บ้านตุลาไทย
24 พฤศจิกายน 2017, 10:35:10 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 3 [4]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มหาอุทกภัยถล่มโรงเรียนสุนทรวิทยา ปี 2554  (อ่าน 33164 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #45 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2011, 14:46:15 PM »





ท่วมสูงสุดเป็นประวัติการณ์


ในเขตชุมชนเมืองระดับน้ำท่วมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ให้สังเกตอาคารพาณิชย์ตรงกลางภาพ ระดับน้ำสูงเกือบถึงแผ่นป้ายสัญญาณจราจร โดยเฉลี่ยระดับน้ำบนถนนอยู่ระดับหน้าอกจนถึงท่วมมิดหัวผู้ใหญ่ ส่วนสวนสาธารณะบึงพระรามทางด้านขวามือของภาพนี้ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่เช่นเดียวกัน อีกทั้งได้พบว่า สายน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมเมืองยังไหลเคลื่อนจากที่สูงไปสู่ที่ต่ำอยู่ตลอดเวลา เนื่องจาก ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งตะวันตกของตัวเมือง สูงกว่าระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักทางฝั่งตะวันออกและมวลน้ำทั้งหมดนี้ไหลรวมกันลงไปทางทิศใต้ของตัวเมือง มุ่งหน้าสู่จังหวัดปทุมธานี นนทบุรีและกรุงเทพมหานคร จนส่งผลให้จังหวัดท้ายน้ำดังกล่าวท่วมวินาศสันตะโรอยู่ในปัจจุบันนี้

ดังนั้น การสัญจรไปมาภายในเขตชุมชนเมืองจะใช้เรือเป็นหลัก พื้นที่บางแห่งใกล้ถนนใหญ่ชาวบ้านยังไปมาหาสู่กันได้โดยเดินลุยน้ำประมาณระดับอก ท่ามกลางกระแสข่าวจระเข้ใหญ่น้อยหลายร้อยตัวหลุดออกจากฟาร์มเลี้ยงและปลิงดูดเลือดที่ล่องลอยหาเหยื่ออยู่ทั่วไป

ส่วนเหล่าศิลปินปฏิวัติวัยใสในโครงการเรียนรู้กู้บ้านเกิด ในวันแรกที่ลงลุยน้ำถูกปลิงเกาะต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายไปตามๆ กัน แต่ทุกวันนี้ ปลิงเหล่านั้นถูกเด็กๆ ไล่จับเอามาใส่ขวดโหลคู่กับตู้ปลาสวยงามไปเรียบร้อยแล้ว  ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
ด.ช. Viscount
Sr. Member
****
กระทู้: 684


ประชาธิปไตยไม่ใช่สูตรยาครอบจักรวาล...นะจ๊ะ


ดูรายละเอียด
« ตอบ #46 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2011, 20:08:26 PM »

สถานการณ์ล่าสุดเป็นไงบ้างครับ มีใครเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างไรบ้าง
อาหารการกินและน้ำดื่มเพียงพอไหม

แวะมาให้กำลังใจครับ ขอให้ฝ่าฟันไปได้ โดยเฉพาะหลังน้ำลด เป็นช่วงงานหนักของแท้
สู้ร่วมกันนะครับ
บันทึกการเข้า

จิตกับวัตถุไม่แยกออกจากกัน
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #47 เมื่อ: 02 พฤศจิกายน 2011, 01:45:22 AM »


จากการติดตามข่าวคราวที่พวกเขาสื่อสารกัน ทราบว่า ขณะนี้ระดับน้ำบนถนนรอบเกาะบางแห่งแห้งแล้ว คาดว่าสถานการณ์คงจะเข้าสู่ภาวะปกติภายในเดือนนี้ หลังน้ำลดคงต้องซ่อมแซมโรงเรียนกันอย่างขนานใหญ่

ส่วนเด็กๆ สนุกอยู่กับน้ำ เมื่อได้ยินสัญญาณครูใหญ่ตีระฆัง จึงจะกลับมากินข้าวกินปลาพร้อมกันและทุกชีวิตยังอยู่ครบ ขอบคุณที่ช่วยส่งแรงใจไปให้พวกเขานะคะ
บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #48 เมื่อ: 04 พฤศจิกายน 2011, 04:08:17 AM »





