บ้านตุลาไทย
21 พฤศจิกายน 2017, 19:15:22 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 [3]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พระแก้วมรกต..ความงดงามของอารยะธรรม..หลวงพระบาง  (อ่าน 19071 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #30 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2010, 09:23:10 AM »

ขอเสริมมั่ง... ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
ที่บ้านเคเบิ้ลทีวีรับช่องลาวได้ด้วย
ช่องทีวีลาวพิธีกรอะไรก็น่ารักนะ.....มีกลิ่นอายความเป็นดั้งเดิมอยู่มาก....อาหารการกินก็ใกล้เคียงกับที่อิฉันอยู่นี่มาก....

เมื่อเทียบกับช่องเวียด...ช่องลาวเราฟังรู้เรื่องเลย.....
ก็อาจจะเป็นจริงอย่างที่เจ้าของกระทู้ว่าวัฒนธรรม(ไม่ใช่อารยะธรรม)ลุ่มน้ำเจ้าพระยาคงถึงกาลสูญสลายแน่นอนดูจากศักยภาพของผู้คน.....และวัฒนธรรมในการคอรัปชั่น....

และ กรุงเทพฯ...ถ้ายังระเริงกันแบบนี้จมน้ำในอนาคตแน่นอน.....ลาวอาจะเป็นศูนย์กลางในอนาคต...แต่ถ้าลาว-พม่าเปิดประเทศเปิดช่องทางให้ไอ้พวกฝรั่งตาน้ำข้าวเข้ารุมสกรัมได้เมื่อไหร่....บ้านเมืองก็จะสกปรกรกรื้อไม่แพ้พี่ไทยตอนนี้ก็ได้....

ประเทศไทยมีกรรม...ที่มีเจ๊กเนรคุณแผ่นดินอย่างโคตรชินมาเกิด.....มีนักการเมืองวิสัยทัศน์สั้น.....ฯลฯ

ตอนนี้พวก อบต. อบจ.....ข้าราชการประจำมันหากินกับน้ำท่วมกันเพลินเลย...กินโม้ดดด...ทั้งทรายดิน...ฯลฯ ถึงประชาชนไม่ไเท่าไหร่?.....เหมือนที่งบ-กองทุนคนพิการเป็นค่าบริหารจัดการอบรมสัมมนาฯลฯ ดม้ดดเหลือที่จะตกถึงกลุ่มเป้าหมายจริงๆ น้อยมากกก.....ตอนนี้ อบต. อบจ...พุงกลาง.....จากงบช่วยเหบืออุทกภัยต่างๆ......ภาคประชาชนน่าจะต้องตั้งหน่วยตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินไอ้พวกนักการเมืองให้หมดตั้งแต่ระดับอบต. ไปยันระดับรัฐมนตรีนั่นแหละ.....

บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
old clumsy
Hero Member
*****
กระทู้: 1769

ดุลยภาพคือทางรอด


ดูรายละเอียด
« ตอบ #31 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2010, 10:11:50 AM »

ที่ว่าวัฒนธรรมของอยุธยาล่มสลายลงไปแล้วนั้น  ผมว่าไม่จริงนะป้าchange

เพราะตอนนี้วัฒนธรรมไม่ว่าจะของเชียงทอง เชียงใหม่ เชียงราย   พนมเปญ เดลี มุมไบ เวียงจันทร์ หรือหลวงพระบาง  หรืออยุธยา-กรุงเทพฟ้าอมรต่างก็ได้ถูกวัฒนธรรมเกาหลี(ใต้) แทรกไปทั่วทุกอณู

ที่หวังว่าจะรักษาวัฒนธรรมของตนเองไว้ได้และยั่งยืนฟื้นฟูอย่างยุคเลอเนอซองส์คงต้องคิดอีกสามรอบ

บังเอิญที่สวนรรับโทรทัศน์ ลาว เขมร  บังคลาเทศ อินเดีย   กัมพูชา เกาหลีเหนือ รัสเซีย คาซัคสถาน  ฯลฯ ได้เป็นร้อยๆช่องเพราะติดจานPSI

ลองดูรายการของวิทยุโทรทัศน์ช่องพวกนั้นดูสิ  

ลูกหลานแอ่งอารยธรรมเหล่านั้น  ทั้งสินธุ คงคา โขง สาละวิน แดง  ดำ แม้แต่แม่น้ำโวลก้า เสร็จอู่วัฒนธรรมแม่น้ำยาลู ของเกาหลีหมดเลย

วัยรุ่นลาว เขมร เวียดนาม ท่าเต้น ท่วงทำนอง เต้นกันงี้ โอ๊ยยิกๆๆๆๆๆ  ร้องเพลงทำนองเดียวกันเปี๊ยบ เพียงแต่คนละภาษา

แล้วจะหวังรักษาวัฒนธรรมของตนเองไว้ได้อย่างไรกัน

ที่รักษาไว้ได้อย่างแน่วแน่ก็คือเกาหลีเหนือ แต่ขอโทษ เป็นวัฒนธรรมคอมมิวนิสต์ แดงแจ๋ย้อนยุคไป 50 ปี แห่งการปลุกระดมต่อต้านจักรวรรดินิยม วันๆมีแต่เชิดชูทั่นประธานคิม  ตอนนี้ลามไปถึงลูกแล้ว  สวนสนามกันพรึบๆ ถือปืนจะยิงจักรวรรดินิยมกันทั้งปีทั้งชาติ  ส่วนของลาวถ้าเป็นโทรทัศน์ทางการนี่ก็โฆษณาชวนเชื่อเอาการอยู่  ไอ้ที่จะวิจารณ์รัฐบาลได้อย่างไทยทีวี สาขาทักษิณนี่ก็ยากเต็มที ขืนวิจารณ์มีหวังโดน

