บ้านตุลาไทย
15 ธันวาคม 2017, 17:22:37 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2] 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เรากำลังถูกหลอกเรื่องอาเซียน  (อ่าน 11639 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2014, 06:52:10 AM »

แคว้นกาตาลุนญ่ากำลังจะมีการลงประชามติแยกตัวออกจากสเปญ

แคว้นนี้มีทีมฟุตบอลชื่อดังคือบาร์เซลโลน่า  ซึ่งตอนนี้ได้ออกมาประกาศสนับสนุนการแยกตัวเรียบร้อยแล้วโดยไม่หวั่นว่าจะไม่ได้เล่นในฟุตบอลลาลีก้าของสเปญแต่อย่างใด

สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของคนในท้องถิ่นที่ถือว่าไม่ใช่คนสเปญมายาวนาน

เป็นเรื่องน่าคิดสำหรับการรวมตัวเป็นประชาคมเดียวของอาเซียนที่มีความแตกต่างกันมากเหลือเกินว่าจะไปได้สักกี่มากน้อย  

ก็มาติดตามดูการลงประชามติของแคว้นกาตาลุนญ่าในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้อีกที

http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9570000117206
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2014, 12:01:31 PM »

ดูการรวมตัวของพี่น้องปกากะญอปีนี้ดูเข้มแข็งไม่น้อยเลยทีเดียว

https://www.facebook.com/video.php?v=1437091569906435&set=vb.100008168166125&type=2&theater
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: 10 พฤศจิกายน 2014, 10:05:26 AM »

อย่างแรกคืออดดูทีมฟุตบอลบาร์ซาในลาลีก้าสเปญ

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000129200
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์ 2015, 19:33:53 PM »

  เอเจนซีส์ - AEC หรือการรวมตัว 10 ชาติในย่านเอเชียแปซิฟิกที่มีประชากรอาศัยรวมกันร่วม 620 ล้านคนเพื่อเป็นตลาดเดียวที่มีมูลค่าสูงถึง 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ ที่จะเปิดพรมแดนติดต่อร่วมกันเป็นทางการในปลายปีนี้ แต่ทว่าเดอการ์เดียน สื่ออังกฤษชี้ว่า การรวมตัวทางเศรษฐกิจที่เลียนแบบกลุ่มสหภาพยุโรปนี้ อาจไม่ช่วยประชาชนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคมีความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่ความได้เปรียบทางเศรษฐกิจทั้งหมดอาจตกไปอยู่ในมือกลุ่มทุนขนาดยักษ์แทน นอกจากนี้ สื่ออังกฤษยังชี้ ไทยอาจไม่ได้รับความได้เปรียบทางการแข่งขันจากการรวมตัวของ AEC เพราะโดนพิษการเมืองเล่นงาน ทำให้เสียความได้เปรียบไปให้กับประเทศที่มีการเมืองมั่นคง และค่าแรงถูก รวมไปถึงระบบควบคุมทางธุรกิจที่เอื้อนักลงทุนมากกว่า
      
       เดอะการ์เดียน รายงานวันนี้(3)ถึงโอกาสและศักยภาพของ AEC การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของ 10ประเทศในเอเชียแปซิฟิกที่มี (1)พม่า (2)บรูไน (3)กัมพูชา (4) อินโดนีเซีย (5)ลาว (6)มาเลเซีย (7)ฟิลิปปินส์ (เจ๋งไทย (9)สิงคโปร์ และ (10)เวียดนาม เป็นสมาชิกในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ที่มีรูปแบบคล้ายสหภาพยุโรป เพื่อหาประโยชน์จากการรวมตัวการค้าตลาดเดียวมูลค่าสูงถึง2.4 ล้านล้านดอลลาร์ ที่มีประชากรร่วม 620 ล้านคนอาศัย และช่องทางการค้าเสรีที่ทำให้มีศักยภาพในการต่อรองสูงขึ้น ซึ่งสื่ออังกฤษชี้ว่า ถึงแม้จะยังไม่มีการเปิดตัวของ AEC อย่างเป็นทางการ แต่กระนั้นความหอมหวลของ AEC สามารถดึงดูดนักลงทุนที่สนใจเข้ามาในภูมิภาคนี้แล้ว
      
       แต่กระนั้นบรรดานักสังเกตการณ์เตือนว่า ในบางส่วนของพื้นที่ หรือแม้กระทั่งทั้งประเทศอาจอยู่ในสภาพที่แย่กว่าเดิม เนื่องมาจากความเสี่ยงพลเมืองในพื้นที่ที่จะถูกริดรอนสิทธิมนุษยชน รีดเอาหยาดเหงื่อแรงงานและสิทธิที่ควรได้ในฐานะความเป็นมนุษย์ไปให้กับการเติบโตทางตัวเลขเศรษฐกิจของกลุ่มทุนขนาดยักษ์แทน
      
