บ้านตุลาไทย
26 พฤศจิกายน 2014, 19:30:23 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิเคราะห์ระเบิดในกรุงเทพ อีกหนึ่งความคิดเห็น  (อ่าน 1614 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
madeinthailand
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 11 มกราคม 2007, 17:41:44 PM »

ผมไม่ใช้มืออาชีพ อย่าเปรียบเทียบกับคนอื่นนะครับ บทความนี้จากเป็นกลางทางความคิด ไม่ได้เข้าข้างใคร หากบทความนี้ไม่ถูกใจใคร ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

จากสัณนิฐานทั่วไปว่าฝีมือแบ่งได้ 3 กลุ่ม
1.โจรแยกดินแดนภาคใต้
2.กลุ่มคลื่นใต้น้ำ (ถ้าหมายถึงอำนาจเก่าได้แก่กลุ่มที่ถือข้างทักษิณ)
3.กลุ่มคมช.เอง

ผมจะสรุปฟันธงไปเลยนะครับ ไม่อยากบอกว่าใครได้อะไร ใครเสียอะไร ผมว่าเป็นกลุ่มของ
--------- คมช. ------
จากข้อสัญนิฐานผมตัด โจรภาคใต้และคลื่นใต้น้ำเลยครับ

1.เนื่องจากวิธีการไม่เหมือนการสู้ของทางภาคใต้ แต่ไม่แน่นอน ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นวิธีภาคใต้มาทำกับกรุงเทพ เพราะวิธีที่กรุงเทพ แสดงให้พวกภาคใต้เห็นแล้วว่าได้ผล สามารถเรียกร้องความสนใจได้ดีกว่า และเขย่ารัฐบาลได้มากกว่า

ถ้าหากเป็นภาคใต้จริง ไม่มีเหตุผลอื่นเลยที่จะปกปิด เพราะพวกเขาทำต้องเปิดออกมาให้ทราบเพื่อแสดงศักยภาพ และเพื่อให้เป็นการก่อการร้ายสากลที่ทั่วโลกจับตามอง
แต่ระเบิดที่กรุงเทพ ไม่มีโจรทางภาคใต้ออกมารับผิดชอบแสดงว่าไม่มีเหตุผลใดที่ต้องปกปิด เหตุจากดังที่กล่าวมาแล้ว

2.ผมตัดทักษิณเนื่องจากผมดูแล้วว่า ทักษิณอ่านเกมออก และรู้ว่าตัวเองจะโดนอะไร ผมยกตัวอย่างเช่น
สมัยตอนชาติชาย ก็โดนพวกทหารรัฐประหารเรื่องโกงกิน แล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ โกงอะไร เรื่องก็เงียบ หลักฐานที่ต้องชี้แจ้งต่อประชาชนก็ไม่มี เงินที่ยึดได้ไปไหน พวกประชาชนเคยรับรู้ไหมครับ

นั้นล่ะครับที่ผมจะบอก ทักษิณเองก็โดนแบบเดียวกัน แต่ทักษิณใช้คนล่ะวิธี พวกข้าราชการบางคนใช้วิธีนี้หาเงินครับ พยายามให้ลิ่วล้อ ล่อให้โกงแล้วตัวเองก็ยึดทรัพย์แบ่งเงินกันตามสบาย

แต่กรณีของทักษิณจะบอกว่าโกงก็ไม่เชิง จะบอกว่าสะอาดก็ไม่ใช้ เพราะทักษิณหลีกเลี่ยงกฎหมายมากกว่า ถ้าทักษิณผิดคนที่ซื้อ ขายหุ้นแบบทักษิณโดยไม่เสียภาษีก็ผิดด้วยสิครับ (ตรงนี้ผมสงสัยเรื่องขายชินคอร์ปว่าทำไมทักษิณพลาดท่า เพราะดูแล้วเป็นเรื่องความมั่นคงที่ทักษิณน่าจะมองออก อันเป็นจุดอ่อนให้คนที่ฉวยโอกาสทำร้ายได้)

