บ้านตุลาไทย
20 พฤศจิกายน 2017, 22:29:56 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อผมริอ่านทำสวน  (อ่าน 103707 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sun bird
Jr. Member
**
กระทู้: 134



ดูรายละเอียด
« ตอบ #195 เมื่อ: 20 มกราคม 2011, 22:17:39 PM »

 ยิ้ม ขอแสดงความยินดีต่อเจ้าของสวนยางทุกท่าน ที่ได้ราคายางขึ้น

เพื่อนๆคงสบายกายและใจมากขึ้น

ในสวนป่าสาธารณะกลางเมืองกัวลาลัมเปอร์

ที่เป็นป่าดงดิบมีต้นยาง เพราะราคายางขึ้น ตอนนี้เลยมีคนแอบไปกรีดต้นยางกลางป่า

เอายางมาขายเป็นรายได้พิเศษ ยิ้มเท่ห์

 เป็นที่ฮือฮาข่าวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์

สำหรับเรื่องทองพอทราบข่าวจากเพื่อนที่เมืองไทยว่าทองต้องขึ้นแน่ๆ

ก็รอดู แต่ไม่มีปัญญาชื้อ ยิ้ม

ที่มาเลเชียมีการเตือนเรื่องการชื้อทองไม่ว่าจะตามร้านหรือขายตรง

เพราะอาจจะได้ทองผสม เปอร์เช็นต์ไม่ครบที่บอก

จะฟ้องก็ไม่มีหลักฐานมัดตัวที่แน่นอน

ฟังแล้วเลยขอไปชื้อก๋วยเตี่ยวราดหน้ากินก่อนดีกว่า ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #196 เมื่อ: 20 มกราคม 2011, 22:25:34 PM »

ปีนี้พรรคพวกผมเก็งราคามะนาวครับ

นึกว่าจะได้ลูกละ 10 บาท  

ปรากฏว่าทุกคนปลูกกันออกมาหมด  แถมผลผลิตออกมาพร้อมๆ กัน จึงเหลือลูกละ 1 บาท    ยิงฟันยิ้ม

จึงอ่านข่าวทองขึ้นทองลง แก้กลุ้มไปก่อน   ยิ้มกว้างๆ

ก่อนปิดจอวันนี้ยังทรุดต่อไปถึง 24 ดอลล์กว่าๆ แล้ว  เอ้า ใครมีเงินถุงเงินถัง  พรุ่งนี้เตรียมซื้อทองได้จ้า  ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 มกราคม 2011, 22:33:19 PM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
old clumsy
Hero Member
*****
กระทู้: 1769

ดุลยภาพคือทางรอด


ดูรายละเอียด
« ตอบ #197 เมื่อ: 21 มกราคม 2011, 09:05:36 AM »

 ยิ้มกว้างๆ ที่สวนก็ปลูกมะนาวครับ ปลูกก่อนเขาจะฮิต  แต่ไม่ได้เก็งว่าจะขายลูกละ 10 บาท  ขายแค่ลูกละ 2 บาท ก็อยู่ได้แล้ว

ตอนนี้ส่งร้านพวกกันอยู่ลูกละ 2 บาท แต่ยังเพิ่งเริ่มๆออก ก็ถือว่าราคาพอเหมาะ

ราคาลูกละ 10 บาท มันเว่อเกินไปนะครับ  ใครจะซื้อมะนาวลูกละ 10 บาท ตำส้มตำ ตำน้ำพริกกินกันทุกวัน ต้องใช้ครกละกี่ลูกถึงจะพอ  แพงมากคนหนีไปกินมะขามเปียกแทนก็อดกัน

พวกที่เก็ง 10 บาท น่าจะดีดลูกคิดในรางแก้วมากไปหน่อย  
ส่วนข่าวที่ออกมาว่ามะนาวกก.ละ 1 บาท ที่กำแพงเพชร เอาเข้าจริงก็คือมะนาวถูกลมพัดร่วงตั้งแต่ยังเล็ก เจ้าของสวนเลยเอามาขาย นักข่าว 7 สี ก็ไปเก็บประเด็นมาให้ดูเว่อๆหน่อย

ชาวท่ายาง เพชรบุรีเขาทำมะนาวเป็นหลักมาตลอด เขาบอกว่าอยู่กับมะนาวมาเป็นสิบๆปี มันก็เป็นเรื่องธรรมดา มีขึ้นมีลง อีกสองเดือนหน้าแล้งมะนาวขาดมันก็แพง  พอเข้าฝนก็ถุกลง  ปีนี้น้ำดีก็ถูกหน่อย  แต่ตลอดปีที่ผ่านมารวมปีนี้ นับว่าดีที่สุดที่มะนาวไม่เคยต่ำกว่า 1 บาท  

มะนาวงามๆ 1 ต้น ให้ลูกดกๆก็ปีละ 3-4 พันลูก บางสวนเก่งๆก็ 5 พันลูก ลูกละบาทตลอดปีก็พอแล้ว

ถามชาวสวนอ.ท่ายาง เพชรบุรี  ตอนนี้ออกจากสวนก็บาทกว่าสองบาท ทุกคนก็พอใจอยู่นะครับ ถ้าได้ 5 บาท 7 บาท ก็ถือว่าสุดยอด  แต่ถ้าบาทกว่า 2 บาท ก็อยู่กันได้

คนที่อยู่กับมะนาวมานานเขาก็บอกว่า อย่าเที่ยวตกใจไปโค่นทิ้งกันซะหมดล่ะ  เหมือนพวกที่โค่นมังคุดอายุ 20 ปี ทิ้ง ไปปลูกยางพารา ปรากฎว่าปีนี้มังคุดราคาสูงมาก เสียดายกันเป็นแถว

ถึงได้บอกว่าถ้าจะทำสวนก็อย่าทำอะไรที่มันเชิงเดี่ยว แล้วก็อย่าตามแห่  แบ่งโซนทำไป  ปลูกพืชบ้างเลี้ยงสัตว์บ้าง ปลูกผักบ้าง ปลูกกล้วยบ้าง มีบ่อก็ปล่อยปลา เลี้ยงไก่

อย่างปีที่แล้วไข่ไก่แพงอยู่ไม่กี่เดือนก็ถูกลงแล้ว แต่ถูกยังไงก็ 3 บาทกว่า  รัฐบาลคิดบ๊องๆจะให้ขายไข่เป็นกิโล ไม่ให้ขายตามไซส์ตามเบอร์

คนเลี้ยงไก่ด่ากันตรึม

แต่ไก่โร๊ดของผมกำลังเริ่มออกไข่แล้ว พรรคพวก น้องๆที่บริษัทจองกันตรึม เพราะของเราเลี้ยงธัญพืช ใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจร +ขมิ้นชัน + ไพร  ไม่ใช้วัคซิน ไม่ให้หัวอาหาร  ไม่มีสารเร่งไข่แดง   ไข่ออกมาออกสีเหลืองเหมือนไข่ไก่สมัยเราเด็กๆไ กลิ่นไม่คาว มีกลิ่นหอมธัญพืช ไข่ไก่สาวอุดมด้วยวิตามินและมีคุณค่าทางอาหารสูง ไข่ออร์แกนิคแท้ ขายลูกละ 5 บาท ไม่ยอมขายเป็นกิโลตามรัฐบาลเด็ดขาด... ยิงฟันยิ้ม (แน่ะโฆษณาซะเลย)

เอาแบบเศรษฐกิจพอเพียง ..ได้ แค่พอประมาณไม่ขาดทุน กำไรไม่ต้องมาก

พวกเก็งมะนาว 10 บาทต่อลูกถามว่าใครเขาจะซื้อ ลูกละ 2 -3 บาท นี่ก็พอแล้ว  
ที่ภาคกลางกินมะนาวแป้น กลิ่นหอมมะนาว ลูกไม่ใหญ่แต่น้ำดี รสเปรี้ยว  แต่ทางเหนือมะนาวพันธุ์ชียงใหม่ลูกใหญ่ น้ำเยอะ แต่กลิ่นไม่ค่อยออก  มะนาวกลางออกเป็นพวงๆ พวกละ 4 - 5 ลูก พวงนึงก็ 4 -5 บาท หรูแล้วครับ  ให้นึกว่าเห็นใจผู้บริโภคก็แล้วกัน ขายลูกละบาทสองบาทก็เอาล่ะ.. ยิ้มเท่ห์


อ้อ..ต้องขอดีใจกับชาวสวนยางด้วยครับ โดยเฉพาะลุงเอ  ที่ได้ราคายางงามๆแบบนี้.. ยิงฟันยิ้ม  ยังก็แต่ลุงโพด เห็นบ่นอยู่ว่าทางใต้กรีดยางไม่ค่อยได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย  ฝนมันตก แต่ก็ยังได้อยู่นะครับ
 แต่น้องที่ระนองมันบ่นอุบเลย  ฝนตกหนักทุกวัน ยางก็กรีดไม่ได้  พอแล้งก็ต้องปิดหน้ายาง  กลัวว่าจะตกขบวน
มันบ่นว่าสู้พวกพม่าไม่ได้ เอามีดมาเล่มเดียว ได้ไปตั้งเกือบครึ่ง..คิดแล้วก็น่าทำเองให้หมดเลย...

โชคดีทุกคนนะครับ ชาวเกษตรเลี้ยงพลโลก.. ยิงฟันยิ้ม

 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มกราคม 2011, 09:48:59 AM โดย old clumsy » บันทึกการเข้า

สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์เสมอ...จงอย่าสำคัญตัวผิด ยิ้มเท่ห์
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #198 เมื่อ: 21 มกราคม 2011, 16:42:00 PM »

เอามาคุยสลับฉากกับหัวข้อ พคท. ให้พอครึกครื้นน่ะลุง  ยิ้มเท่ห์

ในโลกของความเป็นจริงยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอยู่แยะ   

ไม่ใช่แค่วัตถุนิยมประวัติศาสตร์แค่นั้น

คนเราก็ต้องปลูก ต้องผลิต  ผลิตเหลือก็ต้องขาย   เพียงแต่กำไรก็ต้องเป็นธรรม  คือผู้บริโภคก็ไม่ตาย  คนขายก็ไม่ต้องร้องว่าขาดทุน   อีกทั้งยังมีกำลังใจจากการได้ขายผลผลิต   

เพราะถ้าไม่มีกำไรเลย   จะเอาที่ไหนมากระตุ้นคน    เพียงแต่ "อย่าเอากำไรเกินควร"  เท่านั้น

บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #199 เมื่อ: 22 มกราคม 2011, 09:01:14 AM »

ที่สวนของผมมีคนอีสานจากยะโสมาช่วยดูแลแต่ต้น
พวกเขาเดิมเป็นคนทำสวนเร่ร่อน  มาตระเวณหาเช่าที่ชาวบ้านหรือนายทุนเพื่อปลูกแตงโม   ล้ำลุกคลุกคลาน บางปีก็ได้ผล บางปีก็ล้ม  จึงหาเงินใช้หนี้กลับบ้านไม่ได้สักที
สามสี่ปีมานี้  ได้ให้พวกเขามาปักหลักอยู่ในสวน  อนุญาตให้ปลูกพืชแซมระหว่างต้นยางได้   โดยไม่คิดค่าเช่าที่   ระหว่างนี้ก็พยายามคุยให้พวกเขาลดการใช้สารเคมีปลูกแตง  ซึ่งก็ไม่ทราบได้ผลหรือไม่  เพียงแต่เห็นระยะหลังๆ ไม่ค่อยมีกระป๋องยามาวางให้เราเห็น  หรืออาจเก็บทิ้งเสียเพราะกลัวเราพบและว่าเอาก็เป็นได้
แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาเริ่มดีขึ้น    ในฤดูที่ไม่ปลูกแตงเขาก็พากันปลูกถั่วตามคำแนะนำ   ปรากฏว่าปีที่ผ่านมาถั่วก็ได้ราคาดีอีก   เพราะเก็บถั่วหมดก็ไถกลบ เตรียมดิน  พักดินสักฤดูแล้วกลับมาปลูกแตงได้อีกในฤดูต่อไป      เวลานี้การปลูกแตงของพวกเขาไม่ต้องกังวลเรื่องตลาด  พวกพวกพ่อค้าคนกลางจะพากันมาวางเงินมัดจำตั้งแต่เริ่มปลูก   เพราะพวกนี้มีความชำนาญในการปลูกแตงจนเป็นที่ไว้วางใจ  ทำให้เห็นได้ว่าความเข้มแข็งของชาวไร่ประการแรกคือ   ต้องมีความรู้เป็นทุน    ความรู้นี้ที่สำคัญได้มาจากประสบการณ์ของพวกเขาเอง    เมื่อมีทุนที่เป็นความชำนาญพิเศษนี้แล้ว   ก็ทำให้พ่อค้าคนกลางไม่กล้าเอาเปรียบ  แต่กลับต้องมาง้อ กระทั่งหาออเดอร์มาให้ปลูกตามใบสั่งเหล่านั้น   อย่างเช่นปีนี้เขาถือออเดอร์มาเรื่องปลูกแตงไทยเพิ่มเติม   
เมื่อผู้ปลูกเป็นผู้ชำนาญการ    ตลาดก็ไม่ต้องวิ่งไปหาเอง    พวกพ่อค้าคนกลางจะเทียวไปเทียวมาระหว่างสวนเพื่อมาประมูลผลผลิตแข่งกัน   ฤดูที่ผ่านมาพวกเขาขายแตงโมที่ปลูกแบบยกเหมา   คือพ่อค้าคนกลางมาประเมินแล้วตีราคา   ให้เท่าไหร่ก็จ่ายเงินสดกัน   แล้วเรื่องการเก็บผลผลิตเป็นเรื่องของพ่อค้าคนกลางที่ต้องหาคนมาเก็บ เอาขึ้นรถเอง   แบบนี้คนปลูกก็ไม่ต้องกลัวเรื่องผลผลิตเสียหาย   พวกเขาได้รับส่วนของเขาไปเต็มๆ    ที่ทำแบบนี้เพราะเขาบอกว่าแรงงานแพงจ้างไม่ไหว  ให้พ่อค้าเขาจ้างมาเองก็แล้วกัน
ปีที่ผ่านมาเขาปลูกแตงโมได้ 3 ครั้ง  แต่ละครั้งได้เงินค่าปลูกถึง 4-5 แสนบาท   เพียงพอที่จะได้เงินกลับไปใช้หนี้ทั้งของตนเองและของญาติพี่น้องที่บ้านเกิด   เพียงพอที่จะซื้อรถปิ๊กอัพป้ายแดงตามความต้องการของชาวบ้าน   ที่ไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่   แต่เป็นความสุขทางจิตใจจึงไม่อยากไปขัด   
ปีใหม่ที่ผ่านมา   ไปกินข้าวปีใหม่กับพวกคนที่มาดูแลส่วนให้เหล่านี้    เขาจัดการปล่อยน้ำออกจากสระ   จับปลามาทำกินกันสนุกสนาน   เจ้าไก่หลายตัวก็ต้องลงไปอยู่ในหม้อ    ถามว่าทำไมต้องทำเยอะอย่างนี้   พวกเขาบอกว่าตอนบ่ายๆ ค่ำ  พวกพ่อค้าที่มารับซื้อแตงซึ่งหมายถึงพวกพ่อค้าคนกลางจะแวะมากินปีใหม่ด้วย    จึงทำให้ปีใหม่ปีนี้ในสวนของผม  ซึ่งเดิมไปที่ชาวบ้านบอกว่าเป็นที่เปลี่ยวมาก   ชาวบ้านท้องถิ่นไม่ค่อยเข้ามากัน  ปีใหม่ปีนี้จึงเต็มไปด้วยเสียงเพลงและงานเลี้ยงสังสรรค์กันอย่างคึกคัก
เวลาที่ไปสวน   พวกเขาจะเก็บฟืชผักต่างๆ รวมทั้งข้าวที่ปลูกเองที่นี่  และที่ญาติพี่น้องจากทางอีสานปลูกได้  ใส่หลังรถให้โดยไม่คิดมูลค่าเหมือนกัน   แถมยังย้ำอีกว่า  "อันนี้ไม่ฉีดสารแน่นอน"   แต่ละครั้งก็ได้มามากจนกินไม่ไหว  ต้องนำไปแจกชาวบ้านที่อยู่ข้างๆ กันทำให้ได้กินผักฟรีเป็นประจำ

จึงทำให้คิดๆ ขึ้นมาเหมือนกันว่าความสัมพันธ์แบบนี้จะเรียกว่าอะไรดี

คนข้างๆ  เจ้าความคิด   บอกว่าเรียกว่า "คอมมูนทุนนิยม" สิเธอ   ยิ้มเท่ห์ ยิ้มกว้างๆ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #200 เมื่อ: 23 มกราคม 2011, 13:54:26 PM »

ส.ค้าทองคำ คาดแนวโน้มราคาทองผันผวนต่อเนื่องในสัปดาห์หน้า นักลงทุนต่างชาติเก็งแบงก์ชาติจีนปรับขึ้น ดบ.อีก 1.25% สวนทางเงินเฟ้อที่ปรับลดลง หวั่นบิดเบือนตัวเลข ศก. ทั้งยังตั้งสำรองเพิ่มอีก 0.5% แนะจับตากองทุนยักษ์เทขายทองคำหันไปซื้อหุ้นน้ำมัน โดยเก็งกว่าราคาน้ำมันโลกจะแตะ 100 ดอลลาร์
      
       นายพิชญา พิสุทธิกุล เลขาธิการสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำในตลาดต่างประเทศปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากนักลงทุนต่างชาติประเมินว่า ธนาคารกลางของจีนอาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกร้อยละ 1.25
      
       ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ต่างชาติตั้งข้อสังเกตุว่า การประบขึ้นดอกเบี้ยของจีน สวนทางกลับการประกาศตัวเลขดัชนีเงินเฟ้อทั่วไป ประจำเดือนธันวาคม 2553 ที่ผ่านมา ที่ลดลงจากร้อยละ 5.1 เหลือร้อยละ 4.6 จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลจีนอาจบิดเบือนตัวเลขทางเศรษฐกิจ ประกอบกับจีนเพิ่มประกาศเพิ่มเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอีกร้อยละ 0.5 ทำให้ราคาทองคำในตลาดโลกตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง
      
       ดังนั้น แนวโน้มราคาทองคำในสัปดาห์หน้า น่าจะยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่อง หลังจากนักลงทุนต่างชาติวิเคราะห์ว่า กองทุนเก็งกำไรขนาดใหญ่อาจทยอยเทขายทองคำ เพื่อกลับไปถือครองหุ้นน้ำมัน หลังประเมินว่าราคาน้ำมันไนเม็กซ์อาจปรับราคาสูงขึ้นถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาเรล ภายในสัปดาห์หน้า

สวนยางใต้เฮถ้วนหน้า ราคายางดิบทะลุ กก.ละ 162 บาท รมว.เกษตรฯ ชี้ ต้นเหตุเกิดจากอุปทานมีน้อยกว่าความต้องการ สกย.คาดแนวโน้มแตะ กก.ละ 200 บาท จับตาถุงยางอนามัย ราคาพุ่งตาม ผวาลามคุมกำเนิด-โรคเอดส์แพร่ได้ง่ายขึ้น
       
       นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ด้านราคาของยางพาราที่ปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้ โดยระบุว่า ในสัปดาห์นี้ราคายางยังคงปรับตัวสูงขึ้นในทุกตลาด เนื่องจากมีผลผลิตยางออกสู่ตลาดน้อย จากการที่ยังคงมีฝนตกชุกในแหล่งผลิตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ความต้องการซื้อสูง เนื่องจากผู้ประกอบการในประเทศเร่งซื้อยางเพื่อรอการผลิต หลังจากเปิดโรงงานในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว และผู้ส่งออกเร่งซื้อยางเก็บเข้าสต็อกเพื่อรอส่งมอบตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
       
       โดยราคาซื้อขายล่วงหน้าตลาดสิงคโปร์เฉลี่ยกิโลกรัมละ 161.73 บาทสูงขึ้นจาก 153.95 บาท ในสัปดาห์ที่แล้ว หรือสูงขึ้น 3.79% ขณะที่ราคายางแผ่นดิบที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ อยู่ที่กิโลกรัมละ 144.06 บาท สูงขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมากิโลกรัมละ 8.24 บาท
       
       สำหรับการประมูลซื้อขายยางพาราที่ตลาดกลางยางพาราทั้ง 3 แห่งในภาคใต้ พบว่าทำสถิติราคาใหม่ขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ โดยช่วง 3 สัปดาห์ หลังปีใหม่ ปรับตัวขึ้นไปแล้ว 21.98 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) โดยที่ตลาดกลางสุราษฎร์ธานี ราคายางแผ่นดิบได้สูงสุดในภาคใต้ กิโลกรัมละ 162.85 บาท ส่วนที่ตลาดกลางนครศรีธรรมราชราคากิโลกรัมละ 162.69 บาท และตลาดกลาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ราคากิโลกรัมละ 161.66 บาท
       
       นายพิริยะ เอกวาณิช รองผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) กล่าวว่า ขณะนี้ราคายางพาราอยู่ในระดับที่สูง ล่าสุด ราคายางแผ่นดิบพุ่งทะลุ 161 บาท เป็น 162 บาทต่อกิโลกรัมไปแล้ว และคาดว่าจะปรับสูงอีกต่อเนื่อง เนื่องจากตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนเมษายนนี้ ผลผลิตยางจะออกสู่ตลาดน้อยลง เพราะเข้าสู่ฤดูการผลัดใบ โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออก ไปภาคใต้ตอนบน ภาคใต้ตอนล่างทั้งนี้ จากที่หลายฝ่ายคาดการณ์มีแนวโน้มว่าราคายางแผ่นดิบจะพุ่งทะลุ 200 บาทต่อกิโลกรัม ในเร็วๆ นี้
       
       นายสมมาตร แสงประดับ หัวหน้ากลุ่มวิจัยเสถียรภาพราคายาง สำนักงานตลาดกลางยางพาราสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ระยะนี้มีเกษตรกรนำยางมาขายประมาณวันละ 10 คันรถกระบะมูลค่าคันละ 200,000 บาท ส่งผลให้เงินหมุนเวียนรับซื้อยางของตลาดกลางที่มีอยู่วันละ 11 ล้านบาท ไม่เพียงพอยังขาดอีก 10 ล้านบาท จึงต้องให้ผู้ประมูลยางเร่งนำมาจ่ายให้ตลาด
       
       "ปีนี้ยางราคาสูงก่อนช่วงสงกรานต์ พอหน้าแล้งอาจจะสูงขึ้นกว่านี้อีก เพราะเป็นช่วงที่ยางผลัดใบประมาณเดือนพฤษภาคม น้ำยางจะออกน้อยลง ส่วนที่ทางภาคอีสาน ต้นยางขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เซนติเมตร เกษตรกรเร่งกรีดกันแล้วทำให้ผลผลิตลดลง 40% แล้ว"
       
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #201 เมื่อ: 25 มกราคม 2011, 07:48:28 AM »

เมื่อวานหุ้นตกระเนระนาด   ทองคำทำท่าว่าจะผงกหัวขึ้น  แต่ก็ดิ่งร่วงลงไปอีก   แสดงว่าฝรั่งหัวขาวทิ้งหุ้นและทิ้งทองหันหลับไปหาตลาดหุ้นของตัวเองที่เมื่อวันพุ่งกระฉูด   คนอยากซื้อทองวันนี้ก็น่าจะซื้อได้แล้ว

เมื่อคืนนั่งดูรายการช่อง 11  เห็นมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนมาออกทีวี  จับความได้ว่า

คำถามสำคัญ   ตอนนี้ยางราคาขึ้น  จึงมีคนหันมาปลูกยางมาก  อีกหน่อยจะล้นตลาดหรือไม่   ตามกฎดีมาน-ซัพพลาย  เมื่อมีผู้ปลูกมากราคาย่อมลดลง
ผู้เชี่ยวชาญตอบว่า  ตามหลักเป็นอย่างนั้น   แต่เชื่อว่าดีมานยังไม่ลด   เพราะจีนเศรษฐกิจกำลังพัฒนาขนานใหญ่   และยังหวังอินเดียอีกประเทศ  หากสองประเทศนี้พัฒนาไปมากๆ  ความต้องการยางอย่างไรก็ไม่พอ   เพราะยางกลายเป็นสินค้าทางยุทธศาสตร์อย่างหนึ่ง   (ล้อรถถังทั้งหลายก็ต้องใช้ยางธรรมชาติ)

จะมีผลิตภัณฑ์ยางเทียมมาแทนหรือไม่    ยางเทียมทำมาจากน้ำมันปิโตรเลียม  เมื่อน้ำมันแพง ยางเทียมก็ไม่มีทางราคาถูก   อีกทั้งยางรถทั้งหลายยังต้องใช้ยางธรรมชาติในสัดส่วน 40 เปอร์เซ็นต์เพราะมีสรรพคุณที่รีดน้ำได้ดี  ในขณะที่ยางเทียมรีดน้ำได้ไม่ดี

กล่าวโดยสรุปดีมานส์จากนี้ไปอย่างน้อย 10-20 ปีไม่มีทางลด   ทีนี้มาดูการซัพพลาย  เขาบอกว่าพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการปลูกยางนั้นมีไม่มีกี่แห่งในโลก   เวลานี้แม้จะมีการขยายพื้นที่ปลูกในลาว ในพม่า แต่ก็เป็นยังเป็นพื้นที่ที่น้อยมากเมื่อเทียบกับทั้งโลก   แม้เวลานี้จีนจะพยายามไปขยายพื้นที่ปลูกในแอฟริกา ที่ไอเวอรี่โคสต์   แต่พื้นที่ที่เหมาะสมก็ยังอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้    หากดูตามนี้การซัพพลายยังจะไม่พอสำหรับความต้องการในอนาคตด้วยซ้ำ    ด้วยเหตุนี้จีนจึงพยายามเข้ามาตั้งโรงงานและจุดรับซื้อยางเองในทุกภาคของประเทศไทยในเร็วๆ นี้   อีกทั้งนครชิงเต่าก็ได้มาลงนามเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับจังหวัดยโสธรเพื่อซื้อขายยางพารากันโดยตรง(ชิงเต่าได้รับการมอบหมายให้เป็นศูนย์กลางของยางพารา)   นี่คือการรุกเข้ามากุมจุดยุทธศาสตร์โดยฝ่ายจีนที่เป็นคนมองเห็นการณ์ไกล

ปลูกมากๆ จะกระทบพื้นที่ปลูกอื่นๆ เช่นผลไม้ในจังหวัดเชียงรายหรือไม่    ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าสำหรับพื้นที่ที่มีน้ำดี  ก็ควรปลูกผลไม้ต่อไป  เพราะยางควรไปปลูกในพื้นที่ที่น้ำไม่ดี   ด้วยเหตุที่ยางเป็นพืชทนการขาดน้ำ   สามารถยืนต้นอยู่บนเขารอแต่เพียงน้ำฝนได้

.......................................................

มาถึงจุดนี้ก็ได้คิดว่าใครเขาแห่ปลูกยางก็ปลูกไปเถอะ   แม้จะเป็นพืชเชิงเดี่ยว   แต่อย่างน้อยก็สร้างป่าและความชุ่มชื้นได้เหมือนกัน   ส่วนคนที่ปลูกผลไม้อยู่แล้วก็ควรยืนอยู่ในแนวทางของคนอื่นต่อไป    เพราะตามกฎดีมานส์-ซัพพลาย  เมื่อคนปลูกน้อย  ผลไม้ก็น่าจะราคาดี.......................................................

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวอีกว่า   ปัจจุบันในประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยางพารา 18 ล้านไร่  อยู่ในภาคใต้เสีย 11 ล้านไร่    ประเทศที่ส่งออกยางพาราเป็นอันดับหนึ่งคือไทย  รองลงไปคืออินโดนีเซีย   ส่วนมาเลเซียลงไปอยู่อันดับสามคงเพราะหันไปปลูกปาล์มน้ำมันแทน    ปีนี้คงจะส่งเสริมการปลูกอีก 8 แสนไร่   ความจริงแล้วเป้าหมายอยู่ที่ 20 ล้านไร่  แต่คงไม่เร่งรัดปล่อยให้ค่อยเป็นค่อยไป   คงเพราะหากไปเร็วก็จะมีปัญหาชาวสวนอื่นๆ จะหันกลับมาปลูกยางกันหมด    การส่งเสริมนั้นเขาจะส่งเสริมเฉพาะชาวสวนรุ่นใหม่ระดับ 2-15 ไร่เท่านั้นและที่ดินต้องมีเอกสารสิทธิ   จะไม่ให้กับคนที่มีส่วนยางอยู่แล้ว

เขาว่าอย่างนี้  ก็เอาเท่าที่จำได้มาบันทึกไว้ ณ ที่นี้
บันทึกการเข้า
atm
Hero Member
*****
กระทู้: 1562



ดูรายละเอียด
« ตอบ #202 เมื่อ: 17 ธันวาคม 2011, 19:57:04 PM »

ตอนนี้จีนมาซื้อบ.ยางในไทยแล้ว  แต่ไม่รู้ว่าถูกต้มหรือเปล่า   เนื่องจากเจ้านี้มันเขี้ยวลากดิน
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #203 เมื่อ: 18 ธันวาคม 2011, 10:43:58 AM »

รายงานลุงเอด้วยต้นยางอายุ 4 ปีครึ่ง  พอไหวไหมครับ

บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #204 เมื่อ: 18 ธันวาคม 2011, 10:46:35 AM »

ไปเจอสองต้นมีปัญหาแบบนี้
ไม่ทราบว่าต้องแก้ไขไหมครับหรือปล่อยให้ต้นมันสร้างเปลือกขึ้นมาแทนเอง

   

บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #205 เมื่อ: 18 ธันวาคม 2011, 10:54:51 AM »

ปีนี้ต้นอโศกสปันบานตามกำหนดเวลา  ออกดอกอวดโฉมนับรวมได้ 14 ดอก





บันทึกการเข้า
คนภูเรือ
Sr. Member
****
กระทู้: 847

สวัสดีครับมิตรสหาย.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #206 เมื่อ: 18 ธันวาคม 2011, 21:47:10 PM »

อยากได้กิ่งต้นอโศกฯ
มาปลูกบ้างจัง

ต้องทำไงครับลุง

บันทึกการเข้า

ก้าวไปข้างหน้าเพื่อประเทศชาติ
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #207 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2011, 07:35:13 AM »

ลุงลองพิมพ์คำว่า การเพาะปลูกอโศกสปัน

หรือเข้าไปที่ www.nanagarden.com

มีคนลงโฆษณาไว้  ต้นละ 100 บาท

น่าจะรวดเร็วกว่ารอของผม  เพราะถ้าเพาะจากเมล็ดคงเป็นปี
บันทึกการเข้า
คนภูเรือ
Sr. Member
****
กระทู้: 847

สวัสดีครับมิตรสหาย.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #208 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2011, 08:06:07 AM »

รายงานลุงเอด้วยต้นยางอายุ 4 ปีครึ่ง  พอไหวไหมครับ




ลำต้นขนาดนี้แถวภูเรือ ยิ้มกว้างๆ เห็นเริ่มกรีดกันแล้วครับ
แต่แค่ขับรถผ่านไปน่ะ ไม่ได้ลงไปสอบถามรายละเอียด ยิ้ม
บันทึกการเข้า

ก้าวไปข้างหน้าเพื่อประเทศชาติ
คนภูเรือ
Sr. Member
****
กระทู้: 847

สวัสดีครับมิตรสหาย.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #209 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2011, 08:07:22 AM »

ลุงลองพิมพ์คำว่า การเพาะปลูกอโศกสปัน

หรือเข้าไปที่ www.nanagarden.com

มีคนลงโฆษณาไว้  ต้นละ 100 บาท

น่าจะรวดเร็วกว่ารอของผม  เพราะถ้าเพาะจากเมล็ดคงเป็นปี



ขอบคุณครับลุง ยิงฟันยิ้ม
เวปดีน่ะ มีต้นไม้หายากเยอะเลย
จะลองติดต่อได้
บันทึกการเข้า

ก้าวไปข้างหน้าเพื่อประเทศชาติ
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!