บ้านตุลาไทย
19 พฤศจิกายน 2017, 02:20:02 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การศึกษาของชาติจะไปทางไหนดี?  (อ่าน 15240 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 10 กันยายน 2012, 20:40:32 PM »

เห็นข่าวนี้แล้วอดไม่ได้   ขอนำมาอภิปรายว่าด้วยทุกข์ของเด็ก ม.ปลาย (เมืองไทย) สักที

รู้สึกว่าท่าน รมต.ศึกษาคนนี้จะมีไอเดียบรรเจิดอยู่ไม่หยุดหย่อน  

ลองช่วยกันอ่านข่าวต้นเรื่องดูก่อนนะครับ   แล้วก็ดูคอมเมนต์แรกคอมเมนต์เดียวนั้นด้วยว่าพูดได้ตรงจุดตรงเป้าแค่ไหน

แล้วค่อยมาชำแหละว่าด้วยบทพุทธศาสนาในวิชาสังคมศึกษาของเด็ก ม.ปลายทุกวันนี้

http://www.unigang.com/Article/12211
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 กุมภาพันธ์ 2013, 08:44:47 AM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 10 กันยายน 2012, 20:42:39 PM »

เด็ก ม.ปลายเขาทุกข์กันขนาดไหน 

ก็ขอนำเสนอลิงก์ที่เด็กๆ เขาคุยที่เด็กดีดอทคอม  เป็นข้อมูลเบื้องต้นอีกสักชุด

http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2577294
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 10 กันยายน 2012, 22:04:19 PM »

ลองดูปฏิทินของเด็ก ม.ปลายที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เขาช่วยจัดทำให้อย่างละเอียด

นี่ยังไม่นับสอบตรงของมหาวิทยาลัยต่างๆ อีก

ดูแล้วก็สงสารเด็ก  จะสอบอะไรกันนักกันหนา

เพราะยังมีสอบกลางเทอม ปลายเทอมของโรงเรียนที่ต้องสอบอีก

http://www3.reg.cmu.ac.th/ugradadmissions/
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 11 กันยายน 2012, 10:24:22 AM »

แถมการสอบโอเน็ตที่ปกติเด็กก็ถือว่าเป็นสอบจบ  เหมือนกับสมัยก่อนของพวกเราก็มีสอบกลางเหมือนกัน  ก็เอาแค่พอผ่านให้ได้คะแนนขึ้นต่ำเพื่อได้ตามเกณฑ์คุณสมบัติเข้ามหาลัย

แต่ปรากฏว่ามีนักวิชาเกินในกระทรวงศึกษาหรือสพฐ เกิดคิดว่าเด็กไม่ตั้งใจ  จึงทำให้คะแนนเฉลี่ยโอเน็ตต่ำ  พอไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นจึงทำให้ดูเหมือนผลสัมฤทธิ์ในการศึกษาของไทยต่ำกว่าเขา

จึงได้คิดวิธีใหม่นัยว่าเพื่อให้เด็กตั้งใจสอบ  คือจะเอาคะแนนโอเน็ตที่ได้มาถ่วงน้ำหนักก็คะแนนที่เด็กเรียนได้จากการเรียนหรือ GPA ในโรงเรียนอีกที

โดยปีนี้จะเริ่มจากคิดสัดส่วนที่นำมาใช้ 20:80   ส่วนปีต่อไปคือ 30:70  และอีกปีหนึ่งคือ 50:50 ต่อไป

เรื่องของเรื่องคือวิธีคิดแบบนี้จะทำให้เด็กได้เกรดเฉลี่ยหรือ GPA ลดลง   เพราะการสอบโอเน็ตสอบทุกวิชา  ทั้งพละศึกษา ดนตรี ด้วย

แล้วก็คิดเกณฑ์สูงลิ่วคือ 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปจึงจะได้เกรดเอ   80 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปคือ 3.5

ด้วยเหตุนี้จึงมีคนทดลองนำคะแนนของแต่ละวิชาสูงสุดมาคิดว่าเป็นคะแนนของคนๆ คนเดียว   

ปรากฏว่าจากเกรด 4  ก็ลดลงไปเหลือ 3.75  เรียบร้อยโรงเรียน สพฐ

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือต่อจากนี้ไปจะไม่มีใครได้เกรด 4 อีก ยกเว้นเป็นนักเรียนขั้นเทพทุกวิชา 

ถามว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร ?

