บ้านตุลาไทย
24 พฤศจิกายน 2017, 10:27:19 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เสียงส่วนใหญ่คือความถูกต้อง  (อ่าน 4258 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tookta
Newbie
*
กระทู้: 14


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 04 กรกฎาคม 2011, 16:13:34 PM »

เสียงส่วนใหญ่คือความถูกต้อง
สยามรัฐ วันที่ 20-21 มิถุนายน 2554 หน้า 17

ดร.โสภณ พรโชคชัย http://www.facebook.com/pornchokchai

   ในระบอบประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่คือความถูกต้อง คือเสียงสวรรค์ แต่พวกเผด็จการทรราชพยายามบิดเบือนสัจธรรมข้อนี้อยู่เสมอ
   เรามายืนยันความถูกต้องกันเถิด เสียงส่วนใหญ่คือสัจธรรม หรือสัจธรรมยืนอยู่ข้างคนส่วนใหญ่ การตัดสินใจของคนส่วนใหญ่ย่อมไม่ผิดพลาด ย่อมถูกต้องเสมอ ในกรณีของผู้เขียนซึ่งประกอบอาชีพเป็นผู้ประเมินค่าทรัพย์สินนั้น วิธีการประเมินค่าทรัพย์สินสำคัญวิธีหนึ่งก็คือ การเปรียบเทียบตลาด (Market Comparison Approach) ผู้ประเมินค่าทรัพย์สินต้องหาข้อมูลให้เพียงพอ ซึ่งเมื่อหาพบแล้ว เราก็จะทราบได้ว่าในตลาดมีระดับราคาที่เรียกว่า “ช่วงชั้นราคาตลาด” (Zone of Market Prices) หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ “หั่งเส็ง” หรือ “หั่งเช้ง” ที่คนส่วนใหญ่ซื้อบ้านในราคาตลาด (Market Prices) ราคานั้นก็จะสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง (Market Value) ของทรัพย์สินที่เราประเมินซึ่งอาจแตกต่างไปบ้างตามลักษณะเฉพาะของทรัพย์สิน
   พฤติกรรมตลาด (Market Behavior หรือ Market Practices) ในท้องตลาด เป็นผู้กำหนดราคาตลาด ซึ่งสะท้อนจากความเป็นไปได้ทั้งทางกายภาพ ตลาด การเงิน และกฎหมาย เช่น ในท้องถิ่นหนึ่ง ๆ ที่ดินที่เป็นที่นากับที่ดินที่เป็นสวนยางพารา หรือที่ดินที่มีระบบชลประทานกับที่ดินที่ไม่มี หรือที่ดินที่ถือครองเป็นโฉนดกับที่เป็น สปก.4-01 ย่อมมีราคาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตามพฤติกรรมตลาด อย่างไรก็ตามในตลาดที่ไม่สมบูรณ์ (Imperfect Market) กลไกตลาดอาจถูกบิดเบือนไปได้ในบางขณะสั้น ๆ แต่ไมใช่ตลอดไป
   อาจกล่าวได้ว่าเมื่อมีตลาด ก็จะมีราคา เพราะตลาดเป็นแหล่งสังเคราะห์อุปสงค์และอุปทานให้ออกมาเป็นราคาตลาด ถ้าเราไม่ฟังเสียงตลาดหรือคนส่วนใหญ่ เราก็จะไม่สามารถทราบราคาที่แท้จริงได้ มีตัวอย่างว่า ครั้งหนึ่งก้อนหินจากดวงจันทร์ถูกขโมยหายไปจากองค์การนาซา ปรากฏว่าหินก้อนนี้มีราคา 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่มีราคาเช่นนี้ก็เพราะมีพฤติกรรมตลาดที่แน่ชัดที่ผ่านการซื้อขายมาหลายต่อหลายครั้งในตลาด จนสามารถทราบได้นั่นเอง นักวิทยาศาสตร์ประเทศอื่นคงไม่สามารถไปดวงจันทร์ได้โดยง่าย แต่ก็อยากได้หินมาทดลองทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นจึงมีระบบตลาดของหินดวงจันทร์เกิดขึ้น นี่แสดงให้เห็นว่า พฤติกรรมตลาดเป็นตัวกำหนดมูลค่าทรัพย์สิน
   อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงอาจมีข้อมูลที่สูงหรือต่ำผิดปกติ (Outliers) อยู่บ้าง ซึ่งย่อมเป็นความผิดพลาด (Errors) ที่อธิบายได้หรือยังอธิบายไม่ได้อันเป็นผลมาจากการจดบันทึกหรือเก็บข้อมูลมีความคลาดเคลื่อน มีตัวแปรพิเศษ หรือกลุ่มตัวอย่างแตกต่างไปจากกลุ่มส่วนใหญ่จริง เช่น จากการเก็บข้อมูลในจำนวนที่เพียงพอพบว่า ปกติบ้านแบบเดียวกันในย่านนี้ มีราคา 1 ล้านบาท บวก/ลบ 10% แต่มีบางคนซื้อเพียง 5 แสนบาท เพราะเป็นบ้านเก่าที่ทรุดโทรม หรือมีคนฆ่าตัวตายในบ้าน คนเลยกลัว ในทางตรงกันข้าม บางคนก็อาจซื้อในราคา 2 ล้านบาท เพราะจำเป็นต้องซื้อหรือเพราะความไม่รู้ เป็นต้น เราจึงต้องร่อนเอาข้อมูล Outliers เหล่านี้ออกก่อนการวิเคราะห์และประมวลผล ไม่เช่นนั้นก็จะถือเป็นข้อมูลขยะ ถ้าเราเอาขยะเข้ามาวิเคราะห์ เราก็จะได้ขยะออกมา (Garbage In, Garbage Out).
   ในพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าไม่ให้สาวกยึดมั่นในพระพุทธองค์แต่ให้ยึดมั่นในพระธรรมวินัยเป็นศาสดาแทนหลังพระองค์ปรินิพพาน ในสมัยพุทธกาลและหลังจากนั้นมาอีกนับร้อย ๆ ปี ก็ไม่มีการสร้างพระพุทธรูป แม้แต่พระวินัยบางข้อ ถ้าที่ประชุมสงฆ์เห็นควรละเว้นแก้ไข พระองค์ก็อนุญาตให้ทำได้ นี่แสดงว่าพระพุทธองค์ยอมรับปัญญา และความเป็นอิสระของคณะสงฆ์ส่วนใหญ่ นอกจากนี้พระพุทธเจ้ายังปฏิเสธการแบ่งชั้นวรรณะ เห็นคนเท่าเทียมกัน ทรงบวชจัณฑาลเป็นพระสงฆ์ จึงนับว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งประชาธิปไตย และจึงถูกทำลายหรือไม่ก็ถูกควบคุมให้อยู่ใต้อาณัติของวรรณะพราหมณ์และวรรณะกษัตริย์เรื่อยมา
   บางคนอ้างผิด ๆ ว่าเสียงส่วนใหญ่ก็ตัดสินใจผิดพลาดได้ เช่น กรณีการเถลิงอำนาจของนาซี เยอรมนี โดยอ้างว่าฮิตเลอร์ก็มาจากการเลือกตั้ง แต่ในความเป็นจริงก็คือ การเลือกตั้งในปี 2476 ดังกล่าว นาซีไม่ได้ชนะด้วยเสียงส่วนใหญ่ นาซีได้คะแนนเสียงเพียง 44% เท่านั้น ทั้งนี้ยังเป็นการเลือกตั้งสกปรก รวมทั้งการทำลายคู่แข่งของฮิตเลอร์ และแม้นาซีจะชนะการเลือกตั้งใน 33 จาก 35 เขตเลือกตั้ง ก็เป็นการชนะด้วยเสียงที่ได้มากที่สุดแต่ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่อยู่ดี โดยสรุปแล้วในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เป็นเรื่องของปุถุชน ทุกคนรู้เท่าทันกัน เสียงส่วนใหญ่ย่อมถูกต้องเสมอ ไม่มีใครโง่กว่าใคร เราจึงเชื่อมั่นในเสียงส่วนใหญ่ได้
