บ้านตุลาไทย
20 พฤศจิกายน 2017, 22:22:06 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประชาสัมพันธ์ งานไถ่ชีวิต วัว – ควาย ประจำปี ๒๕๕๕ ปีที่ ๒๑  (อ่าน 1948 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
prasri2552
Newbie
*
กระทู้: 16


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 27 ธันวาคม 2011, 23:55:11 PM »

“กองธรรมพระศรีอารย์  กองธรรมนำสุข  พ้นทุกข์นิพพานัง”
ประชาสัมพันธ์ งานไถ่ชีวิต วัว – ควาย ประจำปี ๒๕๕๕ ปีที่ ๒๑
ณ จังหวัดนครพนม  อ.บ้านแพง ต.นาเข (หมู่ ๒) อ.นาหว้า อ.นาทม อ.โพนสวรรค์
 วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕


   กองธรรมพระศรีอาร์ยฯขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมในการช่วยชีวิตวัว-ควายที่จะถูกฆ่าจากโรงฆ่าสัตว์  เพื่อมอบให้เกษตรกรในเขต จังหวัดนครพนม

   ในปีที่ผ่านมาคือ ปี ๒๕๕๔ เราก็ถือว่าเป็นปีที่เรียกว่า “ข้าวยากหมากแพง” ผู้คนทุกข์ยากลำบาก แต่ทันทีที่ได้รัฐบาลใหม่ กลับเกิดอุทุกภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย  เรียกได้ว่าทุกคนไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น  ความทุกข์ทรมานสาดซ้ำลงบนผู้คนทั้งแผ่นดินหนักขึ้นอีก  ไม่เพียงแต่มนุษย์ที่เดือดร้อนแสนเข็ญกับมหาอุทกภัยครั้งนี้  บรรดาสัตว์ต่างๆ ทั้งช้าง ม้า วัว ควาย สุนัข เป็ด ไก่ ต่างก็ได้รับผลจากเหตุการณ์นี้เช่นกัน  ผมยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เกิดความลังเลใจว่า ในปี ๒๕๕๕ นี้จะดำเนินการไถ่ชีวิตนี้ต่อไปหรือไม่?

   แต่เมื่อเวลาผ่านไป  น้ำเริ่มยุบลง  เหตุการณ์เริ่มเข้าสู่สภาพปกติ  มีผู้มีจิตศรัทธาทั้งเก่าและใหม่ ทั้งที่เคยทำบุญและสนใจที่จะร่วมทำบุญ  ได้โทรศัพท์เข้ามาสอบถามเป็นระยะ  บางท่านโอนเงินเข้ามาเลย  เพราะเคยทำกันทุกปี  ผมจึงหมดความลังเลและตัดสินใจที่จะดำเนินการต่อไป

   และก็ด้วยเหตุผลที่เคยกล่าวไว้กับท่านในปีที่ผ่านมาว่า  เราไม่เคยตั้งเป้าว่าปีหนึ่งจะได้เงินบริจาคเท่าใด?  ต้องช่วยชีวิตได้กี่ตัว?  ดังนั้นใครที่ต้องการจะทำก็จะได้ทำต่อไป ใครมีน้อยก็ทำน้อย  หรือร่วมอนุโมทนาไป  เพราะชีวิตที่กำลังจะถูกเชือดคอ  และจะรอด กำลังรอความเมตตาอยู่ เพียงแค่หนึ่งชีวิตก็ไม่มีอะไรเปรียบแล้ว  หากช่วยให้รอดได้จริง

   ดังนั้นทันทีที่น้ำเริ่มลดลง วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ เช้ามืดผมเดินทางออกจากกรุงเทพฯมุ่งสู่อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เพื่อไปตรวจสภาพความเป็นอยู่ของวัวควาย ทั้ง ๑๐ กว่าโรงเรียน ๖ อำเภอของจังหวัดนครพนม และหมู่ ๒ ตำบลนาเข อำเภอบ้านแพง ว่าภายหลังน้ำท่วมเขาอยู่กันอย่างไร

   การเข้าไปสำรวจติดตามโรงเรียนต่างๆ ทำให้ได้เห็นปัญหาที่คาราคาซังอยู่ บางโรงเรียนผู้บริหารย้ายไป คนใหม่ไม่มีนโยบาย หรือครูที่ดูแลรับผิดชอบเกษียณ  บางโรงเรียนมีแต่ตัวเมียไม่มีตัวผู้ผสมพันธุ์  บางโรงเรียนหญ้าไม่พอเป็นอาหาร  บางโรงเรียนขาดเงินสนับสนุนทำคอกเพิ่ม เป็นต้น ซึ่งจำเป็นต้องเข้าไปช่วยคิดและร่วมแก้ปัญหา  ทั้งโรงเรียนและชาวบ้าน  ซึ่งทุกปัญหาต้องมีทางออก  หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน  การติดตามผลและมีส่วนร่วมในการรับรู้และแก้ปัญหามีความสำคัญยิ่ง  เพราะหากปัญหาหนักเกินไป จะรู้สึกโดดเดี่ยว  ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนหรือชาวบ้าน  วันหนึ่งเขาก็ต้องตัดสินใจขายทิ้งแน่นอน  ซึ่งนั่นก็คือการส่งกลับเข้าโรงฆ่าสัตว์นั่นเอง

