บ้านตุลาไทย
23 พฤศจิกายน 2017, 22:06:03 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2] 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คาราวาน ไทย-ลาว-เวียต  (อ่าน 22338 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
samart
Full Member
***
กระทู้: 251


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: 02 พฤศจิกายน 2012, 19:22:24 PM »

จากนั้นมุ่งเหนือต่อไป  ไปพักเมืองบักฮา  เป็นเมือไม่ใหญ่มาก
ประชากรส่วนใหญ่เป็นม้ง  สมัยฝรั่งเศสเข้ามาก็มายึดเมืองนี้  แล้วตั้งหัวหน้าม้งขึ้นปกครองภายใต้ฝรั่งเศส
จนฝรั่งเศสสร้างตำหนักให้ใหญ่โต
เสน่เมืองนี้คือวันอาทิตย์จะมีตลาดนัด  ชาวม้งที่อยู่นอกเมืองจะนำสินค้ามาขาย  และมาซื้อด้วย  คึกคักมาก

นี่ครับตำหนักที่ฝรั่งเศสสร้างให้


เริ่มมากันแต่เช้ามืด


ชาวม้งแต่งชุดสีสันสวยงามเดินเต็มไปหมด







ลมโชยเกษา

สุนัขก็มาขาย


ควายก็มาขาย


บันทึกการเข้า
samart
Full Member
***
กระทู้: 251


ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: 02 พฤศจิกายน 2012, 19:31:16 PM »

โทษทีลงผิดขาด  เดียวลุงแสนไชยท้วงอีก









บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: 02 พฤศจิกายน 2012, 21:02:49 PM »

ฟังเพลงนี้ประกอบได้อารมณ์คาราวานลาว-เวียตได้ดี

"สายใจลาว-เวียต"

http://www.youtube.com/watch?v=kp2yfIAV3cM

เพลงนี้ทำนองคงเป็นของเวียตนาม  แต่เนื้อร้องคงเป็นคนลาวแต่ง   เพราะการใช้คำง่ายๆ แต่ลึกซึ้งนี่ต้องฝีมือกวีชาวลาวเขาล่ะ

อย่างตอนขึ้นเพลง 

"เปรียบสองหน่วยตา  สองแขนขาคนผู้เดียว..." 

นอกจากนั้นก็ยังได้ความรู้ทันสมัยของยุคเข้าสู่อาเซียน   ที่เปรียบความสัมพันธ์เหมือน ดอกจำปากับบัวหลวงที่บานขึ้นพร้อมเพรียงกัน

ดอกจำปาเป็นไม้ประจำชาติของลาว   ส่วนบัวหลวงเป็นดอกไม้ประจำชาติของเวียตนาม  ที่เด็กๆ ยุคนี้ต้องท่องกันจนขึ้นใจ

บันทึกการเข้า
samart
Full Member
***
กระทู้: 251


ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: 02 พฤศจิกายน 2012, 23:16:43 PM »






จากเมืองบักฮา ไม่ไกลนักก็ถึงชายแดนเวียต-จีน  คือค่านลาวกาย  โดยมีแม่น้ำกั้น
ปัจจุบันเป็นด่านติดต่อการค้าใหญ่โตมาก  อาคารร้านค้า  โรงแรมใหญ่โต  เกิดขึ้นมากมาย
ประตูด่านเป็นสะพานข้ามแม่น้ำ
ที่ลาวกายมีรถไฟวิ่งจากฮานอยมาถึงท่ีี่นี่  ถ้าจะไปเที่ยวต่อที่ซาปาก็สามารต่รถทัวร์ หรือเหมารถที่นี่ได้
น่าจะเปลี่ยนไปมากจากที่คุณแสนไชยเล่าว่าสมัยก่อน จีน-เวียต รบกันหนักทางนี้
บันทึกการเข้า
samart
Full Member
***
กระทู้: 251


ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: 02 พฤศจิกายน 2012, 23:28:06 PM »






จากลาวกาย  จะไปซาปาไม่ไกลมากนัก  จึงแวะระหว่างทาง  เป็นบ้านชาวม้ง  ไม่รู้แซ่ไหน
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2012, 07:42:36 AM »

ฝั่งตรงข้ามลาวไก ทางฝั่งจีนเรียกเหอโข่ว  มีสะพานข้ามน้ำที่แบ่งเขตแดน  เป็นสะพานมิตรภาพ 1 ใน 2 แห่ง  

แห่งหนึ่งอยู่ไปทางตะวันออก มุ่งไปหนานหนิง

อีกแห่งก็อยู่ตรงนี้   ว่ากันว่าสมัยนั้นทางฝ่ายเวียตนามเอาโบกี้อัดระเบิดเพียบขวางทางรถไฟอยู่

