บ้านตุลาไทย
24 พฤศจิกายน 2017, 08:52:51 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 9   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มาเข้าใจ กฏหมายขายชาติ 11 ฉบับ  (อ่าน 65831 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
บันทม
Full Member
***
กระทู้: 439



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 13 มีนาคม 2012, 10:14:44 AM »

ผมเองมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกฏหมายเหล่านี้ที่ออกในสมัยที่เข้า IMF หลังจากเราออกจาก IMF มานานแล้วมี รบ.หลายชุดผ่านไปแต่ กม.เหล่านี้ยังอยู่ เนื่องจากไม่ได้เป็นนัก กม.และเห็นว่าพักหลังมีต่างชาติรุกคืบเข้ามา จากบางข่าวเสนอว่าต่างชาติมาฮุบที่ดิน ทรัพย์สินในประเทศไทยจำนวนมาก จึงเจอเวปนี้เห็นว่าน่าสนใจ น่าศึกษาว่าเรากำลังสูญเสียอะไรบ้าง

http://maha-arai.blogspot.com/2009/08/blog-post_5686.html

เป็นกฏหมายที่ออกในสมัยรัฐบาลชวน 2 ช่วงอยู่ใน IMF
ที่ถูกโจมตีอย่างกว้างขวางว่าเป็นกฏหมายขายชาติ 11 ฉบับ
ซึ่งประกอบด้วยกฏหมายดังต่อไปนี้

1. พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาล้มละลาย พ.ศ.2542
http://maha-arai.blogspot.com/2009/08/blog-post_27.html

2. พระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2541
http://maha-arai.blogspot.com/2009/08/blog-post_1720.html

3. พระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ 5) พ.ศ.2542
http://maha-arai.blogspot.com/2009/08/blog-post_3502.html
http://maha-arai.blogspot.com/2009/08/blog-post_5919.html

4. พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 18) พ.ศ.2542
http://maha-arai.blogspot.com/2009/08/blog-post_9985.html

5. พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 19) พ.ศ.2543
http://maha-arai.blogspot.com/2009/08/blog-post_8223.html

6. พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542
http://maha-arai.blogspot.com/2009/08/blog-post_6380.html

7. พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่ เจ๋ง พ.ศ.2542
http://maha-arai.blogspot.com/2009/08/blog-post_9007.html

8. พระราชบัญญัติอาคารชุด(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542
http://maha-arai.blogspot.com/2009/08/blog-post_3464.html

9. พระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ.2542
http://maha-arai.blogspot.com/2009/08/blog-post_3103.html

10. พระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542
http://maha-arai.blogspot.com/2009/08/blog-post_1035.html

11. พระราชบัญญัติประกันสังคม(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542
http://maha-arai.blogspot.com/2009/08/blog-post_24.html

ต่อมาในสมัยทักษิณได้ตั้งคณะกรรมการ
ปรับปรุงกฎหมายเพื่อการพัฒนาประเทศ
โดยมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน
ได้ข้อสรุปคล้ายๆ กับทางพรรค ทรท.
ที่จะไม่ล้มกฏหมายทั้ง 11 ฉบับ
แค่มีข้อเสนอให้ปรับปรุงบางส่วนเท่านั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 มีนาคม 2012, 11:01:30 AM โดย บัวตูม » บันทึกการเข้า

เส้นทางน้ำมันปตท.สิ่งที่ควรรู้
บันทม
Full Member
***
กระทู้: 439



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 29 มีนาคม 2012, 21:12:55 PM »

สิ่งที่คนไทยไม่ควรพลาด ........(ดู Clip ,Download เก็บ และ แชร์ข้อมูล) . . . . เปิดหลักฐานปล้นประเทศไทย ..ด้วยนักวิชาการ และข้อมูลสาธรณะ "เปิดหลักฐานปล้นประเทศไทย" โดย ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ดำเนินรายการโดย คุณสมลักษณ์ หุตานุวัตร ทางช่องFMTV ทีวีเพื่อมนุษยชาติ : คลิกนี้ อันดับ 1 (VDO Clip) ======== http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=rYBO0MjyIwg หลักฐานต่างๆ (Download) ======= รวมรวมหลักฐานและเชื่อมโยงข้อมูล : https://picasaweb.google.com/111997952418983363651/IuDhg เอกสารสาธารณะที่ถูกปกปิด =============== 1. รายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร ( ยังไม่มี ) 2. เอกสารผังประเทศ พ.ศ.๒๖๐๐ : http://www.mediafire.com/?lfqfe6rqxoi9w2f . . .(สำคัญ) เอกสารผังประเทศ พ.ศ.๒๖๐๐ เล่มนี้มีสามร้อยกว่าหน้า เป็นเล่มที่ไม่มีบนเวบ เป็นเล่มสำคัญเล่มหนึ่ง ...แผนที่ปิโตรเลียม ที่พบจนตามไปถึง บ่อน้ำมันทวีวัฒนา ก็มาจากร่องรอยในเล่นนี้ เป็นเอกสารของกรมโยธาธิการและผังเมือง จัดทำตามติ ครม. 9 กค 2545 โดยบริษัทที่รปึกษา ปัญญา คอท และ ทีม หากไม่มีเวลาอ่านจริงจัง อย่างน้อยขอให้ผ่านตาทุกหน้า สักครั้ง ... 3.รายงานการวิเคราะห์รายสาขา 3.1 3. สาขาเศรฐกิจ และ การจ้างงาน : http://www.mediafire.com/?uz3adm53ckvz3qh 3.2 4. สาขาการใช้ประโยชน์ที่ดิน.pdf : http://www.mediafire.com/?bfbmckhjusyu87u 3.3 10. สาขาการพัฒนาเมืองและชนบท.pdf : http://www.mediafire.com/?9gwkycq2c7ah5vm 3.4 11. สาขาโครงสร้างพื้นฐาน.pdf : http://www.mediafire.com/?ge5fqvn3qnec4l3 3.5 * สาขาทรัพยากรณ์ธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม ( ยังไม่มี ) 3.6 6. สาขาประชากร และ แรงงาน.pdf : http://www.mediafire.com/?6sxf9yrga8fq3ic 3.7 * สาขาป้องกันภัยพิบัติ ( ยังไม่มี ) 3.8 8. สาขาบริหารจัดการผัง.pdf : http://www.mediafire.com/?f10r72dhxody871 4. รายงานการศึกษาเฉพาะเรื่อง 4.1 7. แผนพัฒนาพท.ระดับชาติ.pdf : http://www.mediafire.com/?ejm23e65r1puyrp 4.2 5. ประเทศไทยในระบบเศรษฐกิจโลก.pdf : http://www.mediafire.com/?1y584d3exnqekic 4.3 9. สรุปผลประชุมเชิงปฏิบัติการ-กระบวนการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง.pdf : http://www.mediafire.com/?oaj725bkgk744d9 5. อื่นๆ 5.1 ข้อมูลเขื่อนศรีนครินทร์-แผ่นดินไหว : http://www.mediafire.com/?sk7t7p7ei600j77
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มีนาคม 2012, 21:44:00 PM โดย บัวตูม » บันทึกการเข้า

เส้นทางน้ำมันปตท.สิ่งที่ควรรู้
บันทม
Full Member
***
กระทู้: 439



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 29 มีนาคม 2012, 21:40:13 PM »

คลิกดูจากลิ้งค์นี้

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=rYBO0MjyIwg
บันทึกการเข้า

เส้นทางน้ำมันปตท.สิ่งที่ควรรู้
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1077



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 30 มีนาคม 2012, 06:41:08 AM »

ข้อมูลสุดๆไปเลยครับลุงบันทม

จะเอาไปขยายในที่ต่างๆต่อไป

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
บันทม
Full Member
***
กระทู้: 439



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 30 มีนาคม 2012, 13:50:29 PM »

ครับลุงกาจ ข้อมูลเหล่านี้เราแทบจะไม่เคยรู้มาก่อน ผลประโยชน์มหาศาลถูกปกปิดไว้ไม่ให้ประชาชนรู้ หากช่วยกันกระจายข้อมูลให้รู้กันทั่วๆแล้วช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป

เข้าไปดูอีกที่

https://plus.google.com/photos/111997952418983363651/albums/5720345709903533569?banner=pwa

 
บันทึกการเข้า

เส้นทางน้ำมันปตท.สิ่งที่ควรรู้
บันทม
Full Member
***
กระทู้: 439



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 01 เมษายน 2012, 15:50:13 PM »

จาก fb สว.รสนา โตสิตระกูล
http://www.facebook.com/profile.php?id=100001035423086




แผ่นดินอีสานกำลังเป็นเป้าหมายในการให้สัมปทานปิโตรเลียมรอบที่21ในปี 2555 ผลตอบแทนที่รัฐจะได้ยังเหมือนเดิมเหมือนเมื่อ30ปีที่แล้วคือคิดอัตราค่าภาค หลวง 5-15% ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าได้ส่วนแบ่ง90% มาเลเซียได้ส่วนแบ่ง73% กัมพูชาได้ส่วนแบ่ง 63-65% ส่วนไทยได้เฉลี่ย12.5%และถ้ารวมภาษีเงินได้ปิโตรเลียมกับค่าภาคหลวงแล้ว ส่วนแบ่งที่เราได้ก็เพียง 28.87% เท่านั้น นี่เป็นตัวเลขที่ได้จากข้อมูลในรายงานประจำปี2552 ของกรมเชื้อเพลิง ธรรมชาติที่รวบรวมรายได้ตั้งแต่ปี 2528-2552

