บ้านตุลาไทย
23 กรกฎาคม 2014, 18:30:29 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จับตาการคัดสรรผู้บริหาร สสส. ต้องโปร่งใส !  (อ่าน 2604 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
จอยุพอ
Sr. Member
****
กระทู้: 577


หนักแน่นดั่งแผ่นผา...ยืนหยัด ทรนง....ผามงกั๊วะ...


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 04 กันยายน 2009, 11:19:05 AM »


สสส. หรือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี มีรายได้จากภาษีสรรพสามิตยาสูบและสุราในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ทำหน้าที่ จุดประกาย กระตุ้น สนับสนุน ประสานความร่วมมือเพื่อ ให้คนไทยริเริ่มกิจกรรมหรือโครงการสร้างเสริมสุขภาพ และ มีเงินทุนใช้ในการดำเนินงานปีละไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีประกาศรับสมัครผู้บริหารสูงสุดขององค์กรที่มีส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาวะ
ผู้คนทั้งประเทศ และต้องบริหารงบกว่าสองพันล้าน ด้วยประกาศเล็กๆ ตัวอักษรแค่สองบรรทัด ซุกซ่อนอยู่บนหน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ของ สสส.

อาการเช่นนี้ "สสส". ต้องมีคำตอบต่อสังคมไทยครับ.

คนไทยที่รัก ข่วยกันจับตาด้วยครับ.
บันทึกการเข้า

ส.นิรนาม
http://comradenoname.blogspot.com
สนามรบใหม่ในไซเบอร์เสปซ...เพื่อประเทศชาติ ประชาชน และหนทางการเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีกว่า... ผู้คนในยุคใหม่ภายใต้จิตวิญญาณดวงเก่า
..."สหาย" นิรนามมากมายจะกรีฑาทัพ....
vc2002
Sr. Member
****
กระทู้: 975


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 04 กันยายน 2009, 20:48:04 PM »

ต้อง.....
         โปร่งใส.........เพราะ "มีงบตั้งสองพันล้าน"
ต้อง.....
         เปลี่ยนวิสัยทัศน์...............เพราะเป็น"องค์กรอิสระ"มีอำนาจระดับชาติ
วิสัยทัศน์ต้องไม่คับแคบตีความการส่งเสริม "สุขภาพ"
แค่...ทางกายภาพ "โครงการวิ่งฯ" "โครงการงดเหล้าฯ" "โครงการฯ" อื่นๆอีกมากมาย
(ถ้าทำแค่นั้นให้..เด็กจบใหม่ในกระทรวงฯทำก้ได้-ให้..นศ.แพทย์ทำก็ได้)

                                                      "สุขภาพ"
ต้องหมายถึง.....
"สุขภาพโดยองค์รวม"อันประกอบด้วย
--สุขภาพกาย...ดี
--สุขภาพใจ.....ดี(ไม่ถูกเอาเปรียบ)
--สุขภาพจิตวิญญาณ....ดี(มีคุณธรรม-มีจิตอาสา)(ไม่เอาเปรียบผู้อื่น)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 กันยายน 2009, 20:50:43 PM โดย vc2002 » บันทึกการเข้า
จอยุพอ
Sr. Member
****
กระทู้: 577


หนักแน่นดั่งแผ่นผา...ยืนหยัด ทรนง....ผามงกั๊วะ...


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 05 กันยายน 2009, 02:30:29 AM »



คุณค่า ของ สสส.[/b][/size]

แม้ ชื่อของ สสส. คือ สำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ ฟังดู คล้ายจะเป็นเรื่องของสุขภาพ อนามัย เป็นสำคัญ ซึ่งหากเป็นความหมายในทางแคบ ย่อมจำกัดการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องเพียงกลุ่มหมอ พยาบาล คนในวงการสาธารณสุข กับ ผู้ป่วย เท่านั้น

การขยายบริบทความหมายเดิมจาก "สุขภาพ" หรือความแข็งเเรง หรือเจ็บไข้ได้ป่วย ที่เป็นความหมายแคบ ซึ่งเป็นการมองเห็นปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น การแก้ไขปัญหาก็มีต้องตามรักษาการเจ็บไข้ได้ป่วยของประชาชนพลเมืองอยู่ร่ำไป แก้อย่างไร ทุ่มเทงบประมาณมหาศาลลงไปเท่าไหร่ก็ไม่พอ ก็แก้ไม่ได้อย่างแท้จริง

จนเมื่อผู้อาวุโสในวงการฯ ได้จุดประกายให้ทบทวนบริบทหรือขอบเขตความหมาย โดย ขยายเป็น "สุขภาวะ" ที่มีความหมายขยายกว้าง ครอบคลุมชีวิต ตังแต่เกิดจนตาย โดย ครอบคลุมถึง กาย ใจ จิตวิญญาณ และ สังคม/ชุมชน ที่เป็นสภาพแวดล้อมที่มีส่วนกำหนดคุณภาพชีวิตของผู้คน

การตีความคุณค่าของ สสส. จากความเป็นจริง จึงอาจไม่ต้องเป็นเรื่องเดียวกันเสมอไปกับสิ่งที่ปรากฏในเอกสารแนะนำตัวหรือจาก เว็บไซต์ อย่างเป็นทางการของ สสส. ก็ตาม

สสส. จึงมีคุณค่าในฐานะองค์กรอิสระ ที่ทำหน้าที่ มากกว่า การดูแลรักษาสุขภาพแบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังเป็นความหวังในการเป็นแหล่งเงินทุน ผู้ประสานงาน ผู้จุดประกาย ผู้ขายความคิด ฯลฯ ในการทำงานประสานร่วมกับขบวนการภาคประชาชน องค์กร เครือข่าย และภาคประชาสังคม ในการเข้าทำงานขับเคลื่อนทางสังคม ที่ยึดถือ คน เป็นศูนย์กลาง มีความอยู่ดีมีสุข...

