บ้านตุลาไทย
20 พฤศจิกายน 2017, 22:24:45 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 8   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พรรคมวลชน แบบไหนแบบไหน ที่เราต้องการ !!  (อ่าน 51033 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 19 ธันวาคม 2008, 08:10:25 AM »

เหนื่อยไหมกับเวลา 193 วัน ที่ออกไปไล่ทักษิณ
แล้วผลลัพธ์ที่ออกมาได้เพียงแค่นี้

ก่อนอื่นถ้ามองโลกตามความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่า
เราทำได้ดีที่สุดแล้วและการเมืองภาคประชาชนไปไกลกว่าที่คิด

ถึงแม้จะถูกค่อนขอดจากสารพัดกลุ่มจากองค์กรภาคประชาชนไม่ว่าจะเป็น  "กลุ่มเลี้ยวซ้าย"ของใจ  อึ้งภากรณ์  นักวิชาการสายมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน  คณะนิติธรรมศาสตร์(บางส่วน)  กลุ่มหัวโต  กลุ่มนักวิชาการ  "อีแอบที่ยืนข้างทักษิณ"  กลุ่มสีขาวที่ไร้เดียงสา  กลุ่มจัดตั้ง พคท. เก่านำโดยหมอเหวงและกรมการเมืองพรรคบางคน  กลุ่มนักศึกษานำโดย สนนท.ฯลฯ  แต่พันธมิตรฯก็เดินมาถึงจุดนี้และกำลังจะมองไปถึงการตั้ง  "พรรคมวลชน" ที่ไม่อาจดูเบาได้  แต่ก่อนอื่นควรกลับมาสังเคราะห์ข้อผิดพลาดของ  "พรรคมวลชน"ในอดีต  ที่มีบทบาทส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าเขานั่นคือ  "พคท."  และพรรคฝ่ายซ้ายและแนวอิงศาสนาเช่น  "พรรคสังคมนิยม"  "พรรคพลังใหม่"  พรรคพลังธรรม"  ถึงสาเหตุของการล่มสลายของพรรคเหล่านี้ที่แท้จริงและเดินไปสู่คำตอบของการสร้างพรรคมวลชนแบบใหม่ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยเพื่อเข้าไปต่อสู้ในเวทีรัฐสภาซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในอีกหกเดือนข้างหน้า !
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 ธันวาคม 2008, 08:26:29 AM โดย ดอกดินสยาม » บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2008, 08:40:59 AM »

ลิ้งค์  "60 ปี พคท.ว่าด้วยบทเรียนทางประวัติศาสตร์"  คลิก --->

http://www.pantown.com/board.php?id=29238&area=3&name=board1&topic=1&action=view   
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2008, 09:08:37 AM »

ลิ้งค์กระทู้  "ลับสมอง"  ในเวบบ้านตุลาไทย

http://www.thaioctober.com/forum/index.php?topic=203.msg2826   
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2008, 09:18:32 AM »

ลิ้งกระทู้  "นอกกรอบ"  สัมภาษณ์  "ธง  แจ่มศรี"

http://www.nokkrob.org/index.php/upload/forum/sex%20orgies?file=forum&appl=&obj=forum.view%28cat_id=open,id=116%29 
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2008, 15:36:11 PM »

นิเวศสังคมนิยม (Ecosocialism)       
เขียนโดย อ.ปรีชา เปี่ยมพงศ์สานต์     
วันอังคารที่ 04 มีนาคม พ.ศ.2551 
นิเวศสังคมนิยม (Ecosocialism) : บทเสวนาเศรษฐศาสตร์การเมืองกับสังคมทางเลือก
สวัสดีครับ ยินดีมากที่มีโอกาสมาพูด แต่วันนี้ต้องสอนก็เลยมีเวลาน้อยอาจจะคุยกันได้แค่ 1 ชั่วโมง

วันนี้อาจจะอาจจะเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสังคมทางเลือกในสังคมไทย อาจจะเป็นเศรษฐศาสตร์การเมืองพบกลุ่มสังคมทางเลือก

เมื่อปี 2519 ท่านอาจารย์ป๋วย บอกว่า อาจารย์ปรีชามาช่วยพัฒนาคณะเศรษฐศาสตร์ของธรรมศาสตร์ให้มีสีสันทางสังคมนิยมและเศรษฐศาสตร์การเมือง มันมีวิชาที่มีในหลักสูตรแล้วแต่ยังไม่เปิด คือวิชาเศรษฐศาสตร์การเมือง ผมจำได้ว่าคนที่มาเรียนไม่ได้มาจากเศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่มาเรียนจากทุกคณะ มีประมาณ 100 คนในห้องนั้น

ผมจำได้ว่า สอนไปสอนมาจากเดือนมิถุนายนจนถึงต้นเดือนตุลาคม 2519 ก็ปรากฏว่า ช่วงนั้นวิทยุยานเกราะบอกว่า อาจารย์ปรีชาเป็นคอมมิวนิสต์ กำลังปลุกระดมที่คณะเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์สอนเศรษฐศาสตร์การเมือง กำลังจะให้ลูกศิษย์เข้าป่ากันหมด แต่ว่าเราไม่ได้สอนให้ลูกศิษย์เข้าป่า แต่มีพวกบางพวกผลักดันให้เข้าป่า

วันที่ 5 ตุลานักศึกษามาถามว่าอาจารย์วันนี้ไม่ต้องสอบใช่ไหม ผมจะไปดูละคร หลังจากตอนเที่ยงคืนก็เกิดเหตุการณ์ตุลา พอปีใหม่หลังจากนั้นก็ปรากฏว่าใน100คนในห้องก็หายไปเกือบหมด แสดงว่านักศึกษาบรรลุแล้วเพราะไปกันเกือบหมด เรียนแค่เทอมเดียวก็ไปปฏิบัติการปฏิวัติสังคมได้แล้ว อันนี้ก็เป็นประวัติศาสตร์ที่ประทับใจ

วันนี้ก็ยินดีที่เห็นบางคนจากรุ่นนั้น นี่ก็เป็นแม่บทของการศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมืองของจุฬาลงกรณ์ได้จัดขึ้นมา หลังจากนั้นผมก็ย้ายมาอยู่คณะเศรษฐศาสตร์ที่จุฬาฯ ตั้งแต่ปี 2521 จนถึงมิถุนายน 2551 เป็น 30 ปีแห่งการบรรยายเศรษฐศาสตร์การเมือง

ตอนนี้ทางผู้จัดให้มาพูดเรื่องสังคมนิยม ทางเลือกมีไหมในสังคมไทย ผมว่ามีนะ โดยเฉพาะทุกวันนี้ ทางเลือกคือพลังประชาชน ทักษิณและนอมินีทั้งหลาย แล้วชัดเจนยิ่งขึ้นรัฐบาลชุดนี้เป็นตัวแทนผลประโยชน์ของคนคนเดียว ไม่ต้องวิเคราะห์วิพากษ์กันมากคนทั่วไปก็มองเห็นไม่ค่อย ซับช้อนเท่าไหร่

ตอนนี้เรามาดูว่าตอนนี้ปัญหาหลักของสังคมนิยมเป็นอย่างไร ?

