บ้านตุลาไทย
21 พฤศจิกายน 2017, 19:12:09 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รายงานผลการไถ่ชีวิตโค-กระบือ ประจำปี 2554 (ปีที่ 20)  (อ่าน 2386 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
prasri2552
Newbie
*
กระทู้: 16


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 04 พฤษภาคม 2011, 15:57:52 PM »

“กองธรรมพระศรีอารย์  กองธรรมนำสุข  พ้นทุกข์นิพพานัง”
องค์กรเอกชนเพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนาและสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์และสัตว์โลกที่ประสบเคราะห์กรรม
รายงานผลการไถ่ชีวิตโค-กระบือ  ประจำปี 2554 (ปีที่ 20)

   ปีนี้ถือเป็นปีแห่งความทุกข์ของคนไทยที่ต้องมาประสบวิบากกรมทั้งด้านความเป็นอยู่ อาชีพ รายได้ และความไม่เป็นธรรมของสังคม  ซึ่งผมไม่คิดว่าจะได้เงินยอดบริจาคมากกว่าทุกปี  ในฐานะผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นศูนย์กลางของท่านทั้งหลาย  รู้สึกตื้นตันใจที่ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากทุกท่าน  จึงมีความตั้งใจว่าจะสนองคุณท่านทั้งหลายให้เต็มที่ด้วยการทำให้ท่านได้กุศลสูงสุด  ให้สมกับความตั้งใจและความเสียสละของทุกคน

   จึงคิดว่าปีนี้จะซื้อกลางคืน  ซึ่งเป็นเวลาที่ผมยอมรับว่าพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด  เพราะมีความกดดันสูงและอำนาจต่อรองต่ำ  เนื่องจากเป็นเวลาที่เขาจะลงมือฆ่าแล้ว  เขามักจะไม่ยอมลดราคาหรือโก่งราคาเต็มที่  เพราะเขากลัวเสียลูกค้าประจำที่มารอซื้อเนื้อ  และการที่เขาจะไปหาวัว-ควายมาทดแทนตัวที่เราซื้อออกมามันไม่ง่าย  ยิ่งดึกก็ยิ่งลำบาก  กดดันจิตใจเราเพราะอะไร?  เพราะผมรู้สึกว่าเมื่อเข้าไปแล้วได้เห็นแล้ว  และช่วยเขาไม่ได้เดินออกมามือเปล่า  ความรู้สึกผิด  มันจะติดใจเราไปตลอดชีวิต

   เหตุการณ์คล้ายกันนี้  ผมเคยเจอครั้งหนึ่งเมื่อ 20 ปีที่แล้ว  ซึ่งเป็นปีแรกของการไถ่ชีวิตวัว-ควายของผม  ปีนั้นประมาณ พ.ศ.2534  เราจะไปซื้อที่โรงฆ่าสัตว์จังหวัดชลบุรี  มีผู้บริจาคขับรถตามไป 2-3 คัน  วันนั้นจำได้ว่าเป็นวันตรงกับประเพณีวิ่งวัว-ควายที่อำเภอบ้านบึง  เราเข้าไปในโรงฆ่าสัตว์ซึ่งมีอยู่ประมาณ 7-8 ตัว  ซื้อได้หมด  ยกเว้นตัวเดียวที่ไม่สามารถติดต่อเจ้าของได้  เนื่องจากเขาไปอยู่ในงานวิ่งวัว  เจ้าควายตัวนี้ถูกผูกอยู่ในโรงฆ่ามา 2 วันแล้ว  หลักที่ผูกมันก็อยู่ติดๆ กับที่เขาทุบหัวเชือดคอเพื่อนมันนั่นแหละ  เชือกก็ผูกสั้นแค่คืบเดียว  จะนอนก็ไม่ได้  น้ำก็ไม่ได้กิน  ช่วงนั้นเป็นเวลาประมาณบ่าย 2 โมง  เจ้าของโรงฆ่าบอกว่า  เจ้าของควายตัวนี้เป็นแขกปาทาน  ตั้งราคาไว้ 8,400 บาท  เรารออยู่จน 5 โมงเย็นที่โรงฆ่าสัตว์  พวกที่ได้ด้วย 10 กว่าคนถอดใจกันหมดแล้ว  เขาไม่อยากรอจะกลับ  ผมตัดสินใจจ้างรถสองแถวไปรับเจ้าของควายที่สนามแข่งบ้านบึง  โชคดีที่เจอตัว  มาถึงโรงฆ่าก็เกือบทุ่มแล้ว  พอมาถึงเราก็ถามราคาขอซื้อ  เจ้าของความตั้งราคามา 13,000 บาท  พวกที่ไปด้วยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงร้องโวยวายต่อว่าเขาว่าขายแพง  ซึ่งก็เป็นความจริง  มันไม่พอใจพูดตัดบทเลยว่า ผมไม่ขาย   ผมได้ยินแล้วหัวใจแทบหยุดเต้น  เจ้าควายตัวนั้นก็ยืนฟังเราอยู่  มันมีอาการเหมือนผมนั่นแหละ  มันคอตกลงทันที