สสส. จึงมิใช่องค์กรที่มีความหมายและคุณค่าเฉพาะกลุ่ม เฉพาะพวก เฉพาะตน เท่านั้น...

แต่ สสส. จะเป็นองค์กรที่มีคุณค่า และความหมาย สำหรับ พวกเราทุกคน...

นั่นคือเหตุผลที่เราต้องจับจ้องมองดูการดำเนินการของ สสส.อย่างใกล้ชิด

โดยเฉพาะ ช่วงระยะสำคัญ ช่วงนี้ ที่มีการสรรหา ผู้จัดการ สสส.คนไหม่.....

จงช่วยกันจับจ้องมองดู กระบวนการที่ สสส.กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้...

เพื่อความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล อย่างแท้จริง.

บันทึกการเข้า

ส.นิรนาม
http://comradenoname.blogspot.com
สนามรบใหม่ในไซเบอร์เสปซ...เพื่อประเทศชาติ ประชาชน และหนทางการเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีกว่า... ผู้คนในยุคใหม่ภายใต้จิตวิญญาณดวงเก่า
..."สหาย" นิรนามมากมายจะกรีฑาทัพ....
ยอนละไม
Full Member
***
กระทู้: 388


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 05 กันยายน 2009, 11:29:16 AM »


        พูดถึง สสส. แล้ว ผมยังมีความประทับใจกับสปอตง่าย ๆ แต่ดูแล้วเข้าใจท้ันทีอย่างเกษตรทฤษฎีใหม่...

        แต่ก็อดคิดต่อไปไม่ได้ว่า "แล้วไงต่อ" ??...........

        แล้วไงต่อไม่ได้หมายถึงนั่งรอดูสปอตเก๋ ๆ ง่าย ๆ หรือหรู ๆ ประเภทโดนใจเลย

        แต่สิ่งที่ผมตั้งตารอก็คือ การรณรงค์ที่ออกมาเป็นชุด ๆ อย่างสอดรับกับโฆษณาชิ้นนั้น หาไม่เช่นนั้นมรรคผลที่ควรจะได้รับจากที่สังคมฮือฮากับสปอตตัวดัง ก็คงจะเป็นเพียงแค่กระแสของการเสพงานโฆษณาเพียงชั่วครั้งชั่วคราว    จากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างกำ็ยังคงดำเนินไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

        ทุกอย่างหยุดนิ่ง รวมทั้ง สสส.ก็หยุดนิ่ง จะมีเคลื่อนไหวอยู่บ้างก็ตรงที่ ผลการตัดสินรางวัลโฆษณาดีเด่นที่งานชิ้นนี้เข้าตากรรมการอย่างจัง

        ผลก็คือ คนของ สสส.ส่วนหนึ่งหน้าบาน แล้วสังคมล่ะได้อะไรจากโฆษณาชุดนี้บ้าง ??

        ไม่รู้ว่า คนของ สสส.กำลังโหยหาความความสำเร็จประเภทนี้อยู่อีกหรือเปล่า เพราะถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ละก็..

        น่าจะยุบ สสส. แล้วก่อตั้ง สำนักงานประชาสัมพันธ์อะไรสักอย่างที่ไม่จำเป็นต้องทำงานทางลึกอะไรอีกต่อไป

       โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่างานของ น่าจะใช้สปอตโฆษณาให้เป็นเพียงไม้เด็ดหรือเป็นกองหน้ากล้าตายอะไรประมาณนั้น

       แต่กองหน้ากล้าตายก็ยังไม่ใช่ตัวที่จะชี้ผลแพ้ชนะ ไม่ใช่สิ่งที่จะบอกว่าเรามาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

       ดังเช่น สปอตเกษตรทฤษฎีใหม่ ถ้าพยายามมองอย่างเข้าใจ ก็จะรู้สึกว่า งานชิ้นนั้นทำได้ถูกทิศถูกทาง ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียง

       แต่การไม่ทำอะไรต่อของ สสส. หมายถึงอะไร ??

       มองอย่างเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง ก็อาจเป็นไปได้ว่า "ฉันคิดของฉันแค่นี้" เสร็จแล้วก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นเอาไปคิด เอาไปทำต่อ หรือคิดแบบพยายามเข้าใจ สสส.อย่างสุด ๆ ก็ต้องบอกว่า

       "ฉันทำขนาดนี้ ดูง่าย ๆ ขนาดนี้ เข้าใจกันดีแล้วก็ลงมือทำเกษตรทฤษฎีใหม่ เริ่มต้นชีวิตแบบพอเพียงกันเลยซิ รออะไรอยู่ล่ะ (พวกหน้าโง่ทั้งหลาย) "

       ถ้าเป็นแบบนี้จริง ก็คงสะท้อนวิธีคิดของเจ้าของความคิด เจ้าของงานผู้รับผิดชอบ คงไม่เข้าใจในงานยุทธศาสตร์ของ สสส. เพราะงานสปอตตัวดังตัวนี้มีฐานะไม่ต่างอะไรกับงานประเภท "Pop up" ที่ไม่ได้ต้องการตอบสนองต่องานในระดับภาพรวม

