บ้านตุลาไทย
20 พฤศจิกายน 2017, 22:29:12 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คุณป้าพาเที่ยว ตอน ฟักทองยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก  (อ่าน 28460 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 31 ตุลาคม 2010, 14:42:06 PM »




ภาพ - businesspundit.com


คุยกันก่อน


ช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี ชุมชนเกษตรกรเล็กๆ ริมชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกจัดให้มีงาน Art & Pumpkin Festival เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานศิลป์และประกวดฟักทองใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังจัดให้มีกิจกรรมการกุศลและการแห่แหนตามประเพณี

ชุมชนแห่งนี้ผลิตและจำหน่ายสินค้าการเกษตร สินค้าที่สำคัญในช่วงนี้คือ Pumpkin หรือผลฟักทอง ที่ลูกค้าทั้งใกล้และไกลแวะเวียนมาซื้อไปประดับบ้านในเทศกาล Halloween ที่จะถึงในปลายเดือนนี้ ตลอดทั้งนำไปประกอบอาหาร หรือทำขนมหวานแจกจ่ายกันในเทศกาลดังกล่าว

ผู้เขียนพิจารณาเห็นว่า ชาวบ้านในชุมชนดังกล่าวมีความสมัครสมานสามัคคี รู้จักจัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้าของชุมชนและเสียสละช่วยเหลือกันและกันผลักดันให้มีงานเทศกาลนี้ขึ้นจนเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ควรที่จะหาโอกาสไปร่วมชมกิจกรรมดังกล่าวสักครั้ง เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์และถ่ายทอดสิ่งละอันพันละน้อยเท่าที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังได้ โปรดติดตามได้เลยนะคะ  ยิงฟันยิ้ม



บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 31 ตุลาคม 2010, 14:45:31 PM »




เมื่อกลางเดือนตุลาคม ปีนี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยือนชุมชน Half Moon Bay หรือชุมชนอ่าวจันทร์เสี้ยว ห่างจากเมืองซานฟรานซิสโกลงไปทางใต้ประมาณ 25 ไมล์ ชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ราบระหว่างหุบเขาติดกับอ่าว Half Moon Bay ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ผืนแผ่นดินอันอุดมบนที่ราบเชิงเขา เคล้าเคลียด้วยกรุ่นกลิ่นไอของม่านหมอกจากท้องทะเล เมื่อถึงฤดูกาลเกษตรไออุ่นจากแสงแดดตามธรรมชาติสาดส่องไปทั่วหุบเขา จึงเหมาะที่จะทำการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ อันเป็นวิถีชีวิตของชุมชนอันสุขสงบแห่งนี้

ผู้เขียนเดินทางไปเยือน 2 วันติดต่อกัน ทั้งก่อนงาน Art & Pumpkin Festival และเดินทางไปเยือนอีกครั้งในวันงานเทศกาลรื่นเริง ทั้งนี้ เพื่อให้มีโอกาสได้เห็นตลาด Pumpkin หรือฟักทอง ที่เกษตรกรนำมาวางจำหน่ายตามร้านค้าริมทางก่อนที่งานเทศกาลจะเริ่มขึ้น เพราะในช่วงวันจัดงานการจราจรบนเส้นทางที่คับแคบจะคับคั่งมากและลูกฟักทองอาจจะถูกลูกค้ากวาดซื้อไปเสียก่อน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 พฤศจิกายน 2010, 03:52:06 AM โดย JumJim » บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 31 ตุลาคม 2010, 14:51:12 PM »





Pumpkin เป็นผลของพืชพันธุ์ไม้เลื้อย จัดอยู่ในชื่อสกุลทางพฤกษศาสตร์ว่า Cucurbita และอยู่ในวงศ์ Cucurbitaceae เช่นเดียวกับฟักทองของบ้านเรา หากแต่เนื้อในอ่อนหยวกค่อนไปทางเหลวเละ อีกทั้งรสชาติยังแตกต่างไปจากฟักทองในเขตร้อนชื้นแถบประเทศเอเชีย ชาวบ้านในถิ่นนี้นิยมเอาไปตกแต่งในวัน Halloween และวัน Thanksgiving อีกทั้งยังใช้ทำอาหารและขนมหวานหลากหลายชนิดอีกด้วย

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 31 ตุลาคม 2010, 14:58:09 PM »