       ทั้งนี้มีการคาดการตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจถึง 5 % ต่อปี ของ AECที่มีขนาดตลาดใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก และถึงขั้นต้องการให้แซงหน้ากลุ่มเศรษฐกิจสหภาพยุโรป และสหรัฐฯ รวมถึงญี่ปุ่น ไปในท้ายที่สุดก่อนปี 2018 แต่ทว่าเมื่อวิเคราะห์ถึงศักยภาพของแต่ละประเทศสมาชิก สื่ออังกฤษชี้ว่า ทั้ง 10ประเทศมีความแตกต่างเป็นอย่างมากทั้งในด้านการปกครอง สภาพเศรษฐกิจ ระบบการเมืองการปกครอง และภาษาที่ใช้ ทำให้มีความกังวลว่า ความฝันที่จะทำให้ AEC จะเริ่มเปิดได้จริงตามกำหนดภายในสิ้นปีนี้ได้หรือไม่ เมื่อพิจารณาว่า เช่น พม่า ซึ่งเป็นชาติที่จนที่สุดในบรรดา 10ประเทศ ซึ่ง 3 ใน 4 ของประชากรทั้งหมดยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ในขณะที่สิงคโปร์ ที่ถือเป็นชาติร่ำรวยที่สุดในกลุ่ม มีพลเมืองถูกจัดอันดับว่าร่ำรวยที่สุดในโลก
      
       มุสตาปา โมฮาเหม็ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มาเลเซียกล่าวว่า “ประชาคมโลกธุรกิจต้องการอาเซียนรวมตัวเป็นตลาดเดียว แต่ความเป็นจริงแล้ว ยังมีปัญหาอีกมาก เช่น ปัญหาเขตแดน ปัญหาศุลกากร ปัญหาการเดินทางข้ามถิ่น และระบบควบคุมที่ใช้มาตรฐานต่างกัน”
      
       ทั้งนี้มาเลเซีย ที่ถือเป็นประเทศที่ส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเลกทรอนิก นั่งเป็นประธานกลุ่ม AEC ที่มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ได้ออกมาเตือนว่า จะไม่มีโอกาสได้เห็นการเคลื่อนย้ายเสรีของสินค้าและบริการข้ามพรมแดนภายใน AEC ก่อนปี 2020 อย่างแน่นอน ซึ่งกว่าจะถึงจุดนั้นทางประเทศสมาชิกเพียงแต่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับการเปิดใช้จริง”
      
       อย่างไรก็ตาม เดอะการ์เดียนชี้ว่า ถึงแม้จะมีความต่างเป็นอย่างมากในะหว่างประเทศสมาชิกกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่นี้ ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนขยาด แต่ทว่าสื่ออังกฤษไม่คิดว่า AEC จะประสบปัญหาหนี้เน่าเหมือนเช่น EU กำลังเผชิญหน้าอยู่ เป็นเพราะในแต่เริ่มแรก AEC ไม่มีเป้าหมายรวมตัวเพื่อใช้สกุลเงินเดียว และมีรัฐสภายุโรป เช่น สหภาพยุโรป
      
       แต่ทว่าความต่างที่หลากหลายทางสภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศสมาชิก ทำให้บางประเทศได้รับผลประโยชน์ไปแล้วจากแนวคิดการรวมตัว AEC แซงหน้าประเทศอื่น ซึ่งจากรายงานล่าสุดของบริษัทกฎหมาย เบเกอร์และแมคเคนซีชี้ว่า สิงคโปร์ยังคงได้รับความไว่วางใจจากธุรกิจข้ามชาติให้เป็นฐานถึง 80 % จากการที่สิงคโปร์เป็นฮับทางเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ รวมถึงการเป็นตลาดเปิด
      
       นอกจากนี้ยังพบว่า อินโดนีเซีย และพม่าจะเป็นอีก 2 ชาติที่ได้รับประโยชน์ในการเปิด AEC จากการที่ทั้งสองชาติถูกโหวตให้เป็นฐานการผลิตของบริษัทข้ามชาติในอีก 5 ปีข้างหน้า
      