มรดกโลก


เมืองกรุงเก่ามีปูชนียสถานโบราณวัตถุอยู่เป็นจำนวนมาก องค์การยูเนสโกได้มีมติประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลก ในปี พ.ศ.2534 นับได้ 20 ปีแล้ว ปัจจุบันนี้ เมืองกรุงเก่าราชธานีในอดีต ได้แปรสภาพจากแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำไปเป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมอยู่ในอันดับ 3 ของประเทศ รองจากจังหวัดระยองและจังหวัดสมุทรสาคร มีคนงานเข้ามาอาศัยในพื้นที่กันอย่างคึกคักนับได้หลายแสนคน ทั้งนิคมและเขตอุตสาหกรรมในเมืองกรุงเก่าได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตั้งอยู่ในพื้นที่รับน้ำจากภาคการเกษตรในอดีต จึงได้รับความเสียหายจากพิษภัยของน้ำท่วมอย่างมากในเวลาปัจจุบันนี้

ความพิบัติจากมหาอุทกภัยในครั้งนี้ แหล่งโบราณสถานจมอยู่กลางสายน้ำและถูกคลื่นน้ำที่เกิดจากการสัญจรไปมาของยานพาหนะกัดเซาะได้รับความเสียหายอย่างมาก รวมถึงความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมที่พลอยจมอยู่ใต้สายน้ำอันปั่นป่วน ทั้งภาครัฐและเอกชนคงต้องใช้เวลาฟื้นฟูร่วมกันอยู่อีกหลายขวบปีจึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #49 เมื่อ: 04 พฤศจิกายน 2011, 04:12:46 AM »





ที่พึ่งในยามยาก


ผู้เขียนได้ออกเดินทางจากอยุธยาเข้ากรุงเทพมหานครพร้อมกับหลานชาย ในสัปดาห์ที่ 2 หลังจากน้ำท่วมเกาะเมืองแล้ว ทั้งนี้ ได้กำหนดแผนการเดินทางไว้หลายเส้นทาง เนื่องจาก ต้องเตรียมตัวปรับเปลี่ยนเส้นทางไปตามสถานการณ์การขนส่งที่ปรับแผนงานกันรายวัน ในท้ายที่สุด จึงได้ตัดสินใจเลือกเดินทางโดยรถไฟ  ซึ่งนายสถานีรถไฟอยุธยาแจ้งให้ทราบว่า วันนี้จะมีขบวนรถไฟจากสถานีอยุธยาถึงสถานีหัวลำโพง แต่ต้องเปลี่ยนขบวนที่สถานีบางปะอิน เพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครต่อไป

การเดินทางออกจากพื้นที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ กระตุ้นเตือนให้ผู้เขียนรำลึกถึงเรื่องราวคราวที่พายุเฮอริเคนแคทริน่าหอบน้ำจากมหาสมุทรแอตแลนติกเข้าถล่มเมืองนิวออร์ลีนส์  มลรัฐหลุยเซียน่าทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกาเมื่อหลายปีก่อน ทางการได้ออกประกาศให้ราษฎรอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเร่งด่วน ในช่วงเวลาอันโกลาหลนั้น กระทาชายผิวดำนายหนึ่งได้ขับรถรับส่งนักเรียนมารับเอาชาวบ้านผู้ประสบภัย ไม่มีแม้แต่ยานพาหนะที่จะพาออกจากพื้นที่ กระทาชายนายนี้ได้นำชาวบ้านไปส่งยังศูนย์อพยพด้วยความปลอดภัย สื่อมวลชนอเมริกันทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ต่างประโคมข่าวจนเขากลายเป็นวีรบุรุษ เมื่อเหตุการณ์สงบลง ข้อเท็จจริงได้เปิดเผยว่า กระทาชายนายนี้ได้เข้าไปขโมยรถรับส่งนักเรียน แล้วพบว่าชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจึงรับเอาชาวบ้านจนเต็มคันรถนำออกจากพื้นที่ประสบภัยพิบัติ พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ความเป็นวีรบุรุษของเขาเศร้าหมองไปบ้าง แต่สังคมยังยกย่องชมเชย ส่วนจะกลายเป็นคดีความกันหรือไม่ ผู้เขียนไม่ได้ติดตามข่าว

