกพิราบสถิตอยู่ร่วมกัน

จึงแสดงถึงการเดินทางไปสู่อุดมการณ์ของเหล่าวีรชนอย่างมีทิศทางชัดเจน
และรอยปรุบนดาวจึงเป็นเสมือนถึงภาพของหนังตะลุง
อันเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ ที่มีบทบาททางวัฒนธรรมการเมือง
ในระหว่างการต่อสู้ครั้งอดีตเป็นอย่างสูง

   ฐานด้านบน   เป็นแท่งดาวร้อยดวง
 
เปรียบเสมือนความรัก ความสามัคคี เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ภายใต้อุดมการณ์เดียวกัน
โดยแถบสีดำ แทนการอาลัยและรำลึกถึงผู้เสียสละชีวิต
ของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่และผู้คนรุ่นหลัง

   ฐานด้านล่าง   เป็นรูปดาวห้าแฉก

 สื่อความหมายว่า เหล่านักรบ ทปท.นั้นมาจากทั่วทุกสารทิศ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 11 พฤศจิกายน 2006, 18:29:17 PM
(http://static.flickr.com/122/294360587_3c28ca94f2_o.jpg)

การจัดผังภูมิทัศน์
   ออกแบบและจัดผังภูมิทัศน์ในลักษณะที่เหมาะสมกับสถานที่ตั้งอนุสรณ์สถาน
และการใช้ประโยชน์ของวัดโดยมุ่งก่อให้เกิดบรรยากาศที่ร่มรื่น ง่ายต่อการดูแลรักษา
เหมาะสมกับการนั่งพักผ่อนเพื่อการรำลึกถึงและทำการสงบจิตใจ

สถานที่ตั้งโครงการ
   ตั้งอยู่ในพื้นที่และมีเนื้อที่ที่มีขอบเขตชัดเจนแน่นอนจำนวน 1 ไร่ 50 ตารางวา (โดยประมาณ)
ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ภายในบริเวณวัดไม้เสียบ
ซึ่งตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ ๒ ตำบลเกาะขันธ์  อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 11 พฤศจิกายน 2006, 18:38:35 PM
การสนับสนุน

   โครงการนี้เป็นการดำเนินการและเข้าร่วมโดยอาศัยการระดมพลังแห่งความเสียสละ   
และศรัทธาเป็นสำคัญทั้งจากมิตรสหายเก่าและประชาชนทั่วไป
   จึงขอเชิญสหายเก่าแห่งเทือกเขาบรรทัด จังหวัดพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา กระบี่และนครศรีธรรมราช
และจากทุกๆ เขตงานทั่วประเทศ รวมทั้งประชาชนผู้มีจิตศรัทธา
เข้าร่วมในการดำเนินโครงการและร่วมกันบริจาคทรัพย์อย่างแข็งขันตามกำลังความสามารถ
โดยไม่มีเงื่อนไข การสนับสนุน

   โดยบริจาคได้ที่ 

ชื่อบัญชี อุทัยวรรณ  พงษ์สุวรรณ และสมศรี  สมบูรณ์
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
สาขารัชดาภิเษก
บัญชีออมทรัพย์ เลขที่   177 - 0-661153

(http://static.flickr.com/119/294363902_f55e22924a_o.jpg)

สถานที่ก่อสร้าง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 11 พฤศจิกายน 2006, 18:49:12 PM
ระยะเวลาดำเนินการ (โดยประมาณ)

   - พฤศจิกายน    2549 เริ่มการระดมทุน
   - ธันวาคม           2549 วางศิลาฤกษ์
   - มกราคม        2550 เริ่มการก่อสร้าง
   - มิถุนายน        2550 การก่อสร้างแล้วเสร็จ
   - สิงหาคม        2550 ทำพิธีเปิด

(อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพ)

(http://static.flickr.com/115/294369412_7aefc2b0df_o.jpg)

(ดาวบนยอดอนุสรณ์ฯใช้สีแดงแทนสีทอง)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 11 พฤศจิกายน 2006, 21:40:55 PM
อีกสองสามวันคงได้พบกับแผ่นพับตัวจริงอดใจรอคอยหน่อย   ไม่ผิดหวังแน่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 13 พฤศจิกายน 2006, 07:49:32 AM
ดาว์นโหลดแผ่นพับโครงการก่อสร้างอนุสรณ์สถาน ทปท.แห่งเทือกเขาบรรทัด
พัทลุง-ตรัง-สตูล-สงขลา กระบี่และ นครศรีธรรมราช (บางส่วน)

หน้า ๑

http://esnips.com/doc/b29ebae2-3048-4bd3-8561-db9a725526f6/P1BROCHUERPOOBANTHAT.pdf

หน้า ๒

http://esnips.com/doc/ff8b2fc5-2bc2-4418-afb8-15ebcc0c9276/P2BROCHUERPOOBANTHAT.pdf


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 13 พฤศจิกายน 2006, 07:59:06 AM
ศิลาฤกษ์ที่จะนำไปวางไว้ ณ สถานที่ก่อสร้างในวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๙

(http://static.flickr.com/103/295906708_d9c97cdfe5_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 13 พฤศจิกายน 2006, 17:57:14 PM
ท่านที่ต้องการทราบรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมกรุณาติดต่อได้ที่

คุณเยาว์ โทรศัพท์ 08-4124-6363

คุณประทีปโทรศัพท์ 08-1811-5230

หรือที่วิทยุบ้านตุลา Dj-วัยเช้า 08 5518-5176


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 13 พฤศจิกายน 2006, 18:05:52 PM
(http://static.flickr.com/116/296308903_388e9df1f5_o.jpg)

แบบลายเส้น บอกระยะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 15 พฤศจิกายน 2006, 18:17:28 PM
(http://static.flickr.com/31/63188613_c686fa65da_o.jpg)

ภูบรรทัด เป็นเทือกเขาที่ทอดยาวแยกจากเขาสุราษฎร์และเหยียดยาวตามแนวด้ามขวานของแผนที่ประเทศไทย
ผ่านจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สงขลา และสตูล จรดแนวกับทิวเขาสันกาลาคีรีของจังหวัดยะลา ปัตตานี
และนราธิวาส

ภูเขาบรรทัดแบ่งพื้นที่ภาคใต้ที่อยู่บริเวณเทือกเขาออกเป็น ๒ ฝั่ง ทิศตะวันออกจรดอ่าวไทย
ขณะที่ฝั่งทิศตะวันตกจรดทะเลอันดามัน พื้นที่รอบเทือกเขาบรรทัดบริเวณจังหวัดพัทลุง-ตรัง-สตูล
จึงถือเป็นพื้นที่ภาคใต้ตอนกลาง สันเขาที่สูง สลับซับซ้อนและป่าสมบูรณ์มากที่สุดของเทือกเขาบริเวณ
จังหวัดพัทลุง-ตรัง-สตูล จะอยู่ที่บริเวณรอยต่อของอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรังกับอำเภอทุ่งหว้า
จังหวัดสตูลและอำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ขณะที่แนวเขาแคบและต่ำที่สุดจะอยู่ที่บริเวณพื้นที่อำเภอเมือง
และอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุงกับอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช

สภาพภูมิประเทศของภาคใต้แม้จะไม่กว้างใหญ่ไพศาลเหมือนภาคเหนือและภาคอีสาน
แต่เนื่องจากลักษณะทางภูมินิเวศของขุนเขาบรรทัดที่ยืนตระหง่านเป็นกำแพงกั้นทะเลทั้งสองฟากฝั่ง
จึงทำให้ภูมิอากาศที่ร้อนชื้นของพื้นที่ทั่วบริเวณมีเพียง ๒ ฤดู คือร้อนกับฝน
มีฝนตกชุกตลอดปีแต่ไม่เหมือนกันทีเดียวนัก และส่งผลต่อการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพของผู้คน
และการติดต่อค้าขายทางทะเลในอดีตทั้งที่กันตังและสตูล ขณะที่ข้าวเบาของชาวตรังจะเริ่มตั้งท้องทอดรวงยาว
และเก็บเกี่ยวได้ก่อนในราวปลายเดือนธันวาคมโดยอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
แต่ข้าวในนา ของจังหวัดพัทลุงสุกและเก็บได้ในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม

เคย(กะปิ) ของ จังหวัดตรัง ซึ่งได้จากตัวเคยในน้ำสีเขียวครามสะอาดของทะเลอันดามัน
จึงไม่เหม็นคาวเหมือนเคย(กะปิ)ของพัทลุงที่ได้จากปลาหลายๆชนิดในอ่าวไทย 
และสามารถส่งไปขายต่างประเทศเช่นที่เกาหลีได้ และทั้งๆ ที่เคย (กะปิ)ดีกว่า
แต่คนตรังกลับไม่ค่อยนิยม ?แกงน้ำเคย

ขณะที่คนพัทลุงเองก็ไม่ค่อยรู้ว่าเม็ดพริกไทยของทุ่งหว้าสามารถส่งไปขายต่างประเทศได้ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามาแล้ว
การเป็นเมืองค้าขายและตั้งถิ่นฐานการทำสวนยางโดยชาวจีน โพ้นทะเลและทำเหมืองแร่นั้น ส่งผลให้ชาวตรังมีความรู้
มีความประณีต  ทางความคิด มีการศึกษา และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากกว่าชาว พัทลุง

คนท่าตรังโดยรวมที่มิใช่เป็นชุมชนชาวนา จึงไม่ได้เป็นชาวพื้นเมือง ดั้งเดิม
แต่ได้รับวัฒนธรรม ?ลัทธิบริโภค เฉกเช่นเดียวกันกับที่พังงา ภูเก็ต และประชาชนแถบฝั่งทะเลอันดามันที่อยู่เหนือขึ้นไป
โดยที่คนฝั่งพัทลุง แม้จะเจริญด้านการค้าน้อยกว่า แต่กลับมีรากฐานทางอารยธรรมยาวนานและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับชาวสงขลา และนครศรีธรรมราช แม้ว่าพวกเขาโดยรวมจะยากจนกว่า แต่กลับเก็บหอมรอมริบส่งลูกหลานเรียนหนังสือ
มีหน้ามีตาในบ้านเมืองมากกว่าคนตรังตลอดมาจนถึงปัจจุบัน คนตรังในอดีตมักจะดูถูกคนพัทลุง เพราะคนพัทลุงยากจนกว่า
ต้องมารับจ้างทำนา ตัดยาง เลื่อยไม้  และกลับไปเก็บข้าวเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว

การทำขนมจีนน้ำยาซึ่งทำมาจากปลากะพงตัวใหญ่และสดที่ซื้อมาจากตลาดยงสตาร์นั้น
เวลาไปที่ตลาดทับเที่ยงคนตรังก็จะนิยมใช้คนพัทลุงที่มา ทำงานให้ขี่จักรยานไปซื้อแทนอีก

คนใต้ที่เป็นชนชั้นกลางจึงมีคำสำนวนล้อเลียนเสียดสีกันในวงสุราจนปัจจุบันนี้ว่า ?สงขลาสั่ง ตรังจ่าย พัทลุงกิน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 15 พฤศจิกายน 2006, 23:48:03 PM
ยงสตาร์เป็นท่าเรือเก่าแก่มีชื่ออยู่ในแผนที่โลกด้วยนะ  สมัยก่อนคงเป็นการค้าโดยใช้สำเภาเรือกับประเทศจีนมากกระมั่งจึงทำให้ทางใต้ของประเทศไทยมีคนไทยเชื้อสายจีนอยู่เป็นจำนวนมากส่วนใหญ่จะมีอาชีพค้าขาย  คุณ ดีเจวัยเช้าเอารูปมาให้ดูเป็นภาพชนบททางใต้มากๆนะเห็นทางภาคอื่นๆเขาเอามาให้ดูเยอะเลย น้อยหน้านะ :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 17 พฤศจิกายน 2006, 00:25:00 AM
เอาใจวัยรุ่น ;D ;D ;D ป่าพน สักหน่อย นำภาพที่ลุงเรดถ่ายไว้ที่บ้านในเตา
อ.ห้วยยอด ตรัง เมื่อปลายปีที่แล้ว (2548) มาให้ชมกันอีกครั้ง
ป้าบ๊วยกะลุงatm ก็มีภาพทริปนี้เฉียดพัน ว่างๆส่งมาลงมั่งหลาว

(http://static.flickr.com/29/63899232_f1875dbcba_o.jpg)

ติดตามดูเรื่องราวของในเตาตาม LINK นี้นะครับ

http://www.thaioctober.com/smf/index.php?topic=2646.0


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 17 พฤศจิกายน 2006, 00:35:12 AM
ลอกลุงเรดซันมา... :-[ :-[ :-[

ในเตา

ในเตาเป็นเขตงานชั้นใน  ติดเขตป่าเขา  ชัยภูมิเหมาะแก่การสร้างอาณาจักร  สร้างอำนาจรัฐยิ่งนัก ด้วยว่ามีภูเขาโอบรอบด้าน มีทางเข้าออกหลักเพียงทางเดียว  ส่วนทางรองล้วนยากลำบากในการเคลื่อนกำลัง  ดังนั้นที่นี่จึงเป็นสวรรค์ที่ปลอดภัย   พื้นที่ในหุบเขาก็อุดมสมบูรณ์  มีสายน้ำ สายห้วย หลายสาย  ผลไม้  พืชผล ล้วนให้ผลผลิตสูง  ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน  ลางสาด  มังคุด  ปัจจุบัน ลองกองเป็นพืชเศรษฐกิจรองจากยางพารา

(http://static.flickr.com/30/63196510_975f7d22e0_o.jpg)

ประชากรในเตาจึงมีฐานะดี จากทรัพยากรดังกล่าว  ไม่อดอยาก ยากจนเหมือนมวลชนในเขตงานอื่นๆ

เพราะในเตาเป็นเสมือนแนวหลังที่ไว้ใจได้  จึงทำให้งานมวลชนขยายออกไปได้ไกล ข้ามถนนหลวงไปจนจรดเขตกระบี่ที่คลองท่อม  ประกอบกับนโยบายและวัตรปฏิบัติของผู้ปฏิบัติงานของพรรคฯ ได้รับการยอมรับจากมวลชนอย่างกว้างขวาง  แม้ในเขตที่อำนาจรัฐฝ่ายรัฐบาลเข้มแข็งเช่นในตัวอำเภอห้วยยอดซึ่งห่างออกไปเพียง 25 กม. เท่านั้น  ปัญหาความขัดแย้งในหมู่มวลชนบางกรณียังต้องให้สหายช่วยจัดการแก้ไข

เยาวชนลูกหลานบ้านในเตาขึ้นป่าจับปืนไปเป็น ทปท. นับไม่ถ้วน  ส่วนผู้อาวุโสก็เป็นหน่วยงานการเมืองในหมู่บ้าน  ทำให้เมื่อมีวาระสำคัญ เช่น งานวันพรรค 1 ธันวา  งานเสียงปืนแตก 7 สิงหา  สามารถจัดงานขนาดใหญ่ที่หมู่บ้านในเตาได้  มีมวลชนจากเขตงานรอบนอกทั้งไกลและใกล้  ทั้งจากในเมื่องและชนบท มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

จวบจนปัจจุบัน  บ้านในเตายังเป็นที่พักพิง  ให้ความอบอุ่นปลอดภัย ให้อาชีพแก่สหายเราหลายสิบครัวเรือน  แม้สหายจากจังหวัดใกล้เคียงก็ยังชอบที่จะลงหลักปักฐานอยู่บ้านในเตา

กาลเวลาได้ช่วยคัดกรอง  คนที่ประพฤติดีก็อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข  คนที่เกกมะเหรกเกเรก็มีอันต้องจากไป   กล่าวได้ว่า หากท่านไปเยือนในเตาเมื่อใด  ท่านจะได้รับแต่ความสุขใจเมื่อนั้น  เช่นที่คณะของเราได้มีประสบการณ์ในการเยี่ยมเยือนครั้งล่าสุดนี้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 17 พฤศจิกายน 2006, 00:45:25 AM
(http://static.flickr.com/31/63203325_6fd9d98a72_o.jpg)

ข้ามลำห้วยใสแจ๋ว ตัดเข้าป่ายาง เพื่อไปเยี่ยมคุณยายเหลี่ยน แม่แก่ผู้สูงอายุ
ซึ่งเป็นภรรยาของพ่อแก่สิน แกนนำชาวนาคนแรกแห่งบ้านสังแกละ
ผู้มากด้วยคุณธรรมและความสุขุมเป็นเลิศ เป็นขวัญบำรุงใจสหายจากเมืองยามคิดถึงบ้าน
ซึ่งพ่อแก่สินได้ละสังขารไปหลายปีแล้ว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 17 พฤศจิกายน 2006, 00:50:03 AM
ภาพคุณยายเหลี่ยน

(http://static.flickr.com/27/63425441_cad91623be.jpg?v=0)

ข้องใจสหายทุกคน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 17 พฤศจิกายน 2006, 00:59:27 AM
(http://static.flickr.com/25/63425491_3ece5339b9_o.jpg)

ชนบทบ้านเรา ยังไฟฟ้าแล้ว อยู่บายๆ สหายเอ้ย แต่ว่าตื่นแต่กลางดึกออกตัดยาง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 17 พฤศจิกายน 2006, 21:46:17 PM
คงจะเป็นธรรมเนียมทางภูบรรทัดชักรูปต้องมีชูกำปั้น

(http://static.flickr.com/100/299415062_e803984313.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 19 พฤศจิกายน 2006, 23:12:19 PM
(http://static.flickr.com/102/300967777_1b21dd54cc_o.jpg)

ชุมชนที่รอบๆภูบรรทัด เดินจากท่าตกผ่ากลางกองทัพเขต 3 ไปท่าออกใช้เวลาไม่ถึงวัน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 19 พฤศจิกายน 2006, 23:14:19 PM
(http://static.flickr.com/108/300967810_c257e94ef4_o.jpg)

แผนที่จังหวัดตรัง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 19 พฤศจิกายน 2006, 23:33:53 PM
ส่วนเมืองสตูลนั้นมีคนนับถือศาสนาอิสลามอยู่เกินกว่าร้อย ละ ๗๗ ผู้คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
เพื่ออุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม มานานแล้ว ในบริเวณพื้นที่ที่มีจำนวนมากมายและมีระดับรายได้ต่อหัว
ของประชากรสูงกว่าจังหวัดตรังและพัทลุง แต่พวกเขาจำนวนไม่น้อยก็เข้าร่วมในขบวนทัพของพคท.ด้วยในอดีต
อย่างสุดจิตสุดใจ แม้จะเป็นห้วงเวลาที่สั้นกว่าก็ตาม 

ความสัมพันธ์ทางการผลิต การดำรงชีพ และความรู้สึกนึกคิด จิตใจ ประเพณีที่แตกต่างกัน ส่งผลให้บทบาท
และการมีส่วนร่วมในการปฏิวัติกับพคท.ของผู้คนทั้งสองฝั่งเขาบรรทัดนี้ไม่เหมือนกันทีเดียวนัก ส่งผลต่อ
ความสามารถในการนำและการถูกนำการปฏิวัติที่แตกต่างกัน แม้กระทั่ง เมื่อยุติแนวทางการต่อสู้ด้วยอาวุธ
และอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่การปฏิวัติ ประชาธิปไตยเพื่อ ?เสรีภาพ(liberty) ยุติลงโดยพื้นฐาน
ก้าวสู่สถานการณ์ ใหม่ที่ยุทธศาสตร์การต่อสู้ถูกกำหนดที่ ?ความเสมอภาค (equality)  และภราดรภาพ (solidarity)
ในสังคม การต่อสู้เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใหม่นี้กำหนดที่เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและสิทธิในการพัฒนา
ที่ต้องพึ่งพาอาศัยสติปัญญาความรู้ ความสามารถและการปฏิบัติทางการเมือง การกำหนดบทบาทภาครัฐ  การจัดตั้งมวลชน
และการก่อตั้งองค์กรภาครายได้ของประชาชนแบบใหม่ ซึ่งขัดแย้งกันกับปรัชญาของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมดั้งเดิม
และ การจัดการองค์การธุรกิจแบบเก่าๆ รวมทั้งปรัชญาการเมืองของระบอบประชาธิปไตย แบบเสรีนิยม คตินิยมเฉพาะถิ่น
และทัศนะเดิมว่าด้วย  ?คุณค่า และ ?ความดี ในสังคม

แนวทางที่มุ่งใช้กำลังและความสามารถทางการทหาร ใกล้ชิดกับควันปืนและกลิ่นดินประสิว มุ่งประหัตประหารอีกฝ่ายหนึ่ง
เพื่อหาชัยชนะ ที่นิยมในอดีต ไม่ใช่ ?ทางลัดไปสู่การยึดครองหรือรักษาไว้ซึ่งอำนาจรัฐให้ยืนยาวและส่งผลให้ผู้คนมีความสุข
โดยถ้วนหน้าอีกต่อไป

ในวันที่สิ้นเสียง ปืน ?สหายเก่า พัทลุงส่วนใหญ่ต้องดำเนินชีวิตอย่างเงียบๆ ห่างไกลการสังสรรค์ทางการเมืองในรูปแบบใหม่ 
แต่คนตรังไม่น้อยกลับมีบทบาทต่อเนื่องในการจัดตั้งองค์กรภาคเอกชน (NGOs)
เคลื่อนไหวทางการเมืองและอนุรักษ์ป่าต้นน้ำอย่างจริงจัง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 19 พฤศจิกายน 2006, 23:37:15 PM
เทือกเขาบรรทัดในอดีตที่ผ่านมาเป็นแหล่งต้นน้ำและปันน้ำสู่สองฟากฝั่งภูเขามายาวนาน

เป็นต้นน้ำสำคัญหลายสายที่ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาและทะเลอันดามัน
นอกจากนี้แล้วความอุดมสมบูรณ์ของป่าเขาบริเวณนี้ซึ่งมีสภาพเป็นป่าดงดิบหรือ ?ป่าแก่
ที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาพันธุ์รวมทั้งสัตว์ป่าหายาก อาทิเช่น สมเสร็จ เสือโคร่ง ช้างป่า
และปลาตูหนา* ซึ่งมีชุกชุมในบริเวณนี้แล้ว ยังมีแร่ธาตุหลายชนิดโดยเฉพาะดีบุกที่มีอยู่มากมายในจังหวัดตรัง

เทือกเขาบรรทัดไม่ได้มีความหมายทางภูมิศาสตร์หรือนิเวศวิทยาเท่านั้น
แต่ยังเป็นที่สร้างตำนานของบ้านเมืองมากมาย ทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและการปกครอง

เขาบรรทัดเป็นที่ที่ให้โอกาสแก่ผู้คนในการหักร้างถางพง ทำไร่ ทำสวน ทำนา จับสัตว์ป่ามาเลี้ยงและขาย
ขณะเดียวกันก็ยังมีความหมายในแง่ความมั่นคงและอิสรภาพให้แก่บรรดาผู้เป็นโจรและผู้ถูกทางการข่มเหง
ได้เล็ดลอดหลบซ่อนเจ้านายและตั้งชุมโจรในอดีต รวมทั้งเป็นที่พึ่งแก่ผู้ที่ไม่สามารถจ่าย ?เงินรัชชูปการ
ให้แก่รัฐส่วนกลางได้ในอดีตอีกด้วย 

กล่าวในแง่การเคลื่อนไหวภาคสังคมและการเมืองเพื่อต่อต้านรัฐบาลของฝ่ายประชาชนโดยใช้กำลังอาวุธแล้ว
เทือกเขาบรรทัดมี ?ตำนาน มีความหมายและเป็นที่สร้างคุณูปการต่อการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก

นับตั้งแต่ราวต้นศตวรรษที่ ๒๕ จนถึง พ.ศ.๒๕๓๒ เป็นเวลาเกือบ ๓๐ ปี
ที่ธงปฏิวัติของผู้ที่ปรารถนาจะเปลี่ยนแปลงสังคม
ถูกชูขึ้นโบกสะบัดบนยอดเขา  ตลอดแนวขุนเขาบรรทัด...
เป็นที่ฝากฝังเรือนร่างและดวงวิญญาณของเหล่าคนผู้กล้าและอาจหาญ
ที่จะสร้างบ้านแปงเมืองให้เป็นไปตามอุดมการณ์ของพคท.หลายผู้คน
เป็นที่เก็บรักษาความใฝ่ฝัน มิตรภาพ ความหลัง ความรัก ความอาลัย
และความเคียดแค้นชิงชังของอีกหลายๆผู้คนเช่นเดียวกัน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 20 พฤศจิกายน 2006, 00:05:19 AM
(http://photos13.flickr.com/17959311_54f4506a2b_o.jpg)

ชีวิตในกองทัพปลดแอกประชาชน เรียบง่าย มีสมบัตส่วนตัวเพียงไม่กี่ชิ้น
ทำให้ไม่ต้องห่วงกับมันมากนัก ในเวลาคับขันยังสามารถขนย้ายข้าวของ
กองกลางได้อีกด้วย

ภาพข้างบนนี้เข้าใจว่าเป็นการรอเสียงนกหวีดเป่าเสียงยาวมากๆและตามด้วยเสียงสั้นอีก 1 ครั้ง
เป็นสัญญาณในการรับประทานอาหาร ซึ่งในเขต 3 นี้จะไม่มีโต๊ะ-เก้าอี้สำหรับรับประทานอาหาร
สหายพี่เลี้ยงจะตักข้าวสวยใส่กะละมังใบโต และกับข้าว ซึ่งมีไม่เกิน 2 อย่าง สูตรหลักคือ
แกงน้ำเคยเผ็ดจัด และมีผัดหรือแกงจืด ใช้ผักต่างๆในการประกอบอาหาร ตามแต่สหายจะไปสรรหามา
หยวกบ้าง หลาโอน ต้นชก ฟักทอง น้ำเต้า ผักกาดหัว ลูกกล้วยป่า กล้วย และผักสวนครัวในไร่ของทหารการผลิต

โชดดีหน่อยก็จะได้ทานแกงคั่วปลาอวดไม่เลาะเกล็ดออก (เห็นสหายชนบทเขาว่ามันหร่อยจังเสีย)
แต่สหายหลายคนชอบแกงน้ำเคยกบเอามาก ยิ่งเอาลูกหวายอวยโยนใส่เข้าไปเป็นทะลาย ยิ่งเพิ่มรสชาด
มองไกลๆเหมือนลูกชิ้นปลาจริงๆ ยังเคยแอบดีใจว่า วันนี้จะได้ลิ้มรสลูกชิ้นเสียที แต่ก็นั่นแหละท่านครับ
ถึงมีเงินซื้อหามา เป้ขึ้นเขาพอถึงกองทัพคงเน่าพอดี ส่วนใหญ่พลาฯจะจัดหามาได้ก็ ปลาเค็ม ถือว่าหรูมากแล้ว




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 20 พฤศจิกายน 2006, 22:07:51 PM
เห็นภาพแล้วคิดถึงหลายคนในรูปปานฉะนี้คงต่อสู้กับชีวิตหลายรูปแบบ บางคนอาจจะดำรงชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย
ผิดแต่อาจะดูแก่เฒ่าตามกาลเวลาและประกอบกับโรคถามหา
บางคนตอนนั้นยังเด็ก
แต่ตอนนี้ไปพบดูความคิดเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก  มีเหตุมีผล ดำรงชีวิตทั้งสุขและทุกข์
บางคนหายหน้าไป
ธุรกิจรัดตัว  ต้องดิ้นรนเพื่อปากท้อง เบื่อนักปฎิวัติด้วยกัน   สิ้นหวังในขบวนการ อื่นๆ
บางคนเสียชีวิต
โดยไม่มีโอกาสพบพ่อแม่ญาติพี่น้องอีกเลยจากวันนั้น
ในภาพใครเห็นใคร
ทำอะไรที่ไหนอย่างไรช่วยบอกต่อ เราคงมีวันที่เราจะมาพบกันร่วมกัน
ทำบุญให้เพื่อนเราเหล่านั้น
เราขอสดุดี  แด่วีรชนคนกล้า


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 22 พฤศจิกายน 2006, 11:20:59 AM
จริงอย่างป้่าป่าพน

เห็นภาพแล้วคิดถึงหลายคนในรูปปานฉะนี้คงต่อสู้กับชีวิตหลายรูปแบบ
บางคนอาจจะดำรงชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย
ผิดแต่อาจะดูแก่เฒ่าตามกาลเวลาและประกอบกับโรคถามหา
บางคนตอนนั้นยังเด็ก ......

(http://static.flickr.com/104/303262571_b2e978cb68_o.jpg)

ชีวิตในวัยเยาว์ ในกองทัพฯ มีความสุข ความทุกข์ ระคนกันไป
ผืนป่ากว้างอ้าแขนรับทุกชีวิต ป่ารกเท่าใด  ชีวิตเราก็จะยืนยาว
ป่าบดบังการเฝ้าสังเกตุการณ์ทางอากาศของอีกฝ่ายหนึ่ง
ป่ารกเท่าใด ลึกเท่าใด เราจะรู้สึกว่าปลอดภัย
ป่ารก...เล่นบาสฯ ออกกำลังกาย สบายๆๆ ก่อนอาหารค่ำ และเข้าศึกษา วิจารณ์ตน
ฯลฯ

ช่วยเขียนต่อกันหน่อย :D :D :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: bluehawai ที่ 22 พฤศจิกายน 2006, 12:49:03 PM
ความจริงที่จริงที่สุดอย่างไรก็ยังประทับใจชีวิตในป่าเขาที่สุดไม่เคยรู้สึกในด้านร้ายเลยแม้บางครั้งต้องอยู่กับความหวาดหวั่นเวลาเข้าเขตสู้รบ มือสั่นใจสั่นตื่นเต้นไม่เคยคิดว่าจะต้องมายิงกับใคร ฆ่าใคร แต่เวลายามปกติ ชีวิตไม่ต้องคิดว่าจะหาเงินมาชำระหนี้ใคร มีเวลาว่างก็ศึกษาลำบาก ก็แค่อาหารการกินไม่ต้องแบกภาระกิจก่อร่างสร้างตัวเหมือนเราๆหลายๆคน นึกอย่างไรก็ยังเป็นสุขชีวิตที่เท่าเทียมคือมีเท่าๆกันหมดต่างกันก็หน้าที่ หลายๆๆคนยังตั้งหลักไม่ได้นี่แหละชีวิต ที่ไม่สั้นไม่ยาวจะทำอะไรอย่างไรก็ยังต้องรักๆๆกันเข้าไว้หลายคนก็จากไปแล้ว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 22 พฤศจิกายน 2006, 20:19:02 PM
เห็นสนามบาสในอดีต
ทำให้คิดถึงเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในครั้งกระนั้น 
ไม่ว่าจะเขต ๒ เขต ๓หรือเขต ป่าพล
ดูบาสเกตบอลจะเป็นกีฬายอดฮิต
ไม่แพ้ปิงปองโดยเฉพาะที่ป่าพลท่านพระอาจารย์ตะวัน
เป็นหนึ่งในอาจารย์สอนปิงปองยอดเยี่ยม
ศิษย์คนนี้ช่างใช้ไม่ได้สอนเท่าไรก็ทำไม่เป็น
 คงชอบบาสมากกว่าพอเวลานกหวีดดังเลิกงาน
ต่างช่วงชิงโอกาสเล่นกีฬาที่ตนชอบ
ก่อนอาบน้ำครึ่งชั่วโมง
และต้องรีบไปทานข้าวเย็นให้ทันเวลา 
วันนี้เราคิดถึงคุณมาก  คุณธร 
คุณตัวไม่สูงมากนักชอบเล่นบาสมากแล้วคุณก็ชอบแย่งลูกบาส
โดยตีมั่วจนมือของป่าพลคดจนทุกวันนี้ แอบร้องไห้เพราะปวดมาก
 พอเห็นรูปจึงคิดถึงเธอมาก ธร 
และเรายังมีโอกาสทำงานกับเธอในเมืองอีกระยะหนึ่ง
  เธออยู่ไหนเราคงมีโอกาสทำบุญให้กับเพื่อนร่วมกันนะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 22 พฤศจิกายน 2006, 21:27:25 PM
(http://static.flickr.com/99/303490385_8bc418438c_o.jpg)

2549-2519 = ?

เสียงหวูดขบวนรถไฟสายใต้ ดังขึ้น แทนคำบอกลา
พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อนรัก คนรัก
หัวจักรเดินเครื่องแรงขึ้น ลากขบวนรถเคลื่อนตัวออกจากชานชลาเหนือบๆ  อ้อยอิ่ง ช้าๆ
เหมือนทิ้งห้วงเวลาเพื่อผู้คนบนรถทบทวนจิต หากพร้อมแล้ว ไปกันเลย
หากใจยังไม่แข็งพอ ..ยังทันทมไปหากจะก้าวลง

น้องสาวเดินมาส่งด้วยความอาวรณ์   
เธอไม่กล้าแม้กระทั่งจะมาให้ถึงสถานี
เราจากกันที่มุมหนึ่งในตรอกเล็กๆ แถวสะพานแดง
น้องถามว่าจะไปไหน.....
มือที่จับกันไว้แน่น ค่อยๆคลายออกจากกัน
แล้วจะส่งข่าวมาบอก ตอบน้องสาวด้วยความมั่นใจในศักยภาพของสายจัดตั้งในเมือง

ที่จริงน้องสาวคนนี้นี่เองที่ทำให้รู้จักคำว่ารักผู้อื่น หาหนังสือมาให้อ่าน ติดย่ามจากเตรียมอุดม
เมื่ออ่านแล้วก็ชอบ สองปีแรกก็ค่อยๆเปลี่ยนตนเอง ห่างจากกลิ่นควันกล่อมประสาท ห่างจากแก้วเหล้า
ห่างจากบาร์เหล้าแถวสะพานควาย  จนก้าวไปร่วมชุมนุมเกือบทุกนัดในธรรมศาสตร์


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 22 พฤศจิกายน 2006, 21:55:00 PM
คุณป่าพน  คงเคยอยู่แถวป่าพน  ขอถามเพื่อความกระจ่างหน่อย
สมัยก่อนโน้นมีค่ายป่าพนอยู่ข้างๆไร่มัน  เลยไร่มันไปเล็กน้อยมีถ้ำ ทางเข้าไม่กว้างมากพอเดินเข้าไปได้  มีสายน้ำไหลลอดถ้ำไปทะลุอีกด้าน  ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก  เดินเข้าไปบางช่วงต้องลงลุยน้ำ  บางช่วงต้องปีนป่าย  มีปลาตัวโตๆ
ปี 2547  มีโอกาสได้เข้าไปป่าพนอีกครั้ง  มีถนนลาดยางเข้าถึง  บริเวณหน้าถ้ำเป็นวัด  ด้านบนมีถ้ำอยู่ด้วยซึ่งแต่ก่อนผมไม่รู้  พยายามเดินหาถ้ำที่มีน้ำลอดอีกครั้ง  จำไม่ได้แล้ว  มีน้ำขึ้นเกือบปิดปากถ้ำ เลยไม่ได้เข้าไปดู
ถูกต้องหรือไม่ครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: old clumsy ที่ 22 พฤศจิกายน 2006, 22:09:18 PM
 เราก็นึกว่าชื่อ ป้าปอล   ;D  ที่แท้ก็ชื่อ " ป่าพน"
อันที่จริงเราก็นักเล่นปาล์ม   จึงพอรู้ว่าต้นพน คืออะไร

ต้นพน (orania)  ก็คือปาล์มชนิดหนึ่ง สูงๆเหมือนหมาก เหมือนมะพร้าว  ชาวซาไก เอาหมากพนมาตำให้แหลกผสมยางไม้ทำเป็นยางน่องชุบลูกดอกไว้ล่าสัตว์  ลูกพนกินแล้วเมา อาจตาค้างเดี้ยงได้
ที่กระบี่ใกล้ๆคลองท่อม ก็มีคลองพน สงสัยจะมีต้นพนเยอะมาก

ป่าพน ที่กล่าวถึง เห็นพวกสหายทางใต้ชอบเล่าให้ควังบ่อยๆ  มีถ้ำยาวมาก มีสายห้วยน้ำใสๆทั้งสายลอดไปในอุโมงถ้ำ เดินกว่าจะทะลุใช้เวลานานมาก  รู้ว่า ป้า ป่าพนเคยไปมาแล้วตอนลงใต้เมื่อสัก 4 ปีก่อน..ใช่ป่าว  คงเป็นที่เดียวกับที่หมอสามารถกล่าวถึง  อยู่ทางสตูลต่อสงขลา  ถ้ำนั้นจะชื่อถ้ำเพชร หรือถ้ำน้ำเพชร หรือถ้ำเขาเพชร  หรืออะไรนี่แหละ  ..ป้าบอกทีเดียว ผมยังจำได้เลย  ไม่ใช่อะไร อยากไปเหมือนกันแต่ไม่มีโอกาส..เลยได้แต่จำเอาไว้  ถูกไม๊ป้า.. ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 22 พฤศจิกายน 2006, 22:15:16 PM
รูปปากถ้ำที่มีน้ำลอด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 22 พฤศจิกายน 2006, 22:18:57 PM
หินงอกหินย้อยในถ้ำที่อยู่ด้ายบน  ปัจจุบันเปิดเป็นที่ท่องเที่ยว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 22 พฤศจิกายน 2006, 22:24:35 PM
คะคุณหมอชื่อ"ถ้ำภูผาเพชร"เป็นแหล่งท่องเที่ยวของสตูลคะ
ถูกต้องทุกอย่างที่หมอพูดเลยคะ
  ลุงครัมซี่ก็รู้ดีอีกแน่ะ
มีเรื่องเล่าเยอะคงต้องติดตามเป็นตอนๆมังคะ
ทั้งหน้าถ้ำ  ในถ้ำ นอกถ้ำ
เดี๋ยวจะมีผู้รู้มาจอยกันเรื่อยๆนะคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 22 พฤศจิกายน 2006, 22:33:19 PM
ปลายปี 2519 ต่อต้นปี 2520  สงขลาเขต1  ถูกล้อมปราบหนักจนอยู่ไม่ได้  กว่าร้อยชีวิตต้องถอยร่น เดินป่าหลบหลีกกำลังฝ่ายศัตรูเกือบเดือน  สุดท้ายต้องถอยข้ามถนนสายรัตภูมิ-สตูล  เดินเข้าเขตสตูลไปพักกำลังที่ค่ายเก่าของสหายทางเขตสตูลที่ป่าพนแห่งนี้หลายสัปดาห์  ได้รับการต้อนรับ ช่วยเหลือจากสหายเขตภูบันทัดเป็นอย่างดี  พักฝืนอยู่ทางภูบันทัดเกือบเดือน  กำลังส่วนหนึ่งเดินทางกลับฟื้นฟูเขตงานใหม่  อีกส่วนขึ้นกอง 08  เพื่อศึกษาด้านการแพทย์  เทคนิค  การทหาร


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 22 พฤศจิกายน 2006, 23:06:21 PM
ถ้ำภูผาเพชรสมัยนั้นถูกปิดลับ 
ความสวยงามสวยกว่าและยิ่งใหญ่กว่าถ้ำน้ำลอดมาก
แต่ให้บรรยากาศที่แตกต่างกัน
 ลงจากถ้ำภูผาเพชรมาทางซ้ายมือจะเป็นทางเดินไปปากถ้ำน้ำลอด
ตามรูปของหมอคะ
 เมื่อก่อนเราอาศัยทางนี้ลำเลียงด้วยรถปิคอัพของนายโดยมีโชเฟอร์คือคุณเอ็มติเนส
จะไปลำเลียงก็ต้องมีผู้แข็งแรงนั่งท้ายรถไปสัก ๕-๖คน พอรถดังบึ่นๆ
คนท้ายก็ลงเข็นตลอดจนลำเลียงมาถึงปากถ้ำ
ก็ใส่เป้ลำเลียงผ่านถ้ำน้ำลอดปีนขึ้นลงๆ
ลุยน้ำบ้างเดินทรายบ้างชมความงามของถ้ำบ้าง
(บางท่านอาจจะบอกว่าไม่เคยเห็นน้ำตกโตนเตะหรือหินงอกหินย้อยงามเลย)
เหนื่อยจนไม่มีเวลาชมความงดงาม


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 22 พฤศจิกายน 2006, 23:25:14 PM
ระยะทางของถ้ำน้ำลอด
ในการลำเลียงใช้เวลาประมาณ ๑๕นาที
แบบเดินเร็วถ้าฤดูฝนจะต้องระมัดระวังมากหน่อย
น้ำมาจะปิดปากถ้ำนี้ออกไม่ได้ยกเว้นคนว่ายน้ำเก่ง
ขณะเดียวกันอยู่ในถ้ำก็ต้องอยู่ที่สูง(ปีนขึ้นไปบนหินงอก)
รอจนกว่าน้ำลดอาจอดข้าวได้
ใครจะชมปลาแบบหมอก็ได้เพราะปลามากจริงๆ
ในสายธารนี้บริเวณนี้มีปลาตูน่าด้วยป่าพนเคยวางเบ็ดราวได้
ตัวเท่าขอมือตกใจมากนึกว่างู
ปลากดตัวสีเหลือง ๓-๔ตัวต่อกิโลติดเบ็ดราว
ไว้เป็นอาหารคนไข้ ผู้เฒ่า ในโรงหมอ
ปลาอวดมาก  กบก็มาก  เขตนี้อุดมสมบูรณ์
กบใช้ไม้แหลมยาวๆแทงเอา
พอออกพ้นปากถ้ำไปก็เป็นท่าอาบน้ำสหายชาย
ต้องส่งสัญญานดีๆนะไม่งั้นเจอดี
อาจจะต้องเดินถอยหลังแล้วส่งสัญญานใหม่


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 22 พฤศจิกายน 2006, 23:48:59 PM
แสดงว่าตอนสงขลาถูกล้อมปราบ
เป็นช่วงที่นักศึกษาปัญญาชนขึ้นมากที่สุดซิคะ
หมออยู่ก่อนป่าพนไปอีก
ป่าพนอยู่ช่วงโรงเรียนนายร้อยภาคใต้เปิด
สำหรับทุกเขตของภาคใต้สงขลามา ๓คน
หนึ่งในจำนวนนั้นคือคุณดอน
สุราษฏร์ เพชรบุรี ก็มาตามที่ลุงครัมซี่ว่า
เมื่อ ๔ปีก่อนไปเยี่ยมสหายเราที่หน้าถ้ำ
ตั้งใจจะไปผูกเปลฝังโน้นแต่ลมมันแปรปวน
จึงได้แค่เดินข้ามไปเยี่ยมค่ายเก่า
ชุดแรก ๙ชิวิตเดินเข้าถ้ำไปโดยไม่มีการสำรวจเส้นทางมาก่อน
มีแต่บอกว่าไม่มีใครเข้าไปกันหรอก
พอย่างเข้าปากถ้ำ ยี่สิบกว่าก้าวก็เจองูกินปลา
ส่วนหนึ่งบอกกลับเถอะส่วนหนึ่งบอกไปต่อ
สามสี่คนเดินกลับ
แปดเก้าคนเดินต่อ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 23 พฤศจิกายน 2006, 12:26:26 PM
ใช่แล้วครับทางสงขลาเคยไปอยู่ก่อนโรงเรียนนายร้อยเปิด
ช่วงที่ถอยร่นไปพบเป็นค่ายเก่าที่กว้างใหญ่พอควร  ได้ขุดหัวมันที่สหายปลูกทิ้งไว้  ตอนนั้นต้องซื้อข้าวจากไร่มวลชน  คือซื้อยกไร่  ระดมสหายไปเก็บเกี่ยวเอง นวดเอง ฝัดเอง  พอดีช่วงนั้นหน่วยทหารของทางภูบันทัดผ่านมา นำโดยคุณโรจน์  คุณบรรจง  ประมาณหนึ่งหมวด  ช่วยเป้ข้าวขึ้นมาที่ป่าพน เที่ยวเดียวหมด  จากนั้นสหายสงขลาช่วยกันตำข้าวจนมือแตกมือพอง (ส่วนใหญ่เป็นคนเมืองเพิ่งเข้าป่า)  ครกก็มีอยู่แล้วสหายทิ้งไว้ให้
ช่วงนั้นผมกับสหายอีกสองคนชวนกันไปถ้ำน้ำลอด ตั้งใจไปจับปลา  พอเข้าไปเห็นความงามของหินงอกหินย้อย  ความตั้งใจเดิมลดลงจนจับปลาไม่ได้สักตัว  ปากถ้ำด้านตรงข้าม มีเรือเก่าๆวางอยู่  พอออกจากปากถ้ำเป็นสายน้ำใหญ่หน่อย  สภาพด้านโน้นคล้ายมีมวลชนขึ้นมาถึงเราจึงไม่เดินต่อออกไป

รูปนี้เป็นลานจอดรถหน้าถ้ำภูผาเพชร   ตัวไร่ ตัวค่ายเก่าอยู่ทางไร่ไม่รู้แล้ว  เห็นสหายที่อยู่แถวนั้นบอกตรงด้านหน้าที่รูปนี้นั้นแหละ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: bluehawai ที่ 23 พฤศจิกายน 2006, 12:59:04 PM
ป่าพน เมื่อครั้งแรกเดินผ่านเมื่อครั้งที่กองร้อยที่หนึ่งไปปฏิบัติหน้าที่ ทางสตูลครั้งแรกมีต้นพนเต็มไปหมด เหมือนต้นตาล แต่มีหนามแหลมตามลำต้น เอาลำต้นมาทำที่พักได้ ตอนนั้นยังไม่มีค่าย จะไปสตูลต้องเดินผ่านถ้ำที่อย่ด้านข้างของถ้ำภูผาเพชรที่ทุกคนพูดถึง ภูผาเพชรใหญ่อยู่ด้านบนกว้างใหญ่เป็นสนามฟุตบอลภายใน หินงอกหินย้อยเป็นเพชรแวววาวสวยงามมากๆๆๆ
 
     ภายหลังหน้าถ้ำนี้เห็นว่าเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมในการเดินไปท่าออก ไปท่ามนังได้ง่ายจึงมาการสร้างค่ายพำนักอยู่และเป็นที่เปิดโรงเรียนการเมืองการทหาร
ได้ยศนายร้อยกันไปหลายคน   หากเป็นโรงเรียนทหารด้านนอกก็คงประดับยศกันไปแล้ว หลายๆดาวล่ะ   และที่นี่เป็นที่พักพิงเวลาขนส่ง  จำได้ว่าเคยมาทำไร่ที่นี่ซึ่งเป็นหน่วยการผลิตเพื่อเลี้ยงเขตสองด้วย มีผู้เต่าอยู่สองคนที่ดูแลไร่ ที่หน้าถ้ำที่ห่างไปจากที่พัก บริเวณนี้จะอุดมสมบูรณ์มากเวลาผู้เต่าปลูกกระหล่ำจะได้หัวใหญ่มาก ๆสัปรดหัวใหญ่จนยกไม่ไหว ที่อุดมสบูรณ์มากเพราะดินชุ่มชี้นมีมูลค้างคาวมากมาย เพราะที่ราบหน้าถ้ำเป็นที่ราบกว้างใหญ่  หากเป็นปัจจุบันคงขุดมูลค้างคาวมาขายได้เงินมากมาย แต่ คงหมดแล้วณ วันนี้เพราะหลังจากไม่มีพวกเราป่าเขาถูกทำลายเกือบหมดสิ้น ในทุกพื้นที่

ยังมีอีกเขตป่าพนจะมีแนวเขาเป็นทิวยาวเป็นกำแพงตระหง่านจะไปสตูลต้องขึ้นเขานี้  เขาสูงเป็นผาผาชันมาก  ชันจริงๆๆเพราะถ้าไปขนส่งห้ามมองกลับลงมาจะหวาดเสียวมาก แต่พวกเราก็ผ่านมาแล้วที่หน้าผานี้ด้านล่างจะเป็นแอ่งใหญ่มาก และยังบริสุทธิ์ไม่เคยมีใครเข้ามาถึงแต่สหายกองร้อยหน้าที่หลักรบหน้าที่รองขนส่ง  เขาสูงแค่ไหนก็ไปเอาเสบียงมาให้ชาวองค์การได้

ครั้งหนึ่งกองร้อยเคยพักกันใก้ลน้ำตกแห่งนี้    นักรบของเราคนหนึ่งมีความสามารถในการจับปลาเขาไปที่ที่น้ำตกแล้วยิงปลาอวดด้วยฉมวกได้ตัวหนึ่งใหญ่มากรอบๆเอวของปลาความยาวของตัวปลาเท่าความสูงของคน เกล็ดเท่ากับ เหรียญห้าบาทสมัยนั้น และปลาหนึ่งตัวเท่านั้นเลี้ยงคนได้หนึ่งกองร้อยเลย  ไม่เคยเห็นปลาอวดอะไรจะใหญ่เท่านี้   แต่นักรบท่านนี้จะยิงปลาได้ก็โดนปลาสบัดหางฟาดหูช้ำไปหลายวัน สหายคนนี้ไม่รู้อยู่ที่ไหนแล้วนะ คิดถึงนะ
 


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 24 พฤศจิกายน 2006, 00:14:19 AM
ความงามของถ้ำน้ำลอด
จากวันนั้นถึงวันนี้ไม่มีเปลี่ยนแปลงยังเหมือนเดิมทุกอย่าง
ทางการไม่ได้ส่งเสริมให้เข้าไปเที่ยวข้างใน
อาจจะมีความยุ่งยากมากเกี่ยวกับการกำหนดสภาพภูมิอากาศ 
ความปลอดภัยจากน้ำป่า    และธรรมชาติอื่นๆ
ที่จริงมีภาพถ่ายจากการเข้าเยือนในครั้งนั้นหลายภาพอยู่
แต่ตอนนี้หาไม่พบหาพบแล้วจะนำมาให้ชมกัน
ในตอนแรกก็ถือกล้องถ่ายรูปกันไปอย่างดีด้วยความสวยงามและระลึกถึงความหลังบางช่วงเป็นทราย
บางช่วงเป็นน้ำท่วมตาตุ่ม
บางช่วงแค่เอวยิ่งเดินไปสิบกว่านาที ยิ่งเดินยิ่งลึกต้องเอากล้องซึ่งเป็นกล้องแบบเก่าอันก็ใหญ่
เจ้าลูกชายเพิ่งแอบขอเงินพ่อซื้อมาซ่อนไว้ในซอกหินตอนนั้นน้ำก็ถึงคอแล้ว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 24 พฤศจิกายน 2006, 01:18:54 AM
ตอนนั้นคิดว่ากลับมาจะหาเจอไหมนี่ 
ในถ้ำมืด หินงอกหินย้อยก็คล้ายๆกัน
 พอดีมองไปเห็นเศษไม้ลอยตุบป่องๆอยู่ยาวประมาณสองฟุตกว่า
จึงนำมาเสียบไว้บริเวณเหนือขึ้นไปเพื่อหมายว่าตอนกลับจะได้มาเอา
ไม่ต้องเสียเวลาหา
 หลังจากนั้นก็เป็นการสาระวนกับการคิดหาวิธีช่วยกัน
เพื่อที่จะผ่านระยะทางข้างหน้าน้ำมิดหัวแล้วอย่างไรก็ต้องว่ายน้ำถึงจะเดินทางผ่านไปได้
ทุลัทุเลพอสมควร  ตอนนั้นมันเป็นความตื่นเต้นและเป็นห่วงกัน
 พอดีเหลือบไปเห็นไม้ไผ่สองอันลอยน้ำอยู่
ยาวอันละประมาณสามเมตรกว่าด้วยถูกน้ำแทงเข้ามาตอนน้ำหลาก
หรือด้วยมนุษย์พามาก็ดีแต่มันคือสิ่งช่วยชีวิตพวกเรา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 24 พฤศจิกายน 2006, 01:32:21 AM
มือหนึ่งถือไฟฉาย 
มือหนึ่งลากไม้ สำหรับคนว่ายน้าเป็น
 แล้วไปหาที่เกาะพนังหินงอกหินย้อย เป็นช่วงๆ
 แล้วให้คนว่ายน้ำไม่แข็งหรือไม่เป็นเกาะไม้แล้วเกาะพนังหินไปเรื่อยๆ
โดยมีคนส่องไฟให้และยื่นมือจับดึงกันไปเป็นช่วงๆจนครบทุกคน
พวกเราก็เดินทางต่อหลังจากต้องข้ามน้ำในถ้ำมืดเป็นระยะทางประมาณสามสิบเมตร
เดินมาอีกไม่ถึงห้านาที
ก็มีเสียงบอกว่าเห็นแสงแล้วนั่นคือ
เราได้มาทะลุปากถ้ำอันเป็นค่ายเก่า
ค่ายป่าพน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 24 พฤศจิกายน 2006, 08:28:23 AM
ตื่นเต้นจังหู ย้อนรอยค่ายป่าพนของป้าป่าพน
น้องZeenเจอกล้องหรือเปล่าเนี้ย :-[

(http://static.flickr.com/115/304584215_d1b9460ba6_o.jpg)

ภาพนี้ผมได้มาจากลุงหมอปรีดาตอนทำหนังสือบนเส้นทางฯVer1 เสียงว่าเป็นค่ายสูงของเขต 1
ใครเคยผ่าน เคยอยู่ เล่าให้ฟังหน่อยครับ ผมจำไม่ได้เลยนิ ป้าปุ้ย ลุงหมอ  ป้าป่าพน น้าBlue ลุงเรดฯ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 24 พฤศจิกายน 2006, 08:38:34 AM
อีกภาพหนึ่งครับ ลำกุมในวันนี้

(http://static.flickr.com/121/304584231_8a07015a54_o.jpg)

พูดถึงการไปท่าออก(เขต ๓) ถ้าลงทางในเตาต้องเดินในห้วยลำกุมนี่แหละครับ
นำใสใหลเย็น มีตะใคร่น้ำจับบนก้อนหิน เดินผิดเหลี่ยมเมื่อไร ต้องเปียกปอนทุกที

วันนี้สายห้วยนี้คงจมในอ่างเก็บน้ำนี้เสียแล้ว
ท่านใดได้ไปเที่ยวชมมา วานเล่าหน่อยเถอะขอรับ ป้าป่าพน น้าพนา น้าบูล ลุงเรด ฯลฯ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 24 พฤศจิกายน 2006, 18:00:59 PM
(http://static.flickr.com/110/304855410_daca14a0c6_o.jpg)

ภาพต้นฉบับสหายเก่าจริงๆ    น่าจะเป็นภาพของกองร้อยทหารหลัก
ตามภาพแบบนี้เป็นการพูดคุยทำหนวนกันแน่ๆ
ซึ่งหลังจากผูกเปล กินข้าวแล้ว ก่อนนอนมักจะเป็นเช่นนี้เสมอๆ
โดยจะหาเยื่อไปเรื่อยๆ อย่างคุณแสงทั้งสองแสงโดยบ่อยที่สุด

การเดินทาง เดินทัพ ค่ำไหนนอนนั่น ทำเลที่พักพล น้ำท่าไม่ต้องห่วงกันเลย
ฝากฝังไว้กับสหายชนบทหมดเลย มองควนลูกต่อไปออกว่าจะขนาดไหน

อยากผูกเปลนอนอย่างนี้สักอาทิตย์ แต่ไม่พาปืนนะ ;D มันหนัก
 :D :D :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 24 พฤศจิกายน 2006, 18:11:00 PM
(http://static.flickr.com/115/304855431_107466ac51_o.jpg)

สำหรับวันนี้ขอฝากภาพคุณลาศ กับการแสดงชวนหัว
ตอนทหารหลักเดินทัพมาที่เขตสาม รู้สึกว่าจะเป็นงานเจ็ดสิงหา
คุณลาศ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง หมดชีวิตอันเยาว์ของเธอไว้ที่เขาบรรทัด

อีกไม่นาน ท่านจะได้อยู่ในที่อันสมเกียรติ สมศักด์ศรี ของลูกไทย
ณ  อนุสาวรีย์ร้อยดวงดาว...


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: old clumsy ที่ 24 พฤศจิกายน 2006, 19:43:06 PM

ชัยอ้น  โต๊ะหีม...!!


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 24 พฤศจิกายน 2006, 22:09:55 PM
มีโอกาสได้ไปเยือนในเตา ห้วยใส ห้วยยอด ปีที่แล้ว ธรรมชาติยังสมบูรณ์มาก

(http://static.flickr.com/115/299415058_d9d37048f0.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 24 พฤศจิกายน 2006, 22:15:59 PM
น้ำในห้วยใสแจ๋ว

(http://static.flickr.com/105/304955533_8ffc4de1cf.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 24 พฤศจิกายน 2006, 22:20:44 PM
ห้วยใส

(http://static.flickr.com/112/304955529_3667073e59.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 24 พฤศจิกายน 2006, 22:28:00 PM
น้ำสีดั่งมรกตเชียวละ

(http://static.flickr.com/99/304955528_547c106be3.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 24 พฤศจิกายน 2006, 22:35:40 PM
สวนยางพาราหลังบ้านมีกล้วยไม้ป่าด้วย

(http://static.flickr.com/106/304955527_fe92118f2d.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 24 พฤศจิกายน 2006, 22:43:56 PM
แบบนี้มีเยอะ   แจกกันแทนของชำร่วย

(http://static.flickr.com/109/304955526_a31ece0a5f.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 24 พฤศจิกายน 2006, 23:06:55 PM
หลักฐานการส่งมอบ

(http://static.flickr.com/115/304993712_8fb8273775.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 25 พฤศจิกายน 2006, 13:04:44 PM
มันยังรอดอยู่หรือเปล่าคะ
 ตามไปดูหลักฐาน นำของป่าออกนอกเขต
 ::) ;) :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 25 พฤศจิกายน 2006, 13:22:57 PM
อ้น(คุณราช)
ภาพของเธอยังติดตา  ติดความทรงจำของเราเสมอ
เธอเป็นสมาชิกค่ายแม่แฮคี้รุ่นแรกๆ"ค่ายฝึกกำลังคน"
เธอได้หล่อหลอมความคิดของเธอเพื่อมวลชนเพื่อความเสียสละ
 สร้างความรัก  ความสามัคคีในหมู่เพื่อน
 ไม่เคยมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน
ในเชื้อชาติ  ศาสนา   เธอนับถือศาสนาอิสลาม
เธอมีจิตใจเปี่ยมล้นด้วยคุณธรรม
 ไม่เคยขัดอกขัดใจใคร   
 ช่วยเหลืองานส่วนร่วมด้วยความเต็มใจ
แม้วินาทีสุดท้ายในการสู้รบที่บ้านโหลน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัดชอบมากเลย..ทำไงจะได้มั่ง ของชำร่วยแบบนี้....
เริ่มหัวข้อโดย: salt ที่ 25 พฤศจิกายน 2006, 20:26:36 PM

 :o :o :o

หมายถึง..ต้องมีเยอะ..นะ แบบว่า งกอ่ะ.....ชอบมากๆ....ตอนนี้ที่บ้านมีอยู่แค่ ๔ ต้น ยังเล็กอยู่และไม่สวยอย่างนี้.....

 ::) ::) ::) ::)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 25 พฤศจิกายน 2006, 21:13:55 PM
ได้ที ;D

ชวนป้าเกลือล่องใต้กันครับ :D :D :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: ด่างทับทิม ที่ 25 พฤศจิกายน 2006, 21:45:26 PM
ดีจังเลยครับ  ถ้าลุงเอทีเอ็มจะไปใต้ ;D ;D วันนี้ชาวทับสะแก ประจวบคีรีขันฑ์กำลังชุมนุมคัดค้าน

โครงการโรงไฟฟ้า  ๖๐๐๐  เมกวัตต์    ซึ่งใหญ่โตคับด้ามขวานทอง  เมื่อหลายปีก่อนชาวบ่อนอก

คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ๗๐๐ เมกวัตต์  บ้านกรูด ๑๔๐๐ เมกวัตต์  ยังต้องสู้กันเป็นสิบปี

ชาวทับสะแกโชคดีจะได้เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าขนาด ๖๐๐๐ เมกวัตต์   ในโอกาสที่ลุงเอทีเอ็ม

ก็คัดค้านปิยะสวัสดิ์เพื่อนเก่าของเจริญ วัดอักษร  ถ้าไปใต้  เวลาผ่าน บ่อนอก  อย่าลืมแวะชวน

พรรคพวก  ;D ;D ;D    ไปร่วมคัดค้านปิยะสวัสดิ์และโรงไฟฟ้าทับสะแกด้วย  เดี๋ยวเขาจะหาว่า

ผ่านมาแล้วทำไมไม่แวะ ::) ::) ::) ::)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 25 พฤศจิกายน 2006, 22:26:28 PM
เจ้าภาพทราบแล้วเปลี่ยน ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 25 พฤศจิกายน 2006, 22:45:19 PM
ของแถม

(http://static.flickr.com/119/304993714_6516e5f2a2.jpg?v=0  http://static.flickr.com/110/304993713_736eabeb62.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 25 พฤศจิกายน 2006, 22:48:35 PM
อีกภาพ

(http://static.flickr.com/110/304993713_736eabeb62.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Rocky ที่ 25 พฤศจิกายน 2006, 22:51:59 PM
ร็อคกั้    รับทราบครับ แล้วจะขี่ม้าหกศอกไปบอกลุง DJ . ให้นะครับ ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 25 พฤศจิกายน 2006, 23:00:02 PM
หางช้าง


(http://static.flickr.com/121/305740892_925b978f0c.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 25 พฤศจิกายน 2006, 23:03:56 PM
ที่เห็นกระถางเล็กๆ
ชำไว้สำหรับผู้มาเยือน ;D

ไปเที่ยวก่อนติดรถเพื่อนไป
ไม่งั้นเจ้ากอใหญ่ที่เห็นได้ไปท่องบรูพาแล้ว ฮิๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 26 พฤศจิกายน 2006, 00:33:04 AM
.ใช่ต้นที่เรียกว่าเพชรหึงหรือเปล่า
เคยเห็นดอกหรือเปล่าคะเห็นว่าสวยมากเลย 
หรือป่าพนโดนเขาหลอกอีกแล้วนี่
 เขาปลูกในดินหรือปลูกกาบมะพร้าวคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: salt ที่ 26 พฤศจิกายน 2006, 06:02:06 AM
 ;D ;D ;D
ใช่ค่ะ..แถวบ้านป้าเขาเรียกต้น..เพชรหึง....ของป้าซอท์ล มีกระถางหนึ่ง..มีอยู่ห้าหรือหกต้นนี่แหละ..แต่ยังเล็กอยู่......





หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 26 พฤศจิกายน 2006, 20:18:17 PM
ลุง atm เล่นเอาของชำร่วยหายากมาถางทางอย่างนี้
ถ้ามีเวลาลงใต้ต้องกระซิบเจ้าบ้านที่เลี้ยงไว้ เป็นร้อยๆต้นแล้ว

แต่สงสัยตรงชื่อ เพชรหึง ไม่รู้ว่าสายพันธุ์นี้จะดุตามชื่อหรือเปล่า
 ;D ??? ???

นั่งคุยกับคุณลุงสามารถเกือบเช้า ตื่นขึ้นมายังคุย คุยๆๆ
ลุงเล่าว่านักศึกษาเข้าที่สงขลาเป็นร้อย เพราะเป็นเขตงานใกล้เมืองหาดใหญ่
นั่งรถชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว (เขตลุง atm เขตป้าบ๊วย เดินทางแรมเดือน)
ผมว่าฟังลุงสามารถเล่าดีกว่า  ;D จะรอฟังครับผม


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 26 พฤศจิกายน 2006, 22:02:59 PM
คั่นเวลารอลุงสามารถ

ดูรูปของเพื่อนบ้านไปก่อนนะครับ
เขาปลูกบนตอไม้ ต้นนี้อายุ9ปีขอรับ
เพิ่งออกดอกเมื่อปีที่แล้ว ;D :D
 
(http://static.flickr.com/114/306579809_4c070863a5.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 26 พฤศจิกายน 2006, 22:38:45 PM
ทุเรียนยักษ์ต้นนี้ใครเคยกินลูกมันบ้าง

(http://static.flickr.com/100/304955530_595686c071.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 26 พฤศจิกายน 2006, 22:56:30 PM
(http://static.flickr.com/119/306579841_b4df3c857b_o.jpg)

ภูบรรทัด คือเทือกเขาอะไรครับลุง ป้า


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 26 พฤศจิกายน 2006, 23:05:27 PM
(http://static.flickr.com/120/306579776_f27b6cd64f_o.jpg)

ในภูเขา ป่าไม้ทางใต้จะเป็นแบบนี้ ทากจังหู  ซื้น เปียกๆ มีใบไม้หล่นทับกันหลายชั้นหน่อย ชอบนัก มหาทาก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: salt ที่ 26 พฤศจิกายน 2006, 23:19:30 PM
 :o :o :o :o :o :o
ววววาวววว..เจ้าต้นเพชรหึง....โอ้ววว...ดอกสวยมาก...อย่างนี้ค่อยมีกำลังใจเลี้ยงหน่อย แต่ว่าของป้าซอท์ลต้นสองคืบเอง.....เมื่อไรจะได้ดอกนิ?????........


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: bluehawai ที่ 27 พฤศจิกายน 2006, 13:10:42 PM
ฝากลุงกาจเอามาให้ ๑ ต้นด้วยนะป้าดวงแพงมาที่เขาขายไม่มีตังซื้ออยากเลี้ยงจัง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: old clumsy ที่ 27 พฤศจิกายน 2006, 18:35:10 PM
เพชรหึง..ไม่ใช่ว่าน แต่เป็นกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  :o พบตามป่าดิบชื้น บนคบไม้ ตอไม้  กิ่งไม้สูงๆ
ทางใต้มีมาก เรียกว่าต้นหางช้าง..เพราะรูปร่างเหมือนหางช้าง  ที่มีมากคือแถบสุราษฏร์  ฯ  เขาพนมเบญจา  คลองศก ป่าพะโต๊ะ  เขาพับผ้า เขาหลวง  และป่าดิบอีกหลายๆแห่ง
แต่ความจริง  ทางอีสานก็มี ตะวันออกก็มี ..เหนือ ไม่แน่ใจ

คนทางใต้ที่ชอบต้นไม้  มีเกือบทุกบ้าน  ปลูกในเข่ง ในท่อ ปลูกใส่โอ่งไว้กลางแดด ใต้ร่มไม้ 
จะให้ออกดอกต้องถูกแดด...

ดอกสีเหลือง ลายประแต้มน้ำตาลแดง...ดอกใหญ่ ก้านดอกงอกจากพื้น....

แต่ถ้าต้นไหนออกดอกมาสีขาว (เผือก) ราคาจะไปอีกหลายเท่าตัว

ปัจจุบัน มีการนำกล้วยไม้นี้ไปเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ...ได้ต้นไม่ใหญ่มาก ลูกกล้วยดูสั้นๆ ป้อมๆ..ใบไม่ยาวมาก
ผิดกับที่ออกมาจากป่า หรือที่อยู่ตามบ้านทางใต้ ต้นสูง ใบยาว  ....คนนิยมกว่าเพาะเนื้อเยื่อ จึงมีการซื้อหน่อในราคาแพง

ข้าพเจ้าได้มาสองกระถาง จากชุมพร และ จากจตุจักร( ตรัง) เป็นแบบต้นยาวใบยาว  เลี้ยงมา 3 ปี  ไม่เคยเห็นดอกเลย.. ;) เหมียนกัลล์  แต่สันนิษฐานว่า  ปีนี้น่าจะได้เห็น ;)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: salt ที่ 27 พฤศจิกายน 2006, 18:44:41 PM
 ;D ;D

สงสัยของป้าซอท์ลจะเป็นไอ้ที่เขาเอามาปั่นเนื้อเยื่อแน่ๆ เพราะ....ต้นไม่ใหญ่มาก ลูกกล้วยดูสั้นๆ ป้อมๆ..ใบไม่ยาวมาก.....ทำไหงจะได้พันะแท้จากป่าบ้างโนะ....เอาแบบในรูปอ่ะ..แห่ะ..ๆๆ...แบบว่างกอ่ะ.....


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 27 พฤศจิกายน 2006, 20:23:31 PM
ครั้งที่แล้วไปชาวบ้านบรรจงขุดมาให้หนึ่งหน่ออ้วนมาก
  มันมากระเด็นกระดอนกลางถนน
ก็ยังกลับไปถึงได้ปลูก
ไม่รู้ว่าเขาปลูกเหมือนกล้วยไม้เป็นอันว่า
เน่าตายเรียบร้อย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 28 พฤศจิกายน 2006, 00:04:21 AM
ลุงไปถ่ายรูปต้นทุเรียนต้นไหนมา
คงไม่ใช่ต้นที่เขตสามแน่เลย
เพราะต้นนั้นสูงไม่แพ้ต้นนี้เหมือนกัน
ยังไม่ทันสว่างดีจะมีเสียงดังสวบสาบๆทุกเช้า
ใต้ต้นทุเรียนซึ่งอยู่ใต้ลงไปจากที่พักของทัพ
ในช่วงฤดูกาลทุเรียนแก่พอดี
ไม่เคยลงไปหาเพราะลงไปก็คงหาไม่เจอแน่เลย
แต่ก็ได้ลิมรสหวามหอมแต่เนื้อน้อยมาก
ต้องไปขนส่งจึงจะได้ล้อมวงฉีกทุเรียนกินกันเป็นกองๆ
นึกถึงภาพเปลื้อกทุเรียนที่๖-๗คนกำลังหิวนั่งฉีกทุเรียนที่มีเนื้อติดเม็ดนิดเดียว
กินจนอิ่มจะมีกองขนาดไหน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 28 พฤศจิกายน 2006, 00:55:59 AM
ยังติดใจเจ้าต้นเพชรหึง
ในรูปที่มีดอกงดงามของจริง
จากไหนคะลุง
อยากเห็นมากเลย
ฤดูการออกดอกช่วงไหนคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 28 พฤศจิกายน 2006, 17:11:07 PM
บ้านตุลาช่วงนี้คึกคักน่าดูนะครับ
เดือนพ.ย. แล้ว อีกไม่กี่วัน ก็ ๑ ธันวาคมแล้ว
เป็นที่ครบรอบการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยปีที่ ๖๔
จะขอนำบรรยากาศเก่าๆ ในกองทัพฯมานำให้ชมกันอีกครั้งหลังจากที่ลงไปแล้วในบอร์ด v.1

(http://photos12.flickr.com/17958888_c764d7631b_o.jpg)

ย้อนหลังไปปี ๒๕๒๑-๒๒

พ่อแก่สิน ท่านที่นั่งมวนยาสูบ กำลังเล่าเรื่องการเคลื่อนไหวของสหายในยุคแรก
ซื่อพ่อแก่ท่านเป็นแกนนำชาวนาคนแรกแห่งบ้านสังแกละ

การขยายตัวของการจัดตั้งแกนชาวนาที่เขาเจียกนี้ได้ขยายไปจนเชื่อมกับชุมชนบ้านสังแกระซึ่งทำการเคลื่อนไหวลับๆอยู่แล้ว
และสามารถสร้างแกนในถิ่นนี้เพิ่มขึ้นเป็นชุดแรกของหน่วยนี้อีกเช่นกัน ซึ่งประกอบด้วย ลุงสิน (เป็นมวลชนคนแรกที่เข้าป่า
เมื่อมีการก่อตั้งกองทัพเขต ๐๗) คุณเจิม (นายเจื่อน ด้วงช่วย)  และคุณแสง ต่อมาก็สามารถขยายเพิ่มได้อีก
อาทิเช่น  คุณนวล  คุณน้อย (สหัส ขุนฤทธิ์มนตรี) และคุณเอื้อน ลุงสิน (พ่อแก่สิน) เป็นชาวนาที่ยากจนมาก 
มีภรรยาชื่อป้าเลี่ยน อยู่กับบุตรสาว  มีนาแปลงเล็กๆอยู่หน้าบ้านแปลงหนึ่ง  แต่ทำนาได้ข้าวไม่พอกินจึงต้องทำขนมลอดช่อง
ขายเพื่อเอาเงินไปซื้อข้าวให้พอกินตลอดปี เวลาทำนาต้องอาศัยน้ำฝนแล้วเหยียบหญ้าให้จมเน่าเสียก่อนจึงหว่านข้าว
ลุงสินไม่เคยใส่เสื้อและรองเท้า จะมีเสื้อเพียงตัวเดียวเอาไว้ใส่เวลาเดินทาง บางครั้งใช้ผ้าชุบ (ผ้าขาวม้า) คลุมแทนเสื้อ
และไม่ชอบอาบน้ำ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 28 พฤศจิกายน 2006, 17:14:44 PM
ลุงสิน

เป็นที่พึ่งทางใจของปัญญาชนรุ่น ๖ ตุลามากที่สุดคนหนึ่ง ในเรื่องของการหล่อหลอมดัดแปลงตนเอง
และแก้ปัญหาความคิดยามว้าเหว่คิดถึงบ้าน ความที่ถูกจัดตั้งโดยคุณเสถียร อดีตปัญญาชน
จึงทำให้ลุงสินมีภาพที่ดีของปัญญาชนอยู่ในใจและเชื่อว่าปัญญาชนดัดแปลงตนเองได้
และเนื่องจากเป็นคนแก่ที่สุด (ในขณะนั้น) ที่ใกล้ชิดปัญญาชนมาก
รวมทั้งมีประสบการณ์ในการศึกษาคนมามาก
ทำให้เขามีส่วนในการคัดสรรปัญญาชนเพื่อไปบรรจุในหน่วยงานต่างๆ
และผู้คนที่ถูกคัดเลือกไปก็มักจะไม่ทำให้ลุงสินผิดหวังเลย

(http://photos12.flickr.com/17959292_f9d19d1058_o.jpg)

เหล่าปัญญาชน ๖ ตุลา จึงนิยมเรียกลุงว่า “พ่อแก่สิน” มากกว่า และในปีสุดท้ายของชีวิต
อดีตปัญญาชนกว่า ๑๐ คน ยังไปอาบน้ำสงกรานต์ให้พ่อแก่สินร่วมกับอดีตสหายเก่าในชนบทหลายคน
โดยสายตาที่ฝ้าฟางได้แต่บ่งบอกให้รับรู้ถึงความ....

ตอนนี้ท่านเสียชีวิตแล้ว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 28 พฤศจิกายน 2006, 17:33:46 PM
ในป่าเขาลำเนาไพรที่ภูบรรทัด จะมีธรรมชาติอันสวยงาม
พอประโลมใจเหล่าทหารลูกหลานประชาชนให้มีความสุขยามท้อแท้


(http://static.flickr.com/105/308537573_c608b6611a_o.jpg)

สายธาร ไหลอ้อยอิ่ง ลดหลั่นกันไป  อยู่เขตใหนครับ



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 28 พฤศจิกายน 2006, 17:51:26 PM
(http://photos13.flickr.com/18314004_0e61e0c47d_o.jpg)

ภาพครอบครัวชนเผ่าเงาะซาไกที่อาศัยอยู่ในป่าดงดิบลึกทางภาคใต้ของไทยเรา
อดีตเคยมีลูกหลานของเขาเข้าร่วมขบวนการปฎิวิติไทยโดยการนำของกองทัพปลดแอกแห่งประเทศไทยมาแล้ว
ปัจจุบันพึงใจในการอาศัยตามวิถีชีวิตดั่งเดิมของบรรพบุรุษ ไม่มีธนาคาร ไม่มีนายทุน ไม่มีโกดังกักตุน
ไม่มีคลังยารักษาโรค เจ็บไขได้ป่วยยามใดก็อาศัยพรรณไม้ในป่าลึกต้มกินพอหายขาดจากโรค
ยามหิวก็ขุดเผือกมันเผากิน โชคดีกว่านั้นก็กินกับสัตว์ป่าที่ล่ามาได้โดยใช้เพียงลูกดอกอาบยาป่าเท่านั้น


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 28 พฤศจิกายน 2006, 17:52:59 PM
(http://photos14.flickr.com/18314033_3646efc3e1_o.jpg)

ยุคโบราณมนุษย์ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในป่า  ใช้ผลิตภัณฑ์จากป่าเพื่อการดำรงชีวิต 

ป่าภาคใต้ของประเทศไทย ทุกวันนี้ก็พบว่ายังมีมนุษย์โบราณเผ่าหนึ่งที่เรียกว่า “ ซาไก “   
หรือภาษาพื้นเมืองภาคใต้เรียกชนเผ่านี้ว่า “ เงาะ “  หรือ   “ เงาะป่า “ 
อาศัยอยู่และกระจัดกระจายเป็นกลุ่ม ๆ ในเขตจังหวัดตรัง พัทลุง สตูล ยะลา และนราธิวาส
นับเป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศที่ยังใช้ชีวิตแบบโบราณ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 28 พฤศจิกายน 2006, 17:55:04 PM
“ เทือกเขาบรรทัด “ 

ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของชนเผ่าซาไกกลุ่มหนึ่ง ที่เรียกว่า “กลุ่มแต็นแอ็น”
โดยแยกเป็นหลายกลุ่มย่อย กระจายอยู่ทั่วบริเวณนี้
   
เทือกเขาบรรทัด มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน
มีความสูงจากระดับน้ำทะเลระหว่าง 100 - 1,350 เมตร
ประกอบด้วยป่าดิบชื้น และป่าดิบเขาที่มีลักษณะเป็นหุบเขา ลาดเขา และสันเขา 
ยังพบทุ่งหญ้าและป่าละเมาะกระจายเป็นหย่อม ๆ 

(http://photos13.flickr.com/18314024_8d73b4c3af_o.jpg)

จากระบบนิเวศที่มีความหลากหลายเช่นนี้ ส่งผลให้มีพืชและสัตว์หลากหลายชนิดด้วยเช่นกัน
ทำให้ซาไกมีอาหารสำหรับบริโภคได้ตลอดทั้งปี   
และสามารถดำรงเผ่าพันธุ์ได้ตลอดมาหลายชั่วอายุคน 


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 28 พฤศจิกายน 2006, 18:00:28 PM
(http://photos13.flickr.com/18314057_a519fae2bc_o.jpg)

ซาไก มีนิสัยร่าเริง  ยิ้มง่าย  พูดตรงไปตรงมา ไม่ชอบการทะเลาะเบาะแว้งไม่ว่าจะเป็นซาไกด้วยกันเอง
หรือกับบุคคลภายนอก ไม่เคยพบซาไกทะเลาะ หรือโต้เถียงกัน แม้แต่ในเด็กเล็ก
ทุกคนจะเล่นกันด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ

ซาไก เป็นชนเผ่าที่หวงลูกหลานมาก จะนำลูกไปด้วยทุกครั้งเมื่อออกไปหาอาหาร 
ลูกที่ยังเดินไม่ได้ ซาไกจะใช้ผ้าขาวม้า หรือผ้าถุง นำมาพันรอบคอและคล้องไหล่ข้างใดข้างหนึ่ง คล้ายเป้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 28 พฤศจิกายน 2006, 18:02:59 PM
(http://photos12.flickr.com/18387076_874c8802e7_o.jpg)

บนเทือกเขาบรรทัด จะพบสภาพทางภูมิศาสตร์อย่างนี้มากมาย
ทำให้ชนเผาซาไกมีอายุยืน เฉลี่ยเกิน ๘๐ ปี
ผู้เฒ่าซาไก แข็งแรง หนังเท้าหนาพร้อมออกหาอาหารเช่นหัวมัน ล่าสัตว์บ้าง

จากการพฤติกรรม ลักษณะนิสัยของชนเผ่าซาไก ที่คอยหลบหลีกคนแปลกหน้าอยู่เสมอนั้น
อาจจะทำให้ซาไกรอดพ้นจากการผนวกไปเป็นธุระกิจมหกรรมคนดูคนไปได้บ้าง

ภาพที่บันทึกมานี้ ได้มายากมาก
ช่างภาพของเราศึกษาคลุกคลีกับซาไกแถบนี้เป็นเวลาพอสมควร
ทำให้ซาไกไว้ใจ เราจึงได้บันทึกภาพเก็บไว้เป็นประวัติได้ ต้องใช้ฟิล์มรับแสงได้ไว
เพราะซาไกกลัวแสงแฟล็ต  ถ้าใช้อาจทำให้พวกเขาไม่ญาติดีกับเราไปเลยตลอดทั้งชีวิต


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 28 พฤศจิกายน 2006, 18:05:47 PM
(http://photos12.flickr.com/18314062_2c12699d81_o.jpg)

ลูกดอกหรือบิลา

ทำจากไม้เทา เป็นพืชวงศ์ปาล์ม นำมาเหลาให้มีขนาดเล็ก
ปลายแหลม ความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร นำลูกดอกไปย่างไฟให้แห้ง จนมีสีดำ
ปลายลูกดอกยาวจากส่วนปลายประมาณ 3 เซนติเมตร  ควั่นให้มีรอยคอด
พร้อมทั้งทำจุกก๊อกจากทางระกำเสียบปลายอีกด้าน ก่อนนำไปเคลือบยาพิษ

การเคลือบยาพิษมักเคลือบหลาย ๆ ครั้ง จนได้ความเข้มข้นของพิษที่สามารถฆ่าสัตว์ได้ 
แต่ละครั้งต้องรอให้ยาพิษแห้งก่อนที่จะเคลือบชั้นต่อไป

ลูกดอกที่เคลือบยาพิษแล้วจะแยกเก็บแต่ละอันไว้ในปลอกที่ทำจากไม้ไผ่ขนาดเล็ก
ที่นำมาร้อยต่อกัน เรียกว่า “ฮันลิ”
ก่อนที่จะรวบทั้งหมดบรรจุลงในกระบอกไม้ไผ่ขนาดใหญ่ ซึ่งเรียกว่า “มะนึ” หรือ “ตะมิละ”
นำไปเก็บไว้ในที่สูง ให้ปลอดภัยจากเด็กเล็ก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 28 พฤศจิกายน 2006, 18:09:28 PM
(http://photos12.flickr.com/18387019_3662a2ad4e_o.jpg)

ระหว่างขั้นตอนการทำยาพิษ มากมักไม่ให้เด็กเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง
ส่วนคนที่ทำหน้าที่เคี่ยวและคนที่เกี่ยวข้องมักอยู่เหนือลม
หากอยู่ใต้ลมหรือสูดควันเข้าไป ทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะได้

ศาสตร์ซาไก ล่าสัตว์กับลูกดอกอาบยาพิษ

ยาพิษที่ซาไกใช้ล่าสัตว์ เป็นส่วนประกอบของพืช ๒ ชนิด

๑  อีโป๊ะ หรือด๊อก ซึ่งมีสารประกอบพวก Alpha - antiarin Beta - antiarin และ Antialloside
มีผลต่อการบีบตัวของหัวใจ

๒  เปลือกของต้นกะแหย้ง  หรือต้นมะเปี๊ยะ    ซึ่งมีสารประกอบพวก strychnine
มีผลต่อการหดตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้สิ่งมีชีวิตเป็นอัมพาตและสียชีวิตได้

กรีดเปลือกต้นอีโป๊ะจะใดน้ำยางสีขาวขุ่นไหลออกมา รองรับด้วยตะกร้าใบชิง 
เมื่อได้น้ำยางในปริมาณตามต้องการแล้ว จึงนำไปเคี่ยว

ซึ่งการเคี่ยวจะใช้ตะกร้าใบชิงอีกใบ บรรจุน้ำ ตั้งไฟให้เดือด เทน้ำยางอีโป๊ะลงไปผสมกับน้ำ
พร้อมทั้งนำเปลือกของต้นกะแหย้ง หรือมะเปี๊ยะ ที่ขูดไว้ลงไปผสม รอให้เดือด
จึงใช้ไม้คนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งน้ำยางมีความเหนียวเคลือบปลายลูกดอกได้
สังเกตได้จากน้ำยางเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

น้ำยางอีโป๊ะที่เคี่ยวเสร็จแล้ว จะเก็บไว้ในกระบอกไม้ไผ่ วางให้พ้นมือเด็ก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 28 พฤศจิกายน 2006, 18:11:27 PM
ซาไกผู้มาเยือน
ที่ป่าพน ได้พบพี่น้องซาไกกลุ่มใหญ่ที่สุดที่ยังคงมีอยู่บนเทือกเขาบรรทัด

วันหนึ่งช่วงประมาณบ่ายสามบ่ายสี่ ช่วงต้นปี ๒๕๒๒

ขณะที่พวกเรากำลังถางป่าเพื่อบุกเบิกเอาที่ดินทำไร่ อยู่ๆก็มีเพื่อนซาไกปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบๆ โดยที่เราไม่รู้ตัวมาก่อน ไม่มีเสียงเหยียบป่า กิ่งไม้หัก ใบไม้ถูกเสียดสี หรือการวิ่งตกใจของสัตว์ หรือมีกลิ่นอะไรเป็นพิเศษ ให้เราได้เห็น ได้ยิน  นิยามคำว่าเงียบกริบเพิ่งซึมซับกิริยาของคำนี้ จากการปรากฏตัวในป่าทึบของพี่น้องซาไกกลุ่มใหญ่วันนั้นเอง แรกๆที่เราเห็นเพียงคนสองคนและพวกเราบางคนร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นและตกใจ แล้วเราค่อยๆเห็นกลุ่มของพวกเขาทั้งหญิงและชายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งเดิน ทั้งกระเตง ทั้งเกาะอก และเกาะหลังรวมๆกันแล้วประมาณ ๔๐ คน ปรากฏตัวและเปลือยกายล่อนจ้อนตามวิถีดั้งเดิมของพวกเขา มีอยู่บางคนเท่านั้นที่มีใบไม้หรือเศษผ้าปิดบังอวัยวะเพศบ้าง แต่ส่วนใหญ่ไม่มี

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้มีโอกาสพบเห็นซาไก และได้ใกล้ชิดพูดคุยและลองเป่าลูกดอก รวมถึงขอให้เขาจับผึ้งให้ ผมได้เห็นเขาไต่ขึ้นต้นไม้ไปยังรังผึ้งด้วยสองขาสองมือเหมือนกับกระรอกวิ่งขึ้นต้นมะพร้าวยังไงยังงั้น

ก่อนออกมาปรากฏกาย พวกเขาซุ่มดูเราอยู่นาน เมื่อแน่ใจว่าพวกเรา คือ “นายป่า” ไม่ใช่ “นายเมือง” (ทหารของทางการ) เขาจึงกล้าปรากฏตัวขึ้น พวกเขาเคยเรียนรู้ว่านายป่าไม่ใช่ศัตรูของพวกเขา นายป่าไม่ทำร้ายพวกเขาแต่นายป่าคือมิตรของพวกเขา ไม่เหมือนนายเมืองที่เคยยิงเขาและเอาไอ้อูกทิ้งไข่ (ระเบิด) ใส่เขา
   
ผู้นำหรือหัวหน้ากลุ่มบอกพวกเราว่าเขาชื่อเฒ่าสิงห์ หรือ “ไอ้เฒ่าสิงห์” รองลงไปคือ “เฒ่าคำ” ระหว่างเขากันเองเรียกชื่อกันอย่างไรเราไม่รู้ เราฟังภาษาของพวกเขากันเองไม่ออก เขาแทนตัวเองว่าเฒ่าหรือไอ้เฒ่า เพราะจากการได้สัมผัสกับคนในชนบทมากขึ้นสำนวนไอ้เฒ่าหรือเฒ่าได้ไปจากชาวบ้านที่หมายถึงการให้เกียรติยกย่องซึ่งกันและกัน และยกคนถูกเรียกให้เป็นหัวหน้าเหตุผลหนึ่ง และอีกเหตุผลหนึ่งการเรียกกันว่าเฒ่าหรือไอ้เฒ่าหมายถึงการคบกันเป็นเพื่อนอย่างสนิทสนมถึงขั้นเป็นเพื่อนเกลอทีเดียว

เราได้เห็นภาพของชุมชนบุพกาลที่เคยเรียนรู้ตามหนังสือมาตั้งแต่ในเมือง และได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นในป่า จากการได้สังเกตพฤติกรรมของพวกเขาเป็นเวลานานในวันนั้น เราเรียนรู้ว่าพี่น้องซาไกมีความเชื่อและปฏิบัติตามผู้นำอย่างเคร่งครัด ผู้นำมีความเสียสละให้แก่ผู้อื่นอย่างสูง สังคมของเขาให้ความสำคัญกับเด็กและผู้หญิง พวกเขาแบ่งปันอาหารและทรัพยากรอย่างเท่าเทียมและพวกเขาไม่สะสมอาหาร ได้อะไรมาเท่าไรกินหมดแล้วหาใหม่ เครื่องมือที่ใช้เป็นเครื่องมือง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อน การจับสัตว์ใช้มือเปล่าเราได้เห็นกับตาจริงๆ

หาอ่านได้ในหนังสือ บนเส้นทางภูบรรทัด หน้า ๒๑๗-๒๒๑
จากงานเขียนของ หินผา ภูบรรทัด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 28 พฤศจิกายน 2006, 21:16:02 PM
หางช้างต้นนี้อยู่ตะวันออกฮิ   ออกดอกต้นปี49
ส่วนทุเรียนไม่ทราบใช่ต้นที่ป้าป่าพนเคยชิมหรือเปล่า
ใครทราบตอบด้วย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 29 พฤศจิกายน 2006, 01:20:06 AM
ของลุงแน่เลย ;Dไม่กล้าขอหรอก
ดอกบานทนไหมคะ  ช่อดอกขึ้นทุกต้นไหมคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 29 พฤศจิกายน 2006, 01:52:40 AM
คุณพฤกษ์
สหายจากเผ่าซาไก(เงาะป่า)นักล่าประจำเขตป่าพน
ยิงปืนแม่นเป็นจับวางยิงหมูได้ครั้งเดียวถึง สี่ตัว
ค่ายนี้อุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง
เนื้อสัตว์ ปลา ผัก มะละกอ  สัปรด เผือก  กล้วย  ถั่ว 
  ลูกมะอึกยักษ์(ผลเท่าส้มเขียวหวานขนาดใหญ่)อร่อยมาก 
 เนื้อมาก  เมล็ดน้อย ไม่เคยเห็นในท้องตลาด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 29 พฤศจิกายน 2006, 21:14:10 PM
ให้ดูอีกรูป ป้านับเอาเองนะครับ

ป้าไม่ต้องขอ  ผมยังไม่มีสักต้น
ต้องขอยืมมือป้าช่วยไปถือที่ห้วยใสให้ผมด้วย
(http://static.flickr.com/110/309488021_a65f77ac5f.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 30 พฤศจิกายน 2006, 21:57:05 PM
ของฝากจากในเตา มาอยู่บูรพาแตกหน่อใหม่

(http://static.flickr.com/102/310289925_1308412cba.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: แสนไชย ที่ 30 พฤศจิกายน 2006, 22:04:02 PM
พรุ่งนี้เป็นวันวางศิลาฤกษ์อนุสรณ์สถานภูบรรทัดใช่ไหมครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 30 พฤศจิกายน 2006, 22:33:04 PM
ใช่ครับ  ผมไม่ได้ไปเพราะใกล้กับผาจิมาก
โอกาสหน้าต้องไปให้ได้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: salt ที่ 01 ธันวาคม 2006, 09:02:28 AM
 ;D ;D ;D
สองภาพข้างบนนั่น..กระต้นต่อมงกพืชพันธุ์แมกไม้ของป้าซอท์ลจริงจริ๊ง.....เล้ยยยย

(http://www.2519me.com/NTOctober/NTOctober/NTOcontent/NTOpic3/JB003.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Chontai ที่ 01 ธันวาคม 2006, 09:10:30 AM
นักรบจากภูบรรทัดไม่เพียงแต่สร้างเกียรติภูมิเฉพาะเขตภูบรรทัด

แต่ยังได้หนุนช่วยด้วยปฏิบัติการที่เป็นจริง   ด้วยการสนับสนุนบุตรหลานที่ดีเลิศจำนวนมากสู่เขตงานภาคเหนือ

และในการถอยทัพจากเหนือสู่ภาคกลางและใต้ตอนบน   ลูกหลานภูบรรทัดจำนวนไม่น้อยก็ยืนหยัดพิทักษ์พรรคจนเวลาสุดท้าย

เนื่องในวันวางศิลาฤกษ์ของนักรบภูบรรทัด

ขอสดุดีนักรบทุกผู้คนแห่งภูบรรทัดด้วยคน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: salt ที่ 01 ธันวาคม 2006, 09:12:47 AM
 ;D ;D ;D

สดุดีนักรบแนวหน้า

[ทำนอง เพลง น้ำลงเดือนยี่]

เสียงปืนนัดแรก ที่บ้านนาบัว
ดังไม่ขาดสายพร้อมเพลงชัยที่เราได้มา
แสงดาวยังส่อง ไม่ลืมคำมั่นสัญญา
ขอจับปืนสู้เพื่อประชา ก้าวตามพรรคคอมมิวนิสต์ไทย

ถึงฝนกระหน่ำ พายุลมแรง         
ศัตรูกำแหง ทหารแดงมิเคยหวั่นไหว
มีแต่เหนียวแน่น สู้ศึกจนได้รับชัย         
จากอีสานเหนือกลางถึงใต้ ข่าวชัยก้องกังวานดัง

งามขอบฟ้า สีทองส่องแจ้งมาใกล้     
ลำบากเพียงใด ปักใจสู้เพื่อศักดิ์ศรี
นักรบหาญกล้า อยู่แนวหน้าสู้หมู่ไพรี         
7 สิงหาย้ำเตือนอีกที สดุดีนักรบแนวหน้า

.

http://www.2519me.com/NTOctober/NTOctober/NTOsong&midi/NTOfilesongs/sadudeenugrobnawnar.htm (http://www.2519me.com/NTOctober/NTOctober/NTOsong&midi/NTOfilesongs/sadudeenugrobnawnar.htm)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 01 ธันวาคม 2006, 20:35:11 PM
1ธันวาเวียนมาถึงวันนี้
เราขอสดุดีฉลองชัยด้วยใจศรัทธา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 01 ธันวาคม 2006, 20:42:52 PM
             

  ธงแห่งพรรคสะบัดพริ้วเหนือทิวเขาบรรทัด

เรานักรบปฎิวัติยืนตระหง่าน

ยืนหยัดสู้ทำสงครามอันยาวนาน

เสียสละกล้าหาญ  ไม่สะท้านผองภัย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Mai - Econ ที่ 02 ธันวาคม 2006, 00:00:01 AM

  ในโอกาสวางศิลาฤกษ์อนุสรณ์สถานแห่งภูบรรทัด
   วันที่ 1  ธันวาคม 2549  ขอสดุดี  นักรบกล้าแห่งภูบรรทัด 
     :'( :'( :'( :'( :'(


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 02 ธันวาคม 2006, 16:16:12 PM
 :D ภูบรรทัดจะลงมือกันแล้วครับ ไม่ทราบว่าคุณลุงเห็นด้วยไหมครับ

 8) เต็มที่ครับ

 :D วางศิลาฤกษ์ วันที่ 1 ธค. นี้ครับ  ลุงดาวน์โหลดแผ่นพับดูหรือยังครับ

 8) พิมพ์ออกมาแล้ว ดูอลังการมาก

 8) จะขอร่วมสมทบซะ ?100 แต่ค่อยเอามาให้ตอนมาเมืองไทย จะได้ไหมท่าน

 :D  ขอบคุณมากครับ ตามสะดวกครับ เป็นเกียรติที่ได้ร่วมสร้างครับ

  8) เขาเรียกว่า ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตร่วมขัน 55555555

ขอบคุณอีกครั้งหนึ่งสำหรับมิตรต่างแดนที่ร่วมสร้างอนุสรณ์ฯ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: bluehawai ที่ 03 ธันวาคม 2006, 13:28:31 PM
ในการวางศิลาฤกษ์บรรยากาศในงานอบอุ่นมาก     เพื่อนพ้องน้องพี่มิตรสหายหลากหลาย แม้ไม่มากเป็นหลายร้อยแต่บรรยากาศเป็นไปด้วยความรักความอบอุ่นที่นานๆจะได้เจอกัน  เราทำให้เพื่อนของเราที่เสียสละไป  เพื่อกงล้อประวัติศาสตร์ที่ต้องถูกจารึกไว้ทุกหนแห่งที่มีสหายเหล่าวีรชน ผู้กล้าของ เรา  สายธารประวัติศาสตร์ที่ ยาวไกล  คนหลากหลายต่างเคยร่วมมันเดินเคียงกันรักกันอย่างความรักทางชนชั้น  ผูกพันกัน   บรรยากาศข้าวหม้อแกงหม้อช่างน่ารักจริงๆขนกันมามากมาย  ความจริงผู้พิมพ์ไม่ได้ไปแต่ติดตามอย่างใก้ลชิดเพราะมีภาระกิจ แต่เมื่อได้รับรายงานก็นึกภาพได้อย่างดีทีเดียว  ต่อด้วยการจัดสัมมนากลุ่มย่อยได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในการระดมทุน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 04 ธันวาคม 2006, 21:11:41 PM
วันนี้ผมทานข้าวอิ่มและอร่อยมาก ไม่เคยทานข้าวอร่อยแบบนี้มานานแล้ว  เสียงตอกย้ำความรู้สึกด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 04 ธันวาคม 2006, 21:36:26 PM
ฮิๆ
ขนาดไม่ได้ไป
ยังรู้สึกอร่อยมากเลย
ฝากความคิดถึงพี่น้อง ลูกหลาน ในเตาทุกคน
อยากบอกว่ากับข้าวที่ในเตาอร่อยมาก
น้ำใจเยี่ยมทุกครัว
ของฝากถูกใจ

อีกไม่นานเราจะกลับไปอีกอย่างแน่นอน ;D ;D ;D
 


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 04 ธันวาคม 2006, 21:50:46 PM
 :Dประทับใจอาหาร ของฝากหรือ....... :D ;D ::)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 04 ธันวาคม 2006, 21:56:31 PM
10โมงเศษ
มิตรสหายกว่าร้อยชีวิต
มุ่งหน้าไปที่ศาลาการเปรียญ
เพื่อทำบุญกระดูก
ให้สหายที่เสียชีวิตโดยนิมนต์พระ ๖ รูปสวด
(คงเหมือนกับสวดบังสุกุล)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 04 ธันวาคม 2006, 22:00:33 PM
ประมาณ๑๑โมง
ทำบุญเลี้ยงพระเพล
โดยมิตรสหายนำข้าวหม้อแกงหม้อ
มาทำบุญดูอบอุ่นมากเลย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 04 ธันวาคม 2006, 22:41:42 PM
สายธารแห่งความร่วมมือ
และความเสียสละ
เพื่อทำบุญให้มิตรสหายของเรา
ทยอยเข้ามาไม่ขาดสาย
เพื่อรองรับโครงการก่อสร้างให้ทันตามโครงการ
ทุกบาททุกสตางค์จะเป็นไปตามที่ปารถนา
เพื่อบรลุโครงการตามกำหนด
ขอขอบคุณแทนมิตรสหายที่เสียสละคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 06 ธันวาคม 2006, 22:08:49 PM
พิธีวางศิลาฤกษ์ อนุสรณ์สถานพัทลุง-ตรัง-สตูล-สงขลา-กระบี่-นครศรีธรรมราช(บางส่วน)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 06 ธันวาคม 2006, 23:58:28 PM
ดอกหน้าวัวของฝากจากสุราษฎร์    ลุงatmสนใจไหมคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 07 ธันวาคม 2006, 00:40:55 AM
ทำพิธีด้วยไม้มงคล


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 07 ธันวาคม 2006, 00:59:04 AM
หลุมวางศิลาฤกษ์


หัวข้อ: Re: ลูกดอกอาบยาพิษ
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 13 ธันวาคม 2006, 17:41:20 PM
(http://static.flickr.com/136/321192613_19513ea44c_o.jpg)

ลูกดอกอาบยาพิษที่ชนเผ่าซาไก ใช้ในการล่าสัตว์


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 ธันวาคม 2006, 22:32:01 PM
สนใจครับ
แล้วหางช้างที่ว่าเล่าครับเจอไหม ::) ::)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด/ชาวบ้านเขาหลัก
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 20 ธันวาคม 2006, 17:09:32 PM
ชาวบ้านเขาหลักร้องทบทวนโครงการระเบิดหิน “เลี่ยงภัยแผ่นดินทรุด”


(http://www.thaingo.org/images3/khongrak3.jpg)

จากกรณีชาวบ้านเขาหลักลุกขึ้นมาต่อต้านคัดค้าน การระเบิดเขาจำปาซึ่งถูกหน่วยงานรัฐนั่นเอง ที่แอบลักลอบออกประทานบัตรให้เอกชนสัมปทาน

โครงการสัมปทานระเบิดหินเทือกเขาจำปา ของ นายสาธิต โชคสกุลวัฒนา ซึ่งมีโครงการจะทำการระเบิดกินที่บ้านลำแพะ ตำบลปากแจ่ม อ.ห้วยยอด ตรัง ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับบ้านเขาหลัก ต.น้ำผุด อ.เมือง ตรัง ปัญหาเนื่องจากเป็นพื้นที่รอยต่อ จึงสามารถทำให้เกิดช่องว่าง ในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม

ลักษณะเทือกเขาจำปาเป็นเขาลูกโดด มีสภาพเป็นป่าต้นน้ำที่ยังสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าหลากหลายชนิด มีพืชหายาก อาทิ กล้วยไม้รองเท้านารี โดยการสำรวจของชุมชนและมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย นอกจากนั้นยังมีลำห้วยที่ไหลมาจากเขาจำปา ถึง 2 สาย ได้แก่ ห้วยหาญและ ห้วยแห้ง ซึ่งไหลลงสู่คลองลำชอน อันเป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคของชุมชนหลายชุมชน และยังเป็นลำคลองหลักลงสู่แม่น้ำตรัง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด/ต้นตอของปัญหาคืออะไร ?
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 20 ธันวาคม 2006, 17:11:07 PM
ต้นตอของปัญหาคืออะไร ?

ปัญหาแกเริ่มก็คือ ตลอดกระบวนการสำรวจ ทำอีไอเอ อนุมัติและอนุญาตชาวบ้านไม่เคยรู้ และไม่มีส่วนร่วมตัดสินใจเลย ซึ่งรู้ทั้งรู้ว่า โครงการนี้เป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิชุมชน ในการมีส่วนร่วม ในการบำรุงรักษา และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน

นอกจากนั้น เหตุการณ์แผ่นดินไหวจนเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ได้สร้างปรากฏการณ์ให้ชาวบ้านต.น้ำผุดพบว่า ใต้หมู่บ้านของตนไม่ได้มีความปลอดภัยอีกแล้ว หรือยังมีอะไรอีกมากมาย ที่ไม่เคยรู้และได้เกิดขึ้นแล้ว อาทิ มีโพรงถ้ำขนาดใหญ่ ที่ลึกลงไป อันเกิดจากลักษณะของหินปูน โดยรายงานการศึกษาหลุมยุบกว้างยาว 8 เมตร และลึก 5 เมตร ซึ่งเกิดขึ้นถึง 2 แห่ง โดยกรมทรัพยากรธรณี ที่บริเวณบ้านเขาหลัก นั้นพบว่า ชั้นล่างเป็นฐานหินปูนมีโพรงถ้ำ ซึ่งแตกผุกับการสัมผัสหินแกรนิต และสภาพเดิมของโพรงถ้ำนั้น มีลักษณะร่วน ดังนั้นเมื่อเกิดการสั่นไหวของระดับน้ำใต้ดิน ที่รวดเร็วเกินไป โพรงใต้ดินจะยุบตัว บทสรุปคือ แม่ไม่เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยรุนแรง แต่ก็เป็นพื้นที่ต้องระมัดระวังไว้อย่างมาก ( อ้างจาก www.dmr.go.th/geohazard/sinkhole/ trang_muang.htm ) ดังนั้น การระเบิดหิน อาจจะกระทบกระเทือนชั้นโพรงถ้ำให้ทรุดตัวลงอีก ซึ่งน่าจะมีการศึกษาให้รอบคอบกว่านี้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด/ความเสียงภัยที่กรมทรัพย์
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 20 ธันวาคม 2006, 17:12:09 PM
ความเสียงภัยที่กรมทรัพยากรธรณีเตือนไว้ ยังไม่มีคำตอบ การมีส่วนร่วมที่ชุมชนเรียกร้องเรื่องสิทธิชุมชนไม่เกิดขึ้น การศึกษาวิจัยที่หมกเม็ดแอบทำ แล้วอ้างว่า เทือกเขาจำปาไม่มีสัตว์ป่าหายาก ไม่มีพืชพรรณหายากและระบบนิเวศเปลี่ยนสภาพ ในขณะที่ชาวบ้านกล้าท้าให้ลองลงมาศึกษาร่วมกันถึงข้อมูลวิจัย ของอีไอเอ แท้จริง เทือกเขาจำปานั้นมีสภาพอุดมสมบูรณ์เพียงใด และสำคัญสำหรับชุมชนอย่างไร

แกนนำชาวบ้านบางราย ย้ำว่าสิ่งที่ชาวบ้านวิตกมากที่สุดคือ “คือทรัพย์สิน สมบัติของชาวบ้านที่ซึ่งอาจจะเสียหาย เพราะ การระเบิดหินอาจจะกระทบทรัพย์สิน สวนยาง โดยเฉพาะเวลาระเบิด ทำให้อาสิน ต้นยาง ผลไม้ พืชผลอะไรต่างๆ ที่อยู่บริเวณนั้น จะตายหมด หรือชาวบ้านเข้าไปทำไม่ได้

นอกจากนั้นยังทำลายสิ่งแวดล้อม ทำลายคลอง เนื่องจากแห่ลงระเบิดหินอยู่ใกล้คลองลำชอนที่ชาวบ้านใช้เป็นประจำ และแหล่งระเบิดยังไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก เพราะจุดระเบิดหิน อยู่เหนือหมู่บ้านออกไป ไปทางต้นน้ำ ซึ่งอาจทำให้สภาพป่า ลำคลองแถบนี้กระทบแน่ๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด/เราชาวบ้านใช้กิน
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 20 ธันวาคม 2006, 17:13:04 PM
เราชาวบ้านใช้กิน ใช้อาบมาแต่ปู่ย่าแล้ว สัตว์ป่า สัตว์น้ำเยอะมากบริเวณนี้ ซึ่งชาวบ้านหาอยู่หากินตลอด เพราะว่า ลำคลองแห่งนี้ น้ำไม่เคยแห้ง ไหลตลอดทั้งปี

อีกทั้ง น้ำสายนี้เป็นแหล่งน้ำดิบที่สำคัญหลายชุมชน เป็นแหล่งน้ำดิบทำน้ำประปา ซึ่งใช้ในตัวเมืองตรังด้วย เป็นเป็นแม่น้ำสายหลักไหลลงแม่น้ำตรัง ผ่านคลองลำราอีกที

อีกปัญหาหนึ่งสวนยางและเทือกเขาแถบนี้ เป็นปราการธรรมชาติกั้นเป็นกำแพง เป็นกำบังลมให้กับชุมชน สภาพป่าเขาที่นี่ยังสมบูรณ์อยู่มาก มีสัตว์ป่าหลายชนิด อาทิ เม่น อีเก้ง แลน ฟาน กระรอก ชะมด เป็นต้น ที่ยังมาก เพราะข้างบนภูเขา (เทือกเขาจำปา) มีบ่อน้ำ ที่ไม่แห้งเลยตลอดปี สัตว์จะไปกินน้ำที่นั่น ซึ่งถ้าทำลายไปแล้ว ระบบนิเวศตรงนั้นก็หมดไป พืชหายากก็มากนะ พวกกล้วยไม้รองเท้านารี ก็มี ต้นไม้ยางอายุหลายปี ต้นใหญ่ๆ ก็มีมากอยู่” แกนนำรายหนึ่งกล่าวย้ำ และเสริมอีกว่า

“ใจจริงของชาวบ้าน เรื่องป่าไม้ สัตว์ป่า ไม่ใช่ประเด็นหลัก ที่วิตกที่สุด แต่ประเด็นหลักๆ ที่ชาวบ้านวิตกกันมาก คือ ผลกระทบจากการระเบิดหิน การขนส่งหิน อันนี้กระทบวิถีของชุมชนแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้เราวิตกกันมากที่สุด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด/จริงๆ แล้ว...
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 20 ธันวาคม 2006, 17:14:25 PM
จริงๆ แล้ว โครงการจะเริ่มประมาณปี 2542
ซึ่งชาวบ้านไม่ได้รับรู้อะไรเลย ไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ต่อเรื่องนี้เลย จนเมื่อเขาออกประทานบัตรเสร็จแล้วให้สัญญาสัมปทานไปแล้ว ชาวบ้านถึงได้รู้ในตอนหลัง ที่ว่าตอนหลัง ก็หลังจากต่อสู้คัดค้านเรื่องเขื่อนเขาหลักไประยะหนึ่งแล้ว ไปรู้จากป้ายประกาศที่หมู่บ้านอื่น คือ ป้ายประกาศกรณีสัมปทานโรงโม่หินเขาถ้ำแรด บนเทือกเขาจำป่า บ้านปากแจ่ม ที่เป็นรอยต่อกับบ้านเหลัก โดยชาวบ้านเพิ่งทราบข้อเท็จจริงจากที่นั่น

ดังนั้น ที่ผ่านๆ มาคือไม่รู้เรื่องเลย และนี่มารู้กันจริงๆ ไม่นานมานี่เอง เพราะไปได้เอกสารมาจาก อบต. ปี 2546 นี้เอง แต่เริ่มเมื่อไหร่ เริ่มยังไงเราไม่รู้เลย” แกนนำคนเดิมกล่าว นอกจากนั้นยังได้ย้อนถึงกระบวนการคัดค้านของชุมชนว่า

“หลังจากชาวบ้านรู้ข่าว เราก็พยายามทำหนังสือไปถึงอุตสาหกรรมจังหวัด ซึ่งเขาก็ตอบมาแต่ทางชาวบ้านไม่ได้รับอีก เขาส่งไปที่อื่น ซึ่งชาวบ้านไปทราบในตอนหลังว่า ทางอุตสาหกรรมจังหวัดตอบมาแล้ว จากนั้น ชาวบ้านก็ได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้เข้ามาตรวจสอบ

การต่อสู้ตอนนั้น ชาวบ้านกำลังเน้นน้ำหนักไปที่การต่อสู้เพื่อคัดค้านเขื่อนเขาหลักมากกว่า เพราะโครงการนี้มาก่อน ตอนนั้นทำได้แค่พ่วงปัญหาการให้สัมปทานระเบิดหินนี้ไปด้วย

ส่วนกลุ่มนายทุนที่มาสัมปทานระเบิดระเบิดหิน เมื่อถูกคัดค้านจากชาวบ้านหนักๆ สถานการณ์ก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น จนปัจจุบันมีการข่มขู่ สร้างความปั่นป่วนแตกแยกในหมู่บ้าน และหนักถึงขนาดมีการปล่อยข่าวว่า แกนนำชาวบ้านหลายคน กำลังมีค่าหัวกันแล้ว ในตอนนี้ โดนหมายกันหลายคนเลย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด/เรื่องการเจรจา
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 20 ธันวาคม 2006, 17:15:35 PM
เรื่องการเจรจา ต่อรอง หรือให้พูดคุยกัน ยังไม่มีเลย เพราะทางฝ่ายนายทุนเอง เข้าไม่พยายามเข้ามาพูดคุยเลย ต่างฝ่ายต่างใช้วิธีปล่อยข่าวตามโต๊ะกาแฟ ตามวงเหล้า การเปิดเวทีสาธารณะร่วมกันยังไม่มี เคยเชิญไปแล้ว แต่ฝ่ายนายทุนเขาไม่มา ซึ่งใจจริงก็อยากให้องค์กรกลาง อย่างหน่วยงานของรัฐเข้ามาจัดเวที ให้ เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้พบปะกัน ซึ่งแบบนั้นเชื่อว่าเขาหลบเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าชาวบ้านจัดยังไงเขาก็ไม่มา

(http://www.thaingo.org/images3/khongrak1.jpg)

ส่วนกิจกรรมคัดค้านล่าสุดที่เราจะทำคือ ไปยื่นหนังสือถึงอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง ถึงผู้ว่าฯ ถึงนายอำเภอห้วยยอด และ อบต.น้ำผุด ซึ่งขนาดยังไม่ได้ยื่นเลย ทางอุตสาหกรรมจังหวัดกลับรีบแจ้งมาว่า โครงการนี้อนุมัติไปนานแล้ว

ความหวังสูงสุดของชาวบ้านก็คือ อยากให้ยกเลิก เพราะคาราคาซังมามากแล้ว ชาวบ้านก็ต้องทำมาหากิน มันไม่สบายใจเลย” แกนนำรายนี้กล่าว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด/บทสรุปที่ชาวบ้านรวบรวม
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 20 ธันวาคม 2006, 17:17:39 PM
บทสรุปที่ชาวบ้านรวบรวม ทำเป็นหนังสือคัดค้านถึงหน่วยงานรัฐต่างๆ ว่าโครงการสัมปทานระเบิดหินมีผลกระทบ ซึ่งห่างจากชุมชนเพียง 1 กิโลเมตร และห่างจากคลองลำชอนเพียง 100 เมตร อย่างไร คือ

1.การกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม และการดำรงอยู่อย่างปกติสุขของชุมชน
2.การเกิดผลกระทบต่ออาชีพของชาวบ้าน อาทิ ฝุ่น การสั่นสะเทือนและเสียง
3.ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ สัตว์ป่าพรรณพืช ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4.เป็นการละเมิดสิทธิชุมชน ในการเก็บและใช้ประโยชน์ในทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่น อย่างยั่งยืน
5.เป็นโครงการที่ขาดการมีส่วนร่วม ของชุมชนตั้งแต่ต้น จึงเป็นการละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ
6.แผ่นดินจะยุบตัวลงซึ่งเป็นอันตรายต่อชุมชน
7.กระทบศูนย์พักฟื้นคนชรา เป็นการทำลายสุขภาวะด้านร่างกายและจิตใจ
8.เป็นมลพิษต่อแหล่งน้ำ ธรรมชาติ คือ คลองลำชอนที่ชุมชนใช้อุปโภคบริโภค
9.มีผลกระทบต่อสวนยางพารา สวนผลไม้ และเป็นอันตรายต่อชีวิตคนในชุมชน

ดังนั้นข้อเสนอของชาวบ้าน ก็คือ

1.ระงับการให้อนุญาต การใช้วัตถุระเบิด ในโครงการเหมืองแร่อุตสาหกรรม ชนิดหินปูน เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างของนายสาธิต โชคสกุลวัฒนา
2.ยกเลิกประทานบัตรทำเหมืองหินอุตสาหกรรม และยกเลิกการประกาศให้เทือกเขาจำปา เป็นแหล่งหินอุตสาหกรรมของจังหวัดตรัง
3.ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งอนุรักษ์ ศึกษา วิจัย สัตว์ป่า พรรณพืช และสมุนไพร โดยประชาชนมีส่วนร่วม ในกระบวนการคิด การทำ และการตัดสินใจ


----------------------------------------------------------------------
อัฏธิชัย ศิริเทศ  ทีมงานไทยเอ็นจีโอ รายงาน 21 กันยายน 2549
--------------------------


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 21 ธันวาคม 2006, 22:10:03 PM
ขออนุญาตนำวิวเขตสงขลามาให้ชมครับ ภาพนี้ได้รับความกรุณาจาก
ลุงสามารถ กะ ลุงทอม
แฟ้มภาพเขียนไว้ว่า ย้อยรอยผาดำ ยี่สิยสองสิงหาคมสองห้าสี่เจ็ด

(http://farm1.static.flickr.com/131/329120444_b700165589_o.jpg)

หากลุงทอม ลุงสามารถจะกรุณาอธิบายความจากรูปนี้ จะเป็นพระคุณยิ่ง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 21 ธันวาคม 2006, 22:59:11 PM
ความสมบูรณ์ของผืนป่าค่ายเก่าเขตสงขลา ที่ควรหวงแหน
ให้เป็นมรดกสืบทอดถึงลูกหลาน อย่าให้ใครมาทำลาย

(http://farm1.static.flickr.com/140/329163941_a8144908e6_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 21 ธันวาคม 2006, 23:15:50 PM
จากรูปแรกเบื้องหน้าช่องระหว่างเขา เวลากลางคืนจะเห็นไฟจากสนามบินหาดใหญ่  หลังเขาเบื้องหน้าเป็นหมู่บ้านพื้นราบแล้ว   ด้านซ้ายมือเป็นด้านบนของน้ำตกผาดำ  ปี 2522 ได้มาสร้างค่าย  แต่สร้างไม่เสร็จก็ต้องยกเลิก  เพราะจุดที่ตั้งค่ายมองเห็นแสงไฟจากสนามบินหาดใหญ่


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: TOM ที่ 22 ธันวาคม 2006, 03:23:56 AM


ให้ลุงสามารถ  ตอบไปเล้ย   8) 8)

ตัวผมนั้นยังเป็นเด็ก      มีหน้าที่เดินตามหลังเขาลูกเดียว

จำไรไม่ได้เล้ย :P :P


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 22 ธันวาคม 2006, 13:34:32 PM
โอ้.... ค่ายเห็นแสงสีจากหาดใหญ่ด้วย
สหายทางนี้ถึงหล่อๆ สวยๆ กันทั้งน้าน

ขอบคุณลุงสามารถ สำหรับเรื่องราวสงขลา.....เอาอีกครับ
ลุงทอม  มีภาพมากมายของสงขลา พวกเราขอชมบ้าง
น้ำตกสวยๆ ป่างามๆ หางช้าง เพชรหึง ภาพเก่าๆๆๆๆๆๆ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ.....ลุงเอทีเอ็ม ป้าบ้วย...หูตาส่องรังษีแห่งจรยุทธอีกแล้ว....
บุกเข้าไป...ท่อง..เที่ยว...เชิงประวัติศาสตร์ ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 22 ธันวาคม 2006, 13:48:38 PM
(http://farm1.static.flickr.com/128/329811060_23acd72c97_o.jpg)
น้ำตกผาดำ  ยามหน้าฝน  สวยไปอีกแบบ
สภาพป่าที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงก็น้ำตกนี่แหละ 


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 22 ธันวาคม 2006, 14:07:07 PM
(http://farm1.static.flickr.com/151/329805642_022fca6eb2_o.jpg)
น้ำตกผาดำยามหน้าแล้ง ก็สวยไปอีกแบบ
ด้านบนน้ำตกผาดำเคยสร้างค่ายที่ไม่เสร็จ เรียกค่ายสมเสร็จ

ค่ายสมเสร็จ
       ผมยังจำสภาพบริเวณนั้นได้ดีเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่นาน  เหตุที่ชื่อค่ายสมเสร็จเนื่องจากช่วงสร้างค่ายอยู่สหายได้สมเสร็จมาตัวขนาดเท่าควายตัวใหญ่(ตกหลุมดักสัตว์ของสหาย)   บังเอิญเป็นสมเสร็จอุ้มลูกอ่อนในท้อง  ด้วยความเสียดายพี่เลี้ยงเวรครัววันนั้นเอาเจ้าลูกอ่อนมาทอดกรอบคล้ายลูกหมูหันให้สหายกิน  แม่สมเสร็จถูกนำมาแกงและทำพะโล้กินได้นานเป็นเดือน  แต่รสชาติจืดชืดมากเนื้อหยาบต้องอาศัยใส่เครื่องมากๆ       จึงเรียกค่ายนี้ว่า  “ค่ายสมเสร็จ” 
ส่วนเหตุที่สร้างไม่เสร็จก็ต้องย้าย  เนื่องจากมีอยู่คืนหนึ่งสหายท่านหนึ่งเดินออกไปข้างค่ายด้านหน้าผา  ขณะยืนปลดทุกข์เบาสายตาไปมองเห็นแสงไฟจากสนามบินหาดใหญ่   จึงได้ข้อสรุปว่าถ้าเราเห็นไฟจากที่ราบ   ที่ราบก็ต้องเห็นไฟจากเรา   ดังนั้นบริเวณนั้นจึงไม่สมควรสร้างค่าย  แต่ค่ายนี้เราก็ได้พักอยู่ชั่วระยะหนึ่ง  ตอนนั้นมีสหายจากกองใต้(สงขลาเขต2)และสหายพรรคคอมมิวนิสมาลายา(พคม.)มาช่วยรบ   เนื่องจากทางการได้นำกำลังทหารป่าหวายมาตั้งค่ายที่บ้านเก่าร้าง   เป็นจุดที่ทำให้เราขยายงานมวลชนได้ลำบาก   ฝ่ายนำจึงได้วางแผนการเข้าตีค่ายนี้   แต่ลำพังกำลังทหารเขตหนึ่งเล็กเกินไปอาวุธก็น้อย  จึงได้ติดต่อขอกำลังจากสหายกองใต้และสหายพคม.มาร่วมการรบครั้งนี้   การรบครั้งนี้ไม่สำเร็จสหายพคม.เสียหนึ่ง  สหายเขตหนึ่งสงขลาเสียสองคือคุณว่องและคุณศักดา   สหายพคม.บาดเจ็บเล็กน้อยหนึ่งได้มาพักรักษาตัวที่ค่ายนี้   
          ก่อนที่มาสร้างค่ายนี้หลายปีบริเวณนี้เคยมีการทำเหมืองดีบุก   โดยมีร่องรอยการเรียงหินริมน้ำเพื่อผันน้ำเข้าสู่คูน้ำที่รัดเราะริมสันเขาลงไปเบื้องล่างใกล้ๆค่ายล่าง   ที่จำได้ไม่ลืมอีกอย่างคือส้วมของค่ายนี้ถูกสร้างไว้ด้านหน้าผา   ตอนเช้าไปปลดทุกข์หนักก็นั่งชมวิวอันสวยงาม   ด้านหน้าเป็นหุบกว้างใหญ่ถัดไปมีสันควน(ภูเขา)เรียงซ้อนกันยาว   เห็นนกฮังบินเป็นฝูงๆ  เสียงค่างชะนีร้องกันโหยหวน  วันที่ไปย้อนรอยผาดำยังเห็นร่องรอยของการทำเหมืองอยู่เกือบเหมือนเดิม    สภาพป่าด้านบนยังค่อนข้างสมบูรณ์   แต่หุบที่เคยเป็นป่าทึบกลายเป็นสวนยางเกือบหมด   นก  ค่าง ชะนีแทบไม่ได้ยินเสียง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 22 ธันวาคม 2006, 14:13:34 PM
(http://farm1.static.flickr.com/160/329805640_3b52344a5d_o.jpg)
สายน้ำที่ไหลลงเป็นน้ำตกผาดำเบื้องหน้า 
ซ้ายมือเป็นเนินที่ตั้งค่ายสมเสร็จ
ริมน้ำขวามือเห็นหินเรียงเป็นระเบียบคือก่อนที่สหายมาอยู่มีชาวบ้านมาทำเหมือแร่ดีบุก  เขาเอาหินมากั้นน้ำเพื่อผันเข้าคูน้ำลงไปด้านล่างเพื่อล้างแร่


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 22 ธันวาคม 2006, 14:17:55 PM
(http://farm1.static.flickr.com/156/329805641_8009a46971_o.jpg)

นี่ไหงหลุมส้วมที่ยังหลงเหลือร่องรอย  อยู่ด้านหน้าผาค่ายสมเสร็จ
สมัยก่อนนั่งปลดทุกข์ไปก็ชมวิวป่าเขาเบื้องล่างไป  มีฝูงนกฮังบินมาหลายฝูง  มีเสียงค้าง ชนีร้องโหยหวน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: old clumsy ที่ 22 ธันวาคม 2006, 15:58:37 PM

ปลดทุกข์บนหน้าผา ;D มีลมเย็นพัดโชย  เป็นกิจวัตรที่ชื่นชอบมาก มีโอกาสแบบนี้ผมก็ไม่พลาดเหมือนกันครับหมอ :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 22 ธันวาคม 2006, 19:34:04 PM
ตำราไทยกล่าวถึง สะตอ ไว้ว่า

(http://farm1.static.flickr.com/161/329987981_144de1a431_o.jpg)

สามารถใช้ขับลมในลำไส้  แก้ปัสสาวะพิการ
(อาการปัสสาวะปวด หรือกะปริดกะปรอย หรือขุ่นข้น สีเหลืองเข้ม หรือมีเลือดปนออกมา)
รักษาไตพิการให้กลับดีขึ้น

โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ ปัสสาวะขุ่นข้น เหลือง หรือแดง และมีอาการแน่นท้อง
กินอาหารไมไ่ด้ จะหายอย่างเหลือเชื่อ


ตาเฒ่า  ??? ??? ???
ปลดทุกข์บนหน้าผา  มีลมเย็นพัดโชย  เป็นกิจวัตรที่ชื่นชอบมาก มีโอกาสแบบนี้ผมก็ไม่พลาดเหมือนกันครับหมอ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด/ฟังเพลง-ชมภาพเขตสงขลา
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 22 ธันวาคม 2006, 21:39:17 PM
(http://farm1.static.flickr.com/146/330002143_5d9eed6983_o.jpg)

ดอกไม้ป่าบนควน...ลุงสามารถช่วยด้วย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด/ฟังเพลง-ชมภาพเขตสงขลา
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 22 ธันวาคม 2006, 21:40:53 PM
(http://farm1.static.flickr.com/123/329988012_f32fd75341_o.jpg)

ถนนดินสายนี้เป็นทางเข้าน้ำตกหรือเปล่าครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด/ฟังเพลง-ชมภาพเขตสงขลา
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 22 ธันวาคม 2006, 21:43:15 PM
(http://farm1.static.flickr.com/136/329987954_680f4ad4e2_o.jpg)

เยาวชนสืบทอดอุดมการณ์ รักษาป่าไม้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด/ฟังเพลง-ชมภาพเขตสงขลา
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 22 ธันวาคม 2006, 21:48:03 PM
(http://farm1.static.flickr.com/148/329987932_8aa9465a24_o.jpg)

อยากให้ท่านที่เขตนี้ได้เล่าเรื่องความเป็นไปของชมรมฯครับผม
ทางวิทยุ โทร. 085-518-5176


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 22 ธันวาคม 2006, 22:02:21 PM
1.น่าจะเป็นดอกเอนอ้า หรืออีกหลายๆชื่อ  ผมเห็นมีทั่วทุกภาค  รูปที่โพสต์มาถ่ายจากบนผาดำ  ตอนไปงานผาจิ ได้ขึ้นดอยผาหม่น บริเวณภูผาสวรรค์  พบได้มากๆ  ทางอีสานก็พบได้ทั่วไป 
2.รูปรถติดหล่ม เป็นเส้นทางที่จะไปสู่ผาดำครับ  แต่รถเข้าไม่ถึงน้ำตก  ต้อจอดทิ้งไว้กลางทางแล้วเดินต่ออีกประมาณครึ่งชั่วโมงถึงด้านล่างน้ำตก  จากนั้นปีบผาชันขึ้นด้านบนน้ำตก  จากรูปน้ำตกปีนด้านข้างบริเวณที่มีต้นไม้
3.บอร์ดแสดงกิจกรรมของกลุ่มเยาวชนรักษ์ป่าต้นน้ำผาดำ  ป่าบริเวณนั้นนายทุนจ้องบุกรุกเข้าไปตัดไม้มานานหลายปี  แต่ก็ถูกประชาคมรักษ์ป่าผาดำขัดขวางมาตลอด  ซึ่งก็เป็นกลุ่มสหายและมวลชนในเขตเคลื่อนไหวเดิมร่วมกับกลุ่มเยาวชน  ถึงทุกวันนี้ก็ยังต่อสู้กันอยู่   


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด/ฟังเพลง-ชมภาพเขตสงขลา
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 22 ธันวาคม 2006, 22:14:26 PM
อยากทราบว่าจุดนี้ตั้งอยู่ในเขตอุทยานอะไรครับ
ห่างที่จอดรถมากไหมครับ

(http://farm1.static.flickr.com/165/330083220_ddf9f1e254_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด/ฟังเพลง-ชมภาพเขตสงขลา
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 22 ธันวาคม 2006, 22:19:57 PM
(http://farm1.static.flickr.com/162/330087807_5910dcff9f_o.jpg)

มีเคล็ดลับอย่างไรที่มีลูกหลานตามเข้าร่วมขบวนด้วยมากมายปานนี้ครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 22 ธันวาคม 2006, 22:56:57 PM
เป็นบริเวณป่าด้านบนน้ำตกผาดำครับ
การขึ้นไปพักแรมหลายๆคนต้องเป้หม้อ กะทะขึ้นไปด้วยนะครับ  ได้บรรยากาศเก่าๆดีครับ  แต่สังขารไม่เหมือนเก่า


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 22 ธันวาคม 2006, 23:24:39 PM
ขอขอบคุณ คุณป้าบัวแดงที่ให้ข้อมูลดอกไม้ป่า

โคลงเคลง (Indian rhododendrn)

ชื่อวิทยาศาสตร์ Melastoma candidum D.Don Melastoma decemfidum Roxb. Melastoma villosum. Lodd.
วงศ์ MELASTOMATACEAE

ชื่ออื่น : เอ็นอ้า เหร มังเร มังเดร

ลักษณะทั่วไป : ไม้พุ่ม สูงตั้งแต่ 2-5เมตร ลำต้นสีน้ำตาล มีขนปกคลุมทั่วไป
ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ๆ สลับ แผ่นใบโค้งมีขนปกคลุมเห็นเส้นใบชัดเจน
รูปหอก ยาว 7-10 เซนติเมตร กว้าง 3-4 เซนติเมตร ดอก ทั่วไปมีสีม่วง

ได้แก่โคลงเคลงช้าง
(M. decemfidum Roxb.) โครงเคลงขน (M.villosum. Lodd) ส่วนชนิดดอกขาว (M.candidum D.don)
ดอกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 เซนติเมตร ถ้วยรองดอกมีเกล็ดเล็กเรียวแหลม
สีม่วงค่อนข้างเรียว ผล รูปถ้วย ปากกว้างประมาณ 1.5 เซนติเมตร เมล็ด ขนาดเล็กจำนวนมาก
เนื้อผลสีน้ำเงินเข้ม การขยายพันธุ์ โดยการใช้เมล็ด

นิเวศวิทยาและการแพร่กระจาย :
ขึ้นทั่วไปบริเวณป่าพรุโล่งแจ้ง บริเวณภาคใต้ และภาคตะวันออกของไทย
ในต่างประเทศพบที่มาเลเซีย ออกดอกและติดผลตลอดปี


ประโยชน์ : เป็นยาพื้นบ้าน แก้คอพอก แก้อาเจียนเป็นเลือด และถ่ายเป็นเลือด รากแก้ร้อนในกระหายน้อ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: salt ที่ 04 มกราคม 2007, 06:36:26 AM
 ;D
อยากทราบว่าสะตอปลูกกี่ปีจึงจะออกฝักได้....ป้าซอท์ลเอากล้าที่มีขายกันสูงประมาณสองคืบปลูกไปสองปีแล้วต้นเพิ่งสูงแค่เอวเอง.....


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: old clumsy ที่ 04 มกราคม 2007, 08:13:09 AM

"สะตอติดตา"ใช้เวลาแค่ 3 ปี
"สะตอปลูกเม็ด"ใช้เวลานานมาก :o  อาจจะ10 ปี


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 17 มกราคม 2007, 14:09:03 PM
ได้รับข่าวทางไกลฝากแจ้งให้สหายทราบ
ลุงประวัติ สหายอาวุโสทางภาคใต้ ได้จากไปแล้วอย่างสงบ ด้วยโรคชรา
เมื่อคืนที่ผ่านมา ที่ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
เกี่ยวกับการจัดงาน จะมีการประชุมกันวันนี้ตอนเย็น
แล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 มกราคม 2007, 14:54:26 PM
ขอคารวะแด่ดวงวิญญาณของท่านผู้อาวุโส คุณลุงประวัติ
ผู้อันเป็นที่รักยิ่งของมวลชน ประชาชน

ด้วยความเคารพ
นักข่าวแนวหน้าแห่งนิตยสารตะวันแดง ภูบรรทัด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: pukaotong ที่ 17 มกราคม 2007, 15:17:55 PM
                                       

                ภูผาศิลากร่อน                 เพราะผ่านร้อนผ่านฝนหนาว

            เส้นทางอันเหยียดยาว          คงหยัดสู้อย่างทรนง

            คือคนของแผ่นดิน              แม้ดับสิ้นเป็นผุยผง

            เกียรติประวัติยังดำรง            จารึกชื่อบนแผ่นดิน

            ให้ลูกหลานได้สืบสาน           อุดมการณ์มิรู้สิ้น

            เพาะพืชพันธุ์ทั่วแผ่นดิน       จวบประชาบรรลุชัย


                                                     ด้วยจิตคารวะอย่างสูง     
                                                     


หัวข้อ: Re: อาลัยลุงประวัติ
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 17 มกราคม 2007, 16:11:26 PM
ลุงประวัติ  ในความทรงจำของผมนั้น ลางเลือนเต็มที  เคยเห็นแกไม่น่าจะเกินสองครั้ง

ชายชราร่างผอม มีผ้าพันแข้ง แบบทหารจีน  ซึ่งไม่มีใครพันกันนักในแถบภูบรรทัด
สถานะในขณะนั้น  ลุงเป็นกรรมการจังหวัด  มีหน้าที่เดินไปเดินมา  ประชุมอย่างเดียว
มีทหารหนุ่มเป็นองครักษ์อีก 1 หมู่

อ้าว! หน้าที่ของจัดตั้งจะให้ไปขุดดิน ปลูกผัก หุงข้าว หรืออย่างไร?

นั่นแหละภาพลุงประวัติ  ที่ผมบันทึกไว้  มีแต่ไฟล์ภาพ ไม่มีไฟล์เสียงเพราะไม่เคยพูดกันและก็ไม่เคยได้ยินเสียงลุงด้วย

แต่ที่แน่ๆ ก็คือลุงเป็นนักปฏิวัติอย่างยาวนาน  ทรหดสู้เพื่อประชาอย่างต่อเนื่อง
ไม่เชื่อไปอ่านในตำนาน "บนเส้นทางภูบรรทัด"

ขอคารวะ จิตใจกล้าต่อสู้ กล้าเสียสละ  นักปฏิวัติ อาวุโส  ลุงประวัติ 


หัวข้อ: อาลัยลุงประวัติ
เริ่มหัวข้อโดย: คนภูเรือ ที่ 17 มกราคม 2007, 17:53:18 PM

ขอคารวะลุงประวัติ ชาวพรรคและนักต่อสู้แห่งภูผาภาคใต้
ลูกหลานรุ่นนี้จะปักจิตใจสู้ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ..



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: butterfly ที่ 17 มกราคม 2007, 19:08:52 PM
ลุงประวัติในความทรงจำของฉัน แจ่มชัด สดใสเสมอ "ลูกสาว" คำเรียกขานที่ลุงใช้เรียกฉัน
ชายชรา ร่างผอม คิ้วเข้ม รอยยิ้มแจ่มใส
ครั้งสุดท้าย ฉันเจอลุงที่เขตงาน ควนไม้ดำ จ.ตรัง หลายปีมาแล้ว
รอยยิ้ม ก็ยังได้เห็น ใจหายเหลือเกิน
                     
            อีกหนึ่งร่วงลงแล้ว " ใบไม้ป่า "
            คว้าง..คว้าง..ลา แผ่นดินยังร่ำไห้
            ภูบรรทัด..รอรับร่าง..อย่างอาลัย
            บันทึกไว้ " ประวัติ" โชติ ยิ่งยืนนาน

         ขอคารวะจิตใจ กล้าต่อสู้ กล้าเสียสละ ของนักปฏิวัติแดนใต้ ด้วยความอาลัยยิ่ง

                          :'(  :'(  :'(  :'(  :'(  :'(  :'(  :'(  :'(  :'(


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Chontai ที่ 17 มกราคม 2007, 19:53:35 PM
ขอคารวะ

ท่านเลขาธิการพรรค.ภาคใต้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: จันทน์ ที่ 17 มกราคม 2007, 20:15:56 PM
ภารกิจสร้างสรรค์มิย่อท้อ
ภารกิจสานต่อส่งหนุนเนื่อง
ภารกิจสร้างชาติใช่เปล่าเปลือง
ภารกิจเรืองรองโรจน์โชติโชนไฟ

วันนี้มีเวลาที่ล่วงลับ
วันนี้มีการดับอายุไข
วันนี้คือการกล่าว "สู้ต่อไป"
วันนี้คือใจน้อมคารวะ "วีรชนประชาชน"

                           ด้วยจิตคารวะ
                               จันทน์



หัวข้อ: Re: ครูสิ่นใช้ชื่อจัดตั้งว่า “สหายประวัติ”
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 มกราคม 2007, 20:47:47 PM
เนื่องจากสภาพการณ์เคลื่อนไหวในยุคสมัยนั้น จะต้องเป็นไปอย่างปิดลับ

การโฆษณาเผยแพร่อุดมการณ์นี้จึงทำไปแบบซึมลึกและไม่เป็นที่เปิดเผยต่อบุคคลทั่วไป
แต่หลักฐานที่ปรากฏต่อมาและพอที่จะรวบรวมได้ในหนังสือนี้ ทำให้รับรู้ได้ว่าผู้ที่มีส่วนสำคัญในการให้การศึกษา
และสร้างแกนในหมู่ครูที่บ้านบ่อถ่าน ตำบลท่าพญา อำเภอปะเหลียน เป็นชุดแรกคือ ชม ณ พัทลุง ซึ่งมีอาชีพทำ
หนังสือพิมพ์และมีความใกล้ชิดกับ ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร มาก่อนหน้านั้น และครูพร้อม ทองพิทักษ์
โดยทั้งสองร่วมกันจัดตั้งหน่วยศึกษาในหมู่ครูและผู้สนใจชุดแรกขึ้นเป็นผลสำเร็จได้จำนวน ๓ คน ซึ่งประกอบด้วย

๑) ครูกนก บุณโยดม คนตำบลบางด้วน

๒)  ครูสิ่น เดิมหลิ่ม ครูที่ท่าพญา

๓) ซุ่น อึ่งทอง  อยู่บ้านบ่อถ่าน

ซึ่งต่อมาครูสิ่น เดิมหลิ่ม สามารถขยายแกนในหมู่ครูและบุคคลทั่วไปเพิ่มอีก
ที่สำคัญและบันทึกไว้ได้คือ ครูชิต เดชพิชัย ขณะที่ประสิทธิ์ เทียนศิริ ซึ่งเป็นคนภายนอกได้เข้ามา
รับภารกิจจัดการศึกษาทางการเมืองที่จังหวัดตรัง เมื่อประมาณ ปี พ.ศ.๒๔๙๐ โดยคำชักชวนของครูพร้อม
และนับตั้งแต่นั้นมาประสิทธิ์จึงมีความผูกพันกับจังหวัดตรังทั้งในเรื่องส่วนตัวและการปฏิวัติอย่างแน่นแฟ้น

ภายหลังครูกนก บุณโยดม  ครูสิ่น เดิมหลิ่ม  ซุ่น อึ่งทอง  ครูพร้อม ทองพิทักษ์ และครูชิต เดชพิชัย
ได้เข้าศึกษาที่สถาบันลัทธิมาร์กซ-เลนินประเทศจีนโดยการเสนอของประสิทธิ์
ต่อมาบุคคลทั้งหมดนี้ต่างมีบทบาทต่อพคท.ในระดับแตกต่างกันออกไป

ครูกนกได้รับความไว้วางใจให้เป็นสมาชิกคณะกรรมการกลาง พคท.ประจำภาคใต้
โดยใช้ชื่อจัดตั้งว่า “ณรงค์” ต่อมาเขาถูกจับขณะอำพรางการเคลื่อนไหวโดยค้ากิ่งเงาะบนรถไฟ
เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๔ พร้อมกับคนตรังทั้งหมดอีก ๑๐ คน

ครูกนกพ้นโทษภายหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาและได้เข้าร่วมกับการต่อสู้ด้วยอาวุธที่จังหวัดตาก
เขาเสียชีวิตภายหลังสมัชชา ๔ ผ่านไปได้ไม่นานนัก

ครูสิ่นใช้ชื่อจัดตั้งว่า “สหายประวัติ”


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 18 มกราคม 2007, 20:57:14 PM
ครูกนก ใช้ชื่อจัดตั้งอะไรครับลุง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Emptiness ที่ 18 มกราคม 2007, 21:29:58 PM
  เพื่อนที่ดียิ่ง  สหายที่ดียิ่ง เพื่อนที่ดียิ่ง สหายที่ดียิ่ง  น้อย วรรณา หรือรพีพร ประภาวงศ์ หรือ ส.เอี้ยง
  ได้เสียชีวิตลงแล้วหลังจากป่วยมานานกว่า 10 ปี จะทำการฌาปนกิจศพ วันเสาร์นี้ที่ อ.เมือง จ.ราชบุรี
   ขอเชิญสหายภูบรรทัด และเพื่อนมิตรทั้งหลายร่วมไว้อาลัย รายละเอียดและกำหนดการ คุณดวง ช่วยบอกข่าวด้วย
       
       น้อย เพื่อนรัก ขอให้เธอไปไปสู่สุคติ เธอจะอยู่ในใจเราเสมอและตลอดไป
       
       


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: กร ที่ 20 มกราคม 2007, 08:31:34 AM
ตอบลุง atm

คัดจากลุงกาจ

"ครูกนกได้รับความไว้วางใจให้เป็นสมาชิกคณะกรรมการกลาง พคท.ประจำภาคใต้
โดยใช้ชื่อจัดตั้งว่า “ณรงค์”  ต่อมาเขาถูกจับขณะอำพรางการเคลื่อนไหวโดยค้ากิ่งเงาะบนรถไฟ
เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๔ พร้อมกับคนตรังทั้งหมดอีก ๑๐ คน

ครูกนกพ้นโทษภายหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาและได้เข้าร่วมกับการต่อสู้ด้วยอาวุธที่จังหวัดตาก
เขาเสียชีวิตภายหลังสมัชชา ๔ ผ่านไปได้ไม่นานนัก "
......................
เปลี่ยนเขตงาน เปลี่ยนชื่อจัดตั้งหรือไม่.....ไม่ทราบครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: จันทน์ ที่ 20 มกราคม 2007, 08:41:45 AM
กำหนดการบำเพ็ญกุศลศพ "ลุงประวัติ"

ใครทราบรายละเอียด...ขอความกรุณาแจ้งด้วยครับ

จักเป็นพระคุณอย่างสูง....

ได้รับทราบมาอย่างไม่ยืนยัน......

นำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านจังหวัดตรัง

สวดพระอภิธรรม.......(ไม่แน่ใจ)  7 หรือ 10 วัน

แล้วฌาปนกิจ.........

ท่านที่ทราบรายละเอียดของจริง........

กรุณายืนยันด้วยครับ !!!!!


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: pukaotong ที่ 20 มกราคม 2007, 13:39:19 PM

                                        กำหนดสวดพระอภิธรรม

                                                  ลุงประวัติ

                          วัดท่าพระยา  อำเภอย่านตาขาว  จังหวัดตรัง

                            ( ถนนย่านตาขาว-สตูล  หลัก กม.ที่ ๒๔ )

             วันที่ ๒๒ - ๒๖ มกราคม ๒๕๕๐                  สวดพระอภิธรรม

             วันที่ ๒๖มกราคม ๒๕๕๐  ช่วงบ่าย              พิธีสดุดี ไว้อาลัย

             วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๐                          ฌาปณกิจ




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: เกล้า ที่ 20 มกราคม 2007, 22:29:42 PM
เพิ่มเติม ช่วง 17 - 21 สวดพระอภิธรรม ที่บ้าน ก่อน แล้วจึงเคลื่อนศพมาจัดงานที่วัด

การเดินทางไปร่วมงานคงหลากหลายจำนวนผู้คน

ที่พัก  เครื่องนอน  คงต้องเตรียม........


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 มกราคม 2007, 23:08:34 PM
*********************************
(คุณลุงประวัติ ท่านที่สวมแว่นตา นั่งด้านขวา)

ครูสิ่นใช้ชื่อจัดตั้งว่า “สหายประวัติ”
ได้รับความไว้วางใจจาก  พคท.โดยแต่งตั้งให้ดูแลภาคใต้แทนเมื่อครูกนกถูกจับตัวไป
โดยศูนย์การนำพคท.มีภารกิจเจาะจงให้ท่านดูแลเขตการเคลื่อนไหวที่พรุพี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ตำแหน่งสูงสุดในพคท.ของเขาคือสมาชิกกรมการเมืองประจำ
และเป็นเลขาธิการภาคใต้โดยตำแหน่ง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Jedi ที่ 21 มกราคม 2007, 11:10:25 AM
ได้ข่าว "กลุ่มเพื่อนสุราษฏร์" จาก กรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งคงเดินทางไปร่วมงานวันที่ 26 มกราคมนี้ที่จังหวัดตรัง

ทั้งชีวิตของ "สหายประวัติ" อุทิศเพื่องานปฏิวัติ และเป็นที่รักของสหายมาตลอดจวบจนสิ้นชีวิตที่บ้านเกิดจังหวัดตรัง

 :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'(


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 23 มกราคม 2007, 08:47:36 AM
(http://farm1.static.flickr.com/124/366487511_9bc5f54433_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 27 มกราคม 2007, 17:26:40 PM
ฝากผมสักสองเล่มด้วยครับ  ลุงบันเทิงฝากขอเล่มหนึ่ง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: พยอม ที่ 27 มกราคม 2007, 17:57:20 PM
หนังสืองานศพ ลุงประวัติ "สิน เดิมลิ่ม" เวบเพื่อนบ้านนำมาลิ้งค์ไว้

http://www.firelamtung.com/ebook/pawathmemorial.pdf (http://www.firelamtung.com/ebook/pawathmemorial.pdf)


เพื่อมิตรสหายที่รอคอยเชิญอ่านก่อนรับหนังสือจริง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 28 มกราคม 2007, 15:19:39 PM
เข้าไปอ่านแล้วสำหรับหนังสือของคุณลุงประวัติ
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด/ขอบคุณสหายจากเขาหลวง นครฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 28 มกราคม 2007, 16:26:12 PM
(http://farm1.static.flickr.com/137/371670055_9241674bce_o.jpg)

เมื่อค่ำๆของวันที่ 27 มค. 2550 มีโอกาสพบสหายแห่งเขาหลวง นครศรีธรรมราช
และได้ประชาสัมพันธ์โครงการก่อสร้างอนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด
มิตรสหายที่นี่ได้ร่วมสมทบทุนในภาระกิจครั้งนี้เป็นจำนวนเงิน

11,000 บาท

โดยมอบใส่ซองผ่านคุณดวงมาแล้ว

ชาวภูบรรทัด ขอกล่าวคำว่า ขอบพระคุณอย่างสูง
และที่สำคัญที่สุดคือได้รับกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยม


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 28 มกราคม 2007, 16:33:43 PM
โครงการได้ดำเนินต่อไปอย่างเป็นจังหวะก้าว

(http://farm1.static.flickr.com/149/371670115_2b0a9b256a_o.jpg)

พิธีวางศิลาฤกษ์ ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๙
แผ่นหินสองแผ่นสลักภาพนักรบของประชาชน พร้อมถ้อยคำ
บอกกล่าวให้ผู้พบเห็นได้ทราบถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่พวกท่านเหล่านั้น
ได้สร้างไว้เพื่อแผ่นดิน

แผ่นหนึ่งถูกฝั่งลงบนปฐพี แผ่นดินอันรักยิ่งของวีรชน
อีกแผ่นหนึ่งจะนำมาตั้งไว้ที่หน้าอนุสรณ์สถาน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 28 มกราคม 2007, 16:38:10 PM
มิตร สหาย ลูกหลาน ที่เข้ามาร่วมงาน

(http://farm1.static.flickr.com/180/371670002_5b76ebe34e_o.jpg)

คุณป้าป่าพนกรุณาอธิบายภาพให้ด้วยขอรับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด/ดาวน์โหลดVDOได้ที่นี่....
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 28 มกราคม 2007, 17:29:58 PM
ไฟล์วิดีโอ ของงานประชาสัมพันธ์โครงการก่อสร้างฯ

ดาวน์โหลดได้ที่นี่....ทั้งหมดมี 4 ตอน (เป็นไพล์ความละเอียดต่ำ)

ตอนที่ 1

(http://farm1.static.flickr.com/182/371714124_80b996d815_o.jpg)
http://www.esnips.com/doc/4e72de11-4377-4305-a8b5-5813abf21d6a/OnTheWayPart1

ตอนที่ 2

(http://farm1.static.flickr.com/155/371777590_8881b69a5d_o.jpg)
http://www.esnips.com/doc/42d9b3b6-920f-494a-8cbb-5e732ae35c0d/OnTheWayPart2

ตอนที่ 3
http://www.esnips.com/doc/d31a5d66-d1fb-4098-a4b7-a3b8223c7268/OnTheWayPart3

ตอนที่ 4
http://www.esnips.com/doc/27beadf6-0655-4fea-a555-a5c40c14c75a/OnTheWayPart4


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 28 มกราคม 2007, 21:53:25 PM
ในวันวางศิลาฤกษ์ทีวัดไม้เสียบ
หลังจากทำพิธีวางเสร็จในตอนเช้า
ก็ทำบุญให้กระดูกของสหายเราทั้งหมด
ทำบุญเลี้ยงพระเสร็จแล้ว
เราก็ร่วมรับประทานอารกลาววัน
จากนั้นเราได้ร่วมกันร้องเพลงเพื่อความสามัคคีกัน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 28 มกราคม 2007, 22:00:15 PM
ท่านพระครูประดิษฐ วรการ
 เจ้าอาวาสวัดไม้เสียบ
 ได้มาทำพิธีวางศิลาฤกษ์
ตามพิธีการทางศาสนา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 30 มกราคม 2007, 02:35:07 AM
ป้าป่าพนภาพนี้น่าจะเป็นการหารือระดมความคิดอะไรสักอย่างใช่เปล่าครับ

(http://farm1.static.flickr.com/186/371670023_eaed8206c0_o.jpg)


และสำหรับ File VDO ที่ละเอียดขึ้น แบ่งเป็น 3 ตอนครับ

ตอน 1
(http://farm1.static.flickr.com/161/373605097_113430e8a4_o.jpg)
http://www.esnips.com/doc/77db9999-9122-4ee0-99c2-f110cdf9cab1/M-PART-1-1

ตอน 2
(http://farm1.static.flickr.com/154/373605042_857c0735b1_o.jpg)
http://www.esnips.com/doc/a224ccc4-0847-42b9-808b-d90349197d4b/M-PART-2-2

ตอน 3
(http://farm1.static.flickr.com/158/373604986_777b9db80e_o.jpg)
http://www.esnips.com/doc/22e016d5-1414-4647-a071-c05a84c801b5/M-PART-3-3




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 30 มกราคม 2007, 22:19:13 PM
ลุงกาจครับช่วยสอวิธีเปิด VDO หน่อยครับ  ผมเปิดไม่ได้สักที


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 30 มกราคม 2007, 22:54:40 PM
คุณสามารถ ลองเปิดดูที่หน้า 15 แล้วคลิกที่ใต้ภาพ ศิลาจารึก นั้นจะง่ายกว่ามังค่ะ
ลองดูนะค่ะ



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 30 มกราคม 2007, 23:19:13 PM
เรียนลุงสามารถ

Save ไว้ในเครื่องเราก่อนครับ ดึงไฟล์ประมาณ 15 นาที
เสร็จแล้วให้นำไฟล์ที่ SAVE มาเปิดในโปรแกรมที่ดูหนังครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 30 มกราคม 2007, 23:29:45 PM
คะลุงกาจ
เป็นการระดมความคิดในการหาเงินมาสร้างสถูป
ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการคิด
และเสนอแนวทางโดยแบ่งเป็นกลุ่มซึ่งทุกคนมีวิธีคิดแนวทาง
การระดมทุนที่หลากหลายมากและ
มีตัวเลขเข้ามาอยางน่ารักทุกกลุ่มเลยคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 31 มกราคม 2007, 21:24:00 PM
ผมเปิดจาก web ดูได้ครับ
แต่พอsave ใส่เครื่องเปิดไม่ได้ครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 31 มกราคม 2007, 23:45:36 PM
ลง Quicktime For Windows V.7 น่าจะดูได้ชัวร์นะครับ www.Apple.com

ผมยังไม่ได้ลองคลิ๊กขวาไฟล์ที่ Save ไว้
แล้วเลือกโปรแกรมดูหนัง เช่น PowerDVD อะไรสักอย่างเนี้ยแหละครับ

ผมจะทำที่เป็น VCD ที่หลังถ้าปรับปรุงแก้ไขแล้ว
ต้องขอเชิญป้าผีเสื้อ ลุงเรดซัน ลุงลอย น้าอุ้ม มาให้เสียงบรรยายด้วยกันครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 กุมภาพันธ์ 2007, 05:15:01 AM
(http://farm1.static.flickr.com/183/379210415_df2617e197_o.jpg)

บรรยากาศ ร่วมคิดของพี่น้องท้องถิ่นเพื่อหาทุนเพื่อสร้างอนุสรณ์สถาน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 กุมภาพันธ์ 2007, 05:24:08 AM
(http://farm1.static.flickr.com/160/381025927_9dbf0b0eca_o.jpg)

ภาพอดีตของสหายนะครับ ที่เห็นเป็นเสื้อลายๆ สหายครับ
แถบภูบบรรทัดจะสวมเสื้อผ้าตามสะดวก เครื่องแบบของ ทปท. ขาดแคลน
เราอยู่สอง สามปี จึงได้ใส่กับเขาบ้าง วันแรกที่ได้รับชุด ทปท จากคุณเอี้ยง(ผู้ล่วงลับ)
มือไม้สั่นหัวใจพองโต ลองใสแล้วต้องรีบเก็บใส่เป้ รอจังหวะออกงานใหญ่เท่านั้น
เดี๋ยวสีซีด  จะอดสวย อดหล่อซะก่อนนิ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 02 มีนาคม 2007, 05:49:56 AM
โครงการก่อสร้างฯ ไปถึงไหนแล้วสหาย
ส่งเสียงมาถามในความเงียบครับผม

(http://farm1.static.flickr.com/173/407206984_eb5c698c3e_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 02 มีนาคม 2007, 06:15:59 AM
เมื่อพบกันอีกครั้ง รอยยิ้มแย้ม เอิบอิ่มใจ
ก็บังเกิดขึ้นในดวงจิต ด้วยความรักทางชนชั้น

(http://farm1.static.flickr.com/138/407226981_3a4ec5d74b_o.jpg)

8 มีนาคม จะบรรจบครบอีกหนึ่งรอบ  ยังรอวันแห่งความใฝ่ฝันเสมอ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: bluehawai ที่ 08 มีนาคม 2007, 20:49:18 PM
สัมภาษณ์พิเศษ นพ.จำรัส สรพิพัฒน์ : “ผมเกรงว่านิคมอุตสาหกรรมตรังจะร้าง”  พิมพ์บทความนี้

หมายเหตุ –  ความพยายามในการจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมจังหวัดตรังมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น เมื่อจังหวัดตรังได้เข้าไปเป็น 1 ใน 8 จังหวัดภาคใต้ที่เป็นสมาชิกกลุ่มในโครงการความร่วมมือเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย ไทย-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย หรือ IMT-GT และเพื่อการเชื่อมโครงการขนส่งสู่ต่างประเทศ บริเวณท่าเทียบเรือกันตัง

 

เขตอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง ครอบคลุมพื้นที่หมู่ที่ 2, 3, 4 ตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว เนื้อที่ประมาณ 1,648 ไร่ เน้นอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเป็นหลัก ภายใต้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท คาดว่าภายในปี 2550 นี้จะสามารถเริ่มดำเนินการได้

 

 

 

 

ดูรายงานการศึกษาเขตอุตสาหกรรมจังหวัดตรังอย่างละเอียดแล้ว มีประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้าง

เท่าที่ได้อ่าน ‘ร่างรายงานการศึกษาโครงการจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง และโครงการก่อสร้างศูนย์ขนถ่ายสินค้าเพื่อการส่งออก ณ ท่าเทียบเรือกันตัง’ ศึกษาโดย ‘บริษัท โซซิโอ – อีโคโนมี คอลซัลแตนส์ จำกัด’ ซึ่งหนามาก เกือบทั้งหมดเป็นแค่ข้อมูลพื้นฐานทางด้านสังคม และสภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดตรัง

 

นอกจากนี้ก็เป็นข้อมูลเกี่ยวกับโครงการที่มีความเกี่ยวเนื่อง เช่น โครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย รวมถึงกฎระเบียบเกี่ยวกับสิทธิพิเศษสำหรับโรงงานฯ ในนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงข้อกฎหมายต่างๆ

 

การศึกษาชิ้นนี้ ไม่ได้นำข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาประมวล แล้วชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดตรัง เมื่ออ่านดูทั้งหมดแล้วพบว่าแทบจะไม่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมโดยตรง

 

ข้อสำคัญคือ มีการนำแผนยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้มาแสดงให้ดูด้วย

 

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ยุทธศาสตร์ในกลุ่มจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง ระบุว่า ต้องการให้เกิดการพัฒนาการผลิต การเกษตร การตลาดเพื่อการเกษตร การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ไม่มีอะไรเน้นหนักไปทางอุตสาหกรรมเลย

 

เท่าที่ร่างรายงานการศึกษาฉบับนี้อ้างว่า ระหว่างปี 2537 – 2548 มีการขยายตัวของโรงงานในจังหวัดตรัง 160 กว่าเปอร์เซ็นต์ ปริมาณ 600 กว่าโรง อ่านดูแล้วตกใจ ทำไมถึงขยายตัวมากมายนัก

 

พอดูรายละเอียดพบว่า โรงสีข้าวเล็กๆ โรงกลึงในชุมชน ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ก็เป็นโรงงาน โรงทำขนมจีน โรงทำขนมเค้กก็เข้าข่ายเป็นโรงงาน

 

เมื่อดูตรงนี้แล้ว เราตัดโรงงานเหล่านี้ออกไปได้เลย เพราะโรงงานแบบนี้ไม่เข้านิคมอุตสาหกรรมอยู่แล้ว หลายๆ กิจการเป็นบริการในชุมชน เข้าไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมก็ไม่รู้จะไปบริการใคร ็โรงงานอุตสาหกรรมในภาพที่เราเข้าใจ ไม่ใช่แบบนี้

 

พอเข้าไปดูในรายละเอียด โรงงานอุตสาหกรรมจริงๆ มีไม่มาก แต่ละโรงงานที่เกิดขึ้น ล้วนสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของบ้านเรา เป็นโรงงานแปรรูปผลิตผลการเกษตรขั้นพื้นฐาน เช่น แปรรูปไม้อย่างพารา โรงงานน้ำยางข้น แปรรูปสัตว์น้ำ

 

ต้องเข้าใจว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้มีธรรมชาติอย่างไร จะยอมเข้าไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมหรือไม่ ผลิตผลการเกษตรส่วนใหญ่มีน้ำหนักและปริมาณมาก เมื่อเข้าไปดูข้อเท็จจริงจึงพบว่าโรงงานเหล่านี้อยู่กระจัดกระจายไปตามแหล่งวัตถุดิบ

 

สมมติโรงงานยางย้ายไปอยู่ในที่ไม่มียางพาราเลย ต้องขนยางไปแปรรูปขั้นต้นในนิคมอุตสาหกรรมที่ห่างไกลออกไป มันก็ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน

 

นอกจากจะต้องอยู่ใกล้แหล่งผลิตแล้ว ยังขึ้นอยู่กับโรงงานผลิตสินค้าต่อเนื่องด้วย เคยสังเกตหรือไม่ว่า ทำไมมีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มที่ภาคใต้ แต่ไม่มีโรงงานรีไฟน์ในภาคใต้ เรามีโรงหีบน้ำมันปาล์มทั่วไปหมด กระบี่ก็มี ตรังก็มี แล้วทำไมผู้ประกอบการ ถึงไม่ลงทุนทำโรงงานรีไฟน์ที่ภาคใต้

 

เรื่องนี้เข้าใจได้ว่า โรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันปาล์ม มันไม่ได้อยู่ในภาคใต้ เพราะโรงงานในแต่ละอุตสาหกรรมจะต้องตั้งในสถานที่ที่สามารถดึงเทคโนโลยีและบุคลากรมาใช้งานได้สะดวก มันมีเงื่อนไขและข้อจำกัดหลายอย่าง ทำให้ภาคใต้ไม่มีโรงงานรีไฟน์น้ำมันปาล์ม ถึงตั้งได้ต้นทุนก็จะสูง นี่ยังไม่นับความยากลำบากอย่างอื่นอีก

 

ในร่างรายงานการศึกษาฯ ผู้ศึกษาไม่สามารถชี้ให้เห็นเลยว่า มีเงื่อนไขอะไรบ้างในจังหวัดตรัง ที่สามารถจะบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่อ้าง ข้อมูลในร่างรายงานการศึกษาฉบับนี้ ไม่สามารถนำมาเชื่อมโยง เพื่อตอบคำถามให้ได้ว่า ควรจะมีนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดตรัง

 

ในร่างรายงานการศึกษาฯ ไม่ได้พูดถึงจังหวัดใกล้เคียงในภาคใต้ ทั้งๆ ที่เป็นคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นสงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กระบี่ ภูเก็ต เรื่องที่เรานำมาพูดถึงกันมาก คือ ที่จังหวัดสงขลา เพราะที่นั่นมีนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ ซึ่งถึงทุกวันนี้ยังร้างอยู่

 

จำนวนโรงงาน 600 กว่าโรงในจังหวัดตรังมีอะไรบ้าง

ขุด ลอก กรวด ทราย หิน ดูดแร่ ดูดทราย ถ้าให้เข้าไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม เขาจะไปดูดทรายที่ไหน โรงงานทำเส้นหมี่ โรงน้ำแข็ง โรงปลาป่น โรงสกัดน้ำมันจากเศษปลา โรงงานลูกชิ้นปลา โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ผมว่าโรงงานพวกนี้ ไม่เข้าไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมแน่นอน

 

นอกจากนั้น ยังมีโรงสีข้าวเล็กๆ โรงทำขนมเข่ง โรงทำขนมอบแห้ง โรงทำข้าวเกรียบ โรงทำกาแฟผงเคลือบถั่ว โรงทำไอศกรีม เฉพาะ 3 โรงที่ห้วยยอด ก็ทำขายกินกันในหมู่คนห้วยยอด ถ้าย้ายเข้าไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ก็ไม่รู้จะขายใครเหมือนกัน

 

โรงทำกะปิ โรงฟอกหนังปลากระเบน โรงงานแปรรูปไม้ยางพารา โรงงานอัดน้ำยาอบไม้ โรงงานพวกนี้กระจายอยู่ในแหล่งที่มีวัตถุดิบ เพราะต้องซื้อไม้มาตัดเป็นท่อนเอาไปทำเฟอร์นิเจอร์ ทำวงกบประตู ผลิตไม้อัดยางพารา โรงเผาถ่านไม้ยางพาราก็ต้องอยู่ข้างๆ โรงงานแปรรูปไม้ยางพารา ถ้าอยู่ที่อื่นก็ต้องขนไม้เข้าโรงงาน ต้นทุนสูงอยู่ไม่ได้แน่นอน

 

พวกรับซื้อของเก่า เศษกระดาษ เศษเหล็ก โรงทำเครื่องหอม ร้านปะยางรถยนต์ ซ่อมรถจักรยานยนต์ ร้านพวกนี้ถ้าเข้าไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมก็ไม่รู้จะไปปะยางให้ใคร โรงงานน้ำยางข้น อันนี้อยู่กระจายกันไป โรงงานผลิตยางรัดของอยู่ที่กันตัง โรงงานทำเครื่องปั้นดินเผา ทำอิฐเผา ทำเตาอั้งโล่ พวกนี้ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมในครอบครัว

 

ทำเหล็กดัด ประตูเหล็ก หน้าต่างเหล็ก ก็เป็นโรงงานห้องแถวทั้งนั้น โรงงานผลิตกระป๋อง โรงทำมีดกรีดยาง ตัด พับ ม้วน กลึงโลหะ เชื่อมประกอบอุปการณ์เครื่องยนต์ ก็คือ โรงกลึงทั้งหลาย ซ่อมเครื่องยนต์ ทั้งหมดเป็นบริการที่อยู่ในชุมชนต่างๆ

 

ส่วนโรงงานใหญ่ๆ เช่น โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม มันก็ต้องอยู่ตรงสิเกา เพราะสวนปาล์มอยู่ตรงนั้น ถ้าอยู่ห่างออกมา ต้องขนวัตถุดิบไกลๆ มันไม่ใช่เรื่อง

 

เขาบอกว่าถ้าปล่อยให้อยู่กันอย่างนี้ โรงงานจะกระจายเต็มพื้นที่ก่อมลพิษทั่วไปหมด ถ้าจับมาอยู่ที่เดียวกัน จะง่ายต่อการควบคุมดูแล

คนที่ดูแลควบคุมก็คือภาครัฐ ที่บอกว่าโรงงานกระจัดกระจายแล้วดูแลไม่ได้ ก็เท่ากับฟ้องตัวเองว่าไม่ทำงาน พอไปอยู่รวมกันแล้วควบคุมได้หรือไม่ อันนี้ให้ดูตัวอย่างนิคมอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่กำลังเป็นข่าวดังอยู่ตอนนี้ควบคุมได้จริงหรือเปล่า

 

ยิ่งให้ไปอยู่รวมกัน ยิ่งควบคุมไม่ได้ใหญ่ เพราะถ้าโรงงานไปรวมอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรม เขาจะมีอำนาจต่อรองสูงทันที เพราะเขาอยู่ในจุดที่ได้รับการส่งเสริมจากรัฐ ทันทีที่เขารวมกลุ่มกันคุณยิ่งทำอะไรไม่ได้ เหมือนนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โรงงานเต็มไปหมดในที่สุดโรงเรียนต้องย้ายหนี ทั้งๆ ที่โรงเรียนอยู่มาก่อนโรงงาน

 

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่โรงงานอยู่กระจัดกระจายแล้วควบคุมไม่ได้ มารวมอยู่ในที่เดียวกันแล้ว จึงจะควบคุมได้ ถึงพยายามต้อนโรงงานมาอยู่ในที่เดียวกัน ถ้าคุณไม่ทำงาน มันก็คุมไม่ได้ ผมบอกได้เลยว่า ถ้าขนโรงงานมาอยู่ที่เดียวกัน เขาจะยิ่งมีอำนาจต่อรองสูงกว่าอยู่กันกระจัดกระจาย ในสภาพต่างคนต่างอยู่ โรงงานที่กระจัดกระจายกันอยู่ คนชุมชนรอบๆ โรงงานยังพอควบคุมได้บ้าง

 

โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในจังหวัดตรัง ก็มีโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์อยู่ที่บางรัก แล้วก็โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม 3 แห่ง แล้วก็โรงงานแปรรูปไม้ยางพารา โรงรมยาง โรงงานน้ำยางข้น เหล่านี้ถือเป็นโรงงานขนาดใหญ่ มันมีมลพิษ มีการติดตั้งบ่อบำบัดน้ำเสีย อยู่ที่ว่าคุณเข้าไปควบคุมหรือไม่ คุณทำงานกันหรือเปล่า ขนาดแก้ปัญหากันทีละโรงยังสู้เขาไม่ได้ ถ้าเขารวมกันเป็นสิบๆ โรง ไม่รู้จะสู้ได้ตรงไหน

 

ถ้าโรงงานเหล่านี้ เข้าไปอยู่ในที่เดียวกันจะเกิดอะไรขึ้น

ความเข้มข้นของมลพิษจะยิ่งหนักหน่วงขึ้นไปอีก ควบคุมดูแลได้ยาก ยกตัวอย่างนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ ที่จังหวัดลำพูน มีบริษัทรับจ้างบำบัดของเสีย เอาเข้าจริงบริษัทที่ว่านี้ กลับแอบบรรทุกของเสียไปทิ้งใส่บ้านชาวบ้าน

 

เราต้องตั้งคำถามว่า บ้านเราพวกเราอยากอยู่กันอย่างไร อันที่จริงมีคำตอบอยู่แล้ว เรามียุทธศาสตร์ของจังหวัด ที่มาจากการระดมความคิดเห็นร่วมกัน เราตกลงกันว่าจะทุ่มจุดหลักไปทางด้านการเกษตร ทางด้านการท่องเที่ยว เราต้องการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เป็นแหล่งสถานศึกษา เหล่านี้เป็นทิศทางของเรา ปรากฏอยู่ในแผนของจังหวัดเรียบร้อยแล้วด้วย เพราะฉะนั้น ทุกคนทุกฝ่ายควรจะยึดข้อตกลงนี้

 

ผมเชื่อว่าโรงงานที่มีอยู่แล้ว ถ้าเขาจะย้ายเข้านิคมอุตสาหกรรม มันต้องตอบคำถามให้ได้ว่า เขาจะได้รับสิทธิประโยชน์อะไร ต้นทุนการผลิตถูกลงหรือไม่ เงื่อนไขในการประกอบการดีกว่าเดิมหรือไม่ เพราะถ้าย้ายไปแล้วแย่กว่าเดิม เขาคงไม่ย้าย

 

แรงงานจะเอาจากไหน เพราะถ้าย้ายโรงงาน คุณต้องหาแรงงานใหม่ คุณต้องฝึกอบรมแรงงานใหม่ ต้องไปจัดระบบใหม่ ต้องตั้งต้นกันใหม่ ขณะที่ประกอบการอยู่ในที่เดิมคุณสู้เขาได้ พอย้ายไปที่ใหม่ก็เท่ากับไปนับหนึ่งใหม่

 

โจทย์ต่างๆ เหล่านี้ ในรายงานการศึกษาฉบับนี้ไม่มี ถ้ามีก็ต้องบอกด้วยว่า มีสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง ที่จะให้กับพวกโรงงานเก่า

 

ถ้าบอกว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ กลุ่มใหม่ จะไม่ต้อนโรงงานเก่าในพื้นที่เข้าไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ถ้าตั้งโจทย์อย่างนี้ คุณก็ต้องตอบให้ได้ว่า ใครบ้างที่จะแห่เข้ามา ถ้าบอกว่าคุณมีวัตถุดิบการเกษตรมากมาย ก็ต้องดูด้วยว่ากำลังการผลิตของเราในปัจจุบันเป็นอย่างไร

 

ยกตัวอย่างยางพารา วัตถุดิบบ้านเรามีมาก เรามีโรงรมยางขนาดใหญ่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มีโรงงานขนาดกลางและขนาดต่างๆ อีกหลายโรง ต้องไปถามผู้ประกอบการด้วยว่า กำลังการผลิตที่เขามีอยู่ ใช้เต็มประสิทธิภาพแล้วหรือยัง ถ้าเขาต้องการเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน มีวัตถุดิบมากพอที่จะป้อนเขาหรือไม่

 

แรงงานจะหาจากที่ไหน ในส่วนของแรงงานไร้ฝีมือ ถ้าคุณบอกว่าเอาพวกพม่า พวกเขมรเข้ามาได้ มันก็ไม่สนองตอบคนท้องถิ่น ถ้าคุณบอกว่าต่อไปจะเอาอุตสาหกรรมไฮเทคมา โดยไม่เข้าใจธรรมชาติของอุตสาหกรรมไฮเทค ก็ไม่มีผู้ประกอบการเข้ามาอยู่ดี

 

เอาละ ถ้าเขาเข้ามาลงทุน ถามว่าคุณมีแรงงานที่มีทักษะสูงรองรับอุตสาหกรรมประเภทนี้มากน้อยแค่ไหน คุณมีสถาบันวิจัยหรือสถาบันการศึกษาในพื้นที่ สนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนาหรือไม่

 

คุณต้องศึกษาสิ่งเหล่านี้ให้ชัดเจนก่อน แล้วนำมาตอบโจทย์ ในร่างรายงานการศึกษาฉบับนี้ไม่ได้เขียนเรื่องเหล่านี้เอาไว้เลย

 

คนงานที่มีทักษะสูง ผู้ชำนาญการ นักวิชาการที่มีฝีมือ เขาก็รักครอบครัว จะย้ายไปอยู่ที่ไหนเขาคำนึงถึงครอบครัว ลูกจะเรียนโรงเรียนไหน จะกินอยู่อย่างไร สภาพสังคมเป็นแบบไหน เขาเก็บเอาไปคิดประกอบการตัดสินใจทั้งนั้นแหละ ถ้าให้เขาทำงานแถวๆ กรุงเทพฯ เป็นไปได้ที่จะดึงผู้ชำนาญการมาทำงานด้วย ลองไปชวนเขาไปทำงานที่ทุ่งกุลาร้องไห้ดู รับรองเจ๊งแน่ คนเหล่านี้เขามีสิทธิเลือก ตั้งโรงงานแล้วหาคนเก่งๆ มาทำงานให้ไม่ได้ มันก็เจ๊ง

 

แล้วไหนจะต้องมีอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีก สมมุติอุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ มันก็ต้องมีอุตสาหกรรมชิ้นส่วนต่างๆ ควบคู่กันไปด้วย ยกเว้นเป็นอุตสาหกรรมขันน็อต นำเข้าชิ้นส่วนทั้งหมดมาประกอบ ซึ่งก็ต้องดูด้วยว่า คุณมีระบบขนส่งเอื้ออำนวยหรือไม่ ถามว่าท่าเรือกันตังของจังหวัดตรัง เป็นท่าเรือระดับไหน ที่เราพูดว่าเป็นท่าเรือน้ำลึกนั้น ลึกจริงหรือไม่ เรือขนาดไหนเข้าเทียบท่าได้

 

กรณีศึกษาท่าเรือน้ำลึกสงขลา ทั้งที่มีสินค้าจากโรงงานในสงขลาหรือจากตรัง วิ่งนิดเดียวก็ถึงสงขลา แล้วทำไมผู้ประกอบการในสงขลาและจากตรัง ถึงขนสินค้าไปลงเรือที่ปีนัง เพราะค่าระวางของเราแพงกว่า คำถามก็คือ ค่าจัดการต่างๆ คุณสู้เขาได้หรือไม่

 

ท่าเรือน้ำลึก ถ้าไม่ลึกจริงก็ต้องขุดลอก ขุดลอกแล้วก็มีปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งตามมา หลังจากที่มีท่าเรือน้ำลึกสงขลา ธรรมสถานหาดทรายแก้ว ซึ่งอยู่ใกล้ๆ เคยมีที่ดินถึง 70 กว่าไร่ ตอนนี้ถูกกัดเซาะเหลือที่ดินอยู่นิดเดียวแค่ 4 ไร่กว่าๆ วัดลงไปอยู่ในน้ำเสียแล้ว อันนี้เป็นผลมาจากการขุดลอก และก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างชายฝั่ง

 

ในร่างรายงานการศึกษาระบุหรือไม่ว่าโรงงานประเภทไหนเข้ามาอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมตรัง

เป็นโรงงานน้ำยางพารา ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม แปรรูปอาหารทะเล ห้องเย็น แช่แข็ง ผลิตแผ่นไม้เอ็มดีเอ็กส์ อุตสาหกรรมต่อเรือ อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมยานยนต์

 

ดูแต่ละประเภทแล้วคิดว่าเขาจะมาหรือไม่

ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมด้านการเกษตร ซึ่งมีอยู่แล้วในจังหวัดตรัง ทีนี้เรามาดูกันว่า มันจะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกหรือไม่ เช่น อุตสากรรมปาล์มน้ำมัน นอกจากผลิตน้ำมันปาล์มดิบแล้ว จะพัฒนาไปจนถึงมีโรงงานรีไฟน์หรือไม่

 

ถ้าจะให้ไปถึงขั้นนั้น ก็ต้องถามว่าโรงงานปาล์มน้ำมันในจังหวัดตรังอยู่แนวหน้าหรือไม่ คำตอบก็คือว่า โรงงานน้ำมันปาล์มขนาดใหญ่ อยู่ที่ชุมพร สุราษฎร์ธานี อย่างที่กระบี่ก็ใหญ่กว่าเรา ถึงขนาดนั้นก็ยังไม่มีโรงงานรีไฟน์ในพื้นที่เลย ต้องส่งไปเข้าโรงงานรีไฟน์ที่กรุงเทพฯ เพราะอุตสาหกรรมต่อเนื่องมันอยู่ที่นั่น

 

เพราะฉะนั้น คุณต้องตอบให้ได้ว่า ทำอย่างไรให้โรงงานรีไฟน์เข้ามา มีเงื่อนไขอะไรที่เขาจะเข้ามา คุณมีอะไรให้เขาเลือก ไม่ใช่มาเขียนลอยๆ อย่างนี้

 

ต้องดูว่าศักยภาพในการผลิตขั้นปฐมเป็นอย่างไร เช่น โรงหีบน้ำมันปาล์ม มีตัวเลขหลังจากที่ตั้ง 3 โรงงานขนาดใหญ่ โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเล็กๆ อยู่ได้กี่โรง เจ๊งไปกี่โรง ที่ยังเหลืออยู่เดินกำลังผลิตไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์อีกเท่าไหร่ จำนวนสวนปาล์มที่เหลืออยู่ มีโอกาสเติบโตได้แค่ไหน จะอิ่มตัวเมื่อไหร่ มากพอกับจะรองรับโรงงานขนาดไหน – กี่โรง ถ้าอย่างนี้มันถึงจะเป็นเนื้อเป็นหนังจริงๆ เป็นการศึกษาที่รอบคอบ

 

ผมดูแบบไม่ได้ศึกษา ผมเห็น 3 โรงที่มีอยู่ก็อยู่อย่างนั้น โรงเล็กๆ ก็เจ๊งไปบ้าง ผมเคยถามบางโรงเขาบอกผลิตได้แค่ 50 เปอร์เซ็นต์ของกำลังการผลิตที่มีอยู่จริง เพราะปริมาณปาล์มมีน้อยกว่ากำลังการผลิต

 

อย่างการแปรรูปอาหารทะเล ตอนนี้อยู่ได้ แต่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก โรงใหญ่ๆ มี 2 โรง เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดเพิ่มขึ้นมาอีก ต้องใช้แรงงานอีกเท่าไหร่ ปริมาณสัตว์น้ำทะเลที่เข้าท่าเรือกันตังมีเท่าไหร่ ต้องศึกษาต่อไปให้ได้ว่า เรามีข้อได้เปรียบอะไร ต้นทุนจะถูกกว่าที่สงขลาหรือที่สุราษฎร์ธานี หรือถูกกว่าภาคกลางหรือไม่ ทำไมผู้ประกอบการถึงอยากจะเข้ามาตั้งที่เรา

 

ไม่มีคำตอบปรากฏในร่างรายงานผลการศึกษาซักนิดเดียว

 

มองอุตสาหกรรมอีเลกทรอนิกส์ ที่จะดึงเข้ามาอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมตรังอย่างไร

คุณก็ต้องศึกษา การที่จะเกิดอุตสาหกรรมอีเลกทรอนิกส์ในพื้นที่นั้นๆ ต้องมีสิ่งที่สนับสนุนอะไรบ้าง ทำอย่างไรจะให้เราแข่งขันกับเวียดนาม หรือประเทศอื่นๆ ได้ ที่สำคัญที่สุด คือ ทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งเหตุผลอื่นๆ เช่น สิทธิประโยชน์ต่างๆ อันนี้ท้องถิ่นไม่มีสิทธิคิดอยู่แล้ว เพราะมันถูกกำหนดโดยกรอบใหญ่ของแผนพัฒนาประเทศ

 

ทิศทางของจังหวัดตรังควรเป็นอย่างไร

คนตรังเขาเลือกแล้ว ให้เป็นพื้นที่ทางการเกษตร ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งโดยธรรมชาติมันเป็นของมันอยู่แล้ว ก็น่าจะศึกษาดูว่าต่อไปจะทำอย่างไร จะเพิ่มอะไร จะดูแลแบบไหน ปัจจุบันมีปัญหาอะไร จะพัฒนาอย่างไรไม่ให้สร้างปัญหากับชุมชนนั้นๆ แทนที่จะมานั่งเฝ้าหลับหูหลับตาบอกว่า ต้องเป็นนิคมอุตสาหกรรมอย่างเดียว

 

ถ้าจะพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไม่ว่าเชิงอนุรักษ์ หรืออะไรต่างๆ จะทำอย่างไรไม่ให้ขัดแย้งกับผู้คนของเรา ทำอย่างไรไม่ให้ทำความเสียหายกับทรัพยากรทางการท่องเที่ยวของเรา ทั้งหมดมีอยู่แล้วในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืน 20 ปี เราได้จัดโซนนิ่งเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

 

ถ้าต้องการจะต่อยอด ก็ควรศึกษาให้ลึกลงไปว่า มีเงื่อนไขอะไรบ้างที่จะทำให้เกิดการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยเฉพาะในแง่ของความพร้อม ไม่ว่าในด้านทรัพยากรมนุษย์ หรืออะไรต่างๆ ซึ่งมันจะเกิดได้จริงมากกว่า

 

คิดว่านิคมอุตสาหกรรมตรังมีโอกาสเกิดหรือไม่

เขาดันให้มีให้ได้ มันก็มีโอกาสเกิด แต่เกิดแล้วจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมเกรงว่าจะเป็นเขตอุตสาหกรรมร้าง สูญเงินเปล่า

 

เฉพาะหน้าคิดว่าจะมีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นบ้าง

สิ่งที่จะเกิดขึ้นก่อน คือ ประชาชนในพื้นที่จะทะเลาะกับราชการ เพราะที่ตรงนั้นไม่ใช่ที่รกร้างว่างเปล่า ตอนนี้มีการปลูกสร้างผลอาสิน เป็นสวนยางพารา ก่อนหน้านี้เป็นที่นา ต่อมา มีการตัดถนนไปขวางทางน้ำ ทำนาไม่ได้ เขาก็เลยปลูกยาง ตอนนี้ยางกรีดได้แล้ว พอเขาลืมตาอ้าปากได้ ก็จะมาเอาที่ดินไปทำนิคมอุตสาหกรรม

 

ผมคิดว่าพอเอาคนออกไปแล้ว ที่ตรงนี้อาจจะกลายเป็นที่ร้าง เพราะไม่มีโรงงานเข้ามา แบบนี้มันน่าเวทนา แต่กว่าจะเอาคนออกไปได้ก็ต้องใช้เวลา ดูอย่างนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ที่จังหวัดสงขลา การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สู้กับชาวบ้าน 10 กว่าปี ที่ทุ่งค่ายไม่รู้จะสู้กันกี่สิบปี เพื่อให้ได้นิคมอุตสาหกรรมร้างขึ้นมาอีกหนึ่งนิคมฯ มันไม่คุ้ม

 

ถามว่าตอนนี้คนทุ่งค่ายไม่มีอะไรทำเลยหรือ มันก็ไม่ใช่ คนทุ่งค่ายเขามีสวนยาง พอได้อยู่ได้กินอยู่แล้ว

 

ผมเชื่อว่าถ้าศึกษาตามหลักวิชาจริงๆ ข้อสรุปจะออกมาว่าไม่คุ้มค่า ทำไม่ได้ น่าจะไม่มีใครมาลงทุน หรือถ้าจะให้ผู้ประกอบเข้ามาลงทุน คุณต้องเตรียมความพร้อมอะไรบ้าง เรื่องแบบนี้ใช้เวลามากไป นักการเมืองเขาไม่ทำหรอก

 

ถ้าจะมีนิคมอุตสาหกรรมต้องเตรียมอะไรบ้าง

ต้องเตรียมตั้งแต่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มาตรการสร้างแรงจูงใจ ซึ่งมันไม่อยู่ในอำนาจของท้องถิ่น เพราะเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย เป็นเรื่องของข้อตกลงระหว่างประเทศ มีอะไรต่างๆ อีกมากมาย

 

ทำไมโครงการลักษณะนี้ ที่กำลังผลักดันกันทั่วประเทศ ถึงทำอะไรเหมือนกันไปหมด

ถ้ามองในแง่ดีว่า กลุ่มคนที่คิดไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อน ก็ต้องเป็นคนที่มองอะไรคับแคบ ไม่เข้าใจในสิ่งที่จะทำอย่างถ่องแท้และรอบด้าน พอคิดจะทำก็ใช้อำนาจบาตรใหญ่ เมื่อจะทำแล้วต้องทำให้ได้ คนพวกนี้ ไม่เคยต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำลงไป เช่น สร้างตลาดกลางการเกษตรขึ้นมาแล้ว พอมันเจ๊ง เขาไม่ต้องรับผิดชอบ ถ้าเป็นเอกชนทำแล้วเจ๊งขึ้นมา ต้องใช้หนี้กันหัวโต

 

ขณะที่ข้าราชการ หรือนักการเมือง ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย แถมยังบอกใครต่อใครได้อีกว่า ผมเป็นคนผลักดันโครงการนั้นโครงการนี้ ในส่วนที่ไม่เป็นมรรคเป็นผล คนพวกนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ เขาถึงได้ผลักดันโครงการลักษณะนี้ทั่วไปหมด

 

มันต้องมีมาตรการให้เขารับผิดชอบ ถ้ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น

 

ถ้าทำตามหลักการของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ข้อมูลแค่นี้ทำไม่ได้หรอก ผมเชื่อว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เขามีความรู้และผ่านบทเรียนความผิดพลาดบกพร่องมามากพอ นอกจากจะใช้อำนาจทางการเมืองไปบีบบังคับให้เขายอมรับ

 





หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 มีนาคม 2007, 13:26:44 PM
ขอบคุณครับ ข่าวจากลุงหมอปรีดา

เมื่อวานอ่านไปได้สอง สาม ท่อน
พักงานแล้วจะเข้ามาอ่านต่อครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: butterfly ที่ 09 มีนาคม 2007, 23:22:42 PM
ป้าดวงขา......แล้ววันไหนล่ะคะ.... :D :D :D :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 12 มีนาคม 2007, 04:48:28 AM
รายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างฯ

เรียน เพื่อน มิตร ทั้งในเขตงานภูบรรทัดและต่างเขตงานทั่วทุกสารทิศ

ในช่วงนี้การดำเนินงานยังต้องเป็นไปตามสภาพ เนื่องจากงบประมาณมีค่อนข้างจำกัด
ฝ่ายดำเนินการก่อสร้างขยับแล้ว ต้องทำการถอดแบบอย่างละเมียด ให้ไปได้กับฝ่ายหาทุน
โดยเนื้องานควรออกมาตามแบบแปลน ที่ทุกคนต่างวาดหวังไว้

ส่วนพี่น้องทางใต้ก็รอคอยพี่น้องในเมืองไปหา เพื่อร่วมกันคิดหาหนทางว่าจะทำอย่างไร
ให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยยืนบนพื้นฐานความสมัครสมานสามัคคี
ซึ่งหลักคิดสำคัญในการสร้างอนุสรณ์สถานครั้งนี้ เพื่อประกาศถึงความเสียสละของวีรชน
ที่ได้สร้างคุณความดีแก่แผ่นดิน ให้เป็นข้อเตือนใจสำหรับผู้ที่ยังอยู่ จวบจนเยาวชนคนรุ่นต่อไป
สืบไปตราบกาลนาน ......