อันที่หนึ่ง สังคมนิยมก็หมายถึงอุดมการณ์ โลกทรรศน์ แนวคิด ปรัชญา อันนี้ยังคงดำรงอยู่แม้จะถูกสั่นคลอนจากการล่มสลายของกำลังเบอร์ลินที่เยอรมัน ในปี1989 นี่ก็ทำให้แนวคิดทฤษฏี ปรัชญาของสังคมนิยมเหมือนจะดูมีปัญหา ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งผมก็ได้พยากรณ์ไว้ว่าเป็นการหยุดชะงักชั่วคราวเท่านั้นเองในปี1989 ซึ่งเป็นการดีที่กำแพงเบอร์ลินล้ม มันทำให้ระบบคิดของสังคมนิยมถูกตรวจสอบอย่างละเอียด รอบด้าน ในสังคมนิยมที่เป็น แนวคิด ปรัชญา

อันที่สอง สังคมนิยมคือกระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม ซึ่งก็เหมือนเป็นการดีของการล้มสลายของกำแพงเบอร์ลิน และการถูกสั่นคลอนทางแนวคิดชั่วคราว ในช่วงนั้นกระแสหลักทุนนิยม ปรัชญาทุนนิยม และนักปรัชญาทุนนิยม บอกว่าทุนนิยมชนะแล้ว สังคมนิยมพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งในความเป็นจริงก็ระดับหนึ่ง แต่เราต้องถามว่าสังคมนิยมไหนที่พ่ายแพ้ และล่มสลาย แต่โชคดีที่กำแพงเบอร์ลินทำให้สังคมนิยมอ่อนตัวลง โชคดีที่ทุนนิยมดูเหมือนจะชนะ ทำให้ลัทธิเสรีนิยม แผ่กระจายไปทั่วโลก ในภาคปฏิบัติทุนนิยมโลกก็เข้าไปครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ของโลกและเป็นที่โชคดีอีกอย่าง คือเกิดการกระตุ้นให้กลุ่มทางเลือกหวนกลับมาคิดถึง แนวคิดทางเลือกใหม่ และมีหลายทางเลือก และหลายกลุ่มก็หวนกลับไปคิดถึงอุดมการณ์ปรัชญาสังคมนิยม อันนี้แหละที่ผมบอกว่าการเคลื่อนไหวต่อต้านโลกาภิวัฒน์ มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้สังคมนิยมฟื้น

ดูอย่างเยอรมัน พรรคการเมืองกรีน (Green Party) เคยประสบความสำเร็จสูงมีที่นั่ง 50 ที่นั่งในรัฐสภาเยอรมันตอนรวมประเทศแล้ว แต่พอวิกฤติทุนนิยมโลกชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งทุนเยอรมันด้วย มีการตั้งพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายพรรคใหม่ ใช้เวลาแค่ปีเดียวก็ทำได้ใกล้เคียงกับพรรคกรีน ตอนนั้นพรรคกรีนใช้เวลา 40 ปีกว่าจะได้ ส.ส.50 ที่นั่ง แต่พรรคซ้ายใหม่ของเยอรมันใช้เวลาปีเดียว ก็สามารถได้ ส.ส. 40 คนเข้ามานั่งในรัฐสภาเยอรมัน เขาเรียกว่าพรรคซ้ายใหม่ ก็เป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามมอง จนหนังสือพิมพ์หลายฉบับลงว่าคาร์ล มาร์กซ์(Karl Marx) ฟื้นคืนชีพแล้ว คงจะใช่ นี่ก็คือปรากฏการณ์ที่กระตุ้นให้กระบวนการฝ่ายซ้ายหลายๆกระบวนการได้หวนกลับมาทบทวนแนวคิดสังคมนิยมขึ้นใหม่

แนวคิดสังคมนิยมเป็นแนวคิดอาจจะแบบมาร์กซิสต์ก็ได้หรือไม่ใช่มาร์กซิสต์ก็ได้ แต่ถ้าเป็นมาร์กซิสต์ไม่มีกฎตายตัว ว่าขั้นตอนจะต้องเป็นอย่างนั้นแบบตายตัว จุดจบต้องเป็นแบบนั้น และก็ปัจจัยที่กำหนดสังคมจะต้องเป็นตัวนั้นตัวนี้อย่างแน่นอน ไม่ได้นะ ถ้าเราจะหลุดพ้นจากวิกฤติการของทฤษฎีสังคมนิยม เราก้าวข้ามพ้นแนวคิดอันนี้ วิถีการคิดแบบที่ เป็นคัมภีร์โบราณของสังคมนิยม อาจจะใช้ไม่ได้ในศตวรรษที่ 21 เพราะว่าความหลากลายมีมากขึ้น กระแสธารความคิดหลายๆอย่าง เราควรต้องเอามาดูวิธีคิด ญาณวิทยา สรุปแล้วก็คือต้องเน้นความหลากหลายของวิธีวิทยา และหาความรู้ชุดต่างๆที่มีอยู่ในขณะนี้ อย่างเช่นแนวคิด โพสต์โมเดริน ได้เสนอแนวทางใหม่ในการมองระบบทุนนิยมในศตวรรษที่ 21 นี่ก็เป็นตัวอย่างว่านักวิชาการรุ่นใหม่ๆ ฝ่ายซ้าย ที่ไม่เป็นซ้ายแบบโบราณ แต่เป็นซ้ายแบบผสมผสานกับแนวคิดอื่นๆ เช่น พวกโพสต์ทั้งหลาย โพสต์ในที่นี้คือก้าวข้ามพ้นความคิดแบบเก่าๆ

หลังจากปี 1989 แนวคิดสังคมนิยมบวกกับวิกฤติที่บรรยายมาแล้ว ที่สำคัญคือหลังจากนั้น การแพร่กระจายของลัทธิเสรีนิยมใหม่ ภาระสำคัญคือให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกการตลาด เช่น ปรัชญาแนวคิดตลาดเสรี การค้าเสรี การเปิดเสรีทางด้านเศรษฐกิจ ทุกด้านๆทุกๆเรื่อง ทุกสาขา อันนี้ก็เห็นชัดเจนในประเทศของเรา ไม่ว่ารัฐบาลไหนจะไปจะมา ก็อยู่ภายใต้เสรีนิยมใหม่ทั้งนั้น และในขณะเดียวกันเราจะเห็นว่าในเวทีการเคลื่อนไหวสังคมโลก มีขบวนการมากมายเกิดขึ้น หลังจากที่มีการประท้วงการประชุมองค์การการค้าโลก (WTO) ที่ Seattle ประเทศสหรัฐอเมริกา (2542) ซึ่งเป็นการต่อต้านทุนนิยมโลก ต่อต้านโลกาภิวัตน์ และต่อต้านเสรีนิยมใหม่นั่นเอง ในขณะเดียวกันกลุ่มพลังเหล่านี้ก็แสวงหาทางใหม่ด้วย โดยมีกระบวนการเคลื่อนไหวสังคมที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็คือ World Social Forum Movement มีคนประมาณ 30,000 คนไปชุมนุมทุกๆปีเพื่อต่อต้านโลกาภิวัฒน์และเสนอทางเลือกใหม่ ในจุดนี้ก็มีกลุ่มสังคมนิยมแนวใหม่ๆด้วย

กลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคมที่มีความสำคัญต่อพัฒนาการของมาร์กซิสต์หรือสังคมนิยมก็คือกลุ่มเคลื่อนไหวสีเขียว คือการเสนอการเมืองแบบใหม่ การเมืองสีเขียว การเมืองที่ไม่เน้นการทำงานในสภาผู้แทนหรือการเมืองในสถาบันกระแสหลัก การเมืองสีเขียวการเมืองใหม่นี้ เน้นพื้นที่สาธารณะทางการเมืองนอกสภาผู้แทน ทุกหนทุกแห่งเป็นการเมืองหมด ไม่ใช่แค่ในสภาหรือรัฐสภาอย่างเดียว นี่คือการเมืองระดับรากหญ้า

ในขณะเดียวกันก็เสนอแนวคิดการวิเคราะห์ระบบเศรษฐกิจโดยมองจากสายตาของเศรษฐศาสตร์สีเขียว ซึ่งเศรษฐศาสตร์สีเขียวไม่ใช่เศรษฐศาสตร์กระแสหลัก ชื่อเศรษฐศาสตร์ก็จริง แต่เป็นการวิเคราะห์เศรษฐกิจการเมืองแบบองค์รวม และครอบคลุมไปถึงชีวิตจิตวิญญาณและปัญหาวัฒนธรรมต่างๆ ในกระแสธารความคิดนี้มีการเสนอ สังคมทางเลือก ระบบเศรษฐกิจสีเขียวใหม่ ซึ่งไม่ใช่ทุนนิยม และก็ไม่ใช่สังคมนิยมด้วย

