บ้านตุลาไทย
23 พฤศจิกายน 2017, 22:04:29 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 38   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นักเดินทาง..  (อ่าน 224991 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 16 กันยายน 2006, 12:55:43 PM »

อธิบายผังโครงสร้าง

๑) แสดงผังโครงสร้างกลอนหก ความยาว ๒ บท
๒) กลอน ๑ บท มี ๒ คำกลอน หรือ ๔ วรรค
๓) กลอน ๑ บาท มี ๖ คำ
๔) เส้นโยงภายในวรรค เรียกว่าสัมผัสใน ส่วนเส้นโยงคำท้ายวรรค เรียกว่า สัมผัสนอก
๕) กลอนยาว ๒ บทขึ้นไป ต้องเชื่อม สัมผัสท้ายวรรคที่๔ไปยังคำท้ายวรรคที่ ๒  ของบทถัดไปเสมอ
๖) การเขียนกลอนหกให้ไพเราะ ต้องเพิ่มสัมผัสในระหว่างคำที่ ๒ กับ ๓ อีก ๑ คู่  จากสัมผัสบังคับปกติ      ระหว่างคำที่ ๔ กับ ๕ สัมผัสในคู่แรกนี้จะเป็นสัมผัสสระหรือพยัญชนะก็ได้ไม่บังคับซึ่งต่างจากกลอนสุภาพ ที่ต้องเป็นสัมผัสสระเท่านั้น


ลิ้งที่เกี่ยวข้อง

http://www.google.com/search?q=cache:ZBcXDqUkhi4J:202.183.216.176/thai/poem/g6.htm+%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%81&hl=th&ct=clnk&cd=5
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2006, 13:06:20 PM โดย ดอกดินสยาม » บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 16 กันยายน 2006, 14:26:42 PM »

การแต่งบทร้อยกรอง(กลอนแปด) 


               
             บทกลอน   นับเป็นบทร้อยกรองไทย ที่เป็นที่นิยมแพร่หลาย
มากกว่าบทร้อยกรองชนิดอื่น   อาจเป็นเพราะความอ่านง่ายแต่งง่าย
           อย่างไรก็ตาม การจัดประเภทของกลอน ยังไม่เป็นที่ยุติ นัก
วิชาการผู้เขียนตำรา เกี่ยวกับร้อยกรองไทย ก็แบ่งประเภทแตกต่าง
กันไป ตามความคิดเห็นของตนเอง
           สำหรับผู้เขียนขอแบ่งเป็น ๔ ประเภทหลัก ๆ  เนื่องจากกลอน
มีความหลากหลายมาก ในหัวข้อที่ ๔ จึงตั้งชื่อให้คลุม ๆ ไว้  หาก
ท่านสนใจกลอนประเภทไหน ก็คลิกเข้าไปดูรายละเอียดได้ ตาม
สารบัญด้านซ้ายมือ
           ในหน้านี้ขออนุญาตให้รายละเอียด ของกลอนแต่ละประเภท
ในเบื้องต้นดังนี้
           กลอนแปด    ... กลอนที่เป็นต้นแบบของกลอนทั้งหลาย คือ
กลอนแปด ซึ่งมีผู้เรียกว่ากลอนสุภาพ (เพราะไม่บังคับเอก-โท)
บ้าง  กลอนตลาด (เพราะใช้คำง่าย ๆ คนส่วนใหญ่ฟังได้) บ้าง การ
จำแนกชนิดของกลอนแปด มักจำแนกโดยถือเอาการนำไปใช้
เช่นเมื่อแต่งเป็นบทร้องสำหรับวงมโหรี   ก็เรียกว่าบทมโหรี ถ้านำ
ไปแต่งนิราศ ก็เรียกว่ากลอนนิราศเป็นต้น ... /ผศ.อัมพร   สุขเกษม
: ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับร้อยกรองไทย





