บ้านตุลาไทย
21 พฤศจิกายน 2017, 19:11:58 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข่าวประจำวัน  (อ่าน 45565 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #75 เมื่อ: 02 มีนาคม 2013, 09:37:48 AM »

คำสุดท้ายของหน่อคำ 

http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9560000025982
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #76 เมื่อ: 03 มีนาคม 2013, 20:44:01 PM »

หากประชาชนออกมาเลือกตั้งมากๆ ก็สามารถคานการซื้อเสียงไปได้

ครั้งนี้จะมาบอกว่าฐาน ส.ก.  ส.ข. ของ ปชป. หนาแน่นทำให้ได้ชัยชนะเหนือ ทรท.นั้นคงไม่ใช่จุดที่สำคัญที่จำให้สุขุมพันธ์ชนะในครั้งนี้

อีกทั้งคะแนนที่ผู้สมัครอิสระไม่ได้มากอย่างที่คิด  คะแนนโนโหวตก็ไม่ได้มากมายอะไร  ทั้งที่สนธิ ลิ้มและเครือผู้จัดการก็ออกความเห็นแบบครั้งก่อนๆ คือไม่ควรเลือกพรรคแมลงสาป

ครั้งนี้จึงเป็นการวัดสิทธิอัตวินิจฉัยของประชาชนคนกรุงเทพว่าจะะเลือกใคร

สุขุมพันธ์ก็ไช่ดีเด่นอะไร  หากเลือกได้จะขอเลือกกรณ์มากกว่า

แต่เมื่อชั่งน้ำหนักแล้ว   อย่างไรก็ต้องไปช่วยกันเลือกสุขุมพันธ์

เพราะไม่ต้องการเสาไฟฟ้า  ไม่ต้องการดาราที่เอาแต่ออกกล้องทีวี

ยิ่งนายเต้นออกมาสบถสาบานแบบนั้นอีก

คนกรุงก็เลยจัดให้เสียเลย  ตกใจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 มีนาคม 2013, 21:16:57 PM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #77 เมื่อ: 04 มีนาคม 2013, 08:16:25 AM »

ความจริงแล้ว  หากสู้กันตัวต่อตัว  พรรคเพื่อไทยหาสู้ ปชป. ได้ไม่

แต่ที่ พรรคเพื่อไทยได้ชัยชนะอย่างถล่มทลายในครั้งก่อน  จนผูกขาดรัฐสภาอยู่ในทุกวันนี้ได้  ก็เพราะมีการสอดแทรกจากพรรคเล็กพรรคน้อย

และครั้งก่อนก็ต้องยอมรับว่ากระแสโนโหวตมาแรง

แม้แต่พรรคทางเลือกใหม่ของแกนนำพันธมิตรบางส่วนที่ออกไปตั้งยังได้คะแนนน้อยนิดจนต้องม้วนเสื่อไปในที่สุด

แต่นั่นก็กลายเป็นการเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยเข้ากุมอำนาจในเมืองไทยได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ก็มาติดตามดูว่าสิทธิอัตวินิจฉัยของประชาชนจะสำแดงออกมาอย่างไรในการเลือกต้้งใหญ่ครั้งต่อไป
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #78 เมื่อ: 04 มีนาคม 2013, 10:05:52 AM »

เวลานี้ที่ออกอาการฟูมฟายกลับไม่ใช่ทางพรรคเพื่อไทย  แม้ว่าจะอกหักกลับมุมแบบสุดๆ  เพราะคิดว่าแบเบอร์แน่นอนตลอดมา

แต่กลับเป็นเครือผู้จัดการ  โดยเฉพาะลูกของสนธิ

เห็นได้ชัดว่าประชาชนที่อยู่ออกฟากหนึ่งนั้นเป็นผู้มีวิจารณญาณ

ไม่เชื่อตามคำของคนบางคนง่ายๆ 

เมื่อประชาชนไม่เชื่อก็ออกมาฟูมฟายอย่างที่เห็น

ก็น่าแปลกดี  แทนที่จะทบทวนตัวเองว่าวิธีการแบบ "ข้าถูกคนเดียว"  "ฟังข้าคนเดียว" นั้นไม่น่าจะถูกต้อง   เพราะยิ่งทีก็ยิ่งทำให้คนเชื่อถือน้อยลงไปทุกวัน

คนที่ต้องสรุปบทเรียนด้วยก็คือสนธิ ลูกชาย และ อ.ปานเทพอีกคนนั่นเอง
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #79 เมื่อ: 04 มีนาคม 2013, 21:37:53 PM »

เปลว สีเงิน

เลือกตั้งผู้ว่าฯ 'คนกรุงเทพฯ ชนะ'

หวยงวดวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๖ รางวัลที่ ๑ ออก "งูแสงอาทิตย์เขมือบเหี้ย" ส่วนผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. "คู่เอก" ระหว่าง ปชป.-ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เบอร์ ๑๖ กับ เพื่อไทย-พล.ต.อ.พงศพัศ เบอร์ ๙ ผลที่ออก...คนแพ้ "หน้าไม่แหก" เอแบค-สวนดุสิต-กรุงเทพฯ-เนชั่น และ EXIT POLL ของราชภัฏบ้านสมเด็จฯ ที่ฟันธง "พงศพัศ" ชนะสุขุมพันธุ์ตะหาก...ที่แหก

แหก...ตั้งแต่หน้าคนทำโพล ไปถึงหน้าคนดูไบที่ส่ง "เสาไฟฟ้า" ให้คนกรุงเลือก จาก "ศูนย์รวมโพลแม่นยำ" กลายเป็น "ศูนย์รวมบั้นท้ายเท้า" ตกใส่หัวอย่างแม่นยำแทน!