การเมืองสีเขียวมีลักษณะเด่นก็คือเป็นตัวของตัวเอง ไม่ซ้ายไม่ขวา ไม่ทุนนิยมไม่สังคมนิยม แต่ก้าวไปข้างหน้า กระแสการเคลื่อนไหวนี้จะปฎิเสธทั้งลัทธิมาร์กและปฎิเสธทั้งลัทธิทุนนิยมทั้งปวง แต่ที่ผมบอกว่ามีความสำคัญก็คือ ข้อคิด แนวคิด ปรัชญาบางประการ ทำให้พวกแนวคิดมาร์กซิสต์แบบเก่าๆต้องมานั่งคิดหนักว่า ถ้าจะเป็นพลังที่มีความหมายกับสังคม ต้องมีพลังในมิติของสีเขียวด้วย จะคิดถึงแต่เรื่องความยุติธรรมของสังคม แต่ฝ่ายกรีนว่ายังไม่พอต้องคิดถึงความยุติธรรมทางนิเวศ ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมด้วย นี่ก็คือแนวคิดแบบใหม่ที่ระบบมาร์กซิสต์แบบเก่าไม่ได้คิดถึง

สังคมนิยมจะมีอนาคตหรือไม่ในศตวรรษที่21 หลังจากที่พบกับวิกฤติทางความคิดและวิกฤติทางการเคลื่อนไหวมาเป็นเวลา 10 หลังจากที่กำแพงเบอร์ลินล้ม นักคิดคนหนึ่งที่เสนอความวิตกห่วงใย ก็คือ เยอร์เก้น ฮาเบอร์มาร์ส (Jurgen Habermas) เป็นคนแรกๆที่เขียนถึงอนาคตสังคมนิยม ฮาเบอร์มาร์ส ได้ถามว่า ทุกวันนี้สังคมนิยมยังมีความหมายอยู่หรือ? นี่คือบทวิเคราะห์ค่อนข้างสำคัญที่เขานำเสนอ สิ่งที่คนทั่วโลกรู้จักเขาคือเขานำเสนอพื้นที่สาธารณะทางการเมือง เขานำเสนอตั้งแต่สมัยเขายังเป็นหนุ่มอยู่ และไม่คิดว่าจะใช้ได้จนถึงปัจจุบันนี้ เยอร์เก้น ฮาเบอร์มาร์ส ซึ่งเป็นนักปรัชญาที่สำคัญที่สุดในศตวรรษนี้ ที่ยังมีชีวิตอยู่ (ตอนนี้อายุจะเข้า 80 ปี)

ในขณะที่ทุนนิยมโลกกำลังก้าวเข้าไปสู่ความเป็นพลังที่ระดับที่ควบคุมและครอบครองโลกในขณะนี้ ก็มีนักเขียนนักวิเคราะห์หลายคน ที่พูดถึงว่าการวิเคราะห์ทุนนิยมแบบมาร์กซิสต์เก่าๆ ไม่สามารถให้คำตอบทางด้านความเป็นจริงได้ ไม่สามารถให้คำตอบว่าเราจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อต้านทุนนิยม แต่อีกกลุ่มหนึ่งบอกว่าสังคมนิยมสามารถสร้างได้ในขณะที่ทุนนิยมยังอยู่เพราะวิเคราะห์กันแล้วว่าทุนนิยมไม่ครอบงำได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ในประเทศใดประเทศหนึ่ง

อย่างในประเทศไทยก็มีพื้นที่หลายพื้นที่มีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเอง เศรษฐกิจชาวบ้าน เศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจชุมชน ที่ปลอดทุนนิยมหรือได้รับอิทธิพลทุนนิยมน้อยมาก เพราะฉะนั้นการวิเคราะห์และแนวทางของเราก็คือว่า จะหาพื้นที่เหล่านั้นที่ปลอดจากทุนนิยมและธุรกิจแบบทุนนิยมอย่างไรบ้าง และมีรูปแบบธุรกิจชุมชนที่ยังเหมือนเดิม ยังดำรงอยู่ได้ และหาทางปรับปรุงและพัฒนาขึ้นมา แนวคิดนี้เป็นการวิเคราะห์ทุนนิยมแบบ ละเอียดอ่อน

เร็วๆนี้ก็มีการวิเคราะห์กันมากว่า สังคมนิยมในฐานะที่เป็น(ยูโทเปีย)ยังใช้ได้ไหม สังคมนิยมยูโทเปียคือภาพของอนาคต หลายๆอย่างก็ล้มสลายไป ถ้าจะมีอนาคตต้องเป็นสังคมนิยมยูโทเปียแบบใหม่ อันนี้ก็น่าคิดต่อ เช่นของอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ก็เป็นสังคมนิยมยูโทเปียเหมือนกัน(ปี2475-2476) เป็นสังคมนิยมยูโทเปียการรวมศูนย์แบบยุโรปหรือรัฐเซียในสมัยนั้น ตอนนี้ก็มีคนเชื่อเรื่องการรวมศูนย์ ทุกอย่างต้องยึดอำนาจรัฐเสียก่อน แล้วใช้อำนาจรัฐนี้ไปสร้างสังคมนิยม แต่แนวคิดใหม่บอกว่าไม่จำเป็นต้องยึดอำนาจรัฐ เพราะถ้ายึดอำนาจรัฐต้องรออีกนานอีกหลายชาติ แต่ต้องยึดอะไรชักอย่างในที่นี่และเดี๋ยวนี้ด้วยวิธีการต่างๆนาๆ จะดูยืดหยุ่นกว่า

ในกระแสของสังคมนิยมแนวใหม่ๆนี้มีแนวหนึ่งค่อนข้างจะโดดเด่นขึ้นมาเมื่อเปรียบเทียบกับทางเลือกใหม่ๆที่อยู่ทางซ้าย ที่อยู่ทางสีเขียว หรืออยู่ทางสังคมนิยม กลุ่มนี้จะเรียกตัวเองว่า Ecosocialism (นิเวศสังคมนิยม)

เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว (2550) กลุ่มผู้นำทางความคิดได้มารวมตัวที่ปารีส จัดตั้งเป็นกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า Ecosocialist International Network (EIN) ส่วนใหญ่นำโดยอาจารย์และแอคติวิสต์ ที่มีความเชื่อมั่นในสังคมนิยม แต่บอกว่าไม่เอาสังคมนิยมแบบเก่า ต้องเป็นสังคมนิยมที่มีการกระจายอำนาจ ประชาชนต้องมีส่วนร่วม ไม่ต้องมีพรรคชนชั้นกรรมมาชีพ จุดยืนของกลุ่ม EIN มี 3 ข้อ

1.มีความเชื่อว่าวิกฤตการณ์ของสิ่งแวดล้อมของโลกหรือประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นผลผลิตของทุนนิยมที่มีปัญหาในการทำลายมากมายเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม

2.มีความเชื่อว่าวิธีการที่จะแก้ไขวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก ต้องเป็นวิธีเดียวคือต้องมีลักษณะถอนรากถอนโคน ระบบทุนนิยม

3. มีความเชื่อว่าเราต้องแสวงหาทางเลือกสังคมใหม่ สังคมทางเลือกแบบใหม่ หลักการที่สำคัญต้องอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมทางสังคมมุ่งไปยังช่องว่างระหว่างคนจนคนรวย (ชนชั้นทางสังคม) และต้องนึกถึงความยุติธรรมทางนิเวศ หมายถึงการปกป้องรักษาระบบนิเวศของชุมชนและของสังคมและของโลกด้วย

