บ้านตุลาไทย
24 เมษายน 2018, 09:36:57 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 3 [4]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คำตอบถึงเพื่อนเก่า  (อ่าน 23738 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #45 เมื่อ: 30 มกราคม 2013, 21:59:09 PM »

ลูกถือข้อสอบโควต้า มช. วิชาภาษาไทยปีนี้มาถาม

อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้  แล้วตอบคำถามข้อ 80-84

เธอเหนื่อยหรือหนุ่มสาวกับก้าวย่าง     บนเส้นทางระทมทุกข์แห่งยุคสมัย
ฤาหลงทิศ ลืมทาง ฤา อย่างไร         จึงภาพพจน์เปลี่ยนไป เหตุใดกัน
ฤา ดาวฝัน อันเคยฉาย ประกายระยับ   ถึงคราวดับ แสงฉาย ประกายฝัน
ฟืนไฟ เคยโชนฉาน มานานวัน          ฤา มีอัน เป็นไป แล้วไฟฟืน

80. คำว่า "ก้าวย่าง" หมายถึงข้อใด
     ก. การบุกเบิก     ข. การเรียนรู้   ค. การเติบโต  ง.การเดินทาง

81. คำว่า "ระทมทุกข์" หมายถึงข้อใด
     ก. ความช้ำใจ     ข. ความลำเค็ญ    ค. ขวากหนาม   ง.ความผิดหวัง

82.  คำว่า "ภาพพจน์" หมายถึงข้อใด
       ก. รสนิยม    ข. สถานภาพ    ค. ความเป็นอยู่   ง.ความประพฤติ

83.  คำว่า "ดาวฝัน" หมายถึงข้อใด
       ก. ความสุข   ข.ความหวัง   ค.ความรัก  ง.ความคิด

84.  จุดเด่นของคำประพันธ์นี้คืออะไร
       ก. กลวิธี     ข.จินตนาการ   ค.แนวความคิด  ง. การสร้างโวหาร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 มกราคม 2013, 09:22:40 AM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #46 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์ 2013, 18:12:48 PM »

จากฟุตบอลประเพณีวันนี้  เมื่อนักศึกษาไม่เลือกสีแต่เลือกที่จะสะท้อนความเป็นจริง

ผ่านวงผองเพื่อนเก่าที่เป็นเสื้อแดง  พากันด่า นศ.จุฬา ธรรมศาสตร์กันขรม

เออ นี่จะให้เขาว่าตามตัวเองทุกอย่างหรืออย่างไร  จึงจะได้ชื่อว่าเป็น นศ.ฝ่ายก้าวหน้าตัวแทนแห่งยุคสมัยในปัจจุบัน

http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9560000013783
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 กุมภาพันธ์ 2013, 22:54:55 PM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #47 เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์ 2013, 15:44:09 PM »

http://www.youtube.com/watch?v=vPx1EtzxDFo

เผยแพร่เมื่อ 2 ก.พ. 2013
ดร.เกษียร เตชะพีระ เสวนายามบ่ายในหัวข้อ "เกี้ยเซียะหรือกลียุค:อ่านวิกฤติการณ์สยามประเทศยามเปลี่ยน(ไม่)ผ่าน" ดำเนินรายการโดย คำ ผกา จัดโดย ชมรมโดมรวมใจ ณ ห้องราชา โรงแรมรัตนโกสินทร์ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 กุมภาพันธ์ 2013, 16:07:29 PM โดย salt » บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #48 เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์ 2013, 15:34:56 PM »

แรกสุดเห็นข่าวฝ่ายผู้ก่อการใส่เครื่องแบบครบครัน มีทั้งอาวุธทันสมัยและเสื้อเกราะกันกระสุน  พร้อมกับการสนธิกำลังจากสาขาหลายส่วน  ก็รู้สึกได้ว่าฝ่ายผู้ก่อการได้ยกระดับการรบขึ้นมาอีกขั้น  เป็นการรบในแบบ  และประจัญหน้ากับกำลังทหารโดยตรงแล้ว

เพียงแต่ครั้งนี้ข่าวรั่วไหลจึงทำให้ถูกต้อนรับด้วยระเบิดเคโมหลายลูก  ทำให้เป็นฝ่ายล้มตายและเสียหายไปอย่างหนักอย่างที่เห็น

ฝ่ายรัฐเนื่องจากกำชัยได้เด็ดขาดในการยุทธ์ครั้งนี้  ก็แสดงท่าทีรวดเร็วในการไม่ซ้ำเติมฝ่ายตรงข้าม  แม้บางคนจะไม่ทันคิด  เอาแตแกว่งปากที่ติดประชานิยมไปหา "การเยียวยา" โน่น  สุดท้ายก็แทบกลืนน้ำลายไม่ทัน  ออกมาอ้อมแอ้มเพียงว่าไม่ได้จะให้เงินตบหัวกันอีก