   อย่างไรก็ตาม “กฎทุกกฎย่อมมีข้อยกเว้น” เช่น เสียงส่วนใหญ่ของโจรย่อมใช้ไม่ได้ เพราะในความเป็นจริง โจรก็ยังเป็นคนส่วนน้อยในสังคม ในเชิงเทคนิควิทยาการ เช่น การสร้างจรวดไปดวงจันทร์ เราจะถือเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้ เราต้องถามผู้รู้ หรือเรื่องความเชื่อแต่เดิมว่าโลกแบน ถ้าให้ประชาชนผู้ไม่รู้วิทยาการออกเสียงในสมัยโบราณว่าโลกกลมหรือแบน ส่วนใหญ่ก็ต้องออกเสียงว่าโลกแบน เป็นต้น
   ด้วยข้อยกเว้นเหล่านี้ พวกเผด็จการทรราชจึงนำมาบิดเบือน สร้างความสับสนด้วยการอุปโลกน์ตนเป็นผู้นำ เป็นผู้รู้ เป็นอภิชนเหนือคนอื่น และข่มว่ามหาชนเป็นคนโง่ ถูก “ฟาดหัวด้วยเงิน” ได้โดยง่าย ไร้สามารถ ขาดศักยภาพในการตัดสินใจ จำเป็นต้องมีผู้ยิ่งใหญ่ที่สวรรค์ส่งมาเพื่อนำทางให้อยู่เสมอ ๆ การบิดเบือนเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อให้ท้ายพวกเผด็จการทรราชมาทำการรัฐประหาร แล้วมาควบคุมประชาชน แต่เมื่อเข้ามาแล้ว ก็มาโกงกิน ดังเช่นที่เห็นตั้งแต่สมัยสฤษดิ์ สามทรราช รสช. หรืออาจรวม คมช. ด้วยก็ได้ มีใครเชื่อบ้างว่ารัฐบาลสุรยุทธ์และรัฐมนตรีเหล่านั้นใสสะอาดกว่ายุคอื่น ในยุคเผด็จการทรราชมักมีการโกงกินมากกว่าพวกนักการเมืองพลเรือนเพราะขาดการตรวจสอบและเพราะมักอ้างตนมีคุณธรรมเหนือผู้อื่น
   เผด็จการทรราชยังใช้อำนาจเขียนประวัติศาสตร์บิดเบือนต่าง ๆ นานา เช่น เมื่อจะโค่นล้มรัฐบาล ป. พิบูลสงคราม ก็กล่าวหาว่ารัฐบาลดังกล่าวโกงเลือกตั้ง ทั้งที่การโกงกันเพียงบางส่วนจากทั้งสองฝ่าย และอาจเป็นการสร้างสถานการณ์การโกงเพื่อก่อรัฐประหาร ในสมัย 6 ตุลาคม ก็หาว่านักศึกษาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และเพื่อตอกย้ำความชอบธรรมของคณะรัฐประหาร ก็จัดแสดงนิทรรศการอาวุธในธรรมศาสตร์ที่สนามไชย ซึ่งผู้เขียนในฐานะนักศึกษาผู้ร่วมชุมนุมคนหนึ่งเชื่อว่าไม่เคยมีอาวุธสงครามเช่นนั้น หาไม่ตำรวจ ทหารและกลุ่มฝ่ายขวาที่บุกเข้าไปคงต้องเสียชีวิตกันมากมายไปแล้ว
   ประชาชนมักถูกมองว่าเป็นแค่ “ฝุ่นเมือง” หรือ “ปุถุชน” (บุคคลผู้มีกิเลสหนา) แต่ในความเป็นจริง ปุถุชนหรือสามัญชนนี่แหละคือเจ้าของประเทศตัวจริง ไม่ว่าชนชั้นปกครองจากชาติใด ราชวงศ์ใด หรือลัทธิใดมาครอบครอง สามัญชนก็ยังอยู่สร้างชาติ รักษาความเป็นชาติ เช่นที่เห็นได้ในประวัติศาสตร์จีน เกาหลี หรือล่าสุดในสมัยสงครามเวียดนามที่มีเพียงประชาชนระดับบนที่มีฐานะและโอกาสที่ดีกว่าที่หลบหนีออกนอกประเทศเพื่อความอยู่รอดส่วนตัว ดังนั้นเราจึงต้องตระหนักถึงคุณค่าของมวลมหาประชาชน ดังบทกวีที่ว่า
   “ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า
ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ
ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน
ประชาชนสมบูรณ์นิรันดร์ไป
เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน”