   ผมจึงพูดอยู่เสมอว่าการติดตามดูแลเท่านั้นที่จะช่วยให้มีชีวิตรอดจริง  และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควร  เช่นการรักษาพยาบาลเมื่อมีการเจ็บป่วย  การเน้นที่ต้องมีคอกที่ถาวร  ชาวบ้านบางคนเลี้ยงโดยไม่มีคอกที่ถาวร  ปล่อยตากแดดตากฝน นอนกับโคลนตมลึกถึงเข่า  เห็นแล้วเป็นที่น่าเวทนามาก  จิตมนุษย์มันหยาบละเอียดไม่เท่ากัน  เหมือนกันก็แต่เพียงรูปร่าง  บางคนวัวควายเจ็บป่วยไม่ยอมรักษา ปล่อยตามยถากรรม  เมื่อเราเข้าไปดูแลสิ่งเหล่านี้ หากเกิดขึ้นก็น้อยมาก

ดังนั้นการไถ่ชีวิตวัวควายนั้น มีภาระอันใหญ่ที่รอคอยอยู่  ไม่มีวันจบสิ้น  มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นตามจำนวนวัวควาย

   ในปีนี้ ท่านจะเห็นอำเภอหลายอำเภอโผล่ขึ้นมาอีกหลังจากหายไป 2 ปี  อันนี้ คือเหตุอันเนื่องมาจากปัญหาของโรงเรียนต่างๆนั่นเอง

สำหรับหลักเกณฑ์คร่าวๆที่กองธรรมพระศรีอารย์ฯได้ปฏิบัติมาตลอดของการไถ่ชีวิต คือ
1.   มอบวัวควายให้เฉพาะชาวบ้านที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้ใหญ่บ้าน  ครู  ชุมชน  ในเรื่องความพร้อม และ ความซื่อสัตย์
2.   ฝังไมโครชิฟ ซึ่งมีตัวเลขประมาณ 10 หลักที่ใต้ผิวหนัง ลำคอด้านซ้ายวัวควายทุกตัว  ทำประวัติวัวควายแต่ละตัว  ใครเป็นผู้รับ  เมื่อไร  พร้อมกำหนดเงื่อนไขไว้ในสัญญาว่า  ผู้รับต้องเลี้ยงดูตัวที่ได้รับมอบไปพร้อมลูกตัวแรก จนตลอดชีวิต ห้ามฆ่า ห้ามขาย  ส่วนตัวที่ 2 เป็นต้นไป เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เลี้ยง  หากมีการตายต้องแจ้งให้สัตวแพทย์ไปชันสูตรถ่ายรูปเป็นหลักฐาน
3.   ผมในนามของกองธรรมพระศรีอารย์ฯ หรือตัวแทนผู้บริจาคจะมีการตรวจเยี่ยมทุก 3-4 เดือน เพื่อตรวจสอบและดูสภาพความเป็นอยู่  ส่วนในด้านของโรงเรียนต่างๆจะประสานกับสำนักงานเขตศึกษา 2 อ.ศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ออกตรวจเยี่ยมด้สยกัน ส่วนด้านหมู่บ้าน ผมตรวจเยี่ยมร่วมกับผู้ใหญ่บ้านและสัตวแพทย์อาสา

ในปีนี้จะได้มีการแจกทุนการศึกษา แจกโครงการอาหารกลางวัน และเข้าสนับสนุนโรงเรียนที่ไม่เข้มแข็งให้สามารถดูแลวัวควายต่อไป พร้อมทั้งสนับสนุนโรงเรียนที่สามารถต่อยอดโครงการวัว ควายได้

“ท่านทั้งหลายชีวิตนั้นแสนสั้น  เราเดินเข้าหาความตายทุกวัน  วันหนึ่งความตายจะมาถึงอย่างแน่นอน ท่านเคยคิดนึกบ้างไหมว่า  สิ่งที่ท่านมีอยู่จะมากน้อยไม่ว่าจะเป็นวัตถุสิ่งของ หรือคนที่ท่านรัก เกลียด  ท่านจะเอาติดตัวไปได้ไหม? เราจะต้องทอดทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง  จะอยากเอาไปหรือไม่อยากเอาไป  เอาไปได้ด้วยแน่นอนคือ ดี กับ ชั่ว

ความตายคืออะไร?  ความตายคือการเริ่มต้นการเดินทางอีกครั้ง  ชีวิตไม่ใช่มีแต่เพียงโลกมนุษย์เท่านั้น  ชีวิตหลังความตายก็มีน๊ะท่าน  ดังนั้น โลกนี้คือโลกที่เรามาเยือน  และต้องจากไปแน่นอน ไปสู่โลกอื่น

