บ้านตุลาไทย
24 เมษายน 2018, 09:34:09 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิวัฒนาการสังคมแบบฝ่ายซ้ายถูกต้องจริงหรือ?  (อ่าน 14032 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2012, 17:36:31 PM »

เดิมจะตั้งว่า "วิวัฒนาการสังคมแบบมาร์กซ"  แต่ก็มีคนทักว่า  มาร์กซได้คิดอย่างนี้ไว้จริงหรือ ?

ก็เกิดความสังสัยขึ้นมาเหมือนกันว่าใครเป็นคนคิดเรื่องวิวัฒนการสังคมแบบนี้

ที่แน่ๆ  ก็สำนัก พคท.  ที่ลอกทฤษฎีมาจากจีน   เขียนกันไว้เป็นแบบนี้   จึงเป็นความคิดชี้นำฝ่ายซ้ายไทยมาทุกยุคทุกสมัย 

แต่ก่อนหน้านั้นสำนักจีนไปลอกมาจากสำนักโซเวียตหรือเปล่า  ก็จนด้วยเกล้า  ต้องขอให้ผู้อาวุโสนักทฤษฏีมาเล่าแจ้งแถลงไข

แต่ที่จำได้ตอนโรงเรียนการเมือง  บทที่ 1 ก็ต้องว่าด้วยเรื่องวิวัฒนาการสังคม  จากบุพกาล สู่ทาส สู่ศักดินา  แล้วก็ทุนนิยมและสังคมนิยม

จากนั้นก็เป็นแนวความคิดชี้นำว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว  ใครจะปฏิเสธหรือบอกต่างไปจากนี้ไม่ได้

ทั้งที่พอเรียนไปเรียนมา  พอถึงบทของพรรคจีน   วิวัฒนาการสังคมก็เลี้ยวเฉย  โดยทางจีนบอกว่าจีนไม่ต้องผ่านสังคมทุนนิยม  แต่สามารถสร้างทางลัดไปสู่สังคมนิยมได้เลย 

เวลานั้นก็ไม่ค่อยตะขิดตะขวงใจว่า อ้าว ทำไมมีข้อแม้เกิดขึ้นได้ล่ะ  ทำไมไม่ตรงเป๊ะอย่างนั้น

แต่พอมาถึงตรงนี้  กลับจะเอาบรรทัดฐานฐานวางไว้ให้ตรงเป๊ะ  ไปสู่สังคมนิยม  ต้องผ่านทุนนิยม  ต้องส่งเสริมทุนนิยมไทยให้แข็งแกร่งก่อน  ผิดไปจากนี้ไม่ได้

รวมความแล้ว  ความรู้วิวัฒนาการสังคมแบบนี้มันถูกต้องจริงหรือ ?   ก็เพราะมีคนเขียนแก้มาแล้ว  และทำผิดแผกมาแล้ว   อีกทั้งก็ไม่รู้ว่าแต่ต้นนั้นใครเป็นคนเขียนกันแน่  รู้แต่ว่าสอนกันมาแบบนี้

เท่านั้นยังไม่พอ  เร็วๆ นี้ยังมีการยกวิวัฒนาการสังคมแบบจิตร ภูมิศักดิ์ มาอ้างอิงอีก    นัยว่าเอาชื่อจิตรมาขู่คงทำให้คนสยบ 

ไม่ก็กลับดึงเอาท่านปรีดีมาเป็นบรรทัดฐาน  ทำยังกับว่าท่านปรีดีทำถูกทั้งหมด   

มาลองสังคายนากันสักตั้งไหมว่าเศรษฐศาสตร์การเมืองลัทธิมาร์กซที่ไม่รู้ว่าแรกสุดใครเป็นเจ้าของไอเดีย  วิวัฒนาการสังคมแบบที่ฝ่ายซ้ายได้รับสืบทอดกันมา เหล่านี้ถูกต้องจริงหรือ ?
บันทึกการเข้า
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2012, 20:20:00 PM »