       คิดตามแต่มันสมองโง่ ๆ ของผมเท่าที่คิดได้นะครับ สมมุติว่า งานสปอตชิ้นนี้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยงานผม ผมน่าจะปล่อยละคร หรือสารคดีชุดใหญ่ ๆ ออกมาสอดรับกับงานสปอต หรือไม่ก็จัดกิจกรรม หรือ ฯลฯ เพื่อส่งต่อ "Impact" ที่สปอตได้สร้างเอาไว้

       ไม่ใช่นั่งทำหน้าฉลาด ๆ รอให้พวกเอเจนซี่ รอพวกบริษัทโฆษณา(ที่ฉลาดและเหลี่ยมจัดกว่า)นำสตอรี่บอร์ดเข้ามาเสนองาน โดยมีงบประมาณก้อนใหญ่ของสสส.คอยสนองอยู่    จากนั้นก็รอคอยผลงานสปอตชื้นใหม่ออกมากระชากใจ กระชากความรู้สึกของผู้คนเป็นครั้ง ๆ ไป

        แล้วก็คิดแบบละเมอเพ้อพกว่า นี่คือความสำเร็จของ สสส
.
บันทึกการเข้า
vc2002
Sr. Member
****
กระทู้: 975


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 08 กันยายน 2009, 21:51:32 PM »

ได้ข่าวมาว่า  แพทย์ทั่วประเทศ
ลุกฮือกดดันให้ "การสรรหา ผจก.  สสส."ต้องโปร่งใส
ลุงป้าท่านใดที่มีข่าวทั้งทางลึก  ทางตื้น(ไม่ ฮา นะแถมจะซีเรียดอีกต๊ะหาก)
กรุณาบอกข่าวกันบ้าง
 ยิงฟันยิ้ม
 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
เพื่อให้องค์กรอิสระแห่งนี้เป็นไปเพื่อส่วนรวมโดยถูกต้องตามธรรมนองคลองธรรม
บันทึกการเข้า
samart
Full Member
***
กระทู้: 251


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 08 กันยายน 2009, 23:30:29 PM »

ขอร่วมแสดงความเห็นหน่อย  ทั้งๆที่ไม่เคยไปยุ่งอะไรกับ สสส.
เข้าใจว่าโดยหลักการของ สสส. ก็ดูดี  ที่มองสุขภาพแบบองค์รวม  จึงเห็นงานออกมาค่อนข้างกว่า ไม่ว่าจะเรื่องป้องกันอุบัติเหตุ  เหล้า บุหรี่  การดูแลสุขภาพตนเองและชุมชน  การทำมาหากิน  สังคมวัฒนธรรม  ฯลฯ

การทำงานจริงๆ  กรรมการ สสส.ไม่ได้ทำเองเลย  แต่เป็นผู้อนุมัติโครงการที่เสนอจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน  องค์กรชุมชน NGO ฯลฯ  ว่าเข้าตามวัตถุประสงค์หรือไม่  มีประโยชน์จริงหรือไม่

แต่ความจริงอีกนั่นแหละ  บางโครงการก็ได้ผลดี  บางโครงการก็ไม่ได้เรื่อง  บางโครงการได้ผลน้อยกว่าเงินที่ลงไป

ฉนั้นผลงานจึงขึ้นกับหน่วยงานที่เสนอโครงการว่าจะจริงใจแค่ไหน  หรือเสนอเพียงเพื่อหาเงินมาทำงาน  บางส่วนอาจใช้เป็นแหล่งหากิน 
ส่วนกรรมการก็มีส่วนสำคัญว่าจะต้องไม่อนุมัติง่ายๆ  และต้องมีการตรวจประเมินอย่างเข็มข้น  อันนี้เป็นห่วงว่ากรรมการจะทำได้แค่ไหน

ฉนั้นที่มาของกรรมการต้องให้ได้  คนดีและเก่งและกล้า
บันทึกการเข้า
Bright eyes
Hero Member
*****
กระทู้: 2747


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 09 กันยายน 2009, 03:31:31 AM »

กินงบประมาณจากการจัดซื้อ-จัดจ้างต่างๆ...โดยเฉพาะจากคอมมินชั่นยา....สาเหตุเพราะ...ระดับโรงพยบาลชุมชนโดยเฉพาะโรงพยาบาลใหญ่ๆระดับสามสิบเตียงขึ้นไป.....ผู้อำนวยการมันจะอยู่กันจนรากงอก.....ฯลฯ

กรณี สสส. ก็เหมือนกัน...ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเอาแต่พวกหมอเท่านั้นไปอยู่ระดับบริหาร...? ทั้งที่พวกเหวนี่..ไม่ค่อยมีเวลา....(เอ้อ..ไม่รุว่าเหวนี่จัดเป็นคำหยาบรึไม่?-สงสัยทางแอดมินและสมาชิกน่าจะจัดสารานุกรม คำที่จัดว่าเป็นคำหยาบคำไม่สุภาพประจำเวบซะดีมะ...ฮา-เฮ้อ-เดี๋ยวก็ถูกกักบริเวณอีกซะร๊อก....ฮา..มะออก)...

