คอมเดี้ยงไปสองวัน กลับมาอีกทีราวพยัคฆ์ติดปีก

5555
ประวัติศาสตร์อาจมีหลายด้านนะป้า ก็จริงอยู่ แต่มันต้องมีด้านที่ " น่าจะเป็น " ที่ประกอบด้วยเหตุผล และหลักฐาน
ส่วนประวัติศาสตร์ที่ถูกหักล้างไปแล้ว แต่ใครยังมัวยึดถืออยู่ ก็ไม่ต่างกับเสือติดจั่น ได้แต่เดินวนไปวนมา รอวันผอม รอวันให้พรานใจบาปถลกหนังเอปทำพรมเช้ดเท้า
คนบางคน เอาสิ่งที " พิสูจน์กันแล้ว " ที่เรียกในภาษากฏหมายว่า " ข้อเท็จจริงที่อาจรู้กันโดยทั่วไป " ยังดันมาหาเรื่องตีความกันให้เมื่อยกรามอยู่อีก
โลกกลม ไม่แบน ก็ยังเอาเรื่องแบนๆมาทำให้โลกเบี้ยวไปซะอีก..
ข้อเท็จจริงรู้กันอยู่ทั่วไปในสภาวะปัจจุบัน ณ สถานการณ์ที่โลกยังไม่ถูกดาวหางชนอีกทีจนแกนหมุนกลับ ก็คือ ยังไง้ดวงอาทิตย์ก็ต้องขึ้นทางทิศตะวันออก ตกทางทิศตะวันตก
แต่ก็ยังมีคนดันไปว่า ไม่แน่ ๆๆ อยู่ร่ำไป...อย่างนี้แล้ว พูดไปก็เปลืองเวลากรามเปล่าๆ
เรื่องภูเขาสามลูกที่กดทับหัวประชาชนนี่ก็เหมือนกัน พูดกันมามาก แต่ก็ไม่เคยซึมเข้าเนื้อสมอง ผ่านไปตามเดนไดรท์ กระจายสู้แอ็กซอน
มีแต่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ทำเป็นป๋าดันอยู่นั่นแหละ
พูดไปพูดมาก็ว่าถือหางกันคนละลูก ถามว่า ใครถือหางคนละลูก ก็มีแต่พวกมั้นนั่นแหละ ถือหำแม้วอยู่สองลูก ส่วนอีกฟาก เขาไม่ถือหำใคร มีแต่จะเหยียบหำมัน ไอ้คนที่ทำให้ประเทศนี้อิ๊บอ๋าย
ไอ้พวกเชื้อไวรัสวิสา นี่อ้างไปข้างๆคูๆ ทางเราไม่เป็นแบบมัน เถียงไม่ขึ้นก็มีแต่ร้องแรกแหกะเฌอทึกทักเอาเองว่า " มึงก็เหมือนกู๋ " ถือกันคนละลูก ..ปัดโท้...กรูไม่เคยถือหางใครหรอกเว้ย
อย่างเวปนี้ก็เหมือนกัน เห็นสันดอนทักกี้ เปิดโปงทักกี้มาตั้งแต่ปี 44 ..ตอนปี 44 สนธิวิทยุผู้จัดการยังพูดจ๋อยๆๆเชียร์ทักกี้อยู่ที่ช่อง 9
พอสนธิมันหันมาด่าทักกี้ ก็มาว่าเราตามแห่สนธิ ....นี่ก็ผิดข้อเท็จจริงอีกแระ..สนธิน่ะตามแห่เราสิไม่ว่า ..
