บ้านตุลาไทย
18 ธันวาคม 2017, 08:15:15 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เขตภูซาง  (อ่าน 978 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 16 ตุลาคม 2015, 18:02:43 PM »

เห็นทางเฟซบู๊คเชิญชวนไปงานสถูกภูซางในราวๆ กลางเดือนธันวาคมนี้ 
มาเปิดดูในห้องของเราดูเหมือนจะยังไม่มีเรื่องราวของเขตงานนี้ลงไว้
ทั้งที่เป็นเขตงานแรกๆ ที่ผู้มีชื่อเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงดนตรีเพื่อชีวิตต่างๆ เข้าไปชุมนุมกันอยู่ที่นี่ก่อนที่จะแยกย้ายไปกันไปยังที่อื่นๆ
ที่นี่มีการสร้างรังสรรค์เพลงปฏิวัติในเขตป่าเขาขึ้นมาใหม่มากมาย
ก็ขออนุญาตนำเรื่องราวที่มีผู้เขียนไว้มาลงปะติดปะต่อเป็นเรื่องราวของเขตงานนี้ไว้เป็นลำดับไป
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 16 ตุลาคม 2015, 18:03:44 PM »

รำลึกวีรชนภูซาง 
 
                  สถูปภูซาง  อยู่ในวัดบ้านห้วยเดื่อ ต.โนนทัน  อ.เมือง  จ.หนองบัวลำภู    เขตงานเอเชีย  ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย   เป็นตำบลด่านหน้าและฐานมวลชนที่เข้มแข็งของเขตงานภูซาง   เพราะอยู่ติดถนนราดยางที่เชื่อมงานได้ทั้งเขตขาวและเขตแดง   หมู่บ้านนี้เป็นต้นทางเข้าไปอีกสองหมู่บ้านคือ อ่างบูรพาและภูพานคำ     ซึ่งอยู่ติดกับภูหินลาดช่อฟ้าแหล่งพำนักของสหายเขตนี้  ก่อนเดินทางข้ามเขา ข้ามทุ่งนา ขึ้นสู่ภูซาง      ภูหินลาดช่อฟ้าเป็นสถานที่สวยงามมากกำลังได้รับความสนใจจากหลายฝ่ายให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและแหล่งประวัติศาสตร์ทางการเมือง     
                   ตำบลโนนทัน  ได้ต้อนรับนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจากในเมืองตั้งแต่ปี  2508    จากการถูกปราบใหญ่สมัยจอมพลสฤษดิ์   อำนาจเผด็จการเข้ามาปราบปรามชาวบ้านอย่างโหดร้ายทารุณ และเหวี่ยงแห    จนผู้คนต้องถอยเข้าไปหัวไร่ปลายนา      มีการปะทะและพัฒนาเป็นกองกำลังติดอาวุธ    ครอบครัวจำนวนมากเข้าป่าและขยายงานต่อไปจนถึงภูพานน้อยและภูซาง อ.สุวรรณคูหา   เขตงานกว้างจากอุดรธานี  ไปหนองคาย  เลย  ขอนแก่น  ชัยภูมิ  เป็นจุดเชื่อมต่อไปลาว    เชื่อมทางเหนือที่เพชรบูรณ์    เชื่อมต่อกับอีสานใต้เขตงานภูพาน  ผ่านภูซากราก   ที่สำคัญคือเชื่อมกับงานในเมือง
                     หลัง 6 ตุลา 19  สหายในเมืองและสหายเข้าใหม่ เข้าป่าผ่านตำบลโนนทันหลายร้อยคน และเดินทางขึ้นภูซาง   ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ  5 วัน  ต้องเตรียมจัดเป้ตัวเองให้กระทัดรัดและเบาที่สุด   ใส่รองเท้าผ้าใบไม่ได้     ต้องใส่รองเท้าแตะคีบยางยี่ห้อดาวเทียมในยุคนั้น   เพื่อไม่ให้เกิดร่องรอยผิดสังเกตจากชาวบ้าน    ช่วงนั้นปลายตุลาคมแล้ว    แต่ฝนยังตกมาเป็นครั้งคราว   เราได้รับคำเตือนว่าช่วงผ่านทุ่งนาจะยากลำบากที่สุด   เพราะเป็นช่วงที่ยาวและเราต้องข้ามทุ่งให้พ้นได้ภายในคืนเดียว   ไม่เช่นนั้นจะถูกดักตีกลางทางได้     สหายเป็นห่วงตอนจะข้ามทุ่งมากที่สุด  เพราะรู้ว่าไม่เคยชินการเดินตามคันนาที่แคบ  ลื่นและมืดสนิท  ห้ามฉายไฟด้วย 