ผลเลือกตั้ง ทำลายสถิติครับ จากที่นายสมัคร สุนทรเวช เคยสร้างสถิติ "ผู้ว่าฯ ล้านคะแนน" ไว้ แต่คราวนี้ ทั้งผู้แพ้-ผู้ชนะ ได้คะแนน "เกินล้าน" ด้วยกันทั้งคู่

โดยผู้ชนะ-ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้ ๑,๒๕๖,๒๓๑ คะแนน พงศพัศได้ ๑,๐๗๗,๘๙๙ คะแนน จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ๔.๒ ล้านคน ในจำนวนคน กทม.ทั้งหมดกว่า ๘ ล้านคน ไม่นับผู้เข้ามาค้าแรงงาน และอยู่อาศัยนอกทะเบียน

ก็ ๖๓.๙๘% ที่ออกมาใช้สิทธิ์ ฟังทั้ง "นักวิชาการหน้าจอ" และทั้งนักทำโพลที่ออกมาจ้อ ในการอ้างสารพัดเหตุแห่งความหน้าแหกที่โพลเข้ารก-เข้าพงแล้ว อีกตัวเหตุหนึ่งที่พลอยซวย ถูกโทษไปด้วยคือ "ฝน" ตัวแทนน้ำตา...คนดูไบ
เลยถูกทั้ง กกต. ทั้ง กทม.และทั้งกูรูหน้าจอฟันธง "ฝนตก" ทำให้คนออกมาลงคะแนนกันน้อยไปนิด พลอยให้ผลโพลกำไม่โผล่ไปด้วย!?

แต่ในความเห็นผม ถ้าฝนไม่ตก อาจเป็นส่วนส่งเสริมให้คนวัยรุ่น-คนวัยดึกออกมากันมากกว่านี้ก็จริง แต่คะแนนจะไม่พลิก เพราะในขณะที่ฝ่ายนิยม "พวกเผาบ้าน-เผาเมือง" อาจลงให้พงศพัศ

แต่ฝ่ายไม่นิยมพวกเผาเมืองและพวกโกงไร้รอยต่อ ก็จะลงให้สุขุมพันธุ์ คะแนนก็จะรักษาระยะถี่-ห่าง ตัวเลขไม่ทิ้งกันเหมือนเดิม
ตั้งแต่ใกล้เวลาปิดหีบ โทรทัศน์แต่ละช่องจัดรายการพิเศษกันคึกคักและกิ๊กกั๊ก..กิ๊กกั๊ก..ด้วยผลเอ็กซิตโพลที่อยู่ในมือ คือรู้กันแล้วใครแพ้-ใครชนะ รอเวลา ๓ โมงเย็นเป๊ง ก็จะเปิดสู่สาธารณะด้วยสะอารมณ์

แต่พอเปิดหีบนับเท่านั้นแหละ คะแนนสุขุมพันธุ์ก็ถีบหน้าโพลหงาย ทิ้งระยะห่างพงศพัศ ๒๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ เป็นอย่างนี้ตลอด ทำเอาพิธีกรหน้าจอทางช่อง ๓ ดูจะทำใจลำบาก ยังหวังลุ้นลมๆ แล้งๆ ถึงขั้นหลุดปาก "อาจพลิกกลับมาก็ได้"
ทำเอาอาจารย์สุขุม นวลสกุล ผู้สันทัดเกมเลือกตั้งหัวเราะ อาจสมเพชในความไม่ประสา หรือในความหน้ามืด-ตามัวก็ไม่รู้ บอกเป็นวิทยาทานว่า....

"ถ้าออกสตาร์ทแบบนี้ ยังจะต้องไปลุ้นอะไรอีกล่ะคู้ณณณณ คะแนนจะเป็นแบบนี้ตลอดยันจบ"!

พูดกันตรงๆ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ๓ มี.ค.๕๖ นี้ ทั้งสุขุมพันธุ์และทั้งพงศพัศเป็นแค่ "ร่างทรง" เท่านั้น ทั้งไม่ใช่ "ร่างทรงพรรค" ประชาธิปัตย์หรือร่างทรงพรรคเพื่อไทย

หากแต่เป็นร่างทรง "เทพ" กับ "มาร" ที่คนกรุงจะตัดสินใจ "ยกกรุงเทพฯ" ในความหมาย "ประเทศไทย" ให้ฝ่ายใดมีอำนาจครอบครอง?

คนกรุงสมมุติให้ประชาธิปัตย์เป็น "ร่างทรงเทพ" และสมมุติให้เพื่อไทยเป็น "ร่างทรงมาร" ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ประชาธิปัตย์มอบให้ "ขวดไวน์เดินได้" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นร่างทรงเทพ ส่วนเพื่อไทยมอบให้ "เสาไฟฟ้า" พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เป็นร่างทรงมาร

ผลก็ออกมาอย่างที่ทราบ คนกรุงเทพฯ ไม่เอาพวกเผาบ้าน-เผาเมืองเป็นผู้ว่าฯ กัดฟันเลือก "ขวดไวน์เดินได้" ถึงอย่างไรก็เบาใจกว่า เพราะ "เมาเหล้าเช้าสายก็หายไป"

เลวร้ายน้อยกว่าเลือกพวกมีเป้าหมาย "แปงเมือง แปงบ้าน ล้มสถาบัน สถาปนาโจร"!