ดิฉันเคยถามทางกระทรวงพลังงานว่าเราจะปรับปรุงส่วนแบ่งจากทรัพยากร ปิโตรเลียมให้เป็นธรรมกว่านี้ได้ไหม คำตอบที่ได้คือทำไม่ได้เพราะเป็นสัมปทานที่เราให้ไว้นานแล้ว แต่พอจะเปิดรอบสัมปทานใหม่ก็ไม่ได้ปรับปรุงส่วนแบ่งให้ดีขึ้นยังคิดอัตรา เดิมคือ 5-15%. ถ้าดูข้อมูลการขุดเจาะก๊าซและน้ำมันของบริษัท Hess ที่มีสัมปทานในภูฮ่อมและแหล่ง JDA ไทยมาเลย์ ระบุว่าต้นทุนขุดเจาะในเขตเอเซียประมาณ 8เหรียญต่อบาร์เรลหรือประมาณ 1.50บาทต่อลิตร ซึ่งถูกกว่าทุกประเทศที่Hessไปลงทุน ในประเทศอื่นต้นทุนตั้งแต่ 12-17เหรียญต่อบาร์เรล มีผู้เชี่ยวชาญด้านการขุดเจาะน้ำมันบอกดิฉันว่า ถ้าต้นทุนแค่8เหรียญ ส่วนแบ่งที่รัฐควรได้ต้องไม่ต่ำกว่า70%เพราะส่วนแบ่งคนที่ลงทุนได้30% ก็เหลือแหล่เพราะต้นทุนบวกกำไร 30%ก็เหมาะสมแล้ว ดิฉันลองถามแบบที่กระทรวงพลังงานชอบตอบคือ ที่ได้ส่วนแบ่งน้อยกว่าประิทศเพื่อนบ้านก็เพราะหลุมของเราเล็กกว่าประเทศ อื่น ผู้เชี่ยวชาญคนนั้นตอบว่า ก็สัดส่วนคิดตามผลผลิตอยู่แล้ว ถ้าเขาคิดว่าไม่คุ้มเขาไม่มาลงทุนหรอก ..

กำไรของปตทปี2553จากแบบฟอร์ม56-1หน้า311-312 กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี

หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ. 37,617 ล้านบาท. 32%

ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม. 64,348 ล้านบาท. 54%

หน่วยธุรกิจน้ำมัน. 9,402 ล้านบาท. 8%

การค้าระหว่างประเทศ. 2,338 ล้านบาท. 2%

... ธุรกิจปิโตรเคมี. 882 ล้านบาท. 1%

ธุรกิจถ่านหิน. 4,005 ล้านบาท. 3%

กำไรของปตทในปี2553 จำนวน 118,592 ล้านบาท. เป็นกำไรจากน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติถึง 101,965ล้านบาท คิดเป็น 86%ของกำไรทั้งหมดของปตท. แล้วทำไมคนไทยต้องใช้ราคาเชื้อเพลิงแพงขนาดนี้ !?! ใครทราบช่วยตอบที
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 เมษายน 2012, 16:02:26 PM โดย บัวตูม » บันทึกการเข้า

เส้นทางน้ำมันปตท.สิ่งที่ควรรู้
บันทม
Full Member
***
กระทู้: 439



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 13 เมษายน 2012, 15:26:00 PM »

จาก http://www.facebook.com/somlak.hutanuwatr/posts/364010756975246

กระบวนการย่อยสลายผ่องถ่ายอำนาจการผลิตไฟฟ้าสู่บริษัทเอกชน เงินค่าเอฟทีของประชาชน ไปอุดหนุนการลงทุนเอกชน ที่กฟผ ซื้อจากเอกชนแพง ขายประชาชนถูก ส่วนต่างไปเก็บในค่าเอฟที

อดทนอ่านกันหน่อย (รออ่านฉบับเต็มที่จะอัพโหลดทั้งฉบับต่อไป)

2. เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2549 กพช. ได้มีมติเห็นชอบการกำหนดอัตราส่วนเพิ่มฯ ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2549 สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ ซึ่งขายไฟฟ้าเข้าระบบตามระเบียบ VSPP โดยกำหนดระยะเวลาสนับสนุน 7 ปี นับจากวันเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าตามสัญญา และกำหนดส่วนเพิ่มฯ แยกตามประเภทเชื้อเพลิง ดังนี้
 
(1) พลังงานแสงอาทิตย์ 8 บาทต่อหน่วย (2) พลังงานลม และขยะ 2.50 บาทต่อหน่วย (3) พลังน้ำขนาดเล็ก (50-200 กิโลวัตต์) 0.40 บาทต่อหน่วย พลังน้ำขนาดเล็กมาก (ต่ำกว่า 50 กิโลวัตต์) 0.80 บาทต่อหน่วย (4) ชีวมวล 0.30 บาทต่อหน่วย โดยให้ผู้สนใจยื่นข้อเสนอภายในปี 2551 และต่อมาเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2550 กพช. มีมติเห็นชอบให้สนับสนุนผู้ผลิตไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซชีวภาพเป็นเชื้อเพลิงด้วยใน อัตรา 0.30 บาทต่อหน่วย

3. เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2550 กพช. ได้มีมติเห็นชอบ ตามมติ กบง. เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2550 เรื่องแนวทางการกำหนดส่วนเพิ่มฯ สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายมากกว่า 10 เมกะวัตต์ ซึ่งขายไฟฟ้าเข้าระบบตามระเบียบ SPP โดย (1) กำหนดส่วนเพิ่มฯ ในอัตราคงที่สำหรับขยะและพลังงานลม 2.50 บาทต่อหน่วย และพลังงานแสงอาทิตย์ 8 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 7 ปี และกำหนดปริมาณพลังไฟฟ้ารับซื้อ 100, 115 และ 15 เมกะวัตต์ ตามลำดับ (2) พลังงานหมุนเวียนอื่น ให้ใช้วิธีประมูลแข่งขัน กำหนดอัตราส่วนเพิ่มฯ สูงสุด 0.30 บาทต่อหน่วย และกำหนดปริมาณพลังไฟฟ้ารับซื้อ 300 เมกะวัตต์

4. เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2550 กพช. ได้มีมติเห็นชอบการกำหนดส่วนเพิ่มฯ พิเศษสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส อีก 1 บาทต่อหน่วย สำหรับเชื้อเพลิงชีวมวล/ก๊าซชีวภาพ พลังน้ำขนาดเล็ก พลังน้ำขนาดเล็กมาก และขยะ สำหรับพลังงานลมและแสงอาทิตย์เพิ่มอีก 1.50 บาทต่อหน่วย และต่อมา กพช. ได้มีมติเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2550 เห็นชอบการกำหนดอัตราส่วนเพิ่มฯ ที่ให้เพิ่มเติมพิเศษ สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ดังกล่าว ให้รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าเดิมที่ตั้งอยู่ใน 3 จังหวัดดังกล่าวด้วย

5. ภายหลังการออกมาตรการให้ส่วนเพิ่มฯ สำหรับโครงการ SPP และ VSPP ปรากฏว่ายังไม่มีโครงการพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์เสนอขายไฟฟ้า ซึ่งจากการศึกษาของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ). ได้วิเคราะห์ต้นทุน การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน พบว่าการส่งเสริมสำหรับพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ยังไม่คุ้มค่าการลงทุน ควรมีการปรับส่วนเพิ่มฯ ขึ้น และขยายระยะเวลาการสนับสนุน กพช.จึงมีมติเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2550 เห็นชอบให้ปรับปรุงส่วนเพิ่มฯ สำหรับ SPP พลังงานลม เป็น 3.50 บาทต่อหน่วย และขยายระยะเวลาสนับสนุนสำหรับพลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์จาก 7 ปี เป็น 10 ปี นับจากวันเริ่มต้นจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (สำหรับโครงการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงได้รับส่วนเพิ่มในอัตราพิเศษตามมติ กพช. วันที่ 4 มิถุนายน 2550)

6. เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2552 กพช. ได้มีมติเห็นชอบกรอบแผนพัฒนาพลังงานทดแทน 15 ปี (พ.ศ.2551 - 2565) โดยมีการกำหนดเป้าหมายของแต่ละเชื้อเพลิงในแต่ละช่วงปี ทั้งนี้ ในส่วนของศักยภาพและเป้าหมายการส่งเสริมพลังงานทดแทนเมื่อใช้ผลิตไฟฟ้ากำหนด ปริมาณไฟฟ้า ณ ปี 2565 เท่ากับ 5,608 เมกะวัตต์ และต่อมาเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 กพช. ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงนโยบายการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงาน หมุนเวียน โดยยกเลิกเป้าหมายปริมาณพลังไฟฟ้ารับซื้อจาก SPP พลังงานหมุนเวียนเดิม และกำหนดเป้าหมายปริมาณพลังไฟฟ้ารับซื้อใหม่ตามระเบียบ SPP และ VSPP โดยกำหนดส่วนเพิ่มฯ ในแต่ละปีให้สอดคล้องกับเป้าหมายในแผนฯ 15 ปี และมีการปรับปรุงมาตรการส่งเสริม ดังนี้ (1) ปรับปรุงอัตราส่วนเพิ่มฯ เพิ่มขึ้น สำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็ก (2) กำหนดส่วนเพิ่มฯ ที่สอดคล้องกับขนาดกำลังการผลิตมากขึ้น (3) ยังคงอัตราส่วนเพิ่มฯ และระยะสนับสนุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ไว้เหมือนเดิม (4) ให้มีการวางหลักค้ำประกันการยื่นข้อเสนอขายไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการที่ต้อง การรับส่วนเพิ่มฯ ที่เหมาะสมกับขนาดโครงการ ซึ่งจากการวิเคราะห์ผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าผ่านค่า Ft ตามประมาณการปริมาณพลังไฟฟ้ารับซื้อที่จะขอรับส่วนเพิ่มฯ ใหม่ตามแผน 15 ปี จะมีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าผ่านค่า Ft เฉลี่ยทุกประเภทเชื้อเพลิงประมาณ 8 สตางค์ต่อหน่วย ภายในปี 2565

7. คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2552 ได้เห็นชอบมติ กพช. เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 โดยในส่วนของการกำหนดเป้าหมายปริมาณการรับซื้อใหม่โดยกำหนดส่วนเพิ่มฯ ในแต่ละปีให้สอดคล้องกับเป้าหมายในแผนฯ 15 ปี การรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ยื่นข้อเสนอขายไฟฟ้า ให้สามารถรับซื้อไฟฟ้าเกินกว่าปริมาณเป้าหมายที่กำหนดได้เท่าที่จะไม่ส่งผล กระทบต่อค่า Ft ต่อมาวันที่ 24 สิงหาคม 2552 กพช. ได้มีมติเห็นชอบให้ปริมาณพลังไฟฟ้าตามแผนฯ 15 ปี เป็นเป้าหมายขั้นต่ำในการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุน เวียน โดยให้ กกพ. กำกับดูแลการไฟฟ้าในการพิจารณารับซื้อไฟฟ้า ตามขั้นตอนของประกาศและระเบียบที่กำหนด ทั้งนี้ หากปริมาณพลังไฟฟ้าที่รับซื้อมีผลกระทบต่อค่า Ft อย่างมีนัยสำคัญ ให้ กกพ. เสนอผลการวิเคราะห์พร้อมข้อเสนอให้ กพช. พิจารณาต่อไป

8. เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2553 กพช. ได้มีมติเห็นควรให้ สนพ. ศึกษาทบทวนอัตราส่วนเพิ่มฯ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาของเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้มี ความเหมาะสมยิ่งขึ้น และนำเสนอต่อ กพช. พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

9. สรุปผลการวิเคราะห์ปริมาณพลังไฟฟ้ารับซื้อและภาระต่อค่าไฟฟ้าของประชาชนจากการกำหนดมาตรการส่วนเพิ่มฯ

9.1 ณ เดือนพฤษภาคม 2553 มีปริมาณพลังไฟฟ้าที่ผลิตจากโครงการพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งสิ้น 7,827.07 เมกะวัตต์ เป็นโครงการที่จ่ายเข้าระบบแล้ว 723.31 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างดำเนินการ 7,103.77 เมกะวัตต์ และปริมาณพลังไฟฟ้าจากโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ขอส่วนเพิ่มฯ หากจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ทั้งหมด สูงกว่าเป้าหมายตามแผนฯ 15 ปี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ที่เกินกว่าเป้าหมายตามแผนฯ 15 ปี ประมาณ 5 เท่า ที่เหลือจะเป็นส่วนเกินที่มาจากพลังงานลม ขยะ และก๊าซชีวภาพ ตามลำดับ ทั้งนี้ ปริมาณพลังไฟฟ้าจากโครงการพลังน้ำ และชีวมวล ยังต่ำกว่าเป้าหมายตามแผนฯ 15 ปีมาก
9.2 การวิเคราะห์ผลกระทบต่อค่า Ft ตามมาตรการอัตรา Adder ปัจจุบัน
(1) ประเมินจำนวนเงินสนับสนุนสำหรับพลังงานหมุนเวียนโดยมาตรการให้ส่วนเพิ่มฯ และอ้างอิงปริมาณตามเป้าหมายแผนฯ 15 ปี จะต้องใช้เงินสนับสนุนในช่วงปี 2551-2565 รวมทั้งสิ้น 268,450 ล้านบาท โดยหากวิเคราะห์ผลกระทบต่อค่า Ft โดยเทียบจากหน่วยการใช้ไฟฟ้าจากการประมาณการความต้องการใช้ไฟฟ้าตามแผน PDP 2007 การส่งเสริมในปริมาณตามแผนฯ 15 ปี จะมีผลกระทบต่อค่า Ft อยู่ระหว่าง 0.0698-0.0830 บาทต่อหน่วย และหากเทียบจากหน่วยการใช้ไฟฟ้าจากการประมาณการความต้องการใช้ไฟฟ้าตามแผน PDP 2010 จะมีผลกระทบเฉลี่ยต่อค่า Ft อยู่ระหว่าง 0.075 - 0.104 บาทต่อหน่วย
(2) หากวิเคราะห์ผลกระทบต่อค่า Ft ตามปริมาณพลังไฟฟ้าที่ผลิตจากโครงการพลังงานหมุนเวียนที่เสนอขายในปัจจุบัน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายตามแผนฯ 15 ปี อยู่ 2,223.07 เมกะวัตต์ จะส่งผลกระทบต่อค่า Ft อย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ จะมีผลกระทบเฉลี่ยต่อค่า Ft อยู่ระหว่าง 0.059 - 0.201 บาทต่อหน่วย โดยผลกระทบต่อค่า Ft สูงสุดจะเกิดขึ้นในช่วงปี 2555-2559 ซึ่งมีกำหนดการขายไฟฟ้าเข้าระบบมากที่สุด
ทั้งนี้ จากข้อมูลสถานภาพการรับซื้อไฟฟ้าจาก SPP และ VSPP พลังงานหมุนเวียน ณ เมษายน 2553 พบว่า พลังงานหมุนเวียนที่เสนอขายเข้าสู่ระบบในระหว่างปี 2553-2568 จำเป็นต้องใช้เงินสนับสนุนผ่านกลไกอัตราส่วนเพิ่มฯ ทั้งสิ้น 400,604 ล้านบาท โดยเป็นผลจากการสนับสนุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เป็นส่วนมาก ทั้งนี้ หากแจกแจงแหล่งที่มาของการสนับสนุนซึ่งส่งผลกระทบ Ft จะพบว่า ส่วนใหญ่เป็นการสนับสนุนโครงการ VSPP ที่ขายไฟฟ้าให้กับ กฟภ.
(3) เมื่อพิจารณาสัดส่วนเงินที่สนับสนุนตามอัตราส่วนเพิ่มฯ และปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ได้ พบว่าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็นโครงการที่มีความสามารถผลิต ไฟฟ้าเข้าสู่ระบบในระหว่างปี 2553-2568 ประมาณ 48,411 ล้านหน่วย คิดเป็นร้อยละ 16 ของพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด แต่จะต้องใช้เงินสนับสนุนผ่านกลไกอัตราส่วนเพิ่มฯ ประมาณ 289,932 ล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 72 ของเงินสนับสนุนทั้งหมด เนื่องจากอัตราส่วนเพิ่มฯ สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์สูงกว่าพลังงานหมุนเวียนอื่นค่อนข้างมาก ในการส่งเสริมจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าจากการให้เงินสนับสนุนสำหรับ โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เมื่อเปรียบเทียบกับเงินสนับสนุนที่ ให้กับเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ ด้วย

10. จากการวิเคราะห์ปริมาณไฟฟ้าที่เสนอขายจากโครงการแสงอาทิตย์และพลังงานลมจำนวนมาก มีเหตุปัจจัยดังนี้