   ความรู้สึกผมนาทีนั้นเหมือนตกลงจากที่สูง  กลัวว่าจะช่วยเขาไม่ได้  ผมบอกให้ทุกคนไปรอนอกโรงฆ่าสัตว์  แล้วลงทุนไหว้มัน  ขอร้องให้มันขาย  และขอโทษมันอีกด้วย  ภายในตัดสินใจเด็ดขาดว่าต้องช่วยให้ได้  ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด  หากมันไม่ยอมขายจริงๆ จะนั่งลงให้มันเชือดคอพร้อมกับเจ้าควายตัวนั้น  จะด้วยแรงอธิษฐานหรืออำนาจบุญกุศลใดก็ตาม  ในที่สุดเจ้าของควายยอมขายให้  ผมก็ให้ราคาตามที่เขาต้องการ  เราเอาเจ้าความเขาเกตัวนี้ออกมาได้ก็มืดค่ำแล้ว  ทุกคนเขาอยากจะกลับ  ผมไม่ยอมกลับ  ขนมาที่วัด  พอมันลงจากรถมันเดินเหม่อลอยเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจ  ผมคิดว่าภายในใจของเขาคงแตกสลายหมดแล้ว  หากเป็นคนก็คงสติแตก  เพราะถูกมัดบังคับให้ดูการฆ่าซึ่งๆ หน้ามา 2 วัน  แล้วอยู่ๆ ก็ได้รับการช่วยชีวิต  มันเหมือนฝัน  ผมเห็นเหตุการณ์นี้จังๆ เป็นครั้งแรก  มองดูเสาที่เป็นหลักประหารเป็นไม้แดงท่อนใหญ่  ถูกเชือกความสีไปมาจนคอด  ผมคิดในใจคนเดียวว่า  หลักนี้มันมัดชีวิตวัว-ควายมากี่ร้อยกี่พันกี่หมื่นแล้วหนอ  อาการเหม่อลอยเช่นนี้พบที่ชลบุรีเป็นครั้งแรก  ปีแรก  และมาเจอปีนี้อีกครั้ง  ซึ่งจะเล่าให้ฟังทีหลัง

   ทั้งหมดนี้คือ  จุดกำเนิดของมโนปณิธานของข้าพเจ้า  ที่จะช่วยพวกเขาเหล่านี้ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่  และเป็นปีแรกที่เลิกกินเนื้อเช่นกัน

   ความรู้สึกกลัวและความรู้สึกเชื่อมั่น  เมื่อต้องเข้าไปเจรจาซื้อขายกับโรงฆ่าในเวลากลางคืน  มันตามมาหลอกหลอนผม  แต่ทุกสิ่งในโลกมี 2 ด้าน  มีคุณและโทษ  มีบวกมีลบอยู่ในตัวของมัน  ถ้าเราซื้อนาทีประหาร  กำลังของบุญหรืออานิสงค์จะมีกำลังสูงสุด  โดยเฉพาะวัว-ควายซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่  ในปีต่อๆ มาผมมักจะอธิษฐานว่า  ขออย่าได้ไปพบเห็นภาพที่เขากำลังฆ่าหรือกำลังจะฆ่ากัน  ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้น  แต่ในปีนี้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น  ก่อนออกเดินทางผมเข้าห้องพระ  “อธิษฐานขอบารมีพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ทุกพระองค์  หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด  และสมเด็จโต  ช่วยสงเคราะห์ให้ข้าพเจ้าได้รับความร่วมมือและความสะดวกในการทำงาน  และขอให้ได้พบกับความโพธิสัตว์ด้วยเถิด”

