บ้านตุลาไทย
21 พฤศจิกายน 2017, 19:15:00 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ของดีในวันนี้  (อ่าน 3576 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 17 มกราคม 2011, 08:20:54 AM »

โกจิ เบอรี่  ผลไม้มหัศจรรย์ที่สุดแห่งปี

ไม่รู้ใครคิดสรรค์คำนี้ขึ้น   โกจิ หรือเก๋ากี้คือเมล็ดผลสีแดงๆ เล็กๆ ที่วางอยู่เป็นกระสอบๆ หน้าตลาดแถวเยาวราชหรือร้านยาจีนทั่วไป

เก๋ากี้จัดอยู่ในยาบำรุงไต   คำว่าไตในแพทย์แผนจีนหมายถึงอะไรที่เกี่ยวกับความเสื่อมของร่างกายหมายถึงการทำงานที่เกี่ยวข้องกับระบบไตของแพทย์จีนทั้งนั้น

แต่ในตำรับก็ไม่ได้หมายถึงยาตัวนี้เพียงตัวเดียว   ยาจีนเขามักทำเป็นตำรับคือมียาหลายตัวที่มีทั้งเสริมฤทธิ์กันและกล่อมฤทธิ์กัน

แต่เจ้าเก๋ากี้มันมีรสชาติของความอร่อยคือหวานอมเปรี้ยว   จึงมีนักทำเครื่องดื่มนำมาปรุงเป็นเครื่องดื่มพร้อมกิน

เหมือนกับชาเขียว   คนจีนคนญี่ปุ่นดื่มมาแล้วหลายพันปี   แต่ 10 ปีมานี้นักธุรกิจหัวใสจับมาใส่น้ำหวานบรรจุขวด  แช่เย็นกินได้   จึงถูกกับจริตของคนที่ไม่ชอบกินของร้อนและไม่อยากกินพวกโค้ก เป๊ปซี่  ทำให้กลายเป็นเครื่องดื่มชนิดใหม่

ส่วนโกจิ เบอรี่  ก็คงอยู่ในช่วงแห่งการโปรโมทเช่นกัน  จึงกลายมาเป็น ผลไม้อัศจรรย์แห่งปี    
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กุมภาพันธ์ 2011, 16:00:51 PM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 18 มกราคม 2011, 08:25:01 AM »

หัวข้อนี้ก็น่าสนใจ

เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ที่น่าจะเข้าใจให้ถูกต้องเช่นกัน

จาก oknation
http://www.oknation.net/blog/chaiyospun/2011/01/18/entry-2
อังคาร ที่ 18 มกราคม 2554
ทำไมคนไทยจึงเข้าใจว่า "กินเนื้อสัตว์" แล้วจะเป็น "มะเร็ง" !!!
Posted by Pro.Trainer
          ผมเองก็เคยได้ยินได้อ่าน อะไรจากไหนมาบ้างก็ไม่รู้ แต่ที่จำได้แน่ ๆ ก็

คือ ถ้าหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ได้จะดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ ให้หัน

ไปกินปลาแทน ....

           เหตุผลที่น่าจะรับฟังและเข้าใจได้ง่าย ก็คือ เนื้อปลาย่อยง่าย (แต่ก็สรุป

ไม่ได้นะครับว่ากินปลาแล้วจะไม่เป็นมะเร็ง) ....

         เมื่อตอนต้นปีผมอ่านข่าวในกรุงเทพธุรกิจ เซ็คชั่น "คุณภาพชีวิต-การ

ศึกษา" (ฉบับวันที่ 7 ม.ค.54 หน้า 7) ... ได้รู้ข้อมูลสถานการณ์มะเร็งที่น่าเป็น

ห่วงมาก ๆ ด้วยจำนวนผู้ป่วยมะเร็งที่เพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 23 %  ...

        นี่เป็นรายงานจาก"นายกมะเร็งวิทยาสมาคม" พญ.สุดสวาท เลาหวินิจ ...

        นอกจากนี้ยังพบว่า "คนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง เป็นอันดับ 1" ...มะเร็ง

ที่พบในผู้ชายมากที่สุดเป็นอันดับ 1 คือ มะเร็งมะเร็งตับ และทางเดินน้ำดี

       ส่วนในผู้หญิงพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมสูงมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ....

