บ้านตุลาไทย
24 เมษายน 2018, 09:27:36 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คำตอบถึงเพื่อนเก่า  (อ่าน 23737 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 15 สิงหาคม 2012, 07:26:45 AM »

เว้นว่างไป  ปล่อยให้อะไรๆ มันหมุนไปเองสักพัก

เพื่อนเก่าหลายคนก็แวะเวียนมา  เลียบๆ เคียงๆ ในทำนอง  "ไม่เข้าร่วมขบวนปฏิวัติมหาประชาชนหรือ ? "

อะไรคือสิ่งที่เรียกว่า "ขบวนมหาปฏิวัติประชาชน"  บอกตามตรงว่ามองไม่เห็นว่าอะไรที่เป็นการปฎิวัติของประชาชน   นอกจากขบวนการที่ทำให้คนเป็นทาส  ใช้การโฆษณาแบบชวนเชื่อลากคนให้เป็นพวก   และใช้วิธีแบบพวกมาก(สักหน่อย) ลากไปเท่านั้น

บางคนยังมากระซิบบอกว่า  "ประชาชนนั้นอ่อนแอ   จำเป็นต้องให้นายทุนนำ"   เฮ่ย นี่มันคอมมิวนิสต์สายไหนกันนี่   แลบลิ้น

ส่วนในโลกวรรณกรรมก็ไม่รู้ว่าเขามีอะไรกัน   แต่เมื่อคืนเห็นพี่เนาว์ได้ออกทีวีพูดกับเขามั่ง พร้อมกับกลอน

ก็ขอนำมาลงซ้ำ  เพื่อบอกว่าเห็นด้วยกับเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

   @ หนึ่งคือซ้ายดัดจริตไร้เดียงสา
       อหังการ์เป็นใหญ่ก็ซ้ายได้
       สองคือซ้ายซ่าระเบิดเถิดเทิงไป
       ได้บาทใหญ่อย่างไม่ได้เคยเป็น
       
       @ สามคือซ้ายมาสายเพิ่งได้รู้
       การต่อสู้เพื่อคนผู้ทุกข์เข็ญ
       สี่คือซ้ายตกขอบชอบคั้นเค้น
       ชูประเด็นทฤษฎีบทชี้นำ
       
       @ ห้าคือซ้ายกลไกแบบไขลาน
       เป็นหุ่นยนต์บริการวันยังค่ำ
       หกคือซ้ายเจ้าเล่ห์สาริยำ
       ทำเพื่อทำประโยชน์ได้แต่ฝ่ายตัว
       
       @ เจ็ดคือซ้ายสามานย์ก่อการร้าย
       จนเป็นซ้ายทรราชอุบาทว์ชั่ว
       ทั้งเจ็ดซ้ายเจ็ดอสัตย์กัดกันนัว
       ล้วนน่ากลัวเพราะเป็นซ้ายที่ไม่จริง
       
       @ ผู้รู้ว่าหนุ่มสาวทันสมัย
       ไม่เป็นซ้ายก็ไร้ใจเป็นที่ยิ่ง
       แต่แก่แล้วยังเป็นซ้ายไม่ประวิง
       ก็เป็นสิ่งไร้สมอง...พึงตรองดู !
บันทึกการเข้า
pasit
Sr. Member
****
กระทู้: 555


“..บนเส้นทางแห่งอุดมการณ์……


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2012, 15:09:22 PM »

เสียดาย  ไม่ได้ดู
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 16 สิงหาคม 2012, 07:42:17 AM »



บางคนก็มาพร้อมกับแผ่นหนังข้างบน    เพราะหลายคนบอกว่าสะใจ  ช่างเป็นหนังที่ออกมาถูกยุคถูกสมัยจริงๆ   ฮืม

พอดีหนังเรื่องนี้ได้ดูก่อนที่เขาจะเอามาชักชวนให้ดูแล้ว   จึงได้ทีบอกว่างั้นมานั่งดูพร้อมกันเลยว่าเราได้เห็น ได้ข้อคิดอะไรจากหนังเรื่องนี้