ผมไปลาวมาหลายครั้ง แม้จะไม่ทุกบ่อยๆ

ที่หลวงพระบางเมื่อปี 45  แตกต่างจากที่เห็นปัจจุบันมาก
ที่เวียงจันทร์ไม่ต้องพูดถึง หนองคายยังไง อุดรฯยังไง ที่นั่นก็อย่างนั้น  โดยเฉพาะอารยธรรมทิ้งถุงพลาสติก ทิ้งขยะไม่เป็นที่ ซึ่งในไทยน่าจะลดลงไปแล้วเพราะ"ตาวิเศษเห็นนะ"    แต่ที่ลาวขอโทษเหอะ เกลื่อนไปหมดทั้งเมือง

วัฒนธรรมกินแป้งนัวอีกอย่าง ใส่กันเป็นถุงๆ..ผงชูรสทั้งจริงและปลอมขายดิบขายดีชั่งกิโลขาย

วัฒนธรรมเจ้าขุนมูลนายของข้ารัฐการลาวนี่ก็ใช้ได้เลยเหมือนกัลลล  ใหญ่คับฟ้า จิตใจรับใช้ประชาชนนี่ก็หายห่วง  คอรัปชั่นจากไทยระบาดเข้าไปแซบอีหลี  แค่รอตรวจเข้าเมืองก็หงุดหงิดสามตลบ และขอร้องอย่าไปตอนบ่ายๆนะ ...

ข้ารัฐการหญ่ายๆในเมืองล่วง ขับรถแลนครุยเซอร์ ชาวบ้านธรรมดาเดิน กับขี่จักรยาน  เดี๋ยวนี้ยกระดับเป็นรถเครื่อง มอไซด์..

โทรทัศน์ลาว ถ้าไม่ออกอากาศถ่ายทอดสดคอนเสริต เต้นกันด๊อกๆ ๆๆ มันส์หยด ก็ออกข่าวเซิดซูการปฎิวัติม่วนซื่นโฮแซว

แต่ในความเป็นจริงที่ผมล่องโขงจากเชียงของไปหลวงพระบาง พบแต่ความยากจนของลาวลุ่ม ลาวเทิง ของลาวทั้งหลายรวมทั้งไทยลื้อด้วย หากินตามยถากรรมอยู่ริมน้ำของ ร่อนทอง และหาดักปลามาขายเรือท่องเที่ยว

ส่วนที่ลาวใต้จากช่องเม็ก ไปผาส่วม  ไปหลี่ผี  ปากเซ จำปาสัก คอนพระเพ็ง  ชาวบ้านจริงๆ พวกขา ข่า ข้า เผ่าต่างๆแถวที่ราบสูงโบโลเวน ( หน๋อย  ดันไปอ่านตามฝรั่งอยู่ด้าย ที่จริงมัน บ่ละเว็น  ..เหมือน บ่เต็น นั่นแหละ  มีพวกข้ามุ ข่าละเว็น ชาวเขาของลาวอาศัยอยู่ )ก็ยังลำบากยากเข็ญ  ชาวบ้านหนีลงมาหาอู่อารยธรรมเจ้าพระยา  มารับจ้าง  ลงไปตัดยางถึงอู่อารยธรรมตาปี ปักษ์ใต้เสียค่าหัวให้ข้ารัฐการลาวและตำรวจไทยคนละ 12,000   สองปีได้กลับบ้านที  ถามดูได้ความว่า หาเงินบ่ได้ อยากจะเก็บเงินไปสร้างบ้านที่ปากเซ อ่ะ

นี่คือความจริงของแอ่งอารยธรรม วัฒนธรรมของลุ่มน้ำในอุษาคเนย์ปัจจุบัน

........... ตกใจ

พูดตรงๆอย่างนี้ ตรงและแรงไปไม๊เนี่ย... ขยิบตา ตกใจ ยิงฟันยิ้ม ยิ้มกว้างๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 พฤศจิกายน 2010, 10:14:28 AM โดย old clumsy » บันทึกการเข้า

สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์เสมอ...จงอย่าสำคัญตัวผิด ยิ้มเท่ห์
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #32 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2010, 11:22:05 AM »

สังคมไหนถ้าไม่ดูแลตัวเองให้ดีก็ล่มสลายกันได้ทั้งนั้น
แต่การสังเกตประเทศหนึ่งๆ สังคมหนึ่งๆ  อยู่ที่ว่าเราจะจับจุดเด่นหรือจุดด้อยของเขาขึ้นมา

