บ้านตุลาไทย
26 ตุลาคม 2014, 04:07:09 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 4 5 [6]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มารู้จักขบวนการออทิสติกกันเถอะ.....  (อ่าน 50210 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #75 เมื่อ: 22 มกราคม 2011, 21:20:24 PM »

วันนี้ได้มีโอกาสคุยกะพ่อบ้าน ที่ชอบเข้าไปทำข้อสอบ สำหรับพวกแพทย์ที่จบแล้ว....ที่ถูกพวกหมอขี้เกียจอ่านขี้เกียจค้นคว้าฟ้องศาลปกครองจนตกไปแล้ว แต่พ่อบ้านยังชอบทำอยู่ ว่าถ้าทำครบสี่พันข้อในห้าปี(แก่หง่อมพอดี?) จะได้ใบประกาศเกียรติคุณจากสมาคมแพทย์อเมริกัน? ถ้าเรียกชื่อใบผิดก็ทำนองนี้แหละ....หัวเราะ

แต่ที่อิฉันตื่นเต้นคือ เพิ่นเข้าไปค้น เรื่องโรค ms เขียอังกิดไม่ถูกแต่ออกเป็นเสียงว่า มัลตี้เพิลสโคโรซิส แบบว่า ระยางของเซลประสาทในสมองมันยไม่มีเปลือกหุ้มเป็นระยะๆ อ่ะ ที่เรียกว่าไมเยลินประมาณนี้ เหมือนสายไฟที่ไม่มีฉนวนหุ้ม ทำให้เซลประสาทมันส่งข่าวสารกันติดขัดๆ จากเซลหนึ่งไปอีกเซลหนึ่ง......
ทำนองนี้ ทำให้คิดช้า ตอบสนองช้า ชัก......ก็ลองนึกถึงสายไฟที่ไม่มีแนวนหุ้มนั่นแหละ....เพราะนานมาแล้วที่อิฉันถามพ่อบ้านว่าลูกชายอิฉันจะเป็นโรคนี้ได้ไหม.....ฮืม คือ จริงๆ แล้ว คำว่าออทิสติกมันไม่ตอบปัญหาอะไรเลยไง....แบบว่าคำว่าออทิสติกบอกเพียงกลุ่มอาการที่แสดงออกมาภายนอก -ไม่พู -พูดมา ไม่สบตา หมุน ฯลฯ แต่ไม่บอกบอกเลยว่าข้างในเป็นอะไร อย่างถ้าเราบอกว่าปอดบวม นี่้พวกหมาเอ้ยพวกหมอ บอกได้เลย อะไรทำให้เกิด เกิดตรงไหน จะลามจะพัฒนาไปไง จบไง.....ใช้ยาอะไร

ตานี้โรค เอ็มเอส นี้มียารักษาแล้ว.....หาย!

อิฉันต้องพาลูกไปทำเอ็มอาร์ไอ เพื่อดูสมองอีกครั้ง ตอนทำไปครั้งแรกตอนเขาอายุสิบกว่าปี.....เจอแผลเป็นในสมองแบบกระจายๆๆๆ (ไม่รุ-ไม่ใช่หมอ -แต่หมอกี่คนๆ เขาดูเขาอ่าน(ที่ดูฟิล์มไม่เป็นเขาก็อ่านที่หมอที่ดูเป็นอ่านผลไว้ให้) ...แต่ยาแพงมากกก......ฮืม? นึกถุึงหมอดูที่ดูลูกชายเมื่อตอนเล็กๆว่าโตขึ้นเขาจะหาย? จะจริงไม๊น้อ....แต่อะไรก็ตามที่ทำให้มีความหวังมันเหมือนว่าต้องคว้าไว้ก่อน....


บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #76 เมื่อ: 05 กุมภาพันธ์ 2011, 23:15:10 PM »

 เศร้า เศร้า เศร้า เศร้า
เออ..ถูกหลอกเข้าใจผิด...เอ็มเอสเป็นโรคที่ตายเร็วและตายเท่านั้น....
ฟฟฟฟ
สงกะสัยกองทุนการศึกษาเพื่อบุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรูhและบุคคลสมาธิสั้น ที่ทางเครือข่ายผู้ปกครองพยาบยามผลักดันมาทุกรัฐบาลนับแต่รัฐบาลทักษิณ ๒ จะมีอาถรรณ์ จริงๆ ใครที่มีอำนาจที่ปฎิเสธหรือขัดขวางกองทุนนี้มีอันเป็นไปทุกราย...
เริ่มแต่รัฐบาลทักษิณ ๒ กองทุนนี้ผ่านความเห็นชอบจากทุกองค์กรหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาหมดมาถึงมือคุณทักษิณๆ โยนลงตระกร้า.....ได้ไม่กี่เดือนก็มีอันเป็นไปถูกปฎิวัติ
มารัฐบาล คมช. ท่านหม่อมอุ๋ย(รมต.คลัง)ดันออกไปๆ ก็ไปก่อนกำหนด.......ก้ถูกปฏิเสธมาเรื่อยๆ ....แล้วก็มาถึงรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์.....
คุณอภิสิทธิ์มีบัญชาให้ตั้ง เข้าคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการจัดตั้งกองทุนกรมบัญชีกลาง ....ผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกสามคน.....ว่าพิจารณาตามมติ ครม.สมัครผู้ล่วงลับ....ตั้งไม่ได้ขัดกับมติ ครม.สมัคร....(ไปแล้วยังแผลงฤทธิ์แผลงเดช)
ก็แปลกใจนะทีทำเรื่องอื่นใช้งบประมาณกันโครมๆ.....ทำกันได้ พอจะทำเรื่องดีๆเข้าบ้างติดขัดกันไปหมด....เมื่อวันที่ ๔ ไปประชุมเรื่องนี้ กันที่ สกอ. ตกลงถอดใจกันหมดไม่ตั้งก็ไม่ตั้ง(วะ-ในใจ-ขอให้แม่งงมีอันเป็นไปทั้งรัฐบาลทั้งพรรคทุกพรรค)....ปรับเป็นแผนงานแล้วไปอยู่ใต้กองทุนคนพิการทุกประเภท...ก็ม่รุผลจะออกมาเป็นไง.....เป็นอันกองทุนนี้ล้มไปแล้วอย่างถาวร....กระทั่งคุณอภิสิทธิ์นายกรัฐมนตรีคุณพ่อหัวอกอันเดียวกันแท้ๆ...ยังตั้งไม่ได้....ไม่ทันไร.....ก็มีเสียงจากเวทีพันธมิตร...อภิสิทธิ์ออกไๆๆๆ เช่นเดียวกะสมัยคุณทักษิณ....ไปเลยไม่กี่วันหลังจากโยนกองทุนนี้ลงตระกร้า....ข้าพเจ้าก็ถอดใจแล้วๆแต่เวรแต่กรรม.....ใครทำอะไรไปก็ขอให้ได้อย่างนั้น....ถ้ามีความจริงใจมีรึจะตั้งจะทำไม่ได้?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 กุมภาพันธ์ 2011, 02:06:03 AM โดย change » บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #77 เมื่อ: 07 มีนาคม 2011, 07:49:33 AM »

ไม่เว้นรัฐบาลเทพเทือกนรกอุ้มสมเนชั่วจับมือทักชั่วสมคบคิดเขมรเขมืบแผ่นดินไทยแลกผลประโยชน์ทับซ้อนในทะเลให้บรรษัทข้ามชาติฮุบแหล่งพลังงานแหล่งสุดท้ายในอ่าวไทย
บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #78 เมื่อ: 07 มีนาคม 2011, 08:00:34 AM »

มันไม่ใช่คนไทย ไม่มีสำนึกของความเป็นไทย มันเตรียมไปอยู่อังกิดตามสัญชาติเกิดของมัน
บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #79 เมื่อ: 31 ธันวาคม 2012, 14:34:29 PM »

Autism Road Map

แผนภูมิชีวิตบุคคลออทิสติก (Autism Road Map)กำหนด "กลไก" ที่ประเทศนี้จะต้อง จัดให้มีขึ้น ใน โครงสร้างของรัฐและสังคมไทย  ดังนี้ คือ สถาบันวิจัยออทิซึ่ม, บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน,   ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกและห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน, คลินิกพิเศษออทิสติกในโรงพยาบาลทั่วไป

ที่เรียกร้องต้องการคือ ต้องการให้รัฐ-รัฐบาล เอา "กลไก" ตาม Autism Road Map ดังกล่าว ใส่เข้าไปใน โครงสร้างของรัฐ-สังคมที่มีอยู่แล้ว ดังนี้ เอา สถาบันวิจัยออทิซึ่ม ใส่เข้าไปในมหาวิทยาลัยของรัฐหรือในกำกับของรัฐ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่มีโรงเรียนแพทย์ อาทิ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นต้น, เอา บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน(หลังแรกของประเทศ)ใส่เข้าไปใน กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ[ให้ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พัฒนาจนได้ที่ แล้วจึง ถ่ายโอน ให้ กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย], เอา ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกและห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน ใส่เข้าไปในโรงเรียนทั่วไปทั่วประเทศที่ปรากฏมีบุคคลออทิสติกในวัยโรงเรียน, เอา คลินิกพิเศษออทิสติกในโรงพยาบาลทั่วไป ใส่เข้าไปในโรงพยาบาลทั่วไป(ไม่ใช่โรงพยาบาลโรคจิต) ที่มีอยู่แล้วทุกระดับ/ทั้งระดับโรงพยาบาลศูนย์และระดับโรงพยาบาลชุมชน

ง่ายๆ เพียงเท่านี้เอง!
http://autisticthailand.com/authailand2012/autismroadmap.htm
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 ธันวาคม 2012, 14:37:12 PM โดย salt » บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #80 เมื่อ: 31 ธันวาคม 2012, 14:38:14 PM »

http://autisticthailand.com/authailand2012/pics1/Visio-Roadmap04.pdf
บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #81 เมื่อ: 31 ธันวาคม 2012, 14:39:46 PM »

สถาบันวิจัยออทิสซึ่มในชุมชนเมืองมหาวิทยาลัย


สถาบันวิจัยออทิซึ่ม:
จะประกอบด้วยศูนย์วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อบุุคคลที่มีกลุ่มอาการออทิซึ่ม ๓ ศูนย์ ได้แก่

๑.ศูนย์วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมทางด้านการแพทย์การบำบัดเพื่อบุคคลที่มีกลุ่มอาการออทิซึ่ม

๒.ศูนย์วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมทางด้านการศึกษาเพื่อบุคคลที่มีกลุ่มอาการออทิซึ่ม

๓.ศูนย์วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมทางด้านสวัสดิการสังคมเพื่อบุคคลที่มีกลุ่มอาการออทิซึ่ม
------------------------

๑. ศูนย์วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมทางด้านการแพทย์การบำบัดเพื่อบุคคลที่มีกลุ่มอาการออทิซึ่ม มี @คลินิกพิเศษออทิสติกฯ สาธิต ในโรงพยาบาลที่มีโรงเรียนแพทย์เป็นภาคสนาม
โดยให้มีหน้าที่หลักในการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมทางด้านการแพทย์การบำบัดเพื่อบุคคลที่มีกลุ่มอาการออทิซึ่ม