   ย้อนกลับมาปีปัจจุบันของเรา  ด้วยเหตุที่ผมเห็นความเสียสละของทุกท่าน  ผมคิดคนเดียวว่าจะสนองคุณ  พระเดชพระคุณทั้งหลายให้เต็มที่  ผมเดินทางจากกรุงเทพฯ เช้ามืด  ระหว่างวิ่งอยู่ที่เทือกเขาภูพานก่อนถึงจังหวัดสกลนคร  ประมาณ 4-5 โมงเย็น  ผมต่อสายถึงนายอดุลย์  โรงฆ่าสัตว์อำเภอศรีสงคราม  ถามถึงวัว-ควายที่มีอยู่ในคอดของเขาและราคา  ว่าจะขายราคาเท่าไร?  ระหว่างที่รอคำตอบ  ผมติดต่อไปที่สามล้อเครื่องที่รู้จักที่อำเภอศรีสงคราม  ให้เข้าไปดูจำนวนและขนาดและแจ้งให้ผมทราบ  นี่คือการซื้อรอบแรก  ทางโทรศัพท์  เราตกลงราคากันได้ 290,500 บาท  มีความ 10 ตัว วัว 1 ตัว  ผมเร่งการเดินทาง  ระยะทางเกือบ 200 กิโลเมตร  เข้าถึงที่พักที่อำเภอศรีสงครามประมาณทุ่มเศษ  แล้วมุ่งหน้าเข้าโรงฆ่าสัตว์เลย  (ผมประสานกับผู้ใหญ่ประหยัด  หมู่ที่ 2  บ้านปากม่วง  ตำบลนาเขา  อำเภอบ้านแพง  ตั้งแต่ตกลงราคากันได้บนภูพานแล้ว  ให้เขาเตรียมหญ้าน้ำและคนมารอรับวัว-ควาย  จัดเวรยามเฝ้า)  แล้วจัดการขนวัว-ควายเข้าหมู่บ้านคืนนั้นเลย  กว่าจะเสร็จก็ 5 ทุ่มกว่า  ระยะทางห่างประมาณ 40 กิโลเมตรเศษ  แต่รถบรรทุกวัว-ควายวิ่งเร็วไม่ได้  โรงฆ่าสัตว์นายอดุลย์ผมซื้อมาหลายรอบ  เขารู้นิสัยผมว่า  หากว่าซื้อจะไม่ปล่อยให้เหลือ  ต้องซื้อจนหมดคอก

   คืนนั้นผมดูการจัดวัว-ควายขึ้นรถเสร็จรีบออกจากโรงฆ่าสัตว์ทันที  เพราะไม่ต้องการเห็นการขนเข้ามาอีก  ใจหนึ่งก็นึกแปลกในที่นายอดุลย์ไม่ขอไว้เชือด 1 ตัวไว้ให้ลูกค้าประจำ  จนมารู้วันรุ่งขึ้นว่า  เขาแอบจูงมันไปผูกไว้ในป่าใกล้บ้านแขก  เพื่อจะไม่ต้องออกไปหามาแทนคืนนั้น

   นี่แสดงให้เห็นว่า  การที่เราจะช่วย  แม้นว่ากรรมหนักจริงๆ  อย่างไรๆ ก็ไม่มีทางรอด  เจ้าตัวที่ถูกจูงไปซ่อนไว้เป็นวัวสีขาวสูงใหญ่  ชะตามันขาดแล้วจริงๆ  เราจะช่วยใครได้  บุคคลผู้นั้น  สัตว์ตัวนั้น  ต้องมีบุญเหลืออยู่บ้าง  หากหมดบุญจริงๆ แล้ว  ไม่มีทางสำเร็จ  สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม  ที่ผมและพวกท่านซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทำอยู่  ผมก็ไม่ทราบว่ามันเป็นการฝืนกฎของกรรมหรือไม่?  แต่ผมเห็นว่า  เราสามารถช่วยให้เขารอดชีวิตได้  มันคุ้มค่าไม่ว่าจะต้องมาเจอกับอะไรก็ตาม  ยินดีไม่คิดหลีกเลี่ยง

   วันรุ่งขึ้น  ผมนำเงินมาชำระที่โรงฆ่านายอดุลย์  เจอวัว-ควายอีก 7 ตัว  มีแม่วัวลูกติด 1 คู่  ตกลงซื้อกันในราคา 890,000 บาท  ให้เขาจัดส่งไปที่เดิม  นี่คือการซื้อรอบสอง

   จำได้ว่าเคยเล่าให้ท่านฟังว่า  จะลองไปหาซื้อต่างอำเภอดูบ้างเพื่อจะได้ราคาถูกกว่า  ผมจึงให้รถบรรทุกวัว-ควายที่ประสานกับอาจารย์สมานชัยได้จัดหาไว้  นำพาไปเขตอำเภอนาหว้า  ก่อนถึงตัวอำเภอนาหว้าประมาณ 10 กิโลเมตร  แวะที่บ้านนายสำราญซึ่งปลูกบ้านอยู่ริมทางมีอาชีพไปซื้อวัว-ควายจากตลาดนัดมาฆ่า  ชำแหละขาย  เจอควาย 2 คู่  ตกลงซื้อขายและจะเดินทางไปตัวอำเภอนาหว้า  เจ้าของโรงขนแม่ควายกับลูกมา 1 ตัว  เลยตกลงเหมาหมดรวมเป็น 6 ตัว 87,000 บาท  นี่คือการซื้อรอบที่สาม