แต่สิ่งหนึ่งที่ทักษิณมั่นใจคือ ทักษิณไม่ได้ทำผิดกฎหมาย(อันนี้แน่ๆเพราะพวกข้าราชการพูดแต่หลีกเลี่ยงแต่ไม่ได้โฆษณาว่าผิดกฎหมาย) แสดงว่าเมื่อถึงในชั้นศาล ทักษิณจะพ้นผิดแน่นอน อันเป็นความมั่นใจของตัวทักษิณเอง ถึงให้ครอบครัวอยู่ที่ประเทศไทยเพราะมั่นใจว่าตัวเองจะรอดและเป็นการบ่งบอกพวกข้าราชการต่างๆ ว่าทักษิณสู้จนถึงที่สุดแน่ๆ

ผมเลยมั่นใจว่าเกมวางระเบิดทักษิณไม่เล่นเพราะมีครอบครัวตัวเองเป็นเดิมพัน ที่ตัวทักษิณเองก็เล่นเป็น

3.ผมเลยสงสัยพวก คมช. แทน แต่ปัญหาคือคมช.กลุ่มไหนล่ะครับ กลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริง หรือกลุ่มหนึ่งที่วางแผนซ้อนเอาไว้ เพราะระเบิดครั้งนี้เป็นการบ่งบอกไม้ตายขั้นสุดท้ายว่าพวกกำลังเสียผลประโยชน์มาถึงทางตันแล้ว (ขออภัยผมไม่อาจชี้ชัดได้เนื่องจากผมไม่ได้อยู่วงใน) ผมสักเกตุระเบิดคือ
- ไม่เลียนแบบภาคใต้ ทำไมคนวางระเบิดไม่เลียนแบบล่ะครับ เคยสงสัยไหม
ผมสงสัยครับ ผมคิดว่าคนวางไม่ต้องพุ่งเป้าไปที่โจรภาคใต้แต่ต้องการพุ่มเป้าที่ทักษิณหรือคมช.มากกว่า หรือ คนวางระเบิดก็รู้ดีว่า เวลาสอบสวน พวกตำรวจจะสืบอะไรบ้าง ก็เลยรู้ทาง พวกวางระเบิดเลยหาทางวางระเบิดแบบให้ตามจับไม่ได้เช่น ไม่ใช้มือถือโทร เพราะจับคู่สัญญาณได้ หรือรู้มุมกล้องในการติดตามคนร้ายได้

- ตอนระเบิดผมสงสัยเรื่องการเล่นข่าวของผู้วางระเบิดครับ ที่วางมี ป้อมตำรวจ ห้างเซนทรัล เดอะมอล เทสโก้
ผมแปลกใจข่าวมาก ข่าวเล่นเซนทรัลกับเทสโก้มากครับ ขนาดไม่ได้วางที่เซนทรัล แต่ข่าวก็เล่นว่าวางระเบิดตรงข้ามห้างเซนทรัลตลอดเกือบทุกฉบับ แต่กับเดอะมอลข่าวไม่เล่นเลย ประเด็นนี้ผมไม่ทิ้งเลยครับ

- ป้อมตำรวจ ที่กล้องวีดีโอเสีย
อันนี้ผมไม่พูดครับ เพราะไม่ได้อยู่วงใน เลยไม่สามารถสืบค้นได้เสียเพราะอะไร

ผมสงสัยกลุ่มทหารคมช.มากเลยครับ สิ่งที่คมช.ต้องการอาจจะ
3.1 ใส่ความทักษิณหาความชอบธรรมต่อการยึดทรัพย์
* ตรงนี้ผมมองข้ามไปเลยครับ เพราะถึงอย่างไร ตามที่บอกยังไงก็ต้องสู้ในชั้นศาลอยู่ดี ไม่มีเหตุผลเลยว่าวางระเบิดแล้วจะยึดทรัพย์ทักษิณได้

3.2 ปฏิวัติซ้อน
* เป็นไปได้สูง เนื่องจากผู้อยู่เบื้องหลังต้องการล้างไพ่ใหม่เพราะเห็นแล้วว่าคะแนนคมช.เดิมเริ่มลดลงและเริ่มเสียคะแนนแล้ว ดูได้จากให้ โพลต่างๆ ประกาศออกมาว่ายังเชียร์อยู่เพราะคะแนนยังเกินครึ่ง (แต่โพลไม่สามารถเชื่อได้เลยครับ) ยิ่งทำโพลยิ่งบอกว่าตัวเองเริ่มเสียคะแนน ประเด็นนี้ไม่สามารถตัดทิ้งได้