ลุงแสนฯ เสนอปัญหาได้แหลมคมมากข้าพเจ้าก็สงสัยเช่นนั้น? สนับสนุนให้ศึกษาและถกเรื่องนี้อย่างกว้างขวางค่ะ
บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2012, 07:22:09 AM »

ความเห็นบางส่วนเห็นว่า

ถ้าเป็นเรื่องที่ผ่านมาได้แก่จากบุพกาลไปทาส  ทาสไปศักดินา  นั้นคงถูกต้อง  เพราะเป็นเรื่องที่ผ่านมาและมีข้อพิสูจน์ทางประวัติศาสตร์แล้ว

แต่หากเป็นเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันยังมีตัวแปรมากมาย

ยิ่งเป็นเรื่องพยากรณ์อนาคตแล้วโอกาสที่จะไม่ไปตามนั้นก็มีอยู่สูง

ดังนั้นจึงไม่ควรนำเรื่องของการคาดการณ์และพยากรณ์มาเป็นสรณะที่ผิดแผกจากนี้ไปไม่ได้
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์ 2012, 09:03:12 AM »

เคยลองทบทวนว่าสมัยเป็นหนุ่มไฟแรง  อะไรก็อยากปฏิวัติ  อะไรก็อยากเปลี่ยนแปลง  มีสิ่งไหนที่เข้าใจผิดไปอย่างแรงบ้าง

1. เผาวรรณคดี   เรื่องนี้นำโดยเลขาธิการศูนย์นักเรียนที่ตอนนี้เป็นศาสตราจารย์อยู่เมืองนอกเมืองนาและยังคอยพร่ำสอนเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงอยู่จนถึงทุกวันนี้   ศ.ธงชัย  วินิจจะกูลนั่นเอง  ดูเหมือนสมัยแรกๆ  ศ.คนนี้ก็ยังอยู่ในเว็บนี้  มีการโต้กันตั้งแต่ยังไม่มีเรื่องไล่ทักษิณเลยมั้ง    สุดท้ายเมื่อโต้ไม่ได้ก็เลยย้ายวิกไปอยู่ทางอื่น

2. ศาสนาเป็นยาเสพติด   นี่นำเสนอโดยท่านจิตร ภูมิศักดิ์   สมัยนั้นคนหนุ่มคนสาวฝ่ายซ้ายชอบมาก   แต่ก็ต้องล่าถอยเมื่อเอาไปพูดกับใครในสังคมแล้วไม่มีใครเห็นด้วยและเสียแนวร่วมเปล่าๆ   เรื่องนี้จึงซาไปไม่มีใครกล้าชูขึ้นมาเป็นเนื้อหาในการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงสังคม   และหันกลับไปใช้คำสอนทางศาสนาที่สอดคลัองกันขึ้นมาใช้แทน  คือหลีกเลี่ยงการประจัญหน้ากับศาสนาไปเสีย

3. กีร์ต้าเป็นอาวุธของทุนนิยมที่ใช้มอมเมาคนหนุ่มสาว  อันนี้นักทฤษฎีของพรรคค้นพบและนำมาบรรยายแถวสำนักเมืองน่านและเอ 30 อยู่ระยะหนึ่ง   นัยว่าเพื่อการปฏิวัติวัฒนธรรมในหมู่นักศึกษา ศิลปินที่มาจากในเมืองที่ล้วนแต่หอบหิ้วกีร์ต้ามากันทั้งนั้น   ผลก็คือม้วนเสื่อไปตามระเบียบ   

เหล่านี้ล้วนเป็นตัวอย่างของความสุดขั้วและไม่ศึกษาให้ดีก่อนทั้งนั้น
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์ 2012, 21:37:11 PM »

