บ้านตุลาไทย
23 พฤศจิกายน 2017, 22:07:33 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 [3] 4 5   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พคท. กับการก้าวเดินในบริบทใหม่  (อ่าน 26975 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #30 เมื่อ: 19 มกราคม 2011, 15:14:04 PM »

ผมคิดว่า พคท. ในบริบทใหม่  จะต้องเริ่มต้นจากตนเอง   ซึ่งไม่เพียงแต่กลุ่มที่บอกว่าอยู่ในองค์กรนำปัจจุบัน     แต่รวมถึงกลุ่มที่สนับสนุนความคิดคิดนี้ด้วย

บริบทใหม่สำหรับยุคใหม่นี้   น่าจะอยู่ที่การแสวงหาความร่วมมือจากแนวความคิดที่ดีต่างๆ ในสังคม

อย่างที่ลุงครัมซี่ว่ามา   คืออย่าเพิ่งไปถือว่าความคิดของตัวเองถูกต้องที่สุด  แม่นยำที่สุด  ชัดเจนที่สุด   ใครพูดต่างจากฉันไม่ได้   ใครแสดงความไม่แจ่มชัดหรือแสดงความสงสัยต่อแนวทางสังคมนิยม วัตถุนิยมประวัติศาสตร์ ไม่ได้   แล้วก็เย่อหยิ่งผิดๆ คิดว่าไปคุยเฉพาะในหมู่คนที่รู้ใจแล้วดูท่าทางจะมีความสนับสนุนก็คิดว่างานพรรคหรืองานจัดตั้งกำลังฟื้นตัวแล้ว  

คนไทยในตอนนี้มีเกือบ 70 ล้านคนแล้ว    คนรุ่นใหม่ก็มาก   คนรุ่นเก่าที่คิดในแนวทางต่างๆ ก็มีมากมายไม่น้อย

ทำไมไม่ไปน้อมตัวศึกษาจากผู้อื่น   เก็บรับประสบการณ์ของผู้คนในสังคมมาเป็นเครื่องชี้นำตนเองบ้าง

เพราะหากไม่รับฟังใครเลย   เอาแต่ว่าของข้านี่แหละแน่อยู่ตลอดมา

ก็เหมือนที่ลุงครัมซี่ว่า  มองอย่างไรก็ไม่พ้นหัวแม่ตีนตนเอง  

ภาระกิจของพคท. ในบริบทใหม่ก็คือการเก็บรับประสบการณ์และบทเรียนร่วมกันในทุกด้านของประชาชนไทยเอง   ถ้าเก็บรับไม่ได้   ก็อย่าเพิ่งไปคิดเลยว่าจะไปนำอะไรใครที่ไหน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 มกราคม 2011, 22:20:43 PM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #31 เมื่อ: 19 มกราคม 2011, 15:50:57 PM »

หรือไม่ก็วางเรื่องที่คิดว่าตนเองเป็น "กองหน้า" ไว้ก่อน   เพราะที่ผ่านมาก็ตามเขาจนไม่รู้จะตามอย่างไรแล้ว

เสนอตัวเองเป็นแค่ "ผู้อาสา" ดีกว่า

ในขั้นตอนนี้คือ "อาสา" รวบรวมแนวความคิดที่ดีๆ ในสังคม  รวบรวมเป็นความรู้ของประชาชนชาวไทยสักฉบับหนึ่ง   ซึ่งก็คงต้องวางเรื่องที่ชอบไปวิเคราะห์แนวความคิดอื่นว่าปฏิวัติหรือไม่ปฏิวัติลงไปด้วย

เมื่ออาสา "รวบรวม" ขึ้นมาได้แล้ว   ก็ทำหน้าที่เป็น "ผู้เผยแพร่"  ยังไม่ต้องตั้งธงว่าอะไรถูกอะไรผิด  หรืออะไรถูกที่สุด

เผยแพร่แล้วก็เป็น "ผู้ฟังเสียงสะท้อน"   คือฟังว่าเขาสะท้อนกลับมาว่าอย่างไรบ้าง   แล้วก็มาทำการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมให้ดีหรือสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เอาแค่นี้ก็เพียงพอแล้วกระมัง  สำหรับ พคท. ในบริบทใหม่
บันทึกการเข้า
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #32 เมื่อ: 19 มกราคม 2011, 17:12:16 PM »