10.1 อัตรา Adder : จากการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและผลตอบแทนการลงทุน (IRR) โครงการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมตามอัตราส่วนเพิ่มฯ ปัจจุบัน พบว่าผู้ประกอบการโครงการพลังงานแสงอาทิตย์จะได้รับ IRR สำหรับเทคโนโลยี Thermal 16.8 % และ 13.9% สำหรับเทคโนโลยี PV ขนาดใหญ่ ส่วนโครงการพลังงานลมขนาดใหญ่จะได้รับ IRR 9.5%
(1) การกำหนดอัตราส่วนเพิ่มฯ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์และลมที่ใช้อยู่ปัจจุบัน จัดทำบนข้อมูลต้นทุนการดำเนินโครงการในอดีต ซึ่งสูงกว่าราคาต้นทุนในปัจจุบันค่อนข้างมาก โดยเฉพาะค่าเครื่องมือและอุปกรณ์หลักที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ต้นทุนในการพัฒนาโครงการในปัจจุบันลดต่ำลง ขณะที่เงินทุนสนับสนุนอยู่ในอัตราเดิม จึงทำให้ผลตอบแทนโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์อยู่ในเกณฑ์ที่สูง นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังสามารถรับการส่งเสริมในรูปแบบอื่นด้วย เช่น การขาย Carbon credit ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนการลงทุนสูงขึ้นเป็น 17.80% สำหรับเทคโนโลยี Thermal และ 15.10% สำหรับ PV ขนาดใหญ่ และ 10.90% สำหรับพลังงานลมขนาดใหญ่
(2) การส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์โดยกำหนดอัตราส่วนเพิ่มฯ เท่ากันทุกขนาดและเทคโนโลยี จากการวิเคราะห์ลักษณะโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ยื่นข้อเสนอในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จึงเป็นโครงการขนาดใหญ่ เนื่องจากโครงการขนาดเล็กและขนาดกลางในลักษณะการติดตั้งบนหลังคาบ้าน หรืออาคารพาณิชย์ ยังไม่คุ้มทุน โดยมีปัจจัยจากอัตราส่วนเพิ่มฯ ที่ยังไม่เหมาะสมกับขนาดการลงทุน และวิธีการคิดค่าไฟฟ้าแบบหักลบหน่วย (Net Energy) ไม่เหมาะกับการผลิตไฟฟ้าและจ่ายไฟ ณ จุดใช้งาน
(3) เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมโครงการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านและอาคารพาณิชย์ จะช่วยลดความสูญเสียพลังงานไฟฟ้า (Loss) ในระบบ เพราะมีการผลิตและใช้ ณ จุดที่ติดตั้งระบบ รวมทั้ง ไม่ต้องใช้พื้นที่จำนวนมาก ไม่เป็นการสูญเสียพื้นที่เพื่อการเกษตรและการปศุสัตว์ จึงควรให้การส่งเสริมในอัตราและรูปแบบสนับสนุนที่เหมาะสมสำหรับโครงการ พลังงานแสงอาทิตย์ที่มีการติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย และอาคารพาณิชย์
10.2 ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อปริมาณการยื่นข้อเสนอและผลตอบแทนการลงทุน
(1) พลังงานแสงอาทิตย์ : การกำหนดอัตราส่วนเพิ่มฯ ที่เท่ากันทุกเทคโนโลยี ในขณะที่ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าแตกต่างกัน และค่าไฟฟ้าฐานที่โครงการได้รับจะแตกต่างกันตามช่วงเวลา คือ ช่วง Peak 9.00-22.00 น. วันจันทร์-ศุกร์ และช่วง off-peak 22.00-9.00 น. วันจันทร์-ศุกร์ วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ทั้งวัน ซึ่งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จะมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าช่วง Peak กับ Off-Peak 60:40 ทำให้โครงการได้ประโยชน์จากอัตราส่วนเพิ่มฯ ที่สูง และค่าไฟฟ้าฐานในช่วง Peak ซึ่งสูงกว่า Off-peak
(2) พลังงานลม : ผู้ลงทุนมีการทำการศึกษาความเป็นไปได้โครงการอย่างละเอียด และสามารถหาพื้นที่ที่มีศักยภาพความเร็วลมสูงกว่าค่าเกณฑ์เฉลี่ยที่ พพ. เคยศึกษาศักยภาพไว้ ทำให้ได้ผลตอบแทนการลงทุนที่สูงขึ้น จึงทำให้มีการลงทุนมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่มีศักยภาพสูงนั้น มีพื้นที่จำกัด ตลอดจนหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพยังมีข้อจำกัดด้านสถานที่ตั้ง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์หรือพื้นที่ลุ่มน้ำเป็นส่วน ใหญ่ ซึ่งต้องใช้เวลาในการดำเนินการ เพื่อขอใช้พื้นที่ตามระเบียบของหน่วยงานที่กำกับดูแลอยู่
10.3 มาตรการการส่งเสริมในรูปแบบอัตราส่วนเพิ่มฯ เป็นการกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าต่อหน่วยที่ให้เพิ่มจากอัตราค่าไฟฟ้าฐานตาม ระเบียบการรับซื้อไฟฟ้ารวมกับค่า Ft โดยฝ่ายนโยบายเป็นผู้กำหนดอัตราส่วนเพิ่มฯ ที่เหมาะสมในแต่ละเทคโนโลยี เพื่อจูงใจการลงทุนจากภาคเอกชน ในกลุ่มประเทศ European Union เรียกว่าลักษณะการให้ส่วนเพิ่มนี้ว่า premium tariff หรือ bonus ซึ่งมีใช้ใน 5 ประเทศ ได้แก่ สเปน สหพันธ์สาธารณรัฐเชค สโลเวเนีย เนเธอร์แลนด์ และเดนมาร์ก
ทั้งนี้ ภาระจากการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตามมาตรการส่วนเพิ่มฯ จะส่งผลทำให้ค่า Ft เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันค่าไฟฟ้าที่ผู้ประกอบการได้รับจะรวมค่า Ft ด้วย ทำให้ภาระของผู้ใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นทั้งสองทาง ทางเลือกหนึ่งของมาตรการส่งเสริมที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในหลายประเทศ คือ รูปแบบ Feed-in tariffs ซึ่งเป็นอัตราค่าไฟฟ้ารวมต่อหน่วยที่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียนในแต่ละเทคโนโลยี มาตรการ Feed-in tariffs เป็นมาตรการที่ใช้ในกลุ่มประเทศ European Union ทั้งหมด 15 ประเทศ
เมื่อเปรียบเทียบมาตรการทั้งสองประเภท จะพบว่าราคาขายไฟฟ้าที่ผู้ลงทุนได้รับภายใต้มาตรการส่วนเพิ่มฯ สามารถเปลี่ยนแปลงตามค่าไฟฐานและค่า Ft ที่เปลี่ยนไป ในขณะที่ราคาขายไฟฟ้าที่ผู้ลงทุนได้รับภายใต้มาตรการ Feed-in tariffs จะคงที่ตลอดอายุโครงการ ซึ่งจากแนวโน้มของค่าไฟฟ้าฐานและค่า Ft ที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้ผู้ลงทุนจำนวนมากมีความสนใจลงทุนในระบบพลังงานหมุนเวียนภายใต้ มาตรการส่วนเพิ่มฯ ด้วยเหตุนี้มาตรการ Feed-in tariffs จึงมีความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟมากกว่า กล่าวคือ ทำให้จำนวนเงินสนับสนุนไม่เพิ่มขึ้นตามค่าไฟฐานและค่า Ft ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต และภาระทางด้านเม็ดเงินที่จะใช้ในการสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนมีความชัดเจน นอกจากนี้ การที่อัตราค่า Feed-in tariffs ไม่ผูกติดกับราคาก๊าซธรรมชาติผ่านกลไก Ft ทำให้เป็นทางเลือกทางด้านพลังงานอย่างแท้จริง ดังนั้น การส่งเสริมในรูปแบบ Feed-in tariffs ควรสะท้อนต้นทุนในการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยกำหนดเงินสนับสนุนไว้ในโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐาน
10.4 จากการประเมินผลการดำเนินงานการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตามระเบียบ และประกาศการให้ส่วนเพิ่มฯ ของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง พบว่า
(1) ปริมาณการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนไม่สอดคล้องกับปริมาณที่จะรับซื้อ ตามแผนฯ 15 ปี และมติ ครม. วันที่ 24 มีนาคม 2552 ซึ่งกำหนดให้การไฟฟ้ารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ในปริมาณที่เกิน กว่าเป้าหมายได้เท่าที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อค่า Ft (8 สตางค์ต่อหน่วย ตามแผนฯ PDP 2007) ซึ่งจะเป็นภาระต่อประชาชน
(2) การพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของ VSPP โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ใช้เกณฑ์ด้านขีดจำกัดของวงจรในระบบจำหน่ายแต่ละวงจรเป็นหลัก โดยยังไม่ได้พิจารณาในภาพรวมด้านผลกระทบต่อความมั่งคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ หากปริมาณรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของ VSPP เพิ่มมากขึ้น จะทำให้มีปัญหาด้านความมั่นคงของระบบส่งของ กฟผ. ซึ่งจะทำให้มีผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศได้ นอกจากนี้ ยังอาจมีภาระการลงทุนที่อาจเพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงระบบส่งเพื่อรับซื้อ ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้าจากแต่ละโครงการพลังงาน หมุนเวียนเพื่อให้ได้ประโยชน์ในภาพรวมมากที่สุด นอกจากนี้ ปัจจุบัน กฟผ. ไม่มีบทบาทในการร่วมพิจารณาการเชื่อมโยงระบบของ VSPP กับระบบส่งไฟฟ้า ทำให้ไม่สามารถประเมินผลกระทบต่อระบบโดยรวมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลกระทบเรื่องระบบการผลิตไฟฟ้าสำรอง ซึ่ง กฟผ. เป็นผู้วางแผนและลงทุนในอนาคต
(3) ระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าจาก SPP และ VSPP มีข้อจำกัด ทำให้การพิจารณารับซื้อไฟฟ้าไม่สนองต่อนโยบาย ได้แก่ (1) การไฟฟ้าทั้ง3แห่งมีหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าที่ต่างกัน (2) การพิจารณารับซื้อเป็นการตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและขีดจำกัดของแต่ละ วงจรเป็นหลักมากกว่าพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการ (3) ระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าใช้กับทุกประเภทเชื้อเพลิงและเทคโนโลยี และกำหนดอายุสัญญาไม่สอดคล้องกับอายุโครงการกล่าวคือ ระยะเวลาสนับสนุน 7-10 ปี แต่อายุโครงการยาว 20-25 ปี (4) มีหลักเกณฑ์ง่าย สะดวก มีความเสี่ยงน้อย มีผู้ซื้อแน่นอน และยังขาดความรัดกุมและข้อกำหนดการลงโทษในกรณีที่ผู้ลงทุนไม่สามารถเริ่ม จำหน่ายไฟฟ้าได้ตามวัน SCOD