เคยเห็นตัวอย่างอยู่เรื่องเมืองจีน  สมัยที่เขายังใส่ชุดประธานเหมา  ถือบัตรปันส่วนข้าวและน้ำตาลอยู่  พี่ไทยเราก็จะพากันส่ายหน้าบอกว่านี่เหรอปฏิวัติสังคมนิยม  ปฏิวัติแล้วต้องมาแบ่งสรรปันส่วนกันอย่างนี้หรือ (ภาพก็เหมือนเกาหลีเหนือทุกวันนี้นี่แหละ)
พวกประเทศทุนนิยมก็พากันดูถูกดูแคลน  แม้แต่พวกเราก็พากันหัวเราะเมื่อนึกถึงวันที่ใส่เสื้อเป็นฝาแฝดสีเทา สีครีม กันอยู่ที่เมืองจีน
แต่พอจีนปฏิรูปประเทศสำเร็จ   คนมีอยู่มีกินกระทั่งร่ำรวย  ก็กระแนะกระแหนเขาอีกว่าเดี๋ยวนี้หญิงขายตัวแล้ว  มีผับ มีคาเฟ่ มีคลับแปลกๆ แล้ว (ทั้งที่ของแบบนี้เมืองไทยเราเต็มบ้านเต็มเมือง)  สุดท้ายก็ไปลงที่ว่าตอนนี้แม้จะรวยแต่ก็หันหลังให้กับสังคมนิยม  เป็นพวกเปลี่ยนสีแปรธาตุเป็นทุนนิยมกันไปหมดแล้ว   ตกลงจะเอาอย่างไรหรือเห็นว่าอย่างไรดีแน่ก็ไม่รู้
เรื่องความเหลื่อมล้ำกันอย่างฟ้ากับดินนี่อินเดียก็มากกว่าประเทศอื่นไม่รู้กี่เท่า   แต่มิตรสหายเราบางคนกลับชื่มชมว่า "นี่เป็นความงดงามในความหลากหลาย"  แต่ถ้าเรื่องนี้ไปโผล่ที่เมืองจีนสักที่สองที่ละก้อ   เป็นได้เอามาขยายความกันเป็นวรรคเป็นเวรหรือลากไส้กันได้ทีละหลายๆ ขด กระทั่งพากันวิเคราะห์ว่านี่คือความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในประเทศจีนที่จะแยกห่างออกไปทุกที   และจะต่อก่อให้เกิดการปะทะทางสังคมครั้งใหญ่ต่อไปในอนาคต (ในขณะที่อินเดียไม่เห็นมีใครวิเคราะห์อย่างนี้เลย)
ฟังดูแล้ว  ก็มึนเหมือนกัน  ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่  (หรือมีดับเบิ้ลสแตนดาร์ดเหมือนกัน)

อย่างลาว  ผมยังว่าเนื่องจากพื้นที่มากประชากรน้อย  ปัญหาบางอย่างก็พอแก้ไขโดยตัวของมันเองไปได้  หรือได้ดีกว่าเมืองไทยที่มองไม่เห็นว่าจะแก้อย่างไรถ้าขืนไปกันอย่างนี้ (นี่อาจเป็นความหมายที่ว่าอาจถึงยุคลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาล่มสลาย  คือหากไม่แก้ปัญหาแบบให้ถึงราก  กรุงเทพเมืองสวรรค์ต้องจมบาดาลแน่นอน)   อย่างลาวครั้งนี้มีหรือที่จะไม่โดนฝนหนักเหมือนกับอีสาน   แต่เขาไม่มีบ้านจัดสรรหรือถนนไปขวางทางน้ำมาก  จึงรอดตัวไม่เสียหายมาก   (แต่แน่นอนถ้าเราจะบอกว่า อีกไม่นานก็ต้องเกิดปัญหาอย่างเดียวกัน  ก็ย่อมได้  แต่เวลานี้เขายังไม่เกิดอย่างไร  หรือมัตัวบัฟเฟอร์มากกว่าเรา)
รายการโทรทัศน์ลาวแน่นอนมีรายการนักร้องมาเต้นให้ดูประดักประเดิก   เหมือนกับที่เราชอบว่า  ถ้าฝรั่งเต้นเราก็ว่าสวยว่าเท่ห์  แต่ถ้าพี่ไทยเต้นเราก็ว่าน่าเกลียดน่าอาย  ของลาวก็ยิ่งหนักเข้าไปอีก  ยิ่งเราจะวาดฝันว่าจะได้เห็นแต่แม่ญิงนุ่งผ้าซิ่นมาฟ้อนรำ   แต่หากติดตามไปหลายๆ รายการผมว่าของเขายังมีความเป็นพื้นฐาน มีความเรียบง่ายและซ่อนถึงน้ำใจอันดีงามอยู่มาก   ซึ่งแทบจะไม่เห็นแล้วในทีวีของไทย

ทั้งหมดจึงอยู่ที่ว่าเป็นการมองไปยังข้อด้อย ข้ออ่อน หรือมองไปยังจุดที่ดีจุดที่เด่นของเขาเป็นสำคัญ (ซึ่งก็คงถูกแย้งได้อีกว่า "มองตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น")
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 พฤศจิกายน 2010, 11:56:59 AM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #33 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2010, 12:06:02 PM »

ที่กล่าวมานี้ไม่ได้ต้องการเปรียบเทียบว่าประเทศหนึ่งดีกว่าประเทศหนึ่ง

แต่ต้องการบอกว่าแต่ละประเทศมีข้อเด่นอะไรที่เราควรชื่มชม หรือควรช่วยเขารักษาและพัฒนาต่อไป

พอดีเจ้าของกระทู้มีความชื่นชมต่อความงดงามของหลวงพระบาง  ซึ่งผมก็เห็นด้วยในประการนี้    ส่วนเรื่องข้อมูลที่เห็นว่าแตกต่างก็ได้แย้งไปแต่แรก  ซึ่งไม่เป็นไรสำหรับการศึกษาแลกเปลี่ยนแสวงหาความรู้กัน  เพราะย่อมไม่มีใครรู้มากที่สุด หรือถูกมากที่สุด  