"ทุกอย่างต้องกำกับด้วยคนหรือประชาชนคนรากหญ้าถึงจะเป็น นิเวศสังคมนิยม" นี่คือคำประกาศที่ปารีส

นิเวศสังคมนิยม เชื่อสังคมนิยมแบบเก่าพูดแต่เรื่องโบราณ มูลค่าส่วนเกินคืออะไร มันไม่ได้ตอบปัญหาอะไรเลย นิเวศสังคมนิยม เชื่อว่าต้องตอบโจทย์ปัญหาที่เร่งด่วนในปัจจุบันให้ได้

ในปีนี้(2551) มีปัญหาท้าทาย นิเวศสังคมนิยมอยู่หลายเรื่องใหญ่ๆด้วยกัน เช่น นิเวศสังคมนิยมจะต้องเรียนรู้อยู่กับ องค์กรต่างๆที่ไม่ใช่สังคมนิยม ต้องเป็นพันธมิตร กับ NGO และพลังทางเลือกต่างๆ แนวคิดคือเราอยู่ร่วมกันได้กับพลังอื่นๆ ยกเว้นพลังของทุนนิยม ด้วยเหตุนี้จึงมีคนพูดถึง แดงผสมเขียว อาจออกมาเป็นซ้ำเลือดซ้ำหนอง แต่ก็ผสมกันได้

เราต้องสังเกตว่าในการศึกษาของเราจะเห็นว่าในยุโรปจะเป็น (Red) แดงก็(Red) แดง เลยนะเป็นมาร์กซิสต์สังคมนิยมกระแสหลัก อีกฝ่ายหนึ่งเป็น (Green) เขียวไปเลยแบบสุดขั้ว ฝ่าย(Red)แบบไม่เอา(Green)ว่า(Green)เพ้อเจ้อ พูดแต่สีเขียว ไม่เห็นพูดถึงคนเลย ฝ่าย(Green)ก็บอกว่าฝ่าย(Red)พูดแต่เรื่องสังคมนิยมยึดอำนาจรัฐ พูดแต่เรื่องเก่าๆ ยุทธวิธีเก่าๆ การมองสังคมแบบเก่าๆ

ฉะนั้นสองฝ่ายนี้มักจะไม่ถูกกัน (Ecosocialism)นิเวศสังคมนิยม เกิดขึ้นมาในช่วงนี้ต้องการจะบอกว่า เราอยู่ร่วมกันได้ ประสานกันได้ สังเคราะห์กันได้ โดยสิ่งที่ดีทั้งสองฝ่ายและจุดอ่อนทั้งสองฝ่าย มาจัดทำแผนการทางการเมือง การเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยกัน

เราจะเห็นในประเทศเยอรมันเขาทำไปแล้วระดับหนึ่งที่ผนึกกำลังกัน โดยจุดยืนแต่ละฝ่ายต้องมีจุดยืนที่เป็นของตัวเอง และมีจุดยืนร่วมกัน ในการจัดการปัญหาบ้านเมือง

ถามว่านิเวศสังคมนิยมจะมีอนาคตไหมในสังคมไทย?

ผมคิดว่าต้องไปวิเคราะห์กันเองว่าเป็นอย่างไร ของเราก็มีการเคลื่อนไหวแบบซ้ายๆแต่ไม่มาก และngo บางกลุ่มก็สีเขียวหน่อยแต่ก็ยังไม่ชัดเจน แต่ก็มีทางเลือกอีกทางหนึ่งก็คือ ถ้าอาจารย์พุทธทาสภิกขุ ท่านเคยพูดถึง ธัมมิกกับสังคมนิยม ซึ่งในตัวทฤษฎีก็มีตัวสีเขียวอยู่บ้าง ที่ท่านพูดถึง มีทั้ง สังคมนิยม ธัมมิก และสีเขียว เป็น 3 ปรัชญาใหญ่ๆมาผสมผสานกัน อันนี้น่าจะเป็นทางเลือกใหม่อีกทางหนึ่งที่เหมาะสมกับสังคมไทย แต่ถ้าเป็น สามเหลี่ยมทางภาคใต้อาจต้องมีอีกแนวหนึ่งคือ เศรษฐศาสตร์อิสลามสีเขียว

ผมจะสรุปสั้นๆแต่ไม่ได้ตอบว่าเป็นไปได้ไหมทางเลือกนิเวศสังคมนิยมในสังคมไทย เพราะดูแล้ว มันไม่ขึ้นอยู่กับปรัชญาอุดมการณ์อย่างเดียว มันขึ้นอยู่กับเงื่อนไข บริบท โครงสร้างอำนาจที่ดำรงอยู่ ขึ้นอยู่กับสถาบันบางอย่าง ขึ้นอยู่กับบทบาทของกองทัพ และอีกหลายๆหลายที่ดำรงอยู่ในสังคมไทย.

เรียบเรียงจากบทเสวนา: เศรษฐศาสตร์การเมืองกับสังคมทางเลือก เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551 ณ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 
http://www.thaivolunteer.or.th/thaivo-2/index.php?option=com_content&task=view&id=497&Itemid=102
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 20 ธันวาคม 2008, 05:17:10 AM »

ตั้งกระทู้นี้ด้วยต้องการต่อยอดและเก็บบทเรียบการทำงานสร้างพรรคการเมืองในอดีต
ซึ่งหลายคนคงมีบทเรียนการทำงานกับ พคท.หรือการทำงานกับพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายที่ต่อสู้ในเวทีรัฐสภา
ซึ่งบทเรียนต่าง ๆ ที่ได้รับจากเวทีรัฐสภาเป็นสิ่งที่น่าจะได้รับการถ่ายทอดจากผู้มีบทเรียนโดยตรง
และจากสายตาของผู้อยู่ภายนอกที่มองบทบาทของนักการเมืองฝ่ายซ้ายที่ต่อสู้ในเวทีรัฐสภา

บทเรียนต่าง ๆ เป็นบทเรียนที่ต้องสรุปเพื่อเก็บรับบทเรียนที่ถูกต้องเพื่อการเดินไปข้างหน้าอย่างมีทิศทางที่ถูกต้อง
และทำให้เวทีรัฐสภาเป็นเวทีที่พี่น้องประชาชนมีส่วนในการกำหนดมันมากขึ้น
แต่ก่อนที่จะถึงจุดนั้นมันก็น่าจะมีจังหวะก้าวในการก้าวเดิน

พันธมิตรเป็นองค์กรประชาชนที่ผ่านการต่อสู้มีบทเรียนการทำงานมวลชนและงานแนวร่วม
ที่ต้องถือว่ามากพอสมควรในเวลากว่า 193 วัน ที่ร่วมต่อสู้ทางการเมืองของพี่น้องประชาชน

ก่อนจะถึงจุดที่ตั้งพรรคอย่างเป็นทางการ
ซึ่งบทบาทของพรรคนั้นเปรียบเหมือนเป็นองค์กรแนวร่วมที่ประสานกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิดแต่เป็นอิสระต่อกัน
และเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะก้าวเข้าสู่เวทีรัฐสภาอย่างมีจังหวะก้าวและมีทิศทาง
การสืบค้นถึงแง่มุมต่าง ๆ ของบทเรียนต่าง ๆ จากคนทำงานในอดีต,แนวคิดอุดมการณ์ที่มีการต่อยอดขึ้นใหม่,โครงสร้างการบริหาร,งานจัดตั้งเตรียมคนเข้าพรรค,งานความคิดการให้การศึกษาทางการเมืองด้วยเนื้อหาและรูปแบบที่หลากหลาย,การสร้างนโยบายที่สอดคล้องกับปัญหาต่าง ๆ ที่มวลชนประสบและเมื่อประกาศไปแล้วสามารถทำได้อย่างเป็นรูปธรรม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 ธันวาคม 2008, 07:49:58 AM โดย ดอกดินสยาม » บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 20 ธันวาคม 2008, 07:38:05 AM »

