บ้านตุลาไทย
23 พฤศจิกายน 2017, 22:06:15 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ไปเบิ่ง .. บั้งไฟฝรั่ง  (อ่าน 48107 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #105 เมื่อ: 12 สิงหาคม 2011, 16:22:44 PM »





ห้องนิรภัยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ภายในห้องมีประตูนิรภัยสำหรับเข้าและออกที่จะปิดลั่นดาลในทันทีที่ได้รับสัญญาณเตือนภัย นอกจากนั้นยังมีระบบป้องกันอัคคีภัยและติดตั้งกล้องตรวจรักษาความปลอดภัยไว้หลายตำแหน่งภายในห้องนี้ด้วย

เนื่องจาก ในปี ค.ศ.1993 (พ.ศ.2536) ชิ้นส่วนหินดวงจันทร์น้ำหนัก 0.2 กรัม เคยสูญหายและถูกขายไปในตลาดมืดของบรรดานักสะสมได้ราคาสูงถึง 442,500 เหรียญสหรัฐฯ และในปี ค.ศ.2002 (พ.ศ.2545) ตัวอย่างหลายชิ้นของหินดวงจันทร์น้ำหนักรวมกันถึง 285 กรัม ได้ถูกขโมยไปจากห้องนิรภัยและถูกตรวจพบพร้อมกับส่งคืนในปีถัดมา ประมาณกันว่ามีราคาค่างวดถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เลยทีเดียว

ดังนั้น มาตรการรักษาความปลอดภัยที่กำหนดขึ้นจึงสมควรแก่กรณี ทั้งนี้ มิได้เป็นเหตุให้นาซ่าต้องจัดเก็บตัวอย่างหินดวงจันทร์ไว้ลับเฉพาะ แต่ยังคงจัดแสดงตัวอย่างและข้อมูลทางวิชาการให้สุจริตชนได้ร่วมกันศึกษาอยู่ต่อไป

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #106 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2011, 10:42:22 AM »





ศูนย์อวกาศฮุสตัน ได้จัดแสดงสถานีปฏิบัติการบนเวหา หรือยานสกายแล็บ (Skylab) จำลอง สำหรับให้นักบินอวกาศใช้ฝึกก่อนส่งขึ้นสู่อวกาศ ดังแสดงอยู่ทางด้านซ้ายมือของภาพนี้ ภายในยานจำลองได้จัดให้มีระเบียงทางเดินเข้าออก เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาสภาพภายในของยาน ส่วนพื้นที่ด้านนอกได้จัดแสดงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างของยานและภารกิจของยานลำนี้ด้วย

ยานสกายแล็บ ทำหน้าที่สถานีอวกาศ (Space Station) บนวงโคจรรอบโลกในระหว่างปี ค.ศ.1973-1979 (พ.ศ.2516-2522) โดยใช้จรวดแซทเทิร์น ไฟว์ ในโครงการอพอลโล่นำส่งขึ้นสู่อวกาศจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอพอลโล่ไปด้วย

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #107 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2011, 10:51:04 AM »





ในระหว่างปฏิบัติภารกิจบนอวกาศ นาซ่าได้ส่งนักบินอวกาศขึ้นไปประจำอยู่บนสถานีถึง 3 เที่ยวบิน เพื่อปฏิบัติการค้นคว้าทางด้านการแพทย์และวิทยาการหลายแขนง รวมทั้งได้ศึกษาปรากฏการณ์บนดวงอาทิตย์อีกด้วย ยานสกายแล็บ ได้ติดตั้งกล้องดูดาว เรียกว่า ATM - Apollo Telescope Mount ดังที่เห็นอยู่นี้ อันเป็นกล้องดูดาวบนอวกาศชิ้นแรกของโลก เพื่อศึกษาปรากฏการณ์บนดวงอาทิตย์และได้บันทึกภาพดวงอาทิตย์และโลกไว้ เพื่อการศึกษานับแสนภาพเลยทีเดียว

