บ้านตุลาไทย
24 เมษายน 2018, 09:36:17 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทุนต้องรับใช้มนุษย์  (อ่าน 14065 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kankum
Newbie
*
กระทู้: 45


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: 19 กรกฎาคม 2010, 20:04:04 PM »

กลับมาแล้ว
          อีกสองสามวันมาเขียนต่อ
ทุน กับทุนนิยมต่างกัน
ทุนนิยม หมายถึงทุนเป็นใหญ่ อย่างอื่นเป็นรอง และขึ้นต่อ
ส่วนทุน เป็น ทุน(ฮา) ที่ไม่ได้เป็นใหญ่ (นิยะมะ) หาเป็นเพียงเครื่องมือ เป็นกลไกในการบริหารจัดการธุรกิจ ผลักดันเศรษฐกิจ
เราสามารถทำให้ทุนอยู่ใต้อุดมการณ์สังคมนิยม  ทุนภายใต้การบริหารจัดการเพื่อประโยชน์ของประชาชน
ยอมรับบทบาทของทุน แต่ไม่ยอมให้ทุนเป็นใหญ่  เหมือนยอมรับบทบาทของเสือแต่ไม่ยอมให้เสือเป็นใหญ่
สังคมทาส สังคมไพร่ สังคมศักดินา  มี "ทุน" ทั้งนั้น  แต่ยังไม่ใช่ ทุนนิยม
 สังคมต่อจากสังคมทุนนิยม ไม่ได้ทำลายทุน  แต่ขจัดความเป็นใหญ่ของทุน  ทำให้ทุนขึ้นต่ออุดมการอื่นๆที่สูงส่งกว่า อุดมการณ์ทุนนิยม

ดังนั้นทุนนิยม จึงไม่ดี  ว่ากันอย่างเคร่งครัด ทุนนิยมสามานย์ทั้งนั้น

หากปรับใช้ คือ นายทุนสามานย์น่าสอดคล้องกว่า  (นายทุนขุนนาง  นายทุนขุนศึก นายทุนนายหน้า  นายทุนหน้าเลือด มีได้ นายทุนสามานย์ก็มีได้)
ทุนที่ดีมี และเป็นไปได้
แต่อย่างไรก็ตาม กฎธรรมชาติของทุนคือ การหมุนรอบและขยายตัวจากการสะสมกำไรกลายเป็นทุน  ปมเงื่อนตรงกำไร การคิดต้นทุน และการแบ่งปันผลกำไร จักเป็นการกำหนดลักษณะว่าเป็นทุนนิยม  ที่แสดงลักษณะชั่วช้าของทุนนิยม หรือเป็นทุนที่มีการควบคุม  ถูกควบคุมพลังไว้ในระดับที่ก่อประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม มากกว่าทำลายล้างด้วยวัฏจักรทุนนิยม





บันทึกการเข้า
kankum
Newbie
*
กระทู้: 45


ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: 06 มิถุนายน 2011, 19:33:25 PM »



            ทุนต้องรับใช้มนุษย์เพราะถึงที่สุดแล้วมนุษย์เป็นผู้สร้างและพัฒนา  แม้ว่าต้องดำเนินตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติของสรรพสิ่งก็ตามที

            ในปัจจุบัน 2554 ทุนนิยมโลกาภิวัตน์ขยายไปทั่วโลก จีนขยับตัวเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกา อันดับสามเป็นญี่ปุ่น

            ในขณะที่กลุ่มประเทศ บราซิล  รัสเซีย  อินเดีย และจีน ที่ได้รับการขนานนามจากนักวิชาการตะวันตกว่ากลุ่มประเทศ BRIC มีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง  บราซิลขยายจากพื้นฐานทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน และพลังงานจากพืช  รัสเซียโตขึ้นใหม่จากก๊าซธรรมชาติ  อินเดียโตจากการเป็นสำนักงานให้บรรษัทข้ามชาติและเสริมด้วยอุตสาหกรรมบางประเภทเช่นเหล็ก  จีนเป็นโรงงานโลก

           ขณะเดียวกันกลุ่มประเทศBRIC ก็เป็นตลาด  เป็นประเทศที่บริโภคทรัพยากรจำนวนมากในเวลาเดียวกัน
           อีกทั้งเนื้อในของการเติบโตนั้น เป็นสัดส่วนส่วนรายได้และกำไรของบริษัทข้ามชาติจากอเมริกา ยุโรปและญี่ปุ่น  แม้ว่าในจีน บริษัทกึ่งรัฐวิสาหกิจของจีนหลายแห่งจะขยายตัวมากเช่น กิจการน้ำมันและพลังงาน  บริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัทผลิตรถยนต์ และบริษัทก่อสร้าง เป็นต้น  การทีี่่จีนมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมาก การที่แนวโน้มเงินหยวนต้องแข็งค่ามากขึ้นเรื่อยๆ และการที่มีธุรกิจขนาดใหญ่ของจีนที่ต้องขยายตัวข้ามชาติเป็นบริษัทโลก

