บ้านตุลาไทย
20 พฤศจิกายน 2017, 22:32:31 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทอดกฐิน สำนักสงฆ์พะนอคี หมู่บ้านโฆ๊ะพะโด๊ะ  (อ่าน 1484 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
prasri2552
Newbie
*
กระทู้: 16


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 02 ตุลาคม 2012, 16:03:02 PM »

“กองธรรมพระศรีอารย์  กองธรรมนำสุข  พ้นทุกข์นิพพานัง”
องค์กรเอกชนเพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนาและสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์และสัตว์โลกที่ประสบเคราะห์กรรม
ทอดกฐิน สำนักสงฆ์พะนอคี หมู่บ้านโฆ๊ะพะโด๊ะ หมู่ที่ ๖ ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่
วันอาทิตย์ที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
ณ บริเวณหน้าอนุสาวรีย์ ครูบาเจ้าศรีวิชัย หมู่บ้านพะนอคี หมู่ที่ ๑๐ ต.แม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก


   ขอเชิญพุทธศานิกชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมทอดกฐิน สำนักสงฆ์พะนอคี อันเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์ โลกะวิฑู หมู่บ้านโฆ๊ะพะโด๊ะ หมู่ที่ ๖ ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่  วันอาทิตย์ที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕  เวลา ๙.๐๐ น. ณ บริเวณหน้าอนุสาวรีย์   ครูบาเจ้าศรีวิชัย หมู่บ้านพะนอคี หมู่ที่ ๑๐ ต.แม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

   ความเป็นมาของพระเจดีย์โลกะวิฑูนั้น ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา แห่งวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า ครูบาวงค์ ซึ่งได้ล่วงลับไปแล้ว ได้เล่าให้พระอ่อนแก้ว ชัยยะเสโน (ท่านเต๋) ฟังว่า เจดีย์โลกะวิฑูสร้างเมื่อสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ผู้ซึ่งได้สนับสนุนให้พระพุทธศาสนาเข้ามาเผยแพร่ยังดินแดนสุวรรณภูมิ ซึ่งพวกเราคงเคยได้ยินชื่อพระอริยเจ้า ๒ รูปที่คุ้นหู คือ พระโสณเถระ และ พระอุตรเถระ เป็นผู้ที่ได้เข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในประเทศไทย อันเป็นใจกลางดินแดนสุวรรณภูมิ    

   ครูบาวงค์ ท่านได้เดินธุดงค์มากับครูบาชัยลังกา ตั้งแต่สมัยท่านยังเป็นเณร และได้มาพบทรากพระเจดีย์องค์นี้ เป็นเหมือนจอมปลวก  มีอิฐที่บริเวณฐาน แต่ไม่มีรูบร่างเป็นพระเจดีย์แล้ว  เวลาผ่านไปนานมากจนกระทั่งท่านได้มาสร้างวัดพระพุทธบาทห้วยต้มจนแล้วเสร็จ

   ก่อนท่านละสังขารได้สั่งให้ พระอ่อนแก้ว  ชัยยะเสโน (ท่านเต๋) ซึ่งเป็นพระอุปฐากเมื่อสมัยท่านมีชีวิตอยู่  ให้ดำเนินการสืบทอดปณิธานของท่านที่จะบูรณะพระเจดีย์อันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์  ท่านเต๋และพระครูพินิจสารธรรม (ครูบาพรรณ) เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทห้วยต้มองคฺปัจจุบัน  ได้ร่วมกันบูรณปฎิสังขรณ์พระเจดีย์โลกะวิฑู  ซึ่งเมื่อเสร็จแล้วมีความสูง ๑๙ เมตร  หลังจากนั้นครูบาวงค์ได้แนะนำให้สร้างพระเจดีย์องค์เล็กอีก ๘ องค์  สูง ๕ เมตรล้อมรอบ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูป  อันหมายถึงมรรค ๔  ผล ๔  นิพพาน ๑  ปัจจุบันมี โบสถ์  วิหาร  กุฏิสงฆ์  และนอกจากนี้ยังมีรอยพระพุทธบาทประทับอยู่บนก้อนหิน  ใกล้กับองค์พระเจดีย์  ซึ่งมีมาแต่โบราณ  รอยพระพุทธบาทมีความยาวประมาณ ๑ เมตร  ประทับอยู่บนก้อนหิน สูงจากพื้นดินประมาณ ๒ เมตร