แต่ทั้งหมดยังอยู่ที่ท่วงทำนองและวิธีการในการศึกษาและอภิปราย  

เมื่อเจ้าของกระทู้เขาชื่นชมในความงดงาม  ซึ่งเป็นการมองในด้านดี ด้านบวกก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่จะช่วยประเทศนั้นได้รักษาสิ่งที่ดีงามต่อไป

ส่วนสิ่งที่ไม่ดีงามต่างๆ ก็ต้องพยายามขจัดและไม่ควรศึกษาสิ่งที่ไม่ดีงามจากประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ โดยเฉพาะจากประเทศไทย
บันทึกการเข้า
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #34 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2010, 13:51:56 PM »

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
555
นึกว่าอิฉันจะบ้าคลั่งชาตินิยมอยู่ผุ้เดียวในบ้านนี้..(นอกนั้นก็สากลนิยม..กันโม้ดดไง..)

ท่านลุงคลัมฯ เจ้าคะ..อิฉันไม่ได้ว่าล่มสลายแล้วนะฮะ..อิฉันว่า....ถ้ายังหลงระเริงกันอยู่แบบนี้มีหวังค่าา.....มีหวังสูญสลาย.....อิฉันใช้คำตามเจ้าของกระทู้นะค๊าา.....คงถึงกาลสูญสลายแน่นอนดูจากศักยภาพของผู้คน.....และวัฒนธรรมในการคอรัปชั่น....

(อุ้ยวุ๊ยแก้ตัวเป็นพัลวัลพัลโก)

พอดีเมื่อเช้าเปิดเคเบิ้นเบื่อข่าวน้ำท่วม..คลิกย้ายช่องไปเรื่อยจนมาเจอช่องอ้ายน้องลาวพอดีอ่ะ

แต่อ่านที่ท่านลุงคลัมฯ ว่ามาตอนท้ายๆ แล้วยิ่งหดหู่ห่อเหี่ยว(ทั้งที่เหี่ยวอยู่แล้ว....แต่ไม่เหี่ยวแห้งนะ..เหี่ยวพองอ่ะ พองออกๆๆๆ..แต่ด้านข้าง(ฮิๆ)) เหี่ยวพองออกๆไปอีกเป็นสามสี่ตลบ...อิฉันดูแต่ข่าวกะหนัง...ดูเพลงมะได้เลยจะอ้วก แค่เห็นเต้นก็ปวดเศียรเวียรเกล้าแหล่ว....สงสัยเอาไปเอามามนุษย์อาจจะเหลืออยู่วัฒนธรรมเดียว...วัฒนธรรมเต้นกระย๊อกกะแย๊ง.....ที่แตกหน่อออกมาจากการเต้นแบบชนเผ่าอัฟริกาดั้งเดิม.....

ฟังลุงแสนฯ เข้าไปอีก.....รุสึกว่าจะยืนยันสิ่งที่อิฉานคิดนะ....ไม่เห็นมันจะมีระบอบการปกครองไหนดีกว่าระบอบการปกครองไหนสักเท่าไหร่เล้ยย.....ย่ำแย่พอกันเกือบทั้งโลก

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 พฤศจิกายน 2010, 14:03:11 PM โดย change » บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #35 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2010, 14:07:55 PM »

อ้างถึง
สุดท้ายก็ไปลงที่ว่าตอนนี้แม้จะรวยแต่ก็หันหลังให้กับสังคมนิยม  เป็นพวกเปลี่ยนสีแปรธาตุเป็นทุนนิยมกันไปหมดแล้ว   ตกลงจะเอาอย่างไรหรือเห็นว่าอย่างไรดีแน่ก็ไม่รู้

อิฉันเคลียร์คัทชัดเจนแจ๋วแหวแล้วท่านลุงแสนฯ.....เอารัฐสวัสดิการแบบสวีเดนดี......
บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
Laos KBS
Newbie
*
กระทู้: 20


Sabaidee Luang Prabang


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #36 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2010, 15:45:35 PM »

ขอบคุณป้า Change เรื่องการใช้คำว่า..วัฒนธรรม..ครับ

ที่ผมเจตนาใช้คำว่า..อารยะธรรม..นั้น..เพราต้องการยกระดับ
ให้มีความหมายน่าสนใจ..มากขึ้นครับ

ผมชอบความคิดของ..ลุงแสนไชยที่ว่า

การหยุดนิ่งของเวลา..ที่หลวงพระบาง..และรัฐฉานนั้น
อาจมีผลดีต่อปัญหา..ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต


เช่น  ปัญหาโลกร้อน..ซึ่งน่าจะรับมือกับปัญหาได้ดีกว่า
ดินแดนที่มีความเจริญมากกว่า..ซึ่งก็คือ..เมืองอุตสาหกรรมทั้งหลาย

แต่ที่ผมอยากให้มองเพิ่มเติมนั้น..อาจน่ากลัวกว่า..ก็ได้ครับ
ในอีกเพียง 2 - 3 ปีข้างหน้านี้..โอกาสที่ราคาน้ำมัน..จะถูกปั่นราคาขึ้นมาอีก

