บ้านตุลาไทย
23 พฤศจิกายน 2017, 22:06:39 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 7 8 [9]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แนวรบฝั่งตะวันตกเหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง - ผลกระทบแห่งสงครามชาติพันธุ์ในพม่า  (อ่าน 91801 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #120 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2009, 00:18:48 AM »

ได้พบพ่อค้าไม้ชาวไทยที่บินตรงจากรุ่ยลี่(ชายแดนด้านตะวันตกของจีนติดต่อกับเมืองน้ำคำของพม่า) มากรุงเทพและกลับถึงบ้านรวดเดียวในวันนี้
บอกเล่าว่าสงครามใหญ่กำลังจะเกิดที่ชายแดนพม่ากับจีน
จากครั้งก่อนที่พม่ารบชนะกองกำลังโกก้าง(เป็นกลุ่มชาติพันธุ์จีนที่อยู่ตะเข็บชายแดนฝั่งพม่า) ที่เป็นข่าวว่ามีการอพยพหนีเข้าไปในดินแดนจีนมากมายเมื่อเดือนก่อน
ปรากฏว่ากำลังของพม่า 2-3 กองพลยังไม่ยอมถอนกำลังกลับ  และมีท่าทีคุกคามต่อชนชาติคะฉิ่นที่อยู่ทางตอนเหนือและว้าที่อยู่ตอนใต้ให้วางอาวุธ
แต่ว้าและคะฉิ่นไม่ยอม   กำลังสะสมกระสุนและอาวุธเพื่อรบกับพม่า  โดยร่วมกับกองกำลังชนชาติไตที่อยู่ตามตะเข็บชายแดนด้านติดกับจีน
ช่วงที่ผ่านมาตลาดที่ปากสาง(ป่าซาง) เมืองหลวงของว้าเหนือมีคำสั่งซื้ออย่างเดียวนั่นคือ "กระสุน"  แต่อาทิตย์นี้สงครามยังไม่เกิดเพราะจีนกดดันไว้ให้ผ่านพ้นวันชาติไปก่อน   เมื่อผ่านพ้นวันชาติในอาทิตย์หน้าและเริ่มเข้าสู่หน้าแล้งแล้วสถานการณ์ก็ไม่แน่  การเผชิญหน้าระดับกองพลต่อกองพลอาจเกิดขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากกองกำลังของว้าและคะฉิ่นเข้าร่วมรบในสงครามชิงพื่นที่ครั้งนี้ด้วย
เรื่องนี้ตึงเครียดมาถึงชายแดนไทย   เพราะเห็นข่าวเมื่อกี้ว่าที่เมืองยอนเก่าและใหม่ของว้าก็มีการเตรียมกำลังทำสงครามเช่นกัน
เมื่อฝนเริ่มลงใต้  หน้าแล้งเริ่มมาถึง  ลมหนาวเริ่มย่างกราย   
สงครามก็กำลังจะระเบิดขึ้นในไม่ช้า
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #121 เมื่อ: 11 พฤศจิกายน 2010, 09:08:09 AM »

ชนกลุ่มน้อยผนึกกำลังต้านรัฐพม่า จ่อขยายสงครามสู่เขตเมือง
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 พฤศจิกายน 2553 08:52 น.
 
       ตัวแทนองค์การคะฉิ่นแห่งชาติ เปิดเผยหลังการประชุมที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ เมื่อเย็นวันอังคาร ว่า มีการทำข้อตกลงในการประชุมที่ไทย 3 วันก่อนหน้าการเลือกตั้งทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ชนกลุ่มน้อยทั้ง 6 กลุ่มที่ทำข้อตกลงกัน ประกอบด้วย องค์การคะฉิ่นแห่งชาติ (เคเอ็นโอ) กองทัพเอกราชคะฉิ่น (เคไอเอ) พรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นพีพี) สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) พรรครัฐใหม่ม้ง (เอ็มเอ็นเอสพี) และกองทัพรัฐฉานเหนือ (เอสเอสเอ-เอ็น) มีนักรบรวมกันไม่ต่ำกว่า 30,000 คน
        ตัวแทนเคเอ็นโอ กล่าวว่า เคเอ็นโอ เอ็มเอ็นเอสพี และเอสเอสเอ-เอ็น เคยทำข้อตกลงหยุดยิงกับรัฐบาลพม่า แต่ตอนนี้ตาสว่างแล้ว และไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง เขาเตือนว่า สงครามระหว่างรัฐบาลกับชนกลุ่มน้อยจะไม่จำกัดวงเฉพาะในป่าเท่านั้น แต่จะขยายเข้าไปในเขตเมือง ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างเสริมกำลังในพื้นที่พิพาทนับตั้งแต่มีการเลือกตั้ง

.................................