ในช่วงท้ายของโครงการ นาซ่าได้เตรียมการที่จะส่งยานกระสวยอวกาศขึ้นไปซ่อมบำรุงและปรับวงโคจร เพื่อขยายอายุการใช้งานของยานลำนี้ออกไปอีกแต่ไม่ทันการณ์ ข่าวคราวการเตรียมโหม่งโลกของยานสกายแล็บที่มีน้ำหนักเกือบ 80,000 กก. ได้แพร่สะพัดไปทั่วโลก สร้างความขวัญพองสยองเกล้าให้เกิดแก่ผู้คนที่ทราบข่าวทั่วทุกสารทิศ

แม้ว่า นาซ่าได้เตรียมการให้ยานตกสู่พื้นโลกในเขตมหาสมุทรทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกาในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1979 (พ.ศ.2522) แต่นาซ่าคำนวณการลุกไหม้ของยานในชั้นบรรยากาศผิดพลาด ถึงแม้โครงสร้างส่วนใหญ่ของยานถูกเผาไหม้ไปในชั้นบรรยากาศ แต่ยังมีชิ้นส่วนที่เหลือแตกกระจัดกระจายตกสู่พื้นโลกใกล้กับเมืองเพิร์ธ ทางด้านตะวันตกของออสเตรเลีย


บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #108 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2011, 10:55:21 AM »





แรงโน้มถ่วง หรือ Gravity เป็นแรงดึงดูดที่มีอยู่ทั่วไปในสกลจักรวาล แรงโน้มถ่วงของโลกจะดึงดูดวัตถุลงสู่พื้นและเทหวัตถุบนฟากฟ้ายังส่งแรงดึงดูดเข้าหากันและกัน เช่น โลกและดวงจันทร์ดึงดูดกันไว้ ทำให้ดวงจันทร์โคจรรอบโลกและดวงอาทิตย์กับดาวบริวารดึงดูดกัน ทำให้ดาวพระเคราะห์บริวารโคจรรอบดวงอาทิตย์ เป็นต้น

นักบินอวกาศที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนสถานีอวกาศในวงโคจรรอบโลกจะอยู่ในสภาพไร้แรงโน้มถ่วง แต่ทั้งนี้มิได้หมายถึงว่า ไม่มีแรงโน้มถ่วงเลยเสียทีเดียว หากแต่น้อยนิดจนไม่พอที่จะดึงดูดให้คนและวัตถุสิ่งของให้ตกสู่พื้นได้ ในสภาพไร้แรงโน้มถ่วงนั้น ของเหลวจะลอยตัวอยู่ในอวกาศในลักษณะรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนโดยมิได้สัมผัสกับวัตถุรองรับใดๆ เลย หรือการหล่อแก้วและโลหะสามารถทำให้กลมยิ่งกว่าทำงานบนพื้นโลก สภาวะเช่นนี้สามารถใช้ศึกษาและพัฒนาวิทยาการหลายด้านรวมถึงภาคอุตสาหกรรมการผลิตอีกด้วย


บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #109 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2011, 11:00:22 AM »





นาซ่าได้จัดให้มีบริการรถพ่วง หรือ Tram Tour เพื่อตระเวนไปดูงานภายในบริเวณที่ทำการของศูนย์อวกาศจอห์นสัน รถพ่วงดังกล่าวนี้จะรับนักท่องเที่ยววนเข้าออกวันละหลายรอบเริ่มเวลาราว 9 โมงเช้าไปจนถึงเที่ยง โดยแบ่งเป็นสายแดงและสายน้ำเงิน รวม 2 เส้นทาง ส่วนผู้เขียนเลือกดูงานบางส่วนภายในศูนย์อวกาศแห่งนี้ตามระยะเวลาที่อำนวย

