บ้านตุลาไทย
21 พฤศจิกายน 2017, 19:14:33 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2] 3 4 5   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เส้นเลือดสมองตีบ ขยับตัวซีกซ้ายไม่ได้ ขอคำปรึกษาด่วน  (อ่าน 53627 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ปลายไผ่
Jr. Member
**
กระทู้: 105


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: 06 มกราคม 2007, 18:36:53 PM »

ผมก็เป็นเหมือนกันนะ ขอถามบรรดาหมอทั้งหลายในนี้เลยแล้วกัน
ชายไทย อายุย่าง 50
น้ำหนัก 94 กก. สูง 174 ซม.
ความดันสูง(ทานยาลดความดันเป็นประจำทุกวัน)140/90
ถ้าไม่ทานยามันเคยขึ้นไปขนาดเครื่องวัดความดันวัดไม่ได้(คนวัดบอกเครื่องวัดเสียเฉยเลย)
ยาที่ทานเป็นประจำมี
Blopress 8 mg. 1 เม็ด/วัน
Madiplot 20 mg. 1 เม็ด/วัน
Prenolol 50 mg. 1 เม็ด/วัน
แล้วมียาขับปัสสาวะอีกตัวนึง(จำชื่อไม่ได้)
อ้อ อีกตัวหนึ่งคือ Baby aspirin 60 mg. 1 เม็ด/วัน(ตอนหลังมานี่ ผมไม่ยอมกินยาตัวนี้
เพราะกลัวเกิดอุบัติเหตุแล้วเลือดไหลไม่หยุด)

ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่
ดื่มกาแฟวันละ 1 แก้ว ตอนเช้า(สมัยก่อนดื่มเยอะกว่านี้มาก แต่ถ้าไม่ดื่มเลย จะรู้สีกง่วงเหงาหาวนอน)
ออกกำลังกายด้วยการเต้นแอร์โรบิกส์
ครั้งละประมาณ 45 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์(อังคาร พุธ พฤหัส)

ยาอีกตัวที่ต้องกินตลอดคือ
Allopurinol 300 mg. 1 เม็ด/วัน(สำหรับป้องกันการหวนกลับมาของเกาต์)

หมอแสนไชยกับหมอสามารถว่าผมต้องปรับอะไรบ้างหรือเปล่าครับ

เขียนซะยาว แหะแหะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 มกราคม 2007, 14:33:17 PM โดย ปลายไผ่ » บันทึกการเข้า
samart
Full Member
***
กระทู้: 251


ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: 06 มกราคม 2007, 19:15:59 PM »

ความดันสูงของคุณต้องควบคุมด้วยยาหลายตัวมาก  และน่าจะมีกรดยูริคสูงอีก  แถมน้ำหนักตัวมากไปหน่อย
1.ต้องติดตามการรักษาต่อเนื่อง
2.น่าตรวจระดับไขมันด้วยนะครับ  และควรตรวจเรื่องหัวใจด้วย
3.พยายามออกกำลังกายให้ได้ทุกวัน
4.ควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด  (ในเวปนี้หลายท่านมีความรู้เรื่องอาหารก็ออกมาแนะนำหน่อยนะครับป้าแอ๊ด)
5.ลดความเครียดอย่างจริงจัง(อย่างลุง RS ว่าไว้)  พักผ่อนให้เพียงพอ
6.งดเหล้า บุหรี่อย่างเด็ดขาด (อันนี้คุณคงไม่ได้มีนะครับ ผมพูดกว้างๆไปอย่างนั้น)
บันทึกการเข้า
add2
Newbie
*
กระทู้: 49


ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: 06 มกราคม 2007, 22:41:22 PM »

