บ้านตุลาไทย
20 พฤศจิกายน 2017, 22:27:33 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 9   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แนวรบฝั่งตะวันตกเหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง - ผลกระทบแห่งสงครามชาติพันธุ์ในพม่า  (อ่าน 91749 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Vinyuchon
Hero Member
*****
กระทู้: 1016



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 13 กรกฎาคม 2007, 17:16:22 PM »

 เจ๋ง

ชอเชิญชวนตากอากาศริมสนามรบ

สงครามที่ยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษในแนวรบฝั่งตะวันตก สงครามนิรนามที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย อาทิผู้ลี้ภัย แรงงานอพยพ  ยาเสพติด เหยื่อแห่งทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หญิงและชายผู้ขายบริการ  อาชญากรรมที่เป็นผลต่อเนื่อง เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าพวกเขาต่างมาจากทุกสารทิศของฝั่งฟากสาละวินด้านตะวันตกของไทย  ทำไมเมื่อพรรคคอมมิวนิสต์พม่าล่มสลาย  ชนชาติว้าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวร่วมพรรคคอมมิวนิสต์พม่ายังคงถูกเรียกว่า "ว้าแดง" แต่ว้าแดงก็เป็นชื่อที่แสลงต่อสังคมไทยไม่น้อย เมื่อสื่อไทยต่างประณามว่าพวกเขาคือผู้ค้าและผู้ผลิตยาเสพติดที่เรียกว่า "ยาบ้า" ที่ส่งผลให้สังคมไทยในหลายๆส่วนที่ค่อนบ้า... ต้องบ้า..มากขึ้นไปอีก กะเหรี่ยงแดงกลับไม่ใช่ฝ่ายซ้ายแต่เป็นฝ่ายขวา  โปรดติดตาม เจ๋ง


ฟากฟ้าสาละวิน แนวรบฝั่งตะวันตก


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กรกฎาคม 2007, 10:28:32 AM โดย Vinyuchon » บันทึกการเข้า

สุดฝันที่ปลายฟ้า..มุ่งหาสัจธรรม..
butterfly
Full Member
***
กระทู้: 421



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 13 กรกฎาคม 2007, 17:48:59 PM »

เตรียมเสบียงมาปูเสื่อนั่งรอติดตามแล้ววววว.....
ขอภาพประกอบ.....ทุกตอน....นะ...นะ....ภาพสวยมากๆ.. ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 15 กรกฎาคม 2007, 21:50:34 PM »

ต้องแอบกระซิบบอกความลับ  ขยิบตา
หลังจากเป็นตากล้องถ่ายทำให้พี่ป้าน้าอามานับปี (แต่ยังทำเป็นหนังออกมาไม่ได้สักที)
อย่ากระนั้นเลยเล่นเองดีกว่า
ตอนนี้ทีมงานคุณวิญญูชนกำลังซ้อมทำศึก(จริงๆ) กันอยู่แถบชายแดนกระมัง
วันนี้น้องคนหนึ่งในทีมงานมาหา   บอกว่าผมไปซ้อมรบมา
ตอนแรกนึกว่าซ้อมแบบที่เขายิงปืนสีกัน  แต่ไม่ใช่
ซ้อมจริงๆ ทหารจริงๆ ครับ 
อ้าวแล้วน้องเล่นเป็นฝ่ายไหน
ผมเป็นไทยใหญ่ครับ   เป็นพี่ชายของพระเอก  เป็นหนังศึกสามเส้า ไทยใหญ่ พม่า ว้าครับ
แล้วใครมาเล่นให้ 
ทหารจริงๆ ครับ   เลยได้ซ้อมรบกันจริงๆ
ถ้าอย่างนั้น เอาไปเลยยาจริงๆ  ที่เขาใช้แก้ช้ำในในสงครามเวียตนาม
ยาขาวยูนนานขนานแท้และดั้งเดิม   กลางคืนให้ทานเม็ดนิรภัยสีแดงหนึ่งเม็ด  ตามด้วยเหล้าขาว (อันนี้ลืมบอกน้องเขาไป)  รับรองไม่กี่วันกล้ามเนื้อกลับมาดังเดิม
สมัยสงครามเวียตนามทหารเวียตถูกบอมบ์หนัก   บางคนเล่าว่าอยู่ห่างเป็นกิโลตัวยังกระดอนขึ้นช้ำใน   คาดว่ายาหนึ่งที่ใช้คือเจ้ายาขาวยูนนานนี่แหละ   เพราะทำมาจากต้นสามเจ็ดหรือซันชิที่ขึ้นตามชายแดนจีน-เวียตนาม
สำหรับหนังชื่ออะไร  ใครเล่นกันบ้าง  ต้องให้เจ้าตัวมาเฉลยกันเอง
เอาว่าโฆษณาไว้ก่อน  ว่าน้องๆ กองถ่ายของเราแซงคิวลุงพาสิตไปเป็นดารากันแล้วครับ
บันทึกการเข้า
Vinyuchon
Hero Member
*****
กระทู้: 1016