เสียงวรรณยุกต์ท้ายวรรค



พยางค์ท้ายวรรคที่ ๒
 นิยมเสียงจัตวา เอก และโท 
พยางค์ท้ายวรรค ๓ และ ๔ นิยมเสียงสามัญ และตรี ไม่นิยมเสียง จัตวา เอก และโท


 
 ลิ้งที่เกี่ยวข้อง

http://www.google.com/search?q=cache:8u94w7SHH5QJ:www.school.net.th/library/create-web/10000/literature/10000-8653.html+%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%94&hl=th&ct=clnk&cd=5
   


  http://www.google.com/search?q=cache:tDX5J0XSmWkJ:www.geocities.com/poetichome/klon_p4.htm+%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%94&hl=th&ct=clnk&cd=1
 



http://www.google.com/search?q=cache:EHz2aL7EZvMJ:www.st.ac.th/bhatips/glon.htm+%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%94&hl=th&ct=clnk&cd=14
 

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2006, 15:02:45 PM โดย ดอกดินสยาม » บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 18 กันยายน 2006, 09:36:05 AM »

 

คัดจาก: หลักภาษาไทย ของ กำชัย ทองหล่อ

 
   
--------------------------------------------------------------------------------

กาพย์ คือคำประพันธ์ชนิดหนึ่งซึ่งมีกำหนดคณะ พยางค์ และสัมผัส มีลักษณะคล้ายกับฉันท์ แต่ไม่นิยม ครุ ลหุ เหมือนกับฉันท์

กาพย์ แปลตามรูปศัพท์ว่า เหล่ากอแห่งกวี หรือ ประกอบด้วย คุณแห่งกวี หรือ คำที่กวี ได้ร้อยกรองไว้
กาพย์มาจากคำว่า กาวฺย หรือ กาพฺย และคำ กาวฺย หรือ กาพฺย มาจากคำ กวี กวีออกมาจากคำเดิม ในภาษาบาลี และสันสกฤต กวิ แปลว่า ผู้คงแก่เรียน ผู้เฉลียวฉลาด ผู้มีปัญญาเปรื่องปราด ผู้ประพันธ์กาพย์กลอน และแปลอย่างอื่น ได้อีก
คำ กวิ หรือ กวี มาจากรากศัพท์เดิม คือ กุธาตุ แปลว่า เสียง ว่าทำให้เกิดเสียง ว่าร้อง ว่าร้องระงม ว่าคราง ว่าร้องเหมือนเสียงนก หรือเสียงแมลงผึ้ง

กาพย์ ตามความหมายเดิม มีความหมายกว้างกว่าที่เข้าใจกัน ในภาษาไทย คือ บรรดาบทนิพนธ์ ที่กวีได้ ร้อยกรองขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โคลง ฉันท์ กาพย์ หรือ ร่าย นับว่าเป็นกาพย์ ทั้งนั้น แต่ไทยเรา หมายความ แคบ หรือหมายความถึง คำประพันธ์ชนิดหนึ่ง ของกวีเท่านั้น

กาพย์มีลักษณะผิดกับกลอนธรรมดา คือ


๑. วางคณะ พยางค์ และสัมผัสคล้ายกับฉันท์
๒. ใช้แต่งปนกับฉันท์ได้ และคงเรียกว่า "คำฉันท์" เหมือนกัน
กาพย์ที่นิยมใช้อยู่ในภาษาไทย มี ๕ ชนิด คือ


๑. กาพย์ยานี
๒. กาพย์ฉบัง
๓. กาพย์สุรางคนางค์
๔. กาพย์ห่อโคลง
๕. กาพย์ขับไม้ห่อโคลง
กาพย์ ๓ ชนิดข้างต้น ใช้เทียบเคียง แต่งปนไปกับฉันท์ได้ และเพราะเหตุที่ มีลักษณะคล้ายกับฉันท์ และแต่งปนไปกับฉันท์ได้ จึงเรียกว่า คำฉันท์ด้วย



