บ้านตุลาไทย
19 พฤศจิกายน 2017, 02:28:40 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ๑ อาหารพื้นบ้าน๑  (อ่าน 51250 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
add2
Newbie
*
กระทู้: 49


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 27 ธันวาคม 2006, 13:03:19 PM »

สวัสดีค่ะ  ย้อนกลับไปอ่านกระทู้  สูตรอาหารพื้นบ้าน  ในบอร์ดเก่า เห็นคุณหญิง  ทำแกงปลาย่างกับยอดฟักทอง  แล้วก็มี  ปลาอินทรีผัดฉ่าแบบโป๊ะแตก  แล้วคุณทิดโสก็มาต้ม ปลาซิวแดนเซอร์ แบบหวาดเสียวให้กินอีก  เห็นว่าเหมาะสำหรับคนที่ตับแข็ง(ไม่มีแรง)  เลยนึกเสียดายว่ามิตรสหายหลายคนมีฝีมือในการทำอาหารตามสูตรคุณพ่อคุณแม่คุณตาย่ายาย  แล้วก็สูตรที่คิดขึ้นมาเอง   ก็เลยมาปลุกผีกระทู้นี้ขึ้นมาใหม่ 

               วันนี้เริ่มต้นง่ายๆ  ตำน้ำพริกกะปิ  แล้วใส่ส้มตามฤดูกาล  เช่น ช่วงนี้มีส้มจิ๊ด  ที่จันท์เรียกส้มมะปิ๊ด  ก็เป็นน้ำพริกส้มจิ๊ด   หรือจะเป็น น้ำพริกมะขามเปียก  เพราะช่วงนี้มะขามเปียกออกใหม่  เอามะขามเปียกลงตำเลยก็ได้   จะแห้งๆเหนียว  หรือจะน้ำพริกกะปิใส่ระกำ   ก็หอมอร่อยดีแท้ 

               ทีนี้เราจะมีปัญหาเรื่องผัก  เพราะผักในตลาดถ้าไม่มียาฆ่าแมลงก็จะเป็นผักไฮโดรโปนิก  ซึ่งพวกเราคงจะไม่ชอบกินกันนัก  เพราะมันรสชาติคล้ายๆกันหมด ไม่เหนียว  ไม่ค่อยมีเนื้อหนัง  เพราะมันโตมากับน้ำและปุ๋ย   ถ้าที่บ้านพอจะมีสวนเล็กน้อย    ยอดมะม่วงอ่อนก็เก็บมาจิ้มได้  หรือถ้าปลูกดอกไม้ประดับ  มีดอกดาวเรืองก็เด็ดมาขยำน้ำพริกอร่อยมากเด๊  (ห้ามซื้อดาวเรืองที่ขายในตลาดเด็ดขาด  ยกเว้นอยากจะฆ่าตัวตาย  เพราะมันไม่เหี่ยวไม่เฉาไม่โรย  เน่าไปเลย )  ดอกเข็มแดงก็กินอร่อย  เข็มสีอื่นไม่เคยลองกินน่ะ  ถ้าใครลองกินแล้วมาบอกมั่งนะ

               วันนี้มองไปต้นชมพู่ ออกดอกเกสรแดงสะพรั่ง  เอามาขยำน้ำพริกกินได้  หรือเอาเกสรมายำก็ได้จ้า...    อ้อ   เมื่อวานยังเก็บดอกดาหลามาลองกินเลย  มีรสเปรี้ยวและเผ็ดคล้ายข่า   เห็นร้านที่ขายข้าวยำเขาเอาไปโรยข้าวยำด้วยนะ

              เฮอะ..คิดถึงตอนอยู่ในป่านะ  เดินไปก็ดวงตาสอดส่าย  มียอดอะไร หน่ออะไรกินได้มั่งหว่า    ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
butterfly
Full Member
***
กระทู้: 421



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 27 ธันวาคม 2006, 20:51:59 PM »