สวัสดีค่ะ   เรื่องอาหาร ถ้าแนะนำกว้างๆทั่วๆไป  ก็ให้ทานแป้งขัดขาวให้น้อยลง เช่น ก๋วยเตี๋ยว ข้าวขาว  ขนมปัง    ให้กินข้าวกล้องแทน  งดเนื้อสัตว์เช่น เนื้อหมู  เนื้อวัว  แล้วก็กินปลาแทน    แต่ไม่ควรเป็นปลาต้องห้ามอย่างที่เขาว่า แสลง เช่น ปลากระเบน ปลาฉลาม  ทำนองนั้น   กุ้ง หมึก  ปู  ทานให้น้อยลง   ทานผักให้มากขึ้น    หลีกเลี่ยงอาหารทอดหรือปรุงโดยใช้น้ำมันมากๆ  ใช้วิธีนึ่ง  ยำ  และต้มแทน

                ไม่แนะนำให้ทานอาหารมังสวิรัติที่เขาทำขายกัน เพราะจะมีแป้ง  ไขมันและน้ำตาลมาก  วันก่อน คุณป้าที่เป็นเบาหวานขอกินเจช่วงเทศกาล   ปรากฎว่าน้ำตาลขึ้นมาก 

                 น้ำหนัก 94  น่าจะมากเกินไปหน่อยนะคะ   ก็ลดโดยการกินผลไม้แทนสักมื้อ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งมื้อค่ำ   น่าจะช่วยได้ดี  แต่ควรเป็นผลไม้ไม่หวานมาก  ลำไย  ทุเรียน  แตงโมไม่ดี   ถ้ารู้สึกโหยเกินไปก็ทานข้าวต้มกล้องมื้อค่ำก็ดีค่ะ  เพราะดิฉันให้คุณป้าทานข้าวต้มแดงกับกับข้าวที่เป็นปลาและผักแทบทุกวัน  มีหมู กุ้งสลับบ้าง  ก็ควบคุมเบาหวานได้ดีมากค่ะ

                แก้ไขความเคยชินทำได้ยากค่ะ  แต่ถ้าเราพยายามและค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยได้ค่ะ  อยากให้เพื่อนทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงไม่ต้องใช้ยาประจำค่ะ
บันทึกการเข้า
ปลายไผ่
Jr. Member
**
กระทู้: 105


ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: 07 มกราคม 2007, 07:58:03 AM »

ขอบคุณหมอสามารถและป้าแอํ๊ดมากครับ
บันทึกการเข้า
atm
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #19 เมื่อ: 07 มกราคม 2007, 22:13:22 PM »

ตอนเย็นทำลืมๆก็ได้ครับ
ช่วงก่อน2คนที่บ้านไม่ทานข้าวเย็นเป็นประจำ
จะหนักไปทางผลไม้ทั่วไป เช่น ส้ม กล้วยน้ำว้า ฝรั่ง ชมภู่ ข้าวโพดฯ
อยู่ได้แน่นอนครับ

ฮิๆแต่ช่วงนี้เดินทางบ่อยเลยกลับมาทานมื้อเย็นเหมือนเดิมครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
คนภูเรือ
Sr. Member
****
กระทู้: 847

สวัสดีครับมิตรสหาย.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: 08 มกราคม 2007, 12:52:27 PM »


ขอให้เพื่อนมีกำลังใจเข้มแข็ง
อย่าย่อท้อ หมอเก่งๆพวกเรามีเยอะ

คู่ชีวิตช่วยบอกด้วยว่า เข้ารักษาตัวที่ไหน
จะได้ไปเยี่ยมกันได้.....
บันทึกการเข้า

ก้าวไปข้างหน้าเพื่อประเทศชาติ
add2
Newbie
*
กระทู้: 49


ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: 09 มกราคม 2007, 09:59:58 AM »

งั้นคุณ atm กับคุณ บ... คงสุขภาพดีแน่ๆเลยค่ะ 

               อาการดีขึ้นหรือยังคะคุณหงิง   พวกเราเอาใจช่วยค่ะ  พวกเราเจ็บป่วยด้วยโรคภัยต่างๆกันมาก  สาเหตุหลักน่าจะมาจากความเครียดนะคะ  ลองสำรวจตัวเอง  และเพลาๆเรื่องอะไรๆลงเสียบ้าง  อย่าลืมว่าถ้าเราสุขภาพไม่ดี  กระเสาะกระแสะก็คงจะทำอะไรต่อไปไม่ไหว  แล้วก็อย่าไปพึ่งยาหรือเชื่อยามากเกินไป    ดูแลตัวเองให้แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจดีกว่าค่ะ
บันทึกการเข้า
ดวง
Hero Member
*****
กระทู้: 1098


ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: 09 มกราคม 2007, 11:04:51 AM »

สวัสดีค่ะคุณnging ขอเป็นกำลังใจให้นะค่ะ
ไม่ต้องกังวลมากนักนะค่ะ อยู่ในความดูแลของแพทย์แล้ว ทุกอย่างจะค่อยๆดีขึ้น
เชื่อว่าจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างเดิมได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ และทำการงานได้อย่างเดิม
เพราะพบเห็นมาหลายคนแล้วค่ะ ให้เวลาสักหน่อย คงไม่นานนัก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พบอาจาร์ยที่เคยล้มลงเพราะเส้นเลือดตีบในสมอง แน่นิ่งไปนาน
รีบส่งโรงพยาบาล รับการรักษาแบบแผนปัจจุบัน
ระยะแรก ๆ ความจำหายไปหมด พูดได้ ติด ๆขัด ๆ อ่านหนังสือไม่ออก
แต่วันที่พบกันนี้ เหมือนคนปกติทุกอย่าง เขียนหนังสือได้ เซ็นชื่อได้

อีกคนหนึ่ง ล้มลงอย่างกระทันหัน (กล้ามเนื้ออ่อนแรง) เพื่อน ๆรีบพาส่งโรงพยาบาล
หมอบอกว่าเส้นเลือดตีบในสมอง รับการรักษากับแพทย์แผนปัจจุบัน อยู่สองอาทิตย์
ระยะที่อยู่โรงพยาบาล เดินไม่ได้ ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด กินอาหารลำบาก
พอออกจากโรงพยาบาล หมอนัดทำกายภาพเป็นระยะ
ประกอบกับตัวเองก็หัดเดินทุกวัน แม้จะเดินไม่ค่อยถนัดก็พยายาม
ทุกวันนี้ทำงานได้ตามเดิมแล้ว ขับรถยนต์ได้เหมือนเดิม
และหาโอกาสไปนอนอาบน้ำแร่ที่เมืองกาญจน์ เพราะเขาบอกว่า นอนแช่น้ำแร่แล้วทำให้เขาดีขึ้น
เขียนมาเล่าสู่ให้คุณnging เพื่อจะได้เป็นกำลังใจ คุณnging มีอะไรให้เพื่อน ๆช่วยอีกไหมค่ะ
ไม่ทราบว่าอยู่ในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: 09 มกราคม 2007, 12:07:54 PM »

รู้สึกแปลกอยู่อย่างหนึ่ว่าช่วงปลายปีต่อต้นปีที่ผ่านมา   อุบัติการของผู้ป่วยเส้นเลือดสมองตีบมากเป็นพิเศษ   ทั้งคนไข้ทั่วไปและไม่เว้นแต่มิตรสหายของเรา   อย่างพ่อหลวงจำตอนวันที่ 2 ก็โทรมาว่านอนอยู่ที่ รพ.ปง  เพราะปวดศีรษะรุนแรงแล้วแขนขากระดิกไม่ได้   ถามว่ากินเหล้าฉลองปีใหม่หนักไปหรือเปล่า  พ่อหลวงว่าก็ไม่ได้กิน   เพราะเพิ่งกลับจาก อ.พานไปดูที่ทีจะปลูกสวนยางพารามา    แต่เมื่อมาถึงโรงพยาบาลแล้วตรวจไม่พบความผิดปกติใดๆ  ทั้งความดัน ไขมัน  แล้วก็กลับมาเคลื่อนไหวได้ตามปกติได้เอง