--------------------------------------------------------------------------------
๑. กาพย์ยานี ๑๑ kaapyaanii 11





 
ตัวอย่าง:   






 
 
ตัวอย่าง:   



ลิ้งที่เกี่ยวข้อง

http://www.google.com/search?q=cache:6OF4IAIv5sAJ:thaiarc.tu.ac.th/poetry/kaap/index.html+%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5+11&hl=th&ct=clnk&cd=6
 



http://www.google.com/search?q=cache:phx0GZb5-IkJ:www.st.ac.th/bhatips/gabpglon11.htm+%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5+11&hl=th&ct=clnk&cd=1
 


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 กันยายน 2006, 09:55:48 AM โดย ดอกดินสยาม » บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
green terminal
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #18 เมื่อ: 19 กันยายน 2006, 09:22:42 AM »

บันทึกการเข้า
green terminal
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #19 เมื่อ: 19 กันยายน 2006, 09:24:57 AM »

บันทึกการเข้า
green terminal
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #20 เมื่อ: 19 กันยายน 2006, 09:26:14 AM »

บันทึกการเข้า
นักเดินทาง
Newbie
*
กระทู้: 95



ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: 19 กันยายน 2006, 22:03:58 PM »

    .
                   กับกองงานที่หนักอึ้งอยู่ตรงหน้า
                   หมุนเก้าอี้กลับ
                   มองไปนอกหน้าต่าง
                   ที่ราบสูง
                   ฟ้าหม่นมัว
                   ไม่มีดาว

                   ลมเย็นแทรกเข้ามาตรงช่องหน้าต่าง
                   ฤดูหนาวกำลังจะมาอีกแล้วสินะ
                   คิดถึงวงปีของต้นไม้
                   กับหนึ่งขวบปีของชีวิต

                   ฤดูหนาวอันแสนหวาน
                   หมอกจะมัวเพื่อบังทาง
                   น้ำค้างจะหยด..เมื่อยินเสียงกีต้าร์กรีด
                   กลางขุนเขายามค่ำคืน

                   ใบสนจะร่วงรอ....
                   เพื่อปูทางให้เราเดิน
                   เมเปิลจะแดงเจิดจ้า แต่งแต้มแซมผืนป่า
                   
                   ....รอเหล่านักเดินทาง....

                   
                   
                   

บันทึกการเข้า

"..ถัดไปอีกเป็นเทือกเขาเยว่ลู่ซาน  ซึ่งมีต้นเมเปิลขึ้นแน่นขนัด,
พอต้องน้ำค้างแข็งจับ ใบสีเขียวก็กลายเป็นสีแดงดาษไปทั้งภูเขา.."
                                                -กาพย์กลอนเหมาเจ๋อตุง-
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 20 กันยายน 2006, 10:39:40 AM »



พรรณไม้นานาพันธุ์
หลากสีสรรดูงามตา
เติบโตขึ้นในป่าเขา
ผ่านวันคืนและวันเวลา

วันนี้สิ่งที่รอคอยได้เกิดขึ้น
แม้จะเป็นสิ่งที่ไม่อยากให้เกิด
แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง
ที่ต้องการตัวชี้ขาด
สังคมก็ต้องกลับมายืน ณ จุดเก่า
ที่อาจจะสูงกว่าเดิม
มีพัฒนาการที่ดีกว่าเดิม

อะไรคือประชาธิปไตยที่กินได้
เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบมาช้านาน
การเริ่มต้นใหม่กำลังจะเริ่มต้น
ภารกิจที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า
เป็นสิ่งที่ประชาชนที่มีจิตสำนึก
แห่งการต่อสู้ในหัวใจ
จะต้องเข้าไปช่วยกันสานต่อ
เพื่อคนรุ่นลูกหลาน
เพื่ออนุชนคนรุ่นหลัง
ที่จะมีทางเดินชีวิต
ที่เปิดกว้างและสร้างสรรค์

วันคืนอันแสนสุขอาจผ่านไปชั่วพริบตา
สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นท่ามกลางความเจ็บปวด
หรือนี่คงเป็นลิขิตแห่งสรวงสวรรค์!!


