บ้านตุลาไทย
18 ธันวาคม 2017, 08:21:02 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อลเวง อลวน นักวิชาการเสื้อแดง  (อ่าน 9860 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2013, 08:50:32 AM »

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ : นับถอยหลังพรรคเพื่อไทย
Fri, 2013-11-01 00:27

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
 

เคยสงสัยมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ความเป็นพันธมิตรระหว่างเครือข่ายทักษิณกับขบวนการประชาธิปไตย และนักวิชาการฝ่ายก้าวหน้าจะพัฒนาไปได้ยั่งยืนเพียงใด แต่จากปัญหาการนำเสนอเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา น่าจะเป็นสัญญาณว่า ความเป็นพันธมิตรนี้น่าจะใกล้ถึงวาระสิ้นสุดแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ.2548 เมื่อพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เสียงข้างมากของประชาชนสนับสนุน แต่องค์กรทางสังคมและนักวิชาการฝ่ายก้าวหน้าส่วนใหญ่ไม่สนับสนุน เหตุผลและความชอบธรรมของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณจึงตกต่ำลงอย่างมาก และกระบวนการนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการรับรองความชอบธรรมของการรัฐประหารกันยายน พ.ศ.2549 ในฐานะวิธีการยุติระบอบทักษิณ

แต่กระนั้น ความไม่ชอบธรรมยิ่งกว่าของการก่อรัฐประหาร และวิธีการอันเหลวไหลของขบวนการฝ่ายขวาและอำนาจตุลาการหลังจากนั้น ช่วยทำให้เกียรติภูมิของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ฟื้นคืนมาใหม่ และกระบวนการต่อสู้ในระยะ 6 ปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดลักษณะพันธมิตรระหว่างฝ่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณกับขบวนการประชาธิปไตย กระบวนการต่อสู้ร่วมกันนี้พัฒนามาตั้งแต่ พ.ศ.2550 โดยมีเป้าหมายในการต่อสู้กับระบอบอำมาตยาธิปไตย และต้องถือว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้แสดงบทบาทที่เป็นประโยชน์ในการต่อสู้ตามสมควร ในกระบวนการนี้ ทำให้พลังฝ่ายก้าวหน้ากลายมาเป็นแนวร่วมอย่างหลวมกับฝ่ายทักษิณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาฃีวะ ใช้วิธีการอันไม่ชอบธรรมขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี และใช้วิธีการปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนเพื่อรักษาอำนาจในเดือนเมษายน-พฤษภาคม พ.ศ.2553 และยังใช้อำนาจในการจับกุมและดำเนินคดีคนเสื้อแดงนับพันคน ติดตามมาด้วยการไล่ฟ้องและจับกุมผู้บริสุทธิ์ด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามมาตรา 112 วิธีการเหล่านี้จึงเป็นการยากที่นักวิชาการที่รักษาความเป็นธรรมทั้งหลายจะยอมรับ

การล่มสลายแห่งความชอบธรรมของรัฐบาลอภิสิทธิ์ และการเสื่อมถอยขององค์กรฝ่ายขวา เช่น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้สร้างน้ำหนักให้กับฝ่ายพรรคเพื่อไทย ชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.2554 อันนำมาซึ่งการจัดตั้งรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกเหนือจากเป็นเพราะความนิยมต่อ พ.ต.ท.ทักษิณที่ยังคงอยู่ในหมู่ประชาชนแล้ว ยังมาจากการโอบอุ้มของฝ่ายนักวิชาการฝ่ายประชาธิปไตย ที่ต้องการเห็นการฟื้นฟูประชาธิปไตยอันแท้จริงในสังคมไทย ชัยชนะของพรรคเพื่อไทย จึงกลายเป็นชัยชนะที่เป็นธรรม เป็นชัยชนะร่วมกันของฝ่ายทักษิณและขบวนการประชาธิปไตย แต่เป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของฝ่ายอำมาตย์และพลังฝ่ายจารีตในสังคมไทย

ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นหลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศแล้ว เพราะรัฐบาลกลับปล่อยปละอย่างมากในนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ยอมจำนนต่อศาลอยุติธรรม และพินอบพิเทาฝ่ายจารีตนิยมจนเกินงาม แต่กรณีที่เป็นที่วิจารณ์อย่างมากก็คือ การละเลยไม่สนใจพี่น้องคนเสื้อแดงที่ถูกดำเนินคดีและติดคุก ทั้งจากคดีการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้เมื่อ พ.ศ.2553 และคดีตามมาตรา 112 ทั้งที่คนเหล่านี้ คือมวลชนที่ต่อสู้เพื่อพรรคเพื่อไทยมาแล้วทั้งสิ้น ความไม่สนใจเช่นนี้ ทำให้กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยต้องเคลื่อนไหวเรียกร้องต่อพรรคเพื่อไทยให้มีการปล่อยนักโทษการเมือง เช่น ข้อเรียกร้องเรื่องการนิรโทษกรรมประชาชนของฝ่ายนิติราษฎร์ และการชุมนุมหมื่นปลดปล่อยเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2556 เป็นต้น

กระบวนการเหล่านี้จึงนำมาซึ่งการที่ นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ และ ส.ส.เพื่อไทยกลุ่มหนึ่ง ต้องนำเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเมื่อเดือนมีนาคม ทีผ่านมา โดยมีเนื้อหาให้นิรโทษกรรมให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองทุกฝ่ายทั้งฝ่ายเสื้อแดงและเสื้อเหลือง แต่ยกเว้นแกนนำและผู้สั่งการ ประชาชนคนเสื้อแดงจำนวนมากก็สนับสนุนร่างนี้ ด้วยความหวังที่ว่าจะเป็นช่องทางในการปล่อยนักโทษการเมืองให้ได้โดยเร็ว และพรรคเพื่อไทยก็มีมติสนับสนุน ดังนั้น ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมนี้ จึงได้ผ่านการรับหลักการวาระแรก ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียง 300 ต่อ 124 เพื่อผ่านขั้นตอนไปสู่การตั้งกรรมาธิการพิจารณาในวาระที่สอง

แต่ปรากฏว่า การพิจารณาในขั้นนี้ กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ยอมรับการแปรญัตติของนายประยุทธ ศิริพานิชย์ โดยเปลี่ยนเนื้อหาทั้งหมดของร่างเดิม ไปใช้ร่างใหม่ที่นิรโทษกรรมทุกฝ่ายรวมทั้งแกนนำ ซึ่งหมายถึงทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สุเทพ เทือกสุบรรณ และฝ่ายทหาร และที่ร้ายแรงยิ่งกว่านั้น คือ มีการเติมให้ยกเว้นการนิรโทษเหยื่อมาตรา 112 ด้วยข้ออ้างก็คือ การช่วยนำ พ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้าน และสร้างความสมานฉันท์เพื่อเริ่มต้นใหม่ประเทศไทย การแปรญัตติเช่นนี้จึงเรียกกันว่าเป็นกฎหมายนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง และเป็นที่ต่อต้านอย่างมากจากกลุ่มเสื้อแดง นปช. ขบวนการประชาธิปไตย และ นักวิชาการฝ่ายก้าวหน้า แต่ฝ่ายพรรคเพื่อไทยก็ยังคงดึงดันที่จะเดินหน้าในญัตตินิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งต่อไป โดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน

ปัญหาสำคัญในขณะนี้ก็คือ ฝ่ายพรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถที่จะเสนอเหตุผลอันชอบธรรมอันใดเลย ที่จะอธิบายได้ว่าเหตุใดขบวนการประชาธิปไตยจะต้องยอมรับในมาตรการนิรโทษกรรมลักษณะนี้ ข้ออ้างที่ว่า มีความจำเป็นต้องนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูก แต่ก็สามารถทำได้ง่ายโดยการล้มล้างผลพวงรัฐประหาร ไม่จำเป็นต้องเอามาพ่วงในกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชน การอ้างว่า ต้องนิรโทษกรรมให้เสมอภาคกันตามมาตรา 30 ของรัฐธรรมนูญ แต่การยกเว้นเหยื่อมาตรา 112 ก็ชี้ให้เห็นว่าข้ออ้างนี้เป็นเรื่องไร้สาระ ถ้าจะอ้างว่าต้องรีบนิรโทษเพื่อเอาพี่น้องออกจากคุก ก็อธิบายได้ว่า ขบวนการประชาธิปไตยที่ต่อต้านการนิรโทษแบบเหมาเข่ง ก็ไม่ได้คัดค้านเรื่องการปล่อยนักโทษการเมืองเลย ฝ่ายรัฐบาลพรรคเพื่อไทยต่างหากที่สามารถช่วยนักโทษการเมืองได้ตลอดเวลา โดยการออกพระราชกำหนดหรือใช้มาตรการอื่น แต่ที่ผ่านมาไม่เคยคิดจะทำ และที่ดูตลกกว่านั้น คือ ฝ่ายนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพท้าทายเสมอว่าไม่ต้องนิรโทษกรรมให้กับพวกตน และฝ่ายผู้บัญชาการทหารก็ไม่เคยยอมรับว่า ได้กระทำความผิด แต่ด้วยเหตุใดกฎหมายเหมาเข่งจึงไปนิรโทษกรรมให้พวกเขาทั้งหมด เหตุผลเรื่องความปรองดองภายในชาติอาจจะฟังดูดี แต่คงต้องอธิบายเรื่องการจัดการความยุติธรรมต่อประชาชนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บในเหตุการณ์เมษายนและพฤษภาคม พ.ศ.2553 ถ้าจะให้นิรโทษกรรมฆาตกรแล้วเลิกแล้วต่อกันเฉยๆ คงไม่ได้

