บ้านตุลาไทย
25 เมษายน 2014, 08:38:28 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชม....ขบวนช้างแห่นาคไปบวชพระ...งานบุญประเพณีที่..บ้านกระโพธิ์ตากลาง จ.สุรินทร์.!  (อ่าน 14609 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
นายทวารบาล
Sr. Member
****
กระทู้: 649


โซรฺซไดยฺ บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 26 พฤษภาคม 2007, 21:24:17 PM »

 


ชม....ขบวนช้างแห่นาคไปบวชพระ....งานบุญประเพณีที่..บ้านกระโพธิ์ตากลาง จ.สุรินทร์..!

 จังหวัดสุรินทร์ เป็นเมืองที่ได้รับขนานนามว่า "เมืองช้าง" มานานกว่า
๓ ทศวรรษแล้ว เนื่องจากการที่ได้ริเริ่มจัดการแสดงของช้างขึ้นครั้งแรกเมื่อ
ปี ๒๕๐๓ และก็ได้จัดสืบทอดเป็นประเพณีมาจนกระทั่งทุกวันนี้



ในแต่ละปีนั้น ก็จะมีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาชมกัน
เป็นจำนวนมาก ทำให้เศรษฐกิจของสุรินทร์เติบโตอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นเมือง
ท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคอีสานอีกเมืองหนึ่ง



 นอกจากการแสดงของช้างที่ลือลั่นไปทั่วโลกแล้ว สุรินทร์ยังเป็นเมืองที่เต็ม
ไปด้วยศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย เนื่องจากเป็นเมืองที่มีกลุ่มชาติพันธุ์
อยู่รวมกันถึง ๓ กลุ่มด้วยกันคือ กูยหรือส่วย เขมร และลาว ซึ่งแต่ละกลุ่มก็
มีขนบประเพณีที่แตกต่างกันออกไป และก็เป็นที่น่าสนใจและน่าอนุรักษ์
ไว้สำหรับอนุชนรุ่นหลัง 



คลิกอ่านต่อที่...

http://www.kradandum.com/chang/monk/monk.htm
บันทึกการเข้า

ไม่มีแล้ว สงคราม  ความลุ่มหลง    มีแต่องค์ ปราสาทใหญ่ ให้ศึกษา

จารึกความ ยิ่งใหญ่ อลังการ์          ให้สืบทอด เจตนา นิรันดร.
sky
Newbie
*
กระทู้: 13


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 04 มิถุนายน 2007, 16:56:49 PM »

 ยิ้มเท่ห์ ขยิบตา ตกใจวาวหาดูยากคะ 
บันทึกการเข้า
นายทวารบาล
Sr. Member
****
กระทู้: 649


โซรฺซไดยฺ บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2007, 08:08:58 AM »



สำนักสงฆ์ วัดป่าอาเจียง



ทางวัดป่าอาเจียง หมู่บ้านช้าง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์

ทอดมหากฐินเมื่อวันที่ 10-11 พฤศจิกายน 2550 ที่ผ่านมา

โดยมีคุณ จาพนม ยี่รัมย์ และครอบครัว และบริษัทสหมงคลฟิมส์

และสายบุญทั่วทุกสารทิศ ชาวบ้านไกล้เคียง

เป็นเจ้าภาพนำพาทอดมหากฐินได้ปัจจัยทั้งหมด 1,300,000

กว่าบาท ( หนึ่งล้านสามแสน กว่าบาท)

เพื่อสมทบทุนในการสร้าง " ศาลาเอราวัณ "

ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง

สอบถามได้ที่พระอาจารย์หาญ ปัญญาธะโร เจ้าอาวาส

วัดป่าอาเจียง 081-760-3761 หรือ

ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองบัว 081-065-5575 (ผู้ใหญ่ธวัชชัย ศาลางาม)


จึงอนุโมทนามาเพื่อทราบ



 
พระน้อย เณรหด บาลีลด ปริยัติพุ่ง (125.24.217.*)
 [ วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน 2550 เวลา 23:46 น. 
 
บันทึกการเข้า

ไม่มีแล้ว สงคราม  ความลุ่มหลง    มีแต่องค์ ปราสาทใหญ่ ให้ศึกษา

จารึกความ ยิ่งใหญ่ อลังการ์          ให้สืบทอด เจตนา นิรันดร.
นายทวารบาล
Sr. Member
****
กระทู้: 649


โซรฺซไดยฺ บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 04 ธันวาคม 2007, 19:41:26 PM »






วัดป่าอาเจียง จ.สุรินทร์ พาช้างทำบุญ โดย ตักน้ำ ดับไฟที่คนจุด วันที่ 5 ธันวา 2550


เป็นการทำบุญให้แก่มนุษยชาติครั้งยิ่งใหญ่

เพราะมนุษย์ได้พากันหลงตน โดยก่อไฟสงคราม

ช้างสุรินทร์ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีแล้วนี้

จึงอาสาดับไฟสงครามที่มนุษยชาติได้ก่อขึ้น

และเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง...



......เป็นการเบิกฟ้าสันติภาพที่มีช้างสุรินทร์ เป็นผู้นำอีกครั้งหนึ่ง.......

หลังจากที่ได้นำช้างมาแห่และบรรเลงปี่พาทย์บนหลังช้าง

เพื่อทำบุญกฐินสามัคคี ณ วัดป่าอาเจียง ต.กระโพธิ์ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์

เมื่อวันที่ 11 -11 - 2550 ที่ผ่านมานี้

และได้มีกิจกรรมให้ช้าง เทเหล้าเผาบุหรื่-ช้างหยิบอาหาร ตักบาตรพระ

อย่าอิ่มบุญทั้ง พระเถรเณรชี อุบาสกอุบาสิกา โดยทั่วหน้ากันมาแล้ว



     .....................................................................



หลวงพ่อหาญ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้

ได้แจ้งแก่นายบำรุง จรัณยานนท์ บก.นสพ.ออนไลน์เสียงคนรักปราสาทศีขรภูมิว่า

ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 ณ วัดป่าอาเจียง (ที่เดิม)

จะมีการทำบุญอีกครั้งหนึ่ง โดยมีกิจกรรมดังนี้



09.00 น. พิธีเปิดงาน โดย

-ช้างและคน เปิดกรวยเพื่อถวายพระพร

-ลูกช้าง นำพวงมาลัยดอกไม้ ไปคารวะพ่อ(ช้าง)ของตน

-ลูกคน นำพวงมาลัยดอกไม้ ไปคารวะบิดาตนเอง



..........คนจุดไฟ (สงคราม)..... ช้างตักน้ำไปดับไฟ. (สงคราม) .........

ฯลฯ



เวลา 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน (ช้างอิ่ม-คนอิ่ม)



หมายเหตุ

-มี Khmer Orchestra (ปี่พาทย์)บรรเลงบนหลังช้างขณะแห่งานบุญนี้

และ คณะปี่พาทย์วงนี้ก็จะลงจากหลังช้างมาบรรเลงที่ศาลาวัดประกอบพิธีกรรมด้วย



     

 
นายทวารบาล (125.25.57.*)
 [ วันอาทิตย์ ที่ 2 ธันวาคม 2550 เวลา 23:49 น. ] 
 


รายงานความคืบหน้า ขบวนแห่ช้างสุรินทร์ไปทำบุญที่นครวัด

โปรดคลิก...

http://sikhoraphum.net/sikho/index.php?topic=74.0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 ธันวาคม 2007, 19:45:58 PM โดย นายทวารบาล » บันทึกการเข้า

ไม่มีแล้ว สงคราม  ความลุ่มหลง    มีแต่องค์ ปราสาทใหญ่ ให้ศึกษา

จารึกความ ยิ่งใหญ่ อลังการ์          ให้สืบทอด เจตนา นิรันดร.
เนียงอัปสรา
Full Member
***
กระทู้: 493


จูงกะ..บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 09 ธันวาคม 2007, 04:43:31 AM »

 ยิงฟันยิ้ม

คลิกชมภาพการบรรเลงปี่พาทย์บนหลังช้างสุรินทร์..ที่..

http://sikhoraphum.net/sikho/index.php?topic=75.msg366#msg366

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 ธันวาคม 2007, 05:07:24 AM โดย เนียงอัปสรา » บันทึกการเข้า

ศีขรภูมิ วันนี้ มีหนุ่มสาว           ลูกหลานพระเจ้า ชัยวรมัน ท่านที่เจ็ด
สืบทอสาน ศิลปะ ประดุจเพชร    เจียระนัย ทีเด็ด  ละออตา.
เนียงอัปสรา
Full Member
***
กระทู้: 493


จูงกะ..บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 09 ธันวาคม 2007, 05:19:15 AM »

 

ตราประจำจังหวัดสุรินทร์
 

รูปพระอินทร์ทรงช้าง
ชื่อของจังหวัด เป็นคำสนธิของคำสองคำ คือ
สุระ กับ อินทร์
หมายถึง   พระอินทร์ผู้เก่งกล้าสามารถ
ตราจังหวัด กำหนดสัญญลักษณ์ประกอบด้วย
พระอินทร์ ประทับขัดสมาธิบนหลังช้าง
หัตถ์ขวาทรงตรี หัตถ์ซ้ายทรงพระแสงขอช้าง
มีภาพปราสาทสลักปรักหักพังเป็นฉากเบื้องหลัง



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 ธันวาคม 2007, 05:27:45 AM โดย เนียงอัปสรา » บันทึกการเข้า

ศีขรภูมิ วันนี้ มีหนุ่มสาว           ลูกหลานพระเจ้า ชัยวรมัน ท่านที่เจ็ด
สืบทอสาน ศิลปะ ประดุจเพชร    เจียระนัย ทีเด็ด  ละออตา.
เนียงอัปสรา
Full Member
***
กระทู้: 493


จูงกะ..บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 09 ธันวาคม 2007, 05:27:10 AM »


บันทึกจาก ครู รร.ช้างบุญวิทยา

วันนี้ ข้าพเจ้าพร้อมคณะครูและนักเรียน รร.ช้างบุญวิทยา
ร่วมกับวัดป่าอาเจียง  พร้อมข้าราชการพ่อค้าประชาชน
ร่วมจัดกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ  ณ วัดป่าอาเจียงแห่งนี้
ได้ร่วมกันกับหลายๆหน่วยงาน หลายๆท่าน ทั้งคนทั้งช้าง
ช่วยกันจัดงานนี้ขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ
ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ภูมิพลอดุลยเดช มีพระชนมายุ 80 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2550
มีโอกาสได้รู้จักกับท่านบำรุง จรัณยานนท์
ขอบคุณมากครับในหลายๆอย่างที่ให้ความอนุเคราะห์
คงมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีกน่ะครับ



ลงชื่อ.. ( ช.  มุ่งดี)   รอง ผอ.รร.ช้างบุญวิทยา
ลงชื่อ...(วินัย ศิรีเวช)

5 ธันวาคม 2550
วัดป่าอาเจียง ต.กระโพธิ์ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์  ประเทศไทย
บันทึกการเข้า

ศีขรภูมิ วันนี้ มีหนุ่มสาว           ลูกหลานพระเจ้า ชัยวรมัน ท่านที่เจ็ด
สืบทอสาน ศิลปะ ประดุจเพชร    เจียระนัย ทีเด็ด  ละออตา.
เนียงอัปสรา
Full Member
***
กระทู้: 493


จูงกะ..บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 09 ธันวาคม 2007, 05:28:59 AM »


.......โปรดสมัครสมาชิกก่อน  จึงจะสามารถคลิกชมภาพสวยๆได้.................









แบนเนอร์โครงการปลดหนี้  ทีมงานช้างพลังโสม 089-2820455 บนผ้าขาว-วงกลมแดง ข้างช้างน้อย

วัยรุ่นรักวัด  วัยรุ่นรักดนตรีบนหลังช้าง  ลูกหลานใครบ้างหนอ...?

บันทึกการเข้า

ศีขรภูมิ วันนี้ มีหนุ่มสาว           ลูกหลานพระเจ้า ชัยวรมัน ท่านที่เจ็ด
สืบทอสาน ศิลปะ ประดุจเพชร    เจียระนัย ทีเด็ด  ละออตา.
นายทวารบาล
Sr. Member
****
กระทู้: 649


โซรฺซไดยฺ บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 13 ธันวาคม 2007, 11:45:56 AM »

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 กุมภาพันธ์ 2008, 13:12:59 PM โดย นายทวารบาล » บันทึกการเข้า

ไม่มีแล้ว สงคราม  ความลุ่มหลง    มีแต่องค์ ปราสาทใหญ่ ให้ศึกษา

จารึกความ ยิ่งใหญ่ อลังการ์          ให้สืบทอด เจตนา นิรันดร.
เนียงอัปสรา
Full Member
***
กระทู้: 493


จูงกะ..บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 03 มกราคม 2008, 13:10:06 PM »


...จากป่า...สู่เมืองคอนกรึต...

 
 

--------------------------------------------------------------------------------
 
 ต้องจากถิ่น อาศัย ที่น่าอยู่
กลับต้องมา ต่อสู้ ในเมืองใหญ่
เมืองที่เขา เรียกว่า ศิวิไลซ์
เมืองที่ ใครๆ ก็อยากมา

แต่ว่าฉัน อยากกลับไป บ้านเกิด
ถิ่นกำเนิด อุ่นไอดิน หอมกลิ่นป่า
กลับไปอยู่ กับเพื่อนฉัน ในวนา
กลับไปเป็น เจ้าป่า ที่น่าเกรง

ขอกรุณา จากมนุษย์ ผู้ยิ่งใหญ่
หยุดได้ไหม การทำลาย อีกข่มเหง
หยุดทำตัว วางท่า เป็นนักเลง
ช่วยบรรเลง เพลงสร้างสรรค์ นั่นแหละดี.

 

--------------------------------------------------------------------------------

"ทำไมต้องเอาช้างมาทรมาน"
"การกระทำเช่นนี้ มิได้ต่างไปจากขอทานเลย"
"ทำให้การจราจรติดขัด เสียเวล่ำเวลาคนอื่น"
...ฯลฯ...

 คำถามและประโยคต่างๆ เหล่านี้อาจจะออกมาจากปากของเรา ท่านๆ ก็ได้
หากได้คนกลุ่มหนึ่งนำพาช้างเชือกใหญ่และเล็ก ตระเวณอยู่ใจกลางเมืองกรุง
แทนที่จะให้มันอยู่ตามธรรมชาติของพวกมันในผืนป่าใหญ่ อย่างที่มันควรจะ
อยู่อย่างปกติสุข
 


--------------------------------------------------------------------------------

"ลอดท้องช้างไหมครับ   ลอดแล้วจะมีโชค"
"ซื้ออาหารให้ช้างไหมครับ ๑๐-๒๐ บาทเอง"
เสียงตะโกนปาวๆ เป็นการเชิญชวนให้ผู้คนที่อยู่ตามเส้นทางที่พวกเขาและช้าง
เพื่อนยากได้ตระเวณผ่าน   โดยเฉพาะกรุงเทพ เพราะตามความเชื่อของคนโบราณ
นั้น การได้ลอดท้องช้างถือเป็นมงคลยิ่งแก่ชีวิต

การนำช้างออกตระเวนไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย เพียงเพื่อแลกกับเงินตราในการ
การลอดท้องช้างแต่ละครั้ง อาจจะดูเหมือนเล็กน้อยในสายตาของบางคน แต่สำหรับ
พวกเขาแล้วมันอาจหมายถึงความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของครอบครัวก็เป็นได้

นั่นเป็นเหตุให้พวกเขาถูกมองจากคนในสังคมเมืองว่า "เป็นการนำช้างมาทรมาน"
และที่หนักไปกว่านั้นคือ พวกเขาถูกหาว่า "เป็นการขอทานในอีกรูปแบบหนึ่ง"
 
 แต่ถ้าหากเรา-ท่าน ได้เข้าไปสัมผัสกับ
ชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นแล้ว คำถามหรือ
ข้อสงสัยต่างๆ อาจจะกระจ่าง และเกิด
ความเห็นอกเห็นใจคนเลี้ยงช้างกลุ่มนี้
ขึ้นมาก็เป็นได้
จากเส้นทางอันยาวไกล สู่มหานครของไทย
ที่ "ชาวกูย" (กวย, ส่วย แต่พวกเรามักจะเรียก
ตัวเองว่า "กูย" หรือ "กวย" ซึ่งแปลว่า "คน")

 
 
 จากลุ่มน้ำมูล แห่งบ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ต้องรอน
แรมพาช้างเพื่อนยากด้วยหวังว่าจะหารายได้เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องพวกเขารวมถึง
ครอบครัวที่รอคอยด้วยความหวังอยู่ที่บ้านด้วยเช่นกัน

นี่คือเป้าหมายสำคัญ...ที่น้อยคนนักจะเข้าใจ

"ถ้าอยู่ที่บ้านก็คงจะตายกันหมด ทั้งคนทั้งช้างนั่นแหละครับ" คนเลี้ยงช้างตอบผม
ในระหว่างการสนทนาภาษาเดียวกัน ที่พักชั่วคราวริมถนนรัชดาภิเษก...

"ทุกวันนี้ มันไม่ป่าจะให้ช้างอยู่ ให้ช้างกินแล้ว สู้มาหาเงินในกรุงเทพดีกว่า ยังพอได้
เงินซื้อกล้วย ซื้ออ้อยให้มันกินบ้าง" หลังสิ้นคำตอบเขาทอดสายตามองไปที่เจ้าเพื่อน
ยาก แววตาสะท้อนถึงความขมขื่นที่ได้รับ ทั้งจากคนสุรินทร์ด้วยกันเองและคนเมือง
ที่ไม่ยอมที่จะเข้าพวกเขา...สำนึกของชาติพันธุ์เดียวกัน ทำให้ผมเจ็บลึกในหัวอก

"ป่าที่เคยมีนั่นนะหรือ เขาก็ตัดทิ้ง ปลูกยูคาลิปตัสกันหมด ช้างมันกินไม่ได้ ถ้าเข้า
ไปเขาก็จับเอา หาว่าบุกรุกป่าของเขา"
 
พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น แม้รู้ว่าการนำพา
ช้างเพื่อนยากเข้ามาเมืองหลวง มันไม่ใช่
เรื่องที่ถูกต้อง เพราะไหนจะต้องหาทำเลที่
เหมาะสมสำหรับช้างและคนได้พักอาศัย
ขณะที่ต้องเผชิญกับมลพิษอย่างหลีกเลี่ยง
ไม่ได้ นอกจากนั้น ยังเป็นการสร้างปัญหา
จราจรให้กับคนเมืองอีกด้วย

...แต่ใช่ว่าพวกเขาอยากให้เป็นเช่นนั้น...
  
 รายได้ที่พวกเขารอนแรมมากับช้างเพื่อนยากนั้น หากหักค่า
ใช้จ่ายทั้งหลายทั้งปวงแล้ว ก็พอที่จะส่งเสียให้เมียได้ใช้ ให้ลูก
ได้ศึกษาเล่าเรียน ที่สำคัญคือ ได้ซื้ออาหารให้ช้างกิน ประการ
หลังสุดนี้ ไม่ใช่เงินน้อยๆ แต่อาจถึงครึ่งหนึ่งของรายได้แตะละ
วันด้วยซ้ำ ...เราน่าจะรู้ดีว่า ช้างกินมากเพียงไหนในแต่ละวัน"
"นู้นพวกเขานอนห้องแอร์ จะไปรู้อะไรกับพวกผม ให้วันละ
๑,๕๐๐ บาท สองวัน ๓,๕๐๐ บางทีผมต้องเสียค่ารถเหมาจากใต้
 
 
มาตั้งหลายพัน มันไม่คุ้มหรอก แต่สัญญาลูกผู้ชายมันก็ต้องทำ" เขาหมายถึงรายได้
จากการแสดงช้างในแต่ละปี ซึ่งทางจังหวัดมอบให้กับกลุ่มคนที่สร้างชื่อให้กับจังหวัด
สุรินทร์

"เรื่องเข้าร่วมแสดงงานช้าง เจ้าหน้าที่เขาก็จะมาดูก่อนวันแสดงช้างไม่กี่วันเท่านั้น
แหละ คือว่าดูว่า มีช้างเยอะพอที่จะแสดงได้ไหม นอกจากนั้นอย่าไปหวัง..."
 


หลังเสร็จสิ้นภารกิจการแสดงงานช้าง
ประจำปีของจังหวัดสุรินทร์ในเดือน
พฤศจิกายนบรรดาชาวกูยเลี้ยงช้าง
กลุ่มนี้แทบจะถูกลืมไปจากชาวสุรินทร์
เลยก็ว่าได้ทั้งๆที่รายได้จากการจัด
งานช้างประจำปีนั้นเป็นจำนวนเงิน
...ไม่น้อย...
  
 

 กว่า 3 ทศวรรษที่ชาวกูยและช้างเหล่านี้ ได้มอบหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่างให้
กับเมืองสุรินทร์ แต่สำหรับวิถีชีวิตของพวกเขาแล้วกลับมืดมนอย่างน่าใจหาย
หาก "เชียงปุม" หรือพระยาสุรินทรภักดี เจ้าเมืองคนแรกของสุรินทร์ ซึ่งเป็น
ชาวกูยเช่นกัน ได้รับรู้ถึงปัญหาต่างๆ เหล่านี้

...ท่านคงจะเสียใจไม่น้อย ที่ลูกหลานของท่านถูกทอดทิ้ง ถูกลืม ถูกดูถูก
เหยียดหยาม อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...
 
 
 อดีตที่เกรียงไกรของ ชาวกูย กำลังถูกลบเลือนไปพร้อมๆ กับความเจริญของสังคมเมือง
ในฐานะที่ผมเองเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของชาวกูยเช่นกัน ผมขอใช้สิทธิที่จะเรียกร้องขอ
ความเป็นธรรมให้กับพี่น้องของผมกับคนเมืองบ้าง...



"ฉูยมอไฮนังเด้อ เชียงปุม"

--------------------------------------------------------------------------------
 
ลงพิมพ์ครั้งแรกใน "ภาพหน้ากลาง" หนังสือพิมพ์เนชั่นสุดสัปดาห์ . ๓-๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘
ปรับปรุงเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๔๓

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 กรกฎาคม 2009, 12:01:10 PM โดย เนียงอัปสรา » บันทึกการเข้า

ศีขรภูมิ วันนี้ มีหนุ่มสาว           ลูกหลานพระเจ้า ชัยวรมัน ท่านที่เจ็ด
สืบทอสาน ศิลปะ ประดุจเพชร    เจียระนัย ทีเด็ด  ละออตา.
เนียงอัปสรา
Full Member
***
กระทู้: 493


จูงกะ..บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 03 มกราคม 2008, 13:18:25 PM »


ช้างสุรินทร์ได้เร่ร่อนไปทำมาหากินต่างถิ่นมา

พร้อมๆกับการจัดงานช้างสุรินทร์ พ.ศ.2502

เนื่องจากมีการปิดพรมแดนไทยกัมพูชา

หลังจากงานช้างที่อำเภอท่าตูม

ได้ย้ายไปที่สนามแสดงช้างในเมืองสุรินทร์ แล้ว


....ช้างก็ไม่มีงานทำ เพราะการเดินทางไปคล้องช้าง ต้องยุติ....



มีการแสดงพื้นบ้านประกอบกลางสนามนี้ด้วย

ลานวัดที่เคยเป็นลานงานบุญต่างๆ ก็ค่อยๆเงียบเหงาลงๆ

ส่วนการแสดงของช้าง ก็คพัฒนาเป็นการแสดงละคอนสัตว์มากขึ้น

ขาดองค์ประกอบที่เป็นการแห่ช้างในงานบุญ

เช่น  บวชพระ-เณร-กฐิน-ผ้าป่า ฯลฯ ซึ่งมีมายาวนานมากในสุรินทร์



ขณะที่จังหวัดอื่นๆ
ก็พัฒนาการแสดงละคอนสัตว์
 ขึ้นมาเทียบเท่างานช้างสุรินทร์
และหลายจังหวัดก็ก้าวหน้าไปมากกว่า
การแสดงละคอนสัตว์ของสุรินทร์ ไปมาก


วัฒธรรมดั้งเดิมของสุรินทร์
ที่มีการนำช้างมาแห่งานบุญก็เสื่อมลง
เพราะหลงทิศผิดทางไปแล้ว   เช่น

-ช้างแห่นาคไปบวชพระ/เณร
และการบรรเลงปี่พาทย์บนหลังช้าง ก็หายไป

-ช้างแห่ องค์ผ้าป่า/กฐิน ไปทอด ณ วัดต่างๆ ก็หายไป

..เมื่องานใดก็ตามที่ไม่เกี่ยวข้องกับบุญจริงๆ
งานนั้นก็ไม่จีรังยั่งยืนได้ยาวนานได้
...และก็เสื่อมไปในที่สุด.......

..งานช้างสุรินทร์ ก็จะป็นไปเช่นนั้น.....



สุรินทร์วันนี้ คือ พ.ศ.2550
มีช้างมาร่วมแห่งานบุญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแล้ว

และมีการฟื้นฟูการบรรเลงปี่พาทย์บนหลังช้างขึ้นมาแล้ว

การฟื้นฟูวัฒนธรรมชุมชนรอบเมืองปราสาทหินโบราณ
...............ก็ Go Inter แล้ว.......................

จึงสมควรที่จะยกระดับงานต่างๆ

........ให้เป็นงานบุญโดยเร็ว.........



ถึงเวลาแล้ว
ที่จะช่วยกันทำบุญโดยขุดกระดูกช้าง
ที่เร่ร่อนหลงทิศผิดทาง
กลับมาทำบุญเสียที



.....ด้วยเหตุนี้แหละ.....

.........โครงการ............

ตามขุดกระดูกช้าง กลับมาทำบุญ ณ วัดป่าอาเจียง..จังหวัดสุรินทร์

..........จึงค่อยๆเติบโตขึ้นตามยุคของโลกาภิวัฒน์.............
.........คือการลื่นไหลของข่าวสารโดยไร้พรมแดน............
.........การเข้ามาร่วมทำบุญด้วยแรงกายและแรงสมอง......
........โดยช้างและคน ก็...เติบโตขึ้นๆๆๆ ดังที่ทราบกันดีแล้ว...

......งานแสดงละคอนสัตว์ กลางเมืองสุรินทร์ก็เสื่อมลงๆ............
..............ด้วยประการฉะนี้.............. 
 




นายสัตวแพทย์อลงกรณ์ มหรรณพ
ผู้ทำเรื่องช้างมาตลอดชีวิตที่ผ่านมา
เป็นเพื่อนร่วมรุ่น(ข้อสอบรั่ว)ของคุณบำรุง จรัณยานนท์
สมัยเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพญาไท  กทม.
ได้คุยกันทางโทรศัพท์จากห้องทำงานของอาจารย์ศักดา เชื้ออินทร์
ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์เมื่อบ่ายวันที่ ๑๙  พ.ย.๒๕๕๐
 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องช้างสุรินทร์ว่า

อาหารช้างสุรินทร์ 1,000  เชือก จะมีกินอิ่มทุกวัน ใน  ๑ ปีโดยการ

๑) นำช้างสุรินทร์ มาแห่งานบุญผ้าป่า  ซึ่งทอดได้     ๓๖๕ วัน ใน ๑  ปี
๒) นำช้างสุรินทร์ มาแห่งานบุญกฐิน ซึ่งทอดได้          ๓๐ วัน ใน ๑  ปี
๓) นำช้างสุรินทร์ มาแห่นาคไปบวชพระ ไปบวชได้    ๓๖๕ วัน ใน ๑  ปี
๔) นำช้างสุรินทร์ มาแห่เยาวชนไปบวชเณรได้ทั้ง     ๓๖๕ วัน ใน  ๑ ปี
๕)..............................
๖)..............................

คนสุรินทร์  ๑,๔๐๐,๐๐๐  คน  จะบวชพระ บวชเณร  ได้ปีละกี่คน
คนสุรินทร์  ๑,๔๐๐,๐๐๐  คน   จะเป็นเจ้าภาพบุญผ้าป่า-บุญกฐิน  ได้ปีละกี่คน

อาหารในงานบุญเหล่านี้ 
เจ้าภาพสามารถเลี้ยงช้างที่มาแห่งานบุญ
ให้อิ่มได้เหมือนเลี้ยงคนในงานบุญเหล่านี้หรือไม่



๒) ช้างสุรินทร์ เร่ร่อนไปตายต่างถิ่น จำนวนมาก
     ตามขุดกระดูกนำมาบรรจุไว้ที่วัดป่าอาเจียง ต.กระโพ  อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์
     ได้เพียง  ๕๐  เชือกเท่านั้น

     จะต้องตามไปขุดกระดูกที่เหลือและฝังไว้ในต่างจังหวัดเช่น
      กาญจนบุรี  พัทยา  ระยอง  จันทบุรี ฯลฯ
      กลับมาทำบุญร่วมกันที่วัดป่าอาเจียง  โดยด่วน..

.....ตำนานช้างเร่ร่อนทั้งกายและวิญญาณ จะได้ปิดฉากลงเสียที......


......เลิกผลาญเงินในการจัดสัมมนาเรื่องช้างได้แล้ว....


ทำ-ทัน-ที   ทั้งข้อ  (๑)   และ ข้อ (๒)
บันทึกการเข้า

ศีขรภูมิ วันนี้ มีหนุ่มสาว           ลูกหลานพระเจ้า ชัยวรมัน ท่านที่เจ็ด
สืบทอสาน ศิลปะ ประดุจเพชร    เจียระนัย ทีเด็ด  ละออตา.
เนียงอัปสรา
Full Member
***
กระทู้: 493


จูงกะ..บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 03 มกราคม 2008, 14:05:26 PM »






 สรุปขบวนช้างแห่งานบุญผ้าป่า-กฐิน-บวชพระ-บวชเณร 

และมีการ: บรรเลง Khmer Orchestra On Elephant




1)  เอาช้างมาแห่บุญผ้าป่าสามัคคี 
     เมื่อวันอาทิตย์ที่  ๑๙  มกราคม  ๒๕๔๖
     เพื่อหาทุนจัดตั้ง มูลนิธิพุทธศาสนาวันอาทิตย์

     โดยเริ่มขบวนแห่ช้าง ๑๓ เชือก
      จาก สนง. มูลนิธิกลุ่มเกษตรกร (อยู่เหนือทางรถไฟประมาณ ๑ กม.)
     ไปยังถนนเลียบคูเมืองกำแพงเมืองชั้นนอกใกล้ สนง.การไฟฟ้า
     ไปทางตะวันตกผ่าน รร.สิรินธร-วงเวียนน้ำพุ-สระถลา
      เลี้ยวซ้ายผ่านตลาดสด
      เลี้ยวขวาผ่านรร.เทศบาล ๓ 
      เลี้ยวซ้ายเลียบคูเมืองกำแพงเมืองชั้นใน
      ผ่านวัดพรหม มุ่งสู่อนุเสาวรีย์พระยาสุรินทร์
       ลงใต้ผ่านวัดจุมพลฯ
       ผ่านกรมทหาร(ค่ายวีรวัฒน์โยธิน)
       เข้าไปทำบุญทอดผ้าป่าในวัดป่าโยธาประสิทธิ์

       งานนี้ช้างได้รับเงินตามที่ตกลงทุกเชือก
        ควาญช้าง ได้รับประทานอาหารในศาลาวัดทุกคน
        เยาวชนรักดนตรีปราสาทศีขรภูมิ จาก รร.บ้านระแงง
        ได้บรรเลงมโหรีปี่พาทย์ต้อนรับขบวนแห่ผ้าป่าด้วยช้าง จนถึงเวลาทำพิธีทอดผ้าป่า
        ในงานมีการทำปุ๋ยอินทรีย์ถวายวัดคือ น้ำหมักชีวภาพล้างจาน-ดับกลิ่นส้วม
         พร้อมใช้เครื่องจักรที่นำกิ่งไม้ใบไม้มาบดเป็นปุ๋ยอินทรีย์คลุมโคนต้นไม้ในวัดได้จำนวนมาก

       เป็นการดึงเยาวชนและผู้ปกครองเข้าวัด
        เพื่อทำบุญ โดยไม่ต้องเอาเงินใส่ซองเพราะ
        การบรรเลงมโหรีปี่พาทย์ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเช่นนี้
        เป็นการทำบุญที่บริสุทธิ์โดยใช้แรงงานคน(บรรเลงดนตรี)และช้าง(แห่ผ้าป่า)
        เป็นประวัติศาสตร์ของวัดป่าโยธาประสิทธิ์ ในยุคใหม่
        -ช้างได้ร่วมทำบุญ  ๑ วัน  ได้กินอาหารบุญ ๑ วัน
        ผู้ปกครอง ก็ได้บุญเพราะลูกหลานที่บรรเลงดนตรี ดึงเข้าวัด
                        ฯลฯ


๒)  เอาช้าง ๓ เชือกมาแห่  ๑ นาคไปบวชพระ
...... พร้อมบรรเลงปี่พาทย์บนหลังช้าง.........

      เมื่อวันที่  ๑๗  มีนาคม  ๒๕๕๐ 
      จากบ้านระเภาว์ ต.ท่านสว่าง  อ.เมืองสุรินทร์
      ไปบวช ณ วัดหลวงพ่อนาน(วัดสามัคคี)

      ส่วนขบวนแห่นาคอีก ๕ ขบวนนั้น
      ใช้รถปิ้กอัพ แห่ด้วยกลองยาว

๓.)  เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๐
       เอาช้าง ๙ เชือก  แห่เยาวชน ๗๐ คน รอบเมืองสุรินทร์
      ไปบวชเณร และศีลจาริณี  ณ วัดป่าโยธาประสิทธิ์ หน้าค่ายวีรวัฒน์โยธิน
       พร้อมบรรเลงปี่พาทย์ ณ ลานวัด - บนรถปิกอัพ - ณ ลานอนุเสาวรีย์พระยาสุรินทร์ฯ

๔)  เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน  ๒๕๕๐
      ช้างประมาณ ๑๑๐  เชือก พร้อมบรรเลงปี่พาทย์บนหลังช้าง ๓ เชือก( ๓ วง)
      แห่บุญกฐินสามัคคี ทอด ณ วัดป่าอาเจียง ต.กระโพธิ์  อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์
      ช้างหลายเชือก ใช้งวงหยิบอาหารใส่บาตรพระ
      ช้างหลายเชือก ร่วมพิธีเทเหล้าเผาบุหรี่
      บุญกฐินนี้  ดาราภาพยนตร์ดังระดับโลก คือ
      จา-พนม ยีรัมย์  หรือ Tony   Jaa   ร่วมเป็นเจ้าภาพด้ว


 
................รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ย. 2550 .........

เรื่องการขนเครื่องดนตรีไปบรรเลงปี่พาทย์บนหลังช้าง
เพื่อร่วมแห่บุญกฐิน ณ วัดป่าอาเจียง หมู่บ้านช้าง



03.00 น. ตื่นนอน นั่งทำสมาธิ

04-07 น. เตรียมบทเพื่อถ่ายทำรายการสารคดี ออกทีวี ช่อง 11
กับ ทีมงานของอาจารย์ศักดา เชื้ออินทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์

08.00 น. รับนักดนตรีและขนเครื่องดนตรี ไปหมู่บ้านช้าง

09.00 น. ถึงวัดป่าอาเจียง เห็บรรยากาศผู้ร่วมบุญกฐิน
มาจาททุกทิศด้วยหน้าตาอิ่มบุญ
มีช้างคู่บุญนับร้อยเชือกมาร่วมงานอย่างกระตือรือร้น

9.30 น. พานักดนตรีชุดแรกไปกราบพระที่กองอำนวยการ

10.30 น. เริ่มบรรเลงเพลงโหมโรง โดยนักดนตรี พร้อมทั้ง5 วง
ขณะเดียวกันก็มีการนำช้างมาตักบาตร-เทเหล้าเผาบุหรี่
พระสงฆ์ฉันอาหารเพล


11.30 พักการบรรเลงเพลงโหมโรง รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 น. นำเครื่องดนตรีขึ้นไปติดตั้งบนแญงช้าง เพื่อให้นักดนตรีบรรเลง
(ติดตั้งบนหลังช้างได้เพียง 3 เชือก(วง) อีกหนึ่งวงติดตั้งไม่ได้(เพราะ..........)
และอีกหนึ่งวงบรรทุกรถปิ้กอัปร่วมขบวนแห่กฐิน
ในขณะที่นำองคืกฐินเข้าศาลาวัด ก็นำเครื่องดนตรีลงจากหลังช้างทั้งหมด
เพื่อบรรเลงเพลงสมโภชองค์กฐินอย่างคึกคัด
แล้วพักการบรรเลงเพื่อทำพิธีทอดกฐิน จนเสร็จพิธี

16.00 น. พานักดนตรีทั้ง 5 วง ไปกราบลาพระเดชพระคุณหลวงพ่อหาญ ปัญญาธโร
เพื่อรับพรและวัตถุมงคล ท่านชี้แนะทางสว่างแก่นักดนตรีหลายเรื่อง

16.30 น. เดินทางกลับ
ผ่านบ้านเมืองลิง-บ้านอาลอ(เอาจักรยานขึ้นรถ-บ้านประทัดบุ-บ้านท่าสว่าง-เข้าบริเวณงานช้าง
18.30 น.-ถึงเมืองปราสาทโบราณศีขรภูมิ ด้วยความอิ่มบุญทั่วหน้า

. .. จา พนม ยีรัมย์..แห่งหนังต้มยำกุ้ง-องค์บาก..ร่วมทำบุญ 1,000,000 บาท.....

(บันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี 2545ใช้เวลา Post เข้าเวปนี้นานมาก แต่ก็ทำได้แล้ว)

คัดจากเวปบอร์ดศาลากลางจังหวัดสุรินทร์    www.surin.go.th


นายทวารบาล แห่งปราสาทศีขรภูมิ (203.113.57.*)
[ วันจันทร์ ที่ 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา 07:44 น. ]


โดยคุณ ..... (203.113.57.*)
[ วันจันทร์ ที่ 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา 07:48 น. ] ผู้ตอบคนที่ 1

โปรดติดตามการสัมภาษณ์สด เบื้องหลังงานนี้

ออกอากาศทางสถานีวิทยุ อสมท.สุรินทร์ คลื่น 99.75 Mhz.

เวลาประมาณ 13.00 น. วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2550

โดย ดีเจ รุ่งตะวัน จินดาศรี


โดยคุณ นายทวารบาล แห่งปราสาทศีขรภูมิ (203.113.57.*)
 [ วันจันทร์ ที่ 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา 07:57 น. ] ผู้ตอบคนที่ 2




ท่านที่ต้องการ VCD

การบรรเลงปี่พาทย์บนหลังช้าง

ในการทำบุญกฐิน ณ วัดหลวงพ่อหาญ (วัดป่าอาเจียง)

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2550

โปรดติดต่อขอรับได้ที่..



อาจารย์ศักดา เชื้ออินทร์

ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์

โทร. 044-514605
มือถือ 089-8461408 081-3898018

email address : prsurin@gmail.com 
 

บันทึกการเข้า

ศีขรภูมิ วันนี้ มีหนุ่มสาว           ลูกหลานพระเจ้า ชัยวรมัน ท่านที่เจ็ด
สืบทอสาน ศิลปะ ประดุจเพชร    เจียระนัย ทีเด็ด  ละออตา.
นายทวารบาล
Sr. Member
****
กระทู้: 649


โซรฺซไดยฺ บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2008, 13:29:05 PM »

เรียน ท่าน webmasterของ website www.thaioctober.com

เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๐ มูลนิธิพุทธศาสน์วันอาทิตย์ไทย ร่วมกับวัดป่าโยธาประสิทธิ์ อ.เมือง จ.สุรินทร์
ได้จัด โครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อน

เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเจริญพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐

และได้จัดขบวนแห่งานนี้ด้วยช้างจำนวน ๙ เชือก พร้อมบรรเลงเพลงปี่พาทย์เพื่อประกอบพิธีกรรมนี้
อันเคยมีอยู่ในเมืองสุรินทร์มาแต่สมัยโบราณ ไปรอบๆเมืองสุรินทร์ ในวันจันทร์ที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๐
ดังภาพและบทรายงานที่ส่งมาพร้อมบันทึกฉบับนี้


ในวันนั้นพุทธศาสนิกชนจากภาครัฐและภาคประชาชน ได้ช่วยสนับสนุนโครงการนี้เป็นอย่างดียิ่ง

จึงขอส่งรายงานนี้มายังท่าน เพื่อเผยแพร่แก่สาธารณชนให้ได้ทราบมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อที่จะเป็นแนวทางให้ วัดต่างๆ ได้ช่วยกันฟื้นฟูพระพุทธศาสนาและประเพณีอันดีงามของชาวสุรินทร์ตามโครงการนี้ ให้ขยายผลออกไปอย่างกว้างขวาง และเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนตลอดไป


ลงชื่อ
(นายบำรุง จรัณยานนท์)
บก.นสพ.ออนไลน์ เสียงคนรักปราสาทศีขรภูมิ
และตัวแทนคณะทำงานมูลนิธิพุทธศาสน์วันอาทิตย์ไทย
ผู้ประสานงานโครงการ


Email : cbamrung@gmail.com

โปรดคลิกไปชมภาพและรื่องที่..

http://www.thaioctober.com/forum/index.php?topic=487.0
 

 

รายงานการนำช้าง ๙ เชือก แห่พระเณรและเยาวชนรอบเมืองสุรินทร์
เพื่อไปบวช ณ วัดป่าโยธาประสิทธิ์ วันที่ ๙ เมษายน
๒๕๕๐


นำขบวนโดย รถฉลามบก...จากค่ายวีรวัฒน์โยธิน
มีช้าง ๖ เชือก ตามด้วยขบวนรถยนต์ออกจากวัดโยธาประสิทธิ์
ไปสมทบกับช้างอีก ๓ เชือกที่รออยู่ ณ อนุเสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง
-เลี้ยวซ้ายผ่าน สนง.สาธารณสุข จ.สุรินทร์
-ตรงไปตามถนนธนสาร ถึงวงเวียนน้ำพุ
-เลี้ยวขวาไปตามถนนเทศบาล ๑
-เลี้ยวขวากลับไปตามถนนจิตรบำรุง
-ขบวนแห่ผ่านไปตามถนนระหว่าง สนง.อบจ.สุรินทร์ และศาลากลาง จ.สุรินทร์
-เลียบคูเมืองกำแพงเมืองชั้นใน (สระวัดจุมพล)
-กลับมาที่อนุเสาวรีย์พระยาสุรินทร์ฯอีกครั้ง
จึงกลับมายัง วัดป่าโยธาประสิทธิ์ โดยสวัสดิภาพ

    

วงปี่พาทย์เริ่มบรรเลงในวัด
ก่อนเคลื่อนขบวนประมาณ ๑ ชั่วโมง (๐๘.๐๐-๐๙.๐๐ น.)
แล้วมาบรรเลงรอต้อนรับที่อนุเสาวรีย์พระยาสุรินทร์ฯ
โดยขนเครื่องดนตรีขึ้นรถปิ้กอัพขับแซงมาก่อนที่ขบวนแห่ช้างจะมาถึงอนุสาวรีย์ฯ
ทำให้มีชีวิตชีวาไปอีกแบบหนึ่ง
เพราะมีทั้งช้างที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต มาชุมนุมกันฟังดนตรีโบราณในบริเวณนี้
จากนั้น จึงนำเครื่องดนตรีขึ้นรถปิ๊กอัพขับแซงขบวนแห่ช้างไปอีกครั้งหนึ่ง
เพื่อไปบรรเลงนำขบวนรอบเมือง
จนจบตามกำหนดการ คือ
เวลา ๑๑.๐๐ น. กลับถึงวัดป่าโยธาประสิทธิ์
แล้วรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน..อิ่มทั้งคน .. อิ่มทั้งช้าง
ประหยัดน้ำมัน-ไม่สร้างควันพิษ-เป็นงานเกียรติยศ ของ.ชาวช้าง
เป็นการเชิดชูครูดนตรีพื้นบ้าน ของ สุรินทร์: เมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม


    


รายนามผู้สนับสนุน(มอบเงินช่วยชาว) ช้างทั้ง ๙ เชือก (ให้ได้มาร่วมขบวนแห่
)


๑) มูลนิธิพุทธศาสน์วันอาทิตย์ไทย ณ วัดป่าโยธาประสิทธิ์
๒) ฐิติญาโณภิกขุ ณ วัดป่าโยธาประสิทธิ์
๓) มหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน (วิทยาเขตสุรินทร์)
๔) คุณชิตนรา ลาภจิตร
๕) คุณวิทวัส บุญญาภิรดี
๖) คุณพวงเพชร พาผล
๗) คุณณัชพล ปุณยรัชตปรีดา
๘) คุณสิทธิศักด์ เจิมทอง
๙) คุณสมพล อาญาเมือง
๑๐) คุณพิชญะ สำรวมจิต

รวมทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ และผู้ไม่ประสงค์ออกนามอีกหลายท่าน
จนทำให้ขบวนแห่ช้างรอบเมืองสุรินทร์ในครั้งนี้ บรรลุตามเป้าหมายด้วยดี
  

วันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๐
ท่านอาจารย์มุกดา มาลาวิทยา แห่ง ร.ร.หนองโตง ฯ
ได้พาคณาจารย์นำ Computer 1 ชุด
มาให้ลูกศิษย์ รร.หนองโตงฯ ที่บวชเณรน้อยหลายคนในวัดนี้
ให้ช่วยกันเขียนเรื่องและใส่รูปของตนเองและเพื่อนๆที่มาบวชร่วมกัน

ทำเป็นจดหมายข่าวกิจกรรมต่างๆ
เพื่อ Online ใน Web board ของศาลากลางจังหวัดสุรินทร์
ขอขอบพระคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่าน ผอ.ประเสริฐ ธุรานุช
แห่ง ร.ร.หนองโตงฯ ที่เห็นความสำคัญ
ของการบวชเณรและศีลจาริณี ภาคฤดูร้อนปี พ.ศ. ๒๕๕๐ นี้

รายนามเยาวชนชายหญิงที่บวชพระเณรและศีลจาริณี
ณ วัดป่าโยธาประสิทธิ์ เมษายน
2550

รายชื่อ ศีลจาริณี

1.ด.ญ.นงนุช แปรต่วน
2.ด.ญ.รุ่งรัตน์ ยังมี
3.ด.ญ.ปราญประมูล นารัมตรึก
4.ด.ญ.สุดารัตน์ กล้าจงยิ่ง
5.ด.ญ.จิราพัขร เจริญนนท์
6.ด.ญ.มานิตา แก้มทอง
7.ด.ญ.อุไรพร ยอดชลูด
8.ด.ญ.นลิน สำราญดี
9.ด.ญ.วรรณภา กิ่งแก้ว
10.ด.ญ.นริศา กลกิจสุวรรณ
11.ด.ญ.แคทรียา พรประชาคมกุล
12.ด.ญ.แก้ววารี ดุมนิล
13.ด.ญ.วรรณภา วิชายิ่ง
13.ด.ญ.จันทร์จิรา วันสุข
14.ด.ญ.วริฏฐา แซ่เล้า
15.ด.ญ.นงลักษณ์ ใยแก้ว
...........ยังมีต่อ...........

โดยคุณ นารีรัตน์ (125.24.202.*) [ วันพุธ ที่ 4 เมษายน 2550 เวลา 14:06 น. ]



.......รายชื่อ ศีลจาริณี (ต่อ) ……….
1.ด.ญ.จิรนันท์ สนิทฉัตร
2.ด.ญ.สดใส ศรีแย้ม
3.ด.ญ.กมลวรรณ บุญทวี
4.ด.ญ.ลัดดาวัลย์ ศรีวิชัย
5.ด.ญ.นารีรัตน์ พื้นผา
6.ด.ญ.จุฑารัตน์ เจิมทอง
7.ด.ญ.จุฑาทิพย์ เจิมทอง
8.ด.ญ.ศิรินทิพย์ ยวงอักษร
9.ด.ญ.วิริยา ถึง ดี
10.ด.ญ.ปณิดา ผาลารักษ์
(ยังมีต่อ)

รายชื่อพระภิกษุ สามเณรที่บวชในโครงการนี้
1.นายสมพัตร์ สมานรักษ์
2.ด.ช.ศิวา เลิศกระโทก
3.ด.ช.คฑาวุธ สัตย์ซื่อ
4.ด.ช.เจษฎา มาชอบ
5.ด.ช.นพพร หวังเชื้อ
6.ด.ช.มงคล แพงพุย
7.นายสถาพร สบเสถียร
8.ด.ช.ศักดา วายโศรก
9.ด.ช.พงศกรณ์ สามสี
10.ด.ช.สมัชชา เลือนราม
11.ด.ช.ณัชพล ปุณยรัชตปรีดา
12.ด.ช.มานะ อดทน
13.ด.ช.ธำมรงค์ ใจทรัพย์
14.ด.ช.ธนปกรณ์ สุทธิยานุช
15.ด.ช.ธนพล กองยอด
16.ด.ช.อิทธิพงษ์ หาญนอก
17.ด.ช.ภมร สุวรรณภิงคาร
18.ด.ช.สิทธิศักษ์ เจิมทอง
19.ด.ช.ธนากร ฝอยจันทร์
20.ด.ช.พิชญะ สำรวมจิต
21.ด.ช.สมภพ สายแก้ว
22.ด.ช.ปิยะพงษ์ บดหนองกรด
23.ด.ช.พิสิษฐ์ บุญวรรณ
24.ด.ช.วศิน แก้วมณี
25.ด.ช.ณัฐพล บุญประสิทธิ์
26.ด.ช.คณิน แว่นแก้ว
27.ด.ช.วงศ์ปัญญา สีทาวัน
28.ด.ช.เจษจำนง จงใจงาม
29.นายธนัท เลิศทรี
30.นายซวง กรุงรัม
31.นายชิตรา ลาภจิต
32.พรมนัส บุญหนัก
33.ด.ช.อุดมพงษ์ สมใส
34.ด.ช.นันธพล สุทฑธิยานุช
….(ยังมีต่อ) ………..


    
 

เอกสารข้างบนนี้ได้ส่ง By Hand แล้ว

เมื่อ ๑๑ กพ. ๕๑ มีดังนี้

๑) ผอ.ประสงค์ บูรณ์เจริญ รร.บ้านระแงง อ.ศีขรภูมิ (เลขรับที่ 87 ลว.12 กพ.51)
๒) นายกเชี่ยวชาญ สกุลบริรักษ์ เทศบาลตำบลระแงง อ.ศีขรภูมิ ( เลขรับที่ 400 ลว.11 กพ.51 .)
๓) นายอำเภอศีขรภูมิ (หน้าห้องจะส่งเลขรับมาให้ทาง email )
๔) ผอ.วิเชียร เทียนขาว กศน.ศีขรภูมิ (อ.จำลอง ห้องคอมพิวเตอร์ จะส่งเลขรับมาให้ทาง email)
๕) ผจก.M. MART สถานีรถไฟศีขรภูมิ ( ผจก.ใหญ่ ที่สุรินทร์-จะติดต่อเอง)
๖) ผจก.ธนาคารกรุงเทพ จก.สาขาศีขรภูมิ ( ผจก. วัชระ เกลียวแก้ว รับเอง )
๗) ธนาคารกรุงไทย จก.สาขาศีขรภูมิ (เลขรับที่ 37/2551 ลว.11 กพ.51 คุณเพ็ญศิริ)
๘) ธนาคารออมสิน จก.สาขาศีขรภูมิ (เลขรับที่ 005/2551 ลว. 11 กพ.51)
๙) สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.สร. ( ผอ .อรรถศิลป์ กฤตาคม เลขรับที่ 171 ลว. 11 กพ.51)
๑๐) อ.ศักดา เชื้ออินทร์ ประชาสัมพันธ์ จังหวัด. สร. รับ By Hand ณ ห้องส่ง FM.93.5 Mhz.15-17 น.



ส่งทาง email วันที่ ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๑ เป็นต้นไป
๑๑) เจ้าคณะอำเภอ (ธรรมยุติ และมหานิกาย ๑๗ อำเภอ)
๑๒) คุณสมศรี บุญมี ประชาสัมพันธ์.อบจ. สุรินทร์
๑๓) คุณเพทาย สดทรงศิลป์ สำนักพุทธศาสนา จ.สุรินทร์
๑๔) คุณไพฑูรย์ ศิริบูรณ์ ผอ.ท่องเที่ยวและกีฬา จว.สร.
๑๕) วัฒนธรรม จังหวัด .สร.
-  www.thaioctober.com
-  www.surin.go.th
-  www.sisaket.go.th


By Hand วันที่ 12 กพ.2551

๑๖) รพ. ศีขรภูมิ ( เลขรับที่ 708 ลว.12 กพ.51)
๑๗) เกษตรอำเภอศีขรภูมิ (จะส่งเลขรับมาให้ทาง email )
๑๘) หน.สถานีอนามัย ต.จารพัต(จะส่งเลขรับมาให้ทาง email )
๑๙) ผอ.แสน แหวนวงศ์ รร.มัธยม ศภส. (เลขรับที่ 269 ลว. 12 กพ.51)
๒๐) ประธานชมรมชาวศีขรภูมิ ( ผ่านเลขาฯ สุริยา )
๒๑) ธนาคาร ธกส. สาขาศีขรภูมิ ( คุณวัชระ สติมั่น)
๒๒) ผกก.สถานีตำรวจฯ ศีขรภูมิ
๒๓) นายสถานีรถไฟศีขรภูมิ
...............ยังมีต่อ......................  
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 พฤศจิกายน 2009, 14:14:22 PM โดย นายทวารบาล » บันทึกการเข้า

ไม่มีแล้ว สงคราม  ความลุ่มหลง    มีแต่องค์ ปราสาทใหญ่ ให้ศึกษา

จารึกความ ยิ่งใหญ่ อลังการ์          ให้สืบทอด เจตนา นิรันดร.
นายทวารบาล
Sr. Member
****
กระทู้: 649


โซรฺซไดยฺ บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 18 กุมภาพันธ์ 2008, 19:48:01 PM »


วันพฤหัสบดี ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 12:47 น. 

๒๔) ครูใหญ่ รร.แงงกวง ศีขรภูมิ
๒๕) อาจารย์อัศวิน สมสืบ
๒๖) เจ้าคณะอำเภอศีขรภูมิ
๒๗) พระอาจารย์พลิด ปภาสโร เวื้อดบารายไปรฺจุม (วัดป่าสระสี่เหลี่ยม)
๒๘) พระอาจารย์บุญมี ปุณณสิริ วัป่าวิปัสนาบ้านหนองขวาว
๒๙) ผู้ใหญ่บานหมู่ที่ 1 ตำบลหนองขวาว อ.ศีขรูมิ
๓๐) พระอาจารย์สมบัติ ชุตินธโร วัดระแงง
...................................................................

๓๑) เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร(ธ) ..หลวงพ่อสมศักดิ์ วัดรพาราม..
๓๒) นายกองค์การบริหารส่วนจงหวัดสุรินทร์ (เลขรับที่1059 ลว.14 กพ.51)

....ยังมีต่อ.......



โดยคุณ เสียงคนรักปราสาทศีขรภูมิ (222.123.2
1.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 13:11 น. ] ผู้ตอบคนที่
4
ได้รับ Email จาก ประชาสัมพันธ์จังวัดสุรินทร์

(อาจารย์ศักดา เชื้ออินทร์ เลขรับที่ 213 ลว. 13 กพ. 2551 )

...ย้ำ...

email ผู้ประสานงานโครงการ น ี้คือ


cbamrung@gmil@com


 
 

โดยคุณ เสียงคนรักปราสาทศีขรภูมิ (125.25.12
8.*) [ วันจันทร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 20:10 น. ] ผู้ตอบคนที่ 3

๓๓) ช่างเพียว รถโบราณ
๓๕) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์(1059 ลว. ๑๔ กพ.๕๑)
๓๖) เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์(ธ.) ณ กุฏิเจ้าอาวาส-หลวงพ่อสมศักดิ์
๓๗) ผอ.ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จ.สุรินทร์(๕๙๘ ลว.14 กพ.51)
๓๘) ผอ.โรงเรียนวีรวัฒน์โยธิน (283 ลว. 14 กพ.51)
๓๙) ผอ.โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน (283 ลว.14 กหพ.51)
๔๐) พระอาจารย์พันตรีอัมพร มาลีหวล (ฐิติญาโณภิกขุ)
๔๑) พระอาจารย์ประเสริฐ ไม้หอม (กุสโลภิกขุ)

....พระ-เณร-ชี ที่สวดมนตร์ทำวัตรเช้าวันที่ 15 กพ.51 ณ ศาลาวัดป่าโยธาประสิทธิ์....

๔๒) เจ้าอาวาสวัดป่าโยธาประสิทธิ์(หลวงตา)
๔๓) ทีมงานช้างพลังโสม (คุณธนพงษ์ เพลินสุข พร้อมแฟ้มใสสีสวยสด)
๔๔) ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 (7106 ลว.15 กพ.51)
๔๕) ผอ.โรงเรียนหนองโตง "สุรวิทยาคม" ( 282 ลว.15 กพ.51)
๔๖) ผอ.วินัย สายสุด winaisaisud@hotmail.com
๔๗) ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสุรินทร์ (0685 ลว.15 กพ.51)
๔๘) รองประธานมูลนิธิพุทธศาสน์วันอาทิตย์ไทย รศ.ดร.เชิญ สามารถ ณ บ้านพัก
๔๙) ผอ.สถานีวิทยุกระจายเสียง อสมท.สุรินทร์ FM 99.75 Mhz ผ่านคุณรุ่งตะวัน จินดาศรี
......ครูหงา ปราสาทหิน ศิลปินร่วมสมัยแห่งเมืองปราสาทศีขรภูมิ.....


๑๖ กพ.๒๕๕๑

๕๐) ผอ.โรงเรียนบ้านจอมพระ (ผ่าน อ.สุพรรณ์ สายยศ)
๕๑) ผอโรงเรียนบ้านดินแดง อ.จอมพระ (อ.บุญชอบ สายยศ)
๕๒) ผอ.โรงเรียนบ้านบึง (อาคารสลากกินแบ่ง) อ.เขวาสินรินทร์ ผ่าน อ.ศิริพงษ์ กิ่งแก้ว
๕๓) ผอ.โรงเรียนบ้านโคกกรวด อ.เขวาสินรินทร์ ผ่าน อ.ไพศาล สายยศ
๕๔) อนุกรรมการ ปปช.จังหวัดสุรินทร์ (ในพิธีเปิดโครงการอบรมเยาวชน ณ โครงการชลประทาน ห้วยเสนง)

๑๗ กพ. ๒๕๕๑

๕๕) ผอ.โรงเรียนบ้านพันษี ผ่านครูเพลินฯ
๕๖) ปแฎงมหาบุญเรือง คัชมาร์ ( เตรียมแปลภาษาแขมรฺ)
๕๗) กรูชัยมงคล แห่งโรงเรียนภาษาแขมรฺซเร็น
๕๘) กรูวิทยา วิจิตร แห่งโรงเรียนภาษาแขมรฺซเร็น

(ส่ง email ถึงเพื่อน 7-8 คน จาก www.thaioctober.com
ห้องภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
)


๑๘ กพ.๒๕๕๑

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.สุรินทร์
ติดถ่ายทอดสด การแถลงนโยบายของรัฐบาล จังไม่ได้เข้าห้องส่ง เวลา 15-17 น[/
 
บันทึกการเข้า

ไม่มีแล้ว สงคราม  ความลุ่มหลง    มีแต่องค์ ปราสาทใหญ่ ให้ศึกษา

จารึกความ ยิ่งใหญ่ อลังการ์          ให้สืบทอด เจตนา นิรันดร.
นายทวารบาล
Sr. Member
****
กระทู้: 649


โซรฺซไดยฺ บองปะโอน.!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 15 มีนาคม 2008, 19:45:28 PM »





ชม....ขบวนช้างแห่นาคไปบวชพระ...งานบุญประเพณีที่..บ้านกระโพธิ์ตากลาง จ.สุรินทร์.!
บันทึกการเข้า

ไม่มีแล้ว สงคราม  ความลุ่มหลง    มีแต่องค์ ปราสาทใหญ่ ให้ศึกษา

จารึกความ ยิ่งใหญ่ อลังการ์          ให้สืบทอด เจตนา นิรันดร.
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.18 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!