บ้านตุลาไทย
24 พฤศจิกายน 2017, 08:52:15 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 92 93 [94]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: <<บนเส้นทางภูบรรทัด/ความหลังสหายเก่า>>  (อ่าน 432108 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 7 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Red Sun
Hero Member
*****
กระทู้: 1453



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1395 เมื่อ: 05 พฤษภาคม 2012, 08:27:17 AM »



ฟังที่ป้าดวงเกริ่นมาแล้ว  ชวนติดตามมากครับ

บันทึกการเข้า
ดวง
Hero Member
*****
กระทู้: 1098


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1396 เมื่อ: 05 พฤษภาคม 2012, 11:02:57 AM »

ฟังมาคร่าว ๆ คุณแม่และคู่ชีวิตสนับสนุนลูกที่เดินทางเข้าสู่เขตป่าเขา
ขนาดขายที่ขายทางเป็นควน ๆ ซื้อกระสุน เป้ไปส่งให้ลูก ๆ

ชีวิตของแม่ชวนเหมือนหนังสือเล่มใหญ่ทีเดียว
คอยติดตามอ่านอยู่เหมือนกันค่ะ
ไม่รู้ว่าเขาจะส่งมาให้เมื่อไหร่
บันทึกการเข้า
Guard
Hero Member
*****
กระทู้: 1077



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1397 เมื่อ: 08 พฤษภาคม 2012, 10:25:01 AM »

คุณแม่ พิมพ์ กิติเสถียรพร อายุ 85 ปี
ได้ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว เมื่อวันที่ 7 พค.2555
ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่ มูลนิธิท่งเซีย เซี้ยงตึ้ง หาดใหญ่
ตั้งแต่วันนี้ถึง วันที่ 11 พค.55
จึงเรียนมาเพื่อทราบ.
แสง ธรรมดา (ผู้เป็นบุตรชาย)



ขอแสดงความเสียใจมายังคุณแสงและครอบครัว
ในการจากไปของแม่คุณแสง ธรรมดา (เขตพัทลุง ตรัง สตูล)

กาจ
เทือกเขาบรรทัด ตรัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 กันยายน 2012, 11:02:23 AM โดย Guard » บันทึกการเข้า
butterfly
Full Member
***
กระทู้: 421



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1398 เมื่อ: 08 พฤษภาคม 2012, 17:20:38 PM »

.....ขอแสดงความเสียใจมายังครอบครัว.คุณแสง ธรรมดาด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
ดวง
Hero Member
*****
กระทู้: 1098


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1399 เมื่อ: 08 พฤษภาคม 2012, 20:23:01 PM »

ประวัติของคุณแม่ชวน ทองมาก โดยสังเขป ที่กล่าวในงานไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนฌาปนกิจ
(เพิ่งได้รับเมื่อสักครู่นี้ )

คุณแม่ชวน  ทองมาก เกิดที่ หมู่บ้านนางประหลาด  ตำบลโคกสะบ้า  อำเภอนาโยง  จังหวัดตรัง
ในวันที่ ๑๑  ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๔  เป็นธิดา ของนายเชย  มีสิน และนางพริ้ง  เพชรหิน

นางชวน  มีสิน สมรสกับนายเลื่อน  ทองมาก (ถึงแก่กรรม) มีบุตรธิดา ๖ คน

คุณแม่ชวน เป็นหญิงงามเปรียบดอกไม้ป่าที่มีโอกาสได้ปักในแจกันสง่างามบนโต๊ะครูใหญ่ ของโรงเรียนหนึ่งในชนบท
ชีวิตของคุณแม่ชวน เคียงคู่อยู่กับอาจารย์เลื่อน  ทองมาก ในฐานะผู้นำของวงการประถมศึกษาในยุคบุกเบิกของประเทศนี้ 
และในฐานะศิลปิน นายโรงหนังตะลุงที่ใช้เป็นสื่อในการปฏิสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่นท้องที่  ครูเลื่อนเป็นครูของผู้คน 
แม่ชวนก็เป็นผู้ช่วยครู และแม่บ้านที่เป็นเสาหลัก  ที่ต้องอดทน เสียสละอย่างสูงยิ่ง เป็นต้นแบบ  เป็นแม่บ้าน
และเป็นต้นหนของครอบครัว ทองมาก  ที่มี ครูเลื่อน เป็น กลาสี เรือชีวิต..
   
คุณแม่ชวน  ชุบเลี้ยงบุตร-ธิดา  ทั้งที่เป็นสายเลือดโดยแท้ และลูกหลานอื่นๆที่เข้ามาอาศัย พึ่งพาร่มไทรใหญ่ของครอบครัวทองมาก
จน เติบกล้า แข็งแรง สามารถ โบกบินได้ด้วยตนเอง  จำนวนมากมาย
ในฐานะแม่ของลูก  คุณแม่ชวน  ประคบ ประหงม อุ้มชู  เลี้ยงดูสั่งสอน  จนลูกทุกคนแข็งแรงเพียงพอ 
และแบ่งปันทรัพยากรที่ได้มาด้วยน้ำแรงของชีวิตคู่ สืบทอดไปให้ลูกหลานอย่างเป็นธรรม  และทั่วถึง..พอเป็นทุนสร้างตัวสร้างชีวิตต่อไปได้..
   
เมื่อลูกๆถึงเวลามีครอบครัวใหม่ แม่ชวน จะคอยสอดส่อง  สอดมือมาคุ้มครองอุ้มชูทุกช่วงเวลาที่ลูกต้องพึ่งพิง 
ลูกหลานของแม่ชวนแม่  จะเลี้ยงดู ป้อยข้าวป้อนนมด้วยมือของตัวเองทุกคนไม่ยกเว้น..
   
ในช่วงปลายของชีวิตคู่  ครูเลื่อน  ทองมาก  ล้มป่วยเป็นอัมพาตซีกกาย 
ครูเลื่อนต้องทุกข์ทนอยู่ในชีวิตราชการด้วยความรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา 
ทางการได้โยกย้ายไปบริหารโรงเรียนที่เหมาะสมแต่ห่างไกลบ้านอยู่อาศัย 
แม่ชวน เป็นคนประคับประคอง เป็นเหมือน “แขนขา  ข้างที่สองของ “ป๋า”
จน ครูเลื่อนทำงานได้อย่างไม่บกพร่องและเกษียณชีวิตราชการอย่างสง่างาม..
   
แปดปีก่อน ครูเลื่อน จะจากไปสู่สัมปรายภพล่วงหน้าไปก่อน “แม่ชวน”ทำหน้าที่ทั้งพี่เลี้ยงและหุ้นส่วนชีวิต 
คอยรักษาเยียวยา  เป็นหมอคนแรก เป็นพยาบาลประจำตัว  ไปทุกหนทุกแห่ง ที่ “ป๋า” ต้องการ 
เดินทางรอนแรมไปเยี่ยมลูกหลานในต่างถิ่นแดนไกล..
ในโลกนี้หาได้ยาก ที่จะได้เห็นคู่ชีวิตที่ เกี่ยวก้อยเคียงคู่กัน  ร