บ้านตุลาไทย
19 ตุลาคม 2017, 08:43:26 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปัญหาในโลกนี้ล้วนแล้วแต่มาจากพวกสุดโต่งข้างใดข้างหนึ่ง  (อ่าน 1358 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 11 กรกฎาคม 2015, 10:47:36 AM »

ออกจะเห็นด้วยว่าเรื่องการเมืองต้องอย่าปล่อยให้กลุ่มสุดโต่งด้านใดด้านหนึ่งนำพาไป
อย่างกรณีชาวอุยกูร์ที่ว่าทำให้่ชาวตุรกีจำนวนหนึ่งบุกโจมตีสถานทูตไทย แน่นอนข่าวที่ออกไปย่อมสร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนที่ถือศาสนาเดียวกัน ซึ่งแรงอยู่แล้ว
แต่ตุรกีเป็นประเทศสายกลาง เพียงแค่วันสองวันรัฐบาลโดยรมต.ต่างประเทศก็แสดงท่าทีอ่อนลง และประณามการบุกทำลายสถานทูตไทยเช่นกัน
อย่าว่าไปเรื่องนี้สะเทือนประเทศตุรกีมากเหมือนกัน เพราะผมเพิ่งเดินทางไปที่นั่นเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวหลักเหรอครับก็จีนนั่นแหละ รองลงมาก็พี่ไทยเรานี่เอง
ระหว่างผมเดินอยู่ยังมีเด็กตัวเล็กๆ อายุ 5-6 ขวบมาเกาะขาสกิดๆ แล้วพ่อที่เป็นคนตุรกีเดินตามมาก็สอนว่า พูด "หนีห่าว" สิ คงคิดว่าเราเป็นคนจีน
ระหว่างไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก็เห็นเด็กหนุ่มสาวชาวตุรกีคงระดับนักเรียนไปขอถ่ายรูปกับคนจีนกันมากมาย และพยายามใช้ภาษาจีนบ้าง ภาษาอังกฤษบ้างในการสื่อสาร คณะของผมโดยเฉพาะพวกหนุ่มๆ สาวๆ ก็มีคนมาขอถ่ายรูป เซลฟี่กันตลอดทาง จนเรายังคุยกันว่าคนตุรกีนี่ดูเป็นมิตรกับชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวเอเชียอย่างเราๆ มาก เป็นภาพประทับใจเมื่อครั้งไปเยือนตุรกีเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง
ถ้าตุรกีไม่มีนักท่องเที่ยวจากจีนและไทยไป ก็น่าคิดเหมือนกันสำหรับเศรษฐกิจยุโรปที่ยังไม่ได้ฟื้นตัวอะไรกันมากนัก แถมตุรกีนั่นแหละที่ใกล้กับกรีซที่กำลังจะไปแหล่มิไปแหล่อยู่นั่น
เผลอๆ การแสดงออกแบบนี้จะได้ไม่คุ้มเสีย
นี่จึงเป็นที่มาของพาดหัวที่ว่า "อย่าให้ปล่อยให้กลุ่มสุดโต่งมานำทางการเมือง!!!"
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 11 กรกฎาคม 2015, 10:48:31 AM »

และเห็นด้วยว่า หากมีกรณีใดที่ค่อนข้างจะอ่อนไหวหรือตัดสินใจยากถ้าจะเห็นด้วยกับข้างใดข้างหนึ่ง เข้าทำนองหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ ก็ควรหลีกเลี่ยงการชงข้อมูลที่แม้อาจจะถูกต้องในส่วนหนึ่งเข้ามาผสม เพราะจะทำให้เข้าใจอะไรยากยิ่งขึ้น
อย่างเรื่องอุยกูร์นี่ก็มาเลย "ประวัติศาสตร์บาดแผลอุยกูร์-จีน" การเสนอประเด็นเช่นนี้มักจะเน้นเนื้อหาแต่เพียงด้านเดียว นั่นคือการที่ชนชาติใดชนชาติหนึ่งถูกกระทำจากชนชาติที่ใหญ่กว่าหรือจากชนชาติที่เป็นผู้ปกครอง
แต่หากถามกลับว่าแล้วในดินแดนที่ชนชาตินั้นเป็นใหญ่หรือเป็นผู้ปกครองได้สร้าง "ประวัติศาสตร์บาดแผล" ให้กับชนชาติอื่นหรือไม่
คำตอบก็คงเป็นว่า "ใช่" เหมือนกัน
ดังนั้นหากจะยกเรื่องอย่างนี้ขึ้นมาก็คงทะเลาะกันไม่รู้จบ หรือหากจะคิดแก้ปัญหากันอย่างง่ายๆ เช่น ขีดเส้นแบ่งเขตแดนกัน ให้ชนชาติแต่ละชนชาติเป็นประเทศที่บริสุทธิ์ประกอบด้วยชนชาตินั้นเพียงชนชาติเดียว
ก็อยากถามว่าในโลกนี้จะต้องขีดแบ่งออกเป็นประเทศเล็กประเทศน้อยกันกี่พันกี่หมื่นประเทศ
แล้วจะแก้ปัญหาได้จริงหรือ ?