ที่แน่ๆ คือโรงเรียนติว  ตั้งแต่ติววิชาหลัก ต่อมาก็ติวแกะ แพะ  ก็ตามมาเป็นทิวแถว   ตอนนี้ก็ต้องมีโรงเรียนติวโอเน็ตอีกอย่าง

สวัสดีประเทศไทย
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 14 กันยายน 2012, 08:01:19 AM »

"ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า อยากให้มีการแยกการสอนหลักพุทธศาสตร์ ออกมาเป็นอีก 1 วิชาต่างหากโดยไม่ต้องรวมอยู่ในกลุ่มสาระสังคมศึกษา ให้เด็กได้เรียนพุทธศาสนาอย่างเข้มข้นเหมือนเด็กในภาคใต้เรียนหลักศาสนาอิสลาม ทั้งนี้ เพราะตนเห็นว่า ถ้าเด็กได้มีโอกาสเรียนศาสนาอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะมีโอกาสได้ฝึกอบรมจิตแล้ว เขาก็จะเติบโตเป็นคนที่มีคุณธรรม จริยธรรม นอกจากนั้น การฝึกอบรบจิตยังช่วยให้เด็กมีสมาธิดี ส่งผลให้ผมสัมฤทธิ์ในการเรียนดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเรามีมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาทุจริต คอรัปชัน แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ซึ่งคงสำเร็จได้ยากถ้าต้นเหตุไม่ได้รับการแก้ไข แต่การให้เด็กได้เรียนศาสนา ได้ฝึกอบรมจิตใจ นั้น เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ถ้าเราสอนให้เด็กเป็นคนดี มีคุณธรรม ก็จะไม่มีการคอรัปชันและไม่ทุจริต"

อยากบอกนายสุชาติ  ที่ชอบทำตัวเป็นผู้รู้ทุกอย่างดีว่า   ต้นเหตุของปัญหาการคอรัปชั่นนั้นมันไม่ได้อยู่ที่เด็กหรอกครับ

เพราะเด็กก็เหมือนผ้าขาว   สุดแต่ว่าพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ จะแต่งแต้มอย่างไร   ปัจจุบันสภาพแวดล้อมทางสังคมยิ่งมีอิทธิพลต่อเด็กมาก

ปัญหาคอรัปชั่นไม่ทราบว่าท่านเคยได้อ่านผลการสำรวจบ้างหรือไม่   เรื่องที่น่าตกใจคือวัยรุ่นปัจจุบันเห็นการคอรัปชั่นเป็นเรื่องปกติ !!!

ปกติ  เพราะคนทำกลับกลายเป็นคนที่มีอำนาจวาสนา  สามารถบริหารปกครองในระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับ ตำบล จังหวัด เทศบาล ไปจนถึงทบวงกรม และกระทรวงต่างๆ จนถึงรัฐบาล

แถมทำแล้วยังไม่ผิด  ทำแล้วได้ดิบได้ดีมีวาสนา  เป็นคนใหญ่คนโตของบ้านเมือง

ต้นตออยู่ที่ตรงนี้   อยู่ที่ผู้ใหญ่ไม่ทำตัวเป็นแบบอย่างให้เด็ก   เด็กจึงพิมพ์ภาพผิดๆ ไป

ไม่นานนี้ก็ยังมีโพลล์อีกสำนักที่บอกว่า  "ประชาชนรับได้ถ้ามีการคอรัปชั่น  แล้วเอาเงินนั้นมาแบ่งให้"  