ลองไปฟังอาจารย์ณรงค์  เพชรประเสริฐพูดถึงแนวทางในการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ  โดยคลิกช่วงท้ายรายการ  มีการพูดถึงเรื่องพรรคการเมืองมวลชน  อาจารย์เสนอให้รีบขยายงานจัดตั้งมวลชนในรูปองค์กรประชาสังคมรูปแบบต่าง ๆ เช่นสหกรณ์  ซึ่งน่าสนใจเพราะเมื่อเศรษฐกิจฐานรากมั่นคงการเมืองมวลชนคงเกิดไม่ยากและงานต่อไปคือต้องทำให้มวลชนรากหญ้าตื่นตัวทางการเมืองให้มากขึ้นและลงไปทำงานเศรษฐกิจประสานไปกับการทำงานการเมือง  ช่วยกันคิดรูปแบบสหกรณ์บริการรูปแบบใหม่ ๆ เช่นสหกรณ์ตลาดสินค้าเกษตรที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดและสร้างเป็นเครือข่ายติดต่อระหว่างภาคต่าง ๆ ในขอบเขตทั่วประเทศเพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันเช่นนำอาหารทะเลทางภาคใต้และตะวันออกมาขายที่ภาคกลาง,อีสานและเหนือโดยผ่านช่องทางสหกรณ์ที่มวลชนช่วยกันจัดตั้งขึ้น  และส่วนที่พร้อมเรื่องการรวมกลุ่มงานการเมืองก็ควรจับกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนบทเรียนและค่อย ๆ ก่อรูปพรรคการเมืองนอกสภาโดยช่วงแรกอาจยังไม่ต้องไปจดแจ้งที่ กกต. แต่เริ่มหาสมาชิกอย่างไม่เป็นทางการไปก่อนโดยจัดเวทีให้การศึกษาทางการเมืองอาจเป็นในรูป  "โรงเรียนการเมือง"  อย่างไม่เป็นทางการ

ลิ้งรายการ  "สภาท่าพระอาทิตย์" วันที่ 19  ธค.  51  คลิก--->(อยู่ช่วงท้ายรายการ  ให้คลิกปุ่ม  Seek ค้างไว้แล้วลากไปประมาณ  60%)

http://www.managerradio.com/radio/DetailRadio.asp?program_no=1025&mmsID=1025/1025-1777.wma++&program_ID=21501 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 ธันวาคม 2008, 22:35:15 PM โดย ดอกดินสยาม » บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 20 ธันวาคม 2008, 08:25:37 AM »

ลิ้งค์บทความ  "นิเวศวัฒนธรรม ในกระแสสังคมทุนนิยมที่รุ่มเร้า"  โดย  อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม

http://www.esaanvoice.net/esanvoice/know/show.php?Category=learn&No=584   
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
แทน
Jr. Member
**
กระทู้: 166


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 20 ธันวาคม 2008, 21:04:45 PM »

 24 ธ.ค.ข่ายประชาสังคมไทยจัดใหญ่ : ระดมสมองก้าวข้ามวิกฤต-ฟื้นฟูสมรรถนะแห่งชาติ!
Posted by หมอพลเดช

สังคมไทยต้องรู้จักถอดบทเรียน แปรเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส

หมายเหตุ : ข่ายประชาสังคมไทย กำหนดจัดประชุมเวทีนโยบายสาธารณะเพื่อการปฏิรูปสังคม ครั้งที่ 2/2551 ในหัวข้อ “ก้าวข้ามวิกฤตการณ์บ้านเมือง สู่การพัฒนาสมรรถนะแห่งชาติ” ในวันพุธที่ 24  ธันวาคม 2551 ณ ห้องประชุมจุมภฎ-พันธ์ทิพย์ ชั้น 4 อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  โดยจะมีการใช้เทคโนโลยี Teleconference เชื่อมโยงห้องประชุมส่วนกลางกับห้องประชุมส่วนภูมิภาค 100 แห่ง (35 จังหวัด) ทั้งนี้ จะมีการสรุปความเห็นและข้อเสนอจากที่ประชุมต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อประโยชน์ใน การเร่งฟื้นฟูบ้านเมือง

ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส ถึงวาระฟื้นฟูสมรรถนะแห่งชาติ

เวทีนโยบายสาธารณะเพื่อการปฏิรูปสังคม ครั้งที่ 2/2551
“ก้าวข้ามวิกฤตการณ์บ้านเมือง  สู่การพัฒนาสมรรถนะแห่งชาติ”
วันพุธที่ 24  ธันวาคม พ.ศ. 2551 เวลา 8.00 น. – 15.00 น.
ณ ห้องประชุมจุมภฎ-พันธ์ทิพย์ ชั้น 4 อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภาคเช้า  การประชุมเชิงปฏิบัติการข่ายประชาสังคมไทยผ่านระบบ Teleconference จากห้องประชุม จุมภฎ-พันธ์ทิพย์ เชื่อมโยงห้องประชุมประชาคมจังหวัดและเครือข่ายภาคประชาสังคม 100 แห่งใน 35 จังหวัด

หัวข้อ “วิกฤตการณ์บ้านเมืองและสมรรถนะแห่งชาติ ในมุมมองของเครือข่ายนักปฏิบัติการ”
ประธาน นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา
เลขานุการร่วม 1. นสพ.ปกรณ์  สุวรรณประภา  2.นายภุชงค์ กนิษฐชาติ

08.00 – 09.00 น. ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมประชุมและสถานีประชุมทั่วประเทศ เตรียมความพร้อม
ห้องประชุม/ระบบสื่อสารทางไกล และลงทะเบียนความพร้อมสถานีวิทยุชุมชนที่จะทำการกระจายเสียงตลอดการประชุม

09.00 – 09.30 น. ชี้แจงวัตถุประสงค์การประชุมเชิงปฏิบัติการ และวิธีการระดมความคิด

09.30 – 10.00 น. กล่าวต้อนรับและนำเสนอกรอบความคิด “ก้าวข้ามวิกฤตการณ์บ้านเมือง” โดย รศ.สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

10.00 – 12.00 น. ระดมความคิดระหว่างเวทีจุฬาฯ กับสถานีประชุมทั่วประเทศ

- สถานการณ์และความเป็นไปได้ในการก้าวข้ามวิกฤตการณ์บ้านเมือง
- ข้อเสนอแนวทางการพื้นฟูและพัฒนาสมรรถนะแห่งชาติ
- รูปธรรมการดำเนินงานในระดับพื้นที่และระดับเครือข่าย

12.00 – 12.10 น. สรุปสาระสำคัญจากการระดมความคิด

12.10 – 13.00 น. พัก  รับประทานอาหารกลางวัน

ภาคบ่าย การประชุมหารือของผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีผู้ร่วมสังเกตุการณ์ในห้องประชุม และมีการถ่ายทอด Internet TV และ e-radio ไปยังเครือข่าย 100 แห่ง ทั่วประเทศ  และบันทึกวีดีทัศน์เพื่อผลิตรายการโดย ThaiPBS

หัวข้อ “ก้าวข้ามวิกฤตการณ์บ้านเมือง  เร่งสร้างสมรรถนะแห่งชาติ”
ประธาน ศ.นพ.ประเวศ   วะสี
เลขานุการร่วม  นพ.สมศักดิ์  ชุณหรัศมิ์  และ  นพ.พลเดช   ปิ่นประทีป

13.00 – 13.30 น. ลงทะเบียน  รับเอกสาร

13.30 – 13.45 น. กล่าวต้อนรับโดย  อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

