บ้านตุลาไทย
19 พฤศจิกายน 2017, 02:17:40 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พฤติกรรมเด็กวัย 3-6 ขวบ..ขอเล่นด้วยคนนะ  (อ่าน 2538 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Sabaidee Luang Prabang
Newbie
*
กระทู้: 35



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 20 เมษายน 2010, 07:58:38 AM »





พฤติกรรมเด็กวัย 3-6 ขวบ..ขอเล่นด้วยคนนะ

ในโลกของเด็กเป็นโลกง่าย ๆ ไม่มีเรื่องราวการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
การที่เด็กจะเล่นด้วยกันนั้น พวกเขามองกันว่าอยากจะมาเล่นด้วยแล้วเล่นเป็นหรือเปล่า


เล่นเก่งหรือเปล่า แพ้เป็นไหม จะร้องไห้หรือพาลโกรธทุกคน ขี้โกงหรือชอบโวยวาย
เปลี่ยนกติกาบ่อย ๆ ถ้าเป็นคนนิสัยดี สนุกสนาน เด็ก ๆ ก็จะชวนกันเล่นต่อไปได้
แต่ถ้าเป็นคนไม่เข้าท่า พวกเพื่อน ๆ พร้อมใจกันไม่เล่นด้วย ง่าย ๆ และตรงไปตรงมาแบบนี้แหละ



สาเหตุที่เด็กไม่ค่อยมีเพื่อน

1. มีลักษณะนิสัยไม่เป็นที่ยอมรับ เช่นเจ้าอารมณ์ ชอบเอาชนะ ขี้โกง
แพ้แล้วชวนตี กวน เอาเปรียบ ฯลฯ

2. ขาดทักษะในการเข้าสังคม ไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น ควบคุมอารมณ์ของตนเองไม่เป็น
ไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ทำตามความคิดเห็นของคนเองเป็นหลัก

3. ทักษะการเล่นบกพร่อง เล่นเป็นไม่กี่อย่าง ยอมรับการเล่นใหม่ ๆ ได้ช้า
หรือไม่ยอมรับ เล่นไม่เก่ง

4. ถูกเลี้ยงดูแบบตามใจ ยอมเด็ก ส่งเสริมให้เด็กปรับตัวไม่เก่ง



วิธีการแก้ไข

1. ฝึกให้หัดยับยั้งตัวเอง ถ้าสังเกตเด็กให้ดี จะพบว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์
ที่ไม่ตรงกับสิ่งที่เด็กคาดหวัง เด็กจะแสดงปฏิกิริยาทางอารมณ์ทันที

ซึ่งอาจเป็นความโกรธ น้อยใจ กลุ้มใจ หงุดหงิด ฯลฯ งานของพ่อแม่งานหนึ่งที่สำคัญ
ที่จะต้องฝึกสอนลูกตั้งแต่ อายุ 1 ปี ขึ้นไปก็คือฝึกให้ลูกเข้าใจอารมณ์ของตัวเอง
หัดยับยั้งอารมณ์ หยุดตัวเองให้มีเวลาวิเคราะห์แยกแยะปัญหาต่าง ๆ การที่จะฝึกสอนเด็กได้

พ่อแม่จะต้องเป็นแบบอย่างในการยับยั้งการแสดงออก เป็นต้นแบบของเด็กอยู่ตลลอดเวลา
แม่ที่เจ้าอารมณ์ ลูกก็จะเจ้าอารมณ์ตามด้วย พ่อที่โมโหแล้วขว้างของ คงไม่น่าแปลกใจ
ที่จะพบว่าเวลาลูกโกรธ ลูกก็จะขว้างของด้วย

การฝึกให้เด็กเรียนรู้ที่จะหยุดยั้งอารมณ์และตัวเอง เพื่อให้เวลาตัวเองคิดไตร่ตรอง
และวางแผนหังจากนั้นลงมือทำหรือแสดงออก ซึ่งพฤติกรรมที่เด็กแสดงออก

หลังจากการไตร่ตรองแล้วมักจะเหมาะสมกว่าพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกไปตามอารมณ์
และความรู้สึกแรก ผู้ฝึกจึงต้องรู้ว่าตนเองจะฝึกอะไรให้เด็ก อยู่ใกล้เด็กเพียงพอ
ที่จะเป็นพี่เลี้ยงช่วยเด็กให้ควบคุมอารมณ์และคิดไตร่ตรอง ทีละเล็ก ทีละน้อย
ถ้าทำได้ดีก็จะเห็นว่าเด็กควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นในเวลาที่ผ่านไป

2. ลดการส่งเสริมทำให้เด็กใจร้อน โดยเฉพาะการตามใจเด็กในทุกรูปแบบ
ซึ่งจะส่งผลทำให้เด็กเรียนรู้ว่า “ของฉันต้องทันที” การที่พ่อแม่ทำให้เด็กทุกอย่าง
หรือให้ทุกสิ่งที่เด็กต้องการ เพื่อแลกกับการหยุดร้องไห้อาละวาดของเด็ก

หรือยอมให้เด็กทำหรือเล่นในสิ่งที่อยากเล่น สิ่งใดที่ไม่ชอบก็ไม่ต้องทำ
ทั้งหมดที่กล่าวมาจะทำให้เด็กติดนิสัยใจร้อน รอคอยไม่เป็น และเอาแต่ใจตัวเอง

