บ้านตุลาไทย
23 พฤศจิกายน 2017, 22:06:23 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 [3] 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตะกายสวรรค์ "เมานาเกีย"  (อ่าน 28678 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #30 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2011, 08:11:58 AM »




ภาพ : NASA


สถานีอวกาศนานาชาติ หรือ International Space Station ถ่ายจากยานกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี่ –Space Shuttle Discovery หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเชื่อมต่อเมื่อเดือนมีนาคม ปีนี้เอง

สถานนีอวกาศนานาชาติที่ล่องลอยอยู่ในวงโคจรรอบโลกมาครบรอบศตวรรษในปีนี้ ได้มีการเชื่อมโยงกับเที่ยวบินจากพื้นโลกรวม 103 เที่ยวบินแล้ว ทั้งเที่ยวบินจากยานอวกาศของรัสเซีย สหรัฐอเมริกา ยุโรปและญี่ปุ่น รวมถึงการออกย่ำไปปฏิบัติภารกิจนอกยานอวกาศของมนุษย์อวกาศอีกถึง 150 ครั้ง

ในปัจจุบันนี้ สถานีอวกาศนานาชาติที่มีขนาดเท่าสนามฟุตบอลแห่งนี้ มีน้ำหนักรวมทั้งสิ้น 827,794 ปอนด์และมีพื้นที่อาศัยเทียบเท่าบ้านหรูหราขนาด 5 เตียงนอน 2 ห้องน้ำและอีก 1 ห้องยิมเนเซียม นักบินอวกาศรัสเซียที่ประจำอยู่ในสถานีอวกาศแห่งนี้กำลังรอการเชื่อมต่อกับกระสวยอวกาศของสหรัฐอเมริกาในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้


บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #31 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2011, 18:30:58 PM »




ในบริเวณพื้นที่ใกล้ชิดติดกับศูนย์นวัตกรรมทางด้านดาราศาสตร์แห่งฮาวายที่ผู้เขียนกล่าวถึงมาก่อนหน้านี้ สำนักงานบริหารของกล้องดูดาวและจานรับสัญญาณวิทยุจากห้วงอวกาศอันเป็นงานภาคสนามบนยอดเขาเมานาเกีย ส่วนใหญ่จะมีสำนักงานบริหาร หรือควบคุมสัญญาณอยู่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยฮาวาย วิทยาเขตเมืองฮิโล

สถานีรับคลื่นสัญญาณวิทยุฟิสิกส์ดาราศาสตร์แห่งสมิทโซเนี่ยน 645 หรือ Smithsonian Astrophysical Observatory Submillimeter Array 645 (SMA) ที่เห็นในภาพนี้เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ติดตั้งจานรับสัญญาณบนยอดเขาเมานาเกียรวม 8 ตัว เพื่อรับคลื่นสัญญาณในย่านความถี่ระหว่างคลื่นอินฟราเรดและคลื่นไมโครเวฟ ที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ช่วงคลื่นสัญญาณดังกล่าวนี้มีแหล่งกำเนิดในกลุ่มมวลสารที่ก่อตัวคล้ายเมฆหมอกในห้วงอวกาศ โดยที่ตาของมนุษย์และกล้องดูดาวที่ใช้เลนซ์ทั่วไปสามารถมองเห็นเป็นเมฆหมอกสีดำเท่านั้น มวลสารดังกล่าวนี้ใช้ศึกษาวิเคราะห์การเกิดและดับของดวงดาวบนฟากฟ้า

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 พฤษภาคม 2011, 21:56:58 PM โดย JumJim » บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #32 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2011, 18:34:39 PM »





สำนักงานใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงกันข้าม คือ Gemini Observatory เป็นหน่วยงานของหอดูดาวนานาชาติที่อยู่ในความร่วมมือระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ คานาดา ชิลี ออสเตรเลีย บราซิลและอาร์เจนติน่า รวม 7 ประเทศ มีสถานีปฏิบัติการภาคสนามอยู่ในทำเลที่เหมาะกับการสำรวจท้องฟ้าที่ดีที่สุด 2 แห่งของโลก คือ บนเทือกเขาแอนดีส ประเทศชิลีและยอดเขาเมานาเกีย บนเกาะใหญ่ฮาวาย