ดังนี้


๑. ในส่วนที่เกี่ยวกับยา-สารเคมี-หัตถการทางการแพทย์

๑.๑ ต้องการให้มีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารขนาดของยาที่ใช้กับบุคคลออทิสติก และผลที่มีต่อพฤติกรรมทั้งที่พึงประสงค์และไม่พึงประสงค์

๑.๒ ต้องการให้มีการคิดนวัตกรรมหัตการทางการแพทย์ที่จะใช้กับบุคคลออทิสติก เช่น การทำฟัน การเจาะเลือด ฯลฯ

๑.๓ ต้องการให้มีการคิดนวัตกรรมกระบวนการบริการคนไข้นอกและคนไข้ในที่สอดคล้องกับธรรมชาติของบุคคลออทิสติก

๒.ในส่วนที่เกี่ยวกับการบำบัดที่กระทำโดยนักบบำบัดและบุคลากรด้านการแพทย์การบำบัดอื่นๆ ที่ไม่ใช่แพทย์

๒.๑ ต้องการนวัตกรรมกระบวนการพัฒนาประสาทการรับรู้ระบบต่างๆ ในบริบทของคลินิก

๒.๒ ต้องการนวัตกรรมกระบวนการพัฒนาประสาทการรับรู้ระบบต่างๆ ในบริบทของศูนย์อนุบาลเด็กเล็กในชุมชน

๒.๓ ต้องการนวัตกรรมกระบวนการพัฒนาประสาทการรับรู้ระบบต่างๆ ในบริบทของห้องเรียน ๒ รูปแบบ;ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกและห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชน

๒.๔ ต้องการนวัตกรรมกระบวนการพัฒนาประสาทการรับรู้ระบบต่างๆ ในบริบทของบ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน ฯลฯ

------------------------

๒.ศูนย์วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมทางด้านการศึกษาเพื่อบุคคลที่มีกลุ่มอาการออทิซึ่ม ภาระงานของศูนย์นี้ครอบคลุมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อสำหรับบุคคลออทิสติก ครบทุกระดับและระบบการศึกษา ทั้งนอกและในระบบ ตั้งแต่ระดับปฐมวัยไปจนระดับอุดมศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีคณะศึกษาศาสตร์เป็นเจ้าภาพ ศูนย์จะแบ่งออกเป็น ๓ ฝ่าย ดังนี้

๑.ฝ่ายวิจัยและพัฒนาการศึกษาสำหรับบุคคลออทิสติกระดับปฐมวัยจนถึงระดับมัธยมศึกษา (หรือการศึกษาระดับก่อนการอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา) โดยเฉพาะหน้าเร่งด่วนต้องการให้วิจัยและพัฒนาเชิงระบบเรื่องห้องเรียน ๒ รูปแบบ;ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกและห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน ฝ่ายนี้มีโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัย เป็นภาคสนาม

๒.ฝ่ายวิจัยและพัฒนาการศึกษาสำหรับบุคคลออทิสติกระดับการอาชีวศึกษาและการฝึกอาชีพ โดยเฉพาะหน้าต้องการให้วิจัยเชิงกระบวนการในการจัดทำและบริหารหลักสูตรการฝึกอาชีพในบริบทของการอาชีวบำบัด สำหรับออทิสติกศักยภาพต่ำในวัยรุ่นวัยผู้ใหญ่วัยทำงาน

๓.ฝ่ายวิจัยและพัฒนาการศึกษาสำหรับบุคคลออทิสติกระดับการอุดมศึกษา โดยเฉพาะหน้าต้องการให้วิจัยเชิงกระบวนการในการให้ความช่วยเหลือบุคคลออทิสติกศักยภาพสูงในวัยรุ่นวัยผู้ใหญ่วัยทำงาน ที่สามารถเข้าเรียนหลักสูตรระดับอุดมศึกษาร่วมกับนักศึกษาที่เป็นบุคคลปกติได้ แต่ยังคงมีปัญหาทางด้านการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและความไม่เข้าในบริบทต่างๆ ทางสังคม

--------------------------------

๓.ศูนย์วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมทางด้านสวัสดิการสังคมเพื่อบุคคลที่มีกลุ่มอาการออทิซึ่ม

มี "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองมหาวิทยาลัย"(บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกสาธิต) เป็นภาคสนาม โดยให้มีหน้าที่หลักในการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้  และนวัตกรรมทางด้านสวัสดิการสังคมเพื่อบุคคลที่มีกลุ่มอาการออทิซึ่ม ที่สนองตอบต่อความต้องการจำเป้นพิเศษของบุคคลออทิสติกตลอดการใช้ชีวิตประจำวัน ๒๔ ชม. ๓๖๕ วัน เริ่มต้นมีคณะสังคมศาสตร์ เป็นเจ้าภาพ และคณะที่จะร่วมกันผลิตบุคลากรที่จะทำงานในหน่วยงานของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เรียกว่า  "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน" ซึ่ง(อาจจะ) ได้แก่นักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(ออทิสติก) นักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์(ออทิสติก) นักพัฒนาศักยภาพมนุษย์(ออทิสติก)


http://autisticthailand.com/authailand2012/autisminstitueKKU/autisminstitue.htm
บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #82 เมื่อ: 31 ธันวาคม 2012, 14:41:22 PM »

บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน

ประมวลหลักคิด;
๑.หลักคุณภาพคู่คุณธรรม
คุณภาพของสังคมของสังคมมนุษย์ ก็คือ คุณธรรม ความมั่นคงของมนุษย์ ก็คือ บ้าน

ด้วยเพราะธรรมชาติของบุคลออทิสติก ทำให้บุคคลออทิสติกจะต้องมี ๒ บ้าน ได้แก่ บ้านส่วนตัวของครอบครัวของพวกเขาและ บ้านส่วนรวมของกลุ่มของพวกเขาในชุมชนที่(ให้)เรียกว่า "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน(๒๔ ชม. ๓๖๕ วัน)" อันเป็น "สวัสดิการสังคม" ซึ่งรัฐจะต้องจัดให้อย่างมี"คุณภาพ" ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการจำเป็นพิเศษ (special needs) ของบุคคลออทิสติกได้

 กล่าวสำหรับกลุ่มออทิสติก "คุณภาพ" ของ "บ้าน" ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการจำเป็นพิเศษ (special needs) ของบุคคลออทิสติกได้นั้น ก็คือ "คุณภาพ" ของ การบูรณาการ-การบริหารจัดการแบบ "บ้าน+ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต+ศูนย์การฝึกอาชีพ+ศูนย์การบำบัด" เข้าไว้ด้วยกัน และในกรณีของจังหวัดขอนแก่นก็ต้องเป็น "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น" จะเป็น "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน(๒๔ ชม. ๓๖๕ วัน)" หลังแรก

 ๒.หลักการประสานใช้ทรัพยากรท้องถิ่น/ในพื้นที่เพื่อประโยชน์สูงสุดของบุคคลออทิสติก
 กระบวนการบริหารจัดการบ้านพิทักษ์ฯ จะต้องมี การประสานใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นในทุกมิติที่มี มาใช้ให้เกิด ประโยชน์สูงสุด ต่อ การพัฒนาศักยภาพ และ คุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติก เช่น การประสานกับกองทัพในพื้นที่จัดกิจกรรมอาชาบำบัดก็ดี กิจกรรมพัฒนาบุคลิกภาพการเคลื่อนไหวของบุคคลออทิสติกด้วยการฝึกท่ากายบุคคลของนักศึกษาวิชาทหารก็ดี การประสานกับการศึกษานอกโรงเรียน (ก.ศ.น.)เพื่อการจัดการศึกษานอกระบบโดยเอาบ้านพิทักษ์ฯ เป็นศูนย์การเรียนรู้ สำหรับบุคคลออทิสติกสมาชิกของบ้านพิทักษ์ฯ ที่ต้องการวุฒิทางการศึกษาเพื่อใช้ในการสมัครเข้าทำงานก็ดี เป็นต้น

 ๓.หลักการพัฒนาแบบคู่ขนานเพื่อบุคคลออทิสติก
 จะต้องพัฒนาระบบระเบียบวิธีการด้านต่างๆ ที่ยังไม่มีอย่างเฉพาะเจาะจงสำหรับกลุ่มบุคคลออทิสติกให้เกิดมีขึ้น คู่ขนานล้อกันไปกับที่รัฐและสังคมมีให้กับกลุ่มบุคคลปกติ เช่น รัฐมีกรอบอัตราบุคลากรด้านต่างๆ ให้กับกลุ่มคนปกติ รัฐก็ต้องมีกรอบบุคลากรด้านต่างๆ ให้กับกลุ่มคนออทิสติกด้วย ซึ่งในกรณีนี้ก็คือ กรอบอัตราบุคคลากรที่เฉพาะเจาะจง ของ "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน (๒๔ ชม. ๓๖๕ วัน)",กระบวนการพัฒนาบุคลากรที่มีวิธีการงบประมาณรองรับอย่างเฉพาะเจาะจง, กระบวนการพัฒนาบุคคลออทิสติกอย่างรอบด้านเป็นรายบุคคลที่มีระเบียบปฏิบัติและงบประมาณของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรองรับ ฯลฯ

 ๔. หลักการพิทักษ์สิทธิและการเคารพซึ่งศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์
 กระบวนการบริหารจัดการทุกด้าน ของ "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน (๒๔ ชม. ๓๖๕ วัน)" จะต้องไม่ละเมิดซึ่งศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ของบุคคลออทิสติกและต้องพิทักษ์ไว้ซึ่งสิทธิประโยชน์สูงสุดของบุคคลออทิสติกผู้เป็นสมาชิก เช่น มีกระบวนการเฝ้าระวังการล่วงละเมิดทางเพศและการถูกระทำด้วยความรุนแรง ทั้งจากบุคลากร, จากสมาชิกที่เป็นบุคคลออทิสติกด้วยกัน และจากการทำร้ายตัวเองของบุคคลออทิสติกเอง ด้วยการติดกล้องโทรทัศน์วงจรปิดมีเวรตรวจตราการจัดกิจกรรมทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นระยะๆ มีการบริหารจัดการชีวิตความเป็นอยู่ภายในบ้านที่เคารพ "ความเป็นส่วนตัว" ของบุคคลออทิสติก มีกระบวนการกำกับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติกที่เป็นสมาชิกอยู่ประจำของบ้าน ทั้งด้านความสะอาดและด้านปัจจัย ๔ เป็นต้น

ประมวลโครงการนำสู่ภาคปฏิบัติ;
จากหลักความคิดชี้นำ ๔ ข้อข้างต้น การพัฒนาและทำให้เกิดมีขึ้นจริง ซึ่ง บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น จะต้องมีโครงการเพื่อนำลงสู่ภาคปฏิบัติจริง ๕ โครงการ ดังนี้
 ๑/โครงการพัฒนาด้านอาคารสถานที่
 ๒/โครงการพัฒนาด้านศักยภาพและคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติก
 ๓/โครงการพัฒนาด้านศักยภาพบุคลากร
 ๔/โครงการพัฒนาด้านระบบบริหารจัดการ "บ้านพิทักษ์ฯ" เพื่อการเป็น "กลไก"/"หน่วยงาน" ปกติในโครงสร้างของรัฐ
 ๕/โครงการพัฒนา กฎ เกณฑ์ ระเบียบวิธีปฏิบัติ และ วิธีการงบประมาณสำหรับบ้านพิทักษ์ฯ เพื่อเป็นกฎหมายระดับต่างๆ รองรับการเป็น "หน่วยงาน" ในโครงสร้างของรัฐเพื่อเข้าสู่ระบบงบประมาณปกติ

