ถอดบทเรียนโครงการ ปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน ตามหลักสมดุลระบบนิเวศฯ

<< < (4/8) > >>

salt:
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓

การปลูกพืชพันธุ์ไม้เอื้อระบบนิเวศ และการดูแลรดน้ำเบื้องต้น

๑. พืชพันธุ์ไม้เอื้อระบบนิเวศ คือ พืชพันธุ์ไม้ที่ ช่วยให้ความสดชื่นแก่ระบบนิเวศ ในเบื้องต้นมีดังนี้

๑.๑ พืชพันธุ์ไม้คลุมดิน เช่น  ต้นก้ามปู ปีกนางฟ้า/ปีแมลงสาบ ฯลฯ

๑.๒ เดฟ เช่น เดฟใบเขียว เดฟใบด่าง เดฟกระดุม ฯลฯ

๑.๓ เฟิร์น เช่น เฟิร์นใบมะขาม เฟิร์นราชินีขนนก เฟิร์นพลาสติก เฟิร์นไขมุก ลิปสลิด ฯลฯ

๒. การปลูกพืชพันธุ์ไม้เอื้อระบบนิเวศตามหลักสมดุลระบบนิเวศ ในกรณีที่ปลูกขั้นต้นในถุงดำพร้อมพืชพันธุ์ไม้เอื้อระบบนิเวศมาแล้ว มีขั้นตอนตามลำดับ ดังนี้

๒.๑ เอากาบมะพร้าวสับใส่กระถางที่จะปลูกไว้สัก ค่อนกระถางหรือเกือบเต็มหรือเต็มกระถาง

๒.๒ เตรียมเด็ดเอาพืชพันธุ์ไม้เอื้อระบบนิเวศ  ในข้อ ๑. ในขนาดพอเหมาะเอามาใส่ในกระถาง ที่เราเอากาบมะพร้าวสับใส่ไว้แล้ว ในข้อ ๒.๑

๒.๓ ใช้มือกดอัดกาบมะพร้าวให้แน่น

๒.๔ เอาไปเรียงไว้ในที่เก็บที่เหมาะสมที่จัดไว้

๓. การดูแลหลังปลูก

๓.๑ ให้ รดน้ำ หลังปลูกเสร็จใหม่ๆ

๓.๒ วันต่อๆไป รดทุกวัน ๆ ละ ๑-๓ ครั้ง ตามความเหมาะสม และอย่างสม่ำเสมอ เช่น ถ้าหน้าแล้งจะร้อนหรือแล้งมากก็ลดวันละ ๓ ครั้ง หน้าฝนลดวันละ ๑ ครั้ง [ให้รดน้ำด้วยสายยางโดยฝึกใช้นิ้วมือบังคับความกว้างแคบของหน้าตัดสายยางเพื่อกำหนดความแรงของน้ำและการกระจายแตกเป็นฝอย]

แผนการจัดการเรียนรู้ท้ายบท:

ภาคทฤษฎี;

๑. อ่านพร้อมกับฝึกออกเสียง เสร็จแล้วให้เขียนตามทีละย่อหน้า [ผู้สอนต้องเอาเนื้อหาของบทนำไปทำ "ใบความรู้" ให้ตัวหนังสือใหญ่ขึ้นแล้ว หาภาพประกอบที่สอดคล้องและเข้ากันได้กับเนื้อหา]

๒. ดึงคำที่ต้องการให้ผู้เรียนได้มโนคติมาฝึกให้เขียนเป็นคำ ๆ หรือเป็นวลีๆ แล้วให้อ่านออกเสียงให้ชัดพร้อมอธิบายยกตัวอย่างประกอบเพิ่มเติมโดยเทียบเคียงกับคำที่ผู้เรียน(พี่ต้น)รู้แล้ว [ผู้เรียน-พี่ต้นต้องมีสมุดและปากกา/และต้องคอยระวังไม่เผลอให้ผู้เรียน-พี่ต้น เอาปากกามาแกะแยกส่วนแล้วเอาหมึกในไส้ปากกามาใส่ปาก-กิน]

ภาคปฏิบัติ;

๑. ทำ ใบงาน เรื่อง การปลูกพืชพันธุ์ไม้เอื้อระบบนิเวศ และการดูแลรดน้ำเบื้องต้น

๒. พาผู้เรียนลงภาคปฏิบัติตามใบงาน

หมายเหตุ; ใบความรู้และใบงาน ของ หน่วยการเรียนรู้ที่...๓ คลิก "ที่นี่"

 

salt:
โครงการที่ยื่นขอกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ.....ต่อยอดจากโครงการที่ถอดบทเรียนข้างต้นแต่ถูกตีกลับมาเป็นครั้งที่ ๑๐ แล้วมั๊ง....ตั้งแต่ปี ๕๒....อันนี้เป็นงบที่เขาให้มาที่จังหวัด แต่จังหวัดแค่เห็นชอบโครงการเท่านั้น ต้องให้กรรมการที่ กทม. /กระทรวงพอมออนุมัติ? โดยได้ตามโควต้าประชากรของจังหวัดนั้น ของขอนแก่นได้ ปีละประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ แสน (หัวละ ๕๐ สตางค์กะลังจะขึ้นเป็นบาทต่อประชากรในจังหวัดหนึ่งคน)....

เป็นเวอร์ชั่นที่แก้ไขครั้งล่าสุดเตรียมยื่นใหม่???
ฟฟฟ

ชื่อโครงการ   การปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการอาชีวบำบัดและปูพื้นฐานการงานอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น ระยะที่ 1
หน่วยงาน/องค์กรที่รับผิดชอบ   ชมรมเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติก(ขอนแก่น)ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น


