บ้านตุลาไทย
23 พฤศจิกายน 2017, 22:05:28 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ไนแอการา - สายน้ำไม่มีพรมแดน  (อ่าน 14568 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2010, 03:30:32 AM »





น้ำตก American Falls อยู่ฟากฝั่งอเมริกัน นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสสายน้ำได้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในบริเวณ Prospect Point ที่เห็นอยู่นี้ นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นธารน้ำใสไหลกระโจนจากหน้าผาลงสู่พื้นเบื้องล่าง พร้อมกับได้สัมผัสละอองไอน้ำอันฉ่ำเย็นที่โปรยปรายมากับสายลมเป็นระลอก

นอกจากนั้น พื้นที่ฝั่งนี้ยังมีทางเดินคู่ขนานไปกับต้นน้ำ สามารถสัมผัสสายน้ำสีเขียวใสดั่งแก้วมรกต ไหลหลากผ่านลานหินแกร่งที่รองรับอยู่พื้นเบื้องล่าง โดยมีสะพานเชื่อมโยงระหว่างแผ่นดินใหญ่ไปยังเกาะ Goat Island ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2010, 03:32:23 AM »





ในบริเวณ Prospect Point มีสะพานทอดยาวไปเหนือแม่น้ำใช้เป็นเส้นทางไปสู่ Observation Tower ที่มีลิฟท์ขึ้นและลงสู่ริมฝั่งน้ำเบื้องล่าง เพื่อเชื่อมต่อไปยังท่าน้ำ Maid of the Mist ของฝั่งอเมริกัน อันเป็นกิจกรรมท่องน้ำตกทางเรือจากผืนน้ำเบื้องล่าง สะพานดังกล่าวนี้ยังใช้เป็นสถานที่ดูน้ำตกจากมุมสูงได้ตลอดทั้งสาย

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2010, 03:33:57 AM »





ส่วนฝั่งตรงกันข้าม เป็นท่าเทียบเรือ Maid of the Mist ของฝั่งแคนาดา สามารถมองเห็นนักท่องเที่ยวในชุดเสื้อคลุมกันฝนสีฟ้ากำลังรอขึ้นเรือ เพื่อไปผจญภัยกับสายน้ำอันเชี่ยวกรากและสัมผัสใกล้ชิดกับน้ำตกจากผืนน้ำเบื้องล่าง


บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2010, 03:35:19 AM »





ผืนแผ่นดินใหญ่ฝั่งอเมริกันมีสะพานคนเดินเชื่อมกับเกาะ Goat Island สะพานดังกล่าวนี้สร้างจากโครงเหล็กทับซ้อนลงไปบนสะพานคอนกรีตเดิม เพื่อเสริมให้แข็งแกร่งปลอดภัยยิ่งขึ้นและยังใช้เป็นเส้นทางยานพาหนะเฉพาะของเจ้าหน้าที่

สะพานแห่งนี้อยู่สูงขึ้นมาทางต้นน้ำห่างจากบริเวณน้ำตกไม่มากนัก ส่วนที่อยู่สูงถัดขึ้นไปทางขวามือของภาพ ยังมีสะพาน American Rapids Bridge ใช้เป็นเส้นทางสัญจรไปมาของยวดยานพาหนะทั่วไปอีกเส้นทางหนึ่งด้วย

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2010, 03:39:01 AM »





นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้า หรือนั่งยานพาหนะไปยังเกาะใหญ่ Goat Island ที่กั้นอยู่กลางสายน้ำ เกาะแก่งที่มีอยู่ในบริเวณนี้ มิใช่สันดอนที่เกิดจากตะกอนปากน้ำ หากแต่เป็นโขดหินแกร่งที่ทนต่อแรงกัดกร่อนของธรรมชาติ

ภูมิทัศน์ที่มองย้อนกลับไปทางฝั่งอเมริกันจะเห็นน้ำตก American Falls มีเกาะเล็กๆ ชื่อ Luna Island ที่เห็นกลุ่มนักท่องเที่ยวยืนอยู่นั้น กั้นสายน้ำจาก American Falls ให้แยกเป็นธารน้ำไหลก่อนกระโจนลงสู่พื้นเบื้องล่าง ก่อให้เกิดม่านน้ำตกที่งดงามขึ้นอีกแห่งหนึ่ง เรียกชื่อว่า Bridal Veil Falls ปรากฎอยู่ส่วนล่างสุดของภาพ

ส่วนที่อยู่ไกลออกไปทางฝั่ง Prospect Point สามารถมองเห็น Observation Tower ทับซ้อนกับสะพาน Rainbow Bridge อันเป็นสะพานใหญ่ที่เชื่อมแผ่นดินของสหรัฐอเมริกากับแคนาดาเข้าด้วยกัน ส่วนบริเวณหัวสะพานของทั้งสองฝั่งเป็นที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมือง เปิดให้ยานพาหนะส่วนบุคคลและผู้คนจากทั้งสองประเทศเดินสัญจรไปมาหาสู่กันได้


บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: 13 พฤศจิกายน 2010, 02:11:39 AM »





กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว แผ่นหินใต้น้ำตก Bridal Veil Falls เคยมีถ้ำธรรมชาติ นักสำรวจสามารถสัมผัสกับฉากหลังของม่านน้ำตกได้อย่างใกล้ชิด แต่ต่อมาภายหลัง ชั้นหินในบริเวณนั้นได้พังทลายลงมา จึงได้มีการระเบิดหินบริเวณนั้นออก เพื่อป้องกันอันตรายอันอาจจะเกิดขึ้นได้

ในปัจจุบัน บนเกาะ Goat Island ยังคงมีรายการนำเที่ยว Cave of the Winds นักท่องเที่ยวสามารถลงลิฟท์จากผิวพื้นด้านบนลงไปสู่ริมฝั่งน้ำเบื้องล่าง โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งบันไดทางเดินให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปสัมผัสใกล้ชิดกับสายน้ำในฤดูกาลท่องเที่ยว เมื่อล่วงเข้าหน้าหนาวจะปิดทำการ เพราะเกรงอันตรายจากเส้นทางที่ลื่นไหลและแท่งน้ำแข็งในบริเวณน้ำตกอาจล่วงหล่นทำให้เกิดอันตรายได้

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: 13 พฤศจิกายน 2010, 02:13:40 AM »





เกาะ Goat Island ที่มองเห็นอยู่ฝั่งขวา มีถนนและทางเดินเท้าโดยรอบราว 3 ไมล์ จึงเหมาะที่จะเดินท่องเที่ยวแวะเวียนดูทัศนียภาพโดยรอบบริเวณ ส่วนที่เห็นอยู่นี้คือ สายน้ำจากแม่น้ำไนแอการาที่ไหลแยกมาลงน้ำตก American Falls สามารถมองเห็นได้จากสะพานที่เชื่อมระหว่างแผ่นดินใหญ่กับเกาะกลางน้ำ

ต้นน้ำของน้ำตกไนแอการา ไหลล้นมาจากทะเลสาบอีรี ไปลงสู่ทะเลสาบออนแทริโอ ในบริเวณแนวพรมแดนของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา แหล่งต้นน้ำในบริเวณทะเลสาบอีรี ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล จะจับตัวเป็นน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนธันวาคม ถึงเดือนมีนาคมของปีถัดไป เมื่ออากาศอบอุ่นหิมะและน้ำแข็งละลายจึงไหลถ่ายเทไปลงที่ทะเลสาบออนแทริโอ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ต่ำกว่า

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: 13 พฤศจิกายน 2010, 02:15:21 AM »





ในบริเวณเกาะแก่งกลางสายน้ำไนแอการา พอได้เป็นที่อาศัยหาอยู่หากินของฝูงนกและสัตว์บกขนาดเล็กจำพวกกระรอกกระแต เพราะชุมชนที่อาศัยของมนุษย์ในแถบนี้ได้ขยายกระจายความหนาแน่นตัดเส้นทางสัญจรทางบกของฝูงสัตว์เจ้าถิ่นไปเสียสิ้น

ในจำนวนสัตว์ป่าที่หลงเหลือได้รับการพิทักษ์คุ้มครองจากภาครัฐและกลุ่มรักสัตว์ภาคเอกชน ได้ร่วมกันสำรวจตรวจตราศึกษากันอย่างจริงจัง เพื่ออนุรักษ์เผ่าพันธุ์ของสัตว์ป่าท้องถิ่นและเผยแพร่ข้อมูลของบรรดาสัตว์ร่วมโลกเหล่านี้ให้แก่ผู้ที่สนใจใคร่รู้โดยทั่วไป

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: 14 พฤศจิกายน 2010, 03:41:28 AM »





น้ำตก Horseshoe Falls อยู่ฝั่งแคนาดา นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ใกล้ชิดจากฝั่งอเมริกันในบริเวณ Terrapin Point ปลายสุดด้านตะวันตกของเกาะ Goat Island

น้ำตกสายนี้มีขนาดความยาวและความสูงมากกว่าน้ำตก American Falls อีกทั้งปริมาณน้ำส่วนใหญ่ไหลล้นมาทางฝั่งนี้ นักท่องเที่ยวทางฝั่งแคนาดาจะสามารถชื่นชมความงามของน้ำตกสายนี้ได้ชัดเจนกว่าทางฝั่งอเมริกัน

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: 14 พฤศจิกายน 2010, 03:44:05 AM »





อุทยานไนแอการา เปิดบริการตลอด 24 ชม. และตลอดทั้งปีไม่มีวันหยุด ยกเว้นงานบริการของเจ้าหน้าที่จะปิดทำการตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนไปจนถึงเช้าของวันใหม่ ดังนั้น จึงพบเห็นผู้คนเดินทางมาชื่นชมความงามของอุทยานในยามโพล้เพล้อยู่ไม่ขาดสาย ส่วนชาวท้องถิ่นในพื้นที่นี้ ใช้เส้นทางในอุทยานวิ่งและเดินออกกำลังกาย โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานหมั่นตรวจตรารักษาความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