กระทั่งหัวแม่teenตัวเองก็ยังมองไม่เห็นเสียแหละมากกว่า.....สำหรับอิฉันนะ..เพราะพุงกะทิมันบดบังหมดเลย.....หัวเราะ

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #33 เมื่อ: 20 มกราคม 2011, 07:53:01 AM »

กลับมาที่บทความที่ลุงดอกดินส่งมาให้อ่านตอนนี้อีกที

"กลุ่มคนสูงวัยที่มีการศึกษา และมีเงิน ผู้เขียนมีความเห็นว่า คนกลุ่มนี้ (อย่างเช่น กลุ่มคนรุ่น 14 ตุลาฯ ในอีกสิบปีหรือยี่สิบปีข้างหน้า) สามารถมีคุณูปการอย่างสูงต่อการพัฒนาสังคมความรู้ขึ้นมาในประเทศนี้ โดยผ่านการยกระดับจิตหรือการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างเชิงลึกของพวกเขา เพราะคนกลุ่มนี้มีศักยภาพมากกว่ากลุ่มอื่นทั้งหมด ในสังคมนี้ที่จะยกระดับจิตสำนึกของตนไปสู่ จิตสำนึกเชิงบูรณาการ (integral awareness) ซึ่งเป็นระดับจิตที่สำคัญในการชี้นำและผลักดันการปฏิรูปเชิงบูรณาการในประเทศนี้


กลุ่มคนสูงวัยที่มีการศึกษาและมีเงินกลุ่มใหญ่หลายล้านคนนี้จะกลายเป็น พลังหลักในการขับเคลื่อนสังคมไทยในอนาคตอันใกล้ อย่างที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน เพราะพวกเขาจะกลายเป็น คนสูงวัยที่ไม่ยอมแก่ พวกเขายังไม่ยอมเฉื่อยชาที่ใช้ชีวิตแบบซังกะตายอยู่ไปวันๆ เพื่อรอวันตายเหมือน คนแก่ในอดีต พวกเขา แค่สูงวัยขึ้นแต่ยังไม่คิดว่าตัวเองแก่เฒ่าจนใช้การไม่ได้ พวกเขาตระหนักดีในตนเองว่า พวกตนมีประสบการณ์ในชีวิตมากมาย การศึกษาก็สูง มีปัญญาในการใช้ชีวิต มีเงินมาก และมีเวลามากด้วย พวกเขาเหล่านี้จะกลายเป็นเป้าหมายใหม่ที่สำคัญของนักการตลาด เพื่อการบริโภคสินค้าและบริการอย่างไม่ต้องสงสัย แต่จะมี ผู้สูงวัยที่มีปัญหาและมีเงินจำนวนไม่น้อย ที่จะไม่ตกหลุมพรางแห่งกับดักของพวกนักการตลาดเจ้าเล่ห์เหล่านี้


พวกเขาเหล่านี้ซึ่งส่วนใหญ่มักเริ่มค้นพบตัวเองตั้งแต่วัยกลางคน แต่ด้วยภาระหน้าที่ทางการงานในตอนนั้น ทำให้ยังไม่มีเวลาพอที่จะทำในสิ่งที่หัวใจของตนเองเรียกร้องปรารถนาได้ แต่ มันจะไม่ใช่เช่นนั้นอีกต่อไป เพราะ พวกเขาจะหันมาประเมินสิ่งที่พวกเขาต้องการจากชีวิตที่ยังเหลืออีกหลายปีใหม่ เพราะพวกเขาตระหนักได้ดีแล้วว่า การมีอายุยืนขึ้นหมายความว่ามีเวลามากขึ้น ทำให้พวกเขาคิดถึงสิ่งที่พวกเขาอยากจะทำจริงๆ กับช่วงเวลาที่เหลืออยู่มากขึ้น"