นอกจากนั้น ศูนย์อวกาศแห่งนี้ยังได้จัดให้มีบริการนำเที่ยวชุดพิเศษ เรียกว่า Level 9 Tour แยกออกไปอีกต่างหาก รับนักท่องเที่ยวจำนวนจำกัดวันละ 12 คนและจำกัดอายุตั้งแต่ 14 ปีขึ้นไป ใช้เวลาดูงานภายในศูนย์อวกาศจอห์นสันราว 5 ชั่วโมง บริการนำเที่ยวชุดนี้ผู้เขียนมิได้มีโอกาสเข้าร่วม จึงไม่มีข้อมูลมานำเสนอ

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #110 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2011, 11:02:49 AM »





พื้นที่ภายในศูนย์อวกาศจอห์นสันเป็นสถานที่ทำงานอันสำคัญของนาซ่า จึงได้กำหนดมาตรการตรวจตราความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในบริเวณช่องทางเข้าออก พร้อมทั้งใช้เครื่องตรวจจับวัตถุอันตราย ก่อนอนุญาตให้บุคคลภายนอกรวมถึงนักท่องเที่ยวผ่านเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน

วิถีชีวิตดังกล่าวนี้ ชาวอเมริกันที่ใช้ชีวิตนอกบ้านมีความคุ้นเคยและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะช่วยป้องปรามมิให้กลุ่มมิจฉาชีพกำเริบเสิบสาน ฉวยโอกาสทำร้ายชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคนบริสุทธิ์ได้ตามสะดวก

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #111 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2011, 11:05:40 AM »





รถพ่วงคันที่สวนมา สามารถสังเกตเห็นเครื่องหมายคนพิการ หรือทุพพลภาพอยู่ด้านหน้า อันแสดงถึงว่า รถพ่วงในขบวนคันนี้ให้บริการแก่คนพิการโดยเฉพาะ ในสังคมอเมริกัน ผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนผู้พิการจะได้รับสิทธิพิเศษมากหลาย นอกจากจะได้รับเกียรติและแสดงความเอื้ออาทรจากสังคมตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว ยังได้รับการคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนดอีกด้วย

พื้นฐานและแรงจูงใจหลัก ของการออกกฎหมายคุ้มครองคนพิการ ส่วนหนึ่งมาจากการจัดหาสวัสดิการมารองรับกลุ่มคนพิการจากการใช้แรงงานอันเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและกลุ่มทหารที่พิการในฐานะวีรชนของชาติ อันเป็นผลพวงส่งให้กลุ่มคนพิการมาแต่กำเนิด หรือพิกลพิการด้วยเหตุอื่นพลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #112 เมื่อ: 18 สิงหาคม 2011, 14:53:37 PM »





ในระหว่างทางภายในศูนย์อวกาศจอห์นสัน พบหมู่แมกไม้ปลูกไว้เป็นกลุ่ม เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่า ในจำนวนนี้มีต้นโอ๊ค 38 ต้นที่ปลูกไว้เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนเหล่านักบินอวกาศที่เสียชีวิต ในเบื้องแรกปลูกไว้ 7 ต้น เพื่อรำลึกถึงลูกเรือกระสวยอวกาศแชลเลนเจอร์ที่เกิดระเบิดขณะทะยานสู่อวกาศ ลูกเรือเสียชีวิตทั้ง 7 คน เมื่อเดือนมกราคม ค.ศ.1986 (พ.ศ.2529)

ต่อมาในเดือนเมษายน ค.ศ.2003 (พ.ศ.2546) ได้ปลูกเพิ่มอีก 7 ต้น เพื่อรำลึกถึงนักบินอวกาศ 7 คน ที่เสียชีวิตจากการระเบิดลุกไหม้ในชั้นบรรยากาศเหนือมลรัฐเท็กซัสในระหว่างกระสวยอวกาศโคลัมเบียร่อนกลับโลก โดยมีเป้าหมายร่อนลงสู่พื้นที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี้ มลรัฐฟลอริด้า