ไอ้เชื้อไวรัสวิสามันหลงอยู่กับเงินทักกี้ เอามาเป็นสรณะอะไรได้ แต่ที่นี่ ไม่มีหลงเงินใคร แบบว่าถึงจะอดก็อดอย่างเสือ ไม่ยอมเป็นหมาให้ใครเอาข้าวมาเลี้ยง มีแต่ใช้วิจารณญานของตัวเองและสมัครพรรคพวก ตกผลึกกันเองมาล้วนๆ ไม่ใช่สนธิมาชี้นำ
พวดเอ็งสิไปตามแห่เค๊า แล้วก็หาเหตุผลมาพูดหวังจะให้พวกไร้ความคิดคล้อยตาม พอไม่ได้ผลก็สวมหมวกว่าเขาเป็นพวกอยู่ใต้ร่มพระบารมี ส่วนตัวเองอยู่ใต้ร่มธงแดง ( ที่จริงอยู่ใต้ร่มพรมแดงของทักษิณ )
แน่ล่ะ ไม่อาจบอกได้ว่าใครถูกทั้งหมด หรือผิดทั้งหมด แต่ที่เลวเห็นๆ จะให้บอกว่าดีเลิศประเสริฐศรีได้อย่างไร
........สรุปว่า...ความเป็นมาของคำว่าสยาม ไม่เชื่อเพราะความเป็นจิตร ภูมิศักดิ์ แต่เชื่อเพราะเหตุผล สอดคล้องกับหลักฐาน และตรงกับท่านอื่นๆที่ได้ค้นคว้าไว้อย่างมีเหตุผล ( ตกลงพูดเรื่องอะไรกันแน่ ชักงงเหมือนกัน)

ส่วนเรื่องคนไทยในเทือกเขาอัลไต เป็นเจ้าของนครลุง นครปา นครเงี้ยว อาณาจักรน่านเจ้า พีล่อโก๊ะ โก๊ะล่อฝง ฝงล่อฝง ( ล่อกันเอง ) นั้น มีแต่ลูกหลานหลวงวิจตรเท่านั้นที่ยังเก็บหนังสือนี้ไว้ระลึกถึงวันมาลานำไทย ...นักประวัติศาสตร์สำนักไหนๆ ก็โยนทิ้งหมดแล้วนะครับ สาธุ
สทฤษฎีใหม่ที่มีคนเสนอมาก็มีอีกหลาย อย่างทฤษฎีที่ว่าพระเจ้าอู่ทองมาจากลาว หรือลาวคือลูกหลานพระเจ้าอู่ทองจากสุพรรณบุรี ยังมีคนไม่เห็นด้วย แม้จะมีหลายอย่างที่อาจส่อเค๊า อย่างเรื่องภาษา แถวหลวงพระบาง แถวหล่มเก่า หล่มสัก เวลาพูดคำว่า " สิบบาท " สำเนียงเดียวกันเลย ภาษาเหน่อแบบสุพรรณ กับภาษา " เมืองล่วง ภาษาไทยหล่ม ไทยเลย " นี่ก็เหมือนกันเปี๊ยบ...
แต่จะเอาอะไรกับภาษาล่ะ มันถ่ายกันได้แม่จะไม่ใช่คนสายเลือดเดียวกัน
โคลงสี่สุภาพของไทย มีคำว่า บ่ ..เยอะมาก..บ่ยั่น..บ่ยั้ง..เอก 7 โท 4 ล้วนมีคำภาษาทางลาวอยู่ด้วย
เดิมทีดินแดนแถบนี้ถือผี ถือนาค ..พอพราหมณ์เข้ามา ก็แปลเทพ ยักษ์ พระอิศวร วิษณุ พระพรหม เป็นเจ้าแห่งผี ...โองการแช่งน้ำ ในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา มีมาตั้งแต่ก่อนเกิดอยุธยา สุโขทัย ชนเผ่าไทย-ลาว รับเอามาจากไหนไม่อาจรู้ได้แน่ แต่ที่แน่ๆมันมีพิธีกรรมต่างๆและกล่าวถึงภูตผี แช่งชักหักกระดูกให้เทพของพราหมณ์หักคอ...
ดังนั้น ข้อสันนิษฐานที่ว่า คนไทย อยู่ตรงนี้....และเกิดจากความเป็นเลือดผสมจากทุกสาย และใหญ่ขึ้นมาในภูมิภาคลุ่มน้ำภาคกลาง แผ่อำนาจไปเอานครรัฐสุโขทัย หลวงพระบาง เวียงจัน ลาวเฉียง ลาวกาวนครศรีธรรมราช กระทั่งมลายูเขมรสูงเขมรต่ำ ก็มีหลักฐานพิสูจน์ได้
ส่วนเหตุผลอีกด้านนั้น ยังห่างไกลจากหลักฐาน
เช่นนี้แล้ว ก็ควรสรุปกันเองได้ว่าน่าเชื่อทฤษฎีไหน ก็คิดดูเอาเอง ..และเถียงกันได้
แต่ประเภทจู่ๆก็ดั้นเมฆมาอย่างนี้กระหม่อมรับไม่ได้พะย่ะค่ะ..