ผมออกจะเห็นด้วยกับข้อความตอนนี้    เพราะเหตุการณ์ 14 ตุลา ซึ่งรวมถึงก่อน 14 ตุลา ด้วย   สังคมไทยได้ผลิตคนรุ่นพิเศษรุ่นหนึ่งขึ้นมา   ซึ่งปัจจุบันมีอายุอยู่ราว 50-70 ปี   หากมองไปทางไหน   คนรุ่นนี้จะมีบทบาทอยู่เกือบทุกวงการ   คนรุ่นนี้ได้สร้างสรรค์วิธีคิดและวิถีการปฏิบัติของตนขึ้นมามากมาย   หากประมวลสรุปขึ้นมาได้   ก็จะเป็นคุณอย่างอเนกอนันต์แก่สังคมไทย   โดยไม่เห็นจะต้องไปพี่งพาความคิดและการปฏิบัติจากต่างประเทศที่ตรงไหน   ไม่ต้องไปพี่งพาทฤษฎีปฏิวัติจากต่างประเทศที่อ้าปากคำก็ "ชนชั้นกรรมาชีพจงรวมกันเข้า"   หรือวัตถุนิยมประวัติศาสตร์ที่ตายตัว    ทฤษฎีกองหน้าที่ไม่เป็นจริง 

บางครั้งก็ชอบอ้างการปฏิบัติ    ความจริงคือคนเหล่านี้ได้ปฏิบัติอยู่และเป็นกองหน้าอยู่ทุกหัวระแหง   จะยอมถ่อมตัวไปศึกษาจากเขาหรือไม่เท่านั้น
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #34 เมื่อ: 20 มกราคม 2011, 08:15:18 AM »

ท่าทีเหล่านี้นับว่าสำคัญมาก   หาก พคท. หรือพลพรรคยังคิดจะทำอะไรต่อไปอีก   ก็ต้องกำหนดท่าทีต่อปัญญาชนไทยให้ดีด้วย   
ไม่ใช่เพียงแค่หลอกใช้เขาอย่างที่ผ่านๆ มา   
ซึ่งผมเคยแปลกใจอยู่ว่าทำไม บรรดา นศ.ปัญญาชนก่อนเข้าป่า  จะมีความรอบรู้และความสามารถทางการปฏิบัติมากมาย   แต่พอเข้าป่าไปแล้วเหมือนกับเสือที่ถูกถอดเขี้ยวเล็บให้กลายเป็นแมวเชื่องๆ 
เหตุผลก็เพราะความไม่เข้าใจต่อท่าทีที่ควรมีต่อบรรดา นศ. ปัญญาชนไทย นั่นเอง   ที่ผ่านมาพรรคก็มักจะใช้เรื่องของการต้องไปศึกษาจากชาวนาซึ่งความจริงคือ ผปง. ของพรรคมากดเอาไว้   
ที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาไม่ใช่เพื่อรื้อฟื้นเรื่องเก่า   แต่เพราะเห็นว่ายังมีเรื่องเช่นนี้ตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้   และเป็นสาเหตุสำคัญโดยพื้นฐานที่ทำให้ พคท.และพลพรรคทำอย่างไรก็ไม่อาจค้นพบตัวเองในบริบทใหม่ได้สักที
และเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องสำคัญที่พัฒนาไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับ "ประชาธิปไตย"  เพราะที่ผ่านมา พรรคอมมิวนิสต์ไม่ว่าที่ไหนใช้เรื่องนี้เป็นเพียงเครื่องมือหลอกคนเท่านั้น    แต่ในความเป็นจริงทั้งก่อนได้รับชัยชนะและหลังชัยชนะ  ยังคงความเป็น "เผด็จการ" ไว้อย่างเต็มที่   
และนี่เป็นปัญหาที่ทำให้ตอบกันไม่ได้   เมื่อพูดถึงรัฐสังคมนิยมว่าจะดีแน่หรือไม่   เพราะแม้โดยความรู้สึกว่าสังคมนิยมน่าจะดีในแง่ของการไม่ถูกกดขี่ขูดรีดทางเศรษฐกิจ   แต่สังคมนิยมก็ให้ภาพพจน์ที่ร้ายเหลือในแง่ของการกดขี่ทางการเมือง   จึงไม่แปลกที่ปัญญาชนสมัยหนึ่งเคยสนับสนุนสังคมนิยม   แต่แล้วกลับต้องหันมาคัดค้าน "รัฐสังคมนิยม" ในประเทศของตนเองเสีย

สำหรับประเทศไทยที่ผ่านมา   ในบันทึกของชาตรี หุตานุวัตรก็ได้กล่าวถึงเรื่องนี้เอาไว้