ลิ้งค์เพลงกุหลาบปากซัน--เวอชั่น  แอ๊ด  คาราบาว...คลิก-->   http://mms.hunsa.com/getlink.php?sid=1408
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 กันยายน 2006, 22:02:52 PM โดย ดอกดินสยาม » บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
นักเดินทาง
Newbie
*
กระทู้: 95



ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: 23 กันยายน 2006, 01:44:19 AM »

               
                           
                           อีกค่ำคืนที่เหนื่อยล้า
                           ฟ้ายังคงหม่น
                           ดาวเร้นหลบ
                           เดือนเล่า..แอบเศร้าอยู่หรือไร?

                           บทเพลงยังคงบรรเลงซ้ำๆ
                           ความคิดคำนึงโบยบินไปแสนไกล
                           พาหัวใจเดินทาง......

                           ใจเดินทาง..............                       
                           ไปตามทางที่ใจอยากไป

                           


                           
                           
                           
                         
บันทึกการเข้า

"..ถัดไปอีกเป็นเทือกเขาเยว่ลู่ซาน  ซึ่งมีต้นเมเปิลขึ้นแน่นขนัด,
พอต้องน้ำค้างแข็งจับ ใบสีเขียวก็กลายเป็นสีแดงดาษไปทั้งภูเขา.."
                                                -กาพย์กลอนเหมาเจ๋อตุง-
ดอกดินสยาม
Hero Member
*****
กระทู้: 5984


เมื่อมวลชนตื่นรู้ ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น !


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 23 กันยายน 2006, 16:49:29 PM »



มองสายน้ำแล้วกลับมามองใจตน
ชีวิตยามนี้กับทางที่เลือกเดิน
หลายครั้งมนุษย์ก็ต้องกลับมาถามตัวเองอยู่เรื่อย ๆ
ถึงการมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร?
หลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านมาบอกว่า
การอุทิศให้ทำไมจึงต้องผ่านความเจ็บปวด
ผลของการแพ้สงครามมันมีผลต่อชีวิตผู้คนอย่างไร?
อะไรคือชัยชนะ  อะไรคือพ่ายแพ้
มันเป็นด้านสองด้านของความขัดแย้งที่จะต่อสู้กันตลอดเวลา
ทำไมคนเราต้องติดยึดเล่า

หากในระหว่างการเดินทาง
เมื่อใจบอกกับตัวเองว่าต้องสู้ต่อ
ก็ต้องพร้อมที่จะเดินหน้า
ไม่ว่าทางข้างหน้าจะพานพบกับอะไรบ้าง
เวลาที่เหลืออยู่คือสิ่งที่มีคุณค่าที่สุด
ทำเวลาในปัจจุบันให้ดี
แล้วผลที่ตามมาอาจจะได้รับมากกว่าที่เราคิด

การหยุดนิ่งคือความตายของชีวิต
ชีวิตที่เราจะเป็นคนนิยามมันด้วยตัวของเราเอง!!
 

.....................................................................

ฟังเพลง  "นึกเสียว่าสงสาร"  อ้อย  วงกะท้อน  --->คลิก  http://mms.hunsa.com/getlink.php?sid=5524

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 กันยายน 2006, 17:04:57 PM โดย ดอกดินสยาม » บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตยที่แท้จริง,สังคมสวัสดิการ
ผลึกองค์ความรู้สังคมการเมืองใหม่
มาจากการรวมกลุ่มของคนเล็กคนน้อย
เส้นทางใหม่ของกลุ่มผลประโยชน์-พรรคมวลชน
 

http://www.oknation.net/blog/powerofidea
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=balanceofsociety
นักเดินทาง
Newbie
*
กระทู้: 95



ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: 24 กันยายน 2006, 14:59:37 PM »

         
                   

