บ้านตุลาไทย
23 พฤศจิกายน 2017, 22:06:32 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 6   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บนเส้นทางขนส่งและโลจิสติกส์ไทย-จีน  (อ่าน 38907 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: 23 สิงหาคม 2007, 19:54:22 PM »

ชนชาติจ้วงที่ผมประทับใจ

ผมได้พบกับชนชาติจ้วงครั้งแรกเมื่อปี 2521  เมื่อไปฝึกภาคที่อำเภอกว่างหนาน  ในมณฑลยูนนาน  แต่ก็ติดไปทางกวางสี    เอกลักษณ์ของชาวจ้วงก็คือการต่อเพลงของหนุ่มสาว   แม้แต่ในยุคปี 2521  ซึ่งเพิ่งพ้นจากสมัยการปฏิวัติวัฒนธรรมมาไม่นาน   แต่รัฐบาลจีนอนุญาตให้บรรดาชนชาติมีอิสระเสรีพอสมควร   เย็นๆ ที่สวนสาธารณะกลางเมืองจึงได้เห็นหนุ่มสาวมาจับกลุ่มต่อเพลงกันอยู่เสมอ

หากใครเคยดูหนังจีนที่เป็นหนังเพลงเรื่องหนึ่งคือเรื่องของหญิงที่มีชื่อว่า "หลิว ซัน เจี่ย"  ที่มีฉากทิวทัศน์เป็นกุ้ยหลิน   ก็คือเรื่องราวของชนชาติจ้วงนี้

เวลานั้นก็รู้จักแต่เพียงชนชาติจ้วงร้องเพลงเก่งเท่านั้น   ต่อมาเมื่อได้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์ของพวกเย่วร้อยพวกหรือไป่เย่ว   ก็ทำให้ได้ความรู้ว่าบริเวณชายแดนของแคว้นใหญ่ต่างๆ นั้นมีชนชาติต่างๆ กระจัดกระจายอยู่มาก   ความจริงสภาพการณ์เช่นนี้ก็เป็นมาจนถึงทุกวันนี้ที่ตามชายแดนมักจะเป็นถิ่นของชาวเขา    หรือไม่อีกอย่างหนึ่งชนชาติส่วนน้อยที่อยู่ตามที่ราบหรือเมืองใหญ่ก็คงถูกชนชาติใหญ่กว่ากลืนไปเป็นพวกของตนจนหมดสิ้นแล้ว   จึงเหลือแต่พวกที่อยู่ไกลปืนเที่ยงนี่แหละที่สามารถรักษาเผ่าพันธุ์และดำรงเอกลักษณ์ของตนไว้ได้

คำว่า "เย่ว" นี่ก็น่าศึกษา    เพราะประเทศเวียตนามมีชื่อตามจีนว่า "เย่ว หนาน"  หนาน แปลว่าใต้  เย่วหนานก็น่าจะหมายถึงพวกเย่วทางใต้    ส่วนเย่วทางเหนือก็น่าจะหมายถึงพวกกวางตุ้งกวางสีนี่แหละ

ตั้งแต่สมัยสหายไปเรียนแนวหลัง   ก็มีการพูดกันอยู่แล้วว่าภาษาเวียตนั้นเรียนง่ายกว่าภาษาจีน  แถมพวกเรายังพูดกันได้ชัดด้วย   เหตุเพราะห้องเสียงคล้ายคลึงกัน    ส่วนเวลาที่ไปเรียนจีนพวกคนจีนเมื่อได้ยินพวกเราพูดจะบอกว่าเราเป็นคนกวางตุ้ง  เพราะห้องเสียงไปทางนั้น

อันนี้จึงเป็นร่องรอยถึงความเป็นมาของชนชาติ    ซึ่งน่าจะมีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกัน  จนผมก็ชักจะเชื่อเหมือนกันว่าพวกไต-ไทแท้ๆ นี่น่าจะมีถิ่นกำเนิดแถวเมืองแถนหรือเดียนเบียนฟูนั่นแหละ   