1.หลักการและเหตุผล
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ. 2550  พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ  พ.ศ. 2540  รวมทั้งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542  แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)  พ.ศ. 2545  พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2551  ได้กล่าวถึงสิทธิคนพิการที่จะต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์  การศึกษา  การอาชีพและสังคมอื่นๆ โดยเท่าเทียมกันและเสมอภาคในฐานะมนุษย์คนหนึ่งของสังคม  ออทิสติกเป็นคนพิการอีกกลุ่มหนึ่ง  ที่รัฐและสังคมควรให้ความสนใจและเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด  โดยมีระบบการดูแลที่สอดคล้องกับคุณลักษณะและสภาพปัญหาของแต่ละบุคคล                    
   เนื่องจากบุคคลออทิสติกหรือผู้มีภาวะออทิซึ่มเป็นอาการหนึ่ง  ซึ่งมีความผิดปกติในโครงสร้างการทำงานของสมองทำให้มีความบกพร่องของพัฒนาการอย่างรอบด้านทั้งด้านสังคม  ด้านการสื่อความหมาย  ทำให้ไม่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างและสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้แบบคนปกติ  ภาวะออทิซึ่มดังกล่าวเกิดขึ้นมาแต่กำเนิดโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดจึงไม่อาจหาทางป้องกันได้  และที่แตกต่างอย่างเป็นสำคัญจากความพิการประเภทอื่น คือ บุคคลออทิสติกมีรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนคนปกติทั่วไป  แต่ไม่สามารถบอกความต้องการของตนเองได้  การกระทำทุกอย่างในเบื้องต้นหากไม่ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการการกระทำจะเป็นไปโดยสัณชาตญาณ  แต่ถ้าได้รับการอบรมเลี้ยงดูโดยมีการกระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสมก็สามารถมีพัฒนาการที่ใกล้เคียง  ดีขึ้นหรือดีกว่าบุคคลปกติได้
   ปัจจุบันการจัดการปัญหาเกี่ยวกับความต้องการจำเป็นพิเศษของบุคคลออทิสติกและครอบครัวในทุกด้านนั้นต้องยึดหลักการบูรณาการการแก้ไขปัญหาในหลาย ๆ ระดับรอบด้านและครบทุกมิติในแต่ละบริบท  ทั้งในบริบทของปัญหาด้านสังคม  การศึกษา  เศรษฐกิจ  การเมืองและสิ่งแวดล้อม  สำหรับการแก้ปัญหาและส่งเสริมให้เขามีสมรรถนะทั้งทางด้านกายภาพและสังคมจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณภาพมากกว่าปริมาณ   
ซึ่งชมรมเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติก(ขอนแก่น)ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น  ได้ทดลองปฏิบัติการปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนซึ่งประกอบด้วยการปลูกพืช 4 ส่วนได้แก่ 1. พืชพันธุ์ให้ร่มเงา เช่นไม้ยืนต้น 2. พืชพันธุ์ไม้พยาบาล เช่น เคราฤาษี  3.  พืชพันธุ์ไม้เอื้อระบบนิเวศ เช่น เดฟ เฟิร์น 4.  พืชพันธุ์ไม้เป้าหมาย เช่น กล้วยไม้  เมื่อนำสมดุลระบบนิเวศของพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน  มาประยุกต์ใช้เป็นการอาชีวบำบัดสำหรับบุคคลออทิสติกนั้นต้องเน้นที่กระบวนการผลิต  โดยเน้นให้บุคคลออทิสติกเป็นผู้ผลิตเพราะในกระบวนการผลิตต่าง ๆ นั้นจะมีกิจกรรมการกระตุ้นพัฒนาการการรับรู้  และการประสานสัมพันธ์ของระบบประสาทการรับรู้ระบบต่าง ๆ ของร่างกาย  เช่น  ระบบประสาทการรับรู้การสัมผัส(ผิวหนัง)  และระบบประสาทรับรู้เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวต่าง ๆ เป็นต้น
ดังนั้นชมรมเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติก(ขอนแก่น)ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น   จึงได้จัดทำโครงการการปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการอาชีวบำบัดและปูพื้นฐานการงานอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น ระยะที่ 1  ขึ้นโดยเน้นให้ครอบครัวออทิสติกในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น  ให้เรียนรู้เนื้อหาและการปฏิบัติของการปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ  

ทั้งนี้ให้เพื่อเป็นการเชื่อมโยงและต่อยอดให้เป็นการต่อเนื่องยั่งยืนมั่นคงต่อไป ครอบครัวบุคคลออทิสติกทุกครอบครัวที่ได้เข้าร่วมโครงการจะได้รับพืชพันธุ์ไม้จากโครงการนี้กลับไป จัดเป็น “มุมสวนสมดุลระบบนิเวศ” เพื่อเป็นสถานที่ในการฝึกปฏิบัติกิจกรรมอาชีวะบำบัดด้วยอาชีพ-วิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ ที่บ้าน

2. วัตถุประสงค์
   
2.1  เพื่อให้ครอบครัวออทิสติกมีสถานที่/โรงเรือนในบ้านของตนเองในการฝึกปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ
   
2.2  เพื่อให้ครอบครัวออทิสติกมีแนวทางและพื้นฐานในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้แก่ตนเอง
            
2.3  เพื่อให้ครอบครัวออทิสติกมีความสามัคคีกัน  โดยจัดตั้งกลุ่มผู้ปกครองออทิสติกเพื่ออาชีพ - วิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ  

3. กลุ่มเป้าหมาย
   บุคคลออทิสติกและครอบครัวที่เป็นสมาชิกชมรมเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติก(ขอนแก่น)ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น   จำนวน 27 ครอบครัว ครอบครัวละ 2 คน รวมทั้งสิ้น 54 คน

4. วิธีการดำเนินการ  
   4.1  ประชุมเพื่อแต่งตั้งคณะคณะทำงานโครงการ
   4.2  ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
   4.3  เตรียมความพร้อมวัสดุ  อุปกรณ์  สถานที่ในการฝึกอาชีพ
   4.4  ดำเนินการฝึกโดยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการการปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการอาชีวบำบัดและปูพื้นฐานการงานอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น ระยะที่ 1
   4.5  รายงานผลการดำเนินงาน

5.  ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ
   1  กันยายน  2553 – 30 กันยายน 2553