หรือถ้าไม่ยอมรับในเงื่อนไขหลัก ผมก็อยากบอกว่า เงื่อนไขรองที่เพื่อไทยแพ้ให้ประชาธิปัตย์มี ๒ สาเหตุ คือ สโลแกน "ไร้รอยต่อ" กับเอา "ตำรวจ" ที่ชาวบ้านเกลียด มาเป็นเสาไฟฟ้าทักษิณ
คนกรุงเทพฯ หรือกรุงไหนก็ตาม รู้เช่นเห็นชาติแล้วว่า ยามมีอำนาจบริหาร ก็ถลุงกันจนบ้านเมืองใกล้ทรุด เมื่อบอกว่าเลือกผู้ว่าฯ ไร้รอยต่อ อย่าว่าแต่คนกรุงเลย คนไทยทั้งประเทศก็ผวา
"ต้องเตะตัดขามันไว้ก่อน!"

เพื่อสกัดกั้นรัฐตำรวจ "บูรณาการโกง" ไร้รอยต่อ ร่างทรงเพื่อไทยจึงพ่ายให้กับร่างทรงประชาธิปัตย์!!

แต่ทั้งแพ้-ทั้งชนะ "ล้านขึ้น" ทั้งคู่ คนแพ้ก็ไม่น่าเสียใจ ควรภูมิใจและไปคิดหาวิธีบริหาร "คะแนนล้าน" นั้นให้งอกเงย อย่าทิ้งให้หงอยเปล่า

สรุปกันให้ชัดลงไปอีกที ผลเลือกตั้ง กทม.วานนี้ ไม่ใช่ชัยชนะของประชาธิปัตย์ หรือชัยชนะของสุขุมพันธุ์ หากแต่...เป็นชัยชนะของคนกรุงเทพฯ เพราะเขาเลือกอนาคตประเทศไทยผ่านกติกาประชาธิปไตยว่าด้วยการเลือกตั้ง และมีพรรคเดียวให้เลือกคือประชาธิปัตย์

โดยมี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เป็นตัวแทน!

ด้วยตรรกะเดียวกันนั้น ในความที่สุขุมพันธุ์ไม่ใช่สิ่งที่คนกรุงยอมรับด้วยการเลือกโดยตรง พงศพัศก็ไม่ใช่สิ่งที่คนกรุงปฏิเสธด้วยการไม่เลือกโดยตรง ต่างคน-ต่างเป็น "ร่างทรงพรรค" ด้วยกันทั้งคู่เท่านั้น

เหตุนั้น ฝ่ายที่ต้องคิด-ใคร่ครวญ-สำนึก เพื่อสู่การแก้ไขและการรักษาคะแนนที่ได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย หากแต่เป็น "พรรคประชาธิปัตย์"!

ต้องเข้าใจให้ชัด ถ้าเพื่อไทยเขาเลว เขาก็ลงมือเลวเป็นเนื้อ-เป็นหนังในความเลว อย่างน้อยพวกเขาเองก็จับต้องได้
ประชาธิปัตย์ล่ะ ถ้าประชาธิปัตย์ดี ก็ไม่เห็นลงมือทำดีที่เป็นเนื้อ-เป็นหนังในความดี นอกจากลีลาวาทะอันหาสาระเป็นรูปธรรมให้สังคมพึ่งพาได้ยากมาก!

การที่เพื่อไทยจะไต่มาตะปบประชาธิปัตย์...ไม่ยาก แต่การที่ประชาธิปัตย์จะสร้างดีเป็นรูปธรรมเพื่อหนีห่างเพื่อไทย-ผมว่ายาก และยากมากด้วย

ไม่ต้องดูอะไรมาก ดูแค่การ "คัดตัว" คนลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ก็แล้วกัน ไม่ต้องไปถามคนนอกว่า "บกพร่องตรงไหน" พวกท่านที่ "กินอยู่กับปาก-อยากอยู่กับท้อง" ทั้งหลายนั่นแหละ ลดอัตตา แล้วชะโงกสำรวจเงาตัวเองกันดู
ผ่านตายฉิวเฉียดจากเลือกตั้งครั้งนี้ไปได้ ถ้ายังไม่สำนึก ยังไม่ "ล้างพรรค" จัดองค์กร-จัดบุคลากรกันใหม่ เลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป ก็อย่าลำพองว่า จะสามารถจับประชาชนเป็นตัวประกัน "ไม่เลือกเรา-เขามาแน่" ได้อย่างครั้งนี้อีก

เขามา..ประชาชนน่ะจะเดือดร้อนซักเท่าไรกันเชียว สำคัญแต่ "พวกคุณ" นั่นแหละ มีอะไรที่มันจะสบายเท่าสร้างภาพให้ชาวบ้านหลงศรัทธา แล้วก็เกาะศรัทธาชาวบ้านนั้นเลี้ยงชีพไปทีละ ๔ ปีบ้าง?

เลือกตั้ง ๓ มีนา ในขณะที่เพื่อไทยบอกว่า "ส่งเสาไฟฟ้าก็ชนะ" ประชาธิปัตย์ก็หาต่างกันไม่ เพียงแต่เปลี่ยนค่าเสาไฟฟ้าเป็นยี่ห้อ "ประชาธิปัตย์"