"ปี 2524 เกิดสภาพ ความขัดแย้งทางความคิด ภายใน ระหว่างฝ่าย พ.ค.ท. เก่า กับนักศึกษา ซึ่งไม่ใช่ทั้งหมด ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ก็มี ปัญหาทางสากลของพรรค พี่น้อง ทั้งฝ่ายเขมร-เวียตนาม พี่เองไม่อยากให้ประเทศ เมื่อปฏิวัติแล้ว ต้องถอยหลังเข้าคลอง เช่นเขา คือ ประชาธิปไตย น้อยลง"
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #35 เมื่อ: 20 มกราคม 2011, 08:38:09 AM »

เมื่อพูดถึงปัญหาประชาธิปไตย  ดูเหมือนว่าสังคมแบบทุนนิยมจะให้คำตอบได้ดีกว่า  ไม่ต้องอื่นไกลบรรดาปัญญาชนกลับรู้สึกว่าอยู่ในสังคมแบบทุนนิยมได้อย่างสบายใจ   ในขณะที่กลับรู้สึกว่าอึดอัดอย่างยิ่งในสังคมแบบสังคมนิยม

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความก้าวหน้าทางสังคมและเศรษฐกิจ  รัฐแบบสังคมนิยมสู้รัฐทุนนิยมไม่ได้จริงๆ

คุยไปคุยมา  แล้วสังคมนิยมมีความล้ำเลิศกว่าเขาที่ตรงไหน

ที่ผ่านมาก็เอาแต่ว่าทุนนิยมขูดรีดคน   บริโภคทรัพยากรต่างๆ อย่างไม่ลืมหูไม่ลืมตา

แล้วจะดีกว่าเขาได้อย่างไร     ต้องตอบตรงนี้ให้ได้  ไม่เช่นนั้นก็ยอมรับไปเถอะว่าทุนนิยมดีกว่าเป็นส่วนใหญ่ 

บันทึกการเข้า
old clumsy
Hero Member
*****
กระทู้: 1769

ดุลยภาพคือทางรอด


ดูรายละเอียด
« ตอบ #36 เมื่อ: 20 มกราคม 2011, 09:28:13 AM »


ออกจะเห็นด้วย(นิดๆ)กับบทความที่กล่าวถึง คน 14 ตุลา  ซึ่งอยู่ใน สว.(สูงวัย)..
แต่ก็อาจจะไม่ตรงบ้างตรงที่ไปประเมิณว่าพวกเขาเหล่านั้นล้วนประสบความสำเร็จ มีความรู้ มีตำแหน่งแห่งหน มีเงิน  มีศักยภาพ .
.เพราะความจริงแล้ว จำนวนมากก็ล้มเหลวในทางเศรษฐกิจ  ไม่ได้มีตำแหน่งแห่งที่  ไม่มีเงินมีทองเหลือเฟือ(เช่นข้าพเจ้า) ไม่ได้มีกำลังวังชา ( อันนี้ข้าพเจ้ายังพอมี) และไม่มีศักยภาพอะไรนัก
  ..แต่แน่นอนว่า คนพวกนี้มีประสบการณ์ตรงจากการเคลื่อนไหวทั้งด้านก้าวหน้าและล้าหลัง..

ประสบการณ์ตรงที่ว่านั้นได้มาจากการผ่านกระบวนการต่อสู้ทางความคิด  และการต่อสู้ที่เป็นจริงในทุกสนามรบ ทั้งสนามการเมือง การสงครามและเศรษฐกิจ 

บทเรียนเหล่านี้เป็น"ทุน "ที่อุดมสมบูรณ์ในการจะสร้างบ้านแปงเมืองต่อไปได้

ไม่ได้ชมคนรุ่นเดียวกันหรอกนะ ว่าตามเนื้อผ้า  แต่เมื่อพูดถึงจำนวน ก็มิได้มากมายถึงขนาดว่าจะเป็นหลักล้านๆคน  แต่ก็นับว่ามากโข พอที่จะเป็นพลังผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้   
แต่ก็น่าเสียดายว่า พลังที่ว่ากระจัดกระจายเหลือเกิน  เนื่องจากมีความแตกต่างกันในแง่จุดยืน และผลประโยชน์ 
ดังนั้น แทนที่จะหันไปในทางเดียวกัน กลับกลายเป็นนำเอาศักยภาพมาต่อสู้ฟาดฟันกันจนบรรลัยทั้งเมืองอยู่ขณะนี้