ตรงนี้คงไม่ได้เกี่ยวกับความเครียดเรื่องระเบิดตูมตามนะครับ (แต่อาจเป็นปัจจัยภายนอกที่เสริมเข้ามาได้)  คงจะเกี่ยวกับความหนาว  เพราะต้องยอมรับว่าช่วงก่อนสิ้นปีอากาศหนาวลงฉับพลัน (จากไม่ค่อยหนาวกลายเป็นหนาวเหน็บ)  ตรงนี้หมอจีนบอกว่าอากาศเย็นทำให้เส้นเลือดปิด  เลือดไหลเวียนไม่สะดวกครับ  อุบัติการเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอจึงเกิดขึ้นค่อนข้างมาก

แต่หากเป็นหน้าร้อนก็ต้องระวัง "แตก" ครับ
วันหลังจัดงานเขตงานไหน  สงสัยต้องมีทริปลดไขมัน  พากันปีนไปได้ที่ตั้งเก่าๆ ออกแรงกันสักชั่วโมงสองชั่วโมงน่าจะดี  ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
nging
Newbie
*
กระทู้: 59


ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: 11 มกราคม 2007, 10:48:08 AM »

ขอบคุณทุกความห่วงใยและทุกกำลังใจค่ะ  อยู่ร.พ.ไม่มีเน็ตให้ใช้เลยไม่ได้รายงานสภาพให้ทราบ
หลังจากนอนร.พ.ที่ตจว. 3 วัน นอนร.พ.ที่กทม.อีก 5 วัน กลับเข้าบ้านแล้วค่ะเมื่อ 2 ทุ่มเมื่อวานนี้
โดยหมอให้จักษุแพทย์ตรวจวัดด้วยค่ะว่าเบาหวานขึ้นตาหรือไม่ ปรากฎว่ายังค่ะ และหมออธิบายย้ำนักหนาเรื่องระดับน้ำตาล  หมอให้กลับบ้านโดยให้ทำกายภาพบำบัดทุกวัน  เพื่อฟื้นฟูข้อ,กล้ามเนื้อ  ให้ยาลาลายลิ่มเลือดอีก 1 เดือน  ให้ยาเบาหวาน, ยาลดไขมันในเลือด, ยาลดความดัน  คนไข้จะขยับแขนขาข้างซ้ายที่อ่อนแรงขณะทำกายภาพได้4-5 ครั้งแล้วจะหมดแรงเราต้องขยับทำให้เขาค่ะ  คนไข้ใช้ไม้เท้าและหัดเดินด้วยค่ะ   ตอนนี้อารมณ์เขาจะค่อนข้างแกว่งไกวเพราะเจ็บใจตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม  ได้ปรึกษาคุณหมอแสนชัยว่าวันเสาร์นี้จะพาคนไข้ไปพบที่คลีนิคที่สวนลุมเพื่อให้หมอช่วยดูและให้คำปรึกษาในการบำบัดรักษาต่อไป
บันทึกการเข้า
nging
Newbie
*
กระทู้: 59


ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: 11 มกราคม 2007, 10:53:48 AM »

เมื่อวานคุณป๋าภาษิตพาหมู่คณะมาเยี่ยมให้กำลังใจค่ะ  วันก่อนก็มีทั้งพี่สุวิทย์ทั้งเพื่อนๆทะยอยมาให้กำลังใจเช่นกันค่ะ  ขอบคุณมากๆ  ตอนนี้เราเองก็ต้องแข็งแรงเพราะต้องยกขาของเขาขึ้นลงหนักจริงๆ (ขอบ่นหน่อย)  แต่ทำๆไปกำลังของเราก็อยู่ตัวแล้วละ  มีอะไรจะรายงานให้ทราบต่อไป  หวังว่าคงเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับเพื่อนๆคนอื่นบ้างนะคะ
ป้าแอ๊ดคะ  ป้าดวงด้วยค่ะ  ว่างๆ ก็ลิสต์รายการอาหารสำหรับเรื่องเบาหวานและความดันเผื่อหน่อยนะคะ  เรื่องนี้คิดยากจริงๆค่ะ
บันทึกการเข้า
คนภูเรือ
Sr. Member
****
กระทู้: 847