ในพื้นที่นี้มีต้นโอ๊ครวมทั้งสิ้น 40 ต้น ล้วนแต่รำลึกถึงนักบินอวกาศผู้ล่วงลับ เรียกชื่อว่า อนุสรณ์สถานแมกไม้ หรือ Memorial Tree Grove มีพิธีเปิดเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ.1996 (พ.ศ.2539) รถนำเที่ยวทุกคันที่ผ่านมาถึงบริเวณนี้ จะหยุดไว้อาลัยแด่วีรชนอวกาศเหล่านี้



บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #113 เมื่อ: 18 สิงหาคม 2011, 14:56:20 PM »





จรวดเร็ด สโตน (Mercury-Redstone) ทางด้านซ้ายเป็นจรวดรุ่นแรกขนาดบรรทุก 1 ที่นั่ง ของการสำรวจอวกาศในโครงการเมอคิวรีที่สามารถส่งนักบินอวกาศอเมริกันคนแรกขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จ ส่วนทางด้านขวามือ คือ จรวดลิตเติ้ล โจ ทู (Little Joe II) ของโครงการอพอลโล่ยุคแรกใช้ทดสอบการขับเคลื่อนในความเร็วเหนือเสียงและการบินในบรรยากาศชั้นสูง ณ สถานีทดสอบไว้ท์ แซนด์ (White Sands Test Facility) มลรัฐนิวเม็กซิโก 

เมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ.1965 (พ.ศ.2508) ยานบังคับการของจรวดรุ่นนี้ ได้ใช้ระบบหนีภัยดีดตัวออกจากจรวดลิตเติ้ล โจ ที่ระเบิดกลางอากาศและใช้ร่มชูชีพพยุงตัวให้ตกสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัย อันเป็นการทดสอบ เพื่อพัฒนาระบบหนีภัยก่อนจะส่งนักบินอวกาศขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ตามโครงการอพอลโล่ในภายหลัง

ส่วนอาคารที่อยู่ด้านหลังนั้น เรียกชื่อว่า Rocket Park ใช้สำหรับจัดเก็บจรวดแซทเทิร์น ไฟว์ (Saturn V) และจัดแสดงนิทรรศการโครงการอพอลโล่อยู่ภายในอาคาร


บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #114 เมื่อ: 18 สิงหาคม 2011, 14:58:55 PM »





เดิมทีจรวดแซทเทิร์น ไฟว์ลำนี้ จอดทิ้งตากแดดตากลมอยู่กลางแจ้ง ส่วนที่มุงบังสร้างขึ้นมาใหม่ในภายหลังและศูนย์อวกาศจอห์นสัน ขอยืมจรวดลำนี้มาจากสถาบันสมิธโซเนียน กรุงวอชิงตัน ดีซี. ผู้ถือครองกรรมสิทธิ์อีกทอดหนึ่ง

จรวดแซทเทิร์น ไฟว์ใช้ขับเคลื่อนยานไปลงดวงจันทร์ มีขนาดเดียวกับจรวดรุ่นเดียวกันที่จัดแสดงอยู่ที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี้ มลรัฐฟลอริด้า ส่วนจรวดลำนี้ติดตั้งไว้กับล้อพ่วงที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อเคลื่อนย้ายมาประจำอยู่ภายในอาคารและจัดแสดงอยู่ระดับต่ำ ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นเครื่องจักรกลได้อย่างใกล้ชิด

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #115 เมื่อ: 18 สิงหาคม 2011, 15:00:35 PM »





