บ้านตุลาไทย
20 พฤศจิกายน 2017, 22:26:52 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สมาธิของเด็ก..พื้นฐานที่สำคัญของ..Human Development  (อ่าน 1760 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Laos KBS
Newbie
*
กระทู้: 20


Sabaidee Luang Prabang


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 26 พฤศจิกายน 2010, 11:32:14 AM »




สมาธิ (Meditation)..เป็นความรู้ที่มีอยู่..ในศาสนาต่าง ๆ มาแต่โบราณ
ความสนใจหัดเรียนเขียนอ่าน..เป็นธรรมชาติของคน..ที่มีพฤติกรรมรักการศึกษา


ธรรมชาติของคนที่รักการศึกษา..ก็จะมีความพากเพียร..มีความตั้งใจที่มั่นคง
ความตั้งใจที่มั่นคง..ก็คือความหมายของคำว่า..สมาธิ (Meditation)

สมาธิ (Meditation)..เป็นเรื่องของความสามารถ..ในการควบคุมอารมณ์ (EQ)
ซึ่งอยู่นอกเหนือจาก..ระบบประสาทของร่างกาย..นอกเหนือจาก..ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (IQ)


ความไม่รู้..ไม่เข้าใจ..ความแตกต่างระหว่าง..วิทยาศาตร์ (IQ)..กับการควบคุมอารมณ์ (EQ)
ทำให้เรา..ไม่ได้มีการพัฒนาความรู้..เรื่องการฝึกสมาธิ..เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา


เด็กที่มีสมาธิ (Meditation)..ก็คือ..เด็กที่มีความพร้อม..ในการเรียนรู้




การสังเกตุ..ภาวะที่เด็กมีสมาธิ..พื้นฐานของความเข้าใจ

ในพระไตรปิฎก..พระพุทธเจ้า..กล่าวยกย่อง..สติปัฏฐาน 4
ให้เป็นหลักในการปฏิบัติธรรม..ซึ่งก็คือ..การพิจารณา..กาย..เวทนา..จิต..ธรรม
ซึ่งเรียงขั้นตอนจาก..ความหยาบ..ไปหาความละเอียด..ตามการสัมผัสด้วยหัวใจ

การสังเกตุ..สมาธิของเด็ก..ก็มีหลัก 4 อย่าง..ตามหลักสติปัฏฐาน 4

1. กาย..ในร่างกายของเรา..โครงกระดูก..คือส่วนที่แข็งแรงที่สุด
ดังนั้น..โครงกระดูก..จึงเป็นหลักในการ..พิจารณาร่างกาย
โครงกระดูก..ที่สมดุลย์..แข็งแรง..จึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญ..อันดับแรก

ในภาวะที่เด็กมีสมาธิ..ให้สังเกตุว่า..กระดูกสันหลัง..และคอ..จะตั้งตรง
และที่สำคัญ..คอจะยืดขึ้น..การสังเกตุสมาธิของเด็ก..จึงดูได้ที่คอเป็นหลัก

2. เวทนา..คือ..ระบบประสาทสัมผัสของร่างกาย 5 อย่าง..ตามหลักวิทยาศาสตร์
การรวบรวมประสาทสัมผัส (Concentrated on Sense)..ก็คือการฝึกสมาธิ (Meditation)
เด็กที่มีประสาทสัมผัสดี..ก็คือเด็กที่มีสมาธิ..เด็กที่มีความพร้อมในการเรียนรู้

3. จิต..จิตของมนุษย์..จะแสดงออกมาเป็นอารมณ์ (EQ)
อารมณ์ของเด็ก..จะขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง..แต่ที่สำคัญก็คือ
พฤติกรรมรักการศึกษา..ซึ่งมีรากฐานมาจาก..วัฒนธรรมการเลี้ยงลูก
เด็กที่ไม่มีพฤติกรรมรัการศึกษา..ควรได้รับการดูแล..และแก้ไข

4. ธรรม..ธรรมก็คือความสมดุลย์..หรือกฏแห่งความสมดุลย์
เด็กที่มีความคิด..มีหลักการของความสมดุลย์..ก็จะมีพื้นฐานของการมีสมาธิที่ดี
การมีความคิดทั้ง 2 ด้าน..ทั้งด้านดี..ด้านเสีย..ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพิจารณา


การมองเห็นข้อดี..ข้อเสียได้พร้อมกัน..ก็คืออารมณ์ที่สมดุลย์..ก็คือสมาธินั่นเอง




การฝึกเด็กให้มีสมาธิ..พื้นฐานที่สำคัญ..ของระบบการศึกษา

การมีความพร้อมของเด็ก..เป็นเรื่องที่สำคัญ..ต้องเข้าใจปัญหาก่อน
อารมณ์สนุกสนาน..อยากเล่น..ซนตลอดเวลา..ไม่มีความตั้งใจของเด็ก

ซึ่งเกิดจากการหยอกล้อ..ของพ่อแม่ในตอนเช้า..ทำให้เด็กมีอารมณ์สนุกสนาน
มีอารมณ์อยากเล่น..ไม่มีสมาธิ..ไม่มีความตั้งใจ..ซึ่งจะมีผลต่ออารมณ์ของเด็กไปทั้งวัน
เพราะว่าใน 1 วัน..เป็น 1 วัฏจักรเวลาของร่างกาย (Body Clock)..ซึ่งตอนเช้าสำคัญที่สุด
การหยอกเล่นกับเด็กในตอนเช้า..จึงเป็นการทำลายสมาธิ..ทำร้ายเด็กที่รุนแรงที่สุด


เด็กทุกคนเกิดมา..มีพฤติกรรมรักการศึกษา..โดยธรรมชาติ
แต่ก็ถูกทำลาย..ด้วยความรักลูกที่ไม่ถูกต้อง..ไม่มีความเข้าใจ
การฝึกเด็กให้เก่ง..และฉลาดนั้น..ต้องฝึกให้เด็กรู้จักความลำบาก..รู้จักแก้ปัญหา
วัฒนธรรมการเลี้ยงลูก..เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด..ของระบบการศึกษา


การฝึกสมาธิของเด็ก..สามารถยึดหลัก..สติปัฏฐาน 4 ได้ดังนี้

1. โครงกระดูก..สามารถฝึกเด็ก..ให้มีโครงกระดูก..ที่สมดุลย์..แข็งแรง
กระดูกสันหลัง..และคอตั้งตรง..ได้โดยการเล่นกีฬา เช่น บาร์เดี่ยว..บาร์คู่

2. เวทนา..คือการรวบรวมประสาทสัมผัส (Concentrated on Sense)
ธรรมชาติของรางกาย..เมื่อเราหลับตา..ประสาทสัมผัสของเรา..ก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ
เช่น การหลับตาเดินบนไม้กระดาน..กลับไปกลับมา..เหมือนกับการเดินจงกลม
การวางหนังสือไว้บนศีรษะ..หลับตาลงแล้วเดินกลับไปกลับมา..เหมือนการฝึกนางแบบ

3. จิต..การฝึกจิตให้มีสมาธิ..สามารถทำได้ง่าย ๆ..ด้วยการรักษาศีล 5
แต่ความเป็นเด็ก..อาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องของศีล..ต้องค่อย ๆ ทำความเข้าใจ
เพราะว่าศีล 5..เป็นรากฐานของสมาธิ..ตามคำกล่าวที่ว่า..ศีล..สมาธิ..ปัญญา

4. ธรรม..การฝึกเด็กให้เข้าใจธรรม..ก็คือการเข้าใจธรรมชาติของความสมดุลย์
สามารถฝึกได้..ด้วยการใช้ตารางข้อดี..ข้อเสีย..ให้เด็กฝึกการแสดงความคิดเห็น
เด็กที่สามารถมองเห็นข้อดี..ข้อเสียได้พร้อมกัน..ก็จะมีสมาธิโดยอัตโนมัติ


สมาธิของเด็ก..พื้นฐานที่สำคัญของ..Human Development

Remark : บทความนี้แปลมาจาก..ต้นฉบับภาษาลาว (Lao Language)

บันทึกการเข้า

ฮักวัดทะนะทัมเฮา ใซ้พาสาของเฮา
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!