ประการที่หนึ่ง   การเปลี่ยนแปลงสังคมนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อสภาพทางเศรษฐกิจสังคมของรัฐรัฐหนึ่งมันย่ำแย่เต็มทีแล้ว   จนคนในสังคมรู้สึกว่าจะอยู่อย่างนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว  

ประการที่สอง   การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่หลวงของสังคมนั้นแลกมาด้วยอะไร   ซึ่งก็ต้องตอบว่าคุ้มค่าหรือไม่   และต้องยอมรับอีกอย่างหนึ่งคือการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ ไม่ใช่จะจบลงและทำให้เรื่องทุกอย่างสงบได้ภายในวันเดียว   หากแต่มีความต่อเนื่องที่ทำให้สังคมต้องหวั่นไหวสั่นคลอนและอยู่บนความไม่แน่นอน   ซึ่งไม่ใช่กินเวลาแค่ปีสองปี    อย่างการปฏิวัติซินไฮ่ในปี 1911 กว่าจะมาเป็นการปฏิวัติเข้าสู่ประเทศจีนใหม่ ในปี 1949 ก็กินเวลาถึง 38 ปี ซึ่ง 38 ปีนี้ประเทศจีนก็ยังเต็มไปด้วยศึกสงครามและคนตกทุกข์ได้ยาก    อีกทั้งแม้พรรคจีนจะประสบชัยชนะแต่ก็ยังมีความสั่นคลอนในสังคมมาอีกจนถึงราวๆ ปี 1990   ก็กินเวลาอีก 50 ปี   ไม่ใช่เรื่องน้อยๆ เลยสำหรับการเปลี่ยนแปลงสังคมขนานใหญ่     ซึ่งผู้ที่คิดจะเปลี่ยนแปลงสังคมจะต้องคำนึงถึงข้อนี้ว่าจะรับกับสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้นไหวหรือไม่    และที่สำคัญอย่างยิ่งคือสิ่งที่จะทำไปนั้น คุ้มค่าหรือไม่

และประการที่สามที่นับว่าเป็นจุดไคลแม็กซ์ที่สำคัญของหนังเรื่องนี้   ซึ่งไม่ใช่บทบู๊ของเฉินหลงหรือวีรกรรมของเหล่านักปฏิวัติใดๆ   หากแต่อยู่ที่คำถามของหยวนซีไขที่มีต่อแม่ทัพนายกองต่างๆ ว่า "คนแซ่ซุนผู้นี้ (หมายถึงซุนยัตเซ็น) มีดีอะไร"   คำตอบที่เขาได้รับคือ  "เขามีดีที่ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว"

ก็เป็นคำตอบสำหรับเพื่อนเก่าที่มาชักชวนให้ดูหนังเรื่องนี้

เขามีดีที่ไหน   เขามีดีที่ "ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 สิงหาคม 2012, 15:08:20 PM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 16 สิงหาคม 2012, 08:48:18 AM »

ก็เป็นทั้งคำถามและคำตอบสำหรับอดีตผู้นำอาวุโสบางคนที่เที่ยวไปพ่นที่นั่นที่นี่ว่า  "ประชาชนไทยอ่อนแอ  จำเป็นต้องให้ชนชั้นนายทุนเป็นผู้นำ"

คำถามคือนายทุนผู้นี้เป็นผู้ที่ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนใช่หรือไม่   

หรือความจริงล้วนแต่เป็นเรื่องตรงข้าม

เพราะที่สู้ๆ กันอยู่นี้ก็ล้วนแล้วแต่เพื่อทวงคืนผลประโยชน์ของเขาทั้งสิ้น

แล้วคนอย่างนี้นะหรือที่เราจะวางใจให้เป็นผู้นำของการปฏิวัติไทยในยุคปัจจุบัน ?!?
บันทึกการเข้า
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1077



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 16 สิงหาคม 2012, 11:07:48 AM »

ท่านลองตามไปอ่านตรงเสียงสร้างสรรค์ดูครับ
น่าจะยังมีผู้อาวุโสอีกหลายท่านที่ยังให้ความสนใจบ้านเมือง
ซึ่งแนวทางต่างจากอดีตกรรมการกลางสำรองฯธิดา
แสดงออกมาทางวารสารฯ ได้อย่างชัดเจน

http://www.thaisocialist.com/e_book/Creative3_WEB.pdf
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 18 สิงหาคม 2012, 21:32:02 PM »