หมายเหตุ:
ผู้เขียน เขียนบทความนี้ขึ้นเพื่อแสดงคารวะถึงเกียรติศักดิ์ของสามัญชนที่มักถูกมองข้าม หยามหมิ่น ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาที่จะให้บทความนี้เป็นผลบวกหรือลบต่อการเมืองฝ่ายใด และที่ผ่านมาและจากนี้ไป ผู้เขียนก็ไม่ได้คิดไปรับใช้การเมืองฝ่ายใด
บันทึกการเข้า
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 04 กรกฎาคม 2011, 16:24:54 PM »

ไอ้ด๊อกบ้านี่มาอีกแล๊ะ.....ส้นTeen เลยเสียงส่วนใหญ่คือความถูกต้อง....จะถูกต้องได้ต้องไม่ชั่วช้าสามานย์โว้ยยย....บักผีปอบบ๊ะนี่
บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
pukaotong
Sr. Member
****
กระทู้: 510



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 04 กรกฎาคม 2011, 23:20:51 PM »

อรทัย
Jr . Member
Newbie
*
Posts: 31


View Profile Personal Message (Online)
   
   
Re: เสียงส่วนใหญ่คือความถูกต้อง
« Reply #4 on: Today at 10:19:12 PM »
   Reply with quoteQuote
 

   คุณโสภณมีเจตนาใดหรือไม่ ที่ โพสต์บทความ 2 บทความนี้ 

   คือ เสียงส่วนใหญ่คือความถูกต้อง และ โฉนดชุมชน: เอาสมบัติชาติให้กฎหมู่

   ลงในเว้ป นี้และในบ้านตุลาไทย โดยไม่เห็นในไฟลามทุ่งและประชาไท

   (จะเป็นเพราะถูกบล๊อค หรือ โดยเจตนาของคุณ)

   เหตุที่ตั้งข้อสังเกตดังนี้ก็เพราะว่า

   1   จังหวะเวลา หลังปรากฎผลการเลือกตั้ง จึงดูเหมือนคุณโสภณจะมาตอกยำ้้ถึงชัยชนะของเสียงส่วนใหญ่หรือเปล่า

        ซึ่งก็ไม่มีปัญหาสำหรับนักประชาธิปไตย เราเคารพในเสียงส่วนใหญ่ (หมายความว่าเห็นด้วยที่ผู้ชนะจะจัดตั้งรัฐบาล

        โดยที่ไม่ควรมีอำนาจนอกระบบมาแทรกแซง) แต่สงสัยว่าทำไมจงใจมาโพสต์ในเว้ปนี้และบ้านตุลาไทยเท่านั้น

        ทั้งๆที่ในบ้านตุลาไทย คุณก็ได้รับแต่เสียงก่นด่า สาดเสียเทเสีย( โดนบล็อคชื่อห้ามโพสต์ ก็ยังอุตสาห์เปลี่ยนชื่อไปโพสต์จนได้)

        แต่ไม่ปรากฏในไฟลามทุ่งหรือประชาไท หรืออ้างว่าถูกบล๊อค ก็ทำไมไม่เปลี่ยนชื่อไปโพสต์บ้างละ หรือว่าเห็นว่าเว้ปนี้ใจกว้างเกินไปหรือเปล่า

   2    บทความเรื่อง    โฉนดชุมชน: เอาสมบัติชาติให้กฎหมู่  ใกล้เคียงกับกระทู้ที่เคยโพลต์แล้ว

         http://www.thaisocialist.com/forum/index.php?topic=560.msg2246#msg2246

         ซึ่งมีผู้แสดงความเห็นไปแล้ว รวมทั้งจุดยืนของเว้ปนี้ที่ปรากฏในหน้าแรก ก็คือสนับสนุนการปฏิรูปที่ดิน โดยต้องคัดกรองผู้ที่มีคุณสมบัติ

          ที่สมควรได้จริงๆ และรัฐก็ควรนำที่ดินในมือที่มีอยู่ในมือ และที่ดินที่ให้เอกชนหรือต่างชาติเช่าในราคาถูกๆที่หมดอายุการเช่าแล้ว