   การซื้อครั้งนี้ผมเริ่มรู้สึกแล้วว่า  หากเทียบขนาดวัว-ควายกับที่ศรีสงครามราคาพอกัน  ที่นี่จะแพงกว่า  เราเดินทางต่อไปยังตัวอำเภอ  มุ่งหน้าไปโรงฆ่าสัตว์เทศบาลตำบลนาหว้า  เขาผูกไว้ในโรงฆ่าสัตว์ 3 ตัว  ผอมโกโรโกโส  มีลูกวัว 1 ตัว  บอกราคามา  จำได้ว่าสี่หมื่นกว่า  ผมตกใจว่าทำไมแพงขนาดนั้น  ต่อรองอย่างไรก็ไม่ยอมลด  ขณะต่อรองขนเข้ามาอีก 3 ตัว  รวมแล้ว 6 ตัวราคา 81,000 บาท  สุดท้ายลดให้หนึ่งพันบาท  คนขายเป็นผู้หญิงชื่อ นางตู่  อายุประมาณ 30 เศษ  ผมรู้สึกโกรธที่ขายในราคานี้  ถ้าจะไม่ซื้อไว้  พวกนี้ก็ยืนฟังตาปริบๆ อยู่  บอกคนรถว่าให้รีบขนขึ้นระให้เร็วที่สุดแล้วไปทันที  เดี๋ยวมันขนมาอีก  รีบจ่ายเงินนางตู่แล้วบอกว่า  ชาตินี้ฉันจะไม่เข้ามาเหยียบที่นี่อีก  แกจะได้เงินฉันครั้งนี้ครั้งเดียวและเป็นครั้งสุดท้าย  นี่คือการซื้อรอบที่สี่  ตอนหลังผมไปสืบดู  สอบถามจากรถขนวัว-ควาย  เขายอมรับว่า  อำเภอนาหว้าราคาแพงจริง  ราคาเนื้อชำแหละแล้วตกกิโลละ 170-180 บาท  ก็แปลกดี  ผมจึงเห็นว่าคงต้องกลับไปคบกับนายอดุลย์และนายโง่นที่อำเภอศรีสงครามอีกเป็นแน่

   ขากลับผมแวะโรงฆ่าสัตว์นายอดุลย์ได้ควายตัวเมียใหญ่อีก 2 ตัว  ราคา 46,000 บาท  นี่คือการซื้อรอบที่ 5  และแวะที่โรงฆ่าสัตว์นายโง่นที่ศรีสงคราม  เพราะเป็นทางที่ต้องผ่านอยู่แล้ว  ได้วัวตัวเมียใหญ่ 2 ตัว และควายแม่ลูก  รวมเป็นเงิน 65,500 บาท  นี่คือการซื้อรอบที่หก

   ในใจคิดว่าการซื้อต้องยุติแค่นี้ก่อน  เพราะเบิกเงินติดตัวไป 700,000 บาท  ใช้ซื้อวัว-ควายบวกค่าเดินทาง  หลังจากนั้นผมเข้าหมู่บ้านประสานกับสัตว์แพทย์ชื่อ นายพิภพ (สัตว์แพทย์อาสา 087-305-9929)  มาฝังไมโครชิพ  และทำสัญญา  ประวัติวัว-ควายแจกชาวบ้าน  ตอนนั้นเหลือเงินในบัญชีประมาณ 7-8 หมื่นบาท  เพราะต้องกันไว้เป็นทุนการศึกษา  ค่ารายงานผล  ค่าติดตามผลวัว-ควาย  ซึ่งต้องเดินทางมาอีกอย่างน้อย 3 รอบ  และค่ารักษา  ค่าฉีดยาวัว-ควายกรณีเป็นโรคที่ต้องรักษา  ผมประชุมชาวบ้าน  แจกวัว-ควายเรียบร้อย  กลับถึงที่พักประมาณเกือบ 2 ทุ่ม  ประมาณ 3 ทุ่ม 40 นาที  ผมออกไปหาก๋วยเตี๋ยวกินที่ตลาด  เลยขับรถออกจากที่พักมุ่งหน้าไปตลาดอำเภอศรีสงคราม  ซึ่งมีโจ๊ก  มีอาหารขายตามข้างถนน  ก่อนถึงตลาดต้องผ่านซอยที่เป็นที่ตั้งของโรงฆ่าสัตว์นายอดุลย์  ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมเลี้ยวรถเข้าไป  (เคยถามนายอดุลย์ถึงวิธีฆ่าวัว-ควายของเขา  เขาเล่าให้ฟังว่า  เอาเชือกผูกขาหน้า 1 ข้าง  ขาหลัง 1 ข้าง  ปล่อยให้เชือกลอดท้องมัน  แล้วมายืนฝั่งตรงข้าม  ห่างจากตัวมันประมาณไม่เกิน 2 เมตร  แล้วกระชากสุดแรง  มันจะเสียหลักล้มลง  เพราะก่อนมัดขา  เขาจะเอาน้ำราดตัวมันและราดพื้นซีเมนต์จนเปียกชุ่ม  เมื่อมันล้มลงแล้ว  มันจะไม่มีแรงต่อสู้  ขาตะกายอากาศ  เขาจะจับหัวและคอมันเอียงไปทางทิศตะวันออก  แล้วเอามีดที่เตรียมไว้เชือดคอมันอย่างแรงจนเส้นโลหิตใหญ่ขาด  มันจะดิ้นอยู่ไม่กี่นาทีก็ขาดใจตาย)