 ๑/ โครงการพัฒนาด้านอาคารสถานที่
 แต่เดิมที่ออกแบบไว้แต่แรกนั้น ตัวอาคารจะเดินติดต่อถึงกันได้ทุกอาคารเพื่อสะดวกในการดูแล และจะปิดล็อกได้เป็นส่วนๆ เพื่อความปลอดภัย ระเบียง รั้ว และวัสดุที่ใช้จะคำนึงถึงความปลอดภัย เน้นความแข็งแรงของโครงสร้างและความทนทานของวัสดุที่เลือกใช้ ที่จะต้องสอดคล้องกับธรรมชาติของออทิสติกเป็นอย่างสูง ไม่ติดตั้งด้วยกระจกหรือวัสดุที่แตกเปราะง่ายเป็นอันตราย มีพื้นสันทนาการ ออกกำลัง เล่นกีฬา เรียนรู้ มีห้องปรับพฤติกรรม ห้องส่วนตัว บางห้องอาจมีห้องน้ำในตัวเพราะบางคนอาจต้องฝึกการเข้าห้องน้ำ การทำความสะอาดห้องน้ำ ฯลฯ
 หมายเหตุ:โครงการที่เทศบาลเขียนยังขาดอาคารบ้านพัก "พ่อบ้าน" ผู้ดูแลบ้านตลอด ๒๔ ชม. และอาคารทั้งหมดจะมี ๓-๔ อาคารติดต่อถึงกันหมด/ตามแปลน [หมายถึงแต่เดิมออกแบบไว้ให้มีบ้านพักของผู้ปกครองบ้านอยู่ในบริเวณเดียวกับบ้านพิทักษ์ฯ เลียนแบบโรงเพยาบาลชุมชน ที่บ้านพักผู้อำนวยการโรงพยาบาลอยู่ในรั้วเดียวกับโรงพยาบาล เพื่อที่ว่าจะมีผู้รับผิดชอบตลอด ๒๔ ชม.]

๒/ โครงการพัฒนาด้านศักยภาพและคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติก
ประเภทของสมาชิก
บุคคลออทิสติกที่เป็นสมาชิกของบ้านพิทักษ์ฯ จะมีอยู่ ๒ ประเภท คือ สมาชิกประจำ และ สมาชิกแบบไป-กลับ
-สมาชิกประจำ คือ สมาชิกที่บ้านพิทักษ์ฯ จะต้องรับผิดชอบตลอด ๒๔ ช.ม./จำนวน ๑-๕ คน (เพราะยังเป็นโครงการทดลอง/วิจัย/นำร่อง)
-สมาชิกแบบไป-กลับ คือ สมาชิกที่มารับบริการแบบไปกลับ ซึ่งบ้านพิทักษ์จะรับผิดชอบตามโปรแกรมที่เข้ารับบริการ
 การดูแลบุคคลออทิสติก
 บุคคลออทิสติก สมาชิก ของ บ้านพิทักษ์ฯ ที่อยู่ประจำทุกคน จะต้องมีเจ้าหน้าที่ ที่จะจัดทำเอกสารบันทึกติดตามความก้าวหน้าด้านต่างๆ ทุกด้าน รับผิดชอบอย่างเฉพาะเจาะจง [แบ่งเป็นทีม:ทีมรับผิดชอบสมาชิกที่ไป-กลับ, ทีมรับผิดชอบสมาชิกที่อยู่ประจำ โดยในทีมก็มีการรับผิดชอบเป็นรายบุคคลอีกชั้นหนึ่ง]
คุณสมบัติของสมาชิก
สมาชิกทั้ง ๒ ประเภท จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
 ๑/อายุ ๑๒ ปีขึ้นไป
๒/ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์;ว่าเป็นบุคคลออทิสติกหรือใกล้เคียง
 ๓/สำหรับสมาชิกประจำมีความจำเป็นที่ผู้ปกครองดูแลไม่ได้หรือไม่มีผู้ปกครองดูแล/ป่วย-ตาย-สาบสูญ-ยากจน
 ๔/อยู่ในเขตพื้นที่การให้บริการของบ้านพิทักษ์ฯ บนหลักการที่ว่า "พิจารณารับผู้ที่อยู่ในเขตเทศบาลก่อน หากไม่มีหรือมีไม่พอกับจำนวนที่ต้องการรับจึงพิจารณารับผู้ที่อยู่นอกเขตเทศบาล" ที่ไม่อยู่ในเขตก็ให้ย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ในเขต
 ๕/พิจารณารับจำนวนไม่เกินกว่าศักยภาพของบ้านพิทักษ์ฯ ที่จะให้การดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีปริมาณบุคคลออทิสติกเพิ่มขึ้นในเขตให้บริการต้องพิจารณาสร้างบ้านพิทักษ์ฯ เพิ่ม
กระบวนการจัดการกับสมาชิก
 ๑/จัดทำ ประวัติบุคคล
 ๒/จัดทำ การประเมินศักยภาพรายบุคคลด้านต่างๆ
๒.๑/ด้านภาษาและการสื่อสาร พูดได้ไม่ได้ สื่อสารได้ไม่ได้ รู้/พูด ได้กี่คำกี่ประโยค เข้าใจภาษานามธรรมได้ไม่ได้ ได้มากได้น้อย
 ๒.๒/ด้านประสาทการรับรู้และประสานสัมพันธ์กัน -แสงสี-รส-สัมผัส-กลิ่น -การทรงตัว -การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ -ความดึงเกร็งแข็งความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ -ท่าทางการเคลื่อนไหว -ท่าทางหยิบจับ -การมอง -การกวาดสายตา
๒.๓/ด้านการช่วยเหลือตัวเอง ในชีวิตประจำวัน-การกิน นอน อาบน้ำแปรงฟัน ขับถ่าย การแต่งตัว หวีผมตัดเล็บ งานบ้าน
๒.๔/ด้านการรับรู้ความสัมพันธ์ทางสังคม รู้จักพ่อแม่ รู้ว่าใครเป็นใครหรือไม่
๒.๕/ด้านวิชาการ การพูด การเขียน การอ่าน การคิดคำนวณ การเข้าใจธรรมชาติรอบตัว /วิทยาศาสตร์ ความแตกต่างของสรรพสิ่ง / เป็นอย่างไร อยู่ในระดับช่วงชั้นไหน/อยู่ในระดับใด
 ๓/จัดทำ หลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติกในบริบทของการพัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติกบ้านพิทักษ์ฯ [หลักสูตรเวลาราชการ คู่ขนานกับ หลักสูตรนอกเวลาราชการ, หลักสูตรบ้านพิทักษ์ฯ คู่ขนานกับ หลักสูตรบ้านบุคคลออทิสติก ]
๔/จัดทำ แผนพัฒนาศักยภาพเฉพาะบุคคล (Individual Developmental Potential Plan / IDP) และ แผนปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเฉพาะบุคคล ( Individual Implementation Developmental potential Plan / IIDP) ของ บุคคลออทิสติก ตาม หลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติกในบริบทของการพัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติกบ้านพิทักษ์ฯ


๓/โครงการพัฒนาด้านศักยภาพบุคลากร
@คุณสมบัติบุคลากรที่ทำงานกับบุคคลออทิสติก [คุณสมบัติของเจ้าหน้าที่บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน]
ด้านองค์ความรู้ :
บุคลากรที่ทำงานกับบุคคลออทิสติกและเจ้าหน้าที่บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนจะต้องมีความรู้และความเข้าใจ(ไม่รู้ไม่เข้าใจไม่ได้) ในองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
 ๑.ธรรมชาติของบุคคลออทิสติก
 ๒.หลักการพื้นฐานในการสอนบุคคล "สอนตัวต่อตัว สอนอย่างเข้มข้น สอนภาษา สอนภาษานามธรรม และสอนเป็นทีม"
๓.กระบวนการบูรณาการกิจกรรมการบำบัดทางกายภาพด้านการแพทย์เข้ากับกิจกรรมในการใช้ชีวิตประจำวัน
๔.เทคนิคการสอนในบุคคลออทิสติก เช่น เทคนิคการสอนเชิงพฤติกรรมหรือทฤษฎี ABA-พฤติกรรมบำบัด, ทฤษฎีฟอล์ไทม์, ทฤษฎี SI, ฯลฯ
 ๕.หลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติก (Autistic Individual Parallel Curriculum), แผนพัฒนาศักยภาพเฉพาะบุคคล (Individual Developmental Potential Plan / IDP), แผนปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเฉพาะบุคคลออทิสติก (Individual Implementation Developmental Potential Plan (IIDP))
๖. สิทธิประโยชน์ของบุคคลออทิสติกและครอบครัว
 ๗.จรรยาบรรณบุคลากรที่ทำงานกับบุคคลออทิสติก/จรรยาบรรณเจ้าที่บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน
 ๘.การฝึกอาชีพในบุคคลออทิสติกในบริบทของบ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน
ด้านสุขภาพ :
ด้านร่างกายต้องมีสุขภาพแข็งแรง ส่วนทางด้านจิตใจก็ต้องมีความอดทนอดกลั้นสูงต่อการทำงานที่ยืดเยื้อยาวนานกับบุคคลออทิสติกระดับอายุวัยรุ่นวัยผู้ใหญ่ที่มีปัญหาทางด้านพฤษติกรรมอย่างรอบด้าน
ด้านทักษะการทำงาน : การทำงานกับบุคคลออทิสติกต้องการทักษะการทำงานดังต่อไปนี้เป็นพิเศษ
 ๑.การประสานใช้ทรัพยากรท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่ให้บุคคลออทิสติกได้ประโยชน์สูงสุด เช่น การประสานให้การศึกษานอกโรงเรียนมาจัดการศึกษาให้บุคคลสมาธิสั้นหรือบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี)ที่สามารถใช้หลักสูตร ก.ศ.น.ได้, ประสานฝ่ายกิจการพลเรือนของกองทัพบกในพื้นที่มาช่วยจัดกิจกรรมพัฒนา, ประสานหน่วยงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่มาดูและและเป็นปรึกษาทางด้านสุขภาพของบ้านพิทักษ์ฯ เป็นต้น
 ๒.การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และการประยุกต์ใช้ เพื่อการจัดกิจกรรมฝึกฝนทักษะด้านต่างๆแก่บุคคลออทิสติก
 ๓.มีจิตวิทยาและมุ่งมั่นอดทนมากเป็นพิเศษในการดำเนินกิจกรรมเพื่อจูงใจบุคคลออทิสติกให้ทำกิจกรรมที่ต้องการ เพราะออทิสติกวัยรุ่นวัยผู้ใหญ่จะมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมที่ไม่ชอบจะทำกิจกรรมอะไรใหม่ๆ และตัวใหญ่จะถูกกระตุ้นให้ทำกิจกรรมที่พึงประสงค์ยากมาก มีอารมณ์หงุดหงิดโมโหอาละวาดง่าย และทั้งตัวบุคคลออทิสติกและบุคลากรที่ทำงานกับพวกเขามักจะต้องเจ็บตัว-บาดเจ็บกันบ่อยๆ

@การพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่ทำงานกับบุคคลออทิสติก [เจ้าหน้าที่บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน]
สิ่งหนึ่งที่ทางหน่วยงานต่างๆ ของรัฐทั้งในระดับพื้นที่และในระดับกระทรวง-ระดับรัฐบาลยังไม่เข้าใจ ก็คือ ประชากรออทิสติกต้องการนวัตกรรมทางด้านบุคลากร ที่ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ถอดด้ามกับที่ต้องเสริมคุณสมบัติที่ต้องการเข้าไปให้กับบุคลากรที่รับเข้ามาหรือมีอยู่แล้ว กล่าวสำหรับกรณีบ้านพิทักษ์ฯ ที่ยังไม่มีในกรอบงานของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พ.ม.) ก็จึงต้องเป็นแบบเสริมคุณสมบัติที่พึงประสงค์เข้าไปให้กับบุคลากรที่รับเข้ามาหรือมีอยู่แล้ว โดยการจัดทำโครงการอบรม ซึ่งต้องมีการเสนอของบประมาณหรือเม็ดเงินเพื่อการนี้

@ การคงไว้ซึ่งบุคลากรที่มีคุณสมบัติอันพึงประสงค์ให้คงอยู่ทำงานกับบุคคลออทิสติกอย่างคงทนถาวร
 กล่าวเฉพาะ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พ.ม.) ที่รับผิดชอบศูนย์บริการบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่นที่สมาคมผุ้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่นหวังจะให้พัฒนาและนำร่องบ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่นให้ก้คือ กระทรวงนี้ จะต้องเสนอให้มีกรอบอัตรากำลัง บุคลากรที่ทำงานกับบุคคลออทิสติก [เจ้าหน้าที่บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน] ที่มีระเบียบวิธีการงบประมาณรองรับอย่างเฉพาะเจาะจง โดยอยู่ในโครงสร้างงบประมาณปกติ ไม่ใช่อยู่ในรูปของเงินอุดหนุนที่ทางสำนักงบประมาณกำหนดให้เป็นการจ้างเหมาชั่วคราวอย่างในปัจจุบัน ที่ไม่จูงใจบุคลากรที่มี "คุณภาพ" อยู่ทำงานอย่างยั่งยืนแต่ทำงานในแบบรอไปสู่งานอื่นที่มีเงื่อนไขมั่นคงและดีกว่า ทำให้การพัฒนาบุคลากรสูญเปล่าและไม่สามารถพัฒนาในระดับที่สูงขึ้นไปได้


 ๔/โครงการพัฒนาด้านระบบบริหารจัดการ "บ้านพิทักษ์ฯ"

เพื่อการเป็น "กลไก/หน่วยงาน" ปกติในโครงสร้างของรัฐ [เพื่อให้เป็นหน่วยงาน "ต้นแบบ" ของ ภาครัฐเพื่อเข้าสู่โครงสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(เทศบาล อบจ. อบต.)] เนื่องจากบ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น ในเบื้องต้น ณ ปัจจุบันไม่ได้เริ่มจากศูนย์เหมือนในอดีต แต่จะต่อยอดจากศูนย์บริการบุคคลออทิสติกฯ ที่เบี่ยงเบนมาจาก บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น ตามเจตนารมณ์เดิมของกลุ่มผู้ปกครองที่ผลักดันก่อตั้ง เมื่อมาเริ่มต้นใหม่อีกในครั้งนี้จึงให้เป็นงานฝ่ายหนึ่ง ของ ศูนย์บริการบุคคลออทิสติกฯ ให้เป็น "ฝ่ายงานบ้านพิทักษ์ฯ ๒๔ ชม. ๓๖๕ วัน" (ไปก่อน?)

 @ฝ่ายงานบ้านพิทักษ์ฯ ๒๔ ชม. ๓๖๕ วัน
@@บุคลากรฝ่ายงานบ้านพิทักษ์ฯ
-เจ้าหน้าที่หัวหน้าฝ่าย ๑ คน; ดูแลงานของฝ่ายงานบ้านพิทักษ์ฯ ในภาพรวมและประสานงานกับส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องรู้งานรู้ข้อมูลอย่างละเอียด มีอำนาจสั่งงานเจ้าหน้าที่ทุกคนในฝ่ายงานบ้านพิทักษ์ฯ
-เจ้าหน้าที่รองหัวหน้าฝ่าย ๑ คน; ช่วยงานหัวหน้าฝ่ายโดยเน้นด้านสถานที่และแผนการจัดกิจกรรม
-แม่บ้าน ๑ คน;งานบ้าน งานความสะอาด งานครัว งานซักรีดเสื้อผ้าบุคคลออทิสติก
-เจ้าหน้าที่ฝ่ายงานบ้านพิทักษ์ฯ ๔ คน
[นักพัฒนาสังคม, นักสังคมสงเคราะห์, นักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, นักพัฒนาศักยภาพบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ(ออทิสติก), นักพัฒนาศักยภาพของมนุษย์(ออทิสติก)/เจ้าหน้าที่ฝ่ายงานบ้านพิทักษ์ฯ จะเป็นนักอะไรดี?]
รวมบุคลากรของฝ่ายบ้านพิทักษ์ฯ จำนวน ๗ คน [เป็นเจ้าหน้าที่ ๖ คน แม่บ้าน ๑ คน]

 @@หน้าที่ฝ่ายงานบ้านพิทักษ์ฯ
 ๑.ดูแลบุคคลออทิสติกที่อยู่ตลอด ๒๔ ชม. ทั้งแบบชั่วคราวและแบบประจำ
 ๒.ลงทะเบียนรับและจำหน่ายบุคคลออทิสติกที่มาใช้บริการของฝ่ายบ้านพิทักษ์ฯ
 ๓.วางแผนกิจกรรมพัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติกนอกเวลาทำการและจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติกนอกเวลาทำการตามแผนสำหรับบุคคลออทิสติกที่มาใช้บริการที่อยู่ตลอด ๒๔ ชั่วโมงแบบชั่วคราว
 ๔.จัดทำหลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติก(Autistic Individual Parallel Curriculum) [หลักสูตรเวลาราชการคู่ขนานกับหลักสูตรนอกเวลาราชการ],แผนพัฒนาศักยภาพเฉพาะบุคคล (Individual Developmental Potential Plan / IDP) และ แผนปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเฉพาะบุคคลออทิสติก (Individual Implementation Developmental Potential Plan /IIDP) สำหรับบุคคลออทิสติกที่มาใช้บริการอยู่ตลอด ๒๔ ชั่วโมงแบบประจำ
 ๕.รับผิดชอบดูแลเรื่องสุขอนามัยทั้งทางร่างกายและจิตใจรวมทั้งการใช้ยาของบุคคลออทิสติกที่มาใช้บริการ ๒๔ ชั่วโมง
๖.ดูแลรักษาทรัพย์สินของฝ่ายทั้งที่เป็นวัสดุและครุภัณฑ์
 ๗.ดูแลอำนวยการเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยของสถานที่
 ๘.ดูแลอำนวยการเรื่องความสะอาดของเสื้อผ้าที่หลับที่นอนข้าวของเครื่องใช้ของบุคคลออทิสติกและของเจ้าหน้าที่เอง
๙.ดูแลเรื่องอาหารการกินของบุคคลออทิสติกและของเจ้าหน้าที่ที่อยู่เวร/การอยู่เวรให้อยู่เป็นทีมตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป

หมายเหตุ; ข้อ ๗-๙ ถือเป็นกิจกรรมนำฝึกประจำอยู่ในแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพหรือหลักสูตรคู่ขนานของบุคคลออทิสติกด้วย


@@เวลาทำการของฝ่ายงานบ้านิทักษ์ฯ
 ๑.เปิดทำการทุกวันตลอด ๒๔ ชั่วโมงไม่มีวันหยุด
 ๒.เจ้าหน้าที่ทุกคนยกเว้นแม่บ้านต้องอยู่เวรวันเว้นวัน โดยเจ้าหน้าที่ ๖ คน แบ่งออกเป็น ๒ ทีม ผลัดกันอยู่เวรกลางคืนและวันหยุด การหยุดของเจ้าหน้าที่ให้เวียนกันหยุดให้เหมาะสมโดยไม่รบกวนหรือเป็นอุปสรรคกับงานของฝ่ายงานบ้านพิทักษ์ฯ

@@ คณะกรรมการอำนวยการฝ่ายบ้านพิทักษ์ฯ
 มีผู้อำนวยการศูนย์บริการฯ เป็นประธาน,มีผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจาก "กลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติกเพื่อบ้านพิทักษ์ฯ ๒๔ ชั่ว ๓๖๕ วัน" จำนวน ๓-๕ คนเป็นกรรมการร่วม, มีเจ้าหน้าที่หัวหน้าฝ่ายบ้านพิทักษ์ฯ และรองฯ เป็นกรรมการ, และบุคลากรศูนย์บริการฯ อีกจำนวนหนึ่งเป็นกรรมการ มีผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นที่ปรึกษา คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ช่วยเหลือประเมินกำหนดเกี่ยวกับ "ฝ่ายงานบ้านพิทักษ์ฯ"

@@ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านพิทักษ์ฯ
 เจ้าหน้าที่ฝ่ายงานบ้านพิทักษ์ฯ มีภาระงานแตกต่างจากเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการฯ เพราะฝ่ายงานบ้านพิทักษ์ฯ เปิดทำการทุกวันไม่มีวันหยุด


@@วิธีการงบประมาณ
 ๑.ต้องมีงบหมุนเวียน-งบดำเดินการ; ค่าอาหารบุคคลออทิสติกและเจ้าหน้าที่, ค่าวัสดุสิ้นเปลือง(เช่น วัสดุทำความสะอาด น้ำยา ผงซักฟอก วัสดุสำนักงาน ฯลฯ)
๒.ต้องมีงบประมาณสำหรับการจัดกิจกรรมนอกเวลาทำการ
 ๓.ต้องมีค่าตอบแทนพิเศษ เช่น "ค่าอยู่เวร"/อาจจะจ่ายแบบเหมาเป็นเดือน(?), ค่าตอบแทนพิเศษ "หัวหน้าฝ่าย" และรอง ที่ต้องรับภาระงานมากกว่าเจ้าหน้าที่ปกติ
 ๔.ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ฝ่ายต้องไม่เป็นการจ้างเหมาต้องเป็น "เงินเดือน" ที่จะต้องได้รับเป็นประจำทุกเดือนและตรงเวลา เช่นเดียวกับเงินเดือนของข้าราชการ" และ "ลูกจ้างประจำ" และ "พนักงานของรัฐ" ฯลฯ
 ๕.ต้องมีงบประมาณสำหรับการพัฒนายกระดับศักยภาพของเจ้าหน้าที่รวมทั้งงบประมาณให้เจ้าหน้าทำวิจัยภาคสนามร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 ๖.มีงบประมาณด้านสถานที่/ทั้งการดัดแปลงสถานที่และการจัดสถานที่ให้เหมาะกับการจัดกิจกรรมนอกเวลา