6.  สถานที่ดำเนินงาน      
   จังหวัดขอนแก่น

7. งบประมาณ
7.1 ค่าวิทยากร  
-  เรื่องพืชพันธุ์ไม้ให้ร่มเงา   ชั่วโมงละ 600  บาท x 3 คน x  6 ชั่วโมง x 1 วัน  10,800 บาท
-  เรื่องพืชพันธุ์ไม้พยาบาล   ชั่วโมงละ 600  บาท x 3 คน x 6 ชั่วโมง  x 1 วัน   10,800 บาท
-  เรื่องพืชพันธุ์ไม้เอื้อระบบนิเวศ   ชั่วโมงละ 600  บาท x 3 คน x 6 ชั่วโมง  x 1 วัน  10,800 บาท
   รวม                                 32,400 บาท
7.2 ค่าอาหารกลางวัน
-  อบรมครั้งที่   1                  54  คน x 80  บาท x 1 วัน  4,320  บาท
-  อบรมครั้งที่   2                  54  คน x 80 บาท  x 1 วัน   4,320  บาท
-  อบรมครั้งที่   3                  54  คน x 80  บาท  x 1 วัน  4,320  บาท
   รวม                                 12,960 บาท
7.3 ค่าวัสดุในการฝึกอบรม
-  พืชพันธุ์ไม้ให้ร่มเงา      54  คน x 380  บาท x 1 ชุด           20,520    บาท
-  พืชพันธุ์ไม้พยาบาล      54  คน x 435  บาท x 1 ชุด           23,490    บาท
-  พืชพันธุ์ไม้เอื้อระบบนิเวศ   54  คน x 4,665 บาท x 1 ชุด                    251,910    บาท
-  วัสดุ/อุปกรณ์ในการปลูก   54  คน  x 400  บาทx  1 ชุด         21,600    บาท
-  เอกสารประกอบการอบรม                             6,420    บาท
-  ค่าเดินทาง         54  คน x 100  บาท  x 3 วัน           16,200    บาท
   รวม                                340,140 บาท
      รวมเป็นเงินทั้งสิ้น                       385,500 บาท
                  (สามแสนแปดหมื่นห้าพันห้าร้อยบาทถ้วน)
(หมายเหตุ  เงินทุกหมวดสามารถถัวจ่ายกันได้)

8.  ดัชนีชี้วัด
             8.1 ด้านปริมาณ
             -  บุคคลออทิสติกและครอบครัวที่เป็นสมาชิกชมรมเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติก(ขอนแก่น)ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น   จำนวน 27 ครอบครัว ครอบครัวละ 2 คน รวมทั้งสิ้น 54 คน
             -  วิทยากรในโครงการ  จำนวน  3  คน และ ตัวแทนจากหน่วยงานอื่นอีก 4 คน
             8.2  ด้านคุณภาพ
             -  ครอบครัวบุคคลออทิสติกที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ ๘๐ มีสถานที่/โรงเรือนที่บ้าน
             - ครอบครัวที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ ๗๐ มีแนวทางพื้นฐานในการประกอบอาชีพเกี่ยวกับอาชีพ-วิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ
             - ครอบครัวบุคคลออทิสติกที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ ๙๐ เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ปกครองออทิสติกเพื่ออาชีพ - วิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ    
 
9...ผลที่คาดว่าจะได้รับ
   
9.1  ครอบครัวออทิสติกมีสถานที่/โรงเรือนในบ้านของตนเองในการฝึกปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามสมดุลระบบนิเวศตามหลักสมดุลระบบนิเวศ
            

9.2  ครอบครัวออทิสติกมีแนวทางและพื้นฐานในการประกอบอาชีพเกี่ยวกับอาชีพ-วิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ เพื่อสร้างรายได้แก่ตนเอง
            
9.3  ครอบครัวออทิสติกมีความสามัคคีกัน  และมีกลุ่มผู้ปกครองออทิสติกเพื่ออาชีพ - วิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ  
  


salt:
บันทึก: ติดตามความคืบหน้าของโครงการ

^๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓.....ตามที่ทราย  ยังไม่รับสาย ตามครั้งที่แล้วยังไม่ส่งไปบอกว่าเพิ่งได้จดหมายเวียนจากกรรมการรอ ผอ. อุฯเซนต์....แต่ ผอ. อุฯยังไม่กลับจาก กทม.? ว่าจะกลับตั้งแต่วันอาทิตย์? ตามที่ท่าน พมจ. อุฯ ๆ บอกกลับมาวันอาทิตย์ไม่เห็นมีใครเอาไรมาให้เซนต์ตอนนี้อยู่ กทม. อีกแล้วจะกลับวันศุกร์น่าจะกลับมาทันเซนต์ ส่งเข้ารอบเดือน พ.ค. นี้??? บ่าย 2 น้องทรายโทร.กลับมา-ไม่ได้รับโทร.กลับไป..น้องทรายบอกว่า...เซนต์ให้แล้วก็เซ็นให้แล้ว...กะลังให้พี่อ้วน(?)ทำให้อยู่......[สรุปอย่างไรก็น่าจะทันเดือนพฤษภาโน๊ะ....เฮ้อ..อ่อนใจจริงๆ ไม่ได้ดังใจซักกะเรื่อง?เลยรึ?]

^๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๓.....หลังจากที่ทางจังหวัดส่งไปให้แล้ว ติดตามดูได้ความว่า ไม่ผ่านคณะอนุกรรมการกลั่นกรองที่มี อ.วิริยะ เป็นประธาน-อนุนี้ประชุมพิจารณากันวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ มีตัวแทนจากห้าสมาคม-รวมทั้งสมาคมออทิซึ่มไทย-ส่งวาสนาเข้าประชุม-อ.ชูฯไม่ได้เข้า กรรมการทั้งหลาย(ไม่รุมีกี่คนและใครบ้าง) บอกว่า ไม่ผ่านการพิจารณา จึงไม่เข้าสู่คณะกรรมการใหญ่ของกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (ใครเป็นประธานหว่าชุดนี้) ที่ประชุมกันในวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓ ประสานขอหน้าห้องท่านปลัด พม. ช่วย เพราะคุยกับพวกกองทุนฯ ไม่รุเรื่อง หน้าห้องให้ประสานกับ น้องแพร์  น้องแพร์ให้คุยกับ อ.วิริยะ บอกมี ๓ ประเด็น ๑. ไม่มีหนังสือแสดงความยินยอมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒. ไม่ควรใช้หนังสือเวียน ๓.ใช้ของแพง ..... ถามอ.วิริยะ อีกรอบ ว่าทางคณะกรรมการไม่ได้มีอคติอะไรกะคุณ...ฯนะ...บอกไม่มี      ....ขอให้เข้าเงื่อนไข กรรมการกลั่นกรองจะประชุมทุกอาทิตย์ที่ สองที่สามของเดือน ครั้งหน้าจะให้คุณฯ ไปชี้แจงเอง....อย่างไรต้องให้ได้หนังสือบันทึกการประชุมว่าคณะอนุกรรมการจังหวัดเห็นชอบในหลักการ.....แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเข้าอนุหรือมีหนังสือเวียนอีกถ้าเป็นเพียงการแก้โครงการเท่านั้น-ใช่นะ?