   ผมวิ่งเข้าซอยตรงมาที่ประตูรั้วหน้าโรงฆ่าสัตว์  มองทะลุประตูเหล็กเข้าไปประมาณไม่เกิน 15-20 เมตร  ก็จะมองเห็นโรงที่ใช้เป็นที่เชือดวัว-ควาย  เห็นควันโขมงพร้อมกระทะใบใหญ่วางอยู่ใกล้  เห็นคน 4-5 คน  ยืนมุงควายตัวใหญ่อยู่  นายอดุลย์นุ่งโสร่ง  ยืนกอดอกหันหลังให้ประตู  หันหลังให้ผม  มองดูลูกน้องปล้ำกับควายเพื่อจะผูกเชือก  ผมไม่ได้ดับเครื่องรถ  แต่นั่งดูอยู่ในรถ  แบบไม่กระพริบตาเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่  จะหนีไปเสียก็ไปไม่ได้  ทำให้ต้องนั่งมองอยู่เท่านั้น  โนใจก็คิดว่า  เราคงช่วยเขาไม่ได้แล้ว  เงินก็จะหมดแล้ว  พรุ่งนี้เช้าก็จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้ว  ไม่ถึงเสี้ยวนาทีเห็นควายล้มลง  สี่ขาตะกายฟ้า  ลูกน้องนายอดุลย์กำลังมะรุมมะงาหราปล้ำกับควาย  นาทีนั้นผมเหมือนถูกไฟช้อต  กดแตรเปิดประตูรถกระโจนพรวดเดียว  วิ่งไปตะโกนไป  บอกให้เขาหยุดก่อน  ไม่ได้คิดถึงเรื่องเงินเลยว่ามันจะพอไม่พอ  นายอดุลย์หันมามองผมยืนอมยิ้มแล้วพูดว่า  “ควายตัวนี้มันร้องไห้  ผมเห็นแล้วนึกถึงพี่ว่า  ถ้าพี่เห็นคงเอาแน่”  ผมตอบว่า “ขอเถอะ  จูงออกมาเลย  ราคาจะเอาเท่าไรก็บอก”  ลูกน้องเขาก็หยุดปล้ำกับควาย  มันพลิกตัวได้  พยายามจะลูกขึ้นยืน  แต่ก็ไม่ง่าย  เพราะพื้นซีเมนต์เปียกโชก  ตัวมันก็เปียก  ขาเป็นกีบมันลื่นไถลไปมา  เขาก็พยายามช่วยตัวเอง  ใช้ขาหน้าคู้เข่ายันตัวเองขึ้น  จึงยืนได้  หน้ามันตื่นตระหนก  ผมมองดู  เพราะบริเวณนั้นแสงไฟส่องสว่าง  มันร้องไห้จริงๆ  เป็นควายตัวเมียกำลังท้องอ่อน  เขาพากันจูงมันออกมาไว้หน้าโรงฆ่า  ผมไปยืนลูบหัวเขาเบาๆ  ไม่ได้พูดอะไร  แต่เราสื่อกันได้  เขารู้ว่าเรามาช่วยเขาให้รอดชีวิต  แต่สีหน้าเขางงๆ เหมือนไม่เชื่อว่าเป็นความจริง  ผมจำไม่ได้ว่า  พูดอะไรกับนายอดุลย์อยู่  แต่หันหน้ามองเข้าไปในโรงฆ่า  เอาอีกแล้ว  อีกตัวกำลังสี่ตีนตะกายอากาศ  ช่างรวดเร็วเหลือเกินกับการทำอุบาทว์แบบนี้  ผมตะโกนเสียงหลงว่า  หยุดก่อนเอาออกมาเลย  ขอเวลา 10 นาทีให้ฉันออกไปจากที่นี่ก่อน  จะทำอะไรกันก็ตามสะดวก  ส่วนนายอดุลย์พูดกับผมว่า  รายการนี้ขอได้ไหม?  หมายความว่าอย่าต่อราคา  ผมก็เลยตอบว่า  อยากได้เท่าไรว่ามาเลย  แต่ถ้าแพงมากก็เลิกคบกัน  เขาเรียกมา 57,000 บาท  ซึ่งก็แพงกว่าที่เขาขายผมในทุกๆ ครั้งที่ขนาดเดียวกันตัวละพันกว่าบาท  ผมให้เรียกรถประจำชื่อลุงแหลมมาขนเจ้า 2 ตัวนี้ออกจากนรกขุมนี้ให้เร็วที่สุด  ส่วนผมล่วงหน้าไปรอที่บ้านผู้ใหญ่หมู่ 2  ปรากฏว่าแกนอนแล้ว  เพราะมันเกือบ 5 ทุ่มแล้ว  ทำธุระเสร็จประมาณตีหนึ่ง  ผมกลับที่พัก  วันรุ่งขึ้นเดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยความปลื้มใจว่านี่เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีที่เรามีโอกาสช่วยพวกเขาในนาทีสุดท้าย  ครูบาชัยวงษาพัฒนาแห่งวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม  อำเภอลี้  จังหวัดลำพูน  เคยสอนผมไว้ว่า  หากช่วยมันได้ตอนนี้  บุญมันแรง