ต้องเสนอให้จัดองค์ประกอบ...ของ...สสส. ซะใหม่..ต้องมีภาคประชาสังคม(ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นหมอ....เป็นคนพิการก็ได้....เป็นผู้ปกครองคนพิการก็ได้.......เป็นผู้บริโภคก็ได้....พยาบาลก็ได้...ให้หมอส่วนข้างมากมันเอาเวลาไปตรวจรักษาคนไข้)

การบริหารองค์กรต่างๆ....คนไม่ใช่หมอก็ทำได้...แต่งานตรวจรักษาผู้ไข้..นี่...ใครจะทำแทนหมอได้.....หมอในประเทศนี้ยิ่งมีน้อยๆอยู่ ไม่รุทะลึ่งขึ้นไปทำงงานบริงานทำไม? (พ่อบ้านอิฉันว่า...ก็หมอมันฉลาดทุกเรื่อง?)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 กันยายน 2009, 04:13:30 AM โดย Bright eyes » บันทึกการเข้า
Bright eyes
Hero Member
*****
กระทู้: 2747


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 09 กันยายน 2009, 17:51:18 PM »

16 มีนาคม 2552

อีเมล์ผ่าน_http://www.democrat.or.th/contact.htm
จากเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติกถึงหัวหน้ารัฐบาลชุดคุณอภิสิทธิ์ ๑ บับที่ ๒

[นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย)-๐๘๑ ๘๐๖๒๖๗๑/นาง นภ้ทร พุกนะสูตร ประธานชมรมผู้ปกครองบุคคลสมาธิสั้น ๐๘๗๐๕๔๘๘๕๕/ นางประภา อภิพัฒนา ประธานชมรมผู้ปกครองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (บุคคลแอลดี)-๐๘๑๔๔๑๙๘๗๐/ นาง จีรพันธุ์ ตันมณี ประธานกองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีเพื่อสิทธิคนออทิสติก ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ปกครองฯ (0897114727)]

http://www.autisticthailand.com

ทางเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติก.....ใคร่ขอส่งประเด็นข้อเรียกร้อง (ตามแผนที่ชีวิตบุคคลออทิสติก แอลดี และสมาธิสั้น)ต่อรัฐบาล ชุดคุณอภิสิทธิ์ ๑ เนื่องในโอกาสที่ทางเครือข่ายผู้ปกครองฯ ได้รับการอนุเคราะห์ให้เข้าพบในวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๒ จากการให้ความอนุเคราะห์ประสานงานของ ท่าน สส. รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท

ดังนี้
๑.กองทุนการศึกษาที่เฉพาะเจาะจง ตาม "โครงการจัดตั้งกองทุนการศึกษาเพื่อบุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และบุคคลสมาธิสั้น" [โดยเริ่มต้นที่ ๒๐๐ ล้าน ....อย่างเร่งด่วนภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ นี้ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของ "สถาบันวิจัยและพัฒนาศักภาพและคุณภาพชีวิตแบบครบวงจร สำหรับบุคคลที่มีโครงสร้างการทำงานของสมองแตกต่างออกไปจากคนปกติ ( บุคคลแอลดี บุคคลที่มีการเรียนรู้บกพร่องและบุคคลสมาธิสั้น)"] โดยการกำกับดูแลของ สกอ. ที่เครือข่ายผู้ปกครองฯ-ภาคประชาชนมีส่วนร่วม

๒. ห้องเรียนสองรูปแบบ

๒.๑ ห้องเรียนคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติกในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน [ในอัตราส่วนผู้เรียนหนึ่งถึงสามคนต่อบุคลากรครูผู้สอนสองคนต่อหนึ่งห้องเรียนคู่ขนานฯ] (ห้องเรียนรูปแบบนี้สำหรับผู้เรียนออทิสติกศักยภาพต่ำและออทิสติกศักยภาพสูงที่ยังใช้หลักสูตรผู้เรียนปกติไม่ได้)

๒.๒ ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน [ในอัตราส่วนผู้เรียนสี่ถึงเจ็ดคนต่อบุคลากรครูผู้สอนสองคน]

โดยให้มีการวางระเบียบวิธีปฏิบัติ กระบวนการบริหารจัดการและวีการงบประมาณ ตลอดจนการกำหนดอัตราตำแหน่ง "บุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติก" และ "บุคลากรครูการศึกษาพิเศษ" เป็นครูประจำชั้นห้องเรียนทั้งสองรูปแบบดังกล่าวตามลำดับ ไว้ในสาระบบของ กพ. และ กค. โดยมีระเบียบวีธีการของ กพ. กค. และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องรองรับ ภาระงานและความก้าวหน้าบุคลากรดังกล่าวนี้ ทั้งนี้โดยให้ทางกระทรวงศึกษาฯ ตั้งอนุกรรมการที่มีบุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายผู้ปกครอง-ภาคประชาชน เข้าร่วมในคณะอนุกรรมการฯ เพื่อการนี้ด้วย ให้แล้วเสร็จภายในปี งบประมาณ ๒๕๕๒-๒๕๕๓

๓. ศูนย์บริการบุคคลออทิสติกประจำจังหวัด ในสังกัด อบจ. และ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน ในสังกัดของเทศบาลและ อบต. (หรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น)ที่ให้บริการดูแลตลอด ๒๕ ชม. ๓๖๕ วัน (กระทรวงมหาดไทย (มท.)) ภายใต้การกำกับดูแลและการประกันคุณภาพของ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

โดยมีการกำหนดกรอบบุคลากรและกรอบงบประมาณที่เฉพาะเจาะจง มีระเบียบวีปฎิบัติทั้งระเบียบวิธีการงบประมาณปกติ งบประมาณฉุกเฉิน และอัตรากำลังในสาระบบของทุกกระททรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้อง ทำนองเดียวกับห้องเรียนทั้งสองรูปแบบ ในข้อ ๒

๔. เกี่ยวกับ สสส. ให้มีตัวแทนของเครือข่ายผู้ปกครองฯ เป็นกรรมการหรืออนุกรรมการที่จะดูแลกำกับการใช้เงินของกองทุน สสส. แยกออกมาเป็นเอกเทศต่างหาก ที่จะสามารถให้เครือข่ายฯกำหนดกฎกติกาการใช้เงินของ สสส. ในส่วนของตนเองได้อย่างสนองความต้องการจำเป็นของกลุ่ม เนื่องเพราะ....


"สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 อยู่ภายใต้ การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี มีรายได้จากภาษีสรรพสามิตยาสูบและสุราในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ทำหน้าที่ จุดประกาย กระตุ้น สนับสนุน ประสานความร่วมมือเพื่อ ให้คนไทยริเริ่มกิจกรรมหรือโครงการสร้างเสริมสุขภาพ โดยไม่จำกัดกรอบวิธีการ และยินดีเปิดรับแนวทาง ปฏิบัติการใหม่ๆ ที่เป็น ความคิดสร้างสรรค์สามารถนำไปสู่การขยายค่านิยมและการสร้างพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและกว้างขวาง นับเป็นองค์กรด้านสุขภาพรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับมติของสมัชชาสุขภาพโลก ด้านการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (World Health Assembly Resolution 12.8 : Health Promotion and Health Life-Style)"

และยังมี แผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทย ซึ่งดูแลโดยผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรจาก องค์กรของ "คนพิการ" หรือ "ผู้ที่มีโครงสร้างการทำงานของสมองแตกต่างออกไปจากคนปกติ" ทำให้เงื่อนไขและกติกาการใช้เงินกองทุนฯ สสส. ไม่สนองความต้องการจำเป็นของกลุ่มเป้าหมาย

หมายถึงเครือข่ายขอแผนหนึ่งดูแลกันเอง

๕. ขอให้รัฐบาลสนับสนุนโครงการก่อตั้ง "สถาบันวิจัยฯ" ของมหาวิทบาลัยขอนแก่น โดยงบกลางและงบประมาณปกติของรัฐบาล ซึ่งเฉพาะหน้านี้ โครงการเร่งด่วน (ที่ตกค้างมาแต่รัฐบาลทักษิณ ๒) คือ

๕.๑ โครงการนำร่องก่อตั้งฝ่ายวิจัยและพัฒนาการฝึกอาชีพเพื่อการอาชีวะบำบัด ของ ศูนย์วิจัยฯออฯ มช. โครงการนี้จะใช้งบประมาณเริ่มต้น ปีละ ประมาณ ๒ ล้านบาท เป็นเวลาติดต่อกันประมาณ ๕ ปี ก็น่าจะสามารถวางระบบจนเข้างบประมาณปกติได้

๕.๒ โครงการผลิตดุษฎีบัณฑิตสาขาศึกษาศาสตร์ การศึกษาพิเศษเอกออทิสติก จากผู้จบปริญญาตีที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับบุคคลออทิสติกอยู่แล้ว จำนวน ๑๕ อัตรา และจากผู้ขบปริญาโท ที่ปฏิบัติงานกับบุคคลออทิสติกอยู่แล้ว จำนวน ๑๕ อัตรา รวมเป็น ๓๐ อัตรา

๕.๓ โครงการผลิตมหาบัณทิต สาขาศึกษาศาตร์ เอกการศึกษาพิเศา (ออทิสติก แอลดี และสมาธิสั้น)จำนวน ๓๐ อัตรา จาก ผ็ขบปริญญาตรีที่ทำงานเกี่ยวกับบุคคลออทิสติกอยู่แล้ว

๕.๔ โครงการศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัย UCLA และ สภาบัน EDEN """USA

บันทึกการเข้า
Bright eyes
Hero Member
*****
กระทู้: 2747


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 09 กันยายน 2009, 17:52:23 PM »

๔. เกี่ยวกับ สสส. ให้มีตัวแทนของเครือข่ายผู้ปกครองฯ เป็นกรรมการหรืออนุกรรมการที่จะดูแลกำกับการใช้เงินของกองทุน สสส. แยกออกมาเป็นเอกเทศต่างหาก ที่จะสามารถให้เครือข่ายฯกำหนดกฎกติกาการใช้เงินของ สสส. ในส่วนของตนเองได้อย่างสนองความต้องการจำเป็นของกลุ่ม เนื่องเพราะ....


"สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 อยู่ภายใต้ การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี มีรายได้จากภาษีสรรพสามิตยาสูบและสุราในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ทำหน้าที่ จุดประกาย กระตุ้น สนับสนุน ประสานความร่วมมือเพื่อ ให้คนไทยริเริ่มกิจกรรมหรือโครงการสร้างเสริมสุขภาพ โดยไม่จำกัดกรอบวิธีการ และยินดีเปิดรับแนวทาง ปฏิบัติการใหม่ๆ ที่เป็น ความคิดสร้างสรรค์สามารถนำไปสู่การขยายค่านิยมและการสร้างพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและกว้างขวาง นับเป็นองค์กรด้านสุขภาพรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับมติของสมัชชาสุขภาพโลก ด้านการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (World Health Assembly Resolution 12.8 : Health Promotion and Health Life-Style)"

และยังมี แผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทย ซึ่งดูแลโดยผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรจาก องค์กรของ "คนพิการ" หรือ "ผู้ที่มีโครงสร้างการทำงานของสมองแตกต่างออกไปจากคนปกติ" ทำให้เงื่อนไขและกติกาการใช้เงินกองทุนฯ สสส. ไม่สนองความต้องการจำเป็นของกลุ่มเป้าหมาย

หมายถึงเครือข่ายขอแผนหนึ่งดูแลกันเอง
บันทึกการเข้า
Bright eyes
Hero Member
*****
กระทู้: 2747


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 09 กันยายน 2009, 17:57:40 PM »

ขอที่ยืนให้แก่.....หัวหน้าองค์กรคนพิการ คนที่มีโครงสร้างการทำงานของสมองแตกต่างออกไป..เข้าร่วม.....อย่าเอาแต่พวกหมอเป็นใหญ่เท่านั้น....ไม่งั้น..จะได้ดุลภาพของสังคมที่ไหน....
สัดส่วนระหว่างผู้ให้บริการ(หมอ....)กะผู้รับบริการ(ประชาชน..ผู้ป่วย ผู้พิการ) ต้องสามารถถ่วงดุลกันได้....