ถ้าประชาธิปัตย์ศรัทธาคน กทม.อย่างที่คน กทม.ศรัทธาประชาธิปัตย์ คนที่ลงแข่งกับเสาไฟฟ้าต้องไม่ใช่สุขุมพันธุ์ และนั่น...ผมบอกได้เลย ประชาธิปัตย์จะไม่ชนะแค่แสน-สองแสนคะแนน ชนะแค่นี้ ด้วยศักดิ์ศรีนักเลง...ถือว่าแพ้ทางใจด้วยซ้ำ!
ด้วยกระแสและสถานการณ์ขนาดนี้ และคนออกมาใช้สิทธิ์กว่า ๖๐% เจ้าถิ่น กทม.อย่างประชาธิปัตย์ ต้องทิ้งห่างเสาไฟฟ้า เบาะๆ "ครึ่งล้าน" เสียง ไม่ใช่แสนกว่าเสียง
คน กทม.ทนให้ประชาธิปัตย์เกาะกินศรัทธาได้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ถ้าไม่ "ล้างพรรค-ล้างคน" สร้างโฉมหน้าใหม่ ครั้งต่อไป...อย่าหมายยกมารมาหลอกเอาคะแนนได้อีก!
นี่...สมมุติว่า มีคนดีที่ "ไม่หลงดี" ในตัวเอง ยอมเปลืองตัวเพื่อนำทาง "สร้างอนาคต" ให้ประเทศ ประกาศตั้งพรรคเป็นศูนย์รวมให้คนมีหลักการสมัครสมานเข้ามารวมสติ-ปัญญากัน เอาให้จริงซักเทอมเดียวแหละ
ประชาธิปัตย์...ถ้าไม่ล้างพรรคเอง
จะถูกประชาชนล้างแน่นอน!

สำหรับจูดี้ ผมเชื่อแล้ว คุณเกิดมาเพื่อเลข ๙ จริงๆ คะแนนที่แพ้ก็ลงท้ายด้วย....๙๙ ถอดรหัสออกมาได้ความว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้ทักษิณที่เพื่อไทยจะดันเข้าสภาฯ ตกล็อกที่ว่า "งูแสงอาทิตย์เขมือบเหี้ย" อีกนั่นแล.
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #80 เมื่อ: 07 มีนาคม 2013, 11:41:17 AM »

น่าคิดนะครับ

นโยบายข้าว  แจกแท็บเล็ต  นโยบายรถคันแรก คือมหันตภัยที่รัฐบาลชุดนี้แจกให้กับประชาชนไทย

เพราะฟังเรื่องข้าวเก่า ข้าวขึ้นราก็สยองแล้ว  นี่มิต้องไปหาซื้อข้าวจากเขมร จากญวน จากพม่ามากินแทนข้าวไทยแล้วหรือ

http://www.isranews.org/component/content/article/278/19763-%E0%B8%99%E0%B8%9E-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%9A-%E0%B8%89%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%9A-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B3-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%8A%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%9A.html
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #81 เมื่อ: 07 มีนาคม 2013, 11:42:18 AM »

ประเทศที่เจริญแล้วทั่วโลก ส่งเสริมสร้างเมืองน่าอยู่ เมืองปลอดมลพิษ เมืองสะอาด มีบัสเลน สร้างสวนสาธารณะ โดยทุ่มเงินไปสร้างสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือลอยฟ้า เพื่อลดการใช้รถยนต์ แต่มีรัฐบาลที่ไหน ถอยหลังเข้าคลอง สร้างนโยบายประชานิยมขึ้นมา นำเงินภาษีทุ่มเท เพื่อรถคันแรก
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #82 เมื่อ: 07 มีนาคม 2013, 15:58:43 PM »

@ บ้ารู้ @

       @ เบนจามิน แฟรงคิน กล่าวว่า
       " การศึกษานั้นแพง.. " มหาศาล
       " แต่ความไม่รู้แพงกว่า" เกินประมาณ
       มันจะผลาญโลกบัลลัยไม่นานนัก
       โลกข้อมูลข่าวสารในวันนี้
       เป็นโลกที่ขี่ข่มให้จมปลัก
       ล้วนข้อมูลมากมายทลายทะลัก
       รู้เพียงสักว่ารู้อยู่เต็มพุง
       ที่รู้มากยากนานมานตะบอย
       ที่รู้น้อยพลอยรำคาญยิ่งพานยุ่ง
       ทั้งรู้น้อยรู้มากหนักนังนุง
       ยุ่งเหมือนยุงตีกันอยู่พัลเก
       ความรู้ที่ไม่ผ่านการศึกษา
       ย่อมชักพาความเข้าใจให้ไขว้เขว
       เหมือนเกลือน้อยด้อยค่ากว่าทะเล
       โอละเห่เอละช้าสาละวน
       ฤาถึงกาลโลกาจะวินาศ
       วิปลาศวิปริตจิตสับสัน
       ภูมิปัญญาย่อยยับเหมือนอับจน
       มีแต่คนบ้ารู้อยู่เต็มเมือง !
       
       เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #83 เมื่อ: 08 มีนาคม 2013, 20:13:13 PM »

วันนี้วันสตรีสากล  ทำให้นึกถึงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ไม่ใช่คนไทยที่ได้มาพบเมื่อช่วงตรุษจีน
เธอดั้นด้นมาจาก 12 ปันนา  มากับรถบัสระหว่างทางที่เพิ่งจะเปิดบริการระหว่างสิบสองปันนา-เชียงของเมื่อไม่นานมานี้
ตอนแรกก็นึกว่าเธอมากับทัวร์ตามคำโฆษณาของหนังเรื่อง lost in Thailand
แต่ปรากฏว่าเมื่อถามเธอว่าทำไมมาได้ มาทัวร์เหรอ  เพราะแปลกใจที่เห็นเดินทางมาตัวคนเดียว
เธอตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า  "ถ้ามาทัวร์ไม่มาหรอก   แต่ที่มาก็เพราะพระเจ้าให้มา"
ได้ฟังแล้วก็ถึงกับอึ้ง   เมื่อเธอควักพระคัมภีร์ไบเบิลฉบับภาษาจีนมาให้   พร้อมกับเทปเล็กๆ  ที่บรรจุคำสอนไว้ทั้งภาษาจีนและภาษาไทย  แถมยังมีเพลงสวดภาษาจีนให้ฟังอีกหลายเพลง

ที่อึ้งเพราะเมื่อ 20 กว่าปีก่อนระหว่างที่ยังทำงานอยู่ในแม่น้ำโขง
เคยได้รับการติดต่อขอเรือ (แอบ) นำคัมภีร์ไบเบิลฉบับภาษาจีนเข้าสู่ประเทศจีนทางชายแดน  เพราะถ้าเป็นด้านอื่นจะถูกควบคุมนำเข้าไม่ได้เพราะจีนเข้มงวดกับเรื่องนี้
ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าผู้รับผิดชอบเรื่องเรือได้ทำการขนให้เขาหรือไม่   แต่ลักษณะเล่มคล้ายๆ กัน
ก็นึกไม่ถึงว่าสาส์นจากพระเจ้านี้จะได้วนกลับมาอีกครั้งในวันนี้...