       ซึ่งต่างจากไทยที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ แต่ไทยได้เสียศักยภาพการแข่งขันไปให้กับประเทศที่มีการเมืองมั่นคง และค่าแรงถูก รวมไปถึงระบบควบคุมทางธุรกิจที่เอื้อนักลงทุนมากกว่า ราจีฟ บิสวาซ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์แผนกเอเชียแปซิฟิกประจำIHS ให้ความเห็น “ความยุ่งเหยิงทางการเมืองล่าสุดในไทยทำให้ประเทศดูมีความเสี่ยงมากขึ้นในสายตานักลงทุนข้ามชาติ และทำให้คนเหล่านี้ลังเลที่จะนำเม็ดเงินกลับเข้ามาลงทุนในไทยอีกครั้ง แต่ในทางตรงกันข้าม เวียดนามจะเห็นการลงทุนต่างชาติมากขึ้น ในการทำสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาคของประเทศมีความแข็งแกร่งมากขึ้น รวมไปถึงทำให้ค่าแรงของเวียดนามต่ำลงเพื่อที่จะสามารถสู้กับค่าแรงของจีนได้”
      
       เดอะการเดียนวิเคราะห์ว่า การเติบโตของชุมชนชั้นกลางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะหมายถึงศักภาพตลาดภายในภูมิภาคที่มีกำลังซื้อสูงตามไปด้วย และหากค่าแรงของจีนถูกปรับเพิ่มขึ้น จะกลายเป็นโอกาสสำหรับอาเซียน ซึ่งจะทำให้มีการเติบโตของแรงงานมีฝีมือและไร้ฝีมือตามมาเช่นกัน
      
       ทั้งนี้เมื่อพิจารณาถึงความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชากร 620 ล้านคนในกลุ่ม AEC เหล่านักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “น่าเป็นห่วง” จากปัญหาการค้าแรงงานทาสที่เป็นปัฯหาสำคัญในภูมิภาคนี้ รวมไปถึงปัญหาแนวคิดก่อการร้าย
      
       ในแถลงการณ์ล่าสุดของกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่ใหญ่ที่สุดAsean People’s Forum หรือ APF ได้แจกแจงปัญหาที่เกิดในภูมิภาคนี้ เช่น ละเมิดสิทธิมนุษยชน คอรัปชันและการไร้ประสิทะภาพในการบริหารประเทศ การเข้ายึดครองที่ดินของรัฐ รัฐบาลทหารและเผด็จการ ปัญหาแรงงานทาส ปัญหาการรใช้อำนาจป่าเถื่อนของตำรวจในเครื่องแบบ การขาดธรรมาธิบาลและความรับผิดชอบสังคมของกลุ่มธุรกิจ และที่กลุ่ม APF เป็นกังวลมากขึ้น คือการที่กลุ่มทุนใช้ต้นทุนมนุษย์ของประชาชนในการแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจ เช่น ในบางประเทศสมาชิก AEC อนุญาตให้บริษัทสามารถฟ้องรัฐบาลหากเกิดข้อขัดแย้งกับกฎหมายท้องถิ่นที่ขวางการทำธุรกิจ ซึ่งการรวมตัวจะทำให้สิทธิของชุมชนในพื้นที่ การขยายขอบเขตการปกป้องแรงงาน หรือการป้องกันมลพิษนั้นอาจต้องหมดไปหากมี AEC เกิดขึ้น และจะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐบาล ประชากรรากหญ้าที่อาศัยในชุมชน และบริษัทข้ามชาติ ระบาดไปทั่วAEC ฟิล โรเบิร์ตสัน ( Phil Robertson ) นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนกล่าว
      
       แต่ทว่าในท้ายที่สุด สื่ออังกฤษสรุปท้ายจากความเห็นของนักธุรกิจชั้นนำของพม่า  Thaung Su Nyein ว่า การเกิดของ AEC สมควรที่จะต้องให้ความสนใจมากกว่าหวาดระแวง เนื่องจากจะนำการเติบโตทางเศรษฐกิจและการคมนาคมอย่างยั่งยืนมาสู่ภูมิภาค “ คิดว่าเราต่างควรต้อนรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ และเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในทางสร้างสรรค์ ฝึกคนของเราให้พร้อม และปรับเปลี่ยนองค์กรของเราเพื่อให้มีศักยภาพมากพอสำหรับการแข่งขันที่สูงขึ้น”

(จากเมเนเจอร์ออนไลน์ 3 กพ.58)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 กุมภาพันธ์ 2015, 19:37:58 PM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: 05 กุมภาพันธ์ 2015, 15:44:28 PM »

รถจากเมืองจีนวิ่งจากสิบสองปันนาผ่านลาวข้ามแม่น้ำโขงมาไทยง่ายแสนง่าย  ไม่รู้มีการฆ่าเชื้อตามล้อรถบางหรือเปล่า  และการตรวจตามชายแดนเข้มงวดเพียงใด ไม่รู้นำอะไรมาบ้าง

...