เพราะปัญหาไม่ได้แก้กันที่เงิน

เหมือนดังที่ปรากฏออกมาในคลิปนี้ว่า  3 จังหวัดชายแดนใต้ไม่มีวันสงบสุขแน่

เพราะเป็นที่แน่ชัดว่าชาวบ้านไม่ได้อยู่ข้างรัฐ

ปัญหามาจากไหน  อาจมาแต่ริ้วรอยทางประวัติศาสตร์อันไกลโพ้น   แล้วก็เรื่องกรือเซะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีตากใบที่ส่งผลกระทบต่อคนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้จำนวนมาก  จึงผูกใจเจ็บกันมาจนถึงทุกวันนี้

แต่ไม่ว่าอย่างไร  กระสุนปืนเมื่อเริ่มต้นขึ้น  ก็ต้องมีการบาดเจ็บล้มตาย  

จนไม่รู้ว่าใครเริ่มก่อนหรือหลัง  ใครเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด

แต่เมื่อกระสุนพุ่งออกไป  ย่อมทำให้เกิดความเจ็บแค้น  และคิดจะล้างแค้นกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000019558
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กุมภาพันธ์ 2013, 08:28:55 AM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #49 เมื่อ: 23 กรกฎาคม 2013, 07:46:45 AM »

คิดแบบซ้ายอกหักสร้างประชาธิปไตยไม่ได้
โดย บัณรส บัวคลี่ 22 กรกฎาคม 2556 14:19 น.

ผู้ที่คิดฝันอยากให้ประเทศของเราเป็นประชาธิปไตย ประชาชนมีอำนาจจริง มีความสุขจริง มีความเป็นธรรมจริง ต้องตัดแนวความคิดเรื่อง "ยึดอำนาจรัฐ" ออกจากสมอง เพราะความคิดแบบนี้เป็นแบบซ้ายเข้าป่า พวกซ้ายอกหักที่ยังปฏิวัติสังคมไม่เลิก เพราะคนที่คิดแบบนี้จะผูกติดความคิดว่าต้องได้อำนาจรัฐเสียก่อนจึงจะปฏิวัติสังคมตามที่ตัวเองคิดได้

ธิดา เหวง รวมไปถึงนักการเมืองอาชีพซ้ายหลอกต้มส.ส.รัฐมนตรีที่สวามิภักดิ์ทุนอีกหลายคนก็ถือทฤษฎีนี้แหละเรียกหาแรงสนับสนุนจากเครือข่ายซ้ายเก่าด้วยกัน และไม่เท่านั้นความคิดแบบนี้ยังอยู่ในสื่ออีกด้วยอย่างใบตองแห้งนี่ชัดเจน

คนที่เคยเข้าป่าเคยชินกับคำว่า “ยึดอำนาจรัฐไทย” มาแต่เริ่มความฝันของหนุ่มสาวยุคนั้นคือโค่นล้มระบบศักดินาชนชั้นสถาปนาความเท่าเทียม มีช่วงหนึ่งในคอมมิวนิสต์รุกหนักมากคนในป่าลำพองใจนับคืนวันรอคอยการได้ชัยชนะเข้าสู่เมืองกัน..แต่ฟ้าสีทองของพวกเขายังไม่เคยผ่องอำไพสักที เพิ่งจะมาอำไพกันตอนสวามิภักดิ์ทักษิณนี่เอง

เมื่อออกจากป่าซ้ายบางส่วนเลือกเข้าสู่วงการเมืองได้ส้องเสพอำนาจรัฐอันหอมหวานแถมยังได้เกลือกกลั้วกับทุนนิยมที่หอมหวานกว่าร่ำรวย+มากบารมีไปตามๆกัน คนเหล่านี้มักจะใช้ข้ออ้างสามัคคีกับทุนเพื่อล้มล้างศักดินาบ้าง หลอกใช้นักการเมืองนายทุนแล้วค่อยสามัคคีประชาชนโค่นนายทุนต่อบ้าง ฯลฯ ล้วนแต่เป็นข้ออ้างเชิงอุดมการณ์ไว้หลอกตัวเองและหลอกเพื่อนพ้องเท่านั้นเอง

เพราะมันไม่มีทางสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงได้ !

กรอบความคิดแบบปฏิวัติสังคมมีแก้วสามประการพรรค-มวลชนและกองกำลังเพื่อโค่นล้มและยึดอำนาจรัฐนั้นเป็นโมเดลของรัฐเผด็จการเมื่อได้อำนาจรัฐมาอำนาจนั้นจะยังคงผูกขาดวนเวียนอยู่ภายในแวดวงกรรมการพรรคเจ้าหน้าที่พรรคนายทุนพรรคนั่นแหละไม่ได้ลงมาถึงประชาชนอะไรหรอกประเทศเพื่อนบ้านที่เขาปฏิวัติสังคมสำเร็จอย่างลาว เขมร เวียดนามเป็นยังไงล่ะ?