พี่สมฯว่ามีหนังสือชี้แจงมาแล้ว พรุ่งนี้ให้ไปเอา-เอาสำเนาบันทึกการประชุมด้วย [จะทำหยังแต่ละทีไมยากแต๊ยากว่าแต๊วะ-พี่สมฯบอกมตินี้ส่งไปให้เค้า-(มัน)-ตั้งสามครั้งแล้ว-มติตั้งแต่ปีที่แล้วโน้นนนน-บอกไม่เป็นไรพี่สมฯ ตานี้-เค้าให้เราไปชี้แจงเอง -ถ่ายเอกสาร the "มติ" นั่นไว้ให้ด้วยละกัน]

^13 กรกฎาคม 2553 ดัดแปลงโครงการใหม่ อ.ชูฯ-กุ้ง บอก ให้มี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มโดยชี้แจงให้เห็นในโครงการ มีการติดตามประเมิน/ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายตรงนี้

^^20 กรกฎาคม 2553 ทำโครงการส่งกลับไปเข้าอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจังหวัดขอนแก่นใหม่ /พิจารณาพรุ่งนี้แล้ว! [โครงการ อบรม  เรื่อง  "การปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการอาชีวะบำบัดและปูพื้นฐานการงานการอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัว จังหวัดขอนแก่น" /](คลิก) ระยะที่ ๑ [จำนวน ๒๕-๒๗ ครอบครัว ให้เป็นแหล่งพืชพันธุ์ไม้เพื่อการอาชีวบำบัดและแหล่งผลิตพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ]/ครั้งนี้ขอในนามสมาคมผู้ปกครองฯ เพราะชมรมยกสถานะขึ้นเป็นสมาคม(จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล)

^^21 กรกฎาคม 2553 อนุกรรมการจังหวัดไม่ผ่าน-ประธาน-รองผู้ว่าไม่ได้เข้าประชุม-เหลือแต่พวกกรรมการที่เป็นข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆ และตัวแทนคนพิการที่ไม่มีตัวแทนของพวกออทิสติกมีแต่ตัวแทนพวกสติปัญญาและอารมณ์(พวกโรคจิต?)ที่พี่สมว่าเป็นตัวแทนออฯ แต่คุยแล้วไม่ใช่...เขาเป็นผู้ปกครองบุคคลที่เป็นโรคจิตประสาท-การนำเสนอโครงการ เสนอว่าส่วนกลางไม่อนุมัติให้ยืนมติ กรรมการที่ กทม. และว่า งบประมาณมากไปให้ตัด คณะกรรมการใหญ่ที่ กทม. จะพิจารณาวันที่ ๒๘ เดือนนี้แล้วไม่ทันปีงบประมาณตรงนี้อีก .....โทร.  ถึงคุณกิ่งแก้ว (กิ่งแก้ว อินหว่าง -023543388 023543891 023543892 สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตแห่งชาติ ) บอกกะลังประชุมให้ติดต่อปรึกษา คุณสุนีย์ สายสุพัศน์ รองเลขาธิการ(คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ?)....

มืดแล้วต้องพรุ่งนี้...จะเดินหน้าไปไงวะนี่วะ....ยากชิป......ผายเล้ยยย....เสียเวลามากนี่มันจะช่วยให้คนทำงานด้านคนพิการทำงานง่ายขึ้นคล่องตัวขึ้นรึคอยเตะตัดขาให้เข้าถึงงบประมาณไม่ได้....จะให้เราเปลี่ยนโครงการให้ลดงบให้เป็นการแค่สาธิต แค่สาธิตแล้วต่อยอดไม่ได้-จะทำไปทำทรากอะไร...มันเอางบประมาณไปผลาญเล่นดูงานเล่นฯลฯ อย่างอื่นเยอะแยะตะแป๊ะไก๊.....ชิป-เสาธง..อะไรวะ...สี่แสน..นั่นคุ้มไหม....ตึกไม่ถึงปีร้าวแล้ว...นั่นคุ้มไหม?..ไปเสียค่าดรงแรมนอนคุย(สัมมนา-เที่ยว-ดูงาน)คุ้มไม๊......

salt:
สรุปโครงการนี้....เป็นมาอย่างนี้(จะเป็นไปยังไง-ยังไม่รุวุ้ย!)
๑/ เข้าร่วมวิพากษ์แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจังหวัดขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๔ แล้วได้บรรจุโครงการของกลุ่มออทิสติกเข้าไว้ในแผนด้วย ๑๑ โครงการ โดย โครงการอบรม เรื่อง "การปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อยตามหลักสมดุลระบบนิเวศ เพื่อการอาชีวบำบัดและปูพื้นฐานการงานและอาชีพบุคคลออทิสติกและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น (ระบุอยู่ในหน้า ๗๒ ของ แผนพัฒนาฯ)-๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒
๒/๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๒ เข่าชี้แจงโครงการกับ คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจังหวัดขอนแก่น.....อนุกรรมการมีมติเห็นชอบ.......โดยให้จัดทำรายละเอียดงบประมาณให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ และผู้แทนแรงงานจังหวัด ยินดีช่วยทำในเรื่องงบประมาณ เมื่อดำเนินการแล้วให้เสนออนุกรรมการทราบอีกครั้งหนึ่งก่อนส่งโครงการฯ ขอรับงบจากส่วนกลาง (จากบันทึกรายงานการประชุม คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ ๓/๒๕๕๒ วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น/ครั้งนี้มี นายอนุกูล ตั้งคณานุกูลชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานการประชุมแทนผู้ว่าฯ)
๓/ กลับมาปรับแก้โครงการ โดยใช้กระดาษ.....ที่หัวกระดาษมีสัญลักษณ์เวบไซท์ แล้วส่งโครงการผ่านจังหวัดไป จังหวัดประชุมคณะอนุกรรมการฯ ไม่มีงบจัดประชุมคณะกรรมการนอกรอบเลยใช้หนังสือเวียน (ครั้งนี้ขอในนามกองทุนรัฐวัฒน์ฯ)
๔/  ได้รับหนังสือ ที่ ขก. ๐๐๔/๘๔๒ ลงวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ถึงประธานกองทุนรัฐฯ ความสำคัญว่า "สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ(พก) ได้ตรวจสอบรายละเอียดในเบื้องต้น พบว่า รายละเอียดโครงการไม่ครบถ้วน โดยโครงการที่รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จะต้องใช้แบบฟอร์มของสำนักส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ(พก) รายละเอียด ตามสำเนาหนังสือแนบ.......
 