11. ข้อเสนอต่อที่ประชุม กพช.เพื่อพิจารณา ดังนี้

11.1 เพื่อให้การประสานและติดตามการดำเนินงานกำกับการส่งเสริมโครงการผลิตไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียนเป็นไปตามนโยบาย เห็นควรให้มีการดำเนินงานโดยคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาแต่งตั้งต่อไป โดยองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการฯ ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานอัยการสูงสุด การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง และ สนพ. เป็นฝ่ายเลขานุการ โดยมีอำนาจหน้าที่ในการศึกษา วิเคราะห์ และเสนออัตราสนับสนุน ปริมาณการรับซื้อไฟฟ้า กรอบแนวทางการดำเนินงาน การส่งเสริมและรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ให้เป็นไปตามมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ทั้งนี้ เพื่อให้การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นไปตามนโยบาย และสอดคล้องกับแผนฯ 15 ปี โดยพิจารณาถึงผลกระทบต่อภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน ตลอดจนผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และความพร้อมของระบบไฟฟ้าของประเทศโดยรวม
11.2 มาตรการดำเนินการสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนตามมาตรการส่วนเพิ่มฯ
(1) เห็นควรให้คณะอนุกรรมการฯ ที่จะจัดตั้งขึ้นกำหนดแนวทางและมาตรการพิจารณาคัดเลือกโครงการให้มีความเข้ม งวดมากขึ้น และคัดกรองผู้ประกอบการที่มีความพร้อมอย่างแท้จริง รวมทั้งให้มีการพิจารณาด้านเทคนิคร่วมกันระหว่าง 3 การไฟฟ้า ซึ่งจาการหารือกับผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด มีแนวทางการดำเนินการ ดังนี้
1) กรณีมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว - หากมีการกำหนดเงื่อนไขวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบไว้ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า แต่ผู้ประกอบการไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าได้ตามที่กำหนดไว้ อาจมีผลกระทบต่อการไฟฟ้าในด้านการปฏิบัติและวางแผนจัดหาไฟฟ้า ก็สามารถบอกเลิกสัญญาได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการผ่อนผันระยะหนึ่ง เช่นเดียวกับกรณีการใช้สิทธิ์ตามกฎหมายแพ่ง การไฟฟ้าในฐานะคู่สัญญา มีสิทธิ์กำหนดระเวลาผ่อนผันที่เหมาะสม พร้อมทั้งกำหนดเงื่อนไขให้แสดงผลการดำเนินงาน หากไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ตามข้อกำหนดการผ่อนผันก็มีสิทธิ์ยกเลิก สัญญา
2) กรณีได้รับการตอบรับซื้อไฟฟ้าแล้ว - ควรพิจารณาตามเงื่อนไขในระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าซึ่งใช้เป็นหลักเกณฑ์การ พิจารณาตอบรับซื้อไฟฟ้า แต่สามารถกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบที่การไฟฟ้าพิจารณาก่อนลงนามสัญญาซื้อ ขายไฟฟ้าได้
3) ยื่นคำร้องแล้วรอการพิจารณา - ตามระเบียบการรับซื้อไฟฟ้ากำหนดหลักเกณฑ์ความครบถ้วนด้านเอกสารในการตอบรับ ซื้อไฟฟ้า แต่ในประกาศการให้ส่วนเพิ่มฯ ได้กำหนดหลักการพิจารณาผู้เสนอขอรับส่วนเพิ่มฯ ไว้แล้วว่าจะพิจารณาจากลำดับการยื่นข้อเสนอ และความพร้อมที่จะดำเนินการได้ตามแผนการดำเนินงานที่เสนอ รวมทั้งเอกสารหลักฐานที่ยื่นประกอบการพิจารณา ตลอดจนความสอดคล้องของวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบกับเป้าหมายในแผนฯ 15 ปี และผลกระทบต่อค่า Ft ดังนั้น การไฟฟ้าควรดำเนินการตามหลักการดังกล่าว
11.3 เห็นควรปรับปรุงอัตราส่วนเพิ่มฯ สำหรับผู้ประกอบการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ยังไม่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า โดยกำหนดอัตราส่วนเพิ่มฯ ใหม่ เป็น 6.50 บาทต่อหน่วย ระยะเวลาสนับสนุน 10 ปีเช่นเดิม จะทำให้ IRR ของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใช้เทคโนโลยี PV ขนาดใหญ่ เท่ากับ 9.6% และ 12.8 % สำหรับเทคโนโลยี Thermal
ทั้งนี้ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุดได้เคยให้ความเห็นว่าการกำหนดมาตรการส่งเสริม ใหม่ ควรใช้บังคับกับผู้ยื่นข้อเสนอรายใหม่เท่านั้น กรณีผู้ยื่นรายเก่าควรเจรจาเป็นรายๆ ไป ซึ่งกระทรวงพลังงานพิจารณาแล้ว เห็นว่าจากข้อมูลปริมาณไฟฟ้าเสนอขายจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเกินจากเป้าหมายมาก และผลกระทบต่อค่า Ft ที่จะเกิดขึ้นสูง รวมทั้ง ผลกระทบทางด้านเทคนิค หากยังคงใช้อัตราเดิมจะส่งผลต่อภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนมาก จึงเห็นควรให้ปรับลดอัตราส่วนเพิ่มฯ สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ เป็น 6.50 บาทต่อหน่วย โดยคงระยะเวลาสนับสนุน 10 ปี เช่นเดิม ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการที่ยื่นคำร้องซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา ให้ กกพ. กำกับให้ 3 การไฟฟ้าพิจารณารับซื้อไฟฟ้าตามอัตราใหม่ที่ กพช. เห็นชอบ โดยจะต้องไม่มีผลกระทบต่อค่า Ft และความมั่นคงของระบบไฟฟ้า


บันทึกการเข้า

เส้นทางน้ำมันปตท.สิ่งที่ควรรู้
บันทม
Full Member
***
กระทู้: 439



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 13 เมษายน 2012, 15:28:59 PM »

ต่อ ..


12. มาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนระบบ Feed-in Tariff

12.1 เห็นควรให้ความเห็นชอบในหลักการปรับรูปแบบการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียนแบบ Adder เป็นแบบ Feed-in Tariff โดยกำหนดเงินสนับสนุนไว้ในโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐาน
12.2 เห็นควรให้คณะอนุกรรมการฯ ที่จะจัดตั้งขึ้นพิจารณาอัตราสนับสนุนในรูปแบบ Feed-in Tariff สำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีการติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย และอาคารพาณิชย์ พร้อมทั้งรายละเอียดการสนับสนุน และปริมาณที่จะส่งเสริม เพื่อเสนอ กพช. ต่อไป
12.3 มอบคณะอนุกรรมการฯ ที่จะจัดตั้งขึ้นศึกษาอัตราค่าไฟฟ้าแบบ Feed-in Tariff ตามประเภทเชื้อเพลิงและเทคโนโลยี รวมทั้ง หลักเกณฑ์แนวทางสนับสนุน และเสนอ กพช. ต่อไป
12.4 เห็นควรให้ความเห็นชอบในหลักการให้คณะอนุกรรมการฯทบทวนรูปแบบและอัตราการส่ง เสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทุกปี และประกาศรับซื้อเป็นรอบๆ เพื่อให้นโยบายมีความยืดหยุ่น สามารถปรับได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เช่น สถานการณ์ความต้องการไฟฟ้าของประเทศ สภาพเศรษฐกิจ ราคาอุปกรณ์ในตลาดโลก รวมถึงข้อตกลงระหว่างประเทศเรื่องพิธีสารเกียวโต
มติของที่ประชุม
1. เห็นชอบแนวทางการประสานและติดตามการดำเนินการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียนให้เป็นไปตามนโยบาย โดยเห็นควรให้แต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง (คณะกรรมการฯ) ภายใต้ กพช. โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ดังนี้
1.1 องค์ประกอบของคณะกรรมการฯ ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานอัยการสูงสุด การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง และ สนพ. เป็นฝ่ายเลขานุการ
1.2 มีอำนาจหน้าที่ในการศึกษา วิเคราะห์ และเสนออัตราสนับสนุน ปริมาณการรับซื้อไฟฟ้า กรอบแนวทางการดำเนินงานการส่งเสริมและรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงาน หมุนเวียน และพิจารณาการรับซื้อไฟฟ้าของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ตามระเบียบและประกาศที่ กกพ. ให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ เพื่อให้การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นไปตามนโยบาย และสอดคล้องกับแผนฯ 15 ปี โดยพิจารณาถึงผลกระทบต่อภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน ตลอดจนผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศโดยรวม และความพร้อมของระบบส่งไฟฟ้าของ กฟผ.
2. เห็นชอบมาตรการการดำเนินการสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนตามมาตรการส่วนเพิ่มราคารับชื้อไฟฟ้า ดังนี้
เห็นควรให้หยุดการรับคำร้องขอขายไฟฟ้าจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ และมอบให้คณะกรรมการฯ ที่จะจัดตั้งขึ้นกำหนดแนวทาง และพิจารณาการรับซื้อไฟฟ้าของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ตามระเบียบและประกาศที่ กกพ. ให้ความเห็นชอบ รวมทั้ง ให้มีการพิจารณาด้านเทคนิคร่วมกันระหว่าง 3 การไฟฟ้าด้วย ทั้งนี้ ให้รับแนวทางที่ได้หารือกับผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุดไปประกอบการพิจารณา ด้วย ดังนี้
2.1 กรณีมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว เห็นควรกำหนดอัตราส่วนเพิ่ม 8 บาทต่อหน่วย ระยะเวลาสนับสนุน 10 ปี เช่นเดิม โดยในการพิจารณาดำเนินงานหากมีการกำหนดเงื่อนไขวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบไว้ใน สัญญาซื้อขายไฟฟ้า แต่ผู้ประกอบการไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าได้ตามที่กำหนดไว้ อาจมีผลกระทบต่อการไฟฟ้าในด้านการปฏิบัติและวางแผนจัดหาไฟฟ้า ก็สามารถบอกเลิกสัญญาได้ โดยอาจพิจารณาให้การผ่อนผันที่เหมาะสมได้ระยะหนึ่ง พร้อมทั้งกำหนดเงื่อนไขให้แสดงผลการดำเนินงาน หากไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ตามข้อกำหนดการผ่อนผันก็มีสิทธิ์ยกเลิก สัญญา
2.2 กรณีได้รับการตอบรับซื้อไฟฟ้าแล้ว เห็นควรกำหนดอัตราส่วนเพิ่ม 8 บาทต่อหน่วย ระยะเวลาสนับสนุน 10 ปี เช่นเดิม โดยพิจารณาการดำเนินการตามเงื่อนไขในระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าซึ่งใช้เป็นหลัก เกณฑ์การพิจารณาตอบรับซื้อไฟฟ้า แต่สามารถกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบที่การไฟฟ้าพิจารณาก่อนลงนามสัญญาซื้อ ขายไฟฟ้าได้
2.3 กรณียื่นคำร้องขายไฟฟ้าแล้วรอการพิจารณา เห็นควรปรับปรุงอัตราส่วนเพิ่มฯ สำหรับผู้ประกอบการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ยื่นคำร้องขายไฟฟ้าแล้วแต่ยังไม่ได้ รับการพิจารณารับชื้อไฟฟ้า ณ วันที่ กพช. มีมติเห็นชอบ ในอัตรา 6.50 บาทต่อหน่วย ระยะเวลาสนับสนุน 10 ปี โดยในการพิจารณาการรับซื้อไฟฟ้าสำหรับพลังงานหมุนเวียนในกลุ่มนี้ให้เป็นไป ตามหลักการพิจารณาผู้เสนอขอรับส่วนเพิ่มฯ ในประกาศของการไฟฟ้า ซึ่งกำหนดไว้แล้วว่าจะพิจารณาจากลำดับการยื่นข้อเสนอ และความพร้อมที่จะดำเนินการได้ตามแผนการดำเนินงานที่เสนอ รวมทั้งเอกสารหลักฐานที่ยื่นประกอบการพิจารณา ตลอดจนความสอดคล้องของวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบกับเป้าหมายในแผนฯ 15 ปี และผลกระทบต่อค่า Ft
ทั้งนี้ มอบให้คณะกรรมการฯ ที่จะจัดตั้งขึ้นรับไปดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายตามข้อ 2 ต่อไป
3. เห็นชอบมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนระบบ Feed-in Tariff ดังนี้
3.1 เห็นชอบในหลักการปรับรูปแบบการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแบบ Adder เป็นแบบ Feed-in Tariff โดยกำหนดเงินสนับสนุนไว้ในโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐาน
3.2 เห็นควรให้คณะกรรมการฯ ที่จะจัดตั้งขึ้นพิจารณาอัตราสนับสนุนในรูปแบบ Feed-in Tariff สำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีการติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย และอาคารพาณิชย์ พร้อมทั้งรายละเอียดการสนับสนุน และปริมาณที่จะส่งเสริม เพื่อเสนอ กพช. ต่อไป
3.3 มอบคณะกรรมการฯ ที่จะจัดตั้งขึ้นศึกษาอัตราค่าไฟฟ้าแบบ Feed-in Tariff ตามประเภทเชื้อเพลิงและเทคโนโลยี รวมทั้ง หลักเกณฑ์แนวทางสนับสนุน และเสนอ กพช. ต่อไป
3.4 เห็นชอบในหลักการให้คณะกรรมการฯ ทบทวนรูปแบบและอัตราการส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทุกปี และประกาศรับซื้อเป็นรอบๆ เพื่อให้นโยบายมีความยืดหยุ่น สามารถปรับได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เช่น สถานการณ์ความต้องการไฟฟ้าของประเทศ สภาพเศรษฐกิจ ราคาอุปกรณ์ในตลาดโลก รวมถึงข้อตกลงระหว่างประเทศเรื่องพิธีสารเกียวโต
บันทึกการเข้า