ต่อมาเมื่อกลับมาพบญาติพี่น้องที่ค้าพวกวัตถุโบราณ   ก็ทำให้ผมได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า "ฆ้องกบ"  ก็คือกลองสัมฤทธิ์หรือที่เขาเรียกกลองมโหรทึก   ที่เรียกว่าฆ้องกบ  ก็เพราะฆ้องแบบนี้เขาจะทำกบติดไว้ข้างๆ ฝาด้วย   ราคาสูงต่ำก็ตามจำนวนตัวกบ   ยิ่งทำเป็นกบซ้อนกันแบบเชียร์ลีดเดอร์ปัจจุบัน สามสี่ชั้นราคายิ่งสูง    ตอนนั้นผมก็สงสัยว่าทำไมของเก่าอย่างอื่นๆ มาจากพม่าแต่ทำไมเจ้าฆ้องกบนี่จึงมาจากลาว   สุดท้ายก็ถึงบางอ้อว่ามันมาไกลกว่านั้น   มาไกลลึกเข้าไปถึงมณฑลกวางสีของจีนเลยทีเดียว
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: 23 สิงหาคม 2007, 20:26:31 PM »

ฆ้องกบ  หรือภาษาทางการเรียกกลองมโหรทึก  ใช้ในพิธีขอฝนของชนชาติจ้วง (แต่เขาว่าของชนชาติอื่นๆ ในอุษาคเนย์ด้วย)     จึงเป็นคำตอบว่าเหตุใดต้องมีกบ   เพราะมีกบ(ร้อง) จึงจะมีฝน (ความจริงคือมีฝนตกแล้วกบจึงร้อง)    แต่ใบนี้เห็นกบไม่ชัด  จะลองหารูปที่มีกบทำกายกรรม 3-4 ชั้นมาให้ดูใหม่

บันทึกการเข้า
คนภูเรือ
Sr. Member
****
กระทู้: 847

สวัสดีครับมิตรสหาย.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: 24 สิงหาคม 2007, 09:41:02 AM »


ข้อมูลดีจังลุงหมอ
ปูพื้นฐานดี สำหรับคนไม่มีข้อมูลเช่นผม
อยากไปเดินตลาดเช้าซื้อซานชิผงมาชงดื่มสักชั่งสองชั่ง
บันทึกการเข้า

ก้าวไปข้างหน้าเพื่อประเทศชาติ
Vinyuchon
Hero Member
*****
กระทู้: 1016



ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: 25 สิงหาคม 2007, 20:29:19 PM »

 เจ๋ง

เผลอแป๊บเดียวอ้ายแสนไชยพาไปไกลถึงภาคเหนือของรัฐคะฉิ่นโน่นเลย เมืองพม่าน่าเที่ยวหลายแห่งบางทียังคิดอยู่ว่าหากไม่มีสงคราม  และเจ้าของประเทศมีนโยบายและการจัดการที่ดีเราสู้เขาไม่ได้แน่  ภาพในรัฐคะฉิ่นที่อ้ายแสนไชยนำมาเสนออยู่เหนือเมือง "ภูเตา - Putao" ขึ้นไป  ผู้เขียนคือเศรษฐีนักผจญภัยชาวเยอรมันนามว่า "Wolfgang Trost" ลุงคนนี้แกอายุเกือบ ๗๐ แล้วนะครับ  มีบ้านอยู่หลายประเทศรวมทั้งที่กรุงเทพฯ  ส่วนนิตยสาร "Irrawady" ที่มีคุณ "Aung Zaw" เป็นบรรณาธิการนี่สำนักงานก็อยู่เยื้องๆกับประตูเชียงใหม่นี่เอง คุณอ่อง ซอว์นี่เป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของ Bertil Litner เขาครับและยังเป็นอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยย่างกุ้งช่วงเหตุการณ์จราจลในพม่าเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๓๑ ที่หลบลี้หนีภัยมาอยู่ในประเทศไทย