วันนี้ (5 ก.พ.) ที่โรงแรมรามาการ์เดนส์ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังเปิดการสัมมนาวิชาการระบาดวิทยาแห่งชาติ ครั้งที่ 22 จัดระหว่างวันที่ 4 - 6 ก.พ. 2558 ว่า ปัจจุบันเชื้อมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดต่อระบบนิเวศวิทยาที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาจทำให้มีการระบาดของเชื้อโรคใหม่ๆ ขึ้นมา ทั้งการติดต่อจากสัตว์ป่า สัตว์เลี้ยง หรือแม้กระทั่งคน โดยเฉพาะการเปิดประชาคมอาเซียนในปลายปีนี้ อาจทำให้โรคที่ประเทศไทยควบคุมได้สำเร็จแล้วกลับมาระบาดอีก เพราะฉะนั้น งานด้านระบาดวิทยาจึงเป็นงานสำคัญ เพราะจะช่วยให้ค้นพบปัญหา สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และการป้องกันการแพร่ระบาด สธ. จึงต้องเร่งดำเนินการผลิตนักระบาดวิทยา ซึ่งปัจจุบันมีไม่เพียงพอ โดยมีแพทย์เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาภาคสนามเพียง 128 คน ร้อยละ 60 ปฏิบัติงานในต่างจังหวัด เฉลี่ย 1 คนต่อประชากร 350,000 คน ต่ำกว่ามาตรฐานโลก
       
       “กระทรวงฯ ได้ตั้งเป้าหมายพัฒนาแพทย์ ปศุสัตว์ และสัตว์ป่า ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาภาคสนาม เพิ่มให้ได้จำนวน 350 คนภายในระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปี 2558 - 2567 เฉลี่ยนักระบาดวิทยา 1 คนต่อประชากร 200,000 คน โดยไทยตั้งเป้าเป็นผู้นำในภูมิภาคทางด้านระบาดวิทยาภาคสนาม ภายในปี 2563” รมว.สาธารณสุข กล่าว
       
       ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า การสัมมนาในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประมาณ 600 คน ประกอบด้วย บุคลากรทางด้านสาธารณสุข แพทย์ พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข อาจารย์จากมหาวิทยาลัย รวมทั้งผู้สนใจงานด้านระบาดวิทยา และสาขาที่เกี่ยวข้อง ภายในงานจะมีการเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการ ผลงานการศึกษาวิจัย มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิชาการด้านระบาดวิทยาของประเทศไทยและอาเซียนหลายเรื่อง อาทิ สิ่งที่ท้าท้ายนักระบาดวิทยาในปี 2558 เช่น พฤติกรรมวัยรุ่นกับการเสพยาเสพติด ระบาดวิทยาไวรัสตับอักเสบซี ส่วนบทคัดย่อทางวิชาการมีผู้เสนอทั้งสิ้น 198 เรื่อง
       
       ทั้งนี้ ศ.นพ.รัชตะ ยังได้มอบรางวัลเกียรติคุณระบาดวิทยา (สุชาติ เจตนเสน) ประจำปี 2557 ให้แก่ ศ.นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ จากผลงานสร้างและพัฒนาคนด้านระบาดวิทยา และ นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ที่ใช้ความรู้ทางการแพทย์และระบาดวิทยาแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ ในรางวัลประเภทนักระบาดวิทยาแห่งชาติ และ พญ.อรุณี ทรัพย์เจริญ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล หวัหน้าทีมโครงการศึกษาระบาดวิทยาของโรคไข้เลือดออกเดงกีในเด็ก จ.ราชบุรี เพื่อทดสอบประสิทธิภาพวัคซีน ในรางวัลประเภทผลงานระบาดวิทยาดีเด่น
       
      (จากเมเนเจอร์ออนไลน์  5 ก.พ.58)
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: 07 กุมภาพันธ์ 2015, 10:08:11 AM »

อาเซียนควรรวมตัวกันบนพื้นฐานที่เป็นเอกลักษณ์ของตน  ไม่ใช่บ้าตามฝรั่งชาติตะวันตก

เลิกใช้จีดีพีมาเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญก็ดีเหมือนกัน
ประเทศต่างๆ ควรได้พัฒนาไปในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
ไม่ใช่เอาแต่แบบตำราที่ลอกเลียนจากฝรั่ง จนหลงเชื่อแต่ตัวเลขจีดีพีแต่เพียงอย่างเดียว
ไม่ต้องอื่นไกลใกล้ๆ มานี้ก็มีคนเสนอไอเดียว่าไทยจะเลิกปลูกข้าวแล้วไปสร้างเครื่องบินแทน นี่คือแนวคิดที่ตามฝรั่งมองแต่ตัวเลขจีดีพี แต่ไม่ได้สนใจอัตลักษณ์ที่แท้จริงว่าเราเป็นอย่างไรและควรเป็นอย่างไ

http://manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9580000015095
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2015, 20:19:02 PM »