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 16 กรกฎาคม 2007, 17:07:47 PM »

 เจ๋ง

แหมหนังยังไม่ทันฉาย มีมิตรรักแฟนเพลงมารอแล้วครับ  ต้องขอขอบคุณด้วยใจจริง  เจ๋ง ยิ้มเท่ห์เรื่องราวที่จะได้เล่าต่อไปนี้เป็นประสบการณ์ตรงล้วนๆครับ  แต่ตอนนี้ยังติดภาระกิจที่ยังไม่เสร็จลุล่วง ขอเอาภาพบางส่วนมาให้ป้าผีเสื้อชมไปพลางๆก่อนครับ

ส่วน "สหายศึก" ต้องค่อยเป็นค่อยไปสารคดีมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ต้องแม่นยำในข้อเท็จจริง  ช่วงนี้เลยให้ทีมงานได้ฝึกฝนวิชาจากประสบการณ์จริงจะได้แข็งแกร่งและมุ่งมั่นไม่ย่อท้อต่องานหนักที่ต้องแบกรับในภายหน้า  ยิ้มเท่ห์ อย่างน้อยก็ยังมีอ้ายแสนไชยอีกคนหนึ่งที่ให้กำลังใจพวกเราเสมอมาครับ  ตอนนี้หนังใหญ่ที่ช่วยทำนายทุนเขามีแผนการตลาดไว้แล้ว และก็เป็นการบังเอิญที่ผู้กำกับฝ่ายภาพเป็นคนคนเดียวกับคนที่ถ่ายเรื่อง "๑๔ ตุลาฯ สงครามประชาชน" ส่วนพวกเราหลังจากเสร็จศึกเหนือ ก็จะล่องใต้หาประสบการณ์และให้รางวัลชีวิตกับตัวเองต่อไป.. ยิ้มกว้างๆ ยิ้มเท่ห์



หมู่บ้านของชาวกะเหรี่ยงริมฝั่งสาละวิน

บันทึกการเข้า

สุดฝันที่ปลายฟ้า..มุ่งหาสัจธรรม..
Vinyuchon
Hero Member
*****
กระทู้: 1016



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 16 กรกฎาคม 2007, 17:12:20 PM »

 เจ๋ง


นาข้าวที่พึ่งดำเสร็จ สีเขียวขจีงามตา


ชาวบ้านบางส่วนยังคงปักดำ นี่คือวิถีของผองชนลุ่มน้ำสาละวิน
บันทึกการเข้า

สุดฝันที่ปลายฟ้า..มุ่งหาสัจธรรม..
Vinyuchon
Hero Member
*****
กระทู้: 1016



ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 16 กรกฎาคม 2007, 17:16:37 PM »

 เจ๋ง


เมื่อข้าวเริ่มโต ฝูงควายก็ได้พักผ่อนกินอยู่อย่างอิ่มหมีพีมัน


คนพึ่งควาย ควายอยู่เพื่อคน
บันทึกการเข้า

สุดฝันที่ปลายฟ้า..มุ่งหาสัจธรรม..
Vinyuchon
Hero Member
*****
กระทู้: 1016



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 16 กรกฎาคม 2007, 17:20:21 PM »

 เจ๋ง


ป่าสาละวินไม่เคยทำให้โลกร้อน แต่คนต่างหากที่ทำให้โลกร้อนขึ้น
บันทึกการเข้า

สุดฝันที่ปลายฟ้า..มุ่งหาสัจธรรม..
Vinyuchon
Hero Member
*****
กระทู้: 1016



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 16 กรกฎาคม 2007, 17:35:02 PM »