เครื่องยนต์จรวดขับดันเอฟ-วัน (F-1) จำนวน 1 ใน 5 เครื่องของจรวดท่อนแรกเปรียบเทียบกับขนาดของคน นับว่าใหญ่โตมากและให้พลังขับดันอันมหาศาล เพื่อผลักดันจรวดทั้งลำขึ้นสู่บรรยากาศชั้นสูง แล้วสลัดตัวออกมาเมื่อหมดเชื้อเพลิง ก่อนที่จะใช้ร่มชูชีพพยุงให้ตกลงสู่มหาสมุทร จากนั้น หน่วยกู้ภัยจึงตามไปเก็บกู้ในภายหลัง เพื่อนำกลับมาใช้งานอีกจนกว่าจะหมดอายุ

การผลิตเครื่องยนต์จรวดแต่ละรุ่น ต้องผ่านการคิดคำนวณและทดสอบก่อนนำมาติดตั้งเข้ากับลำตัวจรวด เพื่อใช้ปฏิบัติงานจริงหลายต่อหลายครั้ง โดยติดตั้งกับแท่นยึดบนพื้นดิน เพื่อทดสอบระบบการจุดระเบิด ทดสอบกำลังขับดัน ตรวจคำนวณหาอัตราการเผาผลาญเชื้อเพลิง ตลอดจนทดสอบด้านการควบคุมระบบควบคุมทิศทาง เพื่อให้ทราบประสิทธิภาพการใช้งานอย่างแม่นยำ

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #116 เมื่อ: 18 สิงหาคม 2011, 15:02:58 PM »





ภายในอาคารได้จัดแสดงจรวดขับดันแซทเทิร์น ไฟว์และยานอพอลโล่ส่วนที่ใช้ลงดวงจันทร์ไว้อย่างครบถ้วน  อีกทั้งได้จัดแสดงแผ่นภาพ แผนภูมิรายละเอียดของโครงการอพอลโล่ เพื่อการศึกษาตั้งแต่สมัยแรก จนถึงสิ้นสุดโครงการ ไว้บนผนังด้านข้างอาคาร

บริเวณดังกล่าวนี้จัดให้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ทางด้านวิศวกรรมช่างกลแห่งชาติ (National Historic Mechanical Engineering Landmark) และอยู่ในพื้นที่รักษาความปลอดภัยของนาซ่า จึงไม่มีอาคารร้านค้าและอาคารจัดแสดงรายละเอียดอื่นเพิ่มเติม ส่วนนักท่องเที่ยวนั้น ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมชมคราวละชุดหมุนเวียนกันไปจนกว่าจะหมดเวลาทำการ

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #117 เมื่อ: 18 สิงหาคม 2011, 15:05:20 PM »






เครื่องหมายคิวอาร์โค๊ด (QR Code – Quick Response Code) ที่เห็นอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมนี้ เป็นแถบสัญญาณรหัสข้อมูล ประกอบด้วยเครื่องหมายรูปสี่เหลี่ยมขาวดำที่ใช้แทนค่าข้อมูลของตัวอักษร ตัวเลขและเครื่องหมายสัญลักษณ์ทางภาษา สามารถใช้เครื่องอ่านที่ติดตั้งระบบอยู่ในโทรศัพท์มือถือบางรุ่น เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลที่จัดแสดงอยู่ทั่วไปภายในอาคารหลังนี้ เครื่องหมายคิวอาร์โค๊ดได้รับการพัฒนามาจากแถบรหัสสินค้า (Bar Code) ที่มีแถบเครื่องหมายเป็นแท่ง โดยบริษัทการค้าของญี่ปุ่นราว 10 ปีที่ผ่านมา

วิทยาการด้านการสื่อสารทุกวันนี้ก้าวหน้าไปมากและปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วชนิดปีต่อปี ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ เราอาจจะเพียงแต่ใช้ปลายนิ้วสัมผัสปุ่มรหัส ข้อมูลทั้งหลายแหล่จะส่งผ่านเข้าสู่ประสาทการรับรู้ภายในไม่กี่วินาทีก็อาจเป็นได้  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #118 เมื่อ: 24 สิงหาคม 2011, 08:39:41 AM »