3.2 กลบข่าวเรื่องหม่อมอุ๋ยทำเงินในตลาดทุนหายไป (อันนี้ต้องการกลบข่าวหรือเปล่า หรือต้องการให้คนเปลี่ยนความคิดว่า หุ้นตกเพราะระเบิดแทนการที่จะบอกว่าหุ้นตกเพราะนโยบายหม่อม)
* หาก 3.2 เป็นจริง ก็ขอให้สังเกตผู้ที่เข้าช้อนหุ้นตอนหุ้นตกนะครับ ว่ามีใครช้อนซื้อบ้าง ถึงมั่นใจว่าไม่มีการวางระเบิดอีก(เพราะตัวเองวางแผนเอง) ประเด็นนี้ไม่สามารถตัดทิ้งได้

3.3 ตัวคมช.เอง เพื่อคงกฎอัยการศึก
* ประเด็นนี้ผมตัดทิ้งเลย เพราะคมช.ทำมีแต่เสียกับเสีย

ผมขอสรุปว่าผู้วางระเบิด
เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังคมช. โดยให้สังเกตว่าเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์จากการเล่นข่าวนี้ตามที่ผมสงสัยคือ เป็นผู้ที่ได้ประโยชน์ต่อห้างเดอะมอล สยามพารากอน (จากที่ข่าวไม่มีเล่นเลย) และผู้ที่ได้ประโยชน์ต่อการเข้าช้อนหุ้นราคาถูก


ผลที่เกิดในอนาคต
ผู้วางระเบิดคงไม่คิดว่า โจรภาคใต้จะเข้ากรุงเทพ แต่อนาคตไม่แน่เพราะพวกคุณทำให้พวกเขาเห็นแล้วว่า เมื่อมาเล่นที่กรุงเทพจะได้ผลมากกว่า ถ้าหากที่กรุงเทพไม่มีวางเลย ผมจะมาสัณนิฐานต่อเหตุการณ์ภาคใต้ต่อครับ

สิ่งที่ผมสงสัย
- กลุ่มที่เผาโรงเรียนทางภาคอีสารกับวางระเบิดในกรุงเทพเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ผมสรุปไม่ได้ (เพราะไม่ได้อยู่วงใน)

ปล.ผู้อยู่เบื้องหลังที่ผมสัณนิฐานเป็นใครไม่สามารถหยั่งรู้ได้ อย่าเชื่อเพียงเพราะสงครามสื่อกรอกหูให้คุณเชื่อครับ

ถ้าชอบบทความผม อ่านบทความในลิงค์นี้หน่อยครับ ผมโดนทำเหมือนไม่ใช้คน
http://www.geocities.com/scb100yrs
บันทึกการเข้า
จันทน์
Hero Member
*****
กระทู้: 2914


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 11 มกราคม 2007, 18:12:56 PM »

   
'จงรัก'เผยคดีระเบิดกรุง คืบหน้า50% ขู่โทษประหารชีวิต

11 มกราคม 2550 13:19 น.  กรุงเทพธุรกิจ

ผู้ช่วยผบ.ตร. เผยชุดสอบสวนคดีเหตุระเบิด 8 จุดในกรุงเทพฯ และนนทบุรี สอบพยานบุคคลไปแล้ว 66 ปาก คืบหน้าไป 50% พร้อมสั่งให้หาพยานบุคคลในจุดเกิดเหตุเพิ่ม เตรียมตั้งข้อหาหนักฆ่าคนตาย- ก่อการร้าย มีโทษประหารชีวิต พร้อมปัดข่าวจับนายทหารคนดัง

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวนคดีลอบวางระเบิด 8 จุด ในกรุงเทพฯ และนนทบุรี เมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค.2549 โดยเรียกพนักงานสอบสวนในพื้นที่จุดเกิดเหตุทั้ง 8 จุด มาประชุมร่วมกันเพื่อเตรียมสรุปสำนวนคดีทั้งหมด ใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง

พล.ต.ท.จงรัก กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้ได้เรียกประชุมฝ่ายสอบสวนทั้งหมด เพื่อเตรียมสรุปสำนวนคดีหลังจากที่ให้พนักงานสอบสวนในแต่ละพื้นที่ทำการสืบสวนสอบสวนพยานต่าง ๆ ได้ระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งวันนี้ได้เน้นย้ำให้พนักงานสอบสวนกลับไปเสาะหาพยานบุคคล ที่อาจจะรู้เห็นเหตุการณ์เพิ่มเติมอีก โดยตนอยากจะขอร้องพี่น้องประชาชนผู้เห็นเหตุการณ์ ให้ช่วยกันแจ้งเบาะแส ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้