หญิงสาวคนนี้สมัยก่อนยังเป็นแค่เด็กหญิงตัวเล็ก  ชื่อเพราะพริ้งมีนามว่า "อิงเกอ"  ทำให้นึกถึงนกตัวเล็กๆ ที่เสียงกังวานใส
เธอเป็นเด็กรุ่นที่สองที่รับเข้ามาทำงานด้วยในคุนหมิง   แม้จะเรียนจบแค่มัธยมและไม่มีพื้นอะไรมามาก  แต่ก็เป็นเด็กที่สนใจภาษาไทย
พยายามเรียนภาษาไทยกับพนักงานคนไทยที่ไปทำงานที่นั่น   จนปีท้ายๆ ก็ได้รับหน้าที่รีเซฟชั่น  
เมื่อเราเลิกกิจการ  ผลพวงจากการรู้ภาษาไทยก็ทำให้โรงแรมใหญ่ในคุนหมิงรับตัวไปทำงานอย่างง่ายดาย  

ผ่านไป 10 กว่าปี  เธอก็เล่าว่าเธอได้พบกับแสงสว่างนั่นคือ "พระเจ้า"
พระเจ้าได้ทำให้พวกเธอในคุนหมิงรวมตัวกัน  ให้ความช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน
แม้แต่พนักงานชายคนหนึ่งที่ยังติดต่อด้วยตลอด  เมื่อไม่สบายต้องเข้ารพ. ก็ได้รับการช่วยเหลือดูแลจากศาสนิกเหล่านี้
จนเข้ารีตไปอีกคนหนึ่ง  (ทั้งที่ก่อนหน้านี้สำนักพระสังขจายจากไต้หวันบางสำนักในไทยจะพยายามพาเขาไปข้ารีตแต่ก็ไม่สำเร็จ)

เธอบอกว่าเวลานี้คนจีนที่คุนหมิงหันมาหาศาสนาคริสต์กันมาก  จนเป็นองค์กรใหญ่  
เธอบอกว่าถ้าท่านจะไปคุนหมิงอีก  ขอแต่บอก  พวกเขาจะนำรถมารับและส่งให้

........................

ตอนที่เด็กคนนี้ทำงานอยู่  พอดีรู้จักกับลุงคนม้งคนหนึ่งซึ่งถูกส่งไปเป็นพ่อบ้านให้กับร้านอาหาร  และเคารพนับถือกัน
เผอิญว่าลุงคนนี้เดินทางผ่านมาจากจังหวัดตากเพื่อกลับผาจิพอดี
เด็กคนนี้ก็ขอติดตามขึ้นผาจิเข้าใจว่าเพื่อเผยแพร่ความเชื่อของเธอไปสู่ที่นั่น

ทำให้เห็นได้ว่าคนเราเมื่อมี "ศรัทธา" แล้วมีพลังอันยิ่งใหญ่มหาศาลจริงๆ
แม้แต่เขตงานเก่าของเราที่เราก็คิดไม่ออกว่าจะเอาอะไรไปเผยแพร่ให้เขาอีก
แต่ก็กลับมีพลังศรัทธาที่แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่  แต่เป็นคนใหม่
เป็นผู้ประกาศสัจจธรรมจากพระเจ้าคนใหม่   ที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขันแม้จะต้องข้ามพรมแดนมาอย่างนี้ต่อไป

เธอหันกลับมาบอกว่า  ท่านต้องฟังเทปที่เอาให้นะ
คราวหน้าจะกลับมาพูดคุยว่าฟังแล้วได้แง่คิดอะไรบ้าง  ตกใจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 มีนาคม 2013, 20:14:56 PM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #84 เมื่อ: 10 มีนาคม 2013, 14:29:08 PM »

เก็บไว้เป็นฐานข้อมูล

หากจุดนี้จะเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นมาอีกจุดหนึ่ง

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9560000029341
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #85 เมื่อ: 10 มีนาคม 2013, 21:06:55 PM »

รัฐสารภาพบาป รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือทุบราคา?

โดย คำนูณ สิทธิสมาน   10 มีนาคม 2556 15:34 น. ผู้จัดการออนไลน์ 10 มีนาคม   

       “นิวัฒน์ธำรงจำนนยอมขาดทุน/ระบายข้าวในราคาตลาด/แจงนายกฯ มอบให้ดูเรื่องเงินทั้งหมด/คุมไม่เกิน 5 แสนล้าน
       
       “นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเพิ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้เข้ามาดูแลโครงการรับจำนำข้าว กล่าวยอมรับว่า รัฐบาลจำเป็นจะต้องขายข้าวในโครงการรับจำนำตามราคาตลาด โดยรัฐบาลต้องยอมรับผลขาดทุนที่เกิดขึ้น เพราะรับจำนำข้าวในราคาสูงกว่าราคาตลาด
       