                    เราเดินจากห้วยเทาระหว่างบ้านอ่างบูรพากับบ้านภูพานคำ    ลัดขึ้นทับโรงแรมเพื่อขึ้นภูหินลาดช่อฟ้าที่แสนสวยงาม    บนภูเขาหินซึ่งลาดเป็นแผ่นพื้นต่อเนื่องเป็นโนนบ้าง    ถ้ำบ้างนั้น    กว้างใหญ่มาก       บนลานหินถูกน้ำฝนเซาะตามธรรมชาติมายาวนานจนเป็นช่อเล็กๆเป็นกลุ่มก้อนเป็นระยะๆ      เรียกกันว่าช่อฟ้า     แซมด้วยดอกไม้ป่าเล็กๆ 
                    แล้วก็มาถึงจุดที่ต้องข้ามทุ่งนาแถวต.นาด่าน  อ.สุวรรณคูหา   ไปผาโขงผายา  เพื่อขึ้นสู่ภูซาง    เรารอให้มืดก่อนลงจากภูพานน้อย     สหายในเมืองถูกจัดเป็นกลุ่มเล็กๆ   เดินตามสหายเก่าเป็นช่วงๆเป็นแถวเรียงยาวไปตามทุ่งนา  ให้สังเกตคนอยู่ข้างหน้าที่จะคอยหยุดเตือนให้รู้ว่า ต้องเลี้ยวหรือมีตอไม้  หรือมีช่วงคันนาขาด   ตอนเริ่มต้นยังไม่เหน็ดเหนื่อยนัก แม้เราจะลื่นตกลงไปในนาเป็นระยะๆต้องฉุดกันขึ้นมา  แต่พอดึกเข้าเรื่อยๆ   ตกคันนาบ่อยครั้งขึ้น    แรงเริ่มหมดลงขาก้าวแทบไม่ออก 
                    สหายในเมืองปลุกเร้าใจตัวเองด้วยความทรงจำที่เจ็บปวด   และความมุ่งมั่นของการตัดสินใจออกมาจากเมือง   เราจะมาอ่อนแอและยอมแพ้เพียงแค่ฉากเริ่มต้นเท่านั้นไม่ได้   เหนื่อยเพียงใดก็คอยช่วยกัน  และกัดฟันฮึดสู้  พอพ้นทุ่งนาก็สว่างพอดี   เดินขึ้นภูซางซึ่งเป็นป่าใหญ่ เป็นป่าไผ่ซึ่งมีทั้งไม้ซาง  ไม้ไร่  ไม้ไผ่ป่า    ไม่ถึงกับเป็นป่าดงดิบ
                    วงดนตรีวงโปรดมาอยู่ที่นี่ทั้งคาราวาน  โคมฉาย  คุรุชน      สุรชัย  จันทิมาธร - ส.สลวย   มงคล  อุทก-ส.น้ำ   วีระศักดิ์  สุนทรศรี -ส.ระฆัง   ทองกราน  ทานา- ส.สมพร  พงษ์เทพ  กระโดนชำนาญ-ส.ประทีป  โคมฉาย  มีวินัย ส.ศิลา  คมกริช-ส.ภู-  วสันต์-ส.ไม้  ส่วนนักร้องหญิงวงคุรุชน ใช้ชื่อส.ทราย
                    เพลง ถั่งโถมโหมแรงไฟ  นกหวีดปฏิวัติ   อนุชนภูซาง  ธงแดงเหนือภูซาง   เมล็ดพืชสีแดง    ความแค้นของแม่ ...เริ่มแต่งให้เขตภูซาง    เวลาเล่นดนตรี ส.ประทีปเป็นโฆษกเอกที่พาสหายหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง
                   มาถึงเดือนธันวาคมช่วงงานทุ่งศรีเมืองที่อุดร    รุ่นสามเข้ามา 100กว่าคนมีนักเรียนจำนวนมาก   เป็นรุ่นที่ถูกจับใน 6 ตุลา เป็นส่วนใหญ่   บรรยากาศคึกคักมาก                   
                  สหายทั้งในป่าและในบ้านเสียสละจำนวนมาก  นับแต่เริ่มการก่อตัวของเขตงานภูซางเท่าที่พวกเรารวบรวมได้ล่าสุดทั้งในป่าและในบ้าน   มีสหายเสียสละทั้งหมด 192 คน   เป็นสหายในเมือง 20 คน   และมีสหายหญิงเสียสละ 20 คนเช่นกัน (เป็นสหายในเมืองสามคน)
                 สหายทั้งในเมืองและชนบท  ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งที่จะจัดตั้งกำลังไปขุดหากระดูกของสหาย งานของเราเป็นผลสำเร็จอย่างงดงามจากการเสียสละกำลังกาย   กำลังใจ และกำลังทรัพย์ของสหายเขตภูซาง   รวมทั้งจากสหายทั่วประเทศ   ที่สมทบช่วยกันจนบรรลุผลในวันฉลองสถูปภูซาง 25 เมษายน  2541
 