เราผู้เคยอยู่ในสงคราม
ที่ฝังฝากร่างหลายคนในเทือกเขาบรรทัด
ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะเห็น
ผู้คนซึ่งนึกถึงอนาคตมากกว่าสิ่งที่เป็นปัจจุบัน
นึกถึงสิ่งที่ควรจะเป็นมากกว่าสิ่งที่เป็นอยู่......

เราผู้ที่เคยผ่านสงคราม
ที่สร้างวัยหนุ่มสาวอันไม่เคยอับเฉา
ไม่เคยหยุดที่จะลืมเลือน
ผู้คนที่อาสารอนแรมจรยุทธ์
ไม่ว่าเราจะแก่เฒ่าเพียงไรในวันนี้.......

เหล่าสหาย...
ผู้เสียสละในสงคราม
จะอยู่ในใจของผู้คนที่เขาปกป้อง
ตลอดไป.......



หัวข้อ: ชาวภูบรรทัดมาอยู่หน้าทำเนียบ
เริ่มหัวข้อโดย: JD-วัยดึก ที่ 26 พฤษภาคม 2007, 11:52:43 AM
พี่น้องเครือข่ายรักป่าเทือกเขาบรรทัดร่วมกับเครือข่ายป่าทั่วประเทศประมาณ 2,000 คนมารวมตัวกันอยู่ริมคลองข้างทำเนียบฯ เพื่อมาเจรจาเรื่องที่ทำกินที่มีมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย ตามคำนัดหมายจากรัฐบาล มารอคอยกันอยู่ตั้งแต่ วันที่ 23 พ.ค. แล้ว ยังไม่ได้เจรจาเลย ...

ความเป็นอยู่ยากลำบาก ไม่มีรถสุขา ไม่มีไฟฟ้า โปรดช่วยหน่อย ....

ศิษย์เก่าเทือกเขาบรรทัด พัทลุง ตรัง สตูล และเครือข่ายป่าทั่วประเทศน่าจะแวะเวียนไปเยี่ยมพี่ป้าน้าอาว์ มวลชนที่เคยให้ข้าวให้น้ำยามอยู่ป่า หิ้วข้าวหม้อแกงหม้อไปร่วมกินกัน

ไม่มีสื่อไหนถ่ายทอดทำข่าวของพี่น้องชาวบ้านเลย ออกแต่ข่าวจะซื้อทีมฟุตบอล อะไรกันนักหนา !!!

13.00 น. วันนี้ วิทยุบ้านตุลาไทยจะถ่ายทอดออกอากาศเป็นรายการพิเศษ โปรดเตรืยมตัวฟัง http://www.tularadio.com




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 พฤษภาคม 2007, 19:00:24 PM
(http://farm1.static.flickr.com/197/515939161_573788c7a7_o.jpg)

บอร์ดเล็กๆที่นำข้อมูลมาแสดงที่ข้างกระทรวงศึกษา ที่ชาวชุมชนรอบเทือกเขาบรรทัด
เดินทางเข้ามาตามคำเชิญของท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดจาก
การประกาศฯทับซ้อนที่ทำกินของประชาชน

ขณะนี้ยังปักหลักรอการเจรจากับ 3 กระทรวง ในวันพรุ่งนี้ 28 พ.ค. 2550


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 28 พฤษภาคม 2007, 01:56:12 AM
(http://farm1.static.flickr.com/221/516501903_a396bd372e_o.jpg)

ลุงเรดซัน อยู่ไหน ป้าท่านนี้ถามถึงจังหู
สำเนียงชาวใต้ที่คุ้นหู ไถ่ถามถึงเพื่อนมิตรในกรุงเทพฯ

อ่านข้อมูลเรื่องราวที่ชาวชุมชนรอบเทือกเขาบรรทัดเดินทางมาปักหลักอยู่หน้าทำเนียบ

http://www.thaioctober.com/forum/index.php?topic=5.msg14727#msg14727


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Vinyuchon ที่ 01 มิถุนายน 2007, 10:53:47 AM
 8)

ผมได้รับหนังสืออนุสรณ์งานศพของคุณปู่ "สิน เดิมหลิ่ม" คู่กับ "สิน เดิมหลิ่ม ขุนทัพแห่งการปฏิวัติภาคใต้" และดีวีดีหนึ่งแผ่นผ่านทางอ้ายแสนไชยเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา  เข้าใจว่า "ป้าดวง"ส่งมาให้ขอขอบคุณมากครับ  ส่วนดีวีดีได้ชมแล้วให้ทั้งความรู้และบันเทิง ;) เสียงบรรยายคุ้นๆหูคล้ายๆเสียงลุงหมื่น  ผมกำลังอ่านทบทวนคัมภีร์ "บนเส้นทางภูบรรทัดอยู่"  อยากจะเรียนถามชาวภูบรรทัดรวมทั้งลุงกาจ ว่างานภูบรรทัดยังจะมีขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้อยู่หรือไม่  เพราะคณะของเราเตรียมตัวจะไปทัศนศึกษาภาคใต้กันครับเขตงานสามจังหวัดอะครับ  ขอขอบคุณล่วงหน้า


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 11 มิถุนายน 2007, 22:12:41 PM
เรียนลุงวิญญูชน และมิตรสหาย เรื่องความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอนุสรณ์สถานดาวร้อยดวงฯ

กรรมการฝ่ายก่อสร้างได้รายงานมาว่าตัวอนุสรณ์ก่อสร้างเกือบเสร็จแล้ว ช่วงนี้เข้าสู่ขั้นตอนของการตกแต่งรายละเอียด
สั่งทำเรซิ่นสัญลักษณ์นกพิราบ ดาวแดง สำหรับรายชื่อสหายผู้เสียสละกำลังจะได้ข้อยุติว่าจะสลักแบบไหนอย่างไรเร็วๆนี้
และจะนำเอาอัฐิเข้าไปบรรจุที่อนุสรณ์ พร้อมทั้งทำบุญอุทิศส่วนกุศล ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ แต่จะเลือกเอาวันไหนนั้น
คงต้องรอฟังเสียงจากมิตรสหาย และจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง จึงขอเชิญชวนมิตรสหายทั้งหลายไปร่วมงานในครั้งนี้ไว้ล่วงหน้า

โครงการระยะที่สองจะเป็นการปรับแต่งภูมิทัศน์ ทำศาลาประวัติศาสตร์ บันทึกเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นฯ
เมื่อเสร็จสิ้นจะดำเนินการทำพิธีเปิดอนุสรณ์สถานฯต่อไป

และในวันที่ 24 มิถุนายนที่จะถึงนี้ จะทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อหาทุนทรัพย์เพื่อใช้ในการนี้ ที่ยังขาดทุนทรัพย์อยู่
คุณลุงบันทมคงจะเข้ามาแจ้งกำหนดการอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ขอขอบคุณมิตรสหายและลูกหลานที่คอยให้กำลังทุน กำลังใจ ทุกๆท่านไว้ ณ ที่นี้
ด้วยความเคารพอย่างสูง
กลุ่มภูบรรทัด พัทลุง-ตรัง-สตูล-นครศรีธรรมราช (บางส่วน) และสงขลา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 มิถุนายน 2007, 19:03:57 PM
รายงานเพิ่มเติมเรื่อง
ทอดผ้าป่าอนุสรณ์สถานประวัติศาสตร์ ท.ป.ท.ฯ
ณ วัดไม้เสียบ หมู่ ๒ ตำบลเกาะขันธ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช
วันอาทิตย์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๐

จุดมุ่งหมาย เพื่อทำการก่อสร้างสถูป และปรับแต่งภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม ฯ
วัถตุประสงค์ เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้าง เนื่องจากเงินที่สหายพร้อมด้วยพ่อแม่พี่น้องที่เคยบริจาคช่วยเหลือมาส่วนหนึ่งแล้ว ยังไม่พอยังต้องใช้เงินอีกประมาณ สามแสนบาท จึงจะเสร็จในการก่อสร้าง คณะกรรมการอนุสรณ์สถานจึงขอความร่วมมือมายังผู้มีจิตรศรัทธาทุกท่านเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์

๑๐.๐๐ น. ทำพิธีทอดผ้าป่า
๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ และสามเณร

ประธานฝ่านสงฆ์
พระครูประดิษฐ์วรการ

ประธานฝ่ายคฤหัสถ์
คุณวิทูรย์ กรุณา

คุณประทีป คุณเดือน คุณชู คุณขาว (หญิง) คุณมอญ คุณคุ้ม คุณอุ้ม ไปร่วมด้วย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Mayom ที่ 14 มิถุนายน 2007, 13:03:50 PM
อยากเห็นภาพสถูปที่กำลังก่อสร้างจังค่ะ   ;)


งานทอดผ้าป่า อาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน นี้
จะได้เลยไปเที่ยวน้ำตกผาดำ ไหมนี่    ;)
และจะได้กินข้าวแกงอร่อยๆ จากบ้านในเตาไหมคะ  :P :P :P


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Vinyuchon ที่ 14 มิถุนายน 2007, 15:28:15 PM
 8)

ขอขอบคุณลุงกาจมากครับ  สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมและความคืบหน้า อยากกินข้าวแกงปักษ์ใต้เหมือนกันครับ ;) ประเภทแกล้มผักหลากหลายนานาชนิด กินไปเหงื่อไหลพรากสุขภาพดีจัง  8)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 14 มิถุนายน 2007, 19:10:32 PM
กับข้าวรสจัดถึงใจ ต้องใช้สารพัดผัก
แต่วงนี้ผักหายไปไหน




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 14 มิถุนายน 2007, 19:11:36 PM
เห็นเสื้อแล้วหนาว....


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 14 มิถุนายน 2007, 19:16:34 PM
แบบนี้เห็นจน.....ไม่เบื่อเลย

ของลุงเอทีเอ็ม ที่เอามาจากในเตาตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ตายหรืออยู่  สิงหานี้เตรียมกระบะไปขนเลย ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 14 มิถุนายน 2007, 19:19:31 PM
ข้อความจากลุงหมอสามารถ

คุณกาจครับ ฝากบอกป้าดวงว่าผมได้โอนเงินเข้าบัญชีสร้างอนุสรณ์สถาน เป็นเงิน 19,000 บาท
จาก คุณชอบ  สงขลาเขต1  4,000 บาท
       คุณผจญ  สงขลาเขต1  5,000 บาท
       หมอสามารถ  สงขลาเขต1   10,000 บาท

ถ้าตรวจสอบว่าเงินเข้าบัญชีแล้วแจ้งให้ทราบด้วย  เพราะผมโอนคนละธนาคาร  แล้วเขียนใบโอนผิดใบ  เขาว่าไม่มีปัญหา  แต่เพื่อความแน่ใจครับ

หมอสามารถ



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 14 มิถุนายน 2007, 21:54:42 PM
ป้าดวงคะ คุณขวัญแจ้งมาว่า พี่หรีด-พี่แอ๊ด
ฝากเงินสนับสนุนมากับคุญขวัญ 10,000 บาทคะ
ด้วยการสนับสนุนจากศิษย์เก่าและมวลชนทุกส่วน
จึงทำให้งานต่างๆสำเร็จลุล่วงไป
เกือบเสร็จในส่วนของอนุสรณ์สถานแล้ว คุณกาจคะขอภาพ
รูปปัจจุบันหน่อยคะ  ขอขอบคุณมากสำหรับทุกส่วนเลยคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 14 มิถุนายน 2007, 22:07:20 PM
ขออนุญาติ admin ขายหนังสือหน่อยนะคะ
  หนังสือบนเส้นทางภูบรรทัด เล่ม 1 เล่ม 2
ขายควบคะ 500 บาท (เหมือนซื้อ 1 แถม 1เลยคะ)
เงินทั้งหมดเข้าใช้ในการก่อสร้างสถูปนะคะ
โอนเงินเข้าบัญชีสถูปได้เลยคะและขอสถานที่จัดส่งด้วยคะ
ขอขอบคุณล่วงหน้าที่ร่วมกันทำบุญให้กับเพื่อนที่เสียสละ
ในเขต พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา และนครศรีธรรมราชบางส่วนคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 มิถุนายน 2007, 20:36:34 PM
ป้าดวงฝากมาแจ้งว่า วันนี้ได้เช็คยอดบัญชีแล้ว
มีรายการโอนจากของคุณหมอสามารถ และของคุณวันดี เรียบร้อยแล้ว
ด้วยความขอบคุณยิ่ง

สำหรับมิตรสหายที่จะไปร่วมงานทอดผ้าป่าอนุสรณ์สถาน ทปท. (ฟังชื่อแล้วฮึกห้าวหาญ)
ที่วัดไม้เสียบ คุณชูแจ้งมาว่าจะออกเดินทางโดยรถทัวร์เย็นวันศุกร์
ถึงเช้าวันเสาร์ และถือโอกาสไปประชาสัมพันธ์โครงการตามบ้านสหายเก่าและมวลชน
ที่เคยร่วมบนเส้นทางภูบรรทัด ตำนานการต่อสู้ของประชาชน อย่างน้อยก็ถือว่าไปเยี่ยมญาติ
กลับค่ำวันอาทิตย์

(ได้พิมพ์แผ่นพับโครงการเพิ่มอีก ๒๐๐๐ แผ่น ตอนนี้อยู่ที่ผม ท่านใดผ่านมาแวะมารับได้เลยครับ)
ต้องขอขอบคุณ คุณเดือนที่ออกค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ครั้งนี้

หากมีอะไรเพิ่มเติม จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

กลุ่มภูบรรทัดฯ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 มิถุนายน 2007, 14:27:03 PM
ลุงป้าเอทีเอ็ม. แจ้งว่าจะช่วยขับรถให้อีกแรงหนึ่ง
พูดถึงสองท่านนี้ไปได้ทุกที่ ช่วยทุกงาน จิตใจสากลนิยมยังแข็งแรง ;D

ป้าป่าพนรายงานมาว่าจะนำหนังสือ เทป CD จรยุทธ และ สายลมเปลี่ยนทิศ
ที่ได้รับบริจาคมาจำหน่ายในนัดนี้ด้วยเพื่อสมทบทุนเข้าโครงการก่อสร้างฯ
มิตรสหาย เยาวชน ทางใต้ เตรียมเป็นเจ้าของได้แล้วลดราคาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

เที่ยวนี้จะทำเสื้อยืดสกรีนสัญลักษณ์อนุสรณ์สถานดาวร้อยดวงไปจำหน่ายหารายได้ด้วย
ราคาค่าตัว ไม่น่าจะเกินตัวละ 180 บาท


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 มิถุนายน 2007, 14:43:17 PM
งานบุญอย่างนี้ คงจะได้พบสหายพร้อมหน้าพร้อมตา

(http://farm2.static.flickr.com/1088/555367840_ad0900af34_o.jpg)

ภาพนี้ถ่ายไว้ตอนนัดพบกันหลังจากออกหนังสือเล่มหนาๆ บนเส้นทางภูบรรทัดฯ
วันที่ ๑๑ เดือนธันวาคม ๒๕๔๔ เวลา บ่ายสี่โมงครึ่ง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 มิถุนายน 2007, 14:48:56 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1410/555698925_413bf47149_o.jpg)

หลานบ่าว หลานสาว พวกนี้คงโตขึ้นมาก ลูกหลานสหายทางนี้มาเรียนต่อมหาวิทยาลัยกันทั้งนั้น
จบ และได้หน้าที่การงานหลายรุ่นแล้ว นี่ละครับ ความรู้อาจเรียนทันกันหมด
ผิดแต่ ชั่ว ดี เท่านั้น หลานเหล่านี้คงเห็นบทเรียนกันแล้วทางสื่อต่างๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 มิถุนายน 2007, 15:17:35 PM
ขอบพระคุณมิตรสหายพี่น้องภาคกลางตอนล่างที่กรุณานำแผ่นพับ
เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์โครงก่อสร้างอนุสรณ์สถานฯอย่างเต็มกำลัง

(http://static.flickr.com/12/68977930_4b0282c622_o.jpg)
ยืมภาพของลุงเรดคราวไปร่วมรำลึกวีรชนตะนาวศรี

ขอบคุณเวปไซด์ไฟลามทุ่ง
http://www.firelamtung.com/modules.php?op=modload&name=News&file=article&sid=165&mode=thread&order=0&thold=0

และเวปไซด์สโมสร ๑๙ อีกครั้งที่

http://www.club19.info/Victory/victor_Banthat.htm

ร่วงแรงร่วมใจบันทึกประวัติศาสตร์ของพี่น้องชาวใต้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 16 มิถุนายน 2007, 15:47:54 PM
ขอบขอบคุณคุณ วิชัย เกตุชัยโกศลและเพื่อนๆที่ร่วมบริจากเข้ามา จำนวน 11000 บาท คะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: จันทน์ ที่ 16 มิถุนายน 2007, 16:11:31 PM
พี่น้องตะนาวศรี  รับทราบข่าวการปรับปรุง อนุสรณ์สถาน "ไม้เสียบ "  

ล้วนยินดีที่วีรชนปฏิวัติ และสหายที่ได้เสียสละไปท่ามกล่างการต่อสู้มายาวนาน

ปรับปรุงอนุสรณ์สถานที่ "ไม้เสียบ"  ด้วยความรักในภารกิจปฏิวัติ


กำลังรวบรวมสมทบทุน...........วันเดินทางแวะมารับได้เลย...........


อีกไม่นาน "อนุสรณ์สถาน"ตะนาวศรี"จะปรับปรุงตามมา

อย่างน้อย"การบรรจุอัฐิส่วนหนี่งและจารึกชื่อ "สหายคำตัน (พันโทโพยม  จุลานนท์)" ในฐานะผู้บุกเบิกเขตงานเพชรบุรี

กำลังรอคอยช่วงเวลาและสถานการณ์ที่เหหมาะสม..........



เวลานี้.....ขอยินดีกับชาว "ภูบบรทัด" กับการปรับปรุงที่ "ไม้เสียบ"ก่อนครับ......... ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: JD-วัยดึก ที่ 16 มิถุนายน 2007, 17:53:04 PM
มิตรสหายชาวใต้ที่นครฯ ได้ข่าวคราวแล้วคึกคักอยากไปร่วมงานทอดผ้าป่า ณ.วัดไม้เสียบ เพื่อรำลึกถึงมิตรสหายที่จากไป โดยเฉพาะชาวเชลียง ชาวรามทักษิณ ...

สถานีวิทยุท้องถิ่น "ร่วมด้วยช่วยกัน นครศรีธรรมราช " เริ่มออกอากาศข่าวคราวงานนี้ให้ทุกวัน ...
+++++++++++++++++++++++++++++++++++

ทอดผ้าป่าอนุสรณ์สถานประวัติศาสตร์ ท.ป.ท.ฯ
ณ วัดไม้เสียบ หมู่ ๒ ตำบลเกาะขันธ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช
วันอาทิตย์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๐

จุดมุ่งหมาย เพื่อทำการก่อสร้างสถูป และปรับแต่งภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม ฯ
วัถตุประสงค์ เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้าง เนื่องจากเงินที่สหายพร้อมด้วยพ่อแม่พี่น้องที่เคยบริจาคช่วยเหลือมาส่วนหนึ่งแล้ว ยังไม่พอยังต้องใช้เงินอีกประมาณ สามแสนบาท จึงจะเสร็จในการก่อสร้าง คณะกรรมการอนุสรณ์สถานจึงขอความร่วมมือมายังผู้มีจิตรศรัทธาทุกท่านเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์

๑๐.๐๐ น. ทำพิธีทอดผ้าป่า
๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ และสามเณร

ประธานฝ่ายสงฆ์
พระครูประดิษฐ์วรการ

ประธานฝ่ายคฤหัสถ์
คุณวิทูรย์ กรุณา

คุณประทีป คุณเดือน คุณชู คุณขาว (หญิง) คุณมอญ คุณคุ้ม คุณอุ้ม และมิตรสหายไปร่วมด้วย ....


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 16 มิถุนายน 2007, 21:20:43 PM


            ขอขอบคุณ

              คุณชาญยุทธ(สหายปรีชา)

              แห่งสงขลาร่วมบริจาค 10000 บาท
             
              ทุกบาททุกสตางค์ของเพื่อนจะบรรลุตามวัตถุประสงค์

              ที่กำหนดไว้ร่วมกันคะ
             
             


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 16 มิถุนายน 2007, 23:00:18 PM
ขอขอบคุณพี่น้องตะนาวศรี

ที่ให้กำลังใจในการสร้างอนุสรณ์ ๓ จังหวัด พัทลุง ตรัง สตูล
 และตอนหลังได้เพิ่ม สงขลาและนครศรีธรรมราช(บางส่วน)
ไว้ด้วยกัน ทางใต้เองการเคลื่อนไหวก็มีส่วนประสานงานกันตลอด
พี่น้องตะนาวศรี  3 คน หัวหน้าหน่วย 1 คน(ขอเติมชื่อด้วยนะคะ)
พร้อม คุณเอก คุณนึก ได้เดินทางไปเรียนในโรงเรียน
ที่ใช้ชื่อว่า"โรงเรียนนายร้อย"ที่ป่าพนโดยมีสหายมาร่วม
ทั่วทั้งภาคใต้ ตอนนั้นพอดีมีโอกาสไปร่วมโครงการด้วย
ในฐานะหมอประจำโรงเรียนในขณะนั้นจึงมีโอกาส
ได้รู้จักสหายต่างเขตหลายคน คิดถึงติดต่อบางนะคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 มิถุนายน 2007, 00:07:21 AM
สหายตะนาวศรีเป็นกันเอง น่ารักทุกท่าน คืนนั้นได้มีโอกาสทำความรู้จัก
หลายๆท่าน ที่คุยกันยาว และนานเป็นพิเศษคือสหายเหล็กท่านผู้เฒ่าที่เล่าความหลัง
ราวกับว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน (ได้เขียนไว้ในบอร์ดเก่าชื่อรำลึกเขตงานตะนาวศรี)
ว่างๆจะค้น Link มาวางไว้ครับ

(http://farm2.static.flickr.com/1086/557349831_03b6df8858_o.jpg)

ตั้งวงสนาทนากาแฟ จนถึงตีสามจึงมุดเต้นท์ ซุกเปลนอน คืนนั้นโชคดีที่ไม่หนาวจัด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 มิถุนายน 2007, 00:10:24 AM
บรรยากาศอีกมุมหนึ่ง ใต้ดงไผ่ เขตตะนาวศรี

(http://farm2.static.flickr.com/1414/557196622_14a201593c_o.jpg)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 17 มิถุนายน 2007, 00:13:06 AM
คุณกาจคะ
เมลรูปให้แล้วช่วยดำเนินการให้ด้วยนะคะ
ขอบคุณมากคะ
       ป่าพน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 มิถุนายน 2007, 00:22:08 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1349/557350145_c456676a0d_o.jpg)

ที่ยิ้มอยู่ข้างหลัง สหายม้งผาแดง กับสหายเทคนิคการผลิตฐานที่มั่นจังหวัดตาก
ส่วนท่านที่นั่งทำขาเก้งก้างด้านขวาของภาพดูคุ้นๆ  :D :D

ผ่านไปวันศุกร์นี้จะแวะรับเงินทำบุญครับ และเอาแผ่นพับไปให้อีกตามคำขอครับ
เสร็จงานบุญที่ไม้เสียบ เราคงมีโอกาสได้มาร่วมทำบุญกันที่นี่อีก คิดถึงบักวงแตกเข้าแล้วนิ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 มิถุนายน 2007, 00:47:10 AM
ภาพที่ป้าป่าพนส่งมาให้
เป็นภาพความคืบหน้าในการก่อสร้าง น่าจะเป็นภาพที่บันทึกมาหลายวัน
ข่าวแจ้งว่าได้ก่อสร้างไปจนถึงแท่นที่เป็นแท่งดาวร้อยดาวเสร็จแล้ว

(http://farm2.static.flickr.com/1037/557354352_3434ad5b1b_o.jpg)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 17 มิถุนายน 2007, 00:52:57 AM
เรียนคุณลุง JD วัยดึก
   ขอความช่วยเหลือคุณลุงผ่านไปยังกลุ่มเพื่อนๆ ชาวเชลียง(กพ.กช)  ชาวนาชาวไร่  คชร
สู่ชนบท  อนุรักษ์ธรรมชาติ  แนวร่วมเศรษฐ์  สลัม  ผู้หญิง ตลอดจนวิทย์ใหม่  ชาวเหนือ และพรรคสัจจธรรมโดยเฉพาะคุณลุงภูเรือ  ถ้ารู้ว่าเพื่อนเราที่เสียชีวิตในเขตนี้มีญาติพี่น้องอยู่ณ.ที่ใดให้แจ้งข่าวโดยเฉพาะวันทำบุญนำกระดูกเข้าบัวที่จะทำบุญในเดือนสิงหาให้มาร่วมด้วย และตอนนี้ใครติดต่อ ญาติคุณงาน รวมสุข(ชมรมชาวเหนือ) ญาติคุณชัยอ้น โต๊ะหี่ม(กพ กช)  ญาติคุณสายันต์ จริงจิตร(กพ กช) คุณศิริพันธ์ เมฆเกรียงไกร(ชาวนาชาวไร่)ได้ ฝ่ายวิชาการขอที่ติดต่อด้วยนะคะ เพื่อจัดทำบันทึกในแผ่นแกรนิตด่วนคะ
                                ขอขอบคุณลุง ป้าทุกท่านคะ

                                      ป่าพน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 มิถุนายน 2007, 01:04:15 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1156/557354016_cafcb24106_o.jpg)

มีมุมหนึ่ง สหายที่ช่วยดูงานที่ไซด์งานคงเหนื่อยกันมาก หน้าร้อนอย่างนี้คงต้องใช้ความอดทน
สวมหัวใจ ทรหดอดทน ทั้งนี้ก็เพื่อญาติพี่น้อง ลูกหลาน เหล่าสหายกล้า ผู้พลีชีวิตอย่างองอาจกล้าหาญ
เป็นสัญลักษณ์ เป็นแก่นแกนเนื้อแท้ของจิตใจที่กล้าสู้ กล้าเอาชัยชนะ
เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติประชาชนเหนืออืนใด

วีรกรรมเหล่านี้ควรแล้วที่จะงามสง่าโดดเด่นในท่ามกลางภัยร้ายของทุนนิยมที่รุกคืบหน้าเข้าหาอย่างไม่ปราณี
เตือนจิตใจผองชนที่อยู่ข้างหลังให้ได้หวลคิดถึงจิตใจผู้กล้าเหล่านั้น เบิกตาเปิดใจ รับไว้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 17 มิถุนายน 2007, 01:07:15 AM

ภาพลุงกาจส่งให้ดูเป็นภาพที่ถ่ายเมื่อวันที่ 12 พค 2550
วันนี้ฝ่ายก่อสร้างรายงานความคืบหน้า
ถึงการฉาบปูบทั้งหมดเพื่อรอการติดตั้งเรซินตัวนก ดาว
และต้นกล้วยเสียบตัวหนังตลุงเป็นวัฒนะธรรมของทางภาคใต้
 และแผ่นแกรนิตสลักรายชื่อผู้เสียสละประมาณ 200 กว่าคน
ภาพล่าสุด ป้าบลูฮาวายกำลังติดต่อฝ่ายก่อสร้างเพื่อนำเสนอคะ
 


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 17 มิถุนายน 2007, 01:23:32 AM
ภาพที่ 2 เราจะเห็นภาพภูมิทัศน์ไม่ค่อยสวยงามนัก
        ทำให้สหายอยากทำในส่วนของศาลา
ซึ่งจะเป็นกำแพงประวัติศาสตร์  ด้วย
แต่มีเหตุขัดข้องทางการเงิน 
ในส่วนของชนบทและในเมือง
จึงพยายามระดมขอความร่วมมือบริจาค
ถ้าเป็นไปได้เราคงจะได้ตัวกำแพงประวัติศาสตร์ด้วย
 ปลายเดือนนี้เราคงชัดเจนขึ้นคะ
       


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 มิถุนายน 2007, 02:02:17 AM
การปรับแต่งภูมิทัศน์และกำแพงประวัติศาสตร์ตามที่ประเมินราคาค่าก่อสร้าง
ประมาณ สามแสนกว่าๆ หากว่าได้รับความเมตตาจิต คงจะไม่ไกลเกินฝัน
อนุสรณ์สถานจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผู้ที่มาเยี่ยมชมจะได้เข้าไปอ่าน ศึกษาประวัติความเป็นไป

ฝ่ายหาทุนคงต้องออกแรงอย่างสุดกำลัง ยังมีพี่น้องมวลชนในชนบทอีกมากมายที่รอการไปเยือน
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะนำความสุข ความเอิบอิ่มใจมาสู่พี่น้องเราอีกครั้ง
และจะยังมั่นคงสถาพรตลอดไปนานนับร้อยปี เป็นสถานที่ชัดเจน แน่นอนให้สหายเก่าได้ไปรำลึก
คารวะสหายผู้ที่จากไปเป็นประเพณีทุกปี สืบทอดต่อไปจวบจนพื้นดินจะถูกฝั่งกลบในห้วงแห่งมหาสมุทร
ที่กำลังก่อตัวเพิ่มปริมาณอย่างน่าสะพึงกลัว ภายใต้ความน้ำมือของมนุษย์ผู้เอาเปรียบธรรมชาติ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 17 มิถุนายน 2007, 11:09:19 AM
อนุสรณ์สถานคงไม่ใช่สิ่งที่เราไปยกมือไหว้
และคิดถึงเพื่อนๆที่เสียสละไป
ไม่ได้อยู่และเห็นหน้ากัน
               อนุสรณ์สถานคงจะเป็นภาพที่จารึกถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชนในระดับครอบครัว  ท้องถิ่น   ประเทศ  โลก เพื่อให้ได้ในสิ่งที่คิดว่าถูกต้องและดีงาม ปรับเปลี่ยนสภาพของสังคม  ให้ การศึกษา ต่อสังคมและชนรุ่นหลัง  ได้ให้ความรู้รักสามัคคี  การกล้าสู้กล้าเสียสละ พวกเราคงไม่ได้คิดที่จะต้องเสียเงินไปกับตัววัตถุ แต่พวกเราคิดที่จะบันทึกประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องในกาลเวลาที่ผ่านมา  ไม่เป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือนต่อชนรุ่นหลังๆ ดังนั้นอนุสรณ์สถานของเขตนี้จึงเริ่มต้นจากความประหยัดเสียสละทุนทรัพย์ในการทำและมีเงินเพียงพอจึงจะเริ่มก่อสร้างและให้เสร็จในช่วงเวลาที่กำหนด  แต่ก็ยังขาดในส่วนที่เป็นกำแพงเพื่อจะบันทึกประวัติศาสตร์ของเขตงานนี้ จึงเป็นเฟส 2 ที่ในชนบทคิดหาทุนในการทอดผ้าป่าที่วัดไม้เสียบในวันที่ 24 นี้
             


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 มิถุนายน 2007, 08:27:58 AM
มิตรสหายที่จะเดินทางไปร่วมทอดผ้าป่าอนุสรณ์ ทปท. ที่วัดไม้เสียบ

คันของผมออกเย็นวันศุกร์ ที่ ๒๒ มิ.ย. แถวๆศูนย์วัฒนธรรมฯ
คันอื่นๆถ้าหากจะขับตามกันไปเชิญครับ
กลับวันอาทิตย์บ่ายๆ (หากมวลชนมิตรสหายมีกิจกรรมช่วงเย็นอาจค้างอีกคืนหนึ่ง)
คงเตรียมผ้าห่ม หรือถุงนอนไปก็พอ เผื่อบุกไปนอนในเขตรอบเทือกเขาบรรทัด

บางคณะที่ติดงาน จะออกเดินทางค่ำของวันเสาร์ ถึงไม้เสียบเช้าพอดีทันถวายผ้าป่า


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: JD-วัยดึก ที่ 18 มิถุนายน 2007, 08:30:25 AM
ตกลงกำหนดจะเดินทางกันวันไหนครับ ? มิตรสหายทางภาคใต้ถามมา เพื่อจะได้เตรียมตัวต้อนรับขับสู้ !!

++++++++++++++++++++++++++++++++++

ทอดผ้าป่าอนุสรณ์สถานประวัติศาสตร์ ท.ป.ท.ฯ
ณ วัดไม้เสียบ หมู่ ๒ ตำบลเกาะขันธ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช
วันอาทิตย์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๐

จุดมุ่งหมาย เพื่อทำการก่อสร้างสถูป และปรับแต่งภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม ฯ
วัถตุประสงค์ เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้าง เนื่องจากเงินที่สหายพร้อมด้วยพ่อแม่พี่น้องที่เคยบริจาคช่วยเหลือมาส่วนหนึ่งแล้ว ยังไม่พอยังต้องใช้เงินอีกประมาณ สามแสนบาท จึงจะเสร็จในการก่อสร้าง คณะกรรมการอนุสรณ์สถานจึงขอความร่วมมือมายังผู้มีจิตรศรัทธาทุกท่านเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์

๑๐.๐๐ น. ทำพิธีทอดผ้าป่า
๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ และสามเณร

ประธานฝ่ายสงฆ์
พระครูประดิษฐ์วรการ

ประธานฝ่ายคฤหัสถ์
คุณวิทูร กรุณา

คุณประทีป คุณเดือน คุณชู คุณขาว (หญิง) คุณมอญ คุณคุ้ม คุณอุ้ม และมิตรสหายไปร่วมด้วย ....
 


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 มิถุนายน 2007, 09:17:31 AM
ขอนำข้อความเป็นคุณวิญญูชนเขียนถึงมาให้มิตรสหาย โดยเฉพาะมิตรสหายเก่าทางใต้ที่ลูกหลานเข้าเวป ได้อ่านครับ


ขอบคุณมากครับพี่ที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม  ส่วนตัวเลขบัญชีผมยังหาไม่เจอไม่รู้อยู่หน้าไหนจะสมทบทุนสักเล็กน้อยตามกำลังครับ  ผมว่าอับเดทความก้าวหน้าของโครงการทุกครั้ง  แล้วตามด้วยเลขที่บัญชีบริจาคข้างล่าง


ดีใจที่นานๆมีบทสนทนาเรียกคำนำหน้าว่า พี่
ขอบคุณในไมตรีจิต ด้วยความซึ้งใจ

(ฝ่ายบัญชีของกลุ่มกรุณาลงเลขที่บัญชี ทวนอีกครั้งครับ)




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 18 มิถุนายน 2007, 22:56:25 PM
วันนี้คุณน้อย สุราษฎร์
ได้ร่วมทำบุญสร้างอนุสรณ์สถานเข้ามา ๕๐๐ บาท
โดยฝากผ่านคุณขวัญมา
ทางคณะกรรมการได้รับเรียบร้อยแล้วคะ
ขออนุโมทนาด้วยคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 19 มิถุนายน 2007, 23:22:00 PM
คุณลุงครัมซื่
ฝากบอกป้าณูว่าขอบคุณมาก
สำหรับที่ติดต่อพี่สาวของคุณสิงห์(บ่าวสายันต์)
ได้ส่งหนังสือและโครงการอนุสรณ์สถานไปให้เรียบร้อยแล้ว
         ขอบคุณคะ
          ป่าพน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 20 มิถุนายน 2007, 09:31:05 AM
โครงการก่อสร้างอนุสรณ์ฯนี้ ดำเนินการและเข้าร่วมโดยการระดมทุนจาก มิตรสหายแห่งเทือกเขาบรรทัด และเขตงานต่าง ๆทั่วประเทศ รวมทั้งประชาชนผู้มีจิตรศรัทธา ในวีรกรรมของเหล่าสหายผู้กล้า
ขออนุญาตแจ้ง เลขที่บัญขี สำหรับผู้ที่ประสงค์จะร่วมบริจาคเพิ่มเติมเข้ามา

ชื่อบัญชี คุณอุทัยวรรณ พงษ์สุวรรณและสมศรี สมบูรณ์
ธนาคารกรุงเทพฯ สาขารัชดา ออมทรัพย์ เลขที่ 177-0-661153



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: jpuusang2 ที่ 20 มิถุนายน 2007, 15:54:55 PM
Just transferred $200 to the account above this morning. Will take a few days.
May I have that book "Bon Sen Thang Puu Banthat"?
Bought 2 copies: one for myself and one for my friend. Now could not find it.
I like the girl on the cover. She is one of the most beautiful TPT. :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 มิถุนายน 2007, 19:54:20 PM
ขอบคุณครับน้าเจ.ฯที่ร่วมสมทบทุนสร้างสถูปให้สหาย

และวันนี้ได้โทร.ไปบอกสาวน้อยคนสวยผู้นั้นแล้วครับ
ผมเดาว่าหน้าตาแกคงออกอาการดีใจสุดๆ แววตาจะเปิดประกายขึ้นทันที

หนังสือบนเส้นทางภูบรรทัดยังเหลือหลายเล่ม น้าเจฯหาไม่เจอก็ไม่เป็นไร
ทางกลุ่มภูบรรทัด จะฝากไปให้ ๒ เล่มพอไหมครับ




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 20 มิถุนายน 2007, 23:31:08 PM
 :D-ขอบคุณสำหรับคุณ jpuusang2
   แล้วลุงกาจมีที่อยู่แล้วเหรอคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 20 มิถุนายน 2007, 23:36:24 PM
 ลุงกาจคะ
อยากดูรูปหนังสือ
ทั้งด้านหน้าด้านหลัง
ของเล่ม๑และเล่ม ๒ขอความอนุเคราะห์ด้วยคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 21 มิถุนายน 2007, 01:25:43 AM
หายห่วงครับ ลุงเรด รู้ที่ลึกลับของน้าเจ.

ตามคำขอครับ (เข้ามาบ้านช้าหน่อยวันนี้)
ภาพปกหนังสือบนเส้นทางภูบรรทัด ตำนานการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธของประชาชน พัทลุง-ตรัง-สตูล

(http://farm2.static.flickr.com/1256/576513260_63052043f3_o.jpg)

ส่วนภาพปกความหลังสหายเก่ากำลังค้นอยู่ครับ หนุ่มๆก็อย่างงี้แหละครับเก็บดีเกินไปจนจำไม่ได้ว่าซ่อนอยู่ในหลืบไหน ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 21 มิถุนายน 2007, 02:16:13 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1435/576771929_8c4582b7d4_o.jpg)

ยังจำได้เสมอถึงบรรยากาศการทำงานหนังสือเล่มนี้
เป็นการรวมหมู่ที่พร้อมอกพร้อมใจที่สุด แบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างเป็นระบบ
ถ้าจำไม่ผิดฝ่ายออกแบบ จัดทำรูปเล่ม พิสูจน์อักษร ใช้เวลากว่า ๓ เดือน
ผม ป๋อง (เสียชีวิตแล้ว) คุณลุงคาน (คุณเรืองศิลป์) ทำงานกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
หาภาพมาประกอบ ตกแต่งกับคอมพิวเตอร์สมัยนั้นความเร็วเพียง 450 Mhz ต้องใช้ PowerMac เท่านั้นทำ
โดยอาศัย Windows พิมพ์ต้นฉบับ วุ่นวายพอสมควร แต่ก็สำเร็จจนได้ด้วยความโล่งใจของสหาย
ใช้เวลาพิมพ์เพียงอาทิตย์เดียว ไปช้าตรงเย็บกี่กับปะปกแข็งซึ่งต้องอาศัยฝีมือแรงงานเพียงอย่างเดียว
เสร็จงานวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๔๔ พร้อมๆกับซีดี และเทป ของวงจรยุทธ์ (หน่วยศิลป์ประจำเขตพัทลุง-ตรัง-สตูล)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 21 มิถุนายน 2007, 02:41:21 AM
สารบัญ

บทคัดย่อ
บทบรรณาธิการ
อารัมภบท

ภาค ๑ : เมื่อชาวนาจับปืน
ก่อนสมัชชา ๓
ใต้เงาเผด็จการ
กำเนิดกองจรยุทธ์
ขนำของนักสู้
กองป่า
เสียงปืนแตก
ล้อมปราบ
สรุปบทเรียน
ตั้งลำต้นให้ตรง
กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย
ถังแดง
ขยายไปสงขลา - ปัตตานี
วิกฤตการนำในเขตเหนือ
๑๔ ตุลาการเปลี่ยนแปลงแนวรบในชนบท
๑๔ ปีแห่งความพากเพียร

ธงผืนแดงเหนือภูบรรทัด
   การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม       
      การศึกษา
      โรงเรียนการเมือง การทหาร
      โรงเรียนนายร้อยทปท.ภาคใต้
      กว่าจะถึงโรงเรียนอนุชน    
      ศิลปวัฒนธรรม
      ทปท.เมื่อแรกเห็น
      วิถีชีวิตทหารป่าฯ
      H เล่าเรื่องวันคืนที่ถูกแก้ปัญหาความรักฯ
      H งานนาฏศิลป์ “จรยุทธ์”
      H สหายยาง
      H หน่วยโฆษณาเคลื่อนที่พคท.
      H จากหนัง โนราห์ ลิเกป่าฯ
      H จำปูนป่ากลางเพลิงปฏิวัติ
      H จรยุทธ์ : หน่วยศิลป์แห่งภูบรรทัด
      H ตะวันแดง : นิตยสารปฏิวัติแห่งภูบรรทัด
   
การทหาร
      
  H ทหารและการสู้รบ
      H ประทีปส่องทาง
   
หมอในสถานการณ์สู้รบ
      H หมอปฏิวัติ    ๕๑๕
   
องค์การ
      H การบริหารและจัดการองค์การ    ๕๕๗
      H ชีวิตที่มีค่าเมื่อเยาว์วัย    ๕๘๗
   
การปฏิบัติงานมวลชน
      H ไม่มีน้ำ ไม่มีปลาปฏิวัติ    ๖๑๙
      H ผู้ปฏิบัติงานในเขตขาว    ๖๖๓
      H เมื่อผมได้ปฏิบัติงานมวลชน    ๖๘๑
      H บันทึกจากท่าออก    ๗๐๓
  H ความหลังที่บ้านตระ    ๗๒๓
   
ก่อนสิ้นแสงตะวัน    ๗๓๑
   
 บทส่งท้าย    ๗๗๑
 บรรณานุกรม    ๗๘๙

ภาคผนวก
   
  ๑. พ.ร.บ.คอมมิวนิสต์ พ.ศ.๒๔๗๖    ๗๙๓       
  ๒. นโยบายพคท.ก่อนสมัชชา ๑    ๗๙๔       
  ๓. นโยบายเฉพาะหน้าสมัชชาครั้งที่ ๒    ๗๙๖
  ๔. พ.ร.บ.ยกเลิกกฎหมายว่าด้วยคอมมิวนิสต์ พ.ศ.๒๔๘๙    ๗๙๘
  ๕. พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์
    พ.ศ.๒๔๙๕    ๗๙๙
  ๖. ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๒    ๘๑๘
  ๗. นโยบายพคท.สมัยสมัชชา ๓    ๘๑๙
  ๘. คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๖๖/๒๓
    เรื่องนโยบายต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์    ๘๒๓
  ๙. คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๖๖/๒๕
     เรื่องแผนรุกทางการเมืองเพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์    ๘๒๖
๑๐. นโยบายของพคท.สมัยประชุมสมัชชา ๔    ๘๓๒
๑๑. ประวัติผู้เสียชีวิต (บางส่วน)    ๘๔๒
๑๒. รายชื่อผู้เสียชีวิตในสถูปวัดไม้เสียบฯ    ๘๖๗
๑๓. กองทัพปลดแอกมุสลิมไทย    ๘๗๒   
๑๔. พ.ร.บ.ยกเลิกพ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์         พ.ศ. ๒๔๙๕ พ.ศ. ๒๕๔๓    ๘๗๗


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 21 มิถุนายน 2007, 02:53:37 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1294/576913524_8a20a24562_o.jpg)

A b s t r a c t


   On  Phu Banthat Way: the story of the physical fight by the people of Phatthalung, Trang, and Satun provinces against injustice is inspired by the memories of a group of former activists, both peasants and intellectuals,  who had fought together during the period of people's struggle for independence, democracy  and social justice (1965-1982) under the leadership of the Communist Party of Thailand (CPT).

   The purpose of this book is to compile the life stories of those  comrades-in-arm, which, for years, have become in fact, not only a significant local history of indigeneous people of Southern Thailand, but also an important part of political history of Thailand.

   Moreover, such a ‘story’ can bring about good memories of former companionship and comradeship  among those young elites, who fled away to join the guerilla warfare after the bloody ‘6 October 1976’ coup d’etat, and had fought together arm-in-arm with hope for a better life of their compatriots.

   The contents of this book consist of ‘records from memories’ and ‘stories’ told by former comrades in the so-called ‘red’ and ‘pink’ zones of the three provinces. Such stories show ways of life, activities and some aspects which have never been publicly revealed. The contents include the injustices which occurred in the rural areas of the southern part of Thailand, as well as the political thought of the local people and their actual movements and reactions against injustice. Such information indicates that the southern people's political and cultural movement when joined with that of the CPT, is actually a form of social movement, (a movement which the state attempted to stop) which truly belongs to the people themselves. Such a social movement in the three-province area could not be generated by the CPT alone.

   The social, economic, and cultural conflicts already existed causing local people to seek out any means to further the battle. Thus the local population looked at the CPT as perhaps the only way out of their situation. As most people who joined the CPT in the region were local people of the three-province area, the relationship between the Party and the people was, therefore, inseparable. And as many of them became CPT members who took on important roles in the formulation of Party policy, either failure or success of the Party, thus, belonged not to the Party only but to the region and its people as well.

   Another purpose of this book is to encourage more attempts to similarly record any other local history. In the past, historians and authorities tended to focus more on the history of the nation in a large scale and somehow seemed less inclined to address stories of smaller communities, even though every story in every tiny area has partially contributed to the building up of the history of the nation. Local people who own such history, thus, should be encouraged to be proud of their own local history in order that the continuity of local ways of thinking and local culture can be conveyed and strengthened. Once such histories exist, they will eventually beneficially contribute to the political, educational and economic development in such area in the future.

   This book does not advocate arousing people to choose a violent way to solve any political problems or conflicts as we have seen done in the past, nor does it try to encourage people to dissolve the constitution. On the contrary, this book tries to show a catastrophic result of violent reaction created by both the CPT and  the government. This book neither cherishes nor values ‘Communist idealism’. Memories of the former comrades  in their younger days, reflected in here, are merely parts of their process of political growth and learning which show their idealistic love of their country, despite all its mistakes.


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: jpuusang2 ที่ 21 มิถุนายน 2007, 06:30:53 AM
Thank you in advance for the books. :D
Don't you agree that the girl on the cover is one of the most beautiful TPT? (Apart from Auntie Butterfly and many others.) ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: JD-วัยดึก ที่ 21 มิถุนายน 2007, 10:19:58 AM
เห็นด้วยครับ ...

พรุ่งนี้แล้วสินะที่ขบวนงานบุญจะเริ่มออกเดินทาง จะมีเวลาแวะสวนโมกข์ฯไชยาและไม้เรียงฉวาง หรือเปล่านะ ? ...

+++++++++++++++++++++++++++++++++

ทอดผ้าป่าอนุสรณ์สถานประวัติศาสตร์ ท.ป.ท.ฯ
ณ วัดไม้เสียบ หมู่ ๒ ตำบลเกาะขันธ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช
วันอาทิตย์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๐

จุดมุ่งหมาย เพื่อทำการก่อสร้างสถูป และปรับแต่งภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม ฯ
วัถตุประสงค์ เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้าง เนื่องจากเงินที่สหายพร้อมด้วยพ่อแม่พี่น้องที่เคยบริจาคช่วยเหลือมาส่วนหนึ่งแล้ว ยังไม่พอยังต้องใช้เงินอีกประมาณ สามแสนบาท จึงจะเสร็จในการก่อสร้าง คณะกรรมการอนุสรณ์สถานจึงขอความร่วมมือมายังผู้มีจิตรศรัทธาทุกท่านเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์

๑๐.๐๐ น. ทำพิธีทอดผ้าป่า
๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ และสามเณร

ประธานฝ่ายสงฆ์
พระครูประดิษฐ์วรการ

ประธานฝ่ายคฤหัสถ์
คุณวิทูร กรุณา

คุณประทีป คุณเดือน คุณชู คุณขาว (หญิง) คุณมอญ คุณคุ้ม คุณอุ้ม และมิตรสหายไปร่วมด้วย ....


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 21 มิถุนายน 2007, 10:25:50 AM
น้าเจ. มีหนังสือความหลังสหายเก่าหรือยัง ถ้าต้องการจะได้เตรียมให้ครับ

เห็นด้วยคนอีสาวในปก most beautiful TPT
แต่ก็ยังมีอดีตทปท.ที่เคยเยาว์วัยดูน่ารักๆทุกท่าน
Auntie Butterfly ก็ติดอันดับอยู่นา โดยเฉพาะน้ำเสียงหวานๆ ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: แสนไชย ที่ 21 มิถุนายน 2007, 10:37:13 AM
ป้าซอลท์นี่ก็ไม่เบานะครับ
แบบดาราวัยรุ่นญี่ปุ่นเลย  ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: jpuusang2 ที่ 21 มิถุนายน 2007, 11:02:18 AM
Dear Uncle Guard,
I do not have that book. Please give me.
Thank you so much.

Wow, if I could see Auntie Salt and Auntie Butterfly in those days. ;) ;D :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 21 มิถุนายน 2007, 12:05:03 PM
น้า bluehawai กรุณาฝากหนังสือบนเส้นทางภูบรรทัด และความหลังสหายเก่า
มาให้ด้วยครับ อย่างละสองเล่ม เพื่อนำส่งน้าเจ.ต่อไป ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: salt ที่ 21 มิถุนายน 2007, 23:16:09 PM
อ้างถึง
ป้าซอลท์นี่ก็ไม่เบานะครับ
แบบดาราวัยรุ่นญี่ปุ่นเลย


ฮั่นแน่..เพิ่งรู้ตัวนะเนี่ยะ..นึกว่าจะเป็นได้แต่ตุ๊กตานิโกร.........ฮิฮิ

(http://jee.hypermart.net/me/mepic/jeepic1_small[1].jpg)

อ้างถึง
Wow, if I could see Auntie Salt and Auntie Butterfly in those days


Me too""""want to see Auntie Jฯ...in those days......


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm/2 ที่ 23 มิถุนายน 2007, 08:14:48 AM
           สวัสดี ชาวภูบรรทัด นะจ๊ะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm/2 ที่ 23 มิถุนายน 2007, 08:44:01 AM
สหายอยู่ที่นี่กันนะ  คุณกาจใส่ฟันแล้วนะหมอเพลินใส่ให้ :)เมื่อคืนสหายมาจาก  กทม. หลายคน
อยู่ที่บ้านคุณเพลิน  ;Dตอนเช้ามีสหายอีก2-3คนมาสมทบด้วยครับ ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm/2 ที่ 23 มิถุนายน 2007, 09:04:39 AM
สหายล่อง มารับสหายด้วยความปืตืยินดี  คืดถึงอดีตที่เคยร่วมทำงานปฏิวัติต่อสู้กับพวกชนชั้นปกครอง
อดีตทปทกองร้อยที่1แห่งเทือกเขาบรรทัด  อุดมการณ์ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลงยังมีความรักทางชนชั้นเหมือนเดิม
ในอดีตการต่อสู้ที่ความยากลำบาก เราเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขยังเป็นความทรงจำอยู่


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 25 มิถุนายน 2007, 19:51:49 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1013/621434769_e9684794cc_o.jpg)


เส้นทางเหล่านี้สมัยก่อนเคยเป็นทางเล็กๆ ทั้งมวลชนและสหายเคยใช้มาแล้ว
ปัจจุบันกลายเป็นถนนลาดยาง ภูเขาที่เห็นนั้นคือเทือกเขาบรรทัดที่ทอดยาวเหมือนไม้บรรทัด
แบ่งด้ามขวานจากเหนือจรดไต้ (นครศรีธรรมราชตอนใต้ถึง สตูล) ให้ออกเป็นท่าออกและท่าตก (คำว่า ท่า หมายถึง ทิศ)
ภาพนี้ถ่ายมาจากท่าออก ยิงเข้าหาแนวเขา หากมองทางด้านซ้าย จะเป็นที่เคยตั้งกองทัพเขต 2 (หรือ 08 )
มองเฉียงไปทางด้านขวาถัดไปจะเป็นกองทัพเขต 1 (หรือ 09) และขวาสุด ก็คือเขต 3 (หือ07)

ตามคำบอกเล่าของคุณลุงที่ได้ร่วมกับพคท. ในช่วงปี 2508 ได้ขยายความหมายของรหัสนี้ว่า
07 มาจากเลขสองตัวท้ายของปีที่ก่อตั้งกองทัพ ดังนี้กองทัพ 07 คือค่ายของพคท.ที่ตั้งในปีพ.ศ.2507
ดังนั้น 08, 09 จึงเป็นการขยายงานออกไปตามแนวเทือกเขาบรรทัด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 25 มิถุนายน 2007, 20:06:05 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1211/621634655_1aeb11b124_o.jpg)

ภาพนี้จะมองวิวได้กว้างว่า พื้นที่แถวนี้ใช้ไฟฟ้ากันหมดแล้ว จึงมีสายไฟระโยงระยางบดบังทิวเขา
ถนนสายนี้มุ่งไปสู่น้ำตกไพรวัลย์ และ ไพรวัลย์เป็นชื่อสมาชิกเวปของเราที่อยู่แถบนี้
ชาวภูบรรทัดยินดีต้อนรับ คุณไพรวัลย์ อีกครั้งหนึ่ง
มีข่าวจากมิตรสหายของเราในพื้นที่ กรุณาเล่าสู่กันฟังนะครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 25 มิถุนายน 2007, 20:20:15 PM
อนุโมทนา ครับ คุณลุงวิญญูชน

วันนี้ได้โอนเงินจากแนวร่วมภาคเหนือสู่ภูบรรทัด ๓,๐๐๐ บาท คงจะไปทันพร้อมขบวนผ้าป่านะครับ

สหายเก่าและมวลชนแห่งภูบรรทัดขอขอบพระคุณชาวแนวร่วมภาคเหนือสู่ภูบรรทัดอย่างสุดซึ้ง
ถ้าเป็นคนเหนือ หลังจากกลับจากวัด จะกล่าวคำว่า เอาบุญฮักษาเน้อ ตามเฮือนที่เดินผ่าน
และจะได้ยินคำขานรับ สาตุ๊ จากคนบนเฮือน เสมอๆ

เราชาวภูบรรทัดก็ขอ เอาบุญฮักษา ทุกๆท่าน มา ณ ที่นี้ด้วยเทอญ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 25 มิถุนายน 2007, 21:08:21 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1233/621990305_9eaf0fe867_o.jpg)

เขายอดนี้แหละครับที่ตั้งของค่าย 08 (เขต 2)

คุณหมอท่านนี้แหละครับที่กรุณาทำฟันปลอมให้กระผมในทันทีที่ก้าวเข้าสู่ชายคาบ้านของท่าน
ตอนนั้นประมาณ 2 ทุ่ม หลังจากกินข้าวกินปลา กันแล้ว ก็ลากผมขึ้นนั่งเก้าอี้เอาพิมพ์ใ่ส่ปาก
พิมพ์ลาย สักครู่ใหญ่ก็เอาปูนพลาสเตอร์ที่เป็นรูปฟันทั้งบนและล่างมาวางแผนการใส่ฟัน

เลขที่ออก สองหมอสายหน้า งงในความไม่สามัคคีบรรดาฟันอันน้อยนิดที่อุตส่าห์เหลือเพื่อจรยุทธ์งับอาหารของผม
จากผลการวิเคราะห์ ผมต้องใส่ได้เพียง 4 ซี่ เท่านั้น ที่เหลือต้องซ่อมแซมรื้อระบบกันใหญ่
นั่งคุยโม้กันพักใหญ่ชั่วโมงเศษๆ ฟันใหม่เท่ห์ๆของผมก็สำเร็จ พร้อมรับใช้เจ้าของแล้ว
โอ้ นี่แหละครับจิตใจอันดีงามที่ฝั่งรากลงลึกของอดีตสหายหมอแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย
ที่ตั้งใจคืนความสุขให้กับสหายเก่า ...ผมยิ้มแย้มยินดีตลอดการเดินทางในเที่ยวนี้...
ขอบคุณครับหมอไพรวัลย์ ;D :D ;D


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 25 มิถุนายน 2007, 21:30:28 PM
หลังทำฟัน
ผมถามหมอว่า อันนี้ถือเป็นผลงานของพรรคหรือไม่
หมอตอบทันที ใช่ครับ เป็นผลงานของพรรคแน่นอน
ถ้าไม่มีพรรคผมก็ไม่มีวันนี้
ที่สำคัญ คุณกับผมคงไม่มาพบกันฯ

สุดยอดครับหมอ :D
ขอบคุณครับ
โอกาศหน้าคงได้มาเยือนอีก ;D



หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 25 มิถุนายน 2007, 22:56:50 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1270/622653805_4975befc14_o.jpg)

ภาพล่าสุดในการก่อสร้างอนุสรณ์สถานฯ เช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2550
ด้านบนสุดยังไม่ได้ตั้งดาวแดง ฉลุเรียนแบบหนังตะลุง ใช้ผ้าใบกันฝนคลุมไว้
ส่วนแท่งดาวร้อยดวงฉาบปูนแซะร่อง เหลือเพียงด้านเดียวก็จะเสร็จ
ความสูงโดยรวมแล้ว 9 เมตร กำลังงาม นักถ่ายภาพชอบ สามารถเก็บภาพทั้งหมดได้ไม่ยากนัก
ช่วงนี้กำลังตัดสินใจว่าควรจะปูพื้นโดยวิธีใด ที่จะสวยงามและประหยัดเงิน


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 25 มิถุนายน 2007, 23:04:31 PM
ป้าเอทีเอ็ม จากเขตน่าน กำลังสำรวจตัวอนุสรณ์ฯ เพื่อช่วยเสนอแนะกับกรรมการฝ่ายก่อสร้างอีกแรงหนึ่ง
สหายภูบรรทัดตื่นเต้นกันใหญ่ที่ได้พบสหายจากฐานที่มั่นจังหวัดน่าน และจังหวัดตาก

(http://farm2.static.flickr.com/1326/623491158_4358bfb038_o.jpg)



หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 25 มิถุนายน 2007, 23:10:48 PM
สหาย 196 ชัยภูมิ ก็ร่วมกันคิดเช่นกันครับ
โดยเฉพาะสีที่จะใช้ทาแท่งดาวร้อยดวง
โดยแนะนำน่าจะใช้สีโทนเดียวกับแบบร่าง หรือใน วีดีทัศน์ ที่ใช้ประชาสัมพันธ์โครงการ

(http://farm2.static.flickr.com/1189/623490834_d5ec7e3218_o.jpg)



หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 25 มิถุนายน 2007, 23:47:04 PM
สวัสดีคะป้าไพรวัลย์
            ขอบคุณสำหรับอาหารมื้ออร่อย
  และการทำฟันปลอมให้กับคุณกาจ
เสียดายรูปที่ถ่ายมาเก็บในเครื่องที่กรุงเทพหมดเลย
ยังไม่ได้ดูรูปอันสวยงาม  แล้วจะตามมาคะ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 26 มิถุนายน 2007, 00:08:59 AM
แจ้งฝ่ายการเงิน
วันนี้ได้นำเงินจำนวน ๑๐๔๑๕ บาท
ที่ได้จากการขายหนังสือบนเส้นทางเล่ม  ๑, ๒
เทปและเสื้อจากวันงานทอดผ้าป่า ๒๔ มิย ๕๐
เข้าบัญชึเรียบรร้อยแล้ว


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 06:37:56 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1379/623022477_056d8e4a23_o.jpg)

พี่เลี้ยงของเราตื่นนอนเช้าทุกวัน
รับใช้สหายรักด้วยต้มแกงสาระพัน


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 06:41:21 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1417/623878682_95aa924f7f_o.jpg)

แกงน้ำเคย แกงหน่อไม้ แกงขี้เหล็ก แกงคั่วหมู น้ำชุบ ที่นำไปเลี้ยงในงานทอดผ้าป่าทปท.ฯ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 06:44:11 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1299/623879476_3c23d89207_o.jpg)

หลบหน่อยจ้า แกงร้อน ร้อน มาแล้านิ หร่อยมายสหาย


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 06:49:01 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1080/623878870_1fa9dfd62d_o.jpg)

หม้อนี้แหละ อร่อยจังเสีย ผมราดน้ำแกงมากไปนิด ออกอาการน้ำมูกน้ำตาไหล
ถึงแม้ว่าจะทานกับข้าวปักษ์ใต้แทบทุกวัน แต่เจอสูตรดั่งเดิมอย่างนี้ สุดๆๆๆ
ผักเหนาะมีทำไรก็หมด


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: butterfly ที่ 26 มิถุนายน 2007, 17:12:52 PM
ไม่ได้เข้ามาหลายวัน....
เน็ตมันป่วย...ซ่อมเรียบโร้ยยย...
ลุงกาจจจจจจ......ลงรูปงานผ้าป่าเยอะๆๆๆ
จะได้หายคิดถึง...สหายภูบรรทัด..ทุกๆคน :D :D :D


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 21:00:32 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1360/623828010_94c9c74744_o.jpg)

สหายทั้งอาวุโส และรองอาวุโส กำลังลุ้นคุณเกรียง สหายหมอ ที่วางเข็มมาสอยมะพร้าว
มาทำกับข้าวอร่อยๆต้อนรับคณะผ้าป่า ที่วัดไม้เสียบ

คุณสุขุม (คนที่สองจากขวาไปซ้าย) ตอนนี้ย่างเข้า 72 ขวบแล้ว ฝาก ข้องใจ สหายในเมืองทุกคน


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 21:07:28 PM
ถ้าป้าผีเสื้อไปด้วย คืนก่อนวันทอดผ้าป่า รำวงกันรุ่ง ฟ้าเบิกดานไปเลย
ขาดกองหน้าแห่งวงรำ สหายก็เลยต้องมาดูหนังโฆษณาโครงการก่อสร้างแทน
สายตานี่จองไปยังภาพเก่าๆ ด้วยความอิ่มเอมใจ (นึกว่าเป็นแต่เรานิ)

(http://farm2.static.flickr.com/1394/623878314_b394194dd9_o.jpg)



หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 21:10:22 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1072/623020655_3b4e7f6b3f_o.jpg)

มาด สว. บรรจงเท้าแขน คลอเพลงตาม DVD สายลมเปลี่ยนทิศแต่ดวงจิตมิได้เปลี่ยนเลย ภาค ๑


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 21:28:17 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1012/630774839_14e068904b_o.jpg)

ป้าๆ จอใหญ่แล้วนา จะให้เติบกว่านี้ ต้องหมั่นเพียรอ้อนน้าบูลฯอีกแหละ
จอนี้น้าบูลลงทุนซื้อมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ สาธุ ขอให้รวยๆ (จะได้พัฒนาหน่วยฉายหนัง ;D)


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 21:34:50 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1155/623010051_daacdd664c_o.jpg)

มุมนี้กำลังสาระวน กับภาพเก่าๆที่ตีพิมพ์ในหนังสือบนเส้นทางภูบรรทัด
ผมเลยได้อาชีพเพิ่ม ขยายภาพเก่าๆของสหายตามออเดอร์
สหายบางคนเอาใหญ่เป็นเมตรๆ ติดผนังโชว์กันเลยทีเดียวครับ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 21:40:03 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1012/623008095_c9f2fc514b_o.jpg)

นี่..แผงขายหนังสือ ซีดี เสื้อ ที่ป้าป่าพน ป้าปุ้ย ป้า-ลุงเอ. นำไปขายหารายได้สมทบทุนสร้างสถูปฯ
ใช้เวลาสามสี่ชั่วโมง ได้เงินยอดเงินตามที่ป้าป่าพนรายงานไปแล้วในกระทู้ก่อนหน้านี้


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 21:44:32 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1278/623008419_493065458d_o.jpg)

ลูกหลาน และสหายเก่า ก็ได้ให้ความสนใจไม่น้อย
โดยเฉพาะหนังสือของศรีธงชัย ที่ลุงหมื่นภูเขาทองนำมามอบให้ในคืนก่อนวันเดินทาง
ชาวภูบรรทัดกราบขอบพระคุณท่านเจ้าของหนังสือและลุงหมื่นนี้เป็นอย่างสูง


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 21:48:30 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1439/623007763_040171dbc7_o.jpg)

เซียนพระ  ;D ;D คุณคม พลาธิการเก่า สงกะสัย เป็นพลา ให้น้าหลวงเสียละมั่ง
ตั้งโต๊ะให้เช่าพระ รายได้ส่วนหนึ่งก็สมทบทุนสร้างสถูปเช่นกัน
ร่วมด้วยช่วยกันจริงๆๆ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 21:52:09 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1266/623007433_3adf68fc97_o.jpg)

หย่อมนี้เฝ้าสมบัติ หลานคนขวามือช่วยงานอย่างสุดจิตสุดใจทำทุกอย่างที่ขวางหน้า
สมกับเป็นลูกชายฝ่ายบริหารบนเขาเมื่อครั้งโน้น


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 21:59:52 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1054/623007159_51d379c805_o.jpg)

เจริญธรรม ตั้งใจอนุโมทนา อุทิศส่วนกุศลไปให้สหาย คำถวายผ้าป่ามีอยู่ประโยคหนึ่ง
เพื่อสหาย วีรชนนักปฏิวัติ ...จำไม่ได้ จะถามคุณสาคร มาลงให้ท่านอ่านกันวันหลัง
ผมว่าวัดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับประชาชน ในอดีตวัดไม้เสียบนี้ก็อยู่ในเขตเคลื่อนไหวที่เข้มข้นเขตหนึ่ง
สามารถสร้างหน่วยพรรคในหมู่บ้านได้เลยครับ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 26 มิถุนายน 2007, 22:17:48 PM
วันนี้คุณเลิศจากชะอวด
ได้แจ้งโอนเงินเข้าจำนวน ๑๘๓๖ บาท
สายธารแห่งน้ำใจ  คนละไม้ละมือ
อนุสรณ์สถานคงเสร็จทันเวลา
ขอบคุณในความร่วมมือจากทุกฝ่าย


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 22:20:45 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1334/623006781_8913022a82_o.jpg)

ท่านอาวุโสของเขตนี้มาพร้อมหน้าพร้อมตา


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 22:26:28 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1253/623006505_a61b8c961e_o.jpg)

คอมฯ มันจับไปทำปุ๋ยหมด นี่คือคำโฆษณาว่าร้ายครั้งสงครามเย็น
ในความเป็นจริงไม่ว่าจะเป็นในเตา ชะอวด ฯลฯ วัดวาอาราม พระสงฆ์ อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 22:28:51 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1304/623005351_86e98b6036_o.jpg)

แม่แก่แค๊ป (เร่งรีบ) ไปวัดเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปหาสหาย ทหารลูกหลานของท่านเหล่านั้น


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 22:37:23 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1018/623006239_ac127f7285_o.jpg)

เนือยละม่ายสหาย ......หิวก็มานั่งรับประทานอาหารกันได้ตลอดเวลา
บรรยากาศในนั้นดียิ่ง มีรอยยิ้มแย้มปนเศร้า เศร้าในการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของนักรบผู้กล้าหาญ
ยิ้มแย้ม เมื่อสหายเก่าได้พบกันอีกครั้งเพื่อร่วมกิจกรรมบันทึกประวัติศาสตร์ของประชาชนในรูปแบบสถาปัตยกรรม
ขึ้นมาอีกพื้นที่หนึ่งของประเทศ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 22:47:03 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1026/623864380_3828eb858b_o.jpg)

โต๊ะนี้มีผู้เฒ่าหลายท่านสามารถเล่าความหลังสหายเก่าได้อย่างถึงแก่น บางท่านเข้าป่าตั้งแต่ปี 2507-2508
ฟังสามวันสามคืนก็ไม่เบื่อ ทาบทามไว้แล้วครับ เร็วๆนี้จะเชิญท่านเหล่านี้มาเล่าประสบการณ์แห่งชีวิตในการเข้าร่วมกับพรรคฯ
ออกอากาศทางวิทยุบ้านตุลาไทย


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มิถุนายน 2007, 23:02:58 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1103/623005557_9a40f0ce6c_o.jpg)

ยิ้มนี้ฝากให้สหายทุกท่าน ;D ;D ;D

อยากใช้ชีวิตแบบสหายท่านนี้จัง สร้างสวนไร่นา ไก่ป่า หมู เห็ด เป็ด ไก่ ปลาดุก ปลาซ่อน วัว ควาย
ทำอย่างละนิดละหน่อย ไม่ต้องไปซื้อจากตลาด ปลูกผักสวนครัว ทำกินได้อย่างไม่ขัดสน
ไฟฟ้ามี แต่ไม่ใช้ ไปปลูกหนำอยู่ในสวน ไม่อยากเสียค่าไฟ ใช้ตะเกียงส่องสว่าง
เก็บกิ่งไม้แห้งในสวนมาทำฟืนก่อไฟ หุงข้าวต้มปลา ใช้เตาแก๊สบ้างบางครั้งที่เร่งรีบ

เรียกว่าเอาปรัชญาจากป่าเขามาใช้จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะได้แม่พิมพ์อย่างคุณชอบ
ที่ใช้ประโชยน์ทุกส่วนของสิ่งแวดล้อม ใช้อย่างประหยัด คุ้มค่า เช่นตัดต้นไม้ต้องใช้ทุกส่วน
โคนต้นกึงกลางลำนำไปเป็นเสาเรือน กลางต้นถึงปลายเหลามาทำแปร กิ่งริดมาทำฟืน
ใบเอาไปทำอะไรแล้วก็ไม่รู้...ลืม....ไม่มีตาเฒ่าครัมซี่ไปช่วยจำ :D :D


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 26 มิถุนายน 2007, 23:35:38 PM
ตามอ่านอยู่ครับ
ขอแสดงความชื่นชมกับความคืบหน้าของอนุสรณ์สถาน แห่งเทือกเขาบรรทัดด้วยครับ :D


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: jpuusang2 ที่ 27 มิถุนายน 2007, 09:06:11 AM
Follow this story too. :D


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 มิถุนายน 2007, 17:11:56 PM
ขอบคุณครับ ในการติดตามเรื่องจากเราชาวภูบรรทัด

(http://farm2.static.flickr.com/1311/623008811_24fc7ba481_o.jpg)

วิทยุบ้านตุลาไทย นำทีมจากสถานีวิทยุท้องถิ่นประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
มาร่วมงานทอดผ้าป่าในครั้งนี้ด้วย ซึ่งทาง ดีเจ. ส.เสียงดี โฆษกของสถานี้แห่งนี้
กรุณาประชาสัมพันธ์งานบุญออกวิทยุทุกวันก่อนมีการถวายองค์ผ้าป่า


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 มิถุนายน 2007, 17:24:01 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1152/623867076_50f7329768_o.jpg)

ตัวแทนกลุ่มฯ มอบของที่ระลึกให้กับ ดีเจ. ส.เสียงดี
เป็นหนังสือบนเส้นทางภูบรรทัด และ ความหลังสหายเก่า
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะก่อเกิดประโยชน์ทางด้านวิชาการ
และดีเจ.ฯ จะได้นำประวัติศาสตร์ของประชาชนที่บันทึกไว้
ออกเผยแพร่ทางวิทยุท้องถิ่นนี้ต่อไป


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 มิถุนายน 2007, 17:34:04 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1427/623009011_b7473aacf5_o.jpg)

ลุงท่านนี้ได้กล่าวถึงการร่วมมือระหว่างวิทยุ กับประชาชน ในท้องที่แห่งนี้
โยงความสัมพันธ์ไปถึงวีรชนนักรบผู้กล้าเสียสละ และเป็นที่มาของการ
ก่อสร้างสถูป (บัว) เพื่อบรรจุอัฐิของสหายผู้วายชน ให้อยู่ในที่เปิดเผยสง่างาม
ดั่งจิตใจกล้าหาญ เพื่อประเทศชาติ และประชาชน และเป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์
ให้เยาวชน ลูกหลาน ได้ศึกษาจิตใจ ระลึกถึงวีรภาพอันยิ่งใหญ่สืบไป


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 มิถุนายน 2007, 17:41:30 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1412/623021855_9a7f88a13f_o.jpg)

ทานข้าวเสร็จแล้วจะเข้ามาส่งภาพให้ชมกันต่อ (กลางวันวันนี้ติดงานมากๆๆ)
แกงหม้อนี้หอมหวล มอบให้กับลุงอีเตี้ย ป้าเจ. ป้าผีเสื้อ น้าบ่ซอน และชาวเวปฯที่ชอบรสไม่เผ็ดจัด


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 มิถุนายน 2007, 19:06:24 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1116/639096420_aefc21cdd7_o.jpg)

เคลียดไปใยสหาย กรุงโรมยังสร้างไม่เสร็จในวันเดียว
สถูปของเราก็เช่นกัน สักวันคงได้มา
หากว่ายังไม่สิ้นซึ่งความเพียรพยายาม


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 มิถุนายน 2007, 19:13:47 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1349/639124534_cbb7e13662_o.jpg)

พ่อ ลูกคู่นี้ มาจากท่าตก วังสมบูรณ์ (วังอดเดิม) ถามถึงคุณดวง หมอประจำเขตงาน
ที่เป็นสหายคนเดียวที่ยังรักษาปืนติดตัวไปยังจุดนัดพบได้ นอกนั้นต่างหลบวถีกระสุนปืนกล
โชคดี...สุดท้ายปลอดภัยทุกคน


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 มิถุนายน 2007, 19:29:09 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1203/638294879_b3dff7272f_o.jpg)

นี่อีกคู่หนึ่ง

(http://farm2.static.flickr.com/1261/639159072_3ec7162029_o.jpg)




หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 มิถุนายน 2007, 19:35:17 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1356/639159434_13440afa75_o.jpg)

สหายคนซ้ายสบายใจดีแท้ ลูกสาวจบวิศวะฯ มีการมีงานแล้ว
ส่วนแม่ลูกหนึ่งนี้ เก่งจริงออกจากป่ามาเรียนหนังสือต่อ จนจบพยาบาลจาก ม.สงขลา
คนขวาคือสหายที่จับผมทำฟันปลอมกลางดึก เป็นป่าที่ได้รับใบอนุญาตจากทางการตั้งแต่ปี 2526 โน้น


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 มิถุนายน 2007, 19:36:48 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1305/639158978_4d85d89748_o.jpg)

เข้ม เหมียนเดิม เสื้อหร่อยจังเสีย


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 มิถุนายน 2007, 19:49:57 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1205/638294211_3561b0874e_o.jpg)

สหายใต้นั่งล้อมเป็นวงใหญ่มาก ฟังลุงเอทีเอ็ม ร้องเพลงมาร์ชเขตฐานที่มั่นตาก
ส่วนชื่อเพลง และประวัติ ต้องให้ลุงเอทีเอ็มมาเล่าให้ฟัง
ผมนั้นความจำแสนสั้น ; :D :D :D


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 มิถุนายน 2007, 20:06:01 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1341/638294605_91685debbd_o.jpg)

ปี 2550  เสียงยังเหมือนเดิม ลีลาลูกทุ่งแต้ๆ

(http://photos12.flickr.com/17949234_4f9cdfc103_o.jpg)

อาจจะเป็นปี 2521 นักร้องเสียงกระชากใจทหารและมวลชน
ของวงดนตรี ลูกทุ่งฟ้าเบิกดาน ประจำกองทัพเขต 3 (07)


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 มิถุนายน 2007, 20:13:28 PM
ข้อความจากน้องเก่ง

ลุงกาจครับ
เสื้อที่ขายสนับสนุนในรูปที่ภูบรรทัดหมดยังครับจะช่วยสนับสนุน
เก่งขอเบอร์ติดต่อได้เปล่าครับ


ป้าป่าพน น้องเก่งเขาขอเบอร์ติดต่อแล้วเน้อ ผมค้นกระทู้ที่ป้าลงไว้ไม่เจอ :D :D :D




หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 27 มิถุนายน 2007, 22:12:29 PM
สวัสดีน้องเก่ง
   เสื้อเหลือแต่สีขาว
 แบบอื่นยังไม่เสร็จถ้าต้องการน้องติดต่อได้ตามเบอร์เดิม
 และโอนเงินเขาบัญชีเดิม
 ขอบใจน้องเก่งมาก
ที่ติดตามความคืบหน้าของโครงการมาโดยตลอด
                    ป่าพน


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 27 มิถุนายน 2007, 22:19:39 PM
วันนี้ได้รับเงินโอนจาก
คุณสุวรรณี  แสนสุขสม เป็นจำนวน  5000 บาท
ขอขอบคุณคุณวิชัยที่แจ้งข่าวคะ
ความคืบหน้าของโครงการ
จะรายงานให้ทราบเป็นระยะๆคะ
ขอบคุณทุกแรงกายและแรงใจคะ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 28 มิถุนายน 2007, 08:57:16 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1407/643020675_74d52b9145_o.jpg)

มีโอกาสเข้าไปที่อนุสรณ์สถานถังแดง (ขอบคุณ คุณไพรวัลย์ที่นำทาง)
ได้ถ่ายภาพบอร์ดเพื่อให้ความรู้แก่เยาวชนและประชาชนได้ศึกษาประวัติกรณีถังแดง


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 28 มิถุนายน 2007, 09:00:30 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1033/643886534_61abf70174_o.jpg)

ตัวอาคารและสัญญลักษณ์ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง

(http://photos14.flickr.com/17958919_c91676a0a3_o.jpg)



หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 28 มิถุนายน 2007, 09:04:06 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1408/643885442_b0acd9aa48_o.jpg)

เด็กนักเรียนมาศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชุมชนที่ตนอาศัยอยู่
วันที่เราไป มีนักศึกษาป.โท มาเป็นวิทยากร ร่วมกับชาวบ้าน


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 28 มิถุนายน 2007, 09:09:22 AM
ถังแดง....


การคุกคามปราบปรามการต่อสู้ของพคท.โดยทางการในสมัยรัฐบาลจอมพลถนอม-ประภาส ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและรุนแรงยิ่งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ภัยจากนโยบาย ๓ เรียบ (จับเรียบ ฆ่าเรียบและเผาเรียบ) ส่งผลที่โหดร้ายต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้เป็นอย่างมาก มีการจับผู้ต้องสงสัยอย่างเหวี่ยงแห และถูกใส่ร้ายโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมที่เป็นแบบแผนของอารยชน แต่อยู่ภายใต้อำเภอใจของผู้ปราบปรามที่ไม่ได้ผ่านการศึกษาในสถาบันที่สอนและยกระดับจิตใจให้เห็นคุณค่าของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิในทางการเมืองของพลเมืองอย่างเพียงพอ ผู้ต้องสงสัยจำนวนมากถูกจับใส่กระสอบป่านเอาขึ้นเครื่องบิน แล้วไปถีบลงเขาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จับกุมผู้คนและเผาบ้านทั้งหมู่บ้านที่ควนหินกอง อำเภอทุ่งสง จับกุมผู้คนและเผาในถังแดง (ถังน้ำมัน ๒๐๐ ลิตร) จำนวนมากมาย ปรากฏตามเอกสารหลายแห่งที่ระบุว่ามีจำนวนถึง ๓,๐๐๘ ศพ ส่วนใหญ่เป็นคนที่จังหวัดพัทลุง

(http://farm2.static.flickr.com/1010/643019669_fc5a9e6180_o.jpg)

ถามเด็กๆว่าถังแดงคืออะไร เด็กตอบว่า เมื่อก่อนโน้นเอาพ่อแม่แถวนี้ไปเผาในถังแดง
ต่อไปในวันข้างหน้าจะไม่ให้ทำเช่นนี้อีก จึงยกมือชูขึ้นแทนคำมั่นสัญญา



ที่บ้านคลองหมวย บ้านลำใน อำเภอเมือง ที่ตำบลเกาะเต่า อำเภอควนขนุน และที่กิ่งอำเภอกงหรารวมทั้งบ้านบางแก้ว อำเภอเขาชัยสน หลายๆคนถูกจับไปยิงทิ้ง ญาติพี่น้องที่อยู่ข้างหลังต่างพากันหวาดกลัวต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐบาลมาก ต้องหลบหนีเอาตัวรอด บางคนทิ้งถิ่นฐาน หลายคนมาขอเข้าร่วมกับพคท. ทำให้กำลังของพคท.เติบใหญ่อย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกันก็สร้างความยากลำบากให้แก่ฝ่ายพคท.ด้วย เพราะบรรดาผู้คนที่มาขอพึ่งพิงกับหน่วยงานมวลชนเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ตื่นตัวทางการเมือง เขาเข้ามาเพราะความหวาดกลัวภัยจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ พวกเขาไม่เคยใช้ชีวิตที่มีระเบียบวินัย ขณะที่อาหารการกินก็มีไม่เพียงพอที่จะรองรับคนจำนวนมากมายเช่นนั้น




หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 28 มิถุนายน 2007, 19:34:14 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1318/648772788_a5cb6827e4_o.jpg)

(เด็กแสดงหน้าเศร้าบ้าง เกือบเศร้าบ้าง เมื่อทราบเรื่องราวของถังแดง)


กรณีถังแดงจึงถือเป็นความผิดพลาดในเชิงนโยบายของทางการไทยที่มีทัศนะต่อพคท.เชิงลบเป็นครั้งที่ ๓ ผลักดันให้คนเข้าป่าจำนวนมากและส่งผลสะเทือนให้กับการเคลื่อนไหวในชนบทของพคท. และมีผลต่อพลังอันบริสุทธิ์ของเหล่านักศึกษาปัญญาชนในเมือง กลายเป็นการรับรู้ซึ่งกันและกัน จนมีการร้องเรียนทางการในสมัยรัฐบาลคึกฤทธิ์ เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ พร้อมกับยื่นข้อเรียกร้อง ๖ ข้อ

โดยหนึ่งในข้อเรียกร้องนั้นคือ ให้ทางการถอนทหารออกจากเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี และชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ประชาชน อันเป็นการปฏิเสธบทบาทและอำนาจรัฐอย่างชัดเจนยิ่ง

โดยประเด็นเรื่องการถอนกำลังนั้น รัฐบาลกล่าวว่าจะรับพิจารณา และในเรื่องค่าเสียหายนั้น ไม่ปรากฏว่าจะรับผิดชอบแต่อย่างใด

ความผิดพลาดของรัฐที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนั้น คือพวกเขาถือว่าอุดมการณ์ลัทธิคอมมิวนิสต์เป็นภัยร้ายของประชาธิปไตย (ระบบทุนนิยม) จึงออกกฎหมายคอมมิวนิสต์มาปราบปราม

ความผิดพลาดครั้งที่ ๒ คือ พวกเขาประเมินจิตใจของชาวคอมมิวนิสต์ต่ำเกินไปในการทำสงครามในชนบท  และความผิดพลาดใหญ่

ครั้งสุดท้าย คือ กรณี ๖ ตุลา

แต่หลังจากนั้นแล้วดูเหมือนว่ารัฐบาลจะเรียนรู้และยอมรับความเป็นจริงของปัญหา  เรียนรู้ที่จะยอมรับความผิดพลาดของฝ่ายตน  ความผิดพลาดตั้งแต่นั้นมากลับตกมาเป็นของฝ่ายพคท. ให้ต้องตั้งรับและหาคำตอบไม่รู้จบสิ้น

ในการทำสงครามประชาชนเพื่อ “ปฏิวัติประชาชาติิประชาธิปไตย” ในสถานการณ์ที่เส้นทางสู่ประชาธิปไตยเปิดถึงครึ่งใบแล้ว เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๓ (ตามนิยามสื่อมวลชน) เพื่อผลักดันให้ยุติสถานการณ์ปฏิวัติทำสงครามที่เป็นธรรมให้กลายเป็นสงครามที่ไม่ชอบธรรมและผลักดันให้พลพรรคพคท. หันมาต่อสู้ในแนวทางรัฐสภา เส้นทางเดิมที่พคท.ใช้เป็นยุทธศาสตร์การเผยแพร่อุดมการณ์ของตนตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๘๕ มาแล้วอีกครั้ง

โดยที่นักประชาธิปไตยที่ถือปืนเหล่านี้ฉลาดที่จะใช้ทุนทรัพย์และสติปัญญารวมทั้งความชอบธรรมภายใต้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม จัดหามาตรการที่ดีในการเอาชนะสงคราม ที่พวกเขาเป็นฝ่ายผิดเมื่อเริ่มต้นให้ผู้คนหลงลืม และสรรเสริญการกระทำของพวกเขาในเวลาต่อมา

จากบนเส้นทางภูบรรทัด ตำนานการต่อสู้ของประชาชนด้วยกำลังอาวุธ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 28 มิถุนายน 2007, 19:42:32 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1299/648772268_c70692e116_o.jpg)

เด็กอีกกลุ่มที่กำลังทานข้าวเที่ยงที่ลานชั้นสองของอนุสรณ์สถานถังแดง

วันนั้นเราขับรถวนเวียนเยี่ยมสหายเก่ารอบๆเทือกเขาบรรทัดทางฝั่งท่าออก
แวะเข้าไปชมน้ำตกไพรวัลย์ ที่ถนนสายเอเชียกม.ที่ 48 เลียวขวามุ่งหน้าเข้าหาเทือกเขาบรรทัด
วิ่งตรงเข้าไปอีก 17 กิโลเมตร ก็ถึงน้ำตก

(http://farm2.static.flickr.com/1424/648773966_4c540f836c_o.jpg)


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 28 มิถุนายน 2007, 19:53:56 PM
น้ำตกไพรวัลย์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดพัทลุง
สหายที่อยู่เขตนี้เล่าว่า เคยมาขนส่ง เป้ข้าวของข้ามห้วยที่น้ำตกแห่งนี้มาแล้ว

(http://farm2.static.flickr.com/1382/649067320_54d6f6a3af_o.jpg)

มองเห็นทางน้ำตกสีขาวแต่ไกล สวยมากๆๆ
น้ำตกไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน น้ำไหลแรงสามารถเล่นน้ำได้ในชั้นล่าง
บริเวณโดยรอบเงียบสงบ มีต้นไม้นานาชนิดปกคลุมอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์
จึงทำให้น้ำตกมีน้ำตลอดทั้งปี

ตั้งอยู่ในหน่วยพิทักษ์ป่าบ้านพูด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ตำบลคลองเฉลิม อำเภอกงหรา

เดินทางจากบ้านคลองหมวยไปตามถนนตำบลลำสินธุ์ บ้านกงหรา (ทางหลวงหมายเลข 4122)
ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร
มีลานจอดรถและร้านอาหารไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 28 มิถุนายน 2007, 20:02:12 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1397/648773598_c0e53c7da1_o.jpg)

เสียดายในวันนั้นเร่งรีบมาก เพื่อไปพบปะสหาย ปรึกษาหารือเกี่ยวกับรายชื่อจริงของสหายที่เสียสละ
ถ่ายภาพไม่ได้ดังใจ แต่ก็พอมองได้ว่าน้ำตกสวยงามไปเบาเลยครับ

น้ำตกใหญ่ ของเขาบรรทัด สงบ ร่มเย็น ยิ่งใหย่ สูงชัน
อุดมสมบูรณ์ สวยงงาม  น่าผจญภัย
เหนื่อยดี พอประมาณ ถ้าแค่เพียงชั้นเดียว
ส่วนอีกหกชั้นที่เหลือก็ต้องผจญภัยกันหน่อย


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 28 มิถุนายน 2007, 20:09:28 PM
ผม ลุงป้าเอทีเอ็ม มีปัญญาเดินไปแค่ห้วยที่ปลายๆน้ำตก

(http://farm2.static.flickr.com/1360/649219384_5bd6aad811_o.jpg)

สหายตาก...ดูแล้วคงคิดในใจว่า เ_็กๆๆ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Vinyuchon ที่ 28 มิถุนายน 2007, 21:09:45 PM
 8)

ขอส่งกำลังใจให้ลุงกาจและมิตรสหายแห่งภูบรรทัดทุกท่าน ขอให้ทุกสิ่งที่ได้วางไว้บรรลุแก่การณ์  เห็นแกงปักษ์ใต้เข้มๆแล้วอยากได้ลิ้มลอง แกล้มกับผักสดเป็นกะบุง ;) 8) 8)


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 28 มิถุนายน 2007, 23:27:24 PM
 คุณvinyuchon
ทำให้อยากทานอาหารใต้ตามด้วยผักเหนาะ
สตอ ลูกเหลี่ยง ลูกเหนียง
ใบสาราพัดทานได้รอบตัว 
ยอดเหลี่ยง ยอดอ้ายครก(อย่าร่วง  ท้ายล่อ)อย่าแปลผิดนะ
 อาหารใต้มีคุณสมบัติพิเศษที่คนได้ทานแล้วจะติดใจในรสชาติ
แต่รสชาติจะแปลเปลี่ยนตามท้องถิ่น เช่นแกงไตปลา นคร พัทลุง ตรัง
ก็จะออกรสชาติไม่เหมือนกัน 
คุณvin ชอบรสชาติแบบไหนคะ
จะได้บอกสหายเตรียมไว้ให้คะ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 29 มิถุนายน 2007, 00:04:20 AM
ลุงกาจนี่มือหนึ่งจริงๆ
 รูปน้ำตกสวยมากๆ
ไม่ผิดหวังเลยที่แวะเข้าไปเอาภาพ
อดีตเคยเป็นเขตงานเก่ามาให้ดูกัน
 ในอดีตผ่านไปไม่เห็นงาม
 แต่วันนี้มันมีแต่ความสวยงาม
ร่มเย็นเมื่อเข้าไปสัมผัสธรรมชาติ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 29 มิถุนายน 2007, 00:19:32 AM
ธรรมชาติอันงดงามของเขต พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา และนครศรีธรรมราช
 ขอเชิญชวนทุกๆท่าน
เล่าธรรมชาตอันงดงามชวนให้ตามไปดู
 ถึงแม้มิตรสหายจะอยู่บริเวณนี้มาก่อน
แต่บางครั้งก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอยู่บริเวณนั้นๆ
หรือไม่ได้อยู่ในเขตนั้นมาก่อน
จึงยังไม่เคยไป  ป่าพนเองก็ไปน้ำตกไพรวัลย์เป็นครั้งแรก
ต้องขอบคุณคุณหมอเพลินที่พาไปเก็บภาพสวยๆมาฝากพวกเรา
ตรัง สตูล สงขลา  มีของดีอะไรมาเล่าสู้กันฟังบ้างนะคะ
เพื่อคุณกาจจะพาออกทริป เก็บภาพ


หัวข้อ: Re: การก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 29 มิถุนายน 2007, 13:29:17 PM
ทุก ๆน้ำใจที่มอบให้กับสหายชาวภูบรรทัด
จากหลาย ๆเขตงาน คณะกรรมการได้รับไว้แล้ว ด้วยความขอบคุณอย่างยิ่ง
 
มีเรื่องขอความร่วมมื่ออีกอย่าง คือ ข้อความที่จะจารึกไว้ในแผ่นแกรนิต รอบ ๆ แท่งดาวร้อยดวง
อยากให้สหายช่วยคิดข้อความและส่งความคิดเห็นมา
ข้อความต้องมีความยาวไม่เกิน 2 บรรทัด (2วลี)
เป็นคำที่กระชับ และให้ความหมายที่ดีต่อวีรชนละการต่อสู้
เพื่อคนรุ่นหลัง ได้เรียนรู้และเข้าใจความหมายของสถูปนี้
ทางฝ่ายวิชาการให้เวลาอีก 2 วัน

ข้อความใด ได้รับการจารึกในแผ่นแกรนิต
จะมีของขวัญมอบให้ในวันที่จัดงานบรรจุกระดูกสหาย (ประมาณ สิงหาคม)

พร้อมกันนี้ ก็ขอเรียนเชิญมิตรสหายทั่วประเทศเตรียมตัวไปร่วมงานบรรจุกระดูกสหายร่วมกับชาวภูบรรทัด
 


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 มิถุนายน 2007, 20:27:50 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1195/659089043_d870b7b0dc_o.jpg)

มาเล่าต่อ เกี่ยวกับน้ำตกไพรวัลย์ รอบๆน้ำตกจะเป็นที่ราบกว้างขวาง
มีโขดหินให้ได้นั่งฟังเสียงไวโอลีนจากไทรันสยามด้วย

ได้คุยกับสาวๆเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์แล้ว สามารถกางเต้นนอนได้มาก
แต่ที่นี่ยังไม่มีสนามหญ้า เพียงแต่ปรับพื้นเรียบธรรมดา คงอยู่ในระหว่างพัฒนา
ผมว่าบรรยากาศอย่างนี้ดูใกล้ชิดกับธรรมชาติดี แต่แลกกับการเดินทางที่สบายๆๆๆ
ถนนลาดยางจนถึงน้ำตก เรียกว่าแทบไม่ได้ออกแรงเดินให้คอยลุ้นลุงป้าป๋าแปดสิบขวบ


มีเรื่องขอความร่วมมื่ออีกอย่าง คือ ข้อความที่จะจารึกไว้ในแผ่นแกรนิต รอบ ๆ แท่งดาวร้อยดวง
อยากให้สหายช่วยคิดข้อความและส่งความคิดเห็นมา
ข้อความต้องมีความยาวไม่เกิน 2 บรรทัด (2วลี)
เป็นคำที่กระชับ และให้ความหมายที่ดีต่อวีรชนและการต่อสู้
เพื่อคนรุ่นหลัง ได้เรียนรู้และเข้าใจความหมายของสถูปนี้



หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 มิถุนายน 2007, 20:37:04 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1276/659941640_796169d425_o.jpg)

ที่จริงน้ำตกแห่งนี้สวยมาก ตกลงมาหลายชั้น แต่คนถ่ายถาพเที่ยวนี้สอบไม่ผ่าน
อยากชวนมิตรสหายไม่ชมด้วยตนเอง นับระยะทางจากอนุสรณ์สถานฯเข้าไปแค่ 25 กม.

แต่อย่ามือซนแบบป้าป่าพลก็แล้วกัน เห็นต้นไม้สวยๆ ;D ;D ;D เจอลูกเต่าร้าง
แสบๆ คันๆ เรียกบริการยาหม่อง


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 มิถุนายน 2007, 20:41:07 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1434/659939302_9f4ed3b8e5_o.jpg)

ถ่ายอยู่มุมเดียวเท่านั้นครับ แวะเข้าไปชม 15 นาที ก็ไปที่ือ่นต่อ
ฝากไว้ก่อน วันหลังจะเอาขาตั้งกล้อง ถ่ายสปีดต่ำให้สายน้ำนุ่มนวลไปเลย


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 มิถุนายน 2007, 20:46:01 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1415/659939706_2e60a03e18_o.jpg)

มีเด็กๆแถวนี้มากระโดดน้ำกัน ตัวนิดเดียวขับสามล้อพ่วงซิ่งมาน่าดู
นั่งเต็มคันเลย ใครที่มีลูกหลานทำอย่างนี้ช่วยคอยเตือนเขาบ้าง
พวกแกเลี้ยวหกศอก เหมือนไล่ล่ากันในหนัง ถ้าหากพลาด อันตรายมากครับ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 มิถุนายน 2007, 20:48:51 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1105/659940340_1c715e12ee_o.jpg)

แถบนี้โขดหินมนๆนั่งสบาย  สองตายาย กำลังคิดวางแผนก่อการเที่ยวอยู่มั่ง  ;D


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 มิถุนายน 2007, 20:55:02 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1171/659086897_638f7d4636_o.jpg)

เอาละครับ ไปกันที่อื่นต่อ...
ขอภาพไว้เป็นหลักฐานการมาเยือน
ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน โดยเฉพาะน้องคนสวยๆ
ที่บอกป้าป่าพนทัน มิฉะนั้น เป็นคัน แพ้ทั้งตัว
โชคดีจริงๆ ป้าป่าพนจนไปเลี้ยงข้าวอร่อยที่ปากทาง แถมไอติมด้วย
แต่อร่อยสู้ของคุณลุงไอติม ได้เปล่า สหายสามจังหวัดน่าไปพิสูจน์ครับป๋ม


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 29 มิถุนายน 2007, 21:32:01 PM
 ;Dลุงกาจ
ป้าปล่อยไก่ไม่รู้จักเต่าร้างแคระ
เขาใช้ชื่อ ว่าอะไรนะลุงatm 
สวยทั้งชื่อสวยทั้งต้น
ป้าบ๊วยจำชื่อได้ไหมคะ
 เจ้าหน้าที่บอกเก็บเม็ดได้
 เก็บไปแค่ 2 -3 เม็ด
พอบอกเป็นเต่าร้างทิ้งแทบไม่ทัน 
คุณไพรวัลย์ยังใจดีจะไปหักให้ทั้งพวง
ต้องร้องห้ามกลัวยางคะ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 29 มิถุนายน 2007, 22:00:43 PM
 :) ;) :D ;D
ลุงกาจได้รูปสวยมากนะ
แม้เวลาน้อยนิดแต่ได้ภาพแจ๋วจริงๆ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 มิถุนายน 2007, 22:51:04 PM
ขอบคุณครับ ส่งดอกไม้ให้กันเอง  :-[ :-[  แต่ก็ดีกว่าสัญญลักษณ์นี้  >:( >:( >:(

คุณไพรวัลย์พาพวกเราลัดเลาะตามทางของหมู่บ้านแถบนี้ ผ่านมาจนถึงทางแยกเข้าน้ำตกมโนราห์

(http://farm2.static.flickr.com/1358/661146845_7f6f05e240_o.jpg)

เป็นน้ำตกขนาดกลาง น้ำใสมีสีเขียวไหลแรงลงสู่ลำธาร ซึ่งประกอบไปด้วยโขดหิน
เกาะแก่งเป็นระยะทางยาว อีกทั้งยังมีสะพานแขวนให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมกันอีกด้วย
เหมาะอย่างยิ่งในการพักผ่อนและเล่นน้ำ

ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งนาโพธิ์
เมื่อถึงบริเวณลานจอดรถแล้วเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 500 เมตร
ทางเดินมีบันไดให้เดินได้อย่างสะดวกสบาย

(http://www.muanglung.com/manora.JPG)

ยืมภาพจากเวปเมืองลุงครับ เวลาน้อยจึงไม่ได้เข้าไป


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 มิถุนายน 2007, 23:03:53 PM
ก่อนถึงแยกเข้าน้ำตกมโนรา์ ซึ่งอยู่ในเขตหมู่ที่11 ตำบลคลองเฉลิม อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง
เข้าไปแวะเยี่ยมคุณดาว อดีตหมอประจำเขต 4 ซึ่งเปิดร้านขายของเล็ก พร้อมทั้งบริการประชาชนเรื่องยุคยา

ตอนนี้คุณดาวกำลังปรับปรุงตัวบ้านให้เป็นโฮมสเตย์ มีห้องพัก 12 ห้อง บอกว่ายินดีต้อนรับสหายทุกท่าน
พักฟรีเลยนิถ้าเป็นสหาย (แม้ใครจะพักฟรีได้ลงคอแหละหนอ หมอดาว)

(http://farm2.static.flickr.com/1115/661997866_6492d8da91_o.jpg)

มุมแดงกำหมัดแล้ว มุมน้ำเงินคอยใส (งง ทักทายสหายแบบนี้หรือเขตนี้ หร่อยจริงๆ)



หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 มิถุนายน 2007, 23:07:32 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1164/661144617_d7fff2a3d1_o.jpg)

ที่บ้านคุณดาว ชั้นล่างกำลังต่อเติม 8 ห้อง อยู่ติดถนนดำ สะดวกสบาย

(http://farm2.static.flickr.com/1157/661998526_5cd3529861_o.jpg)



หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 มิถุนายน 2007, 23:18:12 PM
แวะทักทายสหายกองร้อยสักนิดหนึ่ง เจ้าบ้านออกมาต้อนรับด้วยความตื่นเต้น
ขนาดว่าไม่ค่อยสบาย เอาส้มอร่อยๆมาต้อนรับด้วย
วันทอดผ้าป่าสหายยังไปเลยครับ ทรหดอดทนเป็นที่หนึ่ง

(http://farm2.static.flickr.com/1262/662300156_5854b217a5_o.jpg)

ภาพนี้ต้นที่ยอดฮิตติดอันดับ..ชื่ออะไรน้า สูงกว่าทหารคนปลูกซะแล้ว


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 30 มิถุนายน 2007, 00:09:08 AM
 ::)เราไปถึงบ้านนี้เจ้าบ้านกำลังบรรจง
ขุดทรายทำสวนหย่อมหน้าบ้านคราวหน้าไป
ต้องเห็นต้นไม้ยอดฮิต หาง....ช้าง..เพชรหึง.........
ถูกจัดอยู่กลางสวนหย่อม
ลุง atm มองไว้หรือยังคะว่าบ้านไหนต้นสวย(ต้นหาง ช้างนะ)
เจ้าบ้านงงมากว่าคุณไพรวัลย์พาใครมาแต่ละคนไม่รู้จัก


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 30 มิถุนายน 2007, 00:28:42 AM
บ้านหมอดาว
เราได้ยาทาแก้แพ้เต่าร้างจากหมอ
ขอบคุณมากคะ
หมอเปิดคลินิคหน้าบ้าน
ขายน้ำของใช้เล็ก น้อยๆ
กำลังจะเปิดห้องพักให้นักท่องเที่ยว
 และวันที่ไปผ้าป่าวัดไม้เสียบ
ก็ยังเอาเสื้อไปขายสนับสนุนการก่อสร้างอนุสรณ์ถังแดง
หมอสาวสวยของเราเก่งทั้งงานราษฎร์งานหลวงเลยละคะ
นับถือ  นับถือ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 30 มิถุนายน 2007, 02:31:55 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1276/662653177_901d30ed8e_o.jpg)

แวะเติมน้ำมันที่ปั๊มคุณยอดก็ได้นะครับ อยู่ห่างอนุสรณ์สถานถังแดงกิโลกว่าๆ
ตอนเข้าไปทักทาย แนะนำสหายจากผาแดงและอุ้มผาง แกแจกยิ้มให้ไม่หุบเลย

นั่งคุยกันไป ขายของไป มีเด็กหนุ่มวัยรุ่น หน้าตาคมตาดุดันเอาการ ใส่สอยหลากสี
สะดุดตา จึงขอดูบ้างเป็นงานที่สวยทีเดียว ร้อยลูกปัดหินโบราณ เป็นหินมาจากกระบี่
คงจะเก่าแกพอควร เม็ดทรงกระบอกน่ารักเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒_๓ มิล
สอบถามแล้วสนนราคาเส้นละ หนึ่งพัน ที่ปากทางเข้าถังแดงก็มีขาย

ผมคิดในใจเจ้าหนุ่มนี่คงมาซื้อเบียร์แน่เฮ็ปๆอย่างนี้ แต่ที่ไหนได้มาซื้อนมสด ๓ ถุง
ดีจริงๆ เยาวชนแถบนี้ ดื่มนมแทนของมึนเมา


มีเรื่องขอความร่วมมื่ออีกอย่าง คือ ข้อความที่จะจารึกไว้ในแผ่นแกรนิต รอบ ๆ แท่งดาวร้อยดวง
อยากให้สหายช่วยคิดข้อความและส่งความคิดเห็นมา
ข้อความต้องมีความยาวไม่เกิน 2 บรรทัด (2วลี)
เป็นคำที่กระชับ และให้ความหมายที่ดีต่อวีรชนและการต่อสู้
เพื่อคนรุ่นหลัง ได้เรียนรู้และเข้าใจความหมายของสถูปนี้




หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 30 มิถุนายน 2007, 02:33:18 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1368/663507148_e4a565b1f2_o.jpg)

เจ้าของปั๊มอารมณ์ดี กำลังอธิบายเนื้อหาของ CD บทเพลงถังแดง
คุณลุงเอทีเอ็ม จึงซื้อไว้กะว่าจะเอามาเปิดในวิทยุบ้านตุลา
แต่.....ลืมหยิบมาเสียนิ อดกัน


มีเรื่องขอความร่วมมื่ออีกอย่าง คือ ข้อความที่จะจารึกไว้ในแผ่นแกรนิต รอบ ๆ แท่งดาวร้อยดวง
อยากให้สหายช่วยคิดข้อความและส่งความคิดเห็นมา
ข้อความต้องมีความยาวไม่เกิน 2 บรรทัด (2วลี)
เป็นคำที่กระชับ และให้ความหมายที่ดีต่อวีรชนและการต่อสู้
เพื่อคนรุ่นหลัง ได้เรียนรู้และเข้าใจความหมายของสถูปนี้




หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 30 มิถุนายน 2007, 02:34:34 AM
เที่ยงกว่าๆแล้วหลังจากอิ่มอร่อยกับร้านอาหารริมทางถนนสาย ๔๑ ซึ่งมีลูกค้าเขามาอุดหนุน
บ้างตั้งใจมาทานที่จากท่าตกเลยก็มี ราคาถูก อร่อยมากๆ
พวกเราสั่งแกงน้ำเคย แกงขี้เหล็ก ขาหมูโคมเติบ คั่วกลิ้ง จำไม่หมด แถมผักหวานลวกน้ำกระทิ แถมน้ำชุบ ผักเหนาะตั้งหลายจาน ขาว ๒ โถ

จ่ายค่าเสียหายเพียง ๒๗๐ อิ่มแป้ ขับรถพุงกางไปเยื่ยมสหายอาวุโสท่านหนึ่ง
ที่เป็นอดีตปัญญาชน และเป็นที่รักของสหาย

ขออภัยลุงวีซี๒๐๐๒ สำหรับภาพสยองขวัญที่จะลงต่อไปนี้

(http://farm2.static.flickr.com/1165/662652149_7c06e12f99_o.jpg)

พรุงนี้จะมาเล่าต่อเรื่องสยองขวัญ จากขวานคมๆของคุณโท คืนนี้ราตรีสวัสดีครับท่าน


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 30 มิถุนายน 2007, 07:40:40 AM
ลุงกาจคะ
 แบบนี้ใช้ได้มะ
"สันติภาพ  ภราดรภาพ"
ฝากถามฝ่ายวิชาการหน่อย


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 30 มิถุนายน 2007, 20:46:49 PM
วันนี้คุณชาลีมาที่บ้าน มาช่วยกันออกแบบ แต่งสี อนุสรณ์สถาน จากคอมแล้ว
วันสองวันนี้คงจะเดินทางไปหน้างานเพื่อกำหนดการจบงาน


พวกเราคตห่อไอติมเย็นๆจากร้านอร่อย ห้อรถฝ่าสายลมร้อนจี๋ ไปยังบ้านสหายอีกท่านโดยไม่ยอมโทร.แจ้งล่วงหน้า
กะทำเซอร์ไพรสกันหน่อย พอถึงหน้าบ้าน เราเองเป็นฝ่ายต้องแปลกใจ ไม่มีใครอยู่บ้าน
ทิ้งเจ้าตัวน้อยขนปุยไว้ตัวเดียว คุณไพรวัลย์ต้องออกแรงเดินหาเจ้าบ้านฝ่ายหญิงซึ่งกำลังสาระวนกับการทำกล้วยฉาบ มีทั้งเคลือบน้ำตาล และรสธรรมชาติจากกล้วย ทำกันในหมู่เพือนพ้องน้องพี่ มีคนมารับซื้อไปจำหนายขายปลีกอีกต่อหนึ่ง ของเขาที่นี่ทำแบบบางเฉียบเหมือนมันฝรั่งอบ กรอบ หอม มัน

(http://farm2.static.flickr.com/1101/663504754_00c722f5ca_o.jpg)

แผนกนี้ ปลอกลูกกล้วยด้วยความชำนิชำนาญ มองไม่ทันเลยคร๊าบ

(http://farm2.static.flickr.com/1329/671901276_eae21f043e_o.jpg)

พอได้จังหวะจึงถามถึงคุณลุงที่เราจะมาเยี่ยม ได้ความว่าน่าจะไปหาด้วงท้ายสวนละมั่ง
ป้าป่าพนเลยต้องใช้บริการดาวเทียมตามเคย ได้ยินแว่วๆว่าลุงอย่าลืมเอาด้วงมากันนะ
มาเยี่ยมลุง......ตอนนี้รออยู่ที่บ้านค่ะ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 30 มิถุนายน 2007, 21:04:41 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1431/662649737_2c9092cb72_o.jpg)

คุณโท  สหายกองร้อยทหารหลักที่ ๑ ที่ยืนอยู่ด้านล่าง รูปล่างเล็ก ว่องไว ปืนประจำกายสูงเลยศีรษะ
ตอนนี้วางปีนมาเป็นมือขวานคู่ใจท่านเจ้าบ้าน ว่างเว้นจากงาน ก็จะพากันหาด้วงเป็นงานอดิเรก
สองเฒ่าจะเดินตามกันไปท้ายสวน เอาขวานจามต้นชกที่ล้มแล้ว ค้นหาเจ้าอาหารอันโอชะ

ตอนที่ป้าป่าพนโทร.ถึง ลุงแกถามมา รู้ปรือว่าป๋มไปหาด้วง คุณมาจากกรุงเต็ปไม่ช่าย

ป้าป่าพนบอกว่า เจอสหายคุณลุงแล้ว ท่านบอกว่าลุงไปหาด้วง
ลุงวางกระเป๋งเหล็กลง ผมไม่ละโอกาส ไปสำรวจ แม่เจ้าเอ๋ยยั้วเยี้ยเต็มไปหมด
ผมจึงถามลุงว่า ลุงหาสะสมเก็บไว้กี่วันแล้วจึกได้มากขนาดนี้
ลุงบอกว่า ไปหาเดี๋ยวใจนี่เอง
ไอ้ผมคนขี้สงสัย แล้วทำปรือ จึงหาได้ขนาดนี้
ลุงแกจึงบอกเคล็ดลับของมือขวานคุณโท ให้ฟัง....



หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 30 มิถุนายน 2007, 21:16:17 PM
สามทุ่มกว่าแล้ว ป๋มขอตัวไปทานข้าวก่อน เดี๋ยวจะเข้ามาเล่าต่อ

(http://farm2.static.flickr.com/1001/662651011_44f96eec92_o.jpg)

เห็นท่าคุณหมอแล้ว น้ำลายสอ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 30 มิถุนายน 2007, 21:21:52 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1070/671374699_5550b73371_o.jpg)

เจ้าตัวน้อยน่ารักนี่ ยังร้องขอส่วนแบ่งเลย ป้าป่าพนเลยป้อนกล้วยฉาบเป็นรางวัล
ไม่ยักกะเป็นด้วง...กลัวหมดมั่ง


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 30 มิถุนายน 2007, 23:00:43 PM
สองผู้เฒ่าจะรำคาญ หรือทนความอยากรู้ของผมไม่ได้ จึงเผยเทคนิคการหาด้วงด้วยขวานคู่ใจคุณโทให้ฟัง

โดยเอาขวานไปจามต้นชกที่มันล้มแล้วเป็นบั้งๆตลอดลำต้น เอาน้ำปลาราดลงแผลที่เปิดไว้
เพื่อเป็นการล่อตัวแม่ให้มาวางไข่ที่เนื้อเยื่้ออันโอชะของตัวด้วง รอเวลาสักเดือนไข่ก็จะฟักตัวเป็นด้วงจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความพอดิบพอดีของสภาวะแวดล้อม

สองเฒ่าจะช่วยกันทำอย่างนี้จนกว่าต้นชกทั้งต้นถูกแทะเหลือแต่เปลือกแข็ง เห็นบอกว่าต้นหนึ่งล่อได้หลายครั้ง ถ้าซื้อขายกันตกกิโลละ ๒๐๐ บาทเลยที่เดียว

(http://farm2.static.flickr.com/1356/662651659_2d28be550b_o.jpg)

คุณลุงว่าแล้วลากรถเครื่องคู่ใจ ขึ้นควบอย่างกะวัยโจ๋ เดี๋ยวใจก็กำต้นหอม ผักชี กลับมา
ผัดด้วงให้ชิม อร่อยครับ

ตอนแรกผมก็เลือกตัวเล็กๆ พอคำต่อไปเอาตัวบิ๊กโลด หนังมันจะเหนี่ยวหน่อย
แต่สู้ได้ เพราะผมได้ฟันใหม่แล้ว ส บ ม.  ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 30 มิถุนายน 2007, 23:29:59 PM
บ้านผู้เฒ่าท่านนี้เป็นบ้านชั้นเดียว ข้างบ้านด้านขวาจะทำเป็นโรงสีข้าวขนาดเล็ก
รักษาโรงสีข้าวให้พอเหลือไว้บ้างในชุมชน แทนที่จะต้องขายข้าวเปลือกให้กับโรงสีข้าวใหญ่เสียทั้งหมด

(http://farm2.static.flickr.com/1167/662655991_7a917cc54b_o.jpg)

เมื่อต้นปี 2521 เขต 3 ของที่นี่ก็ได้นำเอาเครื่องสีข้าวไปใช้ในกองทัพ จำได้ว่าเราแกะเจ้าโรงสี
ที่ทำด้วยเหล็กหล่อออกมาเป็นชิ้นๆ หามเหล็กขึ้นเขาทางท่าออกซึ่งจะชันมากกว่าท่าตก
รอนแรมกันหลายคืนกว่าจะถึง ช่างแสงหรือโรงเหล็กช่วยกันประกอบ ยังจำได้ว่าใช้ยางนอกของรถยนต์มาเป็นตัวบดเมล็ดข้าว ใช้เครื่องยนต์ดีเซลชื่อยันม่าฉุด ผลิตข้าวได้วันละกระสอบ
ผมทำงานคู่กับคุณเรียม คุณเรียมจะตากข้าว เมื่อผมสีเสร็จคุณเรียมก็จะฝัดข้าวเอาเอารำและข้าวเปลือกที่ปนอยู่ออก ผมทำอย่างนั้นทุกวัน เกือบปี ทักสหายที่ สหายสะดุ้งทุกที
มันติดความเคยชินที่ต้องตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องยนต์

ที่ต้องใช้โรงสีก็เพราะสงวนแรงสหาย เมื่อก่อนต้องจัดสหายอย่างน้อย 1 หมู่ เพื่อไปปฏิบัติงานการผลิต ตำข้าว ทุกวัน


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 30 มิถุนายน 2007, 23:35:02 PM
ต้นช
 ของลุงกาจน่าจะเป็นต้นสาคูของคนใต้
 ใบคล้ายต้นจาก  เอามามุงหลังคาบ้านได้
สหายหลายคนคงเคยขึ้นควน(ภูเขา)
ไปตัดใบสาคูนี้มามุ่งหลังคาโรงเรียนบ้าง
หลังคาบ้านบ้างในระยะแรกๆของการสร้างค่าย


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 30 มิถุนายน 2007, 23:50:13 PM
สหายที่เคยอยู่ป่าพน
จำเจ้าฮิตเล่อร์ของคุณอาซินได้ไหม
มันดุ  มันดื้อมาก คุณอาซินถือไม้เล็กๆไว้ปราบเจ้าตัวดื้อนี้
วันหนึ่งเราเดินผ่านบ้านคุณอาซิน เจ้าลิงตัวนี้วิ่งมาไล่กัด
เป็นรอยทะลุลึกมากเป็นแผลเป็นจนทุกวันนี้
 และหลายคนคงกลัวเวลาผ่านบ้านต้องคอยมองเจ้าอิตเล่อร์
ป่านนี้มันตายไปแล้วและก็มีตัวใหม่แทนสามารถขึ้นต้นสะตอได้


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 01 กรกฎาคม 2007, 11:56:48 AM
วันที่เราออกจากบ้านหมอเพลินแวะบ้านคุณล่องก่อนครับ

ความเสรีคุณล่องที่ประทับใจที่สุดน่าจะเป็น เอาปืนไปยิงปลาอวด แกเล่าว่าตัวใหญ่มากๆ
แกงกินได้ทั้งกองร้อย เห็นสหายบอกว่าอร่อยทุกคน แต่ตกเย็นก็ยังไม่วายถูกวิจารณ์อย่างแรง
 :( :( :(

(http://farm2.static.flickr.com/1093/679576782_14884dd28f_o.jpg)


คุณล่องเลี้ยงนกรงหัวจุก ซึ่งจะเห็นทั่วไปตามบ้านเรือนชาวบ้านแถบนี้

(http://farm2.static.flickr.com/1401/678718309_44e6a0a551_o.jpg)

นกปรอดหัวโขนเป็นนกที่กระจายพันธุ์อยู่ทางตอนใต้ของทวีปเอเซีย โดยพบได้ตั้งแต่ประเทศอินเดีย บังคลาเทศ พม่า ไทย และอิน โดจีน และเนื่องด้วยนกชนิดนี้เป็นนกที่มีสีสวยงามและเสียงไพเราะ จึงมีผู้นำไปเลี้ยงในเคหะสถานบ้านช่อง
ถิ่นอาศัยของนกชนิดนี้ในประเทศไทยจะพบอาศัยอยู่ตามชายป่า ทุ่งหญ้า พื้นที่เกษตรกรรม และตามแหล่งชุมชน ในชนบท โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน

นกปรอดหัวโขนเป็นนกในวงศ์นกปรอด (Pycnonotidac) ซึ่งนกในวงศ์นี้พบอาศัยอยู่ตั้งแต่ละแวกบ้านจนไปถึงบนยอดดอยสูงและ
ตามป่าที่ราบต่ำ มีอยู่ด้วยกัน 36 ชนิด โดยนกปรอดหัวโขนจัดอยู่ในสกุลPycnonotus ซึ่งเป็นสกุลของนกปรอดสวน

นกในสกุลนี้หลายชนิดมักพบอาศัย ใกล้ชุมชนหรือตามพื้นที่เกษตรกรรมนกปรอดหัวโขนมีชื่อเรียกหลายชื่อ แต่คนไม่ค่อยคุ้นหูนัก โดยจะมีการเรียกชื่อแตกต่างกันไปตามภาค อย่างภาคใต้เรียกว่านกกรงหัวจุกภาคเหนือเรียกว่านกปริ๊ดเหลวหรือพิชหลิว
ส่วนภาคกลางเรียกว่านกปรอทหัวจุกหรือปรอทหัวโขน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Vinyuchon ที่ 01 กรกฎาคม 2007, 12:04:37 PM
 8)

เรียนป้าป่าพน รายการอาหารปักษ์ ;)

- แกงไตปลา
- คั่วกลิ้ง ทานแล้วกลิ้งไปเลย ;D แตงกวา ถั่วฝักยาวแกล้มเป็นพื้นส่วนผักพื้นบ้านไม่รุ้จักอยากให้แนะนำครับ
- แกงคั่วหอยขม
- แกงเหลืองมะละกอ ไม่ก็หน่อไม้ดอง
- น้ำบูดูรู้สึกจะใส่อะไรไม่แน่ใจครับแต่รสชาดเข้มมาก ต้องผักพื้นบ้านรสฝาดๆ
- ขนมจีนปักษ์ใต้ Optional  ;) ครับ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 01 กรกฎาคม 2007, 16:00:29 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1322/681622532_755b3c891a_o.jpg)

ซ้อมมือทิ่มเครื่อง(โขกน้ำพริกแกง) ผักเหนาะหัวปีลวก...


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 01 กรกฎาคม 2007, 16:14:48 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1037/681680580_89c4d45beb_o.jpg)

ยาวถึงพื้น ต้นนี้อยู่ลานบ้านคุณพิภพ ไม้เสียบ รอบบ้านมีรังผึ่งอยู่รังหนึ่ง
สหายแห่ง 196 เห็นแล้วคันไม้คันมือ ด้วยความเป็นมือตีผึ้งประจำเขต
เจ้าบ้านไม่ขัดข้อง ตามสบาย พอดีค่ำแล้วถ้าตี กลัวผึ้งจะบินไปหาแสงไฟมาไล่ต่อยสหายที่ทำครัว
และมันก็เลยเดือนห้าซึ่งหน้าน้ำผึ้งจะหอมหวาน (รอปีหน้ามาจัดการแน่ เสียงว่าอย่างนั้น)
จะเอาไปผสมแจ๊สโซฮอ ของแท้จะไม่เมาค้าง เขาว่าอย่างนั้น


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: จันทน์ ที่ 01 กรกฎาคม 2007, 16:34:39 PM
ด.....ดีใจด้วยกับชาวภูบรรทัดที่อนุสรณ์สถานคืบหน้าไปทีละขั้น.........

ข้างหน้าคงเสร็จสมบูณณ์ตามที่คาดหมายไว้.............

ปีนี้เคงไม่นานเกินรอ..............เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้......

งานรำลึกในทุกอนุสรณ์สถานคงราบรื่นและคงมีข่าวคราวแจ้งถึงกัน...............

ขอชื่นใจกับชาวภูบรรทัด....ที่ก้าวไปอีกขั้นครับ............. ;D :D ;D





หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 01 กรกฎาคม 2007, 23:04:17 PM
ok คะ คุณvinyuchon
รับรองรสชาติเฉียบขาดแน่นอน
แล้วพวกเราจะตามไปชิมนะคะ


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 01 กรกฎาคม 2007, 23:49:58 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1071/663503442_8963d2d8a2_o.jpg)

ไปเยี่ยมคุณเคียว อดีตผู้บัญชากองร้อยฯ ที่นอนพักฟื้นเกือบปีแล้ว
หลังจากเข้าผ่าต้ดกระดูกสันหลัง ยาวตั้งแต่ก้นกบขึ้นไปเป็นคืบ
ค่อยๆเดินได้ นั่งก็ได้เหมือนกันแต่ได้ไม่นาน ต้องนอนราบจึงจะไม่ปวด
มิตรสหายแวะไปเยี่ยม ให้กำลังใจ บ้างนะครับ

ด้วยความอดทนที่เคยเป็นทหารลูกหลานประชาชน
ในวันถวายผ้าป่าที่วัดไม้เสียบ คุณเคียวยังมาร่วมงาน
ชาวภูบรรทัดขอน้อมรับจิตใจนี้


หัวข้อ: บนเส้นทางภูบรรทัด-ถึงการสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 02 กรกฎาคม 2007, 16:34:40 PM
“การปฏิวัติของพคท.เป็นเรื่องของความสมัครใจเสียสละ
เมื่อเริ่มย่างเท้าออกจากบ้าน ทุกคนต้องลงทุนด้วยชีวิต
และทรัพย์สิน ดำเนินชีวิตที่ไร้สมบัติ
เพื่อไขว่คว้าหาสมบัติเฉลี่ยให้แก่ผู้คนในวันหน้า”

(http://farm2.static.flickr.com/1216/692633201_d8e0b592f1_o.jpg)

ขนำเผาไฟ

ในราวเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๐๕ บรรดาแกนนำชาวนาที่ตื่นตัวและอยู่บ้านไม่ค่อยได้แล้ว ในหมู่ชาวนาของตำบลเขาเจียกจำนวนหนึ่งภายใต้การนำของ “คุณสามารถ”  ซึ่งประกอบด้วย คุณเคล้า  คุณจิต คุณสิงห์  คุณผ่อง คุณผา คุณสวาท และคุณเพิ่ม  ได้เดินทางเข้าไปในเขตป่าของทิวเขาบรรทัดในเขตจังหวัดพัทลุง โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อที่จะหักร้างถางป่าทำไร่ทำสวนเช่นเดียวกับชาวบ้าน และหาเสบียงที่จำเป็นเพื่อเป็นการสะสมกำลังตนเองสำหรับการสร้างกองกำลังอาวุธในเวลาต่อมา

ทั้งคุณเคล้าและคุณสิงห์ จะหาบหม้อข้าว แบกจอบ พร้า ขวานและอุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นขึ้นเขาขณะที่คนอื่นๆต่างก็ถือและหาบข้าวของอื่นๆกันพะรุงพะรังเป็นขบวน ขนเสบียงอาหารที่จำเป็น อาทิเช่น ข้าวสาร เคย (กะปิ) พริกแห้ง เกลือ น้ำตาล เข้ามาเพื่อทำการปฏิวัติเองไม่ได้ขอจากใคร ด้วยว่าผู้คนยังเข้าใจไม่มากนักและต้องการรักษาความลับนั่นเอง ในยุคแรกของการปฏิวัติทุกหนแห่ง ผู้ปฏิวัติจึง “ต้องลงทุน” ทั้งชีวิตและทรัพย์สินเอง


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 02 กรกฎาคม 2007, 16:39:26 PM
จุดที่พักของคณะนี้อยู่ในป่าลึก เดินทางเข้าไปประมาณครึ่งวันจากชายป่า แต่จะแตกต่างไปจากขนำไร่เลื่อนลอยของชาวบ้านทั่วๆไปอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะความอ่อนหัดหรือไร้เดียงสาและใจร้อนของลูกไทยที่เสียสละกลุ่มนี้ก็ว่าได้ ขนำแห่งนี้จึงใหญ่และมั่นคงกว่าขนำนกหรือขนำเฝ้าไร่เลื่อนลอย หรือขนำเฝ้าข้าวของชาวไร่ทั่วไป มีการปรับพื้นที่ทำสนามสำหรับออกกำลังกาย และฝึกท่าทหารตามความเข้าใจของคนเหล่านี้ในขณะนั้นด้วย

คนหนุ่มกลุ่มนี้ถือเป็นชาวนากลุ่มแรกที่กล้าคิดการณ์ใหญ่เกินตัว วาดฝันอันยิ่งใหญ่ด้วยปลายไม้สับรุก (สาบเสือ) ขีดลงไปบนผืนทรายโดยหวังว่า “น้ำเหนือคลอง” จะไม่สามารถหลั่งท่วมท้นกลบฝังแผนการของเขาได้ พวกเขามีศรัทธา มีความเชื่อมั่น เอาชีวิต เอาอนาคตเป็นเดิมพัน ละทิ้งทรัพย์สมบัติทั้งมวล ทิ้งอนาคตตนเองเพื่อเปลี่ยนอนาคตแผ่นดิน กาลเวลา ๓๐ ปีต่อมา พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของจิตวิญญาณที่เป็นหนึ่งเดียวหลอมรวมกัน สามารถขับเคลื่อนศรัทธาไปสู่ “ฝัน” ที่เกือบจะเป็นจริงได้

ชาวป่า ชาวสวน ที่ผ่านไปมารู้สึกสงสัยและไม่เข้าใจว่าคนหนุ่มเหล่านี้กำลังทำอะไรกันอยู่และทำไมจึงทำอะไรที่ไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไปเขาทำกัน อีกทั้งไม่มีผู้หญิงอยู่ด้วย มีแต่ผู้ชายล้วนๆ และมันออกกำลังกายกันไปทำไม ในเมื่อการถางป่าทำไร่ โค่นไม้ ย่อมเกิดหยาดเหงื่อไหลย้อยในแผงอกหนุ่มแน่นกันอยู่แล้ว

ณ ที่นี้ เขาเหล่านั้นได้ทำการหักร้างถางป่าทำไร่ในปีแรกที่เข้าไป ถึง ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๐๖ได้มาถางต่อที่บ้านท่ายูงหรือที่เรียกกันในหมู่ชาวบ้านว่าเขาแก้ว ตำบลตะแพน กิ่งอำเภอศรีบรรพตอีกแห่งหนึ่ง บรรดาพลพรรคของพคท.รุ่นแรกนี้ถือว่าขนำแห่งนี้เป็นฐานสำหรับการเก็บเสบียงอาหาร และสถานที่ศึกษาอบรมขัดเกลาจิตใจ ปรับทุกข์ปลุกเร้าพลังใจ ทำการติดต่อระหว่างแต่ละคนที่จะแยกย้ายกันออกไปยังชุมชนหมู่บ้านต่างๆที่อยู่รอบๆเพื่อทำงานมวลชน โฆษณาแนวความคิดให้การศึกษาทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและขยายแกนในหมู่บ้านต่างๆให้มากยิ่งขึ้นทั้งจังหวัดพัทลุงและตรัง พวกเขาทำได้จริงๆจนสามารถขยายได้หลายๆแห่งเช่นที่เขาแก้ว โคกชะงาย ลำใน เขาเจียกและเขาปู่ เป็นต้น


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 02 กรกฎาคม 2007, 16:43:20 PM
ขนำในไร่แห่งนี้ยังเป็นที่พบปะให้การศึกษาและจัดงานรำวงวันสตรีสากลแก่มวลชนที่ตื่นตัว ซึ่งเป็นแกนนำในหมู่บ้านใกล้เคียงรวมทั้งบรรดาเหล่าแกนนำหรือ “สหาย” ด้วยกันหลายๆค่ำคืนแห่งปีครอบครองของเผด็จการ และเพราะด้วยความที่เป็นที่ผิดสังเกตที่ไม่มีชาวบ้านทำกัน

นี่เอง สถานที่แห่งนี้จึงถูกทางการเพ่งเล็ง ต่อมาเมื่อมีการล้อมปราบใหญ่
ในปี พ.ศ.๒๕๐๘ ขนำซึ่งถือเป็นจุดที่ตั้งแรกของกองจรยุทธ์เป็นขนำปฏิวัติแห่งแรกของพัทลุง-ตรัง-สตูล จึงมอดไหม้สิ้นโดยไฟเผาของทางการ จนได้รับฉายาเรียกขานกันว่า “ขนำเผาไฟ” ในเวลาต่อมา แม้ทางการจะเข้าใจว่าสถานที่นี้เป็นแหล่งซ่องสุมของพวก “ผีดิบกระหายเลือด” ก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่มีบทเรียนในการปราบปรามที่มากเพียงพอ จึงเพียงแต่เผาขนำนี้ทิ้งเสียก็คิดว่าสามารถปราบปราม “เหล่าผีดิบ” ได้แล้ว

ด้วยคุณค่าของไร่แห่งนี้ ภายหลังปี พ.ศ. ๒๕๐๘ เป็นต้นไป (แม้มอดไหม้สูญสิ้นแล้ว) ก็มีส่วนเริ่มต้นในการสร้างมหาอุปรากรของลำนำเพลงปฏิวัติของประชาชนกับการต่อสู้เพื่อความยากจน เพื่อศักดิ์ศรีของชนชั้นผู้ยากไร้ เพื่อความเป็นธรรมของประชาชนชาวพัทลุง-ตรัง-สตูล  ให้ลือลั่นทั่วขุนเขาบรรทัดอย่างยาวนาน แม้หลังจากนั้นแหล่งพบปะได้ถูกกำหนดให้โยกย้ายไปอยู่ที่เขต ๒ (บ้านลำใน) หรือเขต ๔ ของช่วงสุดท้ายของสงครามปฏิวัติแล้วก็ตาม โดยขนำร้างที่เหลือเพียงตอไม้นี้มีบทบาทเป็นเพียง “ไร่” หรือ “แหล่งทำการผลิต” สำหรับภารกิจในระยะต่อมา จนมีพืชป่ารกเลื้อยหาเค้าเดิมไม่ได้แล้วในปัจจุบันนี้เฉกเช่นพรรคผู้ให้กำเนิดขนำนี้ประสบชะตากรรมอยู่


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 กรกฎาคม 2007, 08:28:55 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1377/700459990_081aa535f0_o.jpg)

ขนำควนหลังไอ้หมี

“วังหอน” เป็นหมู่บ้านหนึ่งในชายขอบของอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นชุมชนในเขตป่าเขา ซึ่งเป็นแนวเขตติดต่อระหว่างบ้านในเตากับบ้านไร่เหนือเขตอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ ทำสวนยางพาราพื้นเมืองและผลไม้เป็นหลัก ชุมชนวังหอนในเวลานั้นไม่แตกต่างไปจากชุมชนอื่นๆเท่าใดนัก ในเรื่องของฐานะทางเศรษฐกิจของผู้อาศัยในชุมชนและความทุรกันดารของเส้นทางติดต่อ ซึ่งต้องอาศัยถนนดินเลนเป็นหลุมเป็นบ่อขรุขระเชื่อมการติดต่อกับชุมชนอื่นๆ ขณะที่บ้านในเตาแม้อยู่ห่างจากอำเภอห้วยยอดเพียง ๒๕ กิโลเมตร แต่ก็ต้องอาศัยทางขนแร่ของเหมืองแร่ดีบุกที่บ้านในร่อน เขาสูง หนานปลิว เป็นเส้นทางคมนาคมเข้าสู่เมืองเช่นเดียวกัน

วังหอนกลายเป็นชุมชนที่มีบทบาทสำคัญต่อการต่อสู้เพื่อปลดแอก ความยากจนของคนจังหวัดพัทลุง-ตรังอีกแห่งหนึ่งในเวลาต่อมา เมื่อ
พคท.มีมติให้บรรดาพลพรรคผู้ปฏิบัติงานและแกนนำชาวบ้านที่ได้รับการจัดตั้งจากหมู่บ้านสังแกระ ตำบลป่าพะยอม อำเภอควนขนุน (ในขณะนั้น) จังหวัดพัทลุง อพยพเข้าสู่เขตป่าเขาในเดือนพฤษภาคม ๒๕๐๗ เพื่อสร้างที่พักเป็นขนำ ณ บริเวณหุบเขาลูกหนึ่งซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "ควนหลังไอ้หมี" สำหรับชาวนาที่ได้รับการจัดตั้งและไม่อาจอยู่ในหมู่บ้านได้แล้ว หรือคนที่ยังอยู่ได้ก็ใช้หลบมาศึกษาการเมืองกันบ้าง เพื่อทำการบ่มเพาะตระเตรียมการต่อสู้ด้วยอาวุธต่อไป และบรรดาแกนนำชาวนาที่กล่าวถึงข้างต้นแล้วเหล่านั้น  ต่างก็ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยจิตใจที่เร่าร้อน

ทำสิ่งที่สร้างความงุนงงสงสัยในหมู่ประชาชนในเวลาต่อมา
เฉกเช่นที่กลุ่มแกนนำจากหมู่บ้านเขาเจียกกระทำไป


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 กรกฎาคม 2007, 08:33:46 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1211/699460997_ac5f889ae8_o.jpg)

(ภาพแห่งชีวิต เขต 3 )

ไร่ (ขนำ) หนังหมุน

จากที่ขนำเผาไฟมีช่องทางที่สามารถเดินทางติดต่อทะลุภูเขาบรรทัดข้ามไปยังฝั่งเขาพับผ้าทิศตะวันตกอันเป็นเขตแดนของจังหวัดตรังได้ ซึ่งเส้นทางดังกล่าวนี้จะไปบรรจบกับที่ตั้งของไร่แห่งหนึ่งของหนังหมุนนุ้ยซึ่งตั้งอยู่ ณ บริเวณควนแดง บ้านน้ำผุด อำเภอเมือง จังหวัดตรัง มีเนื้อที่ประมาณ ๑๕-๑๖ ไร่

ในห้วงเวลาที่พคท.เรียกร้องตนเองออกสู่ชนบทนี้ บรรดาคนท่าตรังที่อยู่ในเขตเมืองที่ได้รับการศึกษาทางการเมืองมานานแล้วและก้าวหน้า ตื่นตัวขึ้นมา ต่างเป็นลูกหลานของหนังหมุนเป็นส่วนใหญ่ เช่น คุณยงค์ คุณเกริก คุณพิศ คุณศรี คุณสุด(ถา) ต่างก็ขานรับนโยบายงานชาวนาโดยตัดสินใจเข้ารับภารกิจในเขตป่าเขาทั้งๆที่ตนเองเป็นคนเมือง และเป็นนักเรียนเท่านั้น คนเหล่านี้พากันมาอยู่ที่ขนำไร่ของหนังหมุนนุ้ยแห่งนี้ในบางเวลาเพื่อทำการศึกษาร่วมกัน และทำการสร้างแกนในเขตป่าเขา อำเภอเมืองตรัง โดยฝังตัวทำแร่บ้าง และตัดยางบ้างปะปนกันไป

ด้วยความรักความเข้าใจระหว่างกัน ขนำแห่งนี้ก็มีลักษณะการใช้ประโยชน์ไม่แตกต่างไปจากขนำเผาไฟแต่อย่างใด เป็นที่สร้างเสียงหัวเราะในยามพบหน้ากัน เล่าทุกข์สุขและศึกษาการเมืองรวมทั้งกำหนดแนวทางและนโยบายในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยประเทศไทยจากแอกของจักรพรรดินิยมอเมริกา นายทุนและศักดินาตามนโยบายของพคท.ในขณะนั้นอย่างเข้มแข็ง  ต่อมาขนำแห่งนี้ก็ถูกทางการเพ่งเล็งและมีชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เช่นเดียวกันกับ “ขนำเผาไฟ” (ปัจจุบันที่ดินสถานที่นี้เปลี่ยนมือผู้ถือกรรมสิทธิ์ไปแล้ว)



หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 กรกฎาคม 2007, 08:40:28 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1186/700327948_4c311c5749_o.jpg)

(ภาพ ทปท. รำวง วันเจ็ดสิงหาในกองทัพ เขต 3)

ขนำปฏิวัติ ๒ แห่งที่อยู่ฝั่งพัทลุงนั้น ถือเป็นแหล่งกำเนิดกอง กองจรยุทธ์เขตเหนือ (๐๗) และเขตกลาง (๐๙) เพราะมีการดำเนินชีวิตกึ่งป่ากึ่งบ้านและมีอาวุธพื้นฐานติดตัวแล้วขณะที่สร้างขนำ แต่ที่ขนำหนังหมุนนั้นมีลักษณะแตกต่างกันโดยที่เน้นหนักเรื่องการศึกษาเพื่อจัดตั้งมวลชนในเขตป่าเขา และผู้ที่มาอยู่ที่ขนำทั้งหมดยังไม่แดง(ไม่เสียลับ) ยังเคลื่อนไหวในเมืองได้อยู่ เสร็จการศึกษาแล้วก็กลับมาอยู่บ้านได้

ขณะที่อีก ๒ กลุ่ม ในฟากพัทลุงนั้นการเคลื่อนไหวจะแดง(เสียลับ) แล้วจึงอยู่บ้านไม่ได้ ต้องมานอนในป่าและกลับไปเคลื่อนไหวกึ่งปิดกึ่งเปิดในหมู่บ้านเท่านั้น

เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้แล้ว สามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจนว่า “การก่อตั้งกองจรยุทธ์” ของพคท.ที่อาศัยกำลังของประชาชนจังหวัดพัทลุง-ตรัง-สตูล

ในเวลาต่อมานั้น เกิดจากการจัดตั้งผู้ปฏิบัติงานซึ่งตื่นตัวจากผู้ก้าวหน้าและปัญญาชนเป็นสำคัญจำนวน ๓ สายหลักโดยยอมเสียสละตัวเองมาทำงานฝังตัวเป็นชาวไร่ ชาวนา หรือชาวสวน ซึมลึก โฆษณาความคิดอุดมการณ์จนสามารถสร้าง “แกนนำ” ชาวนา รวมทั้งได้แรงสนับสนุนต่อมาจากปัญญาชนที่มีพื้นฐานเป็นคนชนบทมาร่วมเป็นกำลังสำคัญอีกในภายหลัง และร่วมกันขยายการโฆษณาจนสามารถทำให้ประชาชน หลายๆ คนโดยเฉพาะที่เป็นญาติมิตรเข้าใจเห็นด้วยและสนับสนุนการกระทำ และร่วมกันสร้างกองกำลังอาวุธของพวกเขาจนเป็นผลสำเร็จ

แต่มีข้อน่าสังเกตที่ควรแก่การบันทึกไว้คือ การกำเนิดของกองจรยุทธ์ในเขตพัทลุงนั้นสามารถทำได้ก่อนที่ตรัง ทั้งๆที่ทิศใต้ของตรัง
(อำเภอปะเหลียน) เป็นเขตเคลื่อนไหวและมีมวลชนในจัดตั้งมากกว่ามาก่อน แต่ท่าตรังก็ไม่มีการสร้างหน่วยเคลื่อนไหวด้วยกำลังอาวุธในห้วงเวลาเดียวกัน กับที่ขนำเผาไฟและขนำควนหลังไอ้หมี แม้จะมีการศึกษาที่ขนำหนังหมุนก็ตาม


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 กรกฎาคม 2007, 08:49:12 AM
ในราวปี พ.ศ.๒๕๐๖

ภายหลังจากที่ได้มีการอพยพเคลื่อนย้ายเข้าสู่ป่าเขาเพื่อใช้ชีวิตกึ่งบ้านกึ่งป่าแล้ว บรรดาแกนนำชาวนายุคแรกๆ  ต่างก็ได้ร่วมกันหักร้างถางป่าทำไร่และลงมาปฏิบัติงานโฆษณา เผยแพร่อุดมการณ์ให้แก่ชาวนาชาวไร่ในที่ราบและในเขตป่าเขาบริเวณตำบลตะแพน อำเภอควนขนุน ที่หมู่บ้านเขาแก้ว บ้านไสประดู่ บ้านคลองเรือ บ้านปลายห้วย อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง บ้านลำแพะ อำเภอห้วยยอด และบ้านด่าน อำเภอเมือง จังหวัดตรัง

(http://farm2.static.flickr.com/1184/699461525_21d96dde89_o.jpg)

เนื่องจากมีการขยายงานมากขึ้น จึงจำเป็นต้องสร้างหน่วยพรรค ขึ้นเพื่อให้สามารถควบคุมและตัดสินใจกันเองได้ พคท.จึงมีมติรับ
สหายเคล้าเป็นสมาชิกพรรคในปี พ.ศ.๒๕๐๖ และทำให้หน่วยพรรคที่ขนำปลายห้วยมีสมาชิกพรรค ๓ คนคือ คุณเคล้า คุณแสง และคุณเพิ่ม โดย “คุณเคล้า” เป็นเลขาพรรคดูแลรับผิดชอบงานเดิมที่บริเวณห้วยตะแพนและเขาแก้ว สถานที่แห่งนี้จึงถือเป็นที่ตั้งทางการของหน่วยจรยุทธ์เขตกลางไปด้วย และสามารถขยายงานได้

ผู้ปฏิบัติงานคนสำคัญทางด้านการทหารในเวลาต่อมา  คือคุณณรงค์ และคุณเคียว โดยคุณณรงค์นั้นถือเป็นคนพัทลุงคนแรกที่ได้ไปศึกษาที่เวียดนาม โดยไปศึกษาเป็นรุ่นที่ ๒ ของเขต ๓ จังหวัดนี้

ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เขาตั้งใจอุทิศตนเองอย่างเด็ดเดี่ยวจนได้รับความไว้วางใจจากพคท.และได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคในปี พ.ศ.๒๕๑๐ ไปศึกษาวิชาทหารที่กองทัพมลายาในปี พ.ศ.๒๕๑๑ ไปศึกษาวิชาทหารจากประเทศเวียดนามพร้อมกับคุณคำเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘ กลับมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๐ และนำทหารเขต ๓ จังหวัด สู้รบอย่างลือลั่น ซึ่งในช่วงที่เขาเป็นผู้บัญชาการทหารของเขต ๓ จังหวัดนั้น  นักรบทปท.พัทลุง-ตรัง-สตูล  มีการสู้รบที่ดุเดือดที่สุด จึงอาจกล่าวได้ว่านอกเหนือไปจาก  คุณเกริก คุณณรงค์ และคุณคำแล้ว เขาเป็นนักเรียนเวียดนามเพียงคนเดียวที่กลับมาแล้วได้ใช้วิชาทหารที่ศึกษามาอย่างจริงจังตราบจนยุติการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธด้วยการมอบตัวในปี พ.ศ.๒๕๒๔

จาก “คำบอกเล่า” ของอดีตสหายนำคนหนึ่ง เราจึงทราบว่าครั้งหนึ่งในปี พ.ศ.๒๕๐๘ ขณะขึ้นป่าใหม่ๆ ป้าเพียรให้คุณเคียวไปหาผักกับสหายรวม ๓ คน ปรากฏว่ามีทหารทางการสะพายปืนมาคนเดียว เขาจึงชวนกันซุ่มยิงทั้งๆที่ไม่เคยรบหรือยิงใครมาก่อนเลย จึงเกิดการยิงกันสนั่นหวั่นไหว เขาต้องหนีหัวซุกหัวซุนกลับมายังที่พัก และเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ป้าเพียรฟัง เขาจึงถูกป้าเพียรวิจารณ์เสียยกใหญ่ว่า “ใช้ให้ไปหาผัก กลับไปซุ่มยิงนาย” เขาร้องไห้อยู่พักใหญ่ และไปฟ้องคุณชอบว่าเขาไม่ผิด ปรากฏว่าคุณชอบกลับพูดให้กำลังใจเขาเสียยกใหญ่ว่า “มันต้องอย่างนี้สิ กล้าหาบทเรียนจากการปฏิบัติที่เป็นจริง”

ปัจจุบันเขายังยึดมั่นที่จะกระทำในสิ่งที่เป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศ ไปสู่การกินดีอยู่ดี โดยมีข้อแม้ว่า “ต้องไม่ใช้ความรุนแรง” เขาเคยเปรยออกมาว่า “ถ้าการต่อสู้ของพคท.ยาวนาน เราคงตายกันมากกว่านี้ หรือไม่มีวันที่จะพบกันอีกก็ได้” บางที  หยดเลือด  บาดแผลและอัฐิของวีรชนฝ่ายประชาชนที่สถูปวัดไม้เสียบ อาจนำทางให้ความคิดของเขาพบกับมิติแห่งความสงบที่ “ปืน” ไม่ใช่เป็นสิ่งแรกที่ต้องเลือกใช้แก้ปัญหาบ้านเมืองในเวลานี้


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 กรกฎาคม 2007, 08:58:11 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1357/699462021_46b9bb9a0c_o.jpg)
ทำการก่อสร้างสถูป(บัว)องค์ใหม่แทนองค์เดิมและปรับแต่งภูมิทัศน์โดยรอบบริเวณตามแบบและผังภูมิทัศน์ที่ผ่านความเห็นชอบร่วมกัน
ยกย่องเชิดชูจิตใจรวมทั้งส่งเสริมคุณค่าการเสียสละและคุณงามความดีของผู้เสียชีวิต
แสวงหาความร่วมมือและทำกิจการร่วมกันให้แล้วเสร็จ
ทั้งจากแรงศรัทธา สติปัญญา  แรงกาย ทรัพย์และการสนับสนุนด้านอื่นๆ
จากอดีตสหายเก่าและประชาชนผู้เข้าร่วมการเคลื่อนไหวรวมทั้งผู้มีจิตศรัทธาในปัจจุบัน
ขจัดความบาดหมาง ความขัดแย้งเดิมที่เกี่ยวข้องกันกับที่มา การก่อสร้าง
รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับสถูป(บัว) องค์เดิมที่เกิดขึ้นในอดีตและยังดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน

เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อการศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองในอดีตของชุมชนเทือกเขาบรรทัดจังหวัดพัทลุง-ตรัง-สตูล
เป็นหลักหมุดหมายและสัญลักษณ์ที่แสดงให้บรรดาสหายเก่า ประชาชนและรัฐในปัจจุบันได้รับทราบและเป็นการย้ำเตือนว่า
“ที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นย่อมมีการต่อสู้   ที่ใดมีความไม่เป็นธรรม ที่นั่นย่อมมีผู้กล้าเสียสละ “
และ “การต่อสู้เพื่อประชาชน ย่อมให้คุณค่า  ก่อให้เกิดการพัฒนา เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเมืองไทย จนถึงปัจจุบัน”



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 03 กรกฎาคม 2007, 16:20:25 PM
Just transferred $200 to the account above this morning. Will take a few days.
May I have that book "Bon Sen Thang Puu Banthat"?
Bought 2 copies: one for myself and one for my friend. Now could not find it.
I like the girl on the cover. She is one of the most beautiful TPT. :D

ป้าป่าพน ครับ

คุณ เจภูซาง ฝากถามมาว่า  เงินที่โอนมา  เข้าบัญชีเรียบร้อยไหมครับ
เพราะบางครั้ง การโอนเงินระหว่างประเทศ อาจติดขัดโดยไม่คาดฝัน
เผื่อว่ามีปัญหา  จะได้ติดตามทันท่วงที

ช่วงนี้เธอไม่ค่อยได้เข้าเน็ท  ออกภาคสนามอยู่ครับ

 :D


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 03 กรกฎาคม 2007, 16:42:00 PM
วันที่เราออกจากบ้านหมอเพลินแวะบ้านคุณล่องก่อนครับ

ความเสรีคุณล่องที่ประทับใจที่สุดน่าจะเป็น เอาปืนไปยิงปลาอวด แกเล่าว่าตัวใหญ่มากๆ
แกงกินได้ทั้งกองร้อย เห็นสหายบอกว่าอร่อยทุกคน แต่ตกเย็นก็ยังไม่วายถูกวิจารณ์อย่างแรง
 :( :( :(



คุณล่องเลี้ยงนกรงหัวจุก ซึ่งจะเห็นทั่วไปตามบ้านเรือนชาวบ้านแถบนี้

(http://farm2.static.flickr.com/1401/678718309_44e6a0a551_o.jpg)

นกปรอดหัวโขนเป็นนกที่กระจายพันธุ์อยู่ทางตอนใต้ของทวีปเอเซีย โดยพบได้ตั้งแต่ประเทศอินเดีย บังคลาเทศ พม่า ไทย และอิน โดจีน และเนื่องด้วยนกชนิดนี้เป็นนกที่มีสีสวยงามและเสียงไพเราะ จึงมีผู้นำไปเลี้ยงในเคหะสถานบ้านช่อง
ถิ่นอาศัยของนกชนิดนี้ในประเทศไทยจะพบอาศัยอยู่ตามชายป่า ทุ่งหญ้า พื้นที่เกษตรกรรม และตามแหล่งชุมชน ในชนบท โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน

นกปรอดหัวโขนเป็นนกในวงศ์นกปรอด (Pycnonotidac) ซึ่งนกในวงศ์นี้พบอาศัยอยู่ตั้งแต่ละแวกบ้านจนไปถึงบนยอดดอยสูงและ
ตามป่าที่ราบต่ำ มีอยู่ด้วยกัน 36 ชนิด โดยนกปรอดหัวโขนจัดอยู่ในสกุลPycnonotus ซึ่งเป็นสกุลของนกปรอดสวน

นกในสกุลนี้หลายชนิดมักพบอาศัย ใกล้ชุมชนหรือตามพื้นที่เกษตรกรรมนกปรอดหัวโขนมีชื่อเรียกหลายชื่อ แต่คนไม่ค่อยคุ้นหูนัก โดยจะมีการเรียกชื่อแตกต่างกันไปตามภาค อย่างภาคใต้เรียกว่านกกรงหัวจุกภาคเหนือเรียกว่านกปริ๊ดเหลวหรือพิชหลิว
ส่วนภาคกลางเรียกว่านกปรอทหัวจุกหรือปรอทหัวโขน


(http://i186.photobucket.com/albums/x42/HeyJoeyBoy/Bird04a.jpg?t=1183455420)

อ้าว!  ลุง . . ลุง  นกหลุด

 ;D

คำเตือน
โปรดดูแลนกของท่านให้เรียบร้อย  ก่อนออกจากบ้าน

 ;D


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 03 กรกฎาคม 2007, 20:11:56 PM
ขอตอบแทนป้าพนค่ะ
ได้รับเรียบร้อยแล้วค่ะ
ด้วยความขอบคุณอย่างยิ่ง

เรียนคุณวิญญูฃน
ได้รับเงินเรียบร้อยแล้วค่ะ
ได้จัดส่งหนังสือตำนานการต่อสู้บนเส้นทางภูบรรทัด
 และความหลังสหายเก่าไปให้แล้ว 2 ชุด


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 กรกฎาคม 2007, 21:36:39 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1108/706036094_6e4d59189b_o.jpg)



หนังสือเล่มนี้ริเริ่มขึ้นจากแรงบันดาลใจของ
คณะกองบรรณาธิการ หนังสือ “บนเส้นทางภูบรรทัด” บางส่วน
ที่มองเห็นความสำเร็จและเกิดความประทับใจในคุณค่าของการทำงานร่วมกัน
ในสภาพชีวิตคนเมืองและชนบทที่เคยย่ำรอยเท้าบนภูเขาบรรทัด
ผ่านอดีตมาด้วยกัน

“แผ่นดินใต้ ความหลัง สหายเก่า”


จึงเป็นการทำงานชิ้นใหม่ภายใต้แนวความคิด
และวัตถุประสงค์หลักที่ต้องการนำเสนอส่วนหนึ่งของ
ภาพประวัติศาสตร์การเมืองภาคใต้ของประเทศ
ครั้งอดีตที่ฝังอยู่ในใจของผู้เล่าซึ่งแต่ละคนยังคงมีอยู่แตกต่างกันออกไป
ในรูปแบบของการเล่าด้วยบันทึกหรือเป็นเรื่องสั้นผ่านตัวละคร


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 กรกฎาคม 2007, 21:44:15 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1290/706036736_60e49fd115_o.jpg)

ผู้อ่านหนังสือเล่มนี้นอกจากจะได้อรรถรสทางประวัติศาสตร์การเมือง
เห็นถึงรูปแบบ ลักษณะการเคลื่อนไหว ทำสงครามของพคท.
ได้เห็นถึงความเป็นไปของผู้คนที่เกี่ยวพันกับภูเขาบรรทัด

จากเนื้อหาที่ปรากฏในหนังสือแล้ว ยังจะได้รับทราบเรื่องราวของความผูกพัน
ความรู้สึก มิตรภาพ ความรักหรือ ความทรงจำที่ดี
ที่เกิดขึ้นอย่างยืนยาวนานจนถึงปัจจุบันของผู้เล่าและอดีตสหายหลายๆคน

ได้เห็นถึงจิตใจของผู้ที่ “เสียสละ” ตนเองให้กับอุดมการณ์
ว่าพวกเขาทั้งหลายจะต้องทุ่มเทและเสียสละ “ส่วนตัว” กันมากเพียงไร
เพื่อที่จะทำให้อุดมการณ์ “เพื่อส่วนรวม” นั้นบังเกิดผลสำเร็จ


หนังสือเล่มนี้ยังเหลืออยู่บ้าง เป็นปกแข็ง เย็บกี่ ขนาดเล็กกระทัดรัด ติดต่อได้ที่ป้าป่าพน




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Vinyuchon ที่ 03 กรกฎาคม 2007, 22:06:46 PM
 8)

ขอขอบคุณป้าตุลาสำหรับหนังสือครับ  และหนังสืออีกเล่มเป็นพิเศษที่รออ่านคือ "แผ่นดินใต้ ความหลัง สหายเก่า" เห็นปกแล้วเร้าใจมากครับ ;) ยังไม่เคยอ่าน  ช่วงนี้ต้องออกงานภาคสนามค่อนข้างชุกชุมถ้ามาช่วงที่อยู่จะได้พกไปอ่านในสนามรบ และสนามรักด้วยครับ ;) 8)


หัวข้อ: Re: รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯแห่งเทือกเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 03 กรกฎาคม 2007, 22:36:17 PM
เรียน คุณRed Sun
เรื่องเงินโอนคุณเจ
ได้ตอบจดหมายส่วนตัวตอบคุณเจไปเรียบร้อยแล้ว
เงินได้รับแล้วด้วยความขอบคุณยิ่ง
และคุณดวงจะจัดส่งหนังสือไป 2 ชุด ตามที่สั่งมาคะ
                     ป่าพน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 กรกฎาคม 2007, 08:04:35 AM
สิ่งที่มีค่าสูงสุด ที่มิตรสหายทุกคนให้คำตอบตรงกันคือ ในช่วงที่พวกเขาเข้าป่า วัยของพวกเขาและประสบการณ์ของพวกเขาทำให้พวกเขาติดตาตรึงใจไปตลอดกาล หลายคนบอกว่า พวกเขาไม่เคยมีเพื่อนแท้แม้จะออกจากป่ามาแล้วประมาณ ๒๐ ปี

(http://farm2.static.flickr.com/1062/710014775_580d0ae5db_o.jpg)

หลายคนเล่าว่าสิ่งที่ประทับใจสูงสุดในชีวิตยังคงอยู่ในป่า เป็นความทุกข์ยากและความหวานชื่น หลายคนจำเพลงที่ไพเราะและแสนหวานที่ร้องกันในเขตงาน ตอนพวกเขาเข้าป่าต่างก็อยู่ในวัยเยาวชน หลายคนประทับใจกับความรักที่เคยเกิดเคยมี บนแผ่นดินที่สวยงาม ความเห็นอกเห็นใจในภาวะที่ยากลำบาก ในท่ามกลางป่าเขาที่สูงชัน แสงจันทร์ที่โปรยอ่อน สายน้ำที่เย็นฉ่ำ และน้ำใจของใครบางคนที่มิรู้ลืม...ตราบจนวันตาย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 กรกฎาคม 2007, 08:17:07 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1205/709863127_f4b9767667_o.jpg)

น้ำตกเล็กๆที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าเขต 2 สามรถจ่ายไฟได้ทั่วกองทัพ

การปรุกระดาษไขทำต้นฉบับตะวันแดงให้เหมือนกัน 2 ชุด
ต้องใช้ความพยายามและเวลาอย่างมาก
สหายที่ทำนิตยสารตะวันแดงจึงสามารถผลิตได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
ไฟฟ้าฟรีจากธรรมชาติ ไม่ต้องเสียเงิน เสียเวลาไปเป้น้ำมัน
(ดูจากปกหน้า ความหลังสหายเก่า นอนเปลอ่านตะวันแดง)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 04 กรกฎาคม 2007, 21:22:52 PM
คุณ Red Sun
มีอะไรที่ประทับใจ
เล่าสู่กันฟังบ้างคะ
เมื่อไรจะมีทัวร์กาแฟบริเวณภูบรรทัดคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 กรกฎาคม 2007, 23:05:35 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1164/710738614_6ca8f1c339_o.jpg)

ภาพงานรำลึก ภาคการเมือง ในกองทัพฯ เขตพัทลุง ตรัง สตูล


คุณเกริก ไม้เสียบ ส่งข่าวมาว่าอยากได้ vcd สายลมเปลี่ยนทิศแต่ดวงจิตมิได้เปลี่ยนเลย V1&V2
และเรื่องเล่า ความหลังสหายเก่า ใครลงใต้กรุณาฝากไปให้ด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูง
ไม่ทราบว่าเป็นจำนวนเงินเท่าไร จะโอนมาให้ก่อน

ขอบคุณครับ





หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 กรกฎาคม 2007, 23:09:47 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1339/716073561_6932af98b7_o.jpg)

เล่นบาสฯ เป็นประจำหลังเลิกงาน ที่ป้าป่าพนนิ้วคดนั่นแหละครับ
สหายแล่นอย่าเอานิ้วไปขวาง :'( :'( :'(


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 กรกฎาคม 2007, 23:18:26 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1435/709862233_3b0d9529c3_o.jpg)

ไปเที่ยวสงขลากันหน่อย ลุงสามารถเข้ามาเล่าเรื่องของเขตนี้ให้พวกฟังบ้างนะครับ


ขยายไปสงขลา ปัตตานี


ปีพ.ศ.๒๕๐๙ คุณชอบมอบหมายให้ส่งกำลังพลจำนวนหนึ่ง จากพัทลุงไปร่วมเคลื่อนไหวงานขาวด้วย โดยให้ไปทำงานฝังตัวตัดยาง
(ยางพารา) ที่บ้านวังพา เขตอำเภอเทพา เพื่อทำงานโฆษณากับคนไทยเชื้อสายจีนและคนพื้นเมือง

ซึ่งผู้ปฏิบัติงานชุดแรกที่ไปจากพัทลุงนี้ ประกอบด้วยจ่าแจ้ง คุณผ่อง คุณมิตร คุณนอง และคุณหมุด

ครั้นถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๐ พคท.มีมติให้สร้างกองทัพสงขลาขึ้นเพื่อขยายเขตเคลื่อนไหว สู้รบอีกแห่งหนึ่ง คุณชอบจึงได้มอบหมายอีกครั้งหนึ่งให้สหายจากพัทลุงไปร่วมด้วยอีกจำนวนหนึ่ง โดยครั้งนี้มีคุณเจียมเป็นผู้รับผิดชอบ และก่อตั้งกองทัพสงขลาร่วมกับกำลังพลอีกส่วนหนึ่งที่คุณอุดมได้จัดตั้งเอาไว้แล้ว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 05 กรกฎาคม 2007, 23:18:53 PM
ภาพสหายถักแห
ยังอยู่ในความทรงจำ
ติดตาจนทุกวันนี้
 ภาพที่สหายว่างเว้นจากการทำงาน
ใช้เวลาว่างที่มีอยู่ทำแหเพื่อไปจำปลา
มาให้พวกเราได้ทานกัน โดยเฉพาะคนแก่ คนป่วย
จะได้ทานก่อน
 เขต 3 เป็นเขตที่มีปัญญาชนมากที่สุด
อาหารการกินก็คงจะปรับสภาพกันยากนิด
ตอนเข้าไปอยู่ใหม่ๆ  อาหารก็ทานวันละ 2 มื้อเท่านั้น
เพียง 2 มื้อก็ยังทำให้เราต้องวุ่นกับการหาอยู่หากินไม่น้อย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 06 กรกฎาคม 2007, 07:14:04 AM
คุณกาจ
ไปเอาภาพสนามบาสในป่ามาได้อย่างไร
 ภาพประวัติศาสตร์จริงๆ
เป็นงานช่วงไหน
 และสหายจากในเมืองคงขึ้นไปด้วย
จึงได้ภาพสวยๆมา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ/ลุงแสนฯ
เริ่มหัวข้อโดย: salt ที่ 06 กรกฎาคม 2007, 08:10:05 AM
 ;D ;D ;D

ภาพเยี่ยมมาก....ลุงแสนฯ/เขตเราภาพถ่ายมันไปไหนหมด...ตามหาจะเจอไหม?