การเดินทางไป "ภูเตา" ยังคงเป็นรายสะดวกและรัฐบาลพม่าอนุญาตให้ไปได้ทางเครื่องบินเท่านั้น  โดยผ่านสนามบินที่เมืองมิตจินา หรือไม่ก็บินตรงจากเมืองย่างกุ้งด้วยการเช่าเครื่องเหมาลำ  ผมยังไม่เคยไปถึงภูเตาคิดไว้ว่าสักวันหนึ่งข้างหน้าจะไปให้ถึงขอบฟ้าฝั่งนั้น  แต่ที่มิตจินาก็มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่งโดยเฉพาะต้นแม่น้ำ "อิระวดี" ที่มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบกันชื่อว่าแม่น้ำ "ไม ข่า" และ "มาลี ข่า" ในภาษาคะฉิ่นคำว่า "ข่า" แปลว่าแม่น้ำ

ส่วน "กว่างสี" นี่ถ้าอยากสัมผัสชาว "จ้วง" จริงๆต้องไปให้ถึง "เมืองหนิงหมิง" ชายแดนจีน-เวียตนามครับ คำหลายๆคำจะใกล้เคียงกับคำเมืองและลาวอีสานผสมกัน  กว่างสียังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ "ชุมชนดั้งเดิมของม้ง" ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  อาจจะเรียกได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของพี่น้อง "ม้ง" ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในอุษาคเณย์ก็ว่าได้ 

บันทึกการเข้า

สุดฝันที่ปลายฟ้า..มุ่งหาสัจธรรม..
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: 01 กันยายน 2007, 21:03:41 PM »

อดีตจัดตั้งทางเหนือเดินทางย้อนอดีต  ล่องเรือจากเชียงของไปหลวงพระบาง   แล้วเดินทางโดยรถไปตามเส้นทางหลวงพระบาง-เมืองไซ  ขึ้นไปแวะเยี่ยม A30   พบว่าเป็นคาสิโนไปแล้วจ้า   จีนเข้ามาเต็มไปหมด   เลยไปทางเมืองสิงห์   จีนเข้ามาปลูกสวนยางพาราเต็มไปหมดเหมือนกัน   และมีการพัฒนาต่างๆ ตาม    ดูแล้วอีกไม่นานทางลาวเหนือจะมีรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นมาก   ขากลับวิ่งมาตามเส้นทางหลวงน้ำทา-เชียงของ   ทางเกือบเสร็จแล้ว   แม้จะยังลาดยางไม่หมด  แต่ถนนที่เกรดไว้ดินแข็งวิ่งได้ตลอดในหน้าฝนแล้ว   
เป็นอันว่า A30 ดินแดนแห่งความหลังได้ผ่านยุคสมัยเข้าสู่การค้าชายแดนเต็มตัวแล้ว    บางทีเราอาจค้นไม่พบจิตวิญญาณของอดีตใดๆ ที่นั่นอีก
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2008, 14:48:35 PM »

หายไปนาน  มีภาพและเรื่องเกี่ยวข้องกันจึงปัดฝุ่นมาให้ดูก่อน



เส้นทางใหม่จากเชียงของ-บ่อแก้ว-หลวงน้ำทา  ส่วนใหญ่เสร็จเรียบร้อยดังภาพ

แต่บางตอนก็ยังไม่แล้วเสร็จ  หน้าร้อนนี้คงเจอฝุ่นมากหน่อย 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 กุมภาพันธ์ 2008, 14:51:12 PM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: 16 สิงหาคม 2008, 08:14:28 AM »

มีผู้ไปเยือนท่าเรือเป่ยไห่
รวบรวมข้อมูลทั้งประวัติศาสตร์ ปัจจุบัน และอนาคตไว้อย่างน่าสนใจ

http://www.eyeblasterwiz.com/preview/PreviewServer.asp?SiteURL=http%3A//www.oknation.net/blog/akom/2008/08/14/entry-1&AdType=1&PreviewType=1&WorkshopPreview=0&BannerPosType=1&SiteID=&FrameName=&Host=www.eyeblasterwiz.com&AddTags=T&PreviewID=1040507&TargetingGroupOrdinal=undefined&BannerWidth=undefined&BannerHeight=undefined&BannerXPos=undefined&BannerYPos=undefined
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: 16 สิงหาคม 2008, 08:25:49 AM »