 หมายเหตุ:
๑.ขณะนี้สำนักงบประมาณ/กรมบัญชีกลาง-กระทรวงการคลังและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พ.ม.) ใช้วีการงบประมาณแบบ "จ้างเหมาจ่าย" เหมือนจ้าง "บริษัทเอกชนมาทำงานความสะอาด" ฯลฯ ซึ่งทำให้บุคคลออทิสติกไม่ได้ บุคลากรที่มี "คุณภาพ" มาทำงานด้วย และไม่อาจพัฒนายกระดับศักยภาพของบุคลากรได้และไม่เป็นขวัญกำลังใจแก่บุคลากรที่ทำงานกับบุคคลออทิสติก ซึ่งวิธีการงบประมาณเช่นนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องเสนอให้ทางสำนักงบประมาณ/กรมบัญชีกลาง-กระทรวงการคลัง แก้ไข
 ๒.ต้องเร่งให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาคผู้ปกครองฯกับภาครัฐ/ร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบการจัดสวัสดิการแก่บุคคลออทิสติก/เพื่อวางกรอบอัตราบุคลากรที่จะทำงานทางด้านประชากรออทิสติกของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พ.ม.) เพราะขณะนี้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พ.ม.) ซึ่งมีฐานมาจากกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทยมีแต่ตำแหน่งนักพัฒนาสังคม,นักประชาสงเคราะห์ เท่านั้น และการจะเอานักจิตวิทยา,นักกิจกรรมบำบัด,ครูการศึกษาพิเศษ ซึ่งเป็นบุคลากรของบริบทกระทรวงอื่นน่าจะไม่สอดคล้อง ในบริบทของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พ.ม.) น่าจะเป็น นักพัฒนาศักยภาพมนุษย์, นักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, นักพัฒนาหลักสูตรการฝึกอาชีพสำหรับประชากรที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เช่นนี้ น่าจะเหมาะสมและตรงกับภาระงานจริงในบริบทของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พ.ม.) มากกว่า


๕/โครงการพัฒนากฎ เกณฑ์ ระเบียบวิธีปฏิบัติ และ วิธีการงบประมาณสำหรับบ้านพิทักษ์ฯเพื่อเป็นกฎหมายระดับต่างๆ รองรับการเป็น "หน่วยงาน" ในโครงสร้างของรัฐเพื่อเข้าสู่ระบบงบประมาณปกติ
@เรื่องระเบียบวิธีการงบประมาณเกี่ยวกับศูนย์บริการบุคคลออทิสติกจังหวัดฯ และ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน มีเรื่องที่ต้องปรับใหม่ให้เข้ากับภาระงานทที่ต้องทำเพื่อบุคคลออทิสติกในบริบทของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ดังนี้
 ๑. เรื่องค่าอาหารกลางวันสำหรับบุคคลออทิสติกที่มารับบริการแบบไป-กลับ และ ค่าอาหารครบทั้ง ๓ มื้อ สำหรับบุคคลออทิสติกที่มารับบริการ ๒๔ ชั่วโมง
 ๒. ค่าตอบแทนบุคลากร-เจ้าหน้าที่ที่ทำงานกับบุคคลออทิสติก ควรปรับให้ยุติธรรมกับความยากลำบากของภาระงานที่ทำกับบุคคลออทิสติก เช่น อาจมีค่าตอบแทนพิเศษเพิ่มจากค่าตอบแทนปกติ
 ๓. ค่าตอบแทนการทำงานนอกเวลาทำการ เช่น การอยู่เวรวันหยุด หรือ กลางคืน เป็นต้น
@เรื่องระเบียบวิธีปฏิบัติภาระหน้าที่ของบุคลากร-เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการบุคคลออทิสติกจังหวัดฯ และ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน
 ๑) ต้องมีการกำหนดกรอบอัตราส่วนระหว่างบุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ทำการฝึกฝนพัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติกกับบุคคลออทิสติกให้อยู่ในสัดส่วนที่จะสามารถพัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติกได้อย่างเต็มตามศักยภาพของเขาซึ่งอาจล้อกับที่กระทรวงศึกษาธิการใช้ คือ บุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ ๒ คน ต่อบุคคลออทิสติก ๓ คน, บุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ ๒ คนต่อบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนร็(LD),บุคคลสมาธิสั้นและอื่นๆ ๕-๗ คน เป็นต้น
 ๒)ต้องมีการกำหนดกรอบคุณสมบัติ ของ บุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ ที่จะเป็นผู้พัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติก ทั้ง ด้านองค์ความรู้ที่จำเป็นต้องรู้ และ ด้านคุณธรรมจริยธรรม
๓)ต้องมีการกำหนดอัตราตำแหน่งที่เฉพาะเจาะสำหรับบุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้พัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติกในบริบทของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ อยู่ในโครงสร้างของระเบียบข้าราชการพลเรือน (ก.พ) เช่น นักพัฒนาศักยภาพมนุษย์(ออทิสติก), นักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ฯลฯ
http://autisticthailand.com/authailand2012/augardianhome/augardainhome.htm
บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #83 เมื่อ: 31 ธันวาคม 2012, 14:43:27 PM »

ห้องเรียน ๒ รูปแบบ; ห้องเเรียนคู่ขนานออทิสติกในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน และ ห้องสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน
@ห้องเเรียนคู่ขนานออทิสติกในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน

นิยาม : ระบบจัดการทางการศึกษาในระดับปฐมวัย[อนุบาล]และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน [12 เกรด] ในสิ่งแวดล้อมของเด็กปกติในระดับอายุช่วงชั้นเดียวกัน อย่างเป็นทางการ สำหรับบุคคลออทิสติกศักยภาพต่ำ และบุคคลออทิสติกศักยภาพสูงที่ยังไม่เคยได้รับการกระตุ้นพัฒนาการมาก่อนเลย ที่บูรณาการกิจกรรมการบำบัดด้านกายภาพทางการแพทย์และกิจกรรมด้านการเรียนการสอนเข้าไว้ด้วยกัน อันเป็นกิจกรรมที่สร้างและต่อยอดทุกทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมคนปกติขึ้นไปจากฐานศักยภาพของบุคคลออทิสติกแต่ละคนอย่างเฉพาะเจาะจง

 องค์ประกอบ :

1 สถานที่ ; ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกฯ จะต้องมีสถานที่อย่างเฉพาะเจาะ เป็นห้องเรียน อยู่ในอาคารหรือสิ่งแวดล้อมเดียวกันกับห้องเรียนของนักเรียนปกติในระดับอายุช่วงชั้นเดียวกันกับนักเรียนออทิสติกกลุ่มเป้าหมาย โดยมีการจัดสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของคนออทิสติก ที่สามารถจะเชื่อมต่อกับธรรมชาติของคนปกติได้

2 บุคลากร ; ทีมบุคลากรที่เกี่ยวข้องกะการบริหารจัดการห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก จะต้องประกอบด้วย

2.1 บุคลากรครูผู้อำนวยการห้องเรียนคู่ขนานฯ จากทีมบุคลากรครูผู้บริหารของโรงเรียน ที่จะเป็นกลไกการเชื่อมต่อระหว่างระบบบริหารจัดการของห้องเรียนคู่ขนานฯ กับระบบบริหารจัดการของโรงเรียนทั้งโรงเรียน
2.2 บุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติก ซึ่งต้องเป็นทีมเท่านั้นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนออทิสติกจึงจะเป็นไปได้ ทีมครูประจำชั้นห้องเรียนคู่ขนานฯ จะต้องอยู่ในอัตราส่วน นักเรียนทิสติก ๓ คน : บุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติก ๒ คน หรือ นักเรียนทิสติก ๕ คน : บุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติก ๓ คน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนออทิสติกอย่างได้ประสิทธิผลจึงจะเป็นไปได้ เช่นกัน

2.3 บุคลากรครูผู้สอนร่วม เป็นบุคลากรครูผู้สอนนักเรียนปกติอยู่แล้ว แต่เพิ่มการสอนนักเรียนออทิสติกเข้าไปด้วย เช่น บุคลากรครูประจำชั้นห้องเรียนของนักเรียนปกติ บุคลากรครูผู้สอนประจำรายวิชา ฯลฯ ที่นักเรียนออทิสติกเข้าไปเรียนรวมด้วย

2.4 นักเรียนปกติ "ห้องเรียนคู่หู" [ ห้องเรียนบัดดี้ ของ นักเรียนออทิสติกแต่ละคน], "กลุ่มเพื่อนคู่หู" [กลุ่มเพื่อนบัดดี้ในห้องเรียนบัดดี้], "เพื่อนคู่หู" [บัดดี้ของนักเรียนออทิสติกแต่ละคน]

3 นักเรียนออทิสติกกลุ่มเป้าหมาย ; นักเรียนออทิสติกกลุ่มเป้าหมายในห้องเรียรคู่ขนาน คือ ๓ คน หรือต้องไม่เกินห้องละ ๕ คน

4 กระบวนการบริหารจัดการ ; ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกฯ จะต้องประกอบด้วยกระบวนการดังต่อไปนี้

4.1 กระบวนการจัดเตรียมสถานที่ที่จะใช้เป็น "ห้องเรียนคู่ขนานฯ"

4.2 กระบวนการจัดทำหลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคล

4.3 กระบวนการบริหารหลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคล

4.4 กระบวนการจัดทำแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล

4.5 กระบวนการจัดทำแผนการสอนเฉพาะบุคคล
4.6 กระบวนการวัดผลประเมินผลและประกันคุณภาพ

4.7 กระบวนการจัดตั้งและอบรมบ่มเพาะยุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบุคลากรครูผู้สอนและเพื่อนคู่หู

4.8 กระบวนการจัดวางระบบ ๓ ระบบ ดังต่อไปนี้

4.8.1 ระบบเชื่อมต่อ ; เชื่อมต่อกิจกรรมการเรียนการสอนของห้องเรียนคู่ขนานฯ เข้ากับกิจกรรมการเรียนการสอนหรือปฏิทินกิจกรรมตลอดทั้งปี ของ ระบบใหญ่ทั้งระบบ ของโรงเรียน

4.8.2 ระบบส่งต่อ ; ส่งต่อนักเรียนออทิสติกไปเรียนรวมหรือทำกิจกรรมร่วมกับนักเรียนปกติ

4.8.3 ระบบถ่ายโอน ; ถ่ายโอนนักเรียนออทิสติกที่ระดับศักยภาพทางวิชาการ และศักภาพทางพฤติกรรม สามารถจะเรียนรวมกับอยู่กับนักเรียนปกติ ได้มากกว่าร้อยละแปดสิบของเวลาเรียนทั้งหมด จากห้องเรียนคู่ขนานฯ ไปยัง "ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ" สำหรับนักเรียนออทิสติกศักยภาพสูง นักเรียนแอลดี และนักเรียนสมาธิสั้น [ประกอบด้วยระบบการถ่ายโอนระยะต้น ระยะกลาง และระยะสุดท้าย ที่จะเป็นการถ่ายไปอย่างเด็ดขาด]