โลกนี้ คือ โลกแห่งการเรียนรู้
โลกนี้ คือ โลกแห่งการบำเพ็ญ
โลกนี้ คือ โลกแห่งการตรัสรู้

และที่สำคัญที่สุด โลกนี้ คือ โลกสมมุติ  รวย หรือ จน เขาดูกันตอนตายแล้วครับท่าน! รวยแค่ไหนตายแล้วก็ต้องทิ้งหมด  หอบไปไม่ได้  แม้จะไม่ร่ำรวย แต่ตลอดชีวิต เต็มไปด้วยการให้  เมื่อท่านเข้าสู่โลกวิญญาณจะได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ  สูงศักดิ์ ร่ำรวยล้นฟ้า  หากสร้างแต่ความชั่ว เมื่อเข้าสู่โลกวิญญาณ  สิ่งสมมุติที่มีอยู่ในโลกมนุษย์ จะไม่มีความหมายใดๆ  โลกวิญญาณ ไม่มียศศักดิ์  ไม่มีพรรคพวก  มีอย่างเดียว ดี หรือ ชัว  โลกวิญญาณ คือ โลกที่เป็นจริง  เพราะเป็นโลกที่สัตย์ซื่อ ตรงไปตรงมา  ไม่ละเว้นผู้ใด เป็นโลกที่รับผลแต่เพียงฝ่ายเดียว  และมีมิติเวลาที่ยาวนาน

การได้ชาติมนุษย์ ถือเป็นการได้ชาติที่ประเสริฐ  เพราะเป็นชาติแห่งโอกาส  ใครมีปัญญาก็เร่งฉกฉวยเอาเถิดว่า  สิ่งใดเป็นคุณ  สิ่งใดเป็นโทษ  สิ่งใดมีสาระ  สิ่งใดไร้สาระ  สิ่งใดเป็นของหยิบยืมชั่วคราว  สิ่งใดเป็นอมตะ

 ในท้ายสุด ขอตั้งจิตอธิษฐานว่า  “บุญใด กุศลใด อันเกิดจากการไถ่ชีวิตสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้  ขอทุกท่านที่มีส่วนร่วม  มากก็ดีน้อยก็ดี  โดยทางหนึ่งทางใดก็ดี  เป็นมนุษย์ก็ดี เป็นเทพยดาก็ดี  หรือแม้เพียงมีจิตอนุโมทนาก็ดี  บุญกุศลนั้นจงสนองท่านโดยพลัน  และเป็นเหตุปัจจัยให้ท่านทั้งหลายได้ข้ามพ้นกองทุกข์ในปัจจุบันกาลโดยเร็ว  หากความเกิดยังมีอยู่เพียงใด  ขอให้เกิดทันศาสนาพระศรีอาริยเมตไตรย์ด้วยเทอญ”

การประชาสัมพันธ์จะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม 2554 เป็นต้นไป  และจะรวบรวมเงินเดือนมีนาคมเดินทางไปซื้อ ในวันที่ 27 มีนาคม 2555  ที่จังหวัดนครพนม  จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน

   ท่านใดต้องการปกป้องชีวิตจากการฆ่าปลดปล่อยพวกเขาสู่อิสรภาพให้มีชีวิตใหม่ที่มีความสุขและได้รับการดูแลตลอดไป  ร่วมบริจาคได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 27 มีนาคม 2555


โอนเข้าบัญชี   ธนาคารไทยพาณิชย์  สาขาอโศก  ประเภทบัญชีออมทรัพย์
      เลขที่บัญชี  032-2-58355-6
      ชื่อบัญชี  นายพงษ์ชัยทัศน์  วณิชย์กุล  เพื่อกองทุนพระศรีอริยเมตไตรย์
      โทร  0-2261-1313,  08-0613-3397
 
หรือ      ธนาคารกรุงศรีอยุธยา  สาขาสุขุมวิท 23  ประเภทบัญชีออมทรัพย์
      เลขที่บัญชี  204-1-19819-5
      ชื่อบัญชี  นายพงษ์ชัยทัศน์  วณิชย์กุล  เพื่อกองทุนพระศรีอริยเมตไตรย์
      โทร  0-2261-1313,  08-0613-3397
 
หรือ   สั่งจ่ายธนาณัติ นายพงษ์ชัยทัศน์  วณิชย์กุล 18/6 ซอยสุขุมวิท 23 
แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา  กรุงเทพฯ 10110  (ปณ. ประสานมิตรเท่านั้น)

   หลังจากการไถ่ชีวิตโค-กระบือ จะมีการรายงานผลถึงจำนวนวัว-ควาย ยอดเงินบริจาค ปัญหา  อุปสรรค และรายละเอียดค่าใช้จ่ายอีกครั้งเช่นที่ทำมาทุกปี

 “กองธรรมพระศรีอารย์  ปรารถนาให้โลกนี้มีความสุข”
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!