ตรงนี้..อาจเห็นผลกระทบที่ชัดเจน..ระหว่างเมืองอุตสาหกรรมที่เจริญ
กับดินแดนที่ยังด้อยพัฒนา..เพราะถ้าเราติดตามสถานการณ์
เรื่องการแก่งแย่ง..อำนาจในการควบคุมแหล่งผลิตน้ำมันแล้ว

จะพบว่า..สถานการณ์ของตลาดน้ำมันโลก..อยู่ในภาวะอันตรายอย่างยิ่งครับ
การเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน..ที่ผันผวน..น่าจะเป็นการเตรียมการ..เตรียมความพร้อม
เพื่อให้เศรษฐกิจ..ของประเทศที่มีอำนาจ..ในการปั่นราคาน้ำมัน..มีความเข้มแข็ง


แล้วหลังจากนั้น..การปั่นราคาน้ำมัน..จะกลับมาส่งผลกระทบ..ต่อสังคมโลกอย่างรุนแรงครับ
นี่เป็น..เรื่องที่ผมคิดว่า..จะเกิดขึ้นเร็วกว่าปัญหาอื่น ๆ และจะส่งผลกระทบ
อย่างรุนแรง..ต่อสังคม..ที่ไม่มีเสถียรภาพ..สังคมที่เต็มไปด้วยปัญหาอยู่แล้วครับ



Lao Knowledge Based Systems Project
Luang Prabang Institute of Knowledge Based Systems


บันทึกการเข้า

ฮักวัดทะนะทัมเฮา ใซ้พาสาของเฮา
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #37 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2010, 16:22:23 PM »

ท่านท่าวคำไตเตรียมจะกลับอยู่ลาว

ส่วนผมกำลังฝันว่าหลังจากเกษียณแล้วจะไปใช้ชีวิตในรัฐฉาน

จะท่องไปตั้งแต่เมืองไหน่ขึ้นไปจึนถึงรัฐนาคาเลยทีเดียว

และถ้าเขายอมก็จะขอทะลุไปรัฐนาคาของอินเดีย  แล้วไปธิเบต

แต่ที่ว่าเป็นความฝันเพราะเขายังรบกันอยู่  และพม่าก็ยังไม่เป็นประชาธิปไตย 

ผมว่าดินแดนรัฐฉานและพม่าเหนือนี่  เป็นแชงกรีลา นครในฝันแห่งเมืองแมนได้เลยทีเดียว
บันทึกการเข้า
old clumsy
Hero Member
*****
กระทู้: 1769

ดุลยภาพคือทางรอด


ดูรายละเอียด
« ตอบ #38 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2010, 23:16:11 PM »


 ยิ้มเท่ห์
เดี๋ยวๆๆ ก่อนนะป้า

ที่พูดมาทั้งหมดนี่เพียงแต่ยกให้เห็นข้อความจริง

ไอ้เรื่องชื่นชมวัฒนธรรมอันดีงามน่ะ ผมชอบอยู่แล้ว

ไปลาวหลวงพระบางก็ชื่นชม  และยังรู้สึกว่าทำไงจะรักษาแบบนี้ไว้ได้   แต่ลึกก็ยังคิดว่าสักวันหนึ่งก็คงจะหมดไปอีก

  เหมือนที่ไปเมืองเหนือเมื่อ 37 ปีก่อนนั่นแหละ  ไปแล้วก็หลงรัก

แต่แล้วก็ต้องมาดับสูญ  จนทุกวันนี้ ไม่อยากจะไปเมืองเหนืออีกแล้ว

ทุกวันนี้ไม่ว่าในลุ่มเจ้าพระยา หรือลุ่มน้ำโขง ก็มีคนที่ตระหนักดีอยู่แล้วว่า สังคมทุนนิยม อุตสาหกรรม มันทำให้โลกเราแย่ลง 
สังคมดีงามกำลังสูญสลายลงไปเรื่อยๆ   แต่ก็ยังมีคนที่ไม่ยอมแพ้ ลุกขึ้นมาทำโน่นทำนี่ เพื่อเรียกสติให้สังคม ให้หยุดมอง  ไม่ใช่เอาแต่เดินไปข้างหน้าไปลงหุบเหวแห่งความล่มสลาย กลายเป็นวัฒนธรรมเดียว คือบริโภคนิยม จนหมดสิ้นความเป็นคน

คนที่รักในวัฒนธรรม  ไม่ว่าจะเป็นมอญ ลาว  ไทย กระเหรี่ยง ปกากญอ  ชนเผ่าต่างๆ  ต่างก็ต้องพยายามรักษาอัตตลักษณ์ของตนเองไว้ 

ในท่ามกลางกระแสหลักที่เชี่ยวกราก  ก็ยังมีพวกกระแสรองพยายามยืนหยัดกันอยู่

เพียงแต่การยืนหยัดในวัฒนธรรมของตนนั้น ก็ต้องเคารพในวัฒนธรรมและอัตตลักษณ์ของคนอื่นด้วย  อย่าไปคิดว่าของเราดีกว่าเขา  เขาด้อยกว่าเรา

สิ่งที่ต้องพยายามต้าน หรือโต้กระแส  ก็คือวัฒนธรรมแบบวงดนตรีไทเกอร์เกิลส์ของพม่า  ดูแล้ว ก็ไม่ต่างกับของประเทศอื่นๆที่ถูกลืนกินไม่ต่างกันเลย