ทางจีนก็แบบวีระชนสมัยก่อน   ขับหัวรถจักรวิ่งเข้าชนเพื่อเปิดทาง

สมัยนั้นพวกผมอยู่กันที่เมืองเกือบเหนือสุดของแผนที่คือเมืองเหวินซาน  เป็นอาณาจักรของชาวม้งเหมือนกัน

แต่คนที่ได้โอกาสมาฝึกผ่าตัดผู้บาดเจ็บที่ใกล้ชิดสนามรบมากที่สุดก็คือหมอต๊ะ

ด้วยความแข็งแรง ตัวใหญ่ บึกบึน  ประเภทดีหนึ่งประเภทหนึ่ง  เขาจึงให้มาด้วย

ได้เกาะอยู่ขอบสนาม  ประเภทเห็นแสงไฟจากปืนใหญ่ขึ้นไปเต็มท้องฟ้า  แต่ไม่นานฝ่ายเวียตนามก็ถล่มกลับ

แต่มาดูประชาชนของสองฟากผั่งแล้ว   ก็ล้วนแล้วแต่ชนชาติม้ง  

พี่น้องกันมาแต่ไหนแต่ไร   จนด่านก็ได้ชื่อว่าด่านมิตรภาพ...

ปัจจุบันการค้าขายระหว่างชายแดนเฟื่องฟู

ใครจะเชื่อว่าที่นี่คือสมรภูมิรบที่ดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นานมานี้






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 พฤศจิกายน 2012, 13:57:28 PM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
samart
Full Member
***
กระทู้: 251


ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2012, 13:34:53 PM »

มาถึงซาปาแล้ว
ซาปาเป็นเมืองที่ฝรั่งเศสสร้างไว้เพื่อพักผ่อนในสมัยนั้น  ผังเมือง อาคารจำนวนมากยังหลงเหลือให้เห็น
ปัจจุบันกลายเป็นที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมาก
ซาปาอยู่จากระดับน้ำทะเล 3000 เมตร(ถ้าจำไม่ผิด)  เป็นเขาสูง หาที่ราบไม่ไดด้
ตัวเมืองจึงเป็นที่ราบไม่ใหญ่มากบนยอดเขาลูกหนึ่ง  กลางเมืองเป็นสระน้ำขนาดใหญ่
ประชากรที่อยู่รอบๆซาปา เป็นชาวม้ง
อากาศที่นี่หนาวเย็นทั้งปี  ฤดูหนาวมีหิมะตก
ช่วงที่ไปอากาศดีมาก  มีเมฆลอยมาแล้วลอยไปตลอดเวลา  พักหนึ่งเมฆค่อยๆลอยเข้ามาเหนือสระน้ำ จนมืดไปหมด
อีกพักเดียวก็ค่อยๆลอยไปจนกลับมาสว่าง

นี่ครับสระน้ำกลางเมือง

บรรยากาศกลางคืน  ก็ยังมีเมฆลอยไปมา



สถานีรถประจำเมือง





ชุดนี้รูปเยอะหน่อย  ยังมีอีก
บันทึกการเข้า
samart
Full Member
***
กระทู้: 251


ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2012, 13:41:06 PM »












ภาพมั่วๆ ไม่ได้ลำดับเวลา
บันทึกการเข้า
samart
Full Member
***
กระทู้: 251


ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2012, 13:45:30 PM »

มาต่อครับ








จากเมืองซาปา  ต่อไป  เดียนเบียนฟู
บันทึกการเข้า
บันทม
Full Member
***
กระทู้: 439



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2012, 14:07:35 PM »

น่าสนใจและชวนติดตามเป็นอย่างยิ่งครับหมอสามารถ หมอแสนไชย..

รอติดตามตอนต่อไปครับ..ภาพเยอะๆนะครับ
บันทึกการเข้า

เส้นทางน้ำมันปตท.สิ่งที่ควรรู้
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2012, 15:40:28 PM »

คุณหมอสามารถนำพรวดเดียวผ่านทุ่งไหหินเข้าเวียตนามไปเลย

ไม่ทราบว่าเข้าทางช่องไหนครับ  ได้ขึ้นไปซำเหนือหรือเปล่า

แต่ตอนไปจะวกกลับมาทางเดียนเบียนฟู   แสดงว่ากลับเข้าลาวทางด่านเมืองเขา-ไตจาม  กลับเมืองไซยหรือเปล่าครับ 

ความจริงที่ทุ่งไหหินมีชนชาติไทเรียกไทพวน แต่ไม่รู้ไทยกลับเรียกเป็นลาวพวนหรือเปล่าก็ไม่รู้  เรื่องชนชาตินี้ต้องรอลุงครัมซี่มาเลคเชอร์  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
samart
Full Member
***
กระทู้: 251


ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2012, 16:05:26 PM »

ที่ทุ่งไหหิน เชียงขวาง เป็นชาวไทพวน  จากทุ่งไหหินไปเข้าเวียตที่ด่านน้ำกั่น
ถ้าดูตามแผนที่จากด่านวิ่งไปทางตะวันออกก่อนแล้ววกขึ้นเหนือ  ผ่านหมกโจว-ไลโจว-เงี้ยล้อ  แล้วไปบักฮา
จากบักฮาขึ้นเหนือไปอีกถึงชายแดนจีนที่ลาวกาย
จากนั้นย้อนกลับลงทางใต้เฉียงตกเล็กน้อยไปที่เดียนเบียนฟู
กลับเข้าลาวที่ด่านใกล้เดียนเบียนฟู จำชื่อไม่ได้
จากด่านเข้าลาวผ่านเมืองขวา ต้องเอารถลงแพข้ามน้ำอู
แล้ววิ่งไปเรื่อยๆถึงอุดมไชย  ต่อไปที่ปากแบง
รถลงแพข้ามน้ำโขงที่ปากแบง  มุ่งสู่ชายแดนไทยที่ด่านเมืองเงิน
เข้าไทยทางห้วยโ๋ก๋น
สรุปคือออกจากไทยทางหนองคาย  กลับเข้าทางห้วยโก๋น  ใช้เวลา 10วัน ครับ

คาราวานครั้งนี้ สมาชิกเกือบทั้งหมดนิยมการขับรถผจญภัยมากกว่าอย่างอื่น  กว่าครึ่งอายุเกิน 50 ปี 
มีกว่า60ปีก็หลายคน  แต่ขับรถเก่งมาก  ผมไม่ได้ขับเป็นผู้โดยสารไปกับเพื่อน
เวลาส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการขับรถ  ได้ชื่นชมธรรมชาติน้อย  ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมน้อย
ถ้าได้ลุงบันทม ลุงสม  และสมาชิกในไทยอ๊อกไปด้วย  คงไปสามอย่างหลังอย่างเต็มอิ่ม
บันทึกการเข้า
Sand
Newbie
*
กระทู้: 63


ดูรายละเอียด
« ตอบ #27 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2012, 20:52:02 PM »


น่าสนใจมากครับ รูปสวยมาก เหมือนได้เดินทางไปด้วยครับ
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: 04 พฤศจิกายน 2012, 10:02:48 AM »

ใช่ครับ  ระยะหลังๆ ผมก็อยากพยายามดึงให้การเดินทางช้าลง (อาจเหมือนๆ กับดึงชีวิตให้ช้าลง)

ไปแบบเน้นๆ  อยู่สัก 2-3 วัน ได้ดื่มด่ำกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน  ได้ซึมซับกับบรรยากาศของสถานที่นั้นๆ  ได้อ่านทบทวนถึงภูมิหลังของสถานที่ต่างๆ 

แต่ก็นั่นแหละ  ไม่รู้ว่าเวลาอย่างนี้จะเกิดได้เมื่อไร  เพราะจนถึงทุกวันนี้ไปไหนเกิน 4-5 วันไม่ได้   

เพื่อนบางคนได้ตัดใจแล้ว   มีคนหนึ่งได้ใช้วิธีแบคแพ็คล่องจากเวียตนามใต้ขึ้นเหนือแล้วเข้ามาลาว  ใช้เวลา 1 เดือน

ได้พบเห็นผู้คนมากมาย  รวมทั้งนักปั่นชาวไทยที่ใช้จักรยานท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ 

ตอนนี้เขาก็ลงใต้ไปท่องอยู่ในมาเลเซีย ต่อจากนั้นก็จะไปอินโด

ได้พบ ได้เห็น  ตามที่ใจอยากไป  และได้หยุดอยู่กับที่ในบางเวลาที่ใจปรารถนา

ก่อนที่แข้งขา  จะไม่อำนวยให้ไปไหนต่อไหนได้ดังใจอีก....
บันทึกการเข้า
samart
Full Member
***
กระทู้: 251


ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: 04 พฤศจิกายน 2012, 22:12:38 PM »

จากลาวกายวิ่งลงทิศใต้เฉียงตกเล็กน้อย   แต่เส้นทางยังวิ่งบนเขาสูง  เอาภาพริมทางมาฝาก




ช่วงหนึ่งได้ผ่านเมืองเล็กๆที่เกิดใหม่  มีคนหนึ่งเคยมาเมื่อหลายปีก่อนบอกว่าครั้งนั้นตรงนี้เหมือนหมู่บ้าน
ไม่กี่ปีผ่านไป  อย่างที่เห็นในภาพ โรงพยาบาลใหญ่  โรงแรม อาคารพานิช  มากมาย



บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!