แหม...เอางบประมาณไปนั่งทับไว่้เป็นพันๆล้าน....อยู่กลุ่มเดียวได้ไง....

เรียกร้องผู้บริหารโรงพยาบาลทุกขนาดตั้งแต่สิบเตียงไปจนถึงพันเตียง.....ย้ายทุกสามหรือสี่ปี....ส่วนแพทย์ธรรมดา...มันจะอยู่กันจนรากงอกก็ช่างหัวมัน.....[แล้วให้ค่าประจำตำแหน่งผู้บริหารสูงๆ หน่อย....สักห้าหมื่นขึ้นประมาณนี้???โดยไม่ต้องเบียดบังเวลาราชการไปทำคลีนิกหรือไปเป็น..."มือปืนรับจ้าง"]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 กันยายน 2009, 18:09:32 PM โดย Bright eyes » บันทึกการเข้า
vc2002
Sr. Member
****
กระทู้: 975


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 09 กันยายน 2009, 22:35:04 PM »


ส่วนกรรมการก็มีส่วนสำคัญว่าจะต้องไม่อนุมัติง่ายๆ  และต้องมีการตรวจประเมินอย่างเข็มข้น  อันนี้เป็นห่วงว่ากรรมการจะทำได้แค่ไหน

ฉนั้นที่มาของกรรมการต้องให้ได้  คนดีและเก่งและกล้า


ขีดเส้นใต้แรก
จากมาตรา3  ของพรบ.กองทุนฯ
มาตรา21  มาตรา28 ในหมวด 3
แสดงให้เห็นว่า คณะกรรมการฯมีหน้าที่เพียงคุมนโยบาย
คนอนุมัติโครงการคือ "ผู้จัดการโครงการ"
การคัดสรรตัว "ผู้จัดการโครงการ"  จึงต้องโปร่งใสเป็นพิเศษ
คณะกรรมการต้องร่วมรับผิดชอบและให้สาธารณะชนร่วมรับรู้
ไม่ใช่แต่งตั้งกันเป็นการภายใน
(อันนี้น่าจะใช้ตัวอย่างจากการคัดสรร "ผอ.TPBS"เป็นต้นแบบได้)

ขีดเส้นใต้ที่สอง
จากมาตรา 17   มาตรา21-26
ของพรบ.  นี้แสดงให้เห็นว่า
คระกรรมการฯ  ถูกแต่งตั้งโดย นายกฯมีวาระ3ปี
(อันนี้มีระเบียบกำหนดแน่นอน  มีทั้งเป็นโดยตำแหน่ง และถูก นายกฯเลือก)
(ซึ่งดูจากเงื่อนเวลา น่าจะถูกแต่งตั้งไปแล้วจากรัฐบาลก่อน)
(ผิดถูกอย่างไรผู้รู้แย้งด้วยครับ)
แต่ผจก.  มีวาระ4ปี
ถูกแต่งตั้งโดยคณะกรรมการอีกที
และมีตะแหน่งเป็นกรรมการและเลขาคณะกรรมการโดยทันที
ตามมาตรา21-26
.........
ระยะนี้จึงน่าจะเป็นช่วงเลือก  ผจก.
ซึ่งเป็นเวลาที่เราสามารถ  เสนอ  เรียกร้อง  กดดัน
ให้ คณะกรรมการฯ(ซึ่งแต่งตั้งไปแล้วเปลี่ยนอะไรไม่ได้)
ทำทุกอย่างให้โปร่งใส่แบบ(TPBS)
ช่วงนี้จึงเรียกร้องให้ทุกวงการไม่ว่าแพทย์ คนดี คนกล้า  (ผู้นำ)คนพิการ
ออกมา........
จับตา การเลือก  ผจก.ครั้งนี้
ยิ่งถ้าเรียกร้องให้ คณะกรรมการฯเปิดมีการโหวต  หรือรับสมัครอย่างโปร่งใสก็ยิ่งดี
(ดูตามมาตรา25หมวด 2  น่าเปิดรับสมัครได้จากบุคคลทั่วไปด้วยซ้ำ)
(อันนี้คงต้องให้ผู้อ่านกฎหมายเป็นตีความอีกที)

 ฮืม
 ฮืม  ฮืม 
 ฮืม   ฮืม    ฮืม
บันทึกการเข้า
vc2002
Sr. Member
****
กระทู้: 975


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 09 กันยายน 2009, 22:43:17 PM »

พระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 2544
มีฉบับเต็มๆที่นี่ครับ

http://www.thaihealth.or.th/files/1.pdf

(ผมเองก็อ้างมาตราต่างๆตามนั้น)
ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ  สสส. มีที่นี่ครับ

http://www.thaihealth.or.th/about
บันทึกการเข้า
samart
Full Member
***
กระทู้: 251


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: 11 กันยายน 2009, 21:20:32 PM »