ซ้ายเก่าอกหักเหล่านี้กอดแนวคิดปฏิวัติสังคมไม่เลิกไม่รู้ว่าเพราะมันฝังอยู่ในหัวหรือคิดแบบอื่นไม่เป็นเมื่อมาประยุกต์ใช้กับสังคมเปิดแบบประชาธิปไตยเข็มมุ่งของพวกเขาก็ยังคงอยู่ที่เอาชนะเพื่อได้มาซึ่งอำนาจรัฐให้ได้

ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเลือกหนุน "พรรค" ให้ได้อำนาจ เอาตัวเองไปผูกกับการได้อำนาจ รวมถึงป้องกันไม่ให้พรรคการเมืองหรือขุมข่ายการเมืองอีกฝ่ายได้อำนาจ ทั้งๆ ที่โลกเคลื่อนมายุคนี้แล้วโซเวียตล่มสลาย หมดสงครามเย็น จีนก็เล่นบทนายทุนไปแล้วจะปฏิวัติอะไรอีกล่ะ? นอกเสียจากมีเป้าหมายแฝงปฏิวัติระบอบและโครงสร้างระบอบพุ่งเป้าไปที่สถาบันหนึ่งใดโดยเฉพาะ? ซึ่งนี่ก็เป็นแนวคิดเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีทางเป็นไปได้เพราะนายทุนนักการเมืองไม่เอาด้วย

สหายปูน ธิดา ถาวรเศรษฐ เคยเป็นถึงกรรมการสำรองกรรมการกลาง พคท.แม่นยำทฤษฎีและอุดมการณ์ไพร่ระดับที่เป็นกุนซือบอกบทสงครามไพร่-อำมาตย์ บอกบทให้เต้นปราศรัยเรื่องรามายณะฉบับไพร่(ตีความพระรามให้เป็นผู้ปกครองกดขี่ไม่เป็นธรรมพวกยักษ์เป็นไพร่ที่ถูกปราบ) กระทบชิ่งไปยังสถาบันที่ถือกันว่าเป็นนารายณ์อวตาร เมื่อนชป.เป็นขาหนึ่งที่ทำให้พรรคเพื่อไทยได้อำนาจรัฐมา 2 ปีแล้ว

ถามว่าได้สร้างความก้าวหน้าอะไรให้กับประชาธิปไตยของสังคมนี้บ้างนอกเหนือจากการมีเลือกตั้งให้พรรคการเมืองมาบริหาร?

นปช.ยุคสหายปูนซ้ายเก่าก็แค่การกล่อมคนให้ท่องประชาธิปไตยๆๆ ผูกตัวเองอยู่กับพรรคการเมือง เป็นกำลังหนุนให้พรรคได้อำนาจรัฐตามทฤษฎีปฏิวัติสังคมด้วยแก้วสามประการ ได้อำนาจมาแล้วก็เป็นกองกำลังปกป้องอำนาจรัฐให้กับพรรค ไม่ได้คิดเรื่องสิทธิประชาชนอันเป็นรากฐานของประชาธิปไตยแม้แต่น้อย

รัฐบาลปกปิดข้อมูลก็เฉย!

รัฐบาลมีเมกกะโปรเจ็คต์ไม่สอบถามประชาชนก่อนก็เฉย!

รัฐบาลมีโกงเรื่องข้าวยิ่งอยู่ยิ่งชัดและสารภาพแล้วว่ามีโกงจริงก็เฉย!

เฉยไปหมดกับการใช้อำนาจรัฐทั้งๆ ที่ตอนแรกประกาศว่าจะอยู่เพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐก็แค่ประกาศเท่ๆตามหลักการเท่านั้นแหละ

คนเหล่านี้มักจะอ้างว่าเป้าหมายประชาธิปไตยที่แท้จริงของคนพวกนี้คือการได้แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยเป้าหมายที่คนพวกนี้ต้องการแก้คือลดอำนาจตรวจสอบถ่วงดุล ลดอำนาจศาล องค์กรอิสระซึ่งนี่ก็จะมีผลต่อการโน้มเอียงไปสู่เผด็จการรัฐสภา (Majoritarianism) ได้ง่ายมาก แต่เนื่องจากพวกเขาสะกดจิตตัวเองมาแต่ต้นว่าการต่อสู้คือการได้มาซึ่งอำนาจรัฐขจัดอำนาจเก่าฝ่ายตรงกันข้ามเขาจึงหัวปักหัวปำกับแนวทางนี้คือแนวทางช่วงชิงความได้เปรียบระหว่างชนชั้นผู้ปกครองฝ่ายตนและฝ่ายตรงกันข้าม

ไม่มีความคิดเรื่องอำนาจประชาชนคนเดินดินเจ้าของประเทศอยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อย !