                   หญิงสาว..นักเดินทางผู้ว้าเหว่   
                   กล่อมเห่หัวใจด้วยความฝัน

                   ชิมลมชมดาวเคล้า(น้ำจัณฑ์)จันทร์   
                   จนตะวันแย้มฟ้ามาไกลไกล

                   กลางทะเล มีทะเลไม่เหว่ว้า
                   ข้างกายามีมิตรที่ชิดใกล้

                   แม้ทะเลโหมกระพืออึงอื้อไป
                   โธ่ ! จะเหงาทำไมล่ะคนดี

                   .............
                   เขียนให้เพื่อนในบ้านเก่า
                   โพสต์ใหม่ ในวันเหงาซะเอง

บันทึกการเข้า

"..ถัดไปอีกเป็นเทือกเขาเยว่ลู่ซาน  ซึ่งมีต้นเมเปิลขึ้นแน่นขนัด,
พอต้องน้ำค้างแข็งจับ ใบสีเขียวก็กลายเป็นสีแดงดาษไปทั้งภูเขา.."
                                                -กาพย์กลอนเหมาเจ๋อตุง-
unred
Jr. Member
**
กระทู้: 159


ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: 24 กันยายน 2006, 17:44:52 PM »

อ่านเจอที่ไหนจำไม่ได้ "รูปเป็นรูปน้ำค้างบนใบไม้ที่สวยงามรูปหนี่ง"เสียดายที่ส่งจากHDD มาในเวบไม่ได้
แต่ชอบข้อความมากครับ

 ….. ….ภาพอดีตบางอย่างวูบเข้าสู่ความทรงจำ.....แจ่มชัด

   …   สิ่งดีๆบางสิ่ง  คนงามๆ บางคน… คล้ายดังหยดน้ำใส…ยามต้องแสงตะวันอ่อน… สวยงามเพียงใด  ดีงามแค่ไหน… ประทับใจมากมายเท่าไร…. เรามีสิทธิ์ได้  ก็เพียงแค่เฝ้ามอง…..

   ….   ไม่กล้าคิดแม้แต่จะแค่เอื้อมมือเข้าไปใกล้ๆ….  กลัวว่าจะไปสั่นไหว  จนทำให้คนดีๆ และสิ่งดีๆนั้น มลายหายไป….และอาจเก็บไว้ได้  แค่ในความทรงจำ….

            แดดทอแสงแรงขึ้นเรื่อยๆ.... หยดน้ำบนใบไม้แสนสวยก็ล้วนสลายไปจากนัยน์ตา..  แต่ทว่าภาพความงามยังติดใจ....
 ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้


บันทึกการเข้า
arunprapa_w
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #27 เมื่อ: 25 กันยายน 2006, 00:28:15 AM »

.
  งดงามค่ะลุงunred
 
  " ประทับใจมากมายเท่าไร…. เรามีสิทธิ์ได้  ก็เพียงแค่เฝ้ามอง….."   ร้องไห้



บันทึกการเข้า
unred
Jr. Member
**
กระทู้: 159


ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: 25 กันยายน 2006, 20:50:09 PM »

มันเป็นเช่นนั้นจริงๆครับ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้
บันทึกการเข้า
arunprapa_w
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #29 เมื่อ: 26 กันยายน 2006, 02:19:57 AM »

.

                    นักเดินทางชีวิต

                    ถนนชีวิต..ยาวไกล
                    แต่ละก้าว ก้าวไป เพื่อเรียนรู้
                    โลก..เพื่อนมนุษย์ และตัวเอง

                   
                     ถนนชีวิต..
                     นำบางคนมาให้รัก
                     บางคน..เพื่อบูชา
                     และบางคน...เพื่อปลอบโยน


                     แต่..
                     สำหรับบางคน
                     การได้รู้จักแม้เพียงครั้งเดียว

                     เป็นความผิดพลาด


               
   

                                     บันทึกไว้ในคืนฟ้านิ่ง.

 
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 38   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!