13.45 – 14.15 น. กล่าวนำโดยประธาน

14.15 – 16.15 น. ระดมความคิด แนวทางเพื่อการสร้างสมรรถนะแห่งชาติ*

16.15 – 16.30 น. สรุปสาระสำคัญ  และปิดการประชุม

* รายนามผู้รับเชิญเข้าร่วมประชุม

1. ศ.นพ.ประเวศ วะสี  ราษฎรอาวุโส
2. คุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี
3. ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
4. รศ.สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
5. ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
6. ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิต คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
7. ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
8. รศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
9. ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
10. ผศ.ดร.ณัฐฐา วินิจนัยภาค คณะรัฐประศาสนศาสตร์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
11. นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ
12. ศ.ดร.ปรัชญา เวสารัชช์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช
13. ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานปฏิรูประบบราชการ
14. พลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด
15. พลเอกอภิชาติ เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม
16. พลอากาศเอกอิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ
17. พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ โฆษกกระทรวงกลาโหม
18. พลอากาศโท วัชระ ฤทธาคนี อดีตหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรองปลัดกระทรวงกลาโหม
19. พันเอก ดร.ธีระนันท์ นันทขว้าง ฝ่ายเสนาธิการผู้บัญชาการทหารสูงสุด
20. ศ.ดร.บวรศักดิ์ สุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า
21. ศ.ดร.สุจิต บุญบงการ ประธานสภาพัฒนาการเมือง
22. ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ ศูนย์สันติวิธี สถาบันพระปกเกล้า
23. ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
24. ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย สำนักงานกองทุนสนุบสนุนการวิจัย
25. นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
26. นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
27. นพ.สุภกร บัวสาย  ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
28. ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
29. คุณดวงพร บุญเฮงพันธุ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
30. คุณประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
31. คุณกฤช กงเพชร ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
32. คุณณรงค์ โชควัฒนา กลุ่มสหพัฒน์
33. คุณโสภณ สุภาพงษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพฯ
34. คุณปรีดา เตียสุวรรณ์ กลุ่มแพรนด้าจิวรี่
35. คุณสมสุข บุญญะบัญชา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
36. คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม นักหนังสือพิมพ์อาวุโส
37. คุณสมเกียรติ สุขธนกิจ ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายสื่อชุมชนท้องถิ่น TPBS
38. คุณชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ ประธานสถาบันการเรียนรู้และประชาสังคม
39. คุณสมภพ  บุนนาค  นักพัฒนาอาวุโส
40. นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
41. นพ.พลเดช  ปิ่นประทีป เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา 
 

หมายเหตุ : รับชมและฟังการถ่ายทอดสดการประชุมเวทีนโยบายสาธารณะ ครั้งที่ 2/2551 ได้ตามลิงค์ด้านล่างในวันที่ 24 ธันวาคม 2551
http://www.aorsocho.org/
http://www.phetdj.com/live/asc/ldi/index.php?speed=live

เรื่องย้อนหลัง (หมวดเดียวกัน)

โปรดฟังอีกครั้ง! ข้อสรุปจากเวทีนโยบายสาธารณะ : กองทัพต้องทำอย่างไรในสถานการณ์ปัจจุบัน?
http://www.oknation.net/blog/myvision/2008/12/11/entry-1
บทเรียนการเปลี่ยนผ่าน
http://www.oknation.net/blog/myvision/2008/12/04/entry-1
ข่ายประชาสังคมไทยผนึกกำลัง หยุด! ระบอบประชาธิปไตยอันมีทักษิณเป็นประมุข ชูธงยุบสภา ฝ่าวิกฤต!!
http://www.oknation.net/blog/myvision/2008/11/30/entry-1
ข่ายประชาสังคมไทยจุดพลุ : ทะลวงจุดอุดตัน ก่อนประเทศล่มจม!
http://www.oknation.net/blog/myvision/2008/11/28/entry-2
ข่ายประชาสังคมไทยเสนอมาตรการก้าวข้ามสงครามกลางเมือง!
http://www.oknation.net/blog/myvision/2008/11/28/entry-1
เปิดเวทีระดมสมอง : เราจะก้าวข้ามวิกฤตการเมืองโดยไม่นองเลือดและไม่รัฐประหารได้อย่างไร?
http://www.oknation.net/blog/myvision/2008/11/12/entry-1
บันทึกการเข้า
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 21 ธันวาคม 2008, 09:06:39 AM »

สำหรับจังหวะก้าวในการสร้างพรรคการเมืองแบบมวลชนน่าจะเริ่มจากจุดเหล่านี้ก่อน

1.  สรุปบทเรียนการสร้างพรรคการเมืองแบบมวลชนในอดีตให้ตกผลึกก่อน
2.  รากฐานปรัชญาความคิดและอุดมการณ์,สังคมใหม่ที่มุ่งหวัง,เศรษฐศาสตร์ใหม่ของพรรคที่จะจัดตั้งคืออะไร
3.  ผู้ก่อตั้ง  แกนนำ  ผู้นำ  และการเดินสายประสานงานติดต่อเพื่อเตรียมการก่อตั้งในขอบเขตทั่วประเทศคือใคร
4.  ยุทธศาสตร์ยุทธวิธีการต่อสู้ในเวทีรัฐสภาจะดำเนินการอย่างไร?ที่จะเข้าสู่อำนาจรัฐในห้วงเวลาที่ไม่ยาวนานเกินไปด้วยจุดขายจากแนวคิดอุดมการณ์ทางการเมืองด้วยวิถีทางการเมืองใหม่ที่ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง
5.  ระบบบริหารจัดการทั้งในเรื่องโครงสร้างการนำของพรรค  การพึ่งตนเองให้ได้ทางเศรษฐกิจ  การให้การศึกษาทางความคิดแก่สมาชิกพรรคอย่างต่อเนื่อง  งานจัดตั้งหาสมาชิกเข้าพรรคด้วยวิธีการใหม่(เข้าพรรคทางความคิดอุดมการณ์มากกว่าการขยายจำนวนสมาชิกแบบเหวี่ยงแห)  งานมวลชน  งานแนวร่วมและงานเคลื่อนไหวนอกสภาจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องอย่างไร? 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 ธันวาคม 2008, 09:21:20 AM โดย ดอกดินสยาม » บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 21 ธันวาคม 2008, 09:44:48 AM »

สรุปบทเรียนการสร้างพรรคการเมืองแบบมวลชนในอดีตให้ตกผลึกก่อน

ในยุคสงครามเย็นที่สงครามความคิดอุดมการณ์ที่ต่อสู้ขับเคี่ยวกันระหว่างอุดมการทุนนิยมและสังคมนิยมเป็นไปอย่างดุเดือดแหลมคม  เป็นสงครามการต่อสู้ทางชนชั้นและอุดมการณ์เช่น

ในรัสเซียเป็นการก่อการลุกขึ้นสู้ในเมืองด้วยกำลังหลักของกรรมกรในเมืองประสานกับทหารฝ่ายอำนาจรัฐขาวที่ถูกดึงมาเป็นพวกและมีชาวนาเป็นพันธมิตรแนวร่วมทางชนชั้นที่ใกล้ชิด

ในจีนได้พัฒนาการการต่อสู้ที่ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าจนสุดท้ายใช้แนวทางชนบทล้อมเมืองและใช้ชาวนาเป็นกำลังหลักในการทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลง

ในยุคสงครามเย็นที่เป็นสงครามการต่อสู้ทางชนชั้นเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับสงครามโลกที่เป็นผลลัพธ์จากความขัดแย้งของทุนขั้นจักรพรรดินิยมที่ต้องการขยายอำนาจทางเศรษฐกิจ  ได้ทำให้การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในรัสเซีย  จีน  ประเทศในแถบเอเชียเช่นเกาหลี  เวียดนาม ลาว  เขมร    ละตินอเมริกาเช่นคิวบา  มีการประกาศเอกราชในประเทศเมืองขึ้นทั้งหลายเช่นอินเดีย  พม่า  อินโดนีเซีย  มาเลเซีย