รัฐธรรมนูญหมวดที่สำคัญที่สุดหมวดหนึ่ง เป็นหมวดซึ่งเป็นรากฐานของประชาธิปไตยคือหมวดว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชนเจ้าของประเทศ แต่คนพวกนี้รวมถึงรัฐบาลซึ่งใช้อำนาจที่มาจากประชาชนไม่ได้สนใจ อย่างเรื่องโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านที่เขาให้บอกกล่าวกับประชาชนเสียก่อนนี่คือการรับรองสิทธิ/และปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดของประชาชน

รัฐบาลรวมถึงนปช.ตลอดจนนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจ๋าดันเบี่ยงประเด็นกลายเป็นอำมาตย์หาช่องแกล้งรัฐบาลไปเสียฉิบ

ก็เพราะคนพวกนี้มีแต่ต่อสู้เพื่อ “อำนาจรัฐ” อยู่ในหัว

ไม่เคยมีความคิดจะต่อสู้เพื่อ “อำนาจประชาชน” ซึ่งนี่ต่างหากคือ “หัวใจ” ของการสร้างสังคมประชาธิปไตยที่แท้จริง

ที่ถูกแล้วต้องโยนทิ้งความคิด "ยึดอำนาจรัฐ/ได้อำนาจรัฐ"ลงถังขยะไป แล้วมาคิดเรื่องเพิ่ม"อำนาจประชาชนเป็นหลักสำคัญ

พอมาคิดเรื่องอำนาจประชาชนเป็นหัวใจแล้ว ก็จะมองเห็นสิทธิ/เสรีภาพ/ที่ต้องคุ้มครอง การละเมิดสิทธิ การใช้อำนาจเกินขอบเขตตามมาอีกมากมาย และก็จะมองเห็นความจำเป็นต้อง "ลดอำนาจรัฐ" ลงมา

คนที่คิดหวังจะเห็นสังคมประชาธิปไตยเห็นสังคมเปิดที่มีสุขภาพดีมีธรรมาภิบาลอย่าเอาตัวเองผูกติดกับการชิงอำนาจรัฐพรรคไหนเลย

ความคิดแบบนี้มันเชยแล้วอย่าไปตามซ้ายอกหักปากหวานก้นเปรี้ยวเลยครับ!

ให้ถือเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง เลือกตั้งทีนึงจะเลือกหนุนพรรคไหนที่ดีก็ตามใจท่านแต่เมื่อถึงเวลาที่เขาบริหารหากทำไม่ได้ต้องตะโกนดังๆรับไม่ได้ ถ้าทำไม่ดีมากๆก็ต้องไล่ลงไป อย่าผูกตัวเองเป็นทาสพรรคการเมืองเพราะทำเช่นนี้ไม่ได้สร้างประชาธิปไตยอะไรเลย เป็นแค่ไพร่ราบทหารเลวให้กับผู้มีอำนาจเขาชิงอำนาจกันเท่านั้นแหละ

หากคนไทยจำนวนมากถือเอา “อำนาจประชาชน”เป็นหลัก เชื่อในหลักการว่าประชาชนต้องได้รับการปกป้องคุ้มครองมีสิทธิเสรีภาพและเป็นเจ้าของทรัพยากรเมื่อถึงเวลานั้นไม่ว่ากลุ่มใดพรรคไหนได้รับเลือกขึ้นมาจะต้องเคารพสิทธิพื้นฐานประชาชน เคารพอำนาจที่ประชาชนให้ไป สร้างกรอบชนิดใหม่ขึ้นมาบีบบังคับผู้เล่นทุกกลุ่มในภาคการเมืองให้ได้

เหมือนบราซิลที่นับจากนี้ไปรัฐบาลใดขึ้นมามีอำนาจต้องเกรงใจประชาชนในระดับสำคัญจะคิดโกงหรือทำเมกะโปรเจ็กต์จัดสรรงบประมาณแบบไหนต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะให้มากเข้าไว้ด้วยเกรงคนเรือนล้านจะออกจากบ้านมาทวงสิทธิของตนจากรัฐบาล(ที่มาจากการเลือกตั้ง)อีกรอบ

ลบความคิดเรื่องเข้าสู่อำนาจรัฐออกไป ช่วยกันเพิ่มอำนาจประชาชนโดยไม่ต้องอ้างหรืออิงอำนาจรัฐ นี่ต่างหากคือทางออก!!!