หนังสือแนบ คือหนังสือที่ปั๊มว่า ด่วนมาก ที่ พม ๐๖๐๔/๔๗๑ ลงวันที่ ๘ กุมภาพันธุ์ ๒๕๕๓ ความสำคัญว่า "....รายละเอียดไม่ครบถ้วน โดยโครงการที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จะต้องใช้แบบฟอร์มของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติและต้องยื่นต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรวจสอบและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแต่ละโครงการ พร้อมทั้งเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาก่อนเสนอคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนฯ พิจารณาอนุมัติ ตามระเบียบคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๒ หมวด ๑ ข้อ ๕* และหมวด ๓ ข้อ ๑๒** ทั้งนี้แนวปฏิบัติในการสนับสนุนโครงการตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัดให้เป็นไปตามหนังสือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ด่วนมากที่ พม. ๐๖๐๔/๑๖๐ ลงวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๓****......"
*ระเบียบคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๒ หมวด ๑ ข้อ ๕ :
หน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรภาคเอกชนที่จะขอรับการสนับสนุนแผนงานหรือโครงการจากกองทุนต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(๑) มีที่ทำการหรือสำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในท้องที่ที่จะยื่นคำขอไม่น้อยกว่าหกเดือน
(๒) มีคณะกรรมการ บุคลากร หรืออาสาสมัครในการปฏิบัติงานประจำหรือมีที่ปรึกษาที่มีความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
(๓) มีผลดำเนินการที่เป็นประโยชน์ต่อคนพิการหรือเกิดประโยชน์ต่อสังคมชุมชน
(๔) มีระบบการบริหารงานและระบบการเงินการบัญชีที่มีประสิทธิภาพ
**คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๒ หมวด ๓ ข้อ ๑๒:
การยื่นคำขอรับการสนับสนุนแผนงานหรือโครงการ และการกู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพ ในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นต่อสำนักงานหรือหน่วยงานในสังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการที่ได้รับมอบหมาย สำหรับในส่วนภูมิภาคให้ยื่นต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด
ให้สำนักงานหรือหน่วยงานหรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ตามวรรคหนึ่ง ทำหน้าที่ตรวจสอบและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแต่ละแผนหรือดครงการหรือคำขอกู้ยืมเงินทุนเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม พร้อมทั้งเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของอนุกรรมการตามมาตร ๑๑ ก่อนเสนอคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพิจารณาอนุมัติต่อไป
ในกรณีกลุ่มเป้าหมายตามแผนงานหรือโครงการมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่มากกว่าหนึ่งจังหวัด หรือมิได้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในจังหวัดที่ยื่นคำขอรับการสนับสนุนนั้น ให้นำเสนอต่อคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพิจารณาอนุมัติต่อไป
***หนังสือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ด่วนมากที่ พม. ๐๖๐๔/๑๖๐ ลงวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๓:
ประเด็นสำคัญในหนังสือกระทรวงฯ มีว่า ".....ไม่ได้ใช้แบบฟอร์ม......ยังมิได้ปรับแก้ให้เป็นไปตามแบบฟอร์ม....รายละเอียดงบประมาณไม่เป็นไปตามระเบียบราชการ......จังหวัดยังมิได้ส่งบันทึกมติเวียน......"
๕/ ได้ปรับโครงการตามหนังสือแนบแล้วนำไปยื่นใหม่ โดยทาง พมจ. นำเอาไปเข้าแบบฟอร์มของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการฯ ให้ อีกครั้งเมื่อ ๒๔ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓ (ครั้งนี้ขอในนาม ชมรมเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติก(ขอนแก่น) หรือ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น)
๖/ได้รับหนังสือจากจังหวัดขอนแก่น ที่ ข.ก. ๐๐๔/๑๓๙๗๖ ลงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ถึงชมรมเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติก(ขอนแก่น) ความสำคัญว่า "....ให้แก้ไขโครงการฯ รายละเอียดตามหนังสือด่วนมากที่ พม ๐๖๐๔/๒๓๐๔ ลงวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๓*....."
*หนังสือด่วนมากที่ พม ๐๖๐๔/๒๓๐๔ ลงวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๓:
ความสำคัญมีว่า ".....สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ(พก)   ขอเรียนว่า      คณะทำงานพิจารณากลั่นกรองโครงการที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการซึ่ง ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงษ์พันธุ์ เป็นประธานได้พิจารณาโครงการดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๓ มีมติไม่เห็นชอบโครงการ เนื่องจากพิจารณาพิจารณาเห็นว่าโครงการดังกล่าวยังขาดรายละเอียดและความเป็นไปได้ของโครงการดังต่อไปนี้