มันน่าตกใจจริงๆ  

นี่คือต้นตอของปัญหา  ปัญหาอยู่ที่ผู้ใหญ่   หาใช่อยู่ที่เด็กไม่

วิชาพุทธศาสนาในสังคมศึกษาก็ย้ำแล้วย้ำอีกที่อริยสัจ 4

คนเราต้องหาสาเหตุแห่งทุกข์   ถ้าหาสาเหตุไม่เจอ  ก็ยากที่จะหาหนทางเพื่อไปแก้ไขได้

จึงหรือเปล่านายสุชาติ  ผู้อวดรู้ไปเสียทุกเรื่อง

บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 17 กันยายน 2012, 20:04:48 PM »

เมื่อเด็กลุยเว็บกระทรวงศึกษา

http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2582380

ระบบการศึกษาทุกวันนี้เป็นสะท้อนให้เห็นถึงการรวมศูนย์อำนาจเข้าสู่ส่วนกลางมากที่สุดอย่างหนึ่ง

ทั้งที่ทุกวันนี้มีการพูดถึงการกระจายอำนาจทั้งการปกครองและการบริหาร  รวมทั้งการกระจายโอกาสในการศึกษากันมาก

แต่เอาเข้าจริงกลับพยายามจัดให้เด็กต้องอยู่ภายใต้ระบบเดียว   แนวทางแต่เพียงอย่างเดียว  ดังที่สะท้อนออกมาในการพยายามจัดการสอบ GAT PAT ONET  แล้วยังจะเอาคะแนน ONET  ไปยุ่งกับ GPA ของโรงเรียนอีก

ไม่เรียกว่าการรวมศูนย์อำนาจเข้าสู่ส่วนกลางแล้วจะเรียกว่าอะไร

เด็กๆ คงรำคาญกระทรวงนี้เต็มที  จึงเข้าแฮกเสียเลย
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 17 กันยายน 2012, 20:16:01 PM »

เด็กนักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนในทุกวันนี้ก็เหมือนลูกฟุตบอลถูกเตะไปทางโน้นที ทางนี้ที

คนในกระทรวงศึกษาก็คิดเอง เออเอง  แต่อาศัยอำนาจรวมศูนย์บังคับให้โรงเรียนและเด็กนักเรียนทั่วประเทศทำตาม

ถ้าอยากมีประชาธิปไตยกันจริงๆ  มีการกระจายอำนาจกันจริงๆ

ก็ต้องเริ่มจากการปฏิวัติกระทรวงศึกษานี่แหละ

บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 17 กันยายน 2012, 22:13:35 PM »

ข่าวเว็บกระทรวงศึกษาถูกเด็กแฮ๊ก

ข่าวข้างต้นขึ้นอันดับมีผู้เข้าชมสูงสุดเกือบทุกเว็บในค่ำคืนนี้
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 19 กันยายน 2012, 22:40:59 PM »

แค่เด็กเตรียมสอบขอนแก่นได้เยอะ  ก็มีการเปิดกระทู้ด่ากันอุตลุด   ผู้ปกครองบางคนก็กระโดดเข้าร่วมด้วย

http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2583731

แต่ที่น่าสนใจคือความเห็นแรก

คห. 1  "ตรงๆนะ  ปญอ  ไร้สาระทั้งคนด่าแล้วก็คนตั้งกระทู้อะ  แข่งขันกันไปเถอะ  ทุกวันนี้ผู้ใหญ่เป็นยังไงแก่งแย่งกัน  มันเริ่มมาจากจุดเล็กๆแบบนี้แหละ"