           หวัดดีค่า...ป้า กลับมาพร้อมความหลากหลายทางชีวภาพดีจริงๆ
                           เขามาหัองนี้..ได้ไปอีกเมนู..ภาคกลางมี..ส้มซ่า
                           เฉือนผิวส้มซอยให้บางเฉียบ สักแค่ องคุลี/ครก บีบน้ำลงไปเคล้า
                           หอม เปรี้ยว กลมกล่อม แนมกับผักจากบ้านป้า อร่อยลืมอิ่มไปอีกมื้อ
                          กทม.หนาวมาหลายวันแล้ว ลองเอาเมนูนี้ไปเป็นมื้อเช้าก็ไม่เลว
                         กระเพราแดงหรือขาว 1 กำ
                          หมู หรือ ไก่ สับละเอียด ตามชอบ
                         เกลือ ซีอิ๊วขาว
                         ต้มน้ำ สักค่อนหม้อย่อมๆ เดือด..ปั้นหมูเป็นก้อนๆใส่ลงไป
                         ปรุงรสให้กลมกล่อม โรยกระเพราที่เด็ดไว้ ยกลง
                         ตักใส่ถ้วยแจก..ตักซดทั้งน้ำ ทั้งเนื้อ หายหนาว ทันที เมนูนี้ขับลม ช่วยย่อยดีนัก
                         อ้อ..ขับเสมหะ ได้ด้วย สิงห์อมควัน สนมะ
                              แลบลิ้น แลบลิ้น แลบลิ้น ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
add2
Newbie
*
กระทู้: 49


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 29 ธันวาคม 2006, 21:00:50 PM »

เป็นเมนูที่แปลกมากเลยนะคะคุณ butterfly  คงจะไล่ลมแน่ เพราะเห็นแม่ชอบเก็บใบกระเพรามาต้มน้ำดื่มเป็นประจำ 

                วันนี้ลองยำมะม่วง โรยด้วยเกสรชมพู่โบราณ  ซึ่งเกสรเป็นสีชมพูเข้มเหมือนดอกมะเหมี่ยว  รสชาติก็เปรี้ยวเล็กน้อย  และมีกลิ่นแบบชมพู่นิดหน่อย

                 
บันทึกการเข้า
bz
Hero Member
*****
กระทู้: 1201


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 29 ธันวาคม 2006, 21:17:04 PM »

เจ๋งมากคุณนายแอ๊ด
เห็นแล้วนึกถึงน้ำสีอำพันแก้หนาว อิอิ  ยิงฟันยิ้ม

วันหลังขอเมนูหัวปลีมั่งนะ ทำไรได้มั่ง
อยู่ป่าไม่ต้ม ก็จิ้มแจ่วเป็นประจำ
บันทึกการเข้า
add2
Newbie
*
กระทู้: 49


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 02 มกราคม 2007, 23:57:37 PM »

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณ bz และทุกๆท่าน  ยิงฟันยิ้ม

        .......ลึกเข้าไปหัวปลีมันก็มีลูกกล้วยใช่ไหม   ลึกเข้าไปในหัวใจมีอะไรรู้ไหมโฉมตรู
ไม่บอกเธอก็ไม่รู้  ไม่บอกเธอก็ไม่รู้  เก่งจริงทายดู ดูสิว่าอะไร..........

                ร้องเพลงของมีศักดิ์  นาครัตน์    ยิงฟันยิ้ม

                ปลีกล้วยน้ำว้าจิ้มน้ำพริก  ก็เอามาจิ้มดิบ  หรือผ่าสองหรือผ่าสี  ทาด้วยน้ำมะนาวแล้วไปต้มให้สุก  ที่ทามะนาวก่อนเพื่อไม่ให้หัวปลีดำ  สุกแล้วเอามาจิ้มน้ำพริกร้อยแปด  มีคุณป้าที่ตลาดเอาปลีกล้วยตานีมาขายบอกว่าต้มจิ้มอร่อยมาก  ยังไม่เคยลองสักที
             
                ปลีกล้วยน้ำว้ามาแกงเลียง    ใครๆก็ว่าเหมาะมากสำหรับแม่ลูกอ่อน    กินแล้วมีน้ำนมเยอะ  เอาปลีกล้วยมาหั่นขวางจะได้เป็นเส้นวงๆ  แช่น้ำไว้  สงเอาเส้นวงๆนี้ขึ้น  เอานมกล้วย(ที่ถูกหั่นไปด้วย)  ทิ้งเสียบ้าง (นมกล้วยก็คือลูกกล้วยอ่อนๆที่อยู่ในปลีกล้วยแหละจ้ะ  ถ้ามันเยอะไปจะฝาด)  จะแกงเลียงหัวปลีล้วนๆ น้ำก็จะขาวๆ ใส่ใบแมงลักด้วยก็ได้  หรือจะใส่ผักอื่นๆผสม  เช่น  บวบ  เห็ด  ชะอม ฯลฯ ก็ได้ทั้งสิ้น