แน่นอน คนเหล่านี้ล้วนมีอาวุธทางปัญญาอยู่ในตัว 

คงไม่มีคนรุ่นไหนจะอ่านออกและเข้าใจการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ได้เท่า  คนทั่วไปมักไม่รู้เท่าทันเพราะเชื่อมโยงปัญหาไม่ออก

แต่คนรุ่นนี้ เมื่อพูดถึงเรื่องอะไรซักเรื่อง จะเชื่อมโยงได้หมดและรู้เรื่องว่าเรื่องราวต่างๆนั้นมีที่มาอย่างไรและพัฒนามาจากไหน  ขณะที่คนทั่วไปมักตามกระแส และไม่เข้าใจปัญหาซับซ้อน

ปัญหาของคนนรุ่นนี้จึงอยู่ที่จุดยืนเป็นสำคัญ 

ดังนั้น การประเมิน " พลัง" ที่ก้าวหน้าของคนรุ่นนี้ว่าจะเป็นพลังให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนั้น  ก็เห็นจะต้องประเมินจุดยืนของเขาให้ได้เป็นสำคัญ

เมื่อใดก็ตามที่คนพวกนี้มีจุดยืนอยู่กับผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลักแล้ว  บอกได้เลยพลังของเขาจะเป็นพลังล้าหลังที่พร้อมจะทำลายมากกว่าสร้างสรรค์

ก็ลองยกตัวอย่างบางคนดูก็ได้...(คิดเอาเองก็แล้วกันนะครับ..) ยิ้มเท่ห์

บันทึกการเข้า

สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์เสมอ...จงอย่าสำคัญตัวผิด ยิ้มเท่ห์
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #37 เมื่อ: 20 มกราคม 2011, 11:16:49 AM »

เขาคงนับคนทั้งรุ่น  คือคนที่มีอายุอยู่ในปีนั้นทั้งหมด  ยิ้มกว้างๆ

ความจริงมีสักพันที่เป็นหัวหอกก็เยอะแล้ว   หรือไม่ก็ยุ่งแล้ว  ยิงฟันยิ้ม

ถ้าเช่นนั้น พคท. ในบริบทใหม่  จะมีภาระกิจเพิ่มอีกอย่างหรือไม่ว่า  จะไปสามัคคีคนเหล่านี้ขึ้นได้อย่างไร

จะสามัคคีขึ้นมาได้ก็คงต้องมีจุดร่วมกัน  เริ่มจากระดับเบาเช่นจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น   แบ่งปันให้แก่ผู้อื่น   ไปจนถึงระดับที่ลึกขึ้น ได้แก่ คิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวม   คิดถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ

ไม่รู้จะทำได้หรือเปล่านะ  

ส่วนเรื่องสากลนิยมนั้นขอพักไว้ก่อน  เพราะพรรคคอม.ที่ตั้งๆ กันมา ยกเว้นแต่พรรคจีนในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมแล้ว   นอกนั้นล้วนแต่เห็นแก่ผลประโยชน์ของประเทศตนเอง เห็นแก่ประโยชน์ของคนของตนเอง  แล้วโยนคำว่าพรรคพี่น้องและสากลนิยมลงกระโถนทิ้งไปทั้งนั้น  
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #38 เมื่อ: 20 มกราคม 2011, 12:16:03 PM »

เขียนถึงตอนนี้ก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน

ยุคแห่งสากลนิยมชนชั้นกรรมาชีพ  ที่จีนทำได้ดีที่สุดและทำอย่างสุดจิตสุดใจ  ก็คือยุคสมัยแห่งการปฏิวัติวัฒนธรรม

แม้ยุคนั้นจะมีเรื่องที่ไม่ดีอยู่มาก  แต่สำหรับบรรยากาศกล่าวได้ว่ามีกลิ่นอายที่ชาวสังคมนิยมโหยหา

ก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกันว่าเรื่องนี้จะอธิบายอย่างไรดี   

เพราะด้านหนึ่งเราก็ว่าการปฏิวัติวัฒนธรรมไม่ดี   แต่ด้านการช่วยเหลือพรรคพี่น้องกลับเป็นไปอย่างเต็มที่  เป็นสากลนิยมจริงๆ   อีกทั้งบรรยากาศก็เป็นสังคมนิยมจริงๆ