แล้วของผู้ปกครองที่สะท้อนอะไรหลายอย่างได้ดี

คห. 4  "สนับสนุนความเห็นที่ 4 น้อง ๆ รร.เตรียมอย่าไปโต้ตอบ ตอบมา ตอบไป ก็ไม่จะไม่มีวันจบ ลูกดิฉันก็อยู่เตรียมแต่ไม่ได้ไปสอบ เพื่อนเขาไปสอบบางคนก็ติด บางคนก็ไม่ติด มีทุกโรงเรียนแหละ  ถ้าจะโทษต้องโทษระบบการศึกษา  รับสอบเองแต่ละสถาบัน ถ้าอยากจะให้ดี ต้องเหมือนสมัยก่อน entrance เข้ามหาวิทยาลัย สอบพร้อมกันหมด ทุกคนเท่าเทียมกันหมด แต่พอมายุคนี้ มันเปลี่ยนไปมาก ระบบการรับเข้าก็แต่ละสถาบันสามารถรับตรงเองได้ จนทุกวันนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็ปวดหัวกับค่าสมัคร นับกันไม่ถูกว่าจ่ายหรือสมัครอะไรไปบ้าง บางครอบครัวคิดว่าจ่ายแล้ว แต่แม่ยังไม่จ่าย ลูกก็อดไปสอบ มีนะ ในเวปเด็กดีนี้แหละ ผู้ปกครองวางแพลนไปรับส่งสอบจนจำไม่ได้

สงสารแต่ผู้ปกครองบางคน ฐานะและภาระทุกคน ไม่เท่าเทียมกัน บางทีเงินแค่ ไม่กี่ร้อย สำหรับบางครอบครัวก็เป็นเรื่องใหญ่

อย่าให้เวปนี้เป็นเวปที่ด่าทอกันเลย  จริงๆ เวปนี้มีสาระมาก ช่วยให้ทราบความรู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการสอบของเด็ก ๆ ทุกระดับชั้น  อยากให้บอร์ดมีมาแชร์ความรู้สึกที่ดีดีต่อกัน ฮาบ้างก็ดี อย่าเครียดค่ะ"
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 30 กันยายน 2012, 16:12:31 PM »

ไม่เข้าท่าตั้งแต่เปลี่ยนคำว่า "มุข" มาเป็น "มุก" 

ตอนนี้จะเอาอีก

อย่างคอมพิวเตอร์  ใครๆ ก็รู้ ใครๆ ก็เขียนแบบนี้  ท่านยังจะเปลี่ยนเป็น "ค็อมพิ้วเต้อร์" อีก (นี่กดแป้นพิมพ์เกือบไม่ถูกเลย)

ถ้าจะเอาอย่างนี้  ทำไมไม่เปลี่ยน "ต" เป็น "ธ" อีกสักตัว จะได้เป็น  "ค็อมพิ้วเธอร์" (ก็อ่านออกเสียงผิดอีกนั่นแหละ   เพราะเธอร์-ก็อ่านได้แค่ เธอ   ดังนั้นต้องเติมสระอะ  ""ค็อมพิ้วเธรอะ"     

ที่เด็ดคือ  ต่อไปคำว่า"คอมมิวนิสต์" ไม่มีแล้ว   เพราะเขาจะให้เขียนใหม่เป็น "ค็อมมิวนิสต์"   55555

แบบนี้รีบไปจดทะเบียนตั้งพรรคได้เลย  เพราะพรรคที่ถูกห้ามตั้งมีชื่อว่า "พรรคคอมมิวนิสต์"  ไม่ใช่ "ค็อมมิวนิสต์"  555555555555555555555555555555555555

http://www.unigang.com/Article/12405
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 30 กันยายน 2012, 16:26:46 PM »

ดีนะไม่บัญญัติให้เขียนว่า  "ค็อม มิ้ว หนิสต์"  

โปลิตบูโร  ก็ต้องเขียนว่า "โพลิต บิวโร่"

สุดท้ายยังสงสัยอยู่  อย่างคำว่า วิตามินกับไวตามินนี่ท่านจะให้เขียนว่าอย่างไรกันแน่   อาจะได้เป็น "ไว ธา มิ็นท์"  

ถ้าท่านจะบัญญัติอย่างนี้  ได้แก้ไขคำอีกเยอะแยะ

เอื้อก ตายแน่  ตกใจ ตกใจ ตกใจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 กันยายน 2012, 17:20:08 PM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 01 ตุลาคม 2012, 10:10:44 AM »