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 กรกฎาคม 2007, 21:04:32 PM
ภาพในความทรงจำ เอามาแบ่งกันดู
ได้มาจากหลายๆท่านที่พยายามรักษาเอาไว้
ต้องขอบคุณสหายในเมือง และแนวร่วม

ภาพบางชุดคุณจุ่นถ่ายเองในกองทัพ เพราะมีกล้องแล้ว
ยังจำได้ว่าเคยเอาไปถ่ายตอนสหายออกรบ (นักข่าวสงคราม)

(http://farm2.static.flickr.com/1323/737767303_0583759d5f_o.jpg)

ภาพนี้ คุณเวช  คุณเกริก   ดาวตลกวงคนตรี  คุณวิชาญ ตีกลองชุดให้วง ฟ้าเบิกดาน สหายอีกคนหนึ่งอยู่กองร้อย 2
อยากมีรูปอยู่ในนั้นบ้าง  :D :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 กรกฎาคม 2007, 21:07:41 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1353/738631538_6cd04b2171_o.jpg)

2 5 2 2

(http://farm2.static.flickr.com/1388/661998986_39006f7824_o.jpg)

2 5 5 0




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 กรกฎาคม 2007, 22:14:06 PM
โดยปกติหลังแยกย้ายกันทำงานแล้ว
ตอนเย็นพวกเราต้องมารวมพลฟังข่าวและสรุปการทำงานทุกวัน
วันนั้นคุณแสงปัญญาชนที่ได้รับมอบหมายภาระในโรงเหล็ก
เขามีความรู้สึกต่อสหายมาก
เมื่อถึงเวลาสรุปงาน เขาจึงได้ลุกขึ้นแสดงความเห็นทันทีเพื่อคลายความอัดอั้นใจ

“วันนี้ผมได้รับมอบหมายให้ไปตัดกล้วย ผมเห็นว่าสหายไม่รับผิดชอบ
เราตัดเครือกล้วยแล้วไม่ควรตัดต้นเพราะมันจะได้ออกลูกใหม่....”

คุณแสงยังพูดไม่ทันจบ เสียงหัวร่องอหายก็ดังทั้งห้องประชุม
ซึ่งก่อนหน้านี้คุณแสงก็พยายามปีนต้นกล้วยไปตัดเครือด้วยซ้ำ
ด้วยแรงยุและเชื่ออย่างสนิทใจโดย คุณนิลปัญญาชนขี้เล่นผู้หนึ่ง
 ;D ;D ;D ;D




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 กรกฎาคม 2007, 22:16:33 PM
(ฉบัง ๑๖)

   อา.....ราตรีนี้เงียบสงัด   สายลมก็บ่พัด
แลจิ้งหรีดลองไนก็บ่ครวญ
   ดูเดือนภาราก็บ่ชวน   เห็นงามตามนวล
แสงอันพิลาสแพรวพราว
   ยิ่งแลก็ยิ่งปวดร้าว   หลับตาซึมเศร้า
สะอื้นในอกตัวเอง
   ทุกข์ที่กระหน่ำยำเยง   ทับถมข่มเหง
ยิ่งร้อนรุ่มดั่งไฟเผา         
   นอนมือเกยหน้าผากเศร้า   ชาวป่าเช่นเรา
จะทุกข์อยู่กี่ปีเดือน
   โอ้ดูแผ่นดินนี้ก็เหมือน   ค่ายขุมนรกเถื่อน
วันกักสังคมล้านแสน
   ขื่อคาคุมขังทั้งแดน   ให้อกโซแคลน
ยากแสนจนแสนสงสัย         
   ล้วนมีอุปสรรคหนักใจ   ล้วนถ่มจมไป
ผีซ้ำด้ำพลอยถอยหลัง      
   ล้วนจรร่อนเร่เซซัง   ทบหน้าสิ้นหวัง
สุดสิ้นจะยังชีพไหว
   เบื้องหน้าจักเป็นเช่นไร   หนอจักพึ่งไผ
มืดมนมิเห็นหนทาง
   ยิ่งคิดยิ่งแลเลือนลาง   ลืมตาอ้างว้าง
จนดึกดื่นหลับมิลง
   เหลียวไหนก็ล้วนไพรพง   ป่าลึกดึกดง
ยะเยือกยะเย็นอก อา...


(ยานีลำนำ)
   สายลมเริ่มหวีดหวิว   และหนาวปลิวทั้งราวป่า
เอื้อมมือจะหาผ้า   ห่ม แต่ผ้าก็บ่มี
   นา...ลูกเอ๋ยเราจน   น่าขัดสนเสียเต็มที่
เออ...เออกระสอบนี่   เอาคลี่ห่มก็คงงมงาย
   หนาวขดจนหลังคู้   นิ่งเถิดหนูอย่าร้องไห้
อย่าอื้อกระแอมไอ   ประเดี๋ยวดังเสือจะมา
   เถอะแม่จะก่อไฟ   จะผิงให้นะขวัญตา
ได้เอื้ออุ่นกายา   หลับเถิดนานะคนยาก
   นางเอกหลังมือบัง   และลูบหลังคลำหน้าผาก
ลูกเอ๋ยมาเหมือนยาก   อันแสนชืดอันอึดเย็น
   ผอมผ่ายมาได้รุม   มาสุมร้อนเอายามเข็ญ
หอบไอจนใจเต้น   ปะตึงตังดังเสียงกลอง
   แม่นี้จนปัญญา   ตั้งหน้าแต่ตะลึงร้อง
ไห้หาผู้ใดมอง   และหมอไหนมารักษา
   จักวิ่งพึ่งหาใคร   แลหาไหนเป็นกายา
ล้วนอับจนสิ้นห่า   แม่อัดอั้นตันใจจริง
   พลัดพรากจากอีสาน   มาหางานสิ้นทุกสิ่ง
ทิ้งบ้านทุกสิ่งทิ้ง   แม้นหวังตายเอาแดนไกล
   ว้าเหว่พเนจร   ไม่มีที่จะมุ่งหมาย
จากกลางมาสู่ใต้   หวังกอบกู้ชีวาคืน
   จึ่งมาควนกาหลง   หมายบุกพงและพลิกฟื้น
เก็บผักและหักฟืน   จะขึ้นควนภูเขาเขียว
   เข้าป่าเที่ยวหาหวาย   หากบ่ขายทุกห้วยเที่ยว
ซอกซอนไปคนเดียว   ได้เลี้ยงเจ้านะบักหำ
   ความฝันของแม่หรือ   คือสองมือที่กุมกำ
พร้ามีดอันเที่ยงธรรม   ได้เลี้ยงท้องประทังตน
   กระท่อมนี้อันโยเย   และไกวเกวอยู่อึงอล
คือที่เราสองคน   จะฝากชีพจนวันตาย


      ชัย มหาชัย  ๓๑ ส.ค. ๒๓


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 06 กรกฎาคม 2007, 22:35:00 PM
 ;Dภาพหมอสอง
ทำฟัน  ในกองทัพ
 หมอดงให้หมอฟันทำฟัน เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว

ทำฟัน นอกกองทัพ
 หมอเพลิน คลีนิคข้างน้ำตกไพรวัลย์
หมอเพลินทำฟันปลอมให้คุณกาจ เมื่อ13 วันที่แล้ว
 8) :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 กรกฎาคม 2007, 22:36:36 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1152/738617809_7581d343cb_o.jpg)

แบบร่างด้านหลัก (แบบที่ 2) แกะลงบนหินแกรนิตและนำไปติดรอบดาวร้อยดวง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 06 กรกฎาคม 2007, 23:12:59 PM
 :Dนี่คลีนิคหมอและคนไข้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 07 กรกฎาคม 2007, 00:28:38 AM
ลุงกาจแบบที่ 1 เป็นอย่างไรลุง
        อยากดูจังเลย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 07 กรกฎาคม 2007, 00:39:33 AM
มุมหนึ่งของน้ำตกไพรวัลย์
ความสวยงามของน้ำตกภาคใต้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 07 กรกฎาคม 2007, 01:04:16 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1216/692633201_d8e0b592f1_o.jpg)

แบบร่างนี้ แกะสลักเพื่อติดฐานแท่นดาว รอยตรงกลางเป็นมาร์คมุมของดาว
ไม่มีตัวอักษรใดๆ

ที่เหลืออีก 8 ด้าน จารึก รายนามสหายที่เสียสละ ทั้ง 4 เขตและ รวมของสงขลาเขต 1 (ส่งมาแล้ว 16 รายนาม)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 07 กรกฎาคม 2007, 01:11:02 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1060/739478996_9088cd6440_o.jpg)

แบบร่าง รายนามสหายผู้เสียสละ
กรุณาแนะนำ ยังแก้ไขได้ อาทิตย์หน้าจะสั่งสลักแล้วครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 07 กรกฎาคม 2007, 01:36:46 AM
 ;Dมีอีกมั้ย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 07 กรกฎาคม 2007, 01:46:39 AM
 ;)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 07 กรกฎาคม 2007, 10:32:38 AM
ฝากดอกไม้
ให้ฝ่ายศิลป์ก่อนคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 07 กรกฎาคม 2007, 18:00:38 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1319/746150747_d4b530e32f_o.jpg)




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 07 กรกฎาคม 2007, 22:07:37 PM
ที่วางกระดูก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 07 กรกฎาคม 2007, 22:35:53 PM
ดอกไม้ให้คุณ
ต้นเป็นของฝากจากในเตา
ไปตามเก็บเกลื่อนบนท้องถนน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 07 กรกฎาคม 2007, 23:11:54 PM
หุ้งข้าวกะทะ
 ไม่มีดิบ ไม่มีแฉะ
 แถมข้าวตังลาดน้ำกะทิ
 ;Dข้าวนิ่มกรอบพอดีๆ :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 07 กรกฎาคม 2007, 23:17:57 PM
ตำใบย่านาง แกงเลียงขี้เหล็ก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 07 กรกฎาคม 2007, 23:23:14 PM
คั่นกะทิ ด้วยอุปกรณ์ที่พัฒนาการไปอีกก้าวหนึ่ง
ต้นเอง ขูดเอง คั่นเองเลยนะคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 07 กรกฎาคม 2007, 23:25:58 PM
ขอโทษคะแนบไฟล์ผิดคั่นกะทิต้องรูปนี้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 07 กรกฎาคม 2007, 23:30:04 PM
ลงมือแกงได้แล้ว   ดูหน้าแม่งานซิงวดนี้ยิ้มแย้มแจ่มใส
บอกว่าเที่ยวนี้มีคนช่วยเยอะ 


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 07 กรกฎาคม 2007, 23:34:33 PM
ลืมลงรูป คงง่วงแล้ว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 08 กรกฎาคม 2007, 03:17:55 AM
ป้าป่าพนแอบฝึกการส่งภาพตั่งแต่เมื่อไร เดาว่าคงสวมจิตใจกล้าสู้กล้าเอาชนะเทคนิค :D :D


ตามมาดูภาพแห่งความหลังกันต่อครับ

(http://farm2.static.flickr.com/1230/749646154_deea0f37cf_o.jpg)

เป็นภาพภาคบันเทิง ส่วนใหญ่จะเลือกเอาช่วงหัวค่ำ บางครั้งรำจนแจ้ง
ตามภาพมีทั้งอนุชน เยาวชน คนมีอายุ กองเชียร์ชุดนี้ดูจะมากกว่าคนรำ
การรำวงจะประกาศเชิญสหายเป็นกองๆไป เช่นรอบนี้ขอเชิญทหารการผลิต
สหายก็จะลุกขึ้นไปรำบนเวทีอย่างพร้อมเพรียงกัน


กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย

คือสังคมที่มีชีวิตผู้คนมากมายมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ทุกเพศ ทุกวัย ทั้งอนุชน เยาวชน คนหนุ่มสาวและผู้เฒ่าชรา ทุกคนก้าวเข้ามาด้วยความหวังจะต่อสู้เพื่อสร้างสังคมใหม่ที่ดีงามให้เกิดขึ้น เมื่อตัดสินใจทิ้งสังคมเก่ามา ที่นี่จึงเหมือนเป็นโอกาสแรกของการใช้ชีวิตในแบบสังคมใหม่ที่ใฝ่ฝัน เริ่มต้นที่การเรียกร้องตัวเอง ทุกอย่างเพื่อส่วนรวม ต่างช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ เต็มความสามารถ หวังให้กองทัพปลดแอกฯ เติบโตแข็งแกร่งและได้รับชัยชนะในที่สุด

ชื่อจัดตั้ง

ทุกคนมีชื่อใหม่ไว้เรียกในกองทัพเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากยังอยู่ในสถานการณ์สู้รบ ใครก็สามารถอยู่ต่อหรือกลับออกไปได้ตามความสมัครใจตลอดเวลา ในกองทัพเขตพัทลุง-ตรัง-สตูลจะเรียกชื่อกันโดยใช้คำนำหน้าว่า “คุณ” สำหรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย  สุภาพและให้ความเคารพเสมอกัน เพราะเราทุกคนคือ “สหาย” ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน   

ชื่อใหม่นั้นต่างคนต่างตั้งกันเองตามใจชอบ มักจะเป็นชื่อสั้นๆเรียกง่าย จำง่าย เคยมีสหายปัญญาชนจากในเมืองชุดหนึ่งเข้าป่ามาพร้อมกัน ๗ คน ตั้งชื่อคล้องจองกันมาว่า “ยิ่ง ใหญ่ เก่ง กาจ ฮึก ห้าว หาญ”

เราจึงมี “คุณฮึก” เป็นสหายที่ชื่อแปลกที่สุด นึกถึงชื่อสหายชุดนี้ขึ้นมาทีไร หัวใจก็เกิดพลังขึ้นมาได้ทุกครั้งไป แม้แต่ชื่อก็ยังไม่เว้นที่จะปลุกใจ



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 08 กรกฎาคม 2007, 03:25:44 AM
ทุกค่ายพักจึงมีโรงครัวรวม และโรงอาหารภายใต้การจัดการของฝ่ายพลาธิการ ดูแลเรื่องเสบียง และอาหารการกินของทุกคน ในแต่ละวันสหายทุกคนทั้งหญิงและชาย(ยกเว้นเด็ก คนป่วย ผู้เฒ่าชรา) จะถูกจัดผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำอาหารเรียกกันว่า“พี่เลี้ยง” จำนวนพี่เลี้ยงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนคนกิน พี่เลี้ยงมีหน้าที่หุงข้าว ต้มแกง ให้ทันเวลาอาหาร ซึ่งกินวันละ ๒ มื้อเพื่อรักษาเสบียงอาหารให้อยู่ได้นานที่สุด มื้อเช้า ๘.๐๐ น. มื้อเย็น ๑๗.๐๐ น. และเก็บกวาดล้างเช็ดครัวและอุปกรณ์ครัวให้สะอาดสะอ้านมีระเบียบ ว่างก็หาผัก ผ่าฟืนเตรียมไว้สำหรับมื้อต่อไป

ทุกคนไม่ได้เกิดมาแล้วทำอาหารเก่งได้เหมือนกันหมด แต่ทุกคนต้องเข้าทำครัว หุงข้าวด้วยกระทะใบบัวใบใหญ่ แกงหม้อเดียวกินได้
ตั้ง ๕๐-๑๐๐ คน ดังนั้นวันที่ข้าวสุกพอดี ไม่ดิบหรือแฉะ แกงกินดี หาได้ไม่ง่ายนัก แต่ทุกคนก็ไม่เคยบ่น กินกันอย่างเอร็ดอร่อยทุกมื้อ ไม่ให้คนทำต้องเสียน้ำใจ นี่คือท่าที “ถนอมรักสหาย” ที่ยึดถืออยู่ในใจของทุกคน อีกประการหนึ่ง หัวใจทุกดวงก็เตรียมพร้อมมาแล้วที่จะไม่หวั่นเกรงความยากลำบากใดๆ บางครั้งอิ่ม บางครั้งอด เรื่องธรรมดาของชีวิตที่อยู่ในสงคราม

วันอิ่มอร่อย

(http://farm2.static.flickr.com/1390/738630964_e0ce120e82_o.jpg)

จะเป็นวันที่มีงานฉลอง มีการเลี้ยงกันพิเศษด้วยแกงหมูบ้าน หรือแกงวัว เรียกว่า “แกงหัวล้าน” คือใส่แต่เนื้อล้วนๆไม่ต้องมีผักใส่ให้รู้สึกเกะกะ นานๆมีงานสักครั้งก็กินกันเต็มที่ พาเอาท้องไส้ปั่นป่วนกันแทบแย่ เนื่องจากร่างกายคุ้นเคยกับผักมานาน

วันอิ่มตื่นเต้น

คือวันที่สหายล่าสัตว์มาได้เช่น หมูป่า หมี ลิง ค่าง งู กระจง อีแกะ (คล้ายเม่นแต่ขนแหลมน้อยกว่า) ฟาน (อีเก้ง) สมเสร็จ ปลา กบ นก ฯลฯ ลิงเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมน้อยที่สุด ที่จริงเราเองก็มีความตั้งใจที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติ และสัตว์ป่าที่หามาได้แต่ละอย่างก็ไม่เคยนึกเคยฝันว่าจะต้องมากินมันเป็นอาหาร แต่เวลานั้นความต้องการโปรตีนเพื่อบำรุงร่างกายบ้าง ก็เป็นความจำเป็นเฉพาะหน้า อย่างไรก็ดีการล่าสัตว์ใหญ่ ก็เป็นเรื่องที่ทำเมื่อบังเอิญเจอกันพอดีระหว่างเดินทางเท่านั้น ครั้งหนึ่งสหายยิงหมีใหญ่ได้ตัวหนึ่ง อวัยวะทุกส่วนของหมีถูกใช้เป็นประโยชน์ ไม่เว้นแม้แต่ไขมันซึ่งใช้ทำน้ำมันเก็บไว้ทำอาหารให้ผู้ป่วยได้หลายขวด

วันอิ่มธรรมดา

เป็นวันปกติทั่วไป กินข้าวสวย กับแกงผัก (ใส่เครื่องแกงกับผัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฟักเขียวลูกใหญ่มาก ปลูกเอง)
วันอด ก็มีแค่ข้าวสวยกับแกงโจ้งโคร่ง ซึ่งใส่แต่น้ำกับเครื่องแกง (เครื่องแกงประกอบด้วย เกลือ ตะไคร้ พริกแห้ง ขมิ้น และกะปิ โขลกตำกันแต่ละครั้งต้องใช้ครกตำข้าวเพราะทำจำนวนมาก สำรองเก็บไว้กินกันได้ทีละหลายมื้อ) สหายในเมืองบางคน จึงเลือกที่จะหลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดไปเอากะปิมาจี่(ปิ้ง)ไฟกินกับข้าว ในสงครามครั้งนั้นกลิ่นกะปิไหม้ไฟกับข้าวสวยอร่อยไม่น้อยทีเดียว

วันอดมาก

มักจะเป็นช่วงทางการล้อมปราบ การลำเลียงขนส่ง เสบียงและการติดต่อกับภายนอกทำได้ลำบาก ต้องประหยัดเสบียงอาหารไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าการล้อมปราบจะกินเวลานานแค่ไหน ก็เลยต้องหุงข้าวเนามันเพื่อเพิ่มปริมาณ กินกับแกงโจ้งโคร่ง

วันอดและอึ้ง

บางครั้งเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ ในวันที่เจอข้าวเนามัน กินกับแกงมันสำปะหลัง แถมของหวาน (ตามข้อกำหนดของกองทัพ ทุก ๑๐ วันจะมีของหวานเลี้ยงกัน ๑ ครั้ง) ก็บังเอิญเป็นมันสำปะหลังต้มอีกพอดี ฝ่ายพลาฯรู้สึกเห็นใจสหาย อยากให้ได้กินขนมจากในเมืองบ้าง ก็เลยฝากซื้อสาคูมาทำให้กิน (บังเอิญเหลือเกินสหายเอ๋ย สาคูดันทำจากแป้งมันสำปะหลังได้ยังไงก็ไม่รู้...อึ้ง)
อย่างไรก็ตาม ทุกๆวันคือวันที่กินอิ่ม หลับสบาย ตื่นขึ้นมาด้วยจิตใจที่ยังคงฮึกหาญ ทรหดอดทน บากบั่น เร่งวันแห่งชัยชนะอย่างมุ่งมั่นแน่วแน่ต่อไปไม่เคยเปลี่ยนแปลง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 08 กรกฎาคม 2007, 03:31:35 AM
    แกงกล้วยดิบใส่เนื้อค่างอย่างน้ำข้น   พอทุกคนได้กลิ่นถวิลหา   
นกหวีดดังถือถ้วยช้อนเดินกันมา    ขืนชักช้าอาจจะรอดขอดก้นแกง
แกงชะมดใครอดได้จะไม่ตัก    เป็นของป่าหายากนักต้องขอแบ่ง
ถึงแกงลิงใส่กล้วยแก่แค่กลิ่นแรง    น้ำไม่แห้งเหลือแต่วิญญาณลิง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 08 กรกฎาคม 2007, 03:37:53 AM
กองเสบียงที่แสนร่าเริง

เมื่อการเกี่ยวข้าวเสร็จสิ้น ภารกิจของเราก็เปลี่ยนจากอยู่กลางแดดมาเป็นอยู่ในร่ม จะมีก็เพียงตากข้าว และตำข้าวเก็บไว้กินในหน้าแล้งต่อไป ซึ่งต่อมาเรามีการย้ายคนไปตั้งค่ายใหม่ในที่อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นอีกด้านหนึ่งของภูเขาสูง ผมและหนุ่มสาวบางคนถูกจัดให้ทำหน้าที่เก็บเสบียง เราทำงานกันทั้งวันด้วยการย้ายถังน้ำมันขนาด ๒๐๐ ลิตรหลายสิบใบ เอามาล้างขัดด้วยผงซักฟอก เป็นงานที่ยากเย็นอย่างหนึ่งเพราะต้องทำงานโดยยกขึ้น คว่ำลง แบบนี้หลายๆครั้งจนกว่าถังที่มีรูเล็กๆรูเดียว ภายในต้องสะอาดหมดกลิ่นน้ำมันเครื่องหรือเบนซิน

ในท่ามกลางความลำบากนั้น เราก็ได้ชดเชยด้วยสวัสดิการพิเศษมากกว่าพี่น้องบนกองทัพส่วนใน และสิ่งพิเศษที่เราผลิตมันขึ้นมาเอง คือความร่าเริงทั้งพูดคุยกัน สนุกสนานเฮฮา บ้างก็ร้องเพลง เล่าเรื่องตลกๆ ในขณะที่ทำงานอันแสนหนักเหล่านั้น กลายเป็นงานง่ายที่เสร็จอย่างรวดเร็ว แทบไม่ทันรู้ตัว เรายังมีเวลาหาปลา และเที่ยวเก็บผัก ผลไม้ในป่ามาแบ่งกันกินบ้าง

สวัสดิการพิเศษของเราเรียกว่า มีนมข้นหวาน มีน้ำตาลกรวด และอื่นๆอีกเล็กน้อยเพื่อให้พลังงานสามารถสู้งานที่หนักหน่วงได้ หลังจากนั้นเรามีหน้าที่ไปขนข้าวแล้วนำมาค่อยเทยัดใส่ถังเหล่านั้นที่แห้งดีแล้ว ใช้ไม้เล็กๆ เหลาปลายแหลมกระทุ้งจนกว่าถังแต่ละใบจะเต็มด้วยเมล็ดข้าวสาร ตั้งนิ่งไว้ในป่ามิดชิดคลุมด้วยใบไม้ หนาทึบอีกที แล้วหัวหน้าก็จะทำแผนที่ไว้เป็นลายแทงอันมีค่ายิ่ง เราทำแบบนี้หลายจุดในป่า จนเรียกได้ว่ามีเสบียงพอเพียงแน่ในยามยาก ส่วนอาหารของเราแต่ละวัน หัวหน้าของเราก็เก่งไม่เบาในการหาอาหารแปลกๆมากินกัน

แกงหน่อปุดที่ผุดขึ้นข้างลำห้วย    แล้วเติมด้วยเนื้ออีแกะที่ดักได้   
เป็นคั่วปุดกับอีแกะไม่แพ้ใคร         รสวิไลหอมหวนให้ชวนกิน   

อีแกะ(เม่นหางพวง ตัวเล็กกว่าเม่น) ชอบออกมากินลูกไม้ที่หล่นตามพื้นป่า พวกเราช่วยกันทำแร้วดัก โดยทำเป็นบ่วงไว้ตามเส้นทางเดินผ่านประจำของมันหลายๆจุดในตอนกลางคืน ทิ้งไว้รุ่งเช้าก็ไปปลดเจ้าตัวเซ่อซ่า เอามาราดน้ำร้อนให้ขนหลุดเหลือขนอ่อนค่อยเอาไปย่างไฟ แล้วเอาเนื้อมาปรุงเป็นอาหารชั้นเลิศ อร่อยกว่าเนื้อไก่หลายเท่าและไม่มันเหมือนเนื้อหมู

จาก ชนะ ปฏิวัติ




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 08 กรกฎาคม 2007, 04:40:52 AM
รำลึกถึงคุณไว สหายอันเป็นที่รักยิ่ง

(http://farm2.static.flickr.com/1198/750084616_411c52cc66_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 08 กรกฎาคม 2007, 04:46:54 AM
คุณเอี้ยง โรงจักร (คนอยู่บน)
เดินทางเข้าป่าต้นปี 2520 และได้รับภาระหน้าที่ประจำโรงจักรตลอด
จนกระทั่งการคืนเมือง
เป็นสหายที่น่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใส จากพวกเราเมื่อไม่นานมานี้

(http://farm2.static.flickr.com/1215/749227205_71b55d46e9_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 08 กรกฎาคม 2007, 09:03:59 AM
ลุงกาจฝึกส่งรูปนานแล้ว
แต่เผอิญรูปอยู่กรุงเทพเลยฝึกต่อไม่ได้
ตอนนี้กลับมาฝึกใหม่แล้ว
แต่ก็ยังไม่ดีทำอย่างไรละ
รูปพอส่งแล้วดูในกระทู้ขยายไม่ได้อะ
ถ้าขยายใหญ่ได้รูปคงสวยกว่านี้เยอะเลย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 08 กรกฎาคม 2007, 09:09:50 AM
แล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาจัดอาหารเตรียมถวาย
เป็นอาหารพื้นบ้าน   และผลไม้สดจากสวน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 08 กรกฎาคม 2007, 09:25:51 AM
ผ่านเรื่องอาหาร
มาคล้ายทุกข์
  สุขสบายตา สบายใจ 
ผ่านไปแวะเวียนไปเยี่ยมได้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 09 กรกฎาคม 2007, 00:35:02 AM
ห้องน้ำทาซานนะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 09 กรกฎาคม 2007, 01:00:45 AM
อีกรูป


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 กรกฎาคม 2007, 13:19:43 PM
ความคืบหน้า หน้างานก่อสร้างอนุสรณ์ฯ

ถ้าฝนหยุดตก ก็จะลุยทำพื้น ตามภาพ

(http://farm2.static.flickr.com/1229/759719554_6d55b2afb0_o.jpg)

ลงสีชนิดมีเทคเจอร์ (เนื้อสีจะจะสร้างพื้นผิวนูนบ้าง ปุ๋มบ้าง เดินแล้วไม่ลื่น)


ถึงน้องเก่ง  ป้าป่าพนฝากเสื้อมาให้แล้ว มารับได้ที่จุดนัดพบ ถสส



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 09 กรกฎาคม 2007, 15:08:42 PM
คุณเอี้ยง โรงจักร (คนอยู่บน)
เดินทางเข้าป่าต้นปี 2520 และได้รับภาระหน้าที่ประจำโรงจักรตลอด
จนกระทั่งการคืนเมือง
เป็นสหายที่น่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใส จากพวกเราเมื่อไม่นานมานี้


เวลาผ่านมานานมากแล้ว  ความทรงจำบางช่วงอาจพร่าไป
ตามอายุขัย  แต่เรื่องบางเรื่องจะยังชัดเจนเสมอ

เช่นเรื่องนี้ . .

ที่ขุมเหมืองเก่าหมู่บ้านหนานปลิว  ทางเข้าบ้านคุณอนงค์  ตอนนั้นคุณอนงค์ยังเป็นเด็กหญิงตัวดำๆ อายุประมาณ 14 ปี
ยังไม่เข้าร่วมกองทัพ  เป็นมวลชนที่สหายกำลังให้การศึกษาอยู่   

เช้าตรู่วันหนึ่งต้นฤดูหนาว  อ.ส. เหงี่ยม ซึ่งเป็นคนในพื้นที่นำกำลัง อ.ส. 1 หมู่  วางแนวซุ่มตามชายป่าละเมาะปากขุมเหมือง
เพราะสืบทราบมาว่า  สหายมักจะเดินออกจากชายป่า ผ่านขุมเหมืองเก่าแห่งนี้ เข้าไปติดต่อชาวบ้านเป็นประจำทุกเช้า

หน่วยงานมวลชนตอนนั้นมีคุณเจิม  คุณนวล  คุณคง  คุณนิด คุณนี และคุณเอี้ยง

การทำงานมวลชนเขตที่เพิ่งขยายงานเช่นนี้เรายังไม่มีหูตากว้างขวางนัก  เพียงอาศัยครอบครัวคุณอนงค์เป็นหลักเท่านั้น
คำว่า "มวลชนคือผนังทองแดง กำแพงเหล็ก" ถูกพิสูจน์ให้เห็นในวันนี้เช่นกัน

ลุงกาจ ลุงA ป้าB ไม่ทราบจำได้หรือเปล่า  วันที่เราไปเยี่ยมคุณอนงค์ที่บ้านน่ะ  รถเราต้องผ่านจุดนี้เหมือนกัน  เป็นแนวซุ่มที่สวยมากเชียวละ    ถ้าเข้าแนวแล้ว  รอดยาก


คุณเอี้ยงและสหายรอดได้อย่างไร  โปรดอดใจรอสักครู่   . .

ขออนุญาติ  ไปทำธุระ ก่อน  เดี๋ยวมาเล่าต่อครับ

 :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 10 กรกฎาคม 2007, 00:01:25 AM
 :D ;Dลุงred       อย่านานนักนะ
รอติดตามอยู่อย่าทำให้อยากรู้แล้วหายไปซิ
เขาโกรธนะ >:(


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 10 กรกฎาคม 2007, 00:22:51 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1127/750085820_995a7781f9_o.jpg)

เอาแผนที่มาประกอบความหลังสหายเก่าให้ลุงเรดซัน
เขตงานที่ว่าคงเป็น อ.ห้วยยอด เดินลงทิศใต้ เขาสู่เทือกเขาบรรทัด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 10 กรกฎาคม 2007, 00:38:10 AM
ไม่รู้ว่าผมหนังตาหย่อน (เป็นทั้งค่าย) หรือเปล่า ไม่รู้เลยว่าคุณเอี้ยงเคยลงไปทำงานมวลชน
และแนวซุ่มที่ลุงชี้ให้ดู ตอนพาลุงเอป้าบีทัวร์ในเตา ห้วยใส ผมจำไม่ได้แล้ว โปรดรีเพลย์
แต่จำได้ว่าลุงทำเก๋ ลงงานมวลชนขี่มอเตอร์ไซด์ประจำ
รถน่าจะแรงใช้ได้ ผมเคยขับเอนตาโร่ปีนขึ้นควนลูกช้างแล้ว
ตอนนั้นเป็นถนนแดงภาคใต้เราฝนมันตกมากอยู่ ลื่นไปลื่นมา ต้องส่งรถอีกต่างหาก
เสียว....แต่ดีกว่าเดิน ไกลน่าดู ;D ;D กลับมาลุงสุเมธนักรบหนวดคลาสสิคค้อนเอานิดหน่อย
(ห่วงความปลอดภัยของสหาย)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 10 กรกฎาคม 2007, 01:02:09 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1283/750085108_38c31f5762_o.jpg)

อันนี้ท่าออก พัทลุง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 10 กรกฎาคม 2007, 01:03:39 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1143/749227849_c644070f6c_o.jpg)

สตูล


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 10 กรกฎาคม 2007, 09:27:12 AM
กลับมาแล้วครับ  มิตรสหาย

ป้าป่าพน อย่าเพิ่งโกรธนะครับ  ตอนเย็น ตอนค่ำงานเยอะกว่าเวลาอื่น  เลยทิ้งเรื่องค้างไว้หนึ่งคืนก่อน

ยังไม่ทันบูด นะ  ฮิ ฮิ   ;D

เหตุที่สหายเรารอดได้  จะว่าโชคก็ใช่  เพราะมันบังเอิญว่า  พี่ชายคุณอนงค์คนหนึ่งคือ นายเสถียร ออกไปทำธุระอะไรไม่ทราบแต่เช้ามืด ซึ่งปกติแกก็ไม่ต้องออกไป

ขาออกน่ะ เดินผ่านแนวซุ่มไปเรียบร้อย  แต่แกเดินคนเดียว  อ.ส. เหงี่ยม และพวกก็เฝ้าดูอยู่ตลอด
ถ้าเป็นสหายเดินออกไป  พวกเขาคงเปิดฉากถล่มเละแน่

ส่วนขากลับเข้าบ้าน นี่สิ  ที่คุณเถียรแกพบร่องรอย การซุ่ม เพราะคราวนี้แกเดินจากด้านหลังแนวเข้ามาแล้ว

ทำให้แกตื่นกลัวอย่างมาก   แอดรีนาลีนคงฉีดไปทั่วตัว  แกวิ่งอ้อมมาอีกทาง ไม่กล้าผ่านแนวแล้วคราวนี้
ไม่น่าสงสัยเลยว่า ความเร็วของการวิ่งครั้งนี้ คงทำลายสถิตินักวิ่งอาชีพได้สบาย

เมื่อสหายทราบว่าเจ้าพวก อ.ส. พากำลังมาซุ่ม  สิ่งที่ดีที่สุดคือการถอย  เพราะหากแตกเสียงปืนที่หมู่บ้านที่กำลังบุกเบิกสร้างงานใหม่โดยมวลชนยังไม่พร้อม  มีแต่เสียมากกว่า

ที่สำคัญคือ หากสหายเราถูกซุ่มเสียสละไปสักเพียงคนเดียวที่นี่ ในวันนั้น 
งานมวลชนจะทำยากมาก นับร้อยเท่าพันเท่า  มวลชนจะเสียขวัญ

การถอยในวันนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของสหาย  เพราะหลังจากนั้นไม่นานนัก  เราสามารถใช้หมู่บ้านนั้นเป็นฐาน
ขยายงานมวลชน ข้ามทางรถไฟ  ถึงถนนดำ  จนกระทั่งประชิด ตัวอำเภอห้วยยอด

ทำให้วันหนึ่งสหายหนุ่มสองคน  เกิดฮีกเหิมเกินเหตุ  ยกกำลังไปเพียงสองหนุ่ม  กับพาหนะคือมอเตอร์ไซด์
อาวุธมีเพียง คาร์บิน 2 กระบอก ระเบิดคนละลูก สองลูก  บุกไปซุ่มถึงในตัวตลาดห้วยยอด 
ห่างจากบ้านหมอจำรัส ในปัจจุบันไม่กี่ร้อยเมตร

ขอทิ้งไว้อีกหนึ่งคืนครับ

ฮิ ฮิ   ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 10 กรกฎาคม 2007, 15:04:17 PM
ขอบคุณครับลุงกาจ  สำหรับแผนที่ประกอบ

แนวซุ่มที่ว่าน่ะ วันที่เราไปมันค่ำแล้ว  แต่ถ้าบอกลุงบันทม ลุงจะนึกออกเพราะลุงไปเยี่ยมเพื่อนตรงนั้นบ่อย

ก่อนถึงบ้านคุณอนงค์ 300 เมตร  จะต้องลงเนินผ่านที่โล่ง พวกคุณเหงี่ยม มาดักรอตรงอยู่บนเนิน 

ตรงนั้นแหละครับ ลุงกาจ

วันนี้ไปเชิญ วิลล์ เพื่อนผม  มาบอกคุณเอี้ยงแทนชาวภูบรรทัด และชาวเชลียง ว่า . .

You always  are on my mind

http://www.dailymotion.com/Red_Rider/video/x2i3yh_willie-nelson-always-on-my-mind

ลุงวิลลี่ แกบอกได้กินใจดี  มีลักษณะสู้รบอยู่ในที

 :)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 10 กรกฎาคม 2007, 23:22:51 PM
 :) ;) :D ;D ตามมาฟังลุง Red ต่อ
 ลุงเคยไปซุ่มเวลานายขึ้นมะ
 มีความรู้สึกอย่างไรบ้างตอนเข้าแนวซุ่มอ่ะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 10 กรกฎาคม 2007, 23:36:27 PM
ลุง Red
พูดถึงชาวภูบรรทัด และเชลียง
 คุณเอี้ยง
:( :'( คิดถึงเพื่อน คุณตุลา คุณสิงห์ คุณราช คุณรักธรรม  คุณมานะ และคนอื่นๆ
จากพวกเราไปแล้ว 
พวกเราที่ยังอยู่ในวันนี้จะทำอะไรให้เพื่อนและคนรุ่นหลัง
ได้รู้และเข้าใจ
การได้มาซึ่งสิ่งที่พวกเขาและเราต้องการได้อย่างไร


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 10 กรกฎาคม 2007, 23:56:10 PM
โอนเงินมาเพื่อร่วมงานทำบุญสร้างอนุสรณ์สถาน
      พี่วันทา คุณราตรี และครอบครัวคุณสิงห์  12,000 บาท

 ถ้าสมาชิก เพื่อนๆ และญาติ
ที่ร่วมทำบุญแล้วยังไม่ได้แจ้งรายชื่อ
กรุณาแจ้งด่วนคะ
สำหรับรายที่โอนมาและยังไม่ได้แจ้งชื่อ
มีหลายท่านคะ 
เพราะฝ่ายงานพิมพ์สูจิบัตรงาน
เร่งให้ส่งรายชื่อแล้วนะคะ
 ก่อนจะปรากฎว่าเป็นผู้ไม่ประสงค์ออกนาม


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 11 กรกฎาคม 2007, 05:16:06 AM

ทำให้วันหนึ่งสหายหนุ่มสองคน  เกิดฮีกเหิมเกินเหตุ  ยกกำลังไปเพียงสองหนุ่ม  กับพาหนะคือมอเตอร์ไซด์
อาวุธมีเพียง คาร์บิน 2 กระบอก ระเบิดคนละลูก สองลูก  บุกไปซุ่มถึงในตัวตลาดห้วยยอด 
ห่างจากบ้านหมอจำรัส ในปัจจุบันไม่กี่ร้อยเมตร

ขอทิ้งไว้อีกหนึ่งคืนครับ

ฮิ ฮิ   ;D


หนึ่งในสองสหาย ที่บุกไปซุ่มถึงตลาดห้วยยอดก็คือคุณมานะ  อีกหนึ่งสหายบอกว่าช่วยปิดลับไว้ก่อน OK ครับ

สองสหายคิดเอง ทำเอง ไม่ผ่านการเห็นชอบของจัดตั้งแม้แต่น้อย  ถือว่าเสรีสุดๆ

ช่วงนั้นประมาณเดือนธันวาคม จะมีการจัดงานรื่นเริง มีมหรสพ ออกร้านกันที่โรงเรียนในอำเภอ
ประตูเข้างานจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบ้าง  อ.ส. บ้าง สะพายปืน คุมงานอยู่จำนวนหนึ่ง

สหายหนุ่มกะ จะไปยิงเจ้าหน้าที่ที่ปากประตูงาน นี่แหละ
ฝั่งตรงข้ามหน้าประตูโรงเรียนที่จัดงาน มีป่ายางรกๆ อยู่  สหายใช้เป็นที่เร้นกาย เข้าใกล้เป้าหมาย
โดยมีถนน เส้น ทุ่งสง ห้วยยอด ตรัง คั่นอยู่

ระหว่างที่เคลื่อนตัวอยู่ในความมืดในป่ายางนั้น  คุณมานะก็เหยียบเอากับดักเข้าเต็มเปา
มันเป็นกองอึ เละๆ กองหนึ่ง   ส่งกลิ่นพอสมควรทีเดียว   :o

พอเข้าไปใกล้ที่สุดเท่าที่ทำได้   มองเห็นเป้าหมายคือเจ้าหน้าที่สะพายปืนเดินไปเดินมา
แต่ก็ยังค่อนข้างไกล สหายทั้งสองก็ใช่ว่าจะแม่นปืนอะไรนักหนา
ถ้าพลาด ก็โดนชาวบ้านแน่นอน
พอลองเล็งปืนดู  มองศูนย์ก็ไม่ค่อยชัด  หนำซ้ำ  รถบนถนนยังวิ่งไป วิ่งมาไม่ได้หยุด

จะยิงให้ผ่านม่านรถยนต์บนถนนก็แทบไม่มีหลักประกันอะไรเลย  อย่าว่าแต่จะให้เข้าเป้าที่อยู่อีกฝั่งเลย

งานแบบนี้มันต้องใช้พลแม่นปืน  ติดกล้องเล็ง เท่านั้น จึงจะพอเป็นไปได้

สิ่งที่ ทปท. ต่างกันมากกับ การก่อการร้ายในปัจจุบันก็คือ  เรื่องความสำนึกในความปลอดภัย ของผู้บริสุทธิ์นี่แหละครับ
ทปท. ถือเอาประชาชนคือญาติพี่น้อง  คือพ่อแม่ที่ต้องปกป้องคุ้มครอง

สองสหายประเมินสถานการณ์กันใหม่  ชั่งผลดี ผลเสีย ก็ตัดสินใจได้ไม่ยาก  . .  ถอน!

งานนี้ แม้คุณมานะ จะเหยียบขี้ฟรี   แต่เมื่อยกเรื่องนี้มาคุยทีไร
่แกก็อารมณ์ดี  ยิ้ม ขำเสมอ



ระลึกถึงเพื่อนผู้จากไป   :'(


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 11 กรกฎาคม 2007, 06:48:11 AM
ฮิ  ฮิ.... ;D :D ถูกทุ่น
ยังดีนะไม่รู้ทุ่นใคร
ยังดีกว่าโดนทุ่นตัวเอง จริงมะคุณ Red ???


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 11 กรกฎาคม 2007, 10:03:43 AM
 ;D ;D ;D

เอาอีก

ลุงเรดมีรูปในเตาสวยๆ เอามาชมกันหน่อย
เห็นว่าจากไม้เสียบมาในเตาไม่ไกลแล้ว
งานทำบุญที่จะถึงนี้ บางทีอาจไปตั้งเต้นท์
ผูกผ้ายาง หาผืน เก็บผักกรูดที่สวนคุณฉลวย
เอามาผัดให้อร่อยๆๆๆๆ บนสันหมูดุดสักที


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 11 กรกฎาคม 2007, 20:40:05 PM
งานเปิดอนุสรณ์ฯ
ถ้ามีการแจกเนื้อเพลงให้กับสหาย ผมคิดว่าคงร้องกันระเบิดครับ

ก็เสนอดูครับเผื่อจะทำให้บรรยากาศสนุกสนานและมีอารมภ์ร่วมครับ :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 11 กรกฎาคม 2007, 20:48:07 PM
เตรียมฝึกร้องกันก่อนได้เลย
ได้ยินข่าวมาว่าครั้งที่แล้วไม่วางไมค์กันเลย
งานนี้มีรำวงด้วยนะป้า B


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 11 กรกฎาคม 2007, 23:19:10 PM
ลุง atm
 ส่งรูปสวยๆให้ดูบ้างนะอย่าเก็บไว้ดูเองหมด
 ภาคใต้วิวสวยๆก็มีไม่แพ้เขตงานตะวันตกนะใช่หรือเปล่า
:D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 12 กรกฎาคม 2007, 00:04:38 AM
คุณ Red
 คุยถึงคุณมานะที่จากพวกเราไปด้วยโรคภัยไข้
เจ็บก่อนเวลาอันควร
 และมีบุตรสาวเรียนวิศวะอยู่จุฬาใช่หรือเปล่าคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 12 กรกฎาคม 2007, 21:50:31 PM
ลุง atm
 ส่งรูปสวยๆให้ดูบ้างนะอย่าเก็บไว้ดูเองหมด
 ภาคใต้วิวสวยๆก็มีไม่แพ้เขตงานตะวันตกนะใช่หรือเปล่า
:D ;D

กระสุนหมดครับ
ตอนนี้มีคนส่งมาให้200นัดครับ
(http://farm2.static.flickr.com/1300/788395914_d5e40c5cf1.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 12 กรกฎาคม 2007, 21:53:48 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1165/788395934_d0deedb38e.jpg?v=0)

ที่นี่เป็นจุดที่เราเล็งกันว่าน่าจะเหมาะกับสหายที่มาจากแดนไกลครับ :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 12 กรกฎาคม 2007, 22:03:23 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1409/787623283_398e3c1400.jpg?v=0)

มัวแต่ยิง
ลืมขอบคุณ ที่ส่งกระสุนมาให้
ขอบคุณครับ  ขอบคุณหลายๆ
ขอให้รวยๆ
ขอให้ถั่วเขียวจงเจริญ ฮิๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 12 กรกฎาคม 2007, 22:05:09 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1352/787623307_a511d1cb3e.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 12 กรกฎาคม 2007, 22:13:08 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1254/788599954_5ee3186b15.jpg?v=0)

อนุสรณ์สถาน ถังแดง
ยังก่อสร้างไม่แล้วครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 12 กรกฎาคม 2007, 22:15:38 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1076/788599966_fc83e2c827.jpg?v=0)

ประชาชนในขอบเขตทั่วประเทศเขียนประวัติศาสตร์ด้วยมือของตนเอง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 12 กรกฎาคม 2007, 22:35:10 PM
ลุง a ป้าบ๊วย
 ดอกใคร้ย้อยสวยมาก
ไม่ทราบทางใต้ใช้ชื่อว่าอะไร
เป็นต้นไม้ที่มีกิ่งก้านแตกแขนงออกเป็นชั้นๆ
มีดอกสวยมาก
ลักษณะดอกจะคว่ำลงเป็นพวงตอนนี้มีนักปลูกต้นไม้กันมาก ในเวปพวกเรา
ใครสนใจบ้างยกมือขึ้น
สงสัยประมูลขาย
เอาเงินใช้ในงานสร้างอนุสรณ์สถานดีไหมเอ๋ย..
 ฮิ..  ฮิ  :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 12 กรกฎาคม 2007, 22:36:39 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1113/787926011_137b231545.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 12 กรกฎาคม 2007, 22:38:28 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1307/787926035_9d9d34971d.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 12 กรกฎาคม 2007, 22:46:23 PM
ดอกใคร้ย้อย
นี้น่าจะถ่ายภาพจากริมธารน้ำตก
 เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด 
น้ำตกไพรวัลย์ ซึ่งในรูปเด็กๆ
กำลังเล่นน้ำด้วยความสนุกสนาน
และหมอเพลินกำลังหาทำเลถ่ายรูป
ถอดรองเท้าแล้วระวังตกนะคะหมอ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 12 กรกฎาคม 2007, 22:52:28 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1418/788927270_9e2e1d8051.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 12 กรกฎาคม 2007, 22:54:31 PM
สีแดงดอกอะไรเอ๋ย
สวยจัง  อิจฉาฝีมือถ่ายรูปจัง  ชัด  8)
ต้องให้ป้าบ๊วย ลุง A เป็นครูบ้างแล้ว
 :D ;D 8)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 12 กรกฎาคม 2007, 22:58:07 PM
หมดเวลาแล้วขอตัวไปนอนก่อนครับ

คำถามของป้าป่าพนขอติดไว้ก่อนครับ :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 12 กรกฎาคม 2007, 23:28:33 PM
คุณหมอ PIWAN คะ
รายงานสภาพภูมิอากาศหน่อยคะว่าเป็นอย่างไรบ้าง
เห็นว่าฝนตกหนักเหรอคะ
จะเป็นอุปสรรคหรือไม่อย่างไรคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 00:12:23 AM
เรียน สหายแห่งภูบรรทัด ทุกเขตงาน กรุณาช่วยตรวจสอบรายชื่อสหายที่เสียสละ
มีข้อแนะนำกรุณาโทร.ที่ป้าป่าพน ด่วน ที่สุด
ขอบคุณอย่างสูง


แผ่านที่ 1
(http://farm2.static.flickr.com/1408/788688403_5093ed41f3_o.jpg)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 00:13:47 AM
แผ่นที่ 2

(http://farm2.static.flickr.com/1352/788689041_6a45df843f_o.jpg)

เรียน สหายแห่งภูบรรทัด ทุกเขตงาน กรุณาช่วยตรวจสอบรายชื่อสหายที่เสียสละ
มีข้อแนะนำกรุณาโทร.ที่ป้าป่าพน ด่วน ที่สุด
ขอบคุณอย่างสูง



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 00:15:05 AM
เรียน สหายแห่งภูบรรทัด ทุกเขตงาน กรุณาช่วยตรวจสอบรายชื่อสหายที่เสียสละ
มีข้อแนะนำกรุณาโทร.ที่ป้าป่าพน ด่วน ที่สุด
ขอบคุณอย่างสูง


แผ่นที่ 3
(http://farm2.static.flickr.com/1181/788689701_2ef818ef19_o.jpg)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 00:16:18 AM
แผ่นที่ 4
(http://farm2.static.flickr.com/1423/789573564_85be728d93_o.jpg)

เรียน สหายแห่งภูบรรทัด ทุกเขตงาน กรุณาช่วยตรวจสอบรายชื่อสหายที่เสียสละ
มีข้อแนะนำกรุณาโทร.ที่ป้าป่าพน ด่วน ที่สุด
ขอบคุณอย่างสูง





หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 00:18:13 AM
เรียน สหายแห่งภูบรรทัด ทุกเขตงาน กรุณาช่วยตรวจสอบรายชื่อสหายที่เสียสละ
มีข้อแนะนำกรุณาโทร.ที่ป้าป่าพน ด่วน ที่สุด
ขอบคุณอย่างสูง

(http://farm2.static.flickr.com/1426/788691133_169c434ef2_o.jpg)

แผ่นที่ 5


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 00:20:02 AM
แผ่นที่ 6
(http://farm2.static.flickr.com/1367/789575222_873d978ce6_o.jpg)

เรียน สหายแห่งภูบรรทัด ทุกเขตงาน กรุณาช่วยตรวจสอบรายชื่อสหายที่เสียสละ
มีข้อแนะนำกรุณาโทร.ที่ป้าป่าพน ด่วน ที่สุด
ขอบคุณอย่างสูง



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 00:21:25 AM
แผ่นที่ 7
(http://farm2.static.flickr.com/1419/788692849_0c4f8b441b_o.jpg)

เรียน สหายแห่งภูบรรทัด ทุกเขตงาน กรุณาช่วยตรวจสอบรายชื่อสหายที่เสียสละ
มีข้อแนะนำกรุณาโทร.ที่ป้าป่าพน ด่วน ที่สุด
ขอบคุณอย่างสูง



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 00:22:33 AM

เรียน สหายแห่งภูบรรทัด ทุกเขตงาน กรุณาช่วยตรวจสอบรายชื่อสหายที่เสียสละ
มีข้อแนะนำกรุณาโทร.ที่ป้าป่าพน ด่วน ที่สุด
ขอบคุณอย่างสูง


แผ่นที่ 8
(http://farm2.static.flickr.com/1087/790126436_6a511440be_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 00:28:12 AM
แผ่นที่9-10
(http://farm2.static.flickr.com/1242/788885381_b6e4509900_o.jpg)


เรียน สหายแห่งภูบรรทัด ทุกเขตงาน กรุณาช่วยตรวจสอบรายชื่อสหายที่เสียสละ
มีข้อแนะนำกรุณาโทร.ที่ป้าป่าพน ด่วน ที่สุด
ขอบคุณอย่างสูง





หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 00:55:09 AM
แบบปลอกแขวน 5 ด้าน รอบแท่งดาว ด้านที่ 1
คุณชาลีช่วยตรวจสอบด่วน
จะรีบไปทำบล็อคปูนปั้น
กว้าง 1 เมตร ยาว 1.4 เมตร

(http://farm2.static.flickr.com/1269/789932340_7e7f77b20e_o.jpg)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 00:57:20 AM
วนจากซ้ายไปขวา ด้านที่ 2 ว่าง พื้นดำด้าน
ด้านที่ 3 ขนาดเท่ากัน
(http://farm2.static.flickr.com/1198/789050865_82ffc11a14_o.jpg)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 00:58:27 AM
ด้านที่ 4
(http://farm2.static.flickr.com/1017/789050551_1fd23aa182_o.jpg)

ด้านที่ 5 ว่างพื้นดำด้าน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: chalee ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 12:14:52 PM
 ;D ::) ?goodmorning gard ::) ??? ;D??


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 13:09:00 PM
กูดอาฟเธอร์นูน ครับคุณชาลี วันนี้ลมอะไรพัดมาให้เข้าบ้านตุลาไทย
ขอยินดีต้อนรับครับผม น้ำท่า กาแฟ จากลุงเรด ยกมาแล้ว

หายเหนื่อยจากการเปิดประตูบ้านแล้ว ช่วยรายงานความคืบหน้าที่ไซด์งานด้วยครับ
มิตรสหายกำลังรอฟังอยู่...... :D ;D ;)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 13:14:05 PM
ขออภัยคุณลุงสามารถ และสหายเขตสงขลาทั้งเขต 1 และ เขต 2
รายนามสหายที่สงขลาตกไป 1 ท่าน (รูปที่ส่งหน้า 32 แผ่นที่ 8)
ตก สหายว่อง(พัทลุง) (ชาย) - สหายชนบท

กำลังแก้ไขครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 14:48:56 PM
ต้นนี้ครับ  ศรีสยาม

ป้าป่าพน มือคันเลย

(http://farm2.static.flickr.com/1393/796002445_fbe7d422fc.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 14:53:21 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1342/796002459_1b58a0aa4e.jpg?v=0)

แม่ครัวใหญ่


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 14:55:16 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1259/796002463_e9e6be36e5.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 14:57:15 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1320/796002543_3aa2998928.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 14:58:51 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1215/796002793_b0a0a4d103.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 15:02:03 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1126/796002813_ae553f2608.jpg?v=0)

มีอะไรนิ่มๆให้ผมกินมั่งผมฟันไม่ดี
อ้าวลืม ตอนนี้กินได้ทุกอย่าง
เดี๋ยวคืนนี้ผมฉายหนังให้ดู :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 15:07:37 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1064/797028836_f49b02cd56.jpg?v=0)

เจ้ใหญ่2คน
ขยันขันแข็งทำทุกอย่างที่ขวางหน้า
นับถือๆๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 15:33:34 PM
สายแล้วพวกเรารีบไปเปิดร้านกันเถอะ
สหายหมอทั้งสองมาช่วยกันเต็มที่ :D

(http://farm2.static.flickr.com/1278/796298645_b00178a8e5.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 15:38:35 PM
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ
บรรยากาศอันอบอุ่นของสหาย
หลายคนน้ำตาซึม

(http://farm2.static.flickr.com/1272/796298579_7c466209c6.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 15:42:44 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1414/796298569_42c26272b6.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 15:44:46 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1096/796298545_5113b1e1b9.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 15:47:16 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1206/796298539_a6fd07cdf3.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 21:32:18 PM
            (http://farm2.static.flickr.com/1116/799294132_7b35ee4deb.jpg?v=0)

มาแล้วเหรอสหาย :'( :'( :'(
ดีใจจริงๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 21:36:42 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1184/799294122_ee0b9c0667.jpg?v=0)

ไม่เอาอย่าร้องๆ
พี่ปลอบน้องไม่นานก็ยิ้มออก
ที่ร้องน่ะดีใจครับ ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 21:39:57 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1437/799294110_190a06862e.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 21:43:47 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1157/796585155_665a9e1116.jpg?v=0)

ทักทายกันแล้ว
ไปทานข้าวกัน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 21:47:41 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1243/796585149_197759fb04.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 21:56:18 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1350/796584991_b453e019fa.jpg?v=0)

ขอมอบภาพนี้ให้กับพี่น้องที่อยู่เยอรมัน
ทางนี้รับทราบว่าเรื่องราวของภูบรรทัดฯไปถึงต่างแดนเรียบร้อย
ขอบคุณๆหลายๆ
ขอให้สุขภาพแข็งแรง เดินทางปลอดภัย
อยู่กันดีๆครับ :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 22:06:34 PM
  :D ;D  ฮิ  ฮิ
 คันจริงด้วยนิ้วแดงหมดเลยต้องใช้บริการหมอดาว
ศรีสยาม ชื่อไพเราะมาก
  มันคือเตาร้างแคระต้นมีใบสวย  ลูกสวย
  ส่วนที่คันคือลูกสีเหมือนลูกหมากเล็ก  
 แต่พวงไม่หมือนเต่าร้างใหญ่


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 22:24:10 PM
ลุง A ป้าB อาหารใต้แท้ๆรสชาติเผ็ดถึงใจไหมคะ   
 ทานได้ไหมคะน้ำชุบ(น้ำพริกกะปิ) แกงไตปลา
  แกงหยวกกล้วย  แกงเลียงขี้เหล็ก
ผักเหนอะเป็นโคมใหญ่(กะมังใหญ่)
ลูกสะตอ ลูกเหนียงเป็นอาหารพื้นบ้านจริงๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 22:44:17 PM
วันทำบุญทอดผ้าป่า สหายเราบางคนไม่เคยเจอกันมาเลย  ๓๐ปี
อดที่จะคิดถึง รำไห้คิดถึงอดีตที่เคยอยู่ร่วมกันมันเป็นความหวัง  ความตั้งใจอยากให้บรรยากาศของความรักใคร่ สมานสามัคคีบังเกิดขึ้นเป็นจริงด้วยความรัก และให้อภัยกันและกันในความผิดพลาดในอดีต  เพิ่อที่เมื่อได้เจอกันแล้ว ;) :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 กรกฎาคม 2007, 23:56:22 PM
ข้อเสนอลุงเอ.

งานเปิดอนุสรณ์ฯ (ทำบุญบรรจุอัฐิสหาย)
ถ้ามีการแจกเนื้อเพลงให้กับสหาย ผมคิดว่าคงร้องกันระเบิดครับ
ก็เสนอดูครับเผื่อจะทำให้บรรยากาศสนุกสนานและมีอารมภ์ร่วมครับ

รายการนี้ขอปรึกษาน้องเก่งนะครับ ลุง ป้า ขอเนื้อเพลงรำวง



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: butterfly ที่ 14 กรกฎาคม 2007, 00:16:38 AM
ติดตามดูภาพมาตลอด......
ขอบคุณมากๆ......ได้ดูภาพเยอะสมใจจริงๆ....
หลายๆคน...รูปร่าง...หน้าตาไม่เปลี่ยนแปลงเลย...
โดยเฉพาะ...คุณใจ...คิดถึงจัง....
ตอนป้าผี..ยังอยู่เขต 3...ไร่ป่าพร้าว....
เวลาเข้าไปที่องค์การ(เรียกอย่างนี้หรือเปล่า)....พบคุณใจพร้อมรอยยิ้มกว้างเสมอ...
คุณใจบอกว่า...คุณอยู่เหมือนเด็กเลี้ยงควายเลยนะ...พร้อมกับหัวเราะฮ่าๆเสียงดัง...
ป้าก็ว่างั้นแหละ...เพราะชอบเอาผ้าขาวม้าคาดพุง...สหายหญิงชาวนาเขาไม่ทำกัน... ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm/2 ที่ 14 กรกฎาคม 2007, 21:50:15 PM
สวัสดีสหายทั้งหลาย  ตอนนี้อากาศทางพัทลุงหม่น ๆ อาการยังไม่น่าเป็นห่วงเท่ากับตรัง  สตูล   ยังอยู่ดีพอใช้ได้  ฝากขอบคุณที่เป็นห่วงครับ  ตอนนี้อากาศอย่างนี้น้ำยางไม่รู้หายไปเที่ยวไหนกันหมด  ไม่รู้ว่าขึ้นเขาหนีน้ำไปก่อนพวกเราแล้วรึยังไง   คุณหมอทั้งสองอาการน่าเป็นห่วงไม่รู้ใครจะรักษาใครดี  เพราะตอนนี้นอนซมกันทั้งสองคน  ดีที่ลูกสาวคนสวยอยู่ติดบ้านได้มานั่งคุยกับ  ลุง ๆ  ป้า ๆ  แทน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 14 กรกฎาคม 2007, 22:00:49 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1312/808390433_ef7f1f1dab.jpg?v=0)

คุณหมอกำลังอุดหนุนซีดี สายลมเปลี่ยนทิศฯ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 14 กรกฎาคม 2007, 22:05:51 PM
บอกให้คุณหมอทั้งสองมาชมรูปกันครับ :D

(http://farm2.static.flickr.com/1374/808390421_2dd5b0886c.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 14 กรกฎาคม 2007, 22:07:17 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1300/808390387_adfcb3e433.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 14 กรกฎาคม 2007, 22:09:33 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1436/808390451_aaa5fedd1d.jpg?v=0)

เด็กยังสนใจ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 14 กรกฎาคม 2007, 22:11:36 PM
  (http://farm2.static.flickr.com/1078/808390549_472a0950b6.jpg?v=0)

แอบฟัง :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 14 กรกฎาคม 2007, 22:14:32 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1061/808390559_f3e3e46bd1.jpg?v=0)

ทีมวิทยุท้องถิ่นนครศรีธรรมราช
ขอบคุณครับ ที่ประชาสัมพันธให้ตลอด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 00:05:17 AM
ถึงคุณหมอPIWAN
ฟังข่าวน้ำท่วมที่ลุ่มในอำเภอพระแสง สุราษฎร์ทางใต้คงฝนตก
มาก  คงตัดยางยากรักษาสุขภาพทั้งสองท่านนะคะคุณหมอ
เข้ามาดูรูปความคืบหน้าบ่อยๆนะคะบอกพรรคพวกที่มีเนตให้ดูด้วยนะคะ
จะได้ตามข่าวทันคะขอให้หายป่วยไวๆนะคะ




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 00:05:47 AM
ถ้าไม่ได้ลุงป้า atm ตามเก็บภาพให้ คงเสียดายมาก
บรรยากาศชาวชนบท ชาวเมืองพบกัน สุดที่จะบรรยาย

ขอบคุณครับ... ไม่ต้องห่วงเรื่องกระสุน ;D ;D


หมอไพรวัลย์ และสหาย ขอให้หายไข้เร็วๆ




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 01:04:51 AM
ลุงA :D ;D
เก็บภาพได้สวยจริง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 01:37:17 AM
ขอแจ้งการบริจาคเงิน :)
ในการทำบุญสร้างอนุสรณ์สถานและงานทำบุญกระดูกเข้าบัวเพิ่มเติม

คุณธวัช-คุณผ่อง-น้องศรีและครอบครัวบริจาค ๑๐,๐๐๐บาท
                       :D ;D

ตัวอนุสรณ์สถานใกล้จะเสร็จแล้วจากแรงกายแรงใจและทุนสนับสนุนมาอย่างไม่ขาดสาย
อีกไม่นานพวกเราคงมีโอกาสได้พบกันครั้งใหญ่ได้พบกับญาติผู้เสียชีวิตได้ร่วมกันทำบุญกระดูกเข้าบัวให้เพื่อนๆตามประเพณีวัฒนธรรมของภาคใต้เรา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 07:18:57 AM
เมื่อวานนี้พบคุณขาวคุณจันทร์ ได้นำเงินจากกองทุนของคุณเอี้ยง
มาร่วมสมทบทุนสร้างอนุสรณ์สถานในนามคุณเอี้ยง 3,000.- บาท


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 09:26:52 AM
 ;) :D
วันงานพิธีศพคุณเอียง
พี่ๆน้องและญาติคุณเอี้ยงไม่ขอรับเงินทำบุญจากเพื่อนๆคุณเอี้ยง
พี่คุณเอี้ยงยังได้ร่วมบริจาคเงินมาเพื่อร่วมสร้างอนุสรณ์สถานให้เพื่อนที่เสียสละ
และร่วมทำบุญให้กับเพื่อนๆของคุณเอี้ยง
เงินที่รวบรวมได้ในวันนั้นคุณขาว คุณจันทร์ได้เก็บไว้ทำบุญในนามคุณเอี้ยง
ที่คิดว่าถ้าคุณเอี้ยงมีชีวิตอยู่เขาอยากทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
และได้แบ่งเงินส่วนหนึ่งมาร่วมทำบุญสร้างอนุสรณ สถานตามที่คุณตุลาแจ้งมาคะ
 :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 21:15:18 PM
คู่นี้ทักกันเสียงเบามาก
แต่คนแถวนั้นได้ยินหมด :D

(http://farm2.static.flickr.com/1292/818021461_eb3f896295.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 21:17:58 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1400/818021235_aaedecbd97.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 21:21:03 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1284/818021229_9a14e0db1b.jpg?v=0)

คุยกันนานมาก

จากไปนานคิดถึงจังเลย ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 21:23:52 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1088/818021207_8d9db7de4a.jpg?v=0)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 21:26:02 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1380/818021049_1cfca792ff.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 21:50:32 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1398/818289629_8dd56c8ab7.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 21:52:48 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1131/818289607_32245c480e.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 21:54:53 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1438/818289589_f2e088d01c.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 21:57:40 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1308/818289569_64755f6640.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 21:59:19 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1132/818289563_14d1ccc883.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 15 กรกฎาคม 2007, 22:00:56 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1409/818289553_72add94c08.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 16 กรกฎาคม 2007, 00:24:45 AM
 ;) :D ;D 8)
รูปสวยมากๆ  เก็บได้ละเอียด ตอนนี้มาดูว่าใครจำใครได้บ้าง
ลองเพิ่มเติมกันดูในรูป
คุณสำรวย คุณเรือนคุณเพลิน คุณมุล คุณใจ คุณมุก คุณนันท์ คุณภิรมย์  คุณคี่น คุณร่อง คุณสว่าง คุณเชิง คุณอุบล คุณมัย คุณคม คุณจบ คุณสาคร คุณศรี คุณภิภพ คุณนิด  มีใครอีกเอ๋ย
 ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 16 กรกฎาคม 2007, 00:40:35 AM
มีคุณสมพงษ์ คุณอุไร คุณขาว คุณประทีป คุณกาจ คุณลุงเชาว์  คุณดาว คุณ :Dเรียง คุณหมอปรีดา คุณประมวล คุณเกรียง คุณพัน คุณธรรม ใครอีกเอ๋ย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: jpuusang2 ที่ 16 กรกฎาคม 2007, 11:44:18 AM
Dear Uncle Guard,
1. Wherever there is oppression, there will be resistance. (Not "resistant".)
2. Honey from the mountains of Himalayas still waits for you. :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 กรกฎาคม 2007, 13:03:46 PM
ขอบคุณครับน้าเจ.2

resistance = แรงต้านทาน   การต่อต้าน  (n)


resistant  =  ซึ่งต่อต้าน  ซึ่งคัดค้าน  (adj)


นับว่าโชคดีจริงๆ ที่ได้พบมิตรสหายเช่นน้าเจ. จึงได้ลิ้มรสน้ำผึ้งจาก Himalayas
จะเก็บไว้เปิดขวดในวันทำบุญกระดูกให้สหายที่ชะอวด ;D ;D ;D เชิญชิมครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 กรกฎาคม 2007, 15:25:25 PM
แก้ไข ตามคำแนะนำของคุณเจภูซาง 2

ด้วยความขอบคุณอย่างสูง
ฝ่ายวิชาการกลุ่มภูบรรทัด

(http://farm2.static.flickr.com/1042/825965725_5837d81009_o.jpg)

Wherever there is oppression,
there will be resistance.
[/size]





หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 กรกฎาคม 2007, 15:29:40 PM
กรุณาให้คำแนะนำอีกชิ้นหนึ่ง ที่จะนำไปสลักฯ

(http://farm2.static.flickr.com/1219/826848678_757d90885a_o.jpg)

The Heroes of People Army,You Remain in Our Hearts Forever.


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 16 กรกฎาคม 2007, 21:15:18 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1358/828854792_4fb9265d91.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 16 กรกฎาคม 2007, 21:16:57 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1103/828854768_f9ca3118bb.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 16 กรกฎาคม 2007, 21:27:00 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1239/828854746_45473a08a5.jpg?v=0)

คนที่เห็นหลังครับ
คือคนกล่าวนำการถวายผ้าป่าในครั้งนี้
สภาพทั่วไปคงคล้ายกันโดยทั่วไป
จะต่างในบางช่วง
เช่นข้าพเจ้าทั้งหลายขออุทิศ......
ให้แก่ผู้รักความเป็นธรรม  รักชาติ รักประชาชน รักประชาธิปไตย ที่ได้ร่วมการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคม........
หากท่านทั้งหลายตกอยู่ในทุกข์ ขอให้ทุกข์นั้นหมดไป
แต่ถ้าท่านตกในที่สุข ขอให้สุขยิ่งๆขึ้นไป

ไม่ทราบว่าท่านใดจำได้ช่วยต่อให้ด้วยครับ   


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 16 กรกฎาคม 2007, 21:28:59 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1233/828854694_9bc102fd0d.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 16 กรกฎาคม 2007, 21:32:33 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1009/828854650_4087cfdbfd.jpg?v=0)

ท่านนี้มาจากถังแดงครับ

คืนเงินให้ผมแล้วครับค่าซีดี
งานฉลองอย่าลืมนำมาขายนะครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 16 กรกฎาคม 2007, 21:33:39 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1398/818289629_8dd56c8ab7.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 16 กรกฎาคม 2007, 22:15:02 PM
Wherever there is Loung ATM
There will be Pa Buay ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 17 กรกฎาคม 2007, 05:59:44 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1049/832017226_c8f6f9695d.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 17 กรกฎาคม 2007, 06:01:07 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1016/832017214_beafa9248e.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 17 กรกฎาคม 2007, 06:02:32 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1381/832017206_3c5433920b.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 17 กรกฎาคม 2007, 06:03:44 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1014/832017156_cb62408e9a.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 17 กรกฎาคม 2007, 06:05:13 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1218/832017150_f3a0fe6f9e.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 17 กรกฎาคม 2007, 06:07:39 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1276/832017122_51e46bffcd.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 17 กรกฎาคม 2007, 06:22:31 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1314/831320751_6e503d662f.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 17 กรกฎาคม 2007, 06:24:17 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1227/831320729_6ff9101eb6.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 17 กรกฎาคม 2007, 06:25:49 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1228/831320677_4c0fc30205.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 17 กรกฎาคม 2007, 06:27:25 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1019/831320653_188e678a9a.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 17 กรกฎาคม 2007, 06:30:41 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1200/831320643_df43a07148.jpg?v=0)

แลกหมัด :D

ยิงสวน ;D

รูปที่สวย ยังต้องท่าดีด้วย ฮิๆ

ขอบคุณทุกคน  ขอบคุณหลายๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: jpuusang2 ที่ 17 กรกฎาคม 2007, 10:06:51 AM
Dear Uncle Guard,

It should be:
"The Heroes of the People's Army, you remain in our hearts forever."
This is grammatically correct. ;)



หัวข้อ: Re: ด้วยความขอบคุณ-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 17 กรกฎาคม 2007, 11:01:14 AM
ฝ่ายวิชาการ ฝากขอบคุณน้องเจภูซางมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
ฝากให้คำแนะนำอีกหนึ่งข้อความนะค่ะ
จม.น้อยไปให้แล้ว รอคำปนะนำอยู่ค่ะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 18 กรกฎาคม 2007, 00:17:39 AM
 ;D ;D ;D
 8) 8) 8)
ลุง A ภาพเก็บได้ละเอียด พบเพิ่มเติม ขาดใครช่วยกันเติมหน่อยนะคะ
คุณอาซิน คุณโสพิศ คุณยอด คุณโรจน์ คุณนอม คุณโฑ คุณลุงเพียร พี่เกษ  น้องกิ่ง
หลงใครอีกเอ๋ย
คราวหน้ามีโอกาสจะเล่าสินค้าลือชื่อที่พวกเราเคยดีแล้วเลิก  กับดีแล้วยังอยู่
โปรดติดตามตอนต่อไปคะ
 :D ;) ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 กรกฎาคม 2007, 19:04:24 PM
คุณยุทธ (โรงเหล็กเขต 3) คุณเดี้ยม (โรงเหล็ก) คุณมุก (การผลิต) 

วันนี้เอาภาพถ้ำมาฝาก ไม่ได้ถ่ายเอง นำมาจากเวปฯท่องเที่ยว ขอบคุณสำหรับเจ้าของภาพ

(http://farm2.static.flickr.com/1161/844399765_af736784f6_o.jpg)

เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ภายในถ้ำเป็นโพรงที่มีความลึก เป็นคูหาขนาดกว้าง โอ่โถง มโหฬารตระการตา มีเพดานถ้ำสูงโปร่ง มีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ (20,000)ตารางวา

เดิมมีชื่อเรียกว่า ถ้ำลอด หรือถ้ำเพชร หรือถ้ำยาต่อมาได้มีการตั้งชื่อว่า ถ้ำภูผาเพชร เนื่องจากภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย ที่มีลักษณะแวววาวเมื่อกระทบกับ แสงไฟประดุจเพชร จึงเรียกว่าถ้ำเพชร หรือถ้ำภูผาเพชร

ถ้ำภูผาเพชรอยู่ในเขตหมู่ที่6 บ้านป่าพน ตำบลปาล์มพัฒนา กิ่งอำเภอมะนังเดินทางจากศาลากลางจังหวัดสตูล ไปตามถนนสายสตูล-หาดใหญ่ถึงสามแยกนิคมควนกาหลง เดินทางต่อไปอีก 15 กิโลเมตร ถึงสามแยกผัง 1 ตำบลอุใดเจริญ เลี้ยวขวาเข้าถนนผัง 1 ที่ว่าการกิ่งอำเภอมะนัง ไปตามถนนจนถึงสี่แยกบ้านผัง ปาล์ม 1 เลี้ยวซ้ายประมาณ 500 เมตร เลี้ยวขวาเข้าถนนผังปาล์ม 1 บ้านป่าพน ซึ่งเป็นถนนลูกรังต่อไปจนถึงโรงเรียนบ้านป่าพนเลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 7 กิโลเมตร ก็จะถึงถ้ำภูผาเพชร

มีหลายท่านในเวปนี้เคยไปศึกษา ไปประจำที่แห่งนี้ สามสิบปีก่อนโน้นเป็นอย่างไรบ้าง :D



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 18 กรกฎาคม 2007, 23:09:50 PM
จากการที่พวกเราลงไปช่วงทอดผ้าป่า
ได้มีโอกาสคุยกับกลุ่มแม่บ้านทำ ไวท์ ได้ทำไวท์มักเมา ไวท์กระเจี๊ยบและไวท์อื่นๆ ในช่วงหนึ่งขายดีถึงขนาดออกไปนำเสนอในต่างประเทศในที่สุด
ก็ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ สหายคนหนึ่งตอบเราว่า
เขาไม่กินนิ แต่น่าจะมีหลายอย่างประกอบกัน เช่นมาตรฐานคุณภาพ
การบรรจุหีบห่อ  และในที่สุดก็ต้องเลิกทำไปแม้แต่ในประเทศก็
ไม่สามารถทำตลาดต่อไปได้ถ้ามีโอกาสวิทยุบ้านตุลาน่าจะเสนอเป็นตอนๆ
สดจากกลุ่ม


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 18 กรกฎาคม 2007, 23:29:50 PM
 :D :D ;D ;D
มีอีกกลุ่มคะที่น่าสนใจ
ไปกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม
[font=Verdana]"กล้วยกรอบแก้ว"][/font]
กลุ่มแม่บ้านคุณนอม ใช้กล้วยไข่ ปีก่อนไปวัตถุดิบไม่พอป้อนโรงงาน
ปีนึ้เห็นชาวบ้านปลูกกล้วยไข่อีกมากทีเดียว
ดีตรงที่กล้วยไข่ใช้ดิบไม่ต้องรบกับแมลงวันปีกทอง
ทำคล้ายกล้วยฉาบแต่เป็นกล้วยไข่ มีทั้งอย่างจืด และอย่างหวาน
กรอบนุ่ม  ไม่แข็งกระด้างเหมือนกล้วยฉาบ
กลุ่มนี้ทำไม่พอออกตลาด ใครได้ชิมก็อดที่จะซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากไม่ได้   วีธีทำอยากให้วิทยุนำเสนอจังเลย อร่อยจริงๆ ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 19 กรกฎาคม 2007, 04:20:48 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1345/847643574_f6bf34379d_o.jpg)
(http://farm2.static.flickr.com/1395/846780529_cc1884ff0f_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 19 กรกฎาคม 2007, 04:29:35 AM
เมื่อผมได้ปฏิบัติงานมวลชน
บันทึกจากความทรงจำของ “คุณประเสริฐ”


ผมมีโอกาสได้พบกับคอมมิวนิสต์ครั้งแรกประมาณต้นเดือนสิงหาคม ๒๕๑๙
เพราะพี่ที่ทำงานกับกรรมกรและนักศึกษาด้วยกันที่ต่างจังหวัดแจ้งว่า
 “หนูโชคดีได้รับเลือกให้ไปร่วมงาน ๗ สิงหาวันเสียงปืนแตก”

ให้เตรียมตัวเดินทาง พี่ที่ผมพูดถึงก็คือจัดตั้งของผมเอง แต่ในเวลานั้นไม่สู้จะเข้าใจกับคำพวกนี้เท่าไรนัก หลังจากรับทราบก็ตื่นเต้นพอสมควร เนื่องจากไม่เข้าใจนักว่าตัวเองมีความพิเศษอะไรนักหนาจึงได้รับเลือก แต่ก็เต็มใจจะไปร่วมงานที่ว่าให้ได้

พี่บอกว่าให้ผมถือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและม้วนรัดด้วยยางวงสีแดงไปยืนรอที่โรงหนังลาดพร้าวตามวันเวลาที่นัดหมาย จะมีคนมาถามให้ตอบตามประโยครหัสที่นัดหมายกัน ฟังดูก็ลึกลับเหมือนนักสืบดี ทุกวันนี้พยายามนึกว่าเขากำหนดให้ถามและตอบว่าอย่างไรก็จำไม่ได้เสียแล้ว ในที่สุดก็มีคนมารับตามนัดหมายและพาไปพักที่บ้านพักนักศึกษาแถวๆรามคำแหง ๑ คืน

เย็นวันรุ่งขึ้นเราก็ขึ้นรถไฟชั้น ๓ มุ่งหน้าไปอำเภอทุ่งสง จำได้ว่าถึงทุ่งสงตอนสายๆ แล้วนั่งรถต่อไปที่ อ.ห้วยยอด มีผู้หญิงผิวคล้ำอายุประมาณ ๓๐ เศษๆ หน้ายิ้มแย้มเป็นมิตรมารอรับ และให้เราซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ที่จัดเตรียมไว้คนละคันออกจากตัวอำเภอไป นั่งรถมาไม่นานก็ต้องเดินผ่านสวนยางบ้าง ลำธารเล็กๆบ้าง จนมาถึงที่พักซึ่งมีคนอยู่ ๒-๓ คน หัวหน้าเป็นผู้ชายชื่อคุณปองอยู่กับคุณมล(ภรรยา) และมีสหายหนุ่มอีกคน

มาทราบภายหลังว่าเป็นที่พักของผู้ปฏิบัติงานมวลชน ก็รู้สึกดีที่เห็นคนถืออาวุธสงครามแต่ท่าทางเป็นมิตรและคอยเอาใจใส่ดูแลเราดีมาก มีการพูดคุยไต่ถามสารทุกข์สุกดิบเหมือนคนคุ้นเคยกันมานาน ในระหว่างที่เรานั่งพักอยู่ตรงนี้ สังเกตว่ามีชาวบ้านแวะเวียนเข้ามาหลายคน มีทั้งนำผัก ข้าวสาร และอาหารมาให้ บ้างก็มาให้สหายหญิงฝังเข็มให้

เราพักอยู่ที่นี่ประมาณ ๑ ชั่วโมงก็มีสหายหนุ่ม ๒ คนพาพวกเราเดินทางต่อเพื่อไปยังที่ตั้งค่าย เราเตรียมใจว่าคงใช้เวลาเป็นวันๆสำหรับการเดิน แต่เอาเข้าจริงเราเดินเพียงประมาณ ๒ ชั่วโมงก็ถึงที่พัก ได้พบคนเมืองอีก ๖-๗ คนที่เข้ามาก่อน และก่อนถึงวันงานจำได้ว่าครั้งนั้นมีคนเดินทางมาจากรุงเทพฯประมาณ ๑๒ คน

มีต่อ

จากหนังสือบนเส้นทางภูบรรทัด ตำนานการต่อสู้ของประชาชนด้วยกำลังอาวุธ




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 19 กรกฎาคม 2007, 04:38:00 AM
ถึงวันงาน ชาวบ้านเข้ามาร่วมงานนับร้อยคน
เราใช้คำว่า “คุณ” หรือ “สหาย” นำหน้าชื่อในการเรียกขานกัน

มีข้อสงสัยหลายอย่างในช่วงที่ได้พบสหายเช่น

ทำไมชาวบ้านเดินเข้าออกที่พักสหายเสมือนเป็นญาติมิตร ทำไมชาวบ้านต้องมาคอยดูแลสหาย
ทำไมชาวบ้านจึงรู้สึกว่าเราเป็นพวกทั้งๆที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน
ชาวบ้านไม่กลัวบ้างหรือว่าการมาสุงสิงกับพวกคอมมิวนิสต์อาจถูกยิงหรือถูกฆ่าตายได้
ชาวบ้านได้ความกล้าและมองเห็นการทำงานของคอมมิวนิสต์ว่าจะมีประโยชน์ต่อพวกเขาได้อย่างไร

ทั้งหมดของคำตอบหรือความรู้ความเข้าใจเหล่านี้มาจากผลการทำงานของผู้ปฏิบัติงานของพรรคคอมมิวนิสต์ที่เราได้พบก่อนขึ้นมานั่นเอง แต่อดสงสัยต่อไม่ได้ว่าพวกเขาต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงจะได้ผลงานเช่นนี้ ข้อสงสัยเหล่านี้ถูกถามต่อไปยังสหายหลายคน และคงจะเป็นสาเหตุนี้กระมังเมื่อหลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ และผมมีโอกาสได้เข้ามาร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์อย่างจริงจัง จึงถูกถามว่าคุณสนใจจะทำงานอะไร โดยมีทางเลือกให้ ๒ ทางคือ เรียนหมอกับงานมวลชน

ผมจึงเลือกงานมวลชนเพราะนอกจากความสงสัยเมื่อครั้งมาร่วมงานวัน ๗ สิงหาแล้ว

ช่วงหลัง ๖ ตุลา จัดตั้งบอกผมว่าเราคงอยู่ในเมืองกันต่อไปไม่ได้แล้ว และระหว่างนี้ให้พักอยู่ที่กรุงเทพฯก่อน แล้วรออยู่ประมาณเกือบอาทิตย์ จัดตั้งก็มาบอกอีกครั้งว่าสายการติดต่อกับพคท.ถูกตัดขาดหมด

คุณต้องเป็นคนเข้าไปติดต่อเพื่อพวกเราจะได้มีช่องทางสำหรับเพื่อนฝูงที่อยู่ในเมืองไม่ได้จะได้มีที่ไป


ผมเดินทางจากกรุงเทพฯไปทุ่งสงด้วยวิธีการเดิมเมื่อครั้งไปร่วมงาน ๗ สิงหา แต่คราวนี้ไม่มีใครนำทางและไม่รู้จะไปพบใคร ในระหว่างทางเมื่อถึง   สุราษฎร์ธานีมีนักศึกษาถูกจับลงจากรถไฟ ก็ได้แต่นึกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนรู้จักเรา ก็เลยดั้นด้นมาถึงห้วยยอดจนได้ แต่ก็จนใจไม่รู้จะไปพบพวกสหายที่ไหน เพราะจำชื่อหมู่บ้านที่เคยแวะพักไม่ได้

มีต่อท่อน 3

จากหนังสือบนเส้นทางภูบรรทัด ตำนานการต่อสู้ของประชาชนด้วยกำลังอาวุธ





หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 19 กรกฎาคม 2007, 07:58:54 AM
ทางเลือกเดียวที่มีคือจ้างมอเตอร์ไซค์โดยบอกเขาให้ช่วยพาผมไปตามทางที่ผมจะบอกโดยให้ไปตามถนนหลังสถานีรถไฟ คนขับรถใจดีพาไปจนสุดทางที่รถจะไปต่อได้ ก็บอกว่าหมดทางไปแล้ว จึงต้องลงจากรถและปล่อยให้รถกลับไป ทางเดียวที่ทำได้คือเดินตามทางเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย

โชคดีที่มีชายกลางคนเดินมา ในมือเขาถือมีดเล่มใหญ่ มืออีกข้างถือปลอกมีดเดินยิ้มมาทักว่า
“จำผมได้ไหม เราเพิ่งขึ้นไปงาน ๗ สิงหามาด้วยกันเมื่อเดือนก่อน”
ผมรีบตอบว่า“จำได้ครับ” (ความจริงจำไม่ได้เพราะคนมาก)
แล้วเขาก็ชวนเข้าบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นนักพร้อมทั้งหาข้าวมาให้กิน
ผมรู้สึกดีและอิ่มเพราะมันคืออาหารเย็นและเช้าของเมื่อวาน และของวันนี้ในยามเที่ยง
มวลชนคนนี้บอกว่าสหายอยู่ไม่ไกล ไม่ต้องรีบก็ได้

กินข้าวเสร็จมวลชนคนนี้พาเดินลัดสวนยางมาพบคุณปองที่เดิมที่เคยพบ มีการถามไถ่ถึงเหตุการณ์ ๖ ตุลาอย่างสนใจยิ่ง ผมสามารถคุยให้ฟังได้บ้างตามข่าวสารหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์

วันรุ่งขึ้น คุณปองให้คนนำทางไปส่งที่ค่ายป่าพร้าว ได้พบคุณเคล้า คุณนา และสหายอื่นๆ ตกกลางคืนตอนประชุมก็มีการซักถามถึงเหตุการณ์ ๖ ตุลาอีก สหายบางคนร้องไห้เสียใจและเคียดแค้นในเหตุการณ์

พักอยู่ที่ค่ายป่าพร้าวได้ไม่นานก็ต้องกลับไปกรุงเทพฯอีกครั้งหนึ่งเพื่อรับนักศึกษาและผู้คนจากในเมืองที่ไม่สามารถต่อสายได้ ครั้งแรกสุดรับมาได้ ๔ คน หลังจากนั้นก็มีคนอื่นรับหน้าที่เป็นผู้รับแทน จนกระทั่งคนในกองทัพที่มาจากเมืองเพิ่มขึ้นเป็น ๑๐๐ คน แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหมด ยังคงเข้ามาเรื่อยๆ และดูเหมือนจะมีความยุ่งยากในการจัดการอยู่มาก เนื่องจากมีนักศึกษาจากในเมืองเข้ามาจำนวนมาก

ถ้าจำไม่ผิดเฉพาะที่ค่ายป่าพร้าวมีคนจากในเมืองถึง ๑๒๖ คน มากกว่าสหายท้องถิ่นที่มีอยู่ไม่ถึง ๑๐๐ คนในตอนนั้น ต้องจัดการเรื่องสถานที่พัก ที่ออกกำลังกาย ที่อาบน้ำ และเหนือสิ่งอื่นใดความกังวลใจเรื่องอาจถูกโจมตีทางอากาศ เพราะค่ายป่าพร้าวอยู่ติดไร่และไม่มีที่ให้ถอยได้มากนัก จึงมีการขยับขยายให้คนส่วนใหญ่ไปอยู่ที่ใหม่ห่างออกไปประมาณ ๑๕ นาที(โดยการเดินเท้า) ทางเหนือน้ำ และใช้เป็นที่ตั้งเขต ๓ ในเวลาต่อมา เรียกว่า “ค่ายกลาง”

จากหนังสือบนเส้นทางภูบรรทัด ตำนานการต่อสู้ของประชาชนด้วยกำลังอาวุธ






หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 19 กรกฎาคม 2007, 08:10:11 AM
ความยุ่งยากอย่างยิ่งสำหรับจัดตั้งในเวลานั้นน่าจะเป็นการจัดการดูแลคนจากในเมือง ซึ่งพกความคาดหวังต่อกองทัพประชาชนมาด้วยอย่างเต็มเปี่ยม เริ่มมีเสียงเรียกร้องว่าบรรยากาศทางการศึกษาทฤษฎีปฏิวัติต่ำ คนจากเมืองหลายคนเคยสังกัดส.ย.ท. ก็ถามหาจัดตั้งและองค์ประชุม สยท. หลายคนมีความแก่กล้าศึกษาทฤษฎีมามากก็อยากเสนอความเห็น ในที่สุดก็มีการประชุมส.ย.ท. ปรากฏว่ามีคนจากในเมืองเกือบครึ่งหนึ่งเป็นสมาชิกแล้ว จะด้วยเหตุผลใดไม่ทราบได้ผมเองก็จัดอยู่ในสมาชิกส.ย.ท.ด้วย

กลุ่มในเมืองจึงเริ่มแยกเป็น ๒ กลุ่ม จำได้ว่าในการประชุมส.ย.ท.ครั้งที่ ๒ มีข้อเสนอต่อจัดตั้งเป็นบัญชีหางว่าว แต่รวมหลักๆได้ ๒๔ ประเด็น ซึ่งนำมาสู่ความยุ่งยากตอนหลังเนื่องจากสหายท้องถิ่นที่อาวุโสบางท่านมีความรู้สึกว่าพวกคนเมืองชอบเรียกร้องไม่เข้าใจภววิสัย มีคำพูดทำนองที่ว่า เราอยู่กันมาเป็นสิบปีไม่เห็นมีปัญหาอะไร พอพวกนี้เข้ามาอะไรๆก็ถูกวิจารณ์ไปหมด

อาจเป็นโชคดีที่เรื่องยังไม่ได้ขยายใหญ่โตก็มีการล้อมปราบ ทหารเข้ามาตั้งค่ายดักทางเข้าทางท่าออก มวลชนที่ขึ้นมาปลูกข้าวบนเขาต้องลงกลับไปอยู่ในหมู่บ้าน จัดตั้งจึงให้ออกไปตั้งค่ายชั่วคราวใกล้กับบริเวณที่ชาวบ้านทำสวนทำนา เพื่อเก็บเกี่ยวข้าวแล้วนำไปซ่อนไว้เป็นเสบียงต่อไปเพราะเมื่อทหารทางการขึ้นเขามาก็จะเผายุ้งฉางของชาวบ้านทิ้งหมด

ก่อนขึ้นเขาทหารจะยิงปืนใหญ่ปูทางก่อนหลายวัน ระหว่างขนข้าวเราได้เรียนรู้ว่าเสียงปืนใหญ่ที่ยิงมาถ้าตกใกล้ ๆ เสียงจะขาดเป็นช่วงๆ แต่ถ้าเสียงหวีดยาวต่อเนื่องแสดงว่าจะตกข้ามหัวเราไปไกล

เราอยู่ที่นี่ประมาณ ๒-๓ อาทิตย์ โดยคนเมืองส่วนใหญ่มีหน้าที่ลำเลียงเพราะเกี่ยวข้าวด้วยแกะไม่เป็น ส่วนใหญ่ไม่รู้สักนิดว่ามีอันตรายกลับชอบไปเสียอีก ค่ายชั่วคราวมีกล้วยให้กินได้ตลอดเวลา แถมยังมีลำธารให้เล่นน้ำเวลาขนของเหนื่อยๆ นอกจากขนข้าวเปลือกไปเก็บยังที่เก็บแล้ว สหายบางส่วนจะถูกจัดให้ไปขนข้าวสารกะปิและพริกในเขตที่ไกลออกไปด้วย

มีอยู่ครั้งหนึ่งผมถูกจัดให้ไปขนข้าวสารกับเขาด้วย เมื่อมาถึงลำธาร ปกติน้ำจะสูงประมาณไม่เกินหัวเข่า แต่เนื่องจากฝนเพิ่งตกใหม่ๆ สหายที่นำหน้าพาเดินข้ามไปในด้านน้ำลึกระดับคอแล้วก็วนข้ามไป ผมสังเกตว่าระดับน้ำก็ไม่ได้สูงจากเดิมมากนักทำไมต้องเลือกไปข้ามด้านลึก ผมจึงเลือกเดินข้ามทางที่เคยเดินปกติ แล้วก็ได้รู้ว่าเราไร้เดียงสาเรื่องธรรมชาติจริงๆ เพราะในจุดที่น้ำตื้นนั้นน้ำเชี่ยวมากจนยืนไม่ได้ ในที่สุดก็ถูกน้ำพัดจนเปียกปอนไปหมด แถมทำให้คนอื่นตกใจและต้องไปช่วยลากกลับมา ตั้งแต่นั้นมาผมจึงเชื่อฟังและปฏิบัติตามสหายท้องถิ่นเสมอถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติ ยกเว้นเรื่องเดียวที่ผมไม่เคยทำสำเร็จคือ ตอนกลางคืนดึกๆสหายแนะนำว่าไม่ต้องลงจากเปลเวลาปวดฉี่เพราะอาจถูกทากกัดได้

จำได้ว่าคุณแก่นและคุณณรงค์เป็นคนสอน ทั้งสองแนะนำว่าให้คู้เข่าเล็กน้อยแล้วดึงชายผ้าด้านข้างของเปลมาครอบเข่าไว้ จากนั้นใช้มือจับขอบเปลและกางศอก ๒ ข้างตรึงเปลไว้ แล้วบิดตัวพลิกตัวเป็นท่านอนคว่ำอยู่ใต้เปล เท่านี้ก็สามารถฉี่ได้โดยไม่ต้องลุกออกจากเปล แต่ต้องไม่ลืมจัดการเปิดซิบและเตรียมพร้อมก่อนจะคว่ำเปล เพราะเมื่อคว่ำเปลแล้วจะไม่สามารถเปิดซิบได้ คุณณรงค์และคุณแก่นสาธิตให้ผมดูหลายครั้ง ผมพยายามแล้วหลายต่อหลายครั้งไม่เคยสำเร็จ เพราะบางครั้งก็หล่นจากเปล บางครั้งก็ฉี่ไม่ออกเพราะสมาธิอยู่ที่การติดตัวเองไว้กับเปล จนในที่สุดผมจึงยอมรับความจริงว่าผมคงเป็นนักปฏิวัติที่นอนฉี่ระหว่างอยู่บนเปลไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้เสียใจอะไร  ;D ;D ;D

จากหนังสือบนเส้นทางภูบรรทัด ตำนานการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธของประชาชน




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 19 กรกฎาคม 2007, 08:17:21 AM
เมื่อฤดูกาลล้อมปราบสิ้นสุดลง ทุกคนกลับมาอยู่ที่ค่ายเขต ๓ อีกครั้ง


จัดตั้งก็ถามผมว่าอยากจะทำงานอะไร จะเป็นหมอไหม ผมตอบได้ว่าผมไม่เป็นหมอเพราะรู้สึกว่าธรรมดาไม่เห็นปฏิวัติอะไร ผมตอบว่าผมอยากทำงานมวลชนเพราะรู้สึกว่าตามทฤษฎีงานมวลชนสำคัญที่สุด ผมจึงถูกจัดให้มาอยู่ค่ายติดกับไร่ป่าพร้าวอีกครั้งหนึ่ง มีการศึกษานโยบายพรรค ประวัติพรรค และหลายๆเรื่อง

ส่วนวันอาทิตย์ผมมักหาโอกาสติดตามสหายออกไปหาปลา ส่วนใหญ่จะขอตามคุณอำนวยเพราะเขาจะมีแก๊ป ระเบิดเอาไประเบิดปลา ได้ปลากลับมาก็ดีใจ บางวันก็ขอไปกับคุณสุดเพื่อล่าสัตว์ ผมออกไปกับคุณสุดหลายครั้ง แต่ไม่เคยเห็นสัตว์เป็นๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะคุณสุดบอกว่าเราจะต้องแก้ผ้าออกให้หมดรวมทั้งนาฬิกา ถือปืนไปอย่างเดียวเพื่อให้ลิงเข้าใจว่าเป็นพวกเดียวกันจะได้ไม่ตกใจหนีไปเสียก่อน ผมจึงเห็นสัตว์เฉพาะตอนที่มันตายแล้ว ซึ่งเป็นตอนที่คุณสุดใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้ว และผมจะมีหน้าที่ช่วยเป้ลิงที่ตายแล้วกลับมาค่าย แล้วผมก็รู้สึกดีว่าได้ทำประโยชน์ให้เพื่อนๆ

แต่ถ้าอาทิตย์ไหนไม่ได้ไปจับปลา ล่าสัตว์ ผมก็จะไปขุดมันในไร่ จนคุณนาบอกว่า ดูคุณชอบไปอยู่ในนาน่าจะปลูก “คง” (ข้าวโพด) ผมเข้าใจว่า “คง” ที่คุณนาพูดถึงเป็นหญ้าชนิดหนึ่งคล้ายๆ ต้นหอม และผมสังเกตเห็นว่าสหายบางคนไปถอนมากินเป็นผักเหนาะ
บ่อยๆ แต่นั้นมาผมก็มีงานทำทุกเช้าเย็นคือรดน้ำหญ้า โดยผมไปรวบรวมมาจากนาข้าวแล้วนำมาปลูกเหมือนแปลงต้นหอมได้ร่วมๆ ๑๐ แปลง ผมมาบอกคุณนาว่าผมปลูก “คง” ได้เกือบ ๑๐ แปลงแล้ว  ;D คุณนาค่อนข้างแปลกใจว่าผมไปเอา “คง” มาจากไหน จึงไปดูแปลงผักด้วย คุณนาคงขำมากแต่คงกลั้นไว้เพราะกลัวผมอาย :-[ :-[ แล้วจึงบอกผมว่า “คง” คือ “ข้าวโพด” ส่วนที่คุณปลูกมันคือ ต้นหญ้าชนิดหนึ่ง แต่ผมก็ยังรดน้ำเป็นปกติ คือหลังออกกายบริหารในตอนเช้าและหลังอาหารเย็นก่อนรายการบันเทิง

ชีวิตที่ค่ายเขต ๓ ของผมจบลงเมื่อผมมีชื่อในกลุ่มที่ต้องย้ายไปเขตเขาแก้วเพื่อเปิดเป็นค่ายเขต ๑ และฟื้นฟูเขตงานในส่วนนั้น บอกไม่ได้ว่าดีใจหรือเสียใจอย่างไร รู้แต่ว่าต้องไปตามคำบัญชาของจัดตั้ง

หลังจากตั้งแถวล่ำลากันแล้วก็ออกเดินทาง จำได้ว่าเราพักค้างคืนระหว่างทาง ๒ คืน เพราะหลงทางหลายครั้ง มีพ่อแก่ผัน (ตัวขาวๆ ผอมๆ) เป็นคนนำทาง ที่ค่ายเขต ๑ มีการจัดหมวดหมู่สังกัดชัดเจน ผมได้อยู่ในหน่วยงานมวลชนสมใจ มีคุณเจียมเป็นผู้นำการศึกษาก่อนออกไปทำงานมวลชน ระหว่างศึกษาได้ออกไปขนส่งบ้าง รู้สึกว่าขนส่งจะใกล้กว่าเขต ๓ เยอะ และมีช่วงเดินเขาแค่ไม่ถึง ๒ ชั่วโมงก็เดินทางราบแล้ว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 19 กรกฎาคม 2007, 23:49:08 PM
 :D ;) :D ;D ;D
ฮ้า  ฮ้า....ชอบใจ"ปัสสาวะปฎิวัติ"จริงๆนะแสดงว่าผู้เขียนยังไม่จบหลักสูตรฮิ..ฮิ..
 ;) :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 20 กรกฎาคม 2007, 00:18:05 AM
 :D ;D ;D
ขอเสนอของ  สยท.ทำไมจะไม่มากละ
 ใน เมื่อ .สยท.จากในเมืองมารวมกับยอกองทัพ(น่าจะเป็นเตรียมสมาชิก)
พอในเมืองไปเรียกร้องให้มีการขยายบทบาทของ ยอ
 อันเป็นมือขวาของพรรค
ให้มีบทบาททางการเมืองในหมู่เยาวชน
โดยการสำรวจปัญหาต่างๆเพื่อหาแนวทางศึกษาทางการเมือง
อย่างเป็นระบบ ตามหน่วย ยอ ในงานแผนกต่างๆ
เช่นถ้า ยออยู่ มี หก หน่วยๆหนึ่งเสนอ สี่ ข้อ ก็ยี่สิบสี่ข้อแล้ว
ถ้ามองแบบวิทยาศาสตร์น่าจะดี แต่กลับสร้างความรู้สึกวุ่นวายใจ
กลับการอยู่แบบสงบในอดีตเพราะเป็นการเสนอให้แก้ไขอย่างรู้สภาพบ้างไม่รู้บ้าง ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 กรกฎาคม 2007, 00:55:37 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1418/852487161_947e70c128_o.jpg)
(http://farm2.static.flickr.com/1197/853347046_1a5f5b8ba5_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 กรกฎาคม 2007, 01:21:32 AM
เริ่มต้นการทำงานมวลชน


หน่วยงานมวลชนที่เข้าไปทำงานครั้งแรกคือ หน่วยงานท่าออก ของค่ายเขต ๑ พื้นที่หมู่บ้านเขาแก้ว เขาปู่ และบ้านนาวง พื้นที่ ๓ หมู่บ้านนี้อยู่ติดกับเขตชายเขาที่ตั้งค่ายเขต ๑ เดิม เป็นเขตงานเก่าซึ่งสหายหลายคนเคยมีภูมิลำเนาอยู่ที่นี่ แต่ตอนหลังไม่สามารถรักษาเขตงานนี้ไว้ได้ เนื่องจากมีกองกำลังทหารมาตั้งที่หมู่บ้านเขาปู่ มวลชนจำนวนหนึ่งเคยเข้ามาเป็นสหาย แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ประกอบกับความกลัวทำให้บางคนถึงกับไปเป็นสายให้ทางการก็มี เรียกว่าเป็นเขตงานฟื้นฟูและกุมสภาพไม่ได้เลย

หน่วยงานนี้มีทั้งหมด ๔ คน ภายใต้การนำหน่วยของคุณรอบ มีผม คุณวิเชียรและคุณเจียม  คุณวิเชียรมาในฐานะคุ้นเคยกับคนบ้านท่ายูง จะได้ช่วยเหลือในระยะต้นๆ คุณวิเชียรเป็นคนที่สายตาสั้นมาก จะต้องก้มมองอาหารจนใบหน้าเกือบติดจานจึงจะรู้ว่าคืออะไร จำได้ว่าตอนลงมาถึงหน่วยงานใหม่ๆ เราไม่สามารถรู้ได้ว่ามวลชนคนไหนเป็นฝ่ายเราหรือฝ่ายตรงข้าม จึงจำเป็นต้องปิดลับการมาของเราอย่างยิ่ง

เราจึงค่อนข้างจะขาดแคลนอาหาร บางครั้งคุณรอบก็จะไปล่าสัตว์ บางวันคุณวิเชียรก็จะปลอมตัวออกไปซื้ออาหาร ซึ่งการปลอมตัวของคุณวิเชียรทำให้พวกเรามีเรื่องหัวเราะและถกเถียงกับคุณวิเชียรได้เสมอ เนื่องจากวิธีปลอมตัวที่แนบเนียนคือการนุ่งผ้าขาวม้าทับกางเกงขายาวที่ใส่อยู่แล้วก็สะพายปืนลูกซองยาวเดินเข้าหมู่บ้านไปซื้อของ บางวันเวลากลับจากซื้อของขากางเกงขายาวทหารลุ่ยลงไปถึง รองเท้า ดูแล้วก็ไม่เห็นจะเป็นการปลอมตัวอะไร แต่คุณวิเชียรก็จะเถียงว่านี่คือการปลอมตัวที่ใครดูไม่ออก เราจึงได้แต่หัวเราะและเรียกว่า “ปลอมตัวแบบคุณวิเชียร”

เราประจำอยู่ที่หมู่บ้านเขาแก้วและเดินทางไปเขตงานตะแพน ไป เขตงานคุณเพียรบ้างเป็นครั้งคราว งานมวลชนที่นี่ไม่มีอะไรคืบหน้านัก มีมวลชนที่กล้าสนับสนุนเราจริงจังคนเดียว งานหลักคือย้ายที่พัก คอยไปดักพบมวลชนตามสวนและตามขนำ รายไหนที่บ้านอยู่ห่างจากคนอื่นมากก็จะไปพบตอนกลางคืน ส่วนใหญ่จะคุยกันเรื่องสารทุกข์สุกดิบทั่วไปไม่ต้องบอกถึงนโยบายพรรคคอมมิวนิสต์หรือบอกว่าเราเป็นใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมวลชนที่มีอายุเลยกลางคนไปแล้วก็จะรู้จักคุณวิเชียรดี ตรงกันข้ามกับคุณวิเชียรเองที่บางครั้งจำมวลชนไม่ได้เนื่องจากมองไม่เห็น

เราอยู่ท่ายูงประมาณ ๒ อาทิตย์ สหายรอบหัวหน้าหน่วยก็แจ้งว่าเราได้พบปะมวลชนพอสมควรแล้วควรขยับไปพบทางเขาปู่บ้าง ตกกลางคืนก็เดินทางไปเขาปู่ คุณวิเชียรไปพบมวลชนคนหนึ่งทราบว่าเป็นอดีตสหาย ให้พาไปหาที่พัก ดูมวลชนคนนี้เอื้ออาทรต่อเราดีพาไปหาทำเลริมลำธารเป็นที่พัก แถมยังถือข้าวสารและเครื่องแกงมาให้ทุกวัน วันที่ ๓ ที่พักอยู่ที่เขาปู่มวลชนคนนี้เข้ามาที่พักตอนเช้าบอกว่าจะเข้าเมืองหากต้องการอะไรให้บอก ถ้ากลับจากเมืองเร็วจะได้เอามาให้ตอนเย็นหากกลับไม่ทันก็จะเอามาให้วันรุ่งขึ้น ไม่มีสหายคนไหนต้องการอะไรเป็นพิเศษมวลชนจึงจากไป

พอตกบ่ายคุณรอบแจ้งว่าให้เตรียมตัวเดินทางไปเขตงานคุณเพียรคืนนี้ หลังอาหารเย็นเรารออยู่จนมืดจึงออกเดินทาง ส่วนใหญ่คุณรอบจะเดินนำหน้าคุณเจียมและคุณวิเชียร ส่วนผมชอบเดินตามหลังเวลากลางคืน เพราะกลัวคุณวิเชียรหลงทางเนื่องจากมองไม่เห็น เราเดินจากเขาปู่โดยไม่ได้บอกใครเลย เหตุว่ามวลชนที่เราไว้ใจมีคนเดียวและเราก็ไม่แน่ใจว่ากลับมาจากเมืองหรือยังและอีกเหตุผลหนึ่งคือเราจะไปสมทบกับคุณเพียรเพื่อภารกิจทางทหารจึงไม่ต้องการให้เสียลับ จะเลือกเส้นทางที่มีโอกาสพบคนน้อยที่สุด

เราเดินประมาณ ๑ ชั่วโมงเห็นจะได้ไม่แน่ใจว่าหลงหรือตั้งใจ คุณรอบบอกให้ทุกคนรออยู่ก่อนจะแวะหามวลชนหน่อย ไม่แน่ใจว่ารู้จักกันหรือไม่เพียงแต่เห็นว่าเป็นขนำในสวนยางและมีแสงตะเกียงสว่างอยู่ พวกเราทำตามคำสั่งโดยการนั่งพักรอคุณรอบเข้าไปที่ขนำประมาณ ๑๐ นาทีได้ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา คุณเจียมก็ไม่ยอมกลับมาอีกคน คุณวิเชียรเริ่มหงุดหงิดจึงบอกให้ผมตามไปดู ผมเข้าไปใกล้ขนำเห็นคุณรอบกับคุณเจียมยืนอยู่ข้างล่างกำลังดูอะไรอยู่


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 กรกฎาคม 2007, 01:32:03 AM
คุณรอบหันมาจุ๊ปากบอกให้เงียบๆและชี้ช่องให้ผมแอบดูมั่ง ฝาขนำทำด้วยต้นระกำจึงมองทะลุได้ง่าย เห็นหญิงชายจู๋จี๋กันอยู่จึงพลอยดูไปด้วยกัน ผ่านไปสักพักหนึ่งเสียงคุณวิเชียรเดินมาด้านหลังโดยไม่สนใจว่าใครจะจุ๊ปากให้เงียบพอเข้าใกล้ก็ถามด้วยเสียงค่อนข้างดังและฉุนๆว่า “แลไหร” (ดูอะไรกัน) เท่านั้นเองทุกอย่างก็จบคนในกระท่อมรีบดับตะเกียง

คุณรอบรีบดึงมือทุกคนวิ่งหนีออกมาโดยเร็วรวมทั้งคุณวิเชียรด้วย วิ่งห่างออกมาทุกคนหัวเราะกันหมด ยกเว้นคุณวิเชียรที่บ่นงึมงำตลอดทาง จนวันรุ่งขึ้นคุณวิเชียรถามผมว่าเมื่อคืนดูอะไรกันที่ขนำผมจึงเล่าให้ฟัง คุณวิเชียรหัวเราะและพูดว่า “เสรี ทำไมไม่บอกผมมั่ง” ผมไม่อยากตอบได้แต่หัวเราะเพราะถึงอย่างไรคุณวิเชียรก็คงมองไม่เห็นอยู่ดี

ตอน บ่ายมีมวลชนมาบอกว่าทหารไปล้อมยิงที่พักที่เขาปู่เมื่อเช้ามืดวันนี้แต่ไม่ได้ ปะทะกันเพราะสหายหลบหนีไปก่อน ผมนึกในใจว่าถ้าไม่เป็นเพราะมีภารกิจ ก็คงจะสิ้นชื่อไปแล้วและหลังจากนั้นหน่วยของเราก็ไม่ได้ไปที่เขาปู่อีกเลย

ที่หน่วยงานคุณเพียรเป็นทุ่งราบ ที่พักสหายเป็นหย่อมสวนยางมีมวลชนเข้าออกตลอดเวลา มวลชนบางคนมีปืนแก๊ปเป็นอาวุธประจำตัวเหมือนสหาย เป็นหน่วยงานที่คึกคักมาก เย็นวันหนึ่งมวลชนเหลือเฉพาะที่เป็นแกนนำมวลชนจริงๆ จึงแจ้งให้ทราบทั่วกันว่าจะมีการซุ่มโจมตีทหารที่จะขึ้นมาที่ตะแพน มีการชี้แจงวิธีการรบ การจัดลำดับการรบ การจัดวางกำลัง การถอย ฯลฯ แล้วให้ทุกคนรีบไปพักผ่อนเพราะต้องตื่นตอนตี ๓ เพื่อเดินทางไปประจำแนวซุ่ม

ผมถูกปลุกให้ตื่นเตรียมตัวและตามขบวนสหายไป ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็ถึงแนวซุ่ม การข่าวไม่ได้ยืนยันหรือไม่ก็เป็นความลับทางทหาร ผมจึงไม่ทราบว่าเวลาที่รถทหารจะผ่านแนวซุ่มเวลาเท่าไหร่ แต่ทุกคนก็นั่งเงียบตามองไปที่ถนนรอฟังเสียงรถทหาร มีรถผ่านมาบ้างแต่ไม่ใช่เป้าหมาย เรารอไปจนถึง ๙ โมงเช้าก็ยังไม่มีวี่แววอะไร แต่เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาบ้างเมื่อสหายบอกว่ามีมวลชนที่มาตัดยางเดินผ่านแนวซุ่มสหายจึงกักตัวไว้่ในแนวซุ่ม เพราะหากปล่อยไปอาจเสียลับได้

สหายหลายคนอยากสูบยาอย่างมากรวมทั้งผมด้วย แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตแต่ด้วยจิตใจอยากได้ปืนไปแจกสหายที่เข้ามาใหม่ ทำให้ทุกคนอดทนไม่สูบยาได้ จนเวลาผ่านไปประมาณ ๑๐.๓๐ น. มีเสียงพุดคุยด้านหัวแนวซุ่มและมีคำสั่งให้ถอนแนว มาทราบตอนหลังว่าที่ต้องถอนแนวเนื่องจากมีชาย ๒ คนนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์มาจอดตรงแนวซุ่ม คนซ้อนท้ายเดินเข้ามาในแนวซุ่มเพื่อทำธุระ เมื่อเจอสหายจึงส่งเสียงเอะอะด้วยความตกใจและถูกสหายจับตัวไว้ ส่วนคนที่อยู่ที่รถมอเตอร์ไซค์ขับรถหนีไป

ถือว่าแนวซุ่มเสียลับแล้วจึงต้องถอนกำลังกลับมา


เมื่อการรบไม่เกิดขึ้น ความหวังที่จะมีอาวุธให้นักศึกษาก็ไม่เกิดหน่วยของเรากลับมาอยู่ท่ายูงอีกประมาณ ๒ อาทิตย์ หัวหน้าหน่วยก็แจ้งให้ทราบว่าทางจัดตั้งวางเป้าหมายจะหาอาวุธให้ได้ ต่อไปนี้ทางเขตท่าออกจะหาทางรบเพื่อเอาอาวุธมาให้ได้ เราจึงเดินทางมาสมทบกับเขตงานคุณเพียรอีกและครั้งนี้มีคุณเคล้า ซึ่งเป็นฝ่ายนำลงมาชี้นำด้วยตัวเอง มีสายข่าวว่าจะมีการขนอาวุธของทหารจากตรังมาพัทลุงโดยมีกำหนดเวลาที่ชัดเจน จึงมีการรวมกำลังจากสหายหน่วยงานมวลชนเขต ๔ มาร่วมด้วย นำโดย คุณเสริม และคุณสำเริง ทำให้มีกำลัง ๖๐-๗๐ คนได้

แผนการซุ่มโจมตีบนถนนดำตรัง-พัทลุง ก็ถูกกำหนดขึ้น  เราตั้งที่พักห่างแนวซุ่มพอสมควร จนได้เวลาก็เข้าแนวซุ่มซึ่งเป็นทางโค้งบนถนนผ่านเขาระหว่างพัทลุง-ตรัง แนวซุ่มที่นี่ดีกว่าครั้งแรกมาก เพราะไม่ต้องระวังด้านหลังจะเสียลับเพราะเป็นเขาและยังสูบยาได้ด้วย ตลอดแนวซุ่มเห็นรถที่วิ่งผ่านไปมาได้ชัดเจน ทุกคนเห็นความหวังว่าหากมีการรบจริงน่าจะชนะได้ไม่ยาก

การซุ่มดำเนินไปจนถึงประมาณ ๑๐ โมงเช้า เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นมีรถลากเสาเข็มมาจอดหน้าแนวซุ่ม คนขับรถลงมาจากรถและวิ่งเข้ามาในแนวซุ่มเข้าใจว่าคงมาถ่ายหนัก มาจ๊ะเอ๋กับนักรบทปท.เข้าต่างฝ่ายต่างตกใจ ทำอะไรไม่ถูกแต่คนขับรถลากเสาเข็มสติดีกว่าวิ่งกลับไปขึ้นรถและรีบขับหนีไป

การซุ่มโจมตีเพื่อเอาอาวุธก็เป็นหมันอีกจนได้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 20 กรกฎาคม 2007, 22:01:27 PM
 ;) :D
บทนี้คุณประเสริฐถามจัดตั้งหรือเปล่านี่
ว่าข้อนี้ผิดวินัยพรรคหรือเปล่านี่ ;D ;D
 ::) ::) :-[ :-[


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 21 กรกฎาคม 2007, 22:27:21 PM
การลงเขตงานมวลชนเพื่อโฆษณาแนวทาง นโยบายของพรรค
ในยุคที่เป็นเขตงานบุกเบิกดูจะต้องมีความรอบคอบ
และมีความระมัดระวังสูง  ในสภาพที่กุมมวลชนไม่ได้
ไม่รู้ใครคือมิตร  ใครคือศัตรู ความเสี่ยงมีอยู่ตลอดเวลา
แต่ทุกคนสรวมจิตใจ ทำเพื่อประชาชนตลอดเวลาแห่งการคิดและทำ
เพื่อส่วนรวม  ท่ามกลางความยากลำบากเราได้รับกำลังใจจากมวลชน
ขณะเดียวกันเราเสียใจที่ต้องสูญเสียเพื่อนท่ามกลางการต่อสู้ย่อม
มีความเจ็บปวด :( :( :'(
   ด้วยความหวังว่าวันหนึ่งชัยชนะจะเป็นของประชาชน
 ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 กรกฎาคม 2007, 10:56:27 AM
 :D ;D ;D ;D

เรากลับมาเขตงานคุณเพียรอีก

แต่ยังไม่มีการแจ้งว่าให้กลับหน่วยงานเดิม ทุกคนยังรวมตัวกันอยู่ที่นี่ ผ่านมาหลายวันก็ได้รับคำสั่งให้เตรียมตัวเดินทางอีก รู้คร่าวๆว่าซุ่มตีไม่ได้ก็ต้องไปตีฐาน คราวที่เดินทางจากเขตงานคุณเพียรตอนกลางคืน ผมไม่มีโอกาสรู้ว่าที่ไปคือที่ไหนเมื่อมาถึงที่พักซึ่งเป็นสวนยางเชิงเขา และมีการอธิบายแผนการบุกโจมตีในตอนสายๆ เป้าหมายมารู้ตอนหลังว่าคือโรงพักบ้านนา แผนการสำคัญคือเคลื่อนกำลังเข้าใกล้เป้าหมายที่สุด และกรูเข้าไปจี้ตัวตำรวจเพื่อยึดอาวุธ การรบจะเป็นในลักษณะไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามได้มีโอกาสต่อสู้

ผมถูกจัดไว้ให้เข้าจู่โจมบ้านพักหลังหนึ่งเป็นบ้านพักชั้นเดียวใต้ถุนสูงเมื่อยึดอาวุธเรียบร้อยผมมีหน้าที่โฆษณานโยบาย

เมื่อถึงเวลาสู้รบจริงดูอะไรๆมันเหมือนฝัน สถานที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ตอนนั้นเวลาประมาณบ่าย ๓ โมงฝนตกปรอยๆ สหายที่มีหน้าที่วิ่งไปใช้มีดถางป่าฟันลวดหนามเปิดทางให้สหายส่วนใหญ่วิ่งเข้าไปกับสหาย ๓-๔ คน ผมค้นได้ปืน เอชเค ๓๓ พร้อมซองกระสุนมา ๑ กระบอกดีใจมากเลยยึดเป็นอาวุธส่วนตัว เอาปืนลูกซอง ๕ นัดแบบปราบจราจลของตัวเองเก็บ

ผมคงตื่นเต้นมากเพราะระหว่างค้นหาอาวุธในบ้านพักมีสหายมาถามว่ารองเท้าคุณหลุดหายหรือ

ผมบอกไปว่าผมถอดไว้ตรงที่ขึ้นบันไดเพราะกลัวบ้านจะเปื้อน ผมจึงรู้ว่าตอนสู้รบไม่ต้องรักษามารยาท(จริงๆอาจทำไปโดยไม่รู้ตัว)และรีบลงมาใส่รองเท้า

เห็นคุณเพียรกับสหายยืนคุมเชลยเป็นตำรวจชาย ๓-๔ คน ทั้งหมดนุ่งผ้าขาวม้าท่าทางตกใจไม่มากนัก คุณเพียรจึงเรียกให้ไปทำหน้าที่โฆษณา มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเจอ ผมได้แต่เพียงบอกว่าเราเป็นคอมมิวนิสต์ถ้ามีการสู้รบให้ยอมแล้วเราจะไม่ทำร้ายและไม่ต้องตกใจ

ยังไม่ได้คุยหรือโฆษณาอะไรมากมีเสียงปืนดังขึ้นหลายชุดบริเวณบ้านพักอีกปีกหนึ่ง ใจผมก็ไม่อยู่กับตัวแล้ว คุณเพียรจึงพยักหน้าให้ผมไปและคุณเพียรก็คุยกับตำรวจต่อ

ผมถือปืนกระบอกใหม่วิ่งมาขอยิงมั่ง สหายใจดีถอยออกมาและให้ผมเข้าไปอยู่ในที่กำบังและให้ผมยิงแทน ผมพยายามเหนี่ยวไกยิง ปลดเซฟ แล้วก็ไม่เห็นทำงานจึงมีเสียงถามว่าทำไมไม่ยิง ผมตอบไปว่าปืนคงจะเสีย สหายจึงเข้ามายิงแทน แต่ไม่มีเสียงปืนตอบโต้จากฝ่ายตรงข้าม เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาประมาณ ๓๐ นาที ผู้บัญชาก็สั่งให้ถอยเพราะโรงพักบ้านนาห่างจากกองพันทหารต้นไทรเพียง ๓ กิโลเมตร

กองกำลังถอยกลับมาที่พักและรีบกินข้าว มีการแบ่งอาวุธให้สหายเขต ๔ ไปจำนวนหนึ่ง รอจนมืดเราก็เดินทางกลับ โดยเดินออกไปทางพื้นราบเพื่อหลบการสกัดของทหาร กลับมาถึงที่หน่วยงานคุณเพียรเกือบสว่างแต่ทุกคนมีความสุขและได้พักผ่อน มีมวลชนเข้ามาชื่นชมมากมายตกเย็นผมได้รับปืนกระบอกใหม่เป็นปืนคาร์บินกึ่งอัตโนมัติพร้อมกระสุน ๕๐ นัด และปืนกระบอกนี้เป็นอาวุธประจำตัวผมตลอดมา ผมกลับมาประจำอยู่ท่ายูงจนจบโครงการ นอกจากท่ายูงแล้วเราพยายามขยายเขตงานออกไปทางหมู่บ้านนาวงด้วย


จากเรื่อง   เมื่อผมได้เป็นผู้ปฏิบัติงานมวลชน บนเส้นทางภูบรรทัด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 กรกฎาคม 2007, 11:11:44 AM
ขึ้นโครงการใหม่มีการจัดหน่วยงานใหม่ ผมมาอยู่หน่วยงานบ้าน นาวง มีคุณเจียมเป็นหัวหน้า คุณวันดีซึ่งเป็นภรรยาคุณเจียมเป็นลูกหน่วยอีกคนหนึ่ง ส่วนหน่วยงานที่ท่ายูงมีคุณรอบ คุณเรือน คุณวิน(นักศึกษา) และคุณเคล้า ไปประจำแทน ต่อมาคุณรอบได้รับมอบหมายให้ไปประจำที่อื่น คุณวินเป็นหัวหน้าหน่วยแทน การทำงานของคุณวินได้ผลสำเร็จดีมากมีชาวบ้านเข้ามาเป็นสหายด้วยคือคุณเขียว ผมอยู่หน่วยงานนาวงด้วยความอึดอัด เพราะผมไม่ชอบอยู่ที่พักบนที่สูงไกลๆจากหมู่บ้าน ผมจึงมักมีการประคารมกับคุณวันดีอยู่บ่อยๆ

ส่วนใหญ่คือผมต้องการที่พักใกล้ๆชาวบ้านและต้องการออกไปหาชาวบ้านให้มาก แต่คุณวันดีมองว่าเราต้องสร้างความมั่นคงก่อนแล้วค่อยขยายออกไป ผมไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะรู้สึกว่าช้า ต้องออกไปเจอชาวบ้านเยอะๆ จะได้เลือกเป้าหมายได้

และผมมักถูกตำหนิว่าเสรีเพราะชอบออกไปเที่ยวตลาดกับเยาวชนหรือไม่ก็ไปหาปลา ไปขนำบนเขากับชาวบ้านซึ่งคุณวันดีไม่เห็นด้วยเพราะว่าไม่ปลอดภัยและผมก็จะทำอยู่เสมอเพราะรู้สึกว่าไม่รู้จะอยู่ที่พักเฉยๆไปทำอะไร เราอยู่นาวงในสภาพอย่างนี้ประมาณ ๒ เดือน

ในช่วงนี้มีสหายเขต ๔ เดินทางผ่านไปมาหลายครั้งทำให้ผมรู้จักสหายเขต ๔ หลายคนโดยเฉพาะเขตงานด้านฝั่งบ้านนาและลึกเข้าไปในเขต ๔

มีอยู่วันหนึ่งคุณเจียมแจ้งว่าคุณวันดีคิดถึงลูกมากจะกลับขึ้นกองทัพ ผมไม่ยอมรับ รู้สึกว่าไม่ก้าวหน้าคิดถึงเรื่องส่วนตัว ผมจึงปฏิเสธจะกลับกองทัพและอยู่เขตงานคนเดียว คุณเจียมอธิบายให้ผมฟังถึงเรื่องความปลอดภัยและวิธีปฏิบัติว่าเขาไม่ทำกันแต่ผมปฏิเสธ คุณเจียมจึงพาคุณวันดีกลับไปผมจึงอยู่เขตงานคนเดียว เมื่อไม่มีคุณเจียมผมก็สบายเพราะจะได้ทำตามใจ

ก่อนกลับคุณเจียมให้ผมถือปืนสั้นของคุณวันดีไว้ด้วยเพื่อจะได้ปลอมตัวสะดวก สิ่งแรกที่ผมทำเมื่ออยู่คนเดียวคือซ่อนของทั้งหมด ถือปืนสั้นติดเอาไว้แล้วเข้าหมู่บ้าน ไปซ้อมมวยกับเยาวชนในหมู่บ้านและทำความรู้จักคนที่ไม่เคยรู้จักเปลี่ยนที่กินข้าวและที่นอนเรื่อยไป ผมทำได้อยู่ไม่กี่วัน ตกเย็นวันหนึ่งนั่งกินข้าวอยู่บ้านชาวบ้านก็มีคนมาบอกว่าทหารค่ายต้นไทรเคลื่อนกำลังเข้ามาให้ผมหลบไป

ผมรู้สึกว่าคำแนะนำของคุณเจียมมีค่าและจริง
เพราะผมนึกไม่ออกว่าผมจะไปหลบอย่างไร
เพราะถ้าหลบไปไกลผมอาจหลงทางได้
แต่ถ้าหลบใกล้ๆก็อาจไม่ปลอดภัย
ผมจึงเลือกที่จะหลบโดยการไปมุดนอนในป่าใส
เพราะคิดว่าถ้าทหารมาก็จะเห็นได้ยาก

ผมใช้ผ้ายางพันตัวแล้วก็นอน แต่กว่าจะหลับได้ก็นานเพราะร้อนมาก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 กรกฎาคม 2007, 11:24:35 AM
ผมตื่นอีกครั้งหนึ่งเกือบ ๙ โมงเช้า
มีปัญหาว่าจะกินข้าวที่ไหน
ทหารมาจริงหรือไม่
ถ้ามาแล้วอยู่ตรงไหนความกลัวคุกคามผมมาก

แต่เนื่องจากนอนอยู่ในผ้ายางทำให้ร้อนมาก ผมคิดอะไรไม่ออกจึงเลือกที่จะไปอาบน้ำที่คลองก่อน อาบน้ำยังไม่เสร็จดีมีเสียงเคาะกะลามะพร้าวและเสียงส่งสัญญาณกุ๊กๆเป็นช่วงๆ ความที่กลัวว่าจะเป็นทหารจึงรีบขึ้นจากคลองและไม่ส่งสัญญาณตอบกลับไป ในใจกลัวว่าจะเป็นทหาร แต่อีกใจก็โกรธว่าจะมาไล่ต้อนยิงเราเหมือนกระต่ายเชียวหรือ

ผมจึงเลือกที่จะเดินเข้าหมู่บ้านเพื่อให้รู้ดำรู้แดงไปเลย ซึ่งผมคิดถูกเพราะชาวบ้านบอกว่าทหารมาจริงแต่ก็ถอนไปแล้ว ส่วนที่มาส่งสัญญาณเป็นสหายจากฝั่งโน้น(เขต ๔) ผมจึงกลับมาใหม่และส่งสัญญาณตอบไป เมื่อได้พบกันจึงรู้ว่าผู้ที่มาคือคุณรวมและมีมวลชน ๒ คน อดีตสหายสามีภรรยา ทั้งหมดต้องการไปปรึกษาสหายนำว่าจะทำอย่างไรเพราะไม่สามารถอยู่ในหมู่บ้านได้อีกต่อไป แต่ต้องมาทางเขต ๑ เพราะใกล้กว่าฝั่งเขต ๔ มาก ผมจึงนำทางทุกคนไปกองทัพ

ผมถูกคุณวินตำหนิมากเรื่องไม่เชื่อฟังคุณเจียม และทำตัวไม่ขึ้นต่อใคร แต่อย่างไรก็ตาม คุณเคล้าก็ตั้งผมเป็นหัวหน้าหน่วยงานบ้านนาวง โดยมีคุณรอดซึ่งเป็นมวลชนก้าวหน้าเป็นลูกหน่วย คุณรอดเป็นมวลชนที่บ้านนา หลังจากเราตีโรงพักบ้านนาแล้ว คุณรอดถูกเพ่งเล็งว่าเป็นตัวประสานจึงถูกคุกคาม อยู่อย่างไม่ปลอดภัย
ผมพาคุณรอดไปเขตงาน ได้แวะพักเขตงานคุณวินรอจนค่ำจึงค่อยเดินทางไปบ้านนาวง

ระหว่างทางเจองูเหลือมตัวใหญ่นอนขวางทางอยู่ผมต้องการเอางูไปขายเพื่อเอาเงินไปซื้อบุหรี่ คุณรอดกลัวงูไม่เอาด้วย ผมใช้อำนาจหัวหน้าหน่วยสั่งให้ช่วย โดยผมเอาไม้กดคองูไว้ให้คุณรอดตัดไม้และหาเถาวัลย์มามัดคองู ในที่สุดผมจับได้และมัดติดกับไม้ไว้ แต่ไม่ว่าผมจะใช้อำนาจหัวหน้าหน่วยสั่งให้คุณรอดช่วยหามงูอย่างไร คุณรอดก็ไม่ยอม พูดอยู่คำเดียวว่า “ผมไม่ใฝ่ๆ”(ผมไม่ยุ่งด้วย) ผมจึงต้องคอนงูมาคนเดียว โดยคุณรอดบอกว่าจะไม่แตะต้องเงินที่ขายงูได้เลย ยกให้ผมคนเดียว

ผมต่อสู้กับงูมาตลอดทางเพราะต้องการได้งูเป็นๆจะได้ไม่เสียราคา ที่สุดก็เอางูไปฝากชาวบ้านขายจนได้ ผมรอเงินขายงูอยู่ ๓-๔ วัน จึงไปหาชาวบ้านหวังว่าจะมีเงินซื้อยาขาวมาสูบให้หนำใจเพราะตอนนั้นได้รับเงินเดือน ๒๕ บาท ไม่พอแม้แต่จะซื้อยาเส้นเพราะแต่ละวันต้องจ่ายค่ายาเส้น ๑ บาท ใบจาก ๕๐ สตางค์ จึงต้องสูบยาเขียวที่ขอมาเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่สุดก็ต้องหัวใจสลายเพราะได้รับคำตอบว่าขายงูได้ ๑๕๐ บาทแต่ใช้หมดแล้วไม่มีเงินให้คืนด้วย คุณรอดดูจะมีเรื่องสนุกอยู่ ๒-๓ วันเพราะมีเรื่องแซวผมเล่นเรื่องเงินค่างู ผมทำงานที่บ้านนาวงกับคุณรอดแบบตามสะดวกไม่มีการทำที่พักใช้วิธีเคลื่อนที่ีไปเรื่อยๆ มีกระท่อมร้างก็นอนแล้วย้ายไปที่อื่นต่อ อยู่ได้ไม่ถึงเดือน ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับคุณรอดก็อยู่ในขั้นดีมาก แต่คุณรอดเป็นคนฐานะค่อนข้างดีในหมู่บ้านมีอาหารการกินสมบูรณ์เมื่อมาอยู่ป่าหลาย วันก็อยากกลับบ้าน ผมเป็นหัวหน้าที่ดีก็ตามใจ คุณรอดพาผมแอบไปบ้านนา ไปอยู่ที่พักร้างของเขตงานสหายเขต ๔



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 22 กรกฎาคม 2007, 23:42:53 PM
 :D ;D ;D
ท่ามกลางการปฎิวัติขณะนั้น
ก็มีเรื่องขำขันในหมู่นักปฎิวัติเสมอ
เช่นการที่จะขึ้นไปยึดอาวุธบนบ้านพัก
ก็มารยาทดีกลัวบ้านสกปรกเลยถอดรองเท้าไว้ก่อนขึ้นบ้าน
 ;D ;D ;D ;D ;D



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 24 กรกฎาคม 2007, 22:35:07 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1173/750084324_ef104275a8_o.jpg)

ตามภาพลายเส้นที่คุณเสือเขียนนี้ มีแค่สหายสองคนกำลังตำข้าว
ผลผลิตทั้งวันเลี้ยงได้ไม่เกินหนึ่งหมู่

เวลาไปตำข้าวเลี้ยงทั้งค่าย อย่างน้อยสุดต้องจัดสหายไปเป็นสิบ
เสียงครกดังบึกๆๆ เสียงสหายก็ดังตามไปด้วย สนั่นไปทั่ว
เวรประจำวันต้องเข้ามาเตือนเรื่องเสียงอยู่เรื่อย เดี๋ยวจะเสียลับทางการทหาร ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 24 กรกฎาคม 2007, 22:36:21 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1205/847396586_8550050898_o.jpg)

ห้วยใส ฝั่งท่าตก ตรัง เขาหลักอยู่ที่ใด ?


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 24 กรกฎาคม 2007, 22:42:00 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1150/885651467_7ef6ec2361_o.jpg)

ภาพนี้น่าจะไม่เคยลงในหนังสือ ภาพมืดมาก

เป็นภาพเช้ามืด ที่เขต 3
เสียงน้ำค้างตกลงบนใบไม้ดังแปะๆ อากาศหนาวเย็น
สหายต้องมาออกกายบริหารทุกวัน
ยกเว้นพี่เลี้ยง คนไข้  ;D ;Dและผู้..เสรีเป็นนิจ ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 24 กรกฎาคม 2007, 23:45:48 PM
พวกเราคงจำกันได้ว่าประมาณปี  2520   
เขต 3 ถูกล้อมปราบ ขณะเดียวกันบนกองทัพก็มีคนมาก นักศึกษา
ปัญญาชน  ชาวนาทยอยกันขึ้นมาหลัง 6 ตุลา ขณะเดียวกัน
ชาวบ้านที่ปลูกข้าวก็ไม่กล้าขึ้นเก็บเกี่ยวผลผลิต
ทีนี้เอง ทปท ทั้งเก่าใหม่ ฝึกใช้แกละเก็บข้าว
(เหมือนเกี่ยวข้าวแต้ใช้คล้ายใบมีดเก็บเอาแต่รวง)
ใหม่ๆคงเรียกเลือดจากนิ้วชี้หรือนิ้วกลาง
จากหลายๆคนได้รวมทั้งเราเองด้วย
แล้วนำมามัดเป็นก้อนใหญ่ๆประมาณ 1-2 กิโลกรัม
แล้วตากแห้งนำไปเก็บในยุ้งฉาง รอการนวด
 ;) ;) ;) ;)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: butterfly ที่ 25 กรกฎาคม 2007, 00:54:46 AM
......อยู่ที่ป่าพร้าว...ต้องจัดเวรกันไป..นวดข้าว..
......เพราะเก็บข้าวด้วย..แกะ...คอรวงจึงสั้น...
......ต้องใช้เท้าเปล่า...นวด....ทั้งแสบ..ทั้งคัน
......เสร็จแล้วก็เอาไปตำด้วยครกอย่างในภาพที่คุณเสือวาด.....
......ต่อจากนั้นก็....ฝัด...เอารำ..เอาแกลบ..ออกไป...ได้ข้าวพร้อมหุง... :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 25 กรกฎาคม 2007, 04:29:55 AM
 :D ;D ;D ;D
อ้อ........แกะ เก็บข้าว  ขอบคุณมากคะป้าผีเสื้อ
ใช่เลย...นวดข้าวด้วยเท้า(ตีน)เหยียบให้เมล็ดข้าวหลุด
ร่วงหล่น..ไปรามกันใต้ซี่ผืนไม้ไผ่ที่ผูกกันถี่ๆ ให้ข้าวรวมเป็นกอง
แสบคัน...อย่างป้าว่าแถมถ้าเหยียบไม่ดีเมล็ดไม่หลุดอีก
 ; :D :D :D :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 กรกฎาคม 2007, 10:16:50 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1228/900491357_84350e7f63_o.jpg)

น่าจะเป็นภาพที่สตูล (เขต 2 ) ภาพนี้ต้องให้คุณชาลีบรรยาย มีวงจรยุทธ์อยู่ในนั้นแว๊บๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 กรกฎาคม 2007, 10:22:00 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1341/900490925_23dfbbeb4b_o.jpg)

ภาพวาดบนเวที เป็นผลงานของฝ่ายวัฒนธรรม
คุณคาน คุณเสือ คุณเชาว์ จากแนวร่วมศิลปินร่วมด้วย

คุณแสงธรรมดา ส่วนใหญ่จะเขียนลายเส้นภาพตัวหนังตะลุง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ตอมปัวล์ ที่ 26 กรกฎาคม 2007, 11:30:40 AM
นอกจากเลิกเติมแจ๊สโซฮอล์  แล้ว....ผมว่าจะไปถอนฟันบ้าง

เห็น ๆ ว่าคนฟันหลอนี่ถ่ายรูปสวยและเขียนหนังสือสนุก น่าอ่านชะมัด

 :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 26 กรกฎาคม 2007, 18:45:32 PM
พูดถึงเรื่องเก็บข้าวตำข้าวน่าจะคล้ายๆกัน  ที่สงขลาเขต1หลัง 6ตุลามีนักศึกษาขึ้นไปมากจนกลายเป็นคนส่วนใหญ่  พอดีข้าวไร่ที่สหายปลูกไว้เก็บได้  พร้อมกับมีข่าวการวางแผนปราบครั้งใหญ่  จึงต้องระดมสหายเก็บข้าวด้วยแกะ  เมื่อสหายใหม่มากแต่แกะมีน้อยก็ต้องใช้มือเด็ดทีละรวงจนเลือดออกกันท้วนหน้า  อย่างที่คุณป่าพนว่า   เสร็จแล้วข้าวที่เก็บมาก็ไม่ได้กิน  ทางการขึ้นปราบ  สหายก็ต้องหลบ  ข้าวจึงถูกศัตรูเผาตามระเบียบ
การล้อมปราบครั้งนั้นทำให้สหายต้องวนเวียนเพื่อหลบหลีกไปมาอยู่เกือบเดือน  ต้องกินข้าวต้มวันละสองมื้อ  เช้ากินข้าวเสร็จก็ออกเดินตกค่ำกินข้าวต้มเสร็จ  ก็นอนตามพื้นบ้างผูกเปลบ้าง  เป็นเช่นนี้อยู่สิบกว่าวัน  จนอ่อนล้า  ฝ่ายนำจึงตัดสินใจถอยไปตั้งหลักทางฝั่งสตูล พัทลุง  เพราะสหายส่วนใหญ่เป็นสหายใหม่  อาวุธก็มีอยู่นิดเดียว
ข้ามถนนสายหาดใหญ่-สตูล  ใช้เวลาเดินตั้งแต่เย็น กว่าจะได้พักกินข้าวก็เที่ยงวันรุ่งขึ้น  เมื่อติดต่อสหายทางสตูลได้ ก็มีเวลาพักฟื้น  จนค่อยๆเดินต่อไปจนถึงที่ป่าพน  พักอยู่ที่นั้นหลายวัน  สหายทางสตูลติดต่อซื้อข้าวจากมวลชน  โดยเราต้องไปเก็บเองจากไร่  ครั้งนี้เก็บ-นวด-ฝัดข้าวอยู่ที่ไร่มวลชนหลายวัน  จึงเป้ข้าวเปลือกขึ้นมาที่ค่ายป่าพน  ตำด้วยครกที่สากทำเหมือนฆ้อน
ค่ายป่าพนที่ว่าเป็นค่ายเก่าของสหาย  มีไร่อยู่ข้างๆทิ้งร้างไว้  ข้างๆไร่มีถ้ำน้ำลอดสวยงามมากๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 26 กรกฎาคม 2007, 21:40:54 PM
ตัวปลอมเลิกเติมแจ๊สโซฮอลล์แล้เหรอ... ดีใจด้วยนะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: butterfly ที่ 26 กรกฎาคม 2007, 23:40:42 PM
....ลุงสามารถ..ได้เข้าไปในถ้ำแล้วขึ้นไปยืนบนเนินสูงๆกลางถ้ำด้วยหรือเปล่า...
....เพราะเพดานถ้ำมีช่องทะลุ....แสงสว่างส่องเข้ามาเป็นลำ...สวยจริงๆ...
....ที่แน่ๆ...เวลาไปยืนบนเนิน...ให้ตรงกับช่องทะลุ...แล้วร้องเพลง.....
......เสียงเพราะ..กังวาล..น่าฟัง...ทุกกกกกคนนน...... :D :D :D
.....ป้าผี..ชอบมากกกกกกก.... ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 27 กรกฎาคม 2007, 22:50:37 PM
ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก  สายน้ำที่ไหลลอดมีปลาตัวใหญ่ๆกลางถ้ำมีช่องลอดทะลุด้านบน  บางช่วงต้องเดินลุยน้ำถึงเอว  ผมไม่ยืนร้องเพลงครับจึงไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร   พอทะลุอีกด้านมีซากไม้เป็นเรือเก่าอยู่เข้าใจว่าน่าจะมีมวลชนเคยขึ้นมา   สองปีก่อนมีโอกาสไปเยือนอีกครั้ง  แต่จำอะไรไม่ค่อยได้เดี่ยวนี้มีวัดอยู่หน้าถ้ำ  วันที่ไปฝนตกน้ำขึ้นสูงจึงไม่กล้าเข้าไป  ได้แต่ยืนดูอยู่หน้าถ้ำ  แต่ข้างๆมีอีกถ้ำแต่ต้องเดินขึ้นไปอีกหน่อย  มีหินงอกหินย้อยเช่นกัน  สมัยก่อนไม่ได้สำรวจว่ามีถ้ำนี้ด้วย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Emptiness ที่ 28 กรกฎาคม 2007, 19:39:42 PM
   เข้าถ้ำระวัง งูสามเหลี่ยม ชอบวิ่งเข้าหาแสงไฟ ผมเคยโดนครั้งหนึ่งขณะเดินส่องไฟฉายเดินจากป่าพลจะไปตัดกล้วย
   เถื่อน(กล้วยป่า) มาให้พี่เลี้ยงทำอาหาร พี่เล่นวิ่งสวนแสงไฟขึ้นหน้าแข้งเลย แต่เป็นงูตัวเล็กแต่ก็เล่นเอาตกใจมาก
   กลังฮูอยู่แล้ว  ครั้งล่าสุดเมื่อหลายปีก่อนกลับไปเยี่ยมถิ่นเดิมก็เจออีก คราวนี้เด็กเดินล่วงหน้าเข้าไปก่อนเกือบเหยียบ
  เอาเพราะเดินไปก่อนไฟฉาย โชคดีที่งูคงจะกินอิ่มมากเลยไม่เคลื่อนไหวได้แต่นอนขดอยู่เฉย พวกเราเถียงกันว่า
  มันมีพิษหรือไม่ เพราะแต่ก่อนไม่รู้ว่าเป็นงูสามเหลี่ยม รู้แต่งูปล้องทองซึ่งเป็นภาษาถิ่น มีสีเหลืองสลับดำเป็นปล้องๆ
  มารู้เอาทีหลังว่าเป็นชนิดเดียวกัน ทางอีสานเรียกว่างู ทามทาน แต่เพื่อความปลอดภัยจึงจัดการตีเผื่อว่าเวลาเดินกลับออกมาจะได้ไม่โดนเล่นงาน การตีงูครั้งนั้นคุณว่องยังรู้สึกว่าเป็นบาปอยู่ถึงวันนี้
      ทางเดินในถ้ำจะเดินลุยน้ำไปตลอด มีช่วงกลางถ้ำที่น้ำลึกต้องว่ายน้ำข้ามไปฝั่งตรงข้ามแล้วค่อยเดินเลียบฝั่งน้ำจะค่อยตื้นขึ้น ช่วงว่ายข้ามน้ำลึกและเย็นบางคนเป็นตะคริวต้องระวัง ถ้ำนี้ใช้เวลาเดินทะลุประมาณ 30-45 นาที
     จำได้ว่าครั้งหนึ่งหน่วยศิลปิน ไปอัดเสียงในถ้ำนี้โดยทุ่มหินลงน้ำให้เป้นเสียงระเบิด และอัดเพลง"ถั่งโถมโหมแรงไฟด้วย" เพราะได้ยินทาง ส.ป.ท.แต่ไม่มีเทปฟัง จึงเข้าไปเล่นกันเองอัดกันเองเอาไว้ฟัง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 29 กรกฎาคม 2007, 22:01:11 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1110/939555357_015678b736.jpg?v=0)
ขอมอบดอกไม้ให้แก่วีรชน ภูบรรทัด

ขอบคุณน้องธรรมบุญที่เปิดเพลงนี้ปิดรายการ

ถ้าได้พรุ่งนี้ขออีกครับ เพราะเพิ่งฟังเป็นครั้งแรกครับ :D



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 30 กรกฎาคม 2007, 21:02:24 PM
กำหนดวันหรือยังครับ
ลุงกาจหายไปไหน ???