          จีนแสดงบทบาทเป็นพี่เบิ้มในเอเชีย และอาเซียน
          จีนไปลงทุนพัฒนาที่ดินเชิงเกษตรกรรมในอัฟริกา จนไปถึงอเมริกาใต้  ยังไม่ได้พิสูจน์ตนเองให้ชัดเจนว่ามิใช่การขยายตัวของทุนนิยมแบบเก่าที่ถูกเรียกว่าจักรวรรดินิยม เป็นการส่งออกทุนไป "รีด" เอาทรัพยากร "แรงงาน" และฉกฉวย "ทุน" สะสมด้านต่างๆ จากกลุ่มประเทศไทยที่ทุนจีนขยายตัวไป

          ทางอินเดียมีการขยายตัวมากเช่นกัน จากพื้นฐานภาษาสันสกฤตที่มีธรรมชาติของการส่งเสริมให้เก่งด้านคำนวณ อินเดียอาศัยสถานะการเป็น "สำนักงานโลก"  ขยายทุนออกไปต่างประเทศ  ขณะที่พยายามยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอย่างทั่วด้าน โดยเฉพาะการคมนาคมขนส่งและการสื่อสารโทรคมนาคมภายในประเทศ

          ด่านสุดท้ายของการขยายตัวทุนนิยมของดาวเคราะห์ดวงที่สามคือ กาฬทวีป  โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่อยู่ตอนในของอัฟริกา และไม่มีพรมแดนติดทะเล

          ความเปลี่ยนแปลงของกลุ่มประเทศอัฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง เป็นการเปิดม่านการขับเคลื่อนวาระใหม่ของทุนนิยมโลก โดยมีผู้เล่นเพิ่มขึ้นคือ จีน แม้ยังไม่ได้แสดงบทบาทมากขึ้นเท่าใดนัก 

          ผู้แสดงบทบาทมากคืออังกฤษที่หวังว่าจะพลิกฟื้นสถานะนำของตนเองในโลกให้มีอันดับสูงขึ้น  ขณะที่ฝรั่งเศสก็ไม่ละทิ้งโอกาส และกลายเป็นว่า เยอรมันก็ต้องเข้ามาร่วมวงด้วย

          ก่อนที่โฉมหน้าใหม่ของ "พลังงาน" จะชัดเจน และก่อนที่มนุษย์จะมีความเข้าใจพิบัติภัยธรรมชาติ อย่างแผ่นดินไหว พายุบนโลก และพายุสุริยะได้ดีขึ้น  ทุนจะเปลี่ยนมารับใช้มนุษย์แล้วหรือไม่  คำตอบไม่ชัดเจน

           แม้ว่าโดยทิศทางบังคับแล้วในที่สุดทุนต้องรับใช้มนุษย์ แต่เรื่องดีๆ เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเอง

(ยังมีต่อ)

         
บันทึกการเข้า
kankum
Newbie
*
กระทู้: 45


ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: 06 มิถุนายน 2011, 19:59:38 PM »

         บริษัทขนาดใหญ่ในกลุ่มประเทศตะวันตกเผยแพร่แนวคิด ทุนนิยมยั่งยืน  เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งของกระบวนการขยายตัวของทุนนิยม ขณะเดียวกันก็เป็น "กำแพง" เป็นอุปสรรคที่อาศัย "ความดี" สะกัดการสะสมทุน การขยายตัวของทุนในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั้งหลาย

         เงื่อนไขสำคัญที่ทุนต้องรับใช้มนุษย์ได้นั้น อยู่ที่ความฉลาดและความเก่งของมนุษย์

         ฉลาดและเก่งในการบริหารจัดการความมั่งคั่งและอำนาจ ทั้งระหว่างคนด้วยกันเอง และระหว่างคนกับธรรมชาติแวดล้อมต่างๆ

         คนที่มีอำนาจและความมั่งคั่งจำนวนมากเป็น "โรคติดต่อ" ในการพยายามก้าวข้ามขีดจำกัดทางกายภาพของมนุษย์ นั่นหมายถึงการเป็นอมตะ  อายุวัฒนะ ของตัวบุคคล  ไปจนถึงการคงอยู่นิรันดร์ของอำนาจและความมั่่งคั่งของวงศ์ตระกูล กลุ่มบริษัท

        นอกจากนี้ยังเป็น "โรคติดต่อ" ที่พยายามเอาชนะธรรมชาติ พยายามก้าวข้ามขีดจำกัดทางธรรมชาติ แม้มีการศึกษากฎเกณฑ์ธรรมชาติจนมีความเข้าใจขึ้นมาบ้าง  อย่าง เช่น ปฏิกิริยานิวเคลียร์ มาทำอะตอมมิกบอมบ์ ทำระเบิดปรมาณู ทำพลังงานขับเคลื่อนเรือเดินทะเลทั้งผิวน้ำ ใต้น้ำ  ทำโรงงานไฟฟ้า  มีความเข้าใจเรื่องพลังผลักดันไฟฟ้าต่างขั้วมาทำรถไฟฟ้าธรรมดา รถไฟฟ้าความเร็วสูง  มีความเข้าใจเรื่องความเร็วของคลื่่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแถบความกว้างของคลื่นมาใช้ในการ "ขนส่ง" เสียง ภาพ และข้อมูลต่างๆ ที่เปลี่ยนเป็นรูปแบบดิจิตอลเดินทางด้วยความเร็วสูงราว 3 แสนกิโลเมตรต่อวินาที (299 ล้านเมตรต่อวินาที) การใช้ประโยชน์นี้เรียกกันทั่วไปว่า 3G และก้าวไปสู่ 4G กับ 5G ในเร็วๆ นี้