การผลักดันร่างนิรโทษกรรมเหมาเข่งได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างหนักในขบวนการฝ่ายเสื้อแดง และก่อให้เกิดการแยกชัดระหว่างมวลชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยในทุกเงื่อนไช กับพลังฝ่ายประชาธิปไตย และนักวิชาการฝ่ายก้าวหน้าที่ไมอาจยอมรับการนิรโทษกรรมแบบนี้ได้

เครือข่ายทักษิณและพรรคเพื่อไทยอาจจะไม่สนใจ และประเมินว่า ต่อให้ผลักดันการนิรโทษกรรมหน้าตาอย่างนี้ พรรคก็ยังชนะเลือกตั้งสมัยหน้าอยู่นั่นเอง โดยไม่ต้องอาศัยพวกนักวิชาการและพลังประชาธิปไตย ในที่นี่จะขอบอกว่า ถ้าหากไม่รับฟังและยังดึงดันนิรโทษกรรมเหมาเข่ง ก็จะสิ้นความชอบธรรมเพราะเรื่องเหมาเข่งเป็นเรื่องไร้หลักการทางการเมือง แต่ถ้าหากถอยเรื่องเหมาเข่งแล้วไม่ยอมนิรโทษกรรมประชาชน ให้ชาวบ้านติดคุกต่อไป ก็เป็นเรื่องอมหิตของรัฐบาลยิ่งลักษณ์

การตัดสินใจในเรื่องนี้กลายเป็นระเบียบวาระอันสำคัญ ถ้าตัดสินใจผิดพลาดก็จะเป็นจุดเริ่มต้นนับถอยหลังของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เพราะจะเกิดลักษณะที่พรรคได้คะแนนเสียงแต่ปราศจากความชอบธรรม สถานการณ์ทางการเมืองไทยจึงวังเวงยิ่งนัก

 

- See more at: http://www.prachatai3.info/journal/2013/11/49523#sthash.c8NkBp2k.dpuf
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 พฤศจิกายน 2013, 10:20:41 AM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2013, 10:22:43 AM »

ได้ยินบ่อยเวลาไปโต้แย้งกับพวกนักวิชาการเหล่านี้ว่า  "ต้องมองด้วยสายตายาวไกล  อย่ามองแค่สั้นๆ"

เมื่อก่อนเคยไปนั่งคุยกับท่านอดีตเลขาธิการพรรค  ท่านก็กำชับแล้วกำชับอีกว่า  "ต้องอย่าสายตาสั้น"

พอมาถึงจุดนี้แล้ว  ไม่รู้ว่าใครสายตาสั้นหรือสายตายาวกันแน่  ฮืม
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2013, 17:45:28 PM »

เมื่อช่วยให้ทุนใหญ่เถลิงอำนาจและพัฒนาไปอย่างที่สุดก่อนแล้วไง

เมื่อเขาได้อำนาจทั้งหมดแล้วไง

ช่วยตอบหน่อยสิ  อดีตคอม.ใหญ่ทั้งหลาย 
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2013, 17:50:12 PM »

คนพวกนี้ก็แค่นั้น  เหยียบทั้งศพคนอื่น  เหยียบทั้งศพพ่อตัวเองเพียงเพื่อรักษาสถานภาพตัวเองไว้ 

http://www.oknation.net/blog/anonym/2013/11/01/entry-1
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2013, 17:53:03 PM »