หอดูดาวเจมินี่ดังกล่าวนี้ ติดตั้งกล้องดูดาวที่รับสัญญาณภาพและคลื่นรังสีอินฟราเรด ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8.1 เมตร โดยนักดาราศาสตร์จากประเทศสมาชิกสามารถผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเก็บเกี่ยวข้อมูลและปฏิบัติการในสถานีได้ตามคาบเวลาที่ได้ติดต่อประสานงานกันไว้

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #33 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2011, 18:40:42 PM »




ภาพ : Ninoxowl


ภาพถ่ายจากเครื่องบินจะเห็นยอดเขาเมานาเกียและยอดเขาเมานาลัว ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 13,796 ฟิตและ 13,679 ฟิตตามลำดับ สำหรับยอดเขาเมานาเกียที่เห็นทางด้านซ้ายมือ มีชั้นบรรยากาศที่เบาบาง สภาพภูมิอากาศแห้งแล้ง ความชื้นในอากาศน้อยและประการสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ยอดเขาเมานาเกียตั้งอยู่ห่างไกลจากชุมชน

เนื่องจาก ความชื้นในอากาศมีส่วนในการดูดซับคลื่นรังสีและหักเหแสงอันจะก่อให้เกิดค่าความแปรปรวนในการรับสัญญาณของหอดูดาว อีกทั้งบนยอดเขาสูงในชั้นบรรยากาศที่เบาบางยังสามารถรับคลื่นสัญญาณจากห้วงอวกาศได้ดีกว่าบนพื้นราบ เนื่องจากไม่มีตัวกลางมาบดบังคลื่นสัญญาณมากนัก

นอกจากนั้น แสงสว่างและคลื่นสัญญาณวิทยุจากแหล่งอาศัยในชุมชนยังมีส่วนรบกวนต่อการรับคลื่นสัญญาณของหอดูดาวด้วยเช่นกัน ดังที่หอดูดาวริมชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกบนผืนแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกาหลายแห่ง กำลังประสพปัญหาอยู่ในขณะนี้

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่พบว่า การสำรวจความลี้ลับของห้วงจักรวาลต้องกระทำการบนยอดเขาสูง หรือติดตั้งเครื่องรับสัญญาณไว้บนเครื่องบิน บอลลูน หรือแม้กระทั่งลำเลียงวัสดุอุปกรณ์ไปปฏิบัติงานอยู่ในห้วงอวกาศ ดังภารกิจที่ยานกระสวยอวกาศเอ็นดีฟเวอร์ได้นำเอาเครื่องตรวจจับคลื่นรังสีอัลฟ่าขึ้นสู่อวกาศเมื่อเช้านี้

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #34 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2011, 18:47:40 PM »




ยอดเขาเมานาเกียที่ผู้เขียนถ่อสังขารขึ้นไปเยือนในครั้งนี้ พบว่าบริเวณที่ราบเชิงเขามีทุ่งหญ้าและไม้พุ่มขึ้นเป็นหย่อมๆ ต้นไม้ใหญ่แทบไม่ปรากฏให้เห็นเลย อันเนื่องมาจากความแห้งแล้งของผืนดินและขาดความชุ่มชื้นในอากาศ ยิ่งไต่ระดับความสูงมากขึ้นไปเท่าใด สัญญาณสิ่งมีชีวิตยิ่งน้อยลง จนถึงยอดเขาเมานาเกียอันเป็นสถานที่ตั้งของหอดูดาวทั้ง 13 แห่ง แทบจะไม่มีพืชและสิงสาราสัตว์ปรากฎให้เห็นเลย

ในระดับความสูงประมาณ 9,000 ฟิต ที่ผู้เขียนออกไปยืนท้าแดดท้าลมอยู่นี้ สามารถสัมผัสได้ถึงความแผดกล้าร้อนแรงของลำแสงและคลื่นรังสีที่แผ่มากระทบ ถ้าได้รับการสัมผัสต่อเนื่องยาวนานอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์และสัตว์ได้