 เจ๋ง


สาละวินไม่ใช่สายน้ำร้าย  แต่คนต่างหากที่กำลังจะทำร้ายเธอ  พวกเขาลืมแม้แต่ความเป็นแม่ของเธอ แม่...ผู้ที่ให้ความอุดมสมบูรณ์ ความชุ่มชื้นและชีวิตโดยไม่เลือกว่าผองชนเหล่านั้นจะเป็นใคร..และเป็นคนชั้นใด?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กรกฎาคม 2007, 17:36:47 PM โดย Vinyuchon » บันทึกการเข้า

สุดฝันที่ปลายฟ้า..มุ่งหาสัจธรรม..
Vinyuchon
Hero Member
*****
กระทู้: 1016



ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 17 กรกฎาคม 2007, 22:50:57 PM »

 เจ๋ง




มันเป็นสงครามที่ยืดเยื้อ  มันคือสงครามที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของชนเผ่าและชาติพันธุ์


สงครามนิรนามที่ยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 กรกฎาคม 2007, 10:42:29 AM โดย Vinyuchon » บันทึกการเข้า

สุดฝันที่ปลายฟ้า..มุ่งหาสัจธรรม..
Vinyuchon
Hero Member
*****
กระทู้: 1016



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 19 กรกฎาคม 2007, 17:58:53 PM »

 เจ๋ง

ในธรรมชาติที่สวยงามนั้น...มีการสู้รบ 



นักรบแห่งหน่วยจรยุทธ์ของกองทัพกะเหรี่ยงแดง สูบชาลูท (บุหรี่พม่า) อย่างอารมณ์ดี

สงครามกลางเมืองในพม่านั้นประทุขึ้นนับตั้งแต่พม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๑  มูลเหตุของสงครามที่รัฐบาลพม่าต้องเผชิญสามารถอธิบายพอสังเขปดังนี้คือ ๑ อุดมการณ์ที่แตกต่าง  ๒. กลุ่มชาติพันธุ์ที่ต้องการแยกตัวออกมาเป็นอิสระและปกครองตนเอง รัฐบาลพม่าต้องขับเคี่ยวกับศึกหลายด้านชนิดที่ว่าต่อเนื่องและยาวนานแม้ทุกวันนี้สงครามยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ 

อาจกล่าวได้ว่าสงครามกลางเมืองในพม่าเป็นสงครามที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกปัจจุบันนี้ก็ว่าได้  บทบาททางการเมืองภายในพม่าในช่วงหลังสงครามและภายหลังได้รับเอกราชนอกเหนือจากกลุ่มชาติพันธุ์แล้วการขับเคี่ยวทางการเมืองเห็นจะเป็นบทบาทของมิตรร่วมรบที่กลับกลายมาเป็นศัตรูในภายหลังของฝ่ายเรียกร้องเอกราชที่มี “นายพลอ่องซาน” เป็นผู้นำในนามกลุ่ม “๓๐ สหาย” (Thirty Comrades) หรือจะแปลแบบการทูตว่า “คณะตรีทศมิตร” ก็คงได้ แต่ผมขอเรียกตามศัพท์ฝ่ายซ้ายว่า “๓๐ สหาย” ก็แล้วกัน บรรดา ๓๐ สหายนี่เขาเรียกตัวเองว่า “ทะขิ่น” ภาษาพม่าหมายถึง “เจ้านาย” ไม่ก็ “ฯพณฯ ท่าน” อะไรทำนองนี้  ต่อจากนี้ไปหากมีการกล่าวถึงคำว่า “ทะขิ่น” ก็หมายความว่าบุคคลนั้นเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะกู้ชาตินามว่า “๓๐ สหาย” ก็แล้วกันครับ

ศัตรูอันดับแรกของรัฐบาลประชาธิปไตยพม่าภายใต้นายกรัฐมนตรีคนแรกของพม่าคือ “อูนุ” (ทะขิ่นนุ) หลังจากที่พม่าได้รับเอกราชคือ “พรรคคอมมิวนิสต์พม่า” (Communist Party of Burma) และกลุ่มชาติพันธุ์ที่มี “กะเหรี่ยง” เป็นผู้นำในการประกาศตัวแยกออกจากพม่าเพื่อสถาปนา “รัฐกะเหรี่ยง” มาตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๔๙๒