ศัตรูของวัฒนธรรมอันดีงาม ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมอันดีงามของลาว  ลื้อ  ไต  ปกากญอ ม้ง เย้า ขมุ เขมร พม่า เวียด ฯลฯ  ก็คือ วัฒนธรรมบริโภคนิยมแบบที่กำลังเกิดขึ้นทั่วทุกหัวระแหง  ที่ทำให้จีนยุคนี้ไม่ต่างจากอเมริกัน

ทำให้โลกทั้งโลกเหลืออัตตลักษณ์เดียว  คือ วัฒนธรรมแดกด่วน  ไม่มีราก

ดังนั้น  จึงไม่ควรที่จะมองวัฒนธรรมของชนกลุ่มอื่น ว่าเพราะไม่รักษาจึงล่มสลาย  และต้องไม่หลงแต่วัฒนธรรมของตนเองและรับรู้เฉพาะสิ่งที่ตนรัก ไม่รับข้อเท็จจริงอื่นที่ไม่ตรงกับใจ  โดยแอบรังเกียจวัฒนธรรมอื่นที่อยู่ต่างถิ่น

ก็อย่างที่บอกว่า แท้จริงแล้ว  ในอุษาคเนย์นี้ มีรากของวัฒนธรรม ล้วนมากจากอารยธรรม 2 แอ่งใหญ่  คือ จีน กับอินเดีย

การที่จะใช้คำว่าอารยธรรม ต้องหมายถึง ความเจริญที่มาจากการสร้างสรรค์ ยาวนาน  ยิ่งใหญ่ ต้องเป็นที่ก่อกำเนิด  .....

ขนบประเพณีบางอย่าง และหลายๆอย่าง ที่ชนในอุษาคเนย์นี้มีอยู่ ต่างก็ให้ และรับ  แลกเปลี่ยนกันไปมา  ไม่ว่าจะเป็นด้านใด

ภาษา ขนบประเพณี การผลิต เครื่องมือ  ศาสนา ปรัชญา กระทั่งเครื่องดนตรี..ล้วนมาจากรากเดิมเดียวกัน 

ปรัชญา ระบบคิดและหลักธรรม มาจากภวคีตา  รามยณะ รามเกียรติ มหาภารตะยุทธ   ...มาจากซ้องกั๋ง สามก๊ก และ ไซอิ๋ว..มาจากพราหมณ์ ฮินดู จากพุทธมหายาน หินยาน  พุทธวัชรยานของธิเบตภูฏาน...ข้งจื้อ  เต๋า..

ทำไมเราจึงมีเพลงไทยเดิม เขมรไทรโยค  เพลงมอญ  พม่ารำขวาน  มีกลองมอญ ปี่ชวา  ลาวดวงเดือน  ..ฯลฯ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนและรับกัน

ดังนั้น  ต้องอย่าดูถูกกัน และอย่าคิดว่าของตนเก่ากว่า เหนือกว่า ดีกว่า ของเอ็งจะล่มสลายแล้ว เพราะเอ็งมันขี้ตั๋ว

ท่วงทำนองแบบนี้  นอกจากจะแสงหาความจริง ค้นหารากที่แท้จริงไม่พบแล้ว  ยังจะทำให้เกิดความรังเกียจแก่ผู้อื่นที่พบเห็นและได้ยินได้ฟัง

จริงไม๊ล่ะป้าเมี้ยน...

อยากจะให้นำสิ่งที่พูดไปคิด  แทนที่จะมาหาทางแก้ลำแก้แทนนะป้านะ

  เพราะว่าที่จริง  หากมีเป้าหมายสูงส่งเช่นนี้ ก็ควรจะมีจิตใจที่งดงาม เปิดกว้างด้วย จึงจะทำให้โครงการที่ดี ได้รับการสนับสนุน...

จะรื้อฟื้นวัฒนธรรมหนึ่ง ก็อย่าไปถ่มถุยใส่วัฒนธรรมอื่นเขา บรรพบุรุษเขาจะเดือดร้อน..555555555 ยิงฟันยิ้ม 

และป้าควรจะเลิกด่าเขมรแบบที่ทำอยู่  ด่าฮุนเซน ด่าทักษิณ ก็พอ...  เพราะคนชาวเขมรทั่วไปเขาก็ตกเป็นเครื่องมือของฮุนซวย และทักษิณ

เหมือนกัน.............

พูดเล่นนะป้า..ด่าก็ด่าไปเหอะ เรื่องของป้า แต่ผมไม่เคยด่าและดูถูกวัฒนธรรมของใคร 

เพียงแต่ผมชอบค้นหาความจริงมากกว่าชื่นชมแบบไม่ลืมหูลืมตา

 อย่างประเทศจีนที่คนชื่นชมกันนักหนา  ผมว่า มีอะไรอีกเยอะที่อยู่ใต้สิ่งที่เรียกว่าความสำเร็จ

ยังมีมุมมองที่ทำลายโลก ทำร้ายสังคมมนุษย์ และทำลายความเป็นคน

ยังมีเรื่องทิเบต  เที่ยนอันเหมิน  ..  ไม่ต่างจากเบอม่าวีเจ...