๑ รายละเอียดของกิจกรรมไม่ชัดเจน และไม่มีกำหนดการในการดำเนินกิจกรรม เพื่อแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนและวิธีดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละกิจกรรมอย่างชัดเจน
๒.กิจกรรมของโครงการควรจะเป็นกิจกรรมสาธิตการปลูกพันธุ์ไม้ และพันธุ์ไม้ที่ใช้ในโครงการควรเป็นพันธุ์ไม้ราคาถูก และสามารถขอรับการสนับสนุนจากสำนักงานป่าไม้จังหวัด หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่น และหากจะซื้อพันธุ์ไม้ควรซื้อในปริมาณที่พอเหมาะกับการสาธิตปลูก ไม่ควรซื้อเป็นจำนวนมาก
๓. ขาดตัวชี้วัดของโครงการที่จะแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ของโครงการภายหลังดำเนินโครงการเสร็จสิ้น
๔.พื้นที่ในการปลูกพันธุ์ไม้ฯ ไม่ควรเป็นที่ดินของเอกชน ควรเป็นที่ดินสาธารณะและได้รับการยินยอมจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ในการขอใช้พื้นที่นั้นๆ
๕. รายงานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัดขอนแก่น ในการพิจารณาอนุมัติโครงการไม่ควรเป็นมติเวียน ควรอยู่ในการประชุมคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาความสมประโยชน์ของโครงการ เพราะโครงการไม่ใช่โครงการเร่งด่วน
๖. ขาดหนังสือรับรองการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งแนวทางการปฏิบัติในการสนับสนุนโครงการตามแผนพัฒนาประจำจังหวัด กำหนดให้โครงการที่เสนอขอรับการสนับสนุนจะต้องมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการอย่างใดอย่างหนึ่ง อาทิสนับสนุนวิทยากร อาสาสมัคร ยานพาหนะโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย สนับสนุนอุปกรณ์ในการดำเนินโครงการ สนับสนุนงบประมาณ สนับสนุนเครื่องดื่ม เป็นต้น......."
๗/ได้ปรับโครงการโดยได้ โทร.คุย กับ อ.วิริยะ ข้อ ๑ และข้อ ๓ ได้ปรับแก้แก้โครงการเรื่องกิจกรรมและดัชนีชี้วัด ส่วน ข้อ ๒ ได้ชี้แจงว่า ไม่ได้แค่เป็นการสาธิตแต่เป็นการให้ไปต่อยอดทำต่อที่บ้านด้วย และได้แสดงให้เห็นภาพนี้แล้วในโครงการ และไม่ได้เป็นการปลุกป่าจึงจะได้ไปขอต้นไม้ฟรีจากหน่วยงานรัฐตามที่คณะทำงานฯเสนอ ไม่ได้ปลูกมะค่า .. และเฉลี่ยค่าพืชพันไม้ต่อรายครอบครัวเพียงหมื่นกว่าบาทหรือรายหัว(ครอบครัวละ ๒ คน) ก็ตกห้าพันกว่าบาทเท่านั้น แล้วแต่ละครอบครัวจะได้พืชพันธุ์ไปขยายพันธุ์ต่อที่บ้านอย่างยั่งยืน  และข้อ ๔ ชี้แจง อ.วิริยะว่า เป็นความเข้าใจผิดของคณะทำงาน-เพราะไม่ได้เป็นการปลุกป่า-ปลูกลงพื้นดินแต่ปลูกในกระถาง-ปลูกเสร็จก็ขนกลับบ้าน ซึ่งเทียบกับการอบรมสัมมนาอื่นๆ ที่ไปเสียค่าโรงแรมนั่งนอน-นอนคุยกัน การได้พืชพันธุ์กลับไปเป็นวัสดุทำกิจกรรมอาชีวบำบัดต่อยอดที่บ้านได้อย่างยั่งยืน-อย่างนี้จะไม่คุ้มกว่ารึ? สำหรับข้อ ๖ ระบุไว้ตรงไหน ในระเบียบว่าด้วยกองทุนฯ ก็ไม่เห็นมี แต่ก็มีแบบสำรวจที่เทศบาลนครขอนแก่นโดยสำนักการศึกษาจะช่วยเรื่องอาสาสมัครกับวัสดุปลูกสำหรับการสาธิตและในวันเปิดโครงการจะเชิญ นายกเทศมนตรีมาเป็นประธานเปิดพร้อมบรรยายพิเศษ และที่ว่าไม่ใช่โครงการเร่งด่วนก็จริงแต่ก็เหมือนเร่งด่วนเพราะจะไม่ทันงบประมาณปีห้าสอง-นี่คณะทำงานมันมีกึ๋นกันหรือเปล่านิ....การติดขัดเกณฑ์ข้อโน้นข้อนี้แม้แต่โครงการหมอปริสุทิจะอนุมัติแล้วก็ยังไม่ทันงบประมาณปี ๕๒ ทำให้ขอนแก่นไม่ได้งบประมาณปี ๕๒ เลย แสดงว่ากระบวนการบริหารกระบวนการทำงานของกองทุนและคณะทำงานฯ ทำให้คนพิการจังหวัดขอนแก่นโดยเฉพาะกลุ่มออทิสติกเสียประโยชน์อันพึงมีพึงได้ แล้วยังมีหน้าว่าไม่ใช่โครงการเร่งด่วนขอบอกว่าเกี่ยวกะคนพิการแม้งงงเร่งด่วนทั้งนั้น! ช้าไปวันก็ทรมาณพวกเขาและครอบครัวไปวัน..เข้าใจกันบ้างไม๊เนี่ยะ?
[ระบบราชการ-โครงการของประชาชนมันก็ตั้งแง่จนใช้งบประมาณไม่ได้หรือไม่ทัน ที่เป็นงบประมาณปกติของส่วนราชการต่างๆ ความเชื่องช้าของระบบขั้นตอนราชการมันก็ใช้งบไม่ทันแล้วค่อยมาล้างผลาญงบประมาณให้กันตอนปลายๆ ปีงบประมาณ-สำนักงบ/กรมบัญชีกลางฯ คิดจะแก้ปัญหาตรงนี้กันบ้างไหมเนี๊ยะ....]
๘/ปรับโครงการแล้ว ไปรอให้คุณบุรีเซนต์(เป็นครั้งที่๓-๔?) ส่งโครงการให้ พมจ. ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ ประชุมอนุจังหวัด ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ บอกให้ยืนมติส่วนกลางของคณะทำงานที่ อ.วิริยะเป็นประธาน กำลังรอบันทึกการประชุม ถามเลขาฯ อนุฯจังหวัด บอกที่เราคุยกับ อ.วิริยะไม่ช่วยเพราะไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
๙/จะเดินหน้าหรือถอย? เพราะโครงการของหมอปริสุทธิ์ของบปี ๕๒ ก็ไม่ทันมาใช้งบปี ๕๓ แล้วปี ๕๓ ก็มีโครงการม้าบำบัด/ธาราบำบัด/ดนตรีบำบัด ขอเข้าไปโดยใช้ชื่อโครงการใหญ่ว่า โครงการ "การฝึกพัฒนาสมรรถนภาพทางกายบุคคลออทิสติกตามแบบนักศึกษาวิชาทหาร" เพื่อให้เข้าอยู่ในแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจังหวัดขอนแก่นปี ๒๕๕๒-๒๕๕๔ โดยโครงการนี้ได้งบจากโรงพยาบาลสี่แสนกว่า แล้วจะขอจากกองทุนฯ อีกสามแสนแปด....เมื่อรวมกับโครงการของหมอปริสุทธิ์มันก็เกินแปดแสน.....