การสร้างพรรคมวลชนในยุคสงครามเย็นที่แหลมคมทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างปิดลับและเป็นขบวนการแบบทำงานใต้ดินเนื่องจากไม่มีความปลอดภัยในชีวิต  ความจำเป็นเหล่านี้ทำให้ระบบงานจัดตั้งเป็นไปอย่างเข้มงวดและใช้หลักการประชาธิปไตยรวมศูนย์ไม่มีการสัมพันธ์ขวางเป็นการบริหารจัดการตามลำดับชั้นตามแนวดิ่ง  ซึ่งผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นทำให้การนำถูกผูกขาดอยู่ในกลุ่มผู้นำระดับสูงนานเกินไปและหากประเทศใด้ได้ผู้นำที่มีบารมีสูงและความรอบรู้สูงก็สามารถดำเนินการปฏิวัติไปสู่ความสำเร็จได้ดังเข่นการนำของเลนิน,เหมาเจ๋อตุง,โฮจิมินท์
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
ด.ช. Viscount
Sr. Member
****
กระทู้: 684


ประชาธิปไตยไม่ใช่สูตรยาครอบจักรวาล...นะจ๊ะ


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 22 ธันวาคม 2008, 18:53:53 PM »

รออ่านแนวความคิดของลุงดอกดินสยามครับ ขอบคุณมากครับสำหรับประเด็นดีๆ

***************************
เกี่ยวกับปัญหาของพรรคการเมืองสายอุดมการณ์ดีๆ ที่มีอันต้องพับไป หรือล้มไปจากเวทีการเมืองในแบบนั้น
ผมไม่ทราบทั้งหมด แต่หากจะให้ออกความคิดเห็น ผมขอยกกรณีของ "พรรคพลังธรรม" มากล่าวละกันครับ

ผมขอออกตัวว่า ผมไม่รู้อะไรมากนัก ไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง ไม่เคยสนใจจะเข้าวงนง วงใน หรือเข้าหาอำนาจ
จึงไม่มีวิธีคิดทางการเมืองในแบบในหัวเลย
หากแต่ผมเคยสังเกตและเคยอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการเมือง ในช่วงที่พรรคพลังธรรมมีกำลัง
พบว่า อุดมการณ์พรรคนั้นดีทีเดียว และกำลังคนที่เข้ามาเดินตามอุดมการณ์นั้นมีพลังส่วนตัวพอที่จะเดินการเมืองไปได้
หลักฐานคือ ความสำเร็จของ ลุงจำลอง ที่ได้ก้าวเข้าเป็น "พ่อเมืองกรุงเทพฯ" สองสมัยซ้อน ด้วยคะแนนถล่มทลายดังที่ไม่เคยมีมาเลยก่อนหน้านั้น และการบริหารงานก็ดูดีทีเดียว ทำท่าไปได้สวย

หากแต่ เมื่อต้องก้าวขึ้นมาสู่การเมืองระดับชาติ ซึ่งสูงและซับซ้อนกว่าระดับเมืองหลวงอีกนั้น พรรคต้องประสบปัญหา
ทางกำลังคน ที่ไม่มากพอในการเดินเกมส์ในสภา ปัญหาก็ยอดฮิตครับ คือ คนที่เข้าใจและสมารถเดินตามแนวทางแห่ง"ธรรม" หาได้ยากยิ่ง แค่ให้คนเราเข้าใจกิเลสในตนก็ยากแล้ว จะให้มาลดกิเลสกันนั้นย่อมยากสุดๆ
แต่เมื่องต้อเข้าวงการการเมืองระดับใหญ่ จึงต้องใช้กลไกการหากำลังคนที่จะสนับสนุนเสียงในสภาได้
ซึ่งเวลานั้น หันไปทางใดก็มีแต่เสือสิงห์กระทิงแรด พรรคจึงจำเป็นต้องร่วมทางกับพวกเสือหิว
และแน่นอนดังคาดครับ ไม่มีทางคานอำนาจหรือแม้แต่จะเดินนำพวกเขี้ยวลากดินได้
การสร้างเครือข่ายมวลชนที่เข้าใจในอุดมการณ์ของพรรค จนถึงขั้นรับมาเป็นปฏิปทาในชีวิต
จึงไม่ต้องพูดถึงใช่ไหมครับ กำลังสนับสนุนจากภาคประชาชนจึงโตไม่ทันกับการเดินของพรรค
สุดท้าย ก็ต้องเผชิญปัญหาการตีรวนในเกมส์สภาฯ พร้อมกับวิกฤตศรัทธาจากประชาชน
ด้วยเงื่อนไขปัญหายอดนิยมทางการเมืองไทยเรื่องต่างๆ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาหากว่าเราได้คุย บอกเล่า อธิบาย
อย่างเป็นธรรมต่อประชาชน แต่พรรคพลังธรรมไม่มีโอกาสและเวทีที่เข้าถึงประชาชนได้ขนาดนั้น
สุดท้าย พรรคพลังธรรม จึงหายไปในสายลมเน่าๆ ของการเมืองไทย
พร้อมกับรอยร้าวที่ยากจะประสานระหว่างบุคคลบางคน
และได้รางวัลจากประชาชนคือ "ความเข้าใจผิดทางการเมือง"
ซึ่งผมเองยังเคยได้ยินจากบางคนที่มีการศึกษาสูง มีประสบการณ์ทำงานกับมวลชน
บอกว่า "จำลองมีนัยแสวงหาอำนาจทางการเมือง ยังมักใหญ่ใฝ่สูง"
ซึ่งมีผลให้คนละเลยอุดมการณ์พรรคไปด้วย

รวมไปถึงสิ่งดีๆ ที่น่าเรียนรู้ เช่น แนวทางของชาวอโศก ที่ถูกคนที่มีลักษณะดังข้างต้น
กล่าวว่า สันติอโศก มีนัยทางการเมืองที่คิดจะแสวงหาอำนาจ เป็นใหญ่เสียเอง
ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่ใจคนยากเปลี่ยนแปลง กิเลสคนยากเปลี่ยนแปลงกว่า
กระแสดังกล่าวจึงเพิ่มขึ้นๆ และมากลบของดีๆ เสียหมด และกระจายไปกลบ
ของดีๆ จากกลุ่มหรือแนวความคิดอื่นๆ ที่คล้ายกันอีกด้วย
สุดท้าย ประชาชนไทยเลยยังต้องเมาทุนนิยม บริโภคนิยม โกงนิยม และอำนาจนิยม ไปจนจมหัวราน้ำ

สรุปคือ แนวทางของพรรคพลังธรรม ที่มีจุดเด่นคือ การมีอุดมการณ์ที่ชัดเจน ทั้งในการแสดงออกและในตนเอง และมีกำลังคนที่สามารถเดินตามอุดมการณ์นั้นได้ เป็นกำลังสนับสนุน
หากแต่ไม่มากพอที่จะขึ้นการเมืองระดับชาติ จึงถูกกระแสปฏิกิริยา ทำการกวาดให้ตกเวทีไปอย่างมีระบบและขั้นตอนนั่นเอง

อาจไม่ถูกต้องทีเดียว ไม่ครบถ้วน ขออภัยในความผิดพลาดทั้งหมดมา ณ ที่นี้ครับ
บันทึกการเข้า

จิตกับวัตถุไม่แยกออกจากกัน
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 22 ธันวาคม 2008, 22:11:25 PM »

(ต่อ)