เสียงปืนที่ดังที่แม่สอดในครั้งนี้  กลับเป็นกะเหรี่ยงพุทธ (เคเอ็นยู)  ที่แตกจากกองทัพกะเหรี่ยงไปร่วมกับพม่าเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้   
เวลานี้จึงน่าจับตาว่าความร่วมมือของชนกลุ่มน้อยในพม่าครั้งนี้จะทำให้เกิดการผันแปรของสถานการณ์อย่างไรบ้าง

ส่่วนโพสต์ของคุณวิญญูชนทั้งหมด  ป้าวิได้แจ้งว่าได้รวบรวมเกือบเสร็จแล้วจะพยายามจัดพิมพ์ให้ทันวันงานครบรอบ 100 วันของการจากไปของคุณวิญญูชน

 
 
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #122 เมื่อ: 11 พฤศจิกายน 2010, 17:11:04 PM »

สาละวินโพสต์

สำนักข่าวคะฉิ่น (Kachin News) รายงานว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนเผยว่า จะไม่ช่วยเหลือในด้านอาวุธให้กับ
กองกำลังเอกราชคะฉิ่น (Kachin Independence Army -KIA) หากเกิดสงครามการเมืองขึ้นตรงชายแดนคะฉิ่น – จีน ซึ่งอาจเกิดจากการปะทะกันของทหารพม่าและทหาร KIA โดยให้เหตุผลว่า ชาวคะฉิ่นเป็นคริสเตียนและได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตกอย่างสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวซึ่งมีความใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนในยูนนานเปิดเผยว่า จีนสามารถให้ความช่วยเหลือในด้านทหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้นให้กับกลุ่มติดอาวุธที่ไม่ใช่คริสเตียนในรัฐฉาน หากเกิดการสู้รบระหว่างชนกลุ่มน้อยและทหารพม่าในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม มีรายงานเช่นกันว่า KIA ได้ทำระเบิดและอาวุธปืนขึ้นใช้เองภายในกองทัพ

ขณะที่เมื่อวันที่ 30 เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา KIA ได้ออกมาประกาศว่า ต้นเหตุของปัญหาการเมืองที่ เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ เป็นเพราะรัฐบาลทหารไม่ยอมรับสัญญาป๋างโหลง ที่กลุ่มผู้นำชาติพันธุ์และนายพลอองซาน บิดาของนางอองซาน ซูจีได้ทำสัญญาตกลงกันไว้ตั้งแต่ปี 1947 (พ.ศ.2490)

มีรายงานอีกว่า KIA ได้เฝ้าจับการสู้รบกันระหว่างกลุ่มนาคามวยและทหารพม่าในเมืองเมียวดีเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมาอย่างใกล้ชิด โดย KIA สั่งการให้ทหาร KIA ทั้งในรัฐคะฉิ่นและบางส่วนในภาคเหนือของรัฐฉานเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดการปะทะกับทหารพม่าที่อาจเกิดขึ้น เช่นเดียวกับที่มีรายงานว่า กองทัพพม่าได้ส่งกำลังทหารเข้าไปในรัฐคะฉิ่นอย่างต่อเนื่อง

ในอีกด้านหนึ่ง กองกำลัง SSA (Shan State Army) ออกแถลงการณ์ยกย่องความกล้าหาญของกลุ่มนาคามวยที่เข้าตีเมืองเมียวดี พร้อมเรียกร้องชนกลุ่มน้อยติดอาวุธกลุ่มอื่นๆหันมาจับมือกันเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพและหาทางช่วยเหลือกลุ่มดีเคบีเอของนาคามวย

(KNG/ www.taifreedom.com)
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #123 เมื่อ: 11 พฤศจิกายน 2010, 17:13:41 PM »

