บ้านตุลาไทย
19 พฤศจิกายน 2017, 02:16:46 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: น้ำนมแม่..ความมหัศจรรย์..ของภูมิต้านทานในเด็ก  (อ่าน 2104 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Sabaidee Luang Prabang
Newbie
*
กระทู้: 35



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 22 เมษายน 2010, 04:52:30 AM »







โรคภูมิแพ้ จัดเป็นโรคที่พบบ่อยโรคหนึ่งในประเทศไทย
จากการศึกษาอัตราความชุกของโรคในประเทศไทย
พบว่ามีอัตราความชุกอยู่ระหว่าง 15-45 % โดยประมาณ


โดยพบโรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ มีอัตราชุกสูงสุดในกลุ่มโรคภูมิแพ้
นั่นหมายความว่า ประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ
มีปัญหาเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้อยู่


โรคภูมิแพ้ แม้ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงใด ๆ
แต่ก็ก่อความรำคาญและทำให้ร่างกายของผู้ที่เป็นโรคนี้อ่อนแอได้
หากไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจัง


อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ภูมิคุ้มกันที่ ดีที่สุดสำหรับโรคภูมิแพ้ไว้แล้ว
นั่นก็คือ น้ำนมจากแม่ แต่ดูเหมือนว่า การโหมโฆษณานมผสมหลากหลายยี่ห้อในขณะนี้
ทำให้คุณแม่หลายคนหลงทาง และหลงลืม คุณค่าที่แท้จริงของน้ำนมแม่
ที่ไม่อาจสรรหาสิ่งใดมาเทียมได้




สถานการณ์ล่าสุดมีข้อบ่งชี้ว่า เด็กไทยเป็นภูมิแพ้มากขึ้น

รศ.นพ.สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์ ประธานฝ่ายวิชาการสมาคมโรคภูมิแพ้
และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า

“เป็นที่น่าสังเกตว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมามีเด็กเป็นโรคภูมิแพ้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมถึง 3-4 เท่า
โดยเฉพาะข้อมูลโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้  มีการศึกษาเด็กในกรุงเทพฯ
พบว่ามีเด็กถึง ร้อยละ 40 มีอาการของโรคนี้และใoอนาคตอาจมากกว่านี้


สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะทุกวันนี้เด็กกินนมแม่น้อยลง
เพราะสังเกตว่าคนสมัยก่อนนั้นกินนมแม่กันเยอะ

อย่างองค์การอนามัยโลกเองก็ส่งเสริมเรื่องการกินนมแม่อย่างจริงจัง
โดยมีงานวิจัยรองรับมากมายว่า การที่เด็กกินนมแม่อย่างเดียว
ติดต่อกัน 6 เดือนนั้น  ลดการเกิดโรคภูมิแพ้ได้”



ในปัจจุบัน แม่สามารถให้นมลูกบนเตียงคลอดได้เลย
หากไม่มีปัญหาทางสุขภาพของแม่หรือลูก ซึ่งการให้ลูกได้ดูดนมในลักษณะนี้
จะเป็นการกระตุ้นให้วงจรกลไกการทำงานของน้ำนมแม่เริ่มทำงาน

แม้ครั้งแรกที่ลูกดูด อาจจะยังไม่มีน้ำนมไหลออกมา แต่การให้ลูกดูดเพื่อกระตุ้นบ่อย ๆ
จะทำให้น้ำนมสามารถไหลออกมาได้ทันกับเวลาที่ลูกหิวพอดี



พญ. ภาสุรีย์ แสงศุภวานิช กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้
คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
และกรรมการงานวิจัยศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า


ทารกที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคภูมิแพ้ คือทารกที่มี บิดามารดา
พี่น้องท้องเดียวกันเป็นโรคภูมิแพ้ ควรให้ความสำคัญกับการให้ทารกได้รับนมแม่
ทั้งในระยะกินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน และให้ต่อเนื่องกับอาหารอื่นตามวัย


ซึ่งนมแม่มีกลไกในการป้องกันโรคแพ้อาหาร เนื่องจากการกินนมแม่
ช่วยลดปริมาณสารก่อภูมิแพ้ที่ร่างกายจะได้รับ เช่น โปรตีนในนมวัว
และในนมแม่มีภูมิคุ้มกันช่วยจับสารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในอาหาร

ทำให้สารก่อภูมิแพ้เหล่านั้นไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของลูก
ที่สำคัญการกินนมแม่ช่วยลดการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียในวัยทารก


ในความเป็นจริงแล้ว โรคแพ้โปรตีนนมวัวนี้ ถือเป็นโรคที่วินิจฉัยได้ยากมาก
บางรายพอได้นมวัวปุ๊บ ก็มีอการปั๊บ เช่น ปากเจ่อบวม หรือมีผื่นขึ้น
แต่บางรายดื่มนมวัวแล้วกลับยังไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมา

แต่พอดื่มไปได้สักเดือน 2 เดือน ก็มีอาการประเภทเป็นหวัดไม่หาย
ท้องเสียบ่อย มีผื่นขึ้นตามหน้า เด็กๆก็จะเจ็บป่วยโดยไม่จำเป็น

ดังนั้น บางครั้งเราให้การรักษา ท้องเสีย เป็นหวัด ผื่นแพ้ ก็เข้าใจว่า
เป็นโรคธรรมดาในเด็ก  และโรคนี้ให้การวินิจฉัยได้ยาก
ก็เลยยิ่งทำให้เด็กเจ็บป่วยโดยไม่จำเป็น  และไม่รู้สาเหตุ และที่สำคัญคือ