ผู้เขียนมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังว่า ด้วยเหตุที่บริษัทนำเที่ยวที่ผู้เขียนได้จองไว้ ได้ยกเลิกการเดินทางอย่างกะทันหันก่อนหน้ากำหนดการเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น อันเป็นเหตุสุดวิสัยและเป็นเงื่อนไขที่ลูกค้าทุกคนรับทราบดีอยู่แล้ว ผู้เขียนจึงได้ตัดสินใจหาหนทางตะเกียกตะกายขึ้นไปเอง เพื่อตักตวงข้อมูลงานสำรวจตรวจตราห้วงอวกาศของเหล่าบรรดานักดาราศาสตร์เรืองนามให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตามประสาชาวบ้านที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่น ดั่งนี้แล  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 พฤษภาคม 2011, 19:09:25 PM โดย JumJim » บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #35 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2011, 18:51:34 PM »





เจ้าฟอร์ด เอสเคฟ เอสยูวี ขนาด 240 แรงม้า คันนี้แหละที่จะพาเราตะลุยขึ้นสู่ยอดเขาเมานาเกีย หลังจากที่ขับเวียนวนหาหนทางอยู่ในทุ่งหญ้าอันเปล่าเปลี่ยวมาหลายรอบ เพราะสถานีพักครึ่งทางและหอดูดาวเมานาเกียไม่ปรากฏในเครื่องนำร่อง GPS – Global Position System อันใหม่ล่าสุดที่เราเพิ่งซื้อติดตัวมาจากผืนแผ่นดินใหญ่

กว่าจะพบปากทางเข้ายอดเขาเมานาเกีย ก็เกือบจะวิ่งชนป้ายบอกทางอันเล็กกระจิริดอยู่แล้วและเวลาก็บ่ายคล้อยท้องไส้เริ่มร่ำร้องหาอาหาร มองไปข้างหน้าเห็นแต่เสาสัญญาณวิทยุของหน่วยงานไหนก็ไม่รู้ตั้งอยู่บนเนินเขาลูกหนึ่งมองเห็นไกลลิบๆ  พอให้อุ่นใจได้ว่ายังมีชุมชนที่พอจะอาศัยไหว้วานได้บ้าง เพราะข้อมูลนำเที่ยวที่ศึกษามาล่วงหน้า ระบุว่าหน่วยปฐมพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ห่างจากยอดเขาเมานาเกียไปอีก 2 ชั่วโมง  เศร้า



บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #36 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2011, 18:55:24 PM »





ภายหลังจึ่งพบว่ามีรถวิ่งสวนทางลงมาจากบนยอดเขา คนขับเขาโบกไม้โบกมือให้ ไม่ทราบว่าชี้ชวนให้รีบขึ้นไปดู หรือไล่ให้เรากลับ หลังจาก งึกๆ งักๆ นั่งพักเหนื่อยอยู่สักครู่ ผู้เขียนกับเพื่อนร่วมทางที่รู้ใจก็ตัดสินใจบึ่งรถไต่ระดับขึ้นสู่ยอดเขาสูงต่อไป

ส่วนเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ผู้เขียนขอพักโคดสะนาสัก 2-3 วัน เสร็จธุระเมื่อใดจะรีบกลับมาตะกายสวรรค์ต่อรวดเดียวจนจบ โปรดติดตามนะคะ  ยิงฟันยิ้ม




บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #37 เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2011, 10:01:28 AM »





หลังจากที่บริษัทนำเที่ยวได้ยกเลิกการเดินทางอย่างกะทันหันในเช้าวันนั้น ผู้เขียนได้ศึกษาพบว่าเจ้าหน้าที่ได้จัดให้มีรถนำขบวนขึ้นสู่ยอดเขาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เมื่อผู้เขียนเดินทางไปถึงจุดนัดพบในระดับ 9,200 ฟิต เวลาก็บ่ายคล้อยเกินกำหนดเวลานัดหมายแล้ว