มีคำถามว่าถ้าจะมีการรื้อฟื้นพรรคของประชาชนขึ้นมาใหม่

พรรคๆ นี้จะแก้ไขปัญหาเยาวชนของชาติอย่างไร

เพราะที่ทุกข์เวลานี้ไม่ได้มาจากไหน  เป็นทุกข์จากการสอบอย่างบ้าเลือด  สอบไปทั้งปี  เด็กจึงต้องไปขวนขวายหาที่เรียนพิเศษให้จบ ม.ปลายกันตั้งแต่ ม. 5 

ความทุกข์เหล่านี้มาจากไหนก็มาจากผู้ใหญ่นั่นแหละ
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: 01 ตุลาคม 2012, 17:52:15 PM »

นายวัฒนะ บุญจับ นักอักษรศาสตร์ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร กล่าวว่า น่าเห็นใจและน่าเป็นห่วงพอๆ กัน ในส่วนที่น่าเห็นใจ ก็คืออิทธิพลของการยืมทำให้ภาษาเกิดการเปลี่ยนแปลงในภาษาไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการยืมคำจากภาษาที่ไม่ใช่ภาษาวรรณยุกต์มาใช้ด้วยวิธีทับศัพท์ เพราะเมื่อถอดถ่ายอักษรมาเป็นภาษาไทยนั้น ถือกติกาว่าไม่ต้องมีรูปวรรณยุกต์กำกับ เนื่องจากผู้รู้ภาษารู้ดีว่าจะอ่านออกเสียงสูงต่ำอย่างไรก็ไม่กระทบกับความหมาย แต่พอเวลาอ่านออกเสียงกันจริงๆ กลับใช้อีกกติกาหนึ่ง คือ กลุ่มคนที่รณรงค์การใช้ภาษาแบบบ้าคลั่งเกิดมาบังคับว่าเขียนอย่างไรต้องออกเสียงอย่างนั้น ดังนั้น เมื่อไม่มีวรรณยุกต์กำกับก็ต้องไม่ออกเสียงวรรณยุกต์ หากออกเสียงแปรไปจากรูปเขียนก็มาถือว่าผิดเสียด้วย ส่วนที่น่าเป็นห่วง คือ หากจะเปลี่ยนกันจริงๆ ควรเปลี่ยนทั้งระบบ ซึ่งคงเกิดปัญหายุ่งยากในวงการภาษาอีกไม่ใช่น้อย

..........................................

ผมว่าอาจารย์อักษรศาสตร์คิดได้ดีกว่าบรรดาราชบัณฑิตทั้งหลายเสียอีก
บันทึกการเข้า
old clumsy
Hero Member
*****
กระทู้: 1769

ดุลยภาพคือทางรอด


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 05 ตุลาคม 2012, 21:03:31 PM »

วิธีแก้เด็กม.6สอบบ้าเลือด  ต้องให้สหายเจียงชิงมาแก้

" มุ่งสู่ต้าจ้าย ..ขยายสู้ต้าชิ่ง "...รับรอง นักศึกษาปัญญาชนจะขาดรุ่นไปเอง  ไม่ต้องสอบแกะแพะ กันอีกแล้ว  ...
บันทึกการเข้า

สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์เสมอ...จงอย่าสำคัญตัวผิด ยิ้มเท่ห์
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: 05 ตุลาคม 2012, 22:48:54 PM »

นี่ก็จะถึงวันที่ 6 ตุลา ผ่านเลยไป 14 ตุลา

คนรุ่นนั้นทำไปทำมาที่พอนับถือได้จริงๆ กลับเป็น ประสาร ไตรรัตนวรกุล

บุคคลที่พยายามรักษาผลประโยชน์ของชาติ  ไม่ยอมตกเป็นทาสของนักการเมืองในทุกวันนี้

นับถือ นับถือ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!