การแพ้โปรตีนจากนมวัวในวัยทารก  เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ
ของการเป็นโรคหืด เมื่อเด็กโตขึ้น



นอกจากนี้ ในระยะ 4-6 เดือนแรก เยื่อบุทางเดินอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน
และ ระบบน้ำย่อยสารต่างๆ ของทารกยังไม่แข็งแรง

ดังนั้นการได้รับ นมผสม หรืออาหารอื่น ทำให้ทารกเสี่ยงต่อการเกิดการแพ้อาหาร
และการกระตุ้นให้เกิดผื่นที่ผิวหนัง เนื่องจากนมผสม และอาหารอื่น


จัดเป็นโปรตีนแปลกปลอม ในระยะที่ทารกยังมีระบบทางเดินอาหารที่ไม่แข็งแรง
โปรตีนแปลกปลอมเหล่านี้จึงไม่ถูกย่อย หรือทำลายความแปลกปลอมลง
ไม่ให้ได้มีโอกาสเล็ดลอดไป  ก่อให้เกิดการแพ้ได้ง่าย


โดยมีงานวิจัยชัดเจนที่ทบทวนอุบัติการณ์ของโรคแพ้โปรตีนนมวัว
พบว่าอยู่ระหว่าง 1.8-7.5% ของทารก และถ้าทารกมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ในครอบครัว

การที่ทารกได้รับนมผสมจะมีโอกาสเกิดโรคแพ้โปรตีนนมวัวถึง 20% ในขวบปีแรก
แต่ถ้าได้รับนมแม่อย่างเดียวมีโอกาสเกิดเพียง 0.5-1.5%



อีกทั้ง นักวิชาการทั่วอาจจะสงสัยว่า ได้นมแม่อย่างเดียวแล้ว ทำไมยังเป็นแพ้โปรตีนนมวัว
พบว่ามีความสัมพันธ์กับการที่แม่ กินนมวัว ระหว่างตั้งครรภ์ หรือระหว่างให้นมลูกมากไป
เช่นดื่มกันเป็นลิตรต่อวัน แนะนำว่าถ้าชอบนม ก็ให้ได้นมวันละไม่เกิน 2-3 แก้ว





โลกยืนยันชัดเจนว่า นมแม่เป็นอาหารมหัศจรรย์ที่ดีที่สุดสำหรับทารก
โดยเฉพาะระยะ 6 เดือนแรกของชีวิต เพราะทารกที่กินนมแม่จะเจ็บป่วยน้อยกว่า


เด็กที่ได้รับนมผสม 2-7 เท่า เพราะนมแม่มีภูมิคุ้มกันที่จำเป็นสำหรับทารก
ช่วยสร้างเสริม-ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ถ้าเจ็บป่วย ก็จะหายเร็วกว่า เช่น
เด็กที่กินนมแม่จะท้องเสียเพียง 3 -4 %
ขณะที่เด็กที่กินนมผสมมีโอกาสท้องเสียถึง 15 %



นอกจากนี้ การให้เด็กดื่มนมผสมตั้งแต่แรกเกิด  ยังทำให้เด็กขาดโอกาส
ที่จะได้รับภูมิต้าน ทานโรคที่ดี ซึ่งมาจากน้ำนม “โคลอสตรัม”

น้ำนมที่หลั่งออกมาครั้งแรก ๆ ในระยะหลังคลอด ซึ่งมีภูมิคุ้มกัน
และวิตามินที่สำคัญสูงกว่านมระยะหลังถึง 10 เท่า

เด็กจึงปลอดภัยจากโรคติดเชื้อต่าง ๆ เช่น
ท้องเสีย หรือปอดบวม เนื่องจากระยะแรกเกิดนั้น
แม้ในช่วงนี้สมองของเด็กจะมีพัฒนาการที่เร็วมาก

แต่ร่างกายก็มีความบอบบางมากเช่นกัน ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
และเป็นสิ่งที่นมผสมไม่สามารถเติมสารใด ๆ เลียนแบบได้เลย

การที่ไม่ให้ลูกดื่มนมแม่ตั้งแต่แรก ยังพลาดโอกาสที่สำคัญที่สุด
ที่จะได้รับอาหารที่เหมาะสมกับพัฒนาการทางสมอง ซึ่งถือว่า
ทารกในช่วง 6 เดือนแรกนี้ สมองจะมีการเติบโตที่รวดเร็วมาก


ดังนั้นการให้อาหารที่เหมาะสมกับการเติบโตของสมองทารก
จะช่วยให้เด็กมีความ เฉลียวฉลาด



ยิ่งไปกว่านั้น การให้ลูกดื่มน้ำนมแม่จากอก
ยังเป็นการเพิ่มการโอบกอดสัมผัสที่แม่ได้ให้กับลูกได้มากขึ้น
โดยสัมผัสดังกล่าวช่วยให้สมองของทารกมีการเชื่อมต่อ
อันส่งผลต่อพัฒนาการทางสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์ของตัวเด็ก



เพราะในท้ายที่สุดแล้ว
คุณค่าของน้ำนมไหนเล่าจะเทียบเท่าได้
กับคุณค่าจากหยดหยาดน้ำนมที่บรรจงกลั่น
ให้ลูกได้ดูดดื่มอย่างอิ่มเอมของอกแม่ได้



บทความวิชาการ..โดย..ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย

ข้อมูลจาก..มูลนิธิเด็ก..Foundation For Children



บันทึกการเข้า

Child Research & Development Project
Tai Knowledge Base Foundation
http://www.taiknowledgebase.org
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!