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 31 กรกฎาคม 2007, 03:04:08 AM
ยังไม่ได้กำหนดวันทำบุญเลยครับ
ช่วงนี้สหายทางชะอวดแจ้งว่าฝนเทลงมามาก
ไม่ได้ลงงานเท่าได งานที่เหลือเป็นช่วงตกแต่งปั้นปูน ติดตั้งแกรนิต และลงสี
อากาศชื้นๆทำสีไม่ค่อยดี


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 31 กรกฎาคม 2007, 03:24:54 AM
ถูกจอมก่อกวน ตัวปลอมๆ ฟาดพิงมาหลายวันแล้ว
เรื่องฟัน ..ตอนนี้ไม่หลอแล้ว.. ;D

และเรื่องที่ลงนั้นลอกจากหนังสือภูบรรทัดบ้าง ที่อื่นๆบ้าง
เขียนเองไม่กี่บรรทัดหลอกครับลุง

(http://farm2.static.flickr.com/1056/930734467_3eab8fa5a3_o.jpg)

ผมชอบภาพนี้มาก ในภาพมีองค์ประกอบที่บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีความสุข และอบอุ่น
บ้านพัก หลังคาและฝาทำจากใบจากถักร้อยเรียงกันหนาทึบกันฝนที่ตกชุกได้ดีมาก
วันไหนถ้าฝนไม่ตก เช้าๆก่อนลงปฏิบัติงานจะมานั่งผิงแดดอุ่นๆและคุยกัน พ่อแกสิน ลุงสนิท
มีเรื่องเล่าให้พวกเราฟังมากมาย คำพูดของผู้เฒ่าล้วนเสริมสร้างความรักความผูกพัน

ป่าแห่งนี้น่าจะเป็นที่ไร่ป่าพร้าว สถานที่ฝึกฝนหล่อหลอมนักรบให้รักงานใช้แรงงาน
และบ้านหลังที่เห็น เคยมีไอ้บ้องหลาเลื้อยเข้าไปทักทายคุณหลุยตอนที่แกนอนซมจากพิษไข้
หลังจากนั้นไข้หายตามไอ้บ้องหลา(จงอาง)ไปเลย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: พิณไร้สาย ที่ 31 กรกฎาคม 2007, 14:56:15 PM
เดินทางวันไหน วานลุงกาจแจ้งด้วยเด้อ เผื่อว่าง :)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 31 กรกฎาคม 2007, 22:40:00 PM
 ;) :D ;) :D ;D
เรียนลุงพิณ

ลุงกาจฝากเรียนว่ายังไงๆต้องแจ้งแน่นอนคะ
ตอนนี้มีสมาชิกถามถึงการเปิดอนุสรณ์แทบทุกวัน
ขอเวลาเตรียมงานให้เรียบร้อยกว่านี้ก่อนนะคะ
อีกอย่างตอนนี้ก็เข้าช่วงที่ฝนตกชุกด้วยอย่างไรก็ตาม
ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนพอสมควรผ่านเวปคะ
ขอขอบคุณทุกคนนะคะ ที่จะไปร่วมรำลึกถึงเพื่อนๆ
                           ป่าพน
 :D :D :D :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 31 กรกฎาคม 2007, 22:44:30 PM
 8) 8) :D ;D
ลุง Aดอกไม้ลุงนี้สวยจริงๆ
อย่าบอกนะว่าอยู่ทีฝีมือ
เรื่องวันงานตอนนี้ยังไม่ได้กำหนดคะ
เร็วๆนี้เมื่อหน้างานเสร็จ
เราคงจะมีการประชุมกันเพื่อ
กำหนดวันงานที่แน่นอนอีกครั้งนะคะ
 ;) :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 31 กรกฎาคม 2007, 23:23:20 PM
 :D :Dเมื่อประมาณปี ๔๒-๔๓
 เห็นจะได้(ปีผิดช่วยแก้ไขนะคะ)
ที่พวกเราไปพักที่ รีสอร์ทคุณรัตน์ แล้วรุ่งขึ้นเรา
จึงเดินทางต่อไปยังจุดหมายที่ตั้งใจคือถ้ำภูผาเพชร
จังหวัดสตูลซึ่งเป็นเขตงานเก่าอยู่ใกล้ค่ายป่าพน
ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว
 :D ;D :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 03 สิงหาคม 2007, 20:08:34 PM
ปีนั้นพวกเรามีความตั้งใจสูงมากที่อยากไปพบพรรคพวกที่เคยกิน เคยนอน
เคยร่วมทุกข์ ร่วมสุข  บนพื้นดินจังหวัดพัทลุง ตรัง สตูล
เราวาดฝันกันว่าเราจะพากันขนเสบียง  ลอดถ้ำ ไปรำลึกความหลัง
กันฝั่งโน้น  ซึ่งเป็นอดีตค่ายเก่าของพวกเรา
พวกเราจะเข้าถ้ำชมความงาม  บริเวณไหนน้ำมาก
พวกเราจะเอาไม้ไผ่ผูกเป็นแพล่องผ่านช่วงที่น้ำมาก
ภายในถ้ำ   พวกเราจะไปงมหอยโล้(หอยตัวยาวๆเหมือนเเจดีย์อาศัยอยู่บนทราย 
ตัวสะอาดไม่เหมือนหอยขม)เอามาแกงกินกัน
นั่งรำลึกถึงอดีตที่ดี ๆ  นั่งร้องเพลงเก่าๆ(แบบเสรีชนง่ะ)
และแล้วถึงเวลาจริงๆเป็นอย่าง ใครเดาได้ ใครรู้  เล่าต่อได้เลยคะ
 :D ;D :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 05 สิงหาคม 2007, 00:38:20 AM
 :D :D :D
พวกเราเดินทางไปถึงบริเวณถ้ำภูผาเพชร
เวลานั้นมีศาลาวัด 
 มีสหายของเราส่วนหนึ่งตระเตรียมหุ้งหาอาหารด้วยกะทะใบโต
ที่อดีตเคยใช้กัน      เพียงในอดีตข้าวในกะทะที่เราหุ้ง
จะผสมด้วยกล้วยแก่หรือหัวมันสัมปะหลัง พวกเราส่วนหนึ่ง
จัดตระเตรียมหาที่กางเต้นท์ ผูกเปล  ตามอัธยาศัย
บริเวณด้านในใกล้ศาลาวัด
จากลานจอดรถลงมาไม่ไกลก็มีคนมาออกร้านค้ามากมายเหมือนมีงานด้านซ้ายมือ
ส่วนด้านขวามือก็มีการตระเตรียมเวที
 ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 05 สิงหาคม 2007, 01:13:23 AM
ถ้ำที่ว่านี้ไปทางไหนครับ
(http://www.satunprovince.net/images/map_district_satun.jpg)

ใช่ตรงนี้หรือเปล่าครับ

1.   ถ้ำภูผาเพชร  เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่  ภายในถ้ำเป็นโพรงที่มีความลึก  เป็นคูหาขนาดกว้าง  โอ่โถง มโหฬารตระการตา มีเพดานถ้ำสูงโปร่ง มีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ (20,000) ตารางวา ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 6บ้านป่าพน   ตำบลปาล์มพัฒนา   กิ่งอำเภอมะนัง   ห่างจากศาลากลางจังหวัดสตูลไปตามถนนสายสตูล-หาดใหญ่  ถึงสายแยกนิคมควนกาหลง เดินทางต่อไปอีก 15 กิโลเมตร ถึงสามแยกผัง 1 ตำบลอุใดเจริญ     เลี้ยวขวาเข้าถนนผัง 1 ที่ว่าการกิ่งอำเภอมะนัง ไปตรงถนนจนถึงสี่แยกบ้านผังปาล์ม 1 เลี้ยวซ้ายประมาณ 500 เมตร เลี้ยวขวาเข้าถนนผังปาล์ม 1  บ้านป่าพน  ซึ่งเป็นถนนลูกรังต่อไปจนถึงโรงเรียนบ้านป่าพน  เลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 7 กิโลเมตร ก็จะถึงถ้ำภูผาเพชร


   2. การเดินทางขึ้นถ้ำภูผาเพชรจะต้องเดินทางโดยบันได  ภายในถ้ำเต็มไปด้วยหินงอก  หินย้อย       ที่ลักษณะภายในแบ่งเป็นห้อง ๆ ไม่ต่ำกว่า 20 ห้อง แต่บันไดที่มีอยู่ในถ้ำเป็นบันไดไม้เล็ก ๆ ที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้นักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปชมภายในถ้ำต้องเดินทางด้วยความยากลำบาก และแสงสว่างจากไฟฟ้าที่มีอยู่เดิมไม่เพียงพอ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 05 สิงหาคม 2007, 01:23:45 AM
ชายฝั่งทะเลตะวันตกทางภาคใต้ของไทย ติดชายแดนไทย-มาเลเซีย
ริมฝั่งทะเลตะวันตกของแหลมมลายู ด้านมหาสมุทรอินเดีย มีพื้นที่ ๒,๔๗๘ ตารางกิโลเมตร

เป็นที่ตั้งของจังหวัดสตูล จังหวัดเล็กๆ เงียบสงบ  ที่อุดมไปด้วยธรรมชาติป่าเขาอันสมบูรณ์
และรายล้อมไปด้วยหมู่เกาะสวยงามต่างๆ กว่าแปดสิบเกาะ
ที่รู้จักกันดีและมีชื่อเสียง คือ หมู่เกาะตะรุเตา หมู่เกาะอาดัง-ราวีและหมู่เกาะเภตรา

สตูลมีพื้นที่ 2,478 ตารางกิโลเมตร สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นเนินสูง มีที่ราบป่าเขาและห้วยน้ำลำธารทางด้านตะวันออกของพื้นที่ ตอนกลางใกล้ชายทะเลเป็นที่ราบ  มีภูเขาและที่ราบลุ่ม ส่วนชายฝั่งทะเลเป็นที่ราบและป่าชายเลนน้ำท่วมถึง มีป่าโกงกางและไม้แสมมาก
 
สตูลอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 973 กิโลเมตร ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม มีชายฝั่งทะเลยาว 144.8 กิโลเมตร สตูลแบ่งออกเป็น 6 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง  อำเภอควนโดน อำเภอท่าแพ อำเภอควนกาหลง อำเภอละงู อำเภอทุ่งหว้า และ กิ่งอำเภอมะนัง



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 05 สิงหาคม 2007, 01:25:47 AM
ภูมิอากาศ    พื้นที่จังหวัดสตูลได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่านอ่าวไทยและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากมหาสมุทรอินเดีย  ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบร้อนชื้น มี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อนกับฤดูฝน โดยมีช่วงฤดูฝนยาวนาน ระหว่างเดือน พฤษภาคมถึงธันวาคม และมีช่วงฤดูร้อนเพียง 4 เดือน คือ  เดือนมกราคมถึงเมษายน ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยประมาณ 2388.9 มม. อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ในช่วง 27.6 - 28.4 องศาเซลเซียส

อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดอำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง และ
  อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง 
 
ทิศตะวันออก ติดอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และ รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย
  
ทิศใต้ ติดรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย
  
ทิศตะวันตก ติดทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 05 สิงหาคม 2007, 18:52:29 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1326/1016246673_1c1144fee0_o.jpg)
บทบันทึก “วงจรยุทธ์ หน่วยศิลป์แห่งภูบรรทัด”

นี้เขียนขึ้นจากความทรงจำที่เลือนลางของผมซึ่งห่างจากเหตุการณ์จริงไปถึง ๒๕ ปี ย่อมมีหลายด้าน หลายแง่ หลายมุม ที่ตกหล่นตามรายทางของกาลเวลา ข้อมูลเกี่ยวกับ วัน เดือน ปี หรือสถานที่เกิดเหตุการณ์ กระทั่งชื่อบุคคล อาจจะคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย
   หากมีความผิดพลาดประการหนึ่งประการใดเกิดขึ้น ก็ขออภัยมา
ณ ที่นี้ด้วย

บทบันทึกฉบับนี้ อาจจะมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของบทเพลงเพื่อชีวิต หรือบทเพลงเพื่อการปฏิวัติในแง่ของการทำงานด้านศิลปะในสถาน การณ์สู้รบ อาจจะเป็นบทเรียนสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ยังจะต้องก้าวไปในหน้าประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ เพื่อสังคมดีงามที่เราใฝ่ฝัน

   หากคุณค่าและความดีนั้นมีอยู่จริง ผมขออุทิศให้กับ “สหายเกริก”  และ “สหายไว” นักสีไวโอลินจากเมืองโคราช สองสมาชิกของหน่วยศิลป์จรยุทธ์แห่งภูบรรทัด ผู้เป็นตำนานอันเป็นอมตะแห่งขุนเขาอย่างแท้จริง


บันทึกจากคุณแสง ธรรมดา (ผมในที่นี้ คือคุณแสง ครับ ไม่ใช่ผม ;D) จากบนเส้นทางภูบรรทัดฯ



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 05 สิงหาคม 2007, 18:58:50 PM
๑. ชุมนุมนักฝัน

   หลังเหตุการณ์สังหารโหดนักศึกษาประชาชนในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักต่อสู้ผู้รักชาติรักประชาธิปไตยและเสรีภาพ ทั้งนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน ต่างพากันหลั่งไหลเข้าสู่เขตป่าเขา ณ ที่มีการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธของกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย ภายใต้ร่มธงแดงค้อนเคียวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยกระจัดกระจายกันไปทั่วทุกภาค ในฐานที่มั่นในภาคเหนือ ภูพาน อีสานเหนือ อีสานใต้ เขตเขาค้อเพชรบูรณ์จรดเทือกเขาตะนาวศรี และเทือกเขาบรรทัดตั้งแต่ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา เรื่อยลงไปถึงเทือกเขาสันกาลาคีรี  ในจำนวนผู้คนที่เข้าป่าหลัง ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นั้น ประมาณกันว่าเป็นพันเป็นหมื่นซึ่งมีทั้งชาวนา ชาวไร่ นักเรียน นิสิต นักศึกษา นักคิด นักเขียน ศิลปิน นักหนังสือพิมพ์ นักกิจกรรมทางสังคม นักการเมืองแนวสังคมนิยม กรรมกรผู้ใช้แรงงาน ประชาชนในสาขาอาชีพหลากหลาย ที่เคยต่อสู้ในรูปแบบต่างๆในเมืองมาแล้วแทบทั้งสิ้น

   ค่ายเขาแก้วเขต ๑ บนเทือกเขาบรรทัดด้านตะวันออกคือ กิ่งอำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง ด้านตะวันตกคือ กิ่งอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ก็มีสภาพและบรรยากาศไม่ต่างจากที่กล่าวมาข้างต้น

   ผมได้เข้าป่ามาก่อนหน้าเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม เป็นเวลา ๙ เดือนแล้ว ในขณะนั้นจึงมองเห็นการเคลื่อนไหวอันคึกคักของ “สหาย” ผู้มาใหม่มากขึ้นในแต่ละวัน มันเหมือนกับนัดกันมา “ชุมนุมนักคิด นักฝันบนเทือกเขาบรรทัด” ก็ไม่ปาน

ต้นเดือนมีนาคม ๒๕๑๙ คณะผู้ตรวจการของเลขาธิการจังหวัดก็ได้เดินทางมาถึง “ค่ายสูง” กองทัพเขต ๑ เขาแก้ว ณ ที่นี้ผมได้พบกับสหายรุ่นพี่คนหนึ่ง ซึ่งเคยผ่านโรงเรียนการเมือง การทหาร ชั้นสูงมาจากประเทศเวียดนามเขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของศิลปินนายหนังตะลุงแนวเพื่อชีวิตที่ยิ่งใหญ่ “หนังหมุน อ่อนน้อม” สหายรุ่นพี่ผู้นี้นอกจาก จะเก่งกาจและเชี่ยวชาญเรื่องการรบ การทหารแล้ว เขายังเป็นผู้ที่รักและชื่นชอบในเสียงเพลงอีกด้วย เขาคือ สหายเกริก


(http://farm2.static.flickr.com/1144/1017174328_25775f45f4_o.jpg)
ภาพ คุณแสง ธรรมดา ในสถานการณ์สู้รบบนเทือกเขาบรรทัด




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 05 สิงหาคม 2007, 19:02:54 PM
ค่ำวันหนึ่งในปลายเดือนตุลาคม ๒๕๑๙ คุณเกริกผู้เป็นสหายนำของค่ายเขต ๑ เขตเขาแก้ว และเป็นผู้อำนวยการของวงจรยุทธ์เรียกผมเข้าไปพบ
   
คุณเกริกปรารภกับผมว่า “ภายในวงจรยุทธ์ซึ่งเดิมทีพวกเราจัดตั้งกันขึ้นเล่นๆถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้ว เพราะตอนนี้เรามีศิลปินนักดนตรีหลายคนที่จะมาร่วมกับคุณแสง สำหรับสหายชาวนาคนเก่าที่เคยร่วมวงกันนั้นเห็นทีจะต้องย้ายงานไปส่วนอื่นที่จำเป็นและเป็นงานที่ถนัดของพวกเขามากกว่า”
   
เป็นอันว่าวงจรยุทธ์ในยุคบุกเบิกต้องยุบลงเพื่อเปิดทางให้ศิลปินมืออาชีพตัวจริงได้เข้าทำหน้าที่ตรงนี้ โดยมีผมเป็นตัวประสานงานในการรวมวงครั้งใหญ่
   
บรรยากาศบนค่ายเขาแก้วเวลานั้นคึกคักมาก มีการเคลื่อนไหวในการเตรียมสะสมเสบียงอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ มีการขยายโรงเรือนค่ายพัก โรงเรียนหรือห้องประชุม ขยายทุกๆส่วนเพื่อรองรับนักศึกษาผู้ขึ้นมาใหม่ มีสหายรับส่งน้องใหม่ขึ้นลงระหว่างกองทัพเขต ๑ กับเขตงานมวลชนทั้งจังหวัดพัทลุงและตรัง วันละหลายๆขบวน
   
วันหนึ่งผมได้ยินกระแสข่าวที่มากับเที่ยวเมล์ ด้านพัทลุงว่ามีสมาชิกของวงคุรุชนและวงกงล้ออยู่ที่เขตงานหลายคน เตรียมจะขึ้นมาสมทบในไม่ช้า นับเป็นข่าวดีสำหรับผมเป็นอย่างยิ่ง

   วันรุ่งขึ้นผมมีความจำเป็นต้องเดินทางลงไปในหมู่บ้านฝั่งพัทลุงพร้อมกับเที่ยวเมล์เพื่อซ่อมไวโอลิน กลองบองโก และทำพิณตัวใหม่
   ในระยะครึ่งทางระหว่างกองทัพเขาแก้วกับหมู่บ้านท่ายูง ที่มีลำธาร น้ำใสไหลเย็นขวางอยู่เบื้องหน้า

ขบวนของผมได้พบกับขบวนน้องใหม่ที่กำลังเดินขึ้นกองทัพ เราทักทายและแนะนำตัวกันกลางลำธารเลยทีเดียว
ภายในขบวนนี้ผมได้พบกับ “ชาลี” หรือมีชื่อต่อมาว่า “คุณกอบ” ผู้มาจากวงคุรุชน
   
ทันทีที่เขารู้ว่าผมเป็นใคร เขาจับมือผมไว้แน่นด้วยความตื่นเต้น
   “ยินดีที่ได้รู้จักกับสหายแสง ผมได้ยินกิตติศัพท์จากคำบอกเล่าของสหายเขตงานมากมาย เราคงได้ร่วมงานกันนะครับ” เขากล่าวกับผมเป็น
ภาษาใต้สำเนียงสุราษฎร์ฯ

บันทึกจากคุณแสง ธรรมดา (ผมในที่นี้ คือคุณแสง ครับ ไม่ใช่ผม ) จากบนเส้นทางภูบรรทัดฯ





หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 05 สิงหาคม 2007, 21:46:21 PM
 ;) :D ; ;D
ขอบคุณคะลุงกาจ
ที่ copy เรื่องราวที่คุณแสงเขียน
ลงในหนังสือ"บนเส้นทางภูบรรทัด"บางส่วนมาให้อ่านกัน
เป็นการทบทวนความเป็นมาของวง"จรยุทธ์"ที่สร้างชื่อเสียง
การต่อสู้ภาควัฒนธรรมของภาคใต้  บนพื้นฐานของงานรับใช้ประชาชน
ซึ่งมีเรื่องราวและเกียรติประวัติอีกมากมาย
พร้อมผลงานที่น่ายกย่องชมเชย ท่านใดสนใจอ่าน
ได้ในหนังสือเล่มนี้ถ้าไม่มีสั่งซื้อในลักษณะบริจาคเงิน
สบทบการดำเนินการสร้างอนุสรณ์สถานให้กับสหายที่เสียชิวิตในเขตนี้ได้นะคะ
 :D :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 05 สิงหาคม 2007, 22:11:59 PM
 ;) ;)
ถ้ำภูผาเพชรที่เล่าถึงนี้เป็นเวลาผ่านมาเกือบสิบปีแล้วที่พวกเราไปเยื้อน
วันนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง
ใครไปมาบ้างมาเล่าสู่กันฟังบ้าง
ณ.ครั้งนั้นเราได้พบสหาย
จากกันมา ๒๐ปีหลายอย่างเปลี่ยนไป
รูปร่าง หน้าตา ความชรา แต่หลายอย่างไม่เปลี่ยน
ความรัก ความเอื้ออาทร ความข้องใจ(คิดถึง เป็นห่วง)
บางคนรวมกลุ่มนั่งคุยกันจนรุ่ง
บางคนสวมกอด ;D บางคนสวดกอด :'(
นี่คือความรัก ความผูกพัน ;)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 สิงหาคม 2007, 04:27:47 AM
ขออนุญาตต่อเรื่องราวของวงจรยุทธ์ก่อนนะครับป้าป่าพน


“เช่นเดียวกันสหาย ผมก็ได้ยินเสียงคุณมาหลายครั้งแล้ว
 
(http://farm2.static.flickr.com/1287/1021467674_ef876591c1_o.jpg)

(คุณประกอบ หรือคุณชาลี และคุณอุ้ม ระหว่างเป้เครื่องดนตรีออกทำการแสดงตามเขตงานมวลชน
เจอสหายจากในเมืองติดกล้องเข้ามาด้วย จึงขอบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก ครั้งหนึ่งของชีวิต)


อีก ๑๐ วันพบกันบนกองทัพ ผมต้องลงไปซ่อมเครื่องดนตรีบางชิ้น” ผมกล่าวกับเขาด้วยความรู้สึกที่อบอุ่นเมื่อเห็นแววตาที่มุ่งหวังจริงจังและจริงใจของเขาภายใต้ขบวนนี้ผมยังได้พบกับ “คุณอุ้ม” ซึ่งเป็นคนรักของชาลีและอีกคนหนึ่ง ซึ่งต่อมาเธอได้มาร่วมงานกับวงจรยุทธ์คือ “คุณฟ้า” สหายน้องนุชคนเล็กสุดของวง  ซึ่งขณะเข้าป่าเธอยังเรียนไม่จบชั้น ม.ศ. ๕ เลย

ผมได้กลับขึ้นมาบนกองทัพเขต ๑ พร้อมกับกลองบองโกคู่ใหม่ ซึ่งขุด(ทำ)ขึ้นมาจากไม้ต้นขนุน มีพิณตัวใหม่ทำจากไม้ขนุนเช่นกัน แต่ที่ตลกที่สุดคือไวโอลิน ก่อนหน้านี้ได้แตกหลุดออกมาเป็นเสี่ยงเป็นเสี้ยวเพราะทนกับอากาศเย็นและชื้นบนกองทัพไม่ไหว ผมได้ขุดขึ้นมาใหม่จากต้นขนุน และประกอบกันเข้าเป็นตัวอีกครั้ง เวลาสีเสียงมันจะออกมาแปลกๆ มีเสียงทุ้มมากกว่าเสียงแหลม คล้ายกับเสียงซอด้วงกับซออู้มารวมกันในตัว เราตั้งชื่อไวโอลินใหม่นี้ว่า “ไอ้ขนุน” สำหรับพิณตัวใหม่ก็เช่นเดียวกัน ตัวของมันทำมาจากต้นขนุน ส่วนคอของมันเอามาจากคอกีตาร์ มี ๖ สาย ตั้งสายแบบกีตาร์ เมื่อประกอบกันเข้าเสียงที่ดีดออกมาคล้ายกับเสียงแมนโดลินผสมกับเสียงพิณ

คืนแรกที่ผมกลับขึ้นมา เรารวมวงกันทันทีในคืนนั้นเอง หลังจากต่างคนต่างได้เล่าถึงภูมิหลังของแต่ละคนให้ฟังพอสังเขป ก็เริ่มซ้อมกัน ผู้เข้าร่วมที่มาแจมก็มี ชาลีกับคุณฟ้าเล่นกีตาร์ ผมกำลังสนุกกับพิณตัวใหมและเป่าเมาธ์ออร์แกนในบางเพลง  มีคุณเกริกมาร่วมร้องเพลงในป่าเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างเพลงในเมืองและในป่า  พอเล่นถึงกลางดึกก็ยิ่งเพิ่มความสนุกสนานมากขึ้น  สหายทั้งเก่าและใหม่มามุงดูกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นการแสดงคอนเสิร์ตใต้แสงดาวกลางป่าเขาและธารน้ำตกเขาแก้ว กลายๆ ก็ว่าได้


จากบันทึกของคุณแสง จุดสองสอง (ธรรมดา)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 สิงหาคม 2007, 04:35:04 AM
ชีวิตประจำวันในช่วงนี้ ตอนกลางวันทั้งสหายเก่าและสหายใหม่ ต่างช่วยกันเร่งสร้างค่ายใหม่ บ้างก็ลำเลียงเสบียงอาหาร เก็บผักเก็บฟืน แยกย้ายกันตามหน้าที่ของตน ตกกลางคืนหลังกินข้าวเย็นทุกคนต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อวางแผนทางทหารเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หลังจากนั้นก็มีพิธีต้อนรับน้องใหม่แบบง่ายๆ โดยให้น้องใหม่แนะนำตัวบางคนก็ได้กล่าวถึงความรู้สึกในเหตุการณ์สังหารโหดของวันที่ ๖ ตุลาเป็นเรื่องที่สะท้อนความรู้สึกเคียดแค้นต่อศัตรูทางชนชั้นเป็นอย่างยิ่ง บางคนถึงกับร้องไห้โฮออกมาด้วยความเจ็บปวดในการสูญเสียเพื่อนร่วมรบทางการเมืองแบบอหิงสา บางคนประสบเหตุการณ์นั้นมาด้วยตนเอง ทำให้พวกเราซึ่งรวมทั้งผมผู้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้น เห็นภาพการปราบปรามอันทารุณโหดร้ายเยี่ยงสัตว์นรกของชนชั้นปกครองได้อย่างแจ่มชัดยิ่ง จึงได้สะท้อนเป็นบทเพลง “พิราบแดง” จากคำบอกเล่าของนักศึกษาปัญญาชน

รายการสุดท้ายของเกือบทุกคืนจะมีการแสดงกันเป็นเวลาสั้นๆ ประมาณ ๔-๕ เพลงแล้วสหายทั้งหลายก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน บางคนก็จับกลุ่มกันพูดคุยเสวนาตามอัธยาศัย สำหรับ ๓-๔ คนในวงจรยุทธ์ในช่วงนี้ก็ปลีกตัวไปซ้อมดนตรีกันต่อในเต็นท์พักของผม ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นสถานที่ของวงไปแล้ว

และไม่กี่วันให้หลัง เราก็มีสมาชิกวงเข้ามาสมทบอีก ๑ คนเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ชื่อ “จรัล” เป็นคนชอบเล่นแอคคอร์เดียน มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษค่อนข้างดี ได้ข่าวว่าเคยแปลหนังสือมาบ้างท่าทางวางตัวเหมือนนักวิชาการผู้คงแก่เรียน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 สิงหาคม 2007, 04:43:09 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1122/1020825489_0e2940e578_o.jpg)

คุณเอื้อย จรยุทธ์ กับบทเพลง พิราบแดง

พิราบแดง
คำร้อง-ทำนอง แสง ธรรมดา

กลุ่มเมฆร้าย ปกคลุมฟ้า
๖ ตุลา เลือดนองดิน
เผด็จการ ใจทมิฬ
ปลิดชีวิน เจ้าจากไป

พิราบขาว เจ้าเรียกหา
ปรารถนา สิทธิ์เสรี    
ถูกเข่นฆ่า ถูกย่ำยี
หนี้เลือดนี้ ขอทวงคืน
   
ความคับแค้นครั้งนี้   จงแปรเปลี่ยนเป็นพลัง
ให้กล้าแกร่งดุจดังพายุโหม
จับอาวุธขึ้นสู้ เราจะยอมสู้ตาย    
แม้ชีวาจะวาย เราก็ยอมพลี
   
ติดปีกบิน จากนคร
สู่ดงดอน ภูผาใหญ่    
พิราบขาว บินมาไกล
สู่ทางใหม่ในพนา

บินต่อไป ในห้วงหาว
จากสีขาวเป็นสีแดง    
อาบด้วยแสงแห่งตะวัน
บินฝ่าฟันพันธนา

เปลี่ยนเสียงร้องเป็นเสียงปืน
จะหยัดยืนสู้ต่อไป    
ภราดรความเป็นไท
เกิดขึ้นได้ด้วยเสียงปืน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 สิงหาคม 2007, 04:51:36 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1193/1021469826_6b8abe0055_o.jpg)

วิทยุ เป็นสื่อเดียวที่หาได้ง่ายที่สุดในเวลานั้น เราจะได้รับฟังเพลงจากเขตงานต่างๆผ่านคลื่นสั้นสปท.

อีกไม่กี่วันต่อมาในช่วงต้นเดือนธันวาคม ๒๕๑๙ หลังจากจัดงานฉลองวันก่อตั้งพรรคในวันที่ ๑ ธันวาคมแล้ว ก็มีมติของจัดตั้งชั้นบนลงมา ให้พลพรรคนักรบและสหายทุกคนทั้งเก่าและใหม่เดินทางไกลย้ายทัพทั้งหมดไปยังกองทัพเขต ๓ ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกเป็นระยะทางเดินเท้า ๒-๓ วัน เป็นคำสั่งฉุกเฉินทางการทหารให้รีบเคลื่อนทัพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำให้พรรคพวกเราหลายคนในเวลานั้นคิดว่าเป็นการซ้อมรบย้ายที่พักฉุกเฉิน
   
แต่ความจริงก็คือ จะมีการล้อมปราบครั้งใหญ่ของฝ่ายทหารรัฐบาล ในเขตจังหวัดพัทลุง-ตรัง-สตูล ซึ่งลำพังเพียงกำลังที่รบได้ ๑ กองร้อยของทปท.ทุกคนในค่ายเขต ๑  เขาแก้ว ไม่สามารถจะไปต้านการล้อมปราบนี้ได้ อย่างแน่นอน
   
วันรุ่งขึ้นกำลังพลทั้งหมดร่วม ๓๐๐ คน ก็เคลื่อนออกจากค่ายเขาแก้ว ทิ้งโรงเรียนและโรงเรือนต่างๆ ที่ยังสร้างไม่เสร็จไว้เบื้องหลัง นับเป็นการ จัดรูปขบวนทัพตามหลักการทหาร มีหน่วยกองหน้า ๑ ชุดล่วงหน้าไป สำรวจเส้นทางและภูมิประเทศ ตามด้วยหน่วยกำลังหลักคุ้มกันสหายใหม่ เยาวชนและผู้แก่ผู้เฒ่าทั้งหลาย รวมทั้งวงจรยุทธ์ด้วย ท้ายสุดก็คือกองกำลังระวังหลังอีกชุดหนึ่ง

ทุกคนแบกเป้สัมภาระทั้งของส่วนตัวและส่วนรวมเต็มอัตราเท่าที่จะนำไปได้ มีข้าวของเครื่องใช้อีกจำนวนมากที่ไม่สามารถนำไปได้ ก็ต้องนำไปซุกซ่อนไว้ตามถ้ำต่างๆ และคงเหลือนักรบทปท.ไว้ที่นี่เพียงส่วนหนึ่งคงไว้เพื่อตรึงพื้นที่หรือเพื่อติดตามสภาพถ้ามีการล้อมปราบจริง รวมทั้งเก็บข้าวไร่ซึ่งกำลังสุกชูคอให้เห็นรวงเหลืองอร่าม
   
นับว่าเป็นการเคลื่อนทัพขนาดใหญ่ครั้งหนึ่งของพวกเรา ขบวนเคลื่อนไปอย่างช้าๆราวกับกำลังเดินชมวิวทิวทัศน์ ผ่านภูเขา ทุ่งหญ้า เรือกสวนไร่นาของชาวบ้าน โดยมีการหยุดพักเป็นช่วงๆ พอตกเย็นก็มีการหาชัยภูมิเพื่อตั้งแคมป์ค้างแรม เดินขึ้นเขาลงห้วยมา ๓ วันเต็มจึงล่วงลุถึงกองทัพเขต ๓ ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่าง พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช สภาพภูมิประเทศและการเดินทัพครั้งนี้ ต่อมาเป็นแรงบันดาลใจให้ผมแต่งเพลง “ปักษ์ใต้แดนทอง” ขึ้นมาร้องในวงจรยุทธ์อีก


จากบทบันทึกของคุณแสงธรรมดา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 สิงหาคม 2007, 04:57:22 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1028/1021469052_e85193abfb_o.jpg)

คุณแสง ธรรมดา วงจรยุทธ์ในเขตป่าเขา

ปักษ์ใต้แดนทอง


คำร้อง- ทำนอง รองเง็ง แสง ธรรมดา

โอ้ปักษ์ใต้แดนไทยแผ่นดินนี้
ปฐพีรักยิ่งสุดชีวา
ไร่นา สินแร่ ยางพารา   
ป่าไม้งามตาเขียวขจีสมบูรณ์
   
นานมาแล้วบ้านเราถูกเขาครอบครอง   
สุดหม่นหมองปกครองด้วยน้ำมือมาร
พวกโจรปล้นประชาขายชาติแหลกลาญ   
อีกรัฐบาลสมคบฝรั่งมาปล้น
   
ลุกขึ้นเถิด พี่น้องผองเราปักษ์ใต้   
เราไม่ใช่ทาสใครยอมให้ผู้ใดย่ำยี

ถูกคุกคามปราบปรามทารุณหลายปี   
โอ้พื้นปฐพีถูกเขาลบหลู่ดูแคลน
   
ตัดสินใจลุกยืนจับปืนขึ้นท้า   
มวลประชาทุกชนชาติศาสนา
สามัคคีภายใต้ร่มธงประชา   
พรรคคอมมิวนิสต์นำพาชี้ทางตลอดกาล
   
โค่นสมุนพวกโจรขายชาติชั่วช้า    

กับอเมริกาที่มาครอบครอง

สร้างสรรค์บ้านเมืองให้เรืองรอง   
ปักษ์ใต้แดนทองต้องเป็นของเรา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 สิงหาคม 2007, 05:53:55 AM
ทหารการผลิต
   
หลังการล้อมปราบระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ สมาชิกในวงจรยุทธ์เริ่มซ้อมเพลง ซ้อมดนตรี ฝึกพื้นฐานของการแสดงละคร บางคนก็เตรียมเขียนบท เตรียมชุดแสดงของนาฏศิลป์ เพื่อเตรียมร่วมงานฉลอง ๘ มีนา วันสตรีสากล
   
นอกจากภารกิจหลักแล้ว ยังมีงานการผลิตที่ต้องหนุนช่วยส่วนงานอื่นๆของกองทัพ บางครั้งก็ติดตามสหายไปหาหยวกกล้วยเถื่อน เพื่อมาต้มแกงเป็นอาหาร ไปเป้มันสำปะหลังในไร่เพื่อมาผสมกับข้าวเรียกว่า “ข้าวเนามัน” เพิ่งมาได้กินแกงเลียงต้นมะละกอก็ที่เขต ๓ นี้แหละ ช่วงนั้นเราอยู่กันมากมายหลายร้อยคน อาหารการกินค่อนข้างจะขัดสนประจวบกับโดนล้อมปราบ เสบียงกรังที่ฝังไว้ในป่าเขาก็เริ่มจะร่อยหรอลง แต่อย่างไรก็ตามพวกเราทั้งหมดก็ยังไม่ถึงกับอดข้าวอดปลากัน
   
จึงมีการขยายหน่วยการผลิต มีการตัดไม้ถางพง เพื่อบุกเบิกเป็นไร่นาเพิ่มเติมเพื่อปลูกผัก ปลูกกล้วย รวมทั้งผักสวนครัวอื่นๆ ทุกๆคนในกองทัพต้องช่วยกันผลัดเปลี่ยนทำการผลิตอย่างน้อยก็สัปดาห์ละครั้งถึงสองครั้ง เป็นกองหนุนให้กับฝ่ายการผลิตหรือฝ่ายพลาธิการซึ่งมีกำลังไม่พอ

(http://farm2.static.flickr.com/1168/1022243696_4993cad470_o.jpg)

(ทหารการผลิต กำลังเสริมจากโรงพิมพ์  หนีงานจำเจจากกลิ่นสี กาวแป้งมัน ;D)

   
ผมมีโอกาสติดตามสหายออกไปทำงานการผลิตที่ไร่ป่าพร้าวเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยมีสหายคนไหนคาดหวังกับผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอันของ ผมอยู่แล้ว ในท่ามกลางกระแสการเรียกร้องให้ดัดแปลงตนเองเป็นชนชั้นกรรมาชีพโดยดูจากชาวนาเป็นหลัก โดยปกติผมไม่ค่อยชอบใช้แรงงาน ออกมาในไร่ก็เหมือนกับการพักผ่อน มาขุดหัวมันหมกไฟกิน แอบกินกล้วย ที่กำลังเริ่มสุกงอมคาเครือในไร่ก็มีบ้างตามประสาของ “นักรบเสรี” ดังที่ใครๆเขาตราหน้านั่นแหละ
   
อย่างไรก็ตามผมได้มองเห็นภาพที่งดงามบางภาพของมิตรสหายที่ทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับงานปฏิวัติ การหาอาหาร ทำไร่ ปลูกผัก ปลูกมัน หาปลา ล่าสัตว์ สะสมเสบียง ล้วนเป็นงานที่สำคัญกับการปฏิวัติทั้งสิ้น
   
ตกกลางคืนผมก็เริ่มเขียนเพลงอีก เป็นเพลงที่สะท้อนถึงทหารการผลิต เพลงนี้แต่งประมาณ ๖ ชั่วโมง พอรุ่งสางก็จบเพลงพอดี เป็นเพลงสนุกใช้ทำนองเพลงแบบคันทรี

(http://farm2.static.flickr.com/1108/1022243038_0821d0c767_o.jpg)

ทหารการผลิต

คำร้อง-ทำนอง แสง ธรรมดา
   
ผืนธงแดงลอยเด่นอยู่กลางนภา   
ตะวันแดงทอแสงมา เบิกฟ้ายามรุ่งอรุณ

ทหารการผลิตจิตสดใสสู่ไร่นาด้วยใจคุกรุ่น   
เหนื่อยยากเพียงใดไม่บ่นกล้าผจญผองภัย
   
ร้อนลมแดดแผดเผาทั่วทั้งกาย   
จนผิวดำแห้งเกรียมไหม้เหงื่อหลั่งไหลมือแตกระบม
ด้วยจิตใจที่อดทนฝึกฝนตนน่าชื่นชม   
ถนอมรักกันเกลียวกลมระดมแรงงานสรรค์สร้าง
   
ผืนไร่นาสุดตาสวยตระการ   
เราสร้างสรรค์ด้วยแรงงานเบิกบานเมื่อยามมอง
เป็นผลงานเราทั้งผองถั่วผักอีกฟักทองเต็มนาไร่   
ดอกผลเขียววิไลเราทำได้เป็นของเรา
   
สนธยาฟ้าสีทองเสร็จจากงานเหงื่อไหลนอง    
แบกข้าวของกลับจากไร่นา
ถึงเหนื่อยล้าสักเพียงใดแต่หัวใจเราเริงร่า   
ทหารการผลิตของประชา มารีบมาร้องเพลง





หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 06 สิงหาคม 2007, 11:05:23 AM
หนังสือ ตำนานการต่อสู้ของประฃาฃน บนเส้นทางภูบรรทัด ได้บันทึกเรื่องราวไว้อย่างค่อนข้างจะสมบูรณ์
ใฃ้เวลาในการรวบรวมข้อมูล และจัดพิมพ์ กว่า 1 ปี ด้วยความร่วมมือร่วมใจกัน
ของสหายทั้งในเมืองและชนบท ด้วยความเสียสละของสหายคณะผู้จัดทำที่แบ่งเวลาทำมาหากินมาร่วมกันคิดร่วมกันทำ
นับได้ว่า เป็นหนังสือที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เล่มหนึ่ง
การจัดพิมพ์ ครั้งแรก หมดลงอย่างรวดเร็ว
จนมีผู้เรียกหาหนังสือเล่มนี้ โดยเข้าใจว่า มีอะไรมาทำให้หนังสือหายไปจากแผงหนังสือ เพราะหาซื้อไม่ได้
จึงได้จัดพิมพ์ครั้งที่สองขึ้น โดยปรับเปลี่ยนจากปกอ่อนมาเป็นปกแข็ง
ตามคำเรียกร้องที่อยากให้หนังสือเก็บไว้ได้คงทน ขณะนี้ก็เหลืออยู่จำนวนไม่มากแล้ว
หากใครยังไม่มีไว้ในครอบครอง อยากจะแนะนำให้มีไว้สักคนละ 1 เล่ม เพราะหากหนังสือชุดนี้หมดแล้ว จะไม่มีการจัดพิมพ์อีกเป็นรอบที่ 3 เชื่อว่า จะกลายเป็นหนังสือหายากในอนาคต เพราะหนังสือมีจำนวนจำกัด
ผู้ใดสนใจ กรุณาติดต่อที่ ป้าป่าพนได้เลยนะค่ะ ไม่มีการวางจำหน่ายตามร้านหนังสือ
รายได้จากการจำหน่าย สมทบทุนในการก่อสร้างอนุสรณ์สถาน ทปท.


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 08 สิงหาคม 2007, 23:34:25 PM
 ;) :D ;D
บริเวณที่พวกเราผูกเปลนอน  กางเต้นท์กัน เข้าไปจะเป็นทางเดินขึ้นถ้ำ
ภูผาเพชร ภายในถ้ำจะบรรยายตามที่ลุงกาจเขียนมาก่อนแล้ว
แต่ถ้ำนี้ในอดีตพวกเราข้างในไม่มีการเปิดเผยถึงการใช้ถ้ำนี้
จริงๆแล้วถ้ำนี้ใหญ่โตมโหฬารมาก แบ่งเป็นห้องๆมีน้ำตกเป็นชั้นๆ
ลดหลั่นอยู่ภายใน มีพื้นที่เป็นลานเวทีประกวดนางงามหรือแสดงดนตรีได้
หินงอกหินย้อยสวยงามมาก  ทางการได้ส่งเสริมเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
ภายในติดไฟฟ้าทั่วทั้งถ้ำ แต่แสงไม่เพียงพอกับไฟที่ติดเพราะถ้ำกว้างมาก
จะเข้าชมต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดไฟให้
ถ้ำนี้ยังไม่ใช่ถ้ำแห่งความหลังของพวกเรา
 :D ;D :D ;D ;D



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 09 สิงหาคม 2007, 19:16:59 PM
สมัยก่อนผมได้เข้าถ้ำน้ำลอดด้านล่าง  ไม่รู้ว่าข้างบนยังมีถ้ำอีก
สองปีก่อนกลับไปเที่ยว   ถนนลาดยางถึง  หน้าถ้ำเป็นวัด  ถ้ำด้านบนสวยแต่วันที่ผมไปฝนตกเจ้าหน้าที่ไม่อยู่จึงไม่ได้เปิดไฟ  ได้ไฟฉายสองกระบอกเข้าไป  มีสหายที่สมัยก่อนยังเด็กตอนที่ไปบวชเป็นพระ เป็นคนนำทาง  ได้พบสหายอีกคนมือข้างหนึ่งขาดถึงข้อมือ  เล่าว่าถูกทุ่นระเบิด  สหายชื่อคุณนิลหรืออะไรไม่แน่ใจ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 10 สิงหาคม 2007, 01:11:47 AM
 ;)  :D ;D
ลุงสามารถ  เล่าถึงคุณนิล
อดีตคุณนิลเคยอยู่พลาในกองทัพ
วันที่เรากลับไปเยี่ยม คุณนิลมาช่วยเป็นคน
หุ้งข้าวกะทะใหญ่  หลายๆกะทะ
พร้อมทั้ง   มีคุณจินต์ และอีกหลายคนมาช่วย
กันต้มแกง โดยเฉพาะแกงน้ำเคย
วันนั้นจำได้ว่าคุณบินหลาหอบแกงไตปลาถุงใหญ่มาก
มาให้พวกเราได้กินกันในวันนั้น
อร่อยยยยยยยยยยยย
 ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 10 สิงหาคม 2007, 21:31:46 PM
นำเรื่องของจรยุทธ์มาให้อ่านต่อ........

(http://farm2.static.flickr.com/1419/1071325447_af957d9cde_o.jpg)


ผู้นำกองทัพเขต ๓ ในขณะนั้น ก็ออกมาให้โอวาทก่อนเดินทางมีใจความว่า “ขอให้สหายเดินทางโดยสวัสดิภาพ สำหรับหน่วยศิลป์ไปไม่กี่วันก็กลับ” อะไรประมาณนี้แหละ ฟังแล้วแปลกๆ ทะแม่งๆ ไม่เหมือนกับที่คุณเกริกว่าเลย ไม่รู้จะเชื่อใครดี ปมเงื่อนตรงนี้มีความหมายแล้วมันจะคลี่คลายในวันข้างหน้า
   
ขบวนทัพของเราในครั้งนี้กะทัดรัด รัดกุม ว่องไวและอบอุ่น เพราะเดินทางมากับกองร้อยพิเศษที่ติดอาวุธเต็มพิกัด มีหัวหน้าหมวดกับผู้อำนวยการหน่วยศิลป์เป็นบุคคลคนเดียวกัน แต่เส้นทางที่ถูกเลือกใช้กลับกลายเป็นว่าลำบากยากเข็ญกว่าขามา เพราะยังไม่สามารถกุมสภาพเส้นทางในหมู่บ้านได้ ไม่แน่ใจว่ายังมีกองทหารของรัฐบาลหลงเหลืออยู่หรือไม่ จึงต้องเลือกเส้นทางบนสันเขา  เป็นการเดินทางลงทิศใต้ตามแนวยาวของภูบรรทัด
   
เป็นครั้งแรกของพวกเราที่ได้มีโอกาสเดินตัดป่าฝ่าดงเข้ามาลึกและขึ้นสูงถึงยอดสุดเขาของภูบรรทัด เดินทางมาได้ครึ่งวันก็ถึงยอดสันภูบรรทัดที่มีทิวทัศน์งดงามเป็นอย่างยิ่ง ต้นไม้ยอดภูล้วนแต่แคระแกร็นและเป็นต้นเตี้ยๆ ใบหนาและแข็งแรงทนทานมาก เป็นสันเขาแคบๆ ที่มีทางเดินเล็กๆ มองลงมาเบื้องล่างเห็นเป็นทะเลหมอก มองด้านซ้ายเห็นแผ่นดินไกลอยู่ลิบๆ จนไปจรดกับทะเลอ่าวไทย ส่วนด้านขวามือเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนบางช่วงมองเห็นไปจรดทะเลอันดามัน มองไปข้างหน้าเห็นกองร้อยทหารปลดแอกกำลังเร่งกรีฑาทัพในชุดเครื่องแบบนักรบทปท.สีเขียวสวมหมวกดาวแดง ลมพัดหวิวหวู มีไอน้ำลอยปะทะใบหน้าตลอดเวลา ณ บรรยากาศอันงามสง่า ณ ที่สันลมอันงดงามนี้เอง เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเพลง “ภูบรรทัดปฏิวัติ”

ภูบรรทัดปฏิวัติ

คำร้อง-ทำนอง แสง ธรรมดา
    
ธงแห่งพรรคสะบัดพลิ้วเหนือทิวเขาบรรทัด    
เรานักรบปฏิวัติยืนตระหง่าน
ยืนหยัดสู้ทำสงครามอันยาวนาน
เสียสละกล้าหาญไม่สะท้านผองภัย
   
ไม่กลัวยากลำบากไม่กลัวเกรงความตาย   
รุดหน้าไปตามพรรคนำ
   
เรานักรบปฏิวัติแห่งทิวเขาบรรทัด   
ปฏิวัติมุ่งปลดปล่อยประเทศไทย
เร่งโค่นล้มเผด็จการให้สิ้นไป
เร่งขับไล่จักรพรรดิ ที่รุกราน

มวลประชาชาติไทยเราจงมารวมใจ
กู้ชาติไทยเอกราช ประชาธิปไตย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 10 สิงหาคม 2007, 21:34:26 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1234/1072188282_955f0ca4eb_o.jpg)

เดินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 10 สิงหาคม 2007, 21:39:18 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1333/1020603605_764a5f021e_o.jpg)

บรรเลงดนตรี เท่าที่เดาได้ คุณแสง คุณประกอบ คุณขาว คุณจรัล คุณฟ้า คุณ......


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 10 สิงหาคม 2007, 21:43:45 PM
วันหนึ่งในช่วงพักผ่อนก่อนเดินทางนั้น ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวในหมู่บ้านกับแกนนำในหมู่บ้าน เขาเป็นชายหนุ่มอายุอาจจะมากกว่าผมนิดหน่อย ผมเรียกเขาว่า “พี่ดำ” เราเที่ยวกันทั้งวัน ขึ้นบ้านโน้นลงบ้านนี้ ก่อนจะกลับที่พัก มีชาวบ้านต้มถั่วเขียวเลี้ยงพวกเรา ในระหว่างพูดคุยกันถึงเรื่องการต่อสู้ การปฏิวัติอยู่นั้น มีใครคนหนึ่งในหมู่มวลชนพูดถึงความยากจน ความคับแค้นที่ถูกกลั่นแกล้งจากเจ้านาย เขาสรุปว่า “ไม่รบนายก็ไม่หายจน” พอผมได้ยินประโยคนี้เท่านั้น ผมก็สะดุดกับคำและความหมายที่ง่ายและสั้น กระชับ ได้ใจความ นี่คือชื่อเพลงชัดๆเลย ผมถามเขาว่าคำนี้ขอนำไปแต่งเพลงได้ไหม เจ้าของคำพูดบอกว่า “ยินดีและไม่ขัดข้อง” ถูกแล้วมวลชนคือวีรชนที่แท้จริง เราเป็นเพียงผู้เก็บเกี่ยวจากดอกผลที่งอกงาม เหล่านั้น

ไม่รบนายไม่หายจน

คำร้อง-ทำนอง แสง ธรรมดา
   
เรามันจน สังคมไม่เหลียวแล   กราบลาพ่อแม่ ไปแก้ไขความจน
สังคมเมืองไทย มีแต่จะแย่ลง   ชีวิตเราคง มีแต่จะแย่ตาย
โอ๊ยไม่รบนาย ก็ไม่หายจน
   
ทำแทบตาย ไฉนที่ไม่หายจน   เจ้าคนนายคน ทำไมจึงได้สบาย
ตากแดดตากฝน ทำงานแทบตาย   ผิดกับเจ้านาย นั่งสบายบนหลังคน
โอ๊ยไม่รบนาย ก็ไม่หายจน
   
เราทำนา ราคาข้าวไม่มี   ยางแผ่นดีๆ ทำไมไม่มีราคา
ปล่อยให้นายทุน ฝรั่งมันเข้ามา   มากดราคา ชาวประชาจะอดตาย
โอ๊ยไม่รบนาย ก็ไม่หายจน
   
การพนัน โจรผู้ร้ายมากมี   อุกชิงปล้นจี้ เต็มไปทั้งเมืองไทย
ก็เพราะเรามี เจ้านายจัญไร   เลี้ยงโจรเอาไว้ ไม่โทษนายแล้วโทษใคร
โอ๊ยไม่รบนาย ก็ไม่หายจน
   
คนจนๆ ทนกล้ำกลืนเรื่อยมา   ถูกว่าถูกด่า ถูกเหยียดหยามประณาม
คนที่ดีๆ เจ้านายปราบปราม   ปล่อยคนเลวทรามมาคุกคามประชาชน
โอ๊ยไม่รบนาย ก็ไม่หายจน
   
คนจนๆ ต้องดิ้นรนเรื่อยไป   สภาพเมืองไทย มันเลวร้ายสิ้นดี
สังคมเลวทราม สร้างคนเป็นผี   สังคมอัปรีย์ เอาไว้ทำไม
โอ๊ยไม่รบนาย ก็ไม่หายจน



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 10 สิงหาคม 2007, 21:57:41 PM
ไม่ได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับความคืบหน้าในการก่อสร้างเสียหลายวัน

ล่าสุดได้ทำการแซะร่องที่เป็นแท่งดาวร้อยดวงให้กว้างขึ้น
ในส่วนของแกรนนิต สั่งทำไปแล้ว อยู่ในระหว่างการรอส่งมอบจากผู้สลัก

ยอดด้านบนที่เป็นรูปดาว เจาะตัวนก ทำด้วยเรซิ่น คุณชาลีเป็นผู้รับผิดชอบ
หากมีเวลาช่วยรายงานความคืบหน้าให้มิตรสหายรับทราบบ้างนะครับ

พิธีบรรจุกระดูกสหาย คงต้องเลื่อนออกไปก่อน และจะแจ้งให้ท่านทราบต่อไป


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 10 สิงหาคม 2007, 22:01:58 PM
 ;D ;D ;D
ลุงกาจชอบมากเลย
เพลงภูบรรทัดปฏิวัติ ที่คุณแสงแต่ง
ชอบทั้งเนื้อเพลงและทำนองเพลง
มันไพเราะและมีความหมาย
ปลุกจิตใจให้ ฮึก ฮ้าว เฮิม  หาญ
มันเป็นเหมือนคำปฎิญานร่วมกันในยุคสมัยนั้น
อยากให้ชาว พัทลุง ตรัง สตูล
นั่งอ่านเนื้อเพลง แล้วพินิจ พิเคราะห์ อีกครั้ง
 ;) :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 11 สิงหาคม 2007, 16:54:44 PM
 :) ;) : :D
ตอนบ่ายของวันที่เราเข้าไป
หลังจากหาทำเล ยึดสถานที่หลับนอนได้แล้ว
กลุ่มหนึ่งก็เตรียมตัวอาบน้ำตามธรรมชาติ
กลางป่าใหญ่  ลำธารน้ำไหลเย็น
มีทั้งในส่วนที่ลึกและตื้นเลือกเอาตามสมัครใจ
พวกเราคงไม่มีโอกาสอาบน้ำแบบนี้เหมือนในอดีตบ่อยนัก
แต่บรรยากาศมันให้ความรู้สึกที่ดีๆร่วมกัน
อีกกลุ่มหนึ่งหาสหายที่อยู่ชนบท
เพื่อเป็นกองหน้าในการนำทาง
 :) ;) :D ;Dฮิ..ฮิ จะไปไหนกัน



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 11 สิงหาคม 2007, 17:08:22 PM
 ;D :D
ในลำธารน้ำอันใสสะอาด
มองทะลุลงไปถึงก้นบึง  มีปลาให้เรา
ได้เห็นหลากหลายชนิด เมื่อสามสิบปีก่อน
พวกเราคงเคยลิ้มรสชาติของ ปลาอวด
 บางคนอาจจะเคยเมาเพราะการกินปลาอวด
หอยโล่ตัวใหญ่ๆ  แต่มีไม่มากในบริเวณที่พวกเรา
อาบน้ำอยู่   ปลาก็ตัวไม่ใหญ่ 
มันอาจหลบไม่ให้เราเห็น
การเมาจากการกินปลาอวดบางคนเมามาก
ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียร
 ;) :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 12 สิงหาคม 2007, 10:24:00 AM
 ;D :D
อาการเมาจากการกินปลาอวด
สอบถามหาความรู้จากสหายท้องถิ่น
ได้ความว่า  ช่วงฤดูกาลที่น้ำหลาก
ฝนตกมาก ต้นกะเบาที่อยู่เหนือน้ำ
มีลูกตกลงในลำธารแล้วลอยไปตามแอ่งน้ำต่างๆ
ปลาอวกไปกินลูกกะเบา พอคนไปกินปลาอวด
เราก็เลยเมาไปด้วย  อาการแต่ละคนมากน้อย
ตามความแพ้ของแต่ละคน และขนาดของการบริโภคด้วย ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 12 สิงหาคม 2007, 10:29:45 AM
 ;) :D
ดังนั้น
เวลาเราจะกินปลาอวดคงต้องเลือก
ช่วงจังหวะที่ปลาอยู่ในวัง บึงหรือแอ่ง น้ำในช่วงที่
ฝนยังตกไม่มาก
น่าจะเป็นช่วงที่เรากินปลาอวดได้อร่อย
และน่าจะปลอดภัยต่อสุขภาพด้วย
ถามว่าจะเอาปลาอวดมากินได้อย่างไร
ใครมีวิธีการเล่าสู่กันฟังบ้าง
 ;) :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 12 สิงหาคม 2007, 11:25:52 AM
 :) :) ;) ;)
ปลาอวดรูปร่างก็คล้ายกับปลาตะเพียน
ไม่รู้ว่าทางภาคอื่นมีปลาชนิดนี้หรือเปล่าเรียกเหมือนกันหรือไม่
น่าจะมีแต่คงเรียกกันคนละชื่อ
ปลาอวดมีเกล็ดนิ่มสหายบางคนบอก
เกล็ดกินอร่อย  ส่วนตัวเองไม่ชอบกินอ่ะ
แล้วปลาอวดก็มีก้างเยอะเหมือนปลาตะเพียน
แต่เนื้ออร่อยใช้ได้ ยิ่งเข้ากับเครื่องแกงทางใต้
รสเผ็ดยิ่งทำให้รสชาติดีขึ้น
 ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 12 สิงหาคม 2007, 14:36:33 PM
จะกินปลาอวดก็ต้องมีข้าว
ภาพนี้ไม่เคยออกที่ไหนมาก่อน กะว่าจะเก็บไว้นานๆ
อดใจไม่ได้ มอบภาพนี้ให้สหายและมวลชน

(http://farm2.static.flickr.com/1006/1090707506_cb7b01f50c_o.jpg)

สหายใส่ชุดทปท.เก็บข้าวไร่ โดยการใช้อีแกะ มัดเป็นเรียง
มาดูที่หลัง มันคลาสสิคมาก แต่ตอนโน้นมันระแวงไปหมด
โดยเฉพาะภัยทางอากาศ เป้าใหญ่ โล่งๆๆ เสียวสันหลัง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 12 สิงหาคม 2007, 14:41:29 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1359/1090707994_5257d0befc_o.jpg)

แถมให้อีกภาพหนึ่ง บรรยากาศการเก็บข้าว

ทั้งร้อน ทั้งเสียว แค๊ปๆๆ อีกต่างหาก

ใช้อีแกะไม่ชำนาญ ...กระตุกเอาดีหว้า  >:( >:( >:(   ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 12 สิงหาคม 2007, 15:21:52 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1174/1090708908_0727ee7150_o.jpg)

กินข้าวใต้ต้นไม้ ร่มรื่น เด็ดใบไม้ข้างมาเป็นผักเหนาะ ส่วนใหญ่จะกินได้หมด
ตอนแตกยอดอ่อน ไม่พ้นตาสหาย
ว่าแล้วก็เด็ดมาเคี้ยวเฉยเลยนิ
เสียงว่า กินอร่อย
คุณเอากันหม่าย.......
เอาครับ....แต่ขอเอาไปล้างก่อนนะนิ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 12 สิงหาคม 2007, 20:47:14 PM
 ;) :D ;D
ดูหน้าจำได้ไหมคะมีใครบ้าง
ตอนนั้นอายุคงประมาณยี่สิบกว่าๆ
เป็นช่วงศัตรูล้อมปราบ ชาวบ้านลงพื้นราบหมด
ข้าวจึงเป็นหน้าที่ของพวกเราชาวพรรค
ในขณะนั้นเก็บเกี่ยวผลผลิตที่แก่เต็มที่แล้ว
ดูจากภาพคือการเก็บข้าว(เกี่ยวข้าว)
ทางใต้จะเก็บแต่รวงข้าวใช้แกะเก็บ
ขณะเดียวกันอาจจะได้ยินเสียงปืนค้อ(ปืนใหญ่)
ยิงตกเป็นพักๆ มีลูกหนึ่งที่ยิงมาตกใกล้เคียงพวกเรามากเลย
 :o :o :o ;) :D ;D ไม่มีใครเป็นอะไร


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 12 สิงหาคม 2007, 21:28:22 PM
 ;) :D
หลังจากบ่ายวันนั้น
เราไม่สามารถหาคนนำทางได้
พวกเราต้องการคนนำทางที่เคยผ่านเข้าไป
สำรวจเส้นทางลอดถ้ำไปยังอีกฝากหนึ่งซึ่งในอดีต
เคยเป็นที่ตั้งของกองทัพเขต ๕ (ป่าพน) แต่ใน
ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาไม่มีใครได้เข้าไป
จึงไม่เข้าใจสภาพภายในถ้ำน้ำลอดแห่งนี้
ด้วยความตั้งใจตั้งแต่อยู่บ้านของแต่ละคน
ที่จะกลับไปสัมผัสอดีตอย่างใกล้ชิด
ตั้งใจจะไปพักค้างคืนบริเวณทัพเก่า
 :D :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 13 สิงหาคม 2007, 12:04:50 PM
 ;) :D
วันนั้นพวกเรารวบรวมสมัครพรรคพวก
ได้ประมาณสิบกว่าคน ทั้งอดีตเคยอยู่ที่ทัพนั้น
และอดีตไม่เคยอยู่แต่ได้ยินกิดิศัพท์ความงดงาม
ภายในถ้ำ ทั้งจากในเมืองและจากชนบท
ตัดสินใจแน่วแน่จะเข้าไปลอดดถ้ำไปฝากโน้นให้ได้
ผู้นำทางบรรชาการ ตระเตรียมความพร้อมสำหรับ
การลุยน้ำนั่นหมายถึงเปี่ยกทั้งตัว
ตระเตรียมไฟฉายให้มากที่สุดอย่างน้อย 3 คนต่อหนึ่งกระบอก
ป้องกันของที่จะเปียกด้วยเพราะจะต้องมีช่วงของการลุยน้ำแน่นอน
ตระเตรียมจิตใจที่จะเผชิญความมืดข้างหน้า
 ;) :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้ก่อการดี ที่ 13 สิงหาคม 2007, 12:37:44 PM

อยากได้หนังสือ "บนเส้นทางภูบรรทัด" ไม่ทราบว่ายังมีขายมั๊ยค่ะ
ต้องการซื้อไปให้ห้องสมุดหมู่บ้านอะค่ะ
เพราะในหนังสือเล่มนี้มีเรื่องราวของญาติพี่น้องของคนในหมู่บ้าน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 13 สิงหาคม 2007, 13:10:22 PM
หนังสือนี้ยังมีอยู่ไม่มากนัก
จดหมายน้อยติดต่อที่ป้าป่าพนได้เลยค่ะ
 ไม่ทราบว่าหลานอยู่หมู่บ้านไหนค่ะ

เพราะอาจจะให้ติดต่อคนที่อยู่ใกล้ ๆหลานก็ได้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้ก่อการดี ที่ 13 สิงหาคม 2007, 13:53:04 PM
หนังสือนี้ยังมีอยู่ไม่มากนัก
จดหมายน้อยติดต่อที่ป้าป่าพนได้เลยค่ะ
 ไม่ทราบว่าหลานอยู่หมู่บ้านไหนค่ะ

เพราะอาจจะให้ติดต่อคนที่อยู่ใกล้ ๆหลานก็ได้

    บ้านบางหล่อ หมู่3 ต.เกาะเต่า อ.ป่าพะยอม ค่ะ
ในหมูบ้านนี้มีคนถูกเผาถังแดงเยอะมากๆ ย่าของหนู ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยค่ะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 13 สิงหาคม 2007, 23:08:22 PM
 ;) :D ;D ;D
สวัสดีคะ ลูกหลาน เขต ๒
ป้ายินดีและดีใจมากที่มีเมล็ดพืชที่เติบโต
มั่นคง  และแข็งแรง ท่ามกลางสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง
ไปอย่างมาก  ท่ามกลางการต่อสู้กับสภาพเศษฐกิจที่รุมเร้า
ให้ทุกคนต้องยืนอยู่ให้ได้และก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
 ;) :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 13 สิงหาคม 2007, 23:30:27 PM
 :D ;D
หลานผู้ก่อการดีเขต๒ เรื่องหนังสือป้าจะจัดส่งให้ต่อไปนะคะ
ขอประชาสัมพันธ์ต่อเลยนะคะ
หนังสือ"บนเส้นทางภูบรรทัด"เล่ม ๑ เล่ม ๒ชุดละ ๕๐๐ บาท สำหรับเวปนี้
และถ้าจะกรุณาบวกค่าส่งอีก ๑๐๐ บาทก็จะขอบคุณยิ่งเพราะตอนนี้
ใช้เงินส่วนตัวของป้าขาวไปหลายตังแล้ว ทุกบาทเข้าใช้ทำบุญในการก่อ
สร้างอนุสรณ์สถานทั้งหมดคะอีกไม่นานพวกเราจะมีโอกาศได้ร่วมทำบุญให้เพื่อนๆของเราอย่างเต็มความภาคภูมิใจที่เกิดจาก
ความร่วมมือร่วมใจอย่างจริงจังทั้งจากสหายเก่าในเมือง ในชนบท สหายต่างเขต
เพื่อนเก่า มวลชนทั้งเมือง ชนบทขอบคุณทุกฝ่ายเลยคะ
 ;) ;) ;)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 14 สิงหาคม 2007, 00:02:36 AM
 :D ;D
พวกเราเดินข้ามผ่านลำธารที่กลุ่มหนึ่งอาบน้ำอยู่
มุ่งสู้ปากถ้ำน้ำลอดมองจากภายนอก
เหมือนเป็นถ้ำปกติถ้าไม่รู้มาก่อนก็คงไม่คิดว่าถ้ำนี้สามารถ
เดินลอดข้ามไปอีกฝากเขาได้
ตอนออกเดินใหม่ๆ มองไปรอบๆตัวรู้สึกหวั่นๆ
กับสมาขิกที่จะร่วมทางในการเดินลอดถ้ำ
เพราะมีสมาชิกตัวเล็กประมาณ ๔-๕ ขวบด้วย ๒ คน
รวมสมาชิกร่วมทางสิบกว่าคน ไฟฉาย ๓ กระบอก
น่าจะมีคนที่เคยเดินลอดถ้ำนี้ไม่เกิน ๔ คน
เมื่อสมัยยึ่สิบกว่าปีที่แล้ว ???


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 14 สิงหาคม 2007, 21:08:36 PM
ยินดีมากที่มีลูกหลานสหาย หลานผู้ก่อการดี ที่ได้เข้ามาอ่านเวปบอร์ดบ้านตุลา
ปีก่อนก็มีลูกสาวคุณฉลวย บ้านในเตาเข้ามาแจมด้วย
ตั้งแต่เปลี่ยนมาเป็นบอร์ดใหม่ยังไม่เห็นเข้าระบบเลย ประกาศหาจ้า

ระหว่างรอป้าป่าพนเล่าเรื่องในค่ายป่าพน เรามาติดตามที่มาของเพลงต่างๆของหน่วยศิลป์ต่อกันเลย

(http://farm2.static.flickr.com/1167/1115110269_5ef1009c99_o.jpg)

กองทัพ..


ลำธารสายน้ำที่ใช้ดื่มกินและอาบน้ำซักเสื้อผ้านั้น ไหลผ่านลงไปก็เป็นน้ำตกเล็กๆ สูงประมาณ ๓ เมตร ข้างๆน้ำตกนี้มีโขดหินขนาดใหญ่วางอยู่เรียงราย ก้อนใหญ่บ้าง เล็กบ้าง มีอยู่ก้อนหนึ่งใหญ่ตั้งพื้นแบนราบกว้างยาวหลายเมตร และยื่นเป็นชะโงกผาลงไปสู่สายน้ำ ตามซอกโขดหินนั้นมีต้นจันผาขึ้นอยู่เป็นหย่อมๆ เป็นแผ่นหินที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สวยมาก ผมชอบตรงนี้มากจึงตัดสินใจรื้อกระท่อมร้างเก่า ๒-๓ หลัง จากที่พักเก่านำมาปลูกเป็นกระท่อมหลังน้อยขึ้นใหม่บนโขดหินนั้นเป็นกระท่อมง่ายๆ มุงหลังคาด้วยจาก หน้ากระท่อมหันไปหาน้ำตก มีนอกชานสำหรับนั่งเล่น ฝากระท่อมปิดด้วยไม้ไผ่สานต่อบันไดลงไป ๓-๔ ขั้น จากนอกชานก็ถึงสายน้ำใสไหลรินนั้นแล้ว กระท่อมตั้งอยู่ชายป่าริมไร่ มีต้นไม้ใหญ่ใบบังเป็นร่มเงา ผมเรียกกระท่อมนี้ว่า “กระท่อมจันผา”

   
คุณตาผู้มาจากวงกงล้อกับสหายอีก ๒-๓ คนช่วยกันปลูกสร้างไม่ถึง ๒ วันก็เสร็จเรียบร้อย เมื่อหากล้วยไม้ป่ามาแขวนประดับรอบๆชายคา ก็มีเสน่ห์สีสันขึ้นทันตา นับว่าเป็นกระท่อมหลังเดียวที่ผมเคยมีอยู่ในชีวิตบนป่าเขา
   
ครั้นตกกลางคืน นอนฟังเสียงน้ำตกที่ไหลรินเบาๆ มองแสงจันทร์ที่สาดเงาลอดผ่านใบไม้ลำแสงนวลลงมา มีตะเกียงน้ำมันก๊าดทำจากขวดน้ำมันตับปลา จุดไว้อยู่บนโต๊ะเตี้ยๆ ตัวเล็กที่ทำจากปีกไม้ มีกีตาร์ตัวหนึ่งวางอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ที่ยกสูงขึ้นมาจากพื้นกองหิน ผมใช้แคร่นี้ทั้งนั่งและนอน นอกเหนือจากเป้ทหารใบหนึ่ง ที่ใช้เป็นหมอนหนุนและใส่เสื้อผ้า เปลยวน ผ้าเต็นท์ของใช้จำเป็นบางอย่างกับหม้อสนามสำหรับต้มน้ำร้อนอีก ๑ ใบ นอกจากดินสอ ยางลบ และสมุดจดงานที่วางบนโต๊ะในห้องของกระท่อมนี้ก็ไม่มีสิ่งของใดๆ อีก
   
ณ กระท่อมจันผานี้ เป็นที่เขียนเพลงระหว่างผมกับคุณตา เป็นที่ซ้อมดนตรีในบางวัน บางโอกาส เป็นเขตปลดปล่อยของคนบางคนที่มีปัญหาทางความคิด เพราะกระท่อมนี้เป็นแดนเสรีอยู่แล้ว
   
เพลง “ปักษ์ใต้แดนทอง” ก็เริ่มแต่งขึ้นบนกระท่อมจันผานี้เพลงนี้เป็นทำนองที่ดัดแปลงมาจากจังหวะรองเง็ง เป็นลาฆูอะไรสักอย่างหนึ่งผมจำไม่ได้แล้ว (ลาฆูเป็นภาษายาวี  หมายถึงจังหวะ) ทำนองพื้นบ้านนี้ถูกนำมาใช้ก็สืบเนื่องมาจากคำวิจารณ์ของมิตรสหายที่น่ารักบางคน ให้ความเห็นกับวงจรยุทธ์ว่า “เข้าไม่ถึงศิลปะพื้นบ้าน” ก็จริงอย่างที่เขาว่านั่นแหละ เพลงที่แต่งผ่านๆมา ไม่ค่อยมีจิตวิญญาณที่เป็นรากหญ้า
   
นอกจากเพลง “คนกับตะเกียง” ที่ผมแต่งก่อนจะเข้าป่าซึ่งใช้ทำนอง “ตันหยง” หรือลาฆูหาดทรายยาวแล้ว ก็ไม่มีเพลงอื่นใดที่เป็นพื้นบ้านอีกเลย
   
ความจริงเพลง “คนกับตะเกียง” เป็นแบบฝึกหัดที่ผมแต่งเป็นเพลงสำเร็จ เป็นเพลงปฐมบทของชีวิตโดยเขียนให้กับ “แม่” ผู้เป็นชาวสวนยางตัวจริงตลอดชีวิต เพลงดังกล่าวมีเนื้อร้องดังนี้

คนกับตะเกียง

ทำนอง- รองเง็ง ตันหยง
   
คนสู้ดิ้นรน ฝืนทนฟันฝ่าเรื่อยมา   
กรีดยางพารา นานมาในความมืดดำ
มีตะเกียงส่องแสง แจ้งนำไปสู่หนทาง   
โอ้ว่าหนทางมันลางเลือน เดินย่ำป่าดง
   
อดหลับอดนอนมิได้พักผ่อนร่างกายโรยรา   
กรีดยางพารานานมา ในความหนาวเย็น
พอย่างหน้าฝน ทุกข์ทนจนสุดระอา   
พอหน้าแล้งมา โศกาน้ำตาตกใน

โอ้ว่าราคายางพารามันต่ำเหลือทน   
สังคมกินคน สูบเสียจนต้องล้มละลาย
มีพรรคสาดแสง แจ้งนำพาสู่หนทาง   
กูเลิกกรีดยาง จะไปล้างสังคมกินคน




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 14 สิงหาคม 2007, 21:16:10 PM
คืนหนึ่ง...ประมาณกลางเดือนมิถุนายน ๒๕๒๐ เรากำลังแจมกันในกระท่อมจันผา เราเล่นกันในบันไดเสียง ซีเมเจอร์ มีชาลีโซโลกีตาร์ ส่วนผมตีคอร์ดวนไปเรื่อยๆ ไม่นานนักก็มีคุณไวถือไวโอลิน(ขนุน) เข้ามาร่วมวงแจมกันไปเรื่อยๆ ไม่มีเป้าหมายอะไรชัดเจน เรียกกันว่า ซ้อมมือ ซ้อมใจให้เข้าขากันมากกว่า
   
มีอยู่ช่วงหนึ่ง คุณชาลีโซโลตัวโน้ตออกมากลุ่มหนึ่งซ้ำๆกัน แต่ฟัง
ระรื่นหู ผมจึงบอกให้เขาเล่นตรงนี้ซ้ำๆให้ฟังหลายๆเที่ยว แล้วผมก็เล่นตามเขาไปจนจำตัวโน้ตได้ขึ้นใจและจดบันทึกเอาไว้
   
คุณชาลีถามผมว่า “เอาไปใส่เนื้อเพลงหรือ” ผมตอบเขาว่า “เป็นไปได้อยู่ แต่ก็อย่าคาดหวังอะไรมากนัก” เขาพยักหน้าแล้วก็ยิ้มอย่างยียวนตามสไตล์จิ๊กโก๋ในป่าของเขา
   
กล่าวสำหรับผมแล้ว ได้เรียนรู้ด้านดนตรีจากเขาอยู่ไม่น้อย เขาเข้าใจเรื่องดนตรีอยู่พอตัว เพลงเกือบทุกเพลงในวงจรยุทธ์เกิดจากฝีมือการเรียบเรียงเสียงประสานของเขาเป็นส่วนใหญ่ ส่วนผมถนัดไปในด้านเขียนเนื้อเพลงกับการทำเฒ่า (สู่รู้) เรื่องเพื่อน
   
คืนหนึ่งหลังจากต่างคนต่างแยกย้ายไปตามทางของตนแล้ว ผมก็เริ่มละเลงบทเพลงต่อไป
   
มันมีแก่นของเรื่องๆหนึ่ง ซึ่งติดค้างอยู่ในใจนานแล้ว แต่ยังหาทำนองและจังหวะลงไม่ได้ มันเป็นเรื่องความอยุติธรรมในสังคมนั่นแหละ เป็นเรื่องพื้นๆ ที่เห็นและเป็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในทุกพื้นที่ของสังคมชนชั้น
   
ผมซุ่มเขียนเพลงอยู่ ๒ วัน เสร็จแล้วก็นำไปให้คุณชาลีดู เขามองหน้าผมแล้วก็พยักหน้ากวนๆแบบนั้นอีกแล้ว ผมร้องเพลงที่เพิ่งแต่งเสร็จหมาดๆ ให้สหายในหน่วยศิลป์ฟัง เมื่อทุกคนช่วยกันปรับปรุงแก้ไขจนเป็นที่พอใจแล้ว ผมจึงนำเพลงนี้สู่สาธารณะ


ความเป็นธรรมอยู่ที่ไหน

เนื้อร้อง แสง ธรรมดา
ทำนอง ชาลี จรยุทธ์
   
ความเป็นธรรมนั้นอยู่ที่ไหน      
สังคมเมืองไทยนั้นมีไหมเล่า
คนรวยเหมือนอยู่บนฟ้า คนจนขี้ข้าโง่เง่า      
เป็นตุ่นเป็นเต่า เขาไม่เหลียวแล
   
สังคมเป็นธรรมนั้นจริงแล้วหรือ      
หรือมีแต่ชื่อเล่าลือกันเล่น
คนจนนั้นสุดยากเข็ญ คนรวยใช้เงินว่าเล่น      แ
ล้วใครเล่าเป็น คนสร้างคนทำ
   
พวกเจ้านายมันพวกใครกัน      
ดูซินั่นมันฆ่าคนจน
โกงกินกันอย่างมากล้น ทั้งขูดทั้งรีดทั้งปล้น      
เหม็นสาบคนจน เหยียดหยามกันจริง
   
มองเห็นสังคมของไทยใกล้วันพินาศ      
เจ้านายอุบาทว์นั่งกินนอนกิน
ตั้งตัวสูงเทียมเมฆินทร์ พวกตีนไม่เคยลงดิน      
กดขี่คนกิน สิ้นความเป็นธรรม
   
สังคมเลวทรามปล่อยไว้ทำไม      
มาเถิดเพื่อนไทยร่วมใจต่อสู้
แยกมิตรแยกหมู่ศัตรูใครดีใครชั่วเห็นอยู่      
ใครเป็นศัตรูมวลชน
   
ความเป็นธรรมนั้นอยู่ที่ไหน      
ไม่ใกล้ไม่ไกลโน่นไงในป่า
พรรคคอมมิวนิสต์ชี้นำประชา ทปท.ทหารคนกล้า
จับปืนขึ้นมาสร้างความเป็นธรรม

(http://photos13.flickr.com/17949303_212734a061_o.jpg)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 14 สิงหาคม 2007, 21:21:28 PM
ฝากใจสู่นาคร
   
ชีวิตป่าของพวกเรากินอยู่รวมหมู่กัน กินข้าวปนหัวมันจากหม้อเดียวกันกับแกง (ก็มีอยู่หม้อเดียวและอย่างเดียวเป็นส่วนใหญ่) เวลาอาหารเย็นของเราเริ่มประมาณ ๕ โมงเย็นกินข้าวไปด้วย ฟังข่าวฟังเพลง จากวิทยุคลื่นสั้น สปท. จากสถานีเดียวกันทั่วประเทศ
   
ในเย็นวันนั้น มีข่าวข่าวหนึ่งออกอากาศ เป็นที่สนใจของพวกเราเป็นอันมาก เป็นจดหมายเปิดผนึก ของ “คุณสุธรรม แสงประทุม” ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ในขณะนั้น คุณสุธรรมตกเป็นจำเลยคดี ๖ ตุลา ร่วมกับเพื่อนๆอีก ๑๘ คน เป็นจดหมายที่เขียนมาจากในคุกส่งถึงเพื่อนๆและมิตรร่วมรบ ทั้งในและนอกประเทศมีใจความว่า ขอให้พวกเรายืนหยัดสู้ต่อไปเป็นกำลังใจให้กันและกัน และเขาก็เล่าถึงชีวิตในคุกโดยสังเขป พวกเราได้รับฟังเนื้อหาในจดหมายด้วยความสะเทือนใจยิ่ง
   
ผมอยากจะตอบจดหมายให้เพื่อนในคุกทุกๆคน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ผมจึงบอกความรู้สึกนี้ไปให้สหายในหน่วยรับทราบ
   
สหายในหน่วยคนหนึ่งพูดเป็นทีเล่นทีจริงว่า “แสงก็เขียนเป็นเพลงตอบเขาไป รับรองถึงมือพวกเขาแน่” มุขนี้เรียกเสียงฮาจากพวกเราหลายคนเลยเชียวหละ
   
หลังจากกินข้าวเย็น ก็จะมีการประชุมสรุปงานในแต่ละวัน มีการวางแผนงานสำหรับวันรุ่งขึ้นของหน่วย เสร็จแล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปพักผ่อนตามอัธยาศัย
   
ผมจึงชักชวน “คุณตา” ให้ไปร่วมเขียนเพลงกันที่กระท่อมจันผา ซึ่งเขาก็ไม่ขัดข้องอยู่แล้ว
   
เริ่มงานเราก็คุยถึงเนื้อหา และแนวทางของเพลงกันก่อน ผ่านการแลกเปลี่ยนจนสรุปได้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า จะเดินกันไปอย่างไรในเนื้อเพลง คุยกันไปจิบกาแฟกันไป เมื่อเป็นที่ออกรสออกชาติกันดีแล้ว ผมก็เริ่มฮัมทำนองเพลง โดยใช้กีตาร์เล่นคอร์ดคลอไปด้วย
   
บรรทัดแรก ผมเริ่มก่อนว่า “ขอฝากเสียงเพลงจากใจไปสู่นาคร”
คุณตาก็ต่อเลยว่า “ข้ามเทือกสิงขรห้วงน้ำทะเลกว้างใหญ่”
วรรคต่อไปผมต่อว่า “ถึงไกลกันสุดขอบฟ้า ภูผาพนาหรือมาขวางกั้น”
เขาปิดท้ายท่อนแรกของเพลงว่า “สายใยสัมพันธ์ ผูกพันแน่นแฟ้น”
   
เมื่อได้ท่อนแรกมาแล้ว เราก็ลองร้องกับกีตาร์ซ้ำไปซ้ำมาหลายๆ
เที่ยว จนจำทำนองเพลงได้ขึ้นใจแล้ว จึงต่อท่อนที่ ๒ ต่อไป


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 14 สิงหาคม 2007, 21:59:00 PM
รำลึกถึงในเตา
หลานผู้ก่อการดีรู้จักใครบ้างครับ(ในเตา)
ส่งรูปมาแทนคำคิดถึง

ยามเช้าในเตา

(http://farm2.static.flickr.com/1372/1116355688_c831f7a541.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 14 สิงหาคม 2007, 22:02:15 PM
เจ้าบ้านผู้อารี :D

(http://farm2.static.flickr.com/1378/1116355774_a2135e5941.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 14 สิงหาคม 2007, 22:03:58 PM
มิตรสหายทราบข่าวมากันตรึม ;D

(http://farm2.static.flickr.com/1227/1116355782_afd6bedce3.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 14 สิงหาคม 2007, 23:23:38 PM
 :D ;D ;D
ลุงA รูปวิวของลุงสวยเฉียบเหมือนเดิมเลยนะคะ
จริงๆแล้วภาคใต้ก็มีทะเลหมอกเป็นบางช่วงเหมือนกัน
วันก่อนไปแถวน้ำตกไพวัลย์ยังมีให้เราเห็นบ้างเลย
จริงไหมคะลูกหลานผู้ก่อการดี ที่ไหนสวยๆบ้างคะและอยู่นช่วง
ฤดูกาลใด ;) :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 14 สิงหาคม 2007, 23:41:19 PM
 ;) :D ;D
"กระท่อมจันผา"
ณ.สถานที่นี้เองที่ก่อเกิดตำนานเพลงปฎิวัติแห่งทิวเขาบรรทัดของวงจรยุทธ์
ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งขบวนการในเวลาต่อมา
ทั้งที่ขณะนั้น
อย่างที่คุณแสงเขียนไว้ว่าถูกกล่าวหาว่าเสรี
ไปรวมกลุ่มเล่นเพลงกันที่กระท่อมจันผาจนดึกๆ
พอตอนเช้าก็ไม่สามารถร่วมงานกับสหายได้
แต่ที่ไหนได้ นั่นคืองานชิ้นโบว์แดงของการปฎิวัติอีกชิ้นหนึ่ง
 8) 8) 8)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 สิงหาคม 2007, 00:23:21 AM
ความเป็นมาของเพลง ฝ า ก ใ จ สู่ น า ค ร

คุณตาเป็นผู้เริ่มก่อนในท่อนที่ ๒ แล้วก็สลับกันไปสลับกันมา จนจบเนื้อเพลงทั้ง ๔ ท่อน
   
นับว่าเป็นเพลงแรกและเป็นเพลงเดียวในชีวิตการแต่งเพลงของผม ที่ได้มีโอกาสเขียนร่วมกันสดๆแบบนี้ มันเป็นการลื่นไหลของภาษาทางกวี เป็นการตกผลึกทางอารมณ์ และความรู้สึกร่วมกันทั้ง ๒ คนในเวลาเดียวกัน
   
ปรากฏการณ์เช่นนี้...กี่ปีจะมีอีกสักครั้ง
   
คุณตาแห่งวงกงล้ออดีตนักศึกษาธรรมศาสตร์ผู้นี้ ผมเรียกเขาได้อย่างเต็มปากเลยว่า “นักกวี” เขามีความรอบรู้และเจนจัดในด้านหลักภาษาไทยเป็นอย่างดี รู้เรื่องฉันทลักษณ์ การสัมผัสนอกและใน หรือในเรื่องเสียงสูง เสียงต่ำต่างๆอย่างแตกฉาน และในจิตใจที่ละเอียดอ่อนแบบที่กวีพึงมี
   
ต่างจากผม ที่รู้เพียงพื้นๆตื้นๆ ไม่ล้ำลึกอะไร และเป็นเขาเองนั่นแหละที่ถ่ายทอดเรื่อง กาพย์ กลอน และหลักภาษาต่างๆนานาให้กับผมอย่างมากมาย ในขณะเดียวกันเขาก็ได้เรียนรู้ว่าจะสร้างทำนองเพลงให้สอดคล้องกับอารมณ์เพลงได้อย่างไร โน้ตแบบไหนที่เรียงกันแล้ว ฟังดูเศร้าสร้อย เงียบเหงา เดียวดาย เรียงกันแบบไหน ที่ว่ารำพึง รำพันโหยหา เรียงกันยังไงถึงจะสนุกสนาน และภายหลังออกจากป่าแล้วเขาใช้ความเป็นกวีไป ประกอบอาชีพเป็นบรรณาธิการนิตยสารแนวไฮคลาสฉบับหนึ่งเป็นเวลายาวนานอีกด้วย
   
เพลงแต่งจบแล้วผมตั้งชื่อเพลงว่า “ฝากใจไปสู่นาคร” เราใช้เวลาแต่งเพลงนี้ประมาณ ๔-๕ ชั่วโมง หลังจากนั้นเราก็ร้องเพลงๆนี้ซ้ำไปซ้ำมาจนรุ่งสาง อรุโณทัยของวันใหม่
   มีการเปลี่ยนคำบางคำ หรือวลีบางวลีจนรู้สึกลงตัวดีแล้ว เราก็เริ่มมองหาผู้ที่จะร้องเพลงในทำนองและลีลาแบบนี้ได้ดีที่สุดในหน่วยของเรา

ในที่สุดเราก็ตกลงกันว่าให้ “คุณเอื้อย” เป็นผู้ร้องนำ มีคุณ
พจน์ ร้องนำในท่อนแรก และร้องคู่กันในท่อนสุดท้าย
   
อีก ๑ ปีต่อมา เมื่อเพลงนี้ได้ออกอากาศทางวิทยุ สปท.แล้ว ก็กลายเป็น “จดหมายตอบ” ที่มีทำนอง ถึงจะตอบช้าไปหน่อยแต่ก็ถึงผู้รับอย่างถ้วนหน้า ดั่งที่เราวาดหวังเอาไว้


ฝากใจสู่นาคร

คำร้อง แสง ธรรมดา-ปกรณ์ ระวีวรณ์
ทำนอง ปกรณ์ ระวีวรณ์
   
ขอฝากเสียงเพลงจากใจไปสู่นาคร   
ข้ามเทือกสิงขรห้วงน้ำทะเล กว้างใหญ่
ถึงไกลกันสุดขอบฟ้า ภูผาพนาหรือมาขวางกั้น   
สายใยสัมพันธ์ ผูกพันแน่นแฟ้น
   
เพราะเรามีรักผูกพันด้วยอุดมการณ์   
ร่วมใจใฝ่ฝันมั่นในศรัทธา ยิ่งใหญ่
อุทิศชีวิต เลือดเนื้อ เพื่อมวลประชาชนไทย   
นี่คือรักอันยิ่งใหญ่ ศัตรูใดๆ ไม่อาจทำลาย
   
ไม่เคยลืมเลือนๆ ย้ำเตือนสัมพันธ์ๆ    
มั่นใจใฝ่ฝันสักวันคงได้กลับคืน
มุ่งไปเถิดหนา ฝ่าผองภัยด้วยใจระรื่น
   ยิ้มเย้ยกับความขมขื่น หยัดยืนท้าทายทมิฬ
   
ขอให้ศรัทธาเราเป็นเหมือนดั่งดวงดาว   
ทอแสงสกาว พร่างพราวพลังยิ่งใหญ่
โหมเพลิงแห่งความคับแค้นที่ยังฝังแน่นอยู่ในดวงใจ   
ประสานเสียงเพลงแห่งชัย มุ่งสู่ไทย เสรี



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 สิงหาคม 2007, 00:40:04 AM
ขอบคุณลุงเอป้าบี ที่เอาภาพสวยๆของในเตามาให้รำลึกถึงคืนวันในอดีตที่แสนสดชื่น
ภาพทะเลหลอกที่ลุงโพล์ตมานั้นสวยจริงๆ ย้อนหลังไปควนลูกนั้นไม่เห็นน่าชมอย่างวันนี้เลย
ด้วยเหตุที่เราจะต้องปืนขึ้นจนถึงจุดสูงสุดเรียกว่าสันหมีฉีก ซึ่งเป็นเหมือนด่านธรรมชาติที่แบ่งเขตแดนระหว่าง
มวลชนกับเขตทหารของประชาชน เมื่อเราปีนจนถึงสันนี้แล้วจะได้รับโบนัสที่แสนสดชื่น ในสายลมอันเย็นฉ่ำ
ทำให้บรรดาทหารทั้งหลายหายเหนื่อยจากการเป้ข้าวของเครื่องใช้ ขึ้นกองทัพ

แต่ที่แน่เท้เราต้องใช้สองขาพิชิตมันทุกครั้ง.....บางครั้งไม่คิดว่าจะรอดในด่านนี้ ข้าวมันหนักเกินกำลังขานะ ;D


พูดถึงบ้านในเตานี้ ทหารทางเขต 3 จะพูกพันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผม ต้องหาเรื่องลงมาบ่อยครั้ง
เพราะมาทีไรมวลชนจะแบ่งยาขาวให้ได้สูดกลิ่นหอมทุกครั้ง ขากลับยังเอายาเขียวใส่เป้อีกต่างหาก ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 สิงหาคม 2007, 00:42:58 AM
ตำบลในเตา

ตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อของ ๓ จังหวัด คือ ตรัง พัทลุง และนครศรีธรรมราช

- ทิศเหนือติดต่อกับตำบลน้ำตก อำเภอทุ่งสง ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช และ ตำบลเขาไพร อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง

 - ทิศใต้ ติดต่อตำบลเขาปูน และตำบลท่างิ้ว อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง

- ทิศตะวันออก ติดต่อตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรม และตำบลลานช่อง อำเภอป่าพยอม จังหวัดพัทลุง

- ทิศตะวันตก ติดต่อกับตำบลท่างิ้ว อำเภอห้วยยอด และตำบลหนองปรือ อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง

สภาพทั่วไปของตำบลในเตาเป็นป่าทึบ มีภูเขาสูงล้อมรอบและสายน้ำน้อยใหญ่มากมาย อากาศดีทั้งปี คนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก รองลงมาคือรับจ้างทั่วไป

ประวัติการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของคนตำบลในเตามีมานาน โดยสันนิษฐานจากความเก่าแก่ของวัดถ้ำพระพุทธโกษีย์ซึ่งไม่น่าจะต่ำกว่า ๔๐๐ ปี หรือประมาณสมัยศรีวิชัย และยังมีการค้นพบวัตถุโบราณตามถ้ำต่าง ๆ อาทิ กระดูกคนสมัยโบราณ เครื่องถ้วยชาม ขวานฟ้าหรือขวานหิน ที่เคยเป็นเครื่องมือเครื่องใช้คนสมัยก่อน (ประมาณสมัยศรีวิชัย)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 สิงหาคม 2007, 00:44:45 AM
ชาวบ้านที่เข้ามาอยู่พวกแรกเป็นคนป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง บ้างก็มาจากตำบลท่างิ้ว และตำบลหนองช้างแล่น อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ในอดีตตำบลในเตาเคยอยู่ในเขตการปกครองของจังหวัดพัทลุงและจังหวัดนครศรีธรรมราชมาก่อนที่จะมาขึ้นกับจังหวัดตรัง

ความเป็นอยู่ของชุมชนเป็นการพึ่งพาอาศัยช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน มีการประกอบอาชีพทำไร่เลื่อนลอย ปลูกข้าว ปลูกมัน และสวนผลไม้ เช่น ทุเรียน มังคุด มะพร้าว หมาก เป็นต้น เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือน เป็นของฝากให้ญาติพี่น้อง หรือบุคคลที่มาเยี่ยม

การคมนาคมในสมัยนั้นไม่มีถนนใช้การเดินทางโดยเท้าเป็นหลัก และใช้สัตว์บรรทุกสิ่งของหนักๆ ต่อมาเมื่อมีการนำยางพาราเข้ามาเผยแพร่ คนในชุมชนเริ่มหันมาปลูกยางพารา ทำให้มีการขยายพื้นที่เพื่อทำการเกษตรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีคนนอกชุมชนเข้ามาบุกเบิกที่ดินทำมาหากินเพิ่มขึ้น

และประมาณปีพ.ศ.๒๕๑๔ เป็นช่วงที่มีการเติบโตของพรรคคอมมิวนิสต์ ตำบลในเตาก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่รัฐบาลต้องประกาศเป็นพื้นที่สีแดง ช่วงนี้เองเป็นช่วงที่การคมคมสะดวกมากขึ้น เพราะรัฐบาลต้องบุกเบิกทำถนนเข้าทำการปราบปราม


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 สิงหาคม 2007, 00:57:33 AM
ปัจจุบันตำบลในเตาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๔ หมู่บ้าน มีพื้นที่ประมาณ ๑๗,๒๑๑ ไร่ ประชากรประมาณ ๒,๖๕๖ คน ๗๕๔ ครัวเรือน

มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุนหมู่บ้าน กลุ่มแม่บ้าน องค์กรเครือข่ายป่าชุมชน ฯลฯ

แต่ปัญหาใหญ่ของคนตำบลในเตาคือ การไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน แม้คนในชุมชนจะเคยรวมตัวเรียกร้อง เมื่อปีพ.ศ.๒๕๔๓ ต่อรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบก็ไม่เป็นผล ไม่มีการดำเนินการใดๆ คนในชุมชนไม่ได้นิ่งนอนใจแต่พยายามหาหนทางแก้ปัญหาด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง มีการตั้งองค์กรเครือข่ายป่าชุมชนดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อรณรงค์และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่าร่วมกัน รวมตัวกับเครือข่ายปัญหาที่ดินพื้นที่อื่น ๆ เรียกร้องความเป็นธรรมแต่ก็ไม่สำเร็จ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 สิงหาคม 2007, 01:16:10 AM
จนกระทั่งในปี พ.ศ.๒๕๔๘ ตำบลในเตา เป็นตำบลนำร่องอีกตำบลหนึ่งในการดำเนินโครงการนำร่องการการบูรณาการการบริหารจัดการเชิงพื้นที่จังหวัดตรัง (ศตจ.) เพื่อเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาความยากจน การดำเนินโครงการนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างของกระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครอง องค์กรพัฒนาชุมชน(พอช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ใช้กลไกความร่วมมือทั้ง ๓ ฝ่าย ตำบลในเตาศึกษาการแก้ปัญหาหนี้สิน โดยใช้รูปแบบแผนแม่บทชุมชน

ผลจากการดำเนินการดังกล่าวทำให้คนในชุมชนทราบว่า ปัญหาที่แท้จริงก็คือ

ปัญหาเรื่องการไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน ทั้งที่มีทำอยู่ทำกินมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ

(http://farm2.static.flickr.com/1352/1117986318_b36c4a5c4a_o.jpg)

(วัดในเตา)


สาเหตุเนื่องจากที่ดินถูกประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาปู่ – เขาย่า(ตำบลในเตา) เป็นหน่วยงานควบคุมดูแล เมื่อกฎหมายอุทยานเข้ามา ทำให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ในที่ดินทำกินของชาวบ้านที่มีมาแต่เดิม การทำเกษตรเช่น ปลูกยางพารา สวนผลไม้ ไม่สามารถกระทำได้ คนในชุมชนที่เคยขอทุนสงเคราะห์ปลูกยางก็ปลูกไม่ได้ ตัดโค่นยางหมดอายุเพื่อปลูกทดแทนก็ไม่ได้ บางรายปลูกยางใหม่เจ้าหน้าที่ตัดทิ้งทำลาย เกิดกรณีพิพาทกระทบกระทั่งระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้รักษาผลประโยชน์ของรัฐกับชาวบ้านซึ่งทำเพื่อการดำรงชีพตลอดเวลา

ทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่มั่นคงในการดำเนินชีวิต เป็นปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง อีกทั้งการดำเนินการต่าง ๆ ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละรัฐบาล


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 สิงหาคม 2007, 01:38:28 AM
ด้วยเหตุนี้ ทำให้พื้นที่ในเตาเป็นปัญหา เนื่องจากความไม่ชัดเจนของแนวเขตและการทำมาหากินของชาวบ้านอยู่ก่อนแล้ว อีกทั้งการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มกลายเป็นปัญหาแก้ไม่ตกสะสมมานาน และไม่มีใครอยากแก้ ชาวบ้านก็ต้องทนอยู่ต่อไปเพราะไม่รู้จะไปอาศัยที่ไหน

(http://farm2.static.flickr.com/1164/1118156264_128822ad85_o.jpg)


จากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะทางอำเภอในฐานะเจ้าของพื้นที่ต้องการศึกษาหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน เพื่อความมั่นคงในการดำเนินชีวิต เพื่อสิทธิที่ชุมชนพึงมีพึงได้ สามารถมอบเป็นมรดกให้ลูกให้หลานอยู่อาศัยทำกินได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะมีใครมาไล่ที่ และต้องการให้คนในชุมชนเห็นความสำคัญของการรักษาป่าต้นน้ำ ใช้ประโยชน์จากป่าอย่างเหมาะสมและยั่งยืน

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยการร่วมมือกันศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ชัดเจน ระหว่างคนในชุมชน กับหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา ภายใต้ฐานคิดที่ว่าชุมชนบ้านในเตาจะมีแนวทางแก้ปัญหาที่ดินทำกินโดยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง เหมาะสม และยั่งยืนได้อย่างไร


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 สิงหาคม 2007, 01:50:38 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1157/1117369967_be7a3cb97b_o.jpg)

สหายเก่าเห็นผักกูดแล้วยิ้มแต้ เป็นสวนผักกูดปลูกสลับกับผักบุ้งที่สองสหายคู่ทรหดสร้างไว้
วัดหยุดสุดสัปดาห์ลูกสาวจะมาเก็บผักเหล่านี้ไปขายในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วยความภูมิใจ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 15 สิงหาคม 2007, 02:22:31 AM
เมื่อกล่าวถึงสันหมีฉีก สหายเขต 3 คงจะจำกันได้ว่า กว่าจะเดินขึ้นไปถึงเกือบหมดแรง
คนที่แข็งแรงพอขึ้นไปถึงก่อนก็จะนอนรอ คนที่แรงน้อยหน่อยกว่าจะเดินมาถึง เมื่อคนที่ถึงก่อนพักได้หายเหนื่อยแล้ว
ยังจำได้เหากฉันได้รับหน้าที่เป็นหมอร่วมไปขนส่งลำเลียง  พอถึงตรงนี้ ฉันต้องเดินดูสหายตั้งแต่หัวขบวน จนถึงท้ายขบวน หากเห็นใครอ่อนเพลียมาก ๆ ก็จะแจกน้ำตาลแว่น และน้ำดื่มให้สหายเพื่อให้สดชื่นขึ้น น้ำตาลแว่นเป็นของหวานที่วิเศษที่สุดในเวลานั้น  คิดถึงเวลานั้นแล้ว พวกเราช่างมีพลังมีความฝันอันยิ่งใหญ่จริง ๆ ยังนึกเห็นภาพความเข้มแข็งของทุก ๆคนในเวลานั้นได้ติดตา ในการขนส่งลำเลียงทุกครั้ง พวกเราจะได้เรียนรู้ความยากลำบาก ความรักระหว่างสหาย การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และแม้ในช่วงของการเดินทางที่มีอันตราย สหายที่เป็นกองหน้าและกองหลังก็จะคอยดูแลช่วยเหลืออย่างสุดจิตสุดใจ ให้ความมั่นใจ ความอบอุ่นกับสหายทั่วทั้งขบวนได้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 สิงหาคม 2007, 11:24:39 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1430/1089843259_1d5d009619_o.jpg)

เครื่องมือแพทย์ แอบเห็นหน่วยหมอเขานึ่งเครื่องมือแล้วนำมาบรรจุในกล่องข้าวอลูมิเนียม
เป็นกล่องข้าวแบบที่ สมัยก่อนเด็กๆไปโรงเรียนต้องห่อข้าวไปทานกันทุกคน

มีอะไรบ้างต้องรอหมอๆมาช่วยแจม จักอยู่อันเดียวคือไฟฉายรุ่นคลาสสิคยอดนิยมใช้ในกองทหาร
หน่วยงานมวลชน และออกรบ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 15 สิงหาคม 2007, 21:28:02 PM
ใช่แล้วครับลุงกาจ  กล้องข้าวอะลูมิเนียมใช้ใส่กระบองแก้วฉีดยา  เข็มฉีดยาที่ใช้แล้ว นึ่งใช้ซ้ำไปเรื่อยๆ  แม้จะไม่แหลมคมก็ยังใช้  สหายก็ต้องทนเจ็บหน่อย ของมันหายาก  บางกล้องก็ใส่ผ้าก๊อซ สำลีที่นึ่งฆ่าเชื้อ  บางกล้องก็ใช้ใส่เครื่องมือผ่าตัดชิ้นเล็กๆ   นอกจากนี้กล้องข้าวอะลูมิเนียมยังใช้ใส่สารพัดยาเวลเดินทางไปที่ต่างๆ  หรือหมอหน่วยงานมวลชนก็ชอบใช้
ไฟฉายที่เห็นยี่ห้อตราเสือ(ถ้าจำไม่ผิด)  ทำจากจีนแดง  หาซื้อไม่ยากทางใต้เพราะสินค้าจีนแดงสมัยนั้นหาง่ายตามชายแดนมาเลเซีย  สามารถหมุนที่คอไฟฉายเพื่อปรับโฟกัส  ที่สหายชอบทำอีกอย่างคือเอาสายน้ำเกลือที่ใช้แล้ว  มาผูกที่คอและท้ายไฟฉาย  ทำเป็นสายห้อยคอเดินไปมาสะดวกดี


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 สิงหาคม 2007, 22:09:22 PM
วันนี้ผมได้ส่งเงินสนับสนุนอนุสรณ์ฯ เป็นเงิน 9000 บาท
จาก  คุณสมบูรณ์  สงขลาเขต1   3000 บาท
       คุณเกิด       สงขลาเขต 2  3000 บาท
  คุณหมอสมปอง  สงขลาเขตพิเศษ 3000 บาท


จากลุงหมอสามารถ

ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้ก่อการดี ที่ 16 สิงหาคม 2007, 17:23:27 PM

...รู้สึกอบอุ่นเป็นพิเศษเมื่อได้เข้ามาเวบฯแห่งนี้
เรื่องราวที่คุณลุงคุณป้าได้ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือเหล่านี้มันคือสิ่งที่หนูนั้นได้ซึมซับมาตั่งแต่เริ่มจำความได้
จากวงสนทนาของอดีตสหายเขต 2  พื้นที่ที่หนูเติบโตมาล้วนมีตำนาน มีกลิ่นไอของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากมาย
และสิ่งที่หนูได้รับมาเป็นของแถมก็คือคำว่า ''ลูกคอม'' จากกลุ่มคนที่เค้าอาศัยอยู่ในเมืองเพราะใครๆก็เรียกหมู่บ้านที่หนูอาศัยอยู่ว่าหมู่บ้านคอม แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้หนูรู้สึกว่าหนูแปลกแยกจากคนอื่นๆในสังคมเมืองเลย เพราะเราไม่ใช่สิ่งเลวร้ายที่หลงเหลือจากวันวาน แต่เรามีคุณค่าและความหมายที่ไม่ควรจะถูกลบเลือนไป


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 17 สิงหาคม 2007, 00:57:05 AM
 :D :D ;D ;)
หลานผู้ก่อการดี
หนูเป็นเด็กที่ได้รับรู้เรื่องราวการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคม
หนูได้รับรู้ถึงเรื่องราวที่ถูกกล่าวหาจากผู้ที่อยู่ห่างไกล
ฝ่ายตรง(ศัตรู)ว่าเป็นผู้ก่อการร้าย
แต่กลับกันหนูอยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์และเข้าถึง
การต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
ในเวลานั้นหนูจึงเข้าใจเหตุการณ์เป็นอย่างดี
จึงเรียก  อยากบอกให้คนทั่วไปได้รับรู้ว่า
สิ่งที่หนูได้สัมผัสได้รับรู้มามันตรงข้ามกับ
คำว่าผู้ก่อการร้ายมันควรจะเรียกว่าผู้ก่อการดีซะมากกว่า
สิ่งนี้มันควรเผยแพร่ไปในรุ่นหนูถึงคุณงามความดีของพรรคคอมฯในอดีต
 :D ;D :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 17 สิงหาคม 2007, 01:08:25 AM
การบันทึกความจริงแห่งการต่อสู้สมัยคุณพ่อและญาติพี่น้อง
ของหลานผู้ก่อการดี
คงต้องอาศัยรุ่นหลานสืบค้นข้อมูลในท้องถิ่น
บันทึกเรื่องราวแห่งความเป็นจริง
โดยเฉพาะในบางเขตและบางส่วน
หนังสือบนเส้นทางภูบรรทัดมีขีดจำกัด
ในข้อมูลทีไม่สามารถสืบค้นได้ทั่วถึง
และเป็นโอกาสดีที่รุ่นคุณพ่อยังสามารถนำสืบข้อมูล
ที่แท้จริงให้พวกหลานๆได้เพื่อบันทึก
เรื่องราวเพิ่มเติมให้สมบูรณ์มากขึ้น
 ;) :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 สิงหาคม 2007, 14:24:37 PM
การได้บันทึกประวัติศาสตร์ ให้ชนรุ่นหลังเข้าใจเหตุบ้านการเมือง
ความเป็นจริงที่สง่างาม ย่อมบังเกิดความรัก ความเข้าใจ ระหว่างคนสองยุค
และสืบทอดต่อไปชั่วลูกหลาน

จำปูนป่า ท่ามกลางเพลิงปฏิวัติ

เป็นบททันทึกชิ้นหนึ่งของคุณฟ้า ที่บรรยายภาพในป่า ที่เธอได้ไปสัมผัสและได้เป็นนักกีต้าร์ประจำวงจรยุทธ์



ภายหลังจากยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธแล้ว “คุณฟ้า” เรียนหนังสือจนจบชั้นปริญญาโทและเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษและวรรณคดีอังกฤษ ณ สถาบันระดับอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งก่อนลาออกเพื่อศึกษาต่อจนจบปริญญาโทอีกใบหนึ่งที่ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันเธอเลือกใช้ชีวิตที่มีอิสระทางการงานโดยการแปลและเขียนหนังสือภายใต้การสนับสนุนของครอบครัวที่อบอุ่น ณ บ้านหลังกะทัดรัดในประเทศหนึ่งของทวีปอเมริกาเหนือ


คติประจำใจนักรบทปท.ที่รู้จักกันดีอันหนึ่งก็คือ “ไม่มีเวลาเสียใจให้กับดอกไม้ในขณะที่ไฟกำลังไหม้ป่า” แต่จะด้วยความอ่อนเยาว์ทั้งวัยวุฒิและความคิดทางการเมืองของฉันขณะนั้นหรือด้วยเหตุอื่นใดก็ตาม ความหอมพิสุทธิ์งดงามของดอกจำปูนป่า กลับเป็นสิ่งสำคัญที่สร้างพลังให้ฉันก้าวเดินต่อไปบนหนทางปฏิวัติและก็เป็นสิ่งเดียวที่ปลอบประโลมใจฉันในยามท้อแท้สับสน

ฉันเข้าป่าเมื่ออายุสิบห้าขณะยังเรียนชั้นมัธยมพร้อมกับพี่สาวแท้ๆ ที่เป็นนักศึกษาปีหนึ่ง นอกจากนี้ในกลุ่มของเรายังมีญาติอีกคนกับเพื่อนสนิทรุ่นพี่ตั้งแต่อยู่ในเมืองรวมเป็น ๔ คน ก่อนออกจากบ้านมาขึ้นรถไฟสายใต้ เราสองคนพี่น้องฝากจดหมายลาพ่อแม่ไว้กับน้องชายตัวน้อยด้วยถ้อยความที่สั้นกระชับเพียงบอกว่าลูกลามาจับปืนและขอให้พ่อแม่รอคอยการกลับมาของเราในวันแห่งชัยชนะที่ถนนราชดำเนิน ความฝันของฉันและของทุกคนขณะนั้นล้วนเป็นสีทอง คืนนั้นบนรถไฟ แม้จัดตั้งได้เตือนไว้แล้วว่าให้พักผ่อนเพราะวันพรุ่งจะต้องเดินทางไกล แต่หัวใจของเราต่างพองโตคับอกและอดไม่ได้ที่จะนั่งแลกเปลี่ยนจินตนาการและความใฝ่ฝันร่วมกันจนดึกดื่น

พอรุ่งสาง พวกเราลงรถไฟที่สถานีชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดตั้งซึ่งนั่งมาในขบวนเดียวกันแต่คนละตู้ พาเราไปที่บ้านมวลชนที่จะรับช่วงต่อ เราได้พบกับนักศึกษาจากในเมืองอีก ๒ คนซึ่งมาถึงก่อนแล้ว และก่อนที่จะทันได้เห็นหน้าค่าตากันชัดเจน มวลชนก็พาสหายใหม่ทั้ง ๖ คนอันประกอบด้วยคุณแพรก คุณเครือ คุณพนา คุณเชิดชู คุณทรายและตัวฉันสหายฟ้าขึ้นรถปิคอัพเพื่อเดินทางสู่เขตป่าเขา เพียงเวลาชั่วอึดใจเราก็เดินทางมาถึงริมฝั่งน้ำที่มวลชนบอกว่ามีสหายมารอรับอยู่อีกฟากหนึ่งซึ่งหมายความว่าเราต้องข้ามลำน้ำสายนี้ไป ฉันจำไม่ได้เสียแล้วว่าลำน้ำแห่งนั้นชื่ออะไรและเป็นลำน้ำชนิดใด แม้ว่ามันไม่ลึกหรือกว้างใหญ่นัก หากกระแสอันค่อนข้างเชี่ยวและความไม่คุ้นเคยกับเถื่อนธารของคนเมืองอย่างพวกเราทำให้อดรู้สึกผวาอยู่ลึกๆไม่ได้ แต่ความรู้สึกนั้นก็วาบขึ้นเพียงไม่นาน เมื่อสหายที่มารอรับอยู่ต่อแถวจับมือกันเป็นสะพานต้านกระแสน้ำข้ามมาจากฝั่งโน้นส่งสัญญาณให้เราหน้าขาวๆเกาะพวกเขาข้ามไป ฉันรู้สึกอบอุ่นขึ้นโดยพลันและเริ่มสัมผัสถึงคำว่า “ความรักทางชนชั้น” จริงๆในตอนนั้น



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 สิงหาคม 2007, 14:29:31 PM
จำปูนป่า ท่ามกลางเพลิงปฏิวัติ.........บันทึกจากคุณฟ้า


เราทุกคนข้ามมาได้อย่างปลอดภัยแม้จะทุกลักทุเลบ้าง ฉันจำชื่อสหายที่มารับได้เพียงคนเดียวคือ “คุณธวัช” ซึ่งเป็นสหายชนบท เขาและสหายอีกผู้หนึ่งนำพวกเราเดินทางต่อไปอีกประมาณ ๑ ชั่วโมงก็ได้ยินเสียงบอกว่า “ถึงแล้ว” ความเหนื่อยอ่อนจากการเดินป่าที่ยังไม่คุ้นเคยของฉันหายไปทันที แต่แล้วภาพเพิงพักเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้พงไม้และมีสหายชายหญิงอยู่ ๒-๓ คนกลับสร้างเครื่องหมายคำถามตัวโตขึ้นในหัวใจฉัน นี่หรือกองทัพปลดแอกประชาชนไทย?

สหายที่นำทางมาคงอ่านสายตาฉันออก จึงรีบไขปริศนาให้ว่าเราจะพักกันที่เขตงานนี้ก่อน เพราะยังต้องเดินอีก  ๓ วันจึงจะถึงกองทัพ  พร้อมกันนั้นสหายที่เขตงานก็นำขนมหวานมาต้อนรับสหายใหม่ซึ่งต่างมองหน้ากันด้วยสีหน้าอ่านยากหลังจากรับ “โคม” ใบใหญ่ที่ดูเหมือนชามก๋วยเตี๋ยวมาตักขนมเข้าปาก เพราะเผือกต้มน้ำตาลในโคมนั้นมีรสชาติเหมือนน้ำตาลสัก ๑๐ กิโลซึ่งรสอันหวานจัดจนแสบลิ้นแทรกเข้าไปในทุกอณูของเนื้อเผือก ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากรับผิดชอบขนมในโคมจนหมดเกลี้ยง สหายนำทางยังงัดนมข้นหวานในเป้มาเปิดเทเข้าปากดื่มแทนน้ำอย่างหน้าตาเฉย ทำเอาพวกเรา ๖ คนแทบสำลักเพราะแค่ความหวานของขนมยังแสบอยู่ที่ปลายไส้ไม่หาย  แต่ความต้องการน้ำตาลของร่างกายนั้นก็เป็นที่ตระหนักกันดีในภายหลังเนื่องจากน้ำตาลเป็นสิ่งเดียวที่ให้พลังงานได้เร็วที่สุดและสะดวกที่สุดในภาวะสงคราม

๓ วันแห่งการเดินทางผ่านไปอย่างราบรื่น เมื่อมาถึงกองทัพเขต ๓ เราทั้ง ๖ ต่างได้รับการจัดหมวดหมู่แยกย้ายไปตามความเหมาะสมเนื่องจาก ฉันเคยเล่นดนตรี จึงถูกจัดให้อยู่ในหน่วยศิลป์จรยุทธ์ สหายในหน่วยส่วนใหญ่คือ พี่ๆที่รู้จักมาก่อนเช่นคุณชาลี คุณอุ้ม คุณพจน์ หรือไม่ก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดีตามเวทีกลางม็อบเช่นคุณเอื้อย คุณขวัญ ส่วนคุณแสงและคุณไวนั้นมารู้จักกันในหน่วยงาน ตัวฉันเองมีหน้าที่ประจำคือเล่นกีตาร์ให้กับวงดนตรีจรยุทธ์ แต่สหายในหน่วยทุกคน ต้องฝึกทั้งการร้องเพลงในความดูแลของคุณชาลี การเล่นละครโดยคุณพจน์ รวมทั้งนาฏศิลป์ที่มีเนื้อหาโฆษณาการปฏิวัติ โดยมีคุณเอื้อยและคุณขวัญเป็น “ครู” แม้ว่าชีวิตแบบทหารและการสร้างวัฒนธรรมใหม่สำหรับ “สังคมใหม่” ในกองทัพจะเน้นที่ความเท่าเทียม สรรพนามที่ใช้มีเพียง “คุณ ผม ฉัน” โดยไม่ต้องคำนึงถึงวัยที่แตกต่าง แต่ความรู้สึกที่ฉันได้รับจากสหายในหน่วย นอกเหนือไปจากความเคารพซึ่งกันและกันฉันท์สหายแล้ว ฉันยังรู้สึกได้ถึงความเอาใจใส่ ห่วงใยเป็นพิเศษจากสหายทุกคนซึ่งโตกว่าฉันอย่างน้อย ๔-๕ ปีขึ้นไป


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 สิงหาคม 2007, 14:35:09 PM
จำปูนป่า ท่ามกลางเพลิงปฏิวัติ.........บันทึกจากคุณฟ้า


(http://farm2.static.flickr.com/1110/1136909923_bb6b43fdf4_o.jpg)
(ภาพสหายชนบท ที่คอยดูแล เอาใจใส่ พวกเรานักเรียน นักศึกษา ที่เข้ามาใหม่ ด้วยความเต็มใจ)


ฉันยังจำได้ถึงค่ำคืนหนึ่ง ที่หน่วยของเรารอนแรมขนส่งเสบียง ขึ้นกองทัพ อันเป็นภารกิจที่ทุกหน่วยงานจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำตามการจัดเวรของสหายบัญชา ท่ามกลางสายฝนที่พร่างพรมไม่ขาดสาย เราผูกเปลขึงผ้ายางพักกันกลางป่า ฟ้าคืนนั้นมืดมิดไม่มีแสงดาวแม้สักดวง ฉันนอนลืมตาอยู่ข้างเปลของคุณเอื้อย ครู่หนึ่งจึงหันไปกระซิบบอกเธอว่า “คุณเอื้อย วันนี้วันเกิดฉัน”  แม้จะรู้ดีว่าการพูดคุยถึงเรื่องส่วนตัวที่สะท้อนถึง “ความคิดแบบปัญญาชนนายทุนน้อย” เช่นนั้นไม่ใช่เรื่องที่พึงกระทำ แต่การเดินทางอันอ่อนล้าตลอดวันก่อนพักแรมในค่ำคืนอันเหน็บหนาวนั้น ทำให้ฉันคิดถึงอ้อมอกอันอบอุ่นของแม่กับพ่อ คิดถึงพี่สาวที่ไม่ได้ข่าวคราวกันมาเนิ่นนาน เพราะต่างต้องแยกย้ายกันไปปฏิบัติภาระหน้าที่ คิดถึงน้องชายตัวน้อยว่าป่านนี้จะรอคอยพี่อยู่หรือไม่ หากคืนนี้เป็นค่ำคืนปกติ มิได้อยู่ท่ามกลางการสู้รบ ครอบครัวของฉันคงกำลังกินกับข้าวและขนมฝีมือแม่พร้อมกับนั่งล้อมวง ร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้ฉันเหมือนเคย

แทนคำตอบที่ควรเป็น “คำวิจารณ์” คุณเอื้อยส่งยิ้มให้ฉันทั้งดวงหน้า

เธอลงจากเปลทั้งที่ฟ้ายังฉ่ำฝน เดินออกไป ๓-๔ ก้าวและกลับมาพร้อมยื่นดอกไม้เล็กๆในมือให้ฉัน “ขอให้คุณฟ้ามีความสุข ขอให้เติบโตอย่างมีพลัง และเข้มแข็งตลอดไปนะ”  ฉันรับดอกไม้ดอกน้อยมาพิจารณา สีของมันขาวขุ่นอมเขียวและเส้นสายคล้ายลายกนกของไทย กลิ่นของมันหอมหวานคล้ายกลิ่นผลไม้สุก คุณเอื้อยบอกว่ามันคือดอกจำปูนที่พบเห็นได้ทั่วไปในเขตป่าเขา แต่คงเป็นเพราะสีสันอันไม่โดดเด่น และขนาดอันไม่สะดุดตา จึงทำให้จำปูนป่าไม่เคยสะดุดใจฉันมาก่อนเช่นกัน แต่จำปูนป่าที่เด็ดจากความรักและเข้าใจของสหายร่วมรบในคืนนั้น กลับประทับรอยอันลึกล้ำในความทรงจำของฉันพร้อมพลิกผันโลกทัศน์จากการมองสิ่งใดเพียงโครงสร้างใหญ่โดยรวมมาเป็นการพิจารณารายละเอียด และพยายามเข้าใจวิถีแห่งมัน จากวันนั้นเป็นต้นมา ฉันไม่เพียงมีเวลา “เสียดาย” ดอกไม้ หากยังใช้เวลาเก็บเกี่ยวสะสมและพิจารณา “จำปูนป่า” ทุกดอกท่ามกลางเพลิงปฏิวัตินี้อย่างถี่ถ้วน พร้อมสูดดมความหอมพิสุทธิ์ของมัน เพื่อสานต่อลมหายใจแห่งชีวิต




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 สิงหาคม 2007, 14:50:30 PM
(http://static.flickr.com/14/17943419_e3c55b354c_o.jpg)

จำปูนป่า ท่ามกลางเพลิงปฏิวัติ.........บันทึกจากคุณฟ้า



การเดินทางไปแสดงตามเขตงานต่างๆในเขตพัทลุง-ตรัง-สตูลโดยประสานกับหน่วยโฆษณามวลชน อันเป็นภาระหน้าที่หลักของหน่วยศิลป์จรยุทธ์นั้น ทำให้เราต้องเดินทางกันอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งเราถูกซุ่มโจมตี แต่สหายในหน่วยศิลป์จะได้รับการคุ้มครองโดยสหายหน่วยสู้รบคุ้มกันให้ถอยอย่างปลอดภัยทุกครั้งไป แม้กระนั้นก็ไม่สามารถรับรองได้ว่าความตายจะไม่มีวันมาเยือนหน่วยศิลป์ที่มีเพียงกีตาร์และ “กริช” ซึ่งทำจากไม้เพื่อประกอบการแสดงนั้นเป็นอาวุธ ครั้งหนึ่งที่คำว่า “ความตาย” เฉียดเข้ามาใกล้แค่ปลายจมูกก็คือ ตอนที่ถูกโจมตีหลังการแสดงในเช้าตรู่วันหนึ่งในเขตจังหวัดพัทลุง คืนนั้นการโฆษณามวลชนพร้อมกับการเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรม ด้วยการแสดงดนตรีและนาฏศิลป์เป็นไปอย่างบรรลุเป้าหมาย กว่าจะเก็บข้าวของและล้มตัวเอนลงบนเปลได้ก็ดึกดื่นมากแล้ว ฉันรู้สึกคล้ายปิดเปลือกตาไปเพียงวูบหนึ่งก็ตื่นขึ้น และไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้อีก ความรู้สึกบางอย่างรบกวนอยู่ในใจและแปรความออกมาทางคลื่นสมองที่สั่งงานว่า “ไม่ปลอดภัย” ซึ่งก็แปลกที่ไม่ใช่เพียงฉันคนเดียว ยังมีคุณขวัญและคุณเอื้อยที่นอนไม่หลับเช่นกัน คุณขวัญจึงชวนเราเก็บเปลและผูกเป้ให้เรียบร้อยทั้งที่ฟ้ายังไม่สาง พร้อมกับพูดคล้ายเป็นลางว่า “เผื่อจะได้ช่วยสหายคนอื่นเก็บของ”

ทันทีที่ผูกปากเป้เรียบร้อย เสียงระเบิดตูมก็ดังลั่น ตามมาด้วยเสียงปืนรัวถี่ยิบ เรา ๓ คนรับรู้ได้ทันทีว่า นั่นคือเสียงคำรามแห่งทูตมรณะ สหายหลายคนเพิ่งตกใจตื่น และมีเสียงถามด้วยความหวังว่าซ้อมรบใช่ไหม แทนคำตอบ พวกเราได้ยินคำสั่งให้พาสหายหน่วยศิลป์ถอย เราทุกคนจึงช่วยกันเก็บลากข้าวของมาให้มากที่สุด โชคดีที่บางคนผูกเป้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่เพียงสามารถเก็บของที่ตนรับผิดชอบมาได้ทั้งหมด แต่ยังได้ช่วยเก็บของส่วนรวมอื่นๆมาได้เกือบครบอีกด้วย ฉันนึกย้อนถึงภาพรุ่งสางของวันนั้น นึกแปลกใจใน “สัญชาตญาณ” ของผู้ถูกล่าที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันของตน และแทบไม่เชื่อว่าเคยลืมความตายไปชั่วครู่ ขณะพยายามลากสัมภาระส่วนรวมล่าถอย



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 สิงหาคม 2007, 14:54:31 PM
จำปูนป่า ท่ามกลางเพลิงปฏิวัติ.........บันทึกจากคุณฟ้า



การล้อมปราบและการโจมตีจากศัตรูอย่างต่อเนื่อง ยังผลให้กองทัพขาดเสบียงและยา รวมทั้งน้ำเกลือที่ใช้ในการชำระแผล ฉันได้รับมอบหมายให้กลับเข้าไปในเมืองเพื่อนำยาและน้ำเกลือซึ่งเป็นการสนับสนุนจากทางครอบครัวของฉันกลับขึ้นกองทัพ การขนส่งเป็นไปอย่างเสี่ยงภัย เนื่องจากบนรถไฟมีตำรวจเดินตรวจตลอดคืน สหายในเมืองที่ช่วยขนลังยาและน้ำเกลือขึ้นขบวนรถ จะแจ้งให้ฉันรู้ล่วงหน้าว่าวางไว้ตรงไหนบ้าง และมีจำนวนเท่าใด ซึ่งการจัดวางจะอยู่ในสายตาฉันตลอด โดยไม่มีการพูดคุยสื่อสารกันให้เป็นที่สังเกตแม้แต่น้อย หากตำรวจรถไฟตรวจพบและสงสัย ฉันก็ต้องไม่รับเป็นเจ้าของและยินยอมเสียสละของมีค่าเหล่านั้นเพื่อมิให้ถูกจับ โชคดีที่ตำรวจไม่ตรวจของ จึงทำให้ยาทุกเม็ดและน้ำเกลือทุกถุงรอดกลับมารักษาสหายที่เจ็บป่วยได้ทั้งหมด เนื่องจากการขนส่งดังกล่าวเป็นการเสี่ยงต่อการตรวจค้นมากเกินไป ในภายหลังจึงเปลี่ยนเป็นวิธีส่งสหายเดินทางเข้าเมืองมาเรียนวิธีทำน้ำเกลือจากพ่อของฉันและกลับเข้าไปผลิตใช้ในกองทัพแทน นับว่าลดการเสี่ยงภัยลงไปได้มากทีเดียว

จากนั้น หน่วยศิลป์จรยุทธ์ต้องเดินทางไกลอีกครั้งไปยังเขต ๒ เพื่อรวมกับหน่วยข่าวนิตยสารตะวันแดง รวมทั้งได้เริ่มมีการปรับเปลี่ยนภายในเพื่อความเหมาะสม ช่วงนั้นแผลหนองพุพองตามขาของฉันกำเริบหนัก จนไม่สามารถทำอะไรได้มากเนื่องจากปวดร้าวไปทั้งขาจนเดินไม่คล่อง ทุกเย็นหลังอาหารฉันต้องกะโผลกกะเผลกไปที่โรงพยาบาลเพื่อทำแผล คุณปรีดาหมอประจำเขตที่ทำแผลให้ฉันอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เคยนั่งนับแผลให้ฉันได้รวม ๕๘ แผล ซึ่งนับว่ามากที่สุดในกองทัพทีเดียว เป็นเวลานับเดือนที่แทบไม่ได้ทำอะไรนอกจากล้างแผล ขูดหนอง ใส่ยา วนเวียนอยู่อย่างนั้นวันละหลายชั่วโมงทำให้ฉันเริ่มท้อ รู้สึกว่างเปล่าและไร้ประโยชน์ แต่วันหนึ่งที่ฉันหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิด จำปูนป่าดอกน้อยที่ฉันทับไว้จนแห้งแบนแนบกระดาษหล่นลงมาบนตัก กลิ่นหอมจางๆเตือนให้ฉันระลึกถึงกำลังใจที่เคยได้รับ ฉันต่อสู้กับความคิดตัวเองอยู่ช่วงหนึ่งจึงไม่เห็นเพียงความว่างเปล่าอีกต่อไป เมื่อพลังแห่งการต่อสู้กลับมาอีกครั้ง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 สิงหาคม 2007, 15:00:46 PM
จำปูนป่า ท่ามกลางเพลิงปฏิวัติ.........บันทึกจากคุณฟ้า



ทหารปลดแอกทุกคนเรียนรู้นโยบาย “สามช้า” ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องจากทางพรรคเป็นอย่างดี คือขอให้สหายมีคนรักให้ช้าที่สุด แต่งงานให้ช้าที่สุดและมีลูกให้ช้าที่สุด เนื่องจากทั้งหมดนี้เป็น “อุปสรรค” ต่อการปฏิวัติ และหากมีสหายที่ไม่สามารถปฏิบัติช้าที่สามได้ โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์สู้รบในเขตจรยุทธ์ ทางพรรคจะยื่นมือเข้ามา “ช่วยเหลือ”

ฉันได้รับมอบหมายให้เดินทางเข้าเมืองร่วมกับสหายชายคนหนึ่ง พร้อมกับสหายนำซึ่งเป็นผู้หญิง โดยมีหน้าที่นำลูกของสหายที่คลอดในป่าไปส่งให้แนวร่วมในเมืองช่วยเลี้ยง เพื่อให้สหายที่เป็นพ่อและแม่มีโอกาสทำงานปฏิวัติได้คล่องตัวขึ้น แม้ว่าฉันจะรู้สึกขัดแย้งกับวิธีแก้ไขเช่นนั้น แต่ก็ยังคงปฏิบัติตามเนื่องจากไม่สามารถเสนอวิธีที่ดีกว่า ฉันและสหายชายต้อง “ปลอมตัว” เป็นพ่อแม่เด็ก โดยมีสหายนำเล่นละครเป็นพี่เลี้ยง เพื่อช่วยอุ้มเด็กน้อยไว้ตลอดทาง

เมื่อมาถึงในเมือง สหายทั้งสองและทารกน้อยพักที่บ้านฉันเพียง ๑ คืน ก่อนออกเดินทางไปพบแนวร่วมที่จะรับชีวิตเล็กๆ นี้ไว้ในความดูแล ฉันยังจำดวงตากลมใสรวมทั้งรอยยิ้มอันไร้เดียงสาและปานดำบนใบหน้าเขาได้ ความผูกพันชั่วข้ามคืนที่เกิดขึ้นกับชีวิตน้อยๆนี้ ทำให้ฉันเคยแอบหวังไว้ว่าวันหนึ่งคงได้พบเขาอีก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 สิงหาคม 2007, 15:01:53 PM
จำปูนป่า ท่ามกลางเพลิงปฏิวัติ.........บันทึกจากคุณฟ้า



แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ ๒๐ กว่าปีแล้ว ฉันไม่เคยได้ข่าวคราวเขาอีกเลย ไม่รู้กระทั่งว่าเขาไปอยู่ในความดูแลของใคร ฉันรู้จากอดีตสหายเก่าผู้หนึ่งว่า พ่อแม่ของเขาให้ช่วยสืบค้นหาอยากพบหน้าลูก  ไม่ต้องการได้คืนเพราะเข้าใจอนาคตของลูกดี  ฉันพยายามนึกตรึกตรอง เพื่อเขา แต่สถานการณ์สู้รบที่กฎงานลับจะต้องทำอย่างเคร่งครัดและสายจัดตั้งขาดสะบั้นหลังจากการล่มสลายของการต่อสู้ ทำให้ฉันไม่อาจทราบได้เลยว่าเขาเป็นอย่างไรบ้างแล้ว และคนที่ฉันเคยสัมพันธ์ทางจัดตั้งไปอยู่ที่ใดแล้ว ฉันอยากจะช่วยให้เขาพบหน้าพ่อแม่ที่แท้จริง ไม่ว่าเขาจะรับความจริงได้หรือไม่ 

ถ้าฉันคาดการณ์อนาคตได้ในเวลานั้น ว่าฉันจะต้องเป็นส่วนหนึ่งในการ “จากพราก” ของสายเลือดด้วยเหตุผลของสงครามครั้งนี้ ฉันจะทำอย่างไรดีในเมื่อภารกิจที่รับผิดชอบกำหนด เป็นหน้าที่ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เพราะขณะนั้น “การปฏิวัติกับการเสียสละ” ไม่อาจแยกจากกันได้และเป็นคำตอบให้กับการตัดสินใจของฉันอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามฉันหวังว่าเขาคงเติบโตและเข้มแข็งสมกับเป็นสายเลือดของนักปฏิวัติและยอมรับความเป็นจริงได้ในชีวิตของพ่อแม่ที่แท้จริงที่ได้กระทำในอดีต


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 สิงหาคม 2007, 15:04:19 PM
จำปูนป่า ท่ามกลางเพลิงปฏิวัติ.........บันทึกจากคุณฟ้า




(http://static.flickr.com/14/17943333_8838dd9a3f_o.jpg)

การกลับมาของฉันครั้งนั้น กลายเป็นการกลับอย่างถาวรเมื่อจัดตั้งพิจารณาตามความเหมาะสมให้ฉันทำงานในเมือง โดยมีหน้าที่ขยายแนวร่วม จัดตั้งกลุ่มศึกษาให้เด็กนักเรียนและเน้นด้านความรุ่งโรจน์ของการต่อสู้ในชนบทและแนวทางป่าล้อมเมือง

ซึ่งภายหลังเมื่อเกิดความขัดแย้งกับแนวทางนั้น ฉันจึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ฉันได้รับตลอดช่วงเวลาของการเป็นทหารป่า ตลอดช่วงเวลาแห่งความยากลำบากและเสี่ยงต่อความตายอย่างที่สุดนั้น กลับกลายเป็นสิ่งมีค่ายิ่งในชีวิตของฉัน แม้แนวทางของพรรคจะผิดพลาด แม้การปฏิวัติจะไม่สำเร็จ

หากชีวิตทหารป่าสอนให้ฉันรู้จักถึงความรัก การเสียสละ และคุณค่าแห่งชีวิต รอยยิ้มอย่างเอื้ออาทรและการบีบสัมผัสมืออันแนบแน่น ยามพบและจากกัน นั่นคือภาพแห่งความทรงจำอันอบอุ่นคือ “จำปูนป่า” อีกดอกหนึ่งซึ่งไม่เคยเลือนหายไปกับกาลเวลา แม้เพลิงปฏิวัติในวันวานอาจอ่อนแรงไปแล้วก็ตามที


-------------จบ---------------


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 18 สิงหาคม 2007, 00:51:03 AM

  ;) :D ;D
คุณฟ้า
เธอเป็นเด็กนักเรียนหลัง ๖ ตุลา ๒๕๑๙
เธอเขาร่วมการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธในภาคใต้
เขตพัทลุง ตรัง สตูล
ด้วยความอดทน เสียสละ แม้ร่างกายจะแพ้สารรอบกาย
ตามที่เธอบรรยายไว้ในบทเขียนของเธอ
ในหนังสือ "บทเส้นทางภูบรรทัด"เธอต้องต่อสู้กับ
ความคิดทั้งที่ยังเป็นเด็ก ต้องไกลครอบครัวและ
มีอาการแพ้  ผื่น พุพอง  ขึ้นทั่วร่างกาย  แต่เธอก็มีความเข็มแข็ง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 21 สิงหาคม 2007, 01:29:06 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1385/1184339869_cf13a2f855_o.jpg)

พื้นที่เพาะปลูกรอบเทือกเขาบรรทัดอุดมสมบูรณ์ น้ำท่ามีตลอดทั้งปี ฝนตกชุก
พื้นที่เหล่านี้เดิมอยู่ในเขตเคลื่อนไหวของสหาย  สหายและมวลชนร่ช่วยกันรักษาเอาไว้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 21 สิงหาคม 2007, 01:35:33 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1310/1185197812_49f9108247_o.jpg)

หลังจากที่สหายคืนป่าสู่เมือง คืนสู่ท้องถิ่น และหยุดการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ
ป่ารอบเทือกเขาบรรทัดหลายแห่งจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำ
ภาพที่เห็นเป็นอ่างเก็บน้ำลำกุม อยู่ทางทิศตะวันออกของในเตา
(ภาพถ่ายของคุณน้าบูลฮาวาย)


การที่พื้นที่แปรสภาพไปเป็นอ่างเก็บน้ำ ทำให้ที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน ถูกน้ำท่วม จึงจำเป็นต้องอพยพชาวบ้านออกนอกพื้นที่แล้วจัดหาที่อยู่และที่ทำกินให้ใหม่ โดยมากเป็นการย้ายถิ่นฐานไปในบริเวณที่ใกล้กับชุมชนอื่น ทำให้เกิดความรู้สึกแปลกแยกออกจากสังคมใหม่ และพื้นที่ทำกินที่ได้รับมาใหม่อาจไม่เหมาะสมต่อการทำกินประเภทเดิม เช่น สภาพที่ดิน แหล่งน้ำ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 21 สิงหาคม 2007, 20:25:26 PM
ตอนที่ฉันขึ้นที่เขต 3 นั้น คุณฟ้าไม่อยู่แล้ว ฉันพบแต่คุณทราย พี่สาวคุณฟ้า
ขอเคารพจิตใจของคุณฟ้า ในสมัยนั้น พวกเรามีความอดทนกันสูง ไ
ม่ว่าจะเป็นความอดทนทางร่างกาย เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตที่ต่างไปจากที่เคยอยู่ในเมือง
และความอดทนทางจิตใจ ที่บางครั้งต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
บางคนถึงกับร้องไห้ก็มี แต่พวกเราก็ยังรักกัน
และมีท่วงทำนองที่ดีต่อกันฉันสหาย
ยังรักและคิดถึงบรรยากาศ ที่สหายมีความรัก ความอบอุ่นและกำลังใจให้กันและกัน
และคิดว่าชั่วชีวิตนี้คงจะไม่มีโอกาสได้พบเห็นรูปแบบอย่างนี้อีก
คิดเช่นเดียวกับคุณฟ้าที่กล่าวว่า เพิ่งรู้จักความรักทางชนชั้นเป็นอย่างไร
คนเราหากไม่ยึดติดว่าอะไรเป็นของเราคนเดียว
ก็คงจะมีเวลาคิดสร้างสรรค์สิ่งดีดีเพื่อคนส่วนใหญ่ได้แน่ ๆเลย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 21 สิงหาคม 2007, 20:32:27 PM
คุณหมอสามารถค่ะ
ต้องขอโทษด้วยค่ะที่ตอบล่าช้า

ได้รับเงินเรียบร้อยแล้วค่ะ
ฝากขอบคุณมิตสหายทุกคน
ขอบคุณพิเศษสำหรับคุณหมอสมปอง
หวังว่าคงจะได้พบกันที่งานอนุสรณ์สถานนะค่ะ
จัดเวลาไว้ด้วยค่ะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 สิงหาคม 2007, 02:56:36 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1169/1196613928_73ab05eae7_o.jpg)

เรื่องเล่าชุด แผ่นดินใต้ ความหลัง สหายเก่า

นำเสนอในรูปแบบเรื่องสั้นหรือบันทึกเรื่องเล่าก็ดี ล้วนแล้วแต่มีที่มาจากชีวิตจริงของคนตั้งแต่คนหนึ่งจนถึงเป็นกลุ่มคน ที่เกิดจากกิจกรรมทางประวัติศาสตร์ในการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตยและความเป็นเอกราชของชาติ

โดยผู้เขียนหรือผู้บันทึกเป็นทั้งผู้สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะอยู่ร่วมในเหตุการณ์ขณะนั้นๆ ไม่ว่าจะดุเดือดรุนแรงหรือเศร้าสะเทือนใจ และ/หรือเป็น ผู้สร้างประวัติศาสตร์ในแง่การทำเป็นตัวอักษร เป็นหมุดหมายให้คนรุ่นเดียวกันและรุ่นหลังๆ ได้เรียนรู้ ดังนั้นเรื่องเล่าหรือเรื่องสั้นแต่ละเรื่องในหนังสือเล่มนี้ แม้จะสั้นแต่เกิดจากการต่อสู้อันยาวนานของคนแต่ละคนหรือตัวละครแต่ละตัว นับตั้งแต่เป็นนักเรียนนุ่งกางเกงขาสั้นในโรงเรียนหรือที่มหาวิทยาลัยต่างๆ หรือทำนาตัดยางในชนบท จนกระทั่งทำสวนทำไร่ในเขตป่าของภูเขาบรรทัดหรือเขาพับผ้าทางภาคใต้

ทุกเรื่องในหนังสือเล่มนี้มิได้มุ่งหวังยกย่องเชิดชูชัยชนะของฝ่ายใด มิได้มุ่งประณามฝ่ายใดว่าพ่ายแพ้ เพราะในห้วงเวลา นั้นถือว่าทุกคนทุกฝ่ายได้ทำหน้าที่ของตนอย่างสมเกียรติและวีระอาจหาญทั้งสิ้น ยกเว้นผู้ที่เป็นสมุนทรราชย์และจักรวรรดินิยมอเมริกา

แต่สิ่งที่หนังสือเล่มนี้ต้องการจะทำก็คือ ต้องการบันทึกข้อจริงที่เกิดขึ้นในระหว่างสงครามประชาชน การต่อสู้ระหว่างกองกำลังของประชาชนภายใต้ชื่อกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทยกับกองกำลังของรัฐบาล ในระหว่าง พ.ศ.๒๕๑๙ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นองเลือด ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เป็นต้นไป จนกระทั่งการต่อสู้ด้วยอาวุธสิ้นสุดลง เพื่อให้เรื่องราวในช่วงเวลานั้นได้ปรากฏออกมาเท่าที่ความทรงจำและเงื่อนไขของผู้เขียนแต่ละคนและเท่าที่พอจะเปิดเผยได้ให้ปรากฏเป็นประวัติศาสตร์สืบไป




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 สิงหาคม 2007, 03:01:08 AM
ผู้เขียนทุกคนในหนังสือเล่มนี้ทั้งนักเรียนนักศึกษาและชาวนา เป็นผู้ที่ “เข้าป่า” ไปร่วมกับกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย จังหวัดพัทลุง-ตรัง-สตูล ยกเว้นอาจารย์สถาพร ศรีสัจจังกับอาจารย์เปลื้อง คงแก้ว ที่ไม่ได้เข้าป่าด้วย

แต่ทั้งสองท่านเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรมในสังคมในรูปแบบต่างๆตามแนวทางอหิงสาเสมอมาอย่างยาวนาน และมีความเข้าใจทุกข์ของผู้คนในแผ่นดิน โดยเฉพาะในภาคใต้เป็นอย่างดี กองบรรณาธิการจึงได้เชิญให้ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ไว้ในหนังสือเล่มนี้จึงขอขอบคุณท่านทั้งสองไว้ ณ ที่นี้ด้วย

เช่นเดียวกันกับที่ขอขอบคุณอย่างสูงต่อ รศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ที่ได้กรุณาเขียนคำนิยมให้ไว้ในหนังสือเล่มนี้
ทั้งในยามนั้นและยามนี้ผู้เขียนและผู้ที่ถูกเขียนถึงทุกคนไม่ปรารถนาสงคราม ไม่อยากทำสงคราม แต่เหตุการณ์ในหนังสือ
นี้หวังจะให้เป็นข้อคติเตือนใจคนในสังคมไทยทุกคน โดยเฉพาะชนชั้นปกครองได้ตระหนักว่า

“ที่ใดมีการกดขี่ที่นั่นย่อมมีการต่อสู้”
ประชาชนโดยเฉพาะผู้ยากไร้ไม่เคยก่อสงครามก่อน
แม้กระนั้นหากจำเป็นพวกเขาจะต่อสู้โดยไม่กลัวยากและไม่กลัวตาย โดยไม่เลือกสมรภูมิ

หากผลจากการอ่านหนังสือเล่มนี้จะก่อให้เกิดนักรบรุ่นใหม่ขึ้นมาบ้าง
หนังสือเล่มนี้หวังและประสงค์ให้เกิดเป็นนักรบทางสมอง ใช้สติปัญญาความสามารถเข้าแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของคนที่เป็นรากหญ้าของแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย ของชาติ ต่อต้านการรุกรานจากต่างชาติทุกรูปแบบ เกลียดและต่อสู้กับการคอรัปชั่น ไม่คอรัปชั่นเสียเอง เคารพเลื่อมใสและปกป้องการปกครองระบอบประชาธิปไตย เชิดชูและดำเนินวิถีไทย ส่งเสริมภูมิปัญญาไทยด้วยใจอันภาคภูมิ



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 สิงหาคม 2007, 03:04:57 AM
กระนั้นก็ตามแม้ท่านผู้อ่านจะเคยทราบหรือไม่เคยทราบเหตุการณ์ที่นักศึกษานับพันคนหลบหนีเข้าป่าหลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ หรือการที่คนไทยจำนวนหลายหมื่นจับปืนต่อสู้กับรัฐบาลอย่างยาวนาน และอาจเคยตั้งคำถามกับคนเหล่านั้นหรือไม่ก็ตามว่า เข้าป่าทำไม เข้าไปทำอะไร กินนอนอย่างไร เชิญอ่านหนังสือเล่มนี้ ทุกเรื่องในหนังสือเล่มนี้บันทึกด้วยชีวิต เป็นความจริงบนแผ่นดิน เป็นความจริงบนภูเขาบรรทัด เป็นความจริงของคนหนุ่มสาวที่ทิ้งสมุดหนังสือ ทิ้งนาทิ้งสวน ทิ้งอาชีพเข้าป่าจับปืนต่อสู้กับความโหดร้ายที่เกิดจากอำนาจรัฐอย่างทรนง

ขอยืนยันว่าคณะผู้จัดทำปรารถนาสันติภาพ ไม่ต้องการสงคราม ไม่ต้องการรื้อฟื้นเรื่องราวในอดีตมาเพื่อผลประโยชน์ของใครหรือก่อให้เกิดผลกระทบหรือผลสะเทือนใดๆในทางไม่ดีกับใคร เราต้องการให้เกิดผลสะเทือนในทางบวกเท่านั้น

จะเห็นได้ว่าหนังสือเล่มนี้เราดำเนินงานในนามกลุ่มภูบรรทัด ไม่ใช่ในนามบุคคลใดเป็นการส่วนตัว เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเพื่อนที่ผ่านเหตุการณ์มาด้วยกัน ที่หลังจากผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดในชีวิตมาแล้ว วันนี้ได้หันหน้าเข้าหากันและค่อยๆ รำลึกเรื่องราวแต่หนหลังถ่ายทอดเป็นบทเรียนแก่สังคมไทย หนังสือเล่มนี้จึงอาจไม่ใช่เล่มสุดท้าย ตราบเท่าที่เรายังจับมือเป็นเครือข่ายกันได้

เราตระหนักดีว่า ถ้าจะให้เปรียบเทียบว่าอะไรมีคุณค่ามากกว่ากันในวันนี้ ระหว่าง “ความร่วมมือในปัจจุบัน” กับ “ประวัติศาสตร์ที่ถูกนำมาบันทึก” เรื่องเล่าบางส่วนของหนังสือเล่มนี้อาจให้คำตอบได้บ้างแล้วว่า “ถ้าอดีตทำได้ไม่ดีพอในเรื่องของการรักษามิตรภาพและความสามัคคีรวมตลอดจนทั้งการเรียนรู้ “เพื่อบ้านเมือง”กันให้มากยิ่งขึ้นแล้ว อย่าว่าแต่มีอนาคตเลย ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาก็ไม่อาจที่จะรักษาเอาไว้ได้ ความหอมหวลอาจกลายเป็นขมขื่นสุดประมาณ”

กล่าวในแง่ส่วนตัวแล้ว ชีวิตการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ อาจถือเป็นความยากลำบากที่สุด แต่ถ้ากล่าวในเรื่องของการปฏิวัติทางสังคมแล้ว สิ่งที่ง่ายคือสิ่งที่เคยทำและผ่านมาแล้ว

ด้วยความคารวะและขอขอบคุณ
บรรณาธิการอำนวยการ




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 สิงหาคม 2007, 03:07:52 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1169/1196613928_73ab05eae7_o.jpg)

เชิญติดตามอ่านบางเรื่องในหนังสือ...เร็วๆนี้
[/color]


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 สิงหาคม 2007, 03:12:13 AM
The South, The Past, and
The Old Comrades


The South, The Past, and The Old Comrades has been compiled by some of the editors of On Phu Banthat Way, published in 2001. The editors were inspired by the success of that book, and the spirit in which those writers cooperated again, now, living in the city; a cooperation reminiscent of the spirit prevailing previously under completely different conditions in the jungle around Phukao Banthat.

This book, therefore, results from a new cooperation among this same group of writers. The major purpose is to present a view of the political history of the Southern part of Thailand as it impressed itself in the tellers' minds. Each story is presented in different styles, from descriptive story-telling to short story form, in which the content is conveyed through the personality and actions of characters.

The book is consist of 20 story and divided into 3 parts as its title suggests. Each story is based on true experiences in the writer's life. Thus, the book as a whole reflects the picture and way of life of a group of people during the period of the people's struggle for independence, democracy and social justice under the leadership of the Communist Party of Thailand.


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 สิงหาคม 2007, 03:14:33 AM
Each story is based on true situations, and all information and facts are original and have not yet been publicly released.

Through these stories, it can be seen how much had been sacrificed by some people in order to pursue their ideals for the public good. Feelings of love and friendship are evoked through these valued memories of those people, who participated in the making of the history of that part of Thailand.

As the writers of this book are old comrades, and most of them are not professional writers, their styles vary and reflect the power of their memories rather than the smooth style and structure of professional writers. Yet, some qualities that make this book distinctive are:

i) the cooperation of all writers under different conditions
ii) the true and direct experience which lies at the heart of each story 
iii) the eagerness of the writers, especially those who are not intellectuals but peasants.

The success of this book, therefore, is measured by its value as a historical record, by its value as a people's literature, and by its value as an example of the people's lessons concerning cooperation and the management of their unique society.

Finally it represents the second ‘intellectual capital’ of the old comrades in Phukao Banthat area, and, most of all, arising from these stories, a chance for local people to have a record of their own history and community.


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 สิงหาคม 2007, 03:17:59 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1169/1196613928_73ab05eae7_o.jpg)

c o m i n g   s o o n


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: นายทวารบาล ที่ 22 สิงหาคม 2007, 15:58:56 PM

 ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D

;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 22 สิงหาคม 2007, 16:06:56 PM
คุณลุงทวารบาลหายหน้าไปนาน....กลับมาแล้ว
ลุงคานละค่ะ....อยู่ไหน
และคนอื่น ๆ......ช่วยส่งตัวอักษร หรือสัญญลักษณ์มาทักทายกันบ้าง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 23 สิงหาคม 2007, 23:52:18 PM
 ;) :D ;D
หนังสือแผ่นดินใต้  ความหวังสหายเก่า
จะเป็นเรื่องเล่าประสบการณ์สหายที่เกิดขึ้นจริง
ขณะช่วงชีวิตหนึ่งในเขตป่าเขา
ซึ่งมีคนจำนวนคนไม่มากนักที่จะมีชีวิต
เยี่ยงเขาเหล่านั้นทั้งในอดีต  ปัจจุบัน
หรือแม้แต่ในอนาคต
พวกเราล้วนมาจากทั่วสารทิศ
มามีชิวิตอยู่ร่วมกันในเขตป่าเขาด้วยอุดมการณ์ร่วมกัน
 :D :D :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 24 สิงหาคม 2007, 00:31:44 AM
 ;) :D ;) :D
คำนิยามในหนังสือเล่มนี้ตอนหนึ่งเขียนไว้ว่า
"เพื่อนนั้นสำคัญ แต่เพื่อนเก่าแก่คบหากันมาสามทศวรรษ นั้นยิ่งสำคัญกว่า"
"เพื่อนเก่าแก่นั้นสำคัญ แต่เพื่อนเก่า เพื่อนแก่ที่เคยร่วมเป็นร่วมตาย ยิ่งถือเป็นเพื่อนที่สำคัญยิ่ง"
"และเพื่อนเก่าที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมอยู่ร่วมตายด้วยอุดมการณ์ย่อมสำคัญยิ่งขึ้นไป หาอะไรมาทดแทนยากยิ่ง"
เฉกเช่นในสถานการณ์ที่การเมืองอยู่คนละขั้ว  และไม่มีใครสามารถยืนยันว่าความคิดฝ่ายไหนถูกต้อง
หรืออาจจะไม่ถูกต้องทั้งสองฝ่าย
เราสมควรจะยืนอยู่อย่างไร
ทั้งต่อส่วนตัวและต่อสังคม
 :D :D :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 24 สิงหาคม 2007, 01:47:09 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1269/1216075262_1d1388826f_o.jpg)

แห่งความคำนึงหนึ่ง
ในวันเยาว์


“ ส ห า ย ฟ้ า ”


“เธอจะสอนให้นักเรียนของเธอเป็นกบฎด้วยหรือไม่จ๊ะ”
“แน่นอนค่ะ มาแมร์ นักเรียนของรินต้องมี “วิญญาณกบฎทุกคน”



“เย็นนี้จะมีสหายใหม่เดินทางมาถึง”


ยังจำได้ดีว่าอดรู้สึกตื่นเต้นกับ ‘ข่าว’ ในบ่ายวันนั้นไม่ได้ แม้เมื่อตอนก่อนเข้าป่า ใช่ว่าเธอจะมีเพื่อนฝูงที่เป็นนักศึกษากลุ่ม ‘แอ็คทิวิสต์’ มากมายแต่อย่างใด อันที่จริง เธอไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมก้าวหน้าเสียด้วยซ้ำ

เมื่อตอนเกิดเหตุการณ์สิบสี่ตุลา ‘สหายน้ำ’ เพิ่งเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย แต่เหตุการณ์นั้นได้เบนความสนใจในชีวิตวัยรุ่นของเธอเข้าสู่เนื้อหาใหม่ แบบที่เพื่อนนักเรียนรุ่นเดียวกันไม่มีใครตามทัน โดยเฉพาะนักเรียนในโรงเรียนที่ดำเนินการสอนโดยคณะผู้สอนศาสนาคริสต์ หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า ‘โรงเรียนฝรั่ง’ อันแสนจะเข้มงวดแห่งนั้น

เมื่อโลกทัศน์ของเธอเปิดกว้างขึ้น รั้วโรงเรียนกับระเบียบอันเคร่งครัด จึงกลายเป็นเหมือนคุกที่คอยขัดขวางการเติบโตทางความคิดและอิสระแห่งจิตวิญญาณ เธอจึงเริ่ม ‘แตกแถว’ และเริ่มกลายเป็น ‘ตัวประหลาด’ ในสายตาครู โดยเฉพาะกลุ่ม ‘ซิสเตอร์’ หรือผู้สอนที่เป็นแม่ชี

พ่อกับแม่ของเธอถูก ‘เชิญ’ มาที่โรงเรียนครั้งหนึ่ง หลังจากที่ซิสเตอร์รายงานว่าพบ ‘หนังสืออันตราย’ ในกระเป๋านักเรียนของนางสาวธารริน ‘คุณแม่อธิการ’ หรือแม่ชีอาวุโสที่เป็นครูใหญ่เองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันอันตรายอย่างไร ตัวเธอเองก็ไม่เข้าใจว่านิยายของศรีบูรพา เรื่อง ‘จนกว่าเราจะพบกันอีก’ นั้นเป็นพิษเป็นภัยต่อสังคมตรงไหน ไม่มีซิสเตอร์คนใดตอบเธอได้เช่นกันเมื่อเธอขอให้ช่วยระบุเนื้อหาอันตรายในหนังสือเล่มนั้น เธอเชื่อว่าซิสเตอร์ไม่เคยอ่าน เหมือนกับผู้ใหญ่อีกหลายคนในบ้านเมืองที่ดีแต่กล่าวหาผู้อื่นโดยเฉพาะเด็กๆ ทั้งที่ตัวเองมีพฤติกรรมที่เป็นทั้งพิษทั้งภัยและ ‘ทำลายสังคม’ อย่างชัดเจน

โชคดีที่ครอบครัวของเธอเข้าใจ โดยเฉพาะพ่อซึ่งเคยมีประสบการณ์แบบเดียวกันนี้มาก่อนเมื่อสมัยยังเป็นนิสิต คงเป็นเพราะเหตุนี้กระมังที่ทำให้เธอได้รับการปูพื้นฐานทางความคิดที่ผิดแปลกไปจากเพื่อนนักเรียนส่วนใหญ่


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 24 สิงหาคม 2007, 01:50:11 AM
แห่งความคำนึงหนึ่ง.ในวันเยาว์


หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ เธอจึงเริ่มเรียนรู้ว่าเมื่อใดควรแสดงความคิดเห็น และเมื่อใดที่ควรเก็บมันไว้กับตัว เธอจึงรอดผ่านรั้วโรงเรียนนี้ออกไปได้อย่าง ‘ไม่มีปัญหา’ และก้าวเข้าไปสู่รั้วใหม่ที่แม้จะยังมี ‘รั้ว’ กั้น แต่ก็มีอาณาบริเวณที่กว้างขวางขึ้น

เธอสูดอากาศที่เอื้อต่อการเติบโตทางความคิดได้ยังไม่ทันครบปีก็เกิดเหตุการณ์หกตุลา เหตุการณ์ครั้งนั้นกระทบกระเทือนจิตใจเธออย่างรุนแรง แม้ว่าตอนนั้น เธอไม่ได้อยู่ในแกนนำนักศึกษา ไม่ได้ ‘แดง’ เพราะเคลื่อนไหวกิจกรรมก้าวหน้าจนต้องหนีตายเข้าป่า และยังสามารถดำเนินชีวิตปกติในเมืองต่อไปได้อย่างสบาย

แต่จากการที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของการเมืองยุค ‘ประชาธิปไตยเบ่งบาน’ ตลอดมา รวมทั้งได้อ่านหนังสือหนังหาที่ประเทืองปัญญา ปลูกฝังความคิดให้อยู่ข้างฝ่ายรักความเป็นธรรมมาตลอด เธอจึงตัดสินใจได้โดยใช้เวลาเพียงไม่นาน ในช่วงที่เพื่อนสนิทรุ่นพี่ที่อยู่คณะเดียวกัน และเป็นหนึ่งในแกนนำนักศึกษาก้าวหน้ามา ‘หลบภัย’ ที่บ้านเธอระยะหนึ่ง ก่อนเดินทางเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

ธารรินดีใจจนแทบกระโดด เมื่อเพื่อนรุ่นพี่คนสนิทบอกเธอในเช้าวันหนึ่งว่า
“จัดตั้งอนุญาตให้เธอเดินทางเข้ากองทัพพร้อมพี่ได้”

คำพูดนั้นจึงเหมือนประกาศิตสวรรค์ ที่พลิกชีวิตนางสาวธารรินให้กลายมาเป็น ‘สหายน้ำ’ ในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน จากนั้นเป็นต้นมา เธอจึงค่อยๆ เริ่มเรียนรู้ความสำคัญของคำว่า ‘จัดตั้ง’ ว่ามันเข้ามามีอิทธิพลต่อความคิด และมีอำนาจในการ ‘จัดการ’ ชีวิตของผู้คนที่อยู่ภายใต้ ‘ร่มธงแดง’ เหล่านั้นมากมายเพียงใด

มากมาย...จนเธอนึกไม่ถึง มากมาย... จนแม้อิสรภาพทางความคิดที่เคยเติบโตงอกงามอย่างเสรี ก็ดูจะถูกเด็ดปีกเด็ดหางเสียหมดสิ้น


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 24 สิงหาคม 2007, 01:52:46 AM
แห่งความคำนึงหนึ่ง.ในวันเยาว์


และที่เธอตื่นเต้นกับข่าว ‘สหายใหม่’ ก็ด้วยความหวังลึก ๆ ที่ว่าอาจมีเพื่อนที่รู้จักคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนจากสถาบันเดียวกัน หรือกระทั่งผู้คนที่คุ้นหน้าค่าตากันในม็อบต่าง ๆ จะมีสักคนไหมนะ ที่พอจะพูดคุยกันได้ตรงๆ อย่างที่คิด อย่างที่รู้สึกจริงๆ บ้าง ไม่ใช่อย่างที่ถูกกำหนดให้คิดให้รู้สึกเช่นทุกวันนี้...

เสียงนกหวีดเป่าให้สัญญาณเวลาอาหารเย็นดังขึ้น เธอหิ้ว ‘โคม’ หรือชามข้าวประจำตัวเดินตรงไปยังลานกว้าง ที่ใช้เป็นที่กินข้าวและออกกำลังกายประจำวันทุกเช้านั้น

ใบหน้าใสๆ ของสหายใหม่หลายคนที่เริ่มเข้ามาร่วมวงทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นขึ้นไปอีก แม้จะยังมองไม่เห็นหน้าไหนที่คุ้นตาเลย ครู่หนึ่งเพื่อนรุ่นพี่ที่กอดคอเข้าป่ามาพร้อมกันก็เดินมาสมทบ แต่ระยะหลังมานี่ เธอมักเลี่ยงการพูดจาตรงๆ กับเพื่อนคนนี้เสมอ เพราะจนแล้วจนรอดก็ยังใช้สรรพนาม ‘ฉัน-คุณ’ ได้ไม่สนิทปากสักที ในขณะที่ ‘สหาย เอื้อ’ ปรับตัวได้แทบตั้งแต่วินาทีแรกด้วยซ้ำ ขนาดเวลาคุยกันสองคน สหายเอื้อก็ไม่เคย ‘หลุด’ ในขณะที่เธอเอง บ่อยครั้งแทบหัวเราะพรืดออกมาด้วยความขัน ขันทั้งตัวเอง และ ‘วัฒนธรรมใหม่’ ที่แม้เวลาจะผ่านมาร่วมเดือนแล้วก็ตาม เธอก็ยังไม่สามารถกลมกลืนกับมันได้

ก็คำว่า ‘ฉัน’ พูดทีไรมันกลายเป็น ‘ชั้น’ เสียทุกทีไป ทำให้ฟังดูเหมือน ‘คุณหญิงคุณนาย’ ดังที่เธอเคยถูก ‘วิจารณ์’ มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่พอพยายามปรับเสียงให้สูงขึ้น เพื่อออกคำว่า ‘ฉัน’ ให้ได้ตรงตามตัวสะกดที่ถูกต้อง เธอก็รู้สึกตลกอีกเพราะไม่เคยชิน

“มันเป็นความคิดแบบสังคมเก่า คุณต้องเรียกร้องตัวเองให้สูงกว่านี้ ต้องขจัดทัศนะแบบปัญญาชนนายทุนน้อยออกไปให้หมด” คำพูดในวงวิจารณ์ของสหายเอื้อวันนั้นยังก้องอยู่ในหู เธอคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก ไม่เข้าใจว่าทำไมมันจึงกลายเป็นเรื่องเลวร้ายไปได้ถึงขนาดนั้น กับเพียงแค่ความไม่เคยชินเล็กๆ น้อยๆ เท่านี้เอง

แล้วการที่เธอตัดสินใจเพียงชั่วข้ามคืน ทิ้งพ่อแม่ ทิ้งการเรียนและทิ้งชีวิตทั้งชีวิตมาร่วมทำ ‘สงครามประชาชน’ ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์นี่เล่า ไม่เรียกว่าเธอ ‘กบฏ’ ต่อชนชั้นของตัวเอง ชนชั้นที่ถูกเรียกว่า ‘ปัญญาชนนายทุนน้อย’ นั้นแล้วหรอกหรือ?


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 24 สิงหาคม 2007, 01:54:32 AM
แห่งความคำนึงหนึ่ง.ในวันเยาว์


อย่างไรก็ตาม สหายน้ำไม่ได้นึกเคืองเพื่อนเก่า เธอรู้ว่าสหายเอื้อเป็นคนจริงจังเพียงไร ที่สำคัญ เธอรู้ว่าสหายเอื้อปรารถนา ที่จะได้เห็นเธอ ‘ก้าวหน้า’ อย่างก้าวกระโดด เพราะแม้ไม่อาจเรียก ได้ว่าเป็นจัดตั้งโดยตรง แต่สหายเอื้อย่อมมีความรู้สึกรับผิดชอบและมีความคาดหวังในตัวเธออยู่ลึกๆ สหายน้ำได้แต่แอบกระซิบบอกเพื่อนอยู่ในใจ เพื่อนเก่า-ที่ออกจะห่างเหินกันไปบ้างระยะนี้ว่า “ขอเวลาเราอีกหน่อยเถอะนะ”

เย็นวันนั้นก็เช่นกัน สหายน้ำยังคงเลี่ยงการใช้สรรพนามเรียกตัวเองกับสหายเอื้อ ด้วยการพยักหน้าเอ่ยปากชักชวนไปตักอาหาร ในจังหวะเดียวกันนั่นเอง สัญชาตญาณบางอย่างเรียกให้เธอหันกลับไปที่ใต้โคนต้นหลุมพอใหญ่กลางลานต้นนั้น ใครคนหนึ่งนั่งอยู่อย่างโดดเดี่ยว จ้องมองมาที่เธออยู่นานแล้ว เขาก้มหน้าหลบวูบเมื่อเธอหันมาเห็น

“สหายใหม่นี่” เธอบอกตัวเอง แม้ข้อสรุปที่ตามมาคือ “ไม่รู้จัก” แต่ความรู้สึกแรกกลับเหมือนคุ้นเคยเสียเหลือเกิน “คงเคยเห็นตามงานนิทรรศการของมหาลัยล่ะมั้ง” เธอคิด แล้วเดินต่อไปยังหม้อข้าวหม้อแกงที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร ไม่มีโอกาสได้ไปทักทายสหายใหม่คนไหนอย่างที่ตั้งใจ

เวลาประชุมตามกิจวัตรประจำวันหลังอาหารเย็นมาถึง สหายใหม่ทั้งสิบคนแนะนำตัวอย่างคึกคัก สหายเก่าก็ครื้นเครงตามไปด้วย สหายใหม่ชุดนี้ใช้ชื่อจัดตั้งเป็นทีม มีความหมาย ‘รับใช้งานปฏิวัติ’ กันทั้งสิ้น สหายชายสี่คนแรกท่าทางเป็นเพื่อนกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกันมาก่อนจากสถาบันใดสถาบันหนึ่งในกรุงเทพฯ ชื่อว่าทีม “มุ่ง-มั่น-หาญ-กล้า”


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 24 สิงหาคม 2007, 02:00:17 AM
แห่งความคำนึงหนึ่ง.ในวันเยาว์



สหายเล่าว่าตอนแรกตั้งใจจะให้เป็น “บาก-บั่น-มุ่ง-มั่น” แต่ไม่มีใครอยากจะชื่อ “สหายบาก” ก็เลยเปลี่ยนจากบากเป็นบุก คือ “บุก-บั่น-มุ่ง-มั่น” แต่ก็ไม่มีใครอยากได้ชื่อ “สหายบั่น” อีก เพราะมันฟังดูเหมือนบั่นทอน ไม่น่าจะรับใช้งานปฏิวัติได้ดี อะไรทำนองนั้น
ตอนหลังก็เลยปรับใหม่ทั้งหมด กลายเป็น “มุ่ง-มั่น-หาญ-กล้า” ซึ่งฟังดูดีทั้งเวลาอยู่เดี่ยวๆ และเป็นทีม ทุกคนตกลงกันได้ ไม่มีใครแย่งใคร อีกสองคนเป็นคนรักกัน ใช้ชื่อว่า “กอบ-กู้” ส่วนสามคนหลังซึ่งมาจากรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกันกับสหายคู่รักนั้นใช้ชื่อว่า “สู้-ชิง-ชัย”
ให้คล้องจองกับสหายทั้งสอง เพื่อเป็นที่ระลึก

มีเพียงสหายใหม่คนสุดท้ายนั้นคนเดียวที่แนะนำตัวเรียบ ๆ ด้วยชื่อ ‘เรียบๆ’ ไม่แสดงความหมายฮึกห้าวเหิมหาญใดชัดเจนอย่างสหายใหม่ในกลุ่มเดียวกัน ยกเว้นดวงตากลมโตของเขาเท่านั้นที่ส่งประกายแกร่งกล้าเจิดจรัส เกินกว่าความหมายของคำใดจะครอบคลุมได้ถึง

   “ผมชื่อสหายแสน”

(http://farm2.static.flickr.com/1424/648773966_4c540f836c_o.jpg)
   
สหายใหม่ที่มาจากในเมืองทุกคนจะถูกจัดให้ ‘ฝึกฝนการใช้แรงงาน’ ระยะหนึ่งด้วยการทำงานการผลิตในไร่ ทั้งเพื่อเลี้ยงสหายในกองทัพและเพื่อปรับตัวให้เป็น ‘ชนชั้นกรรมาชีพ’ ก่อนที่จะมีการโยกย้ายไปตามหน่วยงานต่างๆตามความเหมาะสม สหายน้ำและสหายเอื้อเองก็ยังอยู่ในช่วงเดียวกันนี้ เพราะเพิ่งเข้ากองทัพได้ยังไม่นาน

ทุกวัน ทางจัดตั้งจะมีการจัดเวรว่าสหายคนใดมีหน้าที่ทำอะไร ซึ่งหน้าที่แต่ละคนในแต่ละวันจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเสมอ เช่น ทำครัว ตำข้าว เก็บผัก ปลูกมัน ทิ่มเครื่อง ซึ่งแปลว่าตำเครื่องแกงในครกขนาดใหญ่ โดยมีส่วนประกอบหลักคือพริก ขมิ้น เคย และเกลือ พร้อมด้วยส่วนผสมอื่นๆ เตรียมไว้เป็นเครื่องแกงสำเร็จรูปพร้อมใช้ อำนวยความสะดวกให้สหายที่มีเวรทำครัว เป็นต้น

เธอจำได้ว่าครั้งแรกที่ได้พูดคุยกับสหายใหม่คนนั้น คือวันที่เธอถูกจัดเวรให้ไปปลูกมันสำปะหลังในไร่ สหายแสน เป็นหนึ่งในจำนวนสหายอีกหลายคนในทีมปลูกมัน เธอจำได้ด้วยว่าก่อนหน้านี้ สหายแสนเป็นที่พูดถึงมากที่สุดในจำนวนสหายใหม่ที่เพิ่งขึ้นมาทั้งหมด ทั้งที่เขาเป็นคนเงียบเชียบเรียบร้อย แต่คงเป็นเพราะการปฏิบัติตัวของเขานั่นเองที่ทำให้เกิดอาการระส่ำระส่ายจนมีการ ‘ถก’ กันขึ้นในหมู่สหายทั้งใหม่และเก่าอยู่บ่อยครั้ง
ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 24 สิงหาคม 2007, 02:06:29 AM
แห่งความคำนึงหนึ่ง.ในวันเยาว์



“คุณแสนเรียกร้องตัวเองสูงมาก ขนาดเวลาพักยังไม่ยอมพัก ผมเห็นแบกแต่จอบ ไปแต่ไร่เช้าจรดเย็น อย่างนี้ต้องเขียน ‘คนดีเรื่องดี’ ให้สักเรื่อง”

“คุณแสนไม่เคยกินเนื้อสัตว์เลย ฉันเห็นเวลาตักอาหาร สหายหลายคนตักแต่เนื้อ คุณแสนกินแต่น้ำแกง เสียสละเนื้อให้สหายอื่น อย่างนี้นับว่ามีจิตใจรับใช้สหายอย่างแท้จริง”

“ผมว่าคุณแสนทำไม่ถูก เวลาพักก็สมควรพัก เจ็บไข้ได้ป่วยไปจะยิ่งเป็นภาระให้สหาย”

“ผมไม่กล้าตักอาหารเลยว่ะ! ถ้าคุณแสนกำลังตักอยู่ ผมต้องเลี่ยงไปตักหม้ออื่น รู้สึกเหมือนกำลังทำผิดถ้าจะตักเนื้อสักชิ้น”

แม้จะมีเสียงสะท้อนที่ต่างกันไปหลายรูปแบบมาเข้าหู สหายแสนก็ยังปฏิบัติตัวคงเส้นคงวาเหมือนเดิม ยังคงทำงานหนักไม่พักผ่อน และยังคงเงียบขรึมอยู่อย่างสม่ำเสมอ หนักๆ เข้า สหายแสนก็โดนข้อหา ‘ขี้เต๊ะ’ บ้าง ‘อยากดัง’ บ้าง จากสหายปัญญาชนกลุ่มหนึ่งที่มาจากในเมือง ข้อมูลเหล่านี้เข้าหูสหายน้ำมาระยะหนึ่งแล้ว

บ่ายวันนั้นในไร่ปลูกมัน เธอเพิ่งมีโอกาสได้พูดคุยกับเขาเป็นครั้งแรก จึงได้ ‘รู้จัก’ ตัวตนของเขามากขึ้น
“ไม่เหนื่อยบ้างเหรอคุณแสน?”
“เหนื่อยครับ” เขาตอบ หากรอยยิ้มสดใส ดวงตาทอประกายแวววาวเหมือนเด็กน้อย
ไม่แสดงทีท่าเหนื่อยล้าอย่างที่พูดแต่ประการใด
“งั้นทำไมไม่พักบ้างละคะ?” คราวนี้ ดวงตาของเขาสลดลง วูบหนึ่ง เธอรู้สึกว่ามันแฝงแววเศร้าอย่างประหลาด
“คุณแสนรู้หรือเปล่า ว่าสหายหลายคนอาจชื่นชมคุณ
แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ด้านลบอยู่มาก”
“รู้ครับ” เขาหลบตาเธอ และยังคงพูดน้อยอยู่อย่างนั้น แต่เธอกลับรู้สึกเหมือน ‘ได้ยิน’
คำพูดที่ไม่ได้เปล่งออกมาจากปาก หากสะท้อนออกมาจากแววตาคู่นั้นอย่างชัดเจน
แปลกเหลือเกิน

(http://farm2.static.flickr.com/1269/1216075262_1d1388826f_o.jpg)





หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 24 สิงหาคม 2007, 02:11:28 AM
ทั้งที่เป็นการพูดคุยกันครั้งแรก ทั้งสองกลับรู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนเก่าที่รู้จักกันมานานแล้วอย่างนั้น นาน...จนไม่ต้องรู้สึกระแวงระวัง นาน...จนสามารถพูดคุยกันได้ตรงๆ อย่างที่คิด ไม่ใช่อย่างที่ถูกกำหนดให้คิด

“คุณแสนคิดถึงบ้านใช่ไหม?” เธอเปรยขึ้นตามที่ ‘ได้ยิน’ เสียงที่สะท้อนจากดวงตาที่หลบวูบไปเมื่อครู่
คราวนี้ เขาเงยหน้าขึ้นมามองตอบเธอตรงๆ ไม่มีวี่แววแห่งความไม่พอใจใดๆนอกไปจากความฉงน
จนเจ้าตัวเองก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมา

“คุณน้ำดูออก?”