พล.ต.ท. จงรัก กล่าวอีกว่า ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุจะเป็นกลุ่มไหนนั้น ฝ่ายสืบสวนสอบสวนกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งรายละเอียดคงไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ ต้องเป็นเรื่องของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) ที่จะป็นผู้มีอำนาจในการให้ข่าวแต่ผู้เดียว

"หากฝ่ายสืบสวนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดมาได้ ทางฝ่ายสอบสวนก็ได้เตรียมข้อหาไว้ให้แล้วหลายข้อหา โดยข้อหาหนักๆ ที่เตรียมไว้ นอกจากข้อหาฆ่าคนตายที่มีโทษประหารชีวิตแล้ว ก็คือข้อหาก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา135/1 ซึ่งระบุว่า ผู้ใดกระทำการใด อันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย เพื่อสร้างความปั่นป่วน ให้เกิดความหวาดกลัวให้หมู่ประชาชน ให้ถือว่าเป็นความผิดฐานก่อการร้าย ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งเป็นข้อหาใหม่ที่เพิ่มเข้าในประมวลกฎหมายอาญา อีกข้อหาหนึ่งด้วย"

ผู้ช่วยผบ.ตร. ระบุอีกว่า ผู้ที่วางระเบิดหลายจุดในคืนดังกล่าว เชื่อว่าเป็นกลุ่มเดียวกันทั้งหมด ซึ่งไม่ว่าจะคนร้ายจะเป็นใครก็ตาม ขอให้หยุดการกระทำเสีย โดยเฉพาะผู้ที่คิดจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือให้เขา ขออย่าไปทำเป็นอันขาด เพราะในเรื่องนี้มีโทษถึงประหารชีวิต และฝากผู้ที่ถูกใช้ให้มาวางระเบิดกลับไปคิดดูรับจ้างเขาให้เอาระเบิดมาวาง ใช้เวลาเพียง 1 นาที แต่ต้องกลับไปนอนก่ายหน้าผาก กลัวถูกจับไปอีก 20 ปี เพราะอายุความในเรื่องนี้ถึง 20 ปี หรือถ้าจับได้มีโทษถึงประหารชีวิต

พล.ต.ท. จงรัก กล่าวต่อว่า ในตอนนี้ทางฝ่ายสอบสวนสามารถสอบพยานบุคคลไปแล้ว 66 ปาก มีทั้งผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ถือว่ามีความคืบหน้าไปประมาณ 50 ปอร์เซ็นต์ แล้วฝากข้อร้องพี่น้องประชาชนให้ข้อมูลกับตำรวจ เพราะในตอนนี้ฝ่ายสืบสวนกำลังทำงานอย่างเต็มที่แล้ว และพยายามที่จะหาตัวผู้กระทะผิดให้ได้ เพื่อที่จะได้นำตัวคนผิดมาลงโทษดำเนินคดีตามกฎหมาย เรื่องว่าจะมีคนมีสีเข้าไปเกี่ยวข้องในการวางระเบิดหรือไม่นั้นจะต้องทำการสอบสวนและรวบรวมข้อมูลก่อนยังไม่สามารถสรุปได้ในตอนนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่าในวันเด็กแห่งชาติจะมีการวางระเบิดอีกหรือไม่ และมีมาตรการป้องกัน0อย่างไร พล.ต.ท. จงรัก กล่าวว่า ในเรื่องนี้ ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) และฝ่ายทหารได้มีการประสานงานกัน วางมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่ เชื่อว่าจะไม่มีการวางระเบิดอีก แต่ถ้าหากมีใครลงมือวางระเปิดอีก จะถือว่าเป็นขบวนการเดียวกันกับที่วางแล้วหลายจุดในครั้งแรก หากจับได้ก็จะดำเนินคดีย้อนหลังไปถึงการกระทำใน 8 ครั้งแรก ถือว่าเป็นการกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระ โดยกลุ่มบุคคลเดียวกันจะมาอ้างว่าเพิ่งจะทำในครั้งหลังเพียงครั้งเดียวไม่ได้ ต้องถือว่าเป็นขบวนการเดียวกันที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองมาตั่งแต่แรกและจะต้องถูกเพิ่มโทษอย่างทวีคูณย้อนหลังไปอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่มีการควบคุมตัวนายทหารคนหนึ่งไว้ว่าเป็นจริงหรือไม่ พล.ต.ท.จงรัก กล่าวว่า เรื่องนี้ทางพนักงานสอบสวนยังไม่มีข้อมูล และยืนยันว่าพนักงานสอบสวนยังไม่ได้เชิญนายทหารคนไหนมาสอบสวน
 