5 กิจกรรม ; กิจกรรมการเรียนการสอนในห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกฯ จะต้องเป็นกิจกรรมที่บูรณาการ เอากิจกรรมการบำบัดทางกายภาพด้านการแพทย์ กับกิจกรรมการเรียนการสอนทางด้านการศึกษาเข้าไว้ด้วยกัน แล้วเชื่อมต่อกับกิจกรรมการเรียนการสอนของนักเรียนปกติที่เกี่ยวข้อง ด้วย "ใบงาน" ที่ทีมบุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติกประจำห้องเรียนคู่ขนานฯ ต้องจัดทำขึ้น ในขั้นตอนของระบบ "ส่งต่อ" และ "ถ่ายโอน" นักเรียนออทิสติกไปเรียนรวมหรือไปทำกิจกรรมร่วมกับนักเรียนปกติ [เกี่ยวกับกิจกรรมจะไปกล่าวอย่างละเอียดไว้ในหัวข้อ "หลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติกฯ"]


 @ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษ ในโรงเรียนทั่วไป ในชุมชนใกล้บ้าน

 นิยาม : ระบบจัดการทางการศึกษาในระดับปฐมวัย[อนุบาล]และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน [12 เกรด] ในสิ่งแวดล้อมของเด็กปกติในระดับอายุช่วงชั้นเดียวกัน อย่างเป็นทางการ สำหรับบุคคลออทิสติกศักยภาพสูง บุคคลแอลดี บุคคลสมาธิสั้น และบุคคลที่มีความแตกต่างในโครงสร้างการทำงานของสมองแบบอื่นๆ อันใกล้เคียงกัน
 องค์ประกอบ :

1 สถานที่ ; ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ จะต้องมีสถานที่อย่างเฉพาะเจาะ เป็นห้องเรียน อยู่ในอาคารหรือสิ่งแวดล้อมเดียวกัน กับห้องเรียนของนักเรียนปกติในระดับอายุช่วงชั้นเดียวกันกับนักเรียนออทิสติกศักยภาพสูงและนักเรียนกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ เพื่อที่สามารถจะเชื่อมต่อกับธรรมชาติและระบบปกติของคน(นักเรียน)ปกติได้

2 บุคลากร ; ทีมบุคลากรที่เกี่ยวข้องกะการบริหารจัดการห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ จะต้องประกอบด้วย

2.1 บุคลากรครูผู้อำนวยการห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ จากทีมบุคลากรครูผู้บริหารของโรงเรียน ที่จะเป็นกลไกการเชื่อมต่อระหว่างระบบบริหารจัดการของห้องเรียนคู่ขนานฯ กับระบบบริหารจัดการของโรงเรียนทั้งโรงเรียน[อาจเป็นคนเดียวกับห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก....นั่น หัวหน้าฝ่ายห้องเรียน "นักเรียนพิเศษ" ของทั้งโรงเรียน นั่นเอง]

2.2 บุคลากรครูผู้สอนเสริมกลุ่มสาระต่างๆ ซึ่งต้องเป็นทีมเท่านั้นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนออทิสติกจึงจะเป็นไปได้ ทีมครูประจำชั้นห้องเรียนคู่ขนานฯ จะต้องอยู่ในอัตราส่วน นักเรียนทิสติกศักยภาพสูง ๓-๕ คน : บุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติกศักยภาพสูงและเพื่อนๆ (แอลดี สมาธิสั้น ฯลฯ) ของเขา ๒ คน หรือ นักเรียนทิสติกศักยภาพสูงและเพื่อนๆ (แอลดี สมาธิสั้น ฯลฯ) ของเขา ๕-๑๐ คน : บุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติก ๓ คน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนออทิสติกศักยภาพสูงและเพื่อนๆ (แอลดี สมาธิสั้น ฯลฯ) ของเขา อย่างได้ประสิทธิผลจึงจะเป็นไปได้

2.3 บุคลากรครูผู้สอนร่วม เป็นบุคลากรครูผู้สอนนักเรียนปกติอยู่แล้ว แต่เพิ่มการสอนนักเรียนออทิสติกศักยภาพสูงเข้าไปด้วย เช่น บุคลากรครูประจำชั้นห้องเรียนของนักเรียนปกติ บุคลากรครูผู้สอนประจำรายวิชา ฯลฯ ที่นักเรียนออทิสติกศักยภาพสูงและเพื่อนๆ (แอลดี สมาธิสั้น ฯลฯ) ของเขา จะต้องเข้าไปเรียนรวมด้วย2.4 นักเรียนปกติ "ห้องเรียนคู่หู" [ ห้องเรียนบัดดี้ ของ นักเรียนออทิสติกศักยภาพสูงและเพื่อนๆ (แอลดี สมาธิสั้น ฯลฯ) ของเขา แต่ละคน], "กลุ่มเพื่อนคู่หู" [กลุ่มเพื่อนบัดดี้ในห้องเรียนบัดดี้], "เพื่อนคู่หู" [บัดดี้ของนักเรียนออทิสติกศักยภาพสูงและเพื่อนๆ (แอลดี สมาธิสั้น ฯลฯ) ของเขา แต่ละคน]

3 นักเรียนออทิสติกกลุ่มเป้าหมาย ; นักเรียนออทิสติกกลุ่มเป้าหมายในห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ คือ ๕ คน หรือต้องไม่เกินห้องละ ๑๐ คน

4 กระบวนการบริหารจัดการ ; ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกฯ จะต้องประกอบด้วยกระบวนการดังต่อไปนี้

4.1 กระบวนการจัดเตรียมสถานที่ที่จะใช้เป็น ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ

4.2 กระบวนการจัดทำหลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคล[เฉพาะกลุ่มสาระที่ต้องสอนเสริม]

4.3 กระบวนการบริหารหลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคล[เฉพาะกลุ่มสาระที่ต้องสอนเสริม]

4.4 กระบวนการจัดทำแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล

4.5 กระบวนการจัดทำแผนการสอนเฉพาะบุคคล[เฉพาะกลุ่มสาระที่ต้องสอนเสริม]

4.6 กระบวนการวัดผลประเมินผลและประกันคุณภาพ

4.7 กระบวนการจัดตั้งและอบรมบ่มเพาะยุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบุคลากรครูผู้สอน ครูผู้สอนร่วม ครูผู้สอนเสริมฯ และเพื่อนคู่หู

4.8 กระบวนการจัดวางระบบ ๓ ระบบ ดังต่อไปนี้

4.8.1 ระบบเชื่อมต่อ ; เชื่อมต่อกิจกรรมการเรียนการสอนของห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ เข้ากับกิจกรรมการเรียนการสอนหรือปฏิทินกิจกรรมตลอดทั้งปี ของ ระบบใหญ่ทั้งระบบ ของโรงเรียน4.8.2 ระบบส่งต่อ ; ส่งต่อนักเรียนออทิสติกศักยภาพสูงและเพื่อนๆ (แอลดี สมาธิสั้น ฯลฯ) ของเขาไปเรียนรวมหรือทำกิจกรรมร่วมกับนักเรียนปกติ

4.8.3 ระบบถ่ายโอน ; ถ่ายโอนนักเรียนออทิสติกศักยภาพสูงและเพื่อนๆ (แอลดี สมาธิสั้น ฯลฯ) ของเขาที่ระดับศักยภาพทางวิชาการ และศักภาพทางพฤติกรรม สามารถจะเรียนรวมกับอยู่กับนักเรียนปกติ ได้มากกว่าร้อยละแปดสิบของเวลาเรียนทั้งหมด จากห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ไปยัง ห้องเรียนบัดดี้ ของ นักเรียนออทิสติกศักยภาพสูงและเพื่อนๆ (แอลดี สมาธิสั้น ฯลฯ) ของเขา แต่ละคน [ประกอบด้วยระบบการถ่ายดอนระยะต้น ระยะกลาง และระยะสุดท้าย ที่จะเป็นการถ่ายไปอย่างเด็ดขาด แต่ระบบช่วยเหลือยังคงอยู่เพื่อพวกเขาเสมอ]

5 กิจกรรม ; กิจกรรมการเรียนการสอนในห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ จะต้องเป็นกิจกรรมที่บูรณาการ เอากิจกรรมการบำบัดทางกายภาพด้านการแพทย์ กับกิจกรรมการเรียนการสอนทางด้านการศึกษาเข้าไว้ด้วยกัน แล้วเชื่อมต่อกับกิจกรรมการเรียนการสอนของนักเรียนปกติที่เกี่ยวข้อง ด้วย "ใบงาน" ที่ทีมบุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติกประจำห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ต้องจัดทำขึ้น ในขั้นตอนของระบบ "ส่งต่อ" และ "ถ่ายโอน" นักเรียนออทิสติกศักยภาพสูงและเพื่อนๆ (แอลดี สมาธิสั้น ฯลฯ) ของเขา แต่ละคนไปเรียนรวมหรือไปทำกิจกรรมร่วมกับนักเรียนปกติ [เกี่ยวกับกิจกรรมจะไปกล่าวอย่างละเอียดไว้ในหัวข้อ "หลักสูตรคู่ขนานเฉพาะนักเรียนออทิสติกศักยภาพสูงและเพื่อนๆ (แอลดี สมาธิสั้น ฯลฯ) ของเขา" แต่ละคน] แบบเดียวกับที่บุคลากรครูผู้สอนประจำห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกฯ ต้องทำ แต่แตกต่างกันตางที่อาจจะทำเฉพาะกลุ่มสาระหรือเนื้อที่ต้องสอนเสริมเท่านั้น

 เจ้าภาพในการดำเนินการ : โรงเรียนปกติทุกโรงเรียนในประเทศนี้ที่มีนักเรียนออทิสติกและเพื่อนๆ (แอลดี สมาธิสั้น ฯลฯ) ของเขา อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ และเจ้าภาพระดับกระทรวงคือ....สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จะต้องตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อการพัฒนาห้องเรียนทั้งสองรูปแบบนี้ให้ได้มาตรฐาน และถ้าจะให้มีผลในทางปฎิบัติเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ควรเป็นประธานคณะอนุกรรมการชุดนี้และมีอำนวยการสำนักบริหารการศึกษาพิเศษเป็นกรรมการเลขานุการคนที่หนึ่ง และหัวหน้าการหน้าห้องของเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นกรรมการเลขานุการคนที่สอง