“ไม่เชิงหรอกค่ะ อาจเป็นเพราะรู้สึกเหมือนกันมั้ง” สหายแสนถอนใจเบาๆ แล้วบอกว่า
“ผมรู้สึกอ่อนแอ รู้สึกแย่ถ้าจะมามัวคิดถึงแต่บ้าน เลยพยายามเรียกร้องตัวเองให้สูง และคอยย้ำเตือนตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ ผมเพียงแค่อยากเป็นนักปฏิวัติที่ดี นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าจะทำให้สหายอึดอัด ผมไม่ได้เต๊ะ แล้วก็ไม่ได้อยากดังด้วย”

ประโยคสุดท้ายทำให้เธอหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ จริงซิ เขาไม่ใช่คนขี้เต๊ะสักหน่อย ออกจะพูดเก่งเสียด้วยซ้ำ คล้ายตัวเธอเองที่อยากพูด ก็ต่อเมื่อได้พูดกับคนที่คุยกันเข้าใจ สหายน้ำ
แกล้งซักต่ออย่างอารมณ์ดี
“แล้วเรื่องไม่กินเนื้อล่ะคะ? เสียสละให้สหายเหรอ?”
ใบหน้าขรึม ดวงตาแฝงแววเศร้าเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นดวงหน้าของ
เด็กน้อยทันทีที่เจ้าตัวระเบิดยิ้ม
“ไม่หรอกฮะ ผมกินไม่ลงต่างหาก เห็นมือค่างลอยหงิกอยู่ในหม้อ ผมนึกถึงหกตุลา”
(http://farm2.static.flickr.com/1217/1215201593_b3e7d4aa90_o.jpg)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 24 สิงหาคม 2007, 02:15:56 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1169/1196613928_73ab05eae7_o.jpg)

กรุณาติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้  คืนนี้ขอไปท่องห้องอืนต่อจ้า


หัวข้อ: Re: แห่งความคำนึงหนึ่งในวันเยาว์
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 24 สิงหาคม 2007, 14:25:24 PM
แห่งความคำนึงหนึ่ง.ในวันเยาว์



จากวันนั้นถึงวันนี้ ยี่สิบกว่าปีแล้วซินะ ธารรินอดเศร้าใจอยู่ลึกๆ ไม่ได้ หลายต่อหลายครั้งที่เธอรู้สึกเสียดาย เสียดายความรู้สึกอันแสนบริสุทธิ์กับมิตรภาพที่ก่อเกิดขึ้นท่ามกลางไฟสงคราม มันน่าจะได้งอกงาม และเติบโตขึ้นเป็นความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกว่านี้ ลึกซึ้งกว่านี้ ทั้งที่เมล็ดพันธุ์แห่งน้ำมิตรระหว่างเธอกับเขานั้นพร้อมอย่างยิ่งที่จะเติบโตเป็นไม้ใหญ่ ถ้าเพียงแต่มันจะได้รับการรดน้ำพรวนดินที่ถูกต้องตามกาละเท่านั้น

แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อระเบียบวินัยของพรรคฯ ไม่เปิดโอกาสให้สหายชายหญิงได้ทำความรู้จักและเรียนรู้กันอย่างเป็นธรรมชาติเลย แม้ทางพรรคฯจะบอกว่า สหายสามารถ ‘เสนอ’ ผ่านจัดตั้งได้ ถ้าเกิดความรักต่อสหายคนใด จัดตั้งจะทำหน้าที่เป็น ‘ผู้ใหญ่’ ติดต่อกับสหายที่ได้รับการเสนอเอง ว่ายินยอมรับรักจากสหายผู้นั้นหรือไม่ ซึ่งฟังดูก็เหมือนจะดี แต่ก่อนหน้าที่จะเกิดความรักนั้นเล่า จะเอาโอกาสที่ไหนไปทำความรู้จัก ศึกษานิสัยใจคอซึ่งกันและกัน และไหนจะยังนโยบาย ‘สามช้า’ ที่เรียกร้องให้สหายทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับงานปฏิวัติ ด้วยการมีคนรักให้ช้าที่สุด แต่งงานให้ช้าที่สุด และมีลูกให้ช้าที่สุดนั้นอีก

แต่ถึงกระนั้น หลังจากวันแรกที่ได้พูดคุยกันแม้เพียงไม่กี่นาที ทั้งเธอและเขาต่างก็รับรู้กันอย่างเงียบๆ ถึงสายใยแห่งความผูกพันที่เชื่อมโยงถึงกันได้อย่างรวดเร็วเส้นนั้น

เมื่อโครงการ ‘ฝึกฝนการใช้แรงงาน’ จบลง ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปเข้าหมวดหมู่ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามความเหมาะสม สหายแสนได้รับการจัดให้ไปอยู่หน่วยงานเคลื่อนไหวมวลชน ส่วนสหายน้ำในช่วงโครงการแรกไปประจำหน่วยพลาฯ และย้ายไปอยู่หน่วยงานมวลชนในช่วงหลัง ทั้งเขาและเธอได้พบกันบ้างในช่วงสิ้นโครงการ และทุกครั้งที่ได้พบกัน เธอรู้ดีว่าเขาเองก็ดีใจไม่น้อยไปกว่าเธอเลย ที่สำคัญ มันเป็นความดีใจที่ต่างไปจากความดีใจเมื่อได้พบสหายคนอื่น

ครั้งหนึ่ง สหายแสนเคยเขียนจดหมายสั้นๆแนบมากับสมุดบันทึกเล่มเล็ก โดยฝากผ่านสหายคนหนึ่งมาให้เธอ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 24 สิงหาคม 2007, 14:28:21 PM
แห่งความคำนึงหนึ่ง.ในวันเยาว์



“ผมมีโอกาสได้เข้าเมือง เลยซื้อสมุดบันทึกเล่มนี้ฝากสหายมาให้ หวังว่าคงมีประโยชน์กับงานปฏิวัติ ด้วยความคารวะ จากสหายแสน”

ที่ปกหน้าด้านใน เขียนไว้ด้วยลายมือเดียวกัน ข้อความว่า

“ไม่มีเวลาเสียใจให้กับดอกไม้ ในขณะที่ไฟกำลังไหม้ป่า”


ตอนนั้น เธอไม่แน่ใจนักว่าเขามีเจตนาใด รู้แต่ว่าตัวเองพยายามใช้สมุดบันทึกเล่มนั้นอย่างประหยัด โดยเขียนด้วยตัวหนังสือที่เล็กที่สุด เบียดบรรทัดให้ใช้ได้มากที่สุด ด้วยเกรงว่าหน้ากระดาษจะหมดเร็วเกินไป สหายที่พบเห็นเคยออกปากชื่นชมเธอในตอน ‘วิจารณ์ตนเอง’ ว่าสหายน้ำใช้ข้าวของของประชาชนอย่างประหยัด อย่างมีจิตใจปฏิวัติ เธอได้แต่แอบยิ้ม อดนึกไปถึงคนให้ไม่ได้ คงมีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ว่าเธออยากใช้มันนานๆ เพราะอะไร เหมือนกับที่มีแต่เธอคนเดียว ที่รู้ว่าเขาไม่กินเนื้อค่างในหม้อเพราะอะไรนั่นเอง

การติดต่อทางจดหมายระหว่างเธอและเขาเป็นไปอย่างสม่ำเสมอเท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวยให้ ซึ่งแน่นอน จดหมายทุกฉบับจะมี ‘เรื่องส่วนตัว’ ไม่ได้เลย เพราะกว่ามันจะถึงมือเขาหรือเธอ ย่อมต้องผ่าน ‘จัดตั้ง’ ไม่รู้กี่มากน้อย และการที่จดหมาย
จะ ‘ถึงมือ’ ผู้รับที่ปลายทางได้หรือไม่นั้น ก็ย่อมขึ้นอยู่กับการพิจารณาของจัดตั้งอีกด้วย หากมีข้อความที่อาจให้เกิดการเสียลับ ถ้าตกไปถึงมือศัตรู จดหมายก็ต้องถูกทำลาย หรือหากมีข้อความที่เป็น ‘ส่วนตัว’ ทั้งเธอและเขาก็ต้องถูกเพ่งเล็งหรือถูกวิจารณ์

ทั้งนี้ เพราะเธอและเขายังไม่ได้อยู่ในฐานะ ‘คนรัก’ ที่ได้รับการยอมรับจากจัดตั้งแล้วนั่นเอง

จดหมาย จึงเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่บอกให้ผู้รับรู้ว่าเป็นที่ระลึกถึงของผู้ที่เขียนเท่านั้น ทุกอย่างจึงเป็นนามธรรม เป็นความรู้สึกล้วนๆ ที่ต้องใช้จินตนาการอย่างสูงว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร หรือไม่และเพียงใด ในช่วงหลังที่เธอถูกย้ายไปอยู่เขตงานอื่น การติดต่อยากลำบากขึ้นจากการถูกล้อมปราบอยู่เนืองๆ จดหมายจึงเริ่มขาดช่วงจนลับหาย เธอไม่ได้ข่าวทางจดหมายจากเขาอีกเลย


หัวข้อ: Re: แห่งความคำนึงหนึ่ง.ในวันเยาว์
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 24 สิงหาคม 2007, 14:34:01 PM
แห่งความคำนึงหนึ่ง.ในวันเยาว์


จนกระทั่งวันหนึ่ง อยู่ๆ เธอก็ได้ข่าวของเขาอย่างไม่คาดฝันจากสหายเอื้อ ผู้สังเกตเห็น ‘สายสัมพันธ์’ พิเศษระหว่างเธอกับสหายแสนอย่างเงียบ ๆ มาระยะหนึ่ง

“คุณน้ำรู้หรือยังว่าเมื่อเดือนสองเดือนก่อนคนรักของคุณแสนมาจากในเมือง?” สหายน้ำเย็นเยียบไปทั้งตัว ได้แต่ตอบ
อย่างงงๆ จับต้นชนปลายไม่ถูก เพราะสหายเอื้อไม่มีการ ‘เกริ่น’ แต่อย่างใด
“ยังไม่รู้”
“อ้าว-เหรอ? ฉันเห็นคุณแสนเคยเขียนจดหมายถึงคุณบ่อยๆ เลยนึกว่ารู้แล้ว”
   
วันนั้นทั้งวัน จิตใจสหายน้ำว้าวุ่น สับสน ทั้งที่รู้ว่าการติดต่อในช่วงที่ผ่านมายากลำบากแค่ไหน แต่ก็อดนึกไม่ได้ว่า นี่ต่างหาก คงเป็นสาเหตุแท้จริงที่ทำให้จดหมายลับหาย คุณแสนมีคนรักแล้วนั่นเอง
   
เธอนึกย้อนไปถึงเมื่อหลายเดือนก่อน ตอนที่ได้พบกับเขาเป็นครั้งสุดท้าย ค่ำวันนั้นที่ไร่เขาแก้ว หลังจากอาหารเย็นและรายการบันเทิงผ่านไป สหายเริ่มแยกย้ายกันกลับเรือนพัก แต่เธอยังคงวนเวียนอยู่บริเวณลานกว้างใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้กับห้องครัว เธอรู้สึกกระวนกระวาย เหมือนรีรออะไรสักอย่าง คงเป็นเพราะรู้ว่าพรุ่งนี้เช้าสหายแสนจะเดินทางลงเขตงาน และเมื่อไปแล้ว อีกกี่วันกี่เดือนจะได้พบกันอีกก็ไม่รู้ กระทั่งจะได้พบกันหรือไม่ ก็ไม่อาจคาดเดาได้ เพราะเป็นที่รู้กันอยู่ว่าการลงเขตงานมวลชนมีอัตราเสี่ยงสูงไม่น้อย

(http://farm2.static.flickr.com/1062/1216062478_0dc90c7fc5_o.jpg)

คืนนั้นเป็นคืนเดือนหงาย เธอรีรออยู่เพียงครู่เดียว สหายแสนก็เดินตรงรี่เข้ามาหา ราวกับมั่นใจว่าต้องพบเธออยู่บริเวณนี้อย่างแน่นอน
“คุณน้ำ ยังไม่เข้านอนเหรอครับ?” คำถาม คล้ายเป็นคำทักทายเสียมากกว่า
“ยังค่ะ คุณแสนล่ะ? พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้าไม่ใช่เหรอ?”
“ครับ” ริมฝีปากปิดสนิทหลังตอบรับ แต่ดวงตากลมโต กลับจ้องตรงมาที่ใบหน้าเธออย่างตั้งใจ ไม่หลบวูบเป็นครั้งคราวเหมือนเมื่อแรกรู้จัก แสงจันทร์ที่สาดจนสว่างไปทั่วบริเวณช่วยให้เห็นพราวประกายในแววตาคู่นั้นชัดเจนขึ้น บางวูบดูแกร่งกล้ามั่นคง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ยอนละไม ที่ 24 สิงหาคม 2007, 21:57:48 PM

บันทึกแห่งป่าเขาแม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวประวัติศาสตร์ แต่ก็ประทับใจและเล้าใจลูก ๆ หลาน ๆ เสมอ

อยากอ่านตอนต่อไปครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 24 สิงหาคม 2007, 23:37:45 PM
ความรัก บอกไม่ได้ว่าจะเกิดกับใคร เมื่อใด เวลาใด และสถานที่ใด

สมัยเด็ก ๆ เรียนวิชาเรขาคณิต มีเพื่อนคนหนึ่งแปลง ทฤษฎีบทที่ ๑ ให้ฟังว่า
"เส้นตรงแห่งความสงสาร ตั้งอยู่บนฐานแห่งความเมตตา ผลลัพธ์ที่ออกมา คือความรัก "

ซ.ต.พ. ได้หรือเปล่าค่ะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 25 สิงหาคม 2007, 18:31:25 PM
แห่งความคำนึงหนึ่ง ในวันเยาว์  ............. "ส.ฟ้า"


“ครับ” ริมฝีปากปิดสนิทหลังตอบรับ แต่ดวงตากลมโต กลับจ้องตรงมาที่ใบหน้าเธออย่างตั้งใจ ไม่หลบวูบเป็นครั้งครา เหมือนเมื่อแรกรู้จัก แสงจันทร์ที่สาดจนสว่างไปทั่วบริเวณช่วยให้เห็นพราวประกายในแววตาคู่นั้นชัดเจนขึ้น บางวูบดูแกร่งกล้ามั่นคง

บางวูบกลับดูอ่อนโยนจนเธออยากเรียกว่าอ่อนหวานเสียมากกว่า
โดยเฉพาะเมื่อประกอบกับรอยยิ้มจางๆ บนดวงหน้าอ่อนเยาว์นั้น

“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” ทั้งที่รู้สึกอยู่ว่าดวงตาที่จ้องมองมาคู่นั้นไม่ธรรมดา แต่เมื่อสถานที่แห่งนี้คือเขตป่าเขา และตัวเธอคือสหายหญิงของกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย ที่มีวินัยเหล็กเพชรให้ยึดกุม เธอจะถามอะไรได้มากไปกว่านี้เล่า
เขาเองก็คงเช่นกัน สหายแสนหลบตาลงต่ำ ก่อนเหลือบกลับขึ้นมามองตรง ๆ เช่นเดิมแล้วพูดว่า

“ผม...ผมเพียงแต่อยากมาลาคุณน้ำ คิดว่าคงเจอคุณแถวนี้” เธอยิ้มรับ แล้วส่งมือให้สัมผัสตามประเพณีของทหารป่าในยามพบกันและลาจาก
“งั้น ขอให้คุณแสนเดินทางปลอดภัยนะคะ” สหายแสนสัมผัสมือเธอตอบ แต่แทนที่จะปล่อยเมื่อพูดจบ เขากลับบีบมือเธอจนแน่นอย่างที่ไม่เคยกระทำมาก่อน ด้วยความแปลกใจ เธอเหลือบตาขึ้นมองหน้าเขาเป็นเชิงถาม แต่ดวงตาคู่นั้นกลับยิ่งจ้องมองตอบ ประกายตาคมกล้า คล้ายจะกรีดลึกลงไปถึงหัวใจของอีกฝ่ายเสียให้ได้

“คุณแสน มีอะไรจะพูดหรือเปล่า” เธอถามขึ้นอีก คราวนี้ไม่ใช่ด้วยความแปลกใจ เพราะเธอเชื่อว่ารับรู้ความรู้สึกเขาได้ในกระแสพลังอันอ่อนอุ่นจากมือของเขาที่ยังคงกุมมือเธออยู่อย่างแนบแน่น แต่ที่ถาม ก็เพื่อเปิดโอกาสให้เขารู้ว่า เธอพร้อมจะรับรู้ความรู้สึกนั้น - หากเพียงเขาพร้อมจะให้เธอรับรู้มัน
ทว่าสหายแสนกลับหลบตาลงต่ำอีกครั้ง ก่อนตอบว่า
“เอาไว้... เอาไว้ค่อยคุยกันตอนพบกันครั้งหน้านะครับ”
เขาพึมพำ คล้ายรำพึงกับตนเองเสียมากกว่า
“ค่ะ” เธอได้ยินเสียงตัวเองถอนใจ ก่อนตอบรับอย่างแผ่วเบาไม่แพ้กัน
“จนกว่าเราจะพบกันอีก”
นั่นคือประโยคสุดท้าย ที่เธอได้ยินจากปากเขา
พร้อมมือที่บีบกระชับมั่น กับดวงตาที่ส่องประกายแกร่งกล้า วาววับ ท่ามกลางแสงนวลจันทร์ในค่ำคืนนั้น

บัดนี้ เธอรู้แล้วว่าตัวเองเข้าใจผิดไป สิ่งที่เขาอยากจะบอกเธอไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดคิด
แต่คงเป็นเรื่องนี้เอง เรื่องที่เขามีคนรักแล้ว และกำลังจะตามเข้ามา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 25 สิงหาคม 2007, 18:34:07 PM
แห่งความคำนึงหนึ่ง ในวันเยาว์  ............. "ส.ฟ้า"


ธารรินพลิกสมุดบันทึกเล่มเก่าที่สู้อุตส่าห์แอบเสี่ยงนำติดตัวออกมาด้วยนั้นต่อไปอีกสามสี่หน้า แม้กระดาษจะเริ่มเหลือง น้ำหมึกที่เขียนไว้เริ่มเลอะเลือน แต่ความทรงจำนั้นยังแจ่มกระจ่าง ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน

เธอพลิกผ่านบทบันทึกถึงความขัดแย้งทางความคิดของตัวเองครั้งอยู่ในป่า ไปจนถึงตอนที่ตัดสินใจขอกลับมาทำงานในเมือง ผ่านหน้าที่ว่าด้วยปัญหาการทำงานแนวร่วมในเมืองซึ่งเธอไม่เห็นด้วยกับการ ‘โฆษณาชวนเชื่อ’ ในการ ‘สร้างภาพ’ อันงดงามของพรรคฯ และชี้ชวนให้เชื่อมั่นถึงแนวทางการต่อสู้ด้วยอาวุธ ว่ากำลังรุ่งโรจน์เพียงใด ทั้งที่ในความเป็นจริง ปัญหาความขัดแย้งภายในกลับมีมากมายยิ่งกว่า และนโยบายป่าล้อมเมืองก็กำลังถูกพิสูจน์ว่าใกล้วันล่มสลายเต็มที
เธอพลิกมาจนถึงหน้าที่เขียนเริ่มต้นไว้ว่า...

“พบคุณแสนโดยบังเอิญวันนี้ ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา...”
ความทรงจำของธารรินหวนกลับมาอีกครั้งอย่างชัดเจน

   “คุณแสน... กลับมาเมื่อไหร่คะ?”
   “เกือบสองปีแล้วครับ”
   “ไม่เจอกันตั้ง...หก-เจ็ดปี คุณแสนไม่เปลี่ยนเลยนะ”
   “ผมไม่เคยเปลี่ยน คุณน้ำต่างหากที่เปลี่ยน” เขาตอบ พร้อมปรายตาไปยังบุรุษที่ยืนรอเธออยู่ห่าง ๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 25 สิงหาคม 2007, 18:37:03 PM
แห่งความคำนึงหนึ่ง ในวันเยาว์  ............. "ส.ฟ้า"


ธารรินไม่เคยลืมวันที่เธอตัดสินใจนัดพบพูดคุยกับคุณแสนเป็นการส่วนตัว คุณแสน ซึ่งแม้บัดนี้ก็ยังพอใจที่จะใช้ชื่อเดิมอยู่อย่างนั้น

“ทำไมคุณแสนไม่ติดต่อรินเลย?” เธอพยายามซ่อนความน้อยใจไว้ในคำถาม
หากเขาพยายามเพียงสักนิดก็ย่อมตามหาเธอพบ เพราะหลังจาก ‘ป่าแตก’ สหายปัญญาชนส่วนใหญ่ต่างกลับมาเรียนหนังสือ และต่างพยายามสานต่อสายสัมพันธ์เดิม เพื่อรวมกลุ่มรำลึกความหลังและร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอยู่เนือง ๆ   

เขาหลบสายตาลงต่ำ ด้วยท่วงทำนองเดิมเหมือนครั้งยังเยาว์วัย
ก่อนตอบคำถาม เขาอธิบายเรื่อง ‘คนรักที่ตามมาจากในเมือง’ ว่าเธอผู้นั้นคือเพื่อนสนิทที่ให้ความช่วยเหลือตอนก่อนเข้าป่า เธอตัดสินใจตามเขามาในภายหลังโดยที่เขาเองก็ไม่รู้มาก่อน แต่เนื่องจากเธอแจ้งต่อ ‘จัดตั้ง’ ว่าขอติดตามมาพบเขาในฐานะ ‘คนรัก’ เขาจึงไม่สามารถหักหาญน้ำใจเพื่อนผู้เอื้ออาทรต่อเขามาตลอดนั้นได้ ซึ่งในที่สุด เธอผู้นั้นก็ยอมรับความจริง และเดินจากไปเองในภายหลัง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ยอนละไม ที่ 25 สิงหาคม 2007, 20:48:19 PM
ความรักที่อยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง เป็นโลก ณ ปัจจุบัน ที่มักจะมีทั้งสุขมักทุกข์ระคนกัน

จนเกิดความชาชินเสมือนหนึ่งไม่เคยผ่านเหตุการณ์อันแสนสุขร่วมกันมาแม้สักครั้งเดียว

ต่อเมื่อต้องพรากจากกัน ถึงได้รู้ว่าเธอหรือเขาคนนั้นคือสิ่งที่มีค่าที่สุดของชีวิต

บางทีการปล่อยให้เขาหรือเธอ หรือใครสักคนหนึ่งที่เคยรู้สึกดี ๆ ต่อกัน ได้อยู่กับเราเพียงแค่ในโลกแห่งอดีตกาล

ความสุขนั้นจะไม่มีวันสูญหายตราบจนวันสุดท้ายของชีวิต มันจึงดีกว่าเป็นไหน ๆ ที่จะดึงเธอหรือเขาให้เข้ามาร่วมสุขร่วมทกข์กัน ณ โลกแห่งปัจจุบัน

ที่ต้องรอให้ถึงวันที่พลัดพรากจากกันเสียก่อนจึงจะหวนระลึกถึงวันคืนเก่าๆ อย่างโหยหา และอาจรวดร้าวใจไปจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิตก็เป็นได้ครับ

มีตัวอย่าง ตัวเป็นๆ ที่ผมเห็นใกล้ตัวเสียด้วยครับ


หัวข้อ: Re: แห่งความคำนึงหนึ่ง ในวันเยาว์ ............. "ส.ฟ้า"
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 สิงหาคม 2007, 15:22:26 PM
อ่านต่อกันสัก 2-3 ท่อน รอมิตรสหายให้หายเหนื่อยจากภาระกิจวุ่นๆ ขึ้นเวทีกระดาน สังเวียนการต่อสู่ภาคประชาชน แห่งบ้านตุลาไทย

แห่งความคำนึงหนึ่ง ในวันเยาว์  ............. "ส.ฟ้า"



“จากนั้น ผมมารู้ว่าคุณน้ำกลับเมือง ผมเข้าใจว่าคุณไม่ไยดีผม และผมคงไม่มีหวังได้พบคุณอีกแล้ว”
เขาบอกเธอว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาอีกเกือบห้าปี ไม่เคยมีวันไหนที่เขาไม่คิดถึงเธอเลย และความคิดถึงอัน ‘ปราศจากความหวัง’ นี่เอง ที่ทำให้เขายืนหยัดอยู่ในป่าได้นานถึงหกปี และท้ายสุดเมื่อตัดสินใจกลับมาและเมื่อสอบถามเพื่อนฝูงถึงข่าวคราวของเธอ เขาจึงได้ทราบว่าเธอมี ‘ใคร’ เสียแล้ว

เขาจึงเลิกล้มความคิดที่จะตามหาเธอ พยายามทำตัวให้ไม่มีเวลา หมกมุ่นตนเองอยู่กับงานการ จนกระทั่งวันที่เขาได้พบเธอกับ ‘คนของเธอ’ โดยบังเอิญที่ร้านอาหารค่ำนั้น และเหตุการณ์ นั้นเอง ที่ซ้ำเติมและทำให้ชีวิตของเขาหักเห ออกนอกเส้นทางไปอย่างถาวร

‘ความผิดพลาด’ อย่างยิ่งใหญ่เกิดขึ้นกับชีวิตของเขา ‘ความผิดพลาด’ อันมีสาเหตุมาจากความเสียใจ ความปวดร้าว และเมื่อมันเกิดขึ้น เขาก็ยอมรับมันอย่างที่ ‘ลูกผู้ชาย’ พึงกระทำ เขาเดินดุ่มต่อไปข้างหน้าอย่างองอาจ ทระนง ยื่นสองมือให้โซ่ตรวนแห่ง ‘ความถูกต้อง’ พันธนาการร่างอันเวิ้งว้างว่างเปล่าภายในของเขาเองนั้นไว้แต่โดยดี...

เธอนึกย้อนไปถึงตอนเมื่อแรกรู้จัก ตอนที่เขาแบกจอบเข้าไร่ ไม่ยอมพักผ่อน ก็ด้วยทิฐิมานะแบบเดียวกันนี่เอง เพียงแต่ในครั้งนั้น เขามุ่งมั่นเพื่อจะเป็น ‘นักปฏิวัติที่ดี’ เป็นลูกที่ดีของพรรค แต่ครั้งนี้ เขาเพียงปรารถนาจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ ชีวิตที่เขาคิดว่าปราศจากความหวัง ให้ดำเนินต่อไปเพียงเพื่อคนอื่นเท่านั้น เขาโยนความปรารถนาส่วนตัวทั้งหมดทิ้งไป และทุ่มเททั้งร่างกายและจิตใจทั้งหมดให้กับ...กับการปฏิวัติกระนั้นหรือ?
 
มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว ถ้าอย่างนั้น เขาทำเพื่ออะไร?
“คุณแสน คุณคิดเอง สรุปเองทั้งหมด แล้วก็มากล่าวหาว่ารินเปลี่ยนไป เราเคยตกลงอะไรกันหรือคะ? อย่าว่าแต่ตกลงเลยนะ แค่ความรู้สึกของคุณ...คุณยังไม่เคยบอกรินสักคำ”


หัวข้อ: Re: [color=purple]แห่งความคำนึงหนึ่ง ในวันเยาว์ ............. "ส.ฟ้า"
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 สิงหาคม 2007, 15:27:06 PM
แห่งความคำนึงหนึ่ง ในวันเยาว์  ............. "ส.ฟ้า"


(http://farm2.static.flickr.com/1169/1196613928_73ab05eae7_o.jpg)

ทั้งสองนึกย้อนไปถึงค่ำคืนนั้นที่เขาแก้ว เขายอมรับกับเธอว่าตอนนั้นเขาต้องต่อสู้กับความขัดแย้งในตัวเองอย่างยากลำบากเพียงใด ระหว่างคำเรียกร้องของพรรคไม่ว่าจะเป็นโยบาย “สามช้า” หรือ “สามไป” กับคำเรียกร้องตามธรรมชาติของหัวใจมนุษย์
“ผมเพียงแต่ใฝ่ฝันจะเป็นนักปฏิวัติที่ดี และผมก็คิดว่าคุณคงเข้าใจ ผมบอกคุณไปแล้ว จากข้อความที่ผมเขียนให้ในสมุดบันทึกเล่มนั้น”
ไม่มีเวลาเสียใจให้กับดอกไม้ ในขณะที่ไฟกำลังไหม้ป่า...

ข้อความนั้น บัดนี้เลอะเลือน เจือจางลงด้วยกาลเวลา แม้หัวใจเธอจะเจ็บเศร้าและร้าวลึก แต่ในอีกมุมหนึ่ง เธอรู้ว่าเธอยังโชคดีกว่าสหายอีกมากมายหลายคนที่ต้องสูญเสียหลายสิ่งในชีวิตไป เพียงเพราะคำว่า ‘อยากเป็นนักปฏิวัติที่ดี’ บางคนสูญเสียลูก บางคนสูญเสียคู่ชีวิต และบางคน สูญเสียตัวตนไปอย่างไม่มีวันได้กลับคืน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 สิงหาคม 2007, 15:29:42 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1269/1216075262_1d1388826f_o.jpg)

ในภวังค์ ธารรินมองเห็นมือของตัวเองถูกบีบกระชับมั่น
อยู่ในอุ้งมือของคุณแสนเหมือนเมื่อค่ำคืนนั้นที่เขาแก้ว
“คุณแสน...ถ้าเพียงแต่คุณบอกรินวันนั้น...”
“หยุดเถอะครับ... อย่าทำให้ผมปวดร้าวใจไปกว่านี้เลย”
“แต่มันก็ยังไม่สายเกินไปนี่คะ เรา...เราน่าจะเริ่มต้นกันใหม่ได้”
เธอมองเห็นแววร้าวรอนวาบวับขึ้นมาในดวงตาของเขาอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ มันทำให้เธอหนาวสะท้าน ธารรินไม่ละความพยายาม
“คุณแสน ทำไมเราไม่หันหน้าเข้าหาความจริงและช่วยกันแก้ปัญหา
ชีวิตเมื่อเดินผิดพลาดไป ก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะเริ่มต้นเดินใหม่ได้ไม่ใช่เหรอคะ?
 เราต่างคนต่างแก้ปัญหาของตัวเองดีไหม สำหรับริน รินจะพูดกับเขาตรง ๆ
รินเชื่อว่าเขาต้องรับได้”
“เราจะกลายเป็นคนไม่รับผิดชอบไปน่ะซิครับ”
“ตรงกันข้าม ก็เพราะรับผิดชอบน่ะซิคะ เราจึงต้องกล้าเผชิญหน้ากับความจริง และต้องให้ความเป็นธรรมทั้งกับตัวเองและคนอื่น”


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 สิงหาคม 2007, 01:48:07 AM
‘ความรับผิดชอบ’... ธารรินได้รับรู้ในวันนั้นว่า นิยามของคำนี้สำหรับเธอและเขามันต่างกัน ต่างกันจนลิบลับ ต่างกันจนเป็นเส้นขนาน
“อย่าพูดถึงมันอีกเลย ผมเองก็เจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าคุณ แต่อย่างน้อย เราก็ยังมีวันนี้ไม่ใช่หรือ?”
เขายิ้มอย่างอ่อนโยนเช่นเดิม ก่อนเอื้อมมือมาปาดหยาดน้ำตาบนใบหน้าให้เธอ
แม้ดวงตาของเขาในวันนี้จะมีริ้วรอยแห่ง ‘ภาระหน้าที่’ ของชีวิตจริงในปัจจุบัน
แต่เธอก็ยังมองเห็นพราวประกายในอดีตวาบวับขึ้นเป็นบางครั้ง
และทุกครั้งที่มันวาบวับขึ้นมา ภาพของหนุ่มน้อยที่ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มและระยิบพราวของแสงตะวัน มีเป้ยาวแบกไว้บนบ่าเป็นนิจก็ปรากฏขึ้นมาในความทรงจำของเธอทุกครั้งไป
ไม่มีสิ่งใดแตกต่างในรอยยิ้มอ่อนโยนนั้น ยกเว้นแต่เพียง ‘เป้แห่งสัมภาระ’ ในวันนี้ของเขาดูจะหนักหน่วงกว่าในครั้งนั้นมากมายนัก....

ธารรินเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างห้องทำงาน เด็กนักเรียนยังคงเดินไปเดินมาในช่วงเวลาพักกลางวัน เธอนึกภาพตัวเองเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ในรั้วของสถานที่แห่งเดียวกันนี้เอง
เธอเคยจากไปพร้อมกับความรู้สึกว่ามันคับแคบเหมือนกรงขังความคิด แต่ในวันนี้ เธอกลับมาอีกครั้งในอีกฐานะหนึ่ง ฐานะของ ‘ผู้ปลูกฝังความคิด’ ให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ คุณแม่อธิการผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยลอบมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและเครื่องหมายคำถาม บัดนี้ แม่ชีอาวุโสคนเดิมอ้าแขนต้อนรับให้เธอกลับเข้ามาด้วยความเข้าใจ

“เธอจะสอนให้นักเรียนของเธอเป็นกบฏด้วยหรือไม่จ๊ะ?”
ท่านเคยกระเซ้าเธออย่างผู้มีเมตตา ธารรินจับมือคุณแม่อธิการผู้เปรียบเสมือนแม่คนที่สองมาวางทับบนศีรษะตัวเอง
ก่อนตอบว่า “แน่นอนค่ะ มาแมร์ นักเรียนของรินต้องมี ‘วิญญาณขบถ’ ทุกคน”
ในขณะเดียวกัน จิตใจของเธอหวนระลึกไปถึงแสนอีกครั้ง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 สิงหาคม 2007, 01:49:54 AM
ธารรินจำได้ว่าวันนั้นเธอโกรธเขามากมาย เธอต่อว่าเขาว่า
เคย ‘กบฏ’ ต่อชนชั้นของตัวเองได้ แล้วทำไมจึง ‘กบฏ’ ต่อขนบบางอย่างไม่ได้
เธอกล่าวหาว่าเขาไม่ใช่นักปฏิวัติที่แท้จริง เธอสรุปว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัว
เพราะในขณะที่เขาอ้างความ ‘รับผิดชอบ’ หนึ่ง แต่เขากลับละทิ้งอีกความ ‘รับผิดชอบ’
ที่เขาเคยประทับ ‘ความรู้สึกพิเศษ’ ไว้เมื่อหลายปีก่อนและทิ้งร้างห่างไปโดยไม่พยายามแม้แต่จะตามมาถามหาความเข้าใจ

“คุณน้ำครับ แม้ร่างกายผมอาจถูกพันธะหนึ่งจองจำไว้ แต่หัวใจของผมไม่มีกฎกติกาไหนในโลกมาควบคุมได้ จิตวิญญาณของผมโอบกอดคุณอยู่เสมอทั้งในความเป็นจริงและความฝัน... คุณคือความทรงจำอันบริสุทธิ์ของผม.. แม่เพื่อนรัก” แสนกล่าวเสียงนุ่มและหนักแน่น

หลายปีทีเดียวหลังจากเหตุการณ์วันนั้น
กว่าธารรินจะตระหนักถึงจิตใจที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมของเขา
รวมทั้ง ‘ความรัก’ ในอีกรูปแบบหนึ่งที่เธอไม่เคยพบพานมาก่อน
ความรัก... ที่ปรารถนาจะให้แต่สิ่งดีงามต่อผู้ที่ตนรัก
ความรัก...ที่ไม่ปรารถนาการครอบครอง
ความรัก...ที่เขาเป็นเจ้าของแต่ไม่มีเหลือไว้แม้กับตัวเอง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 สิงหาคม 2007, 01:53:08 AM
ธารรินจรดปากกาลงในหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึกที่เก่าคร่ำคร่าเล่มนั้นอีกครั้ง
“คุณแสน...”

“การปฏิวัติได้สอนให้ฉันรู้จักวีรกรรมของวีรชนผู้กล้ามากมาย หากคุณคือวีรชนเหล็กเพชรที่แท้จริงของฉัน คุณสอนให้ฉันรู้จักคำว่าหน้าที่ เกียรติภูมิ ควบคู่ไปกับการเป็นกบฏทางจิตวิญญาณ เหนือสิ่งอื่นใด... คุณแสดงให้ฉันเห็นว่าผู้ที่เป็นนักปฏิวัติที่แท้จริงย่อมไม่ปรารถนาอนุสาวรีย์ใดตอบแทน”

ธารรินบรรจงเขียนประโยคสุดท้าย

“คุณคือสิ่งที่งดงามที่สุดในชีวิตของฉัน”


เธอปิดสมุดบันทึกเล่มนั้นลงอย่างนุ่มนวล
แม้หน้ากระดาษเหลืองซีดจะหมดลงแล้วอย่างสมบูรณ์
แต่หน้าสมุดแห่งชีวิตของเธอเพิ่งเริ่มต้น
ไม่ว่าวันพรุ่งนี้ มันจะถูกบันทึกลงไปอย่างไร
แต่ตัวอักษรแห่งความคำนึงหนึ่งในวันเยาว์และสำนึกแห่งความเป็น
‘ขบถ’ ทางจิตวิญญาณได้ถูกจารึกลงในหน้าแรกนั้นแล้วอย่างถาวร



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 สิงหาคม 2007, 01:58:04 AM
แห่งความคำนึงหนึ่ง ในวันเยาว์  ............. "ส.ฟ้า"


หมายเหตุ :
ผู้เขียนมีผลงานแปลหนังสือที่มีเนื้อหาสาระก้าวหน้าต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมหลายเล่ม
รวมทั้งงานเขียนเชิงสารคดีเกี่ยวกับวรรณกรรมต่างประเทศ
และได้รับการตีพิมพ์บ่อยๆในนิตยสารรายสัปดาห์
ปัจจุบันผู้เขียนมีถิ่นพำนักอยู่ในต่างประเทศ

(http://farm2.static.flickr.com/1269/1216075262_1d1388826f_o.jpg)

จบบริบูรณ์ ขอบคุณ ส.ฟ้า

[/color][/size]


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 27 สิงหาคม 2007, 22:38:40 PM
 ;) :D ;D
ขอบคุณคะลุงกาจ
สำหรับเรื่องสั้นจากความเป็นจริง
เมื่อสามสิบปีที่แล้ว
สำหรับเด็กคนหนึ่งที่จากอกพ่อแม่ไป
เพื่อการต่อสู้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ไม่มีผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น
นอกจากเพื่อประชาชน เพื่อส่วนรวม
จน ณ.วันที่เธอได้เขียนเรื่องราวความเป็นมาจากความจริง
ในหนังสือ"บนเส้นทางภูบรรทัด"และหนังสือ "แผ่นดินใต้ความหลังสหายเก่า"
เธอยินดีและเต็มใจเสียสละเวลาอันมีค่าเพื่อบันทึกประวัติศาสตร์ของประชาชน ;) :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: butterfly ที่ 27 สิงหาคม 2007, 23:00:24 PM
.....ครอบครัว..คุณฟ้า...ก็หนุนช่วยขบวนการประชาชน
................อย่างสุดจิตสุดใจ.....ด้วยเช่นกันค่ะ... :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดอกดินสยาม ที่ 27 สิงหาคม 2007, 23:15:11 PM
นึกถึงเรื่องที่เขียนโดยศรีบูรพาหลาย ๆ เรื่อง
แต่บันทึกนี้งดงามไม่มีที่เปรียบ

แม้ไม่เคยอยู่ในบรรยากาศป่าเขา
แต่กลิ่นไอของภาพงานปฏิวัติในอดีตก็ยังไม่ลบเลือนจากจิตใจ

ความรัก  การเรียนและสัมภาระห่ออื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในยุคก่อน
เป็นภาพที่ยังติดตาตรึงใจ

วัยเยาว์อันสดใสได้ผ่านไป
พร้อม ๆ กับวัยกลางคนที่คืบคลานเข้ามา

ณ ห้วงเวลานี้จะใช้ชีวิตเยี่ยงใด
ที่จะมีคุณค่าที่สุด
เป็นคำถามที่ยังคงอยู่ในใจตลอดมา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 สิงหาคม 2007, 00:03:20 AM
ขอบพระคุณมิตรสหายที่เขียนมาติชม บันทึกของสหายฟ้า แทนสหายฟ้าที่อยู่ต่างแดน

มีเรื่องที่ลุงลุงเรดซันเขียนรวมอยู่ในเล่มนั้นด้วย เป็นเรื่องสนุกๆหนวนๆ เจ็บๆคันๆ
ได้ขออนุญาตคุณลุงเรดซันแห่งร้านกาแฟอุ่นไอรักประจำบ้านหลังนี้ มาลงในหัวข้อนี้
เพราะเนื้อหามาจากเรื่องราวเขตงานมวลชน เขต 3 ท่าตก ตรัง แห่งภูบรรทัด

โ ป ร ด ติ ด ต า ม อ่ า น......เสียงว่าลุงเรดจะแถมกาแฟหอมๆอุ่นๆไอรักแด่ท่านผู้อ่านด้วยจ้า

(http://farm2.static.flickr.com/1363/1250462599_a7ad1d3e84_o.jpg)
(http://farm2.static.flickr.com/1229/1250462955_548071f78c_o.jpg)

ไม่มีกาแฟ เพราะต้องเอาเงินไปซื้อกะปิก่อน แต่ก็เป็นสถากาแฟกลางป่าได้ ดูภาพแล้ว หนวนกันมัน ;D ;D




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 สิงหาคม 2007, 00:08:21 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1382/1251319924_565d6c1853_o.jpg)

เข้าแนวซุ่ม ยังพบตำราไปศึกษาอีกต่างหาก ไม่รู้จะได้ยินเสียงผู้บัญชาไหมเนี้ย ส  ห  า  ย

เรื่องของลุงเรด ... กำลังจะทยอยส่ง ..ตอนนี้ขอเข้าไปหา file สักครู่ สองครู่


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 29 สิงหาคม 2007, 00:12:37 AM
 :( :( :(
พูดถึงครอบครัวของเหล่าสหาย
ที่เข้าร่วมต่อสู้ ในขบวนการเพื่อความเป็นธรรมในสังคม
แล้วให้หวนคิดถึง
ความรู้สึกของพวกเขาที่ได้พบหน้าลูกหลานที่คืนกลับเมือง
แต่อีกส่วนหนึ่ง
พวกเขาไม่มีโอกาสได้พบลูกหลานเขาอีกต่อไปโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่า
ลูกหลานเขาอยู่ ณ.ที่ใด
ส่วนหนึ่งได้เฝ้าติดตาม  หรือไม่ยอมเชื่อว่าลูกหลานเขาจะไม่มาพบเขาอีกแล้ว
จนกว่าเขาจะตามไปพบ สถูปพบรายชื่อตามอนุสรณ์สถานต่างๆทั่วทั้งประเทศไทย
ญาติเขาเหล่านั้นมีไม่น้อยที่เหมือนครอบครัวสหายฟ้า แต่เขาก็ไม่มีโอกาส
ได้พบลูกเขาอีกเลย :'( :'( :'(


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 29 สิงหาคม 2007, 00:31:38 AM
 :( :'(
จากการติดตามญาติของผู้เสียชีวิต
ในเขต พัทลุง ตรัง สตูลนครศรีธรรมราชบางส่วน และสงขลา
มีญาติของสหายที่เสียชีวิตไปไม่เชื่อว่าญาติของพวกเขาที่จากไปเมื่อสามสิบ
ปีที่แล้วจะจะเสียชีวิตแล้ว
พวกเหล่าญาติพี่น้องเพียงคิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่อยากกลับบ้าน
ทั้งยังเห็นเหมือนเขาผู้นี้นั่งอยู่บนรถไฟ
ทำให้เขาต้องตามหาและขอคำยืนยันจากผู้ที่รู้จัก
ณ.วันนี้เขาเข้าใจและยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว
 :)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 สิงหาคม 2007, 00:52:49 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1122/1259079889_4edd845ede_o.jpg)

มันก็โจรทั้งนั้นแหละ..........  ชบา ชมพู

“ใค ร ว่ า อุ ด ม ก า ร ณ์ กิ น ไ ม่ ไ ด้  ก็ ค ง จ ะ ใ ช่ 
เ พ ร า ะ มั น เ ป็ น น า ม ธ ร ร ม . . . . .”


“คุณชาญ... คุณชาญ... โจรปล้นรถบรรทุก” ประถม
เด็กหนุ่มวัยรุ่นละล่ำละลักแจ้งข่าวเมื่อพบหน้าสหายชาญ   
“หือ? อะไรนะ พูดใหม่สิน้องถม ค่อยๆ เล่าไม่ต้องรีบ”

ชาญผละจากหน้าเตาไฟขณะที่กำลังแกงปรุงคั่วอีแกะที่ยิงมาได้เมื่อคืนนี้
นั่งฟังข่าวสดใหม่จากประถมเยาวชนผู้ปฏิบัติงานในหมู่บ้าน เขากับประถมสนิทสนมกันเหมือนพี่กับน้อง

สามปีมาแล้วที่สหายเข้ามายังหมู่บ้านชายเขาแห่งนี้ ครอบครัวของประถมจัดเป็นครอบครัวแรกที่สหายเข้ามาสัมพันธ์ด้วย ป้าส้มแม่ของประถมแทบเป็นลมด้วยความกลัวเมื่อเห็นสหายครั้งแรก แต่ต่อมาด้วยความอดทนและใจเย็นของทั้งสองฝ่ายความเข้าใจที่มีต่อกันก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมุกดำน้องสาวของประถมตัดสินใจเข้าร่วมขบวนการปฏิวัติ สมัครเป็นทหารหญิงแดงแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนไทย

ประถมผู้มีน้องสาวขึ้นป่า เข้ามาหาสหายหลังตัดยางเสร็จยังที่พักริมป่าข้างหมู่บ้าน
“คืออย่างนี้คุณชาญ” ประถมค่อยๆ ลำดับเรื่องราว

“เมื่อคืนนี้พวกโจรมันปล้นรถบรรทุกมาจากถนนดำ ๒ คัน
เอามาซ่อนไว้ในป่าขี้ทรายพวกมันกะจะเรียกค่าไถ่น่ะนะ
น้าเหมียแกเห็นเข้าเลยใช้ให้ผมมาบอกคุณชาญ
พอตัดยางเสร็จผมก็รีบมานี่แหละ เดี๋ยวค่อยกลับไปเก็บยางทีหลัง”
ประถมรายงานสภาพอย่างรวดเร็ว ชัดเจน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 สิงหาคม 2007, 01:00:18 AM
มันก็โจรทั้งนั้นแหละ..........  ชบา ชมพู



ป่าขี้ทรายที่ประถมพูดถึงก็คือพื้นที่เสื่อมโทรมกว้างใหญ่กินเนื้อที่เป็นร้อยๆไร่ คือซากดินที่เหลือจากการทำเหมืองแร่ดีบุกด้วยวิธีฉีดน้ำชะดินให้แยกออกและเอาเนื้อดินที่มีแร่ติดอยู่ไปร่อนเพื่อแยกเอาแร่ไปขายเหลือไว้เพียงทรายหยาบๆ ทิ้งไว้ใช้ทำประโยชน์อันใดไม่ได้ ปลูกยางก็ไม่ขึ้น มีแต่หญ้าและวัชพืชบางชนิดที่ทรหดเป็นพิเศษขึ้นรกเรื้อไปทั่ว

ชาญรู้ดีว่ามีเรื่องสนุกให้ลงแรงกันอีกแล้ว

ชาญอดีตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านหัวหมาก ในวัยเพียง ๒๐ ต้นๆ แต่ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองในช่วงนั้น ทำให้ชาญต้องทิ้งการเรียนในมหาวิทยาลัย ทิ้งบ้าน จากคนรัก มาเป็นนักรบแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย ต่อสู้กับอำนาจรัฐเผด็จการด้วยกำลังอาวุธ ชาญได้รับมอบหมายจากพรรคฯ ให้ทำงานมวลชนในเขตงานท่าตก
(ใช้แนวเทือกเขาบรรทัดเป็นแกน-ท่าตกคือทิศตะวันตกของเทือกเขาบรรทัด)
เขตงานที่ชาญรับผิดชอบอยู่นั้นเป็นเขตงานใหม่ บุกเบิกหลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ แต่ด้วยการยึดกุมนโยบายพรรคฯ อย่างเข้มงวดของผู้ปฏิบัติงาน เพียง ๓ ปีผ่านไป เขตงานแห่งนี้ก็มีความเข้มแข็ง ประชาชนให้ความรักและปกป้องดูแลเหล่าทหารป่าเหมือนเป็นลูกหลานของตนเอง   

แรกๆชาญเป็นลูกหน่วยของสหายเจิมซึ่งเป็นสมาชิกพรรคฯ ผู้มากประสบการณ์ เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ชาญได้เรียนรู้และหล่อหลอมพัฒนาตนเองก้าวหน้าไปมาก สั่งสมประสบการณ์ พัฒนาสู่คุณภาพใหม่ สู่การเป็นมืออาชีพของนักปฏิวัติ
ซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่มีเงินเดือน ไม่มีโบนัส

ใครว่าอุดมการณ์กินไม่ได้ ก็คงจะใช่ เพราะมันเป็นนามธรรม

แต่สำหรับอดีตนักศึกษาหนุ่มสหายชาญคนนี้เขาแปลงอุดมการณ์เป็นอาหารและการพิทักษ์ปกป้องจากชาวบ้านที่เขาไปทำงานอยู่ด้วยอย่างเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ เพราะชาญยึดเอาผลประโยชน์ของชาวบ้านเป็นหัวใจเสมอ ด้วยการวางตัวเป็นลูกหลาน สุภาพถ่อมตน เสมอต้นเสมอปลาย

(อยากได้ภาพป่าขี้ทรายประกอบจัง... ;D)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด ภาพประกอบครับลุง
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 29 สิงหาคม 2007, 10:47:30 AM
(http://farm1.static.flickr.com/35/94375950_5f2124e5ac_o.jpg)

ในภาพเป็นเหมืองแร่ดีบุกที่เวียดนาม  สภาพคล้ายกับในเขตงานมาก

พอนายทุนดูดเอาทรัพยากรไปหมด  ก็ทิ้งแผ่นดินที่ย่อยยับไว้ข้างหลัง  มุ่งหน้าหาดินผืนใหม่ สูบกินต่อไป

ป่าขี้ทราย ที่รกร้างว่างเปล่า  ในปัจจุบันนี้  ในฉากที่พูดถึงในเรื่อง  เป็นสวนปาล์มไปหมดแล้ว
หลังจากที่ทำประโยชน์อะไรไม่ได้มาหลายสิบปี

ธรรมชาติช่างมหัศจรรย์  ยิ่งใหญ่ ยากหยั่งถึง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 สิงหาคม 2007, 11:44:45 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1353/1263125057_fe98698431_o.jpg)

อีกภาพหนึ่ง ป่าขี้ทรายท่าตก ฝีมือการถ่ายภาพเพื่อประกอบในหนังสือบนเส้นทางภูบรรทัด
ของสหายหมอจำรัส ท่านเป็นผู้หนึ่งในการพิทักษ์ปกป้องทรัพยากรและส่งแวดล้อม

ขอบคุณลุงเรดที่นำภาพมาประกอบ และภาพของคุณหมอจำรัส

วันก่อนไปเยี่ยมสหายเก่าที่ในเตา เห็นสวนปาร์มกำลังออกผลผลิต แต่ไม่ทราบว่าเดิมเป็นป่าขี้ทรายหรือเปล่า
เป็นห่วงพี่น้องแถบนั้นเหมือนกันกับปัญหาที่ทำกิน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ์


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 สิงหาคม 2007, 12:43:51 PM
รับกาแฟหอมๆจากลุงเรด และมาล้อมวงฟังลุงเรดเล่าต่อกันกันเถอะ น้าบ้านตระ เข้ามาเลย

มันก็โจรทั้งนั้นแหละ..........  ชบา ชมพู



ชาญไม่เคยอดอยากเลยตั้งแต่เขาเข้ามาทำงานในหมู่บ้านย่านนี้ พ่อแก่ แม่แก่ ลุงป้า น้าอาทั้งหลายไม่เคยปล่อยให้ลูกหลานอดอยาก พวกเขามีอะไรกิน ชาญและพวกก็จะมีกินในสิ่งเดียวกัน ข้าวสาร ๑-๒ กระป๋อง(นมข้น) พริกแห้ง กะปิ จะเป็นของฝากด้วยความเต็มใจจากชาวบ้านที่เข้ามาเยี่ยมยังที่พักเสมอ จะว่าไปแล้วพื้นที่นี้อุดมสมบูรณ์มากทีเดียว สัตว์ป่ามากมายไม่ว่าจะเป็น มูสัง กระจง เก้ง หมูป่า เม่น อีแกะ ลิง ค่าง บ่าง ชะนี แม้กระทั่งแลน ลิ่น ฯลฯ

การออกล่าหาอาหารร่วมกับชาวบ้านเป็นกิจกรรมที่ทั้งสนุกและสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี สัตว์บางชนิดออกหากินกลางคืนเช่น มูสัง เม่น อีแกะ การออกล่าสัตว์หากินกลางคืนพวกนี้ก็ใช้ตะเกียงแก็สที่ใช้ตัดยางซึ่งเป็นเครื่องมือธรรมดาๆกับปืนนกตีทำเองที่ชาวบ้าน ทำเป็นกันทุกครัวเรือนเท่านั้นก็พอ ล่าหาอะไรมาได้ก็แบ่งปันกันไปเหมือนพี่เหมือนน้อง

การมาทำงานมวลชนในหมู่บ้านก็คือการนำนโยบายตามตัวหนังสือของพรรคฯ มาปฏิบัติให้ชาวบ้านเห็น ครั้งนี้ก็เช่นกัน

เมื่อมีการปล้นเกิดขึ้นสิ่งที่ชาญต้องทำก็คือ
๑. ยึดทรัพย์ที่โจรปล้นมาเพื่อส่งคืนเจ้าของ
๒. จัดการกับโจรตามขั้นตอน
๓. ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องต่อขบวนการปฏิวัติ


ขั้นแรกชาญให้ประถมพาไปยังของกลางที่ซ่อนอยู่กลางป่าขี้ทราย หลังจากประถมเสร็จจากภารกิจการตัด เก็บและทำยางประจำวันแล้ว ก็นำชาญพร้อมด้วยคุณมนัสสหายจากรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกันพากันไปสำรวจตรวจสอบรถยนต์ที่ถูกปล้นมา พวกเขาพบรถบรรทุกสิบล้อกับอีกคันหนึ่งซึ่งเป็นรถบรรทุกหกล้อสภาพใหม่กว่าคันแรก ทั้งสองคันทำหน้าที่ขนส่งน้ำอัดลม ซึ่งมีลังขวดน้ำอัดลมบรรทุกอยู่ไม่ใช่น้อย ทั้งลังขวดเปล่าและลังที่มีน้ำสีต่างๆ บรรจุอยู่ในขวดเต็มไปหมด

ทั้งสามคนปรึกษากันแล้วลงความเห็นพ้องกันว่าต้องเคลื่อนย้ายรถทั้งสองคันออกจากป่าขี้ทรายก่อน
เพราะพวกโจรอาจย้อนกลับมาเอารถเมื่อใดก็ได้
ประกอบกับป่าขี้ทรายเป็นที่เปลี่ยวมีทางเข้าออกได้หลายทางยากต่อการป้องกัน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 สิงหาคม 2007, 12:48:21 PM
มีที่ที่ปลอดภัยเหมาะแก่การเก็บรถไว้มากกว่าอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งไม่ไกลกันนัก
เป็นหมู่บ้านในหุบเขามีทางเข้าออกได้ทางเดียวทั้งชัยภูมิก็ยอดเยี่ยมและชาวบ้านก็สนิทแน่นแฟ้นกันมาก

เมื่อตกลงกันได้ดังนั้นจึงจัดการต่อไฟสายตรงสตาร์ทเครื่องรถ ก็ปรากฏว่า
รถหกล้อไม่มีปัญหา ส่วนรถสิบล้อพวกโจรมันทำคลัตช์ไหม้หมดแล้วไม่มีปัญญาแก้ไขต้องจอดทิ้งไว้ที่เดิม
ทั้งสามจึงช่วยกันยกลังน้ำอัดลมย้ายจากรถสิบล้อมาใส่ไว้ในรถหกล้อเพื่อนำออกไปด้วย

เมื่อขนย้ายแล้วก็ขับรถออกจากป่าขี้ทราย โดยชาญเป็นผู้ขับ มนัสยืนระวังหลังบนกระบะ ส่วนประถมนั้นชาญให้กลับบ้านไปก่อนเพื่อให้ไปสืบเรื่องกลุ่มโจรเพิ่มเติม

“เอ้า จอดหน่อย ๆ” เสียงมนัสร้องบอกที่หลังรถ เมื่อรถกำลังจะผ่านบ้านหลังหนึ่งข้างทาง

“ป้าแก้วครับ เอาน้ำขวดไว้กินหน่อย เอากี่ลังดีครับ สองลังพอไหม?” มนัสร้องถามป้าแก้ว

ป้าแก้วเคี้ยวหมากปากแดงทำหน้างงสุดขีด เพราะทุกครั้งแกจะเป็นฝ่ายหาน้ำขวด หาขนมให้สหายกิน แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้น
ลูกชาญ ลูกมนัสมันไปเอารถใครมาขับ แถมยังมีน้ำขวดบรรทุกมาเกือบเต็มรถ

“ไม่ต้องงงครับป้าแก้ว” ชาญลงจากรถเดินมาหาป้าแก้ว
“เรื่องมันเป็นอย่างนี้.......” ชาญกับมนัสช่วยกันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ป้าแก้วเข้าใจ
แกยิ้มอย่างเอ็นดูแล้วบอกว่าคอยเดี๋ยวอย่าเพิ่งรีบไป
แกหายไปหลังบ้านสักพักกลับมาใหม่พร้อมด้วยถุงพลาสติกใส่เต้าหู้ยี้สีแดงมา ๕-๖ ก้อน

“เอ้าลูก เอาไปกินกับข้าวต้ม”
ชาญกับมนัสแทบจะก้มลงกราบเพราะเขาทั้งสองเป็นคนเมืองมาก่อนไม่เคยลิ้มรสเต้าหู้ยี้มานานมากแล้ว
ป้าแก้วแกมีเชื้อจีนเลยรู้ใจไอ้หนุ่มทั้งสองดีว่ามันคงจะชอบ

“แล้วเที่ยวเอาน้ำขวดตระเวนแจกเขาไปทั่ว แบบนี้ระวังคนเขาจะว่าเอานะลูก ว่าสหายไปปล้นเขา เอามาทำฒ้าว...”
ป้ า แ ก้ ว พู ด ยิ้ ม ๆ  ก ร ะ เ ซ้ า แ บ บ ห ยิ ก แ ก ม ห ย อ ก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 สิงหาคม 2007, 12:52:58 PM
มันก็โจรทั้งนั้นแหละ..........  ชบา ชมพู


ชาญกับมนัสล่ำลาป้าแก้วเพื่อเดินทางต่อ

ชาญขับรถได้ไม่ชำนาญนักโดยเฉพาะในถนนดินที่เป็นหลุมเป็นบ่อซึ่งบางช่วงเป็นเนินสูงชันแต่เขาทั้งสองก็ไม่รีบ
เพราะต้องการประชาสัมพันธ์กับชาวบ้านไปในตัวเรื่องนโยบายพรรคต่อพวกโจรที่ปล้นทรัพย์สินเข้ามาในเขตเคลื่อนไหว
ประกอบกับพื้นที่นี้เขาทั้งสองรู้จักดี กุมสภาพได้เกือบจะทุกตารางนิ้ว

งานย้ายที่เก็บรถกับงานตระเวนแจกน้ำขวดชาวบ้านเสร็จสิ้นลงเอาใกล้จะค่ำ

ในคืนนั้นชาญและมนัสร่วมกันกำหนดแผนการขั้นต่อไปคือหาทางโยงใยเชื่อมการติดต่อไปยังเจ้าทรัพย์ให้ได้เพื่อติดตามให้มารับรถคืนไปและเจ้าทรัพย์ก็จะได้มีความเข้าใจต่อขบวนการต่อสู้ของประชาชนดีขึ้นด้วย บุคคลที่สองสหายเลือกใช้เพื่อการนี้ก็คือ นายบุญทิ้ง

บุญทิ้งเป็นคนมีฐานะดีในท้องถิ่นและมีอิทธิพลพอสมควรทำให้เขาพร้อมที่จะลงเล่นการเมืองท้องถิ่นซึ่งก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง เขาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาจังหวัดติดต่อกันหลายสมัย เขามีธุรกิจทำเหมืองขนาดเล็กอยู่ในเขตการเคลื่อนไหวของพรรคฯ ทำให้เขารู้จักและคุ้นเคยกับสองสหายเป็นอย่างดี อีกทั้งภรรยาของบุญทิ้งก็เปิดร้านขายของชำเล็กๆในบริเวณเหมืองจึงมีความสนิทกันพอสมควร

ภรรยานายบุญทิ้งสวยมีเสน่ห์แต่ปากร้าย ชอบ กระเซ้ามนัสเสมอเมื่อเจอกันแต่ละครั้ง
เธอคงจะเอ็นดูที่เห็นหนุ่มน้อยชาวเมืองหลวงผิวขาวอย่างมนัส ต้องมาตะลอนๆ ลำบาก ลำบนอยู่เขตป่าเขาอย่างนี้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 สิงหาคม 2007, 12:57:10 PM
“น้องมนัสนั่งก่อนสิ แดดร้อนๆ อย่างนี้ กินน้ำเย็นๆ ก่อน”
เธอมักจะใจดีเช่นนี้เสมอเมื่อเห็นสหายเดินผ่านร้านค้าของเธอ

แต่มนัสไม่ชอบแวะเท่าใดนักเพราะประโยคที่ชวนคุยต่อมามักจะเป็นว่า...
“แหม ขาวๆ หล่อๆ อย่างน้องมนัสเนี่ย ไม่อยากมีเมียบ้างหรืออย่างไร...คะ”

เล่นเอาหนุ่มมนัสหน้าแดง
ไม่รู้จะหาคำพูดอย่างไรดีเมื่อโดนหมัดตรงจากสาวใหญ่ใจถึงเช่นนี้

โ ป ร ด ติ ด ต า ม ต อ น ต่ อ ไ ป คื น นี้   ข อ ตั ว ไ ป ท ำ ง า น  :-* :-*



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-คุณชาลี ฝากรูปความคืบหน้าในการหล่อดาวแดงมาให้สหายดู
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 29 สิงหาคม 2007, 16:18:10 PM
คุณชาลี ฝากรูปความคืบหน้าในการหล่อดาวแดงมาให้สหายดู


(http://farm2.static.flickr.com/1383/1265680814_9f993e6cfe_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 29 สิงหาคม 2007, 16:20:18 PM
ขนาดของดาว 1.5 X 1.5 เมตร หนา 25 ซม. หล่อด้วยเรซิ่นสี


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 30 สิงหาคม 2007, 02:33:04 AM

มันก็โจรทั้งนั้นแหละ..........  ชบา ชมพู



วันรุ่งขึ้นชาญและมนัสจึงได้พบกับนายบุญทิ้ง
ซึ่งทราบข่าวเรื่องการปล้นรถบรรทุกน้ำอัดลมดีอยู่แล้ว เพราะเป็นข่าวใหญ่
สำหรับเขาแล้วการสืบหาเจ้าทรัพย์ไม่ใช่เรื่องยาก
ด้วยความที่เป็นคนกว้างขวางและรู้จักคนมาก
“พวกผมต้องให้พี่ช่วยหน่อยนะครับพี่บุญทิ้ง
เรื่องนี้ทางพรรคฯ ต้องการให้เจ้าทรัพย์ได้เห็นว่า
พรรคฯปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและให้ความเป็นธรรมกับทุกคน
พรรคฯ เราไม่ต้องการเงินค่าไถ่หรือผลประโยชน์แลกเปลี่ยนอื่นใดทั้งสิ้น
เราต้องการให้เขาได้รับทรัพย์สินที่ถูกโจรปล้นไปแล้วนั้นคืนไป เท่านั้นเองครับ
ให้พี่ช่วยอธิบายให้เขาเข้าใจด้วยนะครับ”
ชาญชี้แจงแก่บุญทิ้ง
“น้องชาญ น้องมนัสไม่ต้องเป็นห่วง ผมเข้าใจนโยบายพรรคฯดีอยู่แล้ว คิดว่าอีกไม่กี่วันผมคงพาเจ้าทรัพย์มาพบได้แน่” บุญทิ้งยืนยัน

(http://farm2.static.flickr.com/1283/1269454858_86af63226a_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 30 สิงหาคม 2007, 02:35:20 AM
มันก็โจรทั้งนั้นแหละ..........  ชบา ชมพู



จากการข่าวภาคประชาชน

(http://farm2.static.flickr.com/1030/1269455074_f1222d7a59_o.jpg)

ประถมรายงานเข้ามาว่าพวกโจรห้าร้อยที่ปล้นรถบรรทุกเข้ามานั้นเป็นเด็กเกเรอยู่นอกเขตเคลื่อนไหวของสหาย เพียงแต่เคยมารับจ้างตัดยางแถวๆนี้จึงพอรู้จักภูมิประเทศ ก็เลยเอารถบรรทุกเข้ามาซุกซ่อนไว้แต่เสียลับเสียก่อน พวกมันไม่กล้าเข้ามาพบสหายกลัวโดนลงโทษสถานหนัก

ตามปกติแล้วการจัดการกับโจรนั้นสหายจะใช้วิธีการนุ่มนวล คือว่ากล่าวตักเตือน อบรมทางการเมืองให้เข้าใจ ผู้ใดคือมิตร ผู้ใดคือศัตรูที่แท้จริงของประชาชน แล้วให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดีอย่าเบียดเบียนรังแกประชาชนด้วยกันอีก ถ้าไม่ได้ผลขั้นต่อไปจึงคาดโทษ ภาคทัณฑ์กันต่อไป

กรณีนี้ชาญกับมนัสวางแผนจะบุกถึงตัวโจรเพื่ออบรมเมื่อโอกาสอำนวย วิธีนี้เคยใช้ได้ผลมาแล้วหลายราย ที่ทำได้ก็เพราะเมื่อมีประชาชนอยู่เคียงข้างแล้วทุกสิ่งล้วนเป็นไปได้ แม้จะอยู่นอกเขตเคลื่อนไหวก็ตาม

เมื่อเวลาผ่านไปได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ นายบุญทิ้งก็แจ้งมาว่าติดต่อเจ้าของรถบรรทุกได้แล้ว ชาญกับมนัสจึงกำหนดนัดหมาย นายเขตเจ้าทรัพย์นำหลักฐานมาแสดงเป็นทะเบียนรถทั้งสองคัน พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน เขามาพร้อมกับช่างเครื่องอีกสองคน เขาแสดงอาการกลัวสหายอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นอาการปกติของคนนอกเขตการเคลื่อนไหวที่ไม่เคยเข้าใจกันมาก่อน โดยทั่วไปมักจะมองสหายไม่ต่างจากโจรเรียกค่าไถ่เท่าใดนัก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 30 สิงหาคม 2007, 02:36:55 AM
มันก็โจรทั้งนั้นแหละ..........  ชบา ชมพู



ชาญและมนัสได้เล่าเรื่องราวการต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชนให้เขาฟังพร้อมทั้งยกตัวอย่างเรื่องราวที่เขาโดนปล้นนี้เป็นกรณีศึกษาด้วย

เขต ขอบคุณสหายแล้วรีบลากลับ
ชาญจึงให้ประถมพาเขตกับคณะไปเอารถทั้งสองคันที่เก็บรักษาไว้

(http://farm2.static.flickr.com/1384/1269470078_3a00bfa74e_o.jpg)

เรื่องก็ควรจะจบแค่นี้ แต่วันถัดมาบุญทิ้งมาพบชาญกับมนัส

“คุณชาญ คุณมนัสครับ นายเขตเจ้าของรถนั้นเขาต้องการตอบแทนสหายบ้าง ต้องการอะไรขอให้บอก”

“ไม่ดีกว่าครับพี่บุญทิ้ง เดี๋ยวคุณเขตจะเข้าใจพวกผมผิด กลายเป็นว่าเราทำไปก็เพื่อหวังผลประโยชน์”
ชาญกับมนัสปฏิเสธ เพราะเกรงว่าจะกลายเป็นว่าสหายทำเพื่อหวังผลตอบแทน

“คงไม่เป็นอย่างนั้นหรอกมั้งครับ เพราะนายเขตได้พบพูดคุยเข้าใจกับสหายดีแล้วนี่ครับ เขาคงอยากตอบแทนด้วยใจจริงมากกว่า” บุญทิ้งแย้ง

สองสหายปรึกษากันแล้วเห็นว่าถ้าเขาอยากตอบแทนเล็กน้อยคงไม่น่าเกลียด
“เอ้อ... ถ้าอย่างนั้นเพื่อให้เขาสบายใจ ได้ทำอะไรให้เราบ้าง ก็เอาไม้ปิงปอง ๑ คู่ก็แล้วกันครับ”
บุญทิ้งยิ้มแปลกๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 30 สิงหาคม 2007, 02:39:25 AM
หลายปีผ่านไปชาญกับมนัสได้คุยกันถึงเรื่องโจรปล้นครั้งนี้ทีไร อดคิดไม่ได้ว่า แล้วนายบุญทิ้งจะไปบอกนายเขตว่าสหายต้องการเพียงไม้ปิงปองเท่านั้นละหรือ?

หรือว่าเขาทั้งสองเองก็โดนปล้นไปเรียบร้อยแล้ว


หมายเหตุ : เรียบเรียงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงที่ตำบลหนึ่งของอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ในครั้งที่การเคลื่อนไหวของพคท.กำลังขยายตัวสูงสุด
 
การจัดการกับปัญหาโจรผู้ร้ายด้วยวิธีการที่เด็ดขาดและแยกมิตรแยกศัตรูอย่างแจ่มชัด สร้างผลสะเทือนที่ดีต่อการเคลื่อนไหวงานมวลชนในเขตนี้เป็นอย่างมาก แม้เจ้าของที่แท้จริงของน้ำอัดลมที่ถูกขโมยมาจะเป็นนายทุนต่างชาติ แต่ผู้ที่จะได้รับความเดือดร้อนโดยตรง กรณีนี้กลับเป็นนายทุนชาติ (ยี้ปั๊ว) ในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้จึงเป็นกรณีศึกษาสำหรับผู้ปฏิบัติงานมวลชนของพคท.เขตนี้ในเวลาต่อมา

(http://farm2.static.flickr.com/1031/1269454596_be6faaef65_o.jpg)

การแก้ปัญหาเรื่องทำนองนี้ในขณะนั้นสหายจะให้ความสำคัญกับรถยนต์ซึ่งเป็นทรัพย์ใหญ่มากกว่าขวดน้ำอัดลม ทั้งนี้เนื่องจากไม่มีกำลังเพียงพอที่จะคุ้มครองรักษาให้รอดพ้นจากชาวบ้าน ซึ่งอาจแอบมาขโมยเอาไปกินได้ การเอาน้ำอัดลมไปแจกจึงเป็นการใช้หลักคิดที่แตกต่างไปจากหลักการของกฎหมายอาญาฝ่ายบ้านเมือง เรื่องลักทรัพย์ รับของโจร หรือทำให้เสียทรัพย์ เป็นต้น


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 30 สิงหาคม 2007, 02:51:11 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1122/1259079889_4edd845ede_o.jpg)

มันก็โจรทั้งนั้นแหละ..........  ชบา ชมพู


ผู้เขียนเป็นปัญญาชนผู้หนึ่งที่สามารถปรับตัวเข้ากับการปฏิบัติงานมวลชนได้เป็นอย่างดี เขาเป็นน้อง เป็นน้า เป็นหลาน ที่มวลชนในเขตเคลื่อนไหวรักและคิดถึงอยู่จนทุกวันนี้


จ บ บ ริ บู ร ณ์  ขอขอบคุณท่านผู้เขียน สหาย ชบา ชมพู และลุงเรดซันที่ให้ภาพประกอบ


ท่านที่เข้ามาอ่าน แต่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก สมัครแล้วจะได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น
หรือท่านที่สมัครมาแล้วกรุณาเข้าไปดูอีเมล์ของท่าน และรีบทำการตอบกลับ (ยืนยัน) ด่วน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 30 สิงหาคม 2007, 03:01:19 AM
ร่วมแสดงความคิดเห็นเล่าเรื่องราวของภูบรรทัด ลงภาพ โดยเฉพาะภาพสวยๆของลุงเรดซัน
และของป้าB ฉายาตามกลิ่นดินปืนเก่าเหมาถ่ายมาแบ่งกันชม ลุงAสารถีประจำตำแหน่ง ;D

ขอเชิญ ขอเชิญ ขอเชิญ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 30 สิงหาคม 2007, 20:49:53 PM
เพิ่งได้รับหนังสือ เรื่องสั้นของมิตรสหายภูบรทัด จัดทำขึ้นเพื่อบันทึกเรื่องราวที่ยังพอจะจดจำกันได้
เป็นอีกผลงานหนึ่งของกลุ่มภูบรรทัด ที่ขอฝากบันทึกเรื่องราวไว้
ต่อจากเล่ม ความหลังสหายเก่า และ ตำนานการต่อสู้บนเส้นทางภูบรรทัด

มีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ คุณเอกราช เมืองใต้ เขียน อ่านแล้วทำให้เข้าใจว่า ทำไมคุณลุงท่านนี้ จึงบอกว่า
อยากพบหน้าคุณดวง อีกสักครั้ง ก่อนจะไม่มีโอกาส
เพราะความรัก ความผูกพันที่มีต่อสหาย ทำให้ยังคิดถึงตลอดเวลา
แม้ว่าวัยจะห่างกัน เหมือนพ่อกับลูก
ท่านนั้นรักสหายเหมือนลูก
ในเวลานั้น ฉันก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน มวลชนรักเรา ดูแลเรา ปกป้องเรา เหมือนลูกของเขาจริง ๆ

แต่จนแล้วจนรอด คลาดกันทุกครั้งที่มีโอกาสลงใต้
แต่ครั้งนี้ สัญญาค่ะว่า ต้องไปพบคุณลุงให้ได้

นอกจากนั้น ยังมีอีกหลาย ๆเรื่องราว ที่น่าสนใจ

เชิญมิตรสหาย ที่สนใจ อยากได้ไว้อ่าน
ติดต่อที่คุณปุ๊ย หรือคุณมอญ นะค่ะ
เบอร์โทร ขอได้หลังไมค์ค่ะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 31 สิงหาคม 2007, 08:23:51 AM
ในกองทัพเขต ๓ ช่วงแรกๆที่มีคนอยู่บนกองทัพไม่มากนัก

หน่วยโรงจักรมีคนทำงานอยู่เพียง ๑-๒ คนเท่านั้น ภารกิจหลักของผู้ปฏิบัติงานโรงจักรก็คือ การปะ และชุนเสื้อผ้า ของใช้จำเป็นที่เป็นผ้า เช่นเป้ เปล และผ้าห่มให้สหาย นานๆครั้งจึงจะมีการตัดเย็บเสื้อผ้าชุดใหม่สำหรับสหายที่เสื้อผ้าเก่าเปื่อยและขาด จนหมดสภาพที่จะสวมใส่แล้วสักครั้งหนึ่ง

แต่หลังจากที่มีคนมาอยู่รวมกันมากขึ้นในราวปี ๒๕๒๐ เสื้อผ้าที่สหายจากหน่วยงานต่างๆส่งมาปะก็มีมากขึ้น จึงต้องเพิ่มกำลังผู้ปฏิบัติงานขึ้นอีก ในปี ๒๕๒๑ ผู้ปฏิบัติงานในโรงจักรมี ๔ คน และเพิ่มเป็น ๕ คนในปี ๒๕๒๒ โดยมีภาระหน้าที่หลัก ๒ อย่าง อย่างแรกคือการปะและชุนเสื้อผ้าให้สหายเช่นเดิม อย่างที่สองก็คือการตัดเย็บเสื้อผ้าชุดทหาร ทปท.สีเขียวเต็มยศให้กับสหายทุกคน

(http://photos12.flickr.com/17949251_ce0b6a188b_o.jpg)

คุณคิ่นกำลังสาระวนกับการคำนวณตัดหมวก

บรรยากาศในองค์การ เรียบง่าย เป็นระเบียบ
ยังคิดถึงบ้านพักปี ๑๙-๒๑ หลังคามุงจากที่ถังทอสวยมาก
แคร่ที่นอนใช้ไม้หลาโอน ไม้พล ผ่าซีก แล้วผูกด้วยหวาย
ถ้าจะให้ทนทานต้องใช้หวายพล
ส่วนหวายขี้ควายเก็บแต่ลูกมาดองทาน (แทนไวน์) หรือใส่ในกระทะแกงกบ
กลายเป็นแกงส้มกบ ตอนตักแกงนี้ครั้งแรก นึกดีใจ ว่าวันนี้ได้กินลูกชิ้น
แต่ที่ไหนได้ มันคือลูกหวายนั่นเอง เสียดายจัง น่าจะเป็นลูกชิ้นจริงๆๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 31 สิงหาคม 2007, 08:28:09 AM
การตัดชุดทหารทปท.ให้กับสหายทุกคน สำหรับชุดทหารทปท.ประกอบด้วยเสื้อปกฮาวายแขนยาวติดผ้ารูปข้าวหลามตัดสีแดง(ธงแดง) ที่ปกเสื้อทั้ง ๒ ข้าง กางเกงขายาวด้านหน้ามีจีบข้างละ ๒ จีบ และหมวกปักรูปดาวแดงที่ด้านหน้า โดยผู้ที่มาเป็นครูสอนการตัดเย็บชุดทหารครั้งนี้ก็คือ “น้าหลวงสุขุม” ซึ่งแต่เดิมเป็นอส. ต่อมาตื่นตัวทางการเมืองจนเป็นผู้ปฏิบัติงานมวลชนอยู่ในหมู่บ้าน และเคยเป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้าชายฝีมือดีมาก่อน คุณสุขุมเป็นคนใจเย็น พูดช้าๆ และสุขุมรอบคอบสมชื่อ เมื่อต้องเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ปฏิบัติงานมวลชน มาเป็นครูสอนตัดเย็บเสื้อผ้าก็สามารถทำหน้าที่ได้ดี

การตัดเย็บหมวกนี่สิเป็นเรื่องยากมาก

(http://photos12.flickr.com/17949370_48e852f4ce_o.jpg)

ต้องใช้ทั้งสมาธิ ความอดทน และความประณีตอย่างมากจึงจะได้หมวกที่สวยงาม ในงานเฉลิมฉลองวันสำคัญๆของพคท.อย่างเช่น วันที่ ๘ มีนา วันที่ ๗ สิงหา และวันที่ ๑ ธันวา ซึ่งสหายจากทุกหน่วยงานจะต้องมารวมตัวกันบนกองทัพเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวันงานเหล่านั้น ในวันนั้นทหารทปท.ทุกคนจะสวมใส่ชุดทหารกันเต็มยศ ถึงรายการบันเทิงตอนกลางคืนเมื่อมีการขับร้องเพลงหมู่ มีการแสดงชุดต่างๆที่ใช้คนหลายๆคนหรือเมื่อสหายออกไปรำวงกันเต็มเวที ก็จะเห็นสหายที่หน้าเวทีเขียวเต็มพรืดไปหมดอย่างสง่างาม มองดูแล้วทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการปฏิวัติ เห็นวันแห่งชัยชนะอันใกล้รออยู่เบื้องหน้า


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 31 สิงหาคม 2007, 08:29:24 AM
(http://photos12.flickr.com/17949320_fa15d87028_o.jpg)

ผลงานการตัดเย็บชุด ทหารปลดแอกประชาชน ของโรงจักรเขต
สวมใส่เป็นครั้งแรก ร้องเพลงหมู่ประสานเสียงโชว์นักข่าวต่างประเทศ
ในงานวันแสีงปืนแตก เดือนสิงหาคม


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 31 สิงหาคม 2007, 08:33:26 AM
ใต้ธงปฏิวัติสีแดงที่โบกสะบัดท้าทายอำนาจรัฐ
ท่ามกลางสงครามที่มีเป้าหมายเพื่อสังคมใหม่ที่ดีงาม
สังคมหนึ่งก่อเกิดขึ้นมีชื่อเรียกขานว่า
“กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย”
ตั้งอยู่กลางป่าลึกทั่วประเทศไทยตั้งแต่เหนือจรดใต้
เป็นบทแรกของการใช้ชีวิตแบบสังคมใหม่
ด้วยเสียงเพลงเดียวกันก้องอยู่ในหัวใจ
“เราต่างมาจากทั่วทุกสารทิศ มีชีวิตร่วมกันอยู่ในป่าเขา
จากบ้านเกิดเมืองนอนถึงไพรลำเนา
ด้วยพวกเรามีอุดมการณ์อันเดียวกัน”

(http://photos14.flickr.com/18318887_03a6d3f616_o.jpg)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 31 สิงหาคม 2007, 08:39:22 AM
ครั้งหนึ่ง.....นานมาแล้ว

ภายใต้ร่มเงาของหมู่ไม้น้อยใหญ่
โอบล้อมด้วยอ้อมกอดแห่งขุนเขา
ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ
ได้ร่วมทุกข์.....ร่วมสุข.....ร่วมเสี่ยงชีวิต

   ด้วยอุดมการณ์อันเดียวกัน
   พวกเขาคือ “สหาย”
   หลายคนล่วงลับไปแล้ว
   คงไว้ซึ่งคุณค่าอันยิ่งใหญ่ให้ผู้คนได้จดจำ

ณ วันนี้
พวกเราผู้ยังอยู่
ยังคงรำลึกถึงและอาลัย
เต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึกที่มิอาจบรรยาย

   ขอฝากแม่โพสพ ขุนเขา และแมกไม้
   ได้ให้ความอบอุ่น
   ฝากแม่น้ำ.....ลำธาร ....และสายลม
   จงให้ความชุ่มเย็น

ขอหมู่วิหค สกุณา จงช่วยขับกล่อมบรรเลง
ประดุจดั่งดนตรีสวรรค์
ให้พวกเขาได้พักอย่างสงบร่มเย็น
ไปตลอดกาล ......
   
จากหนึ่งในบนเส้นภูบรรทัด
ขออนุญาตลุงเอ็มตี้เนสผู้เขียนบทนี้ที่นีเลยครับ

(http://www.thaioctober.com/yabbse/attachments/MAE-HAE-3.jpg)

แด่คุณตุลา...นั่งขวาสุด (ภาพถ่ายที่แม่แฮ ปี 2518)
เสียสละขณะมุ่งไปขยายเขตงานมวลชน ท่าตก เขต 3





หัวข้อ: ปะแป้งให้ชีวิต บ่งความคิด ด้วยหนามคม
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 31 สิงหาคม 2007, 10:22:10 AM
พี่เรืองศิลป์ (คุณคาน หนังสือพิมพ์ตะวันแดง ภูบรรทัด) ได้ส่ง File ปกมาให้

(http://farm2.static.flickr.com/1412/1282057080_928cf6789a_o.jpg)

รวมเรื่องสั้น ที่ป้าดวงบอกไว้ในกระทู้ข้างบน



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 กันยายน 2007, 02:05:45 AM

วันนี้ กลางกระแสทุนอันเชี่ยวกราก,
ประสานร่วมกับความรุนแรงแบบใหม่ของอำนาจรัฐ,
ดัดหลังผู้คนให้ค้อมยอม,
น้อมกายลงกราบไหว้บูชามหาวิหารแห่งความเท็จ,
บุตรหลานแห่งเทือกบรรทัดอยู่ในกระแสนั้น,
มิตรสหายผู้กล้าที่เคยหลั่งเลือด,
ที่เคยมีจิตใจแบบ “ไม่กลัวเสียสละ-ไม่กลัวตาย จงเจริญ!..”,
อยู่ในกระแสนั้น,
แต่ผมจะไม่เชื่อ-
ว่าธาตุแท้แห่งไททระนงจะจางหายสูญสิ้นไปจากแถบถิ่นเทือกบรรทัด,
และยิ่งไม่เชื่อ-
ว่ามหาวิหารแห่งความเท็จที่กักขังกลืนกินคนเป็นข้าทาส,
จะไม่ถูกสัจจะแห่งมหาประชาชนทำลายลง,
ใครจะว่าอะไรก็ว่าไป-!


ส ถ า พ ร   ศ รี สั จ จั ง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 กันยายน 2007, 02:09:41 AM
คือไทที่ทระนง
ผมสรุปลงไปว่า,
พี่น้องเผ่าพันธุ์พื้นบ้านแถบเทือกบรรทัดถิ่นผม,
คือไททระนง
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้คำตอบเช่นนั้น,
ลือมาตั้งแต่ชุมโจร รุ่ง ดอนทราย,
ดำ หัวแพร, กลับ เขาปู่และบรรดาสหาย,
ผู้ประกาศห้ามจ่ายภาษีรัชชูปการให้แก่รัฐปฏิกิริยา,
จนถึงคนชั้นหลังอย่างผ่อง กังแฮแห่งเมืองตรัง,
หรือ อาซิน บ้านเขาเจียก สุพร อ่อนเรืองแห่งป่าพยอม
เป็นอาทิ,
วันนี้ก็ยังเชื่อเช่นนั้น.
ปีพุทธศักราชสองพันห้าร้อยยี่สิบสาม,
ผมเขียนงานกวีนิพนธ์ขนาดยาวชุดหนึ่ง ชื่อ “ผ่านทางไปภาคใต้ปี ๒๕๒๓”
ในนั้น มีหลายตอนที่เกี่ยวเนื่องถึงเทือกบรรทัด,
ผมเลือก “เขาพับผ้า-พัทลุง-ตรัง” มาบันทึกเป็นจบของเรื่องเล่านี้ ,
ลองฟัง ..

วกวับวกวับ เป็นคุ้งโค้ง   สองฟากป่าโปร่งลำห้วยใส
หญ้าคาดอกขาวสะบัดไกว   ลมชื้นไล้ไล้ละโลมลง
เหนือภูแดดส่องเป็นลำแสง   ทอทาบสาดแทงม่านหมอกผง
เหมือนพรายรุ้งฟ้าระบายดง   ทาบตรงสันภูพระพรายพราย
โคลงเคลงแตกกลีบสีม่วงคล้ำ   ไม้ไหล้สดฉ่ำบานดอกฉาย
ลาดสันภูทาบอาบระบาย   สร้างข่าวลือ-สร้างนิยาย,ขยายไกล..
เล่าว่า-สิบปีประมาณผ่าน   นับร้อยศพทหารหาญพลีชีพให้
ว่า-ทุกวกทุกสะพาน,ทุกพับไป   ล้วนเคยมีเลือดไหลละโลมทา
ว่า-พับผ้าคือผ้าพับคลี่รับคลื่น   ผองประชาที่ตื่นทุกย่านท่า
ว่า-ผลของสงครามที่ตามมา   ยังไม่มีใครกล้าพยากรณ์...
เสียงร้องปงปงจากนกแปก   หวีดแหวกฟ้าค่ำเหมือนคืนก่อน
ริมภูหมู่บ้านทุกย่านตอน   เงียบสงบซบซอนดั่งซึมเซา
วกวับวกวับ เป็นคุ้งโค้ง   สองฟากป่าโปร่งลำห้วยใส
พับผ้าคือผ้าพับ รับศพใคร?   ศพทาส, ฤาศพไททระนง ! ฯ


ส ถ า พ ร   ศ รี สั จ จั ง



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 กันยายน 2007, 04:25:21 AM
เขาบรรทัด
คือเรื่องเล่าสามทศวรรษ,
เขาพับผ้า


บทแรก
ผมเขียนถึงเขาพับผ้า,พัทลุง-ถิ่นเกิด-ครั้งแรกเมื่อปี
พุทธศักราชสองพันห้าร้อยสิบสอง,
ภายหลังงานชิ้นนี้ได้ตีพิมพ์อยู่บนปกหลังของหนังสือ
“ก่อนไปสู่ภูเขา” ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒
ชื่อชิ้นงานคือ “ภูเขาพับผ้า”,
มีความดังนี้.

“ป่าทึบดงดิบลำห้วยสร้างแนวเชื่อมเขาพับผ้าไปเขาคราม,
มาบน้ำหล่อเลี้ยงเสบียงกรัง,
เมื่อพี่ชายข้าพเจ้าจากไปสู่ภาคเหนือ,
เธอได้เขียนบทกวีเกี่ยวกับถิ่นฐานพื้นบ้านของเราไว้ว่า-

“พับผ้าคือผ้าพับรองรับศพ   
ของนักรบแห่งป่า-ชาวนานั่น
จรยุทธสงครามวันข้ามวัน
ขวบปีผัน-ดอกไม้จึงใกล้บาน..”

ข้าพเจ้าบันทึกปีวันลงในสมุดบันทึกถึงทุพภิกขภัยทางภาคใต้,
รอวันเวลาแถลงต่อศาลประชาชนอันศักดิ์สิทธิ์.

วันหนึ่ง เมื่อข้าพเจ้าเดินทางกลับพัทลุง,
ไปสืบถามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเขาปู่เขาย่า,
ถิ่นฐานอันสืบเนื่องต่อเหตุจากเขาพับผ้า,
คนแก่เฒ่าของหมู่บ้านบอกข้าพเจ้าว่า-
มีฝรั่งแปลกหน้ามาตายที่นี่สองคน,
พร้อมกับหน่วยพัฒนาการจากรัฐบาลกลางเคลื่อนไหวหนัก,
ถนนจึงถูกตัดผ่านเขาคราม,
   
รถกุดังบรรทุกศพ และรถทหารสีเขียวขี้ม้าก็วิ่งกันขวักไขว่สับสน,
เพื่อเร่งใช้งบประมาณแผ่นดิน.
ข้าพเจ้าตั้งใจจะเขียนงานกวีสักชิ้นหนึ่ง-
เพื่อกล่าวขานถึงพญาเหยี่ยวและทหารจรยุทธประชาชน ว่า,
   
ใครเล่าในถิ่นนี้ที่จะพบอานม้าซึ่งว่างเปล่าและเสบียงกรังเม็ดข้าวสารถูกทำลาย,
พลุเสียงปืนแห่งเขาพับผ้าจึงยังคงกระหึ่มดัง-
เพื่อประทับรอยอมตะแห่งการปลดแอก.


ส ถ า พ ร   ศ รี สั จ จั ง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 กันยายน 2007, 04:32:27 AM
๒. บ้านเกิด

ผมเกิดที่บ้านน้ำเลือด,
เมื่ออายุประมาณ ๘ ขวบเคยเดินลัดทุ่งควนปรงไปถึงตลาดท่ามิหรำเพื่อขายพลูกับย่าในยามตรู่สาง,
จำได้ว่าใช้เวลาไม่เกินชั่วโมง,
แต่ถ้าจะเดินไปให้ถึงตลาดสี่กั๊ก-ใจกลางเมืองพัทลุง,
ต้องบวกเวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมง,

ไอ้เกลอผมคนหนึ่งเป็นลูกนายหนัง- บ้านอยู่บ้านโตน, แถบอำเภอกงหราปัจจุบัน,
หาบทุเรียนและจำปาดะมาให้แม่ผมในฐานะแม่เกลอทุกฤดูที่ลูกไม้ชนิดนั้นให้ผล,
มันบอกว่า-ออกจากบ้านแต่เช้ามืดจึงจะถึงน้ำเลือดตอนบ่าย,
ถ้าไม่นอนบ้านไอ้เกลอ-ก็ต้องกลับไปค่ำกลางทาง,
ส่วนใหญ่ไอ้เกลอจะไม่กลับ, มันบอกว่ากลัวค้างคูด
   
ผมมาทราบภายหลังว่าค้างคูดที่ไอ้เกลอกลัวคือเสือดำขนาดเล็กชนิดหนึ่ง,
บ้านโตนนั้นถือเป็นเขตป่าเขาติดเทือกบรรทัดที่ผมก็เพิ่งรู้จักชื่อเมื่อโตแล้ว,
ก่อนนั้นรู้จักแต่เขาพับผ้า,
ผมจึงรู้ระยะมาแต่ตอนนั้นว่า เขาพับผ้าอยู่ห่างจากบ้านเกิดผมไม่น้อย-
แต่ทุ่งนั้นยาวติดต่อถึงกัน มีหมู่บ้านเล็กๆขวางกั้นไม่เกิน ๓ หมู่บ้าน,

“คนน้ำเลือด” บ้านผมเรียกพวกที่อยู่ไปทางภูเขาว่า “โบ้วเหนื้อ” (หมู่เหนือ)
แม้จะอยู่ห่างมาหน่อยแต่ผมก็รู้สึกโดยตลอดว่า เขาพับผ้านั้นเป็นตัวแทนอย่างหนึ่งของชาวพัทลุง,
ผมจึงผูกพัน-เหมือนที่ผูกพันกับเพลงกล่อมเด็กทุกเพลงที่ย่าร้องกล่อมให้นอนสมัยเด็ก,
ลองฟังสักเพลงก็ได้-เพลงกล่อมเด็กที่บ้านเกิดผมเขาร้องกันแบบนี้,

คือลูกเหอ   คือกล้วยพังลาหวีเขียว
แม่มีลูกอยู่คนเดียว   ตั้งชื่อว่าแสงสุริย์ฉาย
นุ้ยๆแม่สอนให้ลักไก่   ใหญ่ๆแม่สอนให้ลักควาย
ตั้งชื่อว่าแสงสุริย์ฉาย   ลูกชายของแม่คนเดียวเหอ...

ต้องตีเจตนาการร้องกล่อมให้ดี
-แต่ที่แน่ๆก็คือคนที่บ้านเกิดผมเขาไม่มีเจตนาสอนลูกหลานให้เป็นโจรอย่างแน่นอน,
แล้ววันหลังผมจะอธิบายให้ฟัง.

ส ถ า พ ร   ศ รี สั จ จั ง


(http://farm2.static.flickr.com/1169/1196613928_73ab05eae7_o.jpg)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 กันยายน 2007, 04:50:24 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1268/1314678041_8bf8d4aba9_o.jpg)

วันแห่งเดือนเดือนแห่งปีที่เคลื่อนคล้อย
เพื่อย้ำรอยวีรชนคนผู้กล้า
หลายเหตุการณ์ที่ผันผ่านกาลเวลา
ย้ำเตือนมาว่าเพื่อนอย่าละเลย

   มีผองชนคนผู้ด้อยคอยเราช่วย
ให้อำนวยสิ่งที่ฝันพลันเฉลย
ขอผองเพื่อนร่วมใจไม่เฉยเมย
เหมือนเช่นเคยไม่ดานดักร่วมผลักดัน

   ร้อยดวงใจให้พร้อมพรักสมัครสมาน
สร้างตำนานธารธรรมที่สร้างสรรค์
สังคมดีที่หวังตั้งใจกัน
จะเกิดพลันทันใดด้วยมือเรา

เ ดื อ น   จ รั ส แ ส ง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 กันยายน 2007, 04:56:11 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1392/1315561418_e65f94fc0e_o.jpg)

๓. โศลกมืดจากเขาบรรทัด
   
พุทธศักราชสองพันห้าร้อยสิบสี่ ผมเรียนหนังสืออยู่ชั้นปีที่สามของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่,
บอกก็ได้ว่ารุ่นเดียวกับคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ คุณจรัส พั้วช่วย คุณโอภาส รองเงิน
และอีกหลายคนที่มีชื่อเสียงในสังคมปัจจุบัน,
   
หลังเขียน “โศลกดำ” เปิดศักราชให้สันติบาลสอบสวน “วลัญชทัศน์” ฉบับ “มนุษย์และปัญหา” แล้ว,
ก็เขียน “โศลกมืดจากภูเขาบรรทัด” ใน “วลัญชทัศน์”
ฉบับ “ภัยเขียว”,
หนังสือที่ทำให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สมัยนั้นต้องวิ่งพล่านด้วยความขุ่นเคือง,
เพราะถูก “บี้” จากเบื้องบนอย่างรุนแรงในฐานปล่อยให้เด็กมหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่ง-
บังอาจลุกขึ้นตีแสกหน้าเผด็จการทหารที่อำนาจล้นฟ้าล้นแผ่นดินในห้วงยามนั้น,
แกนหลักในการจัดทำ “วลัญชทัศน์” คือนักสู้ตัวจริงผู้เป็นตำนานแห่งการต่อสู้ทางการเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่,
คือนิสิต จิระโสภณ

ความใน “โศลกมืดจากภูเขาบรรทัด” มีดังนี้ :

ฉั น อ ยู่ ที่ นี่
กับพ่อและแม่ของฉัน
กลางดงที่มืดทึบ ชอุ่มด้วยลำห้วยและแมกไม้
สิ่งที่อยู่รอบตัวฉันล้วนเป็นสิ่งที่ฉันรู้จัก คือไม้ผุ และ
สีเหลืองสีเขียวของพืช
ฉันชอบสีเขียวมาก เพราะมันสร้างความสดชื่นให้แก่ดวงตาของฉัน
ฉันไม่ชอบภูเขาเบื้องหน้าโน้นซึ่งเป็นสีดำ และไม่มีสีเขียวของพืช
ฉันจึงรักสีเขียวตั้งแต่นั้นมา.


ส ถ า พ ร   ศ รี สั จ จั ง



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 กันยายน 2007, 04:59:30 AM
วันหนึ่ง
มีคนหลายคนลงมาจากภูเขาสีดำ พวกเขานุ่งกางเกงและสวมเสื้อสีเขียว
สีเขียวที่สกปรกไปด้วยมูลดินและขาดวิ่น
เขาทั้งหลายมีปืนเหมือนของพ่อที่ใช้ยิงกระจงในป่า แต่ปืนของพวกเขาใหญ่กว่ามาก
พวกเขามาหยุดอยู่ที่ลานบ้านฉันด้วยท่าทางอิดโรยและหิว

พ่อออกไปหาพวกเขา
ฉันได้ยินคนหนึ่งในพวกเขาพูดขึ้นว่า
“เราหิวมาก ขอข้าวกินสักมื้อ แล้วเราจะไปต่อ จะไม่รบกวน ท่านอีกเลย”
ท่าทางการพูดของเขาอ่อนน้อม ผิดกับเสื้อผ้าสีเขียวสกปรก ที่สวมใส่
พ่อเข้าไปในบ้านบอกให้แม่หุงข้าวและย่างเนื้อกับปลาเค็ม ที่มีอยู่

ฉันเห็นเขาหิวมาก จึงวิ่งไปเอากล้วยน้ำว้าที่หลังบ้านมาให้เขากิน
เขามองหน้า และเอามือตบบ่าฉัน
ฉันจึงกล้าถามเขาว่า
“พวกน้าเป็นใคร ? มาจากภูเขาสีดำที่น่ากลัวใช่ไหม?”
เขายิ้มและตอบฉันว่า
“พวกน้าเป็นนักรบแห่งป่า รบเพื่อจะทำให้หนูได้สิทธิเท่าพวกในเมือง
ได้เรียนหนังสือ ได้กินของดีๆเหมือนที่คนในเมืองกิน”


ฉันไม่เข้าใจคำว่าสิทธิ แต่ฉันอยากกินของดีๆที่เขาบอก
ข้าวสุก-พวกเขาเริ่มลงมือกินกันและชวนให้พ่อฉันเข้านั่งร่วมวงด้วย
เมื่อพวกเขากินข้าวกันเสร็จก็กล่าวขอบคุณพ่อ แล้วก็ออกเดินทางต่อไป
ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาไปไหน


ส ถ า พ ร   ศ รี สั จ จั ง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: butterfly ที่ 12 กันยายน 2007, 13:46:48 PM
.......ได้รับหนังสือ....ประแป้งฯ...เมื่อวันเสาร์.....
........อ่านรวดเดียวจบ....บางเรื่อง......อ่านไป...น้ำตาไหลไป...
.......ลูกถาม...แม่ร้องไห้ทำไม....ตอบลูกไปว่า.......
......................คิดถึงสหาย.. :'( :'( :'(............
.......ลุงๆป้าๆ...รวมทั้ง..ลูกหลานทั้งหลาย......หามาอ่านกันนะ....
.......เล่มนี้...ประแป้ง...เล่มหน้า....น้ำปรุง......หอมกลิ่นปฏิวัติมากรุ่นๆ..... :-*


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 13 กันยายน 2007, 08:18:36 AM
ขอขอบคุณ คุณภู เขต 2
ที่โทรมาแจ้งว่า ได้โอนเงินเข้าบัญชีสมทบทุนสร้างอนุสรณ์สถาน
เป็นเงิน 4,000.- บาท

และคุณขาว,จันทร์ ได้นำเงินกองทุนของคุณเอี้ยง สมทบมา  3,000.- บาท
คณะทำงานรู้สึกอบอุ่นที่ได้กำลังใจจากมิตรสหายมาอย่างต่อเนื่อง

ข่าวคืบหน้า ตอนนี้ หินแกรนิตที่สลักรายชื่อสหายเสียชีวิต เสร็จเรียบร้อยแล้ว
รอการขนส่งไปยังพื้นที่ก่อสร้าง
ข่าวทางพื้นที่แจ้งว่า ฝนตกทุกวัน ทำให้เป็นอุปสรรคในการก่อสร้าง
ที่ยังอยู่ในระยะ การประกอบหินแกรนิตและดาว และการทาสี
ซึ่งอากาศชื้น ๆ จะทำให้ได้งานที่ไม่ดีนัก
จึงต้องรอภูมิอากาศเอื้ออำนวยกว่านี้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 กันยายน 2007, 02:24:18 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1259/1388126658_7c1c133cc3_o.jpg)

คุณยายเหลี่ยน ถ่ายเมื่อวันที่ ๑๓ พย. ๒๕๔๘ เวลา ๑๐:๔๖:๓๗ น.


สมัยแรกๆที่อพยพมาอยู่ในขนำ บรรดาพลพรรค พคท.ในกองจรยุทธ์จะยังไม่เรียกกันว่า “สหาย” แต่เรียกชื่อกันอย่างบ้านๆ (อย่างที่ชาวบ้านเรียกกัน) เพียงแต่ว่าคำและน้ำเสียงจะสุภาพกว่า เช่นเรียกว่า “บ่าว” หรือ “น้าหลวง” หรือ “ไข่นุ้ย” บ้างตามอายุและศักดิ์ของญาติ

การเรียกผู้อื่นว่า “คุณ” หรือกล่าวขานกันทั่วๆไปว่า “สหาย” นั้นคุณชอบเป็นผู้นำมาเผยแพร่

เนื่องจากมีคนไม่มาก องค์กรและการบริหารงานของกองจรยุทธ์   ยุคแรกๆของพคท. จึงไม่มีการจัดตั้งที่สลับซับซ้อนเท่าใดนัก ทุกคนจึงต้องช่วยกันทำงาน ช่วยกันหาอาวุธ ร่วมกันโฆษณางานมวลชนและส่วนใหญ่ต้องฉีดยาเป็น

คุณลักษณะส่วนบุคคลของแต่ละคนจึงเป็นตัวกำหนดที่สำคัญต่อการกำหนดงาน เช่น คุณเขียว(เกตุ) และคุณสิงห์ จะช่วยมวลชนเลื่อยไม้เพื่อสร้างบ้าน เพราะเขาทั้งสองมีความสามารถด้านนี้ ขณะที่คุณเคล้าซึ่งมีความรู้ทางการแพทย์เบื้องต้น เมื่อบวกกับจิตวิทยาการพูดคุยซึ่งเขาถนัดอยู่แล้วก็พอที่จะรักษาโรคได้บ้าง ส่วนคุณสามารถและจ่าแจ้งนั้นเก่งทางด้านโฆษณาและมีบุคลิกน่านับถือ เมื่อเคลื่อนไหวไปที่ไหนงานจึงติดที่นั่น


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 กันยายน 2007, 02:28:53 AM
(http://farm2.static.flickr.com/1077/1360839286_86a9a79fcd_o.jpg)

ประชุมระดมความคิด ณ บ้านไม้เสียบ ชะอวด
เพื่อสร้างอนุสรณ์สถาน ที่สุดท้ายสำหรับสหายผู้ล่วงลับแห่งป่าเทือเขาบรรทัด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 กันยายน 2007, 02:36:35 AM
๔. ปลายฤดูร้อนปี ๒๕๑๖ ที่พัทลุง


เดือนกรกฎาคมพุทธศักราชสองพันห้าร้อยสิบหก,
นิตยสารวรรณกรรมเพื่อชีวิต ได้ตีพิมพ์งานร้อยกรองชิ้นหนึ่งของผม,
เป็นงานที่ตีพิมพ์ก่อนถึงวันสุกดิบแห่งการลุกขึ้นสู้ใหญ่ในเดือนตุลาคม,
งานชิ้นนี้ชื่อ “ปลายฤดูร้อน ๒๕๑๖ ที่พัทลุง”,
ลองอ่านดู.

   นั่นฮา ! พับผ้าทอด   ระดะยอดชะอุ่มเขียว
ทาบเทือกสะบัดเกลียว   ประทับกั้นที่ราบไกล
ลงลุ่มที่ราบลาด   ระดะดาดรวงข้าวไหว
กลาดเกลื่อนเถื่อนน้ำใจ    จากชนชั้นสามัญชน

ก่อนกาลทำนาแค่   เมตตาแผ่จากน้ำฝน
บัดเดี๋ยวประทานชล   รฐเอื้อมาอารี
น้ำหลั่งบ่อมิขาด   กสิชาติเปี่ยมราศี
หลั่งได้บ่นานปี   ก็เริ่มพร่องอุทกธาร

พับผ้าภูเขาเถื่อน   แนวป่าเลื่อน ผู้ใดผลาญ ?
ไม้ไหล้ล้มวายปราณ   ซบร่างพลัด-พัทลุง
เศรษฐกิจเคยกัดกร่อน   ที่ซุกซ่อนก็เผ่นผลุง
ค่าข้าวบ่พยุง   ไผจักช่วยผู้นาชน?

หะหา ! ชาวนาข้าว   อุระร้าวก็ไร้ผล
โง่เง่าไร้สิทธิ์ตน   จะเรียกร้องผู้ใดฤา?
แนวป่าจึงมาบ้าน   ชนอื่นขาน-อย่างไรหือ?
“เมืองคอมมิวนิสต์” คือ   ฉายาค่อนประณามกัน

เมืองทุ่งเป็นเมืองเถื่อน   ผู้ใดเยือนก็อกยั่น
ทุกวี่ทุกวารวัน   ชีพคนพับลงกับดิน
อนาถพัทลุง   ระดะทุ่งกำลังสิ้น
การฆ่าเริ่มชาชิน   รอรับคราบสงครามทราม

ไผฤา-ที่ถือสิทธิ์   คร่าชีวิตผู้คนหลาม
ไผฤามิป้องคาม   และลอบฆ่า ผู้นาชน!   ฯ

นั่นคือรายงานเกี่ยวกับบ้านเกิดที่ผมมีต่อสังคมในวันนั้น
,เป็นรายงานเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของเขาพับผ้าอีกวาระหนึ่ง.

สถาพร ศรีสัจจัง


(http://art.culture.go.th/becontrol/images/artist/photo/thumbnail/v6vp8ivyjd.jpg)

หมายเหตุ : สถาพร ศรีสัจจัง เป็นนักกิจกรรมระดับแนวหน้าของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยุคก่อน ๑๔ ตุลา เป็น ๑ ใน ๑๐๐ ผู้ลงชื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญ เจ้าของผลงานเรื่องสั้น “ก่อนไปสู่ภูเขา” และงานอื่นอีกหลายเล่มในนามปากกาที่ต่างกันต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

แม้จะต่อสู้อย่างยาวนานก็ยังไม่หยุดนิ่ง โดยเฉพาะกับงานด้าน
การสร้างวัฒนธรรม รูปการณ์จิตสำนึกของผู้คนใหม่ไปสู่สังคมที่ดีงาม
   
ปัจจุบันรับราชการเป็นอาจารย์ประจำที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 กันยายน 2007, 02:44:42 AM
ขอขอบพระคุณ ท่านที่ให้เกียรติชาวภูบรรทัดส่งเรื่องดีๆมาร่วมตีพิมพ์ในหนังสือชุดที่ ๒ ความหลังสหายเก่า

นายสถาพร ศรีสัจจัง ปัจจุบันอายุ ๕๕ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๙๓ ที่จังหวัดพัทลุง เป็นกวีและนักเขียนที่สร้างผลงานหลายประเภททั้งเรื่องสั้น บทกวี ร้อยแก้ว และวรรณกรรมเยาวชน ผลงานหลายเรื่องได้รับยกย่อง ได้รับรางวัล และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ เช่น เรื่องสั้น เรื่อง คลื่นหัวเดิ่ง วรรณกรรม เยาวชนเรื่อง เด็กชายชาวเล เป็นต้น

สถาพร ศรีสัจจัง เป็นกวีและนักเขียนที่เป็นนักคิด นักอุดมคติ และนักต่อสู้เพื่อสังคม ผลงานวรรณศิลป์ของสถาพรผูกติดอยู่กับความเคลื่อนไหวและความเปลี่ยนแปลงทางสังคม สถาพรเติบโตมาในช่วงที่ประชาชนถูกรังแกด้วยอำนาจอันไม่เป็นธรรม เขาเข้าร่วมกระบวนการต่อสู้ด้วยพลังกาย พลังใจ และพลังปัญญาที่กลั่นออกมาเป็นเรื่องสั้นและบทกวี งานเขียนของเขากล่าวแทนใจของนักต่อสู้คนหนุ่มสาวในยุคแสวงหา สานต่อแนวคิดของกลุ่มวรรณกรรมเพื่อชีวิต
วรรณกรรมเพื่อประชาชน สะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่น และสร้างประสบการณ์ร่วมแก่ผู้อ่านทั่วไป จุดเด่นอีกประการ

หนึ่งในงานประพันธ์ของสถาพร ศรีสัจจัง คือ การสร้างจิตสำนึกในการต่อสู้กับความไม่ถูกต้องเป็นธรรมเป็นธรรมอย่างไม่ย่อท้อหวาดหวั่น โดยใช้กลวิธีทางวรรณศิลป์ที่งดงาม คมคาย และเข้มข้นด้วยพลังอารมณ์สะเทือนใจ

ในขณะเดียวกันก็มีความหวานซึ้งของอารมณ์กวี เล่นคำ เล่นเสียง ผสานคำท้องถิ่นกับภาษากลางได้อย่างมีรส เข้มข้นทั้งเนื้อหา และลีลา

จนอาจกล่าวได้ว่า กวีนิพนธ์ของสถาพร ศรีสัจจัง เป็นต้นแบบของตระกูลช่างสลักถ้อยคำ เป็นงานวรรณกรรมศิลป์ที่สืบสานต่อมาในกลุ่มกวีร่วมสมัยที่เป็นชาวภาคใต้ ทั้งยังสร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง และเป็นแรงบันดาลใจแก่กวีและนักเขียนรุ่นน้อง ให้สืบต่ออุดมการณ์ความคิดและสืบสานอัตลักษณ์แห่งวรรณกรรมศิลป์ของเขาต่อมา

นายสถาพร ศรีสัจจัง จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช ๒๕๔๘


หัวข้อ: ก่อนจะถึงวันนี้
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 23 กันยายน 2007, 12:36:04 PM
ก่อนจะถึงวันนี้


หลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ได้ส่งผลสะเทือนในระดับประเทศ นิสิต นักศึกษา ประชาชน ข้าราชการชั้นผู้น้อยในต่างจังหวัด
ต่างก็มุ่งสู่การแสวงหาความเป็นธรรม ความถูกต้อง ความยุติธรรมแห่งสังคมประชาธิปไตยอย่างทั่วหน้า เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ จึงเป็นประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ของนิสิต นักศึกษา ประชาชน ที่จะต้องจารึกไว้เพื่อคนรุ่นหลังได้เรียนรู้ต่อไป

พัทลุง-ตรัง-สตูลก็เหมือนกับจังหวัดอื่นๆในภาคใต้ เริ่มมีการก่อตัวจับกลุ่มกันในทางลับและเปิดเผย เพื่อวิพากษ์วิจารณ์ทำกิจกรรมในหลายๆรูปแบบที่จะสร้างกระแสส่งผลสะเทือนกันมากขึ้น แต่จะอยู่ในลักษณะของแต่ละจังหวัดไม่ได้เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ไม่มีการจัดตั้งจากพคท.หรืออาจจะมีบ้าง ผมก็มิอาจทราบได้ แต่โดยภาพรวมแล้วเป็นการเคลื่อนไหว ในลักษณะอิสระเสรีอันเกิดจากการตื่นตัวก้าวหน้าของประชาชน ในเวลานั้น ภาพของคอมมิวนิสต์ยังเป็นภาพที่น่าหวาดกลัวอยู่จากการโฆษณาของสหรัฐอเมริกาผ่านรัฐบาลไทยว่าคอมมิวนิสต์ไม่มีศาสนา ฆ่าคนทำปุ๋ย (คนชรา) คอมมิวนิสต์เป็นเสมือนปีศาจร้ายคอยสูบเลือด รูปร่างหน้าตาน่ากลัว คอมมิวนิสต์จึงยังเป็นสิ่งชั่วร้ายในสายตาของคนทั่วไปโดยเฉพาะคนในตลาดและในเมือง

จังหวัดตรังเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการรวมตัวกันของประชาชนนักเรียน นักศึกษา ข้าราชการชั้นผู้น้อย ปัญญาชนท้องถิ่นหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา โดยร่วมกันทำกิจกรรมในรูปแบบจัดนิทรรศการ รณรงค์ต่อต้านความไม่เป็นธรรม ความไม่ถูกต้องจากการกระทำของอำนาจรัฐและข้าราชการ กลุ่ม กิจกรรมนี้ดูเข้มแข็ง เอาจริงเอาจัง จากสิบเป็นร้อย จนเป็นที่กล่าวขานของคนในเมืองกันทั่ว บ้างก็เรียกว่า เป็นกลุ่ม “หัวรุนแรงบ้าง กลุ่มพวกก้าวหน้าบ้าง” ต่างก็เรียกกันไป กลุ่มดังกล่าวนี้ผู้ที่ดูเอาจริงเอาจังและมีศักยภาพมากที่สุดในการทำกิจกรรมก็เห็นจะได้แก่ “ครู” การที่กลุ่มครูออกมาเคลื่อนไหวทำกิจกรรมต่อต้านความไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรมกันอย่างเอางานเอาการ ก็อาจจะเนื่องมาจากข้าราชการครูเป็นบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนในชนบทมากที่สุดในบรรดาข้าราชการทุกหน่วย ย่อมจะเห็นความเดือดร้อนของเด็กของประชาชนได้มากกว่าข้าราชการอื่นๆ และโดยพื้นฐานทางครอบครัวสังคมครูก็เป็นลูกของคนยากคนจน ชาวนา ชาวสวนเป็นส่วนใหญ่ และพื้นฐานอาชีพก็จัดเป็นประเภทสายวิชาการจึงมีอิสระในทางความคิดมากกว่าทหาร ตำรวจ หรือข้าราชการพลเรือนอื่นๆ


หัวข้อ: Re: ก่อนจะถึงวันนี้
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 23 กันยายน 2007, 12:36:55 PM
ช่วงระยะเวลาจากปลายปี ๒๕๑๖ ถึงต้นปี ๒๕๑๙ ถือว่าเป็นยุคแสวงหาความถูกต้อง ความเป็นธรรม ความเป็นประชาธิปไตยของผู้คนโดยแท้ กลุ่มเคลื่อนไหว(ตรัง)เริ่มได้รับการยอมรับ และให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม ในโอกาสต่างๆ จากประชาชนและนักเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อประชาชนให้ความสนใจมากขึ้นเท่าไรก็ย่อมได้รับการติดตามจากทางการ กอ.รมน. และสันติบาลมากขึ้นเท่านั้น นี่เป็นสัจธรรมแห่งการเมืองไทยที่ข้าราชการสายความมั่นคงมักจะเป็นฝ่ายตรงข้ามกับการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงเสมอ โดยเฉพาะในยุคนั้นเมื่อทางการ กอ.รมน. และสันติบาลให้เกียรติคอยติดตาม พวกเรานักกิจกรรมทั้งหลายต่างก็ระมัดระวังตัวในการเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมมากขึ้น ซึ่งเสมือนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความท้าทายที่จะมีแรงขับเคลื่อนไปข้างหน้าเร็วยิ่งขึ้น

ในที่สุดเมื่อปลายปี ๒๕๑๘ พวกเรานักกิจกรรมจำนวนหนึ่งก็ได้รับการเชิญชวนจาก คุณครูเปลือน เพ็งเลง*  ซึ่งเป็นแกนนำของกลุ่มคนหนึ่ง โดยกำหนดวันเสาร์เพื่อทำกิจกรรม “เก็บของป่าล่าสัตว์” ในเขตป่าบ้าน เหมก (บ้านเหมก เป็นชุมชนดั้งเดิมมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ประชาชนอยู่กันกระจัดกระจาย มีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย แบ่งปันน้ำใจให้ต่อกันแบบสังคมเกษตรดั้งเดิม ปลูกพืช ทำสวน รักษาป่า อยู่ในตำบลละมอ อำเภอเมือง ปัจจุบันแยกออกเป็นอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง) โดยครูเปลือนบอกว่าไม่ต้องจัดหาอาวุธใดๆไป ค่อยไปหาเอาข้างหน้า (ในหมู่บ้าน) เพราะแกมีญาติอยู่แถบนั้น เมื่อถึงวันนัดหมายพวกเราใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ เส้นทางลำบากมากเป็นถนนลูกรังที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจกันของคนในชุมชนสร้างขึ้น ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของคนไทยในชนบทที่จะต้องเอื้ออาทรแบ่งปันน้ำใจกัน เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและสงบสุข แต่ ณ เวลานี้สิ่งดีงามเหล่านั้นกำลังจะเป็นตำนานเพราะระบบบริโภคนิยมเป็นตัวกระตุ้นให้ประชาชนลบล้างทำลายวัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิต สามัคคีนิยมที่ดีงาม ไปหาการแข่งขัน ชิงดี ชิงเด่น เอารัดเอาเปรียบ ต่างคนต่างอยู่ไปเสียแล้ว

เราขี่จักรยานยนต์จากถนนตรัง-พัทลุง แยกตรงหน้าวัดมงคลสถาน ตำบลละมอ เข้าไปประมาณ ๕-๖ กิโลเมตร จากนั้นก็เดินด้วยเท้าแวะเอาปืนแก๊ป ๒ กระบอกจากชาวบ้านตามเส้นทางเดินเพราะแถบนั้นเป็นญาติของครูเปลือนจริงๆ


หัวข้อ: Re: ก่อนจะถึงวันนี้
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 23 กันยายน 2007, 12:38:53 PM
ก่อนจะถึงวันนี้


เราเดินไปเรื่อยตามเส้นทางที่ชาวบ้านแถบนั้นใช้สัญจรไปมาเป็นประจำ สองข้างทางเป็นสวนประเภทสวนสมรม (ประสมประสาน) มียางพาราเป็นพืชหลักประสมด้วย มังคุด ลางสาด จำปาดะ สะตอ ลูกเหรียง และยังมีไม้ยืนต้นใหญ่ๆประเภทยาง ตะเคียน หลุมพอ ปะปนอยู่ประปราย หนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ยังไม่เห็นวี่แววของสัตว์ป่า เราหยุดพักเหนื่อยคุยกันเรื่องสัพเพเหระ ทันใดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พวกเราหลายคนต่างก็ตะลึงเมื่อชายสองหญิงหนึ่งในชุดทหารมือถือปืนคาร์บิน สะพายเป้ เหมือนทหารกองทัพไทยในชุดสนามทั่วๆ ไป แต่...ผู้บันทึกก็เอะใจผู้หญิงในชุดทหารสวมหมวกมีรูปดาวแดงด้านหน้า เส้นขนทุกเส้นเริ่มชี้ตรงตั้งฉากกับผิวหนัง รูขุมขนปูดขึ้นเป็นเม็ดๆมองเห็นได้ชัด ทั้งสามเดินตรงมาที่พวกเรา พร้อมกับการแนะนำตัวว่า

“พวกเราเป็นทหารปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย”
และถามพวกเราว่า เคยเจอฝ่ายทหารทปท.มาบ้างหรือเปล่า
เราพูดคุยตอบโต้ไปได้ครู่หนึ่ง
จากท่วงทำนองสุภาพที่เรียกพวกเราว่า “คุณ”
แทนตัวเองว่า “ผม ฉัน”

ทำให้พวกเราหลายคนคลายจากการตกตะลึงขนทุกเส้นก็ค่อยๆลงนอนราบกับผิวหนังดังเดิม เราพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์ บ้านเมือง ทางทหารทปท.ก็ได้แนะนำตัวเองต่อพวกเราที่จำได้จนบัดนี้ก็คือ “คุณหลี” รูปร่างบึกบึน สูงใหญ่ น่าเกรงขาม คุณหลีได้โฆษณานโยบายของพคท.ทั้งแนวทางการต่อสู้และยุทธศาสตร์ ต่อพวกเราอยู่พักหนึ่งแล้วก็แยกย้ายกันทำหน้าที่ เป็นอันว่ากิจกรรมล่าสัตว์ของพวกเราตามการเชิญชวนของครูเปลือน ก็จบสิ้นลง

กิจกรรมของกลุ่มที่ทำกันในเมืองก็ยังมีอย่างต่อเนื่องตามเหตุการณ์ และโอกาส แต่เชื่อว่าจิตใจของหลายคนเริ่มสับสนกับคำโฆษณาของอเมริกา ผ่านรัฐบาลไทย ต่อภาพเลวร้ายของคอมมิวนิสต์กับความเป็นจริงที่ได้พบกับคุณหลีในเขตบ้านเหมก


หัวข้อ: Re: “วงดนตรีคาราวาน” ก็นำทีมล่องใต้
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 23 กันยายน 2007, 12:41:40 PM
ปลายเดือนกรกฎาคมต่อเดือนสิงหาคม ๒๕๑๙

“วงดนตรีคาราวาน” ก็นำทีมล่องใต้ เปิดคอนเสิร์ตที่วิทยาลัยเกษตรกรรมตรัง

กลุ่ม

นักกิจกรรมอย่างพวกเราจะปล่อยโอกาสอย่างนี้ให้หลุดลอยไปได้อย่างไร เพราะมันไม่ง่ายนักที่จะได้สัมผัสกับตำนาน “เพลงเปิบข้าว คนกับควาย และนกสีเหลือง” ซึ่งเป็นที่กล่าวขานของผู้คนทั้งประเทศ ในที่สุดเราก็ได้ผูกมิตร และร่วมกิจกรรมกันในจังหวัดตรังหลายวัน หลายพื้นที่ โดยการเปิดเวทีคอนเสิร์ตรณรงค์สร้างจิตสำนึกรักชาติ รักประชาธิปไตย ไม่ว่าบ้านควนสระแก้ว ตำบลนาโต๊ะหมิง บ้านหนองยวน ตำบลละมอ เทศบาลตำบลกันตัง และบ้านลำพิกุล อำเภอย่านตาขาว ที่สำคัญเวทีสุดท้ายก่อนจาก คือ ที่บนภูเขาอันเป็นที่ตั้งของกองทัพปลดแอกประชาชนเขต ๑ ระหว่างเส้นทางบ้านเหมก รอยต่อตรัง-พัทลุง

เมื่อ “คาราวาน” จากไป คงเหลือไว้แต่การติดตามและตรวจสอบ จากอำนาจรัฐมากขึ้น ในสถานการณ์เช่นนี้พวกเราเองต่างก็มีการพูดคุย สรุปแลกเปลี่ยนทัศนะการเมืองและสถานการณ์กันใกล้ชิดมากขึ้น ความ ตึงเครียดทางการเมืองต่างๆเริ่มไม่วางใจมากขึ้นเรื่อยๆ กระบวนการเพื่อทำลายผู้นำชาวนา ผู้นำกรรมการ นักวิชาการ จากซากเดนทรราช ขุนศึกในพื้นที่อื่นมีมากขึ้น ในที่สุดเหตุการณ์อันอัปยศที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับสังคมพุทธ สังคมไทย คือ เหตุการณ์ฆ่าหมู่ นิสิต นักศึกษากลางเมืองหลวงใกล้กับวัด พิพิธิภัณฑ์สถานแห่งชาติ และศาลยุติธรรม ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙


หัวข้อ: Re: เมืองประสานป่า
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 23 กันยายน 2007, 12:45:49 PM
เมืองประสานป่า

หลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นักกิจกรรมในนามของพวกหัวรุนแรง หัวก้าวหน้า โดยเฉพาะในจังหวัดตรัง ต่างตกอยู่ในสถานการณ์คับขันไม่มีแผ่นดินในเมืองให้ยืนเช่นเดียวกับคนที่กรุงเทพฯ เพราะความบ้าระห่ำของพวกเผด็จการ แต่ละคนต่างก็ตัดสินใจหาทางเดินของตนเอง

หลายคนเข้าป่าร่วมกับพคท. หลายคนถูกจับกุมคุมขัง หลายคนต้องหลบและปรับตัวเพื่อให้อยู่ในเมืองได้ ประชาชน นักเรียน ผู้รักความเป็นธรรม ตกอยู่ในสภาพหวาดผวา แต่ก็มิได้หมายความว่าคนเหล่านั้นจะยอมจำนนก้มหัวให้กับเผด็จการโดยสิ้นเชิง เมื่อมีแรงกดย่อมมีแรงดันซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ ทั้งในเมืองและเขตชนบทต่างก็แสวงหาหนทางเดิน เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นธรรม ความเป็นประชาธิปไตยและความดีงามในสังคม จากผลการปราบปรามของเผด็จการกลับไปเพิ่มความเข้มแข็ง กล้าต่อสู้กล้า เสียสละให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญกลับเพิ่มการเติบโตให้กับพคท. เป็นทวีคูณ ซึ่งทราบภายหลังว่าพคท.เองก็ไม่ได้เตรียมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้แต่อย่างใด เพราะไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์อย่าง ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ จะเกิดขึ้นในสังคมไทยได้อย่างคนทั่วไปคิดเช่นกัน

บรรดานักกิจกรรมในตัวเมือง ซึ่งที่ผ่านมามีการขับเคลื่อนทำกิจกรรมกันโดยอิสระเนื่องจากจิตใจรักชาติ รักความเป็นธรรม ไร้การ
จัดตั้ง ส่วนที่ไม่ได้เข้าร่วมกับพคท.ก็ปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการทำงานด้านกว้าง เปิดเผย มาทำงานแบบซึมลึก ปิดลับมากขึ้น แปรสภาพเป็น “แนวร่วมของพคท.” ไปในที่สุด เข้าสู่ระบบจัดตั้งเป็น “หน่วยศึกษา” หน่วยย่อย ๓ ถึง ๕ คน โดยเรื่องที่ทาง พคท.ให้การศึกษาส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการสร้างจิตสำนึกต่อผู้ใช้แรงงาน คนยากคนจน พื้นฐานทางความเข้าใจเรื่องการเมือง การปกครอง เศรษฐศาสตร์ สังคม เช่นเรื่อง “ใครสร้างใครทำ เรื่องของเราเอง เศรษฐศาสตร์การเมืองและวิวัฒนาการสังคม” รวมทั้งศึกษากฎงานลับ ระเบียบวินัยของพรรค หน่วยศึกษาจะทำกันในเขตชนบท ซึ่งเรียกว่า “เขตงานมวลชน” หน่วยศึกษาแต่ละหน่วยจะไม่สัมพันธ์กันตามกฎงานลับ ไม่ว่าในเมืองหรือเขตงานมวลชน จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเราไม่รู้ว่ามีใครบ้างในตัวเมืองที่มีความสัมพันธ์กับพคท.ในเชิงแนวร่วม

ทุกคนที่เข้าสู่ระบบหน่วยจัดตั้งต้องมีชื่อจัดตั้ง การศึกษาของพวกเรา มีโครงการเดือนละครั้งโดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เพราะการเข้าไปในเขตงานชนบทมีความยากลำบากมาก หลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ การเดินทางหลายๆคนพร้อมกันย่อมเป็นเป้าสายตาของสปายสายลับ จึงต้องระมัดระวังตัวอย่างมาก พวกเราจึงใช้วิธีแยกกันเข้าไป หลายๆครั้งการเดินทางของเราต้องไปเผชิญกับกองทหารของทางการซึ่งเราจะเรียกเขาว่า “ศัตรู” เช่นเดียวกับที่พคท.เรียก แต่ก็เอาตัวรอดมาได้


หัวข้อ: Re: แม้พวกเราจะเป็น “ครู” ผู้ให้คนอื่น
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 23 กันยายน 2007, 12:49:05 PM
แม้พวกเราจะเป็น “ครู” ผู้ให้คนอื่น


แต่วันนี้การศึกษาและความรู้ของเรายังไม่พอ
ยังมีความรู้เพื่อสังคมอีกมากมายที่เราจะต้องศึกษาเพื่อการอบรมสั่งสอนคนรุ่นต่อๆไป
พวกเราในหน่วยศึกษาจึงต่างก็ตื่นเต้น เร่าร้อน เอางานเอาการที่จะทำการศึกษา
เราอยากเรียนรู้ศึกษาทฤษฎีลัทธิมาร์กซ-เลนิน สรรนิพนธ์ของเหมาเจ๋อตง

แต่ที่สำคัญสุดในความคิดความต้องการก็คือการมีโอกาสได้พบกับนักปฏิวัติของพคท. ทั้งสหายชาวนา ชาวสวนและสหายนักศึกษาที่หลั่งไหลสู่ชนบทจากเหตุการณ์ ๖ ตุลา จิตใจเราจดจ่ออยู่กับกำหนดการศึกษา

คืนก่อนวันศึกษาเราตื่นเต้นจนแทบจะนอนไม่หลับ เกือบทุกครั้งเราจะตระเตรียมข้าวของ อาหาร ขนม ตามอัตภาพไปฝากสหาย เราชื่นชมในจิตใจของสหายทุกคนที่เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวม เพื่อสังคมที่เป็นประชาธิปไตย และความเป็นธรรมของประชาชนโดยเฉพาะสหายนักศึกษา เราชื่นชมในการเสียสละความสุข สละอนาคตทางการศึกษาที่เป็นบันไดไต่เต้าไปสู่การมีงานทำ ความมั่นคงในอาชีพ การงาน เราชื่นชมในจิตใจที่กล้าต่อสู้กับความยากลำบาก จากอภิสิทธิ์ชนปัญญาชน มาเป็นชนชั้นผู้ใช้แรงงาน เป็นนักปฏิวัติ จากผู้ที่อุดมสมบูรณ์พูนสุขในชีวิตความเป็นอยู่สู่ความอดอยากในสถานการณ์สู้รบ

จุดเด่นและจุดแข็งของพคท.ที่เห็นเด่นชัดโดยภาพรวมคือ การทำให้เกิดความรักทางชนชั้น ความเสมอภาคกัน ความรักความสามัคคี ความห่วงหาอาทรต่อกัน ซึ่งหาได้มากกว่าในสังคมเผด็จการ สังคมทุนนิยม บริโภคนิยม พวกเราได้เจอกับสหายแต่ละครั้งแม้จะแสดงออกเป็นรูปธรรมเหมือนในละครน้ำเน่า หรือสังคมจอมปลอมของคนชั้นสูงที่มีการแสดงความรักความอาลัยต่อกันบ้างแต่ไม่เกินจริงในความรู้สึกทางจิตใจของสหายที่มีต่อเราและเรามีต่อสหาย ซึ่งเป็นเสมือนมีสายใยเชื่อมร้อยต่อกันแห่งจิตวิญญาณ

ภารกิจของ “หน่วยศึกษาในเมือง” นอกเหนือจากการศึกษาแล้ว ในเวลานั้น เรายังทำหน้าที่ประสานการช่วยเหลือซื้อข้าวของที่จำเป็นของสหาย บางครั้งก็นำสหายที่เจ็บป่วย หมอของกองทัพขาดเครื่องมือรักษามารักษาที่โรงพยาบาลในเมือง บางทีก็ทำหน้าที่ประสานให้สหายนักศึกษาได้พบกับญาติพี่น้อง ทุกอย่างพวกเรายินดีน้อมรับภารกิจด้วยความเต็มใจ กระตือรือร้นเพื่อเป็นการตอบแทนในการเสียสละความสุขส่วนตัว ต่อความผาสุกของพวกเราและประชาชนทั้งมวล


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 23 กันยายน 2007, 12:58:04 PM
(http://farm2.static.flickr.com/1174/1425933647_4781e7227b_o.jpg)

(http://farm2.static.flickr.com/1424/1426812616_d234ff430f_o.jpg)

คุณป้าป่าพนวานให้ผมส่งภาพมาให้ดู ความคืบหน้าในการแกะสลัก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 23 กันยายน 2007, 21:11:29 PM
 ;) :D ;D

ถ่ายได้ไม่คอยชัดเนื่องจากหนักและสะท้อนแสงจากตะวันและกระจก
รอไว้วันติดตั้งเสร็จค่อยดูให้ชัดๆอีกทีคะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 25 กันยายน 2007, 03:41:27 AM
กว่าจะถึงวันนั้น

เป็นเวลา ๒ ปีเต็มๆที่กลุ่มหรือหน่วยศึกษาในชุดที่เราสังกัดอยู่ได้รับการเลื่อนสถานภาพเป็นหน่วยจัดตั้ง “สมาชิกสันนิบาตเยาวชนแห่งประเทศไทย” จากการกล่าวต้อนรับของสหายรับผิดชอบคือคุณหลี ในตอนสายของวันหนึ่งช่วงต้นปี พ.ศ.๒๕๒๑   
“วันนี้ ผมในนามของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ขอต้อนรับพวกคุณทั้งสามคนเข้าเป็นส.ย.ท. ทางพรรคได้ทดสอบความ
มุ่งมั่นในความแน่วแน่แห่งชนชั้นในสถานการณ์ปฏิวัติ เห็นว่าพวกคุณมีจิตใจกล้าต่อสู้ กล้าเสียสละ เพื่อพรรค เพื่อมวลประชาที่จะร่วมกันไปสู่ความเป็นธรรมแห่งสังคมนิยม ดังนั้นขอให้พวกคุณเป็นลูกที่ดีของพรรคของประชาชนและเพื่อเตรียมรับภาระอันยิ่งใหญ่ในสถานภาพสมาชิกพรรคในเวลาต่อไป”
พวกเราต่างก็ดีใจอยู่ในที สงวนความตื่นเต้นไว้ในใจไม่แสดงออก นอกหน้า แท้ที่จริงแล้วหัวใจพองโต ตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ใจก็คิดว่าวันที่รอคอยมาถึงแล้ว ไม่ใช่ลำพองตื่นเต้นที่ได้เป็นสมาชิกส.ย.ท.

แต่ตื่นเต้นเพราะ บัดนี้พวกเราได้เข้าร่วมกระบวนการปฏิวัติกับพคท.เต็มตัวแล้ว แม้จะไม่ถึงขั้นสมาชิกพรรคก็ตามที และก็คิดต่อไปถึงเพื่อนๆที่ร่วมทำกิจกรรมกันมาในเมืองก่อน ๖ ตุลาคม ซึ่งแยกย้ายกันเข้าหน่วยศึกษา เขาจะได้รับโอกาสอย่างพวกเราหรือไม่หรือว่าเขาอาจจะมีโอกาสก่อนเรา

พวกเราเพิ่งรู้ในวันนั้นเองว่า การที่จะเข้าเป็นสมาชิกพคท.มันยากเสียยิ่งกว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือสอบเข้ารับราชการ เพราะหาระบบเส้นสายเพื่อฝากฝังได้ไม่ง่ายนัก ต้องผ่านการฝึกฝนตรวจสอบจิตสำนึกทางชนชั้นอันยาวนาน ผิดกับการรับสมาชิกพรรคของพรรคการ เมืองในระบบรัฐสภา เพียงกำนันผู้ใหญ่บ้านที่เป็นหัวคะแนนประกาศเชิญไปประชุมโดยให้นำบัตรประชาชนไปด้วย พอไปถึงก็บอกให้สมัครเป็นสมาชิกพรรค (พรรคยอดนิยมในภาคใต้ก็เป็นเช่นเดียวกัน) เตรียมช่างถ่ายรูปมาแล้วแค่เซ็นชื่อตัวเดียวก็ได้เป็นสมาชิกพรรคกันแล้ว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 25 กันยายน 2007, 03:50:36 AM
กว่าจะถึงวันนั้น

หลังจากได้เป็นสมาชิกส.ย.ท. จัดตั้งก็ให้ความไว้วางใจมากขึ้น พวกเราได้รับมอบหมายภาระหน้าที่ให้เคลื่อนไหวในเมืองโดยวิธีการ  “หาเป้า สร้างแกน” โฆษณานโยบายพรรคในกลุ่มอาชีพเดียวกัน ในหมู่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ซึ่งนักเรียนบางคนต่อมาก็เข้าร่วมเป็นสมาชิกในกองกำลังอาวุธของพคท.ด้วย แต่ที่สำคัญกว่านั้น จัดตั้งได้ให้ความไว้วางใจให้หน่วยของเราและหน่วยอื่นเข้าร่วมงานฉลองวันเสียงปืนแตก

(http://photos13.flickr.com/17959311_54f4506a2b_o.jpg)
 
โดยได้เข้าร่วมในวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๒๑ ห่างกันถึง ๑๔ ปีของการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ ณ กองทัพเขต ๔ ของ ๓ จังหวัด (พัทลุง-ตรัง-สตูล) เราได้พบเพื่อนร่วมกิจกรรมเดิมในเมืองหลายคน ได้พบนักศึกษาจากกรุงเทพฯซึ่งร่วมเดินทางไปด้วยกัน เราใช้เวลาในการเดินทางขึ้นกองทัพถึง ๖ ชั่วโมง (รวมเวลาพักเหนื่อยและอาหารเที่ยง)

สำหรับสหายที่เดินอยู่เป็นประจำคงไม่ใช้เวลามากขนาดนั้น เส้นทางที่เดินทำให้พวกเราต่างก็ตะลึงเพราะไม่คาดคิดว่าป่าแถบเทือกเขาบรรทัดในภาคใต้ซึ่งเป็นประเภทป่าเขตร้อนชื้นจะพบลักษณะป่าดิบชื้นที่ความสูงเกิน ๔๕๐๐ ฟุตจากระดับน้ำทะเล เป็นประเภทภูเขาเหมืองหนาว พืชพรรณที่ขึ้นส่วนใหญ่เป็นพวกเฟิร์น ต้นไม้ทุกต้นจะมีลักษณะแคระแกร็น มีมอสและตะไคร่น้ำจับตามลำต้นและมีน้ำหยดอยู่ตลอดเวลา พวกเราคนหนึ่งถึงกับตะโกนออกมาดังๆว่า “กูได้กินขี้ลมแล้วโว้ย”  (ขี้ลมหมายถึงก้อนเมฆ)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 25 กันยายน 2007, 03:54:51 AM
เมื่อถึงกองทัพ สหายทั้งหลายต่างก็มายืนเข้าแถวเรียงหนึ่งทั้ง ๒ ฟากที่เราจะเดินผ่านส่งเสียงปรบมือไม่ขาดระยะแล้วก็ส่งมือมาสัมผัส พวกเราหลายคนถึงกับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื้นตันใจคละเคล้าไปกับความตื่นเต้นจนแยกไม่ออกจากกัน

กิจกรรมของงานวันเสียงปืนแตกมีทั้งกิจกรรมการทหาร การกีฬา ด้านวัฒนธรรม บันเทิงและที่ขาดเสียมิได้คือการเมือง๔ วัน ๓ คืนที่พวกเราได้ใช้ชีวิตร่วมกับสหายทั้งหลาย นับว่าเป็นเวลายาวนานที่สุดที่ได้มีโอกาสอยู่ร่วมกับสหายทั้งกองทัพหรือทั้งเขต ทำให้เราเกิดความเชื่อมั่นต่อสหาย ต่อพคท.ว่าหนทางการต่อสู้การปฏิวัติของประชาชนไปสู่สังคมนิยมจะต้องได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน

(http://photos13.flickr.com/17949271_f1125034d2_o.jpg)
(http://photos12.flickr.com/17949345_df491922dc_o.jpg)
http://photos13.flickr.com/17943379_6011bfef90_o.jpg
http://photos14.flickr.com/17943446_d170295e5c_o.jpg

หลังจากที่ได้เข้าร่วมงานในครั้งนั้นแล้ว พวกเราต่างก็โหมหาเป้า สร้างแกน กันอย่างเอางานเอาการ นำเอาความยิ่งใหญ่ ความเก่งกาจสามารถของสหายทั้งหลายบอกเล่าให้เป้าหรือแกนของพวกเราฟัง จนในที่สุดก่อนวันปืนแตกปี ๒๕๒๓ ประมาณ ๒ เดือน คุณลุงซึ่งเป็นพ่อของสมาชิกในหน่วยเราคนหนึ่ง อายุปาเข้าไป ๖๐ กว่าปีแล้วบอกกับพวกเราว่า “ก่อนตายขอขึ้นไปเยี่ยมกองทัพของประชาชนสักครั้ง” โดยให้พวกเราจัดการให้ แล้วก็ได้รับอนุญาตจากจัดตั้งเขต ๔ ตามความต้องการของคุณลุง

ก่อนจะถึงวันนั้น พวกเราต้องจัดส่งคุณลุงให้ไปพักยังเขตงานก่อนล่วงหน้าหลายวันเพื่อเตรียมความพร้อมทางด้านร่างกาย แต่จนแล้วจนรอด คุณลุงต้องไปเจอกับห่ากระสุนที่ยิงกราดลงมาจากเครื่องบิน โดยไร้เป้าหมายบริเวณน้ำตกสายรุ้ง อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง คุณลุงจึงขึ้นไปถึงกองทัพ เขต ๔ ด้วยความทุลักทุเล


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 กันยายน 2007, 00:55:47 AM
ก่อนไปเขาได้ฝากเงินไว้กับพวกเราจำนวนหนึ่ง เพื่อให้พวกเราซื้อเส้นบะหมี่พร้อมอุปกรณ์เครื่องปรุงตามที่คุณลุงเขียนกำหนดไว้ เพื่อนำไปเลี้ยงสหาย เราก็ได้ทำตามความประสงค์และนำติดตามไปภายหลัง ทั้งสหาย ทั้งมวลชนที่ไปร่วมงานต่างก็ได้ลิ้มรสบะหมี่ราดหน้าโดยฝีมือของคุณลุงเองกันอย่างทั่วหน้า

(http://photos14.flickr.com/17943446_d170295e5c_o.jpg)


เมื่อกลับลงมาจากการร่วมงานวัน ๗ สิงหา แล้วคุณลุงได้ใช้ช่วงเวลาของชีวิตที่เหลืออยู่ โฆษณาถึงทปท.และพคท.กับประชาชนโดยไม่เกรงกลัวต่ออำนาจใดๆ และแล้วช่วงปี ๒๕๒๘ คุณลุงต้องมาสูญเสียลูกชายไปคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานของพรรคในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของอำเภอห้วยยอดในเขตสีชมพู (หมู่บ้านหรือบริเวณที่อยู่ชายขอบการเคลื่อนไหวของพคท.ซึ่งอาจจะเป็นพื้นที่ริมป่าเขาหรือชานเมืองก็ได้) โดยการถูกลอบยิงโดยกองกำลังของทางการขณะกำลังกรีดยางก่อนฟ้าสาง

ส่วนคุณลุงเองก็มาสละชีวิตด้วยวัยอันชราเมื่อปี ๒๕๓๘ คงเหลือไว้แต่คุณความดี และคำพูดที่ให้ไว้แก่พวกเรา “ประชาชนจะต้องชนะ” ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 กันยายน 2007, 00:57:26 AM
ผู้ปฏิบัติงานในเขตขาว


ในช่วงปี ๒๕๒๓ กระแสความขัดแย้งของค่ายสังคมนิยม ไม่ว่าจีนกับโซเวียต จีนกับเวียดนาม เวียดนามกับกัมพูชา ซึ่งเป็นพรรคพี่น้องกับพคท.ทั้งสิ้นเริ่มรุนแรงและชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อการปฏิวัติไปสู่สังคมนิยมของพคท.ต้องสะดุด เพราะไม่ว่าในเมืองหรือชนบท เริ่มตั้งคำถามว่าทำไมประเทศสังคมนิยมด้วยกันต้องมาขัดแย้งถึงกับต้องใช้กำลังทหารเข้าแก้ปัญหา หน่วยของพวกเราเองพบกับคำถามประเภทนี้บ่อยมากขึ้น

ที่สุดในปี ๒๕๒๔ หน่วยส.ย.ท.ของพวกเราก็ถูกสลายตามความเห็นของจัดตั้ง แต่สลายเพื่อขยายจาก ๑ หน่วยเป็น ๒ หรือ ๓ หรือ ๔
หน่วย สำหรับผมได้มาจัดตั้งหน่วยใหม่โดยสมาชิกใหม่มีทั้งข้าราชการและนักธุรกิจ ไม่ได้ขึ้นตรงกับเขตใดเขตหนึ่งใน ๓ จังหวัด พัทลุง-ตรัง-สตูล เหมือนเมื่อก่อน ส่วนเพื่อนสมาชิกส.ย.ท.เก่าแยกไปสังกัดกับใครที่ไหนอย่างไรไม่ทราบรายละเอียด เพราะกฎระเบียบงานลับของพรรคที่ทุกคนต้องยึดกุม หลายๆครั้งที่เจ้าหน้าที่จับกุม “คอมมิวนิสต์” ได้แต่ไม่สามารถสอบสวนหารายละเอียดดังที่คาดหวังได้ สหายกับสหาย สหายกับมวลชน สหายในกองทัพกับผู้ปฏิบัติงานในเมืองไม่รู้จักชื่อจริงกัน ก็เพราะ กฎเหล็ก ระเบียบที่เข้มแข็งนี้เอง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 กันยายน 2007, 01:00:29 AM
การก่อเกิดหน่วยใหม่ในเมือง ระยะแรกดูจะเคอะเขินในการพูด ในการคิดการทำงานอยู่บ้าง เนื่องจากสมาชิกก็ยังใหม่ต่อกัน ที่สำคัญยังไม่คุ้นเคยกับกระบวนการคิดแบบรวมกลุ่ม รวมหมู่ ซึ่งอาจจะเป็นจุดด้อยของคนไทยก็ได้ เพราะสังคมไทยที่ผ่านมาไม่ว่าสังคมทาส สังคมศักดินา เผด็จการทหาร ล้วนแล้วแต่เป็นลักษณะนำเดี่ยว คิดเดี่ยวให้หลายคนทำตาม ปัจจุบันราชการก็ยังอยู่ในสภาพเช่นนี้จึงทำให้การพัฒนาประเทศทุกๆด้านล้าหลังอย่างน่าเป็นห่วง เหตุผลอีกประการหนึ่งเมื่อหน่วยไม่ได้ขึ้นตรงกับเขตใดๆทำให้เราในฐานะผู้ปฏิบัติงาน สับสนไปบ้าง เพราะไม่เข้าใจสายการจัดตั้ง สายการทำงานของพคท.เขต ๓ จังหวัดที่ชัดเจน

มีเพียงสหายปัญญาชนจากเขต ๓ ที่พบปะอยู่คือ “คุณช่วง” ซึ่งมีบุคลิกท่วงทำนองเหมาะสมที่จะประสานงานในเมือง ภารกิจหลักในช่วงนี้ก็แค่คุยแลกเปลี่ยนสถานการณ์ งานการศึกษาก็น้อย ยิ่งงานขยาย คนโฆษณานโยบาย พรรคแทบจะปิดตายก็อย่างที่กล่าวมาแล้วแต่ต้น กระแสความตกต่ำของ ค่ายสังคมนิยม กอปรกับภายในพคท. เองก็เริ่มมีปัญหาในความไม่ชัดเจนของแนวทาง กรมการเมือง คณะกรรมการ กลางพรรค จะเอาอย่างไรกันแน่ จะอิงจีนหรือโซเวียต หรือเป็นแบบของพคท.เอง เป็นคำถามที่หลายคนต้องการคำตอบ โดยความหวังอยู่ที่การประชุมสมัชชา

ในขณะนั้น หน่วยของเราดูมีลักษณะคล้ายเขตงานในเมือง เพราะจะมีผู้ปฏิบัติงานจากเขตป่ามาสัมพันธ์ร่วมงานผลัดเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ คนที่มาร่วมอยู่นานกว่าใคร เป็นสหายหนุ่มนักศึกษาจากเขต ๓ ชื่อ “คุณแจ้ง” และแล้วต่อมาเขาก็ต้องจากไปด้วยเหตุผลของการปฏิวัติเมื่อปลายปี พ.ศ.๒๕๒๕ เราได้ทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนสถานการณ์ ขยายงานออกสู่ทะเล มีหน่วยศึกษาและงานทหารบางประการ รวมทั้งภารกิจทำหน้าที่เป็นสารถี คอยรับส่งสหายกลับเยี่ยมบ้าน คนแล้วคนเล่า พวกเราได้ทำหน้าที่รับส่งจริง คือรับจากเขตป่าแล้วส่งกลับ ที่เป็นอย่างนี้ก็ด้วยเหตุที่กล่าวมาแล้วนั่นเองอันสอดรับกับที่รัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้ประกาศนโยบาย ๖๖/๒๓ ทำให้สหายกลับเมืองกันมากขึ้น ก่อนหน้านี้เราส่งคนขึ้นป่า แต่ต่อมากลับต้องมารับคนออกจากป่า จึงทำให้จิตใจเราว้าเหว่และหดหู่ไปไม่น้อย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 กันยายน 2007, 01:02:11 AM
หลังปี พ.ศ.๒๕๒๕ กระแสการกลับบ้านของสหายเริ่มส่งผลสะเทือนมากขึ้น หน่วยของพวกเราก็ได้แต่นั่งดู สมาชิกในหน่วยบางคน
ยังเอางานเอาการ ขยายงานเข้าไปสถานศึกษาในต่างจังหวัดเช่น มศว. สงขลา ท่ามกลางกระแสการตกต่ำของพคท.เขาสามารถเข้ากับนิสิต อาจารย์ นักวิชาการ แถมยังเชื้อเชิญบุคคลดังกล่าวมาแลกเปลี่ยนทัศนะกับสหายในเขตชนบทได้หลายครั้ง

หลังปี ๒๕๒๖ เป็นต้นมา หน่วยของเราก็เริ่มอ่อนล้าไปบ้าง เราเข้าใจว่าเนื่องจากมีการปรับงานเขตป่าเขาภายหลังการประชุมสมัชชา ๔ และทุกส่วนต่างก็ตระเตรียมการ “ถอย” ทางยุทธศาสตร์จึงทำให้ผู้ปฏิบัติงานเขตป่าเขาไม่ได้สัมพันธ์กับงานพื้นเมืองอย่างเป็นระบบเช่นที่ผ่านมา เราจึงขาดการพูดคุยรวมหน่วยในที่สุดราวๆปี ๒๕๒๗-๒๕๒๘ ความเป็นหน่วยก็เหลือแต่ความเป็นบุคคล แต่เราก็ยังมีโอกาสติดต่อพบปะกับสหายนำระดับกรรมการกลางพรรคอย่าง “คุณศรี คุณประวัติ” มีการแลกเปลี่ยนสถานการณ์และคอยความหวังสรุปผลของการประชุม “สมัชชาครั้งที่ ๔” ที่ได้ปฏิบัติไปเมื่อ ๓-๔ ปีที่แล้ว แต่แล้วความหวังที่จะได้เห็นการสรุปบทเรียน ปรับเปลี่ยนแนวทาง นโยบายและอะไรต่อมิอะไรของพรรคมาล้มเหลวลง เมื่อบรรดาสมาชิกกรมการเมือง กรรมการกลางพรรคถูกจับกุมไป ๗ คน ที่ด่านบางปะกง ขณะเดินทางกลับจากการตระเตรียมการประชุมสมัชชาครั้งที่ ๕ ที่บางแสนเมื่อปี ๒๕๓๐


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 กันยายน 2007, 01:06:17 AM
มวลประชาเฝ้าคอย

แม้ความพยายามที่จะจัดประชุมสมัชชา ๔ สำเร็จลงได้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๔ และได้รับการทดสอบจากการปฏิบัติเป็นเวลาหนึ่ง แต่
พระอาทิตย์คล้อยต่ำไปมากแล้ว จะลับขอบฟ้าอยู่รำไรคงไม่มีพลังมากพอที่จะไปดึงตะวันให้กลับมาได้กระมัง เพราะความเห็นของสหายนักศึกษาปัญญาชนที่มีต่อระดับนำของพรรค ต่อแนวทางมันลุกลามจนไม่สามารถใช้วัสดุใดๆมาดับเสียแล้ว หลายๆคนหันหลังในแนวป่า มุ่งหน้ากลับห้องเรียน หลายๆคนกลับเข้าเมืองเพื่อไปเผชิญสังคมแห่งการแข่งขัน แย่งชิง เอาเปรียบ แต่ก็ไม่มีทางให้เลือก

สำหรับเราแล้วก็ได้แต่เฝ้ามอง เรามิอาจที่จะไปพิพากษาให้ใครผิดใครถูก พวกเราหลายคนมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับสังคมนิยมสากลก็ดี พคท.ก็ดี “มันเป็นปรากฏการณ์แห่งความพ่ายแพ้ต่อทุนนิยมอย่างสิ้นเชิงนั่นเอง”

ชาวสังคมนิยมหรือนักปฏิวัติ หรือนักปฏิรูปทั้งหลายยังจะต้องเรียนรู้ใช้ระยะผ่านอีกยาวไกล สำหรับกระบวนของพคท.เองก็เช่นกัน พวกเราในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ในโลกีย์โลก โลกของทุนนิยมบริโภค ไม่เคยผ่านความยากลำบาก เหมือนเช่นสหายทั้งหลายเราจึงยังมองเห็นคุณค่า บูชาในความเสียสละไปแล้วและท่านที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะท่านคือ

“วีรชนในหัวใจของพวกเราและของมวลประชา”

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันวาน ยากมากที่จะให้คำตอบว่าใครผิดพลาดกันแน่  เพราะความคิดการตัดสินใจในแต่ละครั้งแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ ณ เวลานั้นเป็นสำคัญ ระดับนำของพคท.อาจจะผิดพลาด กรณีไม่นำเอาความเห็นต่อแนวทางนโยบายของมวลสมาชิกและสหายไปแปรเปลี่ยนออกมาเป็นมติตามกติการะบอบประชาธิปไตยรวมศูนย์อย่างแท้จริง จะด้วยเจตนาใดๆก็ตามหรือจะเพราะข้อจำกัดความยากลำบากของการจัดประชุมก็แล้วแต่ ส่วนนักศึกษาปัญญาชน ชาวนา ชาวไร่ตลอดถึงประชาชนคนทั่วไปที่เข้าร่วมกับพคท.ในระยะเวลาหนึ่งถือเป็นบทเรียนที่จะต้องศึกษาสรุปหาข้อผิดพลาดแล้วถอดบทเรียนนั้นแปรเปลี่ยนให้สอดคล้องเข้ากับสถานการณ์ที่เป็นจริงเพื่อเดินไปสู่หนทางที่ต้องการและถูกต้องต่อไป

เพราะนั่นคือภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่ยังท้าทายคนรุ่นนี้อยู่

หรือถ้าทุกคนหรือหลายๆคนเห็นว่าสังคมไทยวันนี้ดีแล้ว ถูกต้องแล้ว ประชาชนเป็นสุขพอควรแล้ว ตัวเราเองพาตัวออกพ้นจากการกระทำของระบบทุนนิยมบริโภคไม่ถูกดูด ถูกกลืน ถูกบีบ ถูกเอาเปรียบแล้ว ไม่สามารถสลัดตัวออกจากทุนนิยมที่กำลังถาโถมอยู่ ณ วันนี้ได้แน่นอนแล้ว ก็เป็นเรื่องของแต่ละคน

แต่ ณ วันนี้ ปัญหาของสังคมไทยมันสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น มากกว่าแค่เรื่องทุนนิยม หรือสังคมนิยมอย่างหยาบๆเท่านั้นแล้ว ระบบทุนนิยมยังไม่อาจเป็นคำตอบสุดท้ายของความเสมอภาคในสังคมของมวลมนุษยชาติได้ในวันนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนจะต้องมาร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ปัญหา ร่วมกันสร้างพลังแผ่นดิน

“มวลประชา ยังคอยนกน้อย ด้วยความหวัง และศรัทธา”


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 กันยายน 2007, 01:13:55 AM
(http://photos12.flickr.com/18204816_9388be1635_o.jpg)

คัดมาจากจากหนังสือ บนเส้นทางภูบรรทัด ตำนานการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธของประชาชน พัทลุง ตรัง สตูล


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 01 ตุลาคม 2007, 23:04:42 PM
ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของคุณพยอม สหายภูบรรทัด
ขอให้ดวงวิญญาณของคุณไปสู่สัมปรายภพด้วย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 04 ตุลาคม 2007, 08:27:41 AM
มิตรสหายที่รัก
พบกันเช้าวันที่ 6 ตุลา นะคะ
เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้รับโทร.จากคุณอุบล อยู่ที่กรุงเทพฯ
จะไปร่วมใส่บาตรตอนเช้าวันที่ 6 ด้วย

ต้องขออภัยคุณอุบลด้วยที่ยังคุยกันไม่เต็มที่นักก็ต้องวางสาย
และนัดให้ไปพบกันที่ มธ. ท่าพระจันทร์เช้าวันที่ 6
เพราะวันสองวันนี้มีภาระกิจที่รัดตัวอยู่มาก ๆ ๆๆ
แต่อย่างไรวันที่ 6 คงได้คุยกันอย่างจุใจ
สหายเดินทางมาไกลทั้งที
อยากพบสหายอีกหลาย ๆคน
วันที่ 6 ตุลา คงได้พบหลาย ๆคนแน่ ๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 13 ตุลาคม 2007, 18:29:14 PM
ความคืบหน้าในการก่อสร้างฯ

ขณะนี้ เรซิ่นดาวแดง เสร็จเรียบร้อยแล้ว
รอการเดินทางไปใต้ พร้อมกับคณะกรรมการในเร็ววันนี้

ระยะนี้ฝนฟ้าก็โปรยปรายมาตลอด
การทำงานคงยากอยู่พอควร
แต่ทุกคนก็พยายามที่จะให้งานบรรลุเร็วที่สุด
ฝากความคิดถึงส.ในพื้นที่ด้วยค่ะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 ตุลาคม 2007, 04:50:48 AM
“ในภาวะที่หยุดนิ่ง เมล็ดในหลุมพอหยั่งรากฝังดิน
เมื่อลมมรสุมใต้โปรยปราย ลำต้นงอกงามยั่งยืน”


(http://farm3.static.flickr.com/2330/1581614422_3bdb8af19e_o.jpg)


ในปี พ.ศ.๒๕๐๙ ทางการเข้าปราบใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ขณะที่กองจรยุทธ์ของพคท.พัทลุง-ตรัง ได้ทำการเคลื่อนไหวติดอาวุธและมีจิตใจพร้อมที่จะดำเนินสงครามที่พวกเขายังไม่มีภาพที่ชัดเจนนอกเหนือไปจากเพียงแค่การ “รบนาย” และพร้อมที่จะรบสู้เพื่อป้องกันตัวเองแล้วเท่านั้น (แม้ความจริงอาวุธปืนจะมีเพียงไม่กี่กระบอกก็ตาม)

ในเขตพัทลุงเมื่อถูกล้อมปราบบ่อยเข้า   จึงจำเป็นต้องมีการกำจัด สปายสายลับในหมู่บ้านต่างๆที่ตักเตือนแล้วไม่เชื่อฟังอย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นการรักษาตนเองและบรรดามวลชนที่ตื่นตัว โดยถือเป็นนโยบายแก้ปัญหาสำหรับการป้องกันตนเองเฉพาะหน้า

ขณะที่เขตเหนือในอำเภอห้วยยอดและชะอวด มีการเคลื่อนย้ายกำลังเข้าไปอยู่ในป่าลึกมากขึ้นเพื่อการเตรียมทำสงคราม มีการสร้างค่ายใหม่และเรียกชื่อว่า“ค่ายต้นไทร”อยู่ห่างจากบ้านมวลชนมากยิ่งขึ้น มีกำลัง พลเพิ่มเป็น ๒๕ คน ขณะเดียวกันเขตงานที่ลำใน(๐๘) ซึ่งมีคุณอาซิน
รับผิดชอบอยู่ก็มีการสร้าง “ค่ายสูง” ขึ้น และมีการจัดงาน ๗ สิงหา (วันเสียงปืนแตก) เป็นครั้งแรกขึ้นที่นี่ด้วย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 ตุลาคม 2007, 04:56:19 AM
ราวต้นปีนี้ ฝ่ายนำพคท.มีมติให้ส่งสหายไปศึกษากับพรรคพี่น้องที่กองทัพมลายู

การเดินทางในครั้งนี้ ในช่วงแรกเดินทางไปได้แค่เขาปู่ เขตอำเภอควนขนุน ก็ถูกจู่โจมขณะกำลังพักผ่อนในตอนกลางคืน ขบวนทัพแตกกลับมาที่เขต ๓ เพียง ๔ คน

คุณเชื้อแตกพลัดหลงอยู่เพียงผู้เดียวและถูกยิงขากรรไกรหักบาดเจ็บสาหัส เขาต้องรักษาตัวเองด้วยยาขาวยูนนานและสมุนไพรป่า

ขณะที่มือต้องดึงเอาหนอนออกจากแผลโดยใช้น้ำในคลองและมะนาวล้างออก และใช้คบไม้หีบอ้อยเอาน้ำออกมากินประทังหิว แม้ได้เพียงเล็กน้อย เนื่องจากแก้มมีรูรั่วก็ดีขึ้นบ้าง เจ็ดวันต่อมาสหายจึงตามมาพบ

คุณชอบซึ่งขณะนั้นอยู่ที่เขตลำในทราบเรื่อง แต่ไม่มีหมอและไม่มียา เขาและป้าเพียรรวมทั้งคุณผา จึงตัดสินใจลงจากเขาเพื่อมาหาซื้อยาและนมให้ ขณะเดินทางผ่านบ้านนาวงในเวลากลางคืนเพื่อข้ามถนนเขาพับผ้า มุ่งสู่ป่ายางตัดสู่เส้นทางเข้าเขาแก้วลึกเข้ามาได้ประมาณ ๑ กิโลเมตร ถึงบริเวณละแวกบ้านที่เรียกว่า “สวนไอ้เตี้ย” บริเวณหย่อม “สวนไอ้กล้อง” และกำลังจะข้ามลำธารกว้างซึ่งมีน้ำอยู่ไม่มาก ในคืนเดือนแรมที่ดวงจันทร์ทอแสงเรื่อเรืองเหนือยอดไม้นั้น

คุณผาผู้ซึ่งเดินนำหน้า ได้ยินเสียงกิ่งไม้หักที่ฝั่งตรงข้ามจึงหยุดเพื่อสังเกตการณ์ รอจนเงียบเสียงจึงออกเดินต่อไป ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้นเหมือนข้าวตอกแตก ๑ ชุด ร่างคุณผาล้มลงสิ้นใจคาสายน้ำ เลือดหลั่งรินขณะที่ไฟฉายในมือยังคงส่องสว่างอยู่ใต้น้ำเหมือนจะบอกว่าจิตใจของเขายังไม่ดับ ส่องทางหลบหนีให้กับผู้ที่เหลืออยู่ ศพของเขาถูกทางการเคลื่อนย้ายไปตอนเช้า ขณะที่คุณชอบและป้าเพียรรวมทั้งทหารพิทักษ์ปลอดภัย

ทหารของทางการพยายามสอบถามชาวบ้านว่าผู้ถูกยิงเป็นใคร แต่ไม่มีใครยอมปริปากบอกแม้แต่ผู้เดียว หลังจากนั้นสหายทางเขตลำในจึงส่งยามาให้เพื่อรักษาคุณเชื้อจนหายดี


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 ตุลาคม 2007, 04:58:08 AM
วีรกรรมของคุณผาเป็นที่จดจำกันมาจนบัดนี้ ขณะที่ความอดทนของ

คุณเชื้อก็ได้รับการศึกษาจิตใจเป็นแบบอย่างเช่นกัน ผลจากบาดแผลใน
ครั้งนี้ทำให้คุณเชื้อต้องเสียโฉมคางเบี้ยวไปตลอดชีวิต

ต่อมาฝ่ายนำพคท.เขตพัทลุง-ตรัง มีมติให้ส่งสหายไปศึกษาที่มลายากับพรรคพี่น้องอีกจำนวน ๑ หมู่ โดยมีสหายเริ่มจากเขตงานสงขลาเป็นผู้บังคับหมู่ ที่ไปจากพัทลุง ๕ คน ประกอบด้วยคุณเอื้อน (เสียชีวิตแล้ว) คุณนิยม (เสียชีวิตแล้ว) คุณสว่าง (หวิน) คุณแหลม คุณโรจน์ และจากสุราษฎร์ฯ นครฯ สงขลา ไปเรียนจริงๆเพียง ๑ ปี เพราะติดอยู่แถวอำเภอนาทวี จังหวัดสงขลาเสียนาน จึงต้องอยู่แต่ในบ้านมวลชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน รวมเดินทางไปกลับทั้งสิ้นเป็นเวลา ๒ ปี การศึกษาจะเน้นเรื่องการเมือง การทหารเพื่อกลับมาจะได้ก่อตั้งกองจรยุทธ์ สร้างกองทัพตามหลักการยุทธ์และทำการสู้รบได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

ถึงปี พ.ศ.๒๕๑๐ มีการส่งสหายจากเขต ๐๗ สองคนคือคุณสร้อยและคุณนิดร่วมกับเขต ๐๘ อีก ๒ คน  ไปศึกษาที่มลายูอีก ไปเรียนอยู่ ๓ เดือน และในการศึกษาจะต้องพูดผ่านล่ามทุกครั้งเพราะนักเรียนพูดและฟังภาษาจีนไม่ค่อยรู้เรื่อง

การส่งสหายไปเรียนที่มลายูตั้งแต่ปี ๒๕๐๗ จนถึงปี ๒๕๑๐ นั้น ถือเป็นความพยายามที่จะเรียนรู้จากผู้ที่เคยสร้างกองทัพและต่อสู้อย่างยาวนานมาแล้ว และนำเอาประสบการณ์เหล่านั้นมาใช้ในการสร้างงานการเมืองและการทหารในเขตเหนือและเขตกลางของพัทลุง-ตรัง ในเวลา
นั้น และถือเป็นภารกิจหนุนช่วยของคอมมิวนิสต์ด้วยกัน ซึ่งภายหลังต่อมาสหายจากกองทัพมลายูก็ส่งผู้ปฏิบัติงานมาฝึกฝนวิชาแพทย์ที่เขต ๓ จังหวัดนี้เช่นกัน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 ตุลาคม 2007, 05:02:00 AM
ต้นปี พ.ศ.๒๕๑๑ ฝ่ายนำพคท.มีคำสั่งให้คุณเคียว คุณนวย คุณชื่นและคุณจีน ไปศึกษาวิชาทหารกับกรมที่ ๘ ของกองทัพพคม.(พรรคคอมมิวนิสต์มลายา) ศึกษาได้ ๔ เดือนจึงกลับมาร่วมกับพลพรรคพคท.ที่เขต ๐๙  ทำการจัดสร้างค่ายพักในป่าตามแบบการยุทธ์ที่ได้เรียนมา โดยเน้นที่ยุทธวิธีการสู้รบแบบการตั้งรับเพราะถือว่าการตั้งรับคือการป้องกันตนเอง และการป้องกันตนเองที่ถูกต้องคือการสามารถทำลายข้าศึกได้นั่นเอง ดังนั้นค่ายพักจึงถูกเลือกตั้งในพื้นที่สูงข่ม ไม่ใช่ที่ลุ่มมีเขาล้อมรอบเหมือนในอดีตอีกต่อไป ในบริเวณค่ายพักมีการขุดคูรบรอบค่าย  ขุดอุโมงค์  และภายนอกขุดหลุมขวากตามตำแหน่งสำคัญ มีการจัดเวรยามตามระเบียบวินัยทหารมากขึ้น