ส่วนความเชื่อแบบซ้ายสวาปามที่ว่าต้องหนุนต้องช่วยพรรคได้อำนาจรัฐเพื่อสร้างประชาธิปไตยน่ะ เป็นนิยายหลอกรับประทานของพวกแกนนำ...ไว้หลอกมวลชนเป็นฐานอำนาจเพื่อเสวยสุขกันเฉพาะกลุ่มเท่านั้นเอง...!
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #50 เมื่อ: 23 กรกฎาคม 2013, 14:51:20 PM »

นานๆ จะได้เห็นอ้ายแสงดาว ศรัทธามั่นร่ายยาวเสียที ก็ยกมาทั้งหมดโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน (ขอสูมาเต๊อะอ้าย  แต่เขียนดีแต๊ๆ ก็ขอลอกมาไว้)

...................................................................................................

@ " อ้าย พรุ่งนี้ ว่าง ไหม "

" ว่าง เจ้า ทำไมกุล " ถามน้องชายหนึ่งในแกนนำพี่น้องสะเอียบ แพร่ ต้านค้านการจะสร้าง เขื่อนแก่งเสือเต้น...จำเสียงอดีตเยาวชนกลุ่ม "ตะกอนยม" ลูกหลานพี่น้องชาวสะเอียบ ที่ตั้งกลุ่มมาช่วยพ่อแม่แห่งพวกเขา

" จะชวนไป แม่แจ่ม ไปให้กำลังใจพี่น้องแม่แจ่ม ที่ ปลอดประสพ จะมาสร้างเขื่อน ที่นี่ อ้ายไพฑูรย์ พรหมวิจิตร ก้อจะไปด้วย"

" ไป จะไปยังไง? "

" เอารถมารับที่ตึกขาว ตอนราวบ่ายโมง คับ "

- - - รั บ ปา ก ทั น ที โดยไม่รีรอ เรื่องนี้ ฉั น ลุย เอาด้วยอยู่แล้ว เขื่อนปากมูน เป็นตัวอย่างแห่งความล้มเหลว ที่ทำลาย ธรรมชาติ รากเหง้า วิถีชีวิตของชุมชน ประชาชน

การอ้างเสียงข้างมากอย่างเดียวของรัฐบาลทุกยุค แล้วทำลายรากเหง้าวิถีชีวิตของชุมชน นั่นคือ "เผด็จการ เสียงข้างมาก " หล่ะ ... ใครจะเถียง เถียงได้ เราเปิดกว้าง ไม่ใช่งุบงิบทำ ภายใต้ผลประโยชน์ ของพวกนักสร้างเขื่อน และ กลุ่มทุนนิยม" ใ น ส่ ว น ที่ "ส า ม า น ย์" { (ย้ำตัวหนัก ว่า " ใ น ส่ ว น ที่ ส า ม า น ย์ " และ "วิจารณ์" ( บางคนเขาก็เรียก "วิจารณ์" ว่า ก้อ คือ การ " ด่า " นั่นเอง ) } ในด้านนี้ เราไม่ได้ต้านทุนนิยม แบบสุดโต่ง ส่วนที่ดีก็มี ที่เราเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ มิใช้ เป็น " ทาส " ของมัน!

- - - และที่ เขาว่าคุณ เป็น "เผด็จการรัฐสภา" นั้น คนว่าที่มีเหตุผล เขาก็เห็นเป็นเช่นนั้น จริงๆ ในบางเรื่องที่รัฐ ทุกรัฐฯ ต้องเปิดกว้างรับฟัง มิใช่ท่องคาถาว่า มาจากเสียงข้างมาก อย่างเดียว เขา วิจารณ์ ด่า รัฐ ก็มิใช่ต้องการ "ล้มรัฐบาลที่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง " แต่เขาด่าเพื่อจับผิดตรวจสอบ เพื่อผลประโยชน์ ของสังคม ประเทศชาติ เท่านั้น ! ... ส่วนคนที่ว่า ด่า โจมตี เพื่อต้องการ "ล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง" ก็คงมีอยู่จริงๆ อาจเป็นกลุ่มผลประโยชน์ ที่อยู่ตรงกันข้ามกับรัฐบาลทุกยุค อันเป็นจุดอ่อนที่ ทำให้เขา พังทะลายพวกเธอได้ เพราะเธอ ต้องยอมรับว่าในหมู่ "นักเลือกตั้งอาชีพทุกยุค นักธุรกิจการเมือง บางคน และหลายคน" ก็ แสวงหาผผลประโยชน์ คอร์รับชั่นจริง จะเถียงไหม ? เป็นเรื่องที่พวกรัฐบาล แระ ที่จักต้องเตือนตัวเอง และ พรรคพวกของตัวเอง !

... ผู้ที่จะล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบบประชาธิปไตยนั้น เท่าที่ เห็นๆกันอยู่ก็มี...

( ๑ ) - - - กลุ่มเผด็จการทหาร ที่ "ติดอาวุธ ตั้งแต่หัว ถึงตีน" ( อย่าลืมว่าพวกขุนทหารบางคนบางส่วนก็เป็นกลุ่มผลประโยชน์ เหมือนกัน .. นี่ไม่ได้เหมารวม เอากับพี่น้องทหาญหาญ ที่รักชาติ รักประชาชนนะ โปรดอย่า โมโหโกรธา... ) และ...