                 ยำปลีกล้วย    ยำแบบสดๆ  ก็หั่นแบบแกงเลียงแล้วใส่เครื่องยำลงไป  หอมซอย พริกขี้หนูซอย  กุ้งแห้ง กุ้งสด  หมูสับ ตามใจชอบ  บีบมะนาว ใส่น้ำปลา  บางคนราดด้วยหัวกะทิ  บางคนก็ใส่มะพร้าวคั่ว (แบบที่หั่นฝอย กินกับเมี่ยงคำ)

               ยำอีกแบบก็เอาหัวปลีต้มสุกก่อน  แล้วเอามาฉีกๆ แล้วยำใส่กุ้งแห้งหรือกุ้งสด  พริกซอย  หอมแดง  บีบมะนาว  ใส่น้ำปลา  โรยใบสะระแหน่

               อีกอันหนึ่งก็คือ แกงคั่วหัวปลี   เคยได้ยิน  แต่ยังไม่ได้ทำน่ะ   ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
คนภูเรือ
Sr. Member
****
กระทู้: 847

สวัสดีครับมิตรสหาย.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 03 มกราคม 2007, 11:29:19 AM »



ยำปลีกล้วย เสร็จเราแน่เย็นนี้
จะให้แม่บ้านทำให้กิน....... ยิ้มเท่ห์ ยิ้ม

ขอบใจหลาย...ป้าแอ๊ด ยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
แอบอ่านอยู่น่ะ....


บันทึกการเข้า

ก้าวไปข้างหน้าเพื่อประเทศชาติ
add2
Newbie
*
กระทู้: 49


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2007, 18:34:30 PM »

ป้าดวง  ลุงภูเรือ  ไปเที่ยวทางเขตงานเจอผักหวานป่ามั่งไหม?  เก็บเอามาต้มน้ำปลาสิ  อร่อยนะ  ช่วงนี้หนาวบ้าง ฝนบ้าง  หน้าผักหวานพอดี

               
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 กุมภาพันธ์ 2007, 18:36:45 PM โดย add2 » บันทึกการเข้า
ดวง
Hero Member
*****
กระทู้: 1098


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2007, 18:53:44 PM »

ขอบคุณค่ะป้าแอ๊ด
ผักหวานพอหาได้ไม่ยากค่ะ เพราะที่บ้านปลูกยกร่องไว้ กินไม่ทันอยู่แล้ว
จะลองทำกินดูค่ะ และจะมาบอกว่า อร่อยแค่ไหน
บันทึกการเข้า
add2
Newbie
*
กระทู้: 49


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2007, 20:28:35 PM »

อ้อ แจ๋วเลยค่ะคุณดวง   ยิงฟันยิ้ม

                  อากาศหนาวๆเย็นๆอย่างนี้ก็อยากจะกินอาหารที่เผ็ดร้อนบ้าง  อยากจะแนะนำ ปลาต้มเค็ม  หรือหมูต้มเค็ม

                    ถ้าใช้ปลาก็ควรเป็นปลาที่ไม่คาวจัด เช่น ปลาเห็ดโคน   ปลากุเลา   
                    ถ้าใช้หมู ใช้หมูเนื้อนิ่มแบบสันใน  สันนอก  หรือ  กระดูกซี่โครงก็ได้ค่ะ

                    ต้มน้ำให้เดือด  ใส่รากผักชีทุบ  กระเทียมลอกเปลือกออกบุบบ้างไม่บุบบ้าง  ใส่มากๆ  พริกไทยดำหรือพริกไทยเม็ดมากๆบุบพอแตก   แล้วใส่เนื้อปลาหรือหมูลงไป   ต้มสุก  ปรุงรสด้วยน้ำซีอิ๊วขาวและน้ำปลา  ถ้าชอบเค็มแบบเกลือก็ใส่เกลือแทนได้  เวลาที่กินให้ร้อนๆกินกระเทียมกลีบและพริกไทยเม็ดๆไปด้วย  จะช่วยให้ร่างกายร้อนอุ่นขึ้น