สำหรับผู้ที่สนใจแต่ยังไม่ได้ที่เป่ยไห่   ในบ้านเรามีตำแหน่งที่เกี่ยวพันคือ จ.ลำปาง
จ.ลำปางเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภาคเหนือบ้านเรามาแต่ดั้งเดิม   แต่ภายหลังถูกเชียงใหม่แย่งเอาไปหมด   ทั้งที่ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของลำปางนั้นเหมาะสม
เวลานี้เมื่อเส้นทางการติดต่อระหว่างอนุภาคถูกเปิดขึ้น  จ.ลำปางจะกลายเป็นสถานีสำหรับสวิชต์ไปยังพื้นที่ต่างๆ    เพราะรถที่มาจากเมืองคุนหมิงหรือเชียงรุ่งไม่ว่าอย่างไรก็จะมามืดที่ลำปางนี้   ดังนั้นต้องพักค้างคืนที่ลำปางหนึ่งคืน
ที่สี่แยกของลำปางตอนนี้ขึ้นหลักไมล์ใหญ่  จะไปคุนหมิง  โฮจิมินห์  มะละแหม่ง  ร่างกุ้ง สิงคโปร์ได้ทั้งนั้น
ผมได้พบกับปลัดจังหวัดได้ทราบว่าทางผู้ว่ากำลังผลักดันให้เกิดนิคมเศรษฐกิจขึ้นที่จังหวัดลำปาง   เพราะมีพื้นที่ของหลวง (เรียก แม่เมาะแปลงสอง)  ราว 20,000 ไร่รองรับอยู่แล้ว
ความเป็นไปได้ไม่เพียงแต่ที่ตั้งเหมาะสม    ราคาที่ดินที่ จ.ลำปางยังถูกมาก 
อ้อ นิคมอุตสาหกรรม  ท่านปลัดจังหวัดยังบอกว่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ "กรีน"  คือจะไม่รับโรงงานที่ทำลายสิ่งแวดล้อม   อันนี้ท่านผู้ขึ้นมาเองโดยผมไม่ได้ไปจุดประเด็นนิเวศประชาธรรมขึ้นมาก่อนแต่อย่างใด  ยิ้มกว้างๆ

เรื่องนี้คงเป็นไปในอีก 5-10 ปีข้างหน้า    เอามาเล่าสู่กันฟัง  เพราะคงเป็นเรื่องของรุ่นลูกเราแล้ว    หากครอบครัวใดกลัวน้ำจะท่วมกรุงเทพ   อยากหาที่สูงๆ ไว้   ลำปางก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งนะครับ

แต่อากาศที่นี้ออกจะร้อนหน่อย  (ร้อนมาก่อนแล้ว  ยิ่งมีเหมืองแม่เมาะขึ้นมาอีกก็ยิ่งร้อนไปใหญ่)   ฝนน้อย   แต่ปีนี้ผู้ว่าตั้งเป่าสนับสนุนให้มีการปลูกยางพาราให้ได้ 10.000 ไร่  แม้จะเป็นพืชเชิงเดี่ยวไปหน่อย   แต่เมื่อเทียบกับไม่ปลูกอะไรแล้วก็ยังดีกว่า   อีก 5-6 ปีข้างหน้าคงสร้างความชุ่มชื้นให้กับเมืองได้บ้าง
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: 17 สิงหาคม 2008, 22:47:58 PM »

อีสานมีสี่แยกอินโดจีนที่มุกดาหาร   ได้ยินว่าสโมสร 19 จะจัดไปตามเส้นทางนี้ไปเวียตนามในช่วงปลายเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

ส่วนที่ลำปางตอนนี้ตั้งเป็นสี่แยกห้าเชียง

บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: 17 สิงหาคม 2008, 22:49:49 PM »

บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: 21 สิงหาคม 2008, 22:26:31 PM »

วันจันทร์ที่จะถึงนี้   เวลา ๒๒.๑๕น.  ช่อง ๙  รายการสารคดีแม่น้ำโขง   จะมีรายงานเกี่ยวกับเส้นทางรถสายคุนหมิง-กรุงเทพ

เชิญผู้สนใจในเส้นทางท่องเที่ยวและโลจิสติกส์สายนี้ติดตามชม
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: 21 พฤศจิกายน 2008, 09:15:13 AM »