ท่ามกลางความสำเร็จทางเศรษฐกิจ  มันก็มีด้านที่ล้มเหลวทำลายอยู่ไม่น้อย

เพราะนึกถึงประโยชน์ของตนเองมาก  จึงแย่งชิงไปจากคนอื่น

นับตั้งแต่ผมกราบลาจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนสาขาไทย ( พคท.)  ผมบอกตรงๆ ผมไม่เคยไว้ใจรัฐจีนเลย

จีนไม่ต่างอะไรกับอเมริกันชาติใหญ่ ที่พอถึงเวลาจริงๆ  ก็ใช้กำลังกับผู้ที่อ่อนแอกว่า

ดูอย่างเรื่องหมู่เกาะสแปรตลี่นั่นสิ  ตัวเองอยู่ไกลถึงไหนๆ ยังมาอ้างเอาสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ...

ดังนั้น  ตราบใดที่ยังมีพรมแดนเป็นที่กีดกั้น เรื่องผลประโยชน์ของชาติ และประชาชนจึงยังต้องดำรงอยู่ต่อไป

...........พูดไปพูดมา  ไหงไปถึงเรื่องนี้ได้  จบดีกว่า.. เดี๋ยวชาวบ้านจะเดือดร้อน...

อย่าถือสาเลยนะครับ  ถือว่านกร้องเพลงให้ฟัง เพราะมั่งไม่เพราะมั่งก็ทนฟังเอาเต๊อะ..เดี๋ยวก็บินหนีไปเอง..

   ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม:D ยิ้มเท่ห์





บันทึกการเข้า

สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์เสมอ...จงอย่าสำคัญตัวผิด ยิ้มเท่ห์
Laos KBS
Newbie
*
กระทู้: 20


Sabaidee Luang Prabang


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #39 เมื่อ: 06 พฤศจิกายน 2010, 07:54:12 AM »







ผมชอบความคิดเรื่อง..แชงกรีลา..และการเดินทางหลังเกษียนของลุงแสนไชยนะครับ

ผมเองสนใจเรื่อง..การใช้ชีวิตเดินทาง..ของคนรักอิสระ..เช่น
เรื่องของ..Motorhome..และยังคิดจะออกแบบ..และสร้างขึ้นมา

ผมว่า..คนที่ชอบใช้ชีวิตแบบนั้น..น่าจะสนใจเรื่องรถบ้านด้วย
ออกแบบ..ให้เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง..ตามใจที่ปรารถนา






ใช้เวลา..อยู่กับคิด..และออกแบบ..และถ้ามีความพร้อม..ก็ลองสร้างขึ้นมาซักคัน
น่าจะเป็นควาสุขทางจิตใจ..และเป็นสิ่งที่เติมเต็มชีวิต..ในวัยเกษียณได้ดีครับ


Lao Knowledge Based Systems Project
Luang Prabang Institute of Knowledge Based Systems



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 พฤศจิกายน 2010, 07:56:27 AM โดย Laos KBS » บันทึกการเข้า

ฮักวัดทะนะทัมเฮา ใซ้พาสาของเฮา
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #40 เมื่อ: 06 พฤศจิกายน 2010, 08:35:37 AM »

มาเข้าทาง
รถแบบนี้คนที่เคยทำงานกับผมที่จีน  ที่รับมาทำงานด้วยตั้งแต่อายุ 17-18  ตอนนี้ก็เป็นผู้จัดการแล้ว  ก็คิดว่าจะมีแบบนี้สักคันหรือหลายๆ คัน พาคนไปสัญจรตามที่ต่างๆ  คือไปแบบเจาะลึก  วิ่งตามเส้นทางเก่าไม่ต้องวิ่งไปตามทางหลวง  ไม่ต้องรีบร้อน  ค่อยๆ ดูชีวิตของผู้คนตามรายทางที่ผ่านไป    นี่กำลังหัดวาดภาพสีน้ำแบบคุณธีรยุทธ บุญมีอยู่  ไปถึงไหนเจอที่ประทับใจก็ใช้เวลาสักหน่อย จะได้ดูดซับความประทับใจมาไว้นานๆ  ไม่ใช่อย่างทุกวันนี้รีบเที่ยว รีบถ่าย(รูป) แล้วก็รีบไป ก่อนไปถูกต้องให้อยู่นานๆ ที่ร้านขายของสำหรับพวกทัวร์ต่างๆ 

กำลังคิดอยู่ว่าการเปิดเสรีอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2015 นี้จะก่อให้เกิดอะไรบ้าง  แต่แน่นอนว่าเมื่อเปิดตอนนั้นก็ยังคงต้องมีเงื่อนไขหรือตั้งแง่กันอยู่  โดยเฉพาะพม่า
แต่ผมก็คุยกับหลายคนว่า  เตรียมตัวให้ดีๆ พม่าเหนือ รัฐฉานและลาวเหนือ ทอดยาวไปถึงลุ่มแม่น้ำแดงทางตอนเหนือของเวียตนาม นี่แหละที่จะเป็นที่ที่คนผู้แสวงหาธรรมชาติและคนดั้งเดิมแบบไม่ดึกดำบรรพ์เกินไปจะพากันเข้าไป
พูดกับพนักงานที่บ้านที่มาจากเขตดังกล่าวว่าถึงเวลาหนึ่งอาจได้กลับไปทำงานที่บ้าน   เวลานี้เขาพูดภาษาอังกฤษช่วยงานต้อนรับชาวต่างชาติได้ดีกว่าเด็กจบจากมหาวิทยาลัยในเมืองไทย  โดยเฉพาะเด็กจากราชภัฎที่ฝึกเท่าไหร่ก็ฝึกไม่ขึ้นในเรื่องภาษา   กลายเป็นเด็กที่มาจากเขตดังกล่าวเรียนรู้ได้เร็ว  และกล้าพูดกล้าใช้  จนพูดเป็น สื่อภาษาอังกฤษกับเขารู้เรื่อง   นี่แหละหนาความล้มเหลวของการศึกษาในเมืองไทย (อ้าว พูดไปพูดมา ทำไมมาลงที่เรื่องนี้อีก)
บันทึกการเข้า
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #41 เมื่อ: 06 พฤศจิกายน 2010, 08:58:28 AM »