พี่น้องเสื้อแดงน่าจะเอาชื่อคนเหล่านี้ไปแปะไว้บนหลังตะกวดนะ

http://www.oknation.net/blog/bunjerds/2013/11/01/entry-2
บันทึกการเข้า
old clumsy
Hero Member
*****
กระทู้: 1769

ดุลยภาพคือทางรอด


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 02 พฤศจิกายน 2013, 11:13:02 AM »

  เหตุผลของนักวิชาการเสื้อแดงไม่ได้พัฒนาการขึ้นเลย  หลังจากถูกทักษิณหลอกใช้ซ้ำซาก  ก็ไม่เคยย้อนกลับไปดูตัวเอง  ไอ้วาทกรรมต่างๆที่ประดิษฐ์ขึ้นและฝังหัวมวลชนเสื้อแดงอยู่ ลบล้างได้  หากใช้วาทกรรมใหม่ๆ เช่น " เหยียบศพคนตายไปเสวยอำนาจ"..ลองผลิตซ้ำไปเรื่อยๆสิ.."ทักษิณหลอกมวลชน เหยียบศพคนตายเพื่อกลับมากินรวบ " ...

อาจไถ่บาปของตนเองที่พาคนไปตายได้บ้าง...
บันทึกการเข้า

สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์เสมอ...จงอย่าสำคัญตัวผิด ยิ้มเท่ห์
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2013, 07:15:57 AM »

ก็ดูเอาเองว่าพอจะรับไหวไหมว่าเป็นชนชั้นกลางใหม่มวลชนก้าวหน้าของคุณเสกสรรค์ประเสริฐกุล

แค่ประชาธิปไตยพื้นฐานก็ไม่เป็นแล้ว

แบบนี้ก็เป็นได้แค่พวกเรดการ์ดแบบเดียวกัยสมัยแก๊งค์ 4 คนของจีนเท่านั้น

ท่านเสกสรรค์จะยอมเสียเวลาไปอบรมประชาธิปไตยให้คนเหล่านี้ฟังบ้างจะดีไหม

เผื่อจะได้เป็นมวลชนก้าวหน้าสมกับคำยกยอของท่านขึ้นมาได้บ้าง

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000136775
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2013, 07:18:02 AM »

ก็ดูเอาเองว่าพอจะรับไหวไหมว่าเป็นชนชั้นกลางใหม่มวลชนก้าวหน้าของคุณเสกสรรค์ประเสริฐกุล

แค่ประชาธิปไตยพื้นฐานก็ไม่เป็นแล้ว

แบบนี้ก็เป็นได้แค่พวกเรดการ์ดแบบเดียวกัยสมัยแก๊งค์ 4 คนของจีนเท่านั้น

ท่านเสกสรรค์จะยอมเสียเวลาไปอบรมประชาธิปไตยให้คนเหล่านี้ฟังบ้างจะดีไหม

เผื่อจะได้เป็นมวลชนก้าวหน้าสมกับคำยกยอของท่านขึ้นมาได้บ้าง


แล้วก็ดูว่าอาทิตย์หน้านี้  นายตู่จตุพรก็จะขน "มวลชนก้าวหน้าและชนชั้นกลางใหม่" มาชนกับ "มวลชนล้าหลังและชนชั้นกลางเก่า" อีกแล้ว

จะได้พิสูจน์กันอีกทีว่าใครเป็นตัวแทนของพลังประชาธิปไตยที่แท้จริงของสังคมกันแน่
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2013, 12:51:26 PM »

ช่างสมเป็นมวลชนก้าวหน้าเสียจริง


http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000136897
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2013, 20:26:11 PM »

ณ เวลานี้อดีตคนเดือนตุลาทั้งหลาย ที่ทำตัวเป็นคณะเสนาธิการใหญ่ของพรรคเพื่อไทยคงจะพากันปวดขมับ

เพราะคงนึกไม่ถึงว่าบรรยากาศแบบก่อนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา จะกลับมาเยือนอีกครั้ง

ด้วยสัญญาณจากปากต่อปาก  จากคนกลุ่มหนึ่งไปสู่คนอีกกลุ่มหนึ่ง  จากปัจเจกชนไปสู่องค์กร  จากองค์กรมวลชนไปสู่องค์กรระดับมหาวิทยาลัย   โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัญญาณจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ   รวมความแล้วคืออาจารย์ได้พานักศึกษาก้าวเดินออกมาพิทักษ์ความถูกต้องแล้ว