       “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังมอบหมายให้นายนิวัฒน์ธำรงเข้ามาดูแลเงินรับจำนำข้าว โดยจำกัดไม่ให้เกินปีละ 5 แสนล้านบาท พร้อมจัดหาแหล่งเงินในการรับจำนำปีต่อๆ ไป รวมทั้งเงินที่ได้จากการขายข้าวเป็นไปตามแผนหรือไม่
       
       “ส่วนการขายข้าวขาดทุนนั้น ต้องดูว่าจะทำอย่างไรที่หาเงินมาเติมให้ทุนหมุนเวียนในโครงการเป็น 5 แสนล้านบาท” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
       
       “ทั้งนี้ กรอบวงเงิน 5 แสนล้านบาทมาจากเงินกู้ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไว้ 4.1 แสนล้านบาท และสภาพคล่องธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อีก 9 หมื่นล้านบาท
       
       “ก่อนหน้านี้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยืนยันมาโดยตลอดว่าข้าวในโครงการรับจำนำจะขายไม่ต่ำกว่าราคาในตลาดโลกและจะไม่ขาดทุน
       
       “ปัจจุบันรัฐบาลเป็นหนี้ ธ.ก.ส.ในโครงการรับจำนำ 2 ฤดูการผลิต รวม 476,898 ล้านบาท แต่กระทรวงพาณิชย์ชำระค่าขายข้าวเพียง 6.5 หมื่นล้านบาท ทำให้สุทธิรัฐบาลเป็นหนี้อยู่ 4 แสนล้านบาท
       
       ​นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ตลาดข้าวขณะนี้เหมาะในการระบาย เพราะถูกกระทบจากปัญหาภัยแล้ง โดยได้ให้กรมการค้าต่างประเทศพิจารณาเปิดประมูลข้าว และล่าสุดได้คืนเงินให้กระทรวงการคลังแล้ว 8 หมื่นล้านบาท
       
       “ขณะที่ก่อนหน้านี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนโครงการรับจำนำข้าวอย่างเร่งด่วน เพราะประเมินว่าโครงการรับจำนำข้าวในปีการผลิต 2554/2555 จะขาดทุน 1.4 แสนล้านบาท และปีการผลิต 2555/2556 อาจขาดทุนกว่า 2.1แสนล้านบาท”
       
       ​ทั้งหมดคัดมาจากนสพ.โพสต์ทูเดย์ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2556 เซกชั่นหุ้น-การเงิน
       
       ข่าวนี้สำคัญตรงไหนหรือ?
       
       สำคัญตรงที่เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลชุดนี้ยอมรับโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดในราคาสูงกว่าราคาตลาด 40% ขาดทุน และต้องคุมเข้มเรื่องการเงิน ซึ่งก็ยังมีปัญหาอยู่ว่าจะหาเงินมาจากที่ไหน ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการพูดตรงไปตรงมาอย่างนี้มาก่อน มีแต่บอกว่าข้าวยังไม่ได้ขายก็ยังไม่ขาดทุน และยืนยันว่าจะขายได้ราคาไม่ขาดทุนแน่ พอถามหาสัญญาขายข้าว ก็ไม่เปิดเผย และบอกว่าเป็นความลับ
       
       นี่จึงเป็นการสารภาพบาปครั้งแรก!
       
       น่าสังเกตและวิเคราะห์ต่อว่าเหตุใดคนออกมาพูดไม่ใช่ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ/หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนเก่าคนแก่ของกลุ่มชินวัตร เกิดอะไรขึ้น ลำพังแค่คลังกับพาณิชย์สวนกันไปสวนกันมาทั้งทางหนังสือและทางวาจาก็สร้างความสับสนมากพอแล้ว คงจะจำกันได้ว่ามีหนังสือจากกระทรวงการคลังลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการ 2 ฉบับยาวเหยียดถึงนายกรัฐมนตรี เสนอมาตรการเคร่งครัดทางการเงินในการใช้จ่ายโครงการนี้ สร้างความไม่สบอารมณ์ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พอสมควร จากนั้นพอถึงต้นปีก็มี ธ.ก.ส.ออกมาแถลงร้องขอวงเงินกู้เพิ่มอีก 70,000 ล้านบาท กระทรวงการคลังแถลงตอบว่าไม่ให้ ให้ได้แค่ 150,000 ล้านบาทเท่านั้น แล้วก็มีข่าวว่าจะเสนอให้ใช้วงเงินจากสภาพคล่องของ ธ.ก.ส.เองเพิ่มอีก 60,000 ล้านบาท จากที่ใช้ไปปีละ 90,000 ล้านบาท สุดท้ายก็ไม่เอาสักวิธี ใช้วิธีเดิมคือเร่งทวงเงินค่าขายข้าวจากกระทรวงพาณิชย์
       
       เรื่องยังไม่สรุปสุดท้าย ก็มีฝ่ายที่สามออกมาอีกเป็นรัฐมนตรีวงในคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีและพี่ชายนายกรัฐมนตรี
       
       หรือว่านี่คือวิธีการแก้ปัญหาของพี่ชายน้องสาวตระกูลชินวัตร?
       
       ถึงแม้ว่าการสารภาพบาปครั้งนี้จะช้าไปสักหน่อย และยังไม่มีวี่แววชัดเจนว่าจะมีการปรับนโยบายนี้ไปในทิศทางใด ชาวนาที่เคยได้ประโยชน์จะพอใจหรือไม่ คนขี่เสือจะลงจากหลังเสือหรือไม่ หากลงแล้วจะถูกเสือกัดหรือไม่ แต่ก็ถือว่าโอเคในระดับหนึ่ง
       
       แต่การสารภาพบาปครั้งนี้ก็มีปัญหาตามมาเช่นกัน!
       