ไม่เหมือนยุคนี้ที่ไม่ถือเรื่องสากลนิยมชนชั้นกรรมาชีพอะไรอีกแล้ว    บรรยากาศก็เป็นแบบทุนนิยม  ซึ่งเราก็ไม่ได้โหยหาบรรยากาศในทำนองนี้
บันทึกการเข้า
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #39 เมื่อ: 20 มกราคม 2011, 14:53:55 PM »

ด้วยซ้ำไป.....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 มกราคม 2011, 20:07:08 PM โดย change » บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #40 เมื่อ: 21 มกราคม 2011, 07:27:00 AM »

อ้างถึง
จากกรุงเทพธุรกิจ
    ประชา บูรพาวิถี


พิษลัทธิมาร์ค

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์



"จ่ายแล้ว กะบ่จบ" ประโยคนี้หลุดออกมาจากปากของ "อดีตสหาย" ชาวอีสานคนหนึ่ง ซึ่งกลายเป็น "ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย" (ผรท.)


  คนเดียวในหมู่บ้านที่ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ 22,5000 บาท

 ที่แย่ไปกว่านั้น คนที่ไม่เคยเข้าป่า แต่เป็นญาติพี่น้องของ "คณะกรรมการคัดกรอง" (อดีตสหาย) กลับได้รับเงินสองแสน

 นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่าง อันเป็นผลพวงของการจ่ายเงินให้ ผรท. 5 จังหวัดภาคอีสาน เมื่อ 14-15 มกราคมที่ผ่านมา

 เสียงสะท้อนจากในพื้นที่นั้น มี 2 ปัญหา คือ การไล่บี้เก็บค่าหัวคิวรายละ 10% และการสอดไส้ "สหายตัวปลอม" เข้ามารับเงิน

 ก่อนหน้านั้น เคยมีผู้ที่เสนอให้ "กองทัพภาคที่ 2" แต่งตั้งคณะกรรมการคัดกรองฝ่าย ผรท. โดยไม่ต้องยึดโยงกับกลุ่มอดีตสหาย ที่ตั้งตัวเป็น "แกนนำ" เรียกร้องทวงสัญญา 66/23

 เพราะทราบกันดีว่า มีแกนนำหลายก๊กหลายก๊วน บางก๊วนตั้งตัวเป็น "นายหน้า" ค้าค่าหัวสหาย

 แต่นายทหารใหญ่ในกองทัพภาคที่ 2 กลับไม่สนใจข้อเสนอดังกล่าว ปล่อยให้แกนนำเป็นคณะกรรมการระดับจังหวัด มีหน้าที่ตรวจสอบ และรับรองรายชื่อ ผรท.

 การปล่อยปละละเลยปัญหาดังกล่าว จึงก่อให้เกิดปัญหาความวุ่นวายตามภายหลังการจ่ายเงิน

 ประการแรก "คนมีสี" บางคนร่วมกับแกนนำ ผรท.บางก๊วน ผลักดันคนที่ไม่เคยเข้าป่าได้สิทธิรับเงินแสน โดยมีเงื่อนไขหากได้รับเงิน ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง

 ประการที่สอง กลุ่มที่ตั้งตัวเป็นแกนนำเปิดการต่อรองกับ ผรท.ที่ผ่านการคัดกรอง จะขอหัก 10% หรือ 'ส่วนปลาย' คือ 25,000 บาท

 หากใครไม่ยินยอมตามเงื่อนไข 10% ก็จะไม่ยอมให้ผ่านการคัดกรอง (แม้จะเป็นสหายตัวจริง) ซึ่ง ผรท.ส่วนใหญ่ก็ยอมรับข้อเสนอ เพราะกลัวจะไม่ได้เงิน

 ครั้น ผรท.ที่ถูกเอาเปรียบ จะไปร้องเรียนกับ "คนมีสี" ก็ไม่มั่นใจว่า เจ้าหน้าที่รัฐจะให้ความเป็นธรรมหรือไม่ เนื่องจากพฤติกรรมของ "คนมีสี" ดูจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกลุ่มแกนนำ

 ด้วยเหตุนี้ บรรยากาศหลังการมอบ "สมุดคู่ฝากธนาคารกรุงไทย" จึงมีความชุลมุนเกิดขึ้น เมื่อแกนนำประกบ ผรท.แต่ละคน ตรงไปยังธนาคาร เพื่อให้เบิกเงิน 25,000 บาท ตามที่ตกลงกันไว้