รึจะไปงบไทยเข้มแข็งสำหรับคนพิการน่ะมีไม๊...งบคนพิการไทยเข้มแข็ง?
 

salt:
โครงการที่ปรับแก้แล้วครั้งล่าสุด....(ล่าสุดครั้งหลังสุด...ฮา)

ชื่อโครงการ    การปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการอาชีวบำบัดและปูพื้นฐานการงานอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น ระยะที่ 1

หน่วยงาน/องค์กรที่รับผิดชอบ       สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น

 

1.หลักการและเหตุผล

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ. 2550  พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ  พ.ศ. 2540  รวมทั้งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542  แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)  พ.ศ. 2545  พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2551  ได้กล่าวถึงสิทธิคนพิการที่จะต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์  การศึกษา  การอาชีพและสังคมอื่นๆ โดยเท่าเทียมกันและเสมอภาคในฐานะมนุษย์คนหนึ่งของสังคม  ออทิสติกเป็นคนพิการอีกกลุ่มหนึ่ง  ที่รัฐและสังคมควรให้ความสนใจและเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด  โดยมีระบบการดูแลที่สอดคล้องกับคุณลักษณะและสภาพปัญหาของแต่ละบุคคล                    

                เนื่องจากบุคคลออทิสติกหรือผู้มีภาวะออทิซึ่มเป็นอาการหนึ่ง  ซึ่งมีความผิดปกติในโครงสร้างการทำงานของสมองทำให้มีความบกพร่องของพัฒนาการอย่างรอบด้านทั้งด้านสังคม  ด้านการสื่อความหมาย  ทำให้ไม่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างและสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้แบบคนปกติ  ภาวะออทิซึ่มดังกล่าวเกิดขึ้นมาแต่กำเนิดโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดจึงไม่อาจหาทางป้องกันได้  และที่แตกต่างอย่างเป็นสำคัญจากความพิการประเภทอื่น คือ บุคคลออทิสติกมีรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนคนปกติทั่วไป  แต่ไม่สามารถบอกความต้องการของตนเองได้  การกระทำทุกอย่างในเบื้องต้นหากไม่ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการการกระทำจะเป็นไปโดยสัณชาตญาณ  แต่ถ้าได้รับการอบรมเลี้ยงดูโดยมีการกระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสมก็สามารถมีพัฒนาการที่ใกล้เคียง  ดีขึ้นหรือดีกว่าบุคคลปกติได้

                ปัจจุบันการจัดการปัญหาเกี่ยวกับความต้องการจำเป็นพิเศษของบุคคลออทิสติกและครอบครัวในทุกด้านนั้นต้องยึดหลักการบูรณาการการแก้ไขปัญหาในหลาย ๆ ระดับรอบด้านและครบทุกมิติในแต่ละบริบท  ทั้งในบริบทของปัญหาด้านสังคม  การศึกษา  เศรษฐกิจ  การเมืองและสิ่งแวดล้อม  สำหรับการแก้ปัญหาและส่งเสริมให้เขามีสมรรถนะทั้งทางด้านกายภาพและสังคมจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณภาพมากกว่าปริมาณ            

สมาชิกของสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น จำนวนสิบกว่าครอบครัว ได้ทดลองปฏิบัติการปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศสำหรับบุคคลออทิสติกอย่างจริงจัง มาระยะหนึ่ง โดยแบ่งพืชพันธุ์ไม้ประกอบการปลูกออกเป็น 4 กลุ่มได้แก่ 1. พืชพันธุ์ไม้ให้ร่มเงา เช่น ไม้ยืนต้น 2. พืชพันธุ์ไม้พยาบาล เช่น เคราฤาษี  3.  พืชพันธุ์ไม้เอื้อระบบนิเวศ เช่น  เดฟ เฟิร์น 4.  พืชพันธุ์ไม้เป้าหมาย เช่น กล้วยไมและได้นำหลักการปลูกแบบสมดุลระบบนิเวศของพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน ที่แบ่งพืชพันธุ์ไม้ประกอบการปลูกออกเป็น ๔ กลุ่ม ดังกล่าว  มาประยุกต์ใช้เป็นการอาชีวบำบัดสำหรับบุคคลออทิสติก โดยเน้นที่กระบวนการผลิต  เพราะในกระบวนการผลิตต่าง ๆ นั้นจะมีกิจกรรมการกระตุ้นพัฒนาการการรับรู้  และการประสานสัมพันธ์ของระบบประสาทการรับรู้ระบบต่าง ๆ ของร่างกาย  เช่น  ระบบประสาทการรับรู้การสัมผัส(ผิวหนัง)  และระบบประสาทรับรู้เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวต่าง ๆ เป็นต้น

เพื่อเป็นการปูพื้นฐานและต่อยอดให้เป็นการยั่งยืน สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่นจึงได้จัดทำโครงการการปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการอาชีวบำบัดและปูพื้นฐานการงานอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น ระยะที่ 1  ขึ้น โดยเน้นให้ครอบครัวออทิสติกในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น  เรียนรู้เนื้อหาและการปฏิบัติของการปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ 

เพื่อเป็นการเชื่อมโยงและต่อยอดให้เป็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องยั่งยืนต่อไป ครอบครัวบุคคลออทิสติกที่ได้เข้าร่วมโครงการจะได้รับพืชพันธุ์ไม้จากโครงการนี้กลับไป จัดเป็น “มุมสวนสมดุลระบบนิเวศ” เพื่อเป็นสถานที่/โรงเรือนในการฝึกปฏิบัติกิจกรรมอาชีวะบำบัดด้วยอาชีพ-วิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ ที่บ้าน ได้อีกด้วย  และหลังจากการอบรมสิ้นสุดทางสมาคมผู้ปกครองก็จะจัดให้มีการเยี่ยมบ้านเพื่อนิเทศและติดตามผล  เพื่อให้ครอบครัวบุคคลออทิสติกที่เข้าร่วมโครงการได้ประสิทธิผลจากการอบรมมากที่สุด

 ทั้งนี้ในการจัดทำโครงการยังได้รับการเห็นชอบและสนับสนุนการทำโครงการ จาก เทศบาลนครขอนแก่น โดย สำนักการศึกษาเทศบาลนครขอนแก่น จะสนับสนุนด้านอุปกรณ์การปลูกบางส่วนที่วิทยากรจะใช้ในการสาธิต ได้แก่ กากมะพร้าว ดินปลูก และอาสาสมัคร(ผู้ช่วยวิทยากร) จำนวน 2 คน 

2. วัตถุประสงค์

                2.1  เพื่อให้ครอบครัวออทิสติกมีสถานที่/โรงเรือนในบ้านของตนเองในการฝึกปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ

                2.2  เพื่อให้ครอบครัวออทิสติกมีแนวทางและพื้นฐานในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้แก่ตนเอง