นักท่องเที่ยวได้รับคำแนะนำว่า ควรหยุดพักในความสูงระดับนี้อย่างน้อย 30 นาทีและอาจใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงสำหรับบางคน ก่อนเดินทางขึ้นสู่ยอดเขา ส่วนนักประดาน้ำที่ดำน้ำมาก่อนหน้านี้ มีข้อแนะนำว่าควรให้ร่างกายปรับสภาพอย่างน้อย 24 ชั่วโมง อีกทั้งมีข้อจำกัดสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพ อันเนื่องมาจากโรคหัวใจ หลอดเลือดตีบตัน ความดันโลหิตสูง  ตลอดทั้งเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีและหญิงมีครรภ์ ไม่อนุญาตให้ขึ้นสู่ยอดเขาเมานาเกีย

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #38 เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2011, 10:05:26 AM »





สำหรับยานพาหนะที่จะเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาเมานาเกียนั้น เมื่อ 2 ปีมานี้ เจ้าหน้าที่ได้มีข้อกำหนดอย่างเข้มงวดอนุญาตเฉพาะรถขับเคลื่อน 4 ล้อขึ้นสู่ยอดเขา อันเนื่องมาจากปัญหาความลาดชัน ผิวจราจรบางช่วงขรุขระและการปรับเปลี่ยนสภาพอากาศอย่างฉับพลันในบางฤดู ทำให้มีหิมะและน้ำแข็งเกาะอยู่บนผิวจราจร อันจะก่อให้เกิดอันตรายระหว่างการเดินทางได้ ส่วนนักเดินทางควรมีเสื้อผ้ากันหนาว แว่นกันแดดและครีมทาป้องกันผิว เนื่องจากแสงแดดอันแผดจ้าร้อนแรงในตอนกลางวันและอุณหภูมิอาจลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็งในยามค่ำคืน

เมื่อผู้เขียนตะเกียกตะกายมาถึงนั้น กองคาราวานกำลังเคลื่อนขบวนออกอยู่แล้ว จึงแคล้วคลาดโอกาสที่จะได้ขึ้นสู่ยอดเขาเมานาเกียอันเป็นที่ตั้งของกลุ่มหอดูดาวเลื่องชื่อ แต่ประจักษ์ชัดว่า นักท่องเที่ยวได้รับอนุญาตให้เดินทางขึ้นสู่ยอดเขา โดยมีรถของเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญทางนำขบวนและไม่คิดค่าธรรมเนียมแต่ประการใด ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อกำหนดดังที่กล่าวมา

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #39 เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2011, 10:08:32 AM »





แรกเริ่มเดิมที บริเวณพื้นที่แถบนี้เป็นเพิงพักของนักสำรวจและคนงานสร้างทาง ต่อมาภายหลังได้ก่อสร้างสถานีให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว หรือ Visitor Information Station – VIS และอาคารที่พักถาวรสำหรับเจ้าหน้าที่หอดูดาวเมานาเกีย เจ้าหน้าที่เหล่านี้จะพักค้างแรมที่นี่ในช่วงกลางวัน เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพก่อนเดินทางขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่บนยอดเขาเมานาเกียในยามค่ำคืน ดังที่เห็นหมู่อาคารปรากฏอยู่เบื้องหลังภาพ

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #40 เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2011, 10:11:36 AM »





สถานีให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวแห่งนี้มีชื่อเป็นทางการว่า Onizuka Center for International Astronomy เพื่อเป็นเกียรติแก่ เอลลิสัน โชจิ โอนิสุกะ (Ellison Shoji Onizuka) อดีตนักบินอวกาศผู้เป็นที่เคารพรักและเป็นแบบอย่างของอนุชนรุ่นหลังบนเกาะใหญ่ เนื่องจากเขาถือกำเนิดที่เมืองไคลัว-โคน่าและได้รับการศึกษาเบื้องต้นที่นั่น ก่อนจะเข้ารับการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมการบินอวกาศ จากมหาวิทยาลัยโคโลราโดแล้วเข้าทำงานในกองทัพทำหน้าที่นักบินทดสอบจนได้รับยศนาวาอากาศโท

นักบินอวกาศชาวฮาวายสายเลือดบูชิโดท่านนี้ เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ จากการระเบิดของยานกระสวยอวกาศแชนเลนเยอร์ – Challenger ขณะทะยานขึ้นจากฐานปล่อยจรวดเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา ชื่อสกุลของเขาได้รับเกียรติให้นำไปตั้งเป็นชื่อของหน่วยงานหลายแห่งบนเกาะใหญ่