 สรุป : ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก และ ห้องสอนเสริมการศึกษาพิเศษ ในโรงเรียนทั่วไป ในชุมชนใกล้บ้านจึงเป็น รูปแบบและกระบวนการบริหารจัดการทางการศึกษาพิเศษ สำหรับประชากรออทิสติก แอลดี และสมาธิสั้น ที่จะทำให้ วิบากกรรมของพวกเขาและครอบครัว เปลี่ยนโฉมหน้าไป อย่างแทบจะสิ้นเชิง โดยเฉพาะวิบากกรรม ในการที่จะต้องสาระวนเฮโรสาระพาทุรักทุเร "หอบหิ้ว" ลูกหลานไปบำบัดกับนักบำบัดต่างๆ บรรดามี ชม. ละ สามร้อยบ้าง ห้าร้อยบ้าง ฯลฯ จนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว เพราะไม่มีแม้กระทั่งเวลาจะทำมาหากิน ถ้าไม่ผูกขาล่ามโซ่ลูก ไว้ใต้ถุนบ้าน แล้วก็ ลงท้ายด้วย การเป็นโรคประสาทกันไปทั้งบ้าน เพราะแบกรับภาระไม่ไหว หรือ ไม่ก็ครอบครัวแตกสลายเอาลูกหลานไป ปล่อยทิ้งไว้กับตายายในชนบท ซึ่ง มีน้อยมาก ที่ออทิสติก ที่ถูกทอดทิ้งจะแก่ตาย มักป่วยตาย ตกน้ำตาย รถชนตาย ฯลฯ สำหรับออทิสติก สำหรับแอลดี ก็อาจฆ่าตัวตาย [ซึมเศร้า] หรือถูกฆ่าตาย [เป็นแพะรับบาป] พวกสมาธิสั้น ก็อาจตีกันตาย [หุนหันพลันแล่น] ติดคุกติดตาราง [เป็นผู้ร้าย] ฯลฯ

วิบากกรรมต่างๆ ใดๆ เหล่านี้ ของประชากรกลุ่มนี้ และครอบครัว จะหมดไป หรืออย่างน้อย ก็บรรเทาเบาบางลง หาก ระบบการศึกษาไทย สามารถจะสถาปนาและพัฒนา ห้องเรียนทั้งสองรูปแบบ ดังกล่าวนี้ เข้าไปใน โครงสร้างของโรงเรียนปกติ ในขอบเขต ทั่วประเทศได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และอย่างได้ประสิทธิผลฤ

http://www.thaioctober.com/forum/index.php?action=post;topic=420.75;num_replies=82
บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #84 เมื่อ: 31 ธันวาคม 2012, 14:45:48 PM »

คลีนิคพิเศษออทิสติกในโรงพยาบาลทั่วไปในชุมชน

ในทางการแพทย์ แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือ ๑. ส่วนที่ต้องกระทำโดยผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์-แพทย์เท่านั้น ๒.ส่วนที่กระทำได้โดยบุคลากรทางการแพทย์การบำบัดที่ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ ส่วนที่ต้องกระทำโดยผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์-แพทย์เท่านั้น ก็คือ การวินิจฉัยโรค/อาการ การใช้สารเคมี(ยา)กระทำต่อร่างกายและหัตการทางการแพทย์(การผ่าตัด,การฉีดสารเข้าร่างกายฯลฯ) ส่วนที่กระทำได้โดยบุคลากรทางการแพทย์การบำบัดที่ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ได้แก่ การฝึกพูดบำบัด กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด พฤติกรรมบำบัด การกระตุ้นพัฒนาการประสาทการรับรู้ระบบต่างๆ (SI) โภชนากากรบำบัด ฯลฯ บุคลากรทำการบำบัดต่างๆ เหล่านี้ ได้แก่ นักฝึกพูด นักกายภาพบำบัด นักพฤติกรรมบำบัด/นักจิตวิทยาคลีนิก [พวกนี้ส่วนใหญ่ก้จบมาทางคณะจิตวิทยา คณะเทคนิคการแพทย์ ฯลฯ]

กล่าวสำหรับบุคคลออทิสติก อันดับแรกเลยก้ต้องได้รับกรวินิจฉัยจากแพทย์ ว่าเป็น ออทิสติก จากนั้นก็จะต้องได้รับการติดตามจากแพทย์หากต้องมีการใช้ยา หรือวิเคราะห์พฤติกรรม (รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ เชนเดียวกับคนปกติ)

ส่วนความผิดปกติแบบกลุ่มอาการออทิซึ่ม ก็จะต้องไปรับการบำบัดกับนักบำบัดต่างๆ ใน ส่วนที่กระทำได้โดยบุคลากรทางการแพทย์การบำบัดที่ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ ได้แก่ การฝึกพูดบำบัด กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด พฤติกรรมบำบัด การกระตุ้นพัฒนาการประสาทการรับรู้ระบบต่างๆ (SI) โภชนากากรบำบัด ฯลฯ บุคลากรการบำบัดต่างๆ เหล่านี้ ได้แก่ นักฝึกพูด นักกายภาพบำบัด นักพฤติกรรมบำบัด/นักจิตวิทยาคลินิก ฯลฯ

 ช่วงอายุแรกเกิดถึงก่อนถึงเกณฑ์เข้าโรงเรียน ๐-๖ ปี เป้นช่วงอายุที่จะอยู่กับโรงพยาบาล-บ้าน-ชุมชน และเป็นช่วงที่ ถ้ารู้ว่า เป็นออทิสติก และสามารถกระตุ้นพัฒนาของระบบประสาทการรับรู้ต่างๆ อย่างเข้มข้น และเก็บได้หมด ซึ่งในช่วงนี้จะเป้นการบำบัดล้วนๆ เพราะชีวิตคนปกติก็ไม่มีเรื่องอื่น-เล่น เป็นส่วนใหญ่

 ดังนั้นในช่วงอายุ ๐-๖ ปี/๐-๑๐ ปี ออทิสติก ๑. จะต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์และอาจต้องได้รับยาเกี่ยวกับพฤติกรรม เช่น พฤติกรรมก้าวร้าว พฤติกรรมการนอน(ออทิสติกมีปัญหาเกี่ยวกับนาฬิกาชีวิตในสมอง-ไม่นอนทั้งคืนติดต่อกันสองสามวันก็ยังได้ แต่คนดูแลคนเลี้ยงนี่แย่เลย) ฯลฯ เป็นระยะตามความเหมาะสม หรืออาจต้องได้รับยาประจำหากมีโรคประจำตัวอื่นๆ เช่น โรคชัก โรคภูมิแพ้ เป้นต้น รวมทั้งการเจ็บไข้ได้ป่วยอื่นๆ เช่นเดียวกับคนปกติ ๒. ต้องได้รับการบำบัดกระตุ้นพัฒนาการของประสาทการรับรู้ระบบต่างๆ กระตุ้นการเชื่อมโยงการทำงานของสมองพื้นที่ต่างๆ ด้วยกิจกรรมการบำบัดทางการแพทย์ที่กระทำโดยนักบำบัดต่างๆ ที่ไม่ใช่แพทย์

 ฉะนั้น ณ วันนี้ เราแม้ไม่รุสาเหตุที่แน่นอน แต่เราก็รู้ที่สำคัญๆ เกี่ยวกับออทิสติก จนสามารถจะสังเคราะห์ "ระบบจัดการ" ด้านต่างได้ครบทุกด้านแล้ว(ตามแผนที่ชีวิตบุคคลออทิสิตก) แต่ต้องเป็นระบบและเป็นวิทยาศาสตร์ ที่สำคัญ ๐-๖ ปี หรือ ๐-๑๐ ปีแรกของมนุษย์และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์ออทิสติก เป็นวัยทองของพัฒนาการ ที่หากผ่านไปแล้วก็แล้วเลยไม่หวนคืน ช่วงนี้เป้นช่วงที่ดีที่สุดของการแทรกแซงพัฒนาการ ซึ่งมันไม่มีอะไรมากเลย ก็คือ การกระตุ้นพัฒนาการของประสาทการรับรู้ระบบต่างๆ กระตุ้นการเชื่อมโยงการทำงานของสมองพื้นที่ต่างๆ ด้วยกิจกรรมการบำบัดทางการแพทย์ที่กระทำโดยนักบำบัดต่างๆ ที่ไม่ใช่แพทย์ นั่นเอง

 แต่การทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ทั้งในส่วนของผู้ประกอบวิชีพแพทย์และผู้ประกอบวิชาชีพนักบำบัด จะต้องกระทำการในบริบทของ "คลินิกในสถานพยาบาล/โรงพยาบาล" ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดหรือภายใต้การกำกับดุแลของกระทรวงสาธารณสุข จึงเป็นภาระงาน-หน้าที่โดยตรงของกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องจัดให้มีขึ้นซึ่ง "คลินิกพิเศษออทิสติกในโรงพยาบาลชุมชน" ที่มี "คลินิกพิเศษออทิสติกในโรงพยาบาลศูนย์ฯ" "คลินิกพิเศษออทิสติกในโรงพยาบาลจังหวัด" เป็นแม่ข่าย และมี "คลินิกพิเศษออทิสติกในโรงพยาบาลจิตเวช" เป็นที่ปรึกษา

@กระทรวงสาธารณสุขจึงควรจะต้องเร่งจัดให้มีขึ้นซึ่ง "คลินิกพิเศษออทิสติกในโรงพยาบาลชุมชน" [ที่มี "คลินิกพิเศษออทิสติกในโรงพยาบาลศูนย์ฯ" /"คลินิกพิเศษออทิสติกในโรงพยาบาลจังหวัด" เป็นแม่ข่าย และมี "คลินิกพิเศษออทิสติกในโรงพยาบาลจิตเวช" เป็นที่ปรึกษา] ขึ้นโดยเร็ว เพราะในช่วงอายุ ๐-๖ ปีก่อนเกณ์เข้าโรงเรียน การกระตุ้นพัฒนาการของประสาทการรับรู้ระบบต่างๆ สำคัญมาก และบุคลากรที่จะต้องทำหน้าที่ให้บริการทางการแพทย์การำบัดแก่ประชากรออทิสติกในวัยนี้ (๐-๖ ปี) นั้นล้วนทำงานอยู่ในสถานพยาบาล/โรงพยาบาล/อนามัยตำบล แต่เพราะยังไม่มีการกำหนดภาระงานที่เฉพาะเจาะจงและกระบวนการที่เฉพาะเจาะจงขึ้นมา จึงยังไม่บริการทางด้านการบำบัดแก่ประชากรออทิสติกอย่างเฉพาะเจาะจง ประกอบกับนักบำบัดต่างๆ จะรวมศูนย์อยู่ตามโรงพยาบาลพยาบาลใหญ่ๆ เกือบทั้งหมดของประชากรออทิสติกในวัยนี้จึงตกหล่นพัฒนาในวัยทองนี้ไปอย่างน่าเสียดาย มีเป็นส่วนน้อยที่เข้าถึงบริการของนักบำบัด แต่ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เช่น นักปรับพฤติกรรม(นักจิตวิทยาคลินิก) ชม, ละ ๕๐๐ บาท นักกิจกรรมบำบัดสำนักฟอล์ไทม์ ชม.ละ ๑,๒๐๐ บาท นักฝึกพูดบำบัด ชม., ๓๐๐-๕๐๐ บาท ฯลฯ ทั้งนี้โดยไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปหาหมอหานักบำบัด กระทรวงสาธารณสุข จึงควรต้องกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องจัดให้มีขึ้นซึ่ง "คลินิกพิเศษออทิสติกในโรงพยาบาลชุมชน" โดยเร็ว

***สิ่งที่บุคคลออทิสติกและครอบครัวต้องการจาก "คลีนิคพิเศษออทิสติกในโรงพยาบาลทั่วไปในชุมชน" คือ อะไรบ้าง ตอบตรงนี้ได้ก็ออกแบบองค์ประกอบของคลินิกพิเศษนี้ได้อย่างที่สามารถสนองตอบต่อคงามต้องการจำเป็นพิเศษของกลุ่มออทิสติกได้