เส้นทางน้ำมันปตท.สิ่งที่ควรรู้
บันทม
Full Member
***
กระทู้: 439



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 14 เมษายน 2012, 09:05:43 AM »

ค่อยๆอ่าน ค่อยๆพิจารณา

ดาวน์โหลดทีละไฟล์แล้วเซฟเก็บไว้อ่าน

http://www.box.com/s/093051fa1e22dbae04ef
บันทึกการเข้า

เส้นทางน้ำมันปตท.สิ่งที่ควรรู้
บันทม
Full Member
***
กระทู้: 439



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 12 พฤษภาคม 2012, 08:44:29 AM »



จาก fb ของ Vincent Oldbook

มาวิเคราะห์ ความร่ำรวย ของ ปตท. และ ย้อนอ่านข้อมูล ข้อคิดเห็นของ รสนา โตสิตระกูล กันบ้างครับ เราจะได้ทราบ เหตุใดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ยอมสยบต่อ ปตท. ทุกครั้ง และ ไม่ยอมรับว่า สินค้าราคาแพงทุกวันนี้ มาจากความเห็นแก่ตัว หน้าเลือด โลภมาก และ ขี้โกง ของ ปตท. ??..

เบื้องต้นเนี่ย ..เก็บรวบรวม ข้อมูลของ รสนา มาจากหลายเวทีเสวนา และ บทสัมภาษณ์ หากใครตามติด การทำงานในเรื่องของการตรวจสอบ ปตท. ของ รสนา โตสิตระกูล จะเข้าใจว่าทันทีว่า .. ปตท. หลอกแดกประชาชนคนไทย มานานหลายปี ..

โดยเฉพาะ ..ช่วงทักษิณเข้ามาเป็นนายกฯ เป็นรัฐบาล เอา ปตท. ไปแปรรูปขายทอดตลาด มีผู้หุ้นรายย่อยทั้งหมด นับจากวันนั้นถึงวันนี้ จำนวน 32,548 ราย ..ซึ่งเป็นปริศนา ? อยู่ถึงทุกวันนี้ว่า .. มีใครบ้าง ??..

โดยนิตินัย ปตท. ทุกวันนี้ มีความเป็นรัฐวิสาหกิจของไทย มีความเป็นสมบัติของคนไทยทั้งชาติก็จริงอยู่ แต่โดยพฤตินัยตั้งแต่มีการขายหุ้นทอดตลาดไปในยุคทักษิณจนมาถึงยุคปูเน่าน้องทักษิณวันนี้ ..

ปตท. หาใช่ของคนไทยทั้งชาติ ตามความเป็นจริงไม่ ??..

ปตท. หลอกแดกคนไทยทั้งประเทศ ตั้งแต่เรื่องของ ราคาต้นทุนพลังงาน จนมากระทั่งราคาขายปลีก งุบงิบ และ ปกปิดความจริงทุกประการ และ มีความพยายามอย่างเหลือหลายในช่วงเวลานี้ ที่รัฐบาลปูแดงชุดนี้ ต้องการจะให้ ปตท. หลุดพ้นจากสายตาประชาชน และ ยากต่อการตรวจสอบข้อมูลการทุจริต นั่นก็คือ การคิดจะแปรรูป ปตท. เป็นเอกชนเต็มตัว โดยขายหุ้นส่วนต่าง 2 % ที่เหลือ จาก ที่กระทรวงการคลังถือไว้ 51.11 % ไปให้กับกองทุนวายุภักษ์ ซึ่งจะทำให้ กระทรวงการคลังถือหุ้นน้อยกว่า 50 % ..

โดยข้ออ้างเรื่องของ การปรับตัว การเปลี่ยนแปลง และ การขยายฐานธุรกิจให้เติบโตขึ้น..

ปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท อยู่ในอันดับ 128 ของโลก โดยมีเป้าหมาย ติด 1 ใน 100 ของ บริษัทที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในขณะที่คนไทย เมื่อปีที่ผ่านมา ก็เป็นที่รู้กันดีว่า ..บักโกรก สาหัสสากรรจ์ จากปัญหาน้ำท่วมขนาดไหน ??..

อ่านข่าวประกอบเรื่องตามนี้ ..

ปตท.ตั้งเป้าติด1ใน100บริษัทยักษ์ใหญ่ในโลก

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20120207/434549/ปตท.ตั้งเป้าติด1ใน100บริษัทยักษ์ใหญ่ในโลก.html

ปตท. ปลื้มโกยรายได้ 2.2 ล้าน ลบ. ฟันกำไร 1.05 แสน ล. สูงสุดเป็นประวัติการณ์

http://www.facebook.com/vincent.oldbook

ดังนั้น อย่าได้แปลกใจว่า ทำไม ? ปีที่ผ่านมา ปตท. มีผลกำไรมากเป็นประวัติการณ์ราวๆ 1.05 แสนล้าน จากการขายสินค้า บริการ และ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ยอดขายมากมายมหาศาล ราวๆ 2.2 ล้านล้านบาท !!!..

รัฐวิสาหกิจของไทยแห่งนี้ .. กำไรดี เป็น บริษัทใหญ่ลำดับที่ 128 ของโลก เป็นที่หมายปองของ นายทุนไทย และ นายทุนต่างชาติ ที่ต้องการจะเข้ามาครอบครองหุ้นต่างๆ ..

หาก ปตท. กลายเป็น เอกชน เมื่อไหร่ ? รับประกันว่าสัดส่วนการถือครองหุ้นภาครัฐ จะโดนขายออกไปเรื่อยๆ ..จนไม่เหลือความเป็นสมบัติชาติอีกเลยในอนาคต !!..

เหมือนที่ รสนา โตสิตระกูล บอกไว้บนเวทีเสวนา ขายหุ้น ปตท. คนไทย ได้ หรือ เสีย ??.. ที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยย้อนไปในอดีตสมัยรัฐบาลทักษิณ ขาย ปตท.ว่า ...

“และที่ต้องบอกว่า ทั้งโง่ บ้า และโกง คือ มีการเอาท่อก๊าซซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติของชาติไปรวมกับทรัพย์สินของ ปตท.โดยไม่มีการแยกออกมาทั้งที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวนลงทุนของ ปตท.ว่าจะต้องมีการแยกท่อก๊าซออกมาภายใน 1 ปี แต่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นผู้นำ ปตท.ไปแปรรูปกลับไม่มีการดำเนินการรักษาผลประโยชน์ชาติในส่วนนี้ นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่ปฏิบัติตามสัญญาช่วงหาเสียงที่จะยกเลิกกฎหมายที่ถูกเรียกว่ากฎหมายขายชาติ 13 ฉบับ แต่กลับใช้ประโยชน์จากกฎหมายดังกล่าวมาแปรรูปรัฐวิสาหกิจชั้นดีของไทย โดยการขายหุ้น ปตท.ในขณะนั้นหมดเกลี้ยงภายใน 1 นาที 17 วินาที ทำให้ถูกมองว่านักการเมืองคือผู้ถือหุ้น ปตท.ตัวจริง โดยราคาหุ้น ปตท.จากที่เริ่มต้นในราคา 35 บาท ปัจจุบันราคาหุ้นสูงถึงกว่า 300 บาท และกำไรสะสมของ ปตท.ในปี 2553 สูงถึงกว่า 8 แสนล้านบาท จึงสมควรให้ ปตท.คืนกำไรให้ประชาชนด้วย” ..