          มาให้เกษตรที่ยากจนและไม่มีที่ทำกินเช่า ทำไมต้องคนรวยหรือคนต่างชาติดเท่านั้นจึงมีสิทธิเช่า  นอกจากนั้นยังควรปรับปรุงการจัดเก็บ

         � าษีจากผู้ถือครองที่ดินที่เกินความจำเป็นในอัตราก้าวหน้า


         นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะจากกัลยาณมิตรไปถึงคุณโส� ณ (หากว่าคุณโส� ณไม่ได้อ่านเอง ลูกน้องท่านอ่านพบ กรุณาปริ้นท์

         ไปให้เจ้านายคุณอ่านด้วย) อย่าทำตัวเป็นผู้นำเอาขยะ ต่างๆ มาทิ้งตามเว้ปไซด์ แล้วไม่ติดตามผล (คำว่าขยะอาจจะแรงไป

         บางชิ้นอาจมีประโยชน์อยู่บ้าง )

         ก. ขอย้ำถึงเรื่องจุดยืนในการมองปัญหาต่างๆ ถ้าพิจารณาจากในบทความคุณแล้ว ดูคุณจะเห็นอกเห็นใจนายทุนที่ถือที่ดิน

         ในราคาแพงมากกว่าเกษตรที่ไม่มีที่ดินในการทำนา ทั้งๆที่ในอีกบทความหนึ่งคุณก็ให้ความสำคัญอย่างสูงกับเสียงข้างมาก

         เกษตรกรที่ยากจนไม่มีที่ทำกิน หรือนายทุนที่มีที่ดินในราคาแพง  ใครเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศกันเล่า  ได้ข่าวว่าคุณ

         คุณเป็นนักศึกษา มธ.ยุค 6 ตุลา ยังจำคำขวัญ ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน ได้หรือไม่

          ยังจำอุดมการณ์ที่เคยทำงานในขบวนการนักศึกษาช่วงก่อนและหลัง 6 ตุลา ได้หรือไม่

          ข. คุณน่าจะทบทวน ขบวนการในการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล แม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้

          แต่เท่าที่ติดตามมา เห็นว่ามีปัญหา คือ

                  กลุ่มข้อมูลที่สำรวจไม่ทั่วถึง ไม่เป็นกลางทางวิชาการ และมีจำนวนไม่เพียงพอ เช่น การทำข้อมูลเรื่องมาบตาพุด

           กลุุุุุุ่มข้อมูลจะเป็นผู้ที่เสียประโยชน์จากการเลิกโครงการมากกว่ากลุ่มที่ได้ผลกระทบจากโครงการและประชาชนทั่วๆที่

           ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการ  กรณีข้อมูลของกลุ่มผู้ที่เคยเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธกับ พคท.ในเขตงาน 514

           คุณใช้เวลาเพียง 1 ชัวโมง ครึ่งในการสัม� าษณ์สหายที่มาร่วมงานเปิด ศูนย์เรียนรู้ค่าย 514 ซึ่งเป็นข้อมูลที่หยาบมาก

           และไม่สามารถสะท้อนส� าพทางเศรษฐกิจจริงๆของสหายได้เลย  บ้างครั้งคล้ายกับว่ามีธงตั้งอยู่แล้ว แล้วจึงไปหา

           ข้อมูลมาสนับสนุนความเชื่อของต้น ผิดหลักวิ� าษวิธี คือไม่ได้ค้นหาสัจจะจากความเป็นจริง เอาส่วนย่อยมาสรุป

           เป็นส่วนใหญ่ ดังที่คุณสรุปเองว่า Garbage In, Garbage Out ซึ่งข้าพเจ้าจะสรุปเพิ่มเติมให้ว่า

           ด้วยจุดยืนที่ไม่ได้ยีนอยู่ข้างประชาชนผู้ยากไร้ (ขยะ) ด้วยกระบวนการเก็บข้อมูลที่ผิดพลาด (ขยะ)

           แล้วไปดำเนินการวิเคราะห์ จึงได้ ขยะกองใหญ่ออกมา

                    สุดท้ายหวังว่าหากคุณโส� ณ ปรับปรุงจุดยืน และวิธีการในการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์

           คงจะสามารถสร้างสรรค์ บทความดีๆที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป อะไรๆดีๆที่คุณได้กระทำ

