บ้านตุลาไทย
19 พฤศจิกายน 2017, 02:20:43 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พฤติกรรมเด็กวัย 3-6 ขวบ..งุ่มง่ามชะมัด  (อ่าน 2578 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Sabaidee Luang Prabang
Newbie
*
กระทู้: 35



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 21 เมษายน 2010, 05:46:30 AM »





พฤติกรรมเด็กวัย 3-6 ขวบ..งุ่มง่ามชะมัด

น้องต้อมเขียนหนังสือช้ามาก ทำไม่เคยเสร็จทัน ครูก็บ่น คุณแม่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเหมือนกัน
เพราะต้อมเองก็เชื่องช้าเวลาอยู่ที่บ้าน จนพี่น้องคนอื่นจะเปลี่ยนชื่อให้จาก “น้องต้อม” เป็น “น้องเต่า” แทน

ผลกระทบจากการที่เด็กใช้มือได้ไม่คล่อง นอกจากทำให้ผลงานออกมาไม่ดี ทำงานชักช้า
ทำงานไม่เสร็จแล้ว ยังส่งผลทำให้เวลาในการเล่นลดน้อยลง เพราะมัวแต่เสียเวลาทำงานนาน
สุดท้ายก็คือเล่นไม่เก่ง เนื่องจากขาดการฝึกฝน ขาดโอกาสที่จะสนุกสนานกับเพื่อน


การเล่นที่ต้องใช้มือ ก็จะเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ กลุ่มนี้ไม่ชำนาญเช่นกัน ถ้ามองให้ลึกซึ้งก็จะเห็นว่า
การทำงานประสานกันระหว่างมือกับตา มีคุณภาพต่ำไปด้วย ฉะนั้นกิจกรรมใดก็ตามที่ใช้อวัยวะตา – มือ
เช่นการตีแบดบินตัน ตีปิงปอง ทอยกอง ดีดลูกหิน หมากเก็บ โยนลูกบอลลงตะกร้า ฯลฯ
ก็จะทำไม่ค่อยได้  ท้ายที่สุดเด็กก็จะมีทักษะในการกีฬาแลละการเล่นต่ำกว่าเด็กคนอื่น ๆ



สาเหตุของเด็กงุ่มง่ามใช้มือไม่คล่อง

1. ขาดการฝึกฝนที่เหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่ถูกละทิ้งหรือละเลย
หรือขาดคนกระตุ้นให้เด็กกระตือรือร้น สนุกในการช่วยเหลือตัวเอง พ่อแม่สามารถฝึกฝน
ให้ลูกใช้มือกับตาให้คล่องขึ้นผ่านการช่วยเหลือตนเอง เช่น การตักน้ำอาบเองระยะแรก ๆ

อาจตักน้ำราดโดนตัวบ้าง ไม่โดนบ้าง สุดท้ายทำบ่อย ๆ ก็จะเริ่มกำหนดทิศทางมือ
และกำหนดทิศทางของน้ำในขันให้ราดโดนตัวได้เพิ่มขึ้น เป็นต้น ถ้าสังเกตให้ดี

จะพบว่าการถูสบู่ แปรงฟัน ติดกระดุม รุดซิป ใส่กางเกง ใส่เสื้อ ทาแป้ง
ผูกเชือกรองเท้า ใส่เข็มขัด ฯลฯ เป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยการทำงานของมือทั้งสิ้น
นอกจากมือ 2 ข้างจะทำงานดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการฝึกให้มือกับตาทำงานประสานกัน
ซึ่งทั้งหมดจะมีความสำคัญต่อการเขียนหนังสือ หรือการพิมพ์ดีดในอนาคต

2. มีผู้ใหญ่ใจร้อนอยู่ในบ้าน เร่งรีบอยากทำงานที่เกี่ยวกับเด็กให้เสร็จเร็ว ๆ
เลยเข้าไปแทรกแซงทำให้เด็กไปเลย จะได้หมดเรื่อง แทนที่จะต้องมานั่งคอยลุ้นว่า
เด็กจะตักข้าวเข้าปากหกหล่นหรือเปล่า สู้ป้อนข้าวให้เด็กเลย ง่ายกว่ากันเยอะ ไม่เสียเวลา