อ้างถึง
กำลังคิดอยู่ว่าการเปิดเสรีอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2015 นี้จะก่อให้เกิดอะไรบ้าง  แต่แน่นอนว่าเมื่อเปิดตอนนั้นก็ยังคงต้องมีเงื่อนไขหรือตั้งแง่กันอยู่  โดยเฉพาะพม่า
แต่ผมก็คุยกับหลายคนว่า  เตรียมตัวให้ดีๆ พม่าเหนือ รัฐฉานและลาวเหนือ ทอดยาวไปถึงลุ่มแม่น้ำแดงทางตอนเหนือของเวียตนาม นี่แหละที่จะเป็นที่ที่คนผู้แสวงหาธรรมชาติและคนดั้งเดิมแบบไม่ดึกดำบรรพ์เกินไปจะพากันเข้าไป
พูดกับพนักงานที่บ้านที่มาจากเขตดังกล่าวว่าถึงเวลาหนึ่งอาจได้กลับไปทำงานที่บ้าน   เวลานี้เขาพูดภาษาอังกฤษช่วยงานต้อนรับชาวต่างชาติได้ดีกว่าเด็กจบจากมหาวิทยาลัยในเมืองไทย  โดยเฉพาะเด็กจากราชภัฎที่ฝึกเท่าไหร่ก็ฝึกไม่ขึ้นในเรื่องภาษา   กลายเป็นเด็กที่มาจากเขตดังกล่าวเรียนรู้ได้เร็ว  และกล้าพูดกล้าใช้  จนพูดเป็น สื่อภาษาอังกฤษกับเขารู้เรื่อง   นี่แหละหนาความล้มเหลวของการศึกษาในเมืองไทย (อ้าว พูดไปพูดมา ทำไมมาลงที่เรื่องนี้อีก)

งั้นแข่งกันหน่อยนะท่านลุงแสนฯ...เพราะพวกอิฉันกะลังจะเอาธรรมชาติเข้าไว้ในเมือง......ความฝันอันสูงสุดคือ ป่าปลูกมือทำ-ป่าสมดุลระบบนิเวศในชุมชน-หนึ่งล่ะ, กะป่าปลูกมือทำป่าสมดุลระบบนิเวศในเมืองมหาลัยขอนแก่น....บนเนื้อสัก ๒-๑๐ ไร่อีกหนึ่งล่ะ(นี่ฝันมาค่อนทศวรรษแล้ว)....แล้วแตกรายเป็นสวนสมุนไพรสมดุลระบบนิเวศ สวนครัวสมดุลระบบนิเวศ.....ฯลฯ แล้วตั้งมูลนิธิเก็บค่าผ่านประตูให้คนเข้าไปเยี่ยมชมและเยี่ยมกิน(แบบโชคชัยอ่ะ-แต่นี่เป็นของหลวง-ของมหาลัย?)....เป็นเอกลักษณ์ของออทิสติกขอนแก่น...ออทิสติกภาคอิสาณ.....ไม่ต้องตะลอนตระเวณให้เหนื่อย..อยู่กับที่-หยุดอยู่กับที่แต่ไม่หยุดนิ่ง....บั้นปลายชีวิตก็ทำบ้านพิทักษ์คนชราในชุมชนใกล้ๆ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน...ถ้าไม่ตายไปเสียก่อนนะ....รึถ้าพวกแดงชั่วชาติจะไม่ก่อสงครามป่วนบ้านเผาเมืองกันให้วอดวายกันไปเสียก่อน....ได้ยินบักจิ๋วอัลไซเมอร์พูดแล้วทุเรศเจงๆ ยิ่งมาฟังบักโป๊ะเช๊ะประกาศว่าเอาตัวบังกะสุนให้บักทักชั่วได้ยิ่งทุเรศทุรังกาจริงๆ.....เอ๊ะ..วกเข้าเรื่องนี้ได้ไงนี่(เหมียนกัลลเล่ย(ฮา))
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 พฤศจิกายน 2010, 09:13:14 AM โดย change » บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
Laos KBS
Newbie
*
กระทู้: 20


Sabaidee Luang Prabang


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #42 เมื่อ: 07 พฤศจิกายน 2010, 07:45:06 AM »

ผมก็สนใจเรื่อง..รัฐสวัดิการนะครับ..ป้า Change

ยังไม่ได้ศึกษา..เป็นจริงเป็นจังเลย
อยากเรียนรู้..เพื่อเอามาเขียนเป็นบทความ

ถ้าลุงแสนไชย..และป้า Change..มีคำแนะนำดี ๆ..ก็จะขอบคุณมากครับ



Lao Knowledge Based Systems Project
Luang Prabang Institute of Knowledge Based Systems


บันทึกการเข้า

ฮักวัดทะนะทัมเฮา ใซ้พาสาของเฮา
หน้า: 1 2 [3]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!