มันมีการโกงกัน ทุจริต และ คิดไม่ซื่อกันมาตั้งแต่แรกๆ .. จนถึงวันนี้ !!!..

ทุกวันนี้ .. ปตท. ยังมาโกหกหลอกแดกแหกตาประชาชนอย่างง่ายๆ โดยเฉพาะเหตุผลข้ออ้างเรื่องของการ จะขึ้น ราคาน้ำมัน และ การเตรียมลอยตัว และ ขึ้นราคาก๊าซ ในอนาคตนั้น ปตท. ก็เอาข้อมูล ต้นทุนราคา ที่บิดเบือนความจริง มาหลอกลวงคนไทย เอาข้อมูลที่รวมต้นทุน และ ผลกำไร มาผลักภาระใส่ให้ประชาชนจนหมด เหมือนๆอย่างที่ รสนา เคยให้สัมภาษณ์ไว้ราวๆเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่มีกระแสประท้วงจากพวกรถบรรทุกเรื่องรัฐจะปรับราคาก๊าซว่า..

.. “ที่ผ่านมามีนักวิชาการอิสระบางคน รวมทั้งผู้บริหารของ ปตท. ออกมาพูดเสมอว่าราคาพลังงานต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยเฉพาะราคาก๊าซแอลพีจี ในตลาดโลกขายกันที่ 900 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่ถูกรัฐตรึงราคาไว้ที่ 300 เหรียญต่อตัน ทำให้กลไกตลาดบิดเบือน กล่าวคือเวลาจะขาย ปตท. ต้องการจะให้ราคาเป็นไปตามตลาดโลก แต่เวลา ปตท. ซื้อ กลับไม่ได้ใช้ราคาตลาดโลก” ..

" อย่างกรณีของเอ็นจีวี ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2554 ปตท. ได้ออกเอกสารเผยแพร่ต้นทุนของเนื้อก๊าซเอ็นจีวีอยู่ที่ 8.39 บาทต่อกิโลกรัม บวกค่าขนส่ง 5.56 บาทและภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 1.01 บาท รวมแล้วมีต้นทุนรวมอยู่ที่ 14.96 บาท แต่ราคาต้นทุนของเนื้อก๊าซ 8.39 บาท ที่ ปตท. นำมาชี้แจงต่อประชาชนนั้น เป็นราคาเดียวกันกับที่ ปตท. ขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งราคานี้เป็นราคาที่บวกค่าผ่านท่อก๊าซส่งไปยังโรงไฟฟ้าของ กฟผ. , ค่าขนส่ง, ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้กับทางการพม่า และกำไรเอาไว้แล้ว จึงไม่น่าจะใช่ราคาต้นทุนก๊าซตามที่ ปตท. กล่าวอ้าง แต่เป็นราคาขายที่บวกกำไรเอาไว้แล้ว"..

"จากนั้น ปตท. ก็ได้นำราคาต้นทุนก๊าซเอ็นจีวีมารวมกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอีก 5.56 บาทต่อกิโลกรัม ประกอบไปด้วยค่าก่อสร้างสถานีแม่ ค่าอัดก๊าซใส่รถบรรทุก และค่าจ้างรถบรรทุกขนาดใหญ่ขนส่งก๊าซไปส่งสถานีลูก ซึ่งปกติระบบขนส่งก๊าซที่ประหยัดที่สุดคือส่งผ่านท่อก๊าซ แต่ปรากฏว่าเมื่อปี 2552 ปตท. นำท่อก๊าซที่หมดอายุแล้วมาตีมูลค่าทรัพย์สินใหม่ พร้อมกับปรับอัตราค่าผ่านท่อก๊าซจาก 19.74 บาทต่อล้านบีทียู เป็น 21.76 บาทต่อล้านบีทียู ทำให้ ปตท. มีรายได้จากค่าผ่านท่อเพิ่มขึ้นจาก 20,000 ล้านบาท เป็น 22,000 ล้านบาท ปตท. จึงมีรายได้เพิ่มขึ้น มาทันที 2,000 ล้านบาท
หากนำตัวเลขค่าผ่านท่อก๊าซที่ 21.76 บาทต่อล้านบีทียู มาแปลงเป็นกิโลกรัม 1 ล้านบีทียู จะเท่ากับ 27.82 กิโลกรัม โดยนำตัวเลข 21.76 เป็นตัวตั้ง แล้วหารด้วย 27.82 ก็จะได้ต้นทุนค่าผ่านท่ออยู่ที่กิโลกรัมละ 0.79 บาท เท่านั้น ไม่ใช่ 2 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นต้นทุน 5.56 บาท ตามเอกสารของ ปตท. นั้น ค่าใช้จ่ายหลักจะเป็นค่าก่อสร้างสถานีแม่ กับค่าขนส่ง เป็นส่วนใหญ่ จึงเป็นเหตุให้ต้องผลักภาระส่วนนี้ไปให้ประชาชน"


อ่านข่าวประกอบเรื่องตามนี้ ..

“รสนา”ใช้กลไกศาลปกครอง ไล่บี้ต้นทุนเอ็นจีวีต่อ ปตท. แจงราคาปากหลุม 210 บาทต่อล้านบีทียู

http://thaipublica.org/2012/01/rosana-ngv-cost-ptt/

ดังนั้น .. ที่ผ่านมาเราจะพบว่า การแก้ไขปัญหาพลังงานของ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีการหมกเม็ดมาตลอด ตั้งแต่ สมัย อดีต รมว.พลังงาน พิชัย นริพทะพันธุ์ ไข่แม้วตัวเอ้ มาป่วนราคาพลังงานแล้วก็ไป มาจนถึง รมว.พลังงานคนปัจจุบัน อารักษ์ ชลธารนนท์ ลูกหม้อชินคอร์ป ทาสในเรือนเบี้ยทักษิณ มาควบคุมนโยบายพลังงาน และ เตรียมเปลี่ยนผ่าน แปรรูป ปตท. ไปเป็นของเอกชนเต็มตัว ทั้งๆที่ อารักษ์ คนนี้ ไม่มีความรู้เรื่องพลังงานเลย มาคนละสายงานเลย ..

นี่คือ ข้อหมกเม็ดสำคัญ .. เป็นคำตอบของคำถาม ที่ว่า .. ทำไมยิ่งลักษณ์ แก้ปัญหาสินค้าราคาแพงไม่ได้ และ พยายามจะปฏิเสธตลอดว่า ราคาสินค้าแพงทุกวันนี้ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยปัญหาของการ ..แก้ไขปัญหาพลังงานผิดพลาด (แบบจงใจ) ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ !!..

ช่วยกันจับตา และ ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของ ปตท. ตัวกินไก่ ตัวใหญ่ต่อไปครับ ตอนนี้ไปโชติช่วงชัชวาลย์อยู่ในพุงหมาไหนบ้าง ??... เราก็ไม่อาจจะรู้ได้ ..

ผู้ถือหุ้นรายย่อย 32,548 ราย จะเป็น นอมินี่ นายทุนสามานย์หมาตัวไหนบ้าง ??..เราก็ยังไม่อาจจะรู้ได้ ..แต่ที่แน่ๆ .. คนเอา ปตท. ออกมาขายทอดตลาด อย่างนายทุนสามานย์หน้าเหลี่ยม ที่มันมีส่วนผสมความขี้โกงและสามานย์อย่างลงตัวของ ศรีธนญชัย เทวทัต จอร์จ โซรอส และ ฮุนเซน นั่นน่ะ .. มันคงงาบหุ้นพวกนี้ไปมากกว่าเพื่อนแน่นอน ในฐานะ หัวหน้าใหญ่ !!..

เราคนไทย ตราบใดที่เอา ปตท. คืนมาไม่ได้ หรือ รักษา ปตท. ไว้ไม่ได้ หรือ ปล่อยให้ ปตท. กลายเป็นของเอกชนแบบเต็มๆตัว .. เราคนไทยก็คงจะนั่งอยู่บนกองทุกข์ กันไปจนวันตาย ในขณะที่คนถือหุ้น ปตท. ก็คงจะสุขสบายบนความเดือดร้อนของคนไทยทั้งประเทศไปจนตายเหมือนกัน ..

ไม่มีธุรกิจใดในโลกนี้ จะร่ำรวยง่ายๆ เหมือน ธุรกิจขายชาติ หลอกแดกคนในชาติตัวเองอีกแล้ว แค่ลงทุนลงเงินไป หลอกลวงฐานเสียง หรือ ซื้อเสียงเข้ามา เพื่อให้ได้มาเป็นรัฐบาลก็พอแล้ว..

ที่เหลือจากนั้น ..ก็สุดแท้แต่จะ เริ่มผลาญ และ ถอนทุนคืน ..
จากเงินในกระเป๋าตังค์ประชาชน และ เงินจากภาษีประชาชน ..ตรงส่วนไหนก่อน ก็แค่นั้น ..

ประเทศไทยของเรานั้น มีขุมทรัพย์ ให้พวกนายทุนสามานย์..
เลือกสวาปาม ..ได้ตั้งมากมายเป็นร้อยๆ ขุมทรัพย์ ..