สั้นๆ แต่ชัดเจน  จากหงา คาราวาน

http://www.oknation.net/blog/hardcorelawyer/2012/08/17/entry-2
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 19 สิงหาคม 2012, 12:07:40 PM »

น้องในคณะรุ่นปัจจุบันส่งมาให้ฟังและชม

ก็ดีใจที่เพลงและบทกวีนี้ยังได้รับการขับขานมาจนถึงทุกวันนี้

ดีใจที่เพลงและบทกวีนี้ยังมีคนร้องและคนฟังจนถึงทุกวันนี้

แม้บริบทจะต่างไปบ้าง   แต่ความหมายยังคงทรงพลังเหมือนเดิม

http://www.youtube.com/watch?v=xH3AYL8xrXw
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 20 สิงหาคม 2012, 15:03:51 PM »

บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 20 สิงหาคม 2012, 15:38:14 PM »

พุทธวจนะของท่านพุทธทาสข้างต้นนี้   ถ้าเป็นหลังสมัย 14 ตุลาใหม่ๆ คงจะฟังกันไม่ได้

แต่ความเป็นจริงในหลายปีที่ผ่านมานี้ได้แสดงให้เห็นว่า  คำกล่าวสั่งสอนของท่านพุทธทาสนั้นถูกต้อง

เพราะหากเอาแต่ประชาชนหรือมวลชนเป็นใหญ่   กลุ่มไหนก็ออกมากล่าวอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเองได้ทั้งนั้น

...ว่าฉันนี่แหละคือ "มวลชน"  คือ "ประชาชน" 

และมวลชนแบบฉันจะทำอะไรก็ได้  กดดันใครก็ได้  บีบบังคับใครก็ได้

ดังเฉกเช่นที่เห็นกันอยู่ทุกวันทุกสัปดาห์ในขณะนี้
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 21 สิงหาคม 2012, 07:32:03 AM »

สมัยก่อนเรื่องนี้ก็เคยมีการถกกันว่า "มวลชน"  หรือ "ปวงชน"
สุดท้ายสายจัดตั้งชี้ว่า "มวลชน" เป็นฝ่ายถูก
ความจริงคือว่า มวล กับ ปวง ก็ไม่เห็นจะต่างกันที่ไหน
แต่คงไปแสลงว่าอีกฝ่ายใช้คำว่า "ปวง" อยู่แล้ว

ความจริงในประเทศๆ หนึ่งก็ประกอบด้วยผู้คนหลากหลายสาขาอาชีพ  
ประกอบด้วยความคนหลายหลาย  มีทั้งมั่งมี กลางบน กลางล่าง ไม่มีแต่ก็ไม่จน  แล้วก็จนธรรมดาๆ ไปจนถึงจนมาก จนไม่มีอันจะกิน
เราจะแบ่งคนไปตามความรวยคนจนได้หรือ   ว่าถ้ามีฐานะอย่างนั้นไม่ใช่ประชาชน  ไม่ใช่มวลชน   ต้องจนอย่างนี้ถึงจะเป็นประชาชน เป็นมวลชน
เพราะพอเอาเข้าจริงก็กลายเป็นว่า  ถ้าใครเห็นด้วยกับเราก็เป็นประชาชน เป็นมวลชน (ให้ดีขึ้นก็เติมคำว่า "ก้าวหน้า" ไปให้หน่อย)  ใครไม่เห็นด้วยกับเราแม้แต่คนอยากคนจนก็ไม่ใช่ฝ่ายประชาชนหรือมวลชน (ไม่ก็ติดยี่ห้อให้ว่า "ล้าหลัง")
หากหวนคิดไปถึงตรรกะเหล่านี้ในเวลานี้   เมื่อเราอายุมากขึ้น มีความคิดและประสบการณ์มากขึ้น
ก็เห็นได้ชัดว่าตรรกะแบบข้างต้นนั้นผิดพลาดโดยสิ้นเชิง  และผิดพลาดมาแต่ต้นแล้ว