ในยุคแรกของการสำรวจอวกาศระหว่างปี ค.ศ.1960-1965 (พ.ศ.2503 – 2508) นาซ่าได้จัดให้มีศูนย์ควบคุมสัญญาณภาคพื้นดิน (MCC – Mission Control Center) เพื่อควบคุมภารกิจการสำรวจอวกาศของโครงการเมอคิวรีและโครงการเจมินียุคแรก โดยมีศูนย์ควบคุมอยู่ที่ฐานทัพอากาศบนแหลมแคนาเวอรัล มลรัฐฟลอริด้า ต่อมาในภายหลัง ได้รื้อถอนแผงควบคุมย้ายมาติดตั้งไว้ที่อาคารบริการนักท่องเที่ยว ภายในศูนย์อวกาศเคนเนดี้ ดังที่ได้แสดงภาพถ่ายไว้ในกระทู้นี้ตั้งแต่ต้น

ต่อมา ระหว่างปี ค.ศ.1965-1975 (พ.ศ.2508 – 2518) นาซ่าได้ย้ายศูนย์ควบคุมสัญญาณภาคพื้นดิน ในช่วงภารกิจสำรวจอวกาศของโครงการเจมินีและอพอลโล่ ไปประจำอยู่ที่ศูนย์อวกาศจอห์นสัน มลรัฐเท็กซัสและได้ปรับปรุงเพื่อรองรับภารกิจของโครงการกระสวยอวกาศและสถานีอวกาศนานาชาตินับตั้งแต่ปี ค.ศ.1981 (พ.ศ.2524) เป็นต้นมา

ภายในอาคารคริสโตเฟอร์ ซี แครฟท์ จูเนียร์ (Christopher C. Kraft, Jr.) ที่เห็นในภาพนี้ จะมีห้องควบคุมภารกิจ (Mission Operation Control Rooms) ทั้งเก่าและใหม่อยู่ภายในอาคารเดียวกัน

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #119 เมื่อ: 24 สิงหาคม 2011, 08:44:14 AM »





ในห้องควบคุมภารกิจเก่าสมัยโครงการเจมินีและอพอลโล่ ได้จัดแสดงแผงควบคุมสัญญา วัสดุอุปกรณ์และเอกสารหลักฐานการทำงานในสมัยนั้นไว้อย่างครบถ้วนและเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชม พร้อมทั้งจัดให้มีวิทยากรบรรยายสรุปเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและภารกิจอันสำคัญของการสำรวจอวกาศในครั้งอดีตให้แก่นักท่องเที่ยวได้รับทราบอย่างทั่วถึงกันอีกด้วย

เจ้าหน้าที่ควบคุมการบิน (Flight Controllers) ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในศูนย์ควบคุมต้องสำเร็จการศึกษาทางด้านวิศวกรรม หรือช่างเทคนิคสาขาใดสาขาหนึ่งและมีความสนใจในการทำงานหน้าที่นี้ เมื่อผ่านการคัดเลือกให้เข้ามาร่วมงาน เจ้าหน้าที่เหล่านี้จะได้รับการฝึกฝนให้เกิดความชำนาญอยู่หลายปี ก่อนจะได้รับการพิจารณาให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในห้องปฏิบัติงานจริง อีกทั้งยังต้องเข้ารับการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในภารกิจของห้องควบคุมอันหลากหลายที่นาซ่ากำหนดให้มีขึ้นอีกด้วย

ส่วนการทำงานภายในห้องควบคุมนั้น ได้แบ่งกลุ่มกันทำงานประมาณกลุ่มละ 50 คน โดยแต่ละกลุ่มแบ่งการทำงานเป็นคาบเวลาระหว่าง 8-12 ชั่วโมง หมุนเวียนกันอยู่เช่นนี้ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยมีเวลาหยุดพักระหว่างการทำงานครั้งละ 5-10 นาที ในทุกๆ 90 นาทีของเวลาทำงาน

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!