          ให้แก่ส่วนรวมก็ขอ ชมเชย ชื่นชมมา ณ ที่นี้ และเป็นกำลังใจให้ทำต่อไป ส่วนความเห็นทั้งหมด

           นี้ถ้าผิดพลาด บกพร่องหรือรุนแรงเกินไป ก็ขออ� ัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย


            คัดลอกมาจากเวปเพื่อนบ้านครับ
บันทึกการเข้า
ด.ช. Viscount
Sr. Member
****
กระทู้: 684


ประชาธิปไตยไม่ใช่สูตรยาครอบจักรวาล...นะจ๊ะ


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 05 กรกฎาคม 2011, 04:22:21 AM »

เป็นความขัดแย้งเชิงตรรกะในการนำเสนออย่างน่าขัน สำหรับบทความทั้งสอง คือ
- เสียงส่วนใหญ่คือความถูกต้อง
- โฉนดชุมชน : เอาสมบัติชาติให้กฎหมู่

เพราะเนื้อหาของบทความแรก กล่าวย้ำว่า เสียงส่วนใหญ่ไม่มีวันผิดพลาด
แต่เนื้อหาบทความหลัง กลับกล่าวถึงเสียงส่วนใหญ่ ในแง่ของ กฎหมู่
(อย่าลืมว่า คนยากไร้ทั้งหลาย มีเป็นจำนวนมากเช่นกัน คงไม่เป็นเสียงข้างน้อยของสังคมดอก)


นั่นแสดงว่า เสียงส่วนใหญ่ ก็สามารถเป็นกฎหมู่ได้ ไม่มีความถูกต้องชอบธรรมเสมอไป
หรือ อาจหมายถึงว่า ตรรกะของเจ้าของบทความ มีความผิดปกติอย่างยิ่งยวด หรือไม่?


แน่นอนว่าเนื้อหาในบทความทั้งสอง มีการอธิบายความที่แตกต่างกันบ้าง
แต่ที่น่าวิเคราะห์คือ จังหวะเวลาในการนำเสนอ และจุดประสงค์ในการนำเสนอ


หากท่านสมาทานแนวคิด เสียงข้างมากไม่มีวันผิด แล้วไซร้
ก็สมควรทบทวนและพิจารณาตนเอง สำหรับกรณีบทความ "โฉนดชุมชน" ที่ได้เขียนออกมาในหลายๆ ครั้ง ให้ดี
ว่ามีความสอดคล้องในตรรกะทางวิชาการมากน้อยเพียงใด


เพราะไม่เช่นนั้น มันอาจเป็น "ตลกทางวิชาการ" ให้ฮาครืนไปจนชั่วลูกสืบหลานได้ครับ


ด้วยความเคารพอย่างสูง



ไม่ขอกล่าวถึงความชอบธรรมด้านมนุษยธรรม ศีลธรรม และจริยธรรม ในทางวิชาการ ที่ท่าน ดร. ท่านนี้พึงมี
เพราะลุงๆ ป้าๆ ได้พากันยำไปพอสมควรแล้วครับ สมควรช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์บทความของ ดร. ท่านนี้อย่างถึงพริกถึงขิง
จนกว่าท่าน ดร. จะกลับตัวกลับใจ รับเอาคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม และมนุษยธรรม เข้ามาสู่หัวจิตหัวใจของท่านอย่างแท้จริง

ขอบพระคุณครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 กรกฎาคม 2011, 04:23:54 AM โดย ด.ช. Viscount » บันทึกการเข้า

จิตกับวัตถุไม่แยกออกจากกัน
butterfly
Full Member
***
กระทู้: 421



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 05 กรกฎาคม 2011, 09:05:11 AM »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
....ชอบจัง...ตลกทางวิชาการ...หน้าตาของด็อกก็ให้ซะด้วย...
...รอด็อกกลับใจ....น้ำท่วมหลังเป็ด ง่ายกว่ามั๊ง... แลบลิ้น แลบลิ้น แลบลิ้น
บันทึกการเข้า
old clumsy
Hero Member
*****
กระทู้: 1769

ดุลยภาพคือทางรอด


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 05 กรกฎาคม 2011, 11:46:10 AM »