ท่านผู้รู้อธิบายว่า Pumpkins ที่วางอยู่บนพื้นข้างล่างเป็นพันธุ์หนึ่งของลูก Squashes หลากหลายพันธุ์ที่อยู่บนชั้นวางของตรงกลางภาพและ Squash นั้นเป็นพืชท้องถิ่นของเม็กซิโกและประเทศในแถบละตินอเมริกา โดยบรรพบุรุษชนเผ่าอินเดียนในถิ่นนี้เพาะปลูก Pumpkin อย่างแพร่หลายอยู่ก่อนแล้ว ก่อนหน้าที่พวกนักล่าอาณานิคมจากยุโรปจะอพยพเข้ามา นิยมนำไปประกอบในอาหารสดจำพวกสลัด หรือนำไปปรุงยัดไส้ด้วยเนื้อ ตลอดทั้งนำไปทอดและอบกรอบแห้ง เพื่อใช้รับประทานเป็นอาหาร

ขอให้สังเกตว่า Squashes บางพันธุ์เช่น Buttercup Squashes สีเขียวๆ ที่เห็นในภาพมีรูปร่างและเนื้อในใกล้เคียงกับฟักทองของบ้านเรายิ่งกว่า Pumpkins ในที่นี้ ส่วน Pumpkins เหล่านี้นั้น นำไปหั่นเป็นชิ้นสำหรับผัด หรือแกงเหมือนฟักทองบ้านเราไม่ได้ เพราะเนื้อในอ่อนเละ จึงเหมาะที่จะนำไปทำสตูว์และซุปมากกว่า



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 พฤศจิกายน 2010, 20:58:40 PM โดย JumJim » บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 31 ตุลาคม 2010, 15:00:27 PM »





ผล Gourds อยู่ในวงศ์ Cucurbitaceae เช่นเดียวกับ Pumpkins ส่วน Gourds รูปร่างหงิกหงอที่เห็นในภาพใช้นำไปปรุงอาหารและ Gourds บางพันธุ์มีเปลือกแข็งรูปร่างเหมือนน้ำเต้าของบ้านเรา เมื่อทำให้แห้งแล้วสามารถนำไปสลักเสลาดัดแปลงเป็นเครื่องใช้และสิ่งของประดับได้เช่นเดียวกัน

ส่วนลูกฟักทองขนาดเล็กสีขาวที่อยู่ถัดขึ้นไป เรียกว่า Baby Boo Pumpkin มักจะนำไปใช้ในการประดับตกแต่งในงานเทศกาลมากกว่านำไปทำเป็นอาหาร


บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 31 ตุลาคม 2010, 15:08:22 PM »





ผู้เขียนอธิบายสาธกยกเรื่องมาซะยาวยืด เพราะไม่ค่อยสนิทใจที่พจนานุกรมเรียก Pumpkin ชนิดนี้ว่า ฟักทอง เพราะญาติพี่น้องของ Squashes ที่มีความหมายเหมารวมตามสำนวนว่าฟักแฟงแตงกวา ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับฟักทองของบ้านเรายังมีอีกหลายชนิด ดังที่ยกสาธกมาข้างต้น

ความแตกต่างดังกล่าวนี้ คงจะเหมือนกับการขยายกระจายพันธุ์ของประชากรโลก เมื่อแยกย้ายกันไปหาอยู่หากินคนละทวีป รูปร่างผิวพันธุ์ย่อมแตกต่างกันออกไปตามสภาพภูมิอากาศและสภาพภูมิประเทศของแต่ละถิ่น เอาเป็นว่าถ้ากล่าวถึง ฟักทอง ที่เอาไปประดับในงาน Halloween ที่ผู้เขียนกล่าวถึง ให้นึกถึงฟักทองของฝรั่งหัวแดงพันธุ์ที่เห็นอยู่นี้ก็แล้วกัน  ยิงฟันยิ้ม



บันทึกการเข้า
konthai
Hero Member
*****
กระทู้: 1163


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2010, 10:10:17 AM »

Great photos! Happy Holloween.....:0 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2010, 19:54:06 PM »


Thanks. Do you still remember the good old days ?  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2010, 20:06:39 PM »





พืชพันธุ์ไม้เลื้อยจำพวก Squashes ที่กล่าวมา รวมถึงต้นฟักทองมีดอกเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในต้นเดียวกัน เกษตรกรในถิ่นนี้อาศัยฝูงผึ้งเป็นหลักในการช่วยถ่ายเทผสมเกสร เพื่อให้พืชพันธุ์เหล่านี้สามารถขยายกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติ

น้ำผึ้งที่เห็นในภาพนี้ เป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านจากผึ้งเลี้ยงที่เกษตรกรนำมาวางจำหน่าย ส่วนสีสันน้ำผึ้งที่แตกต่างกันออกไป เนื่องจากผึ้งแต่ละรังได้รับน้ำหวานจากพืชพันธุ์ต่างชนิดกัน

อาจจะถือได้ว่า มนุษย์ทุกวันนี้ทำหน้าที่ประหนึ่ง "พระเจ้า" ผู้ควบคุมวงจรชีวิตของพืชและสัตว์ไว้ได้ส่วนหนึ่ง พร้อมกันนั้นยังถือโอกาสตักตวงเรียกเอาผลประโยชน์จากทรัพยากรที่ทรงประทานให้แก่ธรรมชาตินั้นด้วย หรือในอีกแง่หนึ่งคือ การพึ่งพาอาศัยอยู่ต่างตอบแทนกันและกัน กรณีนี้มีนัยยะที่น่าคิด ??

 

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2010, 20:08:43 PM »





ร้านจำหน่ายฟักทองสดเจ้านี้ เปิดให้ลูกค้าเดินเลือกสินค้าตามใจชอบ โดยปกติแต่ละครอบครัวจะเลือกซื้อหาฟักทองหลายขนาดตามที่ต้องการ เพื่อนำไปตัดแต่งดัดแปลงทำเป็นรูปหน้าภูติผีปีศาจตามคติโบราณ หรือทำท่าทะเล้นโปกฮาตามค่านิยมสมัยใหม่

ฟักทองธรรมดาแต่ละลูกมีน้ำหนักเฉลี่ยราว 5-10 กก. บางลูกมีขนาดใหญ่ลำบากต่อการขนย้าย ดังนั้น พ่อค้าจะจัดบริการรถเข็นให้ลูกค้านำไปเลือกบรรทุกสินค้าตามต้องการ แล้วนำมาจ่ายเงินที่บริเวณปากทางออก มีคำแนะนำสำหรับการเคลื่อนย้ายฟักทองชนิดนี้อยู่ว่า ไม่ควรหิ้วฟักทองด้วยวิธีการจับขั้ว เพราะขั้วอาจหลุดขาดได้

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2010, 20:45:20 PM »





งาน Halloween มีต้นกำเนิดมาจากทางทวีปยุโรป บรรพบุรุษของชาวไอริชริเริ่มให้มีขึ้น พวกเขามีความเชื่อว่าในช่วงเดือนตุลาคม โลกนี้และโลกหน้าเคลื่อนย้ายมิติเข้ามาใกล้ชิดกัน เป็นโอกาสที่จะบอกลาวิญญาณของบรรพชนผู้ล่วงลับดับขันธ์ให้เดินทางไปสู่สุคติ

ผู้คนในยุคแรกนั้น นิยมใช้หัวผักกาดมาเจาะทำหน้าปีศาจและตามประทีปโคมไฟแขวนไว้ตามหน้าต่างประตู เพื่อเชื้อเชิญและส่องทางให้วิญญาณบรรพบุรุษ อีกทั้งเชื่อว่าจะช่วยป้องกันภยันตรายจากวิญญาณชั่วร้ายมิให้มากรายใกล้ ในวาระเดียวกัน ยังถือโอกาสเฉลิมฉลองการสิ้นสุดฤดูกาลผลิตก่อนย่างเข้าสู่หน้าหนาวอันแสนนานอีกด้วย

เมื่อชาวไอริชอพยพเข้ามาอยู่ในอเมริกา ได้นำเอาประเพณีความเชื่อเหล่านี้ติดตัวมาด้วยและพบว่าลูกฟักทองท้องถิ่นมีความเหมาะสมที่จะเอามาแกะสลักสำหรับใช้ตามประทีปโคมไฟ ตั้งชื่อโคมไฟนี้ว่า Jack-O-Lantern ตามตำนานความเชื่อนับแต่นั้นมา

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2010, 20:56:22 PM »




ปัจจุบัน งานเทศกาล Halloween เปลี่ยนค่านิยมไปมุ่งเน้นเรื่องของการค้ามากขึ้น ไม่เฉพาะแต่กระบวนการผลิตสินค้าการเกษตร รวมทั้งขั้นตอนการผลิต Jack-O-Lanterns เพื่อใช้ตกแต่งตามประเพณีเท่านั้น ยังขยายการตลาดไปถึงเครื่องแต่งกายและการจัดงานรื่นเริง เพื่อส่งเสริมการค้าตามแต่ละท้องถิ่นจะคิดสรรค์ขึ้น การเคลื่อนย้ายถ่ายเททางวัฒนธรรมประเพณีจากซีกโลกตะวันตกมาสู่ตลาดเมืองไทยที่อ่อนไหวด้านวัฒนธรรม น่าจะมีด้วยเหตุผลประการฉะนี้