   การบูรณะปฏิสังขรณ์ทั้งหมดใช้เวลาประมาณ ๖ ปี เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๗ – พ.ศ. ๒๕๕๒ สิ้นเงินไปประมาณ ๑๓–๑๔ ล้านบาท เกลือประมาณ ๒ คันรถสิบล้อ  ผ้าห่มนับเป็นหมื่นผืน  และเสื้อผ้าอีกเป็นจำนวนมาก  เนื่องจากศรัทธาที่มาร่วมสร้าง  เป็นชาวกะเหรี่ยงจะได้รับค่าแรงเป็นผ้าห่มหนึ่งผืนต่อการทำงาน ๒ วัน และได้รับเกลือ ๑ กระสอบ เป็นค่าแรง ๔ วัน ในเลานั้นการก่อสร้างเป็นไปด้วยความทุกข์ยากลำบากมาก  เพราะเป็นทางลูกรัง  การก่อสร้างสิ่งก่อสร้างบนภูเขาต้องใช้ทุนทรัพย์มากกว่าการก่อสร้างบนพื้นราบหลายเท่าตัว และสิ่งที่สำคัญผู้ก่อสร้างต้องมีศรัทธาอันมั่นคง เต็มเปี่ยม  มิฉะนั้นก็คงจะถอดใจเลิกกลางคัน

ให้ท่านทั้งหลายนึกถึงการแบกของหรือเอารถบรรทุกขนอุปกรณ์ก่อสร้างวิ่งบนทางลูกรัง ขึ้นเขาในหน้าฝน  ซึ่งลื่นและอันตรายมาก  ศรัทธาคณะนี้ได้ฟันฝ่ามาถึงวันนี้จนสำเร็จ  ปัจจุบันคงขาดแต่ถนนคอนกรีต จากพื้นราบบริเวณอนุสาวรีย์ครูบ้าเจ้าศรีวิชัย หมู่บ้านพะนอคี  ต.แม่หละ  อ.ท่าสองยาง  จ.ตาก  ขึ้นไปถึงสำนักสงฆ์ พะนอคี  ซึ่งอยู่หมู่บ้านโฆ๊ะพะโด๊ะ  หมู่ที่ ๖ ต.แม่ตื่น  อ.อมก๋อย  จ.เชียงใหม่ เป็นระยะทาง ๑๙ กิโลเมตร (เป็นเขตติดต่อระหว่าง จ.ตากกับ จ.เชียงใหม่)

ปัจจัยที่พวกเราจะได้ร่วมทอดกฐินนี้ จะเป็นทุนทรัพย์ในการสร้างถนนคอนกรีต  ซึ่งปัจจุบันมีกองทัพภาคที่ ๓ อบต.ในพื้นที่  และศรัทธาที่เป็นชาวกะเหรี่ยง  และชาวเมืองได้ร่วมบริจาคสร้างเสร็จไปแล้ว ๖ กิโลเมตร  ค่าใช้จ่ายในการทำพื้นถนนกิโลเมตรละล้านกว่าบาท  ซึ่งจะสูงขึ้นเมื่อความสูงเพิ่มขึ้นโดยลำดับ  ดังนั้นในเวลานี้ คงเหลือระยะทางอีก ๑๓ กิโลเมตร ที่รอการก่อสร้าง

เมื่อเล่ามาถึงจุดนี้ ท่านทั้งหลายคงจะเข้าใจว่า เพราะเหตุใดจึงต้องถวายองค์กฐินที่หน้าอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย  เมื่อใดก็ตามที่การก่อสร้างถนนเสร็จ เราจึงจะได้ถวายองค์กฐินกันในพระอุโบสถ

มีเรื่องเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจดีย์ และรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ว่า  ระหว่างช่วงเวลาของการเริ่มต้นบูรณะช่วงปี ๒๕๔๗ – ปี ๒๕๔๘ การก่อสร้างพระเจดีย์ทั้ง ๙ องค์  ในส่วนโครงสร้างเรียบร้อยแล้ว  แต่ยังไม่ได้ตกแต่งรายละเอียด  เวลาประมาณ ๑๐ โมงเช้าของเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาวของปี ๒๕๔๘  ศรัทธาที่ร่วมก่อสร้างประมาณ ๔๐ คนและท่านเต๋ ได้เห็นพญานาคพันรอบองค์พระเจดีย์โลกะวิฑูเป็นทักษินาวัตร  พันรอบพระเจดีย์องค์ใหญ่  มีความยาวประมาณ ๑๐ เมตร  ลำตัวใหญ่เท่าลำต้นของต้นมะพร้าว  สีเขียวมรกต  แบบเดียวกับที่เราเห็นเขาปั้นไว้ตามราวบันไดพระธาตุต่างๆอย่างชัดเจนด้วยตาเปล่า  สักครู่จนกระทั่งคลายตัวออกแล้วพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าหายไปในก้อนเมฆต่อหน้าทุกคน  วันนั้นเป็นวันที่อากาศเงียบสงบท้องฟ้าแจ่มใส