สวัสดีครับมิตรสหาย.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: 11 มกราคม 2007, 11:34:28 AM »



ดีใจด้วย รักษาพ้นไปเปลาะหนึ่ง....
บันทึกการเข้า

ก้าวไปข้างหน้าเพื่อประเทศชาติ
ดวง
Hero Member
*****
กระทู้: 1098


ดูรายละเอียด
« ตอบ #27 เมื่อ: 11 มกราคม 2007, 12:29:58 PM »

ยินดีกับคุณnging ด้วยนะค่ะ ที่ได้กลับบ้านแล้ว
พ้นมาหนึ่งขั้นแล้ว ต่อจากนี้แหละค่ะ ที่ต้องใช้ความอดทนสูงมาก
บางคนไม่สามารถก้าวพ้นระยะนี้ได้ ต้องอยู่กับเตียงตลอดเวลา
ขอส่งกำลังใจมาให้ค่ะ
สำหรับเมนูอาหารนั้น
ต้องออกตัวก่อนว่าไม่มีฝีมือเลยค่ะ
แต่ชอบศึกษาเรียนรู้ ไปพบเมนูหนึ่งน่าสนใจ
อาจจะเป็นเพราะป้าชอบกินผัดพริกขิง และไม่ชอบทานเนื้อมากนัก
จึงสะดุดกับเมนู เต้าหู้ผัดพริกขิง
และก็เหมาะกับคนไข้ด้วยค่ะ
เริ่มวิธีเลยดีกว่านะค่ะ
1.เต้าหู้แข็งประมาณ 1 แผ่น หั่นเป็นชิ้นหนาประมาณ 1.5 ซม.ตามยาว ทอดให้เหลือง แล้วตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
2. เด็ดถั่วฝักยาวให้เป็นท่อนพอคำ ลวกให้สุก ตักขึ้นแล้วแช่น้ำเย็นจัดทันที(สีจะได้เขียวสดน่ากิน)
3. ใส่น้ำมันให้ร้อนแล้วเอาเครื่องแกงเผ็ดผัดให้หอม ใส่เต้าหู้และถั่วฝักยาวลงผัดด้วยกัน
4. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำซุป(หากมี) น้ำตาลนิดหน่อย
5. เวลาเสริฟ โรยด้วยใบมะกรูดหั่นฝอย ทำให้หอมน่ากินมากยิ่งขึ้น

เมนูนี้จะได้สมุนไพรครบเครื่อง สำหรับอาการของคนไข้
และเต้าหู้ที่ทำจากถั่วเหลืองทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ดีทีเดียวค่ะ
แล้วจะค้นหาเมนูมาฝากอีกนะค่ะ
บันทึกการเข้า
add2
Newbie
*
กระทู้: 49


ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: 11 มกราคม 2007, 19:19:09 PM »

ดีใจกับคุณหงิงด้วยค่ะ  ยิงฟันยิ้ม   พี่ก็จะแนะนำตามประสบการณ์ที่ได้ปฎิบัติกับญาติและเพื่อนๆนะคะ 

              อาหารสำหรับคนไข้เบาหวาน  ความดัน   ก็น่าจะเป็นอาหารที่ระบายได้ง่าย  รสไม่จัด  ไม่มันมาก  แล้วก็ช่วยให้ระบบเลือดไหวเวียนดีขึ้น  ก็น่าจะเป็นอาหารที่เป็นผักเสียส่วนใหญ่  แป้ง  เนื้อ  และไขมันน่าจะลดให้มากด้วย

               ถ้าไม่มีตลาดสดใกล้บ้านก็น่าจะไปซื้อตามซุปเปอร์มาร์เก็ต  ก็แนะนำให้ซื้อผักปลอดสารพิษที่ไม่ใช่ไฮโดรโปนิกส์  เพราะผักไฮโดรโปนิกส์มีกากใยน้อย  สารอาหารจากธรรมชาติน้อย  ถ้าไม่มีผักปลอดสารพิษก็อาศัยซื้อผักที่มีหนอนเจาะบ้าง และล้างให้สะอาดในน้ำไหล (ดีกว่าแช่) 