 มีอดีตสหายบางคน ไม่ยอมให้ เพราะได้ฟัง "อดีตสหาย ส.ส." รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประกาศเสียงดังฟังชัดว่า "รัฐบาลตั้งใจมอบเงินช่วยเหลือให้สหาย หากมีใครจะมาหักเปอร์เซ็นต์ ก็ไม่ต้องจ่ายให้แม้แต่บาทเดียว"

 ฝ่ายแกนนำก็กดดันจะเอาให้ได้ อดีตสหายบางรายถึงขั้นวิ่งขึ้นโรงพักแจ้งความว่า ถูกข่มขู่ยื้อแย่งสมุดบัญชีธนาคาร บางรายก็ใช้วิธีหลบหนีกลับหมู่บ้านโดยไม่แวะธนาคาร

 วันต่อมา ฝ่ายแกนนำปรับแผนใหม่ เข้าไปเกลี้ยกล่อมให้ยอมเบิกเงินมาให้ตามสัญญา ซึ่ง ผรท.ส่วนใหญ่ก็ยอม เพราะไม่อยากมีปัญหากับ "นาย" ที่อยู่เบื้องหลังแกนนำ

 ประเมินกันว่า พวกแกนนำได้เงินจาก "ส่วนปลาย" ของสองแสนสองหมื่นห้าพันบาทในจังหวัดนั้น รวมแล้วหลายล้านบาท!

 อันที่จริงระหว่างการเคลื่อนไหวทวงสัญญา 66/23 แกนนำก็เรียกเก็บเงินจาก ผรท.เป็นระยะๆ บางทีก็ร้อยบาท บางทีก็ห้าร้อยบาท โดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการทำงาน

 ผรท.ส่วนใหญ่เข้าใจในความปรารถนาดีของ ส.ส.อดีตสหายหญิง ที่ไม่อยากให้เกิดปัญหา "สหายกินสหาย" แต่พวกเขาก็ยากที่จะปฏิเสธคำโอ้โลมของแกนนำได้ 

 แม้การจ่ายเงิน ผรท.ในภาคอีสานจะยังไม่ครบ 19 จังหวัด แต่ขณะนี้ ขบวนการ "ผรท.บัญชีตกค้างรอบสาม" ได้เกิดขึ้นอีกแล้วในภาคอีสาน

 "ไผพ่อแม่ตายในป่า ไผส่งข้าวส่งน้ำให้คนป่า มาแจ้งชื่อไว้ ถ้าพ่อใหญ่จิ๋วได้เป็นรัฐบาล สิหาเงินมาแจกอีก"

 รอบนี้..ลัทธิมาร์ค จงเจริญ! รอบหน้า..ลัทธิจิ๋ว จงเจริญ ยังงั้นหรือสหาย (ฮา)!! 

ฮืม??

ยุคอะไรของอดีตสหาย???

"เงินนำหน้าการเมือง  การปฏิวัติเป็นเรื่องฝันกลางวัน  มาหลอกเงินนักการเมืองกันดีกว่า"

งานนี้ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีกับ  "พลังปฏิวัติที่ผุกร่อนและถอยหลังเข้าคลอง"
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
sun bird
Jr. Member
**
กระทู้: 134



ดูรายละเอียด
« ตอบ #41 เมื่อ: 21 มกราคม 2011, 23:02:47 PM »

 เศร้า อ่านบทความของคุณประชา แล้วยอมรับว่าเป็นความเศร้าใจมาก นี่ขนาดปฏิวัติไม่สำเร็จ

หากปฏิวัติสำเร็จจะไม่แย่ไปกว่านี้หรือ จิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง

รู้เสียใจเกินว่าที่จะบรรยายออกมา

บันทึกการเข้า
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #42 เมื่อ: 22 มกราคม 2011, 05:28:06 AM »

เสวนา-วิวาทะ

http://www.democracymove.net/webboard/showthread.php?tid=5 
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #43 เมื่อ: 22 มกราคม 2011, 07:42:26 AM »

ขอย้ายของลุงดอกดินมาไว้ตรงนี้เพื่อความต่อเนื่อง

เนชั่นรายสัปดาห์

' บันทึกขบถ' ฉบับกาลกลียุค  

http://www.fo3p.net/index.php?option=com_content&task=view&id=1128&Itemid=1  

.............................