   มนุษย์ทั้งหลายในโลก  เขายึดเอาเงินกับทรัพย์สมบัติเป็นที่พึ่งที่อาศัย  เพราะเขาหวาดกลัวในการมีชีวิตอยู่ว่าจะเจออะไรบ้าง?  เนื่องจากพวกเขาไม่เคยคิดถึงความตายเลย  ส่วนข้าพเจ้ามองเห็นความตายคือรุ่งอรุณแห่งชีวิต  เป็นรุ่งอรุณที่งดงามปลอดภัยและมีความสุขรออยู่  เพราะสิ่งที่เราทำไว้ในวันนี้  คือ ที่พึ่งที่อาศัยจะติดตามเราไปทุกๆ ที่ตลอดเวลา

   เพราะฉะนั้นทำทุกอย่างทำแบบหวังตาย  ไม่ได้ทำแบบหวังอยู่  เพราะชีวิตมันไร้สาระ  หากปราศจากจุดหมาย  เพื่อความหลุดพ้น  หรือเพื่อทำคุณประโยชน์ให้โลก  เมื่อท่านนึกถึงควายตาย  ใจท่านจะค่อยสงบลง  เรื่องอะไรก็เป็นเรื่องเล็ก  เพราะเรื่องใหญ่ที่น่ากลัวที่ท่านตอบไม่ได้ คือ เมื่อท่านตายเพราะกายแตกแล้ว  ท่านจะพึ่งพิงสิ่งใด  ท่านจะไปอยู่ในสภาพเช่นใด  นี่คือความน่ากลัวที่สุดของชีวิต

   ประมาณวันที่ 20 เศษของเดือนพฤษภาคม 54  ผมจะต้องเดินทางไปเพื่อแจกทุนการศึกษา  เพราะช่วงเดือนมีนาคมที่ไปซื้อชีวิตวัว-ควายเป็นช่วงปิดเทอม  พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมวัว-ควายรุ่นเก่า ใหม่ทั้งหมด

   ขอผลบุญกุศลที่ผมเป็นผู้ทำ  อันมีทุกท่านเป็นผู้ช่วยเหลือผลักดัน  จงแผ่ไปยังสรรพสัตว์ เจ้ากรรมนายเวร   ผู้มีพระคุณ  และทุกท่านที่มีส่วนร่วม  แม้เพียงมีจิตอนุโมทนาโดยเท่าเทียมกัน  ด้วยอานิสงค์นี้  ขอให้ทุกท่านจงรอดพ้นจากการถูกฆ่า ถูกประหา ถูกจองจำ  หากความเกิดยังมีอยู่เพียงใดให้เกิดทันศาสนาพระศรีอริยเมตไตรย์ด้วยเทอญฯ
   