ในสถานการณ์สงครามรูปการจัดตั้งที่เข้มงวดปิดลับอาจจำเป็น  แต่ในสถานการณ์สันติและพัฒนาเมื่อทุนเปิดทางให้ฝ่ายเราออกมาต่อสู้ในเวทีรัฐสภาได้ก็ต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ยุทธวิธีการต่อสู้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ในประเด็นปรัชญาทางความคิดอุดมการณ์ผู้ที่เคยเชื่อในลัทธิมาร์กซ-เลนินและความคิดเหมาเจ๋อตุงส่วนมากจะให้น้ำหนักกับการต่อสู้ทางชนชั้นค่อนข้างมากและทำให้เกิดความโน้มเอียงไม่พยายามเข้ามาผลักดันงานเคลื่อนไหวด้านเปิดโดยเฉพาะในเวทีรัฐสภาซึ่งเป็นเวทีที่สามารถโฆษณาแนวคิดอุดมการณ์ได้อย่างเปิดเผย  แต่ในช่วงหลังที่เกิดปัญหาวิกฤตศรัทธาอุดมการณ์สังคมนิยมแบบมาร์กซ-เลนินดูเหมือนการสังเคราะห์ใหม่ทางแนวคิดอุดมการณ์จะยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร  บางส่วนยังคงมองว่าจีนยังเป็นสังคมนิยมตามลักษณะเฉพาะของจีน  แต่ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในจีนก็มีเครื่องหมายคำถามตามมาอย่างมากมายเช่นการพัฒนาทุนนิยมแบบตลาดที่ดูเหมือนจะไม่มีทีท่าว่าจะลดช่องว่างทางชนชั้นได้จริงรวมทั้งสมาชิกพรรคก็กลับกลายเป็นนายทุนใหญ่ที่เข้าไปมีอำนาจในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ นี่ยังไม่รวมถึงระบบเครือญาติเส้นสายต่าง ๆ อีกมากมาย  ความหมายของคำว่า  "แดง"หรือมีอุดมการณ์ที่ยึดมั่นและมีจุดยืนเพื่อคนยากจนดูจะห่างไกลออกไปทุกทีสำหรับสมาชิกพรรคระดับสูง

ในเยอรมันภายหลังที่เกิดความขัดแย้งในพรรคแรงงานสังคมประชาธิปไตยนับจากยุคเบรินสไตน์ที่เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมนิยมด้วยการต่อสู้ทางเวทีรัฐสภาเป็นไปได้แต่กลับถูกตีกลับด้วยความคิดของมาร์กซที่ยังเชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านจากทุนนิยมไปสู่สังคมนิยมนั้นมีแต่ต้องโค่นล้มกลุ่มทุนด้วยวิธีการที่รุนแรงเท่านั้นดังตัวอย่างที่เกิดขึ้นในรัสเซียตามแนวทางที่เลนินนำไปแปรเป็นรูปธรรมในรัสเซีย  แต่เมื่อผ่านการนำไปสู่รุ่นที่ห้าและหกการเปลี่ยนสีแปรธาตุก็เริ่มเห็นได้อย่างชัดเจน  อุดมการณ์ที่มีลักษณะแข็งตัวและตีความทฤษฎีเป็นคัมภีร์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทำให้มนต์ขลังของลัทธิมาร์กซ-เลนินเริ่มเสื่อมตัวลง  การสร้างสังคมใหม่จึงต้องกลับมาแสวงหาหนทางใหม่กันต่อไปว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี  การเกิดขึ้นของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมรูปแบบใหม่เช่นการต่อสู้ในเรื่องสิทธิต่าง ๆ ของพลเมือง  การเมืองสีเขียว  อุดมการณ์ที่เกิดจากการสังเคราะห์ใหม่ของสังคมนิยมโดยให้น้ำหนักของระบบนิเวศมากขึ้นจนเกิดเป็น  "แนวคิดนิเวศสังคมนิยม"

กล่าวโดยสรุปปัญหาของพรรคการเมืองแนวมวลชนก็คือการที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ความคิดอย่างตายตัวทำให้อุดมการณ์เกิดการแข็งตัวขาดความยืดหยุ่นจนดูเหมือนเป็นความยึดมั่นถือมั่นในทฤษฎีมากเกินไป  ทำให้ขบวนการเกิดความสับสนทางความคิดได้ง่ายเมื่อมีสิ่งเร้าต่าง ๆ เข้ามากระทบ  รวมทั้งผู้นำและสมาชิกในขบวนเองก็ยังคงมีปัญหาทางด้านจุดยืน  คุณธรรมจริยธรรม  การติดยึดในอำนาจการนำไม่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามารับช่วงต่อและคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งทางความคิดในขบวน

บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 25 ธันวาคม 2008, 08:12:17 AM »

สรุปบทเรียนการสร้างพรรคการเมืองแบบมวลชนในอดีตให้ตกผลึกก่อน(ต่อ)


บทเรียนของพรรคฝ่ายซ้ายที่ต่อสู้ในเวทีรัฐสภาภายหลังเหตุการณ์สิบสี่ตุลาซึ่งมีอยู่สามถึงสี่พรรคที่ได้รับการเลือกตั้งคือพรรคสังคมนิยม  แนวร่วมสังคมนิยม  พลังใหม่  ไท  รวม ๆ กันแล้วได้ที่นั่งรวมกันประมาณ 43 ที่นั่ง จากจำนวน สส.ในสภาประมาณ 270 คน   แสดงให้เห็นว่ากระแสสังคมนิยมในสังคมไทยยังคงเป็นเสียงข้างน้อยในสังคมไทย  แต่คะแนนเสียงที่ได้รับนั้นต้องถือว่าเป็นคะแนนบริสุทธิ์  และการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในสังคมไทยเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบในยุคที่พลเอกเกรียงศักดิ์  ชมะนันท์ไปลงเลือกตั้งที่ร้อยเอ็ดในปี 2523 และปัญหาเหล่านี้ก็มีมากขึ้นจนสุดท้ายพรรคการเมืองที่ยืนอยู่ข้างประชาชนต้องล้มหายตายจากไปเช่นพรรคพลังใหม่  พรรคสังคมประชาธิปไตย(เปลี่ยนชื่อมาจากพรรคสังคมนิยม)  และล่าสุดคือพรรคพลังธรรมที่ต้องล่มเพราะคนชื่อทักษิณ  ชินวัตร  ที่เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคในช่วงเวลาระยะสั้นและเปลี่ยนแผนการต่อสู้ทางการเมืองโดยไปตั้งพรรคไทยรักไทยเพื่อต้องการก้าวไปเป็นนายกรัฐมนตรี
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
Bright eyes
Hero Member
*****
กระทู้: 2747


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: 25 ธันวาคม 2008, 10:48:39 AM »

อย่างที่เคยบอก......ต้องการพรรคการเมืองที่เป็นนวตกรรมทั้งโดยเนื้อหาและรูปแบบซึ่งต่อยอดจากพรรคดีๆชั่วๆ ที่ประเทศนี้มีและเคยมีมาทุกพรรค.....

ที่สามารถจะเป็นกลไกขับเคลื่อนงานความคิดการเมืองให้ประชากรทุกประชาชาติของสังคมประเทศไทยเป็นทั้งพลเมืองของประเทศและพลโลกที่มี "คุณภาพ" ที่เต็มเปี่ยมด้วย "ศักยภาพ" ที่จะร่วมกันกะประชากรบนพื้นโลกใบนี้ของทุกประเทศในการเอาสายพันธุ์สิ่งมีชีวิต(ที่ไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นขั้นทำลายล้าง)ทุกสายพันธุ์ให้รอดในโลกธรรมชาติ


รูปธรรมเรอะ แห่ะๆๆๆ....ก็ช่วยกันตกผลึกต่อไปก่ะ....ส่วนอิฉันต้องไปตกผลึกเรื่องออทิสติกและเพื่อนของเขาก่อนคงจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๒.........
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 ธันวาคม 2008, 10:52:37 AM โดย sugar » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 8   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!