       ความเข้าใจระหัสดิจิตอล การทำงานของสมอง จิตใจ ยัง  เป็นที่น่าสงสัยว่า ไปถึงไหน และใช้เพื่อสิ่งใด ร่างกายมนุษย์ทำงานด้วยปฏิกิริยาเคมี  ชีวเคมี ระบบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และคลื่นที่เร็วกว่าแม่เหล็กไฟฟ้า   อาหาร 5 หมู่  อ็อกซิเจน เป็นแหล่งวัตถุดิบที่เปลี่ยนรูปเป็นพลังงาน และของเสียอย่างสำคัญ  การแลกเปลี่ยนพลังงานระดับเซลล์ ที่ให้ความอบอุ่นและพลังงาน  สร้างความเจริญเติบโต จนถึงเสื่อมและสูญสลาย ตาย เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ทางกายภาพของชีวิตคน

       แต่ความคิด จิตใจ หล่อเลี้ยง เติบโตอย่างไร  ผลจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ดินฟ้าอากาศฤดูกาล อาหารการกินมีสัดส่วนอย่างไร  สภาพแวดล้อมทางสังคมมีัสัดส่วนอย่างไร ทำไมคนๆ หนึ่งคิดแบบนี้ คนอีกคนหนึ่งคิดแบบนั้น เรื่องนี้มีการศึกษาอธิบายกันมาตั้งแต่โบราณจนเป็นคำสอนทางศาสนา ลัทธิต่างๆ มาถึงระบบประสาทวิทยาทางการแพทย์ที่จับเคสกรณีศึกษาของ "คนเด่นๆ" อาจมักเป็นทางร้าย ระบุถึงโครโมเซมคู่ที่เท่าไหร่ หรือDNA ตัวไหนก็ว่ากันไป

       ทำไมมนุษย์ไม่สามารถเปลี่ยนหญ้าเป็นโปรตีนได้  ทำไม่มนุษย์ไม่สามารถดูดธาตุอาหารจากดินและอากาศ รวมกับน้ำและแสงแดด จนสังเคราะห์แสงสร้างสารอาหารต่างๆ ขึ้นได้

        ธรรมชาติวิทยาแล้วมนุษย์อยู่ได้ด้วยสิ่งอื่นๆ มากกว่าสิ่งมีชีวิตอื่น
        สัญชาติญาณดิบของมนุษย์จึงพยายามสร้าง "ความมั่นคง" ให้ตนเองอย่างถึงที่สุด กระนั้น?
        แล้วมันเกี่ยวกับ ทุนต้องรับใช้มนุษย์ตรงไหนกัน?!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 มิถุนายน 2011, 20:05:23 PM โดย kankum » บันทึกการเข้า
kankum
Newbie
*
กระทู้: 45


ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: 06 มิถุนายน 2011, 20:25:41 PM »


                ความฉลาดและเก่งในการบริหารจัดการความมั่งคั่งและอำนาจ ทั้งระหว่างคนด้วยกันเอง และระหว่างคนกับธรรมชาติแวดล้อมต่างๆ จะเป็นการเปิดประตูสู่ยุคทุนต้องรับใช้มนุษย์
                
               คนที่เข้าใจวิถีทางกายภาพของชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย และวิถีของจิตวิญญาณในร่างๆ หนึ่ง
               คนที่เข้าใจธรรมชาติแวดล้อมของโลก ภายในโลก  ภายในระบบสุริยจักรวาล และเอกภพ

               ระดับวิทยาการที่ก้าวไปถึงการสร้างความมั่งคั่งได้เพีัยงพอ   สร้างความจำเป็นทางกายภาพแก่ร่างกายและจิตใจ  ระดับความเข้าใจเรื่อง อาหาร 5 หมู่ และสารอาหาร  ระดับความเข้าใจจากพื้นฐานของพืชสีเขียวที่ผลัดเปลี่ยนเวลาในการใช้คาร์บอนไดอ๊อกไซ คายอ๊อกซิเจนและใช้อ๊อกซิเจนปล่อยคาร์บอนไดอ๊อกไซสู่บรรยากาศ มาปรับการดำรงชีวิตระดับเซลล์ของมนุษย์