               ส่วนพวกเนื้อๆทั้งหลาย  วันก่อนไปเห็นตลาดสดที่บางแค  รู้สึกว่าอาหารทะเลไม่สดเลย  กุ้งก็มีแต่กุ้งเลี้ยงล้วนๆ ไม่มีกุ้งธรรมชาติ   พี่จึงคิดว่า ถ้าจ่ายตลาดตามซุปเปอร์ใหญ่ๆจะดีกว่า เอาพวกปลาแช่แข็งทั้งหลาย  อย่างที่แมคโคร จะมีปลากระพงลอกหนัง  ปลาเก๋า   ปลาทราย  ปลาไข่ญี่ปุ่น  ที่นำมาลองปรุงดุแล้วก็สดใช้ได้  น่าจะดีกว่าไปซื้อที่ตลาด   คนไข้น่าจะงด หมึก  หมูมัน เนื้อวัว  ไก่  กุ้งกินได้บ้างแต่อย่าบ่อย 

              พี่ทำอาหารไปให้คุณป้าที่เป็นเบาหวานและโรคหัวใจทุกวัน  ส่วนใหญ่ใน 1 อาทิตย์ก็จะมีปลาทอด  เช่นปลาอินทรี  ปลานึ่ง เช่น ปลากระบอกปลาเห็ดโคนนึ่งบ๊วยหรือปลานึ่งมะนาว  ปลากุเลา  ปลาเห็ดโคน  ปลาน้ำดอกไม้ต้มเค็ม (ใส่น้ำปลา กระเทียมหัวๆ และพริกไทยดำ หรือพริกไทยธรรมดา  และรากผักชี)  ปลาทูหรือปลารังต้มส้มหรือต้มยำ  เป็นต้น 

               พอมีปลาเป็นหลักแล้วอีกจานก็จะเป็นผัดผักต่างๆ  ไม่ต้องใส่เนื้อสัตว์  เช่นผัดผักขม  ผัดผักหวาน  ผัดบร็อคโคลี่  ฯลฯ โดยใส่น้ำมันน้อยๆเป็นต้น

                หรืออาจจะเป็น ยำ เช่น ยำปลาทู (เอาปลาทูทอดเล็กน้อย แล้วแกะเอาแต่เนื้อซุยๆ แล้วซอยตะไคร้  พริกขี้หนู  หอมแดง  ผักชีฝรั่ง  บีบมะนาว  ใส่น้ำปลา  เคล้ากัน  โรยด้วยสะระแหน่)  ยำถั่วพู (ลวกถั่วพู แช่น้ำเย็นใส่เกลือไม่ให้ดำ  ซอยหอมแดง  พริกขี้หนู  ต้มกุ้งหรือใช้กุ้งแห้งป่นไม่ละเอียดใส่  บีบมะนาว  ใส่น้ำปลา  โรยผักชีหรือสะระแหน่)

                อาหารที่ผักที่อยากจะแนะนำมากๆคือ แกงเลียงผักรวมต่างๆ บวบ ฟักทอง เห็ด  ฟัก  ใบแมงลัก  หรือจะแกงเลียงหัวปลีก็ดีค่ะ  หรือต้มจืดง่ายๆ ไม่มัน เช่น ฟักแก่หรือหัวไชเท้าต้มกับกุ้งแห้งหรือหมึกแห้งตัวใหญ่(ฉีกฝอย)ใส่น้ำปลาอย่างเดียว เป็นต้น   น้ำจะใสๆ กินร้อนๆคล่องคอ   

                ส่วนข้าวนั้นพี่เน้นกินข้าวกล้อง  และต้มข้าวต้มด้วยข้าวมันปูที่สีแบบข้าวกล้อง  (เวลาต้มข้าวต้มให้อร่อย  ควรใส่ข้าวเหนียวกล้องหรือข้าวเหนียวธรรมดาก็ได้สักกำมือเพื่อให้น้ำข้น  หรือถ้าชินแล้วให้ใส่เมล็ดธัญพืชอื่นๆลงไปด้วย เช่น  ข้าวสาลี ลูกเดือย  หรือข้าวบาร์เลย์ )