    
     สหายเข้มแข็ง...
           มาช้าดีกว่าไม่มา  

http://www.fo3p.net/index.php?option=com_content&task=view&id=1127&Itemid=1

เฉพาะกรณีของหมอพจน์   ผมว่าหมอพจน์ยังเป็นผู้ที่มีใจรับใช้มิตรสหายอยู่ไม่เสื่อมคลาย

ทุกวันนี้ขอแต่แกทราบว่ามีเรื่องของมิตรสหายอยู่ที่ไหน  แก็พร้อมจะสะพายกระเป๋าใบหนึ่งไปตามเรื่องหรือช่วยประสานงานให้ทันที

ที่สำคัญเป็นการประสานงานโดยแกออกเงินเองทั้งหมด   ไม่เคยมีการหัก "หัวคิว" เหมือนกับที่ได้ยินมามากหลาย

แกทำงานให้มิตรสหายโดยเฉพาะพี่น้องม้งอย่างไม่เคยคิดจะไปเรียกร้องเอาค่าประสานงานใดๆ (เหมือนกับที่บางคนเรียกร้องเอาอีกนั่นแหละ)

และในครั้งนี้แกก็ไม่ได้รับเงินสองแสนสองในครั้งนี้ด้วย  เพราะให้อีกคนที่มีชื่ออยู่ในบ้านเดียวกันใช้สิทธิไปเสีย  

ทั้งที่แกเป็นคนเลี้ยงลูกสองคนด้วยตัวคนเดียวมาตลอด   ต่อสู้ฟันฝ่ากับชีวิตในการเลี้ยงลูกมาทุกอย่าง   ผมยังเคยสะเทือนใจว่าลูกของแกตอนเรียนหมออยู่กรุงเทพ   แกหาเงินให้ได้ใช้เพียงเดือนละสามพันกว่าบาท   ชีวิตของครอบครัวนี้ต้องลำบากเพียงใด   เวลานั้นแกยังถูกจับหลายครั้งด้วยข้อหาประกอบโรคศิลปะโดยไม่มีใบอนุญาต

เวลานี้เมื่อลูกเรียนจบแล้ว  แกก็หมดภาระ  จึงสามารถวิ่งไปที่นั่นที่นี่ช่วยเหลือมิตรสหายอยู่เสมอ   หลายที่ที่เข้าไปหลายที่เป็นที่ห่างไกล

คนอื่นจะเป็นอย่างไรไม่รู้   แต่หากพี่น้องสามจังหวัดจะคิดถึงวีรชนตัวเป็นๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่   ผมขอเสนอให้มอบเกียรติคุณอันนี้  แก่หมอพจน์นี่แหละ   "หมอที่มีจิตใจสูงส่งตลอดกาล"  
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 มกราคม 2011, 07:43:59 AM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
ดวง
Hero Member
*****
กระทู้: 1098


ดูรายละเอียด
« ตอบ #44 เมื่อ: 22 มกราคม 2011, 11:09:28 AM »

หากจะพูดถึงสหายที่มีจิตใจช่วยเหลือสหายด้วยกันในเวลานี้และที่ผ่าน ๆมา
ก็เห็นแต่มีหมอพจน์ และหมอไพศาล ที่จะเร้าร้อนในการช่วยเหลือ
สำหรับหมอพจน์ ได้เห็นหมอไปช่วยงานเกือบทุกเขต
คุณหมอควักกระเป๋าจ่ายค่าใช้จ่ายเองทุกครั้ง แถมบางครั้งยังช่วยคนที่ไม่มีอีกด้วย
ครั้งหนึ่งเคยไปเยี่ยมหมอที่สุพรรณบุรี คุณหมอสุขภาพแข็งแรง แม้จะอายุมากขึ้นแล้ว
ยังกระฉับกระเฉง และ รับปากช่วยเหลืองานของสหายอย่างเต็มใจ
คุณหมอเป็นคนน่ารัก น่าเคารพ
สมควรที่ เขตสามจังหวัดจะยกย่องเป็นสหายตัวอย่างได้ทีเดียว
(แต่ป้าไม่ได้เป็นสมาชิกสามจังหวัด) ก็ได้แต่เสนอ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!