แม้แต่คนของพรรคคอมมิวนิสต์ทำผิด คอรัปชั่น โกงบ้านกินเมือง ทำตัวเป็นมาเฟียก็ยังถูกประหารได้

http://manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9580000016188
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์ 2015, 10:25:38 AM »

วันนี้ (12 กพ.) ผู้นำชาติพันธุ์ที่สำคัญในพม่า รวมทั้งขบวนการกู้ชาติไตจะไปพบเจรจากับทางการพม่าที่กรุงเนปิดอร์

ก็มาติดตามดูว่าผลการเจรจาจะเป็นอย่างไร  หรือจะจบลงแบบการฉีกสัญญาปางโหลงอีก

https://www.facebook.com/pages/Shan-State-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%89%E0%B8%B2%E0%B8%99/261530250605239
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์ 2015, 15:08:31 PM »

เราหลายคนเวลาพูดถึงการทำกิจการของคนมีตังค์ไม่ว่าเรื่องอะไรก็มักจะทำหน้าเบ้ ทำนองเหม็นสาปกลิ่นคนรวย
ความจริงแล้วเราก็ต้องเรียนรู้วิธีการที่จะอยู่กับคนรวยที่ดีๆ และให้เขาสร้างสิ่งที่ดีกลับคืนให้กับสังคม
อย่างกรณีของบริษัทนครชัยก็เป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชม ตั้งแต่การทำรถทัวร์ที่สะอาด ตรงเวลา ปลอดภัยในการให้บริการ และการสร้างโอสเตสประจำรถที่เทียบชั้นแอร์โฮสเตสก็เป็นเรื่องที่น่าให้เครดิตเขา
ยิ่งตอนนี้จะทำแท๊กซี่ใหม่ออกมา ด้วยรถไฮบริดราคาล้านกว่า สนนราคาก็เท่ากับแท๊กซี่ทั่วไป ยกเว้นค่าเรียก 25 บาท ที่สำคัญคือไม่เกี่ยงงอนหรือการรับหรือไม่รับผู้โดยสาร นี่จะเป็นการปฏิรูปแท๊กซี่เมืองไทยครั้งสำคัญ และคงจะทำให้เจ้าอื่นๆ ต้องปรับตัวตาม หาไม่แล้วคงจะไม่มีใครขึ้น หันไปใช้แท๊กซี่ของนครชัยกันหมด

http://manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9580000017310
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 กุมภาพันธ์ 2015, 21:11:45 PM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2015, 09:24:15 AM »

การเปิดอาเซียนมีแต่กลุ่มทุนใหญ่ที่ได้ประโยชน์  เพราะจะมีตลาดให้เขาอย่างมากมาย  กลุ่มทุนใหญ่ก็จะควบรวมกันเพื่อทำกิจการผูกขาดมากขึ้น

แต่สำหรับประชาชนก็มีแต่ก้มหน้าก้มตารับผลกรรม  ต้องปรับตัวไปอย่างหลึกเลี่ยงไม่ได้   เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของชนชั้นนำที่ชักนำเราไปเท่านั้น

http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9580000017661
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: 14 กุมภาพันธ์ 2015, 11:18:34 AM »

ที่เจรจาก็เจรจากันไป  ที่รบก็รบกันไป

http://www.oknation.net/blog/inter/2015/02/14/entry-1
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: 14 กุมภาพันธ์ 2015, 22:40:37 PM »

http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9580000018398
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #27 เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์ 2015, 16:13:38 PM »

ดูท่าครั้งนี้พม่าจะเอาจริง  เพราะตายและเจ็บไปเยอะ

พื้นที่ตรงนั้นเป็นเมือง  แค่วิ่งข้ามถนนไปก็เข้าชายแดนจีนแล้ว

http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9580000019910
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 กุมภาพันธ์ 2015, 15:22:03 PM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: 25 กุมภาพันธ์ 2015, 15:01:13 PM »

เปงเจียเซง  น่าจะชื่อว่า เผิงเจี่ยเซิ่ง ในภาษาจีนกลาง

http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9580000022840
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: 02 มีนาคม 2015, 15:40:09 PM »

http://www.oknation.net/blog/blackcheepajornlok/2015/03/02/entry-1
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!