ในปี ๒๕๑๑ นี้ ทางการทุ่มกำลังเข้าปราบปรามพคท.อีก โดยรุกคืบเข้ามาในป่าเขาลึกอันเป็นที่ตั้งของกองกำลังอาวุธเขตกลาง (พัทลุง) ที่ห้วยไผ่ ชื่อค่ายไอ้ขาว ("ไอ้ขาว" เป็นชื่อควายที่เอาขึ้นมาทำอาหารในงานเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นที่ค่ายนี้) ค่ายนี้เป็นค่ายแรกที่ใช้หลักการยุทธ์ตามสหายมลายู  มีสหายอยู่เกือบ ๑๐๐ คนในเวลานั้น ค่ายนี้เป็นค่ายแรกที่ทางการได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน มีกำลังพลประมาณ ๑ หมวดออกลาดตระเวนในป่าลึก เมื่อหน่วยระวังหน้าของพวกเขามาถึงที่ท่าน้ำ (บริเวณที่พคท.ลงอาบและตักน้ำไปดื่มกิน) จึงได้เกิดการปะทะกัน

ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้นอดีตสมาชิกฝ่ายนำของพคท.ผู้หนึ่งบันทึกไว้ว่า
“คุณขำซึ่งเป็นยาม พบเห็นข้าศึกก่อน  จึงดึงเชือกสายสัญญาณเพื่อให้สหายที่อยู่ภายในค่ายทราบและเตรียมพร้อมสู้รบ พร้อมกันนั้นก็ได้ใช้ปืนลูกซองยาวลั่นกระสุนใส่ข้าศึก หลังจากนั้นทั้ง ๒ ฝ่ายจึงปะทะกันอย่างสนั่นหวั่นไหว โดยพคท.ใช้ปืนเพียงไม่กี่กระบอกต่อสู้ ยิงตามที่จำเป็นและประหยัดกระสุน การสู้รบเริ่มเวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น. ถึง ๑๘.๐๐ น. เสียงปืนจึงเงียบสงบลง เพราะกำลังของข้าศึกล่าถอย พลพรรคพคท.จึงต้องย้ายค่ายอย่างฉุกละหุกในคืนนั้น ครั้นรุ่งเช้าคุณขำจึงได้เล่าให้สหายฟังว่า เขายิงข้าศึกตายที่ข้างขอนไม้ริมห้วย คุณเคียวจึงพาคุณขำและสหายอีกผู้หนึ่งทำการตรวจแนวรบ พบข้าศึกนอนตายอยู่ ๑ คนพร้อมปืนคาร์บิน ๑ กระบอก เครื่องมือผ่าตัดสนามชุดเล็ก ๑ ชุดและหม้อหุงข้าวสนามอีก ๑ ใบ จึงยึดเป็นสินสงคราม และปิดคลุมร่างกายของผู้เสียชีิวิตด้วยใบไม้  เพราะสงสารที่เป็นผีตายโดยไร้ญาติ เมื่อตรวจแนวรบต่อไปที่หลุมขวากข้างโคนไม้ เห็นร่องรอยข้าศึกพลัดตกลงไปพร้อมกับไม้หลาโอนปลายแหลมที่ปักไว้ในหลุมขวากมีรอยเปื้อนเลือด เมื่อติดตามไปตามเส้นทางที่ข้าศึกล่าถอย พบร่องรอยตัดไม้เพื่อทำไม้คานหามครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ข้าศึกเข้าตีค่ายแต่พคท.เป็นผู้ยึดสินสงคราม


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 ตุลาคม 2007, 05:02:58 AM
ค่ายใหม่ที่ย้ายไปชื่อว่า “ค่ายไอ้เขียว”

โดยสร้างเมื่อปลายปี ๒๕๑๑ เมื่ออยู่ค่ายนี้ได้ประมาณ ๕ เดือน ก็ต้องย้ายอีกเพราะมีสหายออกตัวชื่อเขียว จึงเรียกเป็นชื่อค่ายนี้และย้ายมาสร้างค่ายที่ใหม่ที่ปลายคลองบ้านเบก บนเทือกเขาบรรทัดฝั่งจังหวัดตรัง แต่สร้างได้ไม่นานก็มีสหายออกตัวอีก สรุปกันได้ว่าเป็นเพราะความยากลำบากที่กินข้าวต้มกับแกงน้ำเคยวันละ ๒ มื้อ บวกกับการขุดคูสร้างค่ายที่เหน็ดเหนื่อยในการย้ายค่ายแต่ละครั้ง แต่ความเหน็ดเหนื่อยและยากลำบากเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นการพิสูจน์และทดสอบจิตใจของนักปฏิวัติ อย่างไรก็ตามเมื่อสหายออกตัวก็ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าค่ายเสียลับแล้ว จึงต้องย้ายค่ายกันอยู่เช่นนี้ โดยเมื่อย้ายจากค่ายปลายคลองบ้านเหมกแล้ว ค่ายหลุมพอจึงถูกก่อตั้งขึ้นใหม่แทน

ครั้นถึงกลางปี พ.ศ.๒๕๑๒ สถานการณ์ยากลำบาก ยิ่งขึ้นเพราะทางการล้อมปราบปรามอย่างหนักหน่วงรุนแรงมากขึ้น คณะกรรมการจังหวัดทุกเขตจึงมีมติร่วมกัน ให้ย้ายเขต ๐๙ ไปอยู่กับเขต ๐๘ คงเหลือไว้เพียงผู้ปฏิบัติงานมวลชนเท่านั้น ครั้งนี้สหายจากเขต ๐๙ ต้องเดินทางไกลจากเขาแก้วไปถึงบ้านลำในข้ามถนนเขาพับผ้าลงทางใต้ไปสู่ค่ายไอ้ครก”

หลังจากนั้นการก่อตั้งค่ายในเขตงานบ้านเขาแก้วจึงยุติลง เนื่องจากป่าที่เขาแก้วแคบและไม่รกครึ้มมาก ไม่เหมาะสมแก่การหลบหลีก เมื่อมีกำลังจำนวนมากจนเมื่อมีมวลชนเดือดร้อน และขอเข้าร่วมหลังเหตุการณ์ถังแดง (พ.ศ.๒๕๑๔) จึงมีการสร้างกองทัพบริเวณป่าแถบนี้อีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งยังยืนหยัดอยู่ที่เขต ๐๗ (เขตเหนือ) เช่นเดิม


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 ตุลาคม 2007, 05:06:25 AM
กล่าวสำหรับการเคลื่อนไหวงานมวลชนหรืองานชาวนาในเวลานั้น
ผู้ปฏิบัติงานมวลชนทั้งหลายทุกเขตงานได้อาศัยจิตใจที่ไม่กลัวยากลำบาก ไม่กลัวตายของนักปฏิวัติ
ไปสร้างงานตามทฤษฎีงานชาวนา

โดยยึดหลักการ ๔ ดี ๕ ร่วม ๗ จังหวะเป็นหัวใจการทำงาน

ซึ่งหลักการดังกล่าวโดยละเอียดประกอบด้วย
๔ ดี   ๑)วินัยดี ๒)การศึกษาดี​ ๓)คิดดี ๔)ใช้แรงงานดี

๕ ร่วม   ๑) ร่วมกิน ๒) ร่วมนอน ๓) ร่วมคิด ๔)ร่วมศึกษา ๕) ร่วมใช้แรงงาน       
๗ จังหวะ   ๑) รัดกุม ๒) ซุ่มซ่อน ๓) อดทน ๔) ยาวนาน ๕) สะสมกำลัง ๖) รอคอยโอกาส ๗) ผ่านแกนไปก่อตั้งมวลชน

ในระหว่างปฏิบัติงานมวลชนพคท.เขต ๐๗ ต้องสูญเสียผู้ปฏิบัติงานมวลชนไปอีก ๒ คน คือ คุณนิคม และคุณทวี แต่หลังจากที่ทั้งสองเสียชีวิตไปแล้ว กองจรยุทธ์ทั้งเขตเหนือและเขตกลางก็รวมกำลังกันเข้าจู่โจมที่ทำการ ก.ร.ป.กลางของพัทลุง ในครั้งนี้ พ.ต.อำพร (ไม่ทราบนามสกุล) ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาเสียชีวิต

นอกจากนี้แล้วงานมวลชนที่ปะเหลียนซึ่งถูกปราบปรามอย่างหนัก ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๒ และยังไม่อาจฟื้นฟูขึ้นมาได้ คุณชอบก็ได้พิจารณามอบหมายให้คุณเกริกและคุณพิศสองสามีภรรยามาเคลื่อนไหวในรูปงานขาวใหม่อีกในปีนี้ โดยคุณเกริกใช้ชื่อว่า “น้อย” เมื่อทางการสืบทราบโดยมีเส้นสายของครู กำนัน และผู้ใหญ่บ้านรายงานให้ทราบในเวลาต่อมา ทั้ง ๒ คนต้องกระโดดหนีลงคลองเล็ดลอดการจับกุมไปได้ หลังจากนั้นพคท.จึงส่งคุณยงค์พร้อมสหายอีก ๒-๓ คนไปทำงานแทนต่ออีกอย่างเงียบๆ

ในปลายปีเดียวกันนี้ เขตเหนือได้พิจารณาส่งสหายไปศึกษาที่มลายูอีกเป็นชุดที่ ๒ จำนวน ๔ คน ประกอบด้วยคุณสามารถ คุณคลอง คุณชม และคุณถาวร ขณะที่เขตลำในส่งคุณยงค์ไปเรียนด้วย ในการเดินทางเพื่อไปเรียนการทหารที่มลายาครั้งนี้ก็เช่นกัน เวลาส่วนใหญ่สูญเสียไปกับการล้อมปราบของทางการไทยและมาเลเซีย ซึ่งใช้เวลาฝึกจริงแค่ ๓ เดือนเท่านั้น


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 ตุลาคม 2007, 05:08:09 AM
ในส่วนของทหารนั้นมีการฝึกท่าทหารประสานกับการฝึกทำการซุ่มตี หรือจู่โจมของสงครามจรยุทธ์

ซึ่งก่อนหน้านี้แม้คุณเกริกและคุณณรงค์ไปเรียนที่เวียดนามมาแล้วและมีการฝึกบ้าง แต่เป็นการฝึกท่าบุคคลพื้นฐาน เช่น ท่าหมอบ ท่าคลาน เพื่อใช้อาวุธไปยิงโจร ยิงสปายเสียมากกว่า ในปีนี้จึงเริ่มมีการขานรับนโยบายตั้งกองทหารให้เป็นรูปเป็นร่างอย่างแท้จริง

ฝ่ายนำจึงมีการจัดตั้ง “หน่วยรบพิเศษ” ขึ้นมา ๑ หมู่ จำนวน ๑๒ คน เพื่อทำหน้าที่สู้รบโดยตรง เดิมนั้นการรบแย่งชิงอาวุธปืนจากทางการเป็นไปแบบลูกทุ่ง ไม่ได้มีรูปแบบที่ชัดเจน เป็นเรื่อง “ย่องเข้าบ้าน” เสียมากกว่า ที่ทำเช่นนั้นได้ก็เนื่องมาจากกองกำลังของทางการก็ยังไม่มีประสบการณ์สู้รบกับรูปแบบสงครามจรยุทธ์อย่างแท้จริงเช่นเดียวกัน๓๘ หน่วยรบพิเศษนี้

คุณเชื้อเป็นผู้ชี้นำการเมือง คุณโรจน์เป็นผู้บังคับหมู่ คุณเคียวเป็นรอง
ผบ.หมู่และทำหน้าที่เสนารักษ์ นอกจากนี้แล้วเป็นนักรบซึ่งประกอบด้วย
คุณสิงห์ คุณนวย คุณจีน คุณกิจ คุณณรงค์ คุณถวิล คุณนันต์ และ
ทหารหญิง ๒ คนคือ คุณพร และคุณเพ็ญ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 ตุลาคม 2007, 05:09:35 AM
หน่วยรบพิเศษหน่วยนี้ถือเป็น “ทหารทปท.” ประจำเขตพัทลุง-ตรัง-สตูลหน่วยแรกและเป็นการแยกชีวิตของพลพรรคพคท.ในกองจรยุทธ์ออกและแบ่งหน้าที่กันชัดเจนมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ผู้ที่ทำหน้าที่สู้รบกับงานมวลชนจะเป็นชุดเดียวกัน เคลื่อนไหวด้วยกัน รวมกำลังกันสู้รบ หมอจะต้องลงงานมวลชน ไม่ได้อยู่บนกองทัพ แต่ต่อมาเนื่องจากฝ่ายนำพคท.มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงด้านตัวบุคคล ทำให้หน่วยรบพิเศษนี้ยุติลงโดย
ปริยาย (รายละเอียดดูที่ภาค ๒ เรื่องการทหารและการสู้รบ)

คุณเคล้าถูกปล่อยออกจากคุกในปีนี้ เขาใช้เวลาในคุกนานถึง ๔ ปี เขากลับเข้ามาร่วมกับพคท.อีก การกลับมาของเขาเสมือนปลาได้น้ำใหม่ ส่วนคุณแสง (เณรพิณ) เบื่อหน่ายการปฏิวัติ จึงกลับมาใช้ชีวิต เยี่ยงชาวบ้านตั้งแต่นั้นมา คุณแสงจึงเป็นแกนชาวนาในกลุ่มแรกสายบ้านเขาเจียกที่ “ออกตัว”

ส่วนคุณเคล้านั้นได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานมวลชนที่ตำบลโคกชะงาย จนสร้างงานติดและแข็งมาก งานมวลชนเขตท่าออกของกองทัพพัทลุงที่เขาสร้างร่วมกับสหายระดับรองลงมา อาทิเช่น คุณเพียร คุณอุดม คุณนันต์ หลวงไพร รวมทั้งมวลชนคนสำคัญๆ ในเวลาต่อมา จึงเข้มแข็งยาวนานตราบจนยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธ

ขณะที่ท่าตกของเขตนี้จะแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนบนใกล้ป่าเขาอยู่ที่ห้วยวาและละมอก็สามารถสร้างงานติดและแข็งมากเช่นกัน แต่ด้านล่างลงไปชายแดนอำเภอห้วยยอด เช่นที่บ้านด่าน น้ำผุด และลำแพะนั้น ยังไม่อาจขยายงานมวลชนให้เข้มแข็งได้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 ตุลาคม 2007, 05:17:09 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2315/1581791884_5ff12674d8_o.jpg)(http://farm3.static.flickr.com/2130/1580900901_22b2fc0203_o.jpg)
(http://farm3.static.flickr.com/2398/1581790582_cf854804c9_o.jpg)(http://farm3.static.flickr.com/2184/1580902271_0a45fe36a2_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 ตุลาคม 2007, 19:26:23 PM
ในปีนี้ได้มีการสร้างทหารบ้านขึ้นที่บ้านลำสิน ตำบลบ้านนา จังหวัดพัทลุง

โดยคุณเชาวน์เป็นผู้ฝึกชาวบ้านทั้งหมดที่ประสงค์จะร่วมในการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธกับ พคท. แต่เนื่องจากไม่มีอาวุธคุณเชาวน์จึงออกอุบายร่วมกับชาวบ้านที่มีปืน ให้ไปบอกแก่ทางการว่าถูกสหายมาล้อมยึดเอาปืนไปได้ประมาณ ๑๔-๑๕ กระบอกเพื่อที่ประชาชนแถบนี้จะได้ไม่ถูกทางการเพ่งเล็งเรื่องมอบอาวุธปืนให้กับสหาย

ผลสะเทือนนี้ทำให้ทางการเริ่มปราบใหญ่ที่ลำสินในเวลาต่อมา คณะกรรมการพรรคมีมติให้ขยายขอบเขตการเคลื่อนไหวไปที่กิ่งอำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุงอีกแห่งหนึ่ง ซึ่ง ณ ที่นี้หน่วยพรรคระดับกรรมการจังหวัดได้มอบหมายให้คุณเชาวน์ลงไปเคลื่อนไหวพร้อมกับสหายอีกจำนวนหนึ่ง โดยเริ่มจากญาติพี่น้องและต้องขนเสบียงไปเองจากกองทัพ พวกเขาต้องดำรงอยู่ในสภาพหลบซ่อนจนข้าวเป็นหนอนหลายเป้

แม้มวลชนจะปฏิเสธไม่ยอมร่วมมือ แต่ทุกคนก็ไม่ลดละความพยายามโดยนัดพบกันตามป่ายางบ้าง หรือชายป่าใสข้างบ้านบ้างในตอนแรก

ขณะเดียวกันก็เริ่มปราบนักเลงอันธพาลและแก้ไขความขัดแย้งในหมู่บ้านซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กล้าจัดการ ผลสะเทือนดังกล่าวนี้แม้แต่กำนันบางคนในขณะนั้นก็ให้การสนับสนุนและมีความตื่นตัวทางการเมืองโดยขนอาหารกระป๋อง ข้าวสาร น้ำตาลบรรทุกหลังช้างมาให้ถึงที่พักทีเดียว และที่จะละเว้นไม่กล่าวถึงเสียมิได้ก็คือ หมอของเหล่าสหายที่ร่วมในหน่วยโฆษณามวลชนถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อการสร้างงานมวลชนในระยะแรกๆเป็นอย่างมาก เพราะทำให้มวลชนพึ่งพาการเจ็บไข้ได้ป่วยได้ ขณะที่พคท.ก็อาศัยมวลชนโดยการฝากซื้อหยูกยาและอุปกรณ์รักษาโรคเพิ่มเติม ทั้งนี้เพราะขณะนั้นการคมนาคมยากลำบากมาก   การได้รับการรักษาจากสหายจึงง่ายกว่าการไปโรงพยาบาล หรือสุขศาลาของทางการที่อยู่ห่างไกลออกไป

ขณะเดียวกันนี้พคท.มีคำสั่งย้ายจ่าแจ้งที่ไปปฏิบัติงานเขตสงขลา ซึ่งเดินทางไปราวปี พ.ศ.๒๕๑๐-๒๕๑๑ กลับมา เหตุเพราะมีปัญหาด้านศีลธรรม และให้ย้ายคุณเจียมไปแทนระหว่างปี พ.ศ.๒๕๑๒-๒๕๑๙ สำหรับจ่าแจ้งนั้นเมื่อกลับมาแล้วภายหลังเกิดความเหน็ดเหนื่อยต่อการปฏิวัติ จึงมอบตัวกับทางการและได้รับเลือกเป็นกำนันตำบลเขาเจียกในจังหวัดพัทลุง ต่อมาประสบอุบัติเหตุถูกรถชนเสียชีวิต ผู้คนในจังหวัดพัทลุงจึงรู้จักเขาในชื่อ “กำนันเคียง ศรีไชยา” มากกว่า “จ่าแจ้ง” แกนนำชาวนากลุ่มแรกที่เขาเจียกของจังหวัดพัทลุงในปีนี้จึงเหลือเพียง “คุณสามารถ” แต่ผู้เดียวที่มุ่งหวังทำการปฏิวัติต่อไป


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 ตุลาคม 2007, 19:29:27 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2258/1598761237_05b3d34239_o.jpg)(http://farm3.static.flickr.com/2063/1598761727_2846d1d831_o.jpg)
(http://farm3.static.flickr.com/2067/1598762223_f1e0c98d54_o.jpg)(http://farm3.static.flickr.com/2182/1599650762_ad5602f4a6_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 ตุลาคม 2007, 19:44:08 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2378/1598802243_8a9edefc22_o.jpg)

เทือกเขาบรรทัด สมรภูมิรบของผู้ยากไร้ นามว่า ทปท. บ้างได้กลับสู่อ้อมอกแม่
บ้างฝังร่างซุกอกไออุ่นในพืนดินแห่งนี้ ชั่วนิรันดร์


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 21 ตุลาคม 2007, 12:59:48 PM
มิตรสหายที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ไม่ร่วมประชุมที่ไม้เสียบคงถึงที่ตั้งแล้ว
อย่าลืมถ่ายภาพมาฝากให้มากๆๆ ถ้าประชุมเสร็จแล้ว
ท่านใดว่างรายงานข่าวเข้าวิทยุได้ครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 25 ตุลาคม 2007, 00:10:25 AM
ความคืบหน้าในการก่อสร้าง
ขณะนี้ ตัวแกรนิต และรูปดาวที่ทำด้วยเรซิ่นสีแดง เสร็จเรียบร้อยพร้อมที่จะนำขึ้นติดตั้งแล้ว พร้อมสีที่เตรียมสำหรับตกแต่งตัวสถูปได้ลงไปอยู่ที่สำหรับก่อสร้างครบแล้ว ทุกอย่างพร้อม แต่อากาศไม่เอื้ออำนวยในการก่อสร้างขั้นสุดท้าย
เพราะเมื่อลงไปที่พื้นที่ พบว่าฝนตกทุกวัน ตัวสถูปถูกฝนมาเป็นเวลานาน จึงอมน้ำ ผู้ก่อสร้างบอกว่าต้องรอให้ฝนแล้งติดต่อกันประมาณ สองสัปดาห์ ให้สถูปแห้งก่อนจึงจะลงสีได้ จึงต้องหยุดไประยะหนึ่งจนกว่าฝนจะแล้ง
แต่ก็ได้คุยกันเรื่องภูมิทัศน์และจะทำในส่วนที่ทำได้ในหน้าฝนนี้ คือเรื่องการปลูกต้นไม้ ซึ่งคุณชาลีได้ลงไปคุยกับผู้ดูแลการก่อสร้างแล้ว
พร้อมกับมอบงานในส่วนที่จะทำได้ในระยะนี้

สหายในพื้นที่ต่างเร้าร้อนที่จะให้สถูปเสร็จโดยเร็ว
สหายส่วนหนึ่งของภูบรรทัดเคยไปร่วมงานของสหายเขตอื่น ๆ ต่างก็หวังว่าหากเขตของเรามีงาน คงจะมีสหายจากพื้นที่อื่นมาร่วมงานกับเรา จึงได้ตรียมฝึกซ้อมรายการแสดงเพื่อเตรียมต้อนรับสหายจากต่างเขตงาน



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 25 ตุลาคม 2007, 00:17:08 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2216/1731603154_3ab0cb0bb7_o.jpg)

ภาพการประชุมเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ไม้เสียบ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 25 ตุลาคม 2007, 00:19:49 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2158/1731603698_14ce1b56c7_o.jpg)
โอ่งสำหรับบรรจุกระดูกสหายที่เสียสละ



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 25 ตุลาคม 2007, 00:23:26 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2028/1731602574_020583625f_o.jpg)

ตอนเย็นหลังจากเสร็จภาระกิจประจำวัน สหายชายกลุ่มหนึ่งก็นัดกันมาซ้อมมโนห์รา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 25 ตุลาคม 2007, 00:25:47 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2377/1730750393_c816fd691c_o.jpg)

สหายหญิงกำลังฝึกซ้อมมโนห์รา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 25 ตุลาคม 2007, 00:27:29 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2232/1731601976_f92ccc2f69_o.jpg)

อนุชนตัวน้อย ขอมีส่วนร่วม กำลังฝึกซ้อมเช่นกัน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 25 ตุลาคม 2007, 00:33:57 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2399/1731600970_db152b9418_o.jpg)

บรรยากาศการประชุมระหว่างส.ชนบทกับส.ในเมือง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 ตุลาคม 2007, 02:01:27 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2037/1749590516_da5c09aa94_o.jpg)

ข้อมูลสภาพเขตงานท่าออก

ที่ตั้ง เขตงานแบ่งเป็น ๒ ส่วนใหญ่ๆ โดยใช้สายน้ำลำกุม (ปี ๒๕๒๐ ยังไม่มีการสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อทดน้ำไปสู่ที่ราบบริเวณอำเภอชะอวด หัวไทร เชียรใหญ่ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช) เป็นที่กั้นกลางระหว่างเขตเคลื่อนไหว แยกเป็นฝั่งขวา ฝั่งซ้าย นับจากเขตป่าเขาลงไปเรื่อยๆ

ฝั่งขวา ติดเขตจังหวัดพัทลุง พื้นที่ส่วนใหญ่จะอยู่แถวอำเภอควนขนุน ตำบลป่าพะยอม (ปัจจุบันเป็นกิ่งอำเภอ) เขตเคลื่อนไหวแถบนี้เป็นเขตเก่าแก่ เป็นต้นกำเนิดของการต่อสู้ สหายที่เข้าป่ารุ่นแรกๆ ส่วนใหญ่จะมีบ้านเกิดอยู่แถบนี้ และจะเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณบ้านบางหล่อเป็นส่วนใหญ่

สภาพเศรษฐกิจของมวลชนจะอยู่ในฐานะชาวนากลาง มีอาชีพทำสวนยางพาราที่เก่าแก่ ไม่มีการทำยางพันธุ์มากนัก บ้านเรือนที่อยู่อาศัยก็ปลูกเป็นบ้านไม้หลังใหญ่ อยู่กันมาตั้งแต่ปู่ ย่า ตา ยาย คุณยม จะเป็นสหายที่มีบทบาทนำการเคลื่อนไหวระดับกรรมการอำเภอ  ต่อมาก็มีคุณเนิ่นและ คุณประทีป รับช่วงต่อ
สหายในเมืองที่เคลื่อนไหวอยู่ฝั่งนี้ก็มี คุณเจริญ คุณไม้ คุณจันทน์ คุณซ้อน คุณเก่ง และ คุณตะวัน

ฝั่งซ้าย  ติดเขตนครศรีธรรมราช จากเขตป่าเขาลงไปเรื่อยๆจนถึงอำเภอชะอวด ติดเขตอำเภอร่อนพิบูลย์เล็กน้อย สภาพ

เศรษฐกิจมวลชนยังอยู่ฐานะยากจน เพิ่งถากถางทำไร่ ปลูกยาง สภาพไร่ของมวลชนเป็นไร่ค่อนข้างโปร่ง เพราะต้นยางยังเป็นต้นเล็กๆ ส่วนใหญ่จะปลูกกล้วยน้ำว้า ขมิ้น มันสำปะหลัง มวลชนยังอยู่กันค่อนข้างบางตา ไม่หนาแน่น บางไร่ถูกทิ้งร้างจนป่าหญ้าคาท่วมเต็มไปหมด

สหายใช้วิธีการเคลื่อนไหวไปตามหย่อมบ้าน เป็นทางผ่านเดินลงไปเคลื่อนไหวเขตงานในที่ราบ สรุปได้ว่าตามเขตป่าเขาก็ยังไม่มีการจัดตั้งที่มั่นคงนัก มวลชนค่อนข้างกระจัดกระจาย สหายก็จะใช้ป่าโปร่งแบบนี้แหละนัดรวมพลสหายเขตงานเพื่อประชุม ศึกษา สรุปงาน บางครั้งก็ฝึกทหารและออกกำลังกาย

มวลชนแถบป่าเขายังมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก หาเช้ากินค่ำ บางคนยังปลูกข้าว ปลูกผัก อาหารหลักคือแกงน้ำเคยและจับสัตว์น้ำบ้าง สัตว์ป่าบ้าง อยู่ง่ายกินง่าย สหายจะรบกวนเขามากไม่ได้ นอกจากขอผัก และพืชไร่บางอย่าง มวลชนเขาให้เราได้แค่นี้ สหายเราต้องเข้าใจ หมู่บ้านบางแห่งก็ปักหลักสร้างรากฐานกันมานานแล้ว เช่น วังหอน เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในหุบเขา อยู่ในเขตจ.นครศรีธรรมราช แต่สามารถข้ามเขาไปสู่จังหวัดตรังได้ไม่ยาก จากเขตเขาสู่เขตเขา ซึ่งสหายจะใช้เดินทางข้ามไปข้ามมาบ่อยครั้ง ในตัวของวังหอนมวลชนจะปลูกกาแฟ ปลูกยาง และทำนารอบหมู่บ้าน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 ตุลาคม 2007, 02:02:32 AM
เมื่อคิดถึงภาพในสมัยนั้นมันเป็นหมู่บ้านที่แสนจะลึกลับและสวยงาม ต้นน้ำ ลำธาร อุดมสมบูรณ์

มวลชนดำรงชีวิตอยู่ด้วยความสงบเงียบ สหายจะเข้าไปเคลื่อนไหวไม่บ่อยนัก

เดี๋ยวนี้ภูมิประเทศแถบนั้นเปลี่ยนไปหมดแล้ว หลังจากมีเขื่อนเข้ามากั้นสายน้ำลำกุม วังหอนก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเล็กๆของคนในท้องถิ่นแถบนั้น

จากวังหอนไล่ลงไปเรื่อยๆในซีกฝั่งซ้าย (นับจากเขตป่าเขา) จะมีถนนดินแดงสายเล็กๆเลียบไปตามสายน้ำ ส่วนใหญ่มวลชนจะเดินเท้ากันมากกว่า

แต่ถ้าเป็นฝั่งขวาถนนจะกว้างกว่า และจะมีรถยนต์วิ่งขึ้นไปถึงเขตป่าเขาทีเดียว ถ้านายขึ้น (ทางการเข้าปราบปราม) ก็มักจะขึ้นทางฝั่งนี้

สหายจะใช้ฝั่งซ้ายในการเดินทางขึ้นลงระหว่างกองทัพกับเขตงาน จำได้ว่าเราจะลัดเลาะลงไปตามไร่มวลชน ที่เต็มไปด้วยความรกร้างและป่ากล้วย และจะเดินไม่ห่างจากลำน้ำสักเท่าไหร่จากลำกุมลงไปถึงบ้านควนมิตรนั่นแหละจึงจะถึงเขตงานสหายอีกหน่วยหนึ่ง

จากควนมิตรลงไปอีก ๒-๓โค้งควนก็จะถึงหน่วยงานเขตไม้เสียบ ซึ่งเป็นหน่วยกลางอีกหน่วยหนึ่งที่รวมสหายไว้เยอะมากมี คุณวินัย คุณสามารถ คุณเวง คุณสุขุม คุณผ่อง คุณไผ่ น้าสวัสดิ์ คุณอุไร  และคุณสมควร นับว่าเราตั้งฐานเล็กๆ ได้ใกล้อำเภอชะอวดมากทีเดียว และยังเป็นหน่วยที่ใช้ประสานงานแทบจะทุกด้าน ไม่ว่าจะมีการรบครั้งใหญ่ หรือระดับซุ่มเล็กน้อย ก็จะชุมนุมกันตรงนี้เอง เรียกได้เลยว่าเป็นศูนย์รวมของหน่วยงานท่าออกเขตนครฯ         

บันทึกจากท่าออก
บันทึกจากความทรงจำของ “คุณพนา”



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 ตุลาคม 2007, 02:04:27 AM
เราต่างมาจากทั่วทุกสารทิศ


ภาษามักเป็นเรื่องฮิตติดอันดับทีเดียว สหายในเมืองมักจะใช้ภาษาสะหม้อแหลงใต้(พูดภาษาใต้) ส่วนสหายชนบทจะชอบพูดทองแดง (ภาษากลางสำเนียงใต้) พวกเราทุกคนแทบจะกลายพันธุ์กันไปหมด มันเป็นภาษาผสมที่พวกเราเท่านั้นจึงจะเข้าใจ  แม้แต่มวลชนที่ใกล้ชิดคุ้นเคยพวกเรา ก็พลอยร่วมเผ่าพันธุ์ทางภาษาไปด้วย สหายในเมืองจะต้องเรียนรู้ภาษาผสมเหล่านี้ให้ได้เป็นพื้นฐาน เสียก่อน จึงจะสามารถลงไปปฏิบัติงานได้โดยไม่ลำบากมากและก็ภาษานี่แหละ  เป็นที่มาของการ ทำหนวนมากมาย สร้างความขบขันให้ทั้งสหายในเมืองและชนบทได้หัวเราะกันท่ามกลางงานปฏิวัติ เรื่องต่างๆส่วนมากจะเกิดจากการอำของสหายชนบทที่พูดภาษาถิ่นสื่อสารกับสหายในเมือง แล้วสหายในเมืองก็จะทำหน้าเด๋อด๋าเพราะฟังไม่เข้าใจ หรือไม่สหายในเมืองก็มักจะสร้างคำขึ้นมาใหม่ที่ไม่ใช่ทั้งภาษาถิ่น และภาษากลาง แต่คืออะไรหรือมีความหมายอย่างไรนั้น คนที่พูดขึ้นมาตอนนั้นแหละจึงจะเข้าใจที่สุด

คุณพิเภก เป็นสหายในเมืองรุ่นแรกๆ ที่เข้าป่าก่อนเกิดเหตุการณ์ ๖ ตุลา แกก็มีพื้นฐานทางชนบทอยู่มากเพียงแต่เกิดทางภาคอีสาน ได้ลงสัมผัสเขตงานท่าออกเป็นคนแรก ขณะท ี่คุณประทีปและคุณเนิ่น รับผิดชอบ
หน่วยงานนี้อยู่ สถานการณ์ช่วงนั้นทางรัฐบาลกำลังล้อมปราบ หน่วยงานทุกหน่วยจึงต้องมีการวางแผนไว้ป้องกัน พวกเราต้องใช้การจรยุทธ์เป็นหลักการในการเคลื่อนไหวหน่วยงานมวลชน สหายต้องมีความรอบคอบและคล่องตัวเป็นอย่างมาก สภาพป่าหรือทิศทางนั้นสหายชนบทย่อมชำนาญและแม่นยำเป็นเรื่องธรรมดา เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นคนในถิ่นอยู่แล้ว
เวลาที่สหายจะแยกย้ายกันไปปฏิบัติงานตามบ้านมวลชนไม่ว่าจะเป็นเวลาค่ำคืนหรือกลางวันก็แล้วแต่เขาจะห่วงสหายในเมืองมากที่สุด โดยเฉพาะคุณประทีปจะห่วงคุณพิเภกมากเพราะกลัวจะเดินหลงทาง ทั้งๆที่แกพูดภาษากลางไม่ชับ(ไม่แข็งแรง) แกก็พยายามที่จะสั่งเสียให้คุณพิเภกเข้าใจจนได้ด้วยประโยคแบบนี้

....คุณพิเภียกเอ๋อ...พบกันที่ป่าโป๊ว์เด๊ย์...
(ป่าโป๊ว์ คือป่าที่ชาวบ้านเขาถางแล้วทิ้ง เหลือต้นไม้ใหญ่และมีต้นไม้เล็กๆขึ้นเต็มไปหมด)  เรื่องขำๆ แบบนี้สหายชนบทมักจะจดจำและนำมากล่าวถึงอยู่เสมอ


บันทึกจากท่าออก
บันทึกจากความทรงจำของ “คุณพนา”



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 ตุลาคม 2007, 02:06:59 AM
ลงเขตงาน

เมื่อพวกเราได้รับการฝึกฝนรวมทั้งหล่อหลอม ความคิด จิตใจ ร่างกาย ระดับหนึ่งแล้ว ทางพรรคหรือที่พวกเราเรียกขานกันว่าจัดตั้ง ก็จะมอบหมายภาระหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งให้ตามความเหมาะสม ความถนัดหรือความชอบของสหายซึ่งจะมีหลายหน้าที่ให้เลือก แต่ภาระหน้าที่ที่เป็นงานหลักๆก็คงจะเป็นงานทหาร งานมวลชน งานหมอ และงานองค์การ

ถ้าจะถามถึงความรู้สึกในตอนที่จัดตั้งบอกให้ลงเขตงานไปปฏิบัติงานมวลชนแล้ว ฉันก็คงจะต้องทำท่าทีที่ค่อนข้างไร้ความรู้สึกแล้วตอบไปว่า ไม่ว่าจัดตั้งจะส่งไปไหน ไปทำอะไรถือว่าเป็นเกียรติทั้งหมด หรือจะใช้คำพูดสั้นๆก็ได้ว่า “แล้วแต่จัดตั้ง” แต่ความจริงแล้ว ฉันไม่รู้เลยว่างานมวลชนเขาทำกันเช่นไร บางครั้งฉันเคยคิดว่าความไม่รู้ก็เป็นคุณอันใหญ่หลวงได้เหมือนกัน เพราะมันทำให้เราอ่อนน้อมถ่อมตนโดยธรรมชาติ และทำให้สหายร่วมงาน รวมทั้งมวลชนเขารู้สึกเอ็นดู รักใคร่เรา ที่สำคัญเขาจะให้อภัยเมื่อเราผิดพลาด ความไม่รู้ก็กลับกลายเป็นความฉลาดแทนที่จะเป็นความโง่ หรือจะเรียกว่าคนที่รู้ตัวว่าโง่คือคนฉลาด สิ่งเหล่านี้กระมังที่ต้องใช้ในงานมวลชน
ฝากชีวิตไว้กับมวลชน
 
ลงงานมวลชนครั้งแรก จุดเริ่มต้นอยู่ที่หน่วยงานท่าออก เป็นเขตรอยต่อ ๓ จังหวัดคือ พัทลุง-ตรัง-นครฯ การจัดตั้งเขตงานของพรรค มักจะเอาที่ตั้งของกองทัพเป็นศูนย์กลางแล้วแบ่งไปตามทิศทางของภูมิประเทศที่เป็นจริง การพูดถึงท่าออกก็จะเป็นที่เข้าใจโดยอัตโนมัติว่าเราจะต้องมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกซึ่งมีเขตแดนนับจากเขตป่าเขาจนถึงข้ามไปถนนสายเอเชีย ซึ่งตอนนั้นสหายเรียกมันว่าถนนดำซึ่งมุ่งสู่เขตที่ราบไปจนถึงทางรถไฟสายใต้ เมื่อพ้นทางรถไฟสายใต้ ก็คงจะไปสิ้นสุดกันที่ฝั่งทะเลอ่าวไทย เท่าที่จำได้แค่เราไปเห็นทางรถไฟจิตใจก็พองโต แสนจะปลาบปลื้มกับผลงานที่สหายมุ่งมั่นลงไปจัดตั้งมวลชนถึงที่นั่น ทำให้เกิดความรู้สึกมั่นใจและเพิ่มความศรัทธาที่มีต่อพรรคมากขึ้น
พวกเราเดินทางออกจากกองทัพ พอพ้นป่าลึกก็ถึงลำกุมซึ่งยังเป็นเขตป่าเขา ลำกุมเป็นชื่อลำน้ำที่กั้นเขตแดนระหว่างจังหวัดทั้ง ๓ ที่นี่เป็นศูนย์รวมของสหายหน่วยงานท่าออกทั้งหมดซึ่งจะแบ่งเป็น ๒ ฟากฝั่งลำน้ำ เรียกง่ายๆว่าฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ฝั่งซ้ายจะเป็นเขตพื้นที่ของจังหวัด นครศรีธรรมราช ส่วนฝั่งขวาจะเป็นเขตจังหวัดพัทลุง เดิมมีคุณยม รับผิดชอบ ต่อมาคือคุณชิต ส่วนฉันลงหน่วยงานในช่วงที่ คุณชิต รับผิดชอบ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 30 ตุลาคม 2007, 13:14:32 PM
จากการเดินทางไปประชุมกันคราวนี้
ต้องขออภัยด้วย ลืมขอบคุณ เฒ่าคลัมซี่
ที่ช่วยบรรทุกแกรนิตสลักรายชื่อสหายที่เสียสละไปส่งให้ถึงที่ก่อสร้าง
น้ำหนักแกรนิตนี้รวมกันแล้ว ก็หนักเอาการอยู่ทีเดียว
แต่รถของเฒ่าคลัมซี่ แรงดี บรรทุกได้หมด
ขอได้รับความของคุณจากคณะทำงานด้วยค่ะ

และลืมที่จะถ่ายภาพแกรนิตและ รูปเรซิ่นดาวแดงมาให้ชมกัน
รอไปชมกันตอนที่ประกอบขึ้นกับสถูปเรียบร้อยแล้วนะค่ะ

และขอขอบคุณธารน้ำใจของมิตรสหายทุกท่าน
ที่มีส่วนร่วมให้การดำเนินงานลุล่วงไปจนถึงขั้นตอนการตกแต่ง



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: แสนไชย ที่ 30 ตุลาคม 2007, 15:14:35 PM
ได้ฤกษ์วันงานหรือยังครับ
ถ้าได้ตอนปิดเทอมใหญ่จะดีมากทีเดียว  กะว่าจะตลุยสุราษฎร์ พัทลุง ตรัง ไปทะลุทะเลสตูลเลยครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: bluehawai ที่ 30 ตุลาคม 2007, 15:55:47 PM
ได้เดินทางไปประชุมร่วมและกำหนดวันชัดเจนแน่นอนแล้ววันเส าร์ที่๘ มีนาคม     ๒๕๕๑ วันสตรีสากล เป็นการจัดทำบุญกระดูกวีรชน นำกระดูกเข้าสถูป  ที่สร้างใหม่  อีกไม่นาน จะ มีกำหนดการออกมา  อดใจรอได้เลย ช่วงมีนาอาจจะยังไม่ปิดเทอม ก็เป็นได้ ที่ต้องกำหนดวันเวลาน้ด้วยเหตุผลที่ว่ามีเขตงานอื่นๆมีวันจัดงานใก้ลเคียง และดูแล้วเหมะสมที่สุด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: พนาธรรม ที่ 31 ตุลาคม 2007, 09:14:40 AM
8 มีนาคม 2551 ทางภูบรรทัด  อนุสรณ์สถานท.ป.ท.พัทลุง ตรัง สตูล
กลาง - ปลาย มีนาคม 2551  เปิดค่าย 514 สุราษฎร์
ต้นเมษายน 2551 พัทลุง  งานถีบลงเขา  เผาลงถังแดง
สงกรานต์  เมษายน 2551  งานช่องช้าง  สุราษฎร์
ภาคใต้ยังมีที่ไหนยังไม่ประกาศการจัดงานอีกหรือเปล่า
สงสัยยกครัวไปอยู่ใต้ชั่วคราวซะแล้ว  ขึ้นลงลำบาก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: bluehawai ที่ 31 ตุลาคม 2007, 10:43:49 AM
ทำไมถึงได้จัดงานกันต้นปี เพราะต้องช่วงชิงภาคใต้ของเราเป็นภาคชุ่มฉ่ำฝนไม่จัดช่วงเวลานี้ไม่ได้แล้วยังไงก็ถือว่าเที่ยวภาคใต้เวลานี้อากาศดีที่สุดเวลาฝนตกมันไม่สนุกเอาเลย  ต้องถือว่าเป็นเรื่องดี สถูปของประชาชนเกือบครบแล้วทั่วประเทศ  ต่อไปต้องจัด แบ่งเวลาเที่ยวให้ทั่วประเทศ ไปในตัว และจะรู้ว่าเมืองไทยเรามีดี เยอะมาก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 02 พฤศจิกายน 2007, 18:59:18 PM
กำหนดการทำบุญบรรจุอัฐิสหายผู้ล่วงลับ จากการลุกขึ้นสู้กับอำนาจรัฐเผด็จการในช่วงเวลาหนึ่ง ผ่านเวลาเนิ่นนาน
เกิดเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์อันล้ำค่า เป็นสัญญลักษณ์แห่งความสำเร็จเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของผู้คนทั่วทุกทิศ
ได้มาอยู่ร่วมกันใช้ชีวิตเยี่ยงนักรบลูกหลานของประชาชน ประสานสร้างโครงสร้างพื้นฐานปลูกฝังจิตใจให้ผู้คนได้สำนึกในสิทธิเสรีภาพของตน

กล้าพอที่จะเดินหน้าเพื่อชาติ เพื่อผู้คน สัตว์ สิ่งของ ทรัพยากรฯลฯ ให้ดำรงอยู่สืบไป ภายใต้ความเสมอภาค ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน
ถึงแม้วันนั้นอาจจะไม่บรรลุชัย แห่งเจตนาที่อำนาจรัฐนั้นจักต้องเป็นของประชาชนก็ตามที
แต่ร่องรอยความมั่งคั่งในฐานความคิดแห่งเสรีชน ได้ถูกบ่มไปทั่วทุกหัวระแหง และไม่มีวันดับมอด

เป็นเวลาอันควรในการมอบของขวัญให้สหายนักรบผู้ผลีชีพ และย้ายกระดูกเข้าไปอยู่ในอนุสรณ์สถาน เป็นดินผืนสุดท้ายของเขาอย่างสมเกียรติสมศักดิ์ศรี

แด่... ทปท.คนกล้า
ผู้เสียสละแก่แผ่นดิน
แห่งเขาบรรทัด


หากธรรมชาติอำนวย เราสหายเก่าจากภูบรรทัดขอเชิญชวนสหายและลูกหลานจากเขตงานต่างๆ
ได้มาพบกันที่นี่ พื้นราบอันกว้างใหญ่ริมถนนสายเอเชีย
ครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่แห่งการสร้างภาระกิจใหญ่ๆแด่ประชาชนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๑ มาถึง หวังว่าเราคงได้พบกัน

ผูกแปลนอนคุยกันท่ามกลางกลิ่นอายของภูมิภาคด้ามขวานทอง
กินข้าว จานกะแกงเผ็ดๆซดแกงจีดหล่อกอ เหนาะกับผักสดนานาชนิด
หอมขี้ยางไหม้โชยจากเตาไฟ ถ่านแดงๆปั้นเคยกับกิ่งไม้เอาไปจี่ พอกรอบๆคุกข้าวสวยร้อนๆ
เปิปกะมือ รูดใบชิงข้างขน่ำเป็นผักเหนาะ

(http://farm3.static.flickr.com/2417/1813940122_3582fba6a5_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 02 พฤศจิกายน 2007, 19:27:50 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2204/1825419507_0ed9709a80_o.jpg)

จิตวิญญาณที่สำนึกในหน้าที่แห่งชีวิตของมนุษย์ในวันนี้ จึงอาจมีอดีตสหายเก่าบางส่วนที่ยังคงแสวงหาแนวทางในการสร้างความดีงามและกินดีอยู่ดีอีกต่อไป หรือปรารถนาให้บ้านเมืองก้าวไปสู่สังคมที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่กาลเวลา จุดยืนและความรับรู้หลายๆเรื่องของพวกเขาอาจแตกต่างกัน

พวกเขาบางคนจึงเป็นนายทุนไปแล้ว แต่ก็ถูกนายทุนที่ใหญ่กว่าเอาส่วนเกินไปเป็นกำไร
บางคนถูกเอาเปรียบเพียงอย่างเดียว
การเรียนรู้เพื่อให้เห็นแจ้งจึงจำเป็นสำหรับทุกคน
แม้ว่าจะแตกต่างไปจากแนวทางของพคท.ไปโดยสิ้นเชิงหรือไม่ก็ตาม และแม้ว่าแนวทางใหม่ๆที่หลายๆคนคร่ำเคร่งกับการปฏิบัติเพื่อนำเสนออยู่นั้น จะเปิดกว้างโดยไม่ต้องใช้ปืนเพื่อแก้ปัญหาอีกต่อไป

อาทิเช่น การแก้ปัญหาด้วยอุดมการณ์  “ประชาชุมชนหรือประชาสังคม” ซึ่งมุ่งเน้นที่การพึ่งตนเอง และปกป้องต่อการแสวงหากำไรส่วนเกินของระบบทุนนิยม

หรืออุดมการณ์ชุมชนาธิปไตย ที่มุ่งเน้นการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง อุดมการณ์เศรษฐกิจพอเพียงที่มุ่งเน้นให้แต่ละบุคคลรู้จักกินอยู่อย่างสมถะ ป้องกันความเสี่ยงภัยจากพืชผลในระบบพาณิชยกรรมและไม่เอาเปรียบผู้อื่น รับผิดชอบต่อสังคมและรู้จักความพอดี


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 03 พฤศจิกายน 2007, 10:55:41 AM
เห็นภาพการไว้อาลัยสหายแล้ว ทำให้คิดถึงเพื่อนที่นอนหลับอย่างไม่มีวันตื่น บนเส้นทางภูบรรทัด
ขอเชิญมิตรสหายทุกท่าน ทุกเขตงาน ร่วมเป็นเกียรติให้แก่สหายในภาคใต้


 


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 05 พฤศจิกายน 2007, 19:40:18 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2021/1872615274_8f3df211c5_o.jpg)

ชุมชนบุพกาลที่เคยเรียนรู้ตามหนังสือมาตั้งแต่ในเมือง ได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นในป่า
พี่น้องซาไกมีความเชื่อและปฏิบัติตามผู้นำอย่างเคร่งครัด
ผู้นำมีความเสียสละให้แก่ผู้อื่นอย่างสูง
สังคมของเขาให้ความสำคัญกับเด็กและผู้หญิง
พวกเขาแบ่งปันอาหารและทรัพยากรอย่างเท่าเทียมและพวกเขาไม่สะสมอาหาร
ได้อะไรมาเท่าไรกินหมดแล้วหาใหม่ เครื่องมือที่ใช้เป็นเครื่องมือง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 07 พฤศจิกายน 2007, 22:41:06 PM
ข่าวว่าทางใต้ฝนตกหนัก ตลอดด้ามขวาน 11 จังหวัด
ที่พระแสงน้ำท่วมต้นปาล์มแช่น้ำเป็นเดือนแล้ว กำลังจะสำลักน้ำตาย

ข่าวคืบหน้าที่อนุสรณ์สถาน ชาวบ้านช่วยกันปลูกต้นไม้ตกแต่งสถานที่กันแล้ว



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 11 พฤศจิกายน 2007, 15:14:10 PM
ขอเชิญคณะทำงานอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ดาวร้อยดวง (ภูบรรทัด)
ร่วมปรึกษาหารือเกี่ยวกับงานเปิดอนุสรณ์ฯ ทานข้าวเย็นสักมื้อ
มีกาแฟหอมๆจากลุงเรดซัน บริการถึงมือท่าน
ฝีมือแกงน้ำเคยจากลุงกาจ รับประกันจากหมู่พี่เลี้ยงองค์การเขต 3
ที่บ้านป้าป่าพน
วันที่ 16 พ.ย. 2550 เวลาเย็น 18.00 น.



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: แสนไชย ที่ 11 พฤศจิกายน 2007, 19:44:53 PM
ตกลงวันไหนแน่ช่วยแจ้งด้วย   มีโอกาสมากที่จะได้ไปร่วมด้วย  จะไปลงที่ตรังแล้วสนธิกำลังกับเพื่อนฝูงจากตรังและสุราษฎร์คงจะได้ 1 หมู่เต็มไปร่วมงานด้วยครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 11 พฤศจิกายน 2007, 21:52:13 PM
ลุงกาจ วันที่ 16 พย. ที่ไหนครับ  ผมอาจได้ไปกทม.


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 11 พฤศจิกายน 2007, 22:41:36 PM
เรียนคุณหมอสามารถแถวๆลาดพร้าวครับ นัดเจอผมที่สถานีรถใต้ดินห้วยขวางก็ได้ครับ

เรียนคุณหมอแสนไชย จองวันที่ 8 มีนาคม 2551 ครับ
คิดว่าวันนั้นคงลงตัวครับ พี่น้องทางใต้ฝึกซ้อมรำมโนราห์ แทงดาบปลายปืน กันแล้ว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 12 พฤศจิกายน 2007, 10:41:34 AM
หน่วยโฆษณา โครงการเฉพาะกิจ การสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ดาวร้อยดวงภูบรรทัด
กรุณามาประชุมให้พร้อมหน้าพร้อมตาจ้า มีแผนงานมากมายรอท่านอยู่กองลุยเสียหมด

จากฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 พฤศจิกายน 2007, 10:10:07 AM
หน่วยหน้าไปสำรวจสถานที่ มีที่พักไม่ไกลจากอนุสรณ์สถาน
เอาภาพมาฝาก ใช้เป็นสัมนาก็ได้ พาครอบครัวไปพักผ่อนก็ได้ครับ
ผลไม้ที่ปลูกไว้เก็บทานกันได้เลย

(http://farm3.static.flickr.com/2178/2026637637_29e6f2e85d_o.jpg)

(http://farm3.static.flickr.com/2196/2027439110_2d5a3588ee_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 20 พฤศจิกายน 2007, 01:46:01 AM
 ;) :D ;D
เรียน...
.ผู้มีอุปการะคุณโครงการสร้างอนุสรณ์สถาน ทปท.แห่งเทือกเขาบรรทัด
ด้วยตามที่หลายท่านได้โทรถามข่าวความคืบหน้าของงานที่ควรจะแล้วเสร็จ
เนื่องจากขณะนี้ตัวแกรนิต  เรซิน เสร็จเรียบร้อยอยู่หน้างานรอการติดตั้ง
และทาสีทั้งหมดแต่เนื่องจากธรรมชาติไม่เอื้ออำนวยขณะนี้เป็นฤดูฝนของทางภาคใต้  ฝนตกหนัก หน้างานไม่สามารถทำได้จึงต้องรอไปประมาณสิ้นปีจึงจะเริ่มทำงานที่ค้างอยู่ได้ และคาดหวังว่าจะเสร็จทันเปิดงาน ๘มีนาคม ๒๕๕๑
        ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและให้กำลังใจกับทีมงานมากันตลอด
จนงานใกล้จะแล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์แล้ว
                จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอให้เตรียมตัวไปร่วมงานบุญทุกท่านนะคะ

                                                ป่าพน
                                            :D :D :D

                   


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 20 พฤศจิกายน 2007, 09:11:28 AM
(http://farm1.static.flickr.com/32/42566881_aad2d4d14b_b.jpg)

ฝนตก แซ็ก แซ็ก  ที่ในป่า
นอนบนเปล มองฟ้า นอกผ้ายาง

( ฝนตก แซ็ก แซ็ก - สำนวนใต้ หมายถึง  ฝนตกไม่หนัก แต่ตกไม่เลิก  แซ็ก แซ็ก อยู่ทั้งวัน บางที 3 วันรวด)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 พฤศจิกายน 2007, 11:26:03 AM
ตอนฝนตก แซ็กๆ ลุงเรดซันใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในหน่วยงานมวลชนยังพอหาแสงสว่างจากตะวัน
พวกผมที่ประจำอยู่กองบก.ตะวันแดงซิ ซักเสื้อผ้าที ตากสามวันยังไม่แห้งเลย มีอยู่แค่สามชุดเอง
ในค่ายหาที่โล่งๆไม่ไดเลย นานๆจะเจอแสงตะวันสักที ส่วนใหญ่ก็จะไปชุมนุมกันหน้าเตาในครัว
ย่างผ้าบ้าง ปะรองเท้าบ้าง กลิ่นควันไฟผสมกับผ้านี่ไม่ธรรมดาเลยครับพี่น้อง

สหายอาวุโสเช่นพ่อแก่สิน พ่อแก่คง เห็นดูพวกเรา เอาที่ข้างแคร่แล้วสุมไฟ เอาไม้ไผ่ขัดแตะแขวนไว้
บอกพวกเราให้เอาผ้ามาย่าง แล้วยังช่วยผลิกผ้าให้ พอผ้าแห้งก็อุตส่าห์พับให้อีกต่างหาก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 21 พฤศจิกายน 2007, 00:07:38 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2030/2050342894_f083134c52_o.jpg)

ภาพการเป่าลูกดอกอาบยาของชนเผ่าซาไก ที่มีอาศัยอยู่ในเทือกเขาบรรทัด
ถ่ายโดยคุณเลา สหายฝ่ายศิลป์ของนิตยสารตะวันแดง ประจำเขตพัทลุง-ตรัง-สตูล
เจ้าตัวให้ผมไว้นานแล้ว

ดูขนาดของกล้องเป่าแล้ว ความยาวกว่าสามเมตรแน่นอน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 21 พฤศจิกายน 2007, 00:17:19 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2223/2049405953_f1194541d1_o.jpg)

ภาพนี้ไม่มีชนเผ่านะครับ แค่คล้ายๆ โดยเฉพาะสหายเสื้อสีชมพู เป็นสหายหมอ พื้นเพแถวท่าออกนี่เอง
และที่อยู่ในขวดก็ไม่ใช่ยาสมุนไพร เป็นน้ำสังสรร ภูมิปัญญาชาวบ้าน
ยิ้มแย้มแจ่มใส ต้อนรับสหายต่างเขตที่ตั้งใจไปช่วยงานของเขตงานเทือกเขาภูบรรทัด



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ditping ที่ 23 พฤศจิกายน 2007, 12:25:15 PM
เพลงปฏิญาณสหาย
เนื้อร้อง   ปรีดา   ข้าวบ่อ ( ส.สมศักดิ์ )
ทำนอง   กมล   สุสำเภา ( ส.ประดิษฐ์ )
   

ที่ที่   มีเพื่อน   มีญาติมิตร      มีเลือดเนื้อ   ชีวิต   ยิ่งใหญ่

เก็บฝัง   อดีตไว้   ในดวงใจ    หว่านฝัน   เราไป   ให้ผลิบาน  ( 2 เที่ยว )

( ดนตรี )

อนุสรณ์   สถาน   ทั่วไทยถิ่น      เทิดชีวิน   ลูกไทย   ใจห้าวหาญ

เสริมความรัก   พร้อมพรัก  อุดมการณ์           ปฏิญาณ   แห่งสหาย   อุทิศพลี

เสียสละ   สูงสุด   เพื่อชาติ        องอาจ   ไม่กลัวตาย  ไม่ถอยหนี

ซื่อสัตย์   รับใช้   ประชาชี     หวังสังคมใหม่   เกิดมี   ปรีด์เปรม ( 3 เที่ยว )

( ดนตรี )

ที่ที่   มีเพื่อน   มีญาติมิตร      มีเลือดเนื้อ   ชีวิต   ยิ่งใหญ่

เก็บฝัง   อดีตไว้   ในดวงใจ    หว่านฝัน   เราไป   ให้ผลิบาน ( 2 เที่ยว )

................เก็บฝัง   อดีตไว้   ในดวงใจ    หว่านฝัน   เราไป...... ให้งอกงาม.......................


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 23 พฤศจิกายน 2007, 14:19:26 PM
ขอบคุณค่ะคุณ diping
ในวันงานอยากเชิญมาร่วมร้องขับกล่อมสหายผู้เสียสละบนเทือกเขาภูบรรทัด
เชิญคุณปรีดาด้วยนะค่ะ


หัวข้อ: ชวนฟังเพลงจากวงจรยุทธ์
เริ่มหัวข้อโดย: พนาธรรม ที่ 25 พฤศจิกายน 2007, 11:45:54 AM
คืนนี้  พี่พิรุณชวนฟังเพลงของเขตงาน 3 จังหวัดภาคใต้  ที่สถานีวิทยุวิสดอมเรดิโอ  คลื่น FM.105  เวลา 2 ทุ่มครึ่ง - 4ทุ่ม

อาทิตย์ที่แล้วเป็นของที่มั่นแดง

หากเขตงานไหนสนใจเผยแพร่งานเพลงของเขตงาน  จดหมายน้อยถึงผม  ผมจะประสานงานให้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 05 ธันวาคม 2007, 06:55:40 AM
ขอบคุณครับสำหรับ เพลงปฏิญาณสหาย
ที่ลุงกมลเขียนมาร่วมแด่อนุสรณ์สถานทั่วไทยถิ่น


(http://farm3.static.flickr.com/2071/2087801382_4936873324_o.jpg)

เก็บฝัง   อดีตไว้   ในดวงใจ    หว่านฝัน   เราไป   ให้ผลิบาน


ภาพเก่าๆของคุณตุลา และคุณลาศ ก่อนที่จะเข้าไปร่วมกับกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย เขตพัทลุง-ตรัง-สตูล
ภาพนี้ได้จากคุณลุงบันทมนานมากแล้ว บันทึกขณะนั่งเรือข้ามฝากเจ้าพระยาฝั่งท่าพระจันทร์ ไปศิริราช
เพื่อพาเด็กจากแม่แฮที่ป่วยไปรักษาที่รพ.ศิริราช หลังจากได้ไปพบเห็นชีวิตความเป็นจริงของเพื่อนมนุษย์บนดอยแม่แฮ
เมื่อครั้งที่นักศึกษามาร่วมกันออกค่ายเพื่อฝึกฝนหล่อหลอมกายใจให้เป็นหนึ่งเดียวกับประชาชน ในปี 2518

สหายตุลาและสหายลาศ เสียสละชีวิตที่ภูบรรทัด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 10 มกราคม 2008, 16:02:23 PM
มาช้ายังดีกว่าไม่มา
สวัสดีปีใหม่ทุกท่านครับ
กำนัลด้วยภาพทุ่งกระมังเขตงาน 196 สวยๆฝีมือลุงเอทีเอ็มเจ้าเก่า

(http://farm3.static.flickr.com/2176/2182817964_5650307f43_o.jpg)

ชาวภูบรรทัด ก็ไปร่วมขบวนด้วยหลายคน
เสียดายมากที่ทริปนี้ไม่ได้ไป


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัด-ภาพเขียนของค่ายองค์การเขต 2>>
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 14 มกราคม 2008, 07:43:20 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2315/2191165542_28d00647c4_o.jpg)

ภาพเขียนของค่ายองค์การเขต 2 มีโรงเรียน สนามรวมพลตอนเช้า สนามกีฬา
โรงพิมพ์ตะวันแดงน่าจะเป็นหลังที่อยู่ด้านบน ซ่อนในผืนป่าที่สมบูรณ์ของเขตร้อนชื้น

เป็นฝีมือการวาดของ ป ผดุงศิลป์


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 16 มกราคม 2008, 19:02:18 PM
ขอถามหน่อย  ไม่ทราบงานภูบรรทัดที่ตั้งไว้ 8มีนา  จะต้องเลื่อนหอเปล่าครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: pasit ที่ 16 มกราคม 2008, 20:03:53 PM
รถใครว่าง ผมขอติดรถไปงานเปิดอนุสรณ์สถานพัทลุง-ตรัง-สตูล ด้วยคนครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 มกราคม 2008, 03:18:03 AM
ลุงป๋าพาสิต ยังรักษาคงท่วงทำนอง สามัคคี เร่งรีบ เคร่งครัด ร่าเริง เอาไว้ได้ นับถือจริงๆ
จัดให้แล้ว ด้วยความเต็มใจ
จะเดินทางวันไหน รอฟังข่าวต่อไปครับท่าน

วันเวลา ที่ลุงหมอสามารถถามมานั้น ยังคงยึดจากการประชุมครั้งล่าสุดที่บ้านลาดพร้าว
หากมีอะไรเปลี่ยนแปลงจะส่งข่าวไปถึงอีกครั้งหนึ่ง
แต่อย่าลืมที่สัญญาที่จะไปออกหน่วยฉายหนัง-และประชาสัมพันธ์งาน ในเขตงานเก่าของลุงหมอละกัน

(http://photos14.flickr.com/18314014_2a3dfce9df_o.jpg)

(สามสิบปีก่อน คงไม่มีภาพอย่างนี้ในป่าลึก)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: DJ-tulaRADIO ที่ 25 มกราคม 2008, 08:48:52 AM
ข่าวจากที่ตั้งโครงการสร้างอนุสรณ์สถานฯ
ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินงานต่อแล้ว
หลังจากปลายปีฝนตกชุก

ปลูกต้นไม้ และปั้นปูนที่ปลอกแขวน


หัวข้อ: Re: ป้าป่าพน เพลงนี้ใช่ไหมครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 26 มกราคม 2008, 07:24:08 AM
เพลงบูรพาแดง

http://upload.bbznet.com/get.php?bd5ca77659f0dccfb76e400d3243ab00,3

(http://farm3.static.flickr.com/2409/2219826166_c13bdf62ba_o.jpg)

โอ่งใส่กระดูกสหาย เพื่อจะนำไปบรรจุไว้ที่สถูปวัดไม้เสียบ (อนุสรณ์สถานท.ป.ท.แห่งเทือกเขาบรรทัด)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 26 มกราคม 2008, 08:10:55 AM
 ;) :D ;D
ขอบคุณมากคะลุงกาจ  ใช่เลยคะ
และขอบคุณลุงแสนไชยด้วยคะที่จะส่ง VCD ให้
                 
                       ป่าพน


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ>>
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 27 มกราคม 2008, 09:57:03 AM
คุณชาลีรายงานมาจากหน้างานเมื่อคืนนี้ สหายได้ติดตั้งหินแกรนิต
พร้อมกับติดตั้งดาวบนยอดแท่งดาวร้อยดวงแล้ว

เสียดายที่ส่งภาพไม่ได้ ใช้มือถือ Connect ช้ามากๆ

(http://farm3.static.flickr.com/2250/2222230376_7c5338dbdc_o.jpg)

(http://farm3.static.flickr.com/2233/2222230374_38b0e0748c_o.jpg)

ภาพนี้เป็นที่พักไม่ไกลจากวัด (เดินได้) มิตรสหายที่พาครอบครัวมา ลูกเล็กๆ พักได้สะดวก ไม่แพง
ติดต่อสอบถามได้ที่ 084 375 0051 (กาจ)

หรือจะพักที่ศาลาวัด โรงเรียน บ้านสหาย บ้านมวลชนรอบๆวัดเป็นเขตงานเก่านี้ทั้งนั้น
ท่านที่ชอบกางเต้น นอนกับต้นไม้ ลำห้วย ขับรถออกไป 25 กม. มีวนอุทยานแห่งชาติน้ำตกไพรวัลย์ ฯลฯ


หัวข้อ: Re: คุณลุงชัช ผู้อาวุโสของภูบรรทัดได้จากพวกเราไปอีกท่านหนึ่งแล้ว>>>
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 31 มกราคม 2008, 19:00:38 PM
หมอชูแจ้งข่าวมาว่า

ผู้อาวุโสของภูบรรทัดได้จากพวกเราไปอีกท่านหนึ่งแล้วเช้านี้ (๓๑ มกราคม ๒๕๕๑)

คุณลุงชัช ท่านเป็นที่รักยิ่งของมวลชนและสหาย ได้เสียชีวิตด้วยโรคชรา ตามอายุไขแล้ว

รายละเอียดจะติดตามและนำมาเรียนให้มิตรสหายทราบต่อไป


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 31 มกราคม 2008, 19:44:58 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2171/2232033495_2f4132ee37_o.jpg)
 
คุณลุงชัชกล่าวเปิดงานและทักทายสหายเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๔๔
เมื่อตอนนัดพบกันที่รีสอร์ทคุณรัตน์ เพื่อเปิดตัวหนังสือบนเส้นทางภูบรรทัดที่ภาคใต้
หลังจากที่เปิดตัวที่ธรรมศาสตร์ในวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๔๔

ขอแสดงความเสียใจมายังครอบครัวของท่าน
และขอไว้อาลัยแด่ท่านผู้สร้างคุณูประการต่อประชาชนจนวันสุดท้ายแห่งชีวิต


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2008, 04:35:12 AM
ปัญญา​ชน อ่อนหัด ไร้​เดียง​สา​กับ​สภาพ​ป่า​เขา ชนบท ไม่​ชำนาญ​ใน​การ​เดิน​ป่า​เขา หกล้ม​บ่อย เท้า​แพลง เท้า​บวม​ต้อง​แบก​หาม​กันบ่อยๆ
แยก​ไม่​ออก​ว่า​พืช​ใด​กิน​ได้​พืช​ใด​กิน​ไม่​ได้ เช่น​ไป​ทำ​ไร่ ให้​ถอน​หญ้า​ออก​จาก​ต้น​ข้าว บาง​คน​ไป​ถอน​ต้น​ข้าว​ทิ้ง​เหลือ​หญ้า​ไว้​เป็น​กอๆ
เวลา​ทำ​กับข้าว ใช้​ให้​ปัญญา​ชน​ไป​กับ​ถอน​ตะไคร้​มา กลับ​ไป​เอา​ต้น​อ้อย​อ่อน​มา
อีก​อย่าง​หนึ่ง​ก็​คือ​ฟัง​ภาษา​ท้อง​ถิ่น​รู้​บ้าง​ไม่รู้​บ้าง
โดย​เฉพาะ​ภาษา​ยา​วี
มวลชน​ถาม​หา​มอม่​อ คิด​ว่า​ถาม​หา​หม้อ​ข้าว
ที่​จริง​แล้ว มอม่​อ​แปล​ว่า​หมอ

ติ ด ต า ม เ รื่ อ ง ร า ว จ า ก ก อ ง มู ส ลิ ม ต่ อ จ า ก นี้

ตันเตอราเปิมเบบัซซัน ระยัตมุสลิมไทย
(Tanterapembebasan Rakyat Muslim Thai)


คัดมาจากหนังสือบนเส้นทางภูบรรทัด ตำนานการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธของประชาชน พลังลุง ตรัง สตูล
(เทือกเขาบรรทัด)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2008, 08:00:02 AM
กองทัพปลดแอกมุสลิมไทย
ตันเตอราเปิมเบบัซซัน ระยัตมุสลิมไทย
(Tanterapembebasan Rakyat Muslim Thai)


พคท.ได้​เริ่ม​ส่ง​สหาย​จำนวน​หนึ่ง​ไป​ค้นหา​ลู่ทาง​การ​ทำงาน​มวลชน​กับ​ชนชาติ​มุสลิม​นี้​ตั้งแต่​ปี ๒๕๑๒ มา​แล้ว
ซึ่ง​ถือ​เป็น​ระยะ​บุกเบิก​โดย​ไป​ฝัง​ตัว​ที่​รอย​ต่อ​จังหวัด​สงขลา-ยะลา

ต่อ​มา​ใน​ปี ๒๕๑๖ จึง​ได้​ส่ง​สหาย​อีก​จำนวน​หนึ่ง​ไป​ร่วม​กับ​กลุ่ม​ติด​อาวุธ​ของ​ชาว​ไทย​มุสลิม​ที่​นำ​โดย​ครู​เปาะ​ซู
แต่​เนื่องจาก​ความ​ไม่​เข้าใจ​ขนบธรรมเนียม​ประเพณี ภาษา และ​การ​ไม่​ค่อย​มี​อิสระ​ใน​การ​เดิน​ตาม​แนว​นโยบาย​ของ​พคท.
ที่​ต้อง​ติด​สอย​ห้อย​ตาม​พลพรรค​เปาะ​ซู​ไป​ตลอด พคท.จึง​แยก​ตัว​ออก​มา​ใน​ราว​ปี ๒๕๑๘

หลัง​จาก​นั้น​ก็​ปลุก​ระดม​มวลชนพื้ืน​ฐาน​ของ​ตนเอง​ขึ้น​มา​ได้​ก่อ​ตั้ง​เขต​จร​ยุทธ์​เล็กๆ​เขต​หนึ่ง​ขึ้น
และ​ประกาศ​ก่อ​ตั้ง​ขึ้น​ใน​วัน​ที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๒๐ จน​ต่อ​มา​มี​ผู้​ปฏิบัติ​งาน​และ​ทหาร​ของ​ตนเอง*
   
ก่อ​ตั้ง    ๗ สิงหาคม ปี ๒๕๒๐
สถาน​ที่    อำเภอ​สะบ้าย้อย จังหวัด​สงขลา
กำลัง​พล      ๒ กอง​ร้อย

*คัดมาจากนิตยสารตะวันแดง (ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๗ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๒๓ หน้า ๒๔)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2008, 19:28:23 PM
หลายวันมานี้ พบหน้ามิตรสหาย จะถามว่า ตกลง งานภูบรรทัดจะจัดวันที่ 8 มีนา หรือป่าว

ขอชี้แจงเพื่อนมิตรสหายที่รักดังนี้ค่ะ
ฝ่ายก่อสร้างแจ้งว่าการก่อสร้างเสร็จทัน 8 มีนา แต่มีเหตุขัดข้องทางด้านมวลชนพื้นที่ต้องไปช่วยงานส่วนราชการในวันนั้น จึงขอเลื่อนการจัดงานออกไป เพื่อความพร้อมเพรียง ซึ่งทางพื้นที่ยังไม่ได้แจ้งมาให้ทราบว่าจะจัดได้ในวันที่เท่าไหร่

ต้องขออภัยมิตรสหายทุกท่านด้วย โดยเฉพาะบางท่านที่ทำเรื่องลาพักร้อนไว้ เมื่อทราบข่าวแล้ว ก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่ต้องรีบไปยกเลิกการลาไว้ก่อน  ต้องเก็บวันลาไว้ ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย ที่ให้ความร่วมมือในงานนี้อย่างดี

หากกำหนดวันแล้วจะรีบแจ้งให้มาทราบอีกครั้ง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2008, 14:07:44 PM
​​ขอ​ให้ "อุดมการณ์" ที่​ต้องการ​ทำให้​ชาติ​บ้าน​เมือง​มี​การ​กิน​ดี​อยู่ดี มี​ความ​สุข​โดย​ถ้วน​หน้า
มี​การ​ศึกษา ตรวจ​สอบโครงสร้าง​เศรษฐกิจ​ของ​โลก​ให้​ลึก​ซึ้ง
และ​หา​ทาง​เปลี่ยนแปลง​ปรับปรุง​ให้​ดี​ยิ่ง​ขึ้น

ตระหนัก​ว่า "อุดมการณ์​ทุน​นิ​ยม​โลกา​ภิ​วัต​น์"
ที่​สลาย​สภาวะ​มนุษย์​สังคม (socialpeople)
กลาย​เป็น​ปัจเจกบุคคล​นิยม(individualism)
ที่​สังคมคือ​ตัว​ข้า​เอง​
จน​แทบ​หมด​สิ้น​ความ​หมาย​แห่ง​พละ​กำลัง​สติ​ปัญญา​รวม​หมู่​ของ​มนุษยชาติ​แล้ว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2008, 20:00:37 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2176/2287643469_0858643593_o.jpg)

ภาพ ทปท. เขต ๓ และสหายกองร้อยทหารหลักที่ ๑ พัทลุง ตรัง สตูล
กำลังชมรายการภาคบันเทิง หลังจากหลุดจากภาคการเมืองที่แสนยาวนานตลอดทั้งวัน
อึดทั้งคนฟัง ทนทั้งผู้บรรยาย ไม่รู้เขตอื่น (เขตลุงเอ.) เป็นเหมือนกันไหม?


หัวข้อ: Re: เสาร์ที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๑ เปิดอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯเขาบรรทัด
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2008, 21:38:55 PM
หลังจากที่มิตรสหายทั้งในเมืองและท้องถิ่นสอบถามกันมากในวันเปิดสถูปไม้เสียบ
มีการตกลงแล้วว่าจะจัดพิธีเปิด "อนุสรณ์สถานทปท.แห่งเทือกเขาบรรทัด"
ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดไม้เสียบ อ.ชะอวด จ.พัทลุง

ในวันที่เสาร์ที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๑

เริ่มตั้งแต่เวลา ๙.๐๐ น. จนถึงเที่ยงคืน

จะนำกำหนดการที่สมบูรณ์มาแจ้งให้ท่านทราบอีกครั้งหนึ่ง

จึงขอเชิญชวนมิตรสหายทุกเขตงาน เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

จากมิตรสหายเขตพัทลุง ตรัง สตูล และสงขลา

มีที่หลับที่นอนมากมายเตรียมไว้คอยท่าน ทั้งแบบผูกแปล กางเต้นท์
หรือเลือกพักอย่างสบายที่โฮมสเตย์ อยู่ใกล้ๆกับอนุสรณ์สถาน

ติดต่อสอบถามได้ที่หน้าเวปนี้ครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 มีนาคม 2008, 01:02:46 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3086/2304370247_fbb6464459_o.jpg)

ตัวดาวลงสีแล้ว 2 รอบ ถ้าฝนไม่ตกลงมาอีกจะลงทับอีกรอบหนึ่งทันที
สีสวย มีชีวิตชีวา ส่วนฐานกำลังดำเนินการปรับปรุงให้ตัวอักษรชัดเจนขึ้น
โดยใช้หินแกรนิตสีเข้มขึ้น จะทำให้อ่านชัดเจน และขับกับสีทองของแท่งดาวร้อยดวง
สหายทางพื้นที่ได้ลงแรงปลูกต้นไม้ ขนาดกำลังดีเส้นผ่าศูนย์กลาง 7-8 นิ้ว
ระยะห่างแต่ละต้นผูกแปลนอนได้สบายๆ ปลูกสองแถวตลอดแนวด้านขวาถ้าหันหน้าไปยังสถูป

กำหนดการคร่าวๆมีดังนี้ครับ

วันเสาร์ที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๑
 
เวลา ๐๙.๐๐ น. สวดกระดูก
๑๐.๓๐ น. นำ กระดูกเข้าบัว -> ทอดผ้าบังสกุล
๑๑.๐๐ น. เลี้ยงพระเพล
๑๒.๐๐น.  ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน

๑๓,๓๐ น. เริ่มพิธีการ
 - ผู้แทนกล่าวรายงานฯ (คุณโรจน์)
 - ประทานกล่าวเปิดงาน (คุณป้าเพียร)
 - ผู้แทนฝ่ายต่างๆ กล่าวแสดงความรู้สึก
 - ผู้แทนเขตต่างๆ วางพวงมาลาฯ (มิตรสหายทั่วประเทศ)
 - ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านวางดอกไม้ แด่วีรชนฯที่สถูป
 - หลังเสร็จพิธีการกล่าวทักทายปราศรัย
 (-พิธีวางพวงมาลา-ให้วางเรียงไปตามเขต กองร้อยและสหายต่างเขต เน้นการเรียบง่ายและมีความหมาย)
 - ตั้งวงสนทนา แนะนำตัวตัว แลกเปลี่ยนนานาสาระจากมิตรสหายผู้มาเยือน อย่างเป็นกันเอง

๑๘.๐๐ น. ร่วมรับประทานอาหารคํ่า
๑๙.๐๐ น. รายการบันเทิง ดนตรี รำวงสามัคคี สลับ การแสดง สภาตำบล กลุ่มแม่บ้าน  โรงเรียน อนามัย
- ชมวีดีทัศน์ ความเป็นมาของเขตงานพัทุง ตรัง สตูล สงขลา
- รำ มโนรา,แทงดาบ ๑๘ ประตู,ตะวันแดง ตีไม้,การแสดงจากผาจิ ฯลฯ
  (รายการบันเทิงกำลังอยู่ในขั้นตอนการตระเตรียม รวมไปถึงการแสดงจากมิตรสหายต่างเขต)
  รำวง รำวง ...(ประกาศรับสมัครกองเชียร์รำวง คณะฝ่ายเยือน ส่วนฝ่ายเหย้าซุ่มซ้อมแล้ว)

เรียนลุงวิญญูชน หวังว่าสหายศึกจะท่องไปบนเทือกเขาบรรทัดในครั้งนี้ด้วยนะครับ
 


หัวข้อ: Re: ความรักในขบวนการ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 มีนาคม 2008, 11:11:32 AM
ความรักในขบวนการ

บันทึกจากความทรงจำของ “คุณสวัสดิ์”

การเดินทางหลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคมที่สถานีรถไฟบางกอกน้อย มันคือความเหงาเศร้าที่คนอย่างผมต้องได้รับ เราต้องพรากจากกันและก็ไม่รู้ว่าอีกกี่วันคืนจะได้พบ หรือเราอาจจะไม่มีโอกาสได้พบกันอีกเลย

ดวงหน้าที่เคยเปล่งปลั่งในวัยสาว เคยสดใสเหมือนยามเช้าที่ประพรมน้ำค้างต้องแสงอาทิตย์อ่อนๆ กลายเป็นใบหน้าที่เศร้าหมอง หยาดน้ำตารินหลั่งแม้จะพยายามอดกลั้น เราต้องพรากจาก นั่นคือความรู้สึกที่โหยหา
   
แน่นอนอุดมการณ์กับความรักมันต้องแยกกันให้ออก อย่าให้ความรักมาขัดขวางงานปฏิวัติ นั่นคือคาถาบทแรกที่ผมท่องจำและนำมันมาปฏิบัติอย่างเป็นจริงและด้วยความเร่าร้อน ต้องการหล่อหลอมตนเอง เป็นลูกที่ดีของพรรค เป็นมิตรรักของสหาย และเป็นลูกหลานที่ดีของมวลชน
   
รถไฟสายใต้เคลื่อนขบวนออกจากชานชาลา เธอยืนโบกมืออำลาด้วยน้ำตานองหน้า ผมเองต้องอดกลั้นแต่ดวงใจร้าวรันทด น้ำตา คลอเบ้าสะอื้นโหยหา เบือนหน้าหนีเพื่อให้พ้นความโศกเศร้าอาดูร รถไฟเร่งฝีจักรผ่านพ้นชานชาลาออกไป ทิ้งเธอไว้อยู่เบื้องหลังเหลือภาพอันน้อยนิด  ความมืด เข้ามาปกคลุม ความโดดเดี่ยวเข้ามาอีกครั้ง ผมเดินทางมาคนเดียว ผู้คนมากมายบนรถไฟแต่ก็เหมือนตัวคนเดียว ภาพฝันอะไรที่เราจะต้องเผชิญอยู่เบื้องหน้า แล้วเธออยู่เบื้องหลังเป็นเช่นไร เปลือกตาแข็งทั้งคืนมิได้งีบหลับ มันเป็นทั้งความเศร้าและตื่นเต้นของวันข้างหน้าที่จะต้องเผชิญ


หัวข้อ: Re: ความรักในขบวนการ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 มีนาคม 2008, 11:13:18 AM
ความรักในขบวนการ 2

มีคนเดินมาสะกิดให้ลงสถานีรถไฟข้างหน้า เมื่อเห็นหน้าก็รู้ว่าเขาคือเพื่อนที่เคยเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาเมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษา
   
เมื่อลงจากสถานีรถไฟ มีเพื่อนอีกหลายคนเข้ามาสมทบ แล้วผู้นำทางก็พาไปหาอาหารกิน ก่อนที่เราจะนั่งรถสองแถวเข้าเขตป่าเขาต่อไป ความตื่นเต้นได้บังเกิดขึ้นจนลืมเลือนความเศร้าหมองที่เกิดขึ้นเมื่อวันวาน ที่เราจะได้ร่วมเป็นร่วมตายกับสหาย รอยแค้นที่ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำจะได้สนองตอบในไม่ช้า
   
เขตป่าเขาอยู่ไม่ไกลจากเมืองนัก สหายในเขตปฏิบัติงานมวลชนออกมาต้อนรับขับสู้เราอย่างดี สหายนำทางได้แจ้งเรา ณ ที่นี้ว่าทุกคนต้องมีชื่อจัดตั้ง และแล้ว “สหายสวัสดิ์” จึงได้ก่อเกิด ณ วันนั้น
   
เราต้องเดินทางข้ามห้วยข้ามเขา พอยามโพล้เพล้ก็ถึงกองทัพใหญ่ มีทั้งสหายปัญญาชนและสหายชนบทมากมาย มายืนเรียงรายต้อนรับ เป็นภาพประทับตาตรึงใจในวันแรกที่เข้าสู่เขตป่าเขา
   
การติดต่อกับคนรักในยามเช่นนี้ไม่ใช่ง่าย  หลังจากเหน็ดเหนื่อย จากการงาน ค่ำคืนยามดึกดื่น ไม่บันทึกประจำวันก็เขียนจดหมายถึงคนรัก หลายครั้งอยากให้เธอมาอยู่ด้วย เข้าร่วมขบวนการอย่างจริงจัง หล่อหลอมและฝึกฝนตนเอง
   
ซึ่งความคิดเช่นนั้นมันเหมือนภาพฝัน จะเป็นไปได้อย่างไร เธอเกิดในตระกูลของผู้ที่มีอันจะกิน เธอยังคุ้นเคยกับชีวิตที่ค่อนข้างสะดวกสบาย แม้จะอยู่ในฝ่ายก้าวหน้า ผมจึงไม่มีความคิดที่จะได้เธอมาร่วมต่อสู้ในขบวนการแห่งนี้ ซึ่งมันไม่ใช่เป็นเรื่องที่สนุกเลย ชีวิตที่ต้องยากลำบาก ที่พักอาศัย อาหารการกิน ต้องเดินทางอยู่บนภูดอย ข้ามห้วย หนอง บึง ธาร บางครั้งฝนตก บางครั้งแดดออก รบทัพจับศึก ที่ทุกคนในขบวนการจะต้องฝ่าฟันไป


หัวข้อ: Re: ความรักในขบวนการ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 มีนาคม 2008, 11:15:01 AM
ความรักในขบวนการ 3

ผมได้รับข่าวคราวจากเธอบ้างทางจดหมาย เธอเขียนจดหมาย มาให้กำลังใจ ขอให้ยืนหยัดต่อสู้เพื่อมวลชนคนทุกข์ยาก ให้นึกถึงความแค้นที่ศัตรูมันได้ฆ่าฟันหมู่มิตรอย่างเหี้ยมโหดทารุณ ส่วนเธออยู่ในเมืองก็จะอยู่หนุนช่วยขบวนการอย่างเอางานเอาการ ให้มั่นใจในตัวเธอ
   
ในวันนั้น วันที่ขบวนนักศึกษามากมายได้หลั่งไหลมายังเขตที่เราพักอาศัยอยู่ โดยมีการรวมศูนย์เตรียมตัวต้านการล้อมปราบของทางการรัฐบาลไทย เราจึงได้พบเพื่อนที่แตกกระสานซ่านเซ็นมามากมาย และในจำนวนนักศึกษาที่เดินทางมาในขบวนนี้ มี “เธอ” ที่ผมเฝ้าคิดถึงห่วงหาอาลัยทุกค่ำคืนร่วมทางมาด้วย ผมดีใจจนออกนอกหน้า แต่ก็ไม่กล้าแสดงความรักความปรารถนาอะไรต่อเธอมากมาย ดูเหมือนเป็นคนใจจืดใจดำต่อเธอด้วยซ้ำไป นี่คือคนที่ตนเองรัก
   
ไม่เคยคิดว่าเธอจะกล้าละทิ้งความสะดวกสบาย กล้าตัดสินใจเพื่อมาอยู่กับคนที่เธอรัก ณ ดินแดนแห่งนี้ น้ำตาเธอคลอเบ้าจากการสังเกต เราแสดงความรู้สึกธรรมดาเหมือนเช่นจับมือแสดงความยินดีกับสหายทุกๆคน แม้กับเธอก็ไม่มีอะไรพิเศษมากกว่าคนอื่น ใบหน้าที่เธอแสดงออก ถึงความผิดหวังทำให้ผมเองรู้สึก แต่จะให้เราทำอย่างไรในห้วงคิดคำนึง
   
วันเวลาที่เราอยู่ร่วมกันในขบวนทัพ เราต่างคนต่างแยกกันอยู่  โอกาส ที่จะพบคุยพูดจากันในฐานะคนรักมีน้อยมาก ดูเหมือนเราเพิกเฉยมึนชาต่อกันเสียมากกว่า เหมือนมีม่านหมอกมาปิดกั้น เราทั้งสองกลัวว่าจะผิดวินัย กลัวสหายคนอื่นๆจะว่าเราเสรี ความกลัวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย จนรู้สึกว่าไม่มีความเป็นคนอย่างเราหลงเหลืออยู่เลย “ต้องเข้มแข็งไว้อย่าให้สหายดูหมิ่นดูแคลนเราได้ เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราชีวทัศน์ไม่ดี”
   
แต่ผมก็แอบสังเกตพฤติกรรมของคนรักตลอดเวลา เธอก็ยังเป็นเธอ อ่อนหวาน นุ่มนิ่ม หัวแข็งประดุจ“ทราย”เธอไม่ได้ยินดียินร้ายว่าใครจะมองเธอเช่นไร เธอไม่ต้องการให้ใครมาเอาอกเอาใจ และเธอก็ไม่เอาอกเอาใจผู้ใดเช่นกัน เธอปฏิบัติตนเท่าที่เธอปฏิบัติได้ ไม่เรียกร้องตนเองสูงนักอย่างเช่นนักปฏิวัติคนอื่นๆ


หัวข้อ: Re: ความรักในขบวนการ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 มีนาคม 2008, 11:16:56 AM
ความรักในขบวนการ 4

ในขบวนการปฏิวัติของเรา แม้จะต้องมีการสำรวจตนเองอย่างน้อย ๑ ครั้งในสัปดาห์ ซึ่งหลังจากเสร็จภารกิจทั้งวันแล้ว ยามค่ำคืนอันมืดมิดบนดอยซึ่งต้องจุดไต้ตามตะเกียง สหายแต่ละหมวดหมู่จะมีการประชุม พูดคุย ปรึกษาหารือ และมีการวิพากษ์วิจารณ์ตนเองตามวาระ “ฉันไม่มีอะไรที่จะพูดถึงตนเองเพราะฉันคิดว่าฉันทำดีอยู่แล้ว ฉันทนความยากลำบากได้ ฉันกินอาหารที่ฉันไม่คุ้นเคยได้ และฉันก็พูดคุยกับทุกคนได้เป็นอย่างดี ฉันจึงไม่มีอะไรที่จะเสนอต่อฉันเอง” เสียงแว่วมากระทบหูซึ่งในหมู่ของเราประชุมอยู่ไม่ไกลนัก ผมจำได้ว่าเป็นเสียงใครพูด ผมแอบอมยิ้มให้กับตนเอง และคิดว่าคนรักของผมช่างมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก เธอไม่ยอมละทิ้งความเป็นเอกลักษณ์ของตนเองลงเลย จะดีกว่าผมเสียด้วยซ้ำ เพราะผมยอมให้พรรคหล่อหลอมจนความเป็นตัวตนของผมเองแทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย ความจริงแล้วผมน่าจะอยู่ในสถานะของแนวร่วมมากกว่า เพราะผมมาจากต่างพรรคกับพคท.
   
วันคืนเคลื่อนคล้อยไป หมู่มิตรสหายในเมืองต่างเร่งหล่อหลอมตัวเองตามที่พรรคต้องการ อาสาลงไปทำงานมวลชน ออกรบในกองทหารเคียงบ่าเคียงไหล่กับสหายในชนบทอย่างเอางานเอาการ ผมเองก็มานะบากบั่น หล่อหลอมตนเองอย่างเอาเป็นเอาตาย ไปทุกหนทุกแห่งที่พรรคเรียกร้องต้องการ แต่ในความรู้สึกลึกๆ ถ้าต้องถูกส่งมาอยู่หน่วยงานการผลิตก็เป็นเรื่องที่เจ็บแสบแปลบใจเลยทีเดียว


หัวข้อ: Re:ความรักในขบวนการ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 มีนาคม 2008, 11:18:19 AM
ความรักในขบวนการ 5

“เธอ” ผู้มาใหม่ มาสู่ขบวนการปฏิวัติของประชาชน มาจากชีวิตที่สุขสบาย อยากได้อะไรก็แบมือขอจากพ่อแม่ตามที่เธอต้องการ มาวันนี้เธอได้เข้าสู่ขบวนการปฏิวัติ ที่จะต้องเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อให้ประชาชนได้มีชีวิตที่ดีกว่า เพื่อประเทศชาติจะได้มีเอกราชประชาธิปไตย และเธอก็มิได้ดูดายที่จะพยายามหล่อหลอมตนเองตามสภาพที่เธอทำได้ เธอลงทำการผลิตเช่นสหายทั้งมวล เธอฝึกฝนตนเองให้มีความเข้มแข็ง บุกป่าฝ่าดงในการขนส่งเพื่อลำเลียงเสบียง
   
ในไม่ช้าจัดตั้งก็จัดให้เราได้เข้าสู่พิธีวิวาห์ตามที่เราร้องขอ  มันเป็นความตื่นเต้นของคนวัยหนุ่มสาวที่จะเข้าประตูวิวาห์ และเป็นวิวาห์ในป่าเขาดงทึบ โดยมีพรรคเป็นเหมือนพ่อแม่จัดการให้เรา พ่อแม่เราเองจะรู้สึกหรือเปล่าที่เราได้มาเข้าสู่พิธีวิวาห์ มันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มวลหมู่มิตรสหายแวดล้อมเป็นสักขีพยาน
   
ในค่ำคืนนั้นเป็นวิวาห์คู่ คือจัดตั้งให้มีการแต่งงานถึง ๒ คู่ มีการจัดเตรียมงานกันเล็กน้อย เพราะเมื่อมีงานอะไรบนกองทัพ เรื่องอาหารที่จะนำมาจัดเลี้ยง ต้องมีการสั่งโดยตรงจากสหายเขตงานมวลชน นำขึ้นมาบนภู โดยต้องใช้วิธีเป้กันขึ้นมาด้วยหนทางอันยาวไกล ก็คงเป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ของหวานก็หอบหิ้วน้ำตาลทราย มันสำปะหลังนั่นก็วิเศษวิโสแล้ว เพราะบนกองทัพซึ่งมีสหายพักอยู่จำนวน ๒๐๐ คน มันไม่ใช่เรื่องสนุกนักกับการจับจ่ายใช้สอยอย่างมือเติบ ต้องประหยัดมัธยัสถ์ นานๆครั้งจึงมีพิธีฉลองสำคัญๆ ซึ่งโอกาสนี้นอกจากได้พบหน้าค่าตาสหายแล้ว ยังได้ลิ้มรสอาหารที่เอร็ดอร่อยด้วย
   
ยามค่ำมืดก็มีวงดนตรี “จรยุทธ์” ของกองทัพมาบรรเลงเพลงให้พวกเราได้ฉลองรำวงร่วมกัน และยามดึกยังมีมันสำปะหลังเชื่อมเป็นอาหารว่าง ให้เหล่าสหายได้กินอย่างอิ่มหนำสำราญใจ “สหายความรักของเราคือความรักทางชนชั้น คือความรักที่เราจะมอบให้มวลชน จะไม่มีห่วงใดมาขวางกั้นให้เราหยุดก้าวเดิน” นั่นคือโอวาทที่สหายนำมอบให้แด่เราคู่บ่าวสาว มันคือความอ้างว้าง เพราะทุกคนคือลูกที่ดีของพรรค ของประชาชน เราเล่าคือใคร คือผู้ที่มีปัญหาทางความคิดหรือไร


หัวข้อ: Re: ความรักในขบวนการ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 มีนาคม 2008, 11:20:45 AM
ความรักในขบวนการ 6

ในที่สุดวันคืนของความจริงก็มาถึง เมื่อเธออยากกลับไปเยี่ยมบ้าน แล้วเธอก็จากไป แต่ก็เพียงลงไปเยี่ยมบ้านเท่านั้น ผมคิดถึงรอวันคืนที่เธอจะหวนกลับมา เธอจากไปหลายวัน ผมเริ่มปรับตัวเพื่อจะเป็นลูกที่ดีของพรรคต่อไป เมื่อเธอกลับมาอีกครั้งก็เพียงต้องการมาส่งข่าวว่าเธอจะทิ้งขบวนการที่นี่ แต่เธอจะสนับสนุนการทำงานให้แก่พรรคในเมืองตามเงื่อนไข  ที่เธอทำได้
   
เธอชวนให้เรากลับไปอยู่ร่วมกันในเมือง  ทำให้ผมต้องคิดหนักอีก ครั้ง ด้วยเหตุและผลมันน่าจะมีประโยชน์กว่า เพราะเราก็อ่อนล้ากับความรู้สึกต่อหมู่มิตรที่นี่ มันน่าจะดีกว่าถ้าเราจะไปทำงานในเมือง นั่นคือความต้องการของเรา ที่เดินไปทำงานตามที่เราต้องการ มิใช่พรรคเรียกร้องต้องการอีกต่อไป
   
ฉากการปฏิวัติในบทแรกของผม ได้จบลงจากความรักและความปรารถนาดีของทุกคน แต่ฉากใหม่ก็ยังมีเมื่อเราได้เติบโตและมีประสบการณ์มากขึ้น
   
การเปลี่ยนแปลงจะต้องเกิด ตราบใดที่ยังมีมวลมนุษยชาติอยู่ในโลกนี้ ความต้องการที่จะเห็นภาพชีวิตของเพื่อนมนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างเสมอภาค สันติสุข มีน้ำใจไมตรี เอื้ออาทรต่อกัน เจ็บปวดรวดร้าว ทุกครั้ง เมื่อเห็นเพื่อนมนุษย์ถูกเอารัดเอาเปรียบ ผมเป็นเสรีชน ที่รักจะเห็นสังคมที่ปราศจากชนชั้น จึงจะยังก้าวเดินต่อไปด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นเร่าร้อน


หมายเหตุ : “คุณสวัสดิ์” เป็นนักการเมืองต่างพรรคที่มาอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ของ
ขุนเขาบรรทัดร่วมกัน เขาได้ดำเนินชีวิตในประเทศหนึ่งของทวีปยุโรป
ภายหลังออกจากป่าพร้อมคนรักแล้ว
ปัจจุบันเขาพบหนทางของตน ที่จะยืนอยู่บนผืนแผ่นดินไทยเสียที




หัวข้อ: Re: ความรักในขบวนการ
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 04 มีนาคม 2008, 13:41:06 PM
ความรักในขบวนการ 4

 “ฉันไม่มีอะไรที่จะพูดถึงตนเองเพราะฉันคิดว่าฉันทำดีอยู่แล้ว ฉันทนความยากลำบากได้ ฉันกินอาหารที่ฉันไม่คุ้นเคยได้ และฉันก็พูดคุยกับทุกคนได้เป็นอย่างดี ฉันจึงไม่มีอะไรที่จะเสนอต่อฉันเอง”



สุดยอด วาทะ จริงๆ   
ในตอนนั้นถ้าผมได้อยู่ร่วมวงด้วย  ก็คงคิดในใจว่า  "อหังการ  นายทุนน้อย "
แต่ตอนนี้  ต้องบอกว่า  เยี่ยม !  สุดยอด !  ก็มันจริงอย่างที่เธอพูดทุกอย่าง  จะให้มานั่งพูดทำนองว่า

 " ฉันรู้สึกยังเรียกร้องตนเองไม่พอ  ยังมีสำนึกชนชั้นนายทุนน้อยอยู่มาก  จะต้องปรับปรุงตัวให้มากกว่านี้ "  เช่นคนอื่นๆ ได้อย่างไร   (ดัดจริตกันเสียจริง) (ว่าตัวเองน่ะ)

 ;D


หัวข้อ: Re: ความรักในขบวนการ
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 04 มีนาคม 2008, 13:55:02 PM
คู่รักหนุ่ม สาว คู่นี้  ในสายตาของอดีตนักศึกษาอย่างพวกเรา มองว่า มันช่างสุดแสนจะโรแมนส์

ทั้งคู่อยู่กระท่อมเล็กๆ หลังคามุงจาก  ริมลำธาร ที่ไร่ป่าพร้าว  กลางคืนดึกสงัดกลางป่า ก็ใช้ชีวิต  กระจุ๊ง กระจิ๋ง กันสองคน

เฮ้อ  . .  อิจฉา โว้ย

แต่ไม่มีใครรู้ว่า  เขาและเธอ จะทุกข์สักเพียงไหน  ที่ในที่สุด  ก็ต้องแยกจาก  พรากจากสิ่งที่เป็นของรัก


ผมได้พบทั้งคู่อึกครั้ง  ในงานศพบิดาของฝ่ายหญิง เมื่อ 2 - 3 ปีที่ผ่านมานี้เอง ได้เห็นละครชีวิตของคนทั้งคู่อีกครั้ง
อีกครั้งที่ต้องสะท้อนใจ  ในความไม่แน่นอน  ของชีวิต
ในความพบ เพื่อจาก  พรากเพื่อเจอกันใหม่

ชีวิตเขา  ชีวิตเรา  มันก็เช่นเดียวกัน
ไม่มีใครรอดจากสถานการณ์ดังกล่าวสักรายเดียว



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 04 มีนาคม 2008, 15:03:01 PM
สรุปได้น่าคิดจริงนะลุงเรด !


หัวข้อ: "การจำพราก"
เริ่มหัวข้อโดย: bean ที่ 04 มีนาคม 2008, 15:26:17 PM
ว่ากันว่าความปวดร้าวสุดแสนอย่างหนึ่งในชีวิตมนุษย์คือ"การจำพราก"
ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่
ความปวดร้าวที่ว่าหาได้เกิดจากการจำพราก
หากแต่เกิดจาก"การอยู่ร่วม"
หากไม่มีการอยู่ร่วมไหนเลยมีการจำพราก ?


หัวข้อ: Re: ผมรู้สึกดีใจอย่างประหลาด แต่แกล้งทำเป็นเฉย
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 05 มีนาคม 2008, 07:32:24 AM
ขอบคุณครับคุณ bean ในคำจำกัดความของ การจำพราก

วันนี้ผมเอาเรื่องของหนุ่มสาวที่รักกันสุดหวาน ตั้งแต่เป็นทปท.จนถึงทุกวันนี้

ในที่นี้ ผม คือ คุณชนะ สังกัดเขต ๓ พัทลุง ตรัง

“ในช่วงนั้น สหายหญิงชายหลายคู่เริ่มมีความรัก ผมก็เริ่มจะรู้สึกกับสหายหญิงคนหนึ่ง

ความจริงแล้วผมอาจจะรักเธอตั้งแต่แรกที่พบด้วยซ้ำ เมื่อย้ายจากค่ายไร่มาค่ายกลางเพียงวันสองวัน ทางกองทัพก็แนะนำตัวสหายใหม่อย่างผม ทุกคนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ผมจึงชอบไปดูที่ต่างๆด้วยความสนใจโดยไม่มีใครว่า เพราะเป็นคนมาใหม่ เมื่อสหายคนหนึ่งบอกว่าค่ายเรามีห้องสมุด

ผมก็ทึ่งเป็นอย่างมาก จึงรีบขึ้นไปชมทันที เมื่อผมก้าวเข้าไปที่นั่น ทักทายกับบรรณารักษ์ และทำท่าจะค้นดูหนังสือ ผมก็ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับสหายหญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ที่โต๊ะหน้าห้อง ที่ผมผ่านเข้ามาโดยไม่ทันสังเกต

เธอยิ้มอย่างฉันท์มิตร ผมตะลึงในความสวยน่ารักเแบบเรียบๆของเธอ ผมจำได้ว่าเธอเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับผม และผมบอกเธอว่า เห็นเธอบ่อยๆแต่ไม่เคยคุยกันและยังไม่รู้จักกัน เธอบอกว่าเธอเพิ่งจะฟื้นไข้ กำลังอยู่ช่วงพักฟื้น และเมื่อหายดีก็กำลังจะกลับไปเยี่ยมบ้านในเมืองอาจนานเป็นเดือนก็ได้
   
นานเป็นเดือนจริง เธอหายไปและกลับมาอีก ผมพบเธอเมื่อเดินสวนทางกัน ตอนที่ผมไปลำเลียงเสบียงขึ้นมากองทัพ

ในใจตอนนั้นผมรู้สึกดีใจอย่างประหลาด แต่แกล้งทำเป็นเฉย

(http://farm4.static.flickr.com/3211/2310645755_d9eba1462b_o.jpg)

(สหายกองร้อย ๒ )



หัวข้อ: Re: ถามโน่นถามนี่จนบางทีผมรำคาญแต่ก็รู้สึกมีความสุขอย่างงวยงง
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 05 มีนาคม 2008, 07:40:37 AM
หลังจากนั้นต่อมา ไม่ว่าจะทำอะไร ดูเหมือนว่ามีเธอเข้ามาอยู่ในสายตาและมามีส่วนแทบทุกเรื่อง เหมือนเป็นการบังเอิญ และเมื่อเธอกลับมา ก็ไปแวะพักที่หน่วยเก็บเสบียงของเรา

เมื่อคุ้นเคยเธอก็ขอไปด้วย ร่าเริงเหมือนอย่างนกน้อย ชวนพูดชวนคุย ถามโน่นถามนี่จนบางทีผมรำคาญแต่ก็รู้สึกมีความสุขอย่างงวยงง หลังจากนั้นเมื่อผมกลับขึ้นมาอยู่กองทัพ เธอก็มาขอให้ช่วยเล่นเมาธ์ออร์แกนประกอบการแสดงบางอย่าง จนแม้ยามค่ำคืนเราก็ทำงานด้วยกัน จนผมรู้สึกมีบางสิ่งพิเศษเกิดขึ้นในใจตนเองนั้น มากขึ้นจนกลายเป็นความรัก จากนั้นการหมั้นก็ติดตามมา
   
ภายหลังจากมีการหมั้นกับสหายหญิงคนรัก ผมต้องลงไปอยู่เขตงานมวลชน ในใจนึกเศร้าที่ต้องจากกันในช่วงเวลาที่กำลังซาบซึ้งใจอยู่กับความรัก เป็นครั้งแรกที่งานไม่ค่อยสนุก เมื่อผมระงับใจได้ก็เริ่มรู้ว่ามาอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงภัยตลอด ๒๔ ชั่วโมง”

(http://farm3.static.flickr.com/2197/2310645847_26beda6c25_o.jpg)

ชีวิตของสหายที่ลงปฎิบัติงานมวลชน ที่ลงไปบุกเบิกงานอยู่ท่ามกลางอันตรายรอบด้าน
(ชีวิตอย่างนี้ คุณลุง เรดซัน มีประสบการณ์มากมาย)




หัวข้อ: Re: คิดถึงผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นสุดที่รักทุกคืน
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 05 มีนาคม 2008, 07:42:14 AM
สหายหลายคนก็สามารถเป็นแบบอย่างของการจัดการกับความรัก ส่วนตัวไม่ให้เป็นอุปสรรคต่องานปฏิวัติ เห็นแก่ส่วนรวมก่อนส่วนตัว
ดังจะสัมผัสได้จากบทกวีจากกองร้อยบันทึกถึงคนรักบทนี้

“คิดถึงผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นสุดที่รักทุกคืน
วันที่ฉันจับปืนเธอจะยืนขึ้นเคียง
วันที่ฉันล้มลงเธอยังคงกล้าเสี่ยง
เธอจะให้ฉันเพียงหยาดน้ำตาอาลัย”




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: arunprapa_w ที่ 05 มีนาคม 2008, 15:39:13 PM

 ;D เมื่อคุ้นเคยเธอก็ขอไปด้วย ร่าเริงเหมือนอย่างนกน้อย ชวนพูดชวนคุย ถามโน่นถามนี่จนบางทีผมรำคาญแต่ก็รู้สึกมีความสุขอย่างงวยงง   ;) ;)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 07 มีนาคม 2008, 05:01:44 AM
ชีวิตในกองทัพ บางครั้งรู้สึกเหมือนฝืนธรรมชาติในบางอย่าง
เช่นใจคิดไปถึงไหนแล้ว แต่การแสดงออกมักจะสวนทางกัน
เช่นขณะเดินทัพ พบคู่หมั่นของตนสวนทางมา ก็จะเก็บอาการดีใจอิ่มใจเอาไว้ก่อน
เดี๋ยวจะกลายเป็นคนล้าหลัง ถูกวิจารณ์เอา โดยเฉพาะเป้าจะโดนเอามากโข
 ;) ;)อย่างเช่นที่น้องรุณฯ ยิ้มแซว ในบทบรรยายของคุณชนะ ;D ;D



(http://farm4.static.flickr.com/3141/2315453770_9e7e199af6_o.jpg)

การดำเนินชีวิตประจำวันในกองทัพนั้น ผู้ที่เคร่งครัด ปฏิบัติตัว ตามระเบียบจะมีสุขภาพดีแน่นอน เพราะได้ตื่นแต่เช้า ออกกำลังกายทุกวัน กินอาหารตรงเวลา นอนแต่หัวค่ำ สภาพแวดล้อมไร้มลพิษ เสียงนกหวีดสัญญาณประจำวัน เปรียบเสมือนผู้ควบคุมการดำเนินชีวิตแต่ละวันของทุกคนในกองทัพ

๕.๓๐ น. ตื่นนอน ล้างหน้า แปรงฟัน (ผมตื่นทันเป็นส่วนน้อย ข้ออ้างทำงานเกินเที่ยงคืน)

๖.๐๐  น. รวมพล ออกกำลังกาย ด้วยท่าออกกำลังกายของกองทัพ ใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาที ผู้ที่รับผิดชอบเป่านกหวีดเป็นผู้นำการออกกำลังกาย ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทุกวัน

ผู้ที่รับผิดชอบเป่านกหวีด คือสหายที่ถูกจัดให้เป็นเวรประจำวัน ดูแลรับใช้สหายทุกอย่าง ระวังภัยอันตรายโดยเฉพาะภัยทางอากาศ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 07 มีนาคม 2008, 05:11:59 AM
๘.๐๐ น. อาหารเช้า รับประทานรวมกันที่โรงอาหาร ทุกคนนำจานและช้อนประจำตัวมาใส่อาหารและล้างเก็บเอง จาน (บางคนใช้กะลามะพร้าวขัดถูให้สะอาดแทน) และช้อน ๑ ชุด ถือเป็นสมบัติส่วนตัวของทุกคน ติดเป้ไว้ไปไหนไปด้วยกันตลอด
๙.๐๐ น. ทำงานที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งฝ่ายบัญชาแจ้งให้ทราบแล้วตั้งแต่ตอนกลางคืน

(http://farm4.static.flickr.com/3008/2315495568_b56934d55e_o.jpg)

งานฝ่ายช่าง (ช่างแสง) สงสัยปล้ำกับปืนบอกนั้นเหงื่อแตก ตามภาพคุณแสงถอดเสื้อเลยนิ

(http://farm3.static.flickr.com/2317/2314686369_87f8d23bb5_o.jpg)

งานโรงจักร รีดผ้ากับถ่าน ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า เย็บออกมาสวยทุกชุด



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 07 มีนาคม 2008, 05:19:39 AM
๑๒.๐๐ น. พักผ่อนตามอัธยาศัยถึง ๑๓.๐๐ น. ก็ลง
ทำงานต่อ ไม่มีมื้อเที่ยง เพราะต้องประหยัดเสบียงอาหาร

๑๖.๐๐ น. เลิกงาน เล่นกีฬา เช่น บาสเกตบอล ปิงปอง

(http://farm4.static.flickr.com/3251/2315510224_6d13e235c1_o.jpg)
 
ตะกร้อวง เซปักตะกร้อ อุปกรณ์กีฬาบางอย่างก็ได้รับการสนับสนุนจากในเมือง

(http://farm3.static.flickr.com/2300/2314700955_9ece1d50b3_o.jpg)

บางอย่างก็จัดทำขึ้นเองตามสภาพที่เอื้ออำนวย เช่น ตะกร้อ จะทำขึ้นเองโดยใช้หวายเล็ก เรียกว่า “หวายน้ำผึ้ง” มาสานเตะได้อย่างดี

(http://farm3.static.flickr.com/2376/2314700781_a0339e8392_o.jpg)

เล่นกีฬาเสร็จก็เป็นเวลาที่ทุกคนไปอาบน้ำและซักผ้ากันที่สายห้วยที่ไหลผ่านบริเวณค่ายพัก ท่าอาบน้ำสหายหญิงและสหายชาย แยกกันและมองไม่เห็นกัน เรื่องท่าอาบน้ำนี่ก็ทำให้เกิดคำถามที่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครตอบได้สักที ว่าทำไมท่าน้ำสหายชายต้องอยู่เหนือท่าน้ำสหายหญิงทุกที (ไหนว่าหญิงมีสิทธิ์เท่าเทียมชาย)

(http://farm4.static.flickr.com/3218/2314708791_a4bbaa8000_o.jpg)

อาบน้ำแล้วก็เปลี่ยนชุดใหม่(ต้องถอดและเปลี่ยนชุดให้เสร็จเรียบร้อยที่ท่าน้ำ ห้ามเดินขึ้นจากท่าน้ำในชุดกระโจมอกหรือนุ่งผ้าขาวม้า) ชุดใหม่ ไม่ใช่ชุดนอนเพราะทุกคนจะต้องอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายตลอดเวลา ปืน เป้ อยู่ใกล้ตัวเสมอ ของส่วนตัวเก็บอยู่ในเป้ให้มากที่สุด เอาออกมาเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้น หากมีคำสั่งเคลื่อนพลเมื่อใด ของส่วนตัวทุกอย่างจะต้องอยู่บนหลังให้เร็วที่สุดทันที



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: cherd262 ที่ 07 มีนาคม 2008, 15:54:02 PM
ที่ภูพานดีหน่อยครับ เเค่ช้อนอันเดียวเป็นอาวุธเพื่อสัปยุทธกับอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก
ที่เหลือคือมือไว้ปั้นข้าวเหนียวจิ้มเเล้วป้อนใส่ปาก ปัญหาของผมคือเบื่อแกงหน่อไม้ใส่ใบหญ้านาง
พริกเเละปลาเเดกที่พีเลี้ยงรับใช้สหายรักเเทบทุกวันในช่วงหน้าหน่อไม้มากๆจนต้องหากระปอม
เเมงต่างๆ เขียดเเละอึ่งมาเเทรกบ้างเพื่อผ่อนคลาย เเต่ถ้าหน้าเห็ดละก็สุดยอด
พวกเก้ง หมู ลิง ปลาก็มีให้เปิบบ้าง ชนะศึกก็มีควายเเต่คนละพวกกับที่คุณเสรีกล่าวถึง มาฉลองชัยชนะ
ผมค่อนข้างไร้วินัยเเละ เสรีมาก เพราะเป็นเเค่เด็กมัธยมต้นตอนนั้น ชอบใครก็เเวะเวียนไปพูดคุย
เเรงกดดันถึงมีก็ไม่อยากรับรู้ จนจัดตั้งต้องเรียกไปอบรมด้วยความเอ็นดู เเละส่ง
สหายวัยใกล้ๆกันมาประกบเพื่อเเสดงเป็นเเบบอย่าง ไม่ได้ผ่านการเรียนในรร.การเมืองการทหาร
รู้สึกว่ารร. คงจะปิด ไม่ได้สำผัสฐานที่มั่น เข้าป่าที่แนวหน้าเเละอยู่ที่นั่นตลอด สหายฝึกของจริงให้เลย
(On The Job Training)ที่เล่ามาทั้งหมดมิได้มีเจตนาจะนำเสนอชีวประวัติตัวเองเพียงเเต่ต้องการนำเสนออีกเเง่มุมหนึ่ง
ของชีวิตในป่าเท่านั้น เเต่ผมคิดว่าสิ่งทีเราได้จากพรรค สหายร่วมอุดมการณ์ เเละ ประชาชน นั้นยิ่งใหญ่เหมือนกันทุกคน



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 08 มีนาคม 2008, 05:14:53 AM
ขอบคุณครับที่เล่าบรรยากาศ  สมัยอยู่ป่า
บางคนตัวนิดเดียว แต่ใจใหญ่เป็น....

เอาภาพกับเพลงมาฝาก ลองดาวน์โหลดชมตามอัธยาศัย ;D

http://upload.bbznet.com/get.php?65dc6942952f45289f9ce29bcfccb058,3


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: pteamb ที่ 10 มีนาคม 2008, 23:42:23 PM
จากหนังสือเส้นทางภูบรรทัดหน้า 860 สหายที่ชื่อจัดตั้งว่า "คุณวิน" ที่เสียชีวิต ณ เขตงานบ้านท่ายูง

ในหนังสือบอกว่าปัจจุบันอัฐิของเขาไม่สามารถนำออกมาเก็บรวบรวมกับผู้อื่นได้

เนื่องจากสถานที่ฝังศพถูกลาดปูทับด้วยซีเมนต์ของศาลาพักผู้โดยสารแห่งหนึ่งของหมู่บ้านท่ายูง

---------------------------------

ไม่ทราบว่าตอนนี้ได้มีการนำกระดูกของคุณวินออกจากที่นั่นหรือยังครับ


จากภาพที่บ้านท่ายูง มีรถประจำทางผ่านอยู่สายเดียว คือ เขาปู่ - พัทลุง
(http://img2.smileupload.com/upload_pic/11-03-2551/013tiv_11032551000028.jpg) (http://www.smileupload.com)

และตามถนนสายเขาปู่ - ควนดินสอ ที่รถโดยสารวิ่งผ่านเขตบ้านท่ายูง มีศาลานี้อยู่หลังเดียวครับ
(http://img2.smileupload.com/upload_pic/10-03-2551/01ewzo_10032551235536.jpg) (http://www.smileupload.com)
(http://img2.smileupload.com/upload_pic/11-03-2551/01auhl_11032551000114.jpg) (http://www.smileupload.com)
(http://img2.smileupload.com/upload_pic/11-03-2551/01ygj3_11032551000213.jpg) (http://www.smileupload.com)

ภาพนี้ผมถ่ายเมื่อสองปีที่แล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังอยู่แบบนี้หรือเปล่า






หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: sun bird ที่ 11 มีนาคม 2008, 18:21:46 PM
อยากทราบว่าอนุสรณ์นี้มีชื่อสหายที่เรียนหมอ แล้วถูกรถชนเสียชีวิตตอนกลับมาเยี่ยมบ้านไหม
คุณสิงหาและคุณมีนารู้จักดี
        ใครทราบช่วยตอบที


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 12 มีนาคม 2008, 18:32:07 PM
รายนามสหายที่เสียสละตรวจสอบได้จาก Artwork ที่จะเอาไปสลักบนแผ่นแกรนิต
ลงใว้แล้วในกระทู้นี้ ส่วนจะเป็นหน้าใหน คืนนี้จะพยายามทำลิ้งค์ให้ครับ

กระดูกคุณวิน สหายร่างสูงบางๆ สายตาคู่นั้นเป็นมิตรกับทุกคนที่พบเจอ
เข้าใจว่าคุณป้าป่าพน หรือไม่ก็คุณน้าบูลฮาวาย คงติดตามเรื่องนี้อยู่
ช่วยกันเข้ามาอับเดทข่าวนะขอรับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: pteamb ที่ 12 มีนาคม 2008, 20:51:18 PM
รายนามสหายที่เสียสละตรวจสอบได้จาก Artwork ที่จะเอาไปสลักบนแผ่นแกรนิต
ลงใว้แล้วในกระทู้นี้ ส่วนจะเป็นหน้าใหน คืนนี้จะพยายามทำลิ้งค์ให้ครับ

กระดูกคุณวิน สหายร่างสูงบางๆ สายตาคู่นั้นเป็นมิตรกับทุกคนที่พบเจอ
เข้าใจว่าคุณป้าป่าพน หรือไม่ก็คุณน้าบูลฮาวาย คงติดตามเรื่องนี้อยู่
ช่วยกันเข้ามาอับเดทข่าวนะขอรับ

ถ้าเป็นศาลาที่ผมถ่ายมากหล่ะ ก็คิดว่าน่าจะยังไม่ได้มีการไปนำกระดูกกลับมาเลยนะครับ

ตรงข้ามศาลาจะเป็นป้อมตำรวจอยู่  และถนนสายนั้นในเขตบ้านท่ายูงจะมีที่นั่นที่เดียว

ผมก็ไม่ใช่คนในพื้นที่ เป็นคนอำเภอใกล้ๆ ตอนนี้มาเรียนหนังสืออยู่ กทม

เดี๋ยววันงานในเดือนเมษา ผมจะไปร่วมงานที่วัดไม้เสียบด้วยครับ

(http://img2.smileupload.com/upload_pic/12-03-2551/01tumg_12032551205101.jpg) (http://www.smileupload.com)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 มีนาคม 2008, 02:21:02 AM
ขอบคุณครับคุณarunok99 ที่นำข้อมูลมาเพิ่มเติม
วันงานต้องการให้มีอะไรบ้าง ช่วยแนะนำนะครับ


(http://farm3.static.flickr.com/2142/2329652790_4e72f9db14_o.jpg)

ผมหาภาพเก่าๆมาสแกนเพื่อทำสารคดีเขตงาน เห็นภาพนี้อดไม่ได้ที่จะนำมาแบ่งกันชม
โดยเฉพาะชนรุ่นหลังที่เข้ามาศึกษาประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชน

ภาพนี้เป็นโรงอาหารกองทัพเขต ๓ ที่ตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาบรรทัด ประมาณ อ.ห้วยยอด จังหวัดตรัง
ถ้าเดินเท้าจากหมู่บ้านในเตาที่เป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนเดินขึ้นควน
จะใช้เวลาเดิน สาม-สี่ ชั่วโมง แต่ถ้าเดินส่งข่าวก็กินเวลาชั่วโมงเศษฯเท่านั้น เพราะข้ามขึ้นควนสูงๆ ลูกเดียวชื่อสันหมีฉีก
นอกนั้นไม่ชันมาก สหายทางน่านถ้ามาเห็นคงยิ้ม (แค่โหลนดอยของสหายทางโน้น)

ในภาพสหายน่าจะตื่นเต้นกับไฟฟ้า เพราะเป็นวันแรกๆที่เปิดใช้เครื่องปั่นไฟ
ที่เขตนี้โรงอาหารจะไม่มีเก้าอี้สำหรับนั่งรับประทานอาหาร ส่วนใหญ่จะยืนทานเป็นกลุ่มๆ
หรือไม่ก็นั่งตามโคนต้นไม้ ผมว่าก็ดีเหมือนกัน อยู่ในกองทัพหากเสียเวลากับการสร้างมากไป จะเบียดเวลาของโครงการอืนๆ
และที่นี่ย้ายค่ายบ่อย เฉพาะองค์การบริหาร ต้นปี ๒๐ ถึง ๒๔ ย้ายไปแล้วถึง ๔ ค่าย (ไม่รวมค่ายโรงเรียนการเมือง ค่ายฝ่ายผลิต ค่ายโรงเหล็ก และค่ายทหาร)




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 มีนาคม 2008, 02:25:23 AM
เส้นเรียวเล็กชัดเจนมองเห็นหมด
น้ำใสหยดเต็มตาบนฟ้าใส
มาบัดนี้พร่าเลือนหน้าเปื้อนวัย
แต่หนึ่งในใจนั้นยังฝันค้าง
   ฝัน...ฝันเห็นสันเนินรุ้งกลางทุ่งฟ้า
   หัวใจพาฝันคว้าวันฟ้าสาง
   อิ่มเอมน้ำใจเกินวันเดินทาง
   มาหยุดกลางธารคดน้ำหมดธาร
อยากจะบอกวันนี้อยู่ที่เก่า
แม้ร่างเงางอคู้อย่างผู้กร้าน
รอน้ำในไหลรื่นเติมผืนธาร
จะบอกวานเพื่อนว่ามาช่วยกัน
   ทางผ่านมาอาจเห็นว่าเย็นมิด
   สำนึกจิตบอกอยู่ขอกู้ฝัน
   เถอะถึงไม่เหมือนฝันอย่างวันวาร
   เพราะมีธารเปลี่ยนสายปนทรายดิน
มากหลากหลายสายน้อยใหญ่น้ำไหลเชี่ยว
ความเปล่าเปลี่ยวอ้อนหาตามผาหิน
วังเวงบ้างกลางทุ่งหญ้าหวังฟ้าริน
เป็นน้ำกินอาบหน้าผู้กล้ายืน
   ถึงวันนี้สายไหมเปลี่ยนใยสี
   ผิวเริ่มมีขรุขระหน้าระรื่น
   คนร่างเก่าใจเก่าแนบเนาว์คืน
   ก็ยังยืนบอกเพื่อนผู้เยือนมา

กระจ่าง จันทร์เพ็ญ
(อดีตนักเขียนตะวันแดง)
๒-๗-๔๔



(ทดลองส่งครับ ตัวอักษรจะกระจายหรือไม่ ถ้าเปิดกับ IE แต่ผมเปิดกับ Safari ปกติครับ)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 13 มีนาคม 2008, 10:17:05 AM

ทดลองส่งครับ ตัวอักษรจะกระจายหรือไม่ ถ้าเปิดกับ IE แต่ผมเปิดกับ Safari ปกติครับ


ผมใช้  FireFox  ปกติดีครับ  ไม่มีกระจาย 



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 13 มีนาคม 2008, 10:21:49 AM

ถ้าเป็นศาลาที่ผมถ่ายมากหล่ะ ก็คิดว่าน่าจะยังไม่ได้มีการไปนำกระดูกกลับมาเลยนะครับ

ตรงข้ามศาลาจะเป็นป้อมตำรวจอยู่  และถนนสายนั้นในเขตบ้านท่ายูงจะมีที่นั่นที่เดียว

ผมก็ไม่ใช่คนในพื้นที่ เป็นคนอำเภอใกล้ๆ ตอนนี้มาเรียนหนังสืออยู่ กทม

เดี๋ยววันงานในเดือนเมษา ผมจะไปร่วมงานที่วัดไม้เสียบด้วยครับ



ยินดีต้อนรับ ด้วยความเร่าร้อนยิ่ง   :D

เข้าใจว่า คุณ pteamb  น่าจะมีสายเลือดสหายอยู่ในกายแน่นอน  ส่วนจะเข้มข้นอย่างไรนั้น
เมื่อพบกันขอเจาะซอกคอดูดสักอึก

 ;D



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: sun bird ที่ 13 มีนาคม 2008, 10:45:45 AM
           ไม่มีแล้ววันนั้นในวันนี้
คงไม่มีวันนั้นในวันไหน
แม้วันนั้นผันผ่านนานเท่าใด
ยังอยู่ในใจเพื่อนไม่เลือนลา
              และวันนี้คือวันนี้ยังยืนหยัด
ขอซื่อสัตย์มั่นใจไม่เกรงขา
สืบความรักของเพื่อนเพื่อประชา
สร้างคุณค่าความเป็นไทยให้เป็นธรรม


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 มีนาคม 2008, 14:07:13 PM
ขอบทกวีของคุณ arunok99 มาประกอบภาพ

ไม่มีแล้ววันนั้นในวันนี้
คงไม่มีวันนั้นในวันไหน
แม้วันนั้นผันผ่านนานเท่าใด
ยังอยู่ในใจเพื่อนไม่เลือนลา
  และวันนี้คือวันนี้ยังยืนหยัด
  ขอซื่อสัตย์มั่นใจไม่เกรงขา
  สืบความรักของเพื่อนเพื่อประชา
  สร้างคุณค่าความเป็นไทยให้เป็นธรรม

(http://farm3.static.flickr.com/2113/2330829132_354427bbe2_o.jpg)

สหายกองทัพเขต ๓
พิธีไว้อาลัยการจากไปของคุณอุทัย
ที่เสียสละจากการสู้รบท่ายูง


ขอบคุณลุงเรดกับเจ้าหมาป่า แต่ว่าใช้เจ้า IE ตัวกระจายหรือเปล่าครับกับเครื่องลุง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 มีนาคม 2008, 14:43:37 PM
สมรภูมิการรบที่ท่ายูง

หมู่บ้านท่ายูง ตำบลตะแพน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เป็นหมู่บ้านชายป่าที่อยู่ใกล้ชิดกับกองทัพในเขตเขาแก้วที่สุด  เป็นเสมือนปากประตูบ้านของกองทัพ สหายหลายคนก็เป็นคนในหมู่บ้านนี้เคยมีประวัติอันขมขื่นจากการถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่บ้านเมือง จนต้องเข้าป่าจับปืนด้วย ความคับแค้นใจ

ในเมื่อเป็นหมู่บ้านที่เป็นเสมือนปากทางเข้าสู่กองทัพ ถ้ากองกำลังของฝ่ายรัฐบาลสามารถยึดกุมหมู่บ้านท่ายูงไว้ได้ก็เท่ากับเป็นการตัดขาดเส้นทางการติดต่อระหว่างกองทัพกับเขตงานมวลชนที่อยู่โดยรอบ หมู่บ้านแห่งนี้จึงเป็นหมู่บ้านยุทธศาสตร์สำคัญที่พคท.จะต้องรักษาเอาไว้ แต่แล้วในช่วงเดือนพฤษภาคม ๒๕๒๑ กองกำลังตชด.หมวดที่ ๙๓๓ กองร้อยที่ ๗ เป็นกองกำลังฝ่ายรัฐบาลที่ถูกส่งเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการอยู่กลางหมู่บ้านสร้างป้อมค่ายในการป้องกันการถูกโจมตีไว้อย่างแข็งแรงมั่นคงปิดเส้นทางการติดต่อและการขนส่งเสบียงอาหารระหว่างกองทัพกับเขตงานต่างๆ ลงอย่างสิ้นเชิง

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้เสียแล้ว ที่กองร้อยทปท.เขตพัทลุง-ตรัง-สตูล จะต้องทำลายฐานปฏิบัติการแห่งนี้ลงไป และภารกิจนี้ก็ต้องตกอยู่ในความรับผิดชอบของกองร้อยโดยอัตโนมัติ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 มีนาคม 2008, 14:44:41 PM
ช่วงเวลานั้นกองร้อยตั้งค่ายอยู่ในป่าทึบ เขตอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของเขต ๒ ได้รับคำสั่งให้เคลื่อนกำลังขึ้นมาเพื่อเตรียมการเข้าโจมตีกำลังของตชด.หมวดดังกล่าว

มีเพียงแต่สหายระดับสูงของกองร้อยเท่านั้นที่รับทราบข้อมูลนี้ แต่นักรบทุกคนก็พอจะคาดหมาย อะไรในใจได้ เพราะสังเกตจากการเดินทางที่มีความเข้มงวดในการปิดลับเป็นพิเศษกว่าปกติ ช่วงที่จะต้องเดินทางผ่านหมู่บ้านต่างๆ มักจะเดินทาง ในเวลากลางคืนและต้องพยายามไม่ให้มีร่องรอยใดๆหลงเหลือไว้ให้มวลชน

สังเกตเห็นกำลังพลของกองร้อยเคลื่อนตัวอย่างเงียบเชียบข้ามถนนสายพัทลุง-ตรังด้วยรถยนต์ กลางดึกของคืนวันหนึ่ง แล้วมุ่งหน้ามาทางตำบลละมอ จังหวัดตรัง รุ่งเช้าพักพลกินอาหารที่มวลชนจำนวนมากมายนำใส่ปิ่นโตมาให้เหมือนกับการไปทำบุญที่วัด

แล้วเคลื่อนกำลังข้ามควนลูกแล้วลูกเล่า มาโผล่ที่เขตกองทัพเขาแก้ว ฝั่งพัทลุง ตั้งค่ายพักตระเตรียมความพร้อมจ่อคอหอยฐานปฏิบัติการตชด.แห่งนี้ รอคอยคำสั่งบุกเข้าบดขยี้ด้วยหัวใจที่เต้นระทึก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 มีนาคม 2008, 14:45:52 PM
๖ มิถุนายน ๒๕๒๑ สหายทุกหมวดหมู่พร้อมด้วยสหาย

เขตงานมวลชนเขตต่างๆอีกจำนวน ๑ หมวด รวมแล้วเกือบ ๑๕๐ ชีวิตถูกเรียกให้มารวมพลอยู่ในโรงประชุม แผนผังค่ายของตชด.ถูกวาดขึ้นและแสดงให้เห็นอยู่ตรงหน้าของทุกคน ผู้บังคับกองร้อยชี้แจงแผนการรบอย่างละเอียด พร้อมเปิดโอกาสให้สหายซักถามในส่วนที่คลุมเครือสงสัย สายตาของสหายทุกคู่จ้องเขม็งไปยังแผนผังที่วาดไว้แทบไม่กะพริบ ทุกคนรู้ดีว่าการรบครั้งนี้เป็นการรบที่ไม่ปกติธรรมดา การรบครั้งนี้กองกำลังของฝ่ายรัฐบาลไม่มีความประมาท มีการจัดเตรียมกำลังและสร้างภูมิประเทศไว้รอรับการโจมตีไว้เป็นอย่างดีและด้วยอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า 

การรบครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป แต่มันจะเป็นการรบที่ดุเดือด รุนแรงและมีสิทธิ์ที่จะตายได้ทุกคน บ่ายวันนั้นหลังจากได้ซักถามแผนการรบอย่างละเอียดแล้ว ทุกคนคร่ำเคร่งอยู่กับการทำความสะอาดอาวุธปืนคู่ชีวิต บางคนเช็ดแล้วเช็ดอีก บรรยากาศแม้จะดูเงียบๆ แต่ก็แฝงเร้นพลังแห่งการสู้รบที่เปี่ยมล้น

สายของวันที่ ๗ มิถุนายนวันต่อมา ทุกคนถูกเรียกให้มารวมพลกันอีกครั้งหนึ่ง แล้วพิธีประกาศปักใจสู้รบของหมวดหมู่ต่างๆก็เริ่มขึ้นทุกคนที่เป็นตัวแทนออกมาประกาศปักใจสู้รบล้วนแสดงความมั่นใจ และพร้อม ที่จะยอมพลีชีพเอาหัวเข้าเกยป้อมของข้าศึกด้วยการปลุกเร้าให้กำลังใจกันอย่างมีพลัง แทบจะทำให้ทุกคนโลดถลาเข้าโจมตีข้าศึกตั้งแต่เวลานั้นเลยทีเดียว อาหารที่กินในวันนี้ได้รับการปรุงอย่างดีเป็นพิเศษ เพราะอาจจะมีใครบางคน ที่ไม่มีโอกาสได้กลับมากินข้าวร่วมกันอีก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 มีนาคม 2008, 18:49:08 PM
ทีมงานที่จะลงไปประชาสัมพันธ์และทำสารคดีที่เขตงาน
เตรียมพร้อมได้แล้วจ้า (อาทิตย์สุดท้ายของเดือนนี้....ลุย)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: pteamb ที่ 13 มีนาคม 2008, 20:27:33 PM
Guard คือ สหายสาริกา ใน Pantip.com หรือเปล่า



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 14 มีนาคม 2008, 10:09:50 AM
ถึงคุณ arunok99 เรื่องที่คุณโพสต์ไว้ว่า
อยากทราบว่าอนุสรณ์นี้มีชื่อสหายที่เรียนหมอ แล้วถูกรถชนเสียชีวิตตอนกลับมาเยี่ยมบ้านไหม
คุณสิงหาและคุณมีนารู้จักดี
        ใครทราบช่วยตอบที

ลองสอบถามแล้ว ยังไม่มีใครทราบ หากคุณทราบข่าวอะไรช่วยแจ้งให้พวกเราทราบด้วยจะขอบคุณมากค่ะ
เพื่อทางคณะกรรมการจะได้สอบถามติดตามเรื่องราวให้ค่ะ

ส่วนเรื่องอัฐิของคุณวินนั้น กำลังปรึกษากันและสอบถามไปยังพื้นที่อยู่ค่ะ
คณะกรรมการยินดีอย่างยิ่งที่จะรวบรวมอัฐิของมิตรสหายมาอยู่รวมกันในสถูปแห่งนี้
ขอบคุณ คุณ pteaทb ที่ช่วยเสนอแนะเพิ่มเติมมา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 14 มีนาคม 2008, 22:37:30 PM
สมรภูมิรบท่ายูง

เย็นวันนั้นแถวขบวนของนักรบทปท. ก็เคลื่อนตัวออกจากฐานที่ตั้งอย่างเงียบเชียบตามเส้นทางในป่าลัดเลาะเข้าสู่สวนยางที่ติดต่อกันเป็นพืด ตลอดเวลาในการเดินทางทุกคนเข้มงวดรักษาระเบียบวินัยในการเดินทัพอย่างเต็มที่แทบจะไม่มีใครพูดคุยกันในระหว่างการเดินทาง มีบางคนควักยาเส้นออกมาจุดสูบบ้างเมื่อมีการแวะพักตามเส้นทางเป็นระยะๆ แต่ก็ด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด

ประมาณสี่ห้าทุ่มกำลังทั้งหมดก็เคลื่อนตัวเข้าสงบนิ่งรอคอยอยู่ในราวป่ารอบหมู่บ้าน หลังจากจัดวางกำลังพร้อมแล้ว ทุกคน ก็ได้รับการถ่ายทอดคำสั่งให้เริ่มคืบคลานอย่างเงียบที่สุดเข้าไปประชิดป้อมค่ายของข้าศึกทีละน้อยๆสายตาของนักรบทุกคนพุ่งเขม็งฝ่าความมืดออกไปทางด้านหน้ามือกุมปืนประจำกายไว้มั่นใจนึกถึงแผนการสู้รบโดยเฉพาะในส่วนของตนที่จะต้องรับผิดชอบ

ดึกเข้าไปทุกที แสงไฟจากบ้านของมวลชนแทบจะไม่ปรากฏให้เห็นแสงไฟจากฐานปฏิบัติการของข้าศึกปรากฏอยู่วับๆแวมๆบ้างเป็นบางครั้ง เสียงเป่าขลุ่ยส่งสัญญาณภายในค่ายของข้าศึกดังแว่วมาเป็นระยะๆ แสดงว่าข้าศึกไม่มีความประมาท จัดเวรยามเฝ้าระวังเป็นอย่างดี

นักรบบางคนคลานเข้าไปติดอยู่ในคอกวัว เสียงวัวที่ร้องและกระโจนขึ้นด้วยความตกใจ แม้ที่จริงจะไม่ได้ดังมากมายนัก แต่ในความรู้สึกของนักรบทุกคนมันเหมือนกับดังก้องไปทั่วทั้งหมู่บ้าน

เสียงขลุ่ยสัญญาณในค่ายของข้าศึกดังถี่ขึ้น เหมือนกับพวกเขาจะรู้ตัวแล้วว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติอยู่รายรอบค่าย แต่นักรบทุกคนก็ยังคงคลานคืบหน้า กันอีกต่อไปด้วยความพยายามที่จะให้เงียบที่สุดเท่าที่จะเงียบได้  รอคอยด้วย ความกระวนกระวายใจว่าเมื่อไรเสียงปืนบัญชาการรบจะดังขึ้นเสียที


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 14 มีนาคม 2008, 22:40:19 PM
และแล้วในที่สุดเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง

เมื่อเสียงปืนบัญชาการ สู้รบได้แผดก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรี นักรบทุกคนลุกขึ้นวิ่งพุ่งตรงโถมตัวไปข้างหน้าเข้าประชิดบังเกอร์ของข้าศึกพร้อมกับเหนี่ยวไกปืนชุดแรกขึ้นพร้อมๆกัน ขณะเดียวกันเสียงปืนของข้าศึกก็แผดเสียงต้อนรับการมาเยือนของนักรบทปท.เกือบจะในทันที   

แล้วการสู้รบที่ดุเดือดเลือดพล่านที่สุดของทั้ง ๒ ฝ่าย ก็ติดพันกันไปอีกหลายชั่วโมง นักรบบางส่วนเริ่มละล้าละลัง เพราะในหมู่ของตนมีผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน แต่ในวินาทีแห่งความเป็นความตายจะแพ้หรือชนะ จะรุกคืบหน้าต่อหรือจะถอยนั้นเอง

นักรบส่วนหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดกับข้าศึกมากที่สุด ได้ตัดสินใจบุกเข้าตะลุมบอนด้วยการคลานเข้าไปในป้อม ค่ายของข้าศึก ยึดคูรบเข้าไปทีละส่วนๆถึงขนาดที่บางคนคลานเข้าไปจับขาของข้าศึกไว้ได้แต่ถูกสะบัดหลุดแล้วหนีไปได้ต่อหน้าต่อตา

เมื่อสถานการณ์ มาถึงขั้นนี้ กำลังตชด.มว.๙๓๓ กองร้อยที่ ๗ ก็หมดความสามารถที่จะต้านทานไว้ได้อีกต่อไป พวกเขาหนีกระเจิดกระเจิงออกจากค่ายเอาตัวรอด บางคนหลงอยู่ในป่าเป็นวันๆ กว่าจะกลับออกไปได้ ก่อนจะถึงรุ่งเช้ากำลังของกองร้อยก็สามารถยึดฐานปฏิบัติการตชด.แห่งนี้ไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

การสู้รบครั้งนี้เป็นการสู้รบที่ดุเดือดรุนแรงอย่างยิ่ง ใช้เวลาในการสู้รบติดพันกันหลายชั่วโมง
ประสบกับความสูญเสียมากด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่าย
โดยทางการเสียชีวิต ๒๑ คน บาดเจ็บ ๒๔ คน
ทปท.เองก็บอบช้ำอย่างหนัก มีนักรบเสียชีวิตถึง ๗ คน บาดเจ็บอีก ๒๕ คน
จัดได้ว่าสูญเสียกำลังไป ๑ หมวดเต็มๆทีเดียว

หลังการสู้รบได้ทำการยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ
อบรม เชลยศึกที่ถูกจับตัวไว้ได้ก่อนจะปล่อยตัวไป แล้วถอนกำลังกลับที่ตั้ง*


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 14 มีนาคม 2008, 22:45:04 PM
สภาพในการถอยกลับที่ตั้งในวันนั้น แม้จะประสบกับชัยชนะแต่ก็เต็มไปด้วยความทุลักทุเล

นักรบส่วนหนึ่งถูกจัดให้ทำหน้าที่ลำเลียงศพเพื่อนำกลับไปฝัง 

นักรบส่วนหนึ่งช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บไปยังจุดที่รักษาพยาบาล ในถ้ำเชิงเขาแห่งหนึ่ง

จึงยังคงเหลือนักรบที่อยู่ในสภาพปกติจำนวนเพียงไม่มากนักขนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ยึดได้และเป็นหน่วยระวังป้องกันทางด้านหลัง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องทิ้งยุทโธปกรณ์ที่ไม่สามารถขนเอาไปได้ไว้สองข้าง ทางเต็มไปหมด

ศพของนักรบทั้ง ๗ คน ถูกนำมาฝังรวมกันที่เชิงเขาแห่งหนึ่งพร้อมทั้งจัดพิธีไว้อาลัยอย่างเรียบๆง่ายๆ ท่ามกลางน้ำตาที่นองใบหน้า ของสหายร่วมรบ

ภายในถ้ำเชิงเขาที่นำนักรบบาดเจ็บทั้งหมดมารักษาตัว ขวักไขว่ไปด้วยสหายหน่วยหมอที่ระดมกันมาอย่างเต็มที่

ด้วยความเหน็ดเหนื่อย จากการสู้รบ บางคนแทบจะกินอาหารไม่ลง
สายวันนั้นหลายคนนอนพิงต้นไม้แล้วหลับอย่างสลบไสลโดยไม่ได้ใส่ใจกับเสียงปืนจากเครื่องบินที่บินมา
วนเวียนรอบฐานปฏิบัติการของตชด.ที่ถูกตีแตก แล้วยิงกราดอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าเหมือนคนบ้าคลั่งลงมาในแนวป่าแถบนั้น

วีรกรรมในการสู้รบอย่างเด็ดเดี่ยวกล้าหาญของนักรบจากกองร้อย ที่สมรภูมิหมู่บ้านท่ายูงในครั้งนั้น
เป็นเรื่องที่ได้รับการสดุดีกล่าวขวัญโจษจัน กันอย่างแพร่หลายในหมู่สหายทั่วทั้งเขต ๓ จังหวัด
ตลอดถึงมวลชนในเขตเคลื่อนไหวโดยทั่วไป


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 14 มีนาคม 2008, 22:51:26 PM
รำลึกถึงนักรบ ทปท.


มีภาษิตจีนโบราณบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า

 “คนเราทุกคนเกิดมาแล้ว ย่อมจะต้องตายนั้นจริงอยู่
แต่คุณค่าของการตายนั้นแตกต่างกัน
บางคนตายหนักกว่าขุนเขา บางคนตายเบากว่าขนนก”

ความหมายของภาษิตบทนี้มีความชัดเจนอยู่ในตัวของมันเอง คนเราบางคนเกิดมาใช้ชีวิตอย่างไร้ค่า หาสาระแก่นสารอะไรไม่ได้ มีชีวิตอยู่เพียงแต่กินสูบดื่มเสพย์ไปวันๆสังคมส่วนรวมจะเป็นอย่างไร ประชาชนจะทุกข์ยากเดือดร้อนแค่ไหนไม่สนใจ บางคนกลับซ้ำร้ายหนักยิ่งขึ้นไปกว่านั้นเขาใช้ชีวิตอยู่อย่างเอารัดเอาเปรียบคนอื่นในสังคมกอบโกยโกงกิน กดขี่ข่มเหง ขูดรีดประชาชน ความตายของพวกเขาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้โลกดีขึ้นเท่านั้น บางคนยังถูกสาปแช่งตามหลังอีกด้วย คุณค่าการตายของพวกเขาจึงไร้ค่า เบายิ่งกว่าขนนก

แต่คนบางคนที่เกิดมาในโลก ใช้ชีวิตอย่างสูงค่า ให้ความรักแก่เพื่อนมนุษย์  ทุ่มเทอุทิศชีวิตทั้งชีวิตเพื่อทำลายสิ่งเลวร้ายต่างๆในสังคมลงไป มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลง และสร้างสังคมใหม่ที่ดีงามตามอุดมคติที่เขามุ่งหวังขึ้นมา ความตายของพวกเขาเหล่านั้นสร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้ที่ยังอยู่เบื้องหลัง รวมทั้งยังได้รับการยกย่องสรรเสริญเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลัง คุณค่าการตายของพวกเขาจึงสูงค่าหนักยิ่งกว่าขุนเขา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 14 มีนาคม 2008, 22:52:31 PM
นักรบทปท.ที่เสียสละชีวิตในสงครามปฏิวัติ ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีความตื่นตัวทางการเมืองสูง พวกเขามีความรักชาติรักประชาธิปไตย รักประชาชน พวกเขามองเห็นสภาพสังคมที่ดำรงอยู่เต็มไปด้วยความไม่เป็นธรรม ชนชั้นปกครองซึ่งเป็นคนส่วนน้อยใช้อภิสิทธิ์เอารัดเอาเปรียบ กดขี่ข่มเหง สร้างความทุกข์ยากให้แก่ประชาชน

พวกเขาปรารถนาที่จะทำการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้เป็นสังคมแบบใหม่ ทำลายสิ่งเลวร้ายต่างๆ ลงไป แล้วสร้างสิ่งใหม่ที่ดีงามขึ้นมาทดแทน ตามอุดมคติที่พวกเขาปรารถนาร่วมกัน

พวกเขาอุทิศชีวิตทั้งชีวิตของตนเอง ละทิ้งทรัพย์สมบัติ เงินทอง พ่อแม่พี่น้อง ญาติมิตร สถานะทางสังคม และความสุขสบายต่างๆเข้าร่วมการต่อสู้ปฏิวัติในเขตป่าเขาทำสงครามประชาชน  ตามแนวทางการชี้นำของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่พวกเขามีความเชื่อมั่นว่าเป็นองค์กรที่จะสามารถนำพาการปฏิวัติให้ประสบความสำเร็จ จิตใจของพวกเขาจึงเป็นจิตใจที่ยิ่งใหญ่ สูงส่ง ยากที่บุคคลโดยทั่วไปจะสามารถทำเช่นพวกเขาได้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 14 มีนาคม 2008, 22:55:13 PM
แม้ว่าในท้ายที่สุด ชัยชนะของการปฎิวัติจะไม่ปรากฏตามที่พวกเขามุ่งหวัง
จะเนื่องจากสาเหตุ เงื่อนไข หรือปัจจัยใดๆก็ตาม
แต่พวกเขาก็ได้ใช้ความพยายามแล้วอย่างเต็มกำลังความสามารถ เท่าที่มนุษย์ผู้มีอุดม คติจะมีโอกาสทำได้

วีรกรรมของพวกเขาจึงเป็นวีรภาพที่ได้เกิดขึ้นแล้วบนผืนแผ่นดินนี้ ที่ไม่มีผู้ใดจะสามารถปฏิเสธได้ 
ซึ่งก็ยังคงจะได้รับการกล่าวขวัญ สนใจศึกษา
และถ่ายทอดสืบต่อไปสู่มวลหมู่มนุษย์ผู้มีอุดมคติที่ยังคงดั้นด้นดิ้นรนแสวงหาสังคมที่ใฝ่ฝันไปอีกนานแสนนาน

ในวันที่ภารกิจปฏิวัติในป่าเขาแห่งตำนานการสู้รบด้วยกำลังอาวุธยุติลงแล้ว 
อดีตปัญญาชนซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในกองร้อยทหารหลักที่ ๑ ได้รำพึงถึงชีวิตในอดีตของเขาไว้ว่า

“คิดถึงภูเขาและดอกหญ้าไหว

ใบไม้ร่วงหล่นปลิวล่องลอยไปกับสายน้ำตก

ลำธารสดใส

เสียงโหยหวนของชะนีแว่วมาแต่ไกล

สกุณา นกน้อยใหญ่ก็ร่าเริง

เสียงพูดคุยแผ่วเบา ณ ที่พักพล

สายลมเย็นแห่งรัตติกาลพัดผ่าน

แสงระยิบแห่งดวงดาวเต็มฟากฟ้าเหนือเปลนอน

ใครเล่าจะลืมได้ลง”


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 14 มีนาคม 2008, 23:44:35 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3070/2332622055_614784b4e7_o.jpg)

สหายเก่าช่วยกันยกแกรนิต อย่างกะไข่ในหิน
กว่าจะมาถึงหน้างาน เชือกรัดขาด เกิดเสียงประหลาดใต้ท้องรถ
จอดรถตรวจตราดูก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ
ออกรถไปสักพักเสียงดังอีก
ที่นี้ขับแบบนิ่มคลานไปเลย แต่...ยังดังอีก
ส.ประทีป ร่ายคาถา วีรชนช่วยด้วย
แล้วแกก็หมุกระจกลง
จึงพบสาเหตุ เหล็กรัดสายเข็มขัดนิรภัย
ช่างซุกซน โผล่ไปนอกประตู ลมพัดทำให้กระทบกับตัวรถ
เสียงมันเหมือนกับช่วงล่างรถกระบะคันที่ขับมาจะล่มสลาย

.....วีรชนช่วยแล้ว.......