เหตุการณ์น้ำท่วมเมืองนิวออร์ลีนส์ในครั้งนั้น คล้ายกับน้ำท่วมเมืองกรุงเก่าในครั้งนี้ เพราะเมืองนิวออร์ลีนส์ถูกกระหน่ำทั้งลมพายุ ฝายกั้นน้ำแตกน้ำไหลบ่าเข้าท่วมเมือง รวมทั้งพายุฝนและน้ำทะเลหนุนซ้ำกระหน่ำเข้าไปอีกจนอ่วมอรทัยกันไปทั้งเมือง ชาวนิวออร์ลีนส์หลายพื้นที่กลับมาบ้านหลังพายุสงบลง พบเห็นแต่เสาเรือนและซากปรักหักพัง นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว
บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #50 เมื่อ: 04 พฤศจิกายน 2011, 04:15:23 AM »





รถไฟบนผิวน้ำ


การเดินทางในวันนั้น ขบวนรถไฟมี 3 ตู้และผู้โดยสารที่เดินทางจากสถานีอยุธยาเข้ากรุงเทพมีจำนวนไม่มากนักราว 10 คนเท่านั้นเอง ส่วนใหญ่จะเดินทางกันตัวเปล่าไม่มีเสบียงสัมภาระติดตัวกันเลย ทราบว่า บางครอบครัวเดินทางเข้ากรุงเทพ เพื่อหนีภัยน้ำท่วมไปอาศัยอยู่กับญาติ ตามสถานีรายทางพบว่า ชาวบ้านต้องนั่งเรือมาเทียบถึงชานชาลาหน้าสถานีรถไฟ เพื่อโดยสารรถไฟต่อไปถึงจุดหมาย ส่วนการเดินทางโดยรถไฟไม่ได้เสียค่าโดยสารแต่ประการใดตลอดเส้นทางจนถึงที่หมาย ทั้งนี้ นายตรวจบนขบวนรถไฟได้สอบถาม ถ้าผู้โดยสารท่านใดมีตั๋วก็ส่งให้เขาตรวจ ส่วนผู้ที่ไม่มีตั๋วเดินทางนายตรวจก็ไม่ได้ว่าอะไร ซึ่งผู้เขียนไม่ได้มีประสบการณ์นั่งรถไฟไทยมาหลายสิบปีแล้วและไม่ได้ติดตามรายละเอียดด้านสวัสดิการของรัฐ จึงไม่ทราบถึงความแตกต่างของผู้โดยสารที่มีตั๋วและไม่มีตั๋วโดยสาร

นอกจากนั้น การเดินทางในช่วงน้ำท่วมไม่พบเห็นพ่อค้าแม่ขายออกมาวิ่งขายข้าวเหนียวไก่ย่าง หรือจะมองหาเด็กขายโอเลี้ยงตามสถานีรายทาง พอจะได้ซื้อหาไว้กินรองท้องสักถุงหนึ่งก็ไม่มี คาดว่า ชาวบ้านทุกคนคงไม่มีเสบียงอาหารเหลือพอที่จะเอามาจำหน่ายจ่ายแจกเหมือนในภาวะปกติได้

ในช่วงบ้านเมืองเกิดอุทกภัย การรถไฟได้ให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ประสบภัยพิบัติอย่างเต็มกำลังความสามารถ แม้ว่าน้ำจะไหลหลากเข้าท่วมจนมิดรางแล้วก็ตาม ยังพยายามจัดให้มีขบวนรถไฟเข้าออก เพื่อรับส่งผู้โดยสารให้สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ ส่วนผู้ที่ได้พบเห็นขบวนรถไฟในยามนี้ เสมือนหนึ่งรถไฟวิ่งไปบนผิวน้ำเห็นเป็นที่อัศจรรย์

บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #51 เมื่อ: 04 พฤศจิกายน 2011, 07:51:42 AM »

เห็นภาพรถไฟตลุยไปบนน้ำต้องตะลึงว่า รฟท. ทำได้จริงๆ
เพราะเห็นภาพข่าวน้ำท่วมรางรถไฟนึกไม่ออกว่าจะวิ่งหรือกล้าวิ่งกันได้อย่างไร  เพราะโอกาสที่จะลื่นหลุดจากรางมีความเป็นไปได้สูง
แต่อาจต้องทำเพราะไม่งั้นก็ไม่มีทางช่วยให้ผู้คนที่อยุธยาติดต่อกับโลกภายนอกได้