- - - กลุ่มอมาตยาประชาธิปไตยเผด็จการผลประโยชน์แฝงเร้น(ที่ทำตัวเป็นยิ่งกว่าพวกความคิด ศักดินา ) อย่างแยบยล บางคนที่ทำตัวเป็น " คนดีศรีสังคม" อันชอบสั่งสอนมหาประชาราษฏร์ ในเรื่อง "ความดี ความงาม" ... แต่ ประชาชนเราก้อไม่เห็น ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างแท้จริง ซัก กะที มีแต่ ทำการประชาสงเคราะห์ ไม่ช่วยกันแก้ไข" ต้นตอสาเหตุแห่งปัญหา" ซักที... พวกนี้แหละเป็นพวกประเภทที่อ้าย"สิงห์สนามหลวง" นักเขียน คนวรรณกรรมอาวุโส... เรียกพวกเค้า ว่าเป็น " พวกที่ทำตัวเป็น ศาสดา ที่ชอบเทศนา ในสิ่งที่ตัวเองไม่เชื่อ" ... บ อ ก ต๊ ง ง ง

. . . พวกนี้ก็มีส่วนที่ช่วย ขยิบตาให้ พวกเผด็จการฟัสสิสม์ ทหาร มาทำการ"รัฐประหาร" ( อย่าไปเรียกผิดๆมาตลอดว่า ทำการ " ปฏิวัติ " เพราะ การปฏิวัติต้องเป็นการ ปฏิวัติระบบโครงสร้างสังคม เก่า เช่น การปฏิวัติของ ฝรั่งเศส ... การปฏิวัติของจีนสมัย"ประธานเหมา เจ๋อ ตง" .. . การปฏิวัติของ "ท่านประธาน โฮจิมินท์" แห่งเวียดนาม... การปฏิวัติของ ฟิเดล คาสโต แห่งคิวบา ที่มี สหาย "เช เก วารา " นักปฏิวัติสากลนิยม แห่งอาร์เยนติน่า มาร่วมช่วยด้วย ฯลฯ



- - - "การปฏิวัติ" หมายถึง "การเปลี่ยนแปลงระบบโครงสร้างสังคม" จากระบบหนึ่ง มาสู่ อีก "ระบบหนึ่ง"... ดังนั้น "การปฏิวัติ" ปี พศ. ๒๔๗๕ ที่"คณะราษฏร์" โดยมี " ท่านปรีดี พนมยงค์ " เป็นมันสมองนำทีม เราจึงเรียกว่า เป็น การ "ปฏิวัติ" ได้อย่างไม่เคอะเขินเพราะ เปลียนแปลงการปกครองจาก "ระบบสมบูรณาญาสิทธิ์ราช" (ไม่ต้องแปล) มาเป็น " ระบอบประชาธิปไตย" ... ที่กำลังขับเคี่ยวกันอยู่ในขณะนี้ ...ใจเย็นๆ ใจ เย็นๆ พี่น้อง ระยะผ่านแห่งการไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง .. . สู่สังคมที่ดีงามที่แท้จริง บางครา มันก้อต้องใช้เวลา อย่าเป็นวัยรุ่น และ วัยสะรุ่นเดอะ ที่ ใจร้อน น่า

การ"รัฐประหาร" ก็คือการล้มล้างระบอบ "ประชาธิปไตย" ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ... สำหรับในประเทศไทยสมมุตินี้ ดังที่กล่าวถึงกลุ่มพวก อมาตยาประชาธิปไตยเผด็จการแฝงเร้น นั้น ถ้าเขาไม่เอาด้วยกับเผด็จการทหาร ก็ยากที่ ทหารเผด็จการจะทำการ "รัฐประหาร" ได้ ...ดูสมัยทหารกลุ่ม"ยังเติกร์" งัย ... ที่จะทำการ"รัฐประหาร" รัฐบาลในสมัยนั้น (รัฐบาล พลเอก เปรม ฯ หรือเปล่า... ความทรงจำของหนุ่มน้อยไม่ดั แฮะ ขอโทษ ด้วย) ... เมือพวกอมาตยา ไม่เอาด้วย "ยังเติกร์" ก็กินแห้วประเภท ร้องเพลง"นัดแล้วทำไมไม่มา"...ถูกประหารชีวิต ... ติดคุก หนีไปต่างประเทศตามๆกัน