       ปัญหาว่าจะสร้างบาปใหม่หรือไม่?
       
       ปัญหาที่ว่านี้ก็คือคนระดับรัฐมนตรีของประเทศส่งออกข้าวที่มีอิทธิพลต่อตลาดโลกออกมาประกาศว่าจะยอมขายข้าวในสต็อกตามราคาตลาดโลก และจะยอมรับผลขาดทุน อย่างที่ปรากฏเป็นข่าวข้างต้น ผลที่จะเกิดขึ้นจริงแน่นอนก็คือรัฐบาลจะยิ่งขาดทุนหนักกว่าที่ควรจะเป็นแน่ เพราะผู้ซื้อจะชะลอการซื้อเนื่องจากรู้ว่าเป็นตลาดขาลง ราคาตลาดโลกจะลงต่อเนื่องไปอีก ซึ่งก็เป็นธรรมดาของตลาดข้าวโลก ยามใดเป็นตลาดขาลง ผู้ซื้อจะชะลอการซื้อ ยามใดเป็นตลาดขาขึ้น ผู้ซื้อจะเร่งซื้อ
       
       จำสมัยนางพรทิวา นาคาศัยกับดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรีได้ไหม ช่วงนั้นมีข่าวฮือฮาว่าไม่รู้ใครปล่อยข่าวว่าไทยจะขายข้าวล็อตใหญ่ในราคาต่ำ ตันละเท่านั้นเท่านี้ ผลที่เกิดคือราคาข้าวตกครั้งใหญ่
       
       แต่วันนี้ไปไกลกว่านั้น เพราะไม่ใช่แค่ข่าวปล่อย หากเป็นการให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีวงในคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีและพี่ชายนายกรัฐมนตรีที่ประกาศว่านายกรัฐมนตรีเพิ่งมอบให้รับผิดชอบเรื่องเงินโดยตรง
       
       มองโลกในแง่ดีก็คือนี่คือการรู้เท่าไม่ถึงการณ์!
       
       มองโลกในแง่ร้าย หรือมองโลกตามที่เป็นจริง ก็ต้องตั้งสมมติฐานกันแบบโหดๆ ว่า
       
       หรือนี่คือปฏิบัติการทุบราคา?
       
       ทุบราคาเพื่ออะไร ก็เพื่ออวยประโยชน์ให้พ่อค้าขาเก่าพรรคพวกกันที่น่าจะดอดไปขายข้าวในตลาดล่วงหน้าที่ชิคาโกแล้วในราคาหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นราคาตลาดปัจจุบันหรือต่ำกว่านิดหน่อยแล้ว พอราคาตลาดลงต่ำกว่าลงไปอีกเพราะลมปากรัฐมนตรีวงในคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีและพี่ชายนายกรัฐมนตรีวันนี้ เขาก็จะซื้อได้ในราคาตลาดที่ต่ำกว่าที่ควรลงไปอีก ทำให้ได้กำไรส่วนต่างจากที่ดอดไปขายที่ชิคาโกไว้มากขึ้น
       
       ไม่ต้องบอกหรอกว่ากำไรส่วนต่างที่มากขึ้นนี้พ่อค้าขาเก่าเขาจะเก็บไว้คนเดียว หรือจะเอามาปันกันกับใคร?
       
       ส่วนต่างกำไรเพิ่มขึ้นตันละสัก 1,000 บาทก็จริง
       
       แต่อย่าลืมนะว่านี่เรากำลังพูดกันถึงสต็อกข้าวในระดับ 10 ล้านตัน!
       
       จะมองโลกในแง่ดีหรือในแง่ร้ายก็เป็นสิทธิของพี่น้อง!
       
       แต่กูรูในวงการค้าข้าวกระซิบบอกผมว่าเขาไม่ได้มองโลกในแง่ดี หรือแง่ร้าย แต่มองโลกอย่างที่มันเป็นจริง พ่อค้าข้าวขาเก่าไม่ใช่ทำแบบนี้เป็นครั้งแรก แต่ทำมาแล้ว ล่าสุดก็เมื่อ 2 ปีก่อน
       
       ถ้าเป็นจริงตามกูรูท่านสันนิษฐาน ก็ไม่รู้ว่าจิตใจคนบางคนทำด้วยอะไร
       
       ในกระบวนการสารภาพบาปยังอุตส่าห์สร้างบาปใหม่
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #86 เมื่อ: 11 มีนาคม 2013, 15:16:36 PM »

ว่าจะไม่คุยเรื่องเจ้ามัสติฟนี่แล้ว  แต่ก็มีข่าวออกมาจนได้

http://www.unigang.com/Article/13933
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #87 เมื่อ: 12 มีนาคม 2013, 13:42:12 PM »

ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อนในสารระบบและพลิกตำราแทบไม่ทัน ประเทศไทยกำลังจะเทขายข้าวในราคาถูกๆ เพื่อระบายข้าวที่เก็บสตอกเอาไว้ปริมาณมหาศาลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้รัฐบาลไทยเป็นหนี้มหาศาลเช่นกัน การระบายข้าวของไทยกำลังจะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อตลาดข้าวโลก รวมทั้งการส่งออกข้าวของเวียดนามในปีนี้ด้วย
       
       สมาคมอาหารเวียดนาม (Vietnam Food Association) หรือ VietFood กล่าวในคำแถลงที่เผยแพร่ในสัปดาห์นี้ว่า เรื่องนี้กำลังจะเกิดขึ้นและกำลังเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด และหากรัฐบาลไทยเทขายข้าวในราคาต่ำก็เป็นการแสดงให้เห็นว่านโยบายรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาลชุดปัจจุบันประสบความล้มเหลว
       