ผู้นำกองทัพรัฐฉานชี้ดีเคบีเอรบพม่ารากฐานมาจากปัญหาที่มีมานานแล้ว

วันนี้ (11 พ.ย.) พล.ท.เจ้ายอดศึก ประธานสภากอบกู้รัฐฉาน (Restoration Council of Shan State - RCSS) และผู้บัญชาการกองทัพรัฐฉาน (Shan State Army – SSA) ซึ่งเป็นกองกำลังของกลุ่มชาติพันธุ์ในรัฐฉานที่ต่อสู้กับรัฐบาลพม่าตั้งแต่ปี 2539 ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวประชาไท ต่อกรณีที่กองกำลังกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย (Democratic Buddhist Karen Army) หรือ DKBA กองพลน้อยที่ 5 เข้าโจมตีทหารพม่าที่เมืองเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา

โดย พล.ท.เจ้ายอดศึก กล่าวว่า การที่กลุ่ม DKBA ที่บุกยึดเมียวดีครั้งนี้ ยังไม่รู้รายละเอียดแท้จริง เพียงแต่ตนคิดว่าเป็นอุบัติเหตุภายในของเขา เพราะดีเคบีเออยู่ร่วมกับพม่ามาเป็นระยะเวลานาน แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพม่าไม่ซื่อสัตย์ต่อเขา “บังเอิญเขามาปะทะกันช่วงเวลาการเลือกตั้ง มันเหมือนเป็นเรื่องการเมือง แต่จริงๆ แล้วปัญหาระหว่างชนกลุ่มน้อยกับพม่ามีมานานตั้งแต่ยังไม่มีการเลือกตั้ง” พล.ท.เจ้ายอดศึกกล่าว

ส่วนการที่กองทัพรัฐฉานและสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 9 พ.ย. พล.ท.เจ้ายอดศึก กล่าวว่า เพื่อแสดงความเห็นสนับสนุนที่กลุ่มดีเคบีเอ กองพลน้อยที่ 5 ที่ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในการต่อสู้กับรัฐบาลทหารพม่า

 

การเลือกตั้งพม่าไม่โปร่งใส ไม่เป็นประชาธิปไตย รัฐบาลที่ตั้งขึ้นจะเป็นรัฐบาลทหาร

พล.ท.เจ้ายอดศึก กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งในพม่าไม่ใช่ประชาธิปไตย เป็นเพียงใช้การเลือกตั้งบังหน้า  แต่ปัญหายังเหมือนเดิม รัฐบาลที่ตั้งขึ้นก็เป็นรัฐบาลทหาร มีการตั้งคนของเขาเข้าไปในสภาอยู่แล้ว และการเลือกตั้งมีความไม่โปร่งใส และไม่เป็นประชาธิปไตย

ต่อคำถามที่ว่า หลังการเลือกตั้งจะมีสถานการณ์ใดเกิดขึ้น ผู้นำกองทัพรัฐฉานกล่าวว่า ชนกลุ่มน้อยทุกกลุ่มต้องรอดูว่า เมื่อเขาตั้งรัฐบาลเสร็จแล้ว จะทำอะไรขึ้นอยู่ที่ทหารพม่า ถ้าทหารพม่าเปิดการเจรจาทุกกลุ่ม เราก็พร้อมเจรจาเพื่อแก้ปัญหาแบบสันติวิธี เพียงแต่ว่าที่เรารอการแก้ปัญหาแบบสันติวิธีนั้น เรารอมาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปีแล้ว แต่ยังไม่เกิดขึ้น “คาดว่าอนาคตข้างหน้านี้ การสู้รบน่าจะเกิดขึ้น ความวุ่นวายน่าจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ”

 

ยืนยันรัฐฉานต้องการเอกราชคืน

ต่อนโยบายของกองทัพรัฐฉาน ผู้นำกองทัพรัฐฉานยืนยันว่า “ทั้งนี้ SSA (กองทัพรัฐฉาน) และ RCSS (สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน) ยังยืนยันนโยบายเหมือนเดิม คือการยึดมั่นเรื่องความรักชาติ และประเทศของเราเป็นพื้นฐาน เราต้องการมีรัฐปกครองเป็นของตนเอง”

โดย พล.ท.เจ้ายอดศึก กล่าวถึงว่านโยบายของกองทัพรัฐฉาน ที่ดำเนินการขณะนี้มี 6 ประการ คือ หนึ่ง พยายามให้คนทุกเผ่าในรัฐฉานปรองดอง สามัคคีกัน สอง ต้องเอาเอกราชคืนมา เพราะเป็นสิทธิของเรา เป็นประเทศของเรา เรามีประวัติศาสตร์ยาวนาน สาม ถ้าเราปกครองตัวเองได้ เราจะสนับสนุนประชาธิปไตย นำประชาธิปไตยมาใช้ในประเทศของเรา

สี่ ประชาชนของเรายากจน ลำบากจากการสู้รบมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เราอยากพัฒนาประเทศ พัฒนาประชาชนให้อยู่ดีกินดี ห้า ปัญหายาเสพย์ติดในพื้นที่สามเหลี่ยมคำมีปัญหามานาน พม่ามาส่งเสริมสนับสนุนพ่อค้ายาเสพย์ติด ยาเสพย์ติดขยายไปเยอะ สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานคิดว่าถ้าได้เอกราชคืนมา เราจะขจัดยาเสพย์ติดให้หมดสิ้น และหก เราส่งเสริมประชาชนของเราให้มีความเป็นอยู่ที่ดี และสงบสุข เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประชาคมอาเซียน และประชาคมโลก อย่างสงบสุขและร่มเย็น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ กองทัพรัฐฉาน หรือ SSA เป็นหนึ่งในกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่ต่อสู้กับกองทัพพม่ามาอย่างยาวนาน โดยแยกออกมาตั้งกลุ่มใหม่ หลังจากที่ขุนส่า นำกองทัพเมืองไต (Mong Tai Army หรือ MTA) วางอาวุธแก่รัฐบาลพม่าในเดือนมกราคมปี พ.ศ.2539 โดยกองทัพรัฐฉาน มีพื้นที่อิทธิพลในเขตรัฐฉานตอนใต้ ขนานชายแดนไทย-พม่าตั้งแต่ด้านตรงข้าม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ผ่าน อ.เวียงแหง และ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ไปจนถึงชายแดนไทยพม่าด้านตรงข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

โดยเมื่อ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา ในเว็บไซต์ Taifreedom ได้เผยแพร่แถลงการณ์ของสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานและกองทัพรัฐฉาน ลงวันที่ 9 พ.ย. "กรณีสงครามปะทะกันระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธและกองทัพรัฐบาลเผด็จการ ทหารพม่าในพื้นที่ อ.เมียวดี และพื้นที่ อ.พญาโตงสู่" โดยมีเนื้อหาสนับสนุนกะเหรี่ยงพุทธดีเคบีเอ

ส่วนกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย หรือ DKBA เป็นกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่แยกออกมาจากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union) หรือ KNU ซึ่งเป็นกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่ต่อต้านรัฐบาลพม่ามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2491 โดยกองกำลัง DKBA แยกออกจาก KNU ในปี พ.ศ. 2537 และทำสัญญาหยุดยิงและร่วมมือกับรัฐบาลทหารพม่าปราบกลุ่ม KNU กระทั่งเมื่อปีที่แล้ว กลุ่ม DKBA ถูกรัฐบาลทหารพม่ากดดันให้เปลี่ยนสถานะจากกลุ่มหยุดยิง มาเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (Border Guard Force) หรือ BGF ภายใต้การบัญชาการของกองทัพพม่า

โดยในเดือนสิงหาคมปีนี้ ส่วนใหญ่ของกลุ่ม DKBA นำโดย พ.อ.ซอว์ ชิด ตู่ ผู้นำ DKBA ยอมเปลี่ยนสถานะเป็นกองกำลัง BGF ขณะที่กลุ่ม DKBA กองพลน้อยที่ 5 นำโดย พ.อ.ซอว์ ละ เพว หรือ นะคะมวย ได้ปฏิเสธแผนเปลี่ยนสถานะ และต่อมาได้ตัดสินใจบุกโจมตีทหารพม่าที่เมืองเมียวดีดังกล่าว

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 7 8 [9]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!