แต่ ถ้า อมาตย์ฯให้ท้ายก็สำเร็จยกตัวอย่างสมัยพระเจ้าเหา (ถ้ายกตัวอย่างที่ทหารทำการรัฐประหาร รัฐบาลสมัย" อ้ายทักษิณฯ" เมือ่เร็วๆนี้ ก้อ จะไปทำความรำคาญ ให้พี่น้องอมาตยาฯ เปล่าๆ ) เอ๊า เอา สมัยจอมเผด็จการทหารฟัสซิสม์ บ้ากาม "จอมพล สฤษดิฺ ธนะรัชต์" โค่นล้มรัฐบาล"จอมพล ป. .. แปลก พิบูลญืสงคราม" ลงไป แล้วก็รุ่งเรือง ทั้งอมาตย์ และเผด็จการทหาร ... สฤษดิ์ฯ จะโกงกิน ยัดห่า คอร์รับชั่น เผาผลาญ เงินภาษีประชาชนอย่างไรก้อยู่ได้ ไม่เห็นพวกอมาตย์จะมาเปิดโปง สฤษดิ์ฯ เพราะ เผด็จการเขา ฉลาด เขา โปรประการด้าร์ และให้ผลประโยชน์ พวกอมาตย์ งัย เจ้าข้าเอ๋ย ?

( ๒ ) - - - พลังของมหาประชาชนที่บริสุทธิ์ จริงๆ(ไม่ใช่ประเภทเรียกร้องให้กองทัพ มาทำการ "รัฐประหาร" หรือเรียกร้องโหยหา มาตรา ๗ ) ทีเป็นประเภท "สุดแสนที่จะทนทานได้" กับพวกรัฐบาล ที่เป็นเผด็จการทหาร หรือเป็นเผด็จการพลเรือนในบางเรื่องบางราวในเรื่องการโกงกิน คอร์รับชั่น(ซึ่งมันก็มีทั้ง เผด็จการทหาร และเผด็จการพลเรือนที่อ้างเสียงข้างมาก ที่โกงกิน เพียงแต่ ถ้าเป็นเผด็จการทหาร ประชาชน สื่อสารมวลชน ตรวจสอบไม่ได้ เพราะเขา" ติดอาวุธ ตั้งแต่ หัว ถึง ตีน " แต่ เผด็จการในส่วนที่เป็นพลเรือนในบางเรื่อง ประชาชนสื่อมวลชน สามารถ ตรวจสอบได้ ... "ข้อดี " ของระบบการเลือกตั้งก็มีข้อดีในส่วนนี้! )

... เพราะฉะนั้น จึงขอเตือนรัฐบาลทุกยุคที่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง พึงตระหนักคิด ในเรื่องของประชาชนทีบริสุทธิ์ ทุกชนชั้น ทุกชั้นชนว่า ถ้าหากพี่น้องประชาชนในส่วนนี้ เกิดอาการ "สุดแสนที่จะทนทานได้" พี่น้องเขาก็ไม่มีทางเลือก ที่จะไม่รีรอ ไปรวมพลังในการ "แสวงจุดร่วม - สงวนจุดต่าง" เพื่อ โค่นล้มรัฐบาลที่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง! ... ด้วย " ส นิ ม เ กิ ด จ า ก เ นื้ อ ใ น ต น " แล้วจาไปโทษใคร จ้า?

- - - แต่ สำหรับตัวฉันเอง ถึงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง นักการเมืองบางส่วน บางกลุ่ม บางคน ฯลฯ จะไม่ได้เรื่องอย่างไร ฉันก็จะไม่เรียกร้องเผด็จการทหารมาทำการล้มล้างระบบการเลือกตั้งที่ระบุในรัฐธรรมนูญ... ฉันจะต่อต้าน เผด็จการทหาร ด้วยในรูปแบบลีลาที่มี ทั้ง "มีกระบวนท่า" และ " ไร้กระบวนท่า" ด้วย ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ของฉันเอง ฯลฯ

เพราะฉันไม่เชื่อว่าทหารเผด็จการจะไม่โกงกิน ขนาดไม่เป็นเผด็จการ ทหารบางส่วนบางคน ทุกยุค ก็ได้ข่าวว่าได้ค่าคอมมิสชั่นในโครงการจัดซื้ออาวุธ หรือโครงการต่างๆมาแล้ว แล้วยิ่งเมือเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบ หล่ะ พี่น้องประชาชนผู้รักชาติรักความเป็นธรรมรักประชาธิปไตยทั้งหลาย?

****** ******* *******

สนทนาธรรมว่าด้วยเรื่อง" เขื่อน" ต่อ...