ขากลับวีรชนก็ช่วยอีก

ตำรวจโบกให้หยุด
และถามว่ามาจากไหนครับ

มาจากอนุสาวรีย์วีรชนที่จังหวัดตรังครับ
(ที่จริงอยู่นคร คิดไม่ทันมั่วนิ่ม)
อำนวยความสะดวกให้หน่อยเถอะครับ

วันหลังขับชิดซ้ายด้วย

วันนั้นไม่มีใครขับซิดซ้ายเลย
แบบว่ามันเป็นลูกคลื่นนะครับท่าน




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: sun bird ที่ 15 มีนาคม 2008, 10:07:08 AM
ได้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้วจากหนังสือ ปูมประวัติศาสตร์มหิดลเพื่อประชาธิปไตย ภาคที่ ๓ หน้า๕๑๑-๕๑๒ เรื่องสหายที่เสียชีวิตไป ขอคัดลอกมาให้อ่าน

 วัลลภ  บุญภักดี        นักศึกษาแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลชั้นปีที่๕
สละชีวิต                     อุบัติเหตุรถควําขณะเดินทางจะไปส่งน้องสาวไปต่างประเทศ

ประวัติโดยสังเขป
                    วัลลภ หรือ ส. นพ  วัลลภเติบโตมาจากครอบครัวชาวนาภาคใต้ เข้ามาเป็นนักเรียนคณะแพทย์ของศิริราช ด้วยทุนของกระทรวงกลาโหม ที่มีโควต้าจากนักเรียนเตรียมทหารที่อาสาจะเรียนแพทย์เพื่อกลับไปเป็นแพทย์ทหาร(ทหารเรือ)
                         เมื่อเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ วัลลภยังเป็นนักศึกษาแพทย์อยู่ชั้นปีที่๓ แม้จะมีความขัดแย้งในสังคมที่แบ่งแยกทหารออกจากพลเรือน แต่วัลลภก็ได้เรียนรู้พื้นฐานและสาเหตุของความขัดแย้งนั้น จนในที่สุดก็เข้าใจและร่วมในการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
                               ในปี ๒๕๑๙ ขบวนการต่อสู้ของนักเรียนนักศึกษาประชาชนเริ่มถูกคุกคามอย่างโหดเหี้ยมขึ้น  การปิดโปสเตอร์นัดชุมนุมจะถูกคุกคามตลอดไม่ว่าจะเป็นการดักตี ทำร้ายร่างกาย เอาถังกาวราดศีรษะ  วัลลภจะเข้าปกป้องน้องๆเสมอ  มีอยู่ครั้งหนึ่งที่หน่วยติดโปสเตอร์จากมหิดลถูกจับขึ้นโรงพัก  วัลลภก็อาสาไปเป็นผู้เจรจากับนายตำรวจเวรซึ่งเป็นรุ่นน้องให้ปล่อยตัว
                             ในเหตุการณ์วันที่ ๖ ตุลาคม วัลลภก็ถูกจับในฐานะเป็นหนึ่งในผู้ชุมนุมด้วย  หลังจากนั้นก็ได้เดินทางเข้าร่วมต่อสู้ด้วยอาวูธ
ในเขตภาคใต้ ที่จังหวัดสุราษฎร์  และประสบอุบัติเหตุแก่ชีวิตขณะออกมาเยี่ยมบ้านในปี๒๕๒๑

เสนอมาให้พิจจารณาในเรื่องการลงชื่อในแผ่นหิน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 15 มีนาคม 2008, 11:41:48 AM
ผมเคยมีโอกาสได้รู้จักคุณวัลลภ  เมื่อ summer ปี 2519 
ที่ค่ายอาสาพัฒนาของชมรมโดมทักษิณ   ที่จังหวัดพัทลุง
คุณวัลลภเป็นคนใจเย็น  สุภาพ  นุ่มนวล
ได้ข่าวว่าเข้าป่าทางสุราษฎร์  และเสียชีวิต  แต่ไม่ชัดเจน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: sun bird ที่ 15 มีนาคม 2008, 15:10:40 PM
คุณวัลลภ เสียชีวิตอย่างแน่นอนแล้วตามหลักฐานหนังสือปูมประวัติศาสตร์มหิดลเพื่อประชาธิปไตย  และก็เป็นที่ทราบกันในหมู่เพื่อนมหิดล


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 มีนาคม 2008, 21:52:51 PM
งานหมอ

(http://farm2.static.flickr.com/1430/1089843259_1d5d009619_o.jpg)

งานหมอของเราในเขต ๓ จังหวัดคือ พัทลุง-ตรัง-สตูลเริ่มขึ้นหลังจากที่พคท.ตัดสินใจต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธและใช้ยุทธศาสตร์ “ชนบทล้อมเมือง” จึงได้ส่งผู้ปฏิบัติงานที่เคยเคลื่อนไหวกรรมกรและปัญญาชนในเมืองจากส่วนต่างๆกระจายลงสู่ชนบท อาทิเช่น ปัญญาชนจากกรุงเทพฯ อดีตพระจากจังหวัดชุมพร ผู้ปฏิบัติงานจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจากจังหวัดตรัง เป็นต้น

ในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ - ๒๕๐๔ ที่บ้านเขาเจียก คุณน้อยและภรรยาชาวชุมพร ได้มาทำงานฝังตัวประกอบอาชีพเกษตรกรรมและเลี้ยงเป็ดไก่ขาย จนสามารถสร้างแกนได้จำนวนหนึ่ง แล้วทางพรรคก็มีนโยบายให้วางจุดหนักไปที่เขตริมป่าเขา จึงไปสร้างงานที่บ้านปลายห้วย บริเวณเขาแก้ว ตำบลตะแพน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นรอยต่อสามารถข้ามไปจังหวัดตรังได้สะดวก ด้วยระยะทางจากบ้านเขาเจียก(ที่ราบ) ไปยังปลาย ห้วย(ป่าเขา)  ต้องเดินด้วยเท้าเปล่าเป็นเวลา ๒ วัน ถนนหนทางก็ยังทุรกันดาร นอกจากนี้บริเวณนี้ยังเป็นถิ่นที่พวกหนีคดี โจรผู้ร้ายมาหลบซ่อน และยังมีไข้ป่าชุกชุม หน่วยแกนในหมู่บ้านจึงเห็นความจำเป็นที่จะต้องมี “หมอ” ขึ้น และได้ตกลงกันให้คุณเคล้าซึ่งเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ไปฝึกงานหมอกับหมอเวียดนามอพยพที่ตัวเมืองจังหวัดพัทลุง และศึกษาจนสามารถวินิจฉัยโรคที่พบเป็นประจำได้ จัดยารักษาโรครวมทั้งฉีดยาและทำแผลได้

นับได้ว่าคุณเคล้าเป็นหมอปฏิวัติคนแรกของเขต ๐๙ นี้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 มีนาคม 2008, 21:54:01 PM
ส่วนที่บ้านสังแกระ รอยต่อ ๓ จังหวัด (พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช) นั้น พคท.ได้มอบหมายให้คุณรุ่ง อดีตนักเรียนพาณิชยการที่กรุงเทพฯ และเป็นเพื่อนของเสถียร พงษ์เจริญ ซึ่งขณะที่มาเล่าเรียนที่จังหวัดพัทลุง เขาได้มาอาศัยอยู่ที่บ้านของหมอพร้อม ช่วยหมอพร้อมหยิบจับยารักษาโรคได้บ้างเล็กๆน้อยๆ ช่วยฉีดยาทำแผลบ้าง ทำให้คุณรุ่งลูกคหบดีแห่งบ้านป่าพะยอมเป็นหมอปฏิวัติคนแรกของเขต ๐๗ ที่มีพื้นฐานการรักษาพยาบาลมาก่อนเข้าป่า

ดังนั้น ในปี พ.ศ.๒๕๐๖-๒๕๐๗ จึงเป็นปีที่กำเนิดงานหมอ
และได้ขยายงานไปสู่เขตป่าเขา “แบบกึ่งป่ากึ่งบ้าน”   

เนื่องด้วยคุณชอบเป็นคนเชื้อสายจีนและทางพรรคเคยส่งไปศึกษาที่ประเทศจีน ทำให้ได้นำวัฒนธรรมของจีนมาเผยแพร่ในหมู่สหายก็คือการดื่มน้ำต้ม ซึ่งการดื่มน้ำต้มเป็นสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน สามารถป้องกันโรคได้หลายอย่าง ทั้งโรคทางเดินหายใจ โรคทางเดินอาหาร และโรคนิ่วได้บ้าง (ทำให้น้ำกระด้างตกตะกอน) จึงเป็นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีระดับหนึ่ง

เหล่าสหายที่บ้านสังแกระและบ้านปลายห้วยเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีจึงปฏิบัติตาม และได้แนะนำมวลชนอีกทอดหนึ่ง แต่การดื่มน้ำต้มกลับเป็นจุดสังเกตให้ทางการและอิทธิพลท้องถิ่นเพ่งเล็งและตั้งข้อหาว่าเป็น “คอม” เพราะปกติชาวบ้านโดยทั่วไปจะดื่มน้ำฝนหรือน้ำบ่อหรือน้ำในลำธารเท่านั้น และเช่นเดียวกันหากหมู่บ้านใดมีการลงแขกช่วยเหลือเกี่ยวข้าวซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวทางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของพคท. ก็จะถูกเพ่งเล็งด้วย

ต่อมาวัฒนธรรมดื่มน้ำต้มนี้ได้ปฏิบัติกันมาในหมู่สหายจนเป็น ความเคยชิน ไม่ว่าจะอยู่ในเขตงานมวลชนซึ่งอยู่เพียง ๓-๕ คน ก็จะต้มน้ำไว้ดื่ม ๑ หม้อ ก่อนจะหุงข้าวเสมอ และในค่ายใหญ่ก็จะต้มน้ำด้วยกระทะใบบัว ๑ กระทะ ก่อนจะหุงข้าวเช่นเดียวกัน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 มีนาคม 2008, 21:55:01 PM
อดีตนักศึกษาแพทย์และหมอเคี่ยมถูกจับ

จากการเคลื่อนไหวมวลชนด้านกว้างและการไปหาอาวุธเพื่อป้องกัน ตนเอง ก็เกิดกรณีแตกเสียงปืนที่วัดควนปรงในปี พ.ศ.๒๕๐๗ ทำให้
คุณสวาท (ชื่อบ้าน “ไข่หนู”) เสียชีวิต นับเป็นสหายคนแรกของเขตนี้ที่เสียสละให้กับการปฏิวัติ  หลังจากนั้นไม่กี่เดือนคุณเคล้า(ชาวบ้านมักเรียกว่า “หมอเคี่ยม” หมายถึงหมอชาวบ้าน) ก็ถูกจับระหว่างออกไปซื้อปืน และคุณเคียวแห่งบ้านสังแกระก็ถูกจับกุมในข้อหามีปืนเถื่อนในครอบครองระหว่างเดินทางไปควนหลังไอ้หมี ทำให้หมอจำเป็นทั้ง ๒ คนต้องโทษจำคุก โดยคุณเคล้าถูกจำคุกประมาณ ๔ ปี ซึ่งเป็นข่าวที่ดังมากในหมู่มวลชน

ส่วนคุณเคียวไม่ถูกจำคุกเพราะญาติพี่น้องได้ประกันตัวออกมาและบังคับให้บวช ต่อมาคุณเคียวก็หายสาบสูญไปโดยไร้ร่องรอย

เมื่อมวลชนเข้าร่วมในการเคลื่อนไหวกับพคท.เพิ่มมากขึ้น ทางการ จึงใช้นโยบายปราบปรามอย่างหนัก โดยในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ได้ใช้กำลัง ๕ กองพันเข้าตั้งฐานในหมู่บ้านเขาแก้ว ทำการกวาดล้างแกนในหมู่บ้านและญาติพี่น้องแบบเหวี่ยงแหอย่างทารุณโหดร้าย กำลังทหารหน่วยนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านนานเกือบ ๒ ปี ทำให้การอยู่แบบกึ่งป่ากึ่งบ้านนั้นไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป กลุ่มสหายและมวลชนที่เข้าร่วมจำต้องอพยพเข้าป่าลึก และเคลื่อนย้ายกำลังตลอดเวลา



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 มีนาคม 2008, 21:56:33 PM
ตำนานงานหมอ “พยายามพึ่งตนเอง”

แม้ว่าสถานการณ์สู้รบของ พคท. ในเขต ๓ จังหวัด จะอยู่ในฐานะเป็นฝ่ายถูกรุก ทำให้ต้องย้ายค่ายไปสร้างในป่าลึกโดยค่ายจะอยู่ห่างจากมวลชนมาก การติดต่อกับใครสักคนก็ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูง เพื่อมิให้ผู้ที่ไปติดต่อเป็นอันตราย อาหารการกินไม่เพียงพอ ยารักษาโรคมีน้อย

แต่จิตใจที่กล้าหาญและไม่เกรงกลัวต่อความยากลำบาก ทำให้ทุกคนพยายามหาหนทางต่อสู้กับอุปสรรค
ดังนั้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ทางพรรคจึงส่งผู้ปฏิบัติงานไปเรียนการทหารและงานหมอที่ภาคอีสาน

โดยมีสหายจากประเทศลาวและเวียดนามช่วยฝึกสอน (ขณะนั้นประเทศลาวและเวียดนามยังไม่ได้รับชัยชนะ) ผู้ที่ได้รับเลือกให้ไปเรียนทหารคือ คุณณรงค์ คุณนึก คุณเอียด คุณกิจและคุณภาส(น้องชายคุณกิจ) ส่วนผู้ที่ไปเรียนหมอ คือ คุณศรี คุณใจ คุณพร คุณดวน และคุณเพ็ญ สหายกลุ่มนี้จึงเป็นหมอคณะแรกและเป็นสหายหญิงทั้งหมดของเขตนี้ที่ไปอบรมกับสหายพี่น้อง

หลักสูตรการอบรมเป็นโครงการระยะสั้นประมาณ ๓-๔ เดือน โดยต้องอบรมการทหารก่อน แล้วมาเรียนงานหมอซึ่งมีเนื้อหาด้านกายวิภาค สรีรวิทยา พื้นฐานโรค การรักษาโรค(แผนปัจจุบัน) การผ่าตัดสนาม ตลอดจนการแทงเข็ม จึงเป็นหลักสูตรผสมผสานระหว่างแผนตะวันตกและตะวันออก โดยยึดหลักให้เหมาะสมกับสภาพจรยุทธ์ในขณะนั้น
คณะที่ไปเรียนการทหารและหมอชุดนี้ได้ใช้เวลาถึง ๒ ปี จึงกลับคืนภาคใต้ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการเดินทาง



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 มีนาคม 2008, 21:57:44 PM
ในการคัดเลือกผู้ปฏิบัติงานด้านนี้

หน่วยพรรคจะเป็นผู้คัดเลือกทั้งสิ้น โดยจะพิจารณาจากจุดยืนทางการเมือง จิตใจรับใช้ประชาชนโดยเฉพาะชาวนาชาวไร่ที่ยากจน มีความรักทางชนชั้นที่จะช่วยเหลือผู้อื่นและมีความรู้ความสามารถเพียงพอ

เมื่อนักเรียนการทหารและหมอเดินทางกลับมาแล้ว ทางพรรคจะให้แยกย้ายกระจายไปตามเขตต่างๆ ซึ่งขณะนั้นมี ๓ เขตแล้ว คือ เขตเหนือ เขตกลางและเขตใต้ โดยคุณใจและคุณดวนประจำที่เขตเหนือ ส่วนที่เหลือไปอยู่เขตกลางและเขตใต้

ช่วงที่นักเรียนหมอไปเรียนที่อีสานในปีพ.ศ. ๒๕๐๙ นั้นทางพรรคก็ได้คัดเลือกผู้ปฏิบัติงานจำนวน ๕ คน ไปศึกษาการเมืองการทหารที่มลายา โดยมีคุณเชื้อเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับคัดเลือกครั้งนี้ และก่อนจะจากไปศึกษาแดนไกล คุณเชื้อได้หมั้นกับคุณพรนักเรียนหมอคนหนึ่งไว้แล้ว นักเรียนการเมืองการทหารรุ่นนี้เดินทางไปถึงเขาปู่ได้เกิดเสียลับ เจ้าหน้าที่เข้าโจมตีขณะนอนพักกลางคืน ทำให้ขบวนทัพแตกและถอยกลับมาเขตเหนือได้ ๔ คน

คุณเชื้อถูกยิงที่ใบหน้าเป็นเหตุให้ขากรรไกรแตกและพลัดหลงอยู่คนเดียวเป็นเวลา ๗ วัน จนมีหนอนขึ้นในแผล คุณเชื้อได้รับการรักษาด้วยสมุนไพรบ้าง น้ำมะนาวบ้าง และยาขาวยูนนานของประเทศจีนที่คุณชอบแจกให้กับสหาย ซึ่งเป็นตัวยาใช้ได้ทั้งกินทั้งใส่แผลและห้ามเลือด หลังจากนั้นแผลของคุณเชื้อก็หายเป็นปกติแต่กระดูกไม่เหมือนเดิมทำให้คางเบี้ยวไปข้างหนึ่ง



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 มีนาคม 2008, 21:59:42 PM
วิธีการเรียนหมอของเราในขณะนั้น ใช้การถ่ายทอดกันและฝึกปฏิบัติตัวต่อตัวโดยใช้ตัวเองเป็นผู้ทดลอง

โดยผลัดกันฉีดกลูโคสเข้าเส้น ในเวลานั้นหมอเองยังมีทัศนะเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเหมือนกับชาวบ้านทั่วไปอยู่มากเช่น เชื่อว่ายาฉีดดีกว่ายากิน การให้น้ำเกลือทำให้มีแรง ชอบการฉีดยาบำรุง เป็นต้น

หลังจากคณะนักเรียนหมอกลับมา ก็ได้ถ่ายทอดความรู้ด้านหมอให้กับสหายบนค่ายและผู้ที่จะไปปฏิบัติงานมวลชน ขณะเดียวกันเมื่อคุณเคล้าออกจากคุกในปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ก็ได้ถ่ายทอดวิชาหมอให้คุณโรจน์และคุณเคียว แล้วผันตัวเองลงไปทำงานมวลชนแถวโคกชะงาย

วิชาแทงเข็มซึ่งเป็นการแพทย์แผนตะวันออกที่คณะหมอ

รุ่นนี้นำมาเผยแพร่กับสหายและมวลชนภาคใต้ตอนล่างเป็นครั้งแรก นับเป็นการรักษาโรคอีกทางหนึ่งซึ่งเหมาะสมกับสภาพจรยุทธ์และชาวบ้านยากจนที่อยู่ห่างไกล เนื่องจากพกพาสะดวก สามารถเรียนรู้ได้ไม่ยาก ฝึกฝนเทคนิคง่ายและประหยัดงบประมาณของมวลชนและกองทัพได้มาก โดยเข็มที่ใช้แทงแล้วก็ยังใช้ได้ต่อไปเพียงแต่ฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์ ๗๐% และฆ่าเชื้อที่มือผู้แทงเท่านั้น ประสิทธิภาพที่ได้มาจากบทเรียนอันจัดเจนของหมอคือ สามารถบำบัดอาการปวดแทบทุกชนิดได้ผลเกิน
คาดหมาย โดยเฉพาะอาการปวดศีรษะ ปวดฟัน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดเข่า และนับตั้งแต่รักษาด้วยการแทงเข็มมาหลายปีก็ยังไม่มีข่าวว่าผู้ใดเป็นบาดทะยักเสียชีวิต(ขณะนั้นโรคไวรัสตับอักเสบบีและโรคเอดส์ยังไม่เป็นที่รู้จัก)

ส่วนการใช้เข็มรักษาโรคให้หายขาดได้ก็มี เช่น โรคอัมพฤกษ์ซึ่งเดินไม่ได้มานาน แต่เรายังขาดงานวิจัยเก็บข้อมูล
(ทำให้ไม่มีตัวเลขแน่นอน ว่าสามารถรักษามวลชนหายจากโรคนี้จำนวนมากน้อยเพียงใด)
สำหรับการรักษาโรคติดเชื้อนั้นวิชาแทงเข็มแทบใช้ไม่ได้ผล


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 มีนาคม 2008, 22:01:22 PM
การพัฒนาทางด้านงานหมอได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ขาดสาย ความพยายามที่จะพึ่งตนเอง
ประกอบกับเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้นมาก

เผด็จการทหารถนอม-ประภาส ถูกโค่นลงไปได้ส่งผลสะเทือนทั้งในกองทัพและในหมู่มวลชน สร้างขวัญกำลังใจปลุกเร้าให้พวกเราเดินหน้าต่อไป

ดังนั้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ทางพรรคได้เปิดโรงเรียนหมอขึ้นที่ในตระที่ค่ายหน้าถ้ำ โดยมีหมอวราครูสอนจากสุราษฎร์ธานี(หมอวราได้รับการศึกษาจากประเทศจีน หลังกลับมาได้เปิดโรงเรียนหมอที่นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ระหว่างปี ๒๕๑๔- ๒๕๑๕) โดยหลักสูตรการเรียนจะเน้นหนักด้านผ่าตัด นักเรียนหมอรุ่นนี้ คือ
คุณดวน คุณใจ คุณเพลิน คุณขวัญ คุณมุล คุณประทีป คุณสุด คุณเรียม คุณสา คุณสมพงษ์และคุณเนิ่น

เมื่อจบหลักสูตร สหายหมอชุดนี้สามารถผ่าตัดไส้ติ่ง ไส้เลื่อน เปิดช่องท้อง เจาะคอและปอดได้

ก่อนจะเปิดโรงเรียนหมอที่ในตระได้นั้น ทางพรรคได้ตระเตรียม งานมวลชนไว้ระดับหนึ่งแล้ว โดยในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ได้อพยพสหายจำนวนหนึ่งมาสร้างงานที่บ้านควนไม้ดำ อำเภอปะเหลียน (หมู่บ้านพื้นราบเขตรอยต่อ ๓ จังหวัด พัทลุง-ตรัง-สตูล) โดยก่อนหน้านี้ในปี


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 15 มีนาคม 2008, 22:19:11 PM
พ.ศ.๒๕๐๗ คุณภูมิและภรรยา (ทำงานอยู่ในเมืองตรัง) ซึ่งไม่พร้อมจะขึ้นป่าได้ซ่อนตัวทำงานมวลชนบริเวณหมู่บ้านแห่งนี้ และมีหม้งเปรม
(คุณปรีชา) คุณละ(คุณดุลย์) และคุณรุ่ง เป็นแกนนำอยู่ในหมู่บ้าน ภายหลังมาเสียลับจากตำรวจที่มาแต่งงานกับหญิงในหมู่บ้านจึงทำให้งานชะงักไประยะหนึ่ง ต่อมาในปี

พ.ศ. ๒๕๑๒ คุณเคียวได้เข้ามาประสานงานอีกครั้งหนึ่ง และย้ายสหายจากเขต ๔ เข้ามาอยู่ที่่บ้านตระและใช้เวลาประมาณ ๒ ปีกว่าจึงสร้างที่มั่นจรยุทธ์ขึ้นสำเร็จ หลังจากนั้นบ้านตระจึงกลายเป็นที่มั่นจรยุทธ์ของพคท.ที่มั่นคง และไม่มีความเป็นหมู่บ้านอีกต่อไป

การผลิตงานหมอขึ้นเองเพื่อรับใช้ประชาชนและเสริมสร้างความมั่นคงแก่กองทัพได้ก้าวไปอีกขั้น

ในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้เปิดโรงเรียนหมอพื้นฐานอีก ๑ รุ่น โดยมีคุณดวนและคุณประทีปเป็นผู้ฝึกสอน และนักเรียนจำนวน ๑๐ คน ได้แก่ คุณศึก คุณนอง คุณยา คุณธาน คุณแดน คุณชนะ คุณพิชัย คุณวาที คุณเขียนและคุณจารึก

ในปีนี้คุณชอบได้ย้ายไปทำงานที่เขต ๗ จังหวัดพะเยา ไปพร้อมกับคุณขวัญและคุณเสกสรร ซึ่งไปเรียนหมอที่ประเทศจีน
โดยคุณเสกสรรใช้เวลาเรียน ๒ ปี ปีแรกเรียนการผ่าตัดและปีต่อมาเรียนด้านวิสัญญี
ส่วนคุณขวัญใช้เวลาเรียน ๑ ปี สำหรับการผ่าตัดโดยเฉพาะ

(http://farm4.static.flickr.com/3035/2335268288_1827bb83e1_o.jpg)

คุณเสกสรร กำลังประกอบเครื่องทำฟันให้คุณใจ น่าจะเป็นปี ๒๕๒๒ ที่โคนต้นไม้หน้าโรงพยายบาลองค์การเขต ๓
ค่ายคนท้อง (จำชื่อค่ายไม่ได้ แต่เดินทวนน้ำตามลำธารขึ้นไปประมาณ สองสามกิโล จะพบน้ำสามแพร่ง เดินตามห้วยแพร่งซ้าย อีกอึดใจก็ถึงแล้ว ค่ายนี้น้ำน้อย ต้องเอาโคมไปตักอาบ ไม่ค่อยจาบเท่าใด แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับผม อาบบ้าง เว้นวรรคบ้าง)

(พรรคได้ส่งผู้ปฏิบัติงานไปเรียนหมอโดยพิจารณาความคิดทางการเมือง ความต้องการทางการแพทย์ของพรรคขณะนั้นและระดับความรู้ของผู้ไปเรียน โดยให้ไปเรียนในหลักสูตร ๑-๓ ปี สำหรับผู้ที่เป็นนักเรียนมัธยมหรือนักศึกษาครู สำหรับนักศึกษาแพทย์ให้เรียนจนจบแพทย์ปริญญาเพื่อจะได้มาเปิดโรงพยาบาลในเขตอำนาจรัฐแดง สำหรับภาคใต้มีผู้ไปเรียนจนจบแพทย์ปริญญาจำนวน ๒ คน)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 16 มีนาคม 2008, 18:00:37 PM
ขอบคุณ คุณ arunok99 ค่ะที่ช่วยค้นคว้าหารายละเอียดมาให้
คุณวัลลภเข้าที่เขตสุราษฎร์ เข้าใจว่า ส.ทางสุราษฎร์คงได้บันทึกไว้แล้ว
ที่ไม้เสียบนี้ รวบรวมอัฐิของส.เขตพัทลุง,ตรัง,สตูล,สงขลา,และนครศรีธรรมราชบางส่วน ค่ะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 มีนาคม 2008, 22:07:17 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2309/2337800004_1d62166328_o.jpg)

นอกจากการเปิดโรงเรียนหมอพื้นฐานแล้ว ได้เปิดโรงเรียนหมอฟันอีกด้วย โดยมีคุณสามารถเป็นผู้ฝึกสอน (คุณสามารถเป็นสหายจากจังหวัดนครศรีธรรมราช) และมีนักเรียนจำนวน ๘ คน ดังนี้ คือ คุณหนู คุณสำรวย คุณมุล คุณเพลิน คุณใจ คุณเอื้อม คุณสุด และคุณดวน หลักสูตรประกอบด้วยการถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และทำฟันปลอม ซึ่งเทคโนโลยีของเรายังใช้แรงคนเป็นหลัก ทำให้การอุดฟันต้องใช้เวลานาน ส่วนโรคทางช่องปากและเหงือกไม่ได้เน้นหนักและได้รักษาไม่กี่ราย

ก่อนเกิดเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ พคท.ได้เปิดโรงเรียนหมอผ่าตัดใหญ่ที่เขต ๒ นับเป็นการยกระดับงานหมอกว่าทุกครั้ง ครูฝึกสอน
คือ คุณน้อย (เป็นหมอมาจากนครศรีธรรมราช ปฏิบัติงานอยู่แถบอีสานและได้ไปเรียนที่เวียดนามหลายปี จนสามารถผ่าตัดใหญ่ได้ ต่อมาแต่งงานกับสหายนครศรีธรรมราชและได้กลับไปอยู่ที่นครศรีธรรมราช) มีนักเรียนจำนวน ๑๐ คน คือ คุณเพลิน คุณมุล คุณสา คุณมัย คุณสุด คุณใจ คุณศึก คุณประทีป คุณสมพงษ์และคุณเรียม หลักสูตรเกือบทั้งหมดใช้เวลาเรียนประมาณ ๓ เดือนหรือ ๑ โครงการ

การเปิดโรงเรียนหมอผ่าตัดเพื่อรองรับกับสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นจากการปราบปรามในปี ๒๕๐๘ และปี ๒๕๑๔-๒๕๑๕ โดยเฉพาะกรณีถังแดงในปี ๒๕๑๔-๒๕๑๕ ซึ่งทางการใช้นโยบาย ๓ เรียบ ทำให้คนขึ้นป่ากันมาก กองกำลังติดอาวุธมีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องหาอาวุธให้กับกองทหาร เป็นเหตุให้มีการสู้รบบ่อยครั้ง นับว่าเป็นเรื่องโชคดีเพราะที่ผ่านมาสหายได้รับบาดเจ็บไม่สาหัสนัก มีเพียงครั้งหนึ่งคือที่บ้านสังแกระสหายผู้หนึ่งถูกยิงที่ท้องขณะแก้แค้นพวกอส.และกำนัน ซึ่งสหายหน่วยงานได้นำมารักษาบนค่าย และประสานกับแพทย์ในเมืองให้ผ่าตัดอีกครั้ง จนสามารถช่วยชีวิตได้สำเร็จ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 มีนาคม 2008, 22:11:02 PM
การเมืองก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

งานที่สำคัญส่วนหนึ่งของพคท.ก็คืองานหมอ การคัดเลือกผู้ที่จะมาปฏิบัติงานด้านนี้จึงต้องกลั่นกรองอย่างรอบคอบ ต้องพิสูจน์จากประวัติการ เคลื่อนไหวต่อสู้ยาวนานพอสมควร ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักประกันในเรื่องของความลับและการสูญเสียบุคลากร

ในช่วงแรกจึงกล่าวได้ว่าหมอของเราคือนักต่อสู้ที่มีหน้าที่เป็นหมอ ดังนั้น “หมอ” ในขบวนการปฏิวัติจะต้องทั้งแดงทั้งเชี่ยวชาญ กล่าวคือแดงด้านความคิดทางการเมือง และเชี่ยวชาญในงานหน้าที่หมอ ดังนั้น หมอปฏิวัติทุกคนต้องศึกษาเรื่องอุดมการณ์ทางการเมือง นโยบาย ระเบียบวินัย และปรัชญาเป็นประจำ ขณะเดียวกันก็มีการสรุปบทเรียนและการวิจารณ์การทำงานด้านหมออยู่ตลอดเวลา โดยเนื้อหาวิชาหมอที่ศึกษาส่วนใหญ่มาจากประเทศสังคมนิยมและเป็นหลักสูตรระยะสั้นตั้งแต่ ๓-๔ เดือน จนถึง ๓ ปี ซึ่งจัดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ขณะนั้น

ในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ นักเรียน นักศึกษา และปัญญาชนในเมืองได้หลั่งไหลเข้าป่าที่เขต ๓ จังหวัด เป็นจำนวนนับร้อยคน ในจำนวนนี้มีทั้งผู้ที่จบปริญญาทางแพทย์แล้ว นักศึกษาแพทย์ พยาบาลและสาธารณสุข ประมาณกว่า ๑๐ คน สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาแพทย์เรียบร้อยแล้ว เมื่อขึ้นป่าจึงได้รับการยอมรับว่าเป็น “หมอใหญ่” การทำงานในกองทัพในสถานการณ์ปฏิวัตินั้น หมอใหญ่อาจไม่ใช่หมอที่จบแพทยศาสตรบัณฑิตก็ได้ แต่เป็นสหายชาวนาที่ผ่านการศึกษาอบรมที่ดี มีความตั้งใจดี ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่แพทย์เฉพาะทางได้ดีไม่น้อยกว่าแพทย์ปริญญาเลย

นักศึกษาแพทย์หลายคนหันเหไปทำงานด้านอื่น เช่น คุณชาคร อดีตนักศึกษาแพทย์รามาธิบดี ทำงานเป็นครูโรงเรียนการเมืองที่เขต ๑ และต่อมาไปทำงานโรงพิมพ์ที่เขต ๓ คุณประยูรนักศึกษาแพทย์จุฬาฯ ปีที่ ๕ ทำงานโรงพิมพ์เช่นเดียวกัน และมีหลายคนที่ไม่ได้เรียนหลักสูตรหมอในกองทัพ ความรู้แพทย์แผนตะวันตกจึงได้เข้ามาพร้อมกันอย่างรวดเร็วพร้อมกับความชื่นชมยินดีของสหายชนบท และต่อมาได้เกิดความขัดแย้งในเรื่องความรับรู้และทัศนคติต่อการรักษาที่ต่างกัน

ขณะเดียวกันส่วนงานต่างๆได้เรียกร้องต้องการหมอมากขึ้น จัดตั้งจึงได้เปิดโรงเรียนหมอพื้นฐานโดยเร่งด่วน ซึ่งกำหนดให้เขต ๓ เป็นศูนย์กลางในการผลิตหมอให้กับเขต ๑ และเขต ๓  ส่วนเขต ๒ ผลิตหมอให้กับเขต ๒ และเขต ๔

โรงเรียนหมอพื้นฐานที่เขต ๒ และเขต ๓ ครั้งนี้ มีลักษณะแตกต่างจากโรงเรียนที่ผ่านมา กล่าวคือ ผู้ฝึกสอนเป็นแพทย์ปริญญา
ส่วนผู้เรียนมีทั้งชาวนาและปัญญาชนจำนวนใกล้เคียงกัน ซึ่งระดับความรู้ มีตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ ๔ จนถึงระดับอุดมศึกษา
หลักสูตรการสอนแทบทั้งหมดมาจากตะวันตกและมีหลักสูตรการแทงเข็มด้วย
ครูผู้สอนต้องเขียนและแปลตำราเองจากที่ร่ำเรียนมา ๗ ปีในมหาวิทยาลัย แล้วย่อหลักสูตรให้เหลือเพียง ๓-๔ เดือน
จึงเป็นงานที่ยากลำบากมาก แต่สถานการณ์ในขณะนั้นทุกคนยังมีไฟแห่งความคับแค้นและศรัทธาต่อพรรคสูง
ทำให้ครูผู้สอนมีความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยมที่จะถ่ายทอดวิชาในทุกรูปแบบ
และบรรดานักเรียนต่างก็มีความมุ่งมั่นที่จะศึกษาอย่างมีพลัง จึงเป็นการหนุนช่วยซึ่งกันและกันอย่างน่าประทับใจ
และหากจะกล่าวว่าครูผู้สอนท่านนี้เป็น “ยอดครู” ก็คงไม่เกินจากความเป็นจริงเลย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 17 มีนาคม 2008, 20:34:17 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3250/2340678088_aace247096_o.jpg)

ตำราประกอบการเรียนได้สำเร็จออกมา ๖ เล่ม มีเนื้อหาด้านกายวิภาคและสรีรวิทยาเบื้องต้น คู่มือตรวจและการรักษาโรค เภสัชวิทยา บาดแผลสงคราม ภาษาอังกฤษเบื้องต้นและการแทงเข็ม นอกจากนี้ยังต้องศึกษาทางการเมืองเพื่อก่อให้เกิดชีวทัศน์ที่ถูกต้อง หนังสือแพทย์ปฏิวัติที่ใช้ศึกษามีดังนี้

๑. รับใช้ประชาชน
๒. ลุงโง่ย้ายภูเขา
๓. ระลึกนอร์แมน เบธูน (แพทย์ชาวแคนาดา มาช่วยปฏิวัติในประเทศจีนจนเสียชีวิต)

(http://farm4.static.flickr.com/3250/2340678088_aace247096_o.jpg)

เนื่องจากหลักสูตรของโรงเรียนหมอพื้นฐานในปี พ.ศ. ๒๕๒๐
ทั้งเขต ๒ และเขต ๓ เป็นแผนตะวันตกทั้งสิ้น ดังนั้น ยา อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์จึงเป็นภาษาอังกฤษ คณะครูจึงกำหนดให้มีการสอนภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานโดยได้แต่งตำราฉบับใช้งานขึ้นเพื่อใช้อ่านฉลากยา การใช้ยาและเข้าใจความหมายของยาได้อย่างถูกต้อง

รูปแบบและวิธีการสอน จะมีตั้งแต่การจดบนกระดาน แสดงละคร ดัดแปลงอุปกรณ์ที่พอจะหาได้ เช่น นำไม้และถุงพลาสติกมาแสดงการทำงานของปอด เป็นต้น ในบางครั้งได้ขอให้คุณสมซึ่งเป็นคนพูดน้อยออกมาคลุมผ้าแสดงตำแหน่งและลักษณะของมดลูกซึ่งสามารถทำให้นักเรียนเกิดจินตนาการและเรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี

แม้กาลเวลาจะผ่านมาเกือบ ๒๔ ปีแล้ว นักเรียนหมอก็ยังคงจดจำภาพเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำ

เมื่อสหายล่าสัตว์ป่าเพื่อเป็นอาหารมาได้ เช่น ค่าง ครูผู้สอนก็จะนำมาเป็น “อาจารย์ใหญ่” ทันที
โดยนักเรียนจะล้อมวงเรียนบริเวณท่าน้ำ และจัดการผ่าดูกายวิภาคอย่างละเอียด
ต่อจากนั้นได้กลายเป็นอาหารโปรตีนอันวิเศษที่หาได้ยากยิ่ง
ระหว่างการเรียนการสอนนี้ไม่มีคนไข้บาดเจ็บให้ต้องเย็บแผล
สักราย นักเรียนหมอจึงต้องฝึกหัดเย็บไก่ที่เลี้ยงไว้ และเช่นเดียวกัน
ต่อมา “อาจารย์ไก่” ได้กลายเป็นอาหารเย็นของสหายบนกองทัพ



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: arunprapa_w ที่ 17 มีนาคม 2008, 20:56:37 PM

ตำราทั้ง๖เล่มยังอยู่ครบหรือไม่คะลุง :o  คอนเสิร์ตเพลงปฏิวัติครั้งต่อไป(ถ้ามี) นำมาแสดงหน้างานให้ชมเป็นขวัญตาด้วยนะคะ



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 มีนาคม 2008, 01:42:38 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3140/2340678172_e130332ef0_o.jpg)

ขออภัยที่ลงภาพข้างบนซ้ำ ขอบเปลี่ยนเป็นภาพนี้

หนังสือต้นฉบับก่อนที่จะสแกนลงตีพิมพ์ในหนังบนเส้นทางฯ ได้มาจากคุณพันไพร (บก.)
ผมส่งคืนกอง บก. แล้ว (6 ปี ก่อน) ถ้าน้ำไม่ท่วม ปลวกไม่แทะ คงหาดูได้อีก

ขอบคุณน้องอรุณประภา ที่สนใจงานด้านการแพทย์ในสมรภูมิรบฯ
เรื่องราวของสหายหมอมีมาก โดยเฉพาะงานมวลชน มวลชนเคารพรัก เอ็นดูหมอเป็นพิเศษ
ทางการมาปิดล้อมหมู่บ้านหนึ่ง สหายหมออยู่มี่นั่นหลายคน มวลชนยังสามารถพาสหายหมอฝ่าวงล้อมออกมาได้อย่างปลอดภัย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 มีนาคม 2008, 10:39:35 AM
สลับกับรายงานความคืบหน้าของหน้างานฯ
คุณชาลีส่งภาพล่าสุดมาให้

(http://farm3.static.flickr.com/2246/2341639917_45aaee70c8_o.jpg)

เราชาวเทือกเขาบรรทัดต้องกราบขออภัยมิตร สหาย มวลชน ที่เลื่อนกำหนดการทำบุญกระดูกสหาย
จากวันที่ ๘ มีนาคม มาเป็นวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๑

มิตรสหายท่านใดไม่สะดวกที่จะนำรถไปเอง กรุณาแจ้งความประสงค์เบื้องต้นไว้ที่นี่
หรือจดหมายน้อยมาที่ผม จะช่วยประะสานงานให้ครับ

ระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึง วัดไม้เสียบ ๘๒๐ กม. หลักกิโลที่ ๕๑ อยู่ข้างทางหลวงสาย ๔๑
(กำลังทำแผนที่การเดินทางให้ครับ)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: pteamb ที่ 18 มีนาคม 2008, 12:59:09 PM
ขอถือวิสาสะ ทำแผนที่ให้ดูคราวๆนะครับ

(http://img2.smileupload.com/upload_pic/18-03-2551/01zech_18032551125823.jpg) (http://www.smileupload.com)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: pteamb ที่ 18 มีนาคม 2008, 13:10:48 PM
ถ้าผมจำไม่ผิด ปากทางเข้าวัดจะเป็นยูเทิร์นนะครับ

ปากทางเข้าวัดสังเกตได้ยากมากๆ ไม่มีจุดอะไรเด่นเลย

ขนาดคนในพื้นที่เอง ตอนขับรถผ่านจะนึกได้ว่าถึงวัดไม้เสียบแล้วก็ตอนที่มันผ่านไปแล้ว

ถ้าจะให้ไม่ขับเลยวัดไม้เสียบ คือ ถ้าถึงตำบลวังอ่างแล้ว ขับรถอีกไม่ไกล 10 นาทีก็จะถึงวัดไม้เสียบอยู่ซ้ายมือแล้วครับ

หากใช้เครื่อง GPS พิกัดก็ประมาณนี้ครับ  (http://img2.smileupload.com/upload_pic/18-03-2551/01kjhc_18032551131454.jpg) (http://www.smileupload.com)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: cherd262 ที่ 18 มีนาคม 2008, 14:38:44 PM
ขอรบกวนเเสดงตำเเหน่งวัดคร่าวๆให้หน่อยครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 18 มีนาคม 2008, 17:36:57 PM
ดูแผนที่ ที่คุณ pteamb โพสต์มาให้ดู เห็นชื่อ สถานีรถไฟคลองมวนแล้ว ทำให้นึกถึงเมื่อ 30 ปีที่แล้วประมาณเดือนมกราคม ได้พบสหายครั้งแรกที่สถานีนี้ มีมอเตอร์ไซด์มารับเดินทางเข้าไปในเขตป่าเขา
และนับจากวันนั้นมา ชีวิตทุกอย่างก็เปลี่ยนไป


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 18 มีนาคม 2008, 21:15:34 PM
มีจุดสังเกตุดังนี้ครับ

จะมีสะพานที่ยาวกว่าสะพานทั่วไปแสดงว่าถึงแล้ว

ให้เปิดไฟเลี้ยวซ้าย ปากซอยเข้าวัดไม้เสียบอยู่ใกล้ๆกับคอสะพานครับ

โดยดูป้ายชื่อวัดครับ :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 19 มีนาคม 2008, 05:26:24 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2155/2343477137_6b02b6dc0a_o.jpg)

ได้จังหวะกำลังหาแผนที่มุมกว้างอยู่พอดีครับคุณ  pteamb
จะเห็นได้ว่าวัดไม้เสียบอยู่ด้านตะวันออกของถนนสาย  41
ถ้าเดินทางจากกรุงเทพฯ-ผ่านเพชรบุรี-ปราณบุรี-ประจวบ-ชุมพร-สุราษฏร์-ทุ่งสง
จากทุ่งสง-ผ่านชุมทางเขาชุมทอง-สังเกตุประมาณ กม.50  จะมีสะพานยาวๆข้ามคลองไม้เสียบตามที่ลุงเอ.บอกไว้ 
ชลอรถ ชิดซ้าย ลดความเร็วลงมากๆ  ผ่านที่ กม. 51 ไม่ถึง 200 เมตร  ปากทางเข้าวัดมุมแคบมากระวังนิดหนึ่งครับ (หักเกือบ 50 องศา)
ตรงเข้าไป 100 เมตรจะพบวัดอยู่ด้านซ้าย 
ส่วนด้านขวาเป็นอนุสรณ์สถาน ทปท.แห่งเทือกเขาบรรทัด
ที่เราทั้งหลายจะร่วมกันตั้งแถวส่งกระดูกสหายวีรชนผู้กล้าหาญเหล่านั้นบรรจุไว้ในอนุสรณ์สถานดาวร้อยดวงแห่งนี้ 

(http://farm3.static.flickr.com/2322/2343477227_b393a1f297_o.jpg)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 19 มีนาคม 2008, 05:28:50 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3235/2343477325_791455e9f6_o.jpg)

มวลหมู่ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ ได้ร้อยรวมดวงใจเป็นหนึ่งเข้าร่วมเป็นนักปฏิวัติและเป็นทหารปฏิวัติ แห่งกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย   
ทำการต่อสู้ด้วยอุดมการณ์เดียวกัน เพื่อสิทธิ  เสรีภาพ  ความเป็นธรรมในสังคมและการกินดีอยู่ดีของประชาชน
โดยการนำของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
และบางคนได้เสียสละชีวิตลงท่ามกลางการต่อสู้ในการทำสงครามประชาชน
ที่เขตพัทลุง – ตรัง – สตูล นครศรีธรรมราช(บางส่วน)และสงขลา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: cherd262 ที่ 19 มีนาคม 2008, 16:35:07 PM
ขอรบกวนเเสดงตำเเหน่งวัดคร่าวๆให้หน่อยครับ

เห็นเเล้วครับ   ตอนเเรกดูไม่ละเอียด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 มีนาคม 2008, 20:47:12 PM
คุณเชิดครับจากแผนที่ ง่ายกว่าภูพานมากๆๆครับ

เอาเรื่องหมอมาให้อ่านกันต่อ

“อาจารย์ไก่”

(http://farm3.static.flickr.com/2208/2347777090_854e2015b8_o.jpg)


ได้กลายเป็นอาหารเย็นของสหายบนกองทัพ (คุณรุดคงรักเจ้าเจี๊ยบที่เลี้ยงไว้ในกองทัพมาก)



บางครั้งได้สร้างสถานการณ์โดยให้สหายปลอมเป็นคนไข้แล้วให้นักเรียนหมอตรวจรักษา
มีครั้งหนึ่งที่คนไข้ปลอมๆ มีอาการหอบขึ้นมาจริงๆ ครูของเราก็พยายามหลบหลีกนักเรียนเพื่อให้นักเรียนใช้ความรู้ที่เรียนมาวินิจฉัยโรคด้วยตนเอง พวกนักเรียนจึงต้องกางตำรารักษากันและสามารถรักษาพยาบาลได้ผลดีด้วยการฉีดอะดรีนาลีน ๐.๐๕ ซีซี เข้าใต้ผิวหนังซึ่งคนไข้ก็หายเป็นปลิดทิ้ง

ในยามค่ำคืน ทั่วทั้งค่ายยังคงสว่างไสวไปด้วยตะเกียงน้ำมันโซล่า ประกายวับแวมกระจายอยู่ตามเรือนนอนต่างๆ คณะครูและผู้ช่วยได้แปล แต่งตำราและเตรียมอุปกรณ์ในการสอนอย่างขะมักเขม้น สหายปัญญาชนช่วยคัดลอกตำราให้สหายชาวนา สหายชาวนาทบทวนบทเรียนหมอและภาษาอังกฤษ บางครั้งสหายปัญญาชนเหนื่อยฟุบหลับไปบนโต๊ะ ซึ่งบ่อยครั้งก็จะเห็นสหายชาวนาหยิบผ้าห่มมาคลุมให้ นับเป็นความเอื้ออาทรที่มีต่อกันภาพหนึ่ง และเมื่อตื่นนอนตอนเช้าทั้งครู และนักเรียนต่างจมูกดำไปด้วยควันตะเกียง

นอกจากนั้นหลักสูตรได้กำหนดภาคปฏิบัติเพื่อให้นักเรียนมีความชำนาญ โดยจัดเวรให้ประจำในโรงพยาบาลของกองทัพซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาด ๖ เตียง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเป็นไข้ป่า(มาลาเรีย) ไข้ไทฟอยด์ และแผลพุพอง ซึ่งในระยะแรกสหายปัญญาชนจะจองคิวในตอนเย็นเพื่อให้หมอทำแผลที่แขน ขา และบางคนมีแผลนับสิบๆแผล ต่อมาเมื่อกลับมาอยู่ในเมืองแล้วขาที่ลายก็หายกันหมดทุกคน

ในที่สุดโรงเรียนหมอที่เปิดขึ้นในเขต ๒ และเขต ๓ ซึ่งคงจะกล่าวได้ว่าโรงเรียนที่เปิดสอนโดยใช้เวลาในการศึกษาระยะสั้นๆ แต่มีเนื้อหาจำนวนมากได้สำเร็จลงตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ทุกประการ และถือว่าเป็นการศึกษาหมอครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่ง เป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย และถึงเวลาที่หมออันเปี่ยมล้นด้วยจิตใจรับใช้ประชาชน รับใช้สหาย จะต้องแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่ โดยประสานงานการแพทย์ที่เล่าเรียนมาเพื่อรับใช้งานการเมืองต่อไป


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 มีนาคม 2008, 21:29:32 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2286/2347829036_92b8413e49_o.jpg)

ไข่ไก่ที่รอดจากการเป็นอาหารของงูเหลือม สหายให้แม่ไก่ฝักเพื่อออกลูกหลาน เป็นอาจารย์ไก่สืบไป

นานๆทีจะได้กินไข่ต้มสักฟอง แต่ถ้าแกล้งเป็นไข้นอนโรงบาล ได้กินแน่นอน
(ถ้าโดนจับได้สหายเอ๋ย ถูกทำงานความคิดยาวไปเลย)   ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 มีนาคม 2008, 21:33:46 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2309/2343706745_a773c178ba_o.jpg)

ไม่ได้โฆษณายางหัวหมดนะครับ
เป็นภาพที่คุณชาลีส่งมารายงานว่า
ได้เปลี่ยนแกรนิตเรียบร้อยแล้ว

อาทิตย์หน้าจะลงไปดูชมสักที


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 มีนาคม 2008, 21:42:55 PM
วันก่อนลุง บี สอบถามมาว่ามีโรงแรมใกล้ๆบ้างไหม
ผมลองขับรถตามป้ายโรงแรมแล้วตั้งหลายสิบกิโล แล้วมันก็หายไป
เป็นอันว่าติดลุง บี ไว้ก่อน

แต่ที่แน่ๆ รีสอร์ทตรงข้ามวัดไม้เสียบ จัดได้ว่าสะดวกสบาย หรูอยู่
ขับรถวนเข้าไปดูแล้ว ชอบครับ บรรยากาศดี เงียบ มีเรือนสัมนาพร้อม
ต้นไม้เพรียบ ผูกเปล กางเต้นท์ได้ มีอาหารไว้บริการพร้อม


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: pasit ที่ 21 มีนาคม 2008, 07:50:01 AM
น้องกาจโควต้าเดินทางของพี่กับรถของกาจถูกยกเลิกไปหรือยัง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: pteamb ที่ 21 มีนาคม 2008, 11:33:03 AM
วันก่อนลุง บี สอบถามมาว่ามีโรงแรมใกล้ๆบ้างไหม
ผมลองขับรถตามป้ายโรงแรมแล้วตั้งหลายสิบกิโล แล้วมันก็หายไป
เป็นอันว่าติดลุง บี ไว้ก่อน

แต่ที่แน่ๆ รีสอร์ทตรงข้ามวัดไม้เสียบ จัดได้ว่าสะดวกสบาย หรูอยู่
ขับรถวนเข้าไปดูแล้ว ชอบครับ บรรยากาศดี เงียบ มีเรือนสัมนาพร้อม
ต้นไม้เพรียบ ผูกเปล กางเต้นท์ได้ มีอาหารไว้บริการพร้อม

แถวอ.ป่าพะยอม ไม่มีโรงแรมหรอกครับ แต่ม่านรูดเต็มสองข้างถนนสายเอเชียมีเยอะ   



เรื่องกระดูกคุณวินผมติดต่อคนที่จะช่วยพากลับมาทำพิธีได้แล้วนะครับ

คุณบูลฮาวาย ไม่ทราบว่าได้อ่านข้อความที่หลังไมค์หรือยัง




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 21 มีนาคม 2008, 20:02:18 PM
น้องกาจโควต้าเดินทางของพี่กับรถของกาจถูกยกเลิกไปหรือยัง

ไม่ต้องห่วงครับนายหัว พาสิต
อย่าลืมเตรียมลับเสียงไว้กันนะ เสียงว่ากองเชียร์เขตลุงชับนิ
รำให้หร่อยซักทีนะหมู่เรา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 มีนาคม 2008, 08:45:32 AM
ในปีพ.ศ.๒๕๒๐

กล่าวได้ว่าเป็นยุคการต่อสู้ของพคท.ที่รุ่งเรืองที่สุด ปลุกกระแสของการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธให้สูงเด่น เขต ๓ จังหวัดจึงได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดตั้งใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังคนและสถานการณ์ โดยแบ่งเขตออกเป็น ๔ เขต คือ เขต ๑ เขต ๒ เขต ๓ และเขต ๔ มีการจัดตั้งกองร้อยทหารราบเคลื่อนที่ที่ ๑ ขึ้น ซึ่งคัดเลือกทหารประจำในกองร้อย มาจากทหารทั้ง ๔ เขต เขตแต่ละเขตมีองค์การซึ่งมีการขยายงานเป็นหลายแผนก เช่น โรงพิมพ์ โรงพยาบาล โรงเหล็ก โรงจักร การผลิตและพลาธิการ เป็นต้น นอกจากนั้นแต่ละเขตยังรับผิดชอบงานมวลชนทั้งท่าตก(จังหวัดตรัง) และท่าออก(จังหวัดพัทลุง) ส่วนหมอที่จบการศึกษาแล้ว ต่างแยกย้ายไปประจำทำงานในหน่วยงานต่างๆตามที่จัดตั้ง พิจารณาจากคุณสมบัติและความเหมาะสม

งานโรงพยาบาลในเขตจรยุทธ์

การก่อสร้างโรงพยาบาลในช่วงค่อนข้างถาวรนี้ ได้ใช้ไม้ปลูกสร้างตัวอาคารและมุงหลังคาด้วยใบจาก การปฏิบัติงานโดยปกติจะมีหมอเข้าเวรซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนคนไข้ (หมอประจำค่ายมีประมาณ ๑ หมู่ ไม่เกิน ๙ คน) และขนาดของเขตนั้นๆ ส่วนที่ไม่ได้เข้าเวรก็จะไปช่วยเหลือในส่วนอื่นๆ โดยผู้รับผิดชอบหมอซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่และมาจากสมาชิกพรรคหรือจะเป็นผู้เข้าประชุมร่วมกับผู้บัญชาการทหารของค่ายเพื่อจัดกำลังคนและเวรหมอในแต่ละวัน

การปฏิบัติงานโดยส่วนใหญ่จะมีหมอเข้าเวร ๒ คน เริ่มงานตั้งแต่ภายหลังการรวมพลในเวลากลางคืน เข้ารับการถ่ายทอดอาการของคนไข้จากเวรก่อนหน้าและวางแผนการรักษาคนไข้ทั้งหมดที่มีอยู่ ในตอนเช้าหมอเวรคนหนึ่งจะจัดเตรียมอาหารให้คนไข้ เช่น ข้าวสวย ข้าวต้ม หรืออาหารเสริมอื่นๆ ตามความเหมาะสมของสภาพคนไข้ หมอเวรอีกคนหนึ่งจะดูแลตรวจวัดไข้ ให้ยาตามตารางการรักษาพยาบาล ติดตามอาการของคนไข้ ดูแลความสะอาดบริเวณห้องพยาบาล ความสะอาดคนไข้ จัดเตรียมอุปกรณ์การแพทย์ให้พร้อมตลอดเวลาสำหรับสถานการณ์สู้รบ ทั้งการฆ่าเชื้ออุปกรณ์การแพทย์ ชุดผ่าตัด สำลี ไม้พันสำลี ผ้าพันแผล ฯลฯ หมอของเราบางคนชอบหาปลาตามลำธารโดยใช้วิธีธงเบ็ด(ปักเบ็ด)  ในเวลาดึกๆ  เพื่อจะได้เป็นอาหารคนไข้ และหากได้มากก็จะกินกันทั่วทั้งค่าย และส่วนใหญ่คนไข้จะมีปลาสดๆ เป็นอาหารตลอดวัน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 มีนาคม 2008, 08:47:14 AM
โรงพยาบาลบนค่ายนอกจากเป็นที่พักพิงสำหรับผู้ป่วย และผู้บาดเจ็บจากการสู้รบแล้ว ยังเป็นสถานที่ฝึกอบรมและยกระดับงานหมอให้กับส่วนต่างๆ งานอันดับแรกคือการปรับทัศนะในการรักษาให้ไปในทิศทางเดียวกัน เช่น ทัศนะเกี่ยวกับยาห้ามเลือด เนื่องจากมีสหายน้องใหม่ขึ้นกองทัพที่เขต ๒ และได้เหยียบทุ่นระเบิดที่เราฝังไว้เป็นเหตุให้บาดเจ็บสาหัส หมอที่ไปรักษาได้ฉีดยาห้ามเลือดไว้ แล้วใช้ผ้าพันบนบาดแผลหนามากแต่ไม่แน่น ทำให้เลือดออกมากจนมีแต่น้ำเหลือง (PLASMA) แล้ว และได้เสียชีวิตเมื่อมาถึงกองทัพ ซึ่งกรณีดังกล่าวเกิดจากความเชื่อว่ายาห้ามเลือดสามารถห้ามเลือดได้ จึงละเลยการพันห้ามเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ

จากปัญหาข้างต้น ต่อมาได้จัดโครงการตรวจกรุ๊ปเลือดของสหายทั้งหมด โดยผลิตน้ำยาตรวจกรุ๊ปเลือดเอง ขั้นต้นได้เจาะเลือดของสหายที่ทราบกรุ๊ปเลือดของตนเอง ซึ่งครั้งแรกปรากฏว่าเลือดที่เจาะออกมาตั้งทิ้งไว้ไม่แยกชั้นออกจากกัน จึงสันนิษฐานว่าเกิดจากขวดไม่สะอาด แต่เมื่อนำขวดไปนึ่งฆ่าเชื้อก็ได้ผลเช่นเดิม ทำให้สงสัยว่าอาจเกิดจากความเย็น จึงแก้ไขโดยทำให้อุ่นขึ้นด้วยการหนีบรักแร้ปรากฏว่าได้ผลดี สรุปได้ว่าการทำงานของเกร็ดเลือด (PLATELETS) จะทำงานเหมาะสมที่อุณหภูมิของร่างกาย ขั้นต่อไปใส่เมทซีลันบลูและยาเหลือง ก็จะได้เซรุ่มแอนติบอดี้ เอและบี (Serum Antibody A.B.) ซึ่งในเมืองโดยทั่วไปจะใช้เป็นเซรุ่มจากหลายๆ คน (Pool Serum) เพื่อให้ไตเตอร์ (Titer) ได้ดี นอกจากนี้ได้ติดต่อในเมืองเกี่ยวกับถุงให้เลือดเพื่อเตรียมพร้อมไว้ด้วย สำหรับที่เขต ๑ และเขต ๓ ไม่มีปัญหาเรื่องดังกล่าวเพราะป่าแถบนี้ค่อนข้างโปร่ง ความชื้น สัมพัทธ์ไม่สูง เลือดจึงตกตะกอนได้ดี


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 มีนาคม 2008, 08:51:03 AM
นอกจากโครงการตรวจกลุ่มเลือดแล้ว โครงการต่อไปคือ

ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก (TETANUS TOXOID) ๓ เข็ม ให้กับสหายทุกคน ซึ่งทำให้มีภูมิต้านทานโรคนี้ ๕-๑๐ ปี นับเป็นกองทัพเดียวในภาคใต้ที่ได้ดูแลเช่นนี้ และโครงการสำเร็จได้เนื่องจากการประสานงานอย่างดีเยี่ยมระหว่างงานในเมืองกับกองทัพ โดยสหายในเมืองนำวัคซีนใส่กระติกน้ำแข็งขึ้นไปที่ค่ายซึ่งใช้สูตรฉีดเข็มแรก แล้วเว้น ๖ อาทิตย์จึงฉีดเข็มที่ ๒ ต่อมาอีก ๖ เดือนจึงฉีดเข็มที่ ๓

งานหมอในเขตงานมวลชน

มวลชนในเขตงานซึ่งอยู่ใกล้เขตป่าเขา เป็นประชาชนที่อยู่ในสังคมชนบทที่กันดารห่างไกล ขาดแคลนการบริการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เมื่อเจ็บป่วยขึ้นมาได้แต่พึ่งพายาแก้ปวด ยาชุดจำพวกยาบวดหาย ยาทัมใจ ที่มีพ่อค้ามาเร่ขายหรือตามร้านค้าในหมู่บ้านเท่านั้น บางหมู่บ้านจะมีบริการทรงเจ้าเข้าผี รดน้ำมนต์ ฯลฯ รักษากันตามยถากรรม จนกระทั่งหน่วยงานมวลชนของพคท.เข้ามาเคลื่อนไหว สหายหมอจึงไม่เพียงแต่รักษาพยาบาลเหล่าสหายเท่านั้น ยังทำหน้าที่รักษามวลชนทั่วไปอีกด้วย และเปิดบริการทางการแพทย์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ว่าอาการจะหนักเบาขนาดใดก็ตาม หากคนไข้รายใดเป็นมวลชนของเรา เช่น แกนนำในหมู่บ้าน หรือทหารบ้าน ถ้ามีอาการหนักมากก็อาจส่งไปรักษาที่ค่าย เนื่องจากมีหมอผู้ชำนาญอยู่บนค่าย หรือบางครั้งหมอจากค่ายจะลงมาตรวจรักษาถึงบ้านเอง ดังนั้นสหายหมอจะได้รับการห่วงใยจากมวลชนเป็นพิเศษ ซึ่งความสัมพันธ์ลักษณะนี้ยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าสหายที่เป็นหมอจะออกตัว กลับไปอยู่บ้านแล้วก็ตาม

โดยปกติหน่วยงานมวลชน ๑ หน่วย จะมีผู้ปฏิบัติงานจำนวน ๓-๕ คน ซึ่งประกอบไปด้วยหมอ ๑ คน สหายหมอที่มาจากในเมือง
มักถูกจัดให้ทำงานในเขตงานใกล้เขตป่าเขา ส่วนหมอที่มาจากท้องถิ่น จะถูกจัดไว้ในที่ห่างจากค่ายออกไป ที่พักของหน่วยงานมวลชนจะอยู่ตามเขตป่าละเมาะ ป่าใส ป่าสนยาง หรือใกล้กับป่าช้าเก่าๆ ฯลฯ บางหมู่บ้านที่ไว้ใจได้ก็ทำให้ที่พักของสหายเขตงานเสมือน “คลินิก” จะมีมวลชนนำผู้เจ็บ ป่วยให้หมอของเรารักษาเป็นประจำทุกวัน บางครั้งสหายหมอก็ไปรักษามวลชนที่บ้าน ส่วนยารักษาโรคนั้นสหายจะจดชื่อยาให้มวลชนไปซื้อเองเนื่องจากสหายจะเป็นเพียงผู้วินิจฉัยโรคหรือบางคราวจะรักษาจนเสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วให้มวลชนซื้อยามาคืนให้ภายหลัง เพราะกองทัพเองก็อยู่ในสภาพยากลำบาก และส่วนใหญ่มวลชนที่ซื้อคืนภายหลังจะซื้อมามากกว่าที่ใช้รักษาจริง ทำให้มียาหมุนเวียนรักษาคนไข้อื่นต่อไป และหากคนไข้เป็นมวลชนที่ยากจน เราก็รักษาให้โดยไม่คิดมูลค่า แต่มวลชนก็มักจะมีน้ำใจตอบแทนสหายด้วยการให้ข้าวสาร กะปิ ผัก ผลไม้ ฯลฯ ที่เขามีเสมอมา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 มีนาคม 2008, 08:59:46 AM
คุณตุลา อดีตนักศึกษาหญิงของมหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังจากที่ได้เดินทางไปใช้ชีวิตในกองทัพ และผ่านการศึกษาอบรมด้านการแพทย์แล้ว ได้รับมอบหมายให้ประจำหน่วยงานมวลชนเขต ๓ บริเวณรอยต่อระหว่างอำเภอเมืองกับอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง และวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น. ขณะเดินกลับที่พักภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจเยี่ยมมวลชนที่เจ็บป่วย แต่เกิดเสียลับถูกซุ่มระหว่างทาง คุณตุลาและคุณพร้อม (หัวหน้าหน่วยงาน) เสียชีวิตทันที คุณฤทธิ์ ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่หลัง ส่วนคุณอุบลปลอดภัย ศพของสหายทั้งสองถูกลากเอาไปประจานหน้าศาลากลางจังหวัดตรังด้วยภาพอุจาด ภายหลังคุณฤทธิ์ได้เข้ารักษาบาดแผลที่ค่ายเตาและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้สหายฟัง สหายบนค่ายโดยเฉพาะนักเรียนหมอต่างรับฟังด้วยน้ำตานองหน้า


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: arunprapa_w ที่ 22 มีนาคม 2008, 12:32:17 PM
เรียนลุงกาจ(ไม่ร้าย)  ;)
ติดตามอ่านค่ะ น่าทึ่ง อยู่ในเขตงานยังได้ฉีดวัคซีน
 
เรื่องราวเหล่านี้พิมพ์เผยแพร่หรือยังคะ (หนังสือชื่ออะไรคะ)
 
 ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 22 มีนาคม 2008, 14:47:27 PM
คุณอรุณฯค่ะ เรื่องนี้อยู่ในหนังสือที่ชื่อเหมือนหัวกระทู้นี้แหละค่ะ
พิมพ์ออกมาเมื่อตอนครบรอบ 25 ปี 6 ตุลา
ใครที่ยังไม่เคยได้อ่าน จะหาได้เวลาเขาการจัดงานกันค่ะ
หรือติดต่อที่คุณ bluehawaii


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 มีนาคม 2008, 19:53:41 PM
ป้าดวงตอบแทนให้แล้วจ้าน้องรุณ

หนังสือบนเส้นทางภูบรรทัด ได้รวมรวมความทรงจำจากมิตรสหายที่เคยร่วมในเหตุการณ์
เกือบหนึ่งร้อยชีวิต กองบรรณาธิการทำงานในเชิงรวบรวมลำดับต้นสายปลายเหตุ
ฝ่ายศิลป์ ก็พยายามออกแบบให้น่าอ่าน (เนื้อหาค่อนข้างหนักหน่วงเอามากๆๆจ้า)

ก่อนที่จะต่อเรื่องหมอ อ่านขวัญเมือง Scan จากตะวันแดงต้นฉบับเดิมๆ

(http://farm3.static.flickr.com/2396/2352111338_c3772f6eaf_o.jpg)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 มีนาคม 2008, 19:55:54 PM
หัวใสปิ้ง จากตะวันแดง หนังสือรายเดือนของเขตนี้

(http://farm3.static.flickr.com/2249/2352111434_f3bb65ca1e_o.jpg)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: butterfly ที่ 22 มีนาคม 2008, 21:53:51 PM
.....สามทุ่มแล้ว..พันพรือ..การ์ตูนยังไม่จบเหลย.. ;)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: arunprapa_w ที่ 23 มีนาคม 2008, 17:21:13 PM
ขอบคุณป้าดวงค่ะ
งั้นต้องกลับไปเคาะปักกะตูบ้านลุง slum.ru 1975 แล้วล่ะค่ะ :o


 


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 23 มีนาคม 2008, 21:15:47 PM
การ์ตูน หนุกๆ สมองเฉียบของตัวละคอน
ผลงานของคุณแสง จรยุทธ์
ที่มวลชนตั้งตาคอยอ่านเป็นประจำทุกเดือน

(http://farm4.static.flickr.com/3111/2353915687_dab3e86c81_o.jpg)

งานปรุกระดาษไขที่นิ่มๆ เขียนแรงมากๆมันจะขาดใช้การไม่ได้
ฝีมือสหายฝ่ายศิลป์ของนิตย์สารตะวันแดง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 23 มีนาคม 2008, 21:26:31 PM
วกมาต่องานหมอสักหน่อย

(http://farm4.static.flickr.com/3122/2354745850_67ef2d8128_o.jpg)

ตำราหมอ เริ่มกันตั้งแต่ 1 2 3 เลยทีเดียว เมื่อเรียนจบสามารถปฏิบัติงานได้ดีเยี่ยม
ท่วงทำนองของสหายหมอสุขุม ใจเย็น แทบทุกคน
มือนี่นิ่มนวล แคะขนมครกทุกเย็น เอาสำลีพันกับก้านไม้ไผ่ เอาไปนึ่ง แล้วเอามาแคะแผลเน่าๆของสหาย
บางคนมีตั้งหลายหลุม โดยเฉพาะปีแรกๆมีแต่แผลขึ้นหนอง แต่อยู่ไปๆไม่ค่อยเป็นเท่าไร


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 23 มีนาคม 2008, 21:36:42 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2375/2354746018_c518b2fcc4_o.jpg)

การวาดลายเส้นของหลอดเลือดไม่ธรรมดา ตอนขึ้นกระดาษไขสหายโรงพิมพ์ต้องใจเย็น
ดึงแรงจะขาด ถ้าเบาไปมันก็เป๋ตกขอบ ต้องหมุนเครื่องกลับและค่อยๆบังคับไขให้ตรงแนว
มือไม้ ปลายคางเปื้อนหมึกดำปี๋ กินข้าวกับสหายโชว์มือไม่ได้
(เกรงใจสหายจะไม่เจริญอาหาร แกงน้ำเคยเฉยๆอีกต่างหาก)


หัวข้อ: Re: ขอเรียนเชิญท่านผู้มีเกียรติ มิตรสหาย มวลชนทั่วทุกเขตงาน>>>>>
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 23 มีนาคม 2008, 22:45:42 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2412/2360187255_4c10edae4d_o.jpg)
(http://farm3.static.flickr.com/2302/2361022030_171b8f4fae_o.jpg)




ดาวน์โหลดไพล์สำหรับพิมพ์  http://upload.bbznet.com/get.php?410e3a138b58b30e7710799d98003ba0,3



(http://farm4.static.flickr.com/3235/2343477325_791455e9f6_o.jpg)





หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 24 มีนาคม 2008, 18:58:49 PM
ท่านใดประสงค์จะไปเป็นหมู่คณะ
กรุณาแจ้งให้ทราบล่วงหน้าทางหน้าเวปหรือจม.น้อยก็ได้
เพื่อจะได้จัดเตรียมที่พัก และอาหารไว้ต้อนรับ



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: cherd262 ที่ 25 มีนาคม 2008, 12:51:36 PM
เคยมีโพสต์เรื่องที่พักพร้อมเบอร์โทรติดต่อซึ่งสถานที่อยู่ใกล้วัดเเละอนุสรย์สถาน
รบกวนช่วยลงให้อีกครั้งนะครับผมมีเด็กไปด้วย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 26 มีนาคม 2008, 07:59:29 AM
เมื่อวานนี้ได้รับกาแฟที่ส่งมาจากหมอแสนไชย เรียบร้อยแล้ว
ด้วยความขอบคุณอย่างสูง ที่จะมอบรายได้จากการจำหน่ายให้กับการทำงาน
อนุสรณ์สถานฯ ท่านใดต้องการแจ้งมาได้เลยนะค่ะ
จะจัดส่งให้ หรือต้องการจะให้คั่วบดให้ด้วยก็แจ้งมาได้ค่ะ(แต่อันนี้ช้าหน่อย)

ขออนุญาต ปรึกษา มีมิตรสหายบางท่านแนะว่า
การเดินทางไปงานอนุสรณ์สถานฯ น่าจะรวมกันเหมารถไปเพื่อประหยัดน้ำมัน
และมีเวลาอยู่ร่วมกันมากขึ้น
ท่านใดเห็นอย่างไรกันบ้างค่ะ


หัวข้อ: มองเทือกเขาบรรทัดในวันนี้ ไขปริศนาของวันวาน
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 01 เมษายน 2008, 03:34:44 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2235/2378400312_0a2af64362_o.jpg)

มองเทือกเขาบรรทัดในวันนี้ ไขปริศนาของวันวาน


(http://farm3.static.flickr.com/2097/2378400122_d042a8f46e_o.jpg)

โชคดีที่การเดินทางเที่ยวนี้เป็นผู้โดยสารเสียเป็นส่วนใหญ่  จึงมีเวลาในการทำงานเต็มที่

(http://farm3.static.flickr.com/2035/2378400230_933ee12a03_o.jpg)

ขอบคุณสหายน้ำใจงามท่านนี้ และตากล้องน้องหินผาที่เหนื่อยเอามากๆ

(http://farm4.static.flickr.com/3226/2377561999_ca8e8ced48_o.jpg)


หัวข้อ: มองเทือกเขาบรรทัดในวันนี้ ไขปริศนาของวันวาน
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 01 เมษายน 2008, 03:48:45 AM
กลิ่นน้ำหมึกจากเครื่องพิมพ์ไม่ทันจาง หน่วยประชาสัมพันธ์การเปิดอนุสรณ์สถานฯต้องเร่งมือบรรจุลงซองเพื่อนำไปเชื้อเชิญมิตรสหายตามจุดต่างๆรอบเทือกเขาบรรทัด  ตั้งแต่ด้านตะวันออก บุกเขตสงขลา วนขวารอบเทือกเขาเข้าด้านตะวันตกและมาบรรจบที่เดิม ณ อนุสรณ์สถาน ฯ

(http://farm3.static.flickr.com/2352/2377561633_d011b90100_o.jpg)

(http://farm4.static.flickr.com/3227/2378400552_81ccda27e4_o.jpg)

งานกำแพงประวัติศาสตร์ได้ทำควบคู่ไปกับงานปรับแต่ภูมิทัศน์ ซึ่งเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของสหายที่อยู่แถวนี้
เช่นช่วยกันขุดและปลูกต้นไม้ หาหินจากที่ต่างๆมากั้นรอบทางเดินอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 01 เมษายน 2008, 12:01:32 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2110/2378721773_85f0069326_o.jpg)

หน้าถ้ำที่เขาแก้ว ถ้ำที่รักษาสหายที่บาดเจ็บจากการรบที่ท่ายูง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 01 เมษายน 2008, 12:07:03 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3179/2379559286_fa25d5ee7f_o.jpg)

อีกมุมหนึ่งหน้าถ้ำ เขาแก้วกองทัพแห่งหนึ่งของนักศึกษาหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 01 เมษายน 2008, 12:10:05 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2016/2379559460_1a9acfb379_o.jpg)

ระวังหน่อย คุณเอก ถ้าพลัดลงมาผมหล่นกัน ภูบ่สูงแต่ห้วยมันลึก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 01 เมษายน 2008, 12:12:51 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2370/2378721681_62f8153c33_o.jpg)

น้องหินผา เดินชับกว่าอดีตสหายเสียอีก แบกกล้องอีก 3 ตัว ถ่ายเสียให้เข็ด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 01 เมษายน 2008, 12:14:21 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3067/2379559776_e659faacee_o.jpg)

หลงยุคกันไปเลย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 02 เมษายน 2008, 06:41:18 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2070/2378723495_3ef297f824_o.jpg)

สามารถขับรถไปถึงหน้าควนได้เลย ถนนจะลำบากนิดเดียวก่อนถึงหน้าควนไม่ถึงกิโล


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 02 เมษายน 2008, 06:55:16 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2038/2379560652_822b4505fb_o.jpg)

ข้ามสายธารเล็กๆ ที่ไหลมาจากค่ายกองร้อย น้ำใสไหลเย็น(หรือเปล่าอันนี้ไม่ได้ลงไปสัมผัสอัตวิสัยเอาเอง)
ตอนนี้มิตรสหายมวลชนแถวนี้ได้ต่อน้ำจากที่นี่ไปใช้ทั้งนั้น นับว่าได้ผลเกินคาด น้ำใสและไหลแรงดี
ต้องระวังเปิดแรงๆถังรองน้ำอาจแตกได้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 02 เมษายน 2008, 07:02:01 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2401/2378722645_661d32178a_o.jpg)

จอดรถไว้หน้าควนแล้วเดินเท้าต่อ ข้ามขอนไม้เดิมๆที่เคยข้ามเมื่อสามสิบปีก่อน
ขอนบางขอนมักจะมีปลวกหัวสั่นให้คอยระวังอยู่เป็นระยะๆ ต้องหลบแบบนี้....
หากย่ำไปในดงเจ้าหัวใหญ่แล้วละก็ หัวสั่นแน่แท้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 02 เมษายน 2008, 09:14:47 AM
เห็นภาพข้ามขอนแบบนี้แล้ว  ความหลังก็ปรากฏ

มันเป็นขอนขนาดโตกว่าที่เห็นสักหน่อย  ขนาดของมันบังคับให้เราต้องวางเท้าลงตรงตำแหน่งที่
เจ้าบ้องหลา (จงอาง)  นอนอยู่พอดี

และมันก็เป็นตำแหน่งนี้อีกนั่นแหละที่นักวางทุ่นระเบิด  จะวางทุ่นไว้  เพราะมันเป็นหมากบังคับ

เรื่องราวแต่หนหลัง  ดุจดังสายน้ำ
ไหลผ่านเลยไปไกลโข
โถ ยังนึกว่าวันวาน

 :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 เมษายน 2008, 11:29:24 AM
ลุงเรด ยังมีความทรงจำเรื่องขอนไม้
แต่ผมมีความทรงจำเรื่องลุงเอารองเท้ายางสีดำๆ
ตักน้ำในห้วยแถ้วเขาแก้วดื่มหน้าตาเฉย
ยังไม่พอส่งสายตาชี้ชวนผมอีก
ด้วยความเหนื่อยกระหายน้ำ ผมเกือบหลงกลไปแล้ว
คิดขึ้นมาได้ว่า ทำแบบลุงไม่ได้
เพราะเท้าผมมีรอยทากกัด เลือดไหลอยู่เลย ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 เมษายน 2008, 11:33:47 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2135/2378721309_3995c320ac_o.jpg)

เดินเท้าขึ้นเขาแก้ว นำทางโดยคุณเอก ท่ายูง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 เมษายน 2008, 11:36:40 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2064/2379558484_435fd66bce_o.jpg)

ใช้รถเครื่องไปดูค่ายกองร้อยที่เชิงทางขึ้นเขาแก้ว ท่ายูง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 เมษายน 2008, 11:41:07 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2120/2378720939_4c3098b67e_o.jpg)

เยาวชนท่ายูง นั่งชมวีดีโอ เกี่ยวกับเหตุผลในการสร้างอนุสรณ์สถาน
และชมภาพเก่าของพ่อแม่พี่น้อง เมื่อครั้งอยู่ในป่า


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 เมษายน 2008, 11:42:36 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2208/2378720597_0b9772dbae_o.jpg)

ภาพนี้รุ่นใหญ่ ไม่ถือแก้ว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 เมษายน 2008, 11:46:13 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2209/2379558028_39ae764c1b_o.jpg)

หน่วยประชาสัมพันธ์จรยุทธ์ไปในเขตต่างๆ
ที่เห็นเครื่องเสียงมากมายนั้น ไม่ใช่พวกเราทั้งหมด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 เมษายน 2008, 11:48:47 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2416/2379557720_59ca011c88_o.jpg)

กล่าวต้อนรับทักทาย
วันงานจะนำดนตรีเยาวชนที่นี่ไปร่วมแสดงด้วย
ชื่อวงสุดยอด  คอมมูน จ้า


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 เมษายน 2008, 11:51:35 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3005/2379557842_9de46d2507_o.jpg)

หนุ่มสาววงคอมมูน และเพื่อนฝูง ที่ฝึกดนตรี ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
เคยไปเล่นแล้วในงานครอบร้อยวันของคุณวนิดา (มด)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 03 เมษายน 2008, 11:54:47 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3012/2378720247_0873324875_o.jpg)

ข้าวปลาอาหารรสชาดยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของที่
ผักเป็นโคมๆ แกงรสจัด คนเข้ม คุยหร่อย
นั่งทานบนแคร่เหมือนอยู่เขตงานมวลชน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 05 เมษายน 2008, 16:18:57 PM
ขอเรียนเชิญ มิตรสหายทุกท่าน ทุกเขตงาน ร่วมงานทำบุญกระดูกสหาย และ ฉลองอนุสรณ์สถานองค์ใหม่ ของเทือกเขาบรรทัด สหายในพื้นที่ เตรียมงานกันอย่างเร่าร้อนที่จะได้พบกับสหายต่างเขต

สำหรับการเดินทางไปร่วมงานนั้น ได้มีการตกลงกันว่า เพื่อเป็นการประหยัด ควรติดต่อจองรถบัสสองชั้น ขนาด 40 ที่นั่ง ไว้สำหรับท่านที่ประสงค์จะเดินทางอย่างประหยัด ไม่อยากขับรถให้เหนี่อย และยังได้ใช้เวลาในรถพูดคุยกัน โดยจะเสียค่าใช้จ่าย ท่านละ 2,000.- บาท (ค่าเหมารถและค่าน้ำมัน) เป็นค่ารถไป-กลับ ค่าอาหารตลอดงาน ค่าที่พัก (รีสอร์ท) มีผู้ดูแลประจำรถ เหมาะสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ  เวลานี้มีการจองมาบ้างแล้วประมาณ 15 ที่นั่ง ขอให้มิตรสหายจองได้ทั้งหน้าเวปนี้ หรือหลังไมค์ได้ที่นี่ เพื่อทราบกำหนดการที่ละเอียดต่อไป ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
เสร็จจากงานแล้ว มีการนำเที่ยวต่อ ตามแต่เวลาจะอำนวยให้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 05 เมษายน 2008, 19:02:50 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3057/2388876469_ef11f9b331_o.jpg)


รีสอร์ท เรือนไทยทักษิณา ฝั่งตะวันตกของถนนสาย 41(ทุ่งสง-พัทุง)  น่าจะเป็นช่วง กม.ที่ 53 -51

พักได้ 3-4 ท่าน สำหรับครอบครัว จองแล้ว 5 หลัง และเรือนไทยพักรวม 30 ท่าน

(ค่าโดยสาร ไปกลับ พร้อมที่พัก และอาหาร 1950 ครับป้าดวง)
ออกเดินทางหกโมงเย็นวันที่ 25 เมษายน กลับถึงกรุงเทพฯเช้าตรูวันจันทร์ที่ 28 เมษา (ทันทำงานพอดี ;D)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 05 เมษายน 2008, 19:04:19 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3021/2388876269_946cb1939d_o.jpg)

เรือนพักรวม กว้างขวาง รองรับได้หลายคน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 05 เมษายน 2008, 19:06:54 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2303/2388876359_6a44a547f8_o.jpg)

มุมกาแฟ เครื่องดื่ม


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 06 เมษายน 2008, 00:21:08 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2114/2389499403_652faed39f_o.jpg)

ผลไม้ในเรือนไทยทักษิณา ออกผลเตรียมต้อนรับผู้มาเยือนจากแดนไกล


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 06 เมษายน 2008, 00:31:28 AM
เจ้าภาพยังได้เตรียมที่พักไว้รองรับมิตรสหายอีกแห่งหนึ่ง
โดยความร่วมมือของโรงเรียนวัดไม้เสียบ ซึ่งอยู่ห่างจากที่จัดงานเพียง 100 เมตร
ท่านผู้อำนวยการโรงเรียน กรุณาจัดห้องพักรับรองไว้เรียบร้อย มีห้องสุขภัณฑ์ในตัว
สำหรับท่านที่ชื่นชอบพักแบบแคมปิ้ง กางเต้นท์ได้ที่สนามหญ้า มีห้องน้ำรอบอาคารเรียน
รองรับที่จอดรถได้ไม่ต่ำกว่า 50 คัน

(http://farm3.static.flickr.com/2123/2390333666_aa973fe402_o.jpg)

ขอขอบพระคุณนายประพันธ์ ยังช่วย ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดไม้เสียบไว้ ณ ที่นี้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 06 เมษายน 2008, 00:33:52 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3234/2390333388_a9818af826_o.jpg)

สนามหญ้าที่ท่าน ผอ. เตรียมให้ท่านได้กางเต้นท์


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 06 เมษายน 2008, 00:37:19 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2378/2389499661_f0723bebed_o.jpg)

อาคารอำนวยการ มีอินเตอร์เนทความเร็วสูง ห้องสมุด พบครูฝ่ายประชาสัมพันธ์
ยังคงจดจำรอยยิ้มหวานๆและเป็นมิตรภาพของท่าน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 เมษายน 2008, 04:58:55 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3291/2378722267_87b2cf11e0_o.jpg)

เอาภาพธารน้ำตกที่เขาแก้วมาให้ป้าผีเสื้อ
หนึ่งท่านในกลุ่มนี้คุณนา นก น้อย สี แดง ไหม เคยกลิ้งลงห้วยในชุดผ้าถุงมาแล้วด้วยความปลอดภัย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 เมษายน 2008, 05:03:15 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2263/2378722141_13139bc376_o.jpg)

ยิงมาจากมุมนี้ครับ ปลายสุดของลานเล็กตรงหน้าถ้ำ
ได้ยินเสียงสหายเตือนผม ระวังความปลอดภัยกันนะคุณ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 เมษายน 2008, 05:07:44 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2299/2379560338_40f09759de_o.jpg)

คุณนึกเล่าให้ฟังว่าโคนต้นนี้หลบกระสุนปืนที่ยิงมาจากเครื่อง โอวีสิบ
ป้าผีเสื้อจำได้ไหม.....


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 เมษายน 2008, 05:16:18 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2007/2378722481_72c282582e_o.jpg)

หยดน้ำบนถ้ำตกลงมายังลานหิน ทำให้อากาศที่นี่เย็นสบาย และไม่อับทึบ เพราะหน้าถ้ำเปิดกว้าง
ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม แต่มียุงรบกวนพอได้ อยากไปกางเต้นท์นอนสักคืน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 เมษายน 2008, 05:21:53 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2297/2379557180_59c2d483b7_o.jpg)

วกมาเขตสามบ้าง นี่เป็นถนนเข้าคลองมวน เขตงานมวลชนที่มีความสำคัญเขตหนึ่ง
และเป็นสมรภูรบแห่งหนึ่งเช่นกัน คุณพิภพพ้นแนววิถีกระสุนอย่างหวุดหวิด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 เมษายน 2008, 05:25:13 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2420/2378719997_4a90115937_o.jpg)

ทางรถไฟคลองมวล สหายหลายคนคงจำคืนนั้นได้ .......


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 เมษายน 2008, 05:27:32 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3171/2379557450_f5244e7d9b_o.jpg)

หมอนนี้ก็มีความหลัง......หนูที่นี่ได้ช่วยให้สหายรอดตายมาแล้ว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 06 เมษายน 2008, 05:29:43 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3183/2378719739_b19c8c373c_o.jpg)

ทางเข้าในเตา เห็นป้ายข้างทางบอกว่าเป็นเมืองในหมอก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Tong ที่ 06 เมษายน 2008, 21:11:14 PM
สวัสดีครับ
ผมสนใจที่จะไปร่วมเดินทางรำลึกเขตงานภูบรรทัดโดยรถทัวร์
จะติดต่อได้อย่างไร


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: bluehawai ที่ 06 เมษายน 2008, 21:56:41 PM
ติดต่อ จมน้อย ได้เลย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 07 เมษายน 2008, 03:34:38 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2166/2393848898_5d972e9531_o.jpg)

เร่งรีบน่าดู เวลาในการลงไปครั้งนี้น้อย แม้แต่การจอดรถเก็บภาพข้างทางก็เป็นแบบนี้


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 07 เมษายน 2008, 03:44:48 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2221/2393018621_150ae07d69_o.jpg)

เข้าหาดใหญ่ ไปหาคุณแสง ที่ร้านก๊วยเตี๋ยวนายหัว เพื่อรายงานความคืบหน้าในการก่อสร้างให้ทราบ
พร้อมกับปรึกษาหารือการรวมวงจรยุทธ์ ซึ่งคุณแสง คุณขาว (พจน์) คุณชาลี คุณเอื้อย คุณอุ้ม คุณขวัญ ฯลฯ
กำลังดำเนินการอย่างเร่าร้อน โดยเฉพาะคุณขวัญ ตื่นเต้นเป็นพิเศษ

โดยมีมิตรสหายเขตสงขลาเป็นผู้นำทาง ขอบคุณ ขอบคุณ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 07 เมษายน 2008, 04:05:32 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3141/2393103431_32edc6b81e_o.jpg)

ภาพนี้เอามาฝากห้องกาแฟ
เช้าๆ มิตรสหายสงขลาเขาต้มน้ำชงชา กาแฟ
หม้อต้มเติบขนาดนี้ ประเมินคนกินเอาเองครับจะมากขนาดใหน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 07 เมษายน 2008, 04:06:51 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2320/2393934722_d9fb8c67df_o.jpg)

นี่เป็นอีกมุมหนึ่งของสภากาแฟ ได้บรรยากาศเก่าแก่จริงๆ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 07 เมษายน 2008, 04:10:53 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2209/2393103077_896b609816_o.jpg)

สมาชิกเริ่มล้อมวงกันเข้ามาเรื่อยๆ
แต่ท่านที่มีผ้าคล้องคอนี่ซิ คอตั้งบ่า คงคิดถึงดวงดาวเมื่อคืนมั่ง
คุยกันบางวงตีสามตีสี่ กว่าจะเข้านอน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 08 เมษายน 2008, 22:25:32 PM
เราลาสหายที่นี่ สงขลาเขต 1 มุ่งหน้าสู่ปะเหลียน ครานี้ต้องขับรถตามลำพัง
คลื่นโทร.ไม่ค่อยเป็นใจ ขับไปขับมาถึงควนกาหลง แวะหาสหายเก่าท่านหนึ่ง
ซึ่งยังมุ่งมั่นทำงานเพื่อมวลชนจนถึงทุกวันนี้ไม่ยึดติดในตำแหน่ง
เคยเป็นผู้พิพากษาสมทบ สจ. กำนัน ฯลฯ และทุกวันนี้เป็นผู้ใหญ่บ้าน
ทำสวน กันสองคนตายายอย่างเป็นสุข

(http://farm3.static.flickr.com/2154/2398861906_484e0b307a_o.jpg)

ขณะเล่าวิธีการทำงานต่างๆให้น้องหินผาฟัง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 08 เมษายน 2008, 22:30:37 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3267/2398032463_153f51b0b7_o.jpg)

แวะเติมน้ำมันที่ย่านตาขาว และหากับข้าวเอาไปทานกับมิตรสหายที่ปะเหลียน
พบเจ้าสองตัวนี้ น้องหินผาเลยสอยมาให้ชม ถึงความลงตัวของมัน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 08 เมษายน 2008, 22:35:44 PM
ที่ปะเหลียน

(http://farm3.static.flickr.com/2224/2398074215_a0eaf0238e_o.jpg)

มิตรสหายกำลังฟังรายงานความคืบหน้าของการก่อสร้างฯ
พร้อมกับดูภาพเก่าแก่ และเปิดวงสนาทนากันอย่างเผ็ดร้อน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 08 เมษายน 2008, 22:41:18 PM
ออกจากบ้านครูผู้เฒ่า เกือบสิบโมง ขับรถตามหาขุนเขาดงดอย
จนหิว เหมื่อยล้า นี่เป็นผู้โดยสาร ขับเองจะขนาดไหน
เห็นอะไร จินตนาการไปเรื่อย

(http://farm4.static.flickr.com/3040/2398032317_3d1611ef53_o.jpg)

นี่ถ้าแขวนไว้ที่โรงครัวในกองทัพสมัยนั้น สวรรค์...



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 08 เมษายน 2008, 22:43:59 PM
แวะบ้านสหายอีกคู่หนึ่งดีกว่า

(http://farm3.static.flickr.com/2324/2398031581_e0b12e6c75_o.jpg)

สดๆ สอยจากต้น



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 08 เมษายน 2008, 22:45:59 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2396/2398031713_887d68562f_o.jpg)

สหายรีบปลอกมะพร้าวให้พวกเรา ด้วยความรักเอ็นดู


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 08 เมษายน 2008, 22:48:16 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2330/2398031925_3c08075222_o.jpg)

อิ่มกันแล้วถึงเริ่มประชาสัมพันธ์งานเปิดอนุสรณ์สถานฯ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 08 เมษายน 2008, 22:50:33 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3201/2398861450_4f2ba2cac5_o.jpg)

มุ่งหน้าไปพบคุณศึก แถวทางเข้าน้ำตกไพรสวรรค์


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Chontai ที่ 09 เมษายน 2008, 07:07:47 AM
ขอแสดงความนับถือคุณ Guard

ที่เอาจริงเอาจังยิ่งในการทำงานเพื่อมิตรสหาย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 เมษายน 2008, 12:06:53 PM
ขอบคุณครับคุณลุงชนไทที่เขียนเข้ามาให้กำลังใจคณะทำงาน
ที่จริงแล้วไปหลายคนครับ ทั้งมิตรสหายในชนบทและในเมือง

ส่วนผมมีส่วนร่วมกับทีมประชาสัมพันธ์ จึงนำมาเล่าสู่มิตรสหายทางด้านกว้างผ่านเวปแห่งนี้ครับ

(http://farm3.static.flickr.com/2411/2377561895_ef75a706cb_o.jpg)

ช่างกำลังทำเส้นเชื่อมโยงจากฐานอนุสรณ์มายังดาว ๑๐ ทิศ เพื่อแกะวินัยสิบข้อของ ทปท. ใว้บนดาวดาวทั้ง ๑๐


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 เมษายน 2008, 12:09:39 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3227/2378400552_81ccda27e4_o.jpg)

สหายเก่าทั้งหลาย .....บัดนี้ ณ วันเวลาที่เรามีความสามารถที่จะสร้างอนุสรณ์สถานให้กับผู้ที่เราเคารพด้วยตนเอง 
ด้วยแบบที่เราต้องการจะให้เป็นและอยากจะเห็น  ด้วยแรงศรัทธาโดยปราศจากการกำกับด้วยอำนาจอื่น 
ด้วยแรงใจที่มุ่งก่อให้เกิดความคงทนยั่งยืนต่อมิตรภาพและความผูกพัน ทั้งของผู้ที่จากไปและเราผู้ที่ยังอยู่ 
เราจึงควรปล่อยวางจากความหลังส่วนที่ไม่ก่อให้เกิดความสามัคคีอันเนื่องจากโครงการกระดูกเข้าบัว 
หยุดเส้นทางที่เราต้องขัดแย้งให้สั้นกว่าอนาคตที่เรายังจะต้องเผชิญกันอีกต่อไป   


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 เมษายน 2008, 12:14:37 PM
ความเป็นมาของโครงการ(โดยย่อ)

๖.๑  โครงการกระดูกเข้าบัว

             ๖.๑.๑ ในราวปี พ.ศ.  ๒๕๒๔   ท่ามกลางกระแสแตกแยกทางสากลของอุดมการณ์ลัทธิคอมมิวนิสต์ และการรุกเพื่อเอาชนะด้วยระบบการเมืองแบบเสรีประชาธิปไตยและนโยบายเปิดกว้างเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ สิทธิของพลเมืองและความสุขอันเกิดจากการสะสมความมั่งมีที่ได้จากระบบกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินเอกชนของระบบทุนนิยม  ผนวกด้วยการรุกทั้งทางการเมืองและการทหารทั้งทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธีของกองทัพแห่งชาติอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบาย ๖๖/๒๓    แนวทางการดำเนินงานปฏิวัติประเทศไทยซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการพรรคประจำเขตสามจังหวัดพัทลุง – ตรัง – สตูลได้กำหนด โดยให้คงรักษากองกำลังอาวุธให้อยู่ในสภาพกะทัดรัด หลีกเลี่ยงการสู้รบ  ขยายฐานผู้ปฏิบัติงานลงสู่หมู่บ้านและเขตเมือง  เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับมวลชน ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นการถอยทางยุทธศาสตร์ของการต่อสู้โดยใช้กำลังอาวุธแต่เป็นการรักษาการรุกทางยุทธวิธี  อันเป็นการรักษาพรรคและการต่อสู้ของประชาชนต่อไปนั้น ไม่สามารถได้รับการผลักดันโดยผู้ปฏิบัติงานระดับต่างๆให้ก้าวไปสู่ทิศทางแห่งความสำเร็จได้  แม้ต่อมาจะได้มีการประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ ๔ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๕ ก็ตาม สถานะของพรรคและกองทัพยังอยู่ในภาวะถอยร่นทั้งทางการเมืองและการทหาร  ผู้ปฏิบัติงานระดับต่างๆทยอยออกมอบตัวกับทางการหรือยุติแนวทางชีวิตที่เสียสละ กลับสู่บ้านเดิมเป็นจำนวนมาก  ก่อให้เกิดการระส่ำระสายทั้งขบวน และไม่อาจรักษาทิศทางการดำเนินการที่กำหนดให้ถอยอย่างเคร่งครัด เป็นจังหวะก้าว เป็นระบบอันเป็นรูปแบบการถอยเพื่อเป็นฝ่ายกระทำได้สำเร็จ ในขณะเดียวกันมวลชนญาติพี่น้องของสหายที่เสียชีวิตหลายรายติดต่อขอรับอัฐิของลูกหลานไปทำบุญ สหายที่เหลืออยู่ในเวลานั้นจึงร่วมกันขุดและนำไปมอบให้ตามความประสงค์



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 เมษายน 2008, 12:15:31 PM
ครั้นถึงกลางปี พ.ศ.๒๕๒๗  ขณะที่กองกำลังอาวุธที่เหลืออยู่ต่างได้อพยพลงมาอยู่ใกล้กับหมู่บ้านเกือบทั้งหมด ที่ประชุมคณะกรรมการพรรคประจำเขตรอยต่อ  ๖  จังหวัด(จัดตั้งขึ้นใหม่หลังการประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ ๔ ซึ่งประกอบด้วยเขตงาน กระบี่ (บางส่วน) นครศรีธรรมราชตอนล่าง ตรัง-พัทลุง-สตูลและสงขลา )ได้มีมติให้แปลงสภาพกองกำลังอาวุธให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเงื่อนไขของสงครามให้มากยิ่งขึ้นกำลังพลเริ่มขยายมาอยู่ในหมู่บ้านแทนในป่ามากยิ่งขึ้น และเห็นว่าการรวบรวมอัฐิของผู้เสียชีวิตในระหว่างสงครามมาประกอบพิธีทางศาสนาโดยไม่ต้องรอให้ญาติมาขอ และบรรจุเข้าบัวตามประเพณีจะเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อการดำเนินการของพรรค ให้เกียรติผู้เสียชีวิต อันเป็นการกระทำที่กลมกลืนกับวัฒนธรรมความเชื่อถือของมวลชน ทำให้ประชาชนและเหล่าสหายได้มีความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจในการกระทำของพรรค   รวมทั้งยังจะเป็นการรวบรวมข้อมูลรายชื่อของผู้เสียชีวิตและทำให้สหายที่อยู่ในหมู่บ้านและญาติพี่น้องสหายผู้เสียชีวิตได้ติดต่อไม่ขาดจากกัน ขณะที่สหายผู้นำบางคนให้เหตุผลเป็นส่วนตัวในเวลาต่อมาว่าเป็น “พันธะทางใจ” ที่มีต่อผู้เสียชีวิต อีกด้วย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 เมษายน 2008, 12:15:59 PM
“โครงการกระดูกเข้าบัว” ซึ่งมีเนื้อหาเชิงการเมืองของพรรคเป็นหลักมากกว่าเป็นเรื่องของการมุ่งที่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตแต่ถ่ายเดียว จึงได้ถูกกำหนดขึ้นภายใต้แนวคิดดังกล่าวและเริ่มดำเนินการเมื่อประมาณต้นเดือนธันวาคม ๒๕๒๗ หลังจากการจัดงานวันพรรคเสร็จสิ้นแล้ว โดยในขั้นแรกได้มีการสำรวจและรวบรวมอัฐิของสหายและมวลชนผู้เสียชีวิตรวมทั้งกำหนดให้มีการจัดงานทำบุญในเดือนเมษายน ๒๕๒๘  ที่วัดในเตา ซึ่งตั้งอยู่ ณ บ้านในเตา ตำบลเกาะเต่า อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง  ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่ตั้งบัว เนื่องจากในขณะนั้นสถานที่แห่งนี้ยังเป็นเขตที่สหายยึดกุมพื้นที่ทำการเคลื่อนไหวได้อยู่  พร้อมๆกับกำหนดโครงการระดมเงินทุนในการก่อตั้งมูลนิธิเพื่อทำประโยชน์ต่อนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจนในเขต งานแห่งนี้ด้วย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 เมษายน 2008, 12:16:20 PM
 ต่อมาคุณเชื้อคณะกรรมการภาคผู้รับผิดชอบการเมืองของเขตงานกระบี่ ถูกทางการจับกุม คุณพิภพ กรรมการพรรคเขตตรังเข้ามอบตัวกับทางการ(ประมาณพ.ศ.๒๕๒๘)และสหายระดับผู้ปฏิบัติงานอื่นอีกถูกจับกุมตัว โดยเฉพาะคุณช่วง ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคประจำเขต อยู่ในเวลานั้นได้ถูกจับกุมเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๒๘   จึงทำให้ไม่มีผู้ใดสานต่อนโยบายนี้  ขณะเดียวกันในเวลานั้นกองกำลังอาวุธภาคอิสานหลายๆเขตได้วางอาวุธและทยอยจัดพิธียุติการต่อสู้รวมทั้งนำอัฐิของผู้เสียชีวิตมาประกอบพิธีทางศาสนาภายใต้ความเห็นชอบของทางการ   คุณช่วงซึ่งอยู่ในที่คุมขังจึงได้เสนอแนวคิดเดิมในการจัดทำสถูป (บัว)ของเขตงานทางภาคใต้ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีเขตใดจัดทำขึ้น และทำการปรึกษากับทางฝ่ายทหารผ่านทางเพื่อนๆของตนในเมือง (หมายเหตุ: อดีตสหายในเมืองที่มีบทบาทในหน่วยพรรคประจำเขตในเวลานั้นให้ข้อมูลว่าได้รับการติดต่อให้เข้าร่วมโครงการด้วยโดยเหตุผลเพื่ออิสระภาพของผู้ถูกจับกุม ทั้งๆที่ความจริงแล้วทนายความที่ช่วยเหลือสหายที่ถูกจับกุมในเวลานั้นได้ยืนยันว่ารัฐบาลมีโยบายที่จะปล่อยตัวอยู่แล้วแม้ไม่มีโครงการกระดูกเข้าบัวก็ตาม ตนจึงมิได้ให้ความเห็นชอบหรือเข้าร่วมด้วย)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 เมษายน 2008, 12:16:43 PM

ในเดือนสิงหาคม ๒๕๒๙ โครงการกระดูกเข้าบัวได้รับการอนุมัติจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) โดยมอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ (กอ.รมน.๔) เป็นผู้ดำเนินการ และมี พ.อ.บัญชร ชวาลศิลป์(ยศในขณะนั้น)เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ขณะที่ฝ่ายผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย(หมายถึงสหายที่มอบตัวกับทางการหรือยุติการสู้รบด้วยกำลังอาวุธแล้ว)มีคุณช่วงเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ โดยกำหนดให้จัดทำพิธีกระดูกเข้าบัวเป็นวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๒๙ และภายหลังได้เลื่อนเป็นวันที่ ๒๑ มกราคม ๑๕๓๐  ต่อมาในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๒๙ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งดำรงตำแหน่งทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ลงนามในคำสั่งฐานะนายกรัฐมนตรี สั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในฐานะผู้บังคับบัญชาของอัยการทหาร ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีที่คุณช่วงและพรรคพวกถูกจับกุมดำเนินการถอนฟ้องคดีด้วยเหตุผล”เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติ “ และให้”โครงการกระดูกเข้าบัวสามารถสัมฤทธิ์ผลโดยเร็ว” โครงการกระดูกเข้าบัวของผู้เสียชีวิตในเขต  ๕ จังหวัดแห่งนี้ จึงเกิดขึ้นอย่างจริงจังพร้อมๆ กับการยุติการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธและการได้รับโอกาสปล่อยตัวจากที่คุมขังของทางการของสหายหลายๆคน ด้วยความมุ่งหมายทางการเมืองของกองทัพแห่งชาติว่าจะเป็นขั้นตอนหนึ่งในการยุติสงครามประชาชนในภาคใต้  สำหรับฝากอดีตสหายที่เข้าร่วมโครงการต่างมีความมุ่งหวังที่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตและเป็นการแสดงออกถึงการรู้รักสามัคคีกับกองทัพแห่งชาติ  ขณะที่มีสหายที่ยังเคลื่อนไหวอยู่จำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้  ด้วยเหตุนี้ในฝากของสหายแล้วโครงการกระดูกเข้าบัวที่จัดทำขั้นจนสำเร็จในเวลาต่อมานั้น อาจกล่าวได้ชัดแจ้งว่าเป็นโครงการส่วนบุคคลของเหล่าสหายเก่าจำนวนกลุ่มหนึ่งที่เห็นความสำคัญร่วมกัน  ยังไม่อาจถือได้ว่าเป็นโครงการที่ดำเนินไปตามมติของพรรคที่เคยกำหนดเอาไว้



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 เมษายน 2008, 12:17:05 PM
๖.๑.๒ ภายใต้แนวคิดทางการเมืองของกองทัพแห่งชาติที่กำกับโครงการนี้ ในเวลาต่อมาและด้วยคำแนะนำของคุณช่วง  คุณเคียวจึงได้กลายมาเป็นกำลังหลักหนึ่งในสามของผู้ดำเนินการโครงการกระดูกเข้าบัว หลังจากหลุดพ้นที่คุมขังพร้อมกับคุณดำในข้อหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๙  ทั้งๆที่เขาได้เข้ามอบตัวกับทางการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๔  และถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองพัทลุง (รายละเอียดโปรดดูบันทึกของพอ.บัญชร ชวาลศิลป์ ) (หมายเหตุ : หากพิจารณาให้ถ่องแท้แล้ว คุณพิภพดูจะเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญเป็นหลักไม่น้อยกว่าผู้อื่นในโครงการนี้  มิฉะนั้นแล้วการจัดงานและทำพิธีที่วัดไม้เสียบคงจะไม่สำเร็จ  แต่ไม่ปรากฏในบันทึกที่มีการเผยแพร่ของผู้ใดกล่าวถึงข้อเท็จจริงนี้ )

สำหรับการดำเนินงานในส่วนของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยนั้นคุณเคียวรับอาสาดำเนินงานในจังหวัดพัทลุง คุณเชื้อ(เสียชีวิตหลังเสร็จสิ้นโครงการกระดูกเข้าบัวประมาณ ๒-๓ ปี) รับผิดชอบเขตงานกระบี่ คุณดำรง(เสียชีวิตหลังเสร็จสิ้นโครงการกระดูกเข้าบัว ๒ – ๓ ปี) รับผิดชอบเขตงานนครศรีธรรมราช และคุณช่วงรับผิดชอบเขตงานจังหวัดตรัง  พร้อมกับอำนวยการประสานการปฏิบัติโดยรวมของเหล่าสหาย 


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 เมษายน 2008, 12:45:57 PM
๖.๑.๓โครงการกระดูกเข้าบัวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากทางการ(ตามที่เปิดเผย) เป็นเงินจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ขณะที่สหายที่เกี่ยวข้องกลับได้รับคำนินทาจากอดีตสหายบางส่วนว่า “ขายกระดูกเพื่อน”และสามารถจัดทำพิธีทำบุญกระดูกเข้าบัวได้สำเร็จในวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๓๐  โดยก่อตั้งบัวและประกอบพิธีที่วัดไม้เสียบ ตำบลเกาะขันธ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราชแทน  เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์การต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธยังไม่ยุติ หากจัดที่วัดในเตาตามที่กำหนดไว้เดิม อาจไม่เป็นการเหมาะสม  (หมายเหตุ :ในขณะนั้นหมู่บ้านในเตายังถือว่าอยู่ในเขตอิทธิพลของสหายที่ยังเคลื่อนไหวอยู่บ้างและเป็นส่วนที่ไม่เห็นชอบด้วยกับโครงการกระดูกเข้าบัว  อีกทั้งยังคงมีโจรผู้ร้ายหลบหนีไปซ่อนตัวรวมทั้งอดีตสหายบางคนที่เข้าร่วมขบวนการคอมมิวนิสต์ดาวเขียวก็มาเคลื่อนไหวที่นี้อีกด้วย)

อย่างไรก็ตามเนื่องจากโครงการกระดูกเข้าบัวที่จัดทำขึ้นจนสำเร็จนั้น ได้ถูกกำหนดและกำกับแนวคิดและเนื้อหาของโครงการ รูปแบบและพิธีการโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) เป็นด้านหลัก แม้ว่าสหายส่วนที่ร่วมโครงการทั้งหมดจะต้องการให้เป็นเพียงแค่เป็นงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตก็ตาม  ด้วยเหตุนี้ในงานวันดังกล่าว ผู้เข้าร่วมงาน ตลอดจนพิธีการต่างๆ จึงมิได้มีเพียงแค่การพบปะสังสรรค์ และร่วมทำบุญเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตของเหล่าสหายเท่านั้น แต่ยังเป็นงานพิธีรายงานตัวของสหายจำนวน ๕๑ คนซึ่งกลายมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยชุดใหม่อีกด้วย จึงถือเป็นงานการเมืองของฝ่ายกองทัพแห่งชาติอย่างแท้จริง  โครงการกระดูกเข้าบัวจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่งานบุญดังที่เหล่าแกนนำของอดีตสหายตั้งใจเอาไว้  อีกทั้งมิได้เป็นงานการเมืองของพรรคโดยตรงอย่างที่กำหนดไว้แต่ดั้งเดิม  และเป็นการจัดงานโดยที่ไม่ได้รับความเห็นชอบด้วยจากสหายทั้งหมด โดยเฉพาะสหายหลายส่วนที่ยังคงเคลื่อนไหวต่อสู้ด้วยอาวุธที่เหลืออยู่ในขณะนั้น   รวมทั้งอดีตสหายเก่าบางเขตงานในชนบทเขตงานอื่น(อาทิเช่นเขตตรังและสตูลรวมทั้งสงขลา) และในเมือง(จากส่วนกลาง) จึงมีความเห็นแตกต่างมุมออกไป  ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความคลางแคลงใจในมติและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ที่มีทางการเข้ามาเกี่ยวข้องและมีบทบาทเป็นผู้กำกับโครงการในเวลาต่อมา  จนทำให้กรอบความคิดเดิมตามมติพรรคเบี่ยงเบนไป กลายเป็นการกระทำที่นำมาซึ่งอิสรภาพ ชื่อเสียงและความสำเร็จของบุคคล  มากกว่าเป็น”การกระทำของพรรคหรือเป็นไปเพื่อพรรค”  รวมทั้งในเรื่องของความไม่เหมาะสมของสถานที่ตั้งสถูป(บัว) ในแง่ของ การไม่มีชัยภูมิที่เหมาะสมกับการเคลื่อนไหวของพรรค แต่เป็นการกำหนดด้วยเหตุผลทางการเมืองของการดำเนินโครงการเพื่อมุ่งให้สำเร็จเป็นสำคัญ



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 เมษายน 2008, 12:46:41 PM
นอกจากนี้แล้ว เนื่องจากการดำเนินโครงการของกองทัพแห่งชาติอยู่ภายใต้แนวทางใหญ่ของการกระทำเพื่อยุติการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธในภาคใต้  สลายพรรคและทปท. โครงการกระดูกเข้าบัวรวมทั้งอาศัยการดำเนินการอื่นที่ต่อเนื่องภายหลังเส็จสิ้นโครงการนี้แล้วของอดีตสหายบางส่วนที่ร่วมในโครงการกระดูกเข้าบัว อาทิเช่น การรวบรวมอาวุธ(ขายปืน)ที่เหล่าสหายเคยเอาชีวิตเข้าแลกจากการสู้รบคืนให้กับทางการบ้านเมืองโดยมีค่าตอบแทนที่ไม่ชัดเจนว่าเข้าสู่กระเป๋าใคร ฯลฯ  ซึ่งกลายเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดความสำเร็จในการ”ดับไฟใต้”ของกองทัพแห่งชาติในเวลาต่อมา จึงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๓๔ อันเป็นวันประกาศยุติการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธที่พัทลุง และวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕  ในงานพิธีต้อนรับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยที่สุราษฎร์ธานี  และส่งผลให้เกิดภาวะของ”การหลุดพ้นพันธะทางใจ”ของสหายบางคนที่เข้าร่วมโครงการ  แต่สำหรับกับเหล่าสหายโดยภาพรวมแล้วโครงการนี้ถือเป็นโครงการของรัฐ จึงยังไม่ก่อให้เกิดการรวมศูนย์ทางจิตใจร่วมกันอย่างแท้จริงในเรื่องของการเป็นสถูป(บัว)ของสหายและมวลชนผู้เสียสละ ในเขตพัทลุง – ตรัง –สตูล-นครศรีธรรมราช(บางส่วน)    ไม่อาจกล่าวได้อย่างเต็มปากเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจและเกิดการยกย่องเชิดชูเกียรติคุณของเหล่าผู้เสียชีวิต และใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของชุมชนท้องถิ่นได้   เนื่องเพราะกรอบแนวคิดที่กำกับการดำเนินโครงการในส่วนของอดีตสหายที่ดำเนินการไปนั้น มิได้เป็นไปตามที่พรรคกำหนด  มิได้เป็นไปเพื่อการยกย่องเชิดชู มิได้เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้  และยังมิได้มีค่าเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงภาพการต่อสู้ของประชาชนให้หลุดพ้นจากการกดขี่ข่มเหง  แต่เป็นเพียงโครงการการเมืองโดยอาศัยการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศล รวบรวมอัฐิและสร้างสถานที่บรรจุให้กับผู้เสียชีวิตเท่านั้น

หมายเหตุ ข้อเท็จจริงบางตอนในส่วนนี้เรียบเรียงจากปากคำของสหายเก่าบางคนและจากหนังสือโครงการกระดูกเข้าบัว ของ พันเอกบัญชร ชวาลศิลป์ซึ่งบันทึกร่วมกับสหายช่วง  (คุณธงชัย สุวรรณวิหค)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 เมษายน 2008, 12:47:09 PM
ข้อพึงพิจารณา

จากข้อเท็จจริงที่กล่าวมาข้างต้น(โดยไม่ต้องมีทัศนะทางการเมืองใดมาเกี่ยวข้อง อาศัยเพียงความคิดที่ว่า เหล่าสหายทุกคนในระหว่างที่ดำเนินชีวิตในป่าด้วยกันนั้นล้วนต่างเสียสละเพื่อบ้านเมืองด้วยกันทั้งสิ้น) เมื่อพิจารณาย้อนกลับไปในอดีตด้วยทัศนะที่มีความรับผิดชอบและเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันแล้ว อาจจะเข้าใจได้อย่างไม่ยากถึงเหตุผลและความจำเป็นทั้งหลาย   ที่เหล่าผู้ปฎิบัติงานของพรรคบางส่วนเหล่านั้นได้เข้าร่วมและดำเนินการโครงการกระดูกเข้าบัวกับภาครัฐไปในภาวะที่ถูกกดดันจากสภาพการของสงครามและความจำเป็นในอิสรภาพและการดำเนินชีวิตภายหลังยุติการต่อสู้เยี่ยงปรกติชนทั่วไป(โดยที่เขาเหล่านั้นมิได้เป็นนักปฏิวัติที่จะต้องมีวินัยพรรคกำกับแล้ว)  รวมทั้งในสภาพที่สายการชี้นำของพรรคไม่มีความสมบูรณ์เพียงพอ  การตัดสินใจเข้าร่วมในโครงการกระดูกเข้าบัวของเหล่าสหายเก่าเมื่อปีพ.ศ.๒๕๒๙  จึงพึงถือเป็นความเห็นและการกระทำส่วนบุคคลที่เห็นชอบหรือจำเป็นต้องเห็นชอบด้วยกับทางการ(แล้วแต่กรณี) ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการกำหนดสถานที่ งบประมาณ  การเข้าร่วมในฐานะผู้กำกับโครงการของทางการ ฯลฯ และพึงควรต้องเข้าใจว่าเป็นไปอย่างผู้มีความรับผิดชอบเป็นอย่างดีต่อพรรค ต่อประชาชน ต่อเหล่าสหายผู้เสียชีวิตและต่อสถานภาพของตัวเองที่ต้องรู้รักสามัคคีกับทางการตามสภาพที่เหมาะสมแล้ว เนื่องจากบทบาทของพวกเขาที่มีต่อการปฏิบัติก่อนหน้า (ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอยู่ป่านานหรือเป็นสหายระดับนำ)ล้วนแล้วแต่ส่งผลให้เขาต้องเป็น”ผู้ที่ต้องถูกกำกับชีวิต”จากรัฐมากกว่าอดีตสหายทั่วไป(เพื่อที่จะได้มีวิถีชีวิตเยี่ยงปุถุชนเฉกเช่นผู้อื่น)เมื่อได้ยุติการสู้รบตามทัศนะที่มีอยู่ของพวกเขา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 เมษายน 2008, 12:47:39 PM
ด้วยเหตุนี้สำหรับสหายบางคนในขณะเวลาที่เขาต้องการยุติการดำเนินชีวิตเยี่ยงนักปฏิวัติแล้ว เขาจึงไม่มีความผูกพันในสายการนำของพรรคอีกต่อไป  อาจบางทีในการเข้าร่วมทำโครงการกระดูกเข้าบัวจนสำเร็จนั้น อาจมีเหตุผลเพียงพอในการตัดสินใจส่วนตน และอาจสร้างค่าทางจิตใจให้กับตนมากกว่าที่จะสนใจว่าจะต้องตกอยู่ในฐานะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนของ”การดับไปใต้”ของทางการหรือไม่   ทั้งนี้เพราะการเข้าร่วมย่อมก่อให้เกิดการ”หลุดพ้นพันธะทางใจ”ต่อเหล่าสหายผู้เสียชีวิตและต่อมวลชนญาติมิตรที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างแท้จริงซึ่งเขาเคยมีความรักความผูกพันอยู่ โดยมิพักต้องมีเหตุผลทางการเมืองใดมาเกี่ยวข้อง  การตัดสินใจในฐานะของผู้ที่ไม่ต้องการเป็นนักปฏิวัติและไม่ได้ขึ้นต่อการนำของพรรคแล้วในขณะเวลานั้น จึงพึงต้องประเมินค่าให้สอดคล้องกับเวลาและสถานะ

นอกจากนี้แล้วในส่วนของความประพฤติของบุคคลในภายหลังโครงการนี้ที่เหล่าสหายเก่าหลายส่วนไม่เห็นด้วย ย่อมเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่อาจเสื่อมถอย เสื่อมศรัทธา เสื่อมความมุ่งมั่นไปแล้ว  ความรับผิดชอบในผลของการกระทำจึงพึงตกอยู่กับผู้กระทำเท่านั้น ประวัติศาสตร์ได้บันทึกเหตุการณ์เอาไว้โดยไม่อาจเปลี่ยนแปลงไปได้แล้ว การยอมรับของเหล่าสหายในปัจจุบันย่อมอธิบายภาพได้ชัดเจนว่าบุคคลใดสมควรที่จะเป็นผู้นำโดยธรรมชาติของเหล่าสหายเก่าเมื่อเขาพ้นจากตำแหน่งสหายนำซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีค่าของผู้เข้าร่วมในการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธไปแล้ว    เราจึงไม่ควรถือเอาความหลังของบางคนเป็นเหตุกระทบกระเทือนหรือจำกัดต่อหน้าที่ของเหล่าสหายเก่าที่พึงปฏิบัติในเรื่องที่จะต้องแสดงความเคารพและกระทำสิ่งที่เหมาะสมต่อเหล่าผู้เสียชีวิตในระหว่างสงครามที่เราทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่ง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 เมษายน 2008, 12:51:54 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3030/2399658549_764c76b62e_o.jpg)

[size=1/pt]สหายเก่าทั้งหลาย .....บัดนี้ ณ วันเวลาที่เรามีความสามารถที่จะสร้างอนุสรณ์สถานให้กับผู้ที่เราเคารพด้วยตนเอง  ด้วยแบบที่เราต้องการจะให้เป็นและอยากจะเห็น  ด้วยแรงศรัทธาโดยปราศจากการกำกับด้วยอำนาจอื่น  ด้วยแรงใจที่มุ่งก่อให้เกิดความคงทนยั่งยืนต่อมิตรภาพและความผูกพัน ทั้งของผู้ที่จากไปและเราผู้ที่ยังอยู่  เราจึงควรปล่อยวางจากความหลังส่วนที่ไม่ก่อให้เกิดความสามัคคีอันเนื่องจากโครงการกระดูกเข้าบัว  หยุดเส้นทางที่เราต้องขัดแย้งให้สั้นกว่าอนาคตที่เรายังจะต้องเผชิญกันอีกต่อไป   [/size]


(http://farm4.static.flickr.com/3025/2400492772_4e92358517_o.jpg)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 เมษายน 2008, 13:20:21 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2335/2400526870_46193b5f30_o.jpg)

ภาพเขาเจียก เขาที่แห่งความหลังสหายเก่า ดั่งที่ได้นำเสนอไปแล้ว
ด้านซ้าย เป็นโรงเรือนเลี้ยงโคนมของสหายเก่า

(http://farm3.static.flickr.com/2388/2399692539_ac413b021f_o.jpg)

สามตัวนี้เป็นของคุณอุดม กับคุณอุไร อดีตกรรมกร
เข้าร่วมกับกองทัพเขต ๓ และตั้งรกรากที่นี่ต่อจนถึงทุกวันนี้
โดยมีคุณอุดมคอยให้กำลังใจอยู่เสมอ



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 09 เมษายน 2008, 13:30:51 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2041/2399692837_66f34f6af9_o.jpg)

กระท่อมน้อยของคุณเชิง ที่ได้รับอธิพลทางคิดจากคุณชอบมาไม่น้อย
หลังจากคืนสู่บ้าน คุณเชิงยังเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างสมถะกับภรรยาคนสวยมวลชนขวัญใจลุงเรดซัน
พยายามใช้พลังงานอย่างประหยัด หุงหาอาหารด้วยฟืนที่หาได้ในสวน
ใช้เตาแก๊สบ้างในยามเร่งรีบ หันหลังให้กับโทรศัพท์มือถือ ไฟฟ้า
ด้วยเหตุผลที่ว่า ครบเดือนต้องไปจ่ายเงินเขา เหมือนกับเป็นหนี้เขาอยู่ร่ำไป

(http://farm3.static.flickr.com/2390/2400526942_3b39a8ee43_o.jpg)

มุมเล็กๆ ตกแต่งไว้งดงาม หมวก ภาพเก่าแก่ ทั้งนี้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจตนมิให้ตกอยู่ภายใต้สังคมปัจจุบัน



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 10 เมษายน 2008, 23:50:24 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2090/2403027592_cac42dd290_o.jpg)

คุณเรียง คุณอุไร ถามมาว่ามิตรสหายเก่าจากในเมืองจะมากันมากไหม
ฝากบอกมาว่าข้องใจจัง โดยเฉพาะคุณเก่งที่มาพร้อมคุณกาจ แกเป็นคนตั้งชื่อให้เองแหละ ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 10 เมษายน 2008, 23:54:35 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2318/2403027690_bf05575d1e_o.jpg)

นี่ก็อีกวงหนึ่ง รอคอยวันเปิดอนุสรณ์ฯ ทุกท่านในที่นี้สบายดี บ้านอยู่ชายทุ่ง ลมพัดเย็นสบาย
แม่แก่ (คุณแม่คุณอุดม) ท่านตัวเล็กๆ เดินชับ หู ตา ดี


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 11 เมษายน 2008, 00:01:57 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2326/2379560490_d6aebf2c37_o.jpg)

เอามาฝากป้าบี ป้าเกลือ ป้านู ของแท้ๆอยู่ข้างควนเขาแก้ว ต้นนี้ลำต้นสูง ซูมมากมือสั่น ภาพจึงไม่สวยเท่าของจริง


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 11 เมษายน 2008, 00:26:46 AM
​พร้อย สุวรรณ​น้อย (ลุง​น้อย) ป้า​แดง ชาว​ชุมพร​ที่มา​เคลื่อนไหว​ชาวนา​อย่าง​ลับๆ​ที่​นี่

(http://farm3.static.flickr.com/2171/2403839158_219bdb361e_o.jpg)

เขา​เป็น​ผู้​ปฏิบัติ​งาน​พรรค​ที่​ได้​ไป​ศึกษา​ดู​งานการ​ปฏิวัติ​ที่​ประเทศ​ลาว​ก่อน​จะ​ไป​ศึกษา​สถาบัน​ลัทธิ​มาร์​กซ-เลนิ​นที่​ปักกิ่ง
​ย้าย​มา​อยู่​ที่​เขา​เจี​ยก พร้อม​กับ​ลุง​เผือก​คน​บ้าน​เดียวกัน เป็น​ผู้​สร้าง​ตำนาน
“ชนำ​เผา​ไฟ” ที่​ปลาย​ห้วย อำเภอ​เมือง จ.พัทลุง

(http://farm3.static.flickr.com/2116/2403839228_7886fe7763_o.jpg)

ชุมชนบ้านเขาเจียกในวันนี้



หัวข้อ: Re: เขตสงขลา-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 12 เมษายน 2008, 06:06:36 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2247/2405792803_37297e19fb_o.jpg)

เขตสงขลากับเยาวชนที่มุ่งมั่นในการรักษาป่าต้นน้ำผาดำ


หัวข้อ: Re: เขตสงขลา-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 12 เมษายน 2008, 06:08:56 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2173/2406624426_c8d8226cf1_o.jpg)

ออกภาคสนามกันแล้วนักศึกษารุ่นน้องหมอสามารถ ;D


หัวข้อ: Re: เขตสงขลา-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 12 เมษายน 2008, 06:11:51 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2376/2406624310_3ddff02b23_o.jpg)

ขอนไม้ต้นนี้ไม่รู้ว่าคุณหมอสามารถเคยย่ำมาหรือเปล่า ฝนเทลงมาคงสนุก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 12 เมษายน 2008, 06:13:52 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2124/2406624712_b5ce84142e_o.jpg)

น้ำตกผาดำ ธรรมชาติที่สมบูรณ์ มิตรสหายเก่าและเหล่าเยาวชนช่วยกันปกปักรักษา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 12 เมษายน 2008, 06:16:52 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2217/2406624506_cd32a27f50_o.jpg)

การเคลื่อนไหวของทปท.เขตงานสงขลา แบ่งออกเป็น ๒ เขต คือเขตงานสงขลา ๑ และ สงขลา ๒ (กองใต้)

เขต ๑  ครอบคลุมพื้นที่  อำเภอหาดใหญ่  อำเภอสะเดา  และอำเภอรัตภูมิ   
มีถนนสายหาดใหญ่-ปาร์ดังเบซาร์ทางทิศตะวันออก ถนนสายหาดใหญ่-รัตภูมิทางทิศเหนือ
และ ถนนสายรัตภูมิ-สตูลทางทิศตะวันตก ทางใต้เป็นชายแดนไทย-มาเลเซีย
พื้นที่เคลื่อนไหวทางทิศเหนือจะติดต่อกับเขตงานของเขต ๒ (๐๘) ของทปท.พัทลุง –ตรัง สตูล 

ภูมิประเทศทั่วไปมีภูเขาที่ไม่สูงและไม่กว้างนักอยู่เป็นส่วนปลายสุดของเทือกเขาบรรทัด 
แต่ถูกตัดขาดจากเทือกเขาบรรทัดด้วยทางหลวงสายรัตภูมิ-สตูล   
และถูกตัดขาดจากเทือกเขาสันคาราคีรีตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซียด้วยทางหลวงสายหาดใหญ่-ปาร์ดังเบซาร์   
หากเดินเท้าจากชายเขาตะวันออกไปชายเขาด้านตะวันตก จะใช้เวลาประมาณ๑ –๒ วัน(ทปท.เดิน)   
สภาพป่าเป็นป่าดงดิบชื้น   มีฝนตกเกือบตลอดปี

ข้อมูลจากการบันทึกของสหายเขตสงขลา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 12 เมษายน 2008, 06:26:51 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2232/2405793133_f466b96c08_o.jpg)

art work โปสเตอร์ของนักศึกษา ประชาสัมพันธ์การออกค่าย
เรามีโอกาสพบหนุ่มสาวเหล่านี้แล้วรู้สึกมีพลังใจ
ทุกคนเอาการเอางานเพื่อสังคม ไม่เพียงแต่มุ่งศึกษาแค่ในห้องเรียน
สหายเก่าที่นี่เสียสละเวลาพักผ่อนของตนเองหลังจากกรีดยาง
มาทำงานเพื่อระบบนิเวศสอดประสานกับนักศึกษาได้อย่างลงตัว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: บัวขาว นามจัมปา ที่ 13 เมษายน 2008, 14:36:19 PM
ขอชื่นชมในความสำเร็จของมิตรสหายเขตงานภูบรรทัด  :D :D :D           
ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 อาทิตย์ได้รับข่าวการจัดงาน 26 เมษายน 2551 ที่บ้านถังแดง(ขอเรียกอย่างนี้แล้วกัน เพราะจำชื่อบ้านจริงๆไม่ได้) ทราบว่าอนุสรณ์สถานที่นั่นเสร็จแล้วและจะจัดงานในวันดังกล่าว เดิมทีที่ยังไม่ทราบเรื่องจัดงานได้วางแผนเล็กๆภายในครอบครัวว่า หลังสงกรานต์จะไปเยี่ยมคุณตาชื่นที่บ้านถังแดง แต่พอถึงตอนนี้ ไม่น่าจะไปได้แล้ว ยังไงๆก็ฝากมิตรสหายสายใต้บอกคุณตาชื่นด้วยก็แล้วกัน ลูกหลานทางลุ่มน้ำโขงยังคิดถึงมิวาย .... :( :( :( ....

ยังมีสิ่งหนึ่งที่คาใจ วานมิตรสหายสายใต้ช่วยให้ความกระจ่างทีเถอะ ก่อนหน้านี้ประมาณ 3-4 ปี ได้ข่าวว่าพี่น้องทางเขตใต้แถวสงขลา-พัทลุง มีปัญหาเรื่องสถานที่ก่อสร้างอนุสรณ์สถาน  ความคืบหน้าเป็นอย่างไร สหายจัดการกับสิ่งเหล่านั้นอย่างไร
ขอสั้นๆก็ได้  :) :) :)ได้โปรดอย่ามองว่าเป็นการสัมพันธ์แบบไม่ตรง กรุณาถ่ายทอดเป็นบทเรียนแก่ชนรุ่นหลังด้วยก็จะดี.


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 13 เมษายน 2008, 17:59:05 PM
ขอตอบสั้นสั้นว่าไม่มีอะไร เป็นเพียงจุดประสงค์ที่จำแนกไปตามร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของแต่ละพื้นที่


ความเห็นที่แตกต่างกันในห้วงเวลานั้นก่อนที่จะริเริ่มสร้างอนุสรณ์สถาน

- มวชน และสหายเก่าที่อาศัยอยู่ชุมชนลำสินธุ์ ประสงค์ที่จะสร้างอนุสรณ์สถาน เป็นปูมหลังของกรณีถังแดง

- มิตรสหายเก่าเทือกเขาบรรทัดเห็นว่าโครงการก่อสร้างน่าจะเป็นอุทยานประวัติศาสตร์   
  จะได้บรรจุเรื่องราวการต่อสู้ทั้งในบ้านและในเขตป่าเขา 
  รวมไปถึงบรรจุอัฐิสหายผู้เสียสละไปในสงครามประชาชน

แนวการออกแบบทางสถาปัตยกรรมจึงควรแสดงถึงภาพรวม

คณะกรรมการในช่วงนั้นได้ดำเนินการจัดซื้อที่ดิน และออกแบบก่อสร้างเน้นพื้นที่และรูปลักษณ์กรณีเผาลงถังแดง

(http://farm3.static.flickr.com/2401/2409273347_f8e347d059_o.jpg)

ภาพอนุสรณ์สถานวีรชนถังแดง พัทลุง ปัจจุบัน

ในเวลาต่อมา มิตรสหายเทือกเขาบรรทัด ได้ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปยังสหายผู้ล่วงลับ
ที่สถูปวัดไม้เสียบ ตัวสถูปชำรุดมาก

(http://farm4.static.flickr.com/3182/2410106272_f7400fd938_o.jpg)

ภาพบัวเดิมสร้างขึ้นจากโครงการกระดูกเข้าบัว

จึงคิดที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ และสะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์ให้ชัดเจน

วันเวลาที่เรามีความสามารถที่จะสร้างอนุสรณ์สถานให้กับผู้ที่เราเคารพด้วยตนเอง 
ด้วยแบบที่เราต้องการจะให้เป็นและอยากจะเห็น 
ด้วยแรงศรัทธาโดยปราศจากการกำกับด้วยอำนาจอื่น 
ด้วยแรงใจที่มุ่งก่อให้เกิดความคงทนยั่งยืนต่อมิตรภาพและความผูกพัน
ทั้งของผู้ที่จากไปและเราผู้ที่ยังอยู่ 

(http://farm3.static.flickr.com/2388/2410106430_f5fc066a95_o.jpg)

บันทึกเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๑


จึงได้เกิดโครงการก่อสร้างอนุสรณ์สถานฯนี้ขึ้นที่วัดไม้เสียบ

ทุกฝ่ายร่วมมือกันด้วยดี สหายทางสงขลาเขตเข้าร่วมด้วย
โดยนำรายชื่อวีรชนที่พอรวบรวมได้มาจารึกไว้ ณ ที่แห่งนี้ด้วยความเร่าร้อน


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 15 เมษายน 2008, 18:20:09 PM
ลุงกาจครับ  ขอนไม้นั้นได้ข้ามมาสองครั้งแล้ว  ก็หวาดเสียวเล็กน้อย

ปลายปี 2519 ต่อต้นปี 2520   สงขลาถูกล้อมปราบหนักมาก  ภายใต้ยุทธการมุตสนา 1    จึงต้องเดินทัพทางไกลทั้งหมดข้ามถนนสายรัตภูมิ-สตูล  ไปยังฝั่งพัทลุง สตูล   จึงขอนำบันทึกตอนที่ข้ามไปอยู่ฝั่งพัทลุง-ตรัง-สตูล  มาให้อ่านเล่นๆ

11…….การพักฟื้น     ชีวิตในเขตพัทลุง-ตรัง-สตูล
          ที่พักนี้เริ่มได้กินข้าวสวยแต่ต้องผสมมันสำประหลัง 50%  ต้องจัดสหายลงไปซื้อข้าวสารบ้างข้าวเปลือกมาตำกินบ้าง   ความตรึงเครียดทางทหารไม่ค่อยมาก   แต่ปัญหาความคิดของสหายหลายคนเริ่มอ่อนล้า   มีการจัดกลุ่มศึกษาอีก   ช่วงนี้มีสหายหลายคนขอกลับ  สหายเขตงานต้องนำไปส่งขึ้นรถหลายชุด   พักฟื้นสภาพร่างกายจิตใจอยู่หลายวัน  ขบวนเดินทางต่อไปอีกเขตงานหนึ่งลึกเข้าไปอีก  ที่พักนี้สหายหลายคนมานอนพื้นแทนเปล  โดยปรับพื้นให้เรียบแต่ไม่ค่อยราบปูผ้ายาง  เนื่องจากระยะนี้ฝนไม่ตกแล้ว  สหายออกล่าสัตว์ป่าค่าง  ชะนี   วันหนึ่งได้หมีควายตัวใหญ่มาก  อาหารโปรตีนได้มาบำรุงร่างกาย   คุณเริ่มจัดการต้มอุ้งตีนหมีสูตรของคนจีนกินกัน   ที่พักนี้   มีการเจาะน้ำยางจากต้นยาง(ไม้ยาง) คลุกเศษไม้แห้งทำไต้ไว้จุดแสงสว่าง   
         การเดินทางอีกครั้งมาถึงเพื่อเข้าเขตป่าเขาจริงๆ   เป็นค่ายเก่าของสหายเขตสตูล   เข้าใจว่าอยู่ใกล้นิคมควนกาหลง  จังหวัดสตูล   ใกล้ไร่มีไร่มันสำประหลังเก่ารกร้างแต่ยังพอหาหัวมันมาต้มผสมข้าว   ชีวิตระยะนี้ไม่ตรึงเครียด   นอกจากจัดกลุ่มศึกษาแล้วก็เป็นเรื่องปากท้อง   ต้องลงไปซื้อข้าวจากมวลชน   โดยขอซื้อเหมาเป็นไร่ๆแล้วระดมสหายลงไปเก็บข้าว  นวดเองและขนข้าวเปลือกขึ้นค่ายเพื่อตำด้วยครก   และกินโดยผสมมัน   กับข้าวมักเป็นแกงน้ำเคยปลากระป๋อง(กระป๋องละ 10คน)  อีกอย่างเป็นแกงเผ็ดมันสำปะหลัง   เนื้อสัตว์นานๆมีเนื้อค้าง   ปลาพอมีเพราะเขตนี้มีปลาสมบูรณ์    ห่างจากค่ายเดิน 15 นาที  มีเขาหินไม่ใหญ่มากมีถ้ำ   มีสายน้ำลอดผ่านถ้ำไปทะลุอีกด้าน   ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก(ปัจจุบันคงเป็นสถานท่องเที่ยว  เข้าใจว่าเป็นถ้ำเจ็ดคดที่ภายหลังนักดนตรีวงจรยุทธเข้าไปเล่นดนตรีอัดใส่เทป)  สายน้ำใสเย็นมีปลาตัวใหญ่จำนวนมาก  สหายได้มาจับไปเป็นอาหาร   ผมเคยเข้าไปกับสหายอีก 2-3 คน  ต้องเตรียมไฟฉายภายในมืด  ตอนแรกว่าจะไปหาปลา   แต่คนที่ไปมีแต่ปัญญาชนเลยไม่ได้ปลา  ได้ชมความงามธรรมชาติ  จนทะลุปากถ้ำอีกด้าน   เนื่องจากไม่รู้สภาพจึงไม่เดินต่อไปอีกด้าน   ที่ค่ายนี้มีสหายจากเขตพัทลุง-ตรัง-สตูล(สามจังหวัดภาคใต้)  มาเยี่ยมบ้าง เช่นคุณโรจน์  คุณเกริก  มีอยู่ครั้งหนึ่งสหายกองร้อย 20 กว่าคนมีแต่คนหนุ่มๆคล่องแคล้ว   ลงมาช่วยขนข้าวเปลือก   แต่ละคนมีอาวุธทันสมัย(M.16, HK.33, 05Nato)  บวกกับความเข้มแข็งคล่องแคล้ว   ทำให้สหายจากสงขลาพอมีกำลังใจขึ้นบ้าง 
         พักที่ค่ายนี้ระยะหนึ่งต้องเคลื่อนย้ายไปอีก   เป็นป่าลึกต้องปรับพื้นที่สร้างค่ายใหม่   เรียกค่ายป่าพน  อยู่ได้ระยะหนึ่งฝ่ายจัดตั้งได้วางแผนส่งสหายส่วนหนึ่งมีทั้งสหายชนบทและจากเมืองกลับสงขลาเพื่อฟื้นฟูงานมวลชน  สหายส่วนหนึ่งเคลื่อนย้ายไปที่ค่าย 08  ของเขตสามจังหวัด  เพื่อเข้าโครงการอบรมผู้ปฎิบัติงาน   ส่วนใหญ่จะอบรมด้านการแพทย์   โดยเปิดเป็นโรงเรียนใช้เวลา 2-3 เดือน   มีครูใหญ่หมอปรีดาซึ่งจบแพทย์จากรามาฯ   นักเรียนส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษามาก่อน  มีชาวชนบทไม่กี่คน     มีสหายของเขตพัทลุง-ตรัง-สตูลอีกหลายคน  นอกนั้นเป็นสหายจากสงขลา    มีส.โสภิตเคยผ่านการศึกษาการแพทย์ในป่าระดับกลางมาก่อนและมีประสบการณ์มาบ้าง  นอกนั้นไม่เคยเรียนด้านการแพทย์มาก่อน   เนื้อหาเป็นการแพทย์พื้นฐานทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ   มีสหายไม่กี่คนอยู่ศึกษาด้านช่างเทคนิค เช่น ส.ประวัติ  ส.ทัด ส.จา  การทหาร เช่น ส.ดอน  ส.วินัย  ส.นิรุธ      อยู่ที่เขตสามจังหวัดเดือนกว่าๆมีการล้อมปราบมีเครื่องบินมาเวียนทุกวัน   บางครั้งมายิงกราด  บางครั้งมาทิ้งระเบิด   จนต้องเคลื่อนออกจากค่าย08   ค่ำวันหนึ่งที่พักชั่วคราวส.โสภิต  ขณะนั้นท้องแก่มากเจ็บท้องคลอดจึงได้คลอดลูกในสถานการณ์สงครามจริงๆ   ที่เขตสามจังหวัดส.โสภิต  ส.ทิพย์ได้คลอดลูก  เด็กทั้งสองต้องส่งออกไปให้ญาติหรือมวลชนช่วยเลี้ยง   ฝ่ายนำได้มีมติให้สหายสงขลาเดินทางกลับเขตสงขลา   ช่วงเดินทางกลับไม่มีเหตุการณ์ตื่นเต้นจึงจำไม่ได้
                                                                               


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 เมษายน 2008, 06:37:27 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2239/2405845689_f1b72aeff1_o.jpg)

ในยามเจ็บป่วย คอยดูแล ปกป้องคุ้มภัย ช่วยเหลือซึ่งกัน ประหนึ่งการเดินทัพทางไกลในอดีต
(ภาพนี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณธรรมของบรรดาเยาวชนนักศึกษาที่เข้ามาทำกิจกรรมในเขตงานเก่าของสงขลา)

ยังรอติดตามอ่านเรื่องราวของสงขลาอยู่ครับคุณหมอสามารถ



ในส่วนของหน้างานที่ไม้เสียบ ดำเนินไปด้วยดี เต็มไปด้วยความเร่าร้อนของมิตรสหาย
มีสหายเก่าจากในเมืองละเวลาในการเล่นน้ำสงกรานต์ มาร่วมใช้แรงงานปรับแต่งภูมิทัศน์

ในด้านการเตรียมการแสดง และการซ้อมดนตรี อาจได้ผลงานใกล้เคียงกับการแสดง concert
ทั้งระบบแสง เสียง ถ้าหากมิตรสหายพอมีเวลา ลงมาร่วมงานกันให้มากๆด้วย (สหายใต้ฝากเชิญมา)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 16 เมษายน 2008, 22:35:31 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3119/2419047524_10c08137b3_o.jpg)

ปกจุลสารฉบับพิเศษ ทำขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาส
พิธีบรรจุอัฐิของวีรชนประชาชนที่เสียชีวิต
ในระหว่างสงครามประชาชน
ที่จังหวัดพัทลุง-ตรัง -สตูล-สงขลา และนครศรีธรรมราช(บางส่วน)เข้าสถูป
และพิธีเปิดอนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด

เสาร์ที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๑
ณ วัดไม้เสียบ ตำบลเกาะขันธ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Rocky ที่ 17 เมษายน 2008, 11:46:18 AM
ลุงกาจ
สวยจังครับ น่าพิมพ์บนเสื้อยืดด้วย นะนะ
กราบเรียนทีมประชาสัมพันธ์ ทำเสื้อยืดลายนี้ ได้โปรด...สั่ง 3 ตัวครับ ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 17 เมษายน 2008, 20:10:28 PM
ผมเอาย่ามแลก3ตัว ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: pasit ที่ 17 เมษายน 2008, 20:23:54 PM
ฝีมือการออกแบบของลุงกาจนี่ผมยกนิ้วให้"เฉียบ"และ"คม"


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ทำเสื้อออกมาแน่นอนครับ ไม่ทราบว่าอยากได้สีไหนกัน
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 เมษายน 2008, 07:44:32 AM
คุณคานแห่งตะวันแดงนิตยสารของกองทัพฯเขตพัทลุง-ตรัง-สตูล
ต่างหากครับที่เป็นผู้ปั้นภาพ (ขึ้นโมเดล)
พร้อมกับนำความหลากหลายของทุกๆฝ่ายที่จินตนาการเอาไว้
ให้ออกมาเป็นรูปธรรม

อย่างไรแล้วขอขอบคุณ ที่ติชม มา ณ ที่นี้

ทำเสื้อออกมาแน่นอนครับ ไม่ทราบว่าอยากได้สีไหนดี
สำหรับฝ่ายออกแบบคิดว่าพิมพ์ลงบนเสื้อยืดสีดำจะดูดี
ขับกับไฮไลท์ช่วงบนของภาพพิมพ์


หัวข้อ: ประวัติการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเขตพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 เมษายน 2008, 07:47:10 AM
ประวัติการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเขตพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา

สมัยต่อต้านญี่ปุ่น

พอเกิดสงครามญี่ปุ่นบุกไทยในปีพ.ศ. 2484 กลุ่มคนจีนสัญชาติไทยเหล่านี้จึงเป็นกำลังสำคัญในการต่อต้านญี่ปุ่นเคียงคู่กับขบวนการเสรีไทยของท่านปรีดี พนมยงค์ หากแต่ขบวนการนี้ได้ลงสู่กรรมกรในช่วงแรกเพื่อหากองกำลัง ตั้งเป็น “พลพรรคกองอาสาสมัครต่อต้านญี่ปุ่น” ที่ต่อสู้ด้วยอาวุธ ที่มีฐานสำคัญอยู่ที่ภาคใต้ตอนล่าง มีบันทึกของลุงนิลช้าง “มีจำนวนสมาชิก 4 ท่านได้สูญเสียไปในการสู้รบในฝั่งแดนมาเลเซีย” ผู้เป็นวีรชนนิรนาม ต่อต้านจักรวรรดินิยมญี่ปุ่นของประเทศไทย-มลายู
   
รอยต่อของสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2485 พรรคคอมมิวนิสต์สยามได้กลายมาเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ไทย ก็ด้วยสาเหตุเริ่มมีสมาชิกที่เป็นคนไทยมากขึ้น หลังสงครามสภาพเศรษฐกิจฝืดเคืองมากแต่เริ่มมีบรรยากาศประชาธิปไตย พรรคคอมมิวนิสต์กลายเป็นพรรคถูกกฎหมายและมีส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคนในประวัติศาสตร์ กระแสสังคมนิยมจึงได้เผยแพร่ผ่านหนังสือพิมพ์ “มหาชน” ของพรรคฉบับบนดินสู่ปัญญาชน ชนชั้นต่างๆ ทำให้กลุ่มครูและเกษตรกรจังหวัดตรังตื่นตัวก้าวหน้าขึ้นจำนวนหนึ่งโดยเฉพาะตำบลท่าพญาและตำบลใกล้เคียงโดยอาศัยเครือญาติ
   
กลุ่มคนเหล่านี้ได้เคลื่อนไหวให้การศึกษาอุดมการณ์ของตนรวมทั้งโฆษณาสิทธิหน้าที่ของประชาชนที่ “หล่อเลี้ยงสังคม” ว่าเป็นผู้มีเกียรติและเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นสมาคมโดยเคลื่อนไหวประเพณีวัฒนธรรม (การออกปาก ลงแขก) โดยมีหนังหมุนนุ้ยขับกล่อมในยามพักผ่อนค่ำคืน บางครั้งก็เคลื่อนไหวขับกำนันท่าพญาที่ใช้อำนาจอิทธิพลให้ออกจากตำแหน่งแล้วผลักดันคนของประชาชนขึ้นแทน จนกระทั่งก่อกระแสคัดค้านนโยบายการขึ้นภาษียางของรัฐบาลขณะนั้น


หัวข้อ: ประวัติการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเขตพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา 2
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 เมษายน 2008, 07:48:40 AM
รัฐบาลสุดขั้วและเคลื่อนไหวสันติภาพ

เมื่อรัฐบาลทหารทำการรัฐประหารในปี 2490 และ จอมพล ป. พิบูลย์สงคราม ได้เป็นนายกรัฐมันตรีอีกครั้ง เปลี่ยนพันธมิตรกับญี่ปุ่น มาเป็นจับมือสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาอย่างสุดขั้วในปี 2493 ดำเนินการส่งทหารไทยไปรบที่เกาหลีเป็นการพิสูจน์ตนเอง ประชาชนที่ตรังได้เข้าร่วม “ขบวนการสันติภาพ” โดยมี มงคล ณ นคร, ประภาส คงสมัย และ กลุ่มคนที่ก้าวหน้าของพรรคเข้าร่วมอย่างเต็มที่

ในปี พ.ศ. 2492 ก่อนเกิดสงครามเกาหลีประเทศจีนได้รับชัยชนะในสงครามกลางเมืองเปลี่ยนประกาศเป็นสังคมนิยม ที่มีประชากรมากที่สุดในโลก จากสถานการณ์แวดล้อมเช่นนี้ประเทศไทยจึงได้ออก พ.ร.บ. การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ในปี 2495 และทำการกวาดล้างจับกุมขบวนการสันติภาพ แกนนำชาวบ้าน 3 คนของตรังถูกจับกุมคือ มงคล ณ นคร, ประภาส คงสมัย และ ประสิทธิ์ เทียนศิริ

การปกครองของรัฐบาลทหาร จอมพล ป. พิบูลย์สงคราม ที่ถือกลุ่มปรีดี พนมยงค์ และเสรีไทย รวมทั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง เป้าหมายอันดับหนึ่ง ส่งผลให้ขบวนการนักศึกษาธรรมศาสตร์ฯ ตื่นตัวทางการเมืองอย่างมากเป็นเม็ดเลือดใหม่ให้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย จึงได้มีการเปิดประชุมสมัชชาครั้งที่ 2 ของพรรคขึ้นที่กรุงเทพฯ ในปี 2498 หลังจากนั้นมีผู้ปฏิบัติงานสำคัญกว่า 50 คนไปศึกษาที่สถาบันลัทธิมาร์กซ-เลนิน ณ กรุงปักกิ่งเป็นเวลา 2 ปี



หัวข้อ: ประวัติการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเขตพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา 3
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 เมษายน 2008, 07:49:31 AM
สากลนิยมกับชาวพรรคตรัง

กลุ่มครูและเกษตรกรใน จ.ตรัง ได้เดินทางไปศึกษา 5 คน คือ ครูกนก บุณโยดม, ครูสิน เดิมหลิ่ม, ครูพร้อม ทองพิทักษ์, ครูชิต เดชพิชัย และ ซุ่น อึ่งทองผู้ปฏิบัติงานหญิงกลุ่มหนึ่งจาก พัทลุง-ตรัง เข้ามาทำงานกรรมกรในกรุงเทพฯ จนสามารถขับเคลื่อนงานกรรมกรในการเรียกร้องค่าจ้างแรงงาน สวัสดิการในเชิงเศรษฐกิจและเรียกร้องในวันที่ 1 พฤษภาคมเป็นวันกรรมกรอย่างเป็นทางการ

สถาบันลัทธิมาร์กซ-เลนินที่จีนนอกจากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยแล้วยังมีพรรคคอมมิวนิสต์ของประเทศอื่นๆด้วย สำหรับพรรคไทยผู้ปฏิบัติงานรุ่นใหม่ทุกชนชั้นได้มารวมที่นี่ประหนึ่งเป็นการประชุมสมัชชาตัวแทนทั่วประเทศอย่างแท้จริงเพราะได้ใช้ชีวิตรวมกันอย่างยาวนานเกือบ 4 ปี (ศึกษา 2 ปี เดินทางอีก 2 ปีและมีหลักสูตรพิเศษเพิ่มเติม) ที่นี่มีการต่อสู้เรื่องแนวทางระหว่างแนวทางแนวร่วมกับแนวทางสงครามประชาชน (ส่วนใหญ่) เรื่องลักษณะประชาชาติ ลักษณะมวลชนและลักษณะสู้รบของพรรคในเวลาต่อมาคือ สมัชชาครั้งที่ 3 (พ.ศ. 2504)
   
ผู้ปฏิบัติงานกลุ่มนี้มีเพียง สิน เดิมหลิ่ม เท่านั้นที่กลับมาเคลื่อนไหวที่ท่าพญา แต่อยู่ได้ไม่นานก็เด่นแดงจนต้องถอนตัว มาอยู่ที่สุราษฏร์ธานี อันจะเป็นจุดบัญชาการของภาคใต้ในอนาคตโดยที่กนก บุณโยดม ควบคุมดูแล ช่วงกลับมานี้เป็นยุคสมัยของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม ผู้ปฏิบัติงานชั้นสูงของพรรคจำนวนหนึ่งหลงใหลในอัศวินขี่ม้าขาว จนกระทั่งหลังจากที่จอมพล สฤษดิ์ เดินทางกลับมาจากอเมริกาการดำเนินนโยบายฆาตกรรมการเมือง “เยี่ยงพล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์” โดยผ่านม.17 ต่อขบวรการสังคมนิยมและพรรคเป็นไปด้วยความรุนแรง



หัวข้อ: ประวัติการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเขตพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา 4
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 เมษายน 2008, 07:50:49 AM
กลับสู้บ้านเกิดเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม

นักศึกษาใต้ที่มาในกรุงเทพฯได้รับประสบการณ์ตรงจากการเมืองยุคเผด็จการทหารกลายมาเป็นผู้ปฏิบัติงานพรรคในรุ่นต่อมา อาทิ เสถียร พงษ์เจริญ, ถาวร จุฬเศวต, สุพร อ่อนเรื่อง และ ชิต คงทองศรี ได้รับคำสั่งลงสู่ชนบทในปี 2502-04 เพื่อตระเตรียมทำสงครามประชาชนในเขตพื้นที่ พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช

   เสถียร พงษ์เจริญ (ส.เคียว) เป็นชาวสงขลา เข้ามาศึกษาในกรุงเทพฯ ก่อนลงมาทำงานที่หมู่บ้านสังแกระ ตำบลป่าพะยอม อำเภอควนขนุน จ.พัทลุง จนสร้างงานที่เป็นตำนาน “ขนำควนหลังไอ้หมี” อันเป็นจุดพักพิง “ป่าทำบ้าน” ก่อนที่จะเป็นค่ายในป่าลึกของเขตเหนือหรือ 07 (ตั้งตามปี พ.ศ. ที่สร้างจุดพักพิง)

ถาวร จุฬเศวต (ส.แปลก) เป็นชาวนครศรีธรรมราช เข้ามาศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มาพบกับเสถียร พงษ์เจริญ ในกลุ่มจัดตั้งด้วยกัน ก่อนลงมาเคลื่อนไหวที่ปากพงัน 1 ปี แล้วเดินทางไปศึกษาการทหารที่พรรคคอมมิวนิสต์มลายาในปี 2504 โดยมี หู้ แซ่ลิ้ม (เล่าอูหรือ ส.อุดม) เป็นผู้รับผิดชอบ มีสุพร อ่อนเรือง, เสถียร พงษ์เจริญ, ห้วยหมิง (จากสงขลา), สหายประจวบ (ปัตตานี) ฯลฯ รวม 8 คน หลังจบการศึกษาได้มาเคลื่อนไหวที่อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุงแล้วค่อยย้ายมารับงานเขตร่อนพิบูลย์ต่อจากสหายดำรง


หัวข้อ: ประวัติการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเขตพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา 5
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 เมษายน 2008, 07:51:46 AM
สุพร อ่อนเรือง (ส.รุ่ง) เป็นชาวพัทลุง ฐานะดี เข้ามาเรียนโรงเรียนพาณิชย์ที่วัดบพิตรพิมุขในกรุงเทพฯ นักศึกษาต่างถิ่นมักอาศัยญาติและวัดจึงทำให้ได้พบกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกัน มีส่วนทำให้ได้รับกระแสความคิดก้าวหน้าที่ต้องการกลับสู่พัทลุง (เพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบสังคม) เขาได้มาเคลื่อนไหวจัดตั้งชาวนา ก่อนที่เดินทางไปศึกษาการทหารที่มลายาเป็นรุ่นแรก ก่อนจะมาเป็นครูฝึกการทหารทั้งที่นำควนหลังไอ้หมีและขนำเผาไฟในบางครั้ง ถือว่าเขาเป็นนักศึกษารุ่นแรกในการตระเตรียมทำสงครามประชาชนในระยะเวลาถัดมา

ชิต คงทองศรี (ส.คล้าว) เป็นคนเขาเจียกจังหวัดพัทลุง เข้ามาเรียนโรงเรียนก่อสร้างดุสิตก่อนจะเข้าธรรมศาสตร์ (เป็นมหาวิทยาลัยเปิด) ที่มีกระแสต่อสู้กับเผด็จการทหาร ตัดสินใจกลับสู่บ้านเกิดที่เขาเจียก โดยมีพร้อย สุวรรณน้อย (ลุงน้อย) ป้าแดง ชาวชุมพรที่มาเคลื่อนไหวชาวนาอย่างลับๆที่นี่ เขาเป็นผู้ปฏิบัติงานพรรคที่ได้ไปศึกษาดูงานการปฏิวัติที่ประเทศลาวก่อนจะไปศึกษาสถาบันลัทธิมาร์กซ-เลนินที่ปักกิ่ง หลังกลับมาได้ลงสู่ชนบทภาคกลางแต่มีปัญหาสุขภาพ (ตัวบวมทั้งตัว) จึงได้ออกมารักษาตัวและถูกย้ายมาอยู่ที่เขาเจียก พร้อมกับลุงเผือกคนบ้านเดียวกัน เป็นผู้สร้างตำนาน “ชนำเผาไฟ” ที่ปลายห้วย อำเภอเมือง จ.พัทลุง

หลังประชุมสมัชชาครั้งที่ 3 ปี 2504 ฝ่ายนำรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพฯ แต่มีสาขาอยู่ทั้ง 4 ภาค ทางการเริ่มจับฝ่ายนำระดับสูงทางภาคเหนือ ภาคใต้ จนทำให้การเคลื่อนไหวขาว (ถูกกฎหมาย) เสียหาย กรณี “ปักษ์ใต้” และกรณี “ตรัง” มีผู้ปฏิบัติงานทางใต้ระดับแกนนำถูกจับกว่า 40 คน หลายจังหวัด อาทิ นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และ ตรัง (ธิต เดชพิชัย, ครูเอียด, ก้าน ปานช่วย, ถ่อง เจียงสกุล, ปลอบเศวตดุล ฯลฯ) และใช้มาตรา ม.17 กับครูครอง จันดาวงศ์, ครูทองพันธ์ สุทธิมาศ และรวม วงศ์พันธ์ (กรมการเมือง) ในปี 2504 และ 2505 ศูนย์การนำของพรรคจึงกระจายออกจากกรุงเทพฯลงสู่ชนบท ส.อุดม (เล่าอู) ส.ชอบ จึงลงสู่ภาคใต้อีกครั้งภายใต้การนำของ ส.ประวัติ ที่ศูนย์บัญชาการสุราษฎร์ธานี ส.อุดมลงมารับผิดชอบสงขลาและติดต่อกับพรรค  มลายา ส่วน ส.ชอบได้มารับผิดชอบที่เขตพัทลุง



หัวข้อ: ประวัติการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเขตพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา 6
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 เมษายน 2008, 07:52:41 AM
พร้อย สุวรรณน้อย (ลุงน้อยหรือสหายน้อย) ชาวชุมพรตื่นตัวมาตั้งแต่สมัยบวชเป็นพระอยู่วัดเดียวกับลุงเผือก (คนฉะเชิงเทรา) ที่จังหวัดชุมพร ต่อมามีครูก้าวหน้ามาเคลื่อนไหวจนตื่นตัวก้าวหน้า สึกออกมาทำงานเคลื่อนไหวชาวนาจนได้คัดเลือกให้ไปดูการปฏิวัติประเทศลาวและเข้าศึกษาในสถาบันลัทธิมาร์กซ-เลนินที่ปักกิ่ง หลังกลับจากจีนได้ลงสู่ชนบทภาคกลางเพื่อเตรียมการต่อสู้ด้วยอาวุธแต่มีปัญหาสุขภาพตัวบวมทั้งตัวจนต้องออกมารักษาตัว เมื่อหายแล้วถูกส่งตัวให้ให้มาบุกเบิกทำงานที่บ้านเขาเจียก อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุงพร้อมกับภรรยา จนสามารถสร้างผู้ปฏิบัติงานในหมู่บ้านได้ (คุณสามารถ จ่าแจ้งและคุณคล้าว) ก็ถูกเรียกตัวกลับไปทำงานภาคกลางอีกครั้งหนึ่งสมัยผิน บัวอ่อนเป็นผู้รับผิดชอบ
   
ไร่ (ขนำ) หนังหมุน อ่อนน้อม เป็นศิลปินหนังตลุงชาวกะพังสุรินทร์ อ.เมือง จ.ตรัง มีการเคลื่อนไหวตื่นตัวทางการเมืองมาตั้งแต่ขบวนการสันติภาพ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อหนังหมุนคือครูภูมิ จริงจิต อิทธิพลทางความคิดได้ขยายไปสู่ลูกหลานและเครือญาติ จึงมีความจำเป็นต้องหาสถานที่ไว้สำหรับการศึกษาอบรมเพื่อจัดตั้งมวลชนในเขตป่าเขาจึงได้มาซื้อไร่ที่ควนแดง บ้านน้ำผุด อำเภอเมือง จังหวัดตรัง  ที่มีคุณเกริก (คุณกิ่ง) ได้ลงมาทำงานอย่างลับๆในหมู่บ้านลำใน ตำบลบ้านนา อ.เมือง จ.พัทลุง จนเมื่อปี 2507 คุณเกริกถูกส่งให้ไปเรียนการทหารที่เวียตนามเป็นรุ่นแรกของเขตนี้และกลับมาในปี 2509 ซึ่งเป็นปีที่หนังหมุน ครอบครัว เครือญาติ และผู้ใกล้ชิดถูกติดตามจับกุมคุมขังเป็นเวลา 10 เดือน 10 วัน ในข้อหาการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ คุณเกริกจึงหนีขึ้นป่าพร้อมกับคุณพิศในเขตบ้านเขาแก้ว


หัวข้อ: ประวัติการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเขตพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา 7
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 เมษายน 2008, 07:54:23 AM
“จากป่านำบ้าน” สู่ “ชนบทล้อมเมือง”

ป่านำบ้านมีลักษณะสอดคล้องกับวิถีมวลชนอยู่แล้ว ที่มีมาตั้งแต่การหลบหนีการเกณฑ์แรงงานหรือเก็บเงินรัชชูปการ การหลบหนีคดีไปอยู่ตามรอบต่อจังหวัดและใกล้เขตป่าเขา อีกอย่างเมื่อครอบครัวขยาย ชาวบ้านมีความจำเป็นต้องไปถางไร่เพื่อทำมาหากินไว้ให้ลูกหลาน หากแต่ “ป่านำบ้าน” มีลักษณะการเมืองเป็นขั้นตอนการเกาะติดมวลชน เหตุที่ตรังไม่ได้ทำเช่นนี้เพราะว่าผู้ปฏิบัติงานพรรคในเมืองตรังถูกจับติดคุกมาตั้งแต่ปี 2504 และ 2509 คดีตรัง 12 ปี คดีหลัง 10 เดือน 10 วัน ส่วนหนึ่งส่งไปเรียนเวียตนาม เป็นเหตุผลสำคัญ

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวของพรรคในภาคใต้ล้วนเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์โลก เมื่อปี พ.ศ. 2508 อเมริกาเปิดฉากถล่มเวียตนามเหนือทางอากาศโดยใช้ฐานทัพในประเทศไทย จากข้อมูลข่าวสารที่ทางการได้รับเรื่องการขยายตัวของพรรคทั่วประเทศทำให้รัฐบาล ถนอม-ประภาส ส่งกำลังทหารขึ้นปราบหมู่บ้านที่มีการเคลื่อนไหวอย่างขนานใหญ่ ส่งผลทำให้ “ป่านำบ้าน” ไม่อาจอยู่ได้ต้องถอยร่นเข้าป่าลึกและตั้งค่ายพักพิงแบบหลบหลีกเอาตัวรอดโดย “ขนำควนหลังไอ้หมี” ได้ไปสร้างค่าย “ต้นไทร” เป็นแห่งแรก ขณะที่ “ขนำเผาไฟ” ไปสร้าง “ค่ายสูง” ที่ลำใน

เป็นธรรมดาของคนใต้ที่ต้องพกอาวุธติดตัวส่วนใหญ่ได้มาจากการซื้อหา แต่เมื่อรวมกลุ่มกันในหมู่วัยรุ่นที่มีพื้นฐานเกลียดนาย (ตำรวจ ทหาร) ที่ชอบข่มเหงรังแกชาวบ้านจึงเกิดกรณีชิงปืนที่วัดควนปรง ตำบลท่ามิหลำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง จนสหายสวาทหรือไข่หนูเสียชีวิต การติดอาวุธช่วงแรกเพื่อป้องกันตัวเองเฉกเช่นชาวบ้าน เมื่อถูกปราบใหญ่ได้เกิดสายลับขึ้นอย่างมากมายในหมู่บ้าน เพื่อปกป้องตนเองจึงมีการกำจัดสปายสายลับและเป็นที่มาของนโยบายการกำจัดโจรและพวกอิทธิพลท้องถิ่น

พรรคจึงเริ่มส่งผู้ปฏิบัติงานไปเรียนการทหารและวิชาทางการแพทย์ โดยที่เรียนการทหารเน้นหนักไปที่มลายา (พรรคคอมมิวนิสต์มลายา) มาตั้งค่ายอยู่ที่จังหวัดสงขลา ไปเรียนหมอที่ประเทศลาว เป็นจำนวนหลายรุ่น



หัวข้อ: ประวัติการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเขตพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา 8
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 เมษายน 2008, 07:55:40 AM
ส่วนเหตุผลของการแตกเสียงปืนทำไมจึงยึดเอาวันที่ 7 สิงหาคม 2508ที่บ้านนาบัว อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม เป็นวันเสียงปืนแตก อันที่จริงที่นี่ได้เกิดการปะทะด้วยกำลังอาวุธมาตั้งแต่ปี 2504 แล้ว แต่ยังไม่ได้มีมติจากศูนย์กลาง (กรมการเมือง) ให้ต่อสู้ด้วยอาวุธ เพราะการเคลื่อนไหวต่อสู้อยู่ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

(มติของกรมการเมืองปี 2508 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีที่ 26 ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2547 หน้า 170 และจากคำบอกเล่าของจิตร ภูมิศักดิ์ เขาได้อ่านมติจากชาวอเมริกันที่มาเรียนภาษาไทยให้เขาช่วยแปลเป็นภาษาอังกฤษ เขาจึงศรัทธาต่อพรรคและตัดสินใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคในเวลาต่อมา) คุณชอบในฐานะกรรมการกลางสาขาภาคใต้ย่อมเข้าใจต่อมติของกรมการเมืองปี 2508 (มติ 08)

การปราบใหญ่ทั่วประเทศของรัฐบาลถนอมที่ต้องการปราบคอมฯให้หมดภายใน 6 เดือนและในปี 2509 ก็ยกกำลังทหารมาประจำในพื้นที่หมู่บ้านเขาแก้ว (แถวปลายห้วย) และหมู่บ้านสังแกระ ทำให้สหายต้องถอยร่นเข้าป่าลึกและเริ่มสร้างค่ายสำหรับพักพิงแบบเป็นไปเอง จนกระทั่งทางพรรคได้ส่งคนไปเรียนการทหารที่มลายาหลายรุ่นตั้งแต่ปี 2508-12 กลับมาสร้างกองทหารมีลักษณะแบบทหาร (มีการขุดคูรบ มีเวรยาม ฯลฯ)


หัวข้อ: ประวัติการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเขตพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา 9
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 เมษายน 2008, 07:56:35 AM
การสู้รบจึงเริ่มเกิดขึ้นจากการยิงสปายสายลับ ชิงอาวุธจากตำรวจและอาสาสมัคร (อ.ส.) การสังหารโจรและอิทธิพลท้องถิ่นตัวร้ายกาจที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ตอนนั้นกำลังแต่ละจุดมีราวๆ 20-30 น โยกย้ายสร้างค่ายแบบจรยุทธไปเรื่อยๆ

การปราบของทางการทำให้ชาวบ้านหลบหนีเข้าป่าเป็นจำนวนมาก (นับร้อยคน) เกิดสภาพยากลำบากอดอยาก เมื่อมีคนหลบหนีก็ต้องย้ายค่ายไปเรื่อยๆจนกระทั่งปี 2512 เขตกลางและเขตใต้ให้รวมตัวกัน ส่วนเขตเหนือก็ยังคงอยู่ต่อไป (หลังประกาศตั้งกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย (ทปท.) ปี 2512 เขตเหนือเรียกเป็น 07, เขตกลางเป็น 09, เขตใต้เป็น 08)

กองป่ากองแรก “หน่วยรบพิเศษ” ตั้งขึ้นในปี 2511 มีกำลัง 12 คน ส่วนใหญ่จบการทหารมาจากมลายา ตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ทางทหารโดยเฉพาะ ยกระดับทางกองทหารจากหลบหลีกการปะทะมาสู่จู่โจมค่าย ยึดอาวุธมาติดให้กับตนเอง หน่วยนี้ยกเลิกในปี 2513 หลังจากเป็น ทปท. แล้ว

ช่วงปี 2512 – 2514 รัฐบาลถนอมได้เปิดให้การเลือกตั้งตามแรงบีบจากนโยบายต่างประเทศของอเมริกา แต่สำหรับการปราบปรามคอมฯกลับทวีความรุนแรงขึ้นจนเขตงาน 08 และ 09 ได้ยุบรวมกัน (มีกำลังพลร่วม 100 คน) เกิดสภาพขาดแคลนเสบียงอาหารและยารักษาโรค คุณชอบจึงส่งคุณเคียวและคุณดุลไปเชื่อมต่อเพื่อขยายงานเข้าสู่บริเวณในตระ ที่มีหมู่บ้านเก่าแก่กลางป่าทึบรอบต่อ 3 จังหวัด พัทลุง ตรัง สตูลที่มีเขตแดนชนสงขลา จนสา มารถสร้างบ้านตระเป็นเขตเคลื่อนไหวใหม่และเป็นที่ตั้งศูนย์การนำของถาคใต้แหง่ที่สองในเวลาต่อมา


หัวข้อ: ประวัติการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเขตพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา 10
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 เมษายน 2008, 07:57:47 AM
ในระยะเวลาตั้งแต่ปี 2514 – 2516 ทางการได้ดำเนินนโยบาย 3 เรียบ (จับเรียบ ฆ่าเรียบ เผาเรียบ) ปราบ ปรามอย่างเหี้ยมโหดโดยเฉพาะ “ถีบลงเขา” แถบนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี (ถีบผู้ต้องสงสัยลงจากเฮลิคอป เตอร์ลงบนเขา) และเผาลงถังแดงโดยเอารูปแบบมาจากสงครามเวียตนาม ทั้ง 2 กรณีมีมวลชนถูกฆ่านับพันศพสร้างความหวาดกลัวและเคียดแค้นมาตราบทุกวันนี้

เขต 09 ต้องมารวมกับเขต 07 ถอยเข้าป่าลึก เนื่องจากเขตงานแถบป่าเขาถูกตัดขาดเนื่องจากมีการมาตั้งค่ายอาสาสมัครและทหารอยู่ในหมู่บ้านเช่นค่ายช่องชด (หมู่บ้านสังแกระ) จนต้องไปบุกเบิกงานใหม่ที่ หมู่บ้านวังอด อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง, บ้านเขาหลัก, บ้านลำแพะ และ น้ำผุด อำเภอเมือง จังหวัดตรังโดยอาศัยเครือญาติจึงติดต่อหาเสบียงอาหารได้

ข้อมูลเหตุการณ์ที่ควรบันทึกไว้ถึงสาเหตุของการเข่นฆ่าประชาชนครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ชาติไทยในช่วงนี้ มีลำดับดังนี้

1.อเมริกากำลังประสบความพ่ายแพ้ในสงครามเวียตนามและถูกประชาชนภายในประเทศคัดค้านอย่างหนัก จึงได้มีการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ต่างประเทศใหม่คือ ค่อยทยอยถอนทหารออกจากเวียตนามและให้คนเวียต นามแก้ปัญหากันเอง (Vietnamnization) และเปิดการทูตกับประเทศจีน รวมกันต้านรัสเซีย
   
2.ชนชั้นปกครองไทยเปลี่ยนการปกครองจากเผด็จการทหารมาเป็นประชาธิปไตยในปี 2512 ช่วงระยะ 2 ปีเริ่มเกิดวิกฤตทางการเมืองและ ทปท.ขยายตัวเติบใหญ่ขึ้นลามไปทั่วประเทศ
   
3.กระแสการปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน (พ.ศ.2509 - 2519) ได้เผยแพร่เข้ามาใน พคท. (พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย) ในราวปี 2510 จนเกิดกรณีวิพากษ์ศูนย์การนำ ทางภาคเหนือ ทำให้ศูนย์การนำต้องงเดินทางไปแก้ไขปัญหานี้ถึง 2 ปี (เดินทัพทางไกลของศูนย์การนำ) ที่ประเทศจีน (พ.ศ. 2512 – 2514) กระแสนี้มีผลต่อการงานของ ทปท.ภาคใต้โดยตรงอาทิเร่งประกาศสร้างฐานที่มั่น การโฆษณาปิดล้อมหมู่บ้านด้วยกำลังอาวุธ ฯลฯ



หัวข้อ: ประวัติการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเขตพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา 11
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 เมษายน 2008, 07:58:45 AM
พอดีมีสถานการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เกิดการเปลี่ยนแปลงจากเด็จการมาสู่ระบอบประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง หลังจากว่างเว้นนับสิบปี ทหารถูกลดบทบาทลงและถูกตรวจสอบอย่างมาก ทำให้งานของ พคท.และทปท. เชื่อมโยงติดต่อกันได้อีกครั้งหนึ่ง เขตการต่อสู้ด้วยอาวุธขยายไปกว่า 30 จังหวัด ในเมืองและชนบทกระแสสังคมนิยมขึ้นสู่กระแสสูงโดยเฉพาะการได้รับชัยชนะของประเทศเวียตนาม กัมพูชาและลาวจนรัฐบาลสมัยคึกฤทธิ์ต้องดำเนินการฑูตกับประเทศจีนและมีการนำโครงการผันเงินออกสู่ชนบทอันเป็นเศรษฐกิจประชานิยมครั้งแรกของเมืองไทยเพื่อลดความไม่พอใจของประชาชน

ชนชั้นปกครองที่กุมอำนาจรัฐและกลไกอำนาจรัฐจึงเริ่มโต้กลับจากนโยบาย “ขวาพิฆาตซ้าย” จนกระท่องก่อกรณีฆาตกรรมนองเลือด 6 ตุลาคม 2519 ที่ทำให้เกิดปัญญาชนคนในเมืองกว่า 3000 คนหลบหนีเข้าป่าร่วมกับ ทปท.และพคท.ทั่วประเทศ อันเป็นช่วง “ยุคทองของการปฏิวัติ” สำหรับทปท. เขตพัทลุง ตรัง สตูล และสงขลา ได้รับเอาเลือดใหม่จากในเมืองราว 300 กว่าคนไม่นับปัญญาชนคนท้องถิ่น

เหตุการณ์ในชนบทช่วงหลัง 6 ตุลา ไม่ยิ่งหย่อนกว่าในเมืองเลย ในจังหวัดตรัง มีหน่วยล่าสังหารเข้าไปยิงครอบครัวหนังหมุนถึงบ้าน “วันนั้นพ่อนั่งชุนแห (ซ่อมแห) อยู่ที่บ้านมีครูคนหนึ่งแต่งตัวดีให้ติดต่อไปเล่นหนังตะลุง จู่ๆก็มีชายแปลกหน้าเข้ามาพร้อมกับถุงกระสอบ เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ล้วงหยิบปืนยาวที่เตรียมมาในถุง กราดยิงไปที่ครู เขาคิดว่าเป็นพ่อจนตาย  หลังจากนั้นก็หันกระบอกปืนกราดยิงคนในบ้านแต่พ่อวิ่งหนีทัน  มีน้องเท่านั้นที่ถูกยิงเท้าทะลุแต่พากันวิ่งหลบหนีมาได้และแตกแยกกันไปคนละทิศคนละทาง”


หัวข้อ: ประวัติการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเขตพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา 12
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 เมษายน 2008, 07:59:58 AM
ชะตากรรมเหล่านี้มีร่วมกันทั้งในเมืองและชนบท  ผู้คนจึงแตกหนีเข้าป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์  นับเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของการปกครองแบบเผด็จการขวาจัดของ ธานินทร์  กรัยวิเชียร  ทปท.และพคท.ขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งในเมือง ชนบท และต่างประเทศ

เขตงานของพัทลุง ตรัง สตูล ขยายเชื่อมต่อกับร่อนพิบูลย์ นครศรีธรรมราช ทางใต้ขยายไปยังสงขลา ปัตตานี    การงานทุกอย่างรุดก้าวไปแบบก้าวกระโดด  งานมวลชนเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคักผู้คนเรียกร้องทปท.และขึ้นป่า เขตงานแดง , เขตงานขาวขยายเข้าสู่ตัวเมือง  งานทหารสามารถสร้างทหารบ้าน ทหารท้องถิ่น และทหารหลัก(ทหารประจำการ)ระดับกองพัน  งานสำนักงานบนกองทัพมีหลายแผนก เช่น พนักงานโทรที่สามารถติดต่อเชื่อมกันได้ทั้งประเทศและต่างประเทศ(มีตั้งแต่ปีพ.ศ.2517)  โรงเหล็กที่สามารถผลิตทุ่นระเบิด เครื่องยิงระเบิดได้เอง  โรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์เครื่องมือและเวชภัณฑ์ทันสมัย มีแพทย์ พยาบาล เทคนิคการแพทย์และบุคลากรทางด้านการแพทย์มากกว่าโรงพยาบาลอำเภอ  โรงพิมพ์ที่ผลิตสื่อการศึกษาและหนังสือพิมพ์  มีโรงจักรตัดเย็บเสื้อผ้า เปล เป้  มีฝ่ายการผลิตทำนา ทำไร่ ปลูกผัก เลี้ยงไก่ เพื่อลดการพึ่งมวลชน
   
นับเป็นยุคทองของการปฏิวัติ ส.ประวัติ(ที่รับผิดชอบงานภาคใต้)เคยปรารภถึง “เราจะเปลี่ยนยุทธศาสตร์ขั้นยันในเวลาอีกไม่ช้า”  แต่ในขณะที่สถานการณ์ภายในประเทศและท้องถิ่นดียิ่ง ทางสากลกลับเกิดความขัดแย้งกันขึ้นระหว่างเขมรกับเวียดนาม จนนำไปสู่การทำสงครามกันโดยมีลาวร่วมมือกับเวียดนาม  จีนจึงทำสงครามกับเวียดนามเพื่อช่วยเขมรแดงในเวลานั้น  สงครามครั้งนี้ส่งผลสะเทือนต่อทปท.และพคท.ทางภาคเหนือภาคอีสานอย่างรุนแรง เมื่อแนวหลังถูกตัดขาดในปีพ.ศ.  2521  ขณะที่จีนหันไปสัมพันธ์ทางการทูตกับอเมริกาโจมตีโซเวียตรัสเซีย เวียดนามและลาวว่าเป็นลัทธิแก้  ทางเวียดนามและลาวจึงถามพคท.ว่าจะอยู่ข้างใครโดยเสนอให้พคท.เข้าร่วมบุกยึดประเทศไทยแต่ทางพคท.ไม่เห็นด้วยจึงถูกทางการลาวและเวียดนามตัดความช่วยเหลือ



หัวข้อ: ประวัติการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเขตพัทลุง ตรัง สตูล สงขลา 13
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 เมษายน 2008, 08:01:19 AM
รัฐบาลพล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ที่ทำการรัฐประหารธานินทร์  กรัยวิเชียร จึงปรับนโยบายผ่อนปรนการกลับสู่เมืองของผู้เข้าป่าโดยไม่มีความผิด รวมทั้งนโยบาย66-23 , 65/25 ของรัฐบาลพล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์ จนทำให้พคท.ต้องปิดสปท.(สถานีวิทยุกระจายเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย ที่เริ่มเปิดตั้งแต่ปี2505และปิดตัวลงในปี2522) จึงเกิดความระส่ำระสายขึ้นต่อพคท.ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคอีสาน  ภาคใต้อยู่ห่างไกลจากเหตุการณ์อินโดจีนได้รับผลสะเทือนหลังสุดโดยเริ่มจากกลุ่มปัญญาชนที่เข้าป่า

(ปีพ.ศ.2523 นักข่าวชาวอังกฤษยังเข้ามาเยี่ยมกองทัพเขต3 ครั้งที่3) เนื่องจากกองทัพมีโครงการ “กลับเยี่ยมบ้าน” พวกเขาจึงได้รับอิทธิพลทางการเมืองรวมทั้งกระแสวิกฤตศรัทธาต่ออุดมการณ์ “สากลนิยมชนชั้นกรรมาชีพ”ค่อยทยอยออกอย่างต่อเนื่อง
   
กองทัพและหน่วยงานต่างๆค่อยๆหดตัวเล็กลงแม้ทางพคท.พยายามเปิดประชุมสมัชชาครั้งที่4ในปี2525 เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆที่หมักหมมมานานนับ20ปีมากมายจนไม่สามารถแก้ได้หมดโดยเฉพาะระบบการประชุมที่แยกกันถึง4จุดและใช้ระบบโทรเลขสื่อสารติดต่อกัน  ยิ่งทำให้ปัญหาสำคัญปานปลายโดยเฉพาะปัญหาการวิเคราะห์สังคมไทยที่เป็นตัวกำหนดยุทธศาสตร์ยุทธวิธีของการปฏิวัติ  ภาคอีสาน ภาคเหนือพากันละทิ้งการปฏิวัติอย่างขนานใหญ่  สำหรับของพัทลุง ตรัง สตูล สงขลาได้รับผลกระทบเช่นกันแต่เป็นปัญหาที่อดีตฝ่ายนำไม่ได้รับความเป็นธรรม (ส.ชอบถูกลงโทษและมีการกีดกันไม่ให้เข้าพบ) และความสามัคคีภายในพรรค
   
หลังจากนั้นทางการจึงรวมศูนย์กำลังกดดันทางภาคใต้อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเกิดการจับกุมใหญ่ที่บางแสนในปี2530 คุณศรี คุณประวัติ ที่รับผิดชอบภาคใต้พร้อมคณะกรรมการกลางส่วนหนึ่งถูกจับ  กองกำลังอาวุธที่เหลืออยู่จึงเจรจายุติการต่อสู้ด้วยอาวุธอย่างเป็นทางการในปี2534
   
การปฏิวัติของพคท.เป็นความสมัครใจ เป็นเรื่องของการตื่นตัวทางการเมืองเป็นหลัก  ในเรื่องความสมัครใจแล้ว พคท.พูดอย่างภาคภูมิใจได้เลยว่า ทหารในกองทัพประชาชนทุกคนไม่เคยถูกบังคับให้รบนาย ไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนหรืออามิสสินจ้างใดๆเข้าล่อ  ตรงนี้พวกเขาจึงแตกต่างกับทหารรับจ้างหรือผู้ถือปืนในฐานะทหารของทางการบ้านเมืองอย่างชัดเจน”


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: บัวขาว นามจัมปา ที่ 18 เมษายน 2008, 10:52:47 AM
 :D :Dขอชื่นชมและให้กำลังใจคณะของคุณกาดที่ปฏิบัติการเมืองประสานชนบทอย่างต่อเนื่อง(ในสายตาของเรา) ....ขอเชิญชวนมิตรสหายทุกเขตงานปรบมือ ให้กับคณะของเธอ  และมิควรลืมช่วยกันส่งกำลังใจ ให้คณะของเธอปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวง... :)
           
 สนใจหลายเรื่อง ให้ความสำคัญกับทุกเนื้อหาในข้อมูลเรื่องประวัติพรรคคอมมิวนิสต์ฯเขตงาน พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา
เรื่อง "ตะวันแดง"  นิตยาสารของกองทัพปฏิวัติในเขตงานนี้   คุณกาดช่วยถามคุณคานทีเถอะ เคยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติฯ "ตะวันแดง" ไว้ที่ไหนบ้าง? จะตามอ่าน  :D ถ้ายังไม่ได้เขียน ช่วยเขียนไว้เป็นหลักฐานประวัติศาสตร์   เรายินดีให้การสนับสนุน ในวันวานช่วงสั้นๆของอดีตเคยสนทนากับ "ลุงปั้น" คุณคานน่าจะรู้จัก ไม่ทราบว่าปัจจุบันลุงปั่นยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า

เราเองได้เห็นและเก็บรักษา"ธงปฏิวัติ" นิตยสารของกองทัพปฏิวัติ เขตภูพาน(ภาคอีสาน)ไว้เล่มหนึ่ง น่าทึ่งในความเพียรพยายาม ของคณะผู้จัดทำ โอกาสหน้าจะนำมาลงให้ดู (ถ้าไม่ลืมเสียก่อน)

เคยทราบจากสหายอาวุโสบางท่านในเขตงานที่ตรังเล่าให้ฟังว่า "ก่อนที่หน่วยพรรคจะรับสมาชิก เป็นสหายร่วมงานต้องดื่มน้ำสาบานที่แช่งลูกปืนต่อหน้าธงแดงเสียก่อน" ประการหนึ่งแสดงว่าน้ำสาบานในอดีตคือสิ่งที่ยึดโยงจิตใจของมวลมิตรพลพรรคที่มีต่อพรรค  แม้ตัวตนต้องเฒ่าแก่ และสิ้นลม แต่ความผูกพันธ์ของพวกเขาต่อพรรคยังแนบแน่นยิ่งนัก(เรารู้สึกเช่นนี้ตลอดมา) ท่านบอกว่า "ความผูกพันธ์มันอยู่ในสายเลือดที่เข้ากระดูกดำ  ไม่มีอะไรจะมาทำลายความศรัทธาที่เคยมีต่อ
พรรคได้"