เพราะเราไม่สิทธิ  หรืออย่างน้อยไม่ควรที่จะแบ่งคนออกไปตามความเชื่อทางการเมือง
โจทย์ทางการเมือง   ควรเป็นคำตอบให้กับบุคคลทุกคนที่อยู่ในสังคม   ไม่ใช่เพียงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง  หรือคนตามที่เชื่อตามแนวคิดของเราเท่านั้น

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000102611
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 สิงหาคม 2012, 16:31:04 PM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 22 สิงหาคม 2012, 11:25:19 AM »

บางคนพอจะพูดถึงการดัดแปลงสังคมขึ้นมาทีไร  ก็ไม่แคล้วว่าจะต้องไปวิเคราะห์ความขัดแย้งของสังคม  กำหนดมิตรกำหนดศัตรูให้ชัด

แต่พอทำอย่างนี้ก็กลายเป็นเรือวนในอ่าง  อย่างที่เห็นมาก็ร่วมๆ 30 ปีกันแล้ว  ไม่เห็นจะไปกันได้ถึงไหน  มาตกม้าตายก็เพราะหาความขัดแย้งหลักในสังคมไม่เจอ  

ยิ่งมาในเวลานี้ที่ฝ่ายเสื้อแดงก็มองความขัดแย้งหลักไปอย่างหนึ่ง   แล้วก็เมาหมัดซัดมิตรซัดศัตรูจนมั่วจนเปรอะไปหมดอยู่ตรงนั้น

ส่วนอีกข้างหนึ่งก็เห็นเป็นอีกอย่างหนึ่ง   เรียกว่าคนที่ติดทฤษฎีแบบลัทธิมาร์กซ  เศรษฐศาสตร์การเมือง  พอเอาเข้าจริงกลับมองเห็นต่างกันเป็นคนละมุมไปเสียได้

ปรากฏการณ์เช่นนีแสดงให้เห็นว่าวิธีคิด วิธีการมองปัญหาแบบที่ปัญญาชนฝ่ายซ้ายยึดถือกันมาตลอดนั้นมีปัญหา

มีปัญหาไม่ใช่เพราะใช้ไม่ถูก ใช้ไม่เป็นกัน

แต่มีญหาเพราะมันไม่ถูกมาแต่แรกแล้ว !?!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 สิงหาคม 2012, 11:43:28 AM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
Emptiness
Newbie
*
กระทู้: 64


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 23 สิงหาคม 2012, 14:03:41 PM »

ความเป็นจริงทางสังคมคงไม่ได้มีแค่ พลังการผลิต กับ ความสัมพันธ์ทางการผลิต ที่ขัดแย้งกัน แล้วนำมากำหนดเป็นทฤษฏีชี้นำการต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม
หรือเปลี่ยนความสัมพันธ์ทางการผลิตใหม่ มันคงไม่ง่ายๆหยาบๆแค่นี้ แต่ยังมีมิติอื่นๆที่สลับซับซ้อนอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นค่านิยม อารมณ์ ความรู้สึก เชื้อชาติ
ศาสนา วัฒนธรรม ความรัก ความดี ความงาม ซึ่งแต่ละบุคคลย่อมมีความแตกต่างกัน แต่ละชุมชน แต่ละจังหวัด แต่ละภาค แต่ละประเทศ ล้วนมีความแตกต่างทั้งสิ้น
ซึ่งเรื่องต่างๆเหล่านี้ ทฤษฏีที่ว่าไม่ค่อยได้กล่าวถึงหรือนำมาเป็นปัจจัยในการวิเคราะห์วิจัยกัน
    หากจะแสวงหาสัจจะจากความเป็นจริง กันจริงๆ ก็ต้องมองให้เห็นมิติต่างๆเหล่านี้ด้วย
    ความจริงที่มีความแตกต่างหลากหลาย ความจริงที่ตราบใดที่มีมนุษยชาติ ย่อมมีความแตกต่าง
    การปฏิเสธความแตกต่าง เท่ากับปฏิเสธความเป็นจริง และปฏิเสธทฤษฏีที่ตัวเองยึดมั่นถือมั่นอยู่
    เท่ากับปฏิเสธความเป็นมนุษย์ของตนเอง การปฏิเสธตนเองก็เท่ากับ หลอกลวงตนเอง ด้วยทฤษฏีที่ตนเองยึดถืออยู่
    กล่าวโดยสรุปก็เลยไม่รู้ว่า ถูกทฤษฏีนั้นหลอก หรือ ตั้งหน้าตั้งตาหลอกตนเองกันแน่
   
   
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: 23 สิงหาคม 2012, 17:13:51 PM »

คงจะถูกทฤษฎีหลอก   แล้วก็นำมาหลอกทั้งตนเองและผู้อื่น   

....................................