เราไม่ได้เป็นประเภทต้านเขื่อนอย่างสุดโต่ง เขื่อนบางแห่งก็เหมาะสม แต่เขื่อนก็ไม่ใช่เครื่องมือสารพัดนึกที่จะแก้อะไรได้ เช่นแก้น้ำท่วม ฝนแล้ง ฯลฯ ... น้ำท่วม ก็กักเก็บน้ำไม่ได้มาก กลัวเขื่อนพังก็ระบายน้ำออกท่วมบ้านชาวบ้าน... น้ำแล้ง ฝนตกน้อง ก็กักเก็บน้ำไว้กลัวน้ำในเขื่อนแห้ง อย่าลืม แสงแดดเผาผลาญน้ำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ถ้าไม่มีน้ำไหลมาเติมกแห้งแน่

สมัยก่อนที่ยังไม่มีการสร้างถนน อย่างบ้าคลั่ง(ขอใช้คำๆนี้ กรมทางหลวงโปรดอย่า พิโรธวาทัง ... และก็ต้องถามตัวเองว่าในการสร้างถนนนั้น ตะเอง และผู้รับเหมาได้ผลประโยชน์ เกินเต็มๆไหม? ) ทั่วประเทศ น้ำเขาไหลได่อย่างรวดเร็วเวลาหน้าฝนหลั่งไหล แต่นี่เล่นไปปิดกั้นทางน้ำไหล ไปถมถนน น้ำเขาก็ไม่มีที่ไปนี่ ก็ต้องท่วม

เมื่อก่อนชาวบ้านปลูกบ้านมีใต้ถุนสูง เวลาน้ำหลาก น้ำก็ไม่ท่วมขึ้นบ้าน และน้ำก้ไหลเรวลงสู่เจ้าพระยาด้วย

" โห สมัยก่อน ชาวบ้านดีใจจะตายไปที่น้ำท่วม บ้านผมสุโขทัย ชาวบ้านจับู ปลา กุ้ง หอยกัน สนุก" ครูเทพ ... อาจารย์ เทพศิริ สุขโสภา (พวกเรามักแหย่เรียกท่านว่า " โศกโศกา" 555) ลูกแม่น้ำยม อยู่สุโขทัย บอกเล่าในที่ประชุมพี่น้องในการต่อต้านการที่จะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ที่จะทำลายธรรมชาติ รากเหง้าวิถีชีวิตของพี่น้องชุมชน ประชาชน

ฉั น เองผูกพัน กะพี่น้องสะเอียบที่ทางการคิดจะสร้างเขื่อน และก็ได้อ่าน ได้ศึกษาลงพื้นที่กับชาวบ้าน

แม่น้ำยม แม่ธาร ห้วยน้ำหลายสาขา ไหลลงเกือบตอลอดสาย หากสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นที่สะเอียบ ก็มิอาจแก้ไขน้ำท่วมที่ชุมชนลุ่มน้ำยมตอนล่างได้ เพราะ น้ำยมตอนล่าง ก็มี สายน้ำธารห้วยหลายสาขาไหลลงมากมาย ตรงกันข้าม เหนือเข่ีอนที่จะสร้างมีธารห้วยไหลลงไม่มากเท่า น้ำยมตอนบน... นักวิชาการที่ซื่อสัตว์ต่อวิชาชีพ มิใช่นักวิชาการที่ขายตัว(แรงหน่อย) ให้กับกลุ่มผลประโยชน์ และข้าราชการในส่วนที่ขี้ฉ้อฉลบางคน บางพวก ฯลฯ เขาลงสนามสำรวจ และสรุปว่าการสร้างเขื่อนนี้ไม่ได้แก้ปัญหาน้ำท่วมยมตอนล่างได้

ดังที่บอกแล้วว่าที่น้ำท่วมไหลลงสู่เจ้าพระยาไม่ทัน เป็น เพราะ อะไร?

ดังนั้น การที่รัฐบาลชุดนี้ น้ำโดย" อ้ายปลอดประสพ สรัสวดี" ที่จะสร้างเขื่อนทั่วประเทศ เราจึงต้องคัดค้าน

ฉันกะเพื่อน กวี นักเขียน และพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศส่วนหนึง จึงต้องไปให้กำลังใจพี่น้องชุมชนแม่แจ่ม ที่คัดค้านการสร้างเขื่อน ณ บ่ายวันนี้เอง

We Love You! @
_________________________________________________

หมายเหตุ :::

* ป้ายโชว์ ชื่อเขื่อน
** น้ำของ(โขง)แห้ง เมื่อไม่เปิดประตูเขื่อนกั้นน้ำ
*** ชาวบ้านปากมูน ชุมนุมต้านการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำของ
**** " พี่มด ... วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ " ผู้หญิงแกร่งหาญ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน ให้สัมภาษณ์นักข่าวที่มาทำข่าวประชาชนปากมูนที่ต้านเขื่อน และให้เปิดประตูเขื่อน

***** ภาพจาก google net ... ขอบคุณ ฮับ
____________________________________________________

พรรษาฤดู, อังคาร ๒๓ กรกฏาคม ๒๕๕๖

"บ้านตึกขาว ", เชิงดอยสุเทพ

ล้ า น า อิ ส ร ะ, เ จี ย ง ใ ห ม่.
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!