บ้านตุลาไทย
21 พฤศจิกายน 2017, 19:14:40 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ดูแลสุขภาพอย่างไรให้เหมาะสม  (อ่าน 3427 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 20 กรกฎาคม 2014, 16:49:08 PM »

เห็นข่าวนี้แล้วสะเทือนใจไม่น้อย   ทำให้คิดว่าการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัวหรือคนใกล้ชิดนั้นจะต้องทำให้เหมาะสมและมีความรู้พื้นฐานบ้าง   ไม่ใช่แค่เรื่องการอยู่ไฟแล้วทำให้เกิดพิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์  แต่เรื่องอื่นๆ ก็ควรทำให้เหมาะสมเช่นกัน
..........................................................................................

ประจวบคีรีขันธ์ - สาวชาวพม่าเพิ่งคลอดลูก ปิดบ้านห้องเช่าในตำบลคลองวาฬ เมืองประจวบคีรีขันธ์ อยู่ไฟหลังคลอดด้วยวิธีโบราณ เกิดขาดอากาศหายใจดับพร้อมลูกน้อยวัยเพียง 4 วัน ส่วนญาติอีก 3 รายที่นอนอยู่ด้วยหมดสติอาการสาหัส เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาล
       
       เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (20 ก.ค.) ร.ต.ท.อามร เพชรด้วง พนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิต และหมดสติหลายรายอยู่ในบริเวณห้องเช่าเลขที่ 523/5 ซอยแสวงโชค ถ.คลองวาฬ-หว้ากอ หมู่ 1 ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน และหน่วยกู้ภัยเทศบาลตำบลคลองวาฬ
       
       ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวปูนชั้นเดียวปลูกติดกัน จำนวน 10 ห้อง ภายในห้องที่ 5 พบที่นอน และของใช้เด็กอ่อนวางอยู่บนพื้น ส่วนที่กลางห้องพบกะละมังสเตนเลสขนาดใหญ่ใส่ทราย และเศษไม้ มีร่องรอยการก่อไฟ และพบผู้เสียชีวิต 2 ราย ทั้งคู่เป็นแม่ลูกกัน ทราบชื่อ นางกีปาตอ อายุ 23 ปี แรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า และทารกเพศชาย อายุ 4 วัน คาดว่าเสียชีวิตมาประมาณ 3 ชม.
       
       นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บหมดสติอีก 3 ราย ประกอบด้วย นางโม อายุ 37 ปี น.ส.ทุนเล็ก อายุ 15 ปี และ ด.ช.ทุน อายุ 7 ปี ทั้งหมดเป็นชาวพม่า จึงนำส่งรักษาตัวที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทั้งหมดยังไม่ได้สติ และแพทยย์ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
       
       สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บทั้งหมดเป็นเครือญาติกัน โดยได้มาเช่าห้องดังกล่าวพักอาศัยอยู่รวมกัน ก่อนเกิดเหตุ นางกีปาตอ เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เพื่อพักพื้นที่บ้าน หลังจากเดินทางไปคลอดบุตรชายเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา และญาติได้ก่อไฟในกะละมัง จากนั้นจึงนำเข้ามาไว้ในห้องเพื่อให้ผู้ตายอยู่ไฟแบบโบราณหลังคลอด ส่วนญาติๆ อีก 3 ราย ก็นอนอยู่รวมกัน
       
       กระทั่ง นายไท สามีของ นางกีปาตอ ซึ่งเป็นลูกเรือประมงเดินทางกลับจากสะพานปลามาที่บ้านพัก พบว่า ห้องได้ปิดเงียบ เมื่อส่งเสียงเรียกก็ไม่มีใครเปิดประตูออกมา จึงได้งัดประตูเข้าไปดูก็พบว่า ภรรยา และลูกชายได้เสียชีวิตแล้ว
       
       ส่วนญาติๆ อีก 3 คน ก็หมดสติอาการสาหัส ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ทั้งหมดน่าจะขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน เนื่องจากการก่อไฟดังกล่าวทำให้เกิดควันไฟ และความร้อน ประกอบกับห้องก็มีลักษณะทึบ ไม่มีช่องระบายอากาศจึงทำให้หมดสติ และเสียชีวิต

       (จาก http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000081868)
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 22 กรกฎาคม 2014, 09:59:11 AM »

บางคนมีโรคความดันโลหิตสูง  กลัวจะเป็นโรคหลอดเลือกสมองแตกทำให้เป็นอัมพฤกต์ อัมพาต  ก็เลยออกกำลังหนักๆ  คิดว่ายิ่งหนักก็จะยิ่งป้องกันได้  ก็เป็นวิธีการที่ผิดเช่นกัน

ยิ่งการออกกำลังโดยที่ไม่ได้ทานยาควบคุมความดันเป็นประจำก็จะทำให้เกิดปัญหาได้

เพราะเมื่อออกกำลังก็จะทำให้หัวใจทำงานมากขึ้น มีการสูบฉีดโลหิตแรงขึ้น ซึ่งทำให้ความดันเพิ่มขึ้นในระดับต่างๆ

การออกกำลังจึงควรคำนึงถึงความเหมาะสมของร่างกายด้วย

แต่หากคิดไม่ออกว่าอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับตัวเอง   ก็ควรเริ่มต้นจากการออกกำลังที่ไม่หักโหมมากนัก