3. ฝึกให้ช่วยเหลือตัวเองเพิ่มขึ้น เพราะการที่เด็กมีโอกาสช่วยตัวเองขึ้นมาตามวัย
จะเสริมทำให้เด็กมีโอกาสทำผิดพลาด เนื่องจากขาดประสบการณ์และคิดล่วงหน้าไม่ถึง

ทำให้เด็กมีโอกาสเรียนรู้แก้ไขปัญหา หรือข้อผิดพลาดได้คล่อง ที่เน้นเรื่องนี้
เพราะการอยู่รวมกับเด็กอื่น ๆ หลานคนต่างคนต่างก็ไร้ประสบการณ์

จึงมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดได้กันทุกคน การยอมรับข้อผิดพลาดของตนเองและผู้อื่น
รวมทั้งการหาแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น จะช่วยทำให้เด็กเป็นที่ยอมรับของกลุ่มเพื่อนได้ง่ายขึ้น

4. ฝึกสอนให้เด็กเรียนรู้จักอารมณ์ของผู้อื่น และอารมณ์ของตนเอง พอ ๆ
กับการเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ตนเอง และช่วยปลอบโยน ผ่อนคลายอารมณ์ของผู้อื่นเป็น

จุดสำคัญของการสอนในหัวข้อนี้ อยู่ที่คุณสมบัติของผู้ที่ใกล้ชิดเด็ก ว่า
ควบคุมอารมณ์ตนเองมากน้อยเท่าใด รู้จักปลอบโยนเด็กเมื่อเด็กกำลังมีอารมณ์
พลุ่งพล่านได้เหมาะสมหรือไม่ และให้โอกาสเด็กได้ฝึกฝนมากน้อยเพียงใด

5. ฝึกสอนวิธีการเล่นที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งการเล่นเงียบ ๆ 2 คน
การเล่นรวมกับคน 3 – 4 คน และวิธีการเล่นที่เล่นรวมกับคนหลาย ๆ คน

การเล่นที่ง่ายไม่ซับซ้อน รวมไปถึงการเล่นที่ใช้ความสังเกต ใช้ทักษะยาก ๆ เป็นต้น
ไม่ว่าจะฝึกให้ลูกเล่นสิ่งใด พ่อแม่นอกจากจะต้องนึกถึงใจของเด็กด้วยว่า

สิ่งที่ฝึกนั้นต้องสนุก เร้าใจ บรรยากาศสบาย ๆ และการเล่นนี้สามารถนำไปเล่นกับเพื่อนที่โรงเรียนได้
ไล่จับ เป่ายิงแบ พระราชา บัลลูน ดีดลูกหิน จระเข้ไล่จับ กระต่ายขาเดียว
ปลาเป็นปลาตาย ตุ๊กตาหิน หมากเก็บ ฯลฯ

การเล่นใดก็ตามที่เกเขาฮิตเล่นกันที่โรงเรียน ก็ขอให้พ่อแม่แบ่งเวลา
ไปนั่งดูเด็ก ๆ เขาเล่นกัน แล้วกลับมาซุ่มซ้อม สอนลูกให้เป็นเหมือนชาวบ้านเขา

6. เป็นเพื่อนกับลูกขณะเล่น ก็คือขอให้คุณลงไปเล่นกับลูกให้สนุก ฝึกไปด้วยเล่นไปด้วย
เมื่อเด็กยั้งตัวเองไม่ได้ ก็ต้องจับตัวเอาไว้ หัวเราะไปด้วย สนุกไปด้วย แต่จับตัวเด็กเอาไว้

จนถึงคิวของเด็ก พยายามหลีกเลี่ยงการสั่งสอนมากมาย จนทำลายบรรยากาศการเล่น
หรือคอยตำหนิดุว่า โดยที่คุณลงทุนแค่ยืนมองลูกเล่นเท่านั้น

7. ขณะเล่นด้วยกัน ก็ต้องฝึกให้เด็กรู้จักความพ่ายแพ้ และชัยชนะ ถ้าถูกขี้โกง
อย่ามองข้าม ต้องโวยวายและหยุดเล่น แยกเด็กออกมาให้ดูคนอื่นเล่น
เพื่อเด็กจะได้มีเวลาแยกแยะว่าจะปรับปรุงวิธีการ และยอมรับกติกาได้หรือไม่

ถ้าคิดว่าทำได้ ก็ให้โอกาสเล่นต่อ และเมื่อทำไม่ได้อีก ก็แยกเด็กออกอีก
อย่าปล่อยให้เด็กขี้โกง และอย่ายืดกฎเกณฑ์กติกาการเล่นออกเพื่อเด็ก

เนื่องจากถ้าทำบ่อย ๆ เด็กจะเรียนรู้และนำไปใช้ที่โรงเรียน ว่ากติกาการเล่น
ไม่จำเป็นต้องทำตาม และสามารถเปลี่ยนกติกาได้ตามใจผู้เล่น
ผลที่สุดจะทำให้ไม่มีใครอยากเล่นกับเด็ก



บทความวิชาการ..โดย พ.ญ. วินัดดา ปิยะศิลป์

ข้อมูลจาก..มูลนิธิเด็ก..Foundation For Children



บันทึกการเข้า

Child Research & Development Project
Tai Knowledge Base Foundation
http://www.taiknowledgebase.org
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!