ทฤษฎีหนึ่งๆ อาจตอบปัญหาได้ดีในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

แต่เมื่อเวลาผ่านไป   มีตัวแปรต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น   อีกทั้งมนุษย์มีความเข้าใจและความรอบรู้มากขึ้น   ทฤษฎีก็ย่อมต้องถูกปรับปรุง ปฏิเสธ กระทั่งสร้างทฤษฎีใหม่ขึ้นมาได้

ดูแม้แต่ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่มีการทดลองหรือทำการค้นคว้าวิจัยประกอบอย่างชัดแจ้งยังมีการปฏิเสธ แก้ไขเพิ่มเติม หรือสร้างขึ้นใหม่อยู่เสมอ

และสำมะหาอะไรกับทฤษฎีทางสังคมที่หลายอย่างก็อาศัยการตีความ  อาศัยการปฏิบัติทดลองในสังคมบางทีก็กินเวลานับสิบๆ ปีหรือร้อยๆ ปี  จะปรับปรุงหรือแก้ไขอะไรไม่ได้

....................................

ที่ว่าถูกทฤษฎีหลอกคือ  เรามัวแต่ไปยึดติดนั่นแหละ ว่าทฤษฎีที่นี้จะต้องถูกต้องเสมอ  เปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรไม่ได้

ก็คือทฤษฎีว่าด้วยเศรษฐการเมืองนั่นแหละ

หรือพูดให้ตรงเป้าไปเลยคือทฤษฎีมาร์กซิส

ทั้งที่ตลอดชีวิตของมาร์กซกับเองเกลล์เขาเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยน โต้แย้ง หาข้อสรุป แล้วก็โต้แย้งใหม่ 

มันเกิดมีปัญหาก็คนรุ่นหลังๆ นี่แหละ  ที่พากันไปเชื่อว่าทฤษฎีนั้นถูกต้องจริงแท้เพียงอย่างเดียว  ผิดแผกไปจากนี้ไม่ได้

ทีนี้พอมาผสมโรงกับพวกที่ไปเข้าข้างนายทุนใหญ่ก็เลยเกิดการฉวยโอกาสนำไปใช้อธิบายทำให้ดู "เสมือน" ว่าเป็นอย่างนั้น

จึงเป็นพื้นฐานของความไม่สงบของสังคมไทยในทุกวันนี้

.........................................

หากจะกล่าวว่าปัญหาของสังคมไทยในเวลานี้คืออะไร

ก็คือความปั่นป่วนที่มาจาก "คนกลุ่มนี้" นั่นเอง
บันทึกการเข้า
old clumsy
Hero Member
*****
กระทู้: 1769

ดุลยภาพคือทางรอด


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 23 สิงหาคม 2012, 18:11:54 PM »


" พ่อเรียนวิทยาศาสตร์รุ่นที่ยังศึกษาแค่กฎของนิวตัน  แต่สมัยนี้ ลูกบอกว่า เค๊าเรียนทฤษฎีควอนตัมกันแล้ว

และแม้แต่ทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ยังมีข้อโต้แย้งมาก

  เดี๋ยวนี้มีปฏิสสาร(antimatter) มีอัพควาก(up quarks) ดาวน์ควาก (down quarks)

 ปฏิสสารเป็นเหมือนภาพสะท้อนในกระจกเงาของ “สสาร” (matter)

เชื่อว่าสสารทุกตัวมีปฏิสสารเป็นคู่ เมื่อทั้งสองมาเจอกัน จะทำลายล้างซึ่งกันและกัน ทิ้งไว้เพียงพลังงานจำนวนหนึ่ง(เหมือนทุนสามานย์กับศักดินาล้าหลัง..555 ทิ้งความฉิบหายไว้เบื้องหลัง กลายเป็นพลังงานโง่ของคนที่ตกเป็นเครื่องมือ  555)