กระแสเหล่านี้กำลังไหลบ่าไปรวมกันแรงขึ้นทุกทีๆ

แรงขึ้นจนคนเดือนตุลาเหล่านั้นคาดไม่ถึงเหมือนกันว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

และที่น่าเสียใจยิ่งก็คือ  พวกเขายืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับประชาชนในขณะนี้
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 04 พฤศจิกายน 2013, 11:41:25 AM »

เครือข่ายแดงแตกคอเฉ่งนิรโทษ "นช.แม้ว" ทำเจ๊ง "ปลื้ม" ทวิตเตอร์ ถ้ากม.นิรโทษฯไม่ผ่านศาล ทักษิณพัง เพื่อไทยจบ แต่ถ้าผ่านด่านศาลเพราะมีดีลทั้งศาลและระบอบเละ เช่นเดียวกับ "สมศักดิ์ เจียมฯ" เฉ่ง ถ้านิรโทษพังทำแก๊งแดงในคุกต้องอยู่นาน "แม้ว" ต้องรับผิดชอบ เพราะยัดใส้ เพิ่มคดีตัวเองแบบครอบจักรวาน ย้อนไปถึงปี 2547 บีบเพื่อไทยผิดสัญญากับมวลชน
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากระแสต่อต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฯ ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในสังคม แม้แต่คนในเครือข่ายคนเสื้อแดง ล่าสุด ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ "ปลื้ม" ผู้ดำเนินรายการทางโทรทัศน์เสื้อแดง เอเซียอัพเดท และ วอยซ์ทีวี ได้โพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว @KhunPleum แสดงความเห็นเกี่ยวกับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า "ถ้าพ.ร.บ.นิรโทษไม่ผ่านศาล ทักษิณพังเเละพังนาน หงายหน้าเเละเพื่อไทยจบ เเต่ถ้าผ่านด่านศาลเพราะมีดีลก็เเสดงว่าศาลพังเเละระบอบเละ"
       
       ขณะเดียวกัน นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อีกหนึ่งในเครือข่ายกลุ่มคนเสื้อแดง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสมศักดิ์ เจียมธีรสกุลว่า ถ้าครั้งนี้ พ.ร.บ.สุดซอย พัง แล้วเลยพลอยทำให้อิสรภาพของมวลชนในคุกต้องเนิ่นนานออกไปอีก ความรับผิดชอบอันดับแรกเลย อยู่ที่คุณทักษิณ
       
       ตั้งแต่เมื่อ 2 ปีเศษทีแล้ว ที่ผมเรียกร้องให้หาทางนิรโทษกรรม ก็เสนอว่า จะต้องแยกคดีทักษิณ ออกจากคดีมวลชนทั่วไป เพราะแม้คดีมวลชนทั่วไป ก็ยากอยู่แล้ว แต่ถ้ายิ่งเพิ่มคดีทักษิณด้วย ความยากลำบากจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
       
       (อย่าลืมว่า แม้แต่พวกนักวิชาการออกแนวเหลืองอย่าง คมสัน หรือ โคทม ยังยอมรับในระดับหนึ่ง กับการให้นิรโทษกรรมระดับประชาชนธรรมดาออกมาก่อน)
       
       ครั้งนี้ ทักษิณ ไม่เพียง ยัดใส้ เพิ่มคดีตัวเองเข้าไป ยังเพิ่มสารพัดคดี ครอบจักรวาล ย้อนหลังไปถึงปี 2547 ชนิดที่หาเหตุผลรองรับไม่ได้เลย และทั้งยังสั่งให้พรรคเพื่อไทย ผิดคำพูด คำสัญญา กับมวลชนตัวเองเมือไม่กี่เดือนที่แล้วนี้เอง เรื่องจะไม่นิรโทษกรรมรวมเรืองการฆ่ากลางเมืองไปด้วย
       
       งานนี้ ถ้าพัง และมวลชนติดคุกต่อ ก็โทษใครไม่ได้เลย (และอย่างทีคุณปลื้มว่า ต่อให้ ไม่พัง ดันจนผ่านได้ ระบบก็พัง เสียหายต่อระบบมากเหมือนกัน)
       
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 06 พฤศจิกายน 2013, 17:22:52 PM »