                   
                 
บันทึกการเข้า
bz
Hero Member
*****
กระทู้: 1201


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2007, 22:13:15 PM »

พึ่งมาเห็นเมนูหัวปลี่ที่เคยขอพี่แอ๊ดไว้
ท่าทางน่ากิน เดียวไปลองทำดูครับ ยิ้มกว้างๆ

หมู ปลาต้มเค็มนี่ต้องใส่ผักอะไรหรือเปล่าพี่แอ๊ด
ดูเครื่องเคราแล้วเหมาะกับอากาศเย็นแบบนี้ดีจัง
บันทึกการเข้า
Red Sun
Hero Member
*****
กระทู้: 1453



ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2007, 22:33:51 PM »

สวัสดีครับ  ป้าแอ๊ด ลุง BZ ป้าดวง และทุกๆ คน

เห็นชื่อปลาแล้ว มีความหลัง

อ้อ แจ๋วเลยค่ะคุณดวง   ยิงฟันยิ้ม

                  อากาศหนาวๆเย็นๆอย่างนี้ก็อยากจะกินอาหารที่เผ็ดร้อนบ้าง  อยากจะแนะนำ ปลาต้มเค็ม  หรือหมูต้มเค็ม

                    ถ้าใช้ปลาก็ควรเป็นปลาที่ไม่คาวจัด เช่น ปลาเห็ดโคน   ปลากุเลา   
                   

คนภาคตะวันออก ละมั้งครับ ถึงจะรู้จักปลาเห็ดโคน  พอดีบ้านเดียวกัน น่ะป้าแอ๊ด  ยิงฟันยิ้ม

ตอนเด็กๆ แถวบ้านผมปลาเห็ดโคน ปลานกแก้ว พวกนี้ เราไม่กินกันหรอกครับ  น่าจะเป็นเพราะมันสมบูรณ์ ปลาเก๋า ปลาจาระเม็ด มันหาง่าย  ปลานกแก้ว นกขุนทองนี่เราไม่มองเลย

แต่เดี๋ยวนี้กลับเป็นปลาราคาแพงไปได้

ปลาเห็ดโคน พวกผมจะใช้ทำเหยื่อเท่านั้นแหละครับ  เวลาเราอยากกินปลา เราจะขุดไส้เดือนตามที่แฉะๆ ข้างบ้าน  แล้วเอาไส้เดือนทำเหยื่อชั้นที่หนึ่งไปตกปลาเห็ดโคนก่อน

พอได้เห็ดโคนแล้ว เราเอาเจ้าเห็ดโคนทำเหยื่อชั้นที่สอง ไปตกปลาเก๋าอีกที

สมัยนั้นเวลาโรงเรียนปิดเทอมใหญ่ (ซัมเมอร์)  เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก
พอขุดไส้เดือนได้สักครึ่งกระป๋องนม เราก็ออกทะเลกันสักประมาณ 9 โมงเช้า
พอ 11 โมง ก็กลับบ้านได้แล้ว พร้อมปลาเก๋าพวงเบ้อเร่อ

ปลาเก๋าที่ตกได้  เมนูยอดนิยมของเราก็คือ  ทอดกรอบ  ราดน้ำปลา

เท่านั้นแหละครับ  อาหารกลางวันที่วิเศษสุดๆ  เนื้อปลาหวาน หอม ควันขึ้นกรุ่น

ยังเหลือปลาเก๋าให้พวกผู้ใหญ่ ผัดพริกแกล้มเหล้า มื้อเย็นได้อีกด้วย
 ยิ้มกว้างๆ

เกือบลืมบอกไป ว่า  เจ้าปลาเห็ดโคนน่ะ  พอมันเข้าเมือง  เขาก็ตั้งชื่อให้มันใหม่

สงสัยกลัวว่าชื่อเดิมมันจะบ้านนอกหรืออย่างไร ไม่ทราบ 

ตามซุปเปอร์มาร์เก็ต  เขาติดป้ายให้มันว่า "ปลาทราย"