จากสถิติของทางการพบว่า การก่ออาชญากรรมในพื้นที่แถบนี้มีน้อยมาก แต่ทั้งนี้มิใช่เป็นเหตุให้เกิดความชะล่าใจ หลักการสำคัญของการรักษาชีวิตและทรัพย์สิน คือ อย่าทำตัวให้เป็นเป้าหมายของผู้ร้าย Don't make yourself a target for crime. เป็นคำแนะนำที่เจ้าหน้าที่มักจะเตือนให้พึงสังวรอยู่เสมอ

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: 14 พฤศจิกายน 2010, 03:45:36 AM »





ในยามค่ำคืนน้ำตกไนแองการาจะมีแสงสีฉาบไล้ม่านน้ำตกและละอองไอน้ำสลับสีวิจิตรตระการตา ลำแสงเหล่านี้สาดส่องมาจากฟากฝั่งแคนาดาและในวันสำคัญของทั้งสองประเทศจะมีการจุดพลุไฟเฉลิมฉลองในบริเวณน้ำตก สร้างทัศนียภาพอันงดงามให้เกิดแก่อุทยานสวรรค์แห่งนี้จนยากที่จะลืมเลือน

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: 14 พฤศจิกายน 2010, 03:50:39 AM »





โน่นไง !  สวรรค์ชั้นฟ้าของชาวแคนาเดี้ยน  ยิงฟันยิ้ม

สวรรค์ชั้นฟ้าของไนแอการา ออนแทริโอ ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลมากกว่าไนแอการา นิวยอร์ก ถึง 5 เท่าและประชากรสวรรค์ทางฝั่งโน้นมีมากกว่าเกือบเท่าตัว อันอาจอนุมานได้ว่าไนแอการาฝั่งโน้นเจริญรุ่งเรืองยิ่งกว่าฝั่งนี้

ผู้เขียนไม่ได้ข้ามชายแดนไปเยือนฝั่งแคนาดาในการเดินทางเที่ยวนี้ ได้ยินแต่เสียงร่ำลือกันว่าสวนสวรรค์ฝั่งแคนาดามีแหล่งบันเทิงเริงรมย์และงดงามวิจิตรยิ่งกว่าสวรรค์บนดินของชาวอเมริกัน ด้วยเหตุที่ทราบว่าพญาแถนจะปล่อยฝนฟ้าลงมาในถิ่นนี้ จึงต้องรีบบินฝ่าสายฝนหนีไปลงที่วอชิงตัน ดีซี. ก่อนที่จะขึ้นเรือเหาะลำใหญ่กลับไปเมืองซานฟรานซิสโก เอาไว้เที่ยวหน้าถ้ามีโอกาสจะข้ามไปฝั่งโน้น แล้วนำเรื่องดีๆ มาเล่าสู่กันฟัง  ยิงฟันยิ้ม

 

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #27 เมื่อ: 14 พฤศจิกายน 2010, 03:57:12 AM »





สายน้ำอันเชี่ยวกรากที่ถั่งโถมลงมาจากหน้าผา พร้อมกับเสียงคำรนคำรามดังกึกก้องสนั่นหวั่นไหว ราวกับการขยับเคลื่อนไหวของสิ่งที่มีชีวิตที่อาศัยอยู่ท่ามกลางหมู่แมกไม้ในป่าใหญ่อันร่มรื่น ส่วนท้องธารใต้น้ำตกสีเขียวใสมรกต ไหลเลี้ยวลดไปตามโตรกหน้าผาอันสูงชัน ฝูงนกปลาน้อยใหญ่บินเวียนว่อนร่อนอยู่ทั่วบริเวณ สร้างเสน่ห์อันรัดรึงใจให้เกิดแก่ผู้แรกประสพจนยากที่จะลืมเลือน

ชนชาติที่มีอารยะย่อมรู้จักใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ตามธรรมชาติให้เกิดประโยชน์ในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ดังนั้น จึงพบเห็นผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณน้ำตกไนแอการาทั้งสองฝั่ง ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอันงดงามแห่งนี้ร่วมกัน สามารถสร้างงานสร้างรายได้จากธุรกิจการท่องเที่ยวได้อย่างมหาศาล

ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ในแถบนี้ มิได้ประกาศตัวเองว่าเป็นสมบัติของชนชาติใดมาก่อน ส่วนเส้นเขตแดนที่สร้างขึ้น ล้วนเกิดจากหมู่มนุษย์สร้างสมมติกันขึ้นทั้งสิ้น อีกทั้งสายธารแห่งนี้มิได้เรียกร้องเอาประโยชน์ตอบแทนแต่ประการใด หากแต่ยินยอมที่จะให้มนุษย์ที่เฉลียวฉลาดได้ใช้อาศัยร่วมกัน ในฐานะสายน้ำตามธรรมชาติที่ไม่มีพรมแดน อันเป็นการแสดงข้อเท็จจริงโดย “ธรรม”


บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: 14 พฤศจิกายน 2010, 03:59:45 AM »




ขอความศานติสุขจงเกิดแก่มวลมนุษยชาติ

จบบริบูรณ์



บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!