                        จนกว่าจะพบกันอีก
                        กองธรรมพระศรีอารย์

“กองธรรมพระศรีอารย์  ปรารถนาให้โลกนี้มีความสุข”
บันทึกการเข้า
prasri2552
Newbie
*
กระทู้: 16


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 04 พฤษภาคม 2011, 16:00:04 PM »

รายงานรับ และค่าใช้จ่าย  งานไถ่ชีวิตโค-กระบือ  ปี 2554

รวมยอดบริจาค                  =  948,606  บาท
            รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น                (716,000 + 155,614)                =  871,614  บาท
                         เงินคงเหลือ                             (948,600 – 871,614)           =    76,992  บาท   (ไทยพาณิชย์ อโศก)

ซื้อครั้งที่ 1   นายอดุลย์  เสริมสายันห์
      279  หมู่ 7  ต.ศรีสงคราม  อ.ศรีสงคราม  จ.นครพนม  081-369-3755
      -  ควายตัวผู้         5  ตัว
      -  ควายตัวเมีย      5    ตัว      11  ตัว      =  290,500  บาท
      -  วัวตัวเมีย          1  ตัว                 (สองแสนเก้าหมื่นห้าร้อยบาท)

ซื้อครั้งที่ 2   นายอดุลย์  เสริมสายันห์
      -  ควายตัวเมีย      2  ตัว
      -  วัวตัวผู้              1  ตัว       5  ตัว      =    89,000  บาท
      -  แม่วัวตัวเมีย      1  ตัว                 (แปดหมื่นเก้าพันบาทถ้วน)
      -  ลูกวัวตัวเมีย      1  ตัว

ซื้อครั้งที่ 3   นายสำราญ  เข็ญมาศ
      179  หมู่ 2  ต.นาคูนใหม่  อ.นาหว้า  จ.นครพนม  089-576-7931
      -  แม่ควายตัวเมีย   1  ตัว
      -  ลูกควาย              1  ตัว       6  ตัว      =    87,000  บาท
      -  ควายตัวเมีย         2  ตัว                (แปดหมื่นเจ็ดพันบาท)
      -  ควายตัวผู้             2  ตัว

ซื้อครั้งที่ 4   โรงฆ่าสัตว์เทศบาลตำบลนาหว้า (นางตู่  วดีศิริศักดิ์)
      3  หมู่ 3  ต.นาหว้า  อ.นาหว้า  จ.นครพยม  085-004-6718
      -  แม่วัวตัวเมีย         1  ตัว
      -  ลูกวัวตัวผู้            1  ตัว       6  ตัว      =    81,000  บาท
      -  วัวแดง                  1  ตัว                 (แปดหมื่นหนึ่งพันบาท)
      -  วัวตัวเมีย    3  ตัว

ซื้อครั้งที่  5   นายอดุลย์  เสริมสายันห์
      -  วัวตัวเมียใหญ่           2  ตัว      =    46,000  บาท
                               (สี่หมื่นหกพันบาท)
ซื้อครั้งที่ 6   นายโง่น  มงคลดี
      228  หมู่ 4  ต.ศรีสงคราม  อ.ศรีสงคราม  จ.นครพนม
      -  วัวตัวเมีย    2  ตัว
      -  ควายแม่ลูก           2  ตัว       4  ตัว      =    65,500  บาท
                               (หกหมื่นห้าพันห้าร้อยบาท)

ซื้อครั้งที่ 7   นายอดุลย์  เสริมสายันห์
      -  ควายตัวเมีย           2  ตัว      =    57,000  บาท
                              (ห้าหมื่นเจ็ดพันบาท)
รวมยอดเงินซื้อชีวิตวัว-ควาย 7 ครั้ง  =  716,000 บาท  (เจ็ดแสนหนึ่งหมื่นหกพันบาทถ้วน)

1.  รายจ่ายค่าประชาสัมพันธ์
   1.  ค่าส่งพัสดุ   =    1,338  บาท
   2.  ค่าแสตมป์   =   4,800  บาท      =    11,707  บาท
   3.  ค่าจดหมาย   =      569  บาท
   4.  ค่าถ่ายเอกสาร   =   5,000  บาท

2.  รายจ่ายค่ารายงานผล (ใกล้เคียงกับค่าประชาสัมพันธ์)      =    11,707  บาท
         รวม 1 + 2                  =    23,414  บาท

3.  รายจ่ายค่าทำแผ่น VCD ใหม่ 1000 แผ่น + ต้นฉบับใหม่
      (5,000 + 2,000)                     =      7,000  บาท