อนุภาคจำนวนมากชนกันเกิดปฏิสสารตัวใหม่ที่แปลกประลาดและไม่เคยพบมาก่อนบนโลกนี้ ที่เรียกว่า แอนตี-ไฮเปอร์ไทรตันส์ (anti-hypertritons) คล้ายๆเจ๋ง ดอกกระเจียว

 นิวเคลียสประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่า แลมบ์ดา (Lambda) ซึ่งมี สเตรงจ์ควาร์ก (strange quarks) เป็นองค์ประกอบ ขณะที่นิวเคลียสทั่วไป จะประกอบขึ้นจากโปรตอนและนิวตรอน ซึ่งมี อัพควาร์ก (up quarks) และ ดาวน์ควาร์ก (down quarks) เป็นองค์ประกอบ

 และอนุภาคแลมบ์ดานั้น จะวิ่งวนรอบโปรตอนและนิวตรอนมีอนุภาคแลมดาร์วิ่งรอบโปรตอน(คล้ายแกนนำ นปช.ล้อมรอบทักษิณเพราะมีเงินเป็นตัวเร่ง)

จนค้นพบทฤษฎีกำเนิดโลกและจักรวาล ( เหมือน สังคมใหม่ที่ถูกทุนนิยมกัดกร่อน ทำลายธรรมชาติ น้ำแข็งละลาย เกิืดทุกข์พิกขภัยทุกหย่อมหญ้า ...)

เพราะฉะนั้น  ทฤษฎีมาร์กซ์ซิสต์ เลนินนิสต์ เหมาอิสต์ ทร็อตสกี้ จึงเป็นเรื่องที่ล้าหลังเกินกว่าจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้และจักรวาลนี้ได้ 
นอกจากนี้ ยังมีทฤษฎีดาวเทียม อธิบายได้ด้วยว่า สตีฟจ๊อป  ตายแล้วไปไหน (ตอบ...กลายเป็นวิทยาธรกึ่งยักษ์    )

โอโลกนี้ช่างซับซ้อนเหลือเกิน...(นี่ยังไม่นับทฤษฎีหมอเขียวและอื่นๆ..ฯ)
บันทึกการเข้า

สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์เสมอ...จงอย่าสำคัญตัวผิด ยิ้มเท่ห์
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: 05 กันยายน 2012, 10:12:43 AM »

กรณีการออกมาประท้วงเรื่องหลักสูตรจากจีนแผ่นดินใหญ่ของนักเรียนชาวฮ่องกงก็เป็นอีกกรณีศึกษาหนึ่งที่บอกให้เราทราบว่าไม่อาจมองเรื่องราวต่างๆ ด้วยทรรศนะคติแบบเดิมๆ หรือตามประวัติศาสตร์บางช่วงบางตอนได้

อย่างถ้าถือจีนแบบว่าจีนเป็นรัฐสังคมนิยม ย่อมมีความ "ชอบธรรม" ที่จะดำเนินการหล่อหลอมให้เยาวชนในดินแดนของตนให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ

หรือหากย้อนกลับไปตามประวัติศาสตร์เมื่อ 200 ปีที่ผ่านมา   ก็ย่อมเห็นถึงความเจ็บช้ำที่ประเทศจีนต้องเสียเกาะฮ่องกงให้แก่จักรววรดินิยมอังกฤษในสมัยนั้น   

ด้วยเหตุเช่นนี้จึงทำให้จีนย่อมมีความชอบธรรมอย่างยิ่งที่จะดำเนินการต่างๆ บนเกาะฮ่องกง

แต่ 200 กว่าปีที่ผ่านไป  ได้สร้างรูปการณ์จิตสำนึกและวิถีชีวิตใหม่ให้กับชาวฮ่องกงซึ่งต่างกับแผ่นดินแม่ไปแล้ว

เรื่องนี้ใครผิดใครถูก  ใครชอบธรรมหรือไม่ชอบธรรม   ยากที่จะตัดสินยิ่งนัก   

และการตัดสินไม่อาจใช้หลักที่ว่ายืนอยู่บนจุดยืนของใครเช่นกัน  !?!

http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9550000109121
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!