@ช่วงอายุ ๐-๖ ปี ๑. การวินิจฉัยโรค/การใช้ยา-หัตการทางการแพทย์ (โดยแพทย์) ๒.การประเมินระดับพัฒนาการของประสาทการรับรู้ระบบต่างๆ(โดยนักบำบัด) ๓.ข้อเสนอแนะว่าควรกระตุ้นพัฒนาการของประสาทการรับรู้ระบบใดก่อน-ระบบใดบ้าง ๔. แผนการจัดกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาการในข้อ ๓

@ช่วงอายุ ๓-๖ ปี อาจจะมีที่เอาเข้าสถานอนุบาลเด็กอ่อนหรือโรงเรียนอนุบาล ตรงนี้จะคาบเกี่ยวทับซ้อนกันระหว่างกิจกรรมการบำบัดทาการแพทย์กับกิจกรรมการเรียนการสอนทางการศึกษา แต่น้ำหนักจะเอียงมาทางด้านการบำบัด ที่ต้องการคือ แผนการจัดกิจกรรมการบำบัดเพื่อการกระตุ้นพัฒนาการของประสาทการรับรู้ระบบต่างๆ ที่เข้ากันได้กับบริบทของโรงเรียนอนุบาล -หรือบริบทของ "ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้านผระดับอนุบาล)"

 @ช่วงอายุ ๖-๑๙ ปี ช่วงนี้ บุคคลออทิสติกจะอยู่ในระบบโรงเรียนเป็นส่วนใหญ่ถ้า...ถ้า "กลไก" ตามออทิสิตกโรดแมบอีกกลไกหนึ่งได้ถูกบรรจุเข้าไปในโครงสร้างระบบการศึกษาของรัฐ-สังคมไทย นั่นคือ ห้องเรียน ๒ รูปแบบ**** ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกและห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน****ช่วงนี้บุคคลออทิสติกก็เช่นเดียวกับบุคคลปกติ คือ ใช้ชีวิตอยู่ระหว่างบ้าน/โรงเรียน/ชุมชน....กิจกรรมเพื่อการยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติกในช่วงนี้ทวีความซับซ้อนยิ่งขึ้นเพราะมีหลายบริบทเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจากประสบการณ์ตรงจากผุ้ปกครองบุคคลออทิสติกในกลุ่ม สิ่งที่ต้องการจากสถานพยาบาลระดับโรงพยาบาล....คือ....
๑. ในส่วนของผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ ๑). การเป็นผู้ป่วยนอกเวลาไปรับยาประจำ การตรวจเลือด ต้องมีกระบวนการพิเศษไม่งั้นจัดการไม่ได้ เช่น ต้องไม่ให้รอคิวนาน เพราะออทิสติกขี้โมโหขี้รำคาญรอนานไม่ได้ ถ้าจะให้รอนานต้องมีกิจกรรมให้ทำ จึงจะไปรอร่วมกับคนไข้ปกติมากมายไม่ได้ การเจาะเลือดดูระดับยาบางตัวบางทีต้องใช้พนักงานเปลผู้ชายจังถึง ๖ คน จึงเจาะเลือดได้ เป็นต้น ๒). การเข้าแอดมิด-เข้าเป็นผู้ปวยในเมื่อเวลาป่วยหนัก ก็ต้องมีกระบวนการจัดการที่มีความสอดคล้องกับความต้องการจำเป้นพิเศษของความผิดปกติแบบออทิสติกอยู่ด้วย เช่น อาจต้องมีการจัดกิจกรรมระหว่างที่ป่วยพักพื้นอยู่ในสถานพยาบาล อาจต้องมีการจัดพยาบาลประจำเพราะคลาดสายตาไม่ได้ บางทีเข้า ร.พ. คุณแม่ลำบากมากเพราะพยาบาลไม่เข้าใจไม่ช่วยให้ญาติดูแลเองทุกอย่าง ถ้ามีคุณแม่คนเดียวเข้าห้องน้ำยังจะไม่ได้ เพราะไม่รุว่าลูกชายจะกระโดดไปกระชากคนไข้หนักเตียงข้างๆ เมื่อไหร่ ฯลฯ ๓). เกี่ยวกับยาที่ช่วยปรับการนอนให้เป็นปกติ ออทิสติกมีปัญหาเรื่องการนอน จึงเป้นเรื่องที่ต้องพึ่งแพทย์ในเรื่องนี้ให้ช่วยจ่ายและบริหารยาปรับการนอนให้เป้นปกติ ซึ่งเป้นเรื่องละเอียดอ่อนมากเพราะยาปรับการนอน(ยาช่วยให้หลับ)แต่ละตัวมีผลข้างเคียงและมีผลต่อพฤติกรรมของบุคคลออทิสติกมากว่าคนปกติ และมีการดื้อยาได้ ซึ่งอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนยาเป็นระยะที่ต้องการการติดตามผลที่มีต่อพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด
 ๒. ในส่วนของบุคลากรที่ไประกอบวิชาชีพแพทย์ หรือ นักบำบัด เพื่อการกระตุ้นพัฒนาการของประสาทการรับรู้ระบบต่างๆ และการปรับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ จากประสบการณ์ตรงของผู้ปกครองบุคคลออทิสติกในกลุ่ม โดยเฉพาะในกลุ่มออทิสติกเด็กโตวัยรุ่นวัยผู้ใหญ่ พบว่า ต้องการการประเมิน/การวิเคราะห์พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ทั้งทางด้านอารมณ์(หัวเราะ โมโห อารณ์ทางเพศ)เพื่อการออกแบบกิจกรรมบำบัดในบริบทของห้องเรียน/โรงเรียน/บ้านที่สามารถจะเสริมหรือบูรณาการกิจกรรมด้านการเรียนการสอนทางการศึกษาด้วย

@ช่วงอายุ ๑๙ ปี ขึ้นไปจนถึงวัยชรา ก็น่าจะเป็นเรื่องของการเป็นผู้ป่วยนอกผู้ป่วยในและหัตการทางการแพทย์ โดยเฉพาะการทำฟัน ที่ก็คงต้องมีกระบวนการจัดการแบบพิเศษที่สอดคล้องกับความผิดปกติแบบกลุ่มอาการออทิซึ่มต่อไป ซึ่งในช่วงอายุนี้ประสบการณ์ตรงของผู้ปกครองบุคคลออทิสติกในกลุ่มยังมีไม่มากนัก ต้องติดตามกันต่อไป

ดังนั้นบนพื้นฐานความต้องการของกลุ่มออทิสติก ดังกล่าว คิดว่า "คลินิกพิเศษออทิสติกในโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น"-สมมติ เอาระดับโรงพยาบาลศูนย์ก่อนจะให้โรงพยาบาลศูนย์เป็นแม่ข่าย.....น่าจะประกอบด้วย....
๑.คลินิกตรวจผู้ป่วยนอก/ผู้ป่วยใน/รวมทั้งการทำฟัน-บุคลากร ได้แก่ แพทย์,ทันตแพทย์-พยาบาล-ผู้ช่วยพยาบาล (?)
๒.ส่วนของการบำบัด;ฝึกพูด-ปรับพฤติกรรม-ฟลอไทม์-กายภาพ-กิจกรรมบำบัด;กระบวนการประเมินระดับพัฒนาการของประสาทการรับรู้ระบบต่างๆ ฯลฯ -บุคลากร ได้แก่ นักพฤติกรรมบำบัด/นักจิตวิทยาคลินิก, นักกายภาพบำบัด,นักกิจกรรมบำบัด/ครูการศึกษาพิเศษ,พยาบาลวิชาชีพ,นักโภชนาการบำบัด เป็นต้น

โดยอันดับแรกให้โรงพยาบาลศูนย์ฯ มีให้ครบ แล้วค่อยต่อยอดลงโรงพยาบาลชุมชนระดับจังหวัด ระดับอำเภอ-งบประมาณนำร่องจะเอาจาก สปสช. ได้หรือไม่? ต่อไปให้ รพ.ยื่นของบประมาณปกติ

http://autisticthailand.com/authailand2012/auspicialclinic/auspecialclinic.htm
บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #85 เมื่อ: 31 ธันวาคม 2012, 14:56:57 PM »

แสดงว่ามีผู้สนใจมาก ซึ่งมาถึง ณ วันนี้ เราไม่ได้มืดมิดอวิชชาอีกต่อไปที่จะจัดการกับประชากรออทิสติก...ซึ่งขอบอกว่า ลูกหลานนักการเมืองทุกโคตรทุกซีกฝ่าย (แม้กะทั่งโคตรบักเน-บุรีรัมย์-มีคนโพสต์ในเฟซบุคกลุ่มออทิสนิตก/มิน่าดูบักเนมันตาลอยๆไงฮุ)ไม่เว้นแม้แต่หัวโจก นปช. ... ล้วนแต่มีลูกหลานอยู่ในออทิสติกเสปรคตรัม.....สี่กลไกหลักตามออทินสติกโรดแมบนี้ถือว่าจะต้องเป็นงานของรัฐ-รัฐบาล......ทำไงจะให้รัฐ-รัฐบาลมันรับเอา 4 กลไกนี้ไปทำ.....ที่ผ่านมาข้าพเจ้าก็อาศัยความสัมพันธุ์ตัวกะไอ้พวกพี่ใหญ่ปีกซ้ายที่ผันตัวไปเป็นลิ่วล้อและขี้ข้าทุนนายหน้าตระกูลชิน(ตระกูลนี้น่าจะเป็น บุคคลพิเศษทั้งตระกูลรึไม่ พี่น้องผองเพื่อนลองพิจารณาดูไม่โง่แต่ทำไมต้องมีข่าวอื้อฉาวเรื่องโกงการศึกษา? แบบแทบหมดตระกูล?)......ซึ่งไอ้พวกพี่ใหญ่พวกนี้ตอนนี้ ก็ต่างมีอำนาจวาสนาอยู่ในศูนย์กลางอำนาจ รวมทั้งไผที่เคยนั่งอยู่หน้าเตาไฟแบบม้งในป่า....ผิง "ข้าวโพดหมู" ให้ข้าพเจ้ากินต่างขนมเมื่อครั้งกะโน้น ไม่เว้นแม้แต่หัวโจกเสื้อแดง นปช. ที่เคยกระซิบข้างหูข้าพเจ้า "ลูกพี่ก็เป็น" .....จึงจะขอใช้พื้นที่ตรงนี้ส่งสารไปยังพวกท่านๆ และ พณ ท่านเหล่านั้น ว่าจะช่วยทำเรื่องนี้ให้เป็นงานของรัฐบาล-รัฐ ให้เป็นการหยั่งยืนถาวร ฝากไว้ให้แผ่นดินสักงานหนึ่งจะได้ไหม......อมิตาพุทธ!!!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 ธันวาคม 2012, 15:07:59 PM โดย salt » บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #86 เมื่อ: 06 มกราคม 2013, 18:19:46 PM »

จะทำคลิป เพื่อออกยูทูปเรื่อง "4กลไกหลัก ตามออทิสติกโรดแมบ" ถ้าผู้ใดมีจิตอาสาหรือช่องทางติดต่อมาได้ ทางกล่องข้อความนะคะ
บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
หน้า: 1 ... 4 5 [6]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.18 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!