มานึกถึงคนกรุงเทพตอนนี้  ก็กำลังจะตกอยู่ในชะตากรรมแบบนี้
เมื่อน้ำตีโอบมาเรื่อยๆ  จนเส้นทางที่ใช้ติดต่อทางเหนือกับอีสานก็ขาดไปแล้ว   เวลานี้ต้องไปวิ่งอ้อมกับทางภาคตะวันออก
ส่วนทางใต้  เส้นทางสุดท้ายคือพระราม 2 ก็กำลังเป็นเป้าหมายของน้องน้ำในอันดับต่อไป
ถ้าท่วมก็เหลือเพียงเส้นทางเดียวนั่นคือเส้นออกสุวรรณภูมิ  ที่เห็นว่าจะเป็นปราการด่านสุดท้ายของกรุงเทพมหานคร
ถ้าตรงนี้ยันอยู่  หากน้ำมาถึงก็มาถึงจุดที่มีท่อใหญ่สำหรับปั๊มน้ำลงทะเลพอดี   อาจโชคดีได้หยุดยั้งและหาทางไปสำหรับน้องน้ำได้ในครั้งนี้
ปล่อยให้พื้นที่ตรงกลางเพียงกระหยิบมือให้รอดพ้นจากน้ำท่วมไปหวุดหวิด (น่าจะเก็บภาษีน้ำท่วมจากผู้ประกอบการแถวนั้นให้มากๆ)

กรุงเทพยังไม่พ้นวิกฤตครับ   แต่กำลังจะวิกฤต
แต่หากถือเสียว่าน้ำท่วมเป็นเรื่องธรรมดา   เตรียมตัวกันสักหนึ่งอาทิตย์จากนี้ไป  ถือเป็นวันหยุดยาวก็ไม่เสียหาย(ทางจิตใจ)มาก
อย่างเด็กๆ ที่โรงเรียนสุนทรวิทยา   ก็พลิกวิกฤตเป็นโอกาส
ได้เป็นพญาน้อยพายเรือชมเวียงวัง   ได้เล่นน้ำกันทุกวัน  ถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่มีทั้งสุขและทุกข์คละเคล้ากัน
หากผ่านได้   ก็จะมีเรื่องเล่าขานที่ทั้งสนุกและตื่นเต้นอย่างมีรสชาติไปตลอดชีวิตถึงครั้งหนึ่งในวันนั้น   
เหมือนกับรุ่นลุงป้า  ที่ผ่านชีวิตในป่ากันมาครั้งหนึ่ง  ก็ยังมีเรื่องเล่าขานกันไม่เลิกจนถึงทุกวันนี้  ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
atm
Hero Member
*****
กระทู้: 1562



ดูรายละเอียด
« ตอบ #52 เมื่อ: 04 พฤศจิกายน 2011, 20:47:37 PM »

กทม ตอนนี้ขยะท่วมกรุงแล้ว

 น้ำเน่าแล้ว

ต่อไปคงมีโรคระบาด


น่ากลัวจริงๆ
บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #53 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2011, 15:19:15 PM »





ควรแก่การยกย่อง


ขบวนรถไฟที่ใช้เดินทางในวันนั้นจอดแวะรับส่งผู้โดยสารทุกสถานีย่อย แม้แต่ตามทางแยกถนนตัดกับเส้นทางรถไฟ พลขับยังจอดรับให้ผู้โดยสารขึ้นกลางทางได้ เข้าใจว่าการรถไฟประสงค์จะให้ขบวนรถไฟแต่ละเที่ยว สร้างประโยชน์ให้สูงสุดต่องานบริการประชาชนในช่วงประสบมหาอุทกภัย

พนักงานรถไฟได้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่แม้จะพบว่าในพื้นที่ปฏิบัติงานมีน้ำท่วมสูง ในภาพนี้จะเห็น พนักงานสับรางรถไฟพายเรือมาทำหน้าที่มิได้ขาดตกบกพร่องและเชื่อว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกระดับได้ประสานงานการเดินรถ ให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ชีวิตและทรัพย์สิน สร้างความประทับใจแก่ราษฎรผู้ใช้บริการเป็นอย่างมาก
บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #54 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2011, 15:23:03 PM »