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #41 เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2011, 10:16:19 AM »





เนื่องจาก สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศบนยอดเขาเมานาเกียแตกต่างจากบริเวณพื้นราบเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำคำแนะนำสำหรับนักเดินทางทั้งแผ่นป้าย เอกสารแผ่นพับ ตลอดทั้งรายงานสภาพอากาศ ณ เวลาปัจจุบัน ให้นักเดินทางสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของสภาพอากาศได้ด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ของหอดูดาวบนยอดเขาเมานาเกีย หรือสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดการเดินทางจากเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ได้อีกด้วย

ผู้เขียนตระหนักและคำนึงอยู่เสมอว่า การปฏิบัติตามคำแนะนำที่ได้กำหนดไว้ในสถานที่เฉพาะแห่ง ควรได้รับความเอาใจใส่และปฏิบัติตามคำแนะนำโดยเคร่งครัด ทั้งนี้ นอกจากจะสามารถรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองแล้ว ยัง "ไม่สร้างภาระ" ให้เกิดแก่บุคคลและสังคมที่อยู่แวดล้อมตัวเราได้อีกด้วย

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #42 เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2011, 10:21:26 AM »





เจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลว่า พื้นที่ในบริเวณนี้มีความสะดวกและเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะติดตั้งกล้องดูดาวส่วนตัว เพื่อศึกษาความเป็นไปในห้วงอวกาศ นอกจากนั้น สถานที่นี้ยังได้ติดตั้งกล้องดูดวงอาทิตย์ หรือ Solar Telescope สามารถมองเห็นเปลวไฟที่ลุกไหม้บนดวงอาทิตย์ได้ด้วยตาเปล่าและฐานกล้องชนิดนี้สามารถควบคุมให้ตัวกล้องเคลื่อนติดตามดวงอาทิตย์ได้โดยอัตโนมัติจนกว่าจะลับขอบฟ้า

นอกจากนั้น ยังได้จัดให้มีอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ประจำ เพื่อให้ข้อมูลการเดินทางและสามารถให้ความรู้ทางด้านดาราศาสตร์แก่ผู้ที่สนใจใฝ่รู้ได้อย่างลึกซึ้งตลอดเวลาทำการอีกด้วย

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #43 เมื่อ: 24 พฤษภาคม 2011, 07:07:48 AM »





ในยามค่ำคืน เจ้าหน้าที่จะนำเอากล้องดูดาวเหล่านี้ไปติดตั้งให้นักท่องเที่ยวได้ติดตามความเคลื่อนไหวของหมู่เดือนดาราบนฟากฟ้า สันนิษฐานว่าในช่วงที่มีปรากฏการณ์ธรรมชาติอันสำคัญ คงจะมีนักท่องเที่ยวและประชาชนคนที่สนใจโดยทั่วไป เดินทางขึ้นมาใช้บริการและร่วมวงเสวนาทางวิชาการกันอย่างครึกครื้น

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #44 เมื่อ: 24 พฤษภาคม 2011, 07:19:59 AM »





พื้นที่ใช้สอยภายในอาคารขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ ได้รับการจัดแบ่งสัดส่วนการใช้งานให้ได้ประโยชน์สูงสุด พบเห็นเจ้าหน้าที่ประจำอยู่เพียง 2 คน ทำหน้าที่ให้ข้อมูลและคำปรึกษา ดูแลการจัดฉายหนังสารคดีและส่วนค้นคว้าข้อมูลผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ งานบริการเหล่านี้มิได้คิดค่าธรรมเนียมแต่ประการใด แต่หากมีจิตศรัทธาจะสนับสนุนกิจการสามารถบริจาคได้ตามกำลังศรัทธาในกล่องรับบริจาคที่แขวนไว้ข้างผนัง

นอกจากนั้น ยังมีแผนกขายสินค้าและของที่ระลึกสนนราคาไม่แพงมากนัก เราได้เลือกซื้อสินค้าส่วนหนึ่ง ด้วยความประสงค์จะได้มีส่วนช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานให้สามารถดำเนินต่อไป

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!