                  เราถกกันมากเรื่องสร้างสถูปบรรจุอัฐิ ที่ต้องใช้เงินค่อนข้างสูง   ก็เห็นว่าเท่าที่รวบรวมกระดูกและผู้เสียสละในเขตงานนี้เกือบ 200 ศพ   ชาวบ้านคนหนึ่งๆยังต้องมีเจดีย์ไว้สำหรับเก็บกระดูก   นี่ตั้งเป็นร้อยก็น่าจะมีอนุสรณ์ไว้ให้พ่อแม่ลูกหลานสหายได้มีที่ระลึกถึงลูก   แล้วก็อยากให้คงทนถาวรที่สุด   ...
                  ส่วนหนึ่งก็เพื่อที่จะบอกพ่อแม่ผู้เสียชีวิต  ให้เขาได้ภาคภูมิใจในตัวลูก    ว่าพวกเขาเป็นนักต่อสู้ของสังคม    สหายรักใคร่เขา  พวกเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอย่างที่ถูกกล่าวหา 
                  นัยทางการเมืองของงานนี้ก็คือ   สังคมไทยควรได้รับบทเรียนจากอดีต   ตั้งคำถามว่าทำไมต้องใช้ความรุนแรง   ใช้อาวุธ   แล้วทำไม  นักเรียนนักศึกษาต้องเข้าป่า  แล้วอยู่ได้นานพอสมควร  มันต้องมีเหตุผล  ที่สำคัญมันเป็นบทเรียนแก่สังคมไทยว่า    ต้องยอมรับความแตกต่างทางความคิด    ต้องเปิดโอกาสให้คนหลากหลายได้พูด      การใช้ข้อหาคอมมิวนิสต์นี่ง่ายไป 
                  เรื่องราวของสหายที่เสียสละประทับอยู่ในความทรงจำของสหายและมวลชนปฏิวัติทุกคน   การเสียสละที่ใหญ่หลวงที่สุดคือการเสียสละชีวิต...แม้เราแต่ละคนจะผ่านเรื่องร้ายแรงมากมาย   แต่เรายังมีชีวิตอยู่...   ขณะที่เส้นทางประชาธิปไตยที่คลี่คลายในสังคม   เป็นผลจากการเสียสละของวีรชนจำนวนมหาศาลทั่วประเทศ    รวมทั้งสหายของเรา
                     สถูปภูซาง จึงเป็นอนุสรณ์แห่งความรักความอาลัย  ความมุ่งมั่นที่จะสืบทอดเจตนารมณ์แห่งการต่อสู้ของสหาย   แสดงถึงอารมณ์รักทางชนชั้นต่อสหายและอุดมการณ์เพื่อคนจนตลอดไป...
                     ความผูกพันระหว่างกรรมกรชาวนา   นักเรียนนักศึกษาปัญญาชน     ยังคงสืบสานต่อเนื่องในขอบเขตทั่วประเทศ   ในบรรยากาศแห่งการทำบุญทุกปีตามเขตงานต่างๆและการร่วมมือกัน   จิตสำนึกที่ตระหนักถึงปัญหาการกดขี่ขูดรีดทางชนชั้นต่อคนจน     และการใช้อำนาจเผด็จการอย่างโหดร้าย    ยังเตือนย้ำให้มีจิตสำนึกที่จะต้องต่อสู้เพื่อพิทักษ์ระบอบประชาธิปไตยมั่นคงยิ่งขึ้น

(จากมติชน 28 พ.ย. 2553)
 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!