                2.3  เพื่อให้ครอบครัวออทิสติกมีความสามัคคีกัน  โดยจัดตั้งกลุ่มผู้ปกครองออทิสติกเพื่ออาชีพ - วิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ  

3. กลุ่มเป้าหมาย

                บุคคลออทิสติกและครอบครัวที่เป็นสมาชิกชมรมเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติก(ขอนแก่น)ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น   จำนวน 27 ครอบครัว ครอบครัวละ 2 คน รวมทั้งสิ้น 54 คน

4. วิธีการดำเนินการ  

                4.1  ประชุมเพื่อแต่งตั้งคณะคณะทำงานโครงการ

                4.2  ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                4.3  เตรียมความพร้อมวัสดุ  อุปกรณ์  สถานที่ในการฝึกอาชีพ

                4.4  ดำเนินการฝึกโดยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการการปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการอาชีวบำบัดและปูพื้นฐานการงานอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น ระยะที่ 1

                4.5  รายงานผลการดำเนินงาน

5.  ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ

                1  กันยายน  2553 – 30 พฤศจิกายน 2553

6.  สถานที่ดำเนินงาน        

                สวนสมดุลระบบนิเวศออทิสติกฯจังหวัดขอนแก่น

7. งบประมาณ

ค่าวิทยากร  

-  เรื่องพืชพันธุ์ไม้ให้ร่มเงา                       ชั่วโมงละ 600  บาท x 3 คน x  6 ชั่วโมง x 1 วัน  10,800 บาท

-  เรื่องพืชพันธุ์ไม้พยาบาล                       ชั่วโมงละ 600  บาท x 3 คน x 6 ชั่วโมง  x 1 วัน   10,800 บาท

-  เรื่องพืชพันธุ์ไม้เอื้อระบบนิเวศ                 ชั่วโมงละ 600  บาท x 3 คน x 6 ชั่วโมง  x 1 วัน   10,800 บาท

-  ค่าตอบแทนวิทยากรในการติดตามผลการดำเนินงานที่บ้านหลังการอบรม
                                                    ชั่วโมงละ 600  บาท x 3 คน x 6 ชั่วโมง  x 3 วัน  32,400 บาท

                                  รวม                                                                           64,800 บาท

ค่าอาหารกลางวัน

-  อบรมครั้งที่   1                                                                                54  คน x 130  บาท x 1 วัน   7, 020  บาท

-  อบรมครั้งที่   2                                                                                54  คน x 130 บาท  x 1 วัน   7, 020  บาท

-  อบรมครั้งที่   3                                                                                54  คน x 130  บาท  x 1 วัน   7, 020 บาท

-  ติดตามเยี่ยมบ้าน                                                                                3  คน x 130 บาท    x 3 วัน  1, 170 บาท

                                  รวม                                                                                         22,230 บาท

ค่าวัสดุในการฝึกอบรม

-  พืชพันธุ์ไม้ให้ร่มเงา      54  คน x 380  บาท x 1 ชุด                                         20,520 บาท

-  พืชพันธุ์ไม้พยาบาล       54  คน x 435  บาท x 1 ชุด                                        23,490 บาท

-  พืชพันธุ์ไม้เอื้อระบบนิเวศ54  คน x 4,665 บาท x 1 ชุด                                        251,910 บาท

-  วัสดุ/อุปกรณ์ในการปลูก54  คน  x 400  บาทx  1 ชุด                                            21,600 บาท

-  เอกสารประกอบการอบรม                                                                             6,420 บาท

-  ค่าเดินทาง(วันอบรม)                    54  คน x 100  บาท  x 3 วัน                        16,200  บาท

-  ค่าเดินทาง(วันเยี่ยมบ้าน)              3  คน x 100  บาท  x 3 วัน                               900  บาท

รวม                                                                                                  341,040 บาท

รวมเป็นเงินทั้งสิ้นที่เสนอขอ                                 414,070 บาท (สี่แสนสองหมื่นแปดพันเจ็ดสิบบาทถ้วน)*

หมายเหตุ* ขออนุมัติถัวเฉลี่ยจ่ายทุกรายการ

 

 

 

8.  ดัชนีชี้วัด

             8.1 ด้านปริมาณ

           -  บุคคลออทิสติกและครอบครัวที่เป็นสมาชิกชมรมเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติก(ขอนแก่น)ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น   จำนวน 27 ครอบครัว ครอบครัวละ 2 คน รวมทั้งสิ้น 54 คน

             -  วิทยากรในโครงการ  จำนวน  3  คน และ ตัวแทนจากหน่วยงานอื่นอีก 4 คน

             8.2  ด้านคุณภาพ

            -  ครอบครัวบุคคลออทิสติกที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ ๘๐ มีสถานที่/โรงเรือนที่บ้าน

            - ครอบครัวที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ ๗๐ มีแนวทางพื้นฐานในการประกอบอาชีพเกี่ยวกับอาชีพ-วิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ

            - ครอบครัวบุคคลออทิสติกที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ ๙๐ เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ปกครองออทิสติกเพื่ออาชีพ - วิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ    

9...ผลที่คาดว่าจะได้รับ

          9.1  ครอบครัวออทิสติกมีสถานที่/โรงเรือนในบ้านของตนเองในการฝึกปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามสมดุลระบบนิเวศตามหลักสมดุลระบบนิเวศ

          9.2 ครอบครัวออทิสติกมีแนวทางและพื้นฐานในการประกอบอาชีพเกี่ยวกับอาชีพ-วิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ เพื่อสร้างรายได้แก่ตนเอง

          9.3  ครอบครัวออทิสติกมีความสามัคคีกัน  และมีกลุ่มผู้ปกครองออทิสติกเพื่ออาชีพ – วิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ

 

 

 

 

กำหนดการการอบรม

โครงการ  การปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการอาชีวบำบัดและปูพื้นฐานการงานอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น ระยะที่ 1


           ครั้งที่  1 การปลูกพืชพันธุ์ไม้ให้ร่มเงา 11 – 9 - 2553 /08.00 - 08.30 -ลงทะเบียน ฯลฯ

           ครั้งที่  2 การปลูกพืชพันธุ์ไม้พยาบาล   12 –9- 2553/ฯลฯ

           ครั้งที่  3 การปลูกพืชพันธุ์ไม้เอื้อระบบนิเวศ 13 – 9 - 2553/ฯลฯ
 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว