บ้านตุลาไทย
21 พฤศจิกายน 2017, 19:12:07 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ยุบแล้ว..!ชมรมคนรักปราสาทศีขรภูมิ....แต่...เสียงคนรักปราสาทโบราณ..ยังอยู่.!  (อ่าน 6521 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เนียงอัปสรา
Full Member
***
กระทู้: 493


จูงกะ..บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 16 เมษายน 2007, 20:48:37 PM »

ยุบ..ชมรมคนรักปราสาทศีขรภูมิ....แต่.เสียงคนรักปราสาทโบราณ..ยังอยู่.!


ยุบแล้ว..! ชมรมคนรักปราสาทศีขรภูมิ

แต่....เสียงคนรักปราสาทโบราณ..ยังอยู่


โปรดคลิกไปอ่านรายละเอียดที่เวปบอร์ดศาลากลางจังหวัดสุรินทร์...

แบบช้าๆแต่..มั่นคง..และยั่งยืน

โปรดคลิกที่...

http://www.gov.surinpoc.com/surinnew/webboard1/view.php?2093



เป็นพัฒนาการ......ของการต่อสู้...เรื่องของความเชื่อทางศาสนา....



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 เมษายน 2007, 20:51:24 PM โดย เนียงอัปสรา » บันทึกการเข้า

ศีขรภูมิ วันนี้ มีหนุ่มสาว           ลูกหลานพระเจ้า ชัยวรมัน ท่านที่เจ็ด
สืบทอสาน ศิลปะ ประดุจเพชร    เจียระนัย ทีเด็ด  ละออตา.
นายทวารบาล
Sr. Member
****
กระทู้: 649


โซรฺซไดยฺ บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2007, 08:21:58 AM »


จดหมายจากอธิบดีกรมศิลปากร อีกหนึ่งฉบับ


ที่ วธ. ๐๔๐๓/๒๔๗๒
กรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ กทม.๑๐๒๐๐
๒๔ มิถุนายน ๒๕๔๘

เรื่อง ชาวศีขรภูมิเรียกร้องทับหลังปราสาทศีขรภูมิกลับคืน

เรียน นายปริญญา กรวยทอง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสุรินทร์
อ้างถึง หนังสือของท่านที่ พิเศษ/๒๕๔๘ ลงวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๔๘


ตามหนังสือที่อ้างถึงแจ้งว่า ชมรมคนรักปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์
ขอให้ท่านช่วยติดตามเรื่องที่ชาวศีขรภูมิ เรียกร้องทับหลังปราสาทศีขรภูมิ
ซึ่งเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมายและจังหวัดสุรินทร์ รวม 2 ชิ้น
กลับไปติดตั้ง ณ สถานที่เดิมและจัดวางชิ้นส่วนต่างๆให้เหมาะสมกับเป็นสิ่งของมีค่า
ควรแก่การเคารพ ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น

กรมศิลปากร มอบให้สำนักโบราณคดี โดยสำนักงานกรมศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา ตรวจสอบแล้ว

ขอเรียนชี้แจงดังนี้

๑ ปราสาทศีขรภูมิ เป็นกลุ่มโบราณสถานที่ก่อด้วยอิฐ หินทราย และศิลาแลง
ประกอบด้วยปรางค์ก่ออิฐ 5 องค์
ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส
โดยมีปรางค์ประธานตั้งอยู่ตรงกลาง
และปรางค์บริวารทั้ง ๔ องค์ ล้อมอยู่ทั้ง ๔ ทิศ

๒. สภาพทั่วไปก่อนดำเนินการบูรณะ
ตัวปรางค์ประธาน ซุ้มประตูทางเข้ามีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์
ทั้งเสาติดผนัง เสาประดับกรอบประตูที่รองรับตัวทับหลังและทับหลัง

สำหรับปรางค์บริวารทั้ง ๔ หลัง ซุ้มประตูทางเข้า ชำรุดหักพังลงทั้งหมด

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๓ หน่วยศิลปากรที่ ๖ พิมาย
ได้ดำเนินการบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์โบราณสถานดังกล่าว ตามหลักฐานที่หลงเหลืออยู่

๓. หน่วยศิลปากรที่ ๖ พิมาย ได้นำทับหลังพระกฤษณะประลองกำลังทั้ง ๒ ชิ้น
ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย
เมื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์แล้วเสร็จ
จึงนำไปจัดแสดงในห้องอารยะธรรมขอม ของพิพธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์


๔. การตรวจสอบหลักฐาน รายละเอียดและขนาดของทับหลังทั้ง ๒ ชิ้น
กับจุดที่ตั้งทับหลังบนปรางค์บริวารทั้ง ๔ หลัง พบว่า

ช่องติดตั้งทับหลังของปรางค์บริวารทั้ง ๒ หลังด้านตะวันออก
มีขนาดใหญ่กว่าทับหลังทั้ง ๒ ชิ้น

ส่วนปรางค์บริวาร ๒ หลังด้านทิศตะวันตก
มีขนาดความกว้างของช่องใส่ทับหลังใกล้เคียงกับตัวทับหลัง

แต่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่า ทับหลังทั้ง ๒ ชิ้น เป็นของปรางค์หลังใด


๕. แม้จะพิสูจน์ความได้ว่า ทับหลังทั้ง ๒ ชิ้น เป็นปรางค์บริวารหลังใด

แต่โครงสร้างของซุ้มประตูปรางค์บริวารทั้ง ๔ หลัง หักพังลงมาจนหมด

จึงไม่สามารถที่จะนำทับหลังทั้ง ๒ ชิ้นนี้ ประกอบติดตั้ง ณ ตำแหน่งเดิมได้


กรมศิลปากรพิจารณาแล้วเห็นว่า
การนำทับหลังภาพพระกฤษณะประลองกำลังทั้ง 2 ชิ้น
ไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ เป็นการสมควร
เพราะเป็นพิพิธภัณฑสถานประจำจังหวัด
และเป็นศูนย์กลางการศึกษาเรื่องราวในอดีตของจังหวัดสุรินทร์
ซึ่งเป็นพื้นที่โบราณสถานแห่งนี้ตั้งอยู่

ส่วนชิ้นส่วนโบราณสถานอื่นๆของปราสาทศีขรภูมิ เช่น
กลีบขนุน บัวยอดปรางค์ ซึ่งไม่สามารถนำกลับขึ้นไปติดตั้งได้
จึงต้องนำมาจัดวางไว้ในที่เหมาะสมเป็นระเบียบเรียบร้อย
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

สำนักงานศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา
ได้จัดทำแผนก่อสร้างแท่นฐานวางโบราณวัตถุดังกล่าว
และปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชม
ขณะนี้รูปแบบรายการได้รับอนุมัติแล้ว
แต่ยังขาดงบประมาณในการดำเนินการ

และในปีงบประมาณ ๒๕๔๘ จะนำเสนอจังหวัดสุรินทร์
เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณแบบจังหวัดบูรณาการอีกทางหนึ่ง

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ขอแสดงความนับถือ
(ลายมือชื่อ)
นายอารักษ์ สังหิตกุล
อธิบดีกรมศิลปากร

สำนักโบราณคดี
สำนักงานศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา
โทร. ๐๔๔-๒๘๕๐๙๖

 
 

โดยคุณ เสียงคนรักปราสาทโบราณ (125.26.111.*)
 [ วันจันทร์ ที่ 16 เมษายน 2550 เวลา 20:45 น. ] ผู้ตอบคนที่ 5

มูลนิธิกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
สนับสนุนภาพถ่ายเมื่อ วันที่ 28 มกราคม 2472
ว่าทับหลังองค์ใด ควรอยู่ที่ปรางค์องค์ใด

แต่อธิบดีกรมศิลปากร แกล้งไม่รู้..
จึงสมควรพิจารณาตนเองได้แล้ว..


ลองคลิกดูภาพ จะจะ...เพื่อยืนยันว่า

ทับหลังองค์ใด..ควรติดตั้งที่ปรางค์องค์ใด...



โปรดคลิก....

http://www.sikhoraphum.net/prasat/index.php?board=1;action=display;threadid=267;start=0

(  เปลี่ยนวิธีการต่อสู้ จาก....เขมรป่าดง  ----->   เขมรศิวิไลย์ )
 
บันทึกการเข้า

ไม่มีแล้ว สงคราม  ความลุ่มหลง    มีแต่องค์ ปราสาทใหญ่ ให้ศึกษา

จารึกความ ยิ่งใหญ่ อลังการ์          ให้สืบทอด เจตนา นิรันดร.
นายทวารบาล
Sr. Member
****
กระทู้: 649


โซรฺซไดยฺ บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2007, 08:33:55 AM »


(คัดจาก นสพ. Bangkok Post p.5A )

March 30, 2005

HISTORICAL ARTEFACTS

................................................................................



Surin community wants lintels back !

ANCHALEE KONGKRUT


Surin _ Local conservationists have stepped up their campaign for the return of two ancient lintels, now kept at the Surin National Museum,
to the community in Sikhoraphum district's tambon Ra-ngang.

The stone lintels, featuring the Hindu god Vishnu vanquishing a giant elephant and a mythical creature,
were stolen many years ago from the Prasart Sikhoraphum historical site. Since being recovered in 1974, they have been kept at the museum.

However, local conservation group Rak Prasart Sikhoraphum Association said it was time the community took care of the lintels by itself.

Sutat Charoenrat, 70, association chairman, said the lintels ``are the heart and soul of the community.
Local people would worship the pieces instead of them being displayed as decorative items or objects of study at the museum''.

The community would build a pavilion close to the historical site for the lintels
if they were returned and install a security camera linked to a police station.


***********************************************************************



ลองปรับปรับภูมิทัศน์ดูบ้าง
« เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2007, 07:41:59 pm »  




วันนี้ ได้ตัดหญ้าด้านนอกรั้วปราสาท ทำตามกำลังของผม ก็ดูดีขึ้นมาบ้าง
ที่เหลือก็รอดูความเปลี่ยนแปลง

ผมใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง กับลูกชายของน้าชาย
ใช้เครื่องตัดหญ้าเล็กๆ ของผม ตัดหญ้าคาที่ขึ้นยาวกว่าไม้ประดับออก ก็ดูสะอาดขึ้นมาบ้าง

หากผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบในการพัฒนาบ้านเมืองโดยตรง ให้เวลากับสุนทรียภาพของชุมชน
 ผมว่า ทัศนียภาพของปราสาทศีขรภูมิคงจะเป็นที่เชิดหน้าชูตาของคนศีขรภูมิทุกคนแน่

และเอ่ยได้เต็มปากเต็มคำว่า เรามีของดีพร้อมที่อวดชาวโลก  
« Last Edit: October 24, 2004, 09:37:07 pm by คนรักษ์ปราสาท »

 


เช่นเดียวกัน วันนี้มีนักท่องเที่ยวมาชมนับร้อยคน เราจะปล่อยให้ทัศนียภาพที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง รกรุงรังได้อย่างไร ...

อายเข้าแย่เลย แบบนี้ อิอิ  




ขุมทองของอำเภอศีขรภูมิ ที่บรรพบุรุษสร้างไว้ให้

วันนี้ชมรมคนรักปราสาทศีขรภูมิ จะมาร่วมกันขุด

เพื่อสร้างความรุ่งเรืองทางจิตวิญญาณกลับคืนสู่ศีขรภูมิอีกครั้ง

ความรุ่มรวยเงินทองเป็นเรื่องมายา

แต่ความเจริญงอกงามทางจิตวิญญาณนั้นอยู่กับเราจนชั่วกาลปาวสาน

ไม่เช่นนั้น คนโบราณไม่คิดสร้างสิ่งก่อสร้างที่ล้ำค่า

ไว้ให้ลูกหลานได้ชื่นชมกันจนถึงทุกวันนี้หรอก

--------------------------------------------------------------------------------



การที่เราได้ร่วมกันเรียกร้องทับหลัง เพื่อวัตถุประสงค์หลายๆ อย่าง
 ประการสำคัญคือ เราต้องการให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงคุณค่าและความงามทางศิลปะ
 ที่คนโบราณได้รังสรรค์ขึ้นไว้ให้ลูกหลานได้ชื่นชม

อีกประการหนึ่งคือ ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์
ที่อยู่ไกลถึงชิคาโก้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ยังนำกลับมาคืนที่เดิมได้

แล้วทับหลังของปราสาทศีขรภูมิ ทั้ง ๒ ชิ้น ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสุรินทร์ และพิมาย
ห่างจากองค์ปราสาทไม่ถึง ๒๐๐ กิโลเมตร ทำไมถึงจะกลับมาไม่ได้

เราไม่ได้เรียกร้องโดยไม่มีเหตุผล
หากทางผู้นำไปครอบครองโดยมิได้ขออนุญาตจากองค์เจ้าพ่อปราสาท
ก็อาจจะเกิดเรื่องราวที่คาดไม่ถึงก็ได้ เรื่องแบบนี้มันอธิบายได้ยาก

สิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจลี้ลับขององค์เจ้าพ่อปราสาทที่กล่าวขวัญมานมนาน
 น่าจะเป็นเรื่องจริง มิเช่นนั้นแล้ว ปรากฏการณ์เช่นนี้ย่อมมิอาจเกิดขึ้นได้

ผมเชื่อว่า เจ้าพ่อปราสาทกำลังต้องการทับหลังที่หายไปทั้งหมดกลับคืนมา
อาจจะใช้เวลาเป็นสิบเป็นร้อยปี ส่วนที่สูญหายและอาจเสียหายจน
ไม่มีสภาพเดิมหลงเหลือแล้วก็ได้

มีคำถามว่า หากได้ทับหลังกลับคืนมาแล้ว คนศีขรภูมิจะดูแลกันอย่างไร ...

ขั้นตอนการนำกลับมานั้น มันไม่ใช่ว่าเราทวงแล้ว
ทางผู้นำไปครอบครองโดยมิได้ขออนุญาตจากองค์เจ้าพ่อปราสาท
จะต้องนำมาคืนทันทีทันใด

มันต้องมีแนวทางที่ชัดเจน ต้องมีการพูดคุยกันหลายๆ ฝ่าย
โดยเฉพาะเรื่องการดูแลรักษา ซึ่งจะต้องเกี่ยวข้องกับคนในชุมชนหลายๆ ภาคส่วน อาทิ

เทศบาลจะต้องหาทางปรับปรุงภูมิทัศน์และทัศนียภาพรอบๆ องค์ปราสาท
 ติดไฟให้ความสว่างในยามค่ำคืนอย่างเหมาะสม

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งต้องตราตามปรกติอยู่แล้ว
ก็เสียเวลาไม่กี่นาทีวิ่งผ่านมาดูความเรียบร้อยบริเวณองค์ปราสาทในเวลาที่ทำหน้าที่

สถานศึกษา ทำหน้าที่สั่งสอนให้นักเรียนมีความรักและหวงแหนศิลปวัฒนธรรมของชุมชน
 เพื่อจะได้รู้และเข้าใจในความรู้สึกของชุมชนอื่นๆ ด้วย เวลาไปเที่ยวที่อื่นๆ จะได้เข้าใจซึ่งกันและกัน

สำคัญคือ องค์ปราสาทศีขรภูมิ เป็นแหล่งศึกษาที่รวมหลายศาสตร์ไว้ด้วยกัน
เป็นหน้าที่ของครูที่จะต้องสร้างองค์ความรู้ตรงนี้ขึ้นมา

หินแต่ละก้อนแต่ละแท่งนำมาจากไหน โดยเฉพาะหินแกรนิตที่นำมาแกะสลักนั้น
นำมาจากไหน ตอนเด็กๆ ผมเคยไปวิ่งเล่น เห็นแหล่งหินตัดนี้มาแล้ว
 แต่ไม่เฉลยวันนี้หรอก อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากองค์ปราสาทเท่าไรนัก

สร้างคำถามให้เด็กๆ ได้ขบคิด และลวดลายต่างที่อยู่ในตัวองค์ปราสาทนั้น
มีที่มาที่ไปอย่างไร ฯลฯ

จะมีสักกี่คนที่รู้ถึงสิ่งเหล่านี้ อย่ามององค์ปราสาทเป็นแค่สิ่งก่อสร้างของคนโบราณเท่านั้น

ชุมชนรอบๆ องค์ปราสาทจะต้องตระหนักถึงคุณค่าที่บรรพบุรุษมอบไว้ให้ด้วย
ร่วมกันทำหน้าที่ดู รักษาความสะอาดรอบๆ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากร
อย่าคิดว่าธุระไม่ใช่