ปรากฎการณ์นี้ย่อมเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญและความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่  ซึ่งผมทราบดีว่า ถ้าไม่ใช่ด้วยเหตุผลนี้  ครูบาวงค์ท่านย่อมไม่ลงมือทำ  เพราะหากจะบูรณะกันทุกวัดก็คงไม่มีประโยชน์  ผมเองก็เช่นเดียวกัน  หากไม่ใช่สถานที่ศักดิ์สิทธ์ หรือมีเหตุอันควร  ก็จะไม่ทำเรื่องการก่อสร้าง  เพราะทำกันอยูมากแล้วตามที่เห็นทั่วไป

ด้วยเหตุที่มีความเข้าใจในเจตนารมณ์  และองค์ท่านครูบาเจ้า ชัยยะวงศาพัฒนา  และต้องการจะทดแทนคุณท่านที่ได้เมตตาให้ความสว่างเป็นดวงประทีปมาตลอดที่ผมได้รับภาระสร้างพระพุทธรูปทองคำที่ อ.แม่ริม  จ.เชียงใหม่  เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ที่วัดพระพุทธบาทสี่รอย

การกระทำของข้าพเจ้าในครั้งนี้มีความบริสุทธิ์ใจเป็นที่ตั้ง  มุ่งประโยชน์ต่อพระศาสนาและมหาชน  เพื่อทดแทนคุณของพระพุทธองค์ ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก  จึงขอตั้งจิตอธิษฐาน  ขอเทพยดาทั้งหลายโปรดช่วยดลจิตใจ บุตร บริวารของ ครูบาเจ้าชัยวงศาพัฒนาก็ดี  ผู้คนทั้งหลายที่ตั้งจิตปรารถนา ที่จะเกิดในยุคพระศรีอริยเมตไตรย์ก็ดี  ผู้ที่ได้เคยร่วมสร้างบารมีมากับข้าพระพุทธเจ้าก็ดี ให้มาร่วมกัน ผลักดันการสร้างขึ้นเขา  เพื่อสักการะรอยพระพุทธบาทและองค์พระเจดีย์โลกะวิฑูให้สำเร็จโดยเร็วพลันด้วยเทอญฯ

บุญใดกุศลใดที่ข้าพระพุทธเจ้าได้สั่งสมอบรมมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  นับแต่ก่อนปรารถนาพระโพธิญาณ  และนับแต่ปรารถนาพระโพธิญาณก็ดี  ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมถวายต่อองค์สมเด็จพระศาสดา พระอริยะเจ้า  พระโพธิสัตว์เจ้าทุกพระองค์

และขอให้ท่านทั้งหลาย ทั้งมนุษย์และเทวดาที่ได้มีส่วนร่วมในกองบุญนี้แม้เพียงมีจิตอนุโมทนา  จงได้อนุโมทนา  และมีส่วนในบุญกุศลของข้าพระพุทธเจ้าในครั้งนี้  เช่นเดียวกับที่ข้าพเจ้าจะได้รับทุกประการ

   ท่านใดปรารถนาจะร่วมเป็นเจ้าภาพในกฐินกองนี้ เริ่มบริจาคได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ โดย

โอนเข้าบัญชี
-   นายพงษ์ชัยทัศน์  วณิชย์กุล เพื่อพระเจดีย์โลกะวิฑู
      ธนาคารไทยพาณิชย์  สาขาอาคารอินเตอร์เชนจ์ 21 (สุขุมวิท)
ประเภทบัญชีออมทรัพย์  เลขที่บัญชี  196-206900-7   

         หรือ         ส่ง ธนานัติ นายพงษ์ชัยทัศน์  วณิชย์กุล (สั่งจ่าย ปณ. ประสานมิตร)
18/6 กองธรรมพระศรีอารย์ สุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กทม. 10110
โทร  0-2261-1313,  08-0613-3397 

   หากมีข้อสงสัยประการใด ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ พระอ่อนแก้ว  ชัยยะเสโน (ท่านเต๋)  089-998-5962

“กองธรรมพระศรีอารย์ ปรารถนาให้โลกนี้มีความสุข”
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!