เรามองเห็นเช่นเดียวกับมิตรสหาย ว่าเหล่านี้คือสิ่งที่งดงาม ซึ่งควรเป็นวิถีแห่งเราผู้ปรารถนาสร้างสันติสุขแก่ฝองชนผู้ถูกกดขี่ทั้งมวล

ขอคุณความดีของมวลมิตรสหายทั้งหลาย  จงปกปักรักษาสหายผู้เดินอยู่บนเส้นทางอภิวัฒน์เพื่อสันติสุขด้วยเถิด :) :)


       
           


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 เมษายน 2008, 22:27:53 PM
ขอออกตัวก่อน ;D  ที่ว่าคณะของคุณกาด ลงไปทำงานการเมืองที่ชนบท
ที่ผมลงไป เพราะผมรักในความหลังของผมที่ป่าแห่งนี้
ผมเคยมีกระท่อมเล็กๆที่สหายช่วยกันสร้างให้เป็นของขวัญในวันมีคู่ครอง เมื่อเยาว์
ผู้อาวุโสในกองทัพ จัดพิธีแต่งงานให้อย่างสมเกียรติของความเป็นสหาย และสหายของผม

ผมรักสหาย จึงลงไปพบหน้ากัน พูดคุยสนทนาในวงกาแฟ ได้บรรยากาศสุดยอดปลอดสารพิษ
ไม่ได้ลงไปทำงานการเมืองเลย ได้โปรดอย่าเข้าใจผิด
และผมเป็นเพียงคนหนึ่งในบรรดามิตรในเมืองที่ชอบลงไปเที่ยว
(ผมไม่ใช่นายหัวครับป๋ม คณะของคุณกาด อ่านตรงนี้แล้วมันคันคอจัง ;D ;D)

วันนี้กะว่าจะลงภาพของตะวันแดงให้คุณบัวขาว นามจำปา ได้ชม
แต่ขัดข้องที่เข้าเวปส่งภาพไม่ได้ หัวรุ่งจะลองอีกทีหนึ่ง ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 18 เมษายน 2008, 22:49:10 PM
ลืมไปเลยจะตอบเรื่องตะวันแดง

ที่เขตของเรามีโรงพิมพ์อยู่ ๒ แห่ง ผลิตงานตะวันแดงทั้งสองโรง
เขต 2 มีหน้าที่เป็นบรรณาธิการ และส่งแม่พิมพ์มายังเขต 3
เขต 3 เป็นศูนย์รวมข่าวแนวหน้า และกระแสสถานการณ์ ส่งไปยังกองบรรณาธิการ
บางช่วงก็อพยบกอง บก. มาทำที่เขต ๓
ทำงานกันสนุก มีความสุขมากๆๆ ผมอาศัยเงื่อนไขนี้ตื่นสายๆๆๆๆ
ได้รับบำเหน็จที่ผมชื่นชมที่สุด  คุณนี่เสรีจัง ;D ;D ;D

เรื่องราวของตะวันแดง คุณแสง (ธรรมดา หรือ .๒๒) ได้เขียงและลงตีพิมพ์แล้ว
ในหนังสือบนเส้นทางภูบรรทัด ตำนานการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธของประชาชน
พัทลุง-ตรัง-สตูล เนื่องในวาระครบรอบ ๒๕ ปี เหตุการณ์ ๖ ตุลา (๒๕๑๙-๒๕๔๔)

ยังมีพอมีเหลืออยู่บ้าง ราคาเล่มละ ๕๐๐ บาท หนา ๙๒๐ หน้า ติดต่อเข้ามาได้ครับหลังไมค์


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 19 เมษายน 2008, 02:33:27 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2250/2423104899_c3d61078f6_o.jpg)

เป็นนิตยสารขนาด ตัด 16  (ช่วงแรกขนาด F4)
ปกหน้าฉบับศึกดินอุดม พิมพ์ด้ยระบบสกรีนหลายสี
จำได้ว่าซื้อหมึกมาผิด คงเป็นสีพิมพ์โลหะ ตากกันเป็นวันๆ
สีชนิดนี้จะแห้งช้ามาก


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Rocky ที่ 19 เมษายน 2008, 13:19:28 PM
เรียนลุงกาจ
ฝันถึงเสือยืด ลายนี้ทุกวันตั้งแต่เห็น...
เช้านี้..ตอนละเลียดกาแฟ...ความคิดก็ยังวนเวียนอยู่กับข้อความบนตัวเสื้อ
อยู่ๆ เพลงภูบรรทัดปฏิวัติก็ลอยมา...แค่คำว่า นักรบปฏิวัติ  แห่งทิวเขาบรรทัด ก็บอกความหมายแจ่มชัด...
สองบรรทัด  ข้างล่าง....มันเจ๋งนะลุงว่าไหม

นักรบปฏิวัติ แห่งเทือกเขาบรรทัด เพราะทุกท่านคือ นักรบปฏิวัติ ไม่มีความหมายอื่นใดอธิบายได้มากกว่านี้
คารวะ


หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 1
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 เมษายน 2008, 03:11:58 AM
การสร้างเขตงานสงขลา 1

บันทึกนี้เรียบเรียงจากบางส่วนของบันทึกอดีตสหายในเมืองจำนวนหนึ่งที่ได้เข้าป่าในเขตจังหวัดสงขลา บันทึกนี้เป็นเพียงบางส่วนของการสร้างงานเขตสงขลา ซึ่งถือว่ามีความสัมพันธ์ดุจพี่น้องกับเขตงานพัทลุง-ตรัง-สตูล และมีส่วนร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กันในการรุกรบขยายการเคลื่อนไหวของทปท.ใต้ในภาคใต้ตอนล่างอย่างยิ่งใหญ่ในยุคสมัยของพคท. ความจริงแล้วการสร้างงานที่สงขลาทั้งที่เป็นงานขาวและงานสร้างกองทัพมีหลายหลายเรื่องราวที่น่าศึกษาเพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของพคท.และบทบาทของทปท.  แต่โดยเหตุที่สหายสงขลาเองมีข้อจำกัดแห่งการบันทึกเอาไว้ รวมทั้งสหายรุ่นบุกเบิกงานขาวที่มีบทบาทสำคัญในเวลาต่อมาของพรรคในการสร้างกองกำลังอาวุธล้วนแต่เสียชีวิตไปเกือบหมดแล้ว  จึงทำให้ชนรุ่นหลังได้มีโอกาสรับทราบไม่มากเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับเขตงานอื่นของพคท. เราจึงหวังว่าอดีตสหายเก่าแห่งเขตงานสงขลาทั้งมวลจะเห็นถึงความสำคัญ ความจำเป็นทำการบันทึกเรื่องราวต่างที่เกิดขึ้นในปลายเทือกเขาบรรทัดและบนเทือกสันกาลาคีรีให้มากขึ้นกันต่อไป


ความสำคัญของบันทึกนี้จึงเป็นเรื่องของการแสดงให้เห็นถึงข้อเท็จจริงซึ่งเกิดขึ้นในขณะเวลาหนึ่งแห่งความเป็นกองทัพและเขตงานที่ใกล้ชิดกัน หนุนช่วยกันระหว่างทปท.ภาคใต้ตอนล่างจำนวน ๖ เขตงานบนพื้นที่รอบเทือกเขาบรรทัดตอนล่างและต่อเนื่องไปจนจรดเทือกเขาสันกาลาคีรี ที่เคลื่อนไหวครอบคลุมพื้นที่จังหวัด นครศรีธรรมราช(บางส่วน) พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา  ยะลา และปัตตานี และเป็นการเหมาะสมที่อัฐิของเหล่าสหายผู้เสียสละแห่งสงขลาจะได้รับการบรรจุในอนุสรณ์สถานเดียวกันกับสหายอื่นๆที่เสียชีวิตในเขตภาคใต้ตอนล่าง สำหรับข้อเท็จจริงของการดำเนินงานของกองทัพสงขลาหลังจากเดินทางกลับจากเขตงาน ๐๘ จังหวัดสตูลเมื่อเสร็จสิ้นการล้อมปราบยุทธการมุตสนา ๒ ในต้นปี ๒๕๒๐ และได้ดำเนินงานตามภาระหน้าที่ของตนอย่างรุ่งโรจน์เฉกเช่นเดียวกับเขตงานอื่น จวบจนกระทั่งวันสุดท้ายที่สหายคนสุดท้ายของกองสงขลาเดินทางกลับออกจากป่า  รายละเอียดที่มากกว่าที่นำมาเรียบเรียงในจุลสารฉบับนี้สหายบางส่วนได้ทำการบันทึกเอาไว้บ้างแล้ว ผู้สนใจสามารถขอได้จากเครือข่ายสหายเก่าของตนได้



หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 2
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 เมษายน 2008, 03:13:29 AM
๑.ที่ตั้งและลักษณะทางภูมิศาสตร์

การเคลื่อนไหวของทปท.เขตงานสงขลา แบ่งออกเป็น ๒ เขต คือเขตงานสงขลา ๑ และ สงขลา ๒ (กองใต้)

เขต ๑  ครอบคลุมพื้นที่  อำเภอหาดใหญ่  อำเภอสะเดา  และอำเภอรัตภูมิ   มีถนนสายหาดใหญ่-ปาร์ดังเบซาร์ทางทิศตะวันออก ถนนสายหาดใหญ่-รัตภูมิทางทิศเหนือ และ ถนนสายรัตภูมิ-สตูลทางทิศตะวันตก ทางใต้เป็นชายแดนไทย-มาเลเซีย พื้นที่เคลื่อนไหวทางทิศเหนือจะติดต่อกับเขตงานของเขต ๒ (๐๘) ของทปท.พัทลุง –ตรัง สตูล  ภูมิประเทศทั่วไปมีภูเขาที่ไม่สูงและไม่กว้างนักอยู่เป็นส่วนปลายสุดของเทือกเขาบรรทัด  แต่ถูกตัดขาดจากเทือกเขาบรรทัดด้วยทางหลวงสายรัตภูมิ-สตูล   และถูกตัดขาดจากเทือกเขาสันคาราคีรีตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซียด้วยทางหลวงสายหาดใหญ่-ปาร์ดังเบซาร์    หากเดินเท้าจากชายเขาตะวันออกไปชายเขาด้านตะวันตก จะใช้เวลาประมาณ๑ –๒ วัน(ทปท.เดิน)   สภาพป่าเป็นป่าดงดิบชื้น   มีฝนตกเกือบตลอดปี

เขต ๒  หรือที่เรียกกันว่า “กองใต้” นั้น  ถือว่าเป็นเขตงานที่อยู่ใต้สุดของไทย มีเขตเคลื่อนไหว ครอบคลุมพื้นที่ อำเภอสะเดาบางส่วน   อำเภอนาทวี  อำเภอสะบ้าย้อย   และบางส่วนของจังหวัดยะลา    ตั้งอยู่ตามแนวเทือกเขาสันคาราคีรีที่ทอดยาวไปตามชายแดนไทย-มาเลเซีย   มวลชนส่วนใหญ่เป็นไทยมุสลิมที่พูดภาษามาลายู   มีบางส่วนเชื้อสายจีน   ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ พรรคคอมมิวนิสต์มาลายู (พคม.กอง8 เชื้อสายจีน)  เนื่องจากที่มั่นทางทหารของ พคม.อยู่ในเขตแดนไทยและได้อาศัยมวลชนเชื้อสายจีนสนับสนุนทางเศรษฐกิจและเยาวชนบางส่วนเข้ากองทหาร



หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 3
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 เมษายน 2008, 03:14:38 AM
๒.สภาพทางเศรษฐกิจสังคม

   มวลชนที่ประกอบอาชีพอยู่ในเขตงานของทั้งสองกองข้างต้น ประกอบอาชีพที่สำคัญ คือ

๒.๑  สวนยางพารา    ถือเป็นพื้นที่การประกอบอาชีพส่วนใหญ่ของประชาชนในเขตนี้โดยมีอยู่ ประมาณร้อยละ ๘๐-๙๐     ตลอดแนวสองข้างทางหลวงสาย หาดใหญ่-ปาร์ดังฯมักเป็นคนเชื้อสายจีนซึ่งนิยมปลูกยางพันธุ์ซึ่งให้ผลผลิตมาก จึงมีฐานะดี   ส่วนไทยพุทธ ไทยอิสลามนั้นจะอาศัยไกลออกไปจากตลาดและเมือง   มักปลูกยางพื้นเมืองที่ให้ผลผลิตต่ำจึงมีฐานะลำบากมากกว่า

๒.๒   ทำสวน ทำไร่   เช่นไร่กล้วย   ข้าวโพด    ไร่ข้าว   แต่มีไม่มากนัก และเป็นการบุกรุกเข้าไปใกล้ชายป่า   บางส่วนทำไว้กินเอง  บางส่วนเป็นอาชีพเสริมจากการเป็นลูกจ้างกรีดยาง   ประชาชนกลุ่มนี้มีฐานะยากจนไม่มีที่ดินของตนเอง

๒.๓   เป็นสมาชิกกองทัพมด    ชายแดนสะเดา-ปาร์ดังฯมีการค้าขายกันมาก   การลักลอบขนของหนีภาษีจึงเป็นอาชีพหนึ่งของคนในพื้นที่    เนื่องจากมีรถไฟวิ่งระหว่างหาดใหญ่-ปาร์ดังฯ โดยเป็นสถานี อยู่ติดชายแดน    จึงมีการขนของหนีภาษีจากชายแดนปาร์ดังฯเข้าสู่หาดใหญ่กันมาก   ผู้ที่ประกอบอาชีพกลุ่มนี้มีความชำนาญในการลักลอบขนของหนีภาษีเป็นอย่างมาก   พอรถไฟจอดสถานีจะเห็นคนจำนวนมากมุดรั้วออกมาเหมือนกองทัพมด   แต่ละคนทั้งแบกทั้งหิ้ววิ่งขื้นรถไฟอย่างรวดเร็ว   ในเวลาไม่กี่นาทีสินค้าต่างๆจำนวนมากถูกซุกซ่อนตามซอกต่างๆทั่วรถไฟ   แม้แต่ใต้ท้องรถก็ยังมี   แล้วทุกคนก็นั่งตามที่นั่งผู้โดยสารเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ   เมื่อรถไฟวิ่งมาได้ประมาณครึ่งทางจะมีหญิงวัยกลางเข้าใจว่าเป็นตัวแทนของเจ้าหน้าที่รัฐ    มาเดินเก็บส่วยผ่านทาง    รายละ ๕-๑๐ บาท (เมื่อปี ๒๕๑๙)  บางคนทำท่าไม่อยากให้ก็มีปากเสียงพอหอมปากหอมคอแล้วก็ให้ไปตามระเบียบ    พอรถไฟเข้าสถานีหาดใหญ่    บรรดากองทัพมดก็เอาสินค้าออกมาเตรียมขนลง   มันมากแทบไม่น่าเชื่อว่าซ่อนไว้อย่างไร
นอกจากนี้แล้วยังมีการขนสินค้าหนีภาษีอีกชนิดหนึ่งที่มาเกี่ยวพันกับทปท.สงขลาบ้าง   คือการต้อนควายข้ามชายแดน   เส้นทางลักลอบต้องผ่านเข้ามาในเขตงานมวลชน  แต่สหายก็ไม่ได้ขัดขวาง   ทำให้บางปีทปท.สงขลาได้ควายจากพวกนี้เป็นของขวัญมาจัดงานประจำปี



หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 4
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 เมษายน 2008, 03:15:38 AM
๓. การเคลื่อนไหวทางการเมือง

เนื่องจากพื้นที่ในอำเภอหาดใหญ่  อำเภอสะเดา   มีคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่มากโดยเฉพาะตัวเมืองหาดใหญ่   ตลอดสองข้างทางหลวงหาดใหญ่-สะเดา   ตั้งแต่บ้านพลุ-ทุ่งลุง-คลองแงะ-สะเดา-ปาร์ดังฯ   จะมีคนเชื้อสายจีนทำสวนยางพาราและค้าขาย   การเคลื่อนไหวทางการเมืองของชุมชนแถบนี้มีตั้งแต่สมัยต่อต้านญี่ปุ่น  ซึ่งพคท.ก็ได้ส่งผู้ปฏิบัติงานรุ่นแรกๆลงมาเคลื่อนไหวจัดตั้ง  และกำลังเตรียมก่อตั้งกองกำลังติดอาวุธต่อต้านญี่ปุ่น  แต่สงครามโลกยุติลงเสียก่อน งานก่อตั้งกองกำลังติดอาวุธจึงหยุดไป  แต่การเคลื่อนไหวจัดตั้งของพคท.ก็ยังเดินหน้าไปเรื่อยๆ  จนสามารถสร้างผู้ปฏิบัติงานใหม่ๆหลายคน  จำนวนไม่น้อยได้ถูกส่งไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศเพื่อไปร่วมก่อตั้งกองกำลังอาวุธ  รวมทั้งที่สงขลาเองในเวลาต่อมาอีกด้วย 

ขณะเดียวกัน พรรคพี่น้องมาลายา(พคม.)   ที่มีประวัติการต่อสู้ปฏิวัติมานานแล้ว   และมีกองกำลังติดอาวุธก่อนขบวนปฏิวัติไทย  โดยกำลังส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายจีน   หลังจากถูกทางการมาเลเซียปราบปรามหนัก  ได้ถอยร่นมาอยู่ตามชายแดนไทย-มาเลเซีย    ประกอบกับจังหวัดชายแดนไทย-มาเลเซียมีคนเชื้อสายจีนอาศัยอยู่มาก   การสร้างที่มั่นทางทหารในฝั่งไทยจึงไม่ยาก    เนื่องจากมีภาษาและวัฒนธรรมเหมือนกัน    การเคลื่อนไหวมวลชนจึงเน้นสนับสนุนทางเศรษฐกิจ  เพราะเป้าหมายคือปฏิวัติมาเลเซีย   โดยมวลชนได้รับประโยชน์ในการคุ้มครองความปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย    จนเป็นที่กล่าวขวัญว่าในเขตเคลื่อนไหวของ พคม. มวลชนตากยางแผ่นหรือข้าวของทิ้งไว้นอกบ้านไม่มีโจรขโมยกล้าไปแตะต้อง    เนื่องจากสหาย พคม. ใช้มาตรการเด็ดขาดในการจัดการ คือ  เตือนก่อนไม่เชื่อฟังตายสถานเดียว    เมื่ออยู่นานๆเข้าก็มีการโฆษณาการเมือง   จนมีเยาวชนไทยเชื้อสายจีนเข้าเป็นทหารของ พคม. จำนวนไม่น้อย   และที่มั่นทางการทหารก็เข้มแข็งขึ้น   มีการขุดอุโมงค์ที่ใหญ่โตบริเวณเขาน้ำค้าง(ปัจจุบันเป็นที่ท่องเที่ยวไปแล้ว)



หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 5
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 เมษายน 2008, 03:16:47 AM
๔.กำเนิด  ทปท.สงขลา


เดิมทีจังหวัดสงขลามีการเคลื่อนไหวงานขาว(ปิดลับ)ของพคม. มาเป็นเวลานานเพื่อหาการสนับสนุนทางเศรษฐกิจให้แก่พคม.ที่อำเภอเทพา  อำเภอนาทวี  อำเภอสะบ้าย้อย และ  อำเภอสะเดา ของจังหวัดสงขลา  ซึ่งมีคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่มาก  ต่อมาพคท.ได้ทำการเคลื่อนไหวมวลชนบริเวณนี้ในลักษณะงานขาวเช่นกันในระยะแรก   โดยเฉพาะในหมู่คนไทยเชื้อสายจีน  และขยายมาถึง อำเภอสะเดา และ อำเภอหาดใหญ่   จนมีฐานมวลชนของตนเอง   

เมื่อการต่อสู้ด้วยอาวุธของพคท.ขยายตัวมากขึ้นในพื้นที่พัทลุง-ตรัง-สตูล   ประกอบกับ พคม.เห็นว่าการเคลื่อนไหวของตนล่วงล้ำอาณาเขตเข้ามาในประเทศไทยมากแล้ว   จึงมีการตกลงทางนโยบายโอนให้ พคท. เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่เดิมในจังหวัดสงขลาแทน   

ครั้นถึงประมาณปี พ.ศ.๒๕๐๙  ฝ่ายนำทางเขตพัทลุง-ตรัง-สตูลได้ส่งกำลังพลจำนวนหนึ่งไปทำงานฝังตัวตัดยางพารา ที่บ้านวังพา  อำเภอหาดใหญ่  เพื่อทำงานโฆษณากับคนพื้นเมือง    จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๕๑๐  พคท.มีมติให้สร้างกองทัพสงขลาขึ้น  ซึ่งมีสหายส่วนหนึ่งย้ายมาจากพัทลุง และอีกส่วนหนึ่งเป็นสหายพื้นที่ กับเป็นคนไทยเชื้อสายจีนที่ได้รับการเคลื่อนไหวในงานเขตขาวมาก่อน    จากนั้นก็ค่อยๆมีสหายพื้นที่เพิ่มขึ้น (รายละเอียดเพิ่มเติมหาอ่านได้ในหนังสือบนเส้นทางภูบรรทัด ซึ่งจัดพิมพ์โดยกลุ่มภูบรรทัด เนื่องในโอกาสครบรอบ ๒๕ ปี เหตุการณ์ ๖ ตุลา)



หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 6
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 เมษายน 2008, 03:18:55 AM
จนกระทั่งต้นปี ๒๕๑๙

มีกำลังในสงขลาเขต ๑ประมาณ ๒๐ คน   ก่อนเหตุการณ์ ๖ตุลา  ประมาณ   ๓-๔ เดือนมีกรรมกรกลุ่มหนึ่งจากกรุงเทพฯ  ประมาณ๑๐  คน  ได้เข้าร่วมการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธในเขตป่าเขาแห่งนี้ด้วย   บ้านวังพานับเป็นหมู่บ้านแรกๆที่ลงไปเคลื่อนไหวงานมวลชน     

สหายรุ่นแรกๆของสงขลาเขต ๑  จึงเป็นคนบ้านวังพาหลายคน  โดยระยะแรกมีการเคลื่อนไหวทางการทหารไม่มากแต่ที่เป็นข่าวใหญ่คือประมาณปี พ.ศ.๒๕๑๗  สหายทำการเข้าตีสถานีตำรวจภูธรตำบลวังพา   ยึดอาวุธปืน 05 นาโต้ ได้หนึ่งกระบอก   M79  หนึ่งกระบอก  ครั้งนั้นสหายยังไม่รู้จักปืน M79  จึงสงสัยกันว่าทำไมปืนหักตรงกลาง  ปากกระบอกก็ใหญ่  ใช้ไม่เป็นอยู่นาน     หลังจากนั้นทางการมาตั้งค่าย อ.ส. ในพื้นที่จึงทำให้งานมวลชนหมู่บ้านนี้ลำบาก จึงต้องย้ายไปเคลื่อนไหวด้านอื่น
   
ส่วนทปท.สงขลาเขต ๒ นั้น  ก็เริ่มเคลื่อนไหวและก่อตั้งในเวลาใกล้เคียงกัน   แต่สงขลาเขต ๒จะมีความใกล้ชิดกับพคม.มาก  เนื่องจากเขตเคลื่อนไหวเกือบจะทับซ้อนกันในช่วงแรก  ความสัมพันธ์กับ พคม.ถือว่าอยู่ขั้นดี   กองกำลังของ พคม.ได้ต่อสู้ในป่าเขามาก่อน  มีประสบการณ์มากกว่า   ทปท.ภาคใต้ได้ส่งคนไปเรียนรู้จำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะด้านการทหาร  การทำทุ่นระเบิด   ช่างเทคนิค   การสะสมเสบียง  การขุดอุโมงค์   แม้กระทั่งอาวุธ(ส่วนใหญ่เป็นรุ่นเก่าสมัยสงครามโลกก็มี เช่นปืน M3   ทอมสัน   สเตน  ปลย.88  ปลย.แบบถกยิงทีละนัด )   

ผลของการชูธงปฏิวัติของ พคท. บนเทือกเขาสันคาราคีรี   ทำให้ปีพ.ศ. ๒๕๑๕  สามารถขยายไปจนถึงปัตตานี   ด้วยวัตถุประสงค์สำคัญอันหนึ่งคือ  ความพยายามทำให้การปฏิวัติของ พคท.มีลักษณะประชาชาติมากขึ้น   เนื่องจากในสี่จังหวัดภาคใต้อันประกอบด้วย  ยะลา  ปัตตานี  นราธิวาส  สตูล   มีชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาอิสลาม  มีภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป  และมีความพยายามที่จะแบ่งแยกการปกครองออกไปของขบวนการปลดปล่อยแห่งชาติปัตตานี   การเคลื่อนไหวทำงานแนวร่วมในเขตนี้จึงมี ความละเอียดอ่อนมาก   โดยยึดนโยบาย “แสวงจุดร่วม  สงวนจุดต่าง”   ผู้ปฏิบัติงานจะต้องเรียนรู้ทั้งภาษา  ศาสนา  วัฒนธรรม   เพื่อปฏิบัติต่อแนวร่วมได้อย่างเหมาะสม   จนกระทั่ง วันที่ ๗สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๐ พคท.ในเขตสงขลาสามารถประกาศก่อตั้งกองทัพปลดแอกมุสลิมไทยขึ้น



หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 7
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 เมษายน 2008, 03:20:48 AM
๕. เหตุการณ์ ๖ ตุลา ๒๕๑๙


หลังเหตุการณ์ ๖ตุลา   นักเรียน-นักศึกษา-กรรมกร   หลั่งไหลเข้าเขตป่าเขาจำนวนมาก   เฉพาะสงขลาเขต ๑ ประมาณเกือบร้อยคน   ส่วนใหญ่จะมาจากภาคใต้   มีบางส่วนมาจากกรุงเทพฯ   ช่วงนั้นสหายบนกองทัพยังตั้งค่ายอยู่ริมไร่ซึ่งไม่ปลอดภัยนัก   ประกอบกับจำนวนคนมากขึ้นฝ่ายนำจึงระดมกำลังไปสร้างค่ายใหม่ที่อยู่สูงขึ้นไป   ใช้เวลาเดินประมาณครึ่งชั่วโมง   อาจเรียกชื่อค่าย ๖ ตุลา  เนื่องจากเป็นค่ายที่สร้างขึ้นหลังเหตุการณ์ ๖ ตุลา  กำลังที่ไปช่วยกันสร้างก็เป็นคนรุ่น ๖ตุลา   และคนรุ่นนี้ก็ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในป่าเขา  การสร้างค่ายในป่าเขา     

ค่ายนี้มีระบบประปาภูเขาใช้กัน  เนื่องจากค่ายตั้งอยู่บนสันเขา  จึงไม่มีสายน้ำที่อยู่ใกล้   ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน  สหายชนบทได้คิดสร้างระบบประปาภูเขาขึ้นใช้    โดยต้องหาแหล่งน้ำที่มีระดับสูงกว่าค่ายพัก  กั้นให้เป็นแอ่ง   จากนั้นใช้ลำต้นของต้นหลาโอน(ไม้ตระกูลปาล์ม ส่วนยอดต้นหลาโอนนำมาผัด ต้ม แกง เป็นอาหารชั้นยอดของทปท.ใต้  คล้ายยอดมะพร้าว)ซึ่งมีลำต้นตรงสูงมาก  เลือกเฉพาะลำต้นเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๖-๑๒ นิ้ว   นำมาผ่าซีกและขุดเนื้อด้านในที่อ่อนออกเหลือส่วนเปลือกที่แข็งมาก   ตัดเป็นท่อนๆยาว๓-๔ เมตร   จึงมีลักษณะเป็นรางน้ำอย่างดี   ส่วนรางน้ำขนาดเล็กก็ใช้ไม้ไผ่ผ่าซีกแล้วขุดส่วนที่เป็นข้อด้านในออก   จากนั้นนำมาต่อเรียงไล่ระดับมาเรื่อยๆจากรางใหญ่ค่อยๆเล็กลง   เมื่อเข้าสู่ค่ายพักก็สามารถแยกน้ำเป็นช่วงๆได้เช่น  ห้องน้ำหญิง  ห้องน้ำชาย  โรงครัว  อื่นๆตามต้องการ   

ค่ายแห่งนี้ยังได้เลื่อยไม้กระดานใช้ทำโต๊ะเก้าอี้ด้วยแรงงานคน   มีการทำครกกระเดื่องแรงขาเหยียบ  โม่สีข้าวเปลือก   เพื่อเตรียมสีข้าวเปลือกที่กำลังสุกพร้อมเก็บเกี่ยวจากไร่   ค่ายนี้ยังมีการขุดหลุมหลบภัยไว้ตามเรือนพักต่างๆ     ระหว่างสร้างค่ายกำลังส่วนหนึ่งต้องออกไปลำเรียงข้าวสาร กะปิ ปลากระป๋อง ปลาเค็ม  รองเท้า ผ้ายาง    เนื่องจากมีคนเข้าป่าจำนวนมากปัญหาปากท้องจึงมีความสำคัญ   ช่วงนั้นการฝากมวลชนช่วยซื้อหายังไม่ลำบาก  หลังจากใช้เวลาเกือบเดือนค่าย ๖ ตุลาจึงเสร็จ   ทปท.ใหม่เริ่มฝึกพื้นฐานและยุทธวิธีการทหารในช่วงเวลากลางวัน  ตั้งแต่รู้จักอาวุธชนิดต่างๆที่มีอยู่เช่นปืนคาร์บิน  ลูกซอง  ระเบิดมือ  ทุ่นระเบิด   การเดิน  การหมอบ การคลานชนิดต่างๆ  การเข้าหาที่กำบัง   ท่ายิงต่างๆ  (ไม่ได้ใช้อาวุธจริงมาฝึกเนื่องจามีน้อย หายาก ต้องถนอมรักษา  อาศัยกิ่งไม้เป็นอาวุธในการฝึก)   จนกระทั่งการฝึกซุ่มโจมตี  เวลากลางคืนมีการศึกษาทางการเมือง   ติดตามข่าวสารต่างๆ   



หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 8
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 เมษายน 2008, 03:23:05 AM
เดือนแรกของทปท.ใหม่ยังให้กินข้าวสวยวันละสามมื้อ  กับข้าวมักเป็นแกงเผ็ดแบบทางใต้   ส่วนใหญ่เป็นแกงน้ำเคย(เครื่องแกงเผ็ดผสมกะปิละลายในน้ำผสมปลากระป๋อง  ในสัดส่วนหนึ่งกระป๋องต่อสิบคน)   บางมื้อจะมีผักหญ้าสดเป็นผักเหนาะที่ได้จากไร่ที่ปลูกเอง  หรือยอดไม้ป่าต่างๆ   บางมื้อจะใส่ฟักทอง, ฟักเขียว,มะละกอ, มันสำประหลัง  ที่ปลูกจากไร่   นานๆจะได้เนื้อค่าง ชะนี มาผสมลงในแกงแบบพอให้เห็นเนื้อ   จากนั้นเริ่มมีการเรียกร้องให้กินลดลงเหลือวันละ 2มื้อ  โดยงดมื้อเที่ยง  ซึ่งส่วนใหญ่ก็สามารถปรับตัวได้จนเคยชิน   

ปกติ ทปท.เขตสงขลาอาหารการกินถือว่าไม่ลำบากมากนักเมื่อเทียบกับเขตอื่นๆ   เนื่องจากสภาพป่าไม่กว้างใหญ่นัก  การจะถางป่าเพื่อปลูกข้าวทำไร่จึงเป็นปัญหาด้านการทหาร   เพราะจากชายป่าถึงไร่ห่างไม่มาก   กำลังที่ยังเล็กไม่สามารถต้านไว้ได้   การอาศัยมวลชนซื้อหาให้ในสภาพปกติไม่ลำบาก   เนื่องมวลชนมีการติดต่อกับเมืองหาดใหญ่และสะเดาซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจเป็นประจำอยู่แล้ว    ประกอบกับมีฐานมวลชนในเขตเมืองพอสมควร   บางครั้งสามารถขนข้าวสารหลายๆกระสอบใส่รถกะบะมาถึงเขตงานที่อยู่ลึกเข้ามา   เป็นเหตุให้ ทปท.สงขลาในสภาพปกติได้กินข้าวสวยไม่ต้องผสมมันสำประหลังวันละสองมื้อ    ทปท.ภาคใต้จะไม่มีปัญหาขาดแคลนเกลือเหมือนทางภาคเหนือและอีสาน    เนื่องจากคนภาคใต้จะกินกะปิเป็นชีวิตประจำวันอยู่แล้ว   การฝากมวลชนซื้อกะปิจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ    ในกะปิจะมีเกลือเป็นส่วนผสมในสัดส่วนที่สูง    ดังนั้นในอาหารเกือบทุกชนิดจะมีกะปิเป็นส่วนประกอบ   แม้ในสภาวะลำบากก็กินข้าวกับเคยจี่ (กะปินำมาผิงไฟ)   หรือกะปิเคี้ยวกับน้ำให้สุก

< มีต่อ..........>



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: samart ที่ 20 เมษายน 2008, 08:23:48 AM
ขอบคุณ ลุงกาจมากที่เรียบเรียงได้ดีมาก
ต่อเลยครับ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 เมษายน 2008, 08:57:41 AM
บ่ายนี้กลับมาต่อให้ครับ

(http://farm4.static.flickr.com/3256/2426090171_8a50850fe6_o.jpg)

ภาพถ่ายตอนลงไปหน้างานเมื่อวันสงกรานต์



หัวข้อ: Re: จำลองแบบเสื้อ-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 20 เมษายน 2008, 10:01:03 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2260/2426215151_b21bc3d714_o.jpg)

แบบนี้พอไหวไหมครับคุณร็อคกี้ ป้าผี ลุงเอป้าบี น้า บ. ป้าขวัญ ฯลฯ...........


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: butterfly ที่ 20 เมษายน 2008, 12:43:34 PM
.......โอเช......สวยแล้วจ้าาาา.....
........อย่าลืมมมมมม....ทำขนาด....นางผีเสื้อยักษ์ด้วยยยยยยยย....... ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Jedi ที่ 20 เมษายน 2008, 16:31:35 PM
แบบสวยมาก

ขออนุญาติลุงกาจเสนอเพิ่มเติม

ถ้าสกรีนลงบนเสื้อยืดพื้นขาว จะเด่นมาก

แต่ถ้าสามารถเปลี่ยนพื้นหลังจากดำ เป็นสีสดๆ ก็จะสวยไปอีกหลายแบบ แถมสกรีนลงบนเสื่อสีดำได้อีก

หรือจะสกรีนบนเสื้อสีอื่นๆก็ไม่เลว

ถ้าทำเสื้อขายทัน น่าจะไปวางขายในงานวันที่ 25 เมษายน ที่ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ด้วย
จากนั้น ขายเสร็จก็ขึ้นรถไปโลด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: andaman ที่ 20 เมษายน 2008, 20:31:58 PM
All Comrades
see you on 26  April   2008


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 21 เมษายน 2008, 01:06:10 AM
 ;) :D ; ;D
เรียน  มิตรสหายที่เคารพรัก
         บัดนี้อนุสรณ์สถาน ทปท.แห่งเทือกเขาบรรทัด ที่ได้วางโครงการตามวัตถุประสงค์ครั้งแรก(เฟสหนึ่ง)ได้รับเงินบริจาคจากมิตรสหายและญาติผู้เสียสละ
ได้ก่อสร้างสำเร็จเรียบร้อยลงแล้วและจะทำบุญอัฐิพร้องทั้งเปิดอนุสรณ์สถานใน
วันเสาร์ที่ ๒๖ เมษายน  ๒๕๕๑จึงเรียนเชิญมิตรสหายทั้งศิษย์เก่า  สหายร่วมอุดมการณ์  และญาติมิตรของผู้เสียชีวิตได้มาร่วมงานบุญโดยพร้อมเพรียงกัน
         และขอให้มิตรสหายได้ช่วยบอกต่อกันไปถึงแม้จะไม่สามารถไปร่วมงานด้วยก็ตาม สหายช่วยกันกระจายข่าวไปตามเวปต่างๆที่สหายร่วมงานอยู่ด้วยจักเป็นพระคุณยิ่ง ;D ;D ;D

                                       ด้วยความเคารพ
                                           คุณเยาว์


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 21 เมษายน 2008, 01:18:43 AM
 ;) :D ;D
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ
  ให้การสนับสนุนและให้กำลังใจกับทีมงาน   
ในการทำงานจนงานแล้วเสร็จ ทางคณะกรรมการฯ
ขอขอบคุณทุกท่าน
                             ;D ;D ;D
                   
         


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 21 เมษายน 2008, 01:25:24 AM
 ;) :D ;D
กำหนดการตามที่คุณกาจเรียนไปแล้ว
และจะมีเพิ่มเติมสำหรับการมอบทุนการศึกษา
ให้กับ เด็กและโรงเรียนที่อยู่ในบริเวณที่สถูปตั้งอยู่
ในภาคเช้า
                        ;) ;D :D ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 21 เมษายน 2008, 01:32:04 AM
 ;) :D ;D
รายละเอียด
รายรับ-รายจ่ายจะเรียนชี้แจง
อีกครั้งหนึ่ง ;) :D ;


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 21 เมษายน 2008, 10:34:50 AM
ตามที่ป้าป่าพนเกริ่นไว้เกี่ยวกับการมอบทุนการศึกษาให้นักเรียน

บรรจุในเวลาช่วงก่อนเที่ยง มีนักเรียนมารับทุน ๒๐ ทุน
และมอบให้ผอ.โรงเรียนอีก ๒ ทุนเพื่อนำไปพัฒนาด้านการเรียนการสอน
ทุนที่เรียนมาให้ทราบนี้เป็นความประสงค์ของผู้มอบโดยตรง
ทางคณะกรรมการจัดงานรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง
ที่ได้รับความเมตตาจิตจากท่าน

ขอให้ท่านและครอบครัวจงมีแต่ความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรง ด้วยเทอญ

กราบขอบพระคุณ มา ณ ที่นี้

ด้วยความเคารพ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Rocky ที่ 21 เมษายน 2008, 13:53:34 PM
ลุงเอ..ลุงเจได ...ลุงกาจ..ทราบมาว่า การทำเสื้อให้สวยดังภาพที่เห็นนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องเพราะการออกแบบชั้นเทพขนาดนี้ทางร้านแยกสีถึงกับกุมขมับแทบจะปิดกิจการ ;D ;D :'( :'(

อย่างไรก็ตาม..ได้ต่อรองและอ้อนวอน...ว่าขอขาวดำก็ยังดีอย่างน้อยขอเงาๆพร้อมสองบรรทัดอันแสดงความหมายจิตใจและที่มา
มันเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งนะครับ......
ปล.  แว่วๆว่า...ทีมงานตกลงแล้ว           ;D ;D ;D   เฮ  ขอบคุณล่วงหน้าครับมีเสื้อสะสมอีกตัวแล้ว


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 21 เมษายน 2008, 23:25:05 PM
 ;) :D ;D
ประกาศ

ตามหาญาติสหายสองท่านเพื่อแจ้งงานบุญวันที่ ๒๖เมษายน ๒๕๕๑ ที่วัดไม้เสียบ  คุณงาน รวมสุข(คุณรักธรรม)และคุณชัยอ้น โต๊ะหีม(คุณราช)ท่านใดรู้จักญาติพี่น้องกรุณาเรียนให้ทราบด้วยทั้งสองท่านเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง อยู่ชมรมชาวเหนือ และกลุ่มพัฒนาการศึกษาชนบท
                             ขอขอบคุณคะ


หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 9
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 เมษายน 2008, 05:46:52 AM
๖.เริ่มยุทธการปราบปราม  ดาวใหญ่มุตสนา 1

กลางเดือนธันวาคม ๒๕๑๙ ข่าวการเปิดยุทธการล้อมปราบมีความชัดเจนขึ้น  และเป็นการร่วมมือของกำลังไทย-มาเลเซีย  เป้าหมายกองกำลังทปท.สงขลาทั้งสองเขตและพคม.ด้วย  โดยเริ่มที่เขต ๑ ก่อนใช้ชื่อว่า “ยุทธการมุสนา 1”  หลังจากนั้นจึงไปทางเขต ๒ ใช้ชื่อว่า “ยุทธการมุสนา 2”   สำหรับสงขลาเขต ๑   กำลังฝ่ายปราบปรามส่วนใหญ่ขึ้นทาง อ.สะเดา  อ.หาดใหญ่  เนื่องจากเป้าที่ชัดเจนของทปท.คือไร่ข้าว  ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอสะเดา  อาวุธครบมีทั้งเครื่องบินทิ้งระเบิด  OV.10          เฮลิคอปเตอร์    ปืนใหญ่  ปืนครก   รถถัง    กำลังร่วมไทย-มาเลเซียอีกกว่า ๓ กองพัน

ฝ่ายทปท.มีประมาณ ๑๓๐ คน  มีกำลังที่ทำการรบได้จริง ๑๐ กว่าคน  อาวุธมี  M.79หนึ่ง, 05 นาโต้หนึ่ง , คาร์บิน  10-15 กระบอก, M.16 หนึ่งกระบอก  นอกนั้นปืนสั้น ปืนลูกซองอีกไม่กี่กระบอก    ก่อน ๖ ตุลา มีสหายชาวนา  ๓๐ กว่าคน และมีสหายกรรมกร ๑๐ คน ซึ่งเข้าป่าก่อนหน้าเหตุการณจะเกิดขึ้น ประมาณ ๕ เดือน  สหายส่วนใหญ่เข้าป่าหลัง 6ตุลา   และมาจากในเมือง โดยมี   สัดส่วนเป็นหญิง ๓๐ %   ฝ่ายนำจึงต้องกำหนดยุทธศาสตร์ต้านการล้อมปราบครั้งนี้คือ   หลบหลีก  ป้องกันรักษากำลังส่วนใหญ่ไว้   หลังจากตรวจสอบข่าวแน่ชัดแล้ว   งานเตรียมต้านการล้อมปราบดำเนินอย่างเร่งรีบ  โดยการ

๑. ขนเสบียงจากหมู่บ้านซึ่งต้องทำกันอย่างเร่งด่วน  โดยเฉพาะข้าวสาร  กะปิ  ปลากระป๋อง   สหายที่เขตงานเร่งจัดซื้อขณะเดียวกันติดตามข่าวจากมวลชน   ส่วนใหญ่ขึ้นจากเขตงานเขารูปช้าง ใกล้ชายเเดน  สหายทั้งใหม่เก่าช่วยกันขนได้หลายเที่ยว  เที่ยวละ ๓๐-๔๐ คน   เที่ยวลงจากค่ายเดินถึงชายป่าตอนเย็น    ใกล้ค่ำเดินเข้าหมู่บ้าน  ถึงบ้านมวลชนมืดพอดี   หลังจากนำเสบียงใส่เป้เรียบร้อย  เดินกลับที่พักชั่วคราวชายป่า   ช่วงนี้จะลำบากเพราะมืดห้ามใช้ไฟฉาย   ทางเดินเป็นทางดินลูกรังไม่เรียบขึ้นๆลงๆ หน้าฝนทางจะลื่นมาก  ทำให้ลื่นล้มกันหลายครั้ง   แต่สหายทุกคนไม่มีใครท้อแท้เหน็ดเหนื่อย  ทุกคนมาด้วยใจที่เด็ดเดียวไม่กลัวยาก-ไม่กลัวลำบาก   ช่วงหนึ่งต้องข้ามสายน้ำที่เรียกกันว่า”คลองบาโรย”   ระดับน้ำสูงถึงหัวเข่า  วันไหนฝนตกน้ำมากเกือบถึงเอว ถึงที่พักชายป่า ๔-๕ ทุ่ม  กว่าจะอาบน้ำกินข้าวเสร็จหลังเที่ยงคืน   มีอยู่เที่ยวหนึ่งสหายเขตงานจัดอาหารให้กินที่เขตงานมวลชน   เป็นต้มพะโล้เก้งเอ๋ง (สุนัข) มื้อนั้นอร่อยมากเป็นที่ประทับใจของสหายจากเมือง   ส่วนใหญ่ ไม่เคยกินได้ลองแล้วติดใจ  ส่วนสหายหญิงมีบางคนเท่านั้นที่ลองกิน   เช้ารุ่งขึ้นหลังจากกินข้าวเช้าเสร็จออกเดินทางต่อ  ช่วงนี้เป็นป่าทึบ   ถึงค่ายพักประมาณบ่าย  อาบน้ำกินข้าวแล้วนอนพักด้วยความเมื่อยล้า

ข้อมูลจากสงขลากองหนึ่ง   



หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 10
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 เมษายน 2008, 05:48:00 AM
๒. ยารักษาโรคหาซื้อเท่าที่ทำได้โดยอาศัยมวลชนไปซื้อที่หาดใหญ่   ช่วงนั้นการเตรียมเวชภัณฑ์ถือว่าน้อยมาก   กำลังคนทางการแพทย์ยังมีขีดความสามารถไม่มาก   ทั้งหมดเป็นสหายชาวนาได้เข้าฝึกอบรมทางการแพทย์จากแพทย์ที่ส่งไปเรียนจากจีนและเวียดนามเหนือ   และถ่ายทอดกันต่อๆมา  รักษาโรคที่พบได้บ่อยในป่าเช่นมาลาเรีย  ไข้หวัด ท้องเดิน  ฯลฯ   ผ่าตัดที่ไม่ใหญ่พอทำได้    แต่เขตสงขลาเวลานั้นยังทำการผ่าตัดไม่ได้  เนื่องจากไม่พร้อมด้านเครื่องมือ-เวชภัณท์  และทีมผ่าตัด   ส่วนรุ่น ๖ ตุลา ก็ไม่มีแพทย์จากในเมืองมาเข้าเขตนี้  อย่างมากแค่นักศึกษาแพทย์  นักศึกษาพยาบาล ซึ่งมีกันไม่กี่คน

๓. ฝึกทหารให้สหายใหม่   โดยเฉพาะพื้นฐาน  (การเดิน  หมอบ  คลาน  ท่ายิงต่างๆ   การเข้าที่กำบัง ฯลฯ)  การใช้อาวุธและดูแลรักษา(จริงๆไม่มีอาวุธประจำตัว  บางคนอาจได้ถือเป็นบางครั้งตามหน้าที่)   การฝึกทางยุทธวิธี (การซุ่ม  การปะทะ)   การฝึกทหารไม่มีหลักสูตรแน่นอน
เหมือนที่อื่นๆ

๔. การเตรียมฝังทุ่นระเบิด   ขุดหลุมขวาก   ทุ่นระเบิดทำขึ้นเองโดยนำเหล็กเส้นมาขดเป็นวงรูปทรงกระบอก   ใช้เลื่อยๆผิวเหล็กด้านนอกให้เป็นร่องหลายๆร่องเพื่อเวลาระเบิดเหล็กเส้นจะขาด ออกเป็นชิ้นๆคล้ายสะเก็ดระเบิด   ภายในทรงกระบอกอัดดินระเบิด TNT (หาได้จากเหมืองแร่ ที่มีอยู่ใกล้เขตเคลื่อนไหว)  หัวท้ายปิดด้วยแผ่นเหล็กกลมด้านหนึ่งมีรูให้สอดแก๊ปจุดฉนวนเข้าไปได้   ความรู้นี้ได้รับการถ่ายทอดจากสหายพี่น้องพคม.   นำทุ่นระเบิดฝังไว้ตามเส้นทางที่คาดว่ากำลังฝ่ายปราบปรามจะเข้ามา    ส่วนหลุมขวากหลังจากขุดหลุมในตำแหน่งที่ต้องการแล้ว  อาวุธแหลมในหลุมทำด้วยต้นหลาโอนส่วนเปลือกซึ่งแข็งมาก  นำมาหลาวให้แหลมๆปักไว้

๕.ระยะนั้นข้าวเปลือกที่ปลูกในไร่สุกพอดี   จึงได้ระดมสหายลงไปเก็บข้าว   ทางภาคใต้ไม่ได้ใช้เคียวเกี่ยวข้าวเหมือนภาคอื่น   เครื่องมือที่ใช้เก็บข้าวเรียก”แกะ”  ช่วงนั้นมีคนมากจึงมีแกะไม่พอ  แต่ด้วยความเร่งรีบคนที่ไม่มีแกะก็ใช้มือเด็ดรวงข้าวเอาเลย   ผลคือแต่ละคนมือเป็นแผลเลือดออกซิบๆ   ข้าวเปลือกเก็บได้หมดนำมากองไว้ที่ค่ายใหม่   มีโอกาสได้ตำข้าวจากครกกระเดื่องและโม่สีข้าวได้ไม่มากก็ต้องทิ้งค่าย  หลังจากนั้นไม่นานกำลังฝ่ายปราบปรามมายึดค่ายได้เผาทิ้งหมด



หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 11
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 เมษายน 2008, 05:48:50 AM
๗.ปืนใหญ่นัดแรก

ช่วงปลายเดือนธันวาคม ๒๕๑๙  เริ่มมีเครื่องบินตรวจการของฝ่ายปราบปรามมาวนเวียนบ่อยขึ้น    สหายใหม่เริ่มต้องเรียนรู้การระวังภัยทางอากาศ   ควันไฟจากการหุงอาหาร   การมีวัสดุสะท้อนแสงในที่แจ้ง   การตากเสื้อผ้าที่มีสีไม่เข้ากับสภาพป่า   เป็นสิ่งที่ต้องระวัง   เวลาได้ยินเสียงเครื่องบินแต่ไกลเวรประจำวันจะเป่านกหวีดเตือนภัย   สหายแต่ละคนรีบวิ่งออกมาเก็บเสื้อผ้ากันอย่างรวดเร็ว   เนื่องจากสหายในเขตสงขลาไม่ค่อยมีชุด ทปท.ใส่    ดังนั้นเสื้อผ้าส่วนใหญ่จะได้จากมวลชนที่ส่งขึ้นมาให้     จึงต้องนำมาย้อมเป็นสีดำหรือสีเขียว    แต่บางตัวก็ยังมีสีอ่อนอยู่  สวนควันไฟก็ต้องขุดเตาที่มีท่อควันยาวๆหรือมีหลุมพักควัน   เพื่อให้ควันไฟลอยต่ำๆเลียดพื้นดินอย่างช้าๆ   

เย็นวันหนึ่งปลายเดือน ธันวาคม    ขณะกินข้าวเย็นในค่ายใหม่ที่สร้างยังไม่เสร็จ   เสียงลูกปืนใหญ่มาตกที่ขอบไร่ซึ่งไม่ห่างมากนัก   ดังสนั่นพื้นดินสะเทือนไปทั่ว   สหายใหม่ไม่เคยพบมาก่อนตกใจทำอะไรไม่ถูก   บางคนร้องด้วยความตกใจ   สหายเก่าที่มีประสบการณ์   ตะโกนให้หลบข้างต้นไม้ใหญ่    จากนั้นจะยิงมาทุกครึ่ง ชม.  ความตกใจค่อยๆคลายลง   ทุกคนอิ่มข้าวด้วยความตกใจ   ตกค่ำช่วงการประชุมรวมพลซึ่งปฎิบัติประจำทุกวัน   สหายนำได้อธิบายวิธีสังเกตเสียงปืนใหญ่   เสียงแรกจะเบาและอยู่ไกลเป็นเสียงจากปากกระบอก   เสียงหลังจะดังมากเป็นเสียงลูกปืนระเบิด   ระยะเวลาเสียงแรก-หลัง  ช่วยบอกว่าฐานปืนอยู่ใกล้-ไกล   ครั้งนั้นเสียงห่างกัน ๑๐ วินาที    ยุทธการครั้งนั้นเป้าหมายอยู่ที่ไร่   สหายเก่าหลายคนได้ช่วยกันพูดเพื่อปลุกขวัญเหล่าสหายใหม่จากเมือง   ให้เตรียมตัวเตรียมใจเผชิญความยากลำบากที่จะมาถึง   คืนนั้นได้นอนฟังเสียงปืนใหญ่จนสว่าง   จากที่เคยนอนบนแคร่ต้องลงมานอนบนพื้นปากหลุมหลบภัยใต้เรือนพัก  พอได้ยินเสียงแรกจากปากกระบอกทุกคนกระโดดลงหลุมทันในเวลา ๑๐ วินาที   บางคนขี้เกียจขึ้นลงเลยนอนในหลุม  แต่อากาศจะไม่ระบายเพราะลึกถึงอก   จากนั้นทุกเย็นและตลอดคืนจะได้ยิ่งเสียงปืนใหญ่แทนคนตรี   สลับกับเครื่องบิน  OV 10  ทิ้งระเบิดในเวลากลางวัน  นานวันเข้าความประมาทเริ่มมี  ความระมัดระวังลดลง   เพราะโอกาสถูกค่ายน้อยมากเนื่องจากอยู่นอกเป้าหมาย   ที่ตั้งค่ายอยู่บนเนินเล็กๆมีเขาสูงล้อมรอบเป็นกำแพงช่วยบังวิถีกระสุน   เครื่องบินจะจิกหัวลงมาทิ้งระเบิดก็ลำบากเพราะถ้าขึ้นไม่ทันชนเขาได้



หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 12
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 เมษายน 2008, 05:50:12 AM
๘.สูญเสียสหาย 
     
เป็นอยู่เช่นนี้  กว่า ๑๐วัน  ช่วงนั้นหยุดขนส่งเสบียง   มีแต่ส่งหน่วยทหารประมาณ ๗-๘ คน ลงไปลาดตระเวณเขตชายป่า  โดยมีสหายใหม่ร่วมไปด้วย ๓-๔ คน    ประมาณ ๓-๔วันส่วนหนึ่งจะขึ้นมาเอาเสบียงและสับเปลี่ยนกำลัง   มีการฝังทุ่นระเบิดตามเส้นทางที่คาดว่าศัตรูทางพื้นดินจะขึ้นมา   แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่อยากเกิดก็เกิด   สายวันหนึ่งสหายโรจน์หัวหน้าหน่วยลาดตระเวณจากหน่วยงานด้านเขารูปช้าง  วิ่งขึ้นมาแจ้งว่าสหายเราไปเหยียบทุ่นของตัวเอง   ผู้บัญชาได้จัดคนที่แข็งแรง ๕-๖ คนลงไป  พร้อมหน่วยแพทย์ลงไปด้วย โดยสหายบางคนไม่มีประสบการณ์ก็ขอไปด้วย พอลงไปถึงค่ายเก่าที่ไร่  พบกับหน่วยลาดตระเวณกำลังหามคนเจ็บขึ้นมา   มีคนเจ็บถูกหามมา ๓คน   ส.น้อยดูเจ็บหนักที่สุด  ขาขวาขาดไปเหนือตาตุ่ม  ไม่มีการปฐมพยาบาลห้ามเลือดมาก่อนเสียเลือดไปมาก  ขณะนั้นมีภาวะช็อคกระสับกระส่ายมาก  สักครู่ก็นิ่งไปคลำชีพจรไม่ได้   ส.วิเชียร  มีบาดแผลที่หน้า   อาการไม่มาก สะเก็ดระเบิดเข้าตา ต่อมาตาเสียไปข้างหนึ่ง   ส.สันต์  มีบาดแผลที่ต้นขาอาการไม่มาก   ส.น้อยได้เสียชีวิตศพฝังอยู่ข้างไร่  ในเวลาต่อมาฝ่ายปราบปรามยึดไร่ได้และขุดศพขึ้นมา  ส.สันต์  ส.วิเชียร  ถูกนำตัวรักษาที่ค่ายใหม่   สหายส่วนหนึ่งถูกส่งลงไปลาดตระเวณที่ชายป่า   สหายส่วนใหญ่ที่เหลือช่วยกันลงไปไร่เก็บข้าวซึ่งกำลังสุก   ขนขึ้นมาค่ายใหม่   

นี่เป็นครั้งแรกที่สหายใหม่ส่วนใหญ่ที่มาจากในเมืองได้เห็นการสูญเสีย  การบาดเจ็บจากสงคราม   จึงเป็นภาพที่จดจำมาได้ตลอดแม้ทุกวันนี้    เป็นเหตุการณ์ที่บางคนต้องนำมาขบคิดตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตในป่า   เมื่อมีสงครามย่อมมีการบาดเจ็บสูญเสีย   แต่จะทำอย่างไรให้ลดการสูญเสียให้น้อยที่สุด   เมื่อบาดเจ็บก็สามารถช่วยเหลือเยียวยาให้กลับสู่สภาพปกติให้มากที่สุด    งานด้านการแพทย์จึงมีความสำคัญไม่น้อย   และจะต้องได้รับการพัฒนาขีดความสามารถให้สูงขึ้น   เพื่อดูแลสหายเวลาเจ็บป่วย  และยังสามารถหนุนช่วยงานมวลชนได้อย่างดี     โดยเฉพาะงานด้านศัลยกรรมจะต้องมีความรู้และทักษะมาก   จะต้องมีเครื่องมือ  มีเวชภัณฑ์  มีเทคนิคการถ่ายเลือด   จัดตั้งเคยคิดจะส่งสหายไปศึกษาการแพทย์ระดับสูงที่ประเทศจีน   แต่เกิดปัญหาความขัดแย้งทางสากลทำให้ชายแดนถูกปิด   แผนการนี้จึงล้มเหลว   จึงมีเพียงการเปิดโรงเรียนการแพทย์ในระดับภาคใต้ขึ้นที่นครศรีธรรมราช    ใช้เวลา๓-๔ เดือน  โดยระดมแพทย์ที่จบจากในเมืองร่วมกับแพทย์ที่ทางพรรคเคยส่งไปศึกษาที่จีนและเวียดนาม  มาเป็นครู   ครั้งนั้นทปท.สงขลาส่งสหายหญิงไปสองคนคือ ส.ไก่ และ ส.สุดา



หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 13
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 เมษายน 2008, 05:52:17 AM
๙.เริ่มต้นเดินทัพทางไกล ฝ่าการล้อมปราบ

เช้าวันหนึ่งต้นเดือนมกราคม  ๒๕๒๐   หลังจากอาหารเช้า   สหายนำได้ประชุมกันว่าควรย้ายออกจากค่ายเนื่องจากอยู่ใกล้ไร่   อาจอยู่ในรัศมีถูกบุกยึด    จุดที่จะย้ายไปเป็นค่ายเก่ายังพอใช้การได้   สหายแต่ละคนช่วยกันขนข้าวสาร  กะปิ  อาหารแห้ง  หม้อ  กะทะ  ข้าวของส่วนตัว  และปีบเวชภัณฑ์(ทำด้วยสังกะสีสี่เหลี่ยมกว้าง-ยาว-สูง  ๒๕-๕๐-๖๐ ซม.  มียาฉีด ยากิน น้ำเกลือ ยาทำแผล เครื่องมือผ่าตัดเล็ก)   ขบวนสหายยาวเหยียดกว่าร้อย  เดินมุ่งหน้าไปค่ายเก่า   

พอไปถึงยังไม่ทันได้พัก   สหายจิตและสมชายมารายงานว่า   มีการทิ้งร่มกลางป่าห่างจากค่ายเก่าไม่มาก   ฝ่ายนำได้ปรึกษากันว่าจะถอยไปทิศไหน   โชคดีที่มีสหายวิทย์มีความชำนาญป่ามาก   จึงได้นำขบวนย้อนมาทางเขตงานมวลชน ๑ (เขารูปช้าง)   และแบ่งสหาย๕-๖ คน  กลับไปค่ายใหม่เพื่อเอาไก่ที่เลี้ยงไว้๑๐-๒๐ ตัว  ส่วนใหญ่ฆ่าเอาเนื้อเพื่อเป็นเสบียงเดินทาง   เหลือไก่เป็นไม่กี่ตัวอุ้มมาร่วมขบวนทัพด้วย    ขบวนใหญ่เดินไปช้ามากจำนวนกว่าร้อยมีคนเจ็บต้องใส่เปลหามคือส.สันต์ และ ส.วิเชียร   ขบวนมาใกล้ชายป่าทางเขตงาน ๑  ฟ้าเริ่มมืด   จึงหาที่พักหุงข้าวมื้อเย็นกิน  บางส่วนเตรียมหาที่ผูกเปลนอน   พอดีสหายที่ไปจับไก่มาถึงตามนัด  จึงได้รวนไก่ที่ตายแล้วใส่เกลือให้สุกเก็บเป็นเสบียง   

หลังกินข้าวเสร็จค่ำมืด  ได้เวลาฝ่ายล้อมปราบยิงปืนใหญ่   มีสองลูกมาตกใกล้ที่พักมากจนพื้นสะเทือนทุกคนต้องหมอบ   ฝ่ายนำเห็นว่าที่นั้นไม่ปลอดภัย   การเดินทัพช่วงกลางคืนจึงเกิดขึ้นเวลาประมาณ ๒๑.๐๐ น.  ป่าดงดิบต้นไม้รกทึบกลางคืนมืดมากถ้าไม่ใช่เดือนเพ็ญ  ทุกคนต้องเดินมองคนหน้าให้ดี   ไฟฉายห้ามใช้   แต่แล้วมีคนหลงจนได้ ๔-๕ คน  มารู้ว่ามีคนหลงตอนหาที่พักนอน   อาศัยส.วิทย์ออกตามหา  ด้วยความชำนาญก็หาจนพบ   เป็นกลุ่มสหายกรรมกรหญิงที่เข้าป่าก่อน ๖ ตุลาไม่นาน   แต่ละคนร้องไห้ขวัญเสียพอสมควร   คืนนั้นทุกคนผูกเปลนอน   

เช้าก่อนสว่างสหายที่ได้รับหน้าที่พี่เลี้ยงจะรีบหุงข้าวให้เสร็จ  สหายคนอื่นๆต้องรีบตื่นเก็บสัมภาระเตรียมพร้อม   ช่วงเช้าเริ่มสว่างเป็นเวลาที่ศัตรูชอบเข้าตี   หลังอาหารเช้าขบวนต้องออกเดินต่อ  เวลากลางวันเดินสะดวกกว่า  แต่ก็ต้องห้ามใช้เสียง  ห้ามสูบยาเส้น   ในขบวนนอกจากมีคนเจ็บต้องหามสองคน  ยังมีคนท้องอีกสองคือ  ส.โสภิต และส.ทิพย์  ซึ่งท้องประมาณ๓-๔ เดือนแล้ว  นอกจากนี้ยังมี มีเด็กหญิงอีกสองคนอายุประมาณ ๕-๗ ขวบ   เด็กสองคนเป็นลูกส.เทพ-ทิพย์  เป็นเด็กชนบทมีความอดทนมากไม่ร้องไม่บ่นให้เป็นภาระ   

ขบวนเดินไปตามสันเขาขึ้นบ้างลงบ้าง  ตกค่ำหาที่พัก  เช้าออกเดินต่อ  เป็นอยู่เช่นนี้หลายวัน   ขบวนจะเดินเร็วเป็นบางช่วง  บ้างต้องนั่งรอเพื่อดูสภาพข้างหน้า   การมีเสียงดังอาจหมายถึงการสูญเสียเพราะขณะนั้นศัตรูได้ส่งกำลังภาคพื้นดินขึ้นแล้ว  สังเกตจากการหยุดยิงปืนใหญ่และทิ้งระเบิด  ต่อมาไก่จึงถูกแปลเป็นเสบียงหมด


หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 14
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 เมษายน 2008, 05:54:33 AM
๑๐. ฝาวงล้อมอย่างปลอดภัย...แต่เครียด

สายวันหนึ่งของการเดินทัพจะต้องออกมาชายป่าเข้าใจว่าเป็นเขตวังพา ทางด้านตะวันออกติดอำเภอหาดใหญ่   (เขารูปช้างเป็นด้านใต้ติดชายแดนมาเลเซีย)   ต้องเดินผ่านถนนดินลูกรังเป็นทางรถขนไม้ซุง   ตรึงเครียดพอสมควรต้องเดินเงียบและเร็วกึ่งวิ่ง   พอเข้าป่าทึบอีกครั้งขึ้นสันเขาสูง  ความเครียดลดลง   ทิศทางมุ่งขึ้นเหนือเริ่มขึ้นสันเขาสูงมาก   สังเกตจากความชื้นของป่าขนาดเที่ยงวันเดินบนสันเขายังเปียกเหมือนถูกฝน   ต้นไม้ใหญ่แต่ไม่สูงมากมีมอส  เฟิร์นขึ้นเต็มไปหมด   ลมแรงมาก  มองไปสองข้างสันเขาเห็นท้องฟ้าว่างเปล่า 

บางช่วงจะมีเมฆลอยผ่านขบวนทัพ  เป็นธรรมชาติที่งดงามมาก 

แต่ขณะนั้นไม่มีใครมีอารมณ์ชื่นชมได้   แต่บนสันเขาสูงและชื้นเช่นนี้จะเต็มไปด้วยทาก    หลายคนจะมีเลือดไหลจากแผลที่ทากกัดซึ่งหยุดยาก      บางคนขึ้นถึงสะดือถึงคอ   พอนั่งพักจะมีทากเต็มสองขาเกือบ ๕๐ ตัว   

ช่วงนี้ความตรึงเครียดลดลงไปมาก   เนื่องจากสหายนำทางแจ้งว่าเราได้ฝ่าวงล้อมออกมาแล้ว   แต่ปัญหาใหญ่เป็นเรื่องเสบียงอาหาร   ข้าวสารเหลือน้อย  เนื้อไก่ที่นำมาแม้กินทีละน้อยก็หมด   จากนี้ต้องกินข้าวต้มวันละสองมื้อ  กับกะปิเคี่ยวละลายน้ำ   บางวันอาจมียอดไม้ป่า  ผักกูดป่าให้เป็นกับแก้ม เป็นเช่นนี้๑๐กว่าวัน   บางวันขณะหุงข้าวมื้อเย็นมีเครื่องบินมาบินวน  มื้อเย็นยังไม่ได้กินก็ต้องเดินทัพกลางคืนอีกครั้ง   กว่าหาที่พักแรมใหม่หุงข้าวกินก็เกือบเที่ยงคืน



หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 15
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 เมษายน 2008, 05:57:10 AM
๑๑.เสบียงใกล้หมด      

วันหนึ่งมาถึงค่ายสูงซึ่งเป็นค่ายเก่าทิ้งมานานแล้ว   เหลือเพียงร่องรอยการปรับพื้นดิน   ตัวค่ายอยู่บนสันควน  สายน้ำที่ใช้ต้องเดินลงควนสูงชันมาก  เวลาลงไปอาบน้ำเสร็จเดินขึ้นค่ายพักเหงื่อออกอีก  หุงข้าวกินริมน้ำขึ้นมาถึงย่อยหมดพอดี   

บนค่ายพักลมแรงมากอากาศเย็นเวลานอนผูกเปลต่ำเกือบติดพื้นใช้ผ้ายางคุมให้ขอบผ้ายางติดพื้นเพื่อกันลม  พักอยู่หลายวันสหายได้ออกลาดตระเวณ   ออกหาปลาหากบมาบ้าง

กบบนควนตัวใหญ่มากจับง่าย  ใช้ไฟฉายส่องหาตามลำธาร  เห็นตากบสะท้อนแสงใช้มือจับเอาง่ายๆอาจเป็นเพราะไม่เคยเจอผู้คน   เอากบปลามาแกงน้ำเคย (เครื่องแกงมีกะปิ ตะไคร้ ขมิ้น พริกแห้ง)  เป็นอาหารหลักของทหารป่าภาคใต้  ส่วนประกอบน้ำแกงเป็นหลักเนื้อหาไม่ค่อยเห็น  รสชาติเผ็ดมาก

ในเวลานั้นสหายเก่าบางคนพอจำได้ว่าเคยเก็บซ่อนเสบียงไว้  จึงได้ออกหาได้ปลากระป๋องเก่าๆจำนวนหนึ่ง(ปกติคงไม่กินกันแล้ว  ด้วยความขาดแคลนจำเป็นต้องกิน  โชคดีไม่มีใครท้องเสีย)   ได้นมข้นหวานสีเหลืองออกน้ำตาลแล้ว  น้ำตาลเก็บในแกลลอนละลายเป็นน้ำเชื่อม   

เกลือเม็ดใหญ่ใส่ถุงพลาสติกวางไว้โคนไม้ยังอยู่ในสภาพดี(ดังคำโบราณว่าจงรักษาความดีดุจเกลือรักษาความเค็ม)   ที่สำคัญกะปิเก็บในไห  กะปิสตูลมีรสชาติดีกลิ่นหอมมาก  นำมาทำเครื่องแกง  เคี่ยวน้ำ  เคยจี่  กินกับข้าวเจริญอาหารดี   ช่วงนี้มีเวลาพัก ฝ่ายนำได้จัดกลุ่มศึกษาย่อยๆ วัตถุประสงค์เพื่อปลุกขวัญกำลังใจให้พร้อมเพื่อเผชิญความยากลำบาก  บนเส้นทางปฏิวัติ  เนื่องจากช่วงนั้นหลายๆคนเริ่มเหนื่อยล้า

เราพักอยู่ค่ายสูงหลายวันฝ่ายนำเห็นว่าเสบียงอาหารเหลือน้อย   จึงวางแผนจะข้ามไปเขตสตูลซึ่งมีกำลังมากกว่า  เข้มแข็งกว่า  เพื่อพักฟื้นปรับขบวนใหม่   ขบวนจึงออกเดินทางต่อมุ่งใกล้ทางหลวงช่วงรัตภูมิ-สตูล  ไปพักอยู่ใกล้ๆน้ำตกแห่งหนึ่ง(เข้าใจว่าเป็นน้ำตกบริพัต)   เป็นชายป่าเขา   สหายเก่าที่เคยเคลื่อนไหวบริเวณนี้ได้ลงไปขอซื้อข้าวสารจากชาวบ้าน  ได้แถมกล้วยน้ำว้ามาหลายเครือ   ขณะเดียวกันก็สืบสภาพการเคลื่อนไหวของศัตรู   สหายสองคนเดินข้ามไปฝั่งสตูลเพื่อติดต่อกับสหายเขตงานเพื่อนัดแนะ  เตรียมเสบียงไว้รับ


หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 16
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 เมษายน 2008, 06:00:09 AM
๑๒.การเดินทัพที่ยาวนาน

การเดินทัพช่วงที่เครียดและต้อง เหน็ดเหนื่อยที่สุดก็มาถึง โดยประมาณ   ๑๖.๐๐ น.. หลังจากกินข้าวสวยมื้อเย็น   สหายทุกคนเก็บสัมภาระเตรียมพร้อมเดินทาง  ขบวนทัพเดินลงเขาผ่านน้ำตกให้เห็นความงามก่อนลงสู่ที่ราบ   เส้นทางจะลัดเลาะไปตามป่ายางของมวลชน  โดยหลีกเลี่ยงบ้านมวลชน  ห้ามใช้เสียง  ห้ามใช้ไฟฉาย   

เส้นทางเป็นควนเล็กๆขึ้นๆลงๆ    ความมืดมาถึงการเดินลำบากขึ้น  หลายคนเดินเตะรากไม้บ้างก้อนหินบ้าง   เจ็บก็ต้องทนเดินต่อ    ประมาณสี่ทุ่มเดินเข้าใกล้ทางหลวง บ้านมวลชนหนาแน่นขึ้น  ต้องระวังสุนัขเห่าจะเสียลับ   จนมาถึงทางหลวงมีรถยนต์วิ่งไม่มาก  รอจังหวะไม่มีรถวิ่งจึงข้ามถนนเป็นชุดๆ   ข้ามได้วิ่งเข้าป่ายางฝั่งตรงข้ามให้เร็ว   

สหายชายในเมืองผู้หนึ่งด้วยความเร่งรีบจึงสะดุดอะไรสักอย่างล้มหงายท้องกลางถนน  ปีบที่เป้อยู่กระทบพื้นถนนเสียงดังมาก  และหลุดออกจากหลัง   พอลุกขึ้นได้เห็นแสงไฟรถยนต์แต่ไกล   สหายในเมืองผู้นั้นจึงรีบอุ้มปีบวิ่งไปฝั่งตรงข้ามโดดลงข้างทางหมอบลงทันที  เพราะรถวิ่งมาใกล้  พอรถผ่านไปจึงรีบเอาเป้ขึ้นหลังวิ่งเข้าป่ายางตามขบวนไป 

ฝั่งสตูลบางช่วงเป็นป่ายาง   บางช่วงเป็นป่าหญ้ารกร้าง   ด้วยความไม่คุ้นเคยพื้นที่ต้องหลงอยู่ในป่าหญ้า  ต้องมุดตามพงหญ้าบ้าง   ช่วงนี้ประมาณเที่ยงคืนทุกคนเหน็ดเหนื่อยมาก  ส.เริ่มจึงเอาน้ำตาลทรายมาแจกกินกันคนละช้อนพอให้มีกำลังขึ้นบ้าง   ขบวนเดินเข้าใกล้ชายป่าเขาเริ่มฟ้าสว่าง  ด้วยความอ่อนเพลียช่วงพักขบวนสหายบางคนถึงกับหลับเลย   

เช้าแล้วมวลชนตามขนำไร่ตื่นมาเห็นส.วิทย์เข้าไปพูดคุย  มวลชนจึงเห็นขบวนยาวเหยียดผ่านมา ส.วิทย์บอกว่ามาฝึกซ้อมทหาร   เริ่มสายอากาศร้อนขึ้น  เส้นทางต้องขึ้นเขาเรื่อยๆ  จนมาถึงขนำมวลชนแห่งหนึ่ง  พอดีมวลชนไม่อยู่และใกล้เขตป่า  เป็นเวลาเที่ยง(รวมเวลาเดินทางกว่า ๒๐ ช.ม.)  ขบวนได้หยุดพักหุงข้าวกิน   กินเสร็จทุกคนนอนหลับด้วยความอ่อนเพลีย   จนถึงเย็นสหายเขตงานได้นำขบวนเดินเข้าป่าประมาณหนึ่งชั่วโมง  ได้ที่พักมีสายน้ำไหลผ่าน   จึงพักอยู่ที่นี่หลายวัน



หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 17
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 เมษายน 2008, 06:02:17 AM
๑๓.การพักฟื้น...ชีวิตในเขตพัทลุง-ตรัง-สตูล

ที่พักที่นี่เราเริ่มได้กินข้าวสวย แต่ต้องผสมมันสำประหลัง ครึ่งหนึ่ง  ต้องจัดสหายลงไปซื้อข้าวสารบ้าง ข้าวเปลือกมาตำกินบ้าง   ความตรึงเครียดทางทหารไม่ค่อยมาก   แต่ปัญหาความคิดของสหายหลายคนเริ่มอ่อนล้า   มีการจัดกลุ่มศึกษาอีก   ช่วงนี้มีสหายหลายคนขอกลับบ้าน  สหายเขตงานต้องนำไปส่งขึ้นรถหลายชุด   พักฟื้นสภาพร่างกายจิตใจอยู่หลายวัน  ขบวนเดินทางต่อไปยังอีกเขตงานหนึ่งลึกเข้าไปอีก 

ที่พักนี้สหายหลายคนมานอนพื้นแทนเปล  โดยปรับพื้นให้เรียบแต่ไม่ค่อยราบปูผ้ายาง  เนื่องจากระยะนี้ฝนไม่ตกแล้ว  สหายออกล่าสัตว์ป่าค่าง  ชะนี   วันหนึ่งได้หมีควายตัวใหญ่มาก  จึงเป็นอาหารโปรตีนบำรุงร่างกายที่ดี   ส.เริ่มจัดการต้มอุ้งตีนหมีสูตรของคนจีนกินกัน   ที่พักนี้   มีการเจาะน้ำยางจากต้นยาง(ไม้ยาง) คลุกเศษไม้แห้งทำไต้ไว้จุดแสงสว่าง   

การเดินทางอีกครั้งมาถึงเพื่อเข้าเขตป่าเขาจริงๆ  อันเป็นค่ายเก่าของสหายเขตสตูล   เข้าใจว่าอยู่ใกล้นิคมควนกาหลง  จังหวัดสตูล   ใกล้ไร่มีไร่มันสำปะหลังเก่ารกร้างแต่ยังพอหาหัวมันมาต้มผสมข้าว   ชีวิตระยะนี้ไม่ตรึงเครียด   นอกจากจัดกลุ่มศึกษาแล้วก็เป็นเรื่องปากท้อง   ต้องลงไปซื้อข้าวจากมวลชน   โดยขอซื้อเหมาเป็นไร่ๆแล้วระดมสหายลงไปเก็บข้าว  นวดเองและขนข้าวเปลือกขึ้นค่ายเพื่อตำด้วยครก   และกินโดยผสมมัน   กับข้าวมักเป็นแกงน้ำเคยปลากระป๋อง(กระป๋องละ ๑๐ คน)  อีกอย่างเป็นแกงเผ็ดมันสำปะหลัง   เนื้อสัตว์นานๆมีเนื้อค่าง   ปลาพอมีเพราะเขตนี้มีปลาสมบูรณ์   

ห่างจากค่ายเดิน ๑๕นาที  มีเขาหินไม่ใหญ่มากมีถ้ำ   มีสายน้ำลอดผ่านถ้ำไปทะลุอีกด้าน   ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก(ปัจจุบันเป็นสถานท่องเที่ยว  เข้าใจว่าเป็นถ้ำเจ็ดคดที่ภายหลังนักดนตรีวงจรยุทธ์เข้าไปเล่นดนตรีอัดใส่เทป)  สายน้ำใสเย็นมีปลาตัวใหญ่จำนวนมาก  สหายได้มาจับไปเป็นอาหาร  โดยต้องเตรียมไฟฉายเนื่องจากภายในมืดมาก 

สหายปัญญาชนแม้อยากจะจับปลาแต่ก็ไม่ได้ปลา   เพราะความที่เป็นปัญญาชนนั่นเองเลยไม่ได้ปลา  แต่กลับได้ชมความงามธรรมชาติ จนทะลุปากถ้ำอีกด้านแทน โดยที่ไม่รู้สภาพ   

ที่ค่ายนี้มีสหายจากเขตพัทลุง-ตรัง-สตูล(สามจังหวัดภาคใต้)  มาเยี่ยมบ้าง เช่นคุณโรจน์  คุณเกริก  มีอยู่ครั้งหนึ่งสหายกองร้อย ประมาณ๒๐ กว่าคนมีแต่คนหนุ่มๆท่าทางคล่องแคล่ว   ลงมาช่วยขนข้าวเปลือก   แต่ละคนมีอาวุธทันสมัย(M.16, HK.33, 05Nato)  บวกกับความเข้มแข็งคล่องแคล่ว   ทำให้สหายจากสงขลาพอมีกำลังใจขึ้นบ้าง 



หัวข้อ: การสร้างเขตงานสงขลา 18
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 22 เมษายน 2008, 06:09:30 AM
พักที่ค่ายนี้ระยะหนึ่งต้องเคลื่อนย้ายไปอีก   ไปอยู่ในเขตป่าลึกซึ่งต้องปรับพื้นที่สร้างค่ายใหม่   

เรียกว่าค่ายป่าพน 

อยู่ได้ระยะหนึ่งฝ่ายจัดตั้งได้วางแผนส่งสหายส่วนหนึ่งมีทั้งสหายชนบทและจากเมืองกลับสงขลาเพื่อฟื้นฟูงานมวลชน 

สหายส่วนหนึ่งเคลื่อนย้ายไปที่ค่าย ๐๘ ของเขตสามจังหวัด  เพื่อเข้าโครงการอบรมผู้ปฎิบัติงาน   ส่วนใหญ่จะอบรมด้านการแพทย์   โดยเปิดเป็นโรงเรียนใช้เวลา ๒-๓ เดือน   มีครูใหญ่ชื่อหมอปรีดาซึ่งจบแพทย์จากรามาฯ   นักเรียนส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษามาก่อน  มีชาวชนบทไม่กี่คน     

มีสหายของเขตพัทลุง-ตรัง-สตูลอีกหลายคน  นอกนั้นเป็นสหายจากสงขลา    มีส.โสภิตเคยผ่านการศึกษาการแพทย์ในป่าระดับกลางมาก่อนและมีประสบการณ์มาบ้าง  นอกนั้นไม่เคยเรียนด้านการแพทย์มาก่อน   เนื้อหาเป็นการแพทย์พื้นฐานทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ   และยังมีสหายไม่กี่คนอยู่ศึกษาด้านช่างเทคนิค เช่น ส.ประวัติ  ส.ทัด ส.จา ส่วนการทหารก็มี เช่น ส.ดอน  ส.วินัย  ส.นิรุธ     

อยู่ที่เขตสามจังหวัดเดือนกว่าๆมีการล้อมปราบมีเครื่องบินมาเวียนทุกวัน   บางครั้งมายิงกราด  บางครั้งมาทิ้งระเบิด   จนต้องเคลื่อนออกจากค่าย ๐๘   

ค่ำวันหนึ่งที่พักชั่วคราว ส.โสภิต  ขณะนั้นท้องแก่มากเจ็บท้องคลอดจึงได้คลอดลูกในสถานการณ์สงครามจริงๆ   ที่เขตสามจังหวัด ส.โสภิต  ส.ทิพย์ได้คลอดลูก  เด็กทั้งสองต้องส่งออกไปให้ญาติหรือมวลชนช่วยเลี้ยง   ต่อมาฝ่ายนำได้มีมติให้สหายสงขลาเดินทางกลับเขตสงขลา   

ช่วงเดินทางกลับไม่มีเหตุการณ์ตื่นเต้นเหมือนขามา

ขอบคุณมิตรสหายจากสงขลา คุณแจง คุณวิวัฒน์ คุณวิเชียร คุณหมอสามรถ และอีกหลายท่านที่ไม่เอ่ยนามที่กรุณาเขียนบันทึกนี้
เพื่อลงในจุลสารฉบับพิเศษ เนื่องในพิีบรรจุอัฐิสหาย พร้อมกับเปิดอนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด
ในวันที่ ๒๖ เมษายนที่จะถึงนี้

อนึ่งในงานนี้ได้นิมนต์หลวงพี่ตะวัน และหลวงพี่สุเทพ มาร่วมนี้ด้วย



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 22 เมษายน 2008, 06:52:49 AM
เรื่องที่ป้าป่าพนแต้งหาญาตินั้น ขอเพิ่มเติมค่ะ
คุณงาน รวมสุข และ คุณชัยอน โต๊ะหีมเคยร่วมใช้ชีวิตบนค่ายแม่แฺฮ ในค่ายฝึกกำลังคน ตอนที่ลงจากค่าย สมาชิกกลุ่มหนึ่งได้มาแวะพักที่บ้านญาติของคุณงานที่เชียงใหม่ ก่อนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ จำได้ว่า บ้านอยู่แถว ๆคูเมือง ห่างจากถนนคูเมืองไม่มากนัก เป็นบ้านที่มีบริเวณกว้าง มีตัวบ้านหลายหลังอยู่ในบริเวณเดียวกัน
หากใครพอรู้จักคนนามสกุล รวมสุข กรุณาสอบถาม หรือแจ้งให้พวกเราทราบด้วย

ในการจัดงานครั้งนี้ สหายในชนบทเฝ้ารอ สหายในเมืองทุกท่าน และรอคอยการมาเยือนของสหายจากเขตงานอื่น ๆด้วยความเร่าร้อน
บางคนที่ไม่เคยได้พบกันเลยตั้งแต่ออกจากป่า จนถึงปัจจุบัน ก็จะได้พบกันในงานนี้
คิดถึงครั้งแรกที่เคยพบกัน ระหว่างสหายในเมืองและสหายชนบทที่ เขาปู่ เขาย่า
คิดว่าในวันงานนี้ บรรยากาศคงไม่ต่างกันนัก
มิตรสหายจะได้เห็นบรรยากาศความรักอีกรูปแบบหนึ่ง
ภาคการบันเทิง มีวงดนตรีหลายวงมาร่วมงานสลับกับการแสดงที่สหายได้จัดเตรียมไว้ต้อนรับ


สำหรับการเดินทาง ท่านที่ประสงค์จะเดินทางกับรถบัส กรุณายืนยันการเดินทางที่คุณ bluehawai ผ่านทางจม.น้อยโดยด่วน
โดยเฉพาะท่านที่ยังไม่ได้ชำระเงิน รีบติดต่อเลยนะค่ะ เพราะที่นั่งเหลือน้อยแล้ว (เหลือประมาณ ๘ ที่นั่ง) จากการสรุปกันเมื่อคืนที่ผ่านมา



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: bluehawai ที่ 22 เมษายน 2008, 07:46:29 AM
ท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันการเดินทไปสถูปภูบรรทัด ช่วยประสานด่วนนะคะ
 การเดินทาง 2 วัน  3 คืน อาหารที่พักพร้อมและยังได้แวะเที่ยวชมน้ำตกด้วย
อาหารเราจะแจกถุงยังชีพให้ท่าน แต่ท่านสามารถหามาเพิ่มเติมได้นะคะ ไม่ว่ากัน

สถูปภูบรรทัด น่านับว่าเป็นแหล่งสุดท้ายที่จะมีการจัด สร้าง
 อยากเรียนเชิญเพื่อนพ้องและมิตรสหายมาร่วมงานอย่างเร่าร้อน
เราอาจจากกันนานแต่อุดมการณ์ไม่เคยเปลี่ยน

พบกันเพื่อสานสัมพันธ์แนบแน่นอุดมการณ์ในใจเรา


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 23 เมษายน 2008, 21:29:49 PM
คุณเจได,คุณบ่อซอน มีที่นั่งเรียบร้อยค่ะ ชำระไว้ให้แล้ว
ล่าสุด ลุงเรดซัน เพิ่งกลับมาจากเกาะ โทรมา ขอจองอีก 1 ที่นั่ง
ขณะนี้ ยังมีที่นั่งเหลืออยู่อีก 5 ที่นั่ง
โปรดติดต่อด่วน

ผู้ที่เดินทางไปร่วมงานในครั้งนี้ทุกท่าน จะได้รับแจก
หนังสือ พิธีบรรจุอัฐิของวีรชนประชาชนที่เสียชีวิต ขนาด เอ5  หนา 88 หน้า ปกสีสี่
สติกเก้อร์ติดรถยนต์ มีให้เลือก 2 แบบ รูปอนุสรณ์ดาวแดง และรูปสองสหาย

รถที่ไปจอดในบริเวณงาน จะได้รับสติกเก้อร์ทุกคัน

วันนี้ สหายเริ่มออกเดินทางไปกันแล้ว 3 คณะด้วยกัน
ตามที่ได้รับแจ้งมา รถลุงเอ startก่อนเพื่อน ตั้งแต่เช้ามืด
ตอนบ่าย ตามด้วยรถลุงกาจ หลังจากนั้น ก็เป็นคณะของป้าป่าพน
พรุ่งนี้ ก็จะมีทะยอยตามกันไป

สำหรับรถบัส จะออกเดินทางเวลา 6 โมงเย็น ของวันที่ 25 เมษายน ที่ข้างมหาวิทยาศิลปากร ตรงวัดพระแก้ว
กรุณาตรงต่อเวลานะค่ะ

ขอให้ทุกท่าน ทุกคณะที่เดินทางไปรวมเป็นเกียรติ แก่สหายผู้เสียสละของเขตงานทางใต้
เดินทางโดยสวัสดิภาพ มีความสุขสนุกในการเดินทางทุกท่าน

พบกันที่งานอนุสรณ์สถานภูบรรทัด


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 23 เมษายน 2008, 21:42:54 PM
คุณหมอแสนไชยค่ะ
ไม่ทราบว่ามีตัวแทนจากผาจิไปงานนี้หรือเปล่า
และน้องวิญญูชน ไปร่วมงานหรือเปล่า ช่วยส่งเสียงหรือตัวอักษรด้วย
จะได้เตรียอาหารปักษ์ใต้อร่อย ๆ ตาม order ที่สั่งไว้

การแสดงชุด แทงดาบปลายปืน สหายที่ฝึกซ้อมตั้งใจแสดงเพื่อมอบให้แก่มิตรสหายทุกท่าน
พร้อมกับวงดนตรีที่มาร่วมแสดงไม่ต่ำกว่า 5 วง
ในงานนี้จะได้พบกับการรวมตัวกันของวงจรยุทธ และฟ้าเบิกดาน แห่งทือกเขาบรรทัด
นักร้องและนักดนตรี กำลังเดินทางไปที่งานแล้ว
ในงานนี้ รำวงกันให้เต็มที่ค่ะ


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: จันทน์ ที่ 24 เมษายน 2008, 12:57:26 PM
ขอความกรุณาผู้เกี่ยวข้องแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคารเพื่อจะได้โอนเงินไปให้ครับ

ช่วงนี้ติดภารกิจจริงๆ.........


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Vinyuchon ที่ 25 เมษายน 2008, 09:30:19 AM
  8)เรียนป้าดวงครับ

ผมและคณะรู้สึกเสียดายมากที่ไม่สามารถไปร่วมงานครั้งนี้ได้  เพราะติดงานถ่ายทำภาพยนตร์เกือบสองเดือนเต็ม ซึ่งจะเสร็จสิ้นการทำงานถึงต้นเดือนหน้า  อย่างไรก็ตามวันนี้ได้โอนเงินสบทบค่าอาหารปักษ์ใต้ระหว่างงานให้ลุงป้าน้าอาพี่น้องทานแทนครับ ;)

บ/ช อุทัยวรรณ พงษ์สุวรรณ และสมศรี สมบูรณ์
ธนาคารกรุงเทพจำกัดฯ  สาขารัชดาภิเษก
บัญชีสะสมทรัพย์เลขที่ ๑๗๗ - ๐ -๖๖๑๑๕-๓
จำนวนเงิน  ๒,๐๐๐ บาท
รวมโอนเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๐ จำนวน ๓,๐๐๐ บาท เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๕,๐๐๐ บาทถ้วน

ขอให้ทุกท่านเดินทางไปกลับโดยสวัสดิภาพ  แล้วคณะของเราจะแอบไปทีหลัง 8)



หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Rocky ที่ 25 เมษายน 2008, 13:12:46 PM
 ;D  This is from Phu Ban Thud  :D
There is no Thai on Computer .The Team of movie Try hard to complete for 26 April . Now we are in Had Yai bye a new adapter for Lung Gaj
while he working so hard for this moment . Computre is broken Lucky he already save the file . And We would like to thank for Mc intoch in Had Yai there are very helpful .
Thank Thank .. :D :D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: จันทน์ ที่ 25 เมษายน 2008, 14:10:17 PM
วันนี้รวบรวมโอนไปให้ผ่านทางบ/ช น้าบลูฮาวาย ในนาม"ชมรมตะนาวศรี"  จำนวน 2,000.00  บาท  ครับ

ต้องขออภัยมิตรสหายทุกท่านที่ติดภารกิจไมสามรถไปร่วมงานได้ครับ....


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: arunprapa_w ที่ 27 เมษายน 2008, 15:58:55 PM
มาชะเง้อรอฟัง รอชมภาพและเรื่องเล่า
อันยิ่งใหญ่ จากภูบรรทัดค่ะ




หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 27 เมษายน 2008, 23:37:56 PM
กลับมาแล้วครับ :D

ฮิๆๆ น้องรุน รอก่อนนะ ;D


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: แสนไชย ที่ 27 เมษายน 2008, 23:52:14 PM
โอ้โฮ ลุงเอทีเอ็มนี่รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม  8)

ผมจะไปไหนมาไหนทีต้องเตรียมการกันเป็นเดือนๆ 

นี่ต้องหาทางมีสวนยางแบบลุงแน่ๆ แล้ว  ชีวิตจึงจะได้มีอิสระบ้าง  ;)


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 28 เมษายน 2008, 10:42:01 AM
เพิ่งเดินทางกลับมาถึงเมื่อเวลา 9.00 น.
ต้องขอขอบคุณมิตรสหายทุกท่านที่เป็นกำลังใจให้กับคณะทำงาน
รอดูมิตรสหายที่ได้ไปมาช่วยกันบรรยายบรรยากาศของงาน
และภาพสวย ๆจากตากล้องหลาย ๆท่าน
เอาภาพมาแบ่งกันชมกันบ้าง
ป้าอยากดูเหมือนกัน เพราะเดินไม่ทั่วงานเลย


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: bluehawai ที่ 28 เมษายน 2008, 14:22:34 PM
กลับมาแล้วเช่น กัน  ตีหนึ่ง เพิ่งเปิด คอม เหนือ่ยสุดใจเช่นกัน คงมีตากล้องฝีมือดีนำรูปมาฝากเยอะ รอชม


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 28 เมษายน 2008, 19:16:45 PM
เพิ่งเข้าคอมพิวเตอร์ได้  นาทีนี้เองครับ  มิตรสหาย

หลังจากที่โดนไวรัสเล่นงาน   ซัดซะ เครื่องเดี้ยงไปหลายวัน
ประกอบกับไม่ได้อยู่บ้าน  ต้องเดินทางถี่ๆ   ในช่วงนี้


เมื่อคืนกลับถึงบ้าน  นึกว่าเร็วแล้วนะ (ตีหนึ่งครึ่ง)  ยังช้ากว่า ป้าบลู  ไปหนี่งก้าว

รอเดี่ยว  จะนำภาพมาแบ่งกัน

 :D


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 28 เมษายน 2008, 19:49:06 PM
 ;D ;D  :'( :'(


หัวข้อ: Re: บนเส้นทางภูบรรทัด-ความคืบหน้าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานท.ป.ท.ฯ
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 28 เมษายน 2008, 20:04:39 PM
 ;) :D ;D
กลับถึงบ้านกันทุกคนแล้วยังคะ
ขบวนเราถึงกรุงเทพ ตีสองกว่าถึงสระบุรี เกือบเที่ยงถึงกาฬสินธิ์ประมาณทุ่ม(๒๘)
อาจจะต้องพักตามทางบ้างแล้วแต่สภาพร่างกาย ;D ;D
     คุณดวง
หายเหนื่อยยังคะ :D ;D ;) :D ;D
เดี๋ยวหายเหนื่อย  คงจะรายงานงบทั้งหมดของเฟสแรกที่ไปติดบอร์ดที่วัดไม้เสียบ
ให้พวกเราได้ดูกัน
    และขอร่วมดูรูปสวยๆด้วยคนคะ


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Pa Pol ที่ 28 เมษายน 2008, 20:10:33 PM
  :D ;D :o

ลุงกาจเหนื่อยมากเป็นลมไปเหรอคะ

 ;) ;D :o :-X ???


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 28 เมษายน 2008, 20:52:00 PM
รอลุงเรดดูภาพเตรียมงานไปก่อนครับ :D

(http://farm3.static.flickr.com/2060/2449210516_2a0189f1aa.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 28 เมษายน 2008, 20:55:09 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2004/2449210522_30f0043074.jpg?v=0)

(http://farm3.static.flickr.com/2380/2449210520_dab8b4264d.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 28 เมษายน 2008, 20:58:52 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2081/2449210528_2af4ed78d5.jpg?v=0)

(http://farm3.static.flickr.com/2320/2449210532_df4fc9e9e1.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 28 เมษายน 2008, 21:03:46 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3032/2449242728_c4246641fb.jpg?v=0)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 28 เมษายน 2008, 22:02:17 PM
มารายฮานตัว
เมื่อคืนกลับมาถึงสนามหลวงร่วมๆตีหนึ่งแล้วมังครับ
ดีที่ได้อาศัยรถบัสคันเดิมวิ่งกลับอู่แถวดอนเมือง ทำให้ทุ่นค่าแท็กซีไปได้โขอยู่เหมือนกัน
กว่าจะถึงบ้านก็เกือบตีสาม
เหนื่อยอาฆาต
แต่ก็คุ้มค่าทางใจมากจริงๆ
ได้เห็นอนุสรณ์สถานที่งดงาม  ได้ร่วมงานรำลึกวีรชนภูบรรทัด ได้พบปะพี่น้องจากมากมายหลายที่  ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ  ได้เจอเพื่อนเก่าๆจากเขตงานเดิมที่ห่างหายไม่เจอกันนับสิบๆปี  ได้ดูดนตรีร็อกปฏิวัติมันๆจนอิ่ม  ได้ถกกับมิตรเก่าและใหม่ตลอดทางทั้งไปและกลับ   สุดท้าย........เที่ยวหนึ่งได้ถึงสอง  นั่นคือได้เลยไปเที่ยวค่าย514 อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ฯเป็นของแถมอีกหนึ่งแห่ง

(http://farm4.static.flickr.com/3149/2448446481_5e454e4078_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 28 เมษายน 2008, 22:03:48 PM
งานนี้ตากล้องเยอะ 
เยอะแค่ไหนก็ดูจากภาพข้างล่างก็แล้วกัน
ของไทยอ๊อกเฉพาะในภาพก็มีตั้งหลายท่านแล้ว
ยังงัยก็ช่วยกันโพสต์ด้วยนะครับ ;D

(http://farm4.static.flickr.com/3024/2449270352_e9f13cb946_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 28 เมษายน 2008, 22:06:04 PM
สถูปที่ไม้เสียบเป็นสถูปที่งดงามลงตัวยิ่ง
ทั้งรูปทรงสีสันวัสดุ  วิธีการสื่อความหมาย  งานศิลปกรรมประดับตกแต่งอันประณีต
มีการวางผังของตัวอาณาบริเวณโดยรอบ ที่ช่วยเสริมความสง่างามให้กับสถูปประธาน และนำเสนอเนื้อหาในเรื่องวินัยทปท10ข้อโดยรอบ

ต้องขอปรบมือให้ส.ชาลีผู้ออกแบบสถูป  คณะทำงานทุกท่าน และ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ช่วยกันผลักดันการก่อสร้าง และช่วยกันจัดงานจนสำเร็จด้วยดี :D

(http://farm4.static.flickr.com/3013/2449270104_860d803e92_o.jpg)

(http://farm4.static.flickr.com/3101/2448447571_f7ae9d1eef_o.jpg)



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 28 เมษายน 2008, 22:08:29 PM
ส่วนยอดของสถูปเป็นการจำลองแผ่นหนังตะลุง เสียบอยู่บนท่อนต้นกล้วย   ตัวหนังเป็นรูปดาวแดง มีนกอันหมายถึงวีรชนโบกบินอยู่ตรงกลาง    เวลาเมฆลอยผ่านช่องตัวนก ทำให้มองเห็นเหมือนว่านกกำลังเหินฟ้า
ไปเห็นแล้วต้องบอกว่า ว้าว   
 :D

(http://farm3.static.flickr.com/2384/2449271652_2a017ffa6c_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 28 เมษายน 2008, 22:17:46 PM
ส่วนฐานรูปดาวเป็นงานศิลปกรรมภาพทปท.ลายทอง    บนพื้นดำ ฮามมั้กมาก

(http://farm3.static.flickr.com/2153/2449270640_34b7315c25_o.jpg)

ที่ส่วนฐานยังจารึกชื่อวีรชนของแต่ละเขต
มาเจอชื่อเพื่อนเก่า ที่ไม่เคยพบหน้ากันอีกเลยตั้งแต่ ตุลา19
สหายสุธี  หรือไอ้ญาของเพื่อนๆ
ไปสู่สุขคติเถอะเพื่อน และมิตรสหายทุกคน

(http://farm3.static.flickr.com/2397/2449323256_0f0d2a424c_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 28 เมษายน 2008, 23:11:48 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2172/2449541274_d1d4241c58_o.jpg)

ไม่ต้องบอกก็รู้   ว่าใครคือนายหัวหมู่

รังสีมันแรงงงง

 ;D


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 28 เมษายน 2008, 23:14:36 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2184/2448718783_8fb1825730_o.jpg)

เอียงซ้าย  ไร้เดียงสา  คือข้าพเจ้า



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 28 เมษายน 2008, 23:18:05 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2014/2449541842_99e00a386c_o.jpg)

เอียง ตั้ง 

เอียง ตั้ง  คือความจริง



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 28 เมษายน 2008, 23:31:10 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2069/2448770571_bbd5a92aa7_o.jpg)

สหายท่านนี้  ข่าวบอกว่า   ไม่ได้นอนทั้งคืน  งานของท่านมีเวลาจำกัดนัก

ครั้นถามว่า  "หมดแรง แล้วหรือพี่"

ภาพถัดมาคือคำตอบ 

(http://farm3.static.flickr.com/2258/2448770675_bec4b9cd05_o.jpg)

 :D



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bluehawai ที่ 29 เมษายน 2008, 07:10:06 AM
ฝีมือตากล้องแต่ละท่านเยี่ยมจริง ยังรอ ชมอีกมาก   หลายหลากมุมไม่มีโอกาศได้
ชมทั้งงาน  แต่มีคนเก็บภาพไว้ให้ ทำให้ภาพงาน ครบถ้วนแน่ๆ ;)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 29 เมษายน 2008, 07:18:04 AM
ขอขอบคุณมิตรสหายทุกท่านที่สละเวลาไปเป็นเกียรติแก่วีรชนแห่งเทือกเขาบรรทัด ที่วัดไม้เสียบ
ยังเหนื่อยอยู่ แต่เมื่อเห็นภาพที่เหล่าตากล้องนำมาให้ชม ก็ค่อย ๆ หายเหนื่อย





หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 29 เมษายน 2008, 14:09:48 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2285/2451567502_f7296df901_o.jpg)

อนุชน ชุมชนบ้านไม้เสียบ หนุนช่วยงานอย่างร่าเริง ภายใต้การบ่มเพาะอันอบอุ่นจากคุณปู่ ย่า ตา ยาย


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 29 เมษายน 2008, 14:14:33 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2068/2451567644_6eac12fdb1_o.jpg)

ต้นไม้จากเขตงานทั่วประเทศ ถูกนำมาเพื่อให้เจริญเติบโต งอกงาม ณ อนุสรณ์สถานที่นี่ เทือกเขาบรรทัด


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 29 เมษายน 2008, 14:35:12 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3004/2451567562_62ab5b6b8a_o.jpg)

กระถางพันธุ์ไม้ ที่จะงอกงาม ใบโบกพัดเพื่อขับกล่อมวีรชนของประชาชนแห่งเทือกเขาบรรทัด


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Mayom ที่ 29 เมษายน 2008, 15:18:42 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3024/2449270352_e9f13cb946_o.jpg)
[/quote]

ลุง BZ เล่นทีเผลอนะเนี่ย
สหายกำลังอิน อึ้ง ทึ่งกับการตีธงดาวแดงของนักแสดงหน้าสถูป เหล่าตากล้องต้องรีบจับภาพเป็นการใหญ่

ธงดาวแดงจะโบกสะบัดเหนือทิวเขาบรรทัด อีกรอบ ณ ศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ ค่าย 514
อ.เคียนซา สุราษฎร์ธานี  ในวันเสาร์ที่  3 พ.ค.นี้
โปรดติดตาม...


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 29 เมษายน 2008, 15:35:41 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3030/2451700410_503190182c_o.jpg)

ป้าวันดี (โฆษก สถานีวิทยุเสียงประชาชนไทย ) มาเป็นพิธีกร ภาคพิธีศาสนาและพิธีเปิดอนุสรณ์ฯอย่างเป็นทางการ


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 29 เมษายน 2008, 15:38:43 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3150/2451700342_9fa4b221f7_o.jpg)

เยาวชนบ้านไม้เสียบ กับชุดทหารปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย
ที่บรรพบุรุษเขาเหล่านั้นเคยสวมใสอย่างสมเกียรติของลูกไทยอันห้าวหาญ สู้เผด็จทารุณไม่เคยไหวหวั่น

และหลานสาวของทหารปลดแอก ที่กำลังทำหน้าที่ของเธออย่างสมเกียรติ เพื่อมอบสิ่งดีงามเหล่านี้
ให้สหายนักรบคนกล้า ผู้เสียสละแก่แผ่นดิน แห่งเทือกเขาบรรทัด
และปลุกเร้าจิตใจผู้ที่ยังอยู่ ให้มีพลังกาย พลังใจ ที่จะทำเพื่อชนผู้ยากไร้ อย่างไม่มีวันดับมอด

ขอกล่าวคำว่า ขอบคุณท่านผู้ผลิตเมล็ดพืชสีแดงน้อยๆคนนี้ และขอบใจหลานคนนี้อย่างสุดซึ้ง
ไม่รู้ว่าจะเอ่ยคำใด ให้สมกับการที่หนูได้มอบให้แก่พวกเรา

ขอให้รับความปิติยินดีจากเราด้วย
ในนามของคณะทำงานอนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 29 เมษายน 2008, 16:15:12 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2038/2450922779_54baa33847_o.jpg)

แอคชั่นตากล้อง กำลังจับภาพนกบนยอดสูงสุดของอนุสรณ์
โบยบินทยานร่อนล้อกลุ่มเมฆขาว ประกาศเสรีภาพอย่างทรนง


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 29 เมษายน 2008, 16:17:54 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2238/2450920197_9e0a4c25a8_o.jpg)

ตากล้องแอบถ่ายตากล้อง มุมมอง จินตนาภาพ ไม่รู้จบ


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 29 เมษายน 2008, 16:21:08 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2238/2450920099_7b6a67d634_o.jpg)

แบบนี้ก็ยอมเพื่อภาพนี้  ;D


(http://farm3.static.flickr.com/2396/2451745680_ed90428c58_o.jpg)



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 29 เมษายน 2008, 16:26:46 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2281/2451700268_029a411b6a_o.jpg)

งานศิลปวัฒนธรรมชาวใต้ ฝึกซ้อมโดยคุณสาคร และคณะ ผู้ชมเทใจให้ศิลปีนน้อยคนนี้ท่วมท้น


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 29 เมษายน 2008, 17:29:04 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2171/2451830950_6996441d86_o.jpg)

จะมียามใดเล่า ที่จะอยู่กับเพื่อนผู้จากไปสู่แดนไกลโพ้น
ได้ดีเท่ายามเงียบ มืดมิด ขับกล่อมบทเพลง หริ่งหรีดเรไร รับบทประสานเสียง
สายฝนโปรยปรายให้ชุ่มเย็น เวลานั้นสุขใจไม่ใช่น้อย

เราทำได้แล้ว เพื่อเพื่อน เพื่อท่านวีรชนทุกผู้นาม

วีรชนประชาชน จะสถิตย์ในใจผองเราตลอดกาล...


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 29 เมษายน 2008, 17:31:36 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2369/2451830902_47a8b05f08_o.jpg)

ดวงจันทร์ ยังปลีกเวลาสุกสกาว ในคืนเมฆฝน


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: กิ่งหลิว ที่ 29 เมษายน 2008, 19:36:54 PM
     ขอบคุณครับ ที่เก็บภาพบรรยากาศมาฝาก ผมไม่ได้ไปเหอๆ  ;D ;D ;D
ตื่นตามากครับ  :o :o :o



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 29 เมษายน 2008, 20:47:30 PM
ตัวกำแพงประวัติศาสตร์ด้านหลังเป็นตัวขยายความแสดงเนื้อหาที่มาของอนุสรณ์สถาน   เป็นการเพิ่มมิติด้านการสื่อสารกับผู้มาเยี่ยมชมให้เกิดการเรียนรู้ เข้าใจ นั่นเอง        ส่วนนี้คงมีการสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ต่อไป

ภาพนี้แสดงแบบโดยตัวแทนจากเขตสงขลา และเป็นสมาชิกท่านหนึ่งของไทยอ๊อก ;)

(http://farm3.static.flickr.com/2364/2451992406_f4c9ca264a_o.jpg)

อีกด้านหนึ่ง

(http://farm3.static.flickr.com/2357/2448501305_d397335bea_o.jpg)



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 29 เมษายน 2008, 20:49:05 PM
พี่น้องประชาชนมาร่วมงานกันอย่างมากมาย
รวมทั้งมิตรสหายจากหลายเขตงาน  ทั้งพัทลุง ตรัง สงขลา กระบี่ นครศรีธรรมราช สตูล
ตะนาวศรี สุราษฎร์ ภูพาน ตาก อิสานใต้ และน่าน

ตกหล่นเขตไหนขออภัยด้วยครับ

(http://farm4.static.flickr.com/3094/2449271138_b51ce503a9_o.jpg)

(http://farm3.static.flickr.com/2124/2449271488_1b95ddcab5_o.jpg)



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 29 เมษายน 2008, 20:50:15 PM
พิธีนำกระดูกวีรชนเข้าสถูป

(http://farm4.static.flickr.com/3079/2448500217_a095ab4a69_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 29 เมษายน 2008, 20:52:47 PM
การแสดงโบกธงของน้องจินนี่ที่ถูกขอให้แสดงซ้ำอีกรอบในตอนค่ำ

(http://farm4.static.flickr.com/3154/2448501057_56d0917901_o.jpg)

(http://farm3.static.flickr.com/2055/2451166747_dcbda4a121_o.jpg)

(http://farm4.static.flickr.com/3030/2451992706_36ed811357_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 29 เมษายน 2008, 20:55:40 PM
ขบวนแถวทปท

(http://farm4.static.flickr.com/3293/2451167061_f4dbcbe7b3_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 29 เมษายน 2008, 21:00:25 PM
รูปCoffee Lovers ต้องขอถอดออกก่อนนะครับ
มีเพื่อนเราบางท่านขอมา    เพราะว่าขี้อาย
ก็เข้าใจ และยินดีครับ ;)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 เมษายน 2008, 22:47:49 PM
ขอบคุณมิตรสหายทุกท่านที่มาร่วมงาน และอีกหลายท่านที่ติดภาระหน้าที่ไม่สามารถมาร่วมได้
ถึงกระนั้นยังได้ส่งแรงใจ โทร.เข้ามาถึงเป็นระยะๆ

ขาดตก บกพร่อง อันใดไป ขอกล่าวคำว่าขอโทษ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

ในวันงานไม่ได้ถือกล้องเลย คราวนี้ขอเป็นผู้ชมภาพจากตากล้องให้เต็มอิ่มสักที
ได้โปรดครับ น้องดิน ลุงเอ ป้าบี บ่ซอน ป้าป่าพน ลุงหมอสามารถ ร็อคกี้ (มีคนแอบส่งผีมือถ่ายภาพของเธอไปแล้ว)
สหายเขตงานสงขลาหลานท่านที่ถือกล้อง และตากล้องอีกหลายๆท่าน


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 เมษายน 2008, 22:59:33 PM
ปล. ตกชื่อลุงเรดซัน เจ้าตำหรับการถ่ายภาพที่คลาสสิค อาจารย์ประจำตัวกระผมเอง
หลังจากละปุ่มชัทเตอร์มาตั้งก้วนกากาแฟสุดที่รักอันลืนลั่นในเวปไทยอ็อคฯ

ผมมาทำงานที่หน้างานหลายวัน ไม่ได้พากาแฟหอมๆติดตัวมาด้วย
ก่อนวันที่จะหมดพลัง ทันใดก็ได้กลิ่นหอมๆโชยมา

ว่าแล้ว ลุงเรดเปิดกระปุกกาแฟแน่แท้

กลิ่นอบอวนนั้น ทำให้ผมคึกคัก ขับรถเข้าไปลำปลอก
ยังไม่พอ ลงไปถึงเกาะยออีกต่างหาก เพื่อพบมวลชนผู้เฒ่าวัย ๘๗ ที่ตั้งตาคอยท่ากว่ายี่สิบปี


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: butterfly ที่ 29 เมษายน 2008, 23:15:33 PM
......เห็นด้วยกับ...ลุงกาจ...น้องรุน....และท่านอื่นๆ....ที่ไม่ได้เอากล้องไป...
......เอารูปมาลงกันเยอะๆหน่อยนะคะ......เพราะป้าผีก็นั่งเฝ้ากองอำนวยการอยู่กับป้าดวง
......เดินสำรวจไม่ทั่วเลย :P.......แต่ก็ประทับใจวันงานมากๆ.....


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 29 เมษายน 2008, 23:26:14 PM
ก่อนวันกลับ ภาพที่ยังฝังในความทรงจำ
เป็นภาพสหายเทริดสองหกสองจากภูพาน
มาช่วยสหายและมวลชนเก็บข้าวของหลังงานเลิก

เก็บภาพไม่ทัน มัวดูน้ำตาป้าผี ที่ใหลออกมาจาก้นบึ้งของหัวใจ


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Rocky ที่ 30 เมษายน 2008, 01:34:36 AM
รายงานตัวครับ... ;D หลายวันมานี้อิ่มอกอิ่มใจกับสิ่งพิเศษที่มีโอกาสไปสัมผัส จับต้องด้วยหัวใจทั้งส่งออกไปและรับเข้ามา ไม่มีคำบรรยายใดๆจะเรียบเรียงขึ้นได้ครับ มันเต็มจนล้น ทั้งการรับรู้การเตรียมงานอย่างทุ่มเทของมวลชนและสหายในพื้นที่          และสหายในเมืองที่ร่วมมือร่วมใจกันอย่างหนักหน่วงและทุ่มเทมุ่งมั่น ดูค้านกับอายุที่เราก็รู้..หากแต่ในหัวใจที่ที่อัดแน่นด้วยอุดมการณ์ที่ไม่เคยเปลี่ยนคำอธิบายใดๆจึงจะคู่ควร ทุกสิ่งที่ประกอบขึ้น เป็นวันที่ 26 เมษายน 2551 วันฉลองการเปิดอนุสรณ์สถาน  วีรชนแห่งเทือกเขาบรรทัด    ร้อยเรียงกันอย่างงดงาม มีความหมาย ทุกส่วนสำคัญยิ่งเสมอกันภาพสวยจากคุณลุงทุกท่าน อาหารจากมวลชนที่บรรจงปรุงอย่างสุดฝีมือ หมอสหายฝังเข็มที่บริการถึงที่โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสื้น รักษาเหล่าสหายสุดจิตสุดใจแม้จะพลาดรายการบนเวทีก็หาได้ปฏิเสธการรักษาไม่ทั้งที่ไฟไม่เพียงพอ จุดเทียนรักษาก็ บ่ ยั่น กาแฟหอมๆจากลุงเรดซัน...ความช่วยเหลือจากลุงเอและป้าบีพี่ดินที่ช่วยประกอบป้ายบอกทางทั้งยังช่วยเช็คความถูกต้องในการติดป้ายบอกระยะทางที่ถูกต้อง ป้ายบอกทางเข้าฝีมือลุงเอติดให้นะครับ  ลุงป้าทั้งสองท่านช่วยงานประหนึ่งเป็นสหายเขตนี้เลยที่เดียว ขอบพระคุณมา ณที่นี้อีกครั้ง ในฐานะเยาวชนที่เฝ้าดูและมีโอกาสช่วยงานอยู่บ้าง งดงามในความหมายที่รู้จักคือการทำงานของเหล่าพี่ๆสหายทุกท่านที่ได้ทุ่มเทมาตลอด ทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผยแบบอย่างที่ดี ที่จะได้ยึดถือต่อไป   ขอกราบงาๆ ลงบนหัวใจที่เสียสละจนทุกอิย่างผ่านไปอย่าสง่างาม โดยเฉพาะ ความเหน็ดเหนื่อยที่ต้องเก็บกวาดในวันรุ่งขึ้น....ได้มีโอกาสร่ำลาก่อนกลับ พร้อมคำถามเหนื่อยไหม คำตอบยังมั่นคงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ   " ไมเนื้อย..." พร้อมรอยยิ้มยืนยันคำตอบของสหายอายุกว่า 60 ท่านนี่ที่มาช่วยตั้งแต่เตรียมงานและเก็บของ
ขอบพระคุณสำหรับความเสียสละที่หนักแน่นดุจหินผาแห่งเทือกเขาบรรทัดครับ
หลายท่านที่มิได้เอ่ยนามด้วยประสงค์จะอยู่เบื่องหลังแต่ก็ต้องขออนุญาติเอ่ยนามครับ ป้าป่าพน คุณบลูฮาวาย ลุงกาจ คุณเอ็มจีป้าผีเสือป้าขวัญ ป้าดวง ทุกท่านที่บ้านไม้เสียบ และที่พักพิง พร้อมกาแฟที่บ้านคุณสาคร คุณพิภพ และตากล้องนิรนาม โดยเพาะน้องๆที่แต่งชุด ทปททุกท่านและที่    เป็นลมในหน้าที่ในพิธีช่วงเช้าที่จะลืมเสียมิได้ลีลาโบกธงอันทรงพลังของน้องจินนี่
และทุกท่านที่มาร่วมงานด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมด้วยอุดมการณ์เดียวกัน
ปล.รูปสวยร้ายกาจ ทุกมุม เลย นะลุงบีซี ลุงเรด รอรูปพี่ดินและท่านอื่นๆอยู่นะครับ
 :D :D :D :D ::) ::) :o :o :o :o


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ตอมปัวล์ ที่ 30 เมษายน 2008, 12:26:12 PM
ทางฝ่ายทัพภาค ๔ ได้เข้าร่วมพิธี วางดอกไม้คารวะวีระชน ณ สถูปของ ทปท.แห่งภูบรรทัด

เป็นความลงตัวพอดีพอดี ไม่ขาดไม่เกิน

เป็นคณะเล็ก ๆ ที่ดูพอดี ไม่ได้มาแบบเต็มรูปแบบ ให้อึดอัด มีเพียงนายทหารติดตามที่ขับรถให้นายที่แต่งกายเต็มยศ นอกนั้น มาชุดลำลองเรียบง่าย
คือให้เกียรติมาคารวะจริง ๆ ไม่มากร่าง ไม่มาสร้างรอยร้าว ไม่มากดดัน

เป็นการมาแบบยอมรับ คำนับสถูป จริง ๆ

'''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''

ธงแดงที่ปักรายทาง ตามแนวสะพาน ปากทางเข้าวัดไม้เสียบและบรรยากาศภายในวัดที่ประดับประดาด้วยสัญญลักษณ์ของ ทปท. ก็ชัดเจน ตระการใจ ว่างานนี้ จัดโดยใคร เพื่อคารวะวีระชนฝ่ายประชาชนอย่างแท้จริง

เป็นการจัดงานที่งดงามลงตัวและยิ่งใหญ่สมเกียรติ
แม้นว่า เบื้องหลังจะเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย อดหลับอดนอน
เงินทุนจำนวนน้อย ทีมงานขนาดเล็ก ๆ อุทิศทุ่มเทกันตลอดวันตลอดคืน อย่างทรหดอดทน

เมื่องานเสร็จสิ้นลง...ก็มองเห็นว่า
สถูปที่สร้างเสร็จนั้นเป็นอนุสรณ์แห่งความดีงามของผู้ที่เสียสละจากไป...และเป็นสัญญลักษณ์ที่อุทิศทุ่มเทใจของผู้ยังอยู่
แค่นั้นก็ ถึงพร้อมดีงามแล้วทุกประการสำหรับการทำงานครั้งนี้


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 30 เมษายน 2008, 12:43:00 PM
สหายเก่าทั้งหลาย .....บัดนี้ ณ วันเวลาที่เรามีความสามารถที่จะสร้างอนุสรณ์สถานให้กับผู้ที่เราเคารพด้วยตนเอง 
ด้วยแบบที่เราต้องการจะให้เป็นและอยากจะเห็น 

ด้วยแรงศรัทธาโดยปราศจากการกำกับด้วยอำนาจอื่น 
ด้วยแรงใจที่มุ่งก่อให้เกิดความคงทนยั่งยืนต่อมิตรภาพและความผูกพัน
ทั้งของผู้ที่จากไปและเราผู้ที่ยังอยู่ 

เราจึงควรปล่อยวางจากความหลังส่วนที่ไม่ก่อให้เกิดความสามัคคีอันเนื่องจากโครงการกระดูกเข้าบัว 
หยุดเส้นทางที่เราต้องขัดแย้งให้สั้นกว่าอนาคตที่เรายังจะต้องเผชิญกันอีกต่อไป   


โดยจัดสร้างให้มีลักษณะก้าวพ้นจากการเป็นเพียง “บัว” สำหรับบรรจุอัฐิเท่านั้น
มามีลักษณะที่เป็นอนุสรณ์สถานซึ่งจะมีความหมายและวัตถุประสงค์ในการใช้ประโยชน์ที่กว้างกว่า 
จัดภูมิทัศน์ให้เหมาะสมกับการเป็นที่สักการะสถานและแหล่งเรียนรู้ที่แน่นอน
คงทนถาวรและยั่งยืน ทรงคุณค่ามากยิ่งขึ้น
ให้เป็นที่ยอมรับของเหล่าสหายเก่าและมวลชนแห่งเขตงานในจังหวัดเหล่านี้มากยิ่งขึ้น

และยังคงอยู่ภายใต้การห้อมล้อมดูแลรักษาของสหายและญาติมิตรของผู้เสียชีวิตที่ยังมีชีวิตอยู่
ย่อมจะสามารถปลอบประโลมจิตใจให้ได้ซาบซึ้งในคุณูปการที่ตนเอง
และเหล่าผู้เสียชีวิตได้กระทำไปในระหว่างสมัยสงครามประชาชน
รวมทั้งได้เกิดความหวงแหน รักและศรัทธาอดีตที่ดีงาม
และมีความเชื่อมั่นในการดำรงชีวิตในปัจจุบันอย่างมีคุณค่ามีความหมายมากยิ่งขึ้น


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 30 เมษายน 2008, 12:51:11 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2197/2453979838_62f5a2efec_o.jpg)

ก่อนที่จะกลับร็อคกี้ ได้ฝากข้อมูลภาพไว้ให้ จึงขอร่วมแจมภาพที่เธอบรรจงบันทึกไว้อีกมุมมองหนึ่ง
ขอบคุณน้องร็อคกี้ น้องมะยม เยาวชนผู้เฝ้าติดตามพวกเราเสมอ เด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง
บางครั้งเธอนำ บางจังหวะเธอตาม ด้วยความุ่งมั่นสานฝันให้เกิดสังคมที่ดีงามสำหรับคนทุกข์ทุกผู้นาม


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 30 เมษายน 2008, 13:13:41 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3281/2453154975_c9ce6ee5d9_o.jpg)

เมื่อเสียงนกหวีดบัญชาดังขึ้น ภาพลักษณ์ของทหารปลดแอกของประชาชนได้ปรากฏขึ้นกับสายตาพี่น้องมิตรสหาย
เยาวชนยี่สิบเอ็ดคนจากชุมชนระแวกนี้ ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ด้วยความพร้อมเพรียง เข้มแข็ง ทรงพลัง
เสียงเพลงหมู่ขับจากกล่องเสียงน้อยๆที่รวมกันจนดังไปทั่วท้องสนาม ...เราเป็นทหารของประชา...

ในมุมมองนั้น เป็นภาพที่ยิ่งใหญ่เทิดทูลจิตใจที่วีระอาจหาญของท่านวีรชนที่เสียสละคนแล้วคนเล่า
ที่ต้องการให้สังคมอยู่ดีกินดี หลุดพ้นจากการถูกข่มเหง เอารัดเอาเปรียบจากชนชั้นนำ ผู้กุมอำนาจ
โดยเฉพาะกลุ่มทุนใหญ่ที่มีเพียงไม่กี่ตระกลู อาศัยความเหนือชั้นกว่าตักตวงหยาดเหงือแรงงาน
ของผู้ด้อยกว่า ไปเป็นกรรมสิทิ์ของตนอย่างไม่มีความละอายต่อปาบบุญคุณโทษ


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 30 เมษายน 2008, 13:25:33 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3031/2453979464_8c2a6f1238_o.jpg)

ถึงแม้อายุอานามเจ้ายังน้อย แต่ใจนั้นซิยิ่งใหญ่ กล้ารับหน้าที่นี้อย่างองอาจ
ไม่หวั่นไหวในคำลวงว่าเป็นลูกหลานคอมฯผีดูดเลือด มีเพศหญิงเพื่อบำเรอเพศตรงข้าม
ในทางกลับกัน ลูกหลานเหล่านั้นภูมิใจที่อยู่ในชุด ทปท. เพราะ ทปท. มีวินัย ๑๐ ข้อ
เป็นเครื่องชี้วัด เป็นคำตอบ ว่าบรรพบุรุษได้ทำมาเยี่ยงใด เพื่อใคร แม้ถึงต้องตาย


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 30 เมษายน 2008, 13:35:13 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2231/2453152203_c38307596c_o.jpg)

สหายน้อยๆของเรา เจอแดดร้อนๆ หน้ามืดเป็นลม หน่วยพยาบาลรีบปฐมพยายบาลทันท่วงที
คุณหมอสามารถ คุณประทีป เฝ้าดูอยู่ไม่ห่าง

เราคิดว่า ทปท. น้อยๆ เข็ดเสียแล้ว แต่ยังสู้ อยู่ร่วมพิธีจนถึงช่วงศิลปวัฒนธรรม
ที่มีเสียงเรียกร้องให้แสดงอีกรอบ โหมโรงก่อนที่จะมีการฉายวีดีทัศน์


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 30 เมษายน 2008, 13:39:07 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2403/2453154439_a80c892a42_o.jpg)

ผู้อำนวยการโรงเรียนทั้งสองแห่ง ได้มาร่วมงาน และอำนวยความสะดวกให้ใช้เป็นสถานที่จอดรถ
จัดที่พัก บริการห้องน้ำ ตลอดจนส่งนักเรียนร่วมแสดงในงานบันเทิง ด้วยความเต็มใจ
ขอขอบพระคุณอย่างสุด


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 30 เมษายน 2008, 13:46:06 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2379/2453152529_5762023044_o.jpg)

ในวันงานป้าป่าพนได้รับทุนที่รวมรวมได้จากผู้ที่ประสงค์จะมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียน
จำนวน ๒๐ ทุน และมอบให้ผู้อำนวยการอีก ๒ ทุน เพื่อนำไปพัฒนาด้านการเรียนการสอน
เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ๓๐,๐๐๐ บาท

โดยมีคุณป้าเพียร เป็นผู้มอม ท่ามกลางความยินดียิ่งของผู้ปกครองและมิตรสหาย


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 30 เมษายน 2008, 13:48:25 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2148/2453151829_a5b8e8ddc7_o.jpg)

ผู้แทนจากเขตงานต่างๆ วางพวงมาลา สดุดีวีรชนแห่งเทือกเขาบรรทัด


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 30 เมษายน 2008, 14:02:51 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2187/2453979388_f20f8c9b24_o.jpg)

คุณป้าเพียร กล่าวเปิดงาน


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 30 เมษายน 2008, 17:54:35 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3170/2453981718_fe7c7bd2f4_o.jpg)

ที่เรือนไทยทักษิณา เจ้าสำนักใจดีมากๆ ตามภาพอิ่มกันแล้ว เตรียมออกศึก
ในวันเปิดงาน ฟ้าฝนเป็นใจยิ่ง ซึ่งก่อนหนึ่งนั้นฝนตกหนักตลอดคืน เวลาขับรถต้องเปิดใบปัดน้ำฝนระดับเร็วสุดถึงจะมองเห็นทาง

ฝ่ายเตรียมงานในคืนวันที่ 24 อ่อนใจ ถ้าตกหนักอย่างนี้ มิตรสหายคงจะมาไม่พร้อมหน้าแน่
แต่ในวันจริงปลอดโปร่ง


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 30 เมษายน 2008, 18:13:59 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2154/2453981622_d2a81d78c5_o.jpg)

มิตร มาจากหลายภาค หอบลูกจูงหลาน ต้อนรับไม่ทั่วถึง สหายพื้นที่ในระแวกนี้ก็แก่เฒ่ากันมากแล้ว
หนุ่มๆ ห้าสิบขึ้นทั้งน้าน แบกเสา แบกหิน ขุดดิน พอถึงวันงานจริงหมดเรี่ยวหมดแรงไปตามๆกัน
มิตรในเมืองส่วนหนึ่งยังตัดต่อหนังไม่เสร็จ ส่วนหนึ่งปล้ำทำเวทีจนดึกดื่น อีกส่วนปักป้าย ปักธงแดง
นำทีมโดยลุงเอทีเอ็ม แห่งเขตงานตาก QC โดยป้าบ๊วย สาวผาแดง แห่งเขตน่าน
และน้องดินแห่งเวปไทยอ็อคฯซึ่งเดินทางมาก่อนหน้านั้นถึง 3 วัน

ในพื้นที่ สหายอยู่กระจายกันไป แต่ละหย่อม ห่างกันกว่า 20 กิโล
มิตรสหายที่นี่ใช้แต่รถเครื่อง สัญจรในหมู่บ้าน ออกถนนหลวงลากยาวๆก็ไม่ค่อยปลอดภัย
กว่าสหายจากหมู่บ้านอื่นจะมาสมบท ก็ได้เวลาเปิดพิธีการเมืองพอดี
กำลังในการต้อนรับจึงอ่อนล้า อันนี้ขอน้อมรับความบกพร่องนี้ไว้
และจะสรุปทำการปรับปรุงแก้ไขต่อไป หากมีโอกาส


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 30 เมษายน 2008, 18:25:12 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3215/2453981874_53ac275a5b_o.jpg)

สามแบบ คนซ้ายสุด พูดว่าพรือ ? สั่งไรหรือค่ะ  ;D ;D


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 30 เมษายน 2008, 18:28:07 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3272/2453979710_a062a629d7_o.jpg)

ฉานขอนั่งพันนี่ละนา มันซับดี สหายเอ๋ย  :-* :-*


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Rocky ที่ 30 เมษายน 2008, 23:35:35 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2231/2453152203_c38307596c_o.jpg)

สหายน้อยๆของเรา เจอแดดร้อนๆ หน้ามืดเป็นลม หน่วยพยาบาลรีบปฐมพยายบาลทันท่วงที
คุณหมอสามารถ คุณประทีป เฝ้าดูอยู่ไม่ห่าง

เราคิดว่า ทปท. น้อยๆ เข็ดเสียแล้ว แต่ยังสู้ อยู่ร่วมพิธีจนถึงช่วงศิลปวัฒนธรรม
ที่มีเสียงเรียกร้องให้แสดงอีกรอบ โหมโรงก่อนที่จะมีการฉายวีดีทัศน์
ขอเพิ่มเติมข้อมูลในภาพที่สหายน้อย ทปท.เป็นลมซักนิดครับลุง
สหายสุรีย์หมอฝังเข็มจากเชียรใหญ่และ สหายบุญมี จากเขต3 น้ำจวงก็ดูแลอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน และคือหมอฝังเข็มที่ ร็อคกี้ ได้รับการฝังเข็มรักษาอาการปวดเอวอย่างหนัก เปิดบริการในศาลาระหว่างที่สหายหญิงฝึกซ้อมการแทงปืน ปลุกใจให้การฝังเข็มเข้มข้น ฮึกเหิมอย่างยิ่งขอขอบคุณมา ณที่นี้ครับ

ปล.เพิ่มเติมคำขอบคุณ ป้าบ๊วย  ลุงเจได  พี่ดิน  น้องทิพย์สาวน้อยพิเศษและคุณแม่ที่ช่วยดูแลร้านกาแฟดาวแดง   สมทบทุ นในงานเป็นระยะนับตั้งแต่เปิดร้านกาแฟตลอดวัน ขอบคุณครับ ;D ;D ;D   กำลังใจเยอะขนาดนี้แต่ก็แพ้กาแฟหอมของลุงเรดหลุดลุ่ย :D :D :D ;D ;D
 


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bean ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 00:04:43 AM
มติชน วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11005

ทำบุญอัฐิทหาร-พคท.ภาคใต้



เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่วัดไม้เสียบ หมู่ 2 ต.เกาะขันธ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ตัวแทนอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ฝ่ายปกครอง และฝ่ายทหาร นำโดย พล.ต.ปรีชา พลายอยู่วงศ์ เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทหาร ภาคที่ 4 ร่วมกันบรรจุอัฐิ 184 วีรชน ซึ่งเสียชีวิตจากการสู้รบในอดีตเข้าสู่สถูปใหม่ที่สร้างทดแทนสถูปเก่าตามโครงการกระดูกเข้าบัว ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน และอดีต พคท. สาขาภาคใต้ ร่วมกันจัดสร้างเมื่อปี 2530 ในงานมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ กล่าวสดุดีวีรชน

นางเพียร เทียนศิริ ภรรยาของนายประเสริฐ เทียนศิริ อดีตกรรมการกลาง พคท. ผู้บุกเบิกการต่อสู้ในภาคใต้ กล่าวว่า พิธีการบรรจุอัฐิและเปิดอนุสรณ์สถานแห่งเทือกเขาบรรทัดมิใช่เป็นเพียงการทำบุญ หรือรำลึกถึงวีรชนที่สละชีพในอดีตเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนปัญหาการต่อสู้ระหว่างรัฐและประชาชนในอดีต การใช้ความรุนแรงกับผู้ที่มีความเห็นต่างกับรัฐบาล ซึ่งอาจนำไปเป็นกรณีตัวอย่างในการแก้ปัญหาการจังหวัดภาคใต้ในปัจจุบันได้

หน้า 16


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 00:08:45 AM
ขอบคุณร็อคกี้ที่เข้ามาช่วยเสริมคำบรรยายมากเลยจ้า

ที่นี้มาชมภาพกันต่อ ท่านใดจะขอไฟล์ใหญ่สำหรับนำไปขยาย
เขียนจดหมายมาขอได้ (คงต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อนถึงจะเข้าฟังก์ชั่นนี้ได้)

(http://farm4.static.flickr.com/3210/2454920362_6b9395aa55_o.jpg)

ถึงแม้ฟ้าจะหม่น ใจเศร้าหมอง หากแต่วีรชนที่อยู่ข้างหลังภาพนั่นยังตระหง่านมั่นคงในอุดมการณ์


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 00:25:52 AM
มติชน วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11005

ทำบุญอัฐิทหาร-พคท.ภาคใต้


เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่วัดไม้เสียบ หมู่ 2 ต.เกาะขันธ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ตัวแทนอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ฝ่ายปกครอง และฝ่ายทหาร นำโดย พล.ต.ปรีชา พลายอยู่วงศ์ เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทหาร ภาคที่ 4 ร่วมกันบรรจุอัฐิ 184 วีรชน ซึ่งเสียชีวิตจากการสู้รบในอดีตเข้าสู่สถูปใหม่ที่สร้างทดแทนสถูปเก่าตามโครงการกระดูกเข้าบัว ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน และอดีต พคท. สาขาภาคใต้ ร่วมกันจัดสร้างเมื่อปี 2530 ในงานมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ กล่าวสดุดีวีรชน

จากคำวิจารณ์ของอดีตนักหนังสือพิมพ์

ทางฝ่ายทัพภาค ๔ ได้เข้าร่วมพิธี วางดอกไม้คารวะวีระชน ณ สถูปของ ทปท.แห่งภูบรรทัด

เป็นความลงตัวพอดีพอดี ไม่ขาดไม่เกิน

เป็นคณะเล็ก ๆ ที่ดูพอดี ไม่ได้มาแบบเต็มรูปแบบ ให้อึดอัด มีเพียงนายทหารติดตามที่ขับรถให้นายที่แต่งกายเต็มยศ นอกนั้น มาชุดลำลองเรียบง่าย
คือให้เกียรติมาคารวะจริง ๆ ไม่มากร่าง ไม่มาสร้างรอยร้าว ไม่มากดดัน

เป็นการมาแบบยอมรับ คำนับสถูป จริง ๆ

----------------------------------

คณะทำงานก่อสร้างอนุสรณ์สถานชุดปี พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๑
ได้ระดมทุนจากมิตรสหายเก่า และมวลชน ที่เคยเข้าร่วมในหน้าประวัติศาสตร์ภาคประชาชนล้วนๆ
มีได้ของบประมาณจากทางราชการเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงสร้างโดยปราศจากอำนาจและความกดดันใดๆ



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 00:29:46 AM
อีกท่อนหนึ่งของอดีตนักหนังสือพิมพ์ผู้เข้าสังเกตุการณ์

ธงแดงที่ปักรายทาง ตามแนวสะพาน ปากทางเข้าวัดไม้เสียบและบรรยากาศภายในวัดที่ประดับประดาด้วยสัญญลักษณ์ของ ทปท. ก็ชัดเจน ตระการใจ ว่างานนี้ จัดโดยใคร เพื่อคารวะวีระชนฝ่ายประชาชนอย่างแท้จริง

เป็นการจัดงานที่งดงามลงตัวและยิ่งใหญ่สมเกียรติ
แม้นว่า เบื้องหลังจะเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย อดหลับอดนอน
เงินทุนจำนวนน้อย ทีมงานขนาดเล็ก ๆ อุทิศทุ่มเทกันตลอดวันตลอดคืน อย่างทรหดอดทน

เมื่องานเสร็จสิ้นลง...ก็มองเห็นว่า
สถูปที่สร้างเสร็จนั้นเป็นอนุสรณ์แห่งความดีงามของผู้ที่เสียสละจากไป...และเป็นสัญญลักษณ์ที่อุทิศทุ่มเทใจของผู้ยังอยู่
แค่นั้นก็ ถึงพร้อมดีงามแล้วทุกประการสำหรับการทำงานครั้งนี้


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 00:49:48 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2107/2455053034_a27bf353ab_o.jpg)

ภาพนี้เป็นสถูปองค์เก่าที่สร้างขึ้นจากโครงการกระดูกครอบบัวเมื่อปี พ.ศ. 2530 ดังที่หนังสือพิมพ์รายงาน

เมื่อบัวมีการชำรุด และเราพอมีความสามารถที่จะสร้างอนุสรณ์สถานให้กับผู้ที่เราเคารพด้วยตนเอง 
ด้วยแบบที่เราต้องการจะให้เป็นและอยากจะเห็น
จึงออกมาเป็นภาพดังที่ปรากฏในสายตาประชาชนทั่วไปทั้งจากเวปไซด์นี้ และที่เสนอตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 01:06:06 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2001/2455080586_c3b135fe22_o.jpg)

และนี่เป็นภาพอนุสรณ์สถานที่คณะทำงานพยายามทำออกมาดั่งแบบที่คุณชาลีร่วมกับคุณคาน
ถอดออกมาจากหัวใจของสหายที่ร่วมกันคิดร่วมกันสร้าง

ทุกฝ่ายทำงานกันเต็มสูบ ด้วยความระมัดระวัง ประหยัด สร้างอารมณ์รักทางชนชั้น
โดยมิใด้ก่อให้เกิดความขัดแย้งใดๆ ทั้งฝ่ายปกครอง และภาคประชาชน
เราอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข และถ้าหากเมื่อใดมีการกดขี่ ทารุณ โหดร้าย
เมื่อนั้น อนุสรณ์สถานแห่งนี้ จะเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับอนาคต


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Jedi ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 09:13:28 AM
     
   
                   (http://i121.photobucket.com/albums/o220/rainy4u/rainyphoto/momorial_banthad.jpg)





หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 18:14:06 PM
น้องดินครับ !

เชิญก่อนเลยครับ 

ผมกำลังจะลงภาพงานกลางคืน  เอาไว้ที่หลังก็ได้

น้องดิน ลงไปก่อนเลย 

ขณะนี้ต้องออกไปรับคุณนายหมายเลขสองแล้ว

ค่ำๆ พบกัน

 :D


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Din ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 18:52:40 PM
(http://i296.photobucket.com/albums/mm200/suksuw/DSC09483-1.jpg)

ตัวแทนมิตรสหายจาก ช่องช้าง สุราษฎร์  กลุ่มเพื่อนสุราษฎร์ และไฟลามทุ่ง ร่วมคารวะวีรชนปฏิวัติแห่งทิวเขาบรรทัด


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Din ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 19:10:12 PM
เมื่อตะกี้ไม่ได้ย่อภาพเลยโพสท์ใหม่ เชิญลุง Red ต่อเลยครับผม  ;D


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 20:27:52 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2161/2456736830_63a5192196_o.jpg)

โลกคือละคร 

ทุกคนต้องแสดง  ทุกคนต้องแสดง



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 20:30:05 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3006/2456729926_d0326bdf9c_o.jpg)

ค่ำนี้มาแล  โนราห์  กันนะครับ



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 20:32:05 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3014/2456730046_554426ea0c_o.jpg)

Learning by Doing

เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติ



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 20:36:27 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2073/2456729990_ecbc3bba01_o.jpg)

ถ้าต้นแบบดี   ผลผลิตที่ดี  ก็ตามมา



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ดวง ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 22:37:00 PM
ขอบคุณตากล้องทั้งหลาย
ขอชมอีก
คุณหมอสามารถยังไม่โพสต์เลย
ภาพงานตอนเช้า กลางวัน อยากเห็น เพราะมัวแต่อยู่ในเต๊นท์กองอำนวยการ
จึงไม่ได้เห็นพิธีการอะไร ได้ยินแต่เสียง
ไม่เห็นหน้าใคร ๆ เลย
ขอชมด้วยภาพจากท่านตากล้องทั้งหลายนี่แหละ
รู้นะว่าฝีมือฉกาจกันทั้งนั้น

สองสามวันนี้ลุงเอคงต้องลากิจ เพราะการจากไปของเพื่อนรัก
ท่านอื่นโพสต์มาให้ดูก่อนนะ


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 23:33:50 PM
สังเกตุว่าข้าวของที่ระลึกขายดีมาก
ไม่ว่าเสื้อยืด หมวกดาวแดง  ชุดทปท 
หนังสือบนเส้นทางภูบรรทัดเล่มหนาราคาหลายร้อยบาทก็ยังมีคนซื้อ
ชาวบ้านที่นี่ซื้อข้าวของแบบไม่ต้องคิดแล้วติดอีกแบบเขตงานบนดอยทางเหนือ
เพื่อนๆทางช่องช้างก็บอกว่าทางนั้นก็ขายดีเช่นกัน
อันสะท้อนว่าเศรษฐกิจพี่น้องทางใต้ดีกว่าทางภาคอื่นโดยเปรียบเทียบ

(http://farm4.static.flickr.com/3097/2451993232_ace4cd52b5_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 23:35:30 PM
ลุงเอขายย่ามจากเขตตากได้ตั้งหลายใบ
ส่วนน้องดินคุยไปคุยมากลายเป็นรุ่นพี่คณะเดียวกัน  มหาลัยเดียวกันกับลูกชาย
มวลชนที่บ้านน้องดินยิ่งเป็นรุ่นพี่เมเจอร์เดียวกันเสียด้วย
เอ้า สู้ๆ
 ;D

(http://farm3.static.flickr.com/2031/2451167577_23d42cafdf_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 01 พฤษภาคม 2008, 23:38:39 PM
ช่วงบ่ายสหายหญิงเข้ามาแอบฝึกการแสดง18ประตูในบรรยากาศที่คึกคัก
มีน้องร็อกกี้เข้าถ่ายทำอย่างใกล้ชิด
ถ่ายไปยิ้มไปเต้นตามไปด้วยดวงจิตที่อินไปกับการแสดงอย่างเต็มที่ ;D

(http://farm3.static.flickr.com/2314/2457051238_3c600b21b0_o.jpg)

(http://farm3.static.flickr.com/2162/2456221947_f1544c8e14_o.jpg)

(http://farm4.static.flickr.com/3244/2456222077_195727f36d_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 02 พฤษภาคม 2008, 00:11:09 AM
ใกล้ๆวงซ้อม18ประตู มีหมอกำลังง่วนอยู่กับการรักษาฝังเข็มรับใช้มิตรสหายทั้งวัน

คนซ้ายคือหมอบุญมี หมอฝังเข็ม และรักษามิตรสหายด้วยวิธีvacuum treatment
ง่วนรับใช้สหายจนไม่ได้กินข้าวกินปลา   
ส่วนคนขวาคือส.สมิงที่เป็นผู้มารับการรักษาคนหนึ่ง

ถามไปถามมาหมอบุญมีเป็นมิตรสหายจากทางน่าน
ส่วนส.สมิงนี่เห็นหน้าก็จำได้ว่าเป็นมิตรสหายหน่วยรบจ.น่านเช่นกัน
เคยสร้างวีรกรรมไว้มาก
ประเภทเล็ดลอดผ่านดงทุ่น และสุนัขสงครามเข้าไปสืบสภาพถึงกลางค่ายอีกฝ่าย
กลับออกมานึกได้ว่าลืมมีดปักทิ้งไว้
เลยต้องเล็ดลอดเข้าไปเอามีดอีกรอบ
กลับออกมาได้  ก็มาเล่ากันหัวร่องอหายในหมู่สหาย ;D

(http://farm4.static.flickr.com/3117/2456550489_34b480bece_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 02 พฤษภาคม 2008, 00:30:35 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2392/2456557241_e31f4769a1_o.jpg)

รอบดึก  มโนราห์ ใหญ่ออกโรง

โนรา  ท่านนี้  เป็นอดีตหัวหน้าหน่วยผมเอง

ปกติท่านจะเป็นคนอ่อนโยน  ใจดีมาก
แต่ในภาพนี้  ดูจริงจัง ออกจะดุ  เสียด้วยซ้ำ

นี่แหละ!  ของมีครู  โนรา


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 02 พฤษภาคม 2008, 00:36:35 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2252/2456556427_b3ed061324_o.jpg)

(http://farm4.static.flickr.com/3281/2457384336_1a18cd0e41_o.jpg)

(http://farm3.static.flickr.com/2247/2457384468_49be3a9f87_o.jpg)

ภาพกลางคืน  ถ่ายโดยฟิล์ม 400 asa ไม่ใช้แฟลช  ได้ภาพใกล้เคียงกับที่ตามองเห็น  แต่จะไหวพร่า
ถ้าตัวแบบเคลื่อนไหว

มือเคลื่อนไหวเร็วกว่า ร่างกาย  มือก็จะไหวมากหน่อย 

พวกเป่า ปี่ ตีกลอง  นั่งกันนิ่งๆ  ก็จะดูชัดดี

ทนดูหน่อยนะครับ


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: Red Sun ที่ 02 พฤษภาคม 2008, 00:52:21 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2153/2457384562_42814e7180_o.jpg)

(http://farm4.static.flickr.com/3235/2457384764_5a90dc6041_o.jpg)

นี่เป็นการทุ่มเทครั้งสุดท้าย  ให้กับงานศิลปที่รักยิ่ง  ของคุณสาคร
ขอฝากฝีมือ ความสามารถทั้งหมด   ให้ลูก หลาน ได้เห็น
ว่าแม่ของพวกเขา   ย่าของพวกหนู  มีศักยภาพ เพียงใด  มีเกียรติประวัติที่ดีงามอย่างไร

มีมิตรสหาย ทั้งที่จากไปแล้ว  และที่ยังอยู่ เป็นคนประเภทใด

เสียดาย ที่ไม่มี ไฟล์ mp3  ประกอบภาพ  ว่า เสียงร้อง โนราห์ ของเธอ แสดงออกอย่างมีพลังถึงเพียงไหน

ทั้งคำร้อง และอารมณ์  ที่แสดงต่อหน้าอนุสรณ์สถาน  ดุจดั่งต่อหน้า วีรชนผู้ล่วงลับ
มันสั่งเสีย  มันให้คำมั่น ว่าเพื่อนเอ๋ย . .

หลับเถิด อย่าห่วงหลัง 
คนที่ยัง  จักทวงถาม
ความเป็นธรรม อันดีงาม
แล ขจัดทราม ในสังคม



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bluehawai ที่ 02 พฤษภาคม 2008, 12:30:48 PM
แต่ละวันรอคอย มิตรสหาย  โพสต์ภาพด้วยใ จจดจ่อ   เหมือนรอคอยชัยชนะยังไงยังงั้น
พอไม่มีก็ดูย้อนเก่าอย่างไม่เบื่อเลยจริงๆๆ 


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 02 พฤษภาคม 2008, 19:41:00 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3200/2458529151_c89e40d399_o.jpg)

คุณลุงเรดซัน รับใช้สหายและมวลชนที่รักยิ่ง ด้วยต้มกาแฟสูตรสารพัน
จากเมล็ดกาแฟสดๆที่ส่งตรงมาจากดอยแม่กำปอง โดยน้องหนึ่งวันวา ผู้บัญชาการสูงสุดของลุงแสนไชย
ลุงเรดนไปคั่วสดๆ ที่บ้านประสานงาน ไม่ไกลจากงานเท่าใด กลิ่นที่ออกมาจากการคั่วนั้นหอมอบอวล

ชงกาแฟอยู่ดีๆ แอบไปถ่ายภาพสวยงามตอนไหนเนี้ย รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม(น้อย ;D ;D)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 02 พฤษภาคม 2008, 19:46:20 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2294/2458529245_a18e9bb62e_o.jpg)

บรรยากาศแดดร่มลมตกที่ฐานดาวร้อยดวง
ผู้เข้าร่วมงานที่อาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้ว จับกลุ่มอ่านรายชื่อวีรชน


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 02 พฤษภาคม 2008, 23:45:44 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2183/2454919818_79aa6af10a_o.jpg)

สองท่านนี้ เคยเป็นทีมศูนย์ร่วมนักข่าวแนวหน้าของตะวันแดงเขต ๓
และเป็นโฆษกประจำวงดนตรี ลูกทุ่งฟ้าเบิกดาน
ปัจจุบันท่านยืนหลังเป็นนายก อบต. แห่งหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช
ส่วนท่านแรกนั้นยืดอาชีพสำรวจรังวัดที่ดิน และทำเกษตรกรรมเล็กๆ


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 02 พฤษภาคม 2008, 23:48:59 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2056/2454203978_b342d9840d_o.jpg)

กำลังแกะสติกเก้อร์ ป้ายบอกทาง มีหลานสาว ทายาทเพื่อนลุงเอ ป้าบี ร่วมด้วยช่วยกัน


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 02 พฤษภาคม 2008, 23:51:13 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2314/2454918222_6de72ea41e_o.jpg)

ท่าทางชำนาญ มืออาชีพชิดขวา ป้าขอชิดซ้าย ช่วยงานที่นี่ด้วยจิตใจสากลนิยมจริงๆ


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 02 พฤษภาคม 2008, 23:55:01 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2200/2454918288_16475a97cc_o.jpg)

ถอยหน่อยฉานจะปล่อยสติกเก้อร์ลง น้าดินเราหลบแทบไม่ทัน
เบาหน่อยเยาว์ เธอผู้มีพลัง เสร็จงานนี้คงพร่องไปบ้างแหละ
อย่างน้อยรอบเอวอาจบางลง  ;D


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 02 พฤษภาคม 2008, 23:57:21 PM
(http://farm3.static.flickr.com/2140/2454918478_c319cb3ced_o.jpg)

บรรจงจานวาดอักษรสีทอง เรายังจะสู้ต่อไป ลงบนโอ่ง ที่จะนำไปบรรจุกระดูกสหาย


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 02 พฤษภาคม 2008, 23:59:07 PM
(http://farm4.static.flickr.com/3274/2454918656_c5a423893c_o.jpg)

วางแผน ซักซ้อม เตรียมงาน แหมใช้ทั้ง PDA ใช้ทั้งกระเป๋าหิ้ว จะเหลือฤา


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 00:02:48 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3136/2454918548_c0138b136b_o.jpg)

มุมนี้เข้ม จริงจัง เวลากระชั้นเข้ามาทุกทีแล้ว (ห้ามดื่มสุราขณะปฏิบัติหน้าที่นะสหาย)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 00:04:40 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3221/2454091333_abbac98cc9_o.jpg)

ออกปฏิบัติการกลางสายฝน ต้องกลางร่มให้คุณชายเสียหน่อย เดี๋ยวเดี้ยง ชายโซนี่รุ่นใหม่ซะด้วย


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 00:08:01 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3052/2454920604_e808595d73_o.jpg)

เนือยละมายสหาย ...

เนือย หมายความว่า หิวข้าวหรือยัง  ;D


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 00:09:55 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2396/2454920498_4e95390819_o.jpg)

หน่วยพี่เลี้ยง สงสัยจะชิมตลอดเวลา กลัวจะไม่หร่อย


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 00:12:24 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2308/2454092841_2a203ed5d9_o.jpg)

แคบซักงิดสหาย ลุงเอ.รอติดตั้งอยู่ ธงทิวถูกประดาประดาทั่วบริเวณงาน และท้องถนนสายเอเชีย


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 00:13:54 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2016/2454920042_2cfab65ce8_o.jpg)

เวทีเป็นรูปเป็นร่างเข้าแล้ว สหายน้อยๆเฝ้าดูอยู่ไม่ห่าง


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 00:16:46 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2393/2454091917_42b9ef306d_o.jpg)

วังๆๆ หน่อยสหาย สูงเหมือนกันนิ ใช้ผ้า ๓ สี แดง เหลือง เขียวตองอ่อน อย่างละ ๒ พับ
ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของคุณขาว และน้องธงชัย นายช่างที่ทำหน้าที่ก่อสร้างอนุสรณ์สถาน


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 00:19:08 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3296/2454919936_cc6e929c79_o.jpg)

เสาธงแดง ถูกลำเลียงมา กองแล้วกองเล่า จากความพากเพียรของสหายชนบท


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 00:23:29 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3071/2454092027_6d1de208e4_o.jpg)

ปรับพื้นเวที ขนาด 5 x 10 เมตร พักพูดคุยกันบ้าง (ความขัดแย้งทำให้เกิดการพัฒนา ;D)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 00:25:16 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3152/2454920146_f1be2b9966_o.jpg)

อย่าจับมือกันนานตะสหาย ฮานรออยู่  :D :D


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 00:27:05 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3145/2454092285_e0852f5b47_o.jpg)

เยม่าย....ดีแล้วแหละ  สายตานักรังวัด ตรวจงานกำแพงประวัติศาสตร์


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 00:28:49 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3049/2454091813_ed26c5523f_o.jpg)

เอวันนี้น้ำดื่มที่ไม้เสียบ ใสเย้นชื่นใจปานนี่


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 00:30:31 AM
(http://farm3.static.flickr.com/2334/2454918952_9a095d50b9_o.jpg)

ลุงๆๆ ตรงนี้ต้องถ่ายซ่อมซะแล้ว ยังพอมีเวลา ไปกันเถอะลุง


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 00:33:43 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3100/2454918884_96d901f0dd_o.jpg)

เอาไงเอากัน แต่รักษาเลนส์กันหน่อย โดยเฉพาะเด็กกางร่ม ขี้ลืมมักจะกางคุ้มหัวตัวเอง
ไม่สนใจกล้องเลยนิ


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 00:35:51 AM
(http://farm4.static.flickr.com/3170/2454091721_eed6ee6887_o.jpg)

งานนี้คุณทองขาว ลุยจริงๆๆ งามครับ เวที


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ตอมปัวล์ ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 08:50:02 AM
.

ใครที่ได้ไปสัมผัสงานนี้จะพบว่า อุดมไปด้วยพลังปัญญา พลังความคิด
ศิลปะที่ประกอบขึ้นเป็นสถูป เป็นเวที เป็นรายการแสดง ล้วนแยบยล แหลมคม และ ลึกซึ้ง
ตัวสถูปนั้น หากพิจารณา พินิจดูดีดี จะพบว่าทุกมุมมอง ทุกรายละเอียด
ล้วนผ่านการคิดอย่างละเอียด ซ่อนความหมาย แฝงสัญญลักษณ์ลึกซึ้ง
แม้นแต่ ย่อมุม กำแพงรั้วที่สร้างจากอิฐหินปูนทราย แทนที่จะก่อชนเป็นมุมฉากธรรมดาแบบกำแพงรั้วทั่วไป
ศิลปินผู้รังสรรค์ออกแบบได้คิดสร้างสรรค์เป็น ย่อมุมไม้ 12 ตามแบบสถาปัตยกรรมไทยโบราณ แล้วปลูกกอไม้ลงไปประดับมุมกำแพงนั้น

งามยิ่งนัก ยิ่งยืนมองยิ่งได้คิดถึง ลึกซึ้งลงไปในจิตใจของสหายที่อุทิศทุ่มเทให้วีระชนที่จากไปอย่างสมเกียรติ

เวทีสำหรับการแสดงที่เห็นในภาพข้างต้นนั้น แทนที่จะใช้ไม้อัดทาสีแบบทั่วไป กลับใช้ผ้าสีต่าง ๆ แทนการทาสี
คือเอาเงินค่าสีมาซื้อผ้าพับดีกว่า หลังงานเลิกผ้าเหล่านี้ยังนำมาใช้ประโยชน์อื่น ๆได้อีก

นับว่าคิดละเอียด อย่างงดงาม มีเชิงชั้น
งานครั้งนี้จึงเอกอุดมด้วยดอกไม้แห่งปัญญา สะพรั่งบาน  ตลอดงาน และอยู่ในความทรงจำของทุกคนตลอดไป

คาราวะจิตใจนักรบ นักต่อสู้เหล่านี้ ทั้งที่จากไปและ ยังเปล่งประกายพลังปัญญาอยู่ในเวลานี้
ท่านคือมรดกที่แท้จริงของแผ่นดินนี้

ด้วยจิตคารวะ
เอมจี


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 11:02:17 AM
คนซ้ายคือคุณชีพที่เข้าB3 สุราษฎร์พร้อมกัน
ลงรถไฟที่พรุพรี ซ้อนท้ายรถเครื่องทหารบ้านที่จอดรอนับสิบคัน ไปหม่ำข้าวบ้านมวลชน
บ่ายนั้นก็ถึงค่ายในป่า ง่ายดีไหมละ

คนขวาคือคุณโยธิน  นักดนตรีวงฟ้าใหม่ ซี้เก่าสมัยอยู่B3
คุณโยธินเป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านดนตรีอย่างสูง  ไม่ว่าจะหยิบจับเครื่องดนตรีชิ้นไหนขึ้นมาก็เล่นได้หมด
ไวโอลิน แอ๊กคอร์เดียน  เมโลเดียน ซออู้  ระนาด มาจนถึงทรัมเปท
ซี้เก่า ทำให้ต้องรอชมรายการคืนนั้นจนจบรายการ

(http://farm4.static.flickr.com/3258/2460955884_df6870d2b7_o.jpg)

(http://farm3.static.flickr.com/2397/2460956194_58ab3e64a6_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 11:04:00 AM
คุณ(ไอ้)ผา และลูกสาวคนเก่ง

(http://farm4.static.flickr.com/3266/2457378480_f0c1abbd83_o.jpg)



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 11:05:22 AM
ลุงเรดพาท่านเลนินมารำวงอย่างมีความสุข

(http://farm3.static.flickr.com/2095/2460956020_6f321ab60d_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 11:06:52 AM
รำคบเพลิงจากสุราษฎร์

(http://farm3.static.flickr.com/2276/2460956592_f36721af91_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 11:08:02 AM
ฝากใจสู่นาคร
ตัวจริง เสียงจริง

(http://farm3.static.flickr.com/2247/2460121421_fbfaaf2846_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 11:09:19 AM
สันทนาการบนรถ โดยคุณวา มือกีตาร์จากเชียงใหม่ และลุงเรดมือเมาท์

(http://farm3.static.flickr.com/2330/2460121865_f983a86872_o.jpg)



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 03 พฤษภาคม 2008, 11:11:35 AM
เก็บตกทปทน้อย

(http://farm3.static.flickr.com/2254/2460956526_21b1ff6b59_o.jpg)

(http://farm4.static.flickr.com/3285/2460956394_57c0b51701_o.jpg)

(http://farm4.static.flickr.com/3019/2460170981_f347dd75e3_o.jpg)

(http://farm4.static.flickr.com/3082/2451194509_9d4784fb85_o.jpg)



หัวข้อ: Re: <<ต้องขออภัย จุลสารอาจจะส่งไปไม่ทั่วถึง กรุณาดาวน์โหลดได้ที่นี่>>
เริ่มหัวข้อโดย: Guard ที่ 04 พฤษภาคม 2008, 20:53:34 PM
จุลสารฉบับพิเศษ ทำขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาส
พธีรรจุอัฐิวีรชนของประชาชนที่เสียชีวิต
ในระหว่างสงครามประชาชน
ฯลฯ

ต้องขออภัย จุลสารอาจจะส่งไปไม่ทั่วถึง
กรุณาดาวน์โหลดได้ที่นี่

http://upload.bbznet.com/get.php?9ebcb7a3f62fa25b233c0d8d1d90248a,1


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 04 พฤษภาคม 2008, 22:37:35 PM
ภาพที่เหลืออีกนิดหน่อยครับลุงกาจ
คงหมดแค่นี้
รอลุงเอ ป้าบี และท่านอื่นมาโพสต์ต่อ ;)

เวทีสีลูกกวาด

(http://farm3.static.flickr.com/2072/2464440778_f758e815ab_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 04 พฤษภาคม 2008, 22:38:54 PM
งานนี้ได้ชมวงดนตรีทางใต้หลายวง
ที่ผมได้ดูคือ วงหยาดน้ำค้าง  คอมมูน จรยุทธ  บาโรย และฟ้าใหม่
เล่นดีทุกวง และนักร้องนำทั้งชาย หญิงก็เสียงดีมากๆทุกคน
นักร้องชายส่วนใหญ่เนื้อเสียงเป็นสไตล์เพื่อชีวิตชัดเจน
เสียงดีกว่านักร้องเพื่อชีวิตดังๆยุคนี้หลายคนเสียอีก
โดยเฉพาะนักร้องนำวงคอมมูน  ขับเคลื่อนเค้นพลังออกมาในเพลงได้สุดๆ
ส่วนนักร้องหญิงวงหยาดน้ำค้าง มีแก้วเสียงที่พิเศษมาก ร้องเพลงเมล็ดพืชสีแดงได้ไพเราะจริงๆ
เทียบกับเจ้าเอื้อนหน่วยศิลป์82 ที่ร้องเพลงต้นฉบับ ถือว่าเพราะกันคนละแบบ และเทียบเคียงกันได้สบายมาก
สำหรับวงบาโรยจากสงขลาเล่นเพลงแองเตอร์ภาคร็อก ได้มันมาก  ฟังแล้วสมอยาก
วงจรยุทธร้องเพลงเก่าๆได้มันทุกเพลง  ที่มีพลังที่สุดคงจะเป็นเพลงใครสร้างใครทำในสไตล์พื้นบ้านภาคใต้
ส่วนวงฟ้าใหม่ที่เล่นในสไตล์วงคอมโบ แม้จะเป็นวงสมัครเล่นของสหายพื้นฐาน  แต่ก็ถือว่าเล่นได้ดีกว่าที่คิด และน่าจะเป็นวงที่เล่นเพลงตอบสนองมิตรสหาย ตามเขตงานได้ดีที่สุด      ถ้าปรับเพิ่มสีสันในภาคโซโล และการแสดงลีลาบนเวทีอีกสักหน่อย  ก็จะเข้าขั้นเป็นมืออาชีพสบายๆ  ขอเอาใจช่วยนะครับ

เมล็ดพืชสีแดง

(http://farm3.static.flickr.com/2224/2460121239_0d2706db55_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 04 พฤษภาคม 2008, 22:40:37 PM
น้องหนูกำลังรอการแสดง
ชุดที่น่ารักๆ

(http://farm3.static.flickr.com/2114/2463607499_955ee214fc_o.jpg)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: bz ที่ 04 พฤษภาคม 2008, 22:42:43 PM
วินัยทปท

(http://farm3.static.flickr.com/2301/2463607041_ab4d93ca03_o.jpg)

ทปทน้อยถือผ้าไตร

(http://farm3.static.flickr.com/2184/2463606763_c12b6e9f19_o.jpg)

สถูปยามค่ำคืน

(http://farm3.static.flickr.com/2099/2463607279_1d13aa62ba_o.jpg)



หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 05 พฤษภาคม 2008, 01:21:17 AM
ยิ้มไปถ่ายไป  ภาพจึงออกมาสวย

(http://lh3.ggpht.com/sampat.tak/SB4Ky2yVBjI/AAAAAAAAAYY/oplo5SPicOI/101_0214.jpg?imgmax=512)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 05 พฤษภาคม 2008, 01:24:36 AM
ใครเหมือนใคร

(http://lh4.ggpht.com/sampat.tak/SB4LJGyVBkI/AAAAAAAAAYk/HneTAOrebhE/101_0197.jpg?imgmax=512)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 05 พฤษภาคม 2008, 01:27:04 AM
ลูกใครเก่งจัง

(http://lh5.ggpht.com/sampat.tak/SB4LeWyVBlI/AAAAAAAAAYs/mx-ISSC8v4I/101_0204.jpg?imgmax=512)

(http://lh6.ggpht.com/sampat.tak/SB4HzmyVBeI/AAAAAAAAAXY/IOsxuhmguTI/101_0206.jpg?imgmax=512)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 05 พฤษภาคม 2008, 01:29:33 AM
หน่วยล้าง งานหนัก

(http://lh6.ggpht.com/sampat.tak/SB4L0myVBmI/AAAAAAAAAY0/F5Mw3GcfmoM/101_0225.jpg?imgmax=512)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 05 พฤษภาคม 2008, 02:18:46 AM
ขายกาแฟค่ะ

(http://lh4.ggpht.com/sampat.tak/SB4IcGyVBgI/AAAAAAAAAXo/IYPK2W9Uzm0/101_0219.jpg?imgmax=512)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 05 พฤษภาคม 2008, 02:29:48 AM
ทำงานมวลชนครับ

(http://lh4.ggpht.com/sampat.tak/SB4IKGyVBfI/AAAAAAAAAXg/tY48MBgtBVk/101_0217.jpg?imgmax=512)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 05 พฤษภาคม 2008, 02:32:09 AM
ทำอะไรกันคะ

(http://lh3.ggpht.com/sampat.tak/SB4Hb2yVBdI/AAAAAAAAAXQ/hXKJj4E6SbE/101_0159.jpg?imgmax=512)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 05 พฤษภาคม 2008, 02:33:51 AM
หนีเที่ยวค่ะ

(http://lh6.ggpht.com/sampat.tak/SB4HEmyVBcI/AAAAAAAAAXI/7NQBZoLzNs0/101_0104.jpg?imgmax=512)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 05 พฤษภาคม 2008, 02:36:35 AM
สหายทักทายสหาย

(http://lh5.ggpht.com/sampat.tak/SB4ItWyVBhI/AAAAAAAAAXw/sP_GP0z0vmg/101_0223.jpg?imgmax=512)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: atm ที่ 05 พฤษภาคม 2008, 02:38:07 AM

(http://lh5.ggpht.com/sampat.tak/SB4IuWyVBiI/AAAAAAAAAX4/c1xPf-XNMmo/101_0244.jpg?imgmax=512)


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: butterfly ที่ 05 พฤษภาคม 2008, 12:32:30 PM
....ขอบคุณ...ภาพสวยๆจากลุงบ่อซอนนะคะ.....
................... :) :) :) ;) ;) ;) :D :D :D ;D ;D ;D :-* :-* :-*


หัวข้อ: Re: <<บนเส้นทางภูบรรทัดสู่อนุสรณ์สถาน ทปท. แห่งเทือกเขาบรรทัด 26/4/51>>
เริ่มหัวข้อโดย: ณ เขาบรรทัด ที่ 05 พฤษภาคม 2008, 19:16:19 PM
คุณลุง atm และ ป้า B  กลับมาจาเผาศพเพื่อน (สหายเขตตาก)
เหนื่อยๆอยู่ยังสละเวลาส่งภาพให้ชม ขอบคุณ

ภาพนี้น้าเอ็ม. เห็นสหายกำลังช่วยกันเช็ดถูอนุสรณ์ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย
ผสมกับแรงหนุนจากคนเสื้อดำ เด็กถือร่มประจำกองถ่าย
ดูซิครับ ภาพเหล่านี้งดงาม หาดูได้ยากนัก
น้าเอ็มจึงเปิดหน้ากล้องสุดที่รักอย่างไม่รั้งรอ

(http://farm4.static.flickr.com/3144/2467739580_bf96d6818a_o.jpg)

(ยิ้มแบบนี้ เดาไม่ถูกเหมือนกัน)

(http://farm3.static.flickr.com/2409/2466913407_2a401a45a7_o.jpg)

เช็ดถูดาว ด้วยความรักที่มีต่อพรรค และวินัยสิบข้อ ที่ปฏิบัติด้วยสำนึกในบุญคุณประชาชน