เจนตนารมย์ดี   แต่คนต้องระวังให้ดี
ยุคแรกๆของ สสส.ไม่น่าจะมีปัญหามากเพราะคนที่มาทำงานเป็นคนเข้าใจเจตนารมย์ดี  เป็นผู้ผลักดันให้เกิด  มีความตั้งใจให้บรรลุเจนตนารมย์
แต่พอนานๆเข้าเมื่อมีเงินมากๆ   ก็เริ่มเป็นที่หมายตาของคนที่ต้องการเข้ามาหาประโยชน์  โดยเฉพาะนักการเมืองจะได้ทั้งผลประโยชน์ทางการเมืองและทางธุรกิจ    นักธุรกิจบางกลุ่มก็จองตาเป็นมัน   ทั้งสองกลุ่มอาจร่วมมือกันก็ได้
นี่ซิคือสิ่งที่ต้องระวังให้มาก  ต้องไม่ให้พวกนี้เข้ามาเป็นอันขาด
บันทึกการเข้า
samart
Full Member
***
กระทู้: 251


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 11 กันยายน 2009, 21:22:27 PM »

ต้องขอโทษ  ที่จริงตั้งใจจะขีดเส้นใต้  แต่ทำไมกลายเป็นขีดฆ่าเสียนี่
บันทึกการเข้า
จอยุพอ
Sr. Member
****
กระทู้: 577


หนักแน่นดั่งแผ่นผา...ยืนหยัด ทรนง....ผามงกั๊วะ...


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 11 กันยายน 2009, 22:14:29 PM »

 ยิ้มเท่ห์

ข้อมูล จากการแสดงความเห็นใน กระแส Forward mail  ในที่ต่างๆ มีดังนี้
 
๑) ช่วยเข้าไปแสดงความเป็น ใน http://farpleinsee.blogspot.com/
 
เพื่อความโปร่งใสในการสรรหา ผจก. สสส. ด่วน !
...............................................................................


๒)  กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
องค์กรหลักในการสร้างเสริมสุขภาพ มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐ  แต่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ภายใต้การกำกับของนายกรัฐมนตรี
มีความเป็นอิสระในด้านบริหารจัดการและงบประมาณ โดยมีงบประมาณมาจากภาษีสุราและยาสูบในอัตราร้อยละ 2 ประมาณ 2,100 - 2,700 ล้านบาท/ปี ซึ่งวงเงินปีละขนาดนี้ ถ้าตกอยู่ในมือ "คนที่ถูกต้อง" ก็จะทำให้บ้านเมืองเจริญทัดเทียมอารยประเทศ แต่ถ้าตกอยู่ในมือ "คนที่ไม่ถูกต้อง" ก็เท่ากับเราปล่อยปละละเลยและร่วมทำร้ายประเทศทางอ้อม 
ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการสรรหา
"ผู้จัดการกองทุน สสส.คนใหม่"
  แต่ทำไมหลังจากปิดรับสมัครไปแล้วเกือบ 3 สัปดาห์ จึงยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะว่าขั้นตอนต่างๆเป็นอย่างไร มีใครบ้างเป็นผู้สมัครบ้าง มีใครเป็นกรรมการบ้าง มีใครบ้างที่เกี่ยวข้องในกระบวนการทั้งหมด
นี่คือโฉมหน้าของ 3 ตัวเต็ง (เท่าที่สืบทราบเท่านั้น..)
 
  1. นายแพทย์ พลเดช  ปิ่นประทีป
       เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา / กรรมการนโยบายไทยพีบีเอส
      อดีตรมช.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
 2. ทันตแพทย์ กฤษดา  เรืองอารีย์รัชต์
       รองผู้จัดการกองทุน สสส.
 3. นายแพทย์ ยงยุทธ  วงศ์ภิรมย์ศานติ์
       ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข / กรรมการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก /
       รองประธานมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
 
 หากท่านเป็น‘คนไทยคนหนึ่ง’ ก็น่าจะมีสิทธิโหวตไว้ในใจบ้าง
แต่จะตรงกับความเห็นของคณะกรรมการสรรหา 7 ท่าน (เท่าที่สืบทราบ) นำโดย นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช, นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน และนายแพทย์อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม หรือไม่ 
อีกไม่นานก็รู้กัน!!!   
 
  เย็นวันที่ 11 กันยายน และเช้าวันที่  12 กันยายน นี้ คณะกรรมการสรรหานัดสัมภาษณ์ผู้สมัครที่โรงแรมโรสการ์เด้นท์ สามพราน...
 ผลที่ออกมาจะตรงใจประชาชนหรือไม่ ..โปรดจับตา..
....................................................................................
๓) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
องค์กรหลักในการสร้างเสริมสุขภาพ มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐ  แต่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ภายใต้การกำกับของนายกรัฐมนตรี
มีความเป็นอิสระในด้านบริหารจัดการและงบประมาณ โดยมีงบประมาณมาจากภาษีสุราและยาสูบในอัตราร้อยละ 2 ประมาณ 2,100 - 2,700 ล้านบาท/ปี ซึ่งวงเงินปีละขนาดนี้ ถ้าตกอยู่ในมือ "คนที่ถูกต้อง" ก็จะทำให้บ้านเมืองเจริญทัดเทียมอารยประเทศ แต่ถ้าตกอยู่ในมือ "คนที่ไม่ถูกต้อง" ก็เท่ากับเราปล่อยปละละเลยและร่วมทำร้ายประเทศทางอ้อม 
ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการสรรหา
 
"ผู้จัดการกองทุน สสส.คนใหม่"
 
ภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบ
(๑)          เป็นผู้บริหารสูงสุด ของสำนักงาน สสส.
(๒)         บริหารกิจการของกองทุน สสส. ให้เป็นไปตามกฎหมายและวัตถุประสงค์ของกองทุน
(๓)         ศึกษา วิเคราะห์ และประเมินผลการดำเนินการของกองทุน สสส. รวมทั้งเสนอเป้าหมาย แผนงาน โครงการ แผนการดำเนินงานประจำปีของกองทุน และแผนการเงินและงบประมาณประจำปีต่อคณะกรรมการ สสส.
(๔)          จัดทำรายงานและการบัญชีของกองทุน และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี
(๕)          ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของกองทุน สสส. ให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ
(๖)          ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่คณะกรรมการ สสส. มอบหมาย
คุณสมบัติ
(๑)         สัญชาติไทย อายุไม่เกิน ๖๐ ปี
(๒)        มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เหมาะสมกับกิจการของกองทุน
(๓)        มีความรู้ ความเข้าใจ ต่อภารกิจของ สสส. ตลอดจนยุทธศาสตร์ด้านประชาสังคมเป็นอย่างดี
(๔)         มีแนวคิด วิสัยทัศน์ และยุทธศาสตร์ ที่ชัดเจนในการสร้างเสริมสุขภาพ  รวมทั้งสามารถแปรวิสัยทัศน์และมติของคณะกรรมการ สสส. ไปสู่แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมต่างๆ ได้
(๕)         มีประสบการณ์ ผลงาน หรือศักยภาพ อันจะสามารถบริหารกิจการของกองทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
(๖)         เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับจากวงการสร้างเสริมสุขภาพ วงการประชาสังคม และวงการการบริหารหน่วยงานอิสระของรัฐ และสามารถปฏิบัติงานร่วมกับพหุภาคีได้เป็นอย่างดี
(๗)        เป็นผู้ที่ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยใดๆ
(๘)         มีคุณสมบัติอื่นครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔
 
หากท่าน "รู้สึกจริงๆแรงๆ" ว่าอยากเห็นบ้านเมืองเจริญทัดเทียมอารยประเทศเสียที ก็สามารถร่วมเป็น "ไฟฉาย" ช่วยกันส่องให้การสรรหา ผู้จัดการ กองทุน สสส. คนใหม่ อยู่ในสายตาของท่าน เพื่อทำให้เกิดการเปิดเผย โปร่งใสและเป็นธรรมในทุกขั้นตอน
 
และโปรดส่งข้อความนี้ไปยังคนที่ "รู้สึกจริงๆแรงๆ" เหมือนท่านต่อไปเรื่อยๆ
.....................................................
๔)  คนใน สสส.ทำหน้าที่ให้ทุนคนอื่นและตรวจสอบคนอื่นตลอดมา
 
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ คนใน สสส.ต้องตรวจสอบตัวเองเป็นครั้งแรกกับคำถามว่า
 
"พวกคุณมีความจริงใจและโปร่งใสแค่ไหนในการทำกระบวนการสรรหา ผู้จัดการ สสส.คนใหม่?"
 
ทำไมหลังจากปิดรับสมัครไปแล้วเกือบ 2 สัปดาห์ จึงยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ว่าขั้นตอนต่างๆเป็นอย่างไร มีใครบ้างเป็นผู้สมัครบ้าง มีใครเป็นกรรมการบ้าง มีใครบ้างที่เกี่ยวข้องในกระบวนการทั้งหมด
 
ไม่มีใครในพวกคุณ...รู้สึกผิดปกติหรือสำนึกภายในเรียกร้องให้ทำสิ่งที่ถูกต้องบ้างหรือ!!!!
 
หากพวกคุณจะอ้างว่า "เออ ที่ปิดบังเพราะกรรมการจะได้ทำงานง่ายขึ้นและเป็นธรรมต่อผู้สมัครทุกคน" ก็ย่อมพูดได้
แต่จะเป็นธรรมได้อย่างไร ในเมื่อถึงวันนี้ แม้แต่ตัวผู้สมัครเองก็ยังไม่รู้ว่ากำลังแข่งกับใครบ้างหรืออันที่จริงกำลังแข่งอยู่กับอะไร!!!
 
สสส. พอช. สปสช. ตั้งขึ้นเพราะสังคมหมดหวังกับธรรมาภิบาลในองค์กรเก่าๆที่ตั้งขึ้นก่อนรัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่ใช่หรอกหรือ?
 
สสส.จึงเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าธรรมาภิบาลไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันของอาจารย์ผู้ใหญ่เช่น คุณหมอประเวศ วะสี อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม คุณหมอบรรลุ ศิริพานิช คุณหมอวิชัย โชควิวัฒน เป็นต้น หลังจากที่ พอช. สปสช.ไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้เลย
 
คุณหมอสุภกร บัวสาย ทำดีตลอดมา ได้รับเสียงชื่นชมอย่างสูงจากสังคม จึงมีอนาคตอีกยาวไกล
พวกเราจึงอยากเตือนคุณหมอว่า 'อย่ามาตายตอนจบ' เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัวและพวกพ้อง มากกว่าผลสัมฤทธิ์เพื่อส่วนรวมและประเทศชาติเลย
 
ด้วยความปรารถนาดีจาก
กลุ่มคนรัก สสส.
 
 
โปรดส่งต่อไปยังคนมีเชื่อว่าธรรมาภิบาลมีจริงและยังพอมีความหวังกับสังคมด้วย...

..........................
บันทึกการเข้า

ส.นิรนาม
http://comradenoname.blogspot.com
สนามรบใหม่ในไซเบอร์เสปซ...เพื่อประเทศชาติ ประชาชน และหนทางการเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีกว่า... ผู้คนในยุคใหม่ภายใต้จิตวิญญาณดวงเก่า
..."สหาย" นิรนามมากมายจะกรีฑาทัพ....
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.18 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!