“กะเหรี่ยง” เป็นหัวหอกในการประกาศตนเป็นอิสระก่อนพม่าได้รับเอกราชด้วยซ้ำไป  แม้นายพลอ่องซานบิดาแห่งเอกราชพม่าและพ่อของนาง “อ่องซาน ซู จี” ได้พยายามโน้มน้าวให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆได้มารวมตัวกันเพื่อหาข้อยุติในการเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษภายใต้ชื่อ “สหภาพพม่า” ที่เมืองปางหลวง (ป๋างโหล๋ง - สำเนียงไทใหญ่)ในรัฐไทใหญ่หรือรัฐฉาน (Shan State) เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๐ จนเป็นที่มาของ “ข้อตกลงแห่งปางหลวง” (Panglong’s Agreement)

ซึ่งมีสาระสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งในข้อตกลงที่ว่า ภายหลังจากการรวมตัวกันและได้รับเอกราชจากอังกฤษแล้วภายใน ๑๐ ปีกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆสามารถที่จะตัดสินอนาคตของตนเองได้ว่าจะรวมอยู่ภายใต้ธงของ “สหภาพพม่า” หรือจะแยกตัวเป็นอิสระ ซึ่งกลุ่มต่างๆที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนั้นมีตัวแทนจาก ไทใหญ่/ฉาน คะฉิ่น และฉิ่น เท่านั้นที่เข้าร่วมประชุมและร่วมลงนามในข้อตกลงปางหลวง  แต่ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆที่ไม่ยอมเข้าร่วมอาทิ มอญ ยะไข่/อาระกัน ว้า นากา ลาฮู/มูเซอร์ พะโอ/ตองซู่ ปะหล่อง โกก้าง ฯลฯ รวมทั้ง “กะเหรี่ยง” (แยกเป็นกะเหรี่ยง “กอทูเล”- รัฐกะเหรี่ยง และ “กะเหรี่ยงแดง” แห่งรัฐคะยา)

ภายหลังข้อตกลงที่ปางหลวงไม่นานนายพลอ่องซานก็ถูกสังหารโดยผู้ไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเขาก่อนที่พม่าจะได้รับเอกราชจากอังกฤษเพียงไม่กี่เดือน “ทะขิ่นนุ (อูนุ)” มิตรร่วมรบเพื่อเอกราชของเขาจึงได้รับการสืบทอดอำนาจต่อมา จากข้อตกลงที่ปางหลวงทำให้กลุ่มที่เข้าร่วมประชุมเริ่มทวงสัญญาเมื่อเวลาใกล้ถึง ๑๐ ปี  ในระหว่างนี้รัฐบาลพม่าต้องทำสงครามกับ “พรรคคอมมิวนิสต์พม่า” และ “กะเหรี่ยง” ไปพร้อมๆกัน  ในเวลาต่อมากลุ่มกะเหรี่ยงได้จัดตั้งพันธมิตรร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆที่ต้องการแยกตัวเป็นอิสระหรือปกครองตนเองขึ้นในชื่อ “แนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ” (National Democratic Front – NDF)  


นักรบกะเหรี่ยงแดงแห่งลุ่มน้ำสาละวิน พร้อมอาวุธคู่กาย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 กรกฎาคม 2007, 23:39:04 PM โดย Vinyuchon » บันทึกการเข้า

สุดฝันที่ปลายฟ้า..มุ่งหาสัจธรรม..
Vinyuchon
Hero Member
*****
กระทู้: 1016



ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 20 กรกฎาคม 2007, 22:46:44 PM »

 เจ๋ง

ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพม่าในอดีตและปัจจุบัน

พรรคคอมมิวนิสต์พม่า – ก่อตั้งเมื่อ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๒  ที่กรุงย่างกุ้ง ต่อมาในปีพ.ศ. ๒๔๘๙ได้มีการแยกตัวออกมาของกลุ่มที่ต้องการให้การปฏิวัติเป็นไปแบบรุนแรงเร้าร้อนและเรียกตนเองว่า “พรรคคอมมิวนิสต์พม่า – ธงแดง” (Communist Party of Burma- Red Flag) นำโดย “ทะขิ่นโซ” มีฐานที่มั่นแถบภูยะไข่หรือเทือกเขาแห่งอาระกันและพม่าตอนบน ต่อมา “ทะขิ่นโซ” ถูกทหารพม่าจับได้เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๓ ทำให้ถึงจุดอวสานของพรรคคอมมิวนิสต์พม่า - ธงแดงไปโดยปริยาย

ส่วนพรรคคอมมิวนิสต์พม่าที่เป็นต้นกำเนิดยังคงดำเนินกิจกรรมทางการเมืองและการทหารต่อไปและเป็นที่รู้จักกันในนาม “พรรคคอมมิวนิสต์พม่า – ธงขาว” (Communist Party of Burma – White Flag) มีฐานที่มั่นสำคัญในระยะเริ่มต้นแถบเทือกเขาพะโค (Pegu Yoma), เทือกเขาแห่งอาระกัน/ยะไข่ (Arakan Yoma) และในที่ราบลุ่มแม่น้ำอิระวดีแต่ในหลายปีต่อมาถูกกองทัพพม่าตีต้องถอยร่นไปตั้งฐานที่มั่นติดชายแดนจีนในตอนเหนือของรัฐไทใหญ่/รัฐฉาน  พรรคคอมมิวนิสต์พม่า(ธงขาว)มีประธานพรรคฯตามลำดับต่อไปนี้ “ทะขิ่นทาน ทุน” (ระหว่างปีพ.ศ. ๒๔๘๘ – ๒๕๑๑) “ทะขิ่นซิน” (ระหว่างปีพ.ศ. ๒๕๑๑ – ๒๕๑๘) และ “ทะขิ่นบา เต็น ติน” (ระหว่างปีพ.ศ. ๒๕๑๘ – ๒๕๓๒) ส่วนเลขาธิการพรรคคนสุดท้ายคือ "คิน หม่อง ยี"  เท่าที่จำได้จากเวบของป้าซอท์ล (๒๕๑๙ ข้าเอง-www.2519me.com)ได้บันทึกไว้ว่าเคยมีอดีตนักรบท.ป.ท. หลายท่าน ที่ถูกส่งไปจีนขากลับมาเมืองไทยต้องผ่านฐานที่มั่นแห่งสุดท้ายของพรรคคอมมิวนิสต์พม่าที่ “ปางซาง”หลังจากพำนักอยู่ระยะหนึ่งก็ได้วางแผนเดินทางกลับมาตุภูมิหวังจะทำการปฏิวัติต่อผ่านทางรัฐไทใหญ่และต้องผ่านเขตยึดครองของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพม่าหลายต่อหลายกลุ่ม  และกว่าจะเดินทางมาถึงแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่นักรบท.ป.ทเหล่านี้ยังไม่ทราบว่าสงครามประชนที่ต้องต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธของพคท./ทปท.ได้ยุติลงแล้ว


คูรบ กับนักรบผู้โดดเดี่ยว ณ แนวรบฝั่งตะวันตก เขาจะคิดถึงใครบ้างหรือเปล่าหนอ...?

การสลายตัวของพรรคคอมมิวนิสต์พม่า (ธงขาว)ในปีพ.ศ. ๒๕๓๒  เนื่องจากมีการยึดอำนาจภายในและการไม่ยอมรับอำนาจของส่วนกลาง (Mutiny)โดยชนชาติว้าซึ่งเป็นกองกำลังทหารหลัก  พวกว้ากล่าวหาว่าคณะกรรมกลางส่วนใหญ่มีแต่พม่าไม่มีชนเผ่าเป็นสมาชิก แถมยังเอารัดเอาเปรียบชนเผ่าที่เป็นสมาชิกพรรคฯ  เท่าที่ทราบจากทหารว้าเมื่อครั้งไปผมเยือน “ปางซาง” ในปีพ.ศ. ๒๕๓๗ ทะขิ่นบา เต็น ติน ถูกอุ้มใส่แคร่ไม้ไผ่เพราะแก่มากแล้วหาบข้ามน้ำข่ามอบให้กับทางการจีนรับตัวไปยังสถานคนชราที่ “เมืองอ่า” เขตปกครองพิเศษ “ลานซาง/ล้านช้าง” ในมณฑลยูนนานตรงข้ามกับ ”ปางซาง” ปัจจุบันทางการจีนได้สร้างสะพานข้ามแม่น้ำข่าค่อนข้างถาวรเชื่อมโยงระหว่างเมืองอ่ากับปางซาง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 สิงหาคม 2007, 11:39:14 AM โดย Vinyuchon » บันทึกการเข้า

สุดฝันที่ปลายฟ้า..มุ่งหาสัจธรรม..
Vinyuchon
Hero Member
*****
กระทู้: 1016



ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 20 กรกฎาคม 2007, 22:55:15 PM »

 เจ๋ง

แนวร่วมพรรคคอมมิวนิสต์พม่าและเขตงาน

๑ . เขตงาน ๑๐๑ (War Zone 101) ในรัฐคะฉิ่น กองกำลังหลักเป็นนักรบคะฉิ่น  เมื่อฐานที่มั่นใหญ่ถูกว้ายึดและยุบ  พรรคฯต้องยุติบทบาทด้วยสิ้นเชิงพร้อมๆกับการเจรจาหยุดยิงกับรัฐบาลพม่า  แนวร่วมส่วนนี้ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น”กองทัพประชาธิปไตยใหม่-คะฉิ่น” ( New Democratic Army – Kachin หรือ NDA – K) มีผู้นำเป็นชาวคะฉิ่นชื่อ “ติง ยิง” (Ting Ying) กองกำลังติดอาวุธปัจจุบันประมาณ ๘๐๐ – ๑,๒๐๐

๒. เขตงานโกก้าง (เขตงานพิเศษ - ชาวโกก้างเป็นชาวพม่าเชื้อสายจีน) ภายหลังการเจรจาหยุดยิงกับรัฐบาลพม่าได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “กองกำลังพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติพม่า” ( Myanmar National Democratic Alliance Party/Army – MNDAP/MNDAA) นี่ก็ตั้งชื่อเสียหรู  ผู้นำช่วงมีการหยุดยิงใหม่ๆผู้นำคือสองพี่น้องตระกูล “เฟิ้ง” คือ “เฟิ้ง จ่า ชิน” และ “เฟิ้ง จ่า ฟู” แต่ก็นั่นแหละเมื่อมีอำนาจก็ต้องมีการโค่นอำนาจในเวลา ๓ ปีต่อมา สองพี่น้องตระกูล “หยาง” ก็เข้ายึดอำนาจพวกเขาคือ “หยาง มู่ เหลียง” และ “หยาง มู่ อาน” พื้นที่เขตงานนี้ผมไม่เคยไปเพราะไปค่อนข้างยากและเข้มงวดหลายอย่าง  ประกอบกับภาษาจีนไม่ค่อยแข็งแรง กลุ่มโกก้างขึ้นชื่อในเรื่องของการแปรฝิ่นดิบให้เป็นเฮโรอีนยาเสพติดประเภทต่างๆตามลำดับหลังของเจ้าผงนรก และเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญในพม่า  พวกเขาเป็นทั้งคนกลาง ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและนักการตลาด  กองกำลังติดอาวุธน่าจะพอๆกับกลุ่มคะฉิ่น เนื่องจากพื้นที่ยึดครองไม่กว้างขวางมากนัก

๓. อดีตศูนย์กลางพรรคฯ ได้เปลี่ยนเป็นกองบัญชาการใหญ่ของ “กองทัพแห่งสหรัฐว้า” (United Wa State Party/Army) มีอดีตกรรมการกรมการเมืองหนึ่งเดียวของพรรคคอมมิวนิสต์พม่าที่มีเชื้อสายชนเผ่าว้าคือ “เจ้ายี่ลาย” ปัจจุบันเขาเป็นอัมพาตครึ่งตัวเรียกว่าแทบจะไม่มีอำนาจอะไร ข่าวบางกระแสก็ว่าเขาเสียชีวิตแล้ว คนที่สองแต่ผมว่าเขาเป็นหมายเลขหนึ่งตัวจริงคือ “เปา โย ชัง” หรือ “ต้า ปัง” ผู้เป็นทั้งฝ่ายบริหารและผ.บ.ทหารสูงสุดของกองทัพว้าปัจจุบันและทรงอำนาจที่สุด 

เมื่อหลายปีที่ผ่านมาได้มีการโยกย้ายประชาชนว้ามายังภาคใต้ของรัฐไทใหญ่/ฉาน  ประชิดชายแดนไทยตามยุทธศาสตร์ “แบ่งแยกแล้วปกครอง” ของกองทัพพม่า  ถ้าว่าไปแล้วมันก็คือยุทธวิธีคลาสสิคตามตำราพิชัยยุทธไม่มีผิด  ผู้ที่สนใจติดตามข่าวสงครามยาเสพติดมักจะได้ยินชื่อ “เมืองยอน” และคำว่า “ว้าแดง” อยู่เสมอๆทั้งนี้สื่อไทยเรียกตามชื่อพรรคในอดีตเพื่อเข้าใจได้ง่ายและจูงใจในเชิงข่าว  การสร้างเมืองยอนและอพยพชาวว้าและชนเผ่าเล็กๆมาตั้งถิ่นฐานทางภาคใต้ของรัฐไทใหญ่ติดชายแดนไทย เป็นแผนที่จะให้มีการเผชิญหน้ากันกับกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่นั่นเอง  ไม่ว่าจะเป็นการแย่งผลประโยชน์ทางการค้าและสิทธิเหนือดินแดน  กองกำลังติดอาวุธน่าจะอยู่ระหว่าง ๑๕,๐๐๐ ถึง ๒๐,๐๐๐ คน มวลชนของว้ามีน้อยเมื่อเทียบกับกองกำลังไทใหญ่ สิ่งที่ทำให้กองทัพอยู่ได้คงหนีไม่พ้นยาเสพติด




ส่งกำลังใจสู่แนวหน้า บรรยากาศภายในแนวหน้าของกองกำลังกะเหรี่ยงแดง/คะยา เมื่อมีดารามาเยือนฐานที่มั่น

โปรดติดตาม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 กรกฎาคม 2007, 23:05:37 PM โดย Vinyuchon » บันทึกการเข้า

สุดฝันที่ปลายฟ้า..มุ่งหาสัจธรรม..
Red Sun
Hero Member
*****
กระทู้: 1453



ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: 21 กรกฎาคม 2007, 08:37:35 AM »

ยอดเยี่ยมมากครับ   ยิ้มกว้างๆ

ทั้งข้อมูลที่สรุปสั้นๆ เข้าใจง่ายและภาพประกอบที่มีฝีมือระดับมืออาชีพ

น้อยคนครับ จะทำได้แบบนี้

คอยติดตามอยู่ครับ

 ยิ้มกว้างๆ

บันทึกการเข้า
nging
Newbie
*
กระทู้: 59


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 21 กรกฎาคม 2007, 13:12:12 PM »

ชื่นชมน้องวิญญ์  ขอถามหน่อยนะคะ เนื้อความส่วนใหญ่คือบทบรรยายสารคดีใช่ไหมคะ น้องวิญญ์เรียบเรียงเองหรือเปล่า  เก่งงงงง รอติดตามตอนต่อไป  ขอภาพเยอะๆนะ
บันทึกการเข้า
Vinyuchon
Hero Member
*****
กระทู้: 1016



ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: 21 กรกฎาคม 2007, 23:09:16 PM »

 เจ๋ง

ขอขอบคุณลุงตะวันเพลิง และป้าหญิงที่ให้กำลังใจเป็นอย่างสูงครับ  โดยส่วนตัวก็ตั้งใจจะแบ่งปันประสบการณ์ส่วนนี้เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีใครให้ความสนใจมากน้อยเพียงใด..เรื่องใกล้ตัวแต่ดูเหมือนจะห่างไกลเหลือเกินครับ

เรียนป้าหญิงตามตรงครับ  ส่วนนี้คัดย่อครับ ยิ้มเท่ห์ เขียนตอนเคลิ้มภายหลังละเมิดศิลข้อ ๕  ยิงฟันยิ้ม แต่ก็รักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังทุกเช้า  ปลูกถั่วเขียวพอเป็นกระสายรอบคูข้างบ้าน เจ๋ง

แต่ที่แน่ๆ ผมไม่เคยลืมครูในชีวิตจริงของผม  เธอชื่อ "อรพิน ดารารัตน์" แม้จะเป็นช่วงเวลาอันสั้นแต่เธอก็เป็นครูมากกว่าหลายๆท่านที่บรรยายในห้องเรียน แต่ก็เป็นเรื่องเศร้าที่เธอจากไปก่อนกาลเวลาอันสมควร  ผมเองก็พึ่งทราบว่าเธอเป็นมิ่งมิตรของใครต่อใครในบ้านนี้ มันชั่งเป็นความบังเอิญเหมือนจงใจเสียเหลือเกิน  ผมได้ตอบแทนเธอเพียงเล็กน้อยคือได้ช่วยให้ลูกชายคนเดียวของเธอได้บวชอุทิศส่วนกุศลเพื่อแม่เท่านั้น  เธอคือผู้จุดประกายโดยแท้ เจ๋ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 กรกฎาคม 2007, 15:24:41 PM โดย Vinyuchon » บันทึกการเข้า

สุดฝันที่ปลายฟ้า..มุ่งหาสัจธรรม..
หน้า: [1] 2 3 ... 9   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!