 
 http://www.bangkokbiznews.com/viewNews.jsp?newsid=146765
บันทึกการเข้า

เดือนเด่นคืนเพ็ญเห็นทาง           เดือนมืดมิอ้างว้างก็เห็นหน
เดือนเลื่อนมิเคลื่อนกลางใจคน    มีกมลสว่างสู้สู่เส้นชัย
จันทน์
Hero Member
*****
กระทู้: 2914


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 11 มกราคม 2007, 18:23:51 PM »

“จิ๋ว” เข้าบ้านสี่เสาฯ - สะพัด! เคลียร์จุดยืนต่อหน้า “ป๋าเปรม” 
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 11 มกราคม 2550 12:38 น.
 
 
  “ชวลิต” เข้าบ้านสี่เสาพบ “ป๋าเปรม” ตั้งแต่เช้า คาดเคลียร์ข่าวฉาว ต้องการย้ำจุดยืนทางการเมืองท่ามกลางสถานการณ์ร้อนระอุ ขณะที่ทั้งสื่อไทย-เทศเฝ้าจับตากันเนืองแน่น แต่ผ่านไป 1 ชั่วโมงกลับออกมาปิดปากเงียบ
       
       วันนี้ (11 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านที่เสาเทเวศร์ ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวจำนวนมาก
       
       เป็นที่น่าสังเกตว่า การเข้าพบ พล.อ.เปรม ของ พล.อ.ชวลิต ในครั้งนี้มีขึ้นในท่ามกลางกระแสข่าวความขัดแย้งกันระหว่าง พล.อ.ชวลิต กับรัฐบาล และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวออกมาให้สัมภาษณ์เตือนในเรื่องการแต่งตั้งนายทหารเข้าไปเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจว่าไม่เหมาะสม หรือกรณีที่มีการปล่อยข่าวในเรื่องโบกี้รถไฟที่บ้านพักส่วนตัวที่เขายายเที่ยง รวมทั้งลุกลามไปสู่การครอบครองที่ดินของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีในบริเวณดังกล่าว จนนำไปสู่การให้สัมภาษณ์ตอบโต้กันอย่างรุนแรงเมื่อปลายปีที่แล้ว
       
       มีรายนงานว่า การเข้าพบ พล.อ.เปรม ครั้งนี้ พล.อ.ชวลิต ต้องการเคลียร์ปัญหาบางอย่าง และทำความเข้าใจในจุดยืนของตัวเองเพื่อให้ พล.อ.เปรมได้รับทราบด้วย
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเข้าพบครั้งนี้ พล.อ.ชวลิต มาในชุดเสื้อพระราชทานสีฟ้า โดยเมื่อเข้าไปภายในบ้านสี่เสาฯ ก็ได้นั่งรออยู่ที่ที่นั่งพักหน้าบ้านนานประมาณ 5 นาที ซึ่งดูเหมือนมีเจตนาจงใจให้สื่อได้ถ่ายภาพ จากนั้นจึงได้เข้าไปภายในบ้าน
       
       หลังการเข้าพบประมาณ 1 ชั่วโมง เวลาประมาณ 10.15 น. พล.อ.ชวลิต ก็ได้กลับออกมา โดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่ดักรอกันอยู่จำนวนมาก โดยรถของ พล.อ.ชวลิต พร้อมด้วยนายทหารคนสนิทได้มุ่งหน้าไปยังบ้านพักในซอยปิ่นประภาคม ที่จังหวัดนนทบุรีทันที
 
 http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9500000003386
 
บันทึกการเข้า

เดือนเด่นคืนเพ็ญเห็นทาง           เดือนมืดมิอ้างว้างก็เห็นหน
เดือนเลื่อนมิเคลื่อนกลางใจคน    มีกมลสว่างสู้สู่เส้นชัย
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.18 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!