สิ่งดีในยามร้าย


ภัยพิบัติจากมหาอุทกภัยในปีนี้ครอบคลุมพื้นที่เป็นวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางสายน้ำไหลหลากเข้าท่วมแผ่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา สำหรับวงจรการดำเนินชีวิตในภาคการเกษตรนั้น จะมีผลดีอยู่บ้างจากการที่สายน้ำได้พัดพาเอาพิษภัยของสารเคมีตกค้างออกไปสู่ทะเลและสายน้ำใหม่ยังได้นำเอาสารอินทรีย์อันอุดมสมบูรณ์มาทิ้งไว้ในพื้นที่การเกษตรเป็นการทดแทน พร้อมทั้งความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำที่เร่งแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติและไหลหลากมาพร้อมกับสายน้ำ เพื่อให้ผู้คนจับเอามาเป็นอาหารและซื้อขายเลี้ยงชีพต่อไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการปรับตัวและพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสของผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่

ส่วนภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ได้รับความเสียหายมากมายมหาศาล ต้องเร่งฟื้นฟูและวางแผนงานป้องกันภัยพิบัติกันครั้งใหญ่ เชื่อว่าฝ่ายบริหารบ้านเมืองที่มีพื้นฐานมาจากนักลงทุนเป็นส่วนใหญ่ ย่อมเข้าใจและเร่งหาทางออกมาตรการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ อีกทั้ง โดยธรรมชาตินิสัยของนักลงทุนผู้ก่อร่างสร้างตัวมาจากความยากลำบาก มักจะมีความอดทนอดกลั้นต่อปัญหาที่เข้ามาท้าทายและรู้จักใช้กำลังสติปัญญาแก้ไขปัญหาได้ดีมากกว่าปุถุชนคนธรรมดา จึงเชื่อว่าทั้งภาครัฐและเอกชนจะร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคในครั้งนี้ได้
บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #55 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2011, 15:34:00 PM »





ฝนตกลงมา มีเสียงไพเราะ ดังเสียงเพลงขับ
กุฎีของเรามุงดีแล้ว มีประตูหน้าต่างมิดชิดดี
จิตของเราก็ตั้งมั่นดีแล้ว
ถ้าท่านปรารถนาจะตก ก็เชิญตกลงมาเถิดฝน.


- พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เล่ม 2 ภาค 3 ตอน 1 พระโคธิกเถรคาถา -


ในสมัยหนึ่ง ผู้เขียนได้เข้าอาศัยยังกุฏิปฏิบัติธรรมของอุบาสิกา ณ ท้องถิ่นแดนไกลในยามวัสสานฤดู พายุฝนได้โหมกระหน่ำ พร้อมเสียงคำรนคำรามของฟ้าแลบฟ้าร้องในค่ำคืนอันมืดมิด เงาตะคุ่มของหมู่แมกไม้ในป่าใหญ่โยกโอนเอนไปมาราวกับฝูงปีศาจที่เคลื่อนตัวอยู่ในความมืด เสียงกรีดกรายของกิ่งไผ่ที่ครูดถูไปมาบนหลังคายามเมื่อต้องสายลม ดุจดั่งมือของภูตผีปีศาจที่กวาดผ่านหลังคากุฏิ สร้างความขวัญพองสยองเกล้าให้เกิดแก่ผู้คน

พระคาถาของพระเถระดังกล่าวข้างต้น มักจะผุดขึ้นมาในจิตของผู้เขียนในยามวิกฤติ เพื่อใช้เป็นเครื่องอยู่เครื่องอาศัยและใคร่ครวญแก่นสารอรรถธรรมในพระคาถาบทนั้น ขยายความอุปมาอุปไมยได้ว่า เมื่อครั้งพุทธกาลในชมพูทวีป กุฏิที่พระโคธิกเถระได้อาศัยใช้เป็นเครื่องมุงบังในยามฝนตก เปรียบดั่งจิตที่ตั้งมั่นในสัจธรรม รู้แจ้งเห็นจริงในพระไตรลักษณ์อันประกอบด้วยธรรมะ 3 ลักษณะคือ อนิจจัง หรือ ความไม่เที่ยงแท้แน่นอนของวัตถุธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีการเกิดดับหมุนเวียนเปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา ทุกขัง หรือ ลักษณะที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้และมีการดับสลายบีบคั้นตลอดเวลา สุดท้ายคือ อนัตตา หรือ ลักษณะที่ไม่มีตัวไม่มีตนว่างเปล่าจากความเป็นตัวตน คนสัตว์ หรือวัตถุสิ่งของสมมติต่างๆ อีกทั้ง ยังอยู่นอกเหนืออำนาจการควบคุม ยึดถือเอามาเป็นของตนมิได้