ความจริงแล้วประเทศตุรกีเป็นประเทศสายกลาง เมื่อครั้งไปสัมผัสยังรู้สึกยินดีที่ที่นี่น่าจะเป็นตัวอย่างของการผสมผสานกันที่ดี อย่างสำนักหมุนวนเป็นแนวคิดแบบสมถะ เน้นธรรมชาติแบบลัทธิเต๋า เป็นสายที่น่าสนับสนุน ยิ่งในสถานการณ์ที่ลัทธิสุดโต่งกำลังแผ่อิทธิพลไปครอบงำทั่วริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอยู่ในขณะนี้
ยังมีอีกประเด็นที่น่าจะเข้าใจผิดว่า ชาวอุยกูร์เหล่านี้เป็นกลุ่มเดียวกับโรฮิงญาที่มาทางทะเล เท่าที่ดูจากข้อมูลน่าจะเป็นคนละกลุ่ม
ชาวโรฮิงญาแท้จริงแล้วเป็นชาวมุสลิมในรัฐที่ติดกับชายแดนบังคลาเทศ ทำให้มีข้อกังขาว่าเป็นชาวรัฐยะไข่ หรือเป็นคนไร้สัญชาติที่อยู่ตามตะเข็บชายแดน หรือแท้จริงแล้วก็เป็นคนบังคลาเทศนั่นแหละแต่อพยพกันมาสดๆ ร้อนๆ เลย
จุดมุ่งหมายของคนเหล่านี้ไม่น่าจะเป็นตุรกี แต่อย่างน้อยขอเป็นมาเลเซียหรือมุ่งหน้าไปออสเตรเลียมากกว่า
ส่วนชาวอุยกูร์นั้นถามนักข่าวคนไหนก็คงรู้ว่ามาทางเส้นทางไหน ก็เป็นเส้นทางเดียวกับที่มีชาวเกาหลีเหนือเมื่อหลายปีก่อนนี้ใช้มานั่นแหละ หรือคนที่เคยมีประสบการณ์ไปอยู่ในลาวเหนือก็คงพอนึกเส้นทางออก แต่เขาไม่ได้ลงปากแบ่งกัน แต่จากเมืองสิงห์ตัดหลวงน้ำทา มุ่งมาห้วยทรายเพื่อข้ามแดนที่เชียงของ
คนเหล่านี้มีความผูกพันกับชาวเตอร์ก ประเทศที่ต้องการตั้งในซินเกียงก็คือ "เตอร์กิซตะวันออก"
ก็น่าคิดว่าทำไมการพิสูจน์หลักฐานคนจำนวนหนึ่งจึงออกมาได้ว่าเป็นคนตุรกี ก็อาจเป็นไปได้ว่ามีสายเลือดเดียวกันจริงๆ (ถ้าผลตรวจเป็นเช่นนั้นจริง) แต่อีกพวกหนึ่งไม่ใช่ (ก็อยู่กันคนละดินแดน)
และก็มีคำถามว่าคนเหล่านี้หนีการกดขี่จากทางการจีนเพื่อต้องการไปอยู่ตุรกีจริงๆ หรือ ?
ดูจากสภาวะของตุรกีแล้วก็ยังอยู่ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมือนกัน เพราะในอิสตันบูลวันที่ไป ยังพบเห็นผู้อพยพจากซีเรียมากันเป็นครอบครัวใหญ่ๆ ตั้งเต๊นท์ ปูผ้ายางนอนตามสวนสาธารณะกลางเมืองกันทั่วไป พวกเด็กก็จะคอยไปเอาผ้าเช็ดกระจกรถถูๆ เสียหน่อยพอเป็นพิธี แล้วก็แบมือขอเงิน คนขับรถก็จะเปิดกระจกออกมาไล่หรือด่าเสียงดังไปตลอดทาง พอเห็นเป็นรถทัวร์เด็กๆ ผู้อพยพชาวซีเรียเหล่านี้ก็จะวิ่งตามเป็นพรวนไปเป็นระยะทางหนึ่ง จนคนไทยในรถเราน้ำตาไหล ด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลตุรกีจึงปล่อยให้คนเหล่านี้มาตกทุกข์ได้ยากอย่างนี้
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!