               พี่ว่าเราไม่ต้องเน้นกินแต่ผักทุกจานและทุกมื้อ  เพราะจะทำให้คนไข้เครียด  ที่มดไม่สบายเป็นมะเร็ง วันก่อนเขาก็ตั้งใจอยากจะกินผักล้วนๆ  แต่ในที่สุดเขาก็จะรู้สึกเบื่อมากๆ จนเครียด  เขาเลยร้องว่า "เฮ้ย ไปกินเป็ดกันดีกว่า"   เพื่อนๆน้องๆก็ยอมให้เขากิน 

              ถ้าคนไข้อยากกินอะไร เราก็ทำให้เขากินบ้าง  แต่อย่าให้มันมาก เนื้อมาก  ใน 1 อาทิตย์ก็ให้กินไข่สัก 1  มื้อได้ เช่นไข่ต้มกับน้ำปลาพริก  หรือ กับน้ำพริกกะปิผักสด เป็นต้น  (ขาหมู  พะโล้  อะไรหวานๆอย่าให้กิน)

              ช่วงเวลาที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลน่าจะถือโอกาสเปลี่ยนแปลงนิสัยการกินเสียเลย  เช่น ทำกับข้าวไม่ใส่น้ำตาล  เลิกกินขนมทั้งหลาย หันมากินกล้วยและผลไม้ไม่หวานแทน เช่น ฝรั่ง  มะม่วงมัน  ส้มกินได้ไม่เกินวันละ 1 ลูก (เพราะมันหวาน)  ไม่กินน้ำหวาน  น้ำอัดลม  ชากาแฟกินได้บ้างเล็กน้อยแต่อย่าใส่น้ำตาล   

               อาหารเย็นของพี่และคุณป้าโรคหัวใจเบาหวานวันนี้คือ  แกงจืดเห็ดหอมสดใส่หมูสับและกุ้ง  ,  ยอดมะระหวานผัดน้ำมันหอย  และน้ำพริกกะปิกับ  ยอดจิก  ยอดเสม็ด ถั่วและถั่วพูจากสวน  กินกับข้าวกล้อง  และข้าวต้มแดงจ้ะ

                แล้วค่อยมาคุยใหม่นะจ๊ะ  อย่าเครียด  คิดและทำอย่างมีความสุขจ้ะ  คนไข้คงหงุดหงิด เปิดเพลงเบาๆให้ฟัง  ห้ามเปิดเพลงปฎิวัติ ฮ่าๆ  เล่าเรื่องสนุกๆให้ฟัง  ฯลฯ

                เป็นกำลังใจให้จ้ะ ยิงฟันยิ้ม   ถ้าเขาบ่นก็ฟังๆเขาไปอย่าไปขัดคอเขานะ   ทำให้เขาสบายใจที่สุด  และอย่าให้กินอาหารมากเกินไป  อดๆอยากๆบ้างจะได้ผอม  อิอิ
               
                 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 มกราคม 2007, 19:24:55 PM โดย add2 » บันทึกการเข้า
bz
Hero Member
*****
กระทู้: 1201


ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: 11 มกราคม 2007, 21:12:32 PM »

ยินดีที่กับหงิงด้วย คุณพี่คงจะหายในเร็ววัน ต้องจับลดน้ำหนักหน่อย
อ่านเมนูคุณดวง กะพี่แอ๊ดแล้วได้ความรู้ดี
ตอนนี้ย่างสามสิบแล้วต้องเริ่มสนใจกินอาหารเพื่อสุขภาพด้วยแล้วหละ ยิ้มกว้างๆ

อ่านไปอ่านไปเพิ่งทราบข่าวไอ้มด  ขอให้กำลังใจด้วยคนนะครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!