เมื่อเร็วๆ นี้ ได้อ่าวข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ระบุว่ามูลค่าทางการตลาดของงาน Halloween สูงกว่างานเทศกาลตามประเพณีต่างๆ ที่พวกฝรั่งมังค่าจัดให้มีขึ้น รวมถึงช่วงงานวัน Christmas ที่ผู้เขียนทึกทักเอาว่าน่าจะสูงที่สุด  

ในภาพแสดงหน้าบ้านหลังหนึ่งของชุมชน Half Moon Bay เขาจะเตรียมฟักทองไว้ก่อนวัน Halloween และเมื่อใกล้ถึงวันเทศกาล เจ้าของบ้านจึงจะชักชวนลูกหลานออกมาตัดเจาะลูกฟักทอง ซึ่งมักจะเป็นรูปหน้าภูตผีปีศาจ โดยกว้านไส้ในออกแล้วจุดเทียนส่องสว่างไว้ภายใน งานตามประเพณีจะเริ่มตั้งแต่ช่วงตะวันชิงพลบของวันสิ้นเดือนตุลาคม ไปสิ้นสุดในเวลามืดค่ำของวันใหม่

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 พฤศจิกายน 2010, 03:55:05 AM โดย JumJim » บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: 02 พฤศจิกายน 2010, 04:27:59 AM »





ในอาณาบริเวณตามเส้นทางที่เกษตรกรนำผลผลิตออกมาวางจำหน่าย เจ้าของฟาร์มจะนำเครื่องเล่นกลางแจ้งหลากชนิดมาให้เด็กละเล่น เพื่อทอดเวลาให้บรรดาผู้ปกครองได้มีโอกาสเลือกจับจ่ายซื้อสินค้าได้อย่างสบายใจ

ในที่นี้ พ่อค้าหัวไสมีสปิริตคิดดัดแปลงเครื่องจักร ให้เด็กได้ฝึกบังคับเครื่องมือกล หัดขุดตักยักย้ายถ่ายเทดินภายในคอกที่กั้นไว้ สนนราคารอบละ 2 เหรียญ ทั้งนี้ เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนได้ฝึกฝนระบบประสาทสัมผัสและซึมซับวิถีชีวิตของเกษตรกรที่คลุกคลีอยู่กับเครื่องจักรกลเหล่านี้ไปในตัวอีกด้วย

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 02 พฤศจิกายน 2010, 04:30:13 AM »





ฝูงแพะเลี้ยงเหล่านี้ เจ้าของฟาร์มกั้นไว้ในคอก ให้เด็กได้มีโอกาสสัมผัสคลุกคลีจับหัวลูบหางอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนั้น ลูกค้ายังได้มีโอกาสป้อนอาหารสำเร็จรูปที่เจ้าของฟาร์มนำมาวางจำหน่ายในราคาชุดละ 1 เหรียญ ให้แก่บรรดาสัตว์เลี้ยงที่น่ารักเหล่านี้ด้วย

ในบรรดาวัตถุสิ่งของเครื่องใช้และวงจรชีวิตประจำวันของเกษตรกรที่อาศัยอยู่ตามท้องไร่ท้องนา อาจถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับพวกเขา แต่สำหรับผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไม่มีโอกาสได้เรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิตตามธรรมชาติเหล่านี้ การได้มีโอกาสศึกษาวิถีชีวิตระหว่างกันและกัน จะช่วยให้มนุษย์เข้าใจธรรมชาติและเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: 02 พฤศจิกายน 2010, 04:31:45 AM »





พื้นที่บางแห่งเขาดัดแปลงให้เป็นลานเด็กเล่น โดยเอาฟางแห้งมาปูแล้วเอาผลผลิตตามฤดูกาลมาวางไว้ให้ลูกหลานได้สัมผัสใกล้ชิดกับธรรมชาติ ผู้ปกครองที่ฉลาดจะได้โอกาสสอนลูกหลานให้เรียนรู้ธรรมชาติที่อยู่รอบตัวอีกด้วย

บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!