              จนถึงระดับความเข้าใจ อาหารที่มีผลต่อจิตใจ จิตวิญญาณ  ระดับความเข้าใจการเดินทางของ "พลัง" ในร่างกายที่เมื่อร่างระดับกายภาพถึงเวลาเสื่อมสลาย ตาย
              เมื่อมีความเข้าใจระดับนั้น การเกิดเป็นมนุษย์และพัฒนาพลังการผลิตก้าวถึงขั้นทุนนิยมเทคโนโลยีสูงส่ง ใช้พลังงานธรรมชาติ ใช้ธรรมชาติมาสร้างพลังงาน จนตอบสนองการเคลื่อนย้ายทางกายภาพ และการเคลื่อนย้ายทางดิจิตอลได้เต็มที่แล้ว
               การเตรียมตัว "เดินทาง" ไปอีกระดับหนึ่ง  ระดับที่ต้องอาศัยพลังรวมหมู่ของมนุษย์จำนวนมากเป็นหนึ่งเดียวกัน


               ความจำเป็นนั้นบีบให้ทุนต้องรับใช้มนุษย์ เพราะลำพังคนๆ เดียว คนกลุ่มเดียวเล็กๆ ไม่สามารถ "ไปต่อ" ได้

               แต่มีรายละเอียดที่ต้องดำเนินการมาก ต้องใช้พลังงานมากทีัเดียวในการก้าวไปสู่จุดนั้น

               เวลาที่เร่งรัด แรงที่บีบเค้นกลับเป็นโลกใบนี้ที่มนุษย์เราอาศัยอยู่  การเร่งรัดในรูปแบบภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่ง
               พลังงานจากปฏิกิริยานิวเคลียร์บนดวงอาทิตย์ ที่มีจังหวะมากเกิน พายุสุริยะ และรังสีต่างๆ เป็นอีกสัญญาณหนึ่ง
               ในขณะที่การค้นหาว่า ในรอบหรือในวัฏจักรที่ผ่านๆ มานั้น มนุษย์โลกไปไหน  อารยธรรมก่อนหน้ามนุษย์รุ่นเรานี้เป็นอย่างไร
               หากทุนไม่รับใช้มนุษย์ หรือมนุษย์ไม่ใช้ทุนให้ถูกที่ถูกทางแล้ว  ไม่มีทางที่ค้นพบคำตอบเหล่านี้ได้ เพราะ ไม่มีพลังเพียงพอ ทั้งพลังทางกายภาพและพลังทางจิตวิญญาณ

               เวลาเหลืออีกไม่มากนัก.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 มิถุนายน 2011, 22:14:28 PM โดย kankum » บันทึกการเข้า
ดวง
Hero Member
*****
กระทู้: 1098


ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2012, 12:19:45 PM »

ชอบหัวข้อนี้ และคิดว่า เรื่องที่จะเล่าให้ฟังน่าจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงขออนุญาตใช้ห้องนี้ระบาย

เมื่อวาน เพื่อนบ้านมาคุยให้ฟังว่า
แม่ค้าขายเนื้อหมูในตลาดบ่นกันว่า ขายเนื้อหมูไม่ค่อยได้
เพราะรัฐบาลควบคุมราคาเนื้อหมู ไม่ให้เกินกิโลละ 100 บาท
ซึ่งเขาบอกว่าทำไม่ได้ ต้องขาย 120 บาท
คนซื้อจึงแห่กันไปซื้อเนื้อหมูกันตามห้างใหญ่...(ที่กำลังทำสินค้ายี่ห้อตัวเองเกือบทุกอย่าง)
แม่ค้าบ่นว่า แล้วจะทำยังไงกันดี จะด่าใครดีหละ...?


อีกเรื่อง คือ พ่อค้าขายข้าวแกง ร้านใหญ่ในตลาด
มีเจ้าหน้าที่มานั่งควบคุมราคาสินค้า ไม่ให้เกินจานละ 25 บาท
ซึ่งพ่อค้าก็บ่นว่า ขาย 25 บาทไม่ได้ ต้อง 30 บาท
เพราะต้นทุนแพง และที่สำคัญ พื้นที่ที่ร้านนี้ตั้งอยู่ ต้องจ่ายเงินไปแล้ว ตั้ง 7 แสนบาท
ขาย 25 บาท จะได้ยังไง.....

นี่เป็นปัญหาของประชาชนที่ทำมาหากินสุจริต กำลังเผชิญอยู่
ใครจะหาทางออกให้พวกเขาได้ จะหันไปทำมาหากินอะไรกัน ?
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2012, 16:25:01 PM »

เวลานี้เราอยู่ในยุคที่ทุนครอบงำทุกสิ่งทุกอย่าง

ทุนกำหนดวิถีหลักในการดำเนินชีวิตของทุกคน

การที่เราจะตะโกนหรือเรียกร้องให้ทุนมารับใช้มนุษย์นั้น  อาจเป็นการยาก

เพราะธรรมชาติของทุนคือทำให้มนุษย์ต้องขึ้นต่อมากกว่า

ดังนั้น มนุษย์จะทำอย่างไร

มนุษย์ก็มีแต่เพียงการควบคุมทุน ไม่ให้ทุนเดินทางไปสู่ด้านที่สามานย์ที่สุดของตน นั่นคือการเป็นทุนผูกขาด

.........................................

ดังนั้นเพื่อนมิตรหลายคนอาจฉงนว่าคนแถวนี้ทำไมไม่ไปร่วมกับพลพรรคเสื้อแดงทำการต่อสู้

บางคนก็เข้ามาทวงถามในทำนองว่าการต่อสู้ของพลพรรคเสื้อแดงในเวลานี้ล้วนแล้วแต่ "สอดคล้อง" กับจิตสำนึกในวัยหนุ่มสาวของคนเดือนตุลาทั้งนั้น

แต่เหตุใดเราจึง "เพิกเฉย" เสีย  เราหลงลืมอุดมการณ์เมื่อครั้งยังหนุ่มสาวแล้วหรือกระไร

เหตุก็เพราะสังคมได้เปลี่ยนไป  เปลี่ยนไปสู่ยุคที่ทุนเข้าครอบงำทุกองคาพยพของสังคม

เราจึงอยากให้ทุนรับใช้มนุษย์    ไม่ใช่มาครอบงำมนุษย์

ปริมณฑลของการต่อสู้เปลี่ยนไป  เนื้อหาของการต่อสู้จึงเปลี่ยนไป

........................................................

จะทำให้ทุนรับใช้มนุษย์ได้อย่างไร

ก็ต้องควบคุมทุน

จะควบคุมทุนได้อย่างไร  ?

นี่คือคำถามที่เป็นคำตอบอยู่แล้วว่าเหตุใดจึงต้องมีศาลรัฐธรรมนูญ  เหตุใดจึงต้องมีองค์กรอิสระ

ก็เพื่อควบคุมทุนให้รับใช้มนุษย์ รับใช้สังคม รับใช้ประเทศ  โดยไม่เอาผลประโยชน์เข้าตัวเองมากเกินไปนั่นเอง

และนี่เป็นทั้งคำถามและคำตอบว่ารัฐธรรมนูญปี 50 เป็นอย่างไร
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2012, 16:58:19 PM »

ข่าวนี้สอดคล้องกับโพสต์ของป้าดวงข้างต้น

แต่คนกระชากให้เห็นไส้เห็นพุงกลับเป็นมติชน

ก็เพราะความจริงก็คือความจริง  หนีความจริงไปไม่พ้นนั่นเอง

http://www.oknation.net/blog/StayFoolish/2012/02/28/entry-1
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2012, 17:35:13 PM »

เมื่อเรารู้ว่าทุนอยู่ในฐานะครอบงำ   ทุนมีแต่มุ่งไปหาความเป็นสามานย์ของตน

เราจึงไม่ควรอยู่ข้างทุน  ไม่ควรสนับสนุนทุน  ไม่ควรก้าวเข้าไปสู่ความเป็นทุนเสียเอง

หรือหากใครต้องเข้าสู่วงจรของความเป็นทุน  ก็ควรมุ่งไปสู่ด้านดีของทุน  ขจัดด้านสามานย์ของทุน

และเมื่อก้าวสู่ความเป็นทุนเองก็ต้องพร้อมที่จะต้องถูกควบคุม ตรวจสอบและลงโทษ  ไม่เว้นว่าจะพะยี่ห้อคนเดือนตุลา หรืออดีตฝ่ายซ้าย คนเคยก้าวหน้าหรือไม่

......................................................

ปีสองปีมานี้  มีท่านดร.คนหนึ่งที่เป็นคนเดือนตุลามักจะให้คนมาโปรยบทความของท่าน

ด้วยความเคารพ  ที่ระบุท่าน  ก็เพราะท่านระบุชื่อเสียงเรียงนามทั้งคำนำหน้าและตำแหน่งอันใหญ่โตห้อยท้ายอยู่ทุกครั้งที่เข้ามา

แต่เหตุใดเมื่อท่านเข้ามาแถวๆ นี้เป็นต้องกระเด้งกระดอนออกไปทุกครั้ง

ก็เพราะสิ่งที่ท่านคิดและทำอยู่ล้วนแล้วแต่รับใช้ทุน 

ท่านมุ่งแต่ไปคิดไปหาว่าอสังริมทรัพย์นี้จะเพิ่มมูลค่าได้อย่างไร  จะเพิ่มได้อย่างรวดเร็วหรือไม่

ท่านไม่เคยคิดว่าแล้วคนธรรมดาๆ จะได้รับผลกระทบอย่างไรจากการเติบโตของทุนเหล่านั้น

เมื่อมีคนคัดค้าน  ท่านกลับแสดงว่าคนเหล่านี้ "ขัดขวาง" การพัฒนาก้าวหน้าของเศรษฐกิจ

นี่เป็นตัวอย่างอันหนึ่งว่า  ทำไมเราจึงไม่ควรไปอยู่เคียงข้างทุน  เพราะนั่นไม่ใช่ข้างของประชาชน

ยิ่งการนำประชาชนไปอยู่เคียงข้างทุนด้วยคำขวัญอันดูโก้หรูว่าเพื่อช่วยให้ทุนได้พัฒนาไปอย่างเต็มที่ก่อนนั้น   เป็นการนำประชาชนไปขึ้นต่อทุนโดยสัมบูรณ์

จึงขอถามกลับว่าแล้วอีกเมื่อไรจึงจะนำประชาชนให้หลุดพ้นจากวัฏจักรอันสามานย์ของทุนเหล่านี้  อีกร้อยปี หรือพันปีข้างหน้า   ก็เมื่อสอนให้ประชาชนสวามิภักดิ์โดยสิ้นเชิงอย่างนั้นแล้ว

การกระทำที่นำคนไปขึ้นต่อทุนเช่นนี้จึงเท่ากับการหลอกลวงประชาชนนั่นเอง  !!!
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2012, 07:58:14 AM »

เมื่อทุนเป็นด้านที่ครอบงำสังคมและเป็นอำนาจรัฐ

เราก็ไม่ควรเข้าสู่อำนาจรัฐเสียเอง

เพราะการเข้าสู่อำนาจรัฐก็ทำให้ต้องเป็นผู้พัฒนาทุนนั้นต่อไป

หากไม่พัฒนาก็ทำให้เศรษฐกิจสังคมล้าหลัง  อย่างที่เกิดขึ้นในทุกประเทศที่พรรคสังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์ขึ้นครองอำนาจโดยเฉพาะอำนาจที่ได้มาโดยการปฏิวัติ

แทบจะไม่มีประเทศใดเลยที่ฝ่ายสังคมนิยมหรือพรรคคอมมิวนิสต์ได้อำนาจรัฐแล้วสามารถนำความเจริญรุ่งเรือง(ไม่ต้องพูดเรื่องเศรษฐกิจ  หากแต่ในปริมณฑลของความคิดและจิตใจด้วย) มาให้กับสังคมจนสมควรจะได้รับคำชม

แม้แต่จีนที่ประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจก็เพราะหันไปใช้ระบอบที่เรียกว่า "ทุนนิยมแห่งรัฐ"   ในขณะที่ปัญหาเรื่องรูปการณ์จิตสำนึกแบบสังคมนิยมกลับตกต่ำอย่างที่สุด

จากความเป็นจริงเหล่านี้จึงควรที่จะพูดได้ว่า   "อย่าได้เข้าสู่อำนาจรัฐหรือเป็นอำนาจรัฐเสียเอง"
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2012, 09:45:42 AM »

 ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - หัวหน้าพรรคยางพาราไทย จวก “เต้น” ขึ้นเป็น “ไพร่” เป็นผู้นำมีความกล้า แต่พอเป็น “อำมาตย์” เสือกลายเป็นแมว แก้ปัญหาราคายางพาราล้มเหลว โว หาก ยท.เป็นรัฐบาลยางไทยต้องราคาไม่ต่ำกว่า กก.150 บาท
       
       นายเพิก เลิศวังศ์พง หัวหน้าพรรคยางพาราไทย (ยท.) เปิดเผยว่า สถานะยางพาราไทย ขณะนี้มีปัจจัยบวกหลายตัวที่จะทำให้ราคาขยับขึ้น เช่น น้ำมัน ทองคำ เงินบาท และสต๊อกยางพารา แต่ผู้บริหารยางพาราไทย กลับทำให้ราคาขยับขึ้นไม่ได้ ยังเคลื่อนไหวอยู่ที่ กก.ละ 110 บาท ทั้งๆ ที่ราคาน่าจะเขยิบขึ้น กก.ละ 150 บาท ตนเห็นว่าผู้บริหารที่เกี่ยวกับยางพาราไม่มีความความสามารถ เนื่องจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เต็มไปด้วยพวกวัชพืช
       
       “โดยเฉพาะ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่รับผิดชอบเรื่องยางพารา ไม่มีความสามารถ เพียงแต่คิดว่าจะเป็นเซลล์ขายยางเอง เพียงแต่คิดผิดแล้ว น่าเสียดายตอนเป็นไพร่เป็นผู้นำผู้กล้าหาญ แต่พอเข้าสู่อำมาตย์กลับหงอย จากเสือมาเป็นแมว หมดท่าความกล้าหาญในการแก้ไขปัญหา”
       
       นายเพิก กล่าวว่า คนวงในกระทรวงเกษตรฯ เต็มไปด้วยพวกวัชพืช ผู้นำเกษตรยางพาราจอมปลอม จึงต้องเรียกผู้อยู่กับยางพาราตัวจริง ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มาร่วมหารือปรึกษา หากพรรคยางพาราไทย ได้บริหารเกี่ยวกับกิจการยาง ขอยืนยัน ราคายางขายได้ กก.ละ 150 บาท ทำไม่ได้ก็ให้พรรคยางพาราไทยสูญพันธุ์ไปเลย
       
       “ที่เอาเงิน 15,000 ล้านบาท มาดำเนินการเพื่อให้ราคายางมีเสถียรภาพและขยับสูงขึ้น ขณะนี้ต่างชาติกลับรู้เท่าทันหมดแล้ว ก็ทำการทุบราคายางพาราขึ้นลงวันต่อวันทุกวัน เพราะที่ผ่านมาคนของรัฐบาล ได้ไปทำเอ็มโอยูไว้กับต่างประเทศถึง 480,000 ตัน ที่ราคา กก.ละ 105 บาทแต่วันนี้สถานะความจริงยางพาราอยู่ที่ กก.ละ 150 บาท”
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2012, 11:55:09 AM »

กรุงเทพธุรกิจวันนี้

โฆษกศาลปกครองชี้ แก้รธน.ให้ศาลโดนแทรงแซง เป็นจุดอ่อนของระบบกระบวนการยุติธรรม

ทีมโฆษกศาลปกครองที่นำโดยนายไพโรจน์ มินเด็น แถลงจุดยืนประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ ในวันนี้ที่ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ จากกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข ส.ส.พรรคเพื่อไทย เสนอให้ยุบศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายไพโรจน์ มินเด็น โฆษกศาลปกครอง กล่าวว่า เปิดศาลมา 11 ปี ตัดสินไปแล้ว 7 หมื่นคดี มีคดีค้าง 6-7 ปี ตุลาการไม่หวั่นไหวที่จะทำหน้าที่ต่อไป ถ้าการแก้ไขรธน.แล้วให้ศาลโดนแทรกแซงได้จะเป็นจุดอ่อนของระบบกระบวนการยุติธรรม

ทางด้านนางสายทิพย์ สุคติพันธ์ รองโฆษกศาลปกครอง กล่าวว่า ศาลปกครองเกิดจากปฏิรูปการเมือง2540 เพื่อคุ้มครองเสรีภาพของประชาชนที่ถูกกระทบโดยหน่วยงานของรัฐ ศาลปกครองอยู่ในกระแสพัฒนาประชาธิปไตย เป็นที่พึ่งของคนตัวเล็กตัวน้อยที่รู้ไม่เท่าทันหน่วยงานของรัฐ บุคลากรทางศาลไม่ได้ตัดสินเหนือกฎหมาย สามารถโดนถอดถอนได้ โดนดำเนินคดีอาญาทั้ง ม.157 ม.200 210 202
บันทึกการเข้า
ดวง
Hero Member
*****
กระทู้: 1098


ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2012, 11:58:08 AM »

ขอบคุณค่ะ หมอแสนไชย..
ข่าวนี้ถูกต้อง เป็นความจริงที่สุดเลย ที่พ่อค้าแม่ขายกำลัง น้ำตาตกใน

รู้จักกับแม่ค้าที่ทำอาหารขายในโรงงาน
เล่าให้ฟังว่า เมื่อตกลงทำสัญญาขายอาหารในโรงงานแล้ว
ก็ต้องรับผิดชอบ ทำอาหาร ให้เพียงพอ และบริการคนงานในโรงงานอย่างทั่วถึง
จึงต้องมีการว่าจ้างผู้ช่วยอีกหลายคน
เวลาการขายก็ต้องขยายเวลาไปอีก หากวันไหนมีการทำงานล่วงหน้า
ซึ่งแม่ค้ารายนี้เป็นคนใจดี ทำอาหารอร่อย
คนงานพอใจมาก รวมถึงผู้บริหารด้วย
เธอทำอย่างนี้มาเป็นเวลาหลายปี จนปัจจุบันสุขภาพทรุดโทรม
อยากจะมีเวลาหยุดพักให้มากขึ้น ก็ไม่สามารถกำหนดเวลาทำงาน(ขายอาหาร)ของตัวเองได้
เพราะสัญญาที่ทำไว้ บังคับ หยุดไม่ได้ ต้องทำตามการทำงานของโรงงาน

เมื่อไม่นานมานี้ สุขภาพทรุดขนาดที่ว่าน่าจะพักงาน หรือเลิกอาชีพนี้
แนะนำไปว่า ให้ไปคุยกับผู้บริหารใหม่ว่า
จะกินอาหารอร่อยไปอีกนาน ๆ หรือว่าจะกินอีกไม่นาน
(เพราะหากเธอต้องทำงานอย่างนี้ต่อไป อายุอาจจะสั้น)
ไปขอแก้ไขสัญญา เพื่อกำหนดให้มีวันหยุดของร้านอาหาร


นี่เป็นชีวิตอีกแบบหนึ่ง ที่ต้องเดินไปตามเข็มนาฬิกาที่คนอื่นตั้งไว้ให้
คนที่อยู่ภายใต้การครอบงำของระบบทุน....
มีแต่ต้องเดิน...กับวิ่ง...หยุดไม่ได้...

บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #27 เมื่อ: 01 มีนาคม 2012, 22:56:03 PM »

ร้านอาหารธงฟ้ากระบี่เผ่นหนีโครงการ เหตุต้นทุนแพง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   1 มีนาคม 2555 19:33 น.   


       กระบี่ - พาณิชย์จังหวัดกระบี่ ครวญ! ร้านจำหน่ายอาหารธงฟ้าเรียงหน้าออกจากโครงการ เหตุต้นทุนทำอาหารแพง กำไรน้อย ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 10 ร้าน จากที่มีอยู่เดิมกว่า 30 ร้าน รับร้านอาหารในกระบี่บางร้านขายจานละ 50 บาท
       
       นางสาวศมานันท์ หวังประเทือง พาณิชย์จังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้ออกประกาศ เรื่องราคาจำหน่ายปลีกแนะนำอาหารปรุงสำเร็จรูป เพื่อชะลอการปรับราคาอาหารปรุงสำเร็จและลดภาระค่าครองชีพประชาชน รวมทั้งสร้างความเป็นธรรมในระบบการค้าอาหารปรุงสำเร็จ
       
       โดยมีราคาแนะนำแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ร้านอาหารธงฟ้า ร้านอาหารทั่วไป/ศูนย์อาหารในอาคารสำนักงาน และศูนย์อาหารในห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่ง ที่บริการตนเอง/ร้านอาหารศูนย์อาหารในอาคารสำนักงานในพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจ โดยราคาแนะนำ อาทิ ข้าวราดแกง กับข้าว 1 อย่าง ร้านธงฟ้า ราคา 20-25 บาท ร้านทั่วไป 25 บาท ศูนย์อาหาร ราคา 20 บาท
       
       พาณิชย์จังหวัดกระบี่ กล่าวอีกว่า ในส่วนของจังหวัดกระบี่ ราคาจำหน่ายปลีกอาหารปรุงสำเร็จ มีหลายราคาหลายประเภท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสถานที่ สภาพร้านค้า ประเภทอาหารและปริมาณ โดยในตลาดสดพบว่าราคาข้าวราดแกง ราคาประมาณ 25-30 บาท/จาน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ราคาแนะนำ แต่หากเป็นร้านค้าทั่วไป/ศูนย์อาหารในห้างสรรพสินค้า ส่วนใหญ่ราคาจะสูงกว่าราคาแนะนำที่กำหนด เนื่องจากผู้ประกอบการอ้างว่าค่าเช่าสถานที่/ค่าจ้างแรงงาน และราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารมีราคาสูง สำหรับศูนย์อาหารในร้านค้าปลีก ได้ให้ความร่วมมือจัดทำเมนูอาหารตามราคาแนะนำและมีเมนูทางเลือก ราคาประหยัด จานละ 25-30 บาท
       
       ส่วนแนวทางการแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ในการกำกับดูแลร้านอาหารปรุงสำเร็จให้เป็นธรรมทั้งผู้ค้าและผู้บริโภค เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน ทางพาณิชย์จังหวัด มีมาตรการดูแล 2 มาตรการ คือ มาตรการเสริมตลาดเพื่อตรึงราคา โดยการจัดหาร้านจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จที่มีราคาจำหน่ายไม่เกินราคาแนะนำ เข้าร่วมโครงการร้านธงฟ้าเพิ่มมากขึ้น และมาตรการทางกฎหมาย โดยจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบในการซื้ออาหาร
       
       นางสาวศมานันท์ กล่าวต่อไปว่า ยอมรับว่าจังหวัดกระบี่ ราคาอาหารแพงจริงๆ ซึ่งทางผู้ประกอบการอ้างว่า ทั้งสถานที่เช่า ราคาวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหารแพง จึงต้องปรับราคาอาหารสำเร็จรูปแพงตามไปด้วย โดยพบว่าราคาอาหารบางอย่างสูงถึงจานละ 50 บาท และในส่วนของร้านอาหารที่เคยเข้าร่วมโครงการร้านธงฟ้า ซึ่งจำหน่ายอาหารราคาถูก พบว่าบางร้านเลิกกิจการไปแล้ว หรือเอาป้ายออก เนื่องจากขายไม่ได้กำไร
       
       จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 30 ร้าน ขณะนี้เหลือไม่ถึง 10 ร้าน และกรณีที่ผู้บริโภคพบเห็นว่าร้านอาหารไม่มีการปิดป้ายแสดงราคา หรือถูกเอารัดเอาเปรียบ ร้องเรียนได้ทางสายด่วน 1569 ทางสำนักงานฯ จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ ออกตรวจสอบ หากพบการกระทำผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: 01 มีนาคม 2012, 22:59:45 PM »

น้ำท่วมใหญ่ในปีที่ผ่านมา

และแนวโน้มของโลกที่ประชากรเพิ่มขึ้นทุกวัน   พื้นที่เกษตรกรรมหดหายไปทุกวัน

จึงเห็นว่าสำหรับประเทศไทยแล้วน่าจะถึงเวลาที่ยุติการรุกล้ำพื้นที่ทางการเกษตรมาทำเป็นบ้านจัดสรรและนิคมอุตสาหกรรมได้แล้ว

ทิศทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยควรจะมุ่งไปสู่แนวตั้งมากกว่าแนวราบ

นั่นคือการสร้างที่อยู่อาศัยแบบคอนโด  อพาร์มเมนต์  ตึกสูง

มาแทนที่บ้านจัดสรรในแนวราบกันได้แล้ว
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!