อย่างน้อย ในวันสำคัญๆ หรือวันพระ ก็ร่วมกันทำความสะอาดสักครั้งหนึ่ง

อย่าหวังแต่จะพึ่งหน่วยงานภาครัฐ เพราะบางคนมาแล้วก็ไป ไม่จีรังยั่งยืน
คนในชุมชนนั่นเองเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่ตลอด ต้องตระหนักในตรงนี้

ให้นึกถึงองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงงานหนักเพื่อคนไทยทั้งประเทศ
และพระราชดำรัสของพระองค์ที่ให้เห็นความสำคัญของโบราณสถานที่บรรพชนสร้างไว้
ซึ่งแม้แต่อิฐก้อนเดียวของโบราณสถานก็ยังมีคุณค่า

และสำหรับผมแล้ว อิฐแต่ละก้อนในองค์ปราสาทมีค่ามากสำหรับคนศีขรภูมิและคนทั้งโลก



พวกเราต้องช่วยกันครับ อย่ารอให้มนุษย์จากดวงจันทร์ในภาพถ่ายนี้ลงมาช่วยเลย อิอิ    

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 สิงหาคม 2009, 23:25:20 PM โดย นายทวารบาล » บันทึกการเข้า

ไม่มีแล้ว สงคราม  ความลุ่มหลง    มีแต่องค์ ปราสาทใหญ่ ให้ศึกษา

จารึกความ ยิ่งใหญ่ อลังการ์          ให้สืบทอด เจตนา นิรันดร.
นายทวารบาล
Sr. Member
****
กระทู้: 649


โซรฺซไดยฺ บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2009, 20:29:18 PM »

]

เรามาช่วย 5+1 วัยรุ่นข้างบนนี้ (พ.ศ.2508)

ตามล่า...หาทับหลังพระกฤษณะ  ปราบ  ช้างและคชสีห์ที่หายไป

...ดีไหม...?

ตามใน Google Search...ฮืม??




พากันนั่งขบวนช้างบุญ  คลิก ตามหาที่......

http://musicsurin.spaces.live.com/


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 สิงหาคม 2009, 21:11:38 PM โดย นายทวารบาล » บันทึกการเข้า

ไม่มีแล้ว สงคราม  ความลุ่มหลง    มีแต่องค์ ปราสาทใหญ่ ให้ศึกษา

จารึกความ ยิ่งใหญ่ อลังการ์          ให้สืบทอด เจตนา นิรันดร.
vc2002
Sr. Member
****
กระทู้: 975


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2009, 22:23:25 PM »

ฝากบทกวี(ที่ไปขมายมา)..ถึง..............
คนรักถิ่น  คนหวงแผ่นดิน  คนวัฒนธรรม

หันหน้าไปทางดียวกัน
สร้างดาวกันคนละดวง(ตามที่ตนถนัด)
ช่วงชิงไปสู่สวรรค์(สวรรค์แห่งผู้คนทุกชนชั้น)
ใครไม่ทัน ฉุดกันขึ้นมา
ซ้ำ...ฉุดกันขึ้นมา
ปล.กรุณาอ่านกวีที่ขโมยมานี้
     ด้วยทำนองคนตรี "กระต่ายกับเต่า"
บันทึกการเข้า
นายทวารบาล
Sr. Member
****
กระทู้: 649


โซรฺซไดยฺ บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2009, 23:27:35 PM »

บันทึกการเข้า

ไม่มีแล้ว สงคราม  ความลุ่มหลง    มีแต่องค์ ปราสาทใหญ่ ให้ศึกษา

จารึกความ ยิ่งใหญ่ อลังการ์          ให้สืบทอด เจตนา นิรันดร.
นายทวารบาล
Sr. Member
****
กระทู้: 649


โซรฺซไดยฺ บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2009, 23:28:46 PM »

บันทึกการเข้า

ไม่มีแล้ว สงคราม  ความลุ่มหลง    มีแต่องค์ ปราสาทใหญ่ ให้ศึกษา

จารึกความ ยิ่งใหญ่ อลังการ์          ให้สืบทอด เจตนา นิรันดร.
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!