เมื่อผู้ปฏิบัติธรรมได้พิจารณาหลักพระไตรลักษณ์ด้วยความแยบคายเทียบเคียงวัตถุภายนอกกับภายใน หรือตัวตนเราเขา จนจิตยอมรับในสัจจะความจริง ย่อมคลายจากความยึดมั่นถือมั่น หรือความหวาดหวั่นพรั่นพรึงใดๆ ผู้ปฏิบัติธรรมย่อมได้รับความสุขเย็นกายเย็นใจตามอัตภาพ อรรถธรรมที่บังเกิดขึ้น ย่อมเปรียบเสมือนเครื่องมุงบัง มิให้ห่าสายฝนของกิเลสตัณหาความไม่รู้จริงเข้ามาทำร้ายจิตใจของเราได้ ในส่วนของผู้เขียนที่ไหวหวั่นพรั่นพรึงต่อพายุฝนในค่ำคืนอันมืดมิด จิตใจก็สงบระงับสามารถผ่านวันคืนอันสยดสยองมาได้และมักจะใช้พระคาถาดังกล่าวนี้เป็นเครื่องอยู่เครื่องอาศัยตราบถึงปัจจุบัน

ในยามบ้านเมืองประสบภัยพิบัติจากอุทกภัยธรรมชาติในครั้งนี้ ผู้คนและมวลสรรพสัตว์มากมายมหาศาล ล้วนแต่ตกอยู่ในวัฏฏจักรแห่งไตรลักษณะอันเป็นสภาพข้อเท็จจริงที่หลีกเลี่ยงมิได้ของสกลจักรวาลนี้ แม้ว่า เราจะอยู่ในเพศฆราวาสครอบครองทรัพย์สมบัติอันเป็นเครื่องใช้ไม้สอยชั่วครู่ชั่วยาม ในขณะดำรงชีวิตอยู่ก็รู้จักแสวงหาและบำรุงรักษาตามกำลังความสามารถ แต่เมื่อวัตถุธาตุเสื่อมสลายไปตามเหตุปัจจัย ผู้ได้ชื่อว่ามีธรรมย่อมเข้าใจและยอมรับสัจธรรมนั้น ด้วยเหตุว่าสมบัติวัตถุธาตุทั้งหลายในโลกนี้ล้วนแต่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันนำมาใช้ชั่วครู่ชั่วยาม ท้ายที่สุด ก็ล้มหายตายจากกันไป

ถ้าได้พิจารณาใคร่ครวญสัจจะความจริงอย่างแยบคายด้วยตนเองแล้ว ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้เข้าถึงธรรม ยึดถือเอาธรรมเป็นสรณะที่พึ่งตามเยี่ยงอย่างของพระเถรเจ้าผู้บริสุทธิ์บริบูรณ์ทั้งหลาย ความทุกข์กายจากพิษภัยน้ำท่วมจะไม่สามารถเข้าทำลายถึงจิตใจของผู้มีอรรถมีธรรมนั้นได้เลย

บันทึกการเข้า
JumJim
Sr. Member
****
กระทู้: 652


ดูรายละเอียด
« ตอบ #56 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2011, 15:35:52 PM »



- จบบริบูรณ์ -


บันทึกการเข้า
atm
Hero Member
*****
กระทู้: 1562



ดูรายละเอียด
« ตอบ #57 เมื่อ: 07 พฤศจิกายน 2011, 17:40:44 PM »

ขอบคุณครับ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
คนภูเรือ
Sr. Member
****
กระทู้: 847

สวัสดีครับมิตรสหาย.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #58 เมื่อ: 19 พฤศจิกายน 2011, 12:43:04 PM »

ป้านิต คุณครู นักเรียน หลังน้ำแห้ง งานต้องหนักมากเลย
สู้ๆครับ ชั่วโมงนี้รับกันทั่วหน้า
ขอบคุณป้าจุ๋มจิ๋ม ส่งข่าวมาให้อ่านกัน
บ้านญาติในเกาะเมืองก็มิดหัวเช่นกัน ไปรับมาอยู่กรุงเทพอาทิตย์เดียว
ท่านบ่นอยากกลับไปดูบ้าน ทั้งๆที่น้ำก็ยังหน้าอก ผู้สูงอายุครับห่วงบ้านตามประสาท่าน
ยิ้มสู้ท่ามกลางเหงื่อเม็ดโป้งเต็มหน้าครับ
บันทึกการเข้า

ก้าวไปข้างหน้าเพื่อประเทศชาติ
หน้า: 1 2 3 [4]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!