หวังว่าจะไม่มีใครออกมาวิเคราะห์ว่าการเคลื่อนไหวคัดค้าน พรบ.ล้างโกงสุดซอยฉบับนี้เป็นพลังฝ่ายอนุรักษ์  หรือพลังฝ่ายชนชั้นกลางเก่าอีกนะ

ยิ่งแบบอาจารย์ชาญวิทย์ที่ตอนแรกเดี๋ยวก็ว่า  พรบ.ฉบับนี้ผ่านสภาได้ก็เพราะทุนใหม่กับอำมาตย์ตกลงซูเอี๋ยกันได้แล้ว 

พอมาถึงตอนนี้เดี๋ยวแกก็ออกมาว่า "อำมาตย์ไม่ยอมซูเอี๋ย  จึงยอมให้ทุกภาคส่วนออกมาเคลื่อนไหว" อีกแน่ๆ
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: 07 พฤศจิกายน 2013, 09:09:34 AM »

หากบอกไปยังคนในรัฐบาลได้ก็อยากบอกว่าสิ่งที่รัฐบาลพึงทำในวันนี้คือต้องมีความอดทนและอดกลั้นอย่างสูงยิ่ง
เพราะภาษิตไทยมีอยู่ว่า "น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ" (นายกเคยอ่านหรือเปล่าก็ไม่รู้)
รัฐบาลต้องสั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดูแลการชุมนุมและเดินขบวนให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่ใช่ส่งกำลังตำรวจไปประจันหน้ากับผู้ชุมนุมจนเกิดการกระทบกระทั่งกัน
ต้องสั่งบรรดาคนที่เกี่ยวข้องบ้างไม่เกี่ยวข้องบ้างกับการรักษาสถานการณ์ให้สงบปากสงบคำ ผบ.ตำรวจบางคนที่มีลักษณะก้าวร้าวกับผู้ชุมนุมถ้าเป็นไปได้ก็ควรเปลี่ยนตัวให้ไปนั่งสงบจิตสงบใจเสีย (หรือจะไปหาลำไพ่เป็นหมอฝังเข็มไปพลางๆ ก่อนก็ได้)
แล้วก็อย่าให้ใครไประดมคนเสื้อแดงมาประจันหน้าเพราะงานนี้ไม่หมูเหมือนกับที่ผ่านๆ มาแน่ อีกทั้งหากเกิดการปะทะกันขึ้นก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายกองทัพทหารต้องเข้ามาดูแลความสงบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ซึกรัฐบาลไม่ต้องการแน่นอน
สรุปแล้วรัฐบาลต้องอดทนอดกลั้นอย่างสูง อยู่เฉยๆ และดูแลผู้ชุมนุมให้ดีจะดีกว่า
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 07 พฤศจิกายน 2013, 20:40:21 PM »

เวลานี้เป็นเวลาที่นักกิจกรรม นักอุดมคติ และนักวิชาการอิสระที่อยู่ปีกเสื้อแดงได้เวลาสลัดเสื้อสีได้แล้ว

เพราะเป็นประจักษ์แจ้งอย่างยิ่งว่าที่ผ่านมาก็เป็นได้แค่เบี้ยประกอบให้กับทักษิณ ชินวัตรเท่านั้น

เขาจะใช้เราก็เมื่อเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อเขา  แต่เมื่อไรที่ไม่มีประโยชน์เขาก็ถีบหัวส่งอย่างไม่ใยดี

บทเรียนจากการเสนอพรบ.เหมาเข่งนั้นเป็นสิ่งที่นักกิจกรรม นักอุดมคติและนักวิชาการอิสระทั้งหลายที่อยู่ปีกเสื้อแดงจะต้องนำมาเตือนใจให้ดี

เพราะการหวนกลับไปรับใช้พรรคเพื่อไทยกับทักษิณ ชินวัตรดังที่เขาแบะท่ามาให้อีกนั้น   ก็เป็นเพราะเขากำลังเพลี่ยงพล้ำทางมวลชนอย่างหนัก  จึงหวังว่าเหล่านักวิชาการอิสระเหล่านี้จะมาช่วยแก้แทนให้อีกครั้งเท่านั้น

มาถึงจุดนี้แล้วก็ต้องขอบอกต่อไปว่า  "ก็เมื่อรู้ว่าเขาหลอกแล้วยังจะยอมให้เขาหลอกต่อไปกันอีกหรือ"  ฮืม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!