ภาษาใต้เค้าว่า " แหลงเปรตๆ"

แปลเป็นภาคกลางว่า ตรรกะควายๆ

บันทึกการเข้า

สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์เสมอ...จงอย่าสำคัญตัวผิด ยิ้มเท่ห์
ดวง
Hero Member
*****
กระทู้: 1098


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 05 กรกฎาคม 2011, 12:43:09 PM »

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
สงสารประเทศไทย
ได้ยินเพื่อนบ้านเปรย ๆว่า พูดเองยังไม่เป็นเลย ต้องมีคนเขียนให้อ่าน ให้พูด
จะเป็นนายกฯ...เฮอะ..
ไม่รู้มีสมองของตัวเองหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 05 กรกฎาคม 2011, 19:45:54 PM »

มิใช่นายกหญิงไม่ดี แต่...โดยแม่จันสันธงชัย ปู ห้อง สิบสองเมื่อ 5 กรกฎาคม 2011 เวลา 18:57 น.
ไม่ได้รังเกียจ "พรรค" เพื่อไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่เคยคิดว่า "มวลชน" เสื้อแดง "โง่" แต่การที่คุณทักษิน "ข้าม" หัวหงอก-หัวดำ" ..ในพรรคมาคว้า น้องสาวคนเล็ก ที่มีประสพการณ์เพียงการบริหาร บริษัทของพี่ชายตัวเองมาเป็น แคนดิเดท "นายก" ..มันก็เป็นเครื่อง "ชี้เจตนา" ..ของคุณทักษินแล้วว่า มิได้มองอะไรที่ไกลไปกว่าเรื่อง "ของตัวเอง" มีอะไรที่จะเป็น การนำพาชาติไปสู่ความสงบ ..โดยเฉพาะการบริหารงานแบบ .. "ซุกใต้พรม / ไม่ฟังใคร / ใจร้อน" ..ประชาชนที่ยังคงมองว่า คุณทักษินจะมาแก้ปัญหา ข้าวยากหมากแพง , ภัยพิบัติตามธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นทุกปี , ปัญหาที่ดิน-ที่ทำกิน-ที่เพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ ประชาชนมีปัญหากับทางรัฐ ..หรือ ..ประชาชนมีปัญหากับ " กลุ่มทุน " , ปัญหายาเสพติด (ที่นอกเหนือจากการฆ่าตัดตอน) , ปัญหาการรับใต้โต๊ะในระบบอภิมหาโปรเจค ..และ อีก อภิ-มหาปัญหา ..ฯลฯ ประชาชนเหล่านี้ ..ตั้งความหวังไว้กับคุณ ทักษิน ..สูงเกินจริงไปหรือปล่าว? ฮืม?...ถ้าจะให้ดูจากการที่คุณทักษิน ..เลือก ผู้ที่เข้ารับ ตำแหน่ง ปาร์ตี้ลิส เบอร์ 1 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ..มิใช่คุณยิ่งลักษณ์..ไม่ดี ..แต่ ..ยัง .."ดี" ..ไม่พอ !            ขอโทษเพื่อนพ้องพี่น้องที่เห็นตัวหนังสือรกตาครั้งนี้นะจ๊ะ แค่อยากใช้สิทธิในการเป็นประชาธิปไตย วิพากษ์ "การเมืองแบบที่เห็นและเป็นอยู่" ..กับ แสดงทัศนะในฐานะ "รุ่นพี่" ของท่านนายก นิสนุงอ่ะ อิ อิ อิ อิ
aaaa
ที่ไม่แล้วใจก้คือ ถ้าไม่มีพวกซ้ายนรกบิดตะกูดทิดสะดีทั้งที่ตายไปแล้วและที่ยังมีชีวิตอยู่ ..ศักยภาพความเป็นทรราชย์ของนักการเมืองโคตรนี้จะเท่านี้ไม๊ เพราะโคตรนี้ทั้งโคตรคงไม่รุจักรากเน่า.....ซ้ายนรกเป็นสะพานเชื่อมต่อให้ทักฯและโคตรเข้าถึงรากเน่า เวรกรรมต้องอยู่ที่ซ้านยรกพวกนี้ทื่ทักกี้เอาไปชุบเลี้ยงด้วย

บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!