หรือเริ่มต้นจากการออกกำลังกายเบาๆ เช่น ขยับยกไหล่ขึ้นลง  หมุนคอเบาๆ  หมุนเอว   จากนั้นก็เริ่มต้นด้วยการเดินทอดน่องแล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นไปสู่การเดินเร็ว   

ส่วนท่าออกกำลังกายที่ไม่หนักมากนัก  ของเดิมก็มีการรำไท้เก๊ก  การฝึกหายใจแบบชี่กง  ปัจจุบันมีคนคิดขึ้นมามากมายหลายอย่าง  ก็พิจารณาะดูตามความเหมาะสมและความชอบของตนได้

ที่สำคัญคือไม่ควรเริ่มต้นด้วยการหักโหมทันที   ออกกำลังให้พอได้เหงื่อซึมๆ ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการเริ่มต้น
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 26 กรกฎาคม 2014, 07:22:22 AM »

โรคหลอดเลือดสมองเกือบร้อยละ 25 เกิดขึ้นในตอนเช้าตรู่หรือขณะตื่นนอนตอนเช้า

ดังนั้นคนที่สูงวัยหลังจากตื่นนอนจึงไม่ควรลุกหรือนั่งขึ้นอย่างฉับพลัน  แต่ควรนอนต่อไปสักครู่หนึ่ง ในระหว่างนี้ทำให้ทำการขยับแขนขาและศีรษะเพื่อทำให้กล้ามเนื้อและกล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือดได้คลายตัวก่อน  จากนั้นจึงค่อยลุกขึ้นทำกิจวัตรประจำวัน

ยิ่งผู้ที่มีประวัติเป็นอัมพฤกต์หรือแขนขาชา หน้าชามาก่อน  ก็ยิ่งต้องระวังเวลาตื่นนอนตอนเช้า  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 กรกฎาคม 2014, 09:51:25 AM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 27 กรกฎาคม 2014, 07:29:26 AM »

หลังจากทานอาหารเย็นแล้วก็ไม่ควรเข้านอนทันที

เพราะหลังจากรับประทานอาหาร  กระแสเลือดจะไปทางกระเพาะอาหารและลำไส้มาก  ในขณะที่ขึ้นไปทางสมองลดลง  ความดันโลหิตจึงเอียงไปทางต่ำลง  การทานอาหารแล้วเข้านอนจะยิ่งทำให้ความดันโลหิตยิ่งลดลงทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอเกิดภาวะสมองขาดเลือดทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองเป็นอัมพาต-อัมพฤกต์ได้ 

นอกจากนั้นก่อนนอนก็ไม่ควรดูหนังประเภทตื่นเต้น เขย่าขวัญ สยองขวัญ หรือประเภทโหดอำมหิต  ฟันฉับคอขาดเลือดพ่งกระฉูด หรือยิงทีก็เลือดสาดยาวเป็นสาย   เพราะจะทำให้อารมณ์และจิตใจได้รับผลกระทบ  ทำให้สภาวะภายในร่างกายไม่นิ่ง สมดุลย์เสียไป  การเมตาบอลิสซึ่มภายในร่างกายผิดปกติ  ไขมันในเลือดสูงขึ้น  ความดันโลหิตสูงขึ้น  ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้

ดังนั้นหลังจากทานอาหารเย็นน่าจะมีการเคลื่อนไหว  เช่นเดินพอสบายๆ สักครู่เพื่อให้อาหารย่อยก่อน  การดูหนังดูละครก็น่าจะดูเรื่องที่ทำให้บันเทิงหัวใจ รื่นรมย์จิตใจเป็นสำคัญ ไม่ก็ฟังเพลงเพราะๆ สบายๆ นิ่มๆ น่าจะเป็นผลดี   ยิ่งในผู้ที่เคยมีประวัติหน้าชา แขนขาชา ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด  ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 02 สิงหาคม 2014, 10:58:26 AM »

เมื่ออายุมากขึ้นไม่ว่าทำอย่างไรก็รู้สึกว่าหน้าท้องมันยื่นออกมาทุกวัน  ทำอย่างไรก็ไม่ลด  แถมไปตรวจเลือดทีก็ถูกทักโน่นนี่

มีผู้แนะนำจากเว็บไซต์หมอชาวบ้าน นำเป็นคำแนะนำที่ดีมาก

http://www.doctor.or.th/article/detail/11403
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 26 สิงหาคม 2014, 20:49:37 PM »

เช้าวันนี้มีข่าวเด็กรุ่นหลานที่อายุยังไม่ถึง 30  จากไป

หลายคนบอกว่าน่าเสียดายที่เขาจากไปก่อนวัยอันควร

แต่เมื่อมาดูการลาจากโลกนี้ไปของเขาแล้วน่าคิด

เพราะเป็นการนอนหลับแล้วไปเฉยๆ

ไม่เจ็บปวด ไม่ทุกร้อนทรมาณ 

ไม่ต้องป่วยให้มีสายระโยงระยางอยู่รอบกายแบบผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาล

ไม่เป็นทุกข์ทั้งต่อตัวเอง และไม่รบกวนคนรอบข้างไม่ว่าคนสนิทหรือญาติพี่น้อง

คนที่จากไปแบบนี้มองในอีกแง่หนึ่ง  ก็นับว่ามีบุญมากเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!