        ในปี 2552 คนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง 56,058 ราย หรือคิดเป็น 156

รายต่อวัน ...

        พญ.สุดสวาท บอกว่า สิ่งที่วงการแพทย์ไทยมีความกังวลยังเป็นเรื่องของ

ความรู้ความเข้าใจของผู้ป่วยเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง ...

         อย่างความเชื่อเกี่ยวกับอาหาร ที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่เชื่อ่วา "จะต้องไม่กินเนื้อ

สัตว์เลย" ถือเป็นความเชื่อที่ผิด ไม่ถูกต้อง เป็นความเชื่อที่มีมานานกว่า 10 ปี มา

แล้ว ทั้ง ๆ ที่โปรตีนมีความจำเป็นอย่างมาก สำหรับผู้ป่วยมะเร็งสำหรับการฟื้นฟู

สภาพร่างกาย ...

 
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 16 กุมภาพันธ์ 2011, 16:02:06 PM »

ขี้อะไรเอ่ย มีราคาแพงกว่าทองคำ

สนใจเรื่องนี้  โปรดติดตาม

ตรงนี้ขอลิงค์ข้อมูลไว้ก่อน

http://www.oknation.net/blog/dol/2011/02/16/entry-3


ชวนไปเลี้ยงชะมดเช็ด  คงไม่ถูกตั้งคำถามอีกนะว่า "เป็นนิเวศประชาธรรม  ทำไมไปเลี้ยงชะมดเช็ด"   ยิ้มกว้างๆ ยิงฟันยิ้ม ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กุมภาพันธ์ 2011, 17:13:59 PM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์ 2011, 13:37:25 PM »

ครอบครัวกลมเกลียว  คือนี้มากินบัวลอยยักษ์กัน  เนื่องในเทศกาลหยวนเซียว (เทศกาลชิมบัวลอย  ชมโคม)

ชมภาพและเรื่องได้ที่ http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9540000021301
บันทึกการเข้า
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์ 2011, 13:49:08 PM »

 ยิ้มน่าสนใจนะ เลี้ยงชะมดที่ว่านี่...ถ้าอายุน้อยกว่านี้สักสิบห้าปี ก้อยาจะทำ...เป็นการแตกไลน์ออกไปจากสวนที่ทำ


"น้ำมันชะมดเช็ดมีราคาแพงและเป็นที่ต้องการของตลาดมากโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเครื่องหอมและยาแผนโบราณ ราคาซื้อ-ขายกิโลกรัม ละเฉลี่ย 60,000 บาท" ว๊าววว.. นี่เป็นข้อมูลก่อนยุคสปานิยม พอถึงยุคสปานิยม

"ตอนนี้คนแห่มาเลี้ยงชะมดเช็ดกันมากขึ้น จากเมื่อก่อนเลี้ยงเพื่อเอาน้ำมัน หรือที่เรียกว่า"เช็ด" ซึ่งมีราคา กก.ละหลายแสนบาทมาใช้วงการสปา ผลิตยาแผนโบราณ หันมาเลี้ยงชะมดเช็ดมาให้กินผลกาแฟเพื่อนำขี้ที่เป็นเมล็ดกาแฟมาคั่วกิน ราคาแพงครับ กาแฟขี้ชะมดเช็ด กก.ละราว 5 หมื่นบาทครับ"

...
"ส่วนกาแฟกลิ่นขี้ชะมดเช็ดก็เหมือนกัน ประเทศอินโดนีเซียเต็มไปด้วยป่าและสัตว์ป่า ซึ่งในจำนวนนี้มีะมดเช็ดด้วย สัตว์ชนิดนี้ชอบกินเสล็ดกาแฟสดเป็นอาหาร กินแล้วขี้ออกมา ชาวบ้านนึกเสียดายก็ไปเก็บเมล็ดที่เป็นขี้ชะมดเช็ดมาล้างทำความสะอาด แล้วครั่วกินได้กลินขี้ชะมดเช็ด ที่ตอนแรกอินโดนีเซียได้ส่งออกหรอก แต่ฝรั่งไสมัยฮอลันด้า หรือฮอลแลนด์ยึดครองอินนีเซียไปกินกลายเป็นชอบก็เลยดังถึงวันนี้ครับ"
อ้อ...กาแฟขี้ชะมด

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 กุมภาพันธ์ 2011, 14:51:37 PM โดย change » บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!