       "ด้วยปริมาณในสตอกที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ไทยจะต้องนำข้าวออกเทขาย แต่จะเป็นเมื่อไรและขายในราคาเท่าไร เรากำลังเฝ้าดูอยู่" สมาคมอาหารฯ ระบุในคำแถลง ซึ่งเชื่อว่ามีความเป็นได้สูงที่ไทยจะต้องหั่นราคาข้าวลงอย่างมากมาย เพื่อระบายออกจากสตอกที่มีไม่ต่ำว่า 17 ล้านตันในขณะนี้
       
       สมาคมอาหารฯ ซึ่งเป็นองค์กรกึ่งรัฐบาลกึ่งเอกชนกำกับดูแลการซื้อข้าวและการส่งออกข้าวของประเทศกล่าวว่า รัฐบาลไทยอาจจะต้องหั่นราคาข้าวลงมากมาย เนื่องจากสภาพปัจจุบันในตลาดโลกที่อุปทานมีมากกว่าอุปสงค์ หรือตลาดความต้องการน้อย แต่มีข้าวส่งออกอย่างมากมาย
       
       "การหั่นราคาข้าวของไทยจะส่งผลกระทบต่อบรรดาประเทศส่งออกข้าวทั้งมวล รวมทั้งเวียดนามด้วย" คำแถลงของ VietFood ระบุ
       
       อย่างไรก็ตามนายเจืองแทงฟอง (Trương Thanh Phong) ประธานสมาคมฯ ให้ความเห็นว่า ไทยคงไม่สามารถลดราคาข้าวลงได้เท่ากับราคาข้าวที่เวียดนามขายอยู่ในปัจจุบัน เพราะว่า "ไทยจะขาดดุลงบประมาณและเผชิญกับการโจมตีของพรรคฝ่ายค้านหากกระทำการเช่นนั้น" หนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋รายงานในเว็บไซต์ข่าวภาษาเวียดนาม
       
       ปัจจุบันเวียดนามจำหน่ายข้าวผสมเมล็ดหัก 5% ในราคา 410 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ข้าวชนิดเดียวกันคุณภาพเดียวกันของไทยขายในราคา 560 ดอลลาร์ต่อตัน ต่างกันตันละ 150 ดอลลาร์ ทำให้ไทยไม่อาจลดราคาลงได้มากขนาดนั้น เพราะจะทำให้ขาดทุนมหาศาลยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งหมายความว่า "รัฐบาลไทยได้ยอมรับว่านโยบายรับจำนำข้าวที่ใช้อยู่นี้ล้มเหลว"
       
       แต่ผู้เชี่ยวชาญในวงการข้าวบางรายมีความเห็นว่า ไทยอาจจะจำหน่ายข้าวผ่านช่องทางรัฐบาลต่อรัฐบาลได้ ถ้าหากไทยลดราคาลงให้สมเหตุสมผล ซึ่งจะทำให้บางประเทศหันไปซื้อข้าวไทยแทนข้าวเวียดนาม
       
       ระยะที่ผ่านมาสมาคมอาหารเวียดนามได้ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวด้านนโยบายข้าวของไทยอย่างใกล้ชิด ผ่านสื่อต่างๆในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายบกรัฐมนตรีออกให้สัมภาษณ์ไม่นานมานี้ว่า รัฐบาลจะต้องแบกรับภาระขาดทุนในการจำหน่ายข้าวออกจากสตอก
       
       หลังจากได้ใช้นโยบายรับจำนำข้าวจากชาวนา "ทุกเมล็ด" ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้ทำให้รัฐบาลไทยเป็นหนี้ธนาคารเกษตรและสหกรณ์การเกษตรถึง 476,890 ล้านบาท
       
       รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบของไทยเคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า จะไม่ยอมเทข้าวในสตอกออกขายจนกว่า ราคาในตลาดโลกจะพุ่งขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้นจากการที่ไทยไม่ยอมระบายข้าวออกสู่ตลาดนั่นเอง
       
       แต่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีพาณิชย์ของไทยกล่าวว่า ถึงเวลาที่สมควรจะต้องนำข้าวออกขายแล้ว เนื่องจากมีข้าวออกสู่ตลาดน้อยลงอันเป็นผลจากการเกิดภัยแห้งแล้งในประเทศที่ปลูกข้าวจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าสงสัย
       
       นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง ที่เคยเป็น รมว.พาณิชย์ของไทย เคยกล่าวเอาไว้ในรัฐสภาว่า ถึงเวลาที่จะต้องทำให้ข้าวไทยเป็น “สิ่งที่มีค่า” ผู้บริโภคจะต้องยอมจ่ายแพงขึ้น เนื่องจากเป็นสินค้า “ระดับพรีเมี่ยม”
       
       มรว.ปริดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีต รมว.คลังและอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยประมาณว่า รัฐบาลไทยเป็นหนี้ราว 140,000 ล้านบาทในการรับจำนำข้าวฤดูทำนาปี 2554-2555 และคาดว่าจะขาดทุนอีก 210,000 ล้านบาทในปีการผลิต 2555-2556
       
       นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ไทยกำลังพิจารณาขายข้าวราว 7 ล้านตันให้แก่หลายประเทศรวมทั้งจีน ในราคาที่ไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจาก "เป็นเรื่องล่อแหลมและเป็นความลับ" ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์.
       .
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #88 เมื่อ: 15 มีนาคม 2013, 13:21:21 PM »

บดทดสอบผู้นำว่าจะมีวิสัยทัศน์อย่างไร 

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9560000031886
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #89 เมื่อ: 16 มีนาคม 2013, 13:37:50 PM »

เห็นด้วยกับบทความนี้อย่างเต็มที่

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000032226
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!