 ยิ้มกว้างๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 กุมภาพันธ์ 2007, 22:36:46 PM โดย Red Sun » บันทึกการเข้า
butterfly
Full Member
***
กระทู้: 421



ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2007, 23:41:43 PM »

ขึ้นเขา.....
    .....     ไปเก็บกล้วยเถือน..
ไม่ทันถึงเรือน....ขุดเดือน..ทงเบ็ด..
ไม่ทันถึงหนอง...เดือนพองเพร็ดๆ
..มือซ้าย..ถือเบ็ด..มือขวา..เด็ดเดือน.... ยิงฟันยิ้ม
     ......ลุงเรด..เคยได้ยินไหม..เพลงรำวง..ขี้เมาปักษ์ใต้..นิ

.      ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ แลบลิ้น

บันทึกการเข้า
add2
Newbie
*
กระทู้: 49


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: 05 กุมภาพันธ์ 2007, 22:14:59 PM »

สวัสดีค่ะ คุณ bz  แหมทำตัวหนุ่มจังนะ อะเหอๆ   ปลาต้มเค็มไม่ใส่ผักอะไรเลยจ้ะ   ยิงฟันยิ้ม

             อ้อ  เขาเรียกว่าปลาทราย นั่นเองเห็นในห้างเขามีปลาทรายแล่แช่แข็ง   ก็งงๆเหมือนกันว่าปลาอะไร    แล้วตอนนี้ปลาเก๋าหาได้ง่ายรึเปล่าล่ะ คุณเรดซัน   ยิงฟันยิ้ม

             ...เดือนพองเพร็ดๆ  นี่แปลว่าไรคะคุณ Butterfly Lover
บันทึกการเข้า
butterfly
Full Member
***
กระทู้: 421



ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 05 กุมภาพันธ์ 2007, 22:29:17 PM »

อิ..อิ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
        แปลว่า..ใส้เดือนขึ้นอืดดดด....
เพราะว่า..ขี้เมาร้อง..และรำวง

จังหวะการรำจึง..เดิน.3..ถอย..2.. ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
จาไม่ให้(ใส้)เดือนพองเพร็ดๆ..ไหวเหรอออ..
เอาไว้เจอกันตัวเป็นๆ..จาสอนให้ร้อง..
ส่วนท่ารำ..ลุงหมื่น..ช่วยด้วยยยยยย

      ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม แลบลิ้น
บันทึกการเข้า
Red Sun
Hero Member
*****
กระทู้: 1453



ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: 05 กุมภาพันธ์ 2007, 22:40:47 PM »

เพลงนี้ไม่เคยครับ ป้าเนย  แต่เห็นคำร้องที่ป้าเอามาให้แล้ว  หนุกจังหู  ยิงฟันยิ้ม

ป้าแอ๊ดครับ  ปลาเก๋ายังหาง่ายเหมือนเดิมครับ  ดำน้ำที่ไหน ในทะเล ส่วนใหญ่เจอแต่ปลาเก๋าแฮะ    

แล้วป้าแอ๊ดทราบไหม ว่า ทำไมมันชื่อปลาเก๋า?  แต่ก่อนแถวบ้านผมเรียกกันว่า ปลาตุ๊กแก
เพราะตัวมันลายพร้อยเชียว

ผมก็ไม่รู้หรอกครับ ว่าทำไมถึงเรียกว่าปลาเก๋า  แต่เมื่อปิดเทอมครั้งก่อนโน้น  ไปดำสนอร์กเกิ้ลกันที่อ่าวลุงดำ   พบท่านเก๋านี่แหละ  ตัวพอต้มยำพอดี  ลอยตัวคุมเชิงอยู่บนประการังแผ่นหนึ่ง

ผมกำลังดำผิวน้ำอยู่ เห็นเข้าก็เลยเข้าไปทักทายเสียหน่อย   โบกฟินลงไปหาที่พื้นทราย
น้ำลึกประมาณ 3 เมตรครับ

มันเก๋าสมชื่อจริงๆ  จ้องตาผมเขม็งเลย ไม่มีลดราวาศอกให้สักนิด

ผมยิ้มให้ มันก็ทำวางฟอร์มเฉย   ผมเลยคิดว่า  อ้อ . . อย่างนี้นี่เอง ถึงเรียกว่าปลาเก๋า

 ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!