ดังนั้น ผู้ใหญ่จะเข้าไปทำแทน ในอีกหลายพฤติกรรมที่เด็กควรจะฝึกหัด
และช่วยตัวเองได้ตามวัย นานๆ เข้า นอกจากเด็กช่วยเหลือตัวเองได้น้อย ใช้มือไม่คล่องแคล้ว
ยังติดอยู่กับความเคยชินที่พ่อแม่ต้องมาทำให้ ปล่อยทิ้งไว้นานก็เรื้อรัง
ฝึกฝนยากมากเพราะเด็กชินติดเป็นนิสัย รักสบาย พึ่งพาผู้อื่นไปเสียหมด

3. มีความบกพร่องในระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของมือ หรือมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง
หรือมีความสับสนในการทำงานของระบบประสาทกลาง เป็นต้น



วิธีการช่วยเหลือ

1. พาไปพบกุมารแพทย์ เพื่อตรวจเช็คพัฒนาการ อย่างที่เรียนให้ทราบว่า
ถ้าพ่อแม่พาเด้กมาปรึกษาเรื่องที่เด้กมีพัฒนาการด้านใดด้านหนึ่งช้า และตรวจพบว่า
มีความสามารถต่ำหว่าเด็กคนอื่นจริง มักจะตรวจพบว่ามีพัฒนาการด้านอื่นช้าด้วยเสมอ

ขณะเดียวกันจะได้ตรวจการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และส่วนปลาย
ตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน เพื่อจะได้ทำการรักษาอย่างเหมาะสม

2. ฝึกกล้ามเนื้อให้ทำงานคล่องขึ้นโดยนักกายภาพบำบัด และฝึกพัฒนาการด้านอื่น
ให้มีความสามารถสมวัยไปพร้อมกัน โดยนักรกระตุ้นพัฒนาการ หรือเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมโดยตรง

3. พ่อแม่เรียนรู้วิธีการฝึกกระตุ้นการใช้มือในกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านผู้เชี่ยวชาญ
และนำวิธีการเหล่านี้ไปฝึกฝนเด็กต่อที่บ้าน

4. ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยงดูเด็ก ในกรณีที่ยอมตามใจ หรือทำให้เด็กเป็นส่วนใหญ่
โดยมอบหมายงานบ้านต่าง ๆ ให้เด็กได้มีส่วนช่วยทำ เช่น การช่วยจัดโต๊ะ เช็ดพื้น ซักผ้าเช็ดหน้า
เช็ดรถ ฯลฯ ลดการช่วยเหลือ และให้เด็กช่วยตัวเองให้มากที่สุด โดยคอยอยู่ใกล้ ๆ
ชี้แนะในจุดที่เด็กทำไม่ได้ และคอยให้กำลังใจสม่ำเสมอ

5. อดทน ใจเย็น ค่อย ๆ ฝึกให้เด็กช่วยเหลือตัวเอง ช่วยงานบ้านเพิ่มขึ้น
โดยการมอบงานที่เหมาะสม ให้กำลังใจ และชมเชยเป็นระยะ โดยเริ่มจากงานที่ง่าย ๆ
ไปสู่งานที่ยุ่งยากซับซ้อน

6. ให้เวลาเล่นกับลูกเพิ่มมากขึ้น ในกิจกรรมที่อาศัยมือกับตา เช่นการโยนรับลูกบอล
การโยนลูกบอลลงตะกร้า วิ่งเปรี้ยว หมากเก็บ ตีเทนนิส ตีปิงปอง เป็นต้น
เพราะภายใต้บรรยากาศการฝึกที่สนุก เป็นกันเอง โดยที่เด็กมีโอกาสทำซ้ำ ๆ
จนเกิดเป้นความถนัด สุดท้ายก็จะทำให้เด็กมีทักษะการใช้มือคล่องขึ้น



บทความวิชาการ..โดย พ.ญ. วินัดดา ปิยะศิลป์

ข้อมูลจาก..มูลนิธิเด็ก..Foundation For Children



บันทึกการเข้า

Child Research & Development Project
Tai Knowledge Base Foundation
http://www.taiknowledgebase.org
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!