4.  กลุ่มแม่บ้าน  หมู่ 2  บ้านป่าม่วง  ต.นาเข  อ.บ้านแพง  จ.นครพนม  (นางพิมศิริ  อุดมกัน  ประธานกลุ่ม  080-662-3669)
   กู้ทำวิสาหกิจชุมชนปลูกเห็ดขอนขาวขาย               =     40,000  บาท
   ส่งเดือนละ 3,000 บาท  ไม่มีดอกเบี้ย  (เริ่มส่งประมาณ กรกฎาคม 2554)

5.  ค่าทุนการศึกษา  โรงเรียนบ้านนาเข  หมู่ 6  ต.นาเข  อ.บ้านแพง  จ.นครพนม  (ผอ.นายนิติกร  ฉิมพาสี  086-230-2642)
     จำนวน 18 ทุน   ป.1 – ป.6  จำนวน 12 ทุนๆ ละ  1,500 บาท   =    18,000  บาท
      ม.1 – ม.3  จำนวน   6 ทุนๆ ละ  1,500 บาท   =      9,000  บาท
      รวมเป็นเงิน                     =      27,000  บาท

6.  ค่าทุนการศึกษา  โรงเรียนบ้านดอนกลาง  ต.นาเข  อ.บ้านแพง  จ.นครพยม  (นายประวิทย์  จันทา  087-948-6987)
     จำนวน 25 ทุน   ป.1 – ป.6  จำนวน 19 ทุนๆ ละ  1,500 บาท   =    28,500  บาท
      ม.1 – ม.3  จำนวน   6 ทุนๆ ละ  1,500  บาท   =      9,000  บาท
      รวมเป็นเงิน                     =      37,500  บาท

7.  ค่าขนควาย  รถเล็ก 1,200 บาท + รถบรรทุก 4,000 บาท      =      5,200  บาท

8.  ค่าฝังไม่โครชิพ  ตัวละ 50 บาท จำนวน 52 ตัว         =      2,600  บาท

9.  ค่าน้ำมันไปกลับ                  =      6,700  บาท      =      20,700  บาท

10. ค่าที่พัก                  =      1,200  บาท

11. สนับสนุนโครงการปุ๋ยชีวภาพ  โรงเรียนนาหว้าพิทยาคม    =      5,000  บาท
            โทร 082-2299071
            อ.สุวรรณ  กล้าขยัน

รวมยอดค่าใช้จ่ายอื่น  =  155,614  บาท  (หนึ่งแสนห้าหมื่นห้าพันหกร้อยสิบสี่บาทถ้วน)

รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น (716,000 + 155,614)  =  871,614  บาท  (แปดแสนเจ็ดหมื่นหนึ่งพันหกร้อยสิบสี่บาทถ้วน)

   เงินบริจาคที่เหลือในบัญชี 76,992 บาท  จะใช้ในการติดตามผล  ดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยวัว-ควายเมื่อไปตรวจเยี่ยม  ใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า  และจะซื้อเพิ่มเมื่อไปติดตามผล  ในกรณีที่จำเป็นต้องซื้อ  สำหรับเงินที่คงเหลือในธนาคารไทยพาณิชย์เป็นเงินที่มีผู้โอนมาทีหลังจากซื้อวัว-ควายแล้ว

   ท่านใดต้องการปกป้องชีวิตจากการฆ่า  ปลดปล่อยพวกเขาสู่อิสรภาพให้มีชีวิตใหม่ที่มีความสุข  และได้รับการดูแลตลอดไป  ร่วมบริจาคได้โดย

โอนเข้าบัญชี      -  ธนาคารไทยพาณิชย์  สาขาอโศก  ประเภทบัญชีออมทรัพย์  เลขที่บัญชี 032-2-58355-6
            ชื่อบัญชี นายพงษ์ชัยทัศน์  วณิชย์กุล  เพื่อกองทุนพระศรีอริยเมตไตรย

         -  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา  สาขาสุขุมวิท 23  ประเภทบัญชีออมทรัพย์  เลขที่บัญชี 204-1-19819-5
             ชื่อบัญชี  นายพงษ์ชัยทัศน์  วณิชย์กุล  เพื่อกองทุนพระศรีอริยเมตไตรย

  นายพงษ์ชัยทัศน์ (ธวัชชัย)  วณิชย์กุล
            18/6  ซอยสุขุมวิท 23  ถนนสุขุมวิท  แขวงคลองเตยเหนือ  เขตวัฒนา  กทม.  10110
            โทร. 02-258-4235  มือถือ 081-614-9382
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!