คนไทย ง่ายๆ อะไรก็ได้ .. ไม่เดือดร้อน !!!..


วินเซนต์ 9 พฤษภาคม 2555
— กับ Pim Pimmy และ Chaiwil Norintr
แชร์ · วันพุธ

    พูลศักดิ์ จงจิตต์ และ อีก 106 คน ถูกใจสิ่งนี้
    แชร์ 236 ครั้ง
        Vincent Oldbook เขียนมาทั้งวัน เขียนยาวๆ เพื่อให้อ่านกันยาวๆ มองภาพรวมทั้งหมดได้ครอบคลุม ทุกลีลาหลอกลวงของ ปตท. ควรจะอ่านกันให้จบนะครับ ..
        วัน วันพุธ เวลา 15:47 น. · 17
        Vincent Oldbook ยิ่งรวย ยิ่งไม่พอ ยิ่งอยากรวยต่อ นี่แหละ ทุนนิยมสามานย์ ..http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20120207/434549/ปตท.ตั้งเป้าติด1ใน100บริษัทยักษ์ใหญ่ในโลก.html
        ปตท.ตั้งเป้าติด1ใน100บริษัทยักษ์ใหญ่ในโลก
        www.bangkokbiznews.com
        ปตท.ตั้งเป้าติดอันดับ 1 ใน 100 บริษัทยักษ์ใหญ่ในโลก คีย์สำคัญต้องปรับตัวให้เร็ว เหนือกว่าคู่แข่ง เตือนหนี้ยุโรป-ปัญหาอิหร่านกดดันราคาน้ำมัน
        วัน วันพุธ เวลา 15:47 น. · 6
        Vincent Oldbook http://thaipublica.org/2012/02/formula-to-calculate-the-cost-of-ngv-ptt/..
        เปิดสูตรคำนวณต้นทุนเอ็นจีวี ผู้ประกอบการ–ส.ว. บี้ ปตท. แจงไส้ในที่แท้จริง « ThaiPublica
        thaipublica.org
        เปิดสูตรคำนวณต้นทุนเอ็นจีวี ผู้ประกอบการ-สว.บี้ปตท.แจงไส้ในที่แท้จริง
        วัน วันพุธ เวลา 15:49 น. · 4
        Vincent Oldbook “รสนา”ใช้กลไกศาลปกครอง ไล่บี้ต้นทุนเอ็นจีวีต่อ ปตท. แจงราคาปากหลุม 210 บาทต่อล้านบีทียู http://thaipublica.org/2012/01/rosana-ngv-cost-ptt/..
        วัน วันพุธ เวลา 15:50 น. · 3
        Vincent Oldbook ปตท. ปลื้มโกยรายได้ 2.2 ล้าน ลบ. ฟันกำไร 1.05 แสน ล. สูงสุดเป็นประวัติการณ์http://www.manager.co.th/stockmarket/viewnews.aspx?NewsID=9550000022277..
        วัน วันพุธ เวลา 15:51 น. · 4
        Vincent Oldbook http://www.democrat.or.th/th/news-activity/article/detail.php?ID=10855..
        ข้อมูลประกอบการเสวนาเปิดหูเปิดตาพลังงาน : ขายหุ้น ปตท. คนไทยได้ หรือเสีย
        www.democrat.or.th
        บทความ
        วัน วันพุธ เวลา 15:52 น. · 4
        Vincent Oldbook http://www.set.or.th/set/companyholder.do?symbol=PTT&language=th&country=TH..
        ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย : ข้อมูลรายบริษัท/หลักทรัพย์
        www.set.or.th
        The Stock Exchange of Thailand:Your Investment Resource for Thailand's Capital Market
        วัน วันพุธ เวลา 15:53 น. · 2
        Vincent Oldbook http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9550000021175..
        Weekly - Manager Online - ตีแผ่ธุรกิจรัฐลงทุน-เอกชนรับทรัพย์ ขุดขุมทรัพย์ปตท. หมกค่าอีกมหาศาล !
        www.manager.co.th
        ตีแผ่ธุรกิจรัฐลงทุน-เอกชนรับทรัพย์ ขุดขุมทรัพย์ปตท. หมกเม็ดอีกมหาศาล! ผู้ถือ...ดูเพิ่มเติม
        วัน วันพุธ เวลา 15:54 น. · 7
        Add Chatkaew ไม่ไหวจะเคลีย์ อ่อนเพลียจะทน ไมเกรนขึ้น ปฏิวัติเหอะ ล้างบางคนเลวกันเหอะ *<>*
        วัน วันพุธ เวลา 15:58 น. · 10
        วาทิน พลฉวี มันเอาสมบัติของชาติไปเป็นของมันไม่พอยังขูดรีดคนในชาติอีก ไม่รู้จะด่าว่ามันเลวยังไง..
        วัน วันพุธ เวลา 16:09 น. · 3
        Suporn Khumhom ต้องจัดการโดยเร็ว ก่อนที่จะล่มจมไปมากกว่านี้
        วัน วันพุธ เวลา 16:55 น. · 1
        พงษ์ รักในหลวง ช่วย.แปรรูปการรถไฟหน่อยสิครับบักโกรกเหมือนเดิม
        วัน วันพุธ เวลา 17:36 น.
        เพียงพันธุ์ รักในหลวง อยากได้คลิปแปรญัตติของคุณรสนา เมื่อคืนวันที่ 8 พค ด้วยค่ะ เป็นข้อมูลโบลิเวียเอาผลประโยชน์ชาติมาลดความเหลื่อมล้ำในการไม่รู้หนังสือจนประกาศหมดปีการไม่รู้หนังสือได้ ข้อความสำคัญคือการไมาเอาการออกกฏหมายปชตให้ภาครัฐกินรวบเสรษฐกิจของประเทศ คุณรสนากำลังทวงคืนกิจการแรและปิโตรเลี่ยมคืน เหมือนที่หลายๆประเทศทำได้และทำมาหลายประเทศแล้ว
        วัน วันพุธ เวลา 18:06 น. · 2
        Pong Bkk ช่วยได้แค่แชร์แบ่งปัน อิอิ
        วัน วันพุธ เวลา 20:17 น.
        Kamolporn Banlue แชร์แล้ว เราจะทำอย่างไรค่ะ...
        วัน วันพุธ เวลา 20:27 น.
        Nutcha In หลีกเลี่ยงการเติมน้ำมันปั้มนี้มานานแล้ว
        วัน วันพุธ เวลา 20:32 น.
        อมรา จรดล แก๊สก็ขึ้น ชลอ 3 เดือนมีประโยชน์อะไร
        วัน วันพฤหัสบดี เวลา 12:33 น.
        Pim Pimmy ยังไงล้ะ ...? บรรยายความเอี้ยได้ดีมาก
        เพิ่งรู้เหมือนกันเรื่องนี้ แต่รู้แค่ว่าประเทศไทยมีแหล่งขุมทรัพย์พลังงานเยอะ เยอะจนมีคนขายชาติหน้าด้านขายจริงๆ ิ
        13 ชั่วโมงที่แล้ว

   
บันทึกการเข้า

เส้นทางน้ำมันปตท.สิ่งที่ควรรู้
บันทม
Full Member
***
กระทู้: 439



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2012, 10:06:17 AM »

ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น คลิก

http://www.youtube.com/watch?v=r8crxiJArWU
บันทึกการเข้า

เส้นทางน้ำมันปตท.สิ่งที่ควรรู้
บันทม
Full Member
***
กระทู้: 439



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2012, 18:44:07 PM »


มาดูอีกตอนหนึ่งของ "ขุมทรัพย์น้ำมัน อเมริกันสามานย์"

คลิก..

http://www.ricefundsurin.com/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B-showdetail-4756-L11547-%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99_%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C.html
บันทึกการเข้า

เส้นทางน้ำมันปตท.สิ่งที่ควรรู้
บันทม
Full Member
***
กระทู้: 439



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 08 สิงหาคม 2012, 21:55:39 PM »

ค่อนข้างยาว ค่อยๆเปิดดู/ฟังไปเรื่อยๆแล้ว pause ไว้ครับค่อยกลับมาดูต่อ แล้วจะแจ่มแจ้งเอง

คลิก..


http://www.youtube.com/watch?v=JnPkBuAxg6k&feature=player_embedded&noredirect=1
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 สิงหาคม 2012, 21:59:40 PM โดย บันทม » บันทึกการเข้า

เส้นทางน้ำมันปตท.สิ่งที่ควรรู้
ด.ช. Viscount
Sr. Member
****
กระทู้: 684


ประชาธิปไตยไม่ใช่สูตรยาครอบจักรวาล...นะจ๊ะ


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2012, 10:09:31 AM »

ขอบคุณครับลุงบันทม เดี๋ยวดึกๆ ผมมาร่วมด้วยช่วยแชร์นะครับ
พลังงานไทย ของคนไทย แต่คนไทยไม่ได้ประโยชน์ทั่งระยะสั้นและระยะยาว
เรื่องนี้เร่งด่วน ต้องร่วมกันครับผม
บันทึกการเข้า

จิตกับวัตถุไม่แยกออกจากกัน
บันทม
Full Member
***
กระทู้: 439



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 29 พฤศจิกายน 2012, 20:46:14 PM »

ผู้พูดเป็นวิศวกรปิโตรเลียมที่ทำเรื่องน้ำมันมา 30 ปี

คลิกเพื่อฟัง ..

http://www.manager.co.th/vdo/defaultrun.aspx?NewsID=5550000153352
บันทึกการเข้า

เส้นทางน้ำมันปตท.สิ่งที่ควรรู้
หน้า: [1] 2 3 ... 9   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!