อย่างเรื่องของสังคม   ไม่ว่าประเทศไหน  สุดท้ายก็ไม่ได้ผ่านจากทุนนิยมไปสู่สังคมนิยม
คำพยากรณ์อย่างเช่นที่ว่าในเยอรมันบ้าง หรืออังกฤษบ้างจะเกิดการปฏิวัติสังคมนิยมก่อน  สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นตามนั้น  แม้แต่ในยุคสมัยของมาร์กซและเอลเกลล์
นั่นคือแม้แต่ในประเทศที่มีการขูดรีดชนชั้นกรรมกรอย่างอังกฤษในยุคนั้นก็ไม่เกิดการปฏิวัติสังคมนิยม
นั่นจึงไม่ต้องกล่าวถึงว่าหลังจากนั้นชนชั้นนายทุนก็ได้มีการปรับตัว  ให้สวัสดิการกับกรรมกรมากขึ้น  ชนชั้นกรรมกรฐานะดีขึ้น  ได้รับรัฐสวัสดิการดี  กระแสปฏิวัติสังคมนิยมก็อ่อนลงไป

ที่ไปสำเร็จในโซเวียตถ้าไม่ใช่เพราะสงครามที่พระเจ้าซาร์พาประเทศเข้าสู่ทำให้ประชาชนเกิดความแร้นแค้นไปทั่ว
เลนินก็ไม่อาจทำการปฏิวัติสำเร็จในเวลาไม่กี่ปีได้
การปฏิวัติในจีนสำเร็จก็เพราะผลพวงจากสงครามอีกเช่นกัน
เหล่านี้ล้วนแต่เป็นเงื่อนไขภายนอกที่ทำให้เกิดการปฏิวัติในสังคม  โดยติดยี่ห้อ "การปฏิวัติสังคมนิยม" เท่านั้น

แล้วเงื่อนไขเช่นนี้มีในประเทศไทยในขณะนี้หรือ ?
บันทึกการเข้า
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์ 2012, 07:18:00 AM »

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
รออ่านทุกวันค่ะ ลุงแสนฯ
บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์ 2012, 11:15:19 AM »

เคยถามนักวิชาการฝ่ายซ้ายเหมือนกันว่า  ถ้าเรารู้แน่ว่าสังคมจะพัฒนาไปแบบนั้น  เราควรจะเตรียมอนาคตของลูกหลานเราอย่างไร

เตรียมให้ทำงานบริษัท เป็นลูกจ้างบริษัทหรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นวิศวกรหัวหน้าคุมงานแต่เพียงอย่างเดียวดี

ที่ดินก็คงไม่ต้องเก็บกระมัง  รอตั้งราคาแพงๆ ให้พวกนายทุนใหญ่เขามาซื้อ    เตรียมอพยพไปอยู่ตามคอนโดต่างๆ ก็แล้วกัน

การเกษตรก็ไม่ต้องคิดเองทำเอง   ไปเข้ากลุ่มฟาร์มเกษตรของซีพีดีกว่า  จะเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู ปลูกข้าวโพด  เขาก็เอาพันธุ์มาให้แล้วก็รับซื้อถึงไร่ถึงสวน

ไม่ก็รับจ้างปลูกมันฝรั่งขายบริษัทเลย์  ได้กิโลละสองบาท 

ก็เมื่อนายทุนใหญ่จะต้องรุกเข้ามาควบคุมเราทุกอย่าง   เราต้านทานอะไรไม่ได้  ก็ปล่อยเลยตามเลย  ไม่ต้องไปคิดมาก

หรือไม่ก็ไปเก็งกำไรที่ดินรอขายพวกนายทุนใหญ่กันดีกว่า   จะได้เป็นการสนับสนุนทุนนิยมไทยให้พัฒนาจนถึงขีดสูงสุดไงล่ะ

พอได้ยินอย่างนี้  พระอาจารย์ที่พร่ำท่องเรื่องการพัฒนาทุนนิยมไทยให้ถึงจุดสูงสุด ก็ทำท่างง  คิดหาคำตอบแทบไม่ทัน

ก็เพราะสังคมมันไม่ได้พัฒนาไปเป็นเส้นตรงอย่างนั้นนั่นเอง
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2012, 08:58:19 AM »

เมื่อสังคมหาได้วิวัฒนาการไปสู่การสูญเสียในปัจจัยการผลิตจะต้องล้มละลายเข้าสู่ตลาดแรงงานกลายเป็นกรรมกรกันหมดตามคำพยากรณ์

หรือส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นไปตามนั้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย

สังคมแบบพึ่งตนเอง  ผู้ประกอบการอาชีพอิสระ ยังเติบโตอย่างเข้มแข็งในประเทศไทย

กระทั่งยังเป็นเสาค้ำที่ดีเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งสำคัญๆ

อย่างเมื่อปี 2540 เมื่อเราเป็นต้นตอของวิกฤตเศรษฐกิจโลกในเวลานั้นเสียด้วยซ้ำ

อาชีพอย่างเช่น ขายไก่ย่างส้มตำ  ขายน้ำเต้าหู้ ขายก๊วยเตี๋ยว  ไปจนถึงเปิดท้ายขายของ  ขายแฮมเบอร์เกอร์ ฯลฯ นี่แหละที่ช่วยเป็นอีกขาหนึ่งที่นำพาประเทศให้ออกจากวิกฤตนั้นได้

ความสำคัญของอาชีพแบบปัจเจกจึงไม่อาจมองข้ามได้  และเมื่อรวมกันแล้วก็มีพลังไม่น้อยไปกว่าการที่มาร์กซบอกว่าเป็นพลังของชนชั้นกรรมกรเสียด้วยซ้ำ

หรือจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองในหลายปีที่ผ่านมา  พลังสนับสนุนนำคัญไม่ว่าฝ่ายเหลืองหรือแดง  มาจากผู้ประกอบการอาชีพอิสระหรือปัจเจกชน  

ซึ่งความจริงก็คือพลังของคนที่พอจะมีกิน  ที่เราเรียกว่าชนชั้นกลาง  แม้บางส่วนจะถูกเรียกว่าไพร่  แต่ความจริงคือไพร่ที่พอมีฐานะ ที่พอจะออกค่าน้ำมันรถเอง นำอาหารมาเองและรวบรวมคนมาได้

นี่คือพลังของปัจเจกที่เมื่อรวมกันแล้วกลับทรงพลังยิ่งในการขับเคลื่อนสังคมเมื่อประกอบกับยุคสังคมไอทีที่ทำให้ปัจเจกสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างมีชีวิตชีวา  โดยไม่ต้องอาศัยการจัดตั้งอย่างเป็นกลุ่มก้อนเหมือนกับสมัยก่อน

นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในสมัยนี้

และน่าจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าการอธิบายวิวัฒนาการสังคมแบบเดิมนั้น "ล้าสมัย" ไปเสียแล้ว

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 กุมภาพันธ์ 2012, 15:53:47 PM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
old clumsy
Hero Member
*****
กระทู้: 1769

ดุลยภาพคือทางรอด


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2012, 22:09:36 PM »

หัวข้อนี้น่าสนใจ  ลุงแสนอภิปรายจนคอแหบแห้ง  แต่เชื่อเถอะว่า พวก " เทวนิยมฝ่ายซ้าย" ทั้งหลาย  จะไม่มีวันเข้าใจและรับรู้ถึงข้อความจริงที่อุตส่าห์อภิปราย  เพราะ

ประการแรก   พวกเทวนิยมฝ่ายซ้าย  ยึดถือคัมภีร์ลัทธิวัตถุนิยมประวัติศาสตร์ เสมือมคัมภีร์ศาสนา เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติ  คือ ไม่มีอะไรจะศักดิ์สิทธิเท่าลัทธิวัตถุนิยมประวัตฺศาสตร์นี้อีกแล้ว...ทั้งๆที่พวกนี้  ไม่ได้มีความเข้าใจอะไรเกี่ยวกับที่มาของปรัชญานี้ และเนื้อหาของปรัชญานี้ รวมทั้งไม่เคยศึกษาข้อท้วงติง หรือข้อพิสูจน์อื่นๆที่แตกต่าง และหักล้างสิ่งที่เขายึดถือ  

แม้แต่พวกที่ประกาศตัวเองไปฝ่ายซ้ายนิยมมาร์กซ  จะมีสักกี่คนเชียวที่อ่าน Das Kapital จนจบ แล้วเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ทฤษฎีเศรษฐกิจของมาร์กซ พูดถึงเรื่องอะไร จุดใหญ่ใจความคืออะไร  

ประการที่สอง หลายคนยังนึกด้วยซ้ำ ว่า มาร์กซ  คือ ผู้ประดิษฐคิดค้นลัทธิคอมมิวนิสต์  บางคนยังจับเอาวิภาษวิธีของเฮเกล มาผสมกับ เฟดเดอริค แองเกลส์ ..จับเอา The communist manifesto มาเป็นต้นกำเนิดของลัทธิ...จับแพะชนแกะจนไม่รู้ว่าอะไรคือจุดกำเนิดอันเป็นรากฐานทางความคิด

ประการที่สาม ..ในยุคแห่งการแสวงหา "มรณาคติ"ของฝ่ายซ้ายไทย(และต่างประเทศ)  จับใจปัญญาชนไทยได้ไม่น้อย  การพลีร่างกายให้กับการปลดปล่อยมวลมนุษยชาติ ช่างสวยงาม เจ็บลึก ช่างยิ่งใหญ่มีเกียรติ เสียนี่กระไร ... และสิ่งนี้ได้รับการสืบทอดกันมาราวกับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ที่เป็นสัจจธรรมที่ประเสริฐจนหาที่เปรียบมิได้...ถ้าใครได้ยึดถือไว้จะเป็นมงคลแก่ชีวิต จนตายแล้วเกิดใหม่ก็ยังอยู่ในใจผู้คนตลอดไปนานเท่านาน ( แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่)

....มรณาคติ  ที่ยึดถือเอา " วีรภาพของวีรชน ที่ถูกยกย่องเชิดชู จนเกินเลยความเป็นปุถุชน ...กับ การเชิดชูศาสตร์คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ ดั่งเสียงกระซิบจากสวรรค์ของเทพเจ้ามาร์กซ นักบุญเลนิน และสาวกเหมาเจ๋อตง  ตลอดจน ภาพพระเอกนายแพทย์หนุ่มเช กูวารา  นักปฏิวัติผู้เสียสละ  คือสิ่งที่จูงใจคนหนุ่มสาวปัญญาชน ให้เดินออกจากวิถีทางแห่ง" สัจจธรรม" สู่หนทางสัจจธรรมที่ปรุงแต่ง  จนเกิดเป็น " เทวนิยมฝ่ายซ้าย " มรดกบาปที่ตกทอดไปยังคนรุ่นต่อไป ที่มัวเมาและลุ่มหลง ตราบจนน้ำตาเช้ดหัวเข่า...

สำหรับผม  ไม่มีวันจะเชื่อในสิ่งที่เป็นอภิปรัชญา แบบนี้อีกแล้ว ..มาแสวงหาความจริงจากธรรมชาติกันดีกว่า....อย่าเอาความเชื่อและความศรัทธา มาชี้นำทาง  จงใช้ปัญญาเป็นเครื่องชี้นำ...


นี่คืออารัมภบท ก่อนจะร่วมวิพากษ์ตามหัวข้อของลุงแสน...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 กุมภาพันธ์ 2012, 22:16:26 PM โดย old clumsy » บันทึกการเข้า

สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์เสมอ...จงอย่าสำคัญตัวผิด ยิ้มเท่ห์
คนภูเรือ
Sr. Member
****
กระทู้: 847

สวัสดีครับมิตรสหาย.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์ 2012, 20:22:39 PM »

 ยิ้มเยี่ยมครับ ยิงฟันยิ้ม ยิ้มกว้างๆ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

ก้าวไปข้างหน้าเพื่อประเทศชาติ
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์ 2012, 21:42:11 PM »

ขอบคุณครับ ที่ทำให้ผมไม่ต้องคอยพูดจนเสียงแหบเสียงแห้งอยู่คนเดียว   ยิ้มกว้างๆ

ผมเพิ่งทราบว่าบางคนก็มาเดือดร้อนตอนจะเกษียณอายุ  ด้วยเรื่องที่ตนเองไม่ได้เป็นคนทำ  แต่พรรคพวกที่อยู่ด้วยพากันเล่นด้วยความมันในอารมณ์แล้วเผ่นหนีไม่รับผิดชอบ

ทำให้คนที่ไม่ได้ทำต้องมานั่งรับเคราะห์ตอนจะแก่ 

แบบนี้ไม่ไหว  ทำให้เห็นอันตรายของวิธีคิดแบบเก่าจริงๆ 
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์ 2012, 18:44:04 PM »

สมัยก่อนใครพูดคำว่า "ปัจเจก" ขึ้น  ก็จะถูกว่าเป็นความคิดแบบชาวนาทันที (สมัยนี้ก็คงว่าเช่นเดียวกันอยู่)

จริงอยู่ "ปัจเจก" แบบชาวนา อาจล้าหลังและไม่มีพลังจริงๆ

แต่ปัจเจกในยุคสังคมสมัยใหม่กลับมีพลัง และเป็นตัวแทนของความคิดและการดำรงอยู่ที่ก้าวหน้าที่สุดของปัจจุบัน !!!
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์ 2012, 18:49:42 PM »

อีกทั้งสอดคล้องกับการดำเนินวิถีชีวิตตามระบอบประชาธิปไตย

เป็นการดำรงชีวิตที่สามารถใช้ประชาธิปไตยและเป็นประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง  !!!


ไม่เชื่อก็ลองเปรียบเทียบดูว่าชีวิตภายใต้ระบอบอุตสาหกรรมทุนนิยมหรือฟาร์มทุนนิยมนั้นเป็นประชาธิปไตยที่ตรงไหน

หรือชีวิตภายใต้ทุนนิยมแห่งรัฐอย่างจีนเป็นประชาธิปไตยที่ตรงไหน

นี่คือจุดสำคัญที่นักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายไม่อาจตอบคำถามว่า "ประชาธิปไตยคืออะไร"  "เหตุใดเมื่อฝ่ายซ้ายชนะแล้วจึงไม่อาจดำเนินวิถีทางประชาธิปไตย  แต่กลับต้องดำเนินวิถีเผด็จการต่อไป"

เหตุใดเมื่อก่อนนักศึกษาของจีนมีเกียรติประวัติยิ่งในการต่อสู้เพื่อประชาชาติประชาธิปไตย  และเป็นพื้นฐานอันหนึ่งที่ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนชนะศึก

แต่หลังจากนั้นนักศึกษาจีนกลับถูกทำให้กลายเป็นแมวเชื่องๆ  ไม่มีพิษสงเหมือนเมื่อก่อนแต่อย่างใด

เหตุใดกวีนักปฏิวัติของจีนเฉกเช่นหลู่ซึ่นจึงหายไปในยุคนี้

คำตอบก็อยู่ที่ตรงนี้....

ก็เพราะมันไม่เป็นประชาธิปไตยนั่นเอง
บันทึกการเข้า
old clumsy
Hero Member
*****
กระทู้: 1769

ดุลยภาพคือทางรอด


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์ 2012, 22:05:40 PM »

 ทุนนิยมโดยรัฐจีนที่ฝ่ายซ้ายบางกลุ่มยกย่องว่าเติบโตเร็วมาก อ้างเป็นแบบที่ต้องจับตาดูแล้วต้องเดินตาม จีนสามารถปลุกต้นไม้นับพันๆกิโลเมตรทำในรวดเดียว สร้างทางรถไฟไปทิเบต ชิงไห่ เสร็จภายในเวลาไม่กี่ปี  บ้านเมืองเจริญเร็วมาก (อาศัยเผด็จการคณาธิปไตย ไปรวมศูนย์ทำอะไรก็ได้ที่ เร็ว  ใหญ่  สะเทือนสะท้านโลก

แต่ๆ ๆ ๆ...เบื้องหลังความเจริญทางวัตถุ  มีแต่ความแหลกเหลวทางธรรมชาติ  ผู้คนไร้วัฒนธรรม ไร้คุณธรรม จริยธรรมและศีลธรรมมากขึ้นทุกวัน   ฝุ่นควันปกคลุมเมือง  รถติด7วัน 10 วัน  แม่น้ำพาตะกอนมาสะสมในเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดขวางแม่น้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุด  แต่ส่งผลร้ายต่อธรรมชาติมากที่สุด ทำลายสิทธิชุมชนที่สุด...แม่น้ำโขงถูกปู้ยี่ปู้ยำจนประเทศปลายน้ำต้องรับกรรมอ่วมอรทัย  คนยากจน การค้ามนุษย์  การค้าสัตว์ป่า  ฯ

ลองย้อนกลับไปดูที่มา (ซึ่งส่วนใหญ่ลืมไปแล้ว ) จีนทำลายโลกนี้มากที่สุดอีกประเทศ และยังไม่นำพาต่อภาวะโลกร้อน  คิดแต่จะทะยานไปข้างหน้า  เหมือนอเมริกา ญี่ปุ่น

ขณะที่คนในอาฟริกา กำลังอดโซ  ร้านซุปเปอร์ในญี่ปุ่น ทิ้งซูชิทุกวันๆ ประมาณ 1 ใน 3 ของแต่ละวัน  แซนวิชถูกทิ้ง 1 ใน 3 ของร้าน เพราะผลิตขึ้นมาอายุสั้น 12 ชั่วโมง ขายไม่ออกต้องทิ้ง  ..อาหารเข้าเวฟ กุ้งจากประเทศไทย เนื้อวัวจากอเมริกา ข้าวจากจีน..ถูกทิ้งทุกวันๆ... วันละเป็นร้อยๆตัน

ป่าไม้ในบราซิลที่ถูกทำให้กลายเป็นไร่ถั่วเหลือง ซึ่งต้องใช้ถั่วเหลืองเป็นพันๆปอนด์ กว่าจะผลิตเนื้อสันส่งไปยุโรปได้ 1 ปอนด์

ฯลฯ

...สิ่งเหล่านี้ น่าสนใจและต้องทำความเข้าใจ มากกว่าลัทธิวัตถุนิยมทางประวัติศาสตร์..เพราะปัจจัยที่ทำให้โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปในวันข้างหน้า  และไม่มีวันจะเหมือนคำทำนายไร้สาระของปรมาจารย์ฝ่ายซ้ายที่ไหน  เพราะอีก 20 ปี หากโลกนี้ยังลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศไม่ได้  หายนะจะตามมา...และจะไม่มีสังคมทุนนิยมก้าวหน้าโดยชนชั้นนายทุนที่ก้าวหน้าให้ลัทธิวัตถุนิยมประวัติศาสตร์ได้มีที่ยืนแทนที่สังคมศักดินาล้าหลังที่ไหนอีกแล้ว....


มัวแต่ศึกษาแต่ลัทธิโบราณ  มีแต่จะล้าหลังและเป็นตัวถ่วงรั้ง ทำลายโลกและสังคมในอนาคต...


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 กุมภาพันธ์ 2012, 22:09:40 PM โดย old clumsy » บันทึกการเข้า

สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์เสมอ...จงอย่าสำคัญตัวผิด ยิ้มเท่ห์
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: 22 กุมภาพันธ์ 2012, 23:30:34 PM »

ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่อาจเกิดได้ทั้งในสังคมทุนนิยม  ทุนนิยมแห่งรัฐ หรือสังคมนิยมแห่งเผด็จการทั้งหลายรวมทั้งเผด็จการชนชั้นกรรมาชีพ

ประชาธิปไตยที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ในสังคมของปัจเจกบุคคลในยุคปัจจุบันเท่านั้น
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!