ขอแทรกบรรยากาศอันร้อนแรงหน่อย  กว่าจะลืมไปแล้วหาไม่เจออีก

มีคนเดินทางไปตามเส้นทางสายท่าขี้เหล็ก-เชียงตุง-เมืองลา (ฝั่งพม่า คนละที่กับเมืองล่าที่ชายแดนจีน-ลาว)

ติดตามดูก็แล้วกันนะครับ  สลับกับเรื่องราวของท่าน bz

http://www.oknation.net/blog/kradandum/2008/11/20/entry-1
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #27 เมื่อ: 22 พฤศจิกายน 2008, 08:19:01 AM »

ขออนุญาตเจ้าของบล็อคแนะนำให้ผู้สนใจในบ้านนี้ติดตามไปเรื่อยๆ นะครับ   ตลาดแห่งนี้เมื่อผมผ่านไปเมื่อ 14 ปีก่อน   ตลาดยังไม่คึกคักเท่านี้    ตลาดเช้ามีแต่ที่ฝั่งจีน   เขตนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของว้า   ต่อมามีการเปิดคาบาเร่ต์โชว์โดยกระเทยแถวๆ เชียงใหม่  ก่อนไปตกค้างอยู่ที่นั่นเพราะกลับไม่ได้กันหลายเดือน   แล้วก็ยังมีการเปิดต่อ  รวมทั้งพวกคาสิโน และแหล่งขายบริการทางเพศต่างๆ  ช่วงหนึ่งมีคนจีนแห่ไปเที่ยวแถวนี้เป็นแสนๆ คน  จนรัฐบาลต้องสั่งปิดพรมแดนจนถึงทุกวันนี้เพราะเป็นแหล่งแพร่เชื้อเอดส์เข้าเมืองจีนที่ใหญ่ที่สุด   จนเมืองลาซบเซาไปนาน  แต่เห็นภาพตลาดเช้าแบบนี้และมีคนไทยลื้อและชนกลุ่มน้อยลงมาค้าขายมาก  ตลาดก็คงฟื้นตัวไปบ้างแล้ว   อ้อ เมืองถัดลงมาจากเมืองลาก็คือเมืองม้า   ถ้าคนชอบประวัติศาสตร์คงเคยอ่านเจอ

http://www.oknation.net/blog/kradandum/2008/11/21/entry-1
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: 07 ธันวาคม 2008, 20:54:01 PM »

พรรคพวกไปติดอยู่ปักกิ่งช่วงที่พันธมิตรยึดสนามบิน   เดินทางกลับไม่ได้  บอกให้รอสองสามวันก็ไม่รอ   ว่าตั๋วเต็มหมด   จึงบินมาคุนหมิงตั๋วเต็มอีก   จึงตัดสินใจเข้าสิบสองปันนา  รอนแรมมาจากปักกิ่งร่วมอาทิตย์วันนี้เพิ่งกลับมาถึงเชียงของ    แต่ก็ได้เดินทางสำรวจเส้นทางใหม่จึน-ลาว-ไทยไปในตัว

ไปพลิกดูมีคนรายงานสภาพเส้นทางอันสวยสดงดงามไว้   แต่ผมว่าสู้ของเดิมไม่ได้   ของใหม่ถึงเร็วแต่ไม่ได้สัมผัสขีวิตชาวบ้านอะไร   นอกจากการแสดงแบบปลอมๆ ทั้งนั้น  ติดตามที่มีคนเองมาลงให้ดูนะครับ   อ้อ ได้ยินว่า บริเวณคาสิโนนั่นก็ถิ่นพำนักของอ้ายน้องไทยในสมัยนั้นนั่นแหละครับ  เท็จจริงเป็นอย่างไรต้องไปคอมเฟิร์มกันเอาเองอีกที

http://www.oknation.net/blog/kradandum/2008/12/06/entry-1
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: 14 ธันวาคม 2008, 08:08:53 AM »

เรื่องขนส่งระบบรางเพื่อนบ้านเขาไปไกลกันแล้ว   แต่รถไฟไทยยังอยู่ในแดนสนธยา   ท่านสมศักดิ์อดีตกรรมกรรถไฟลองเสนอการขนส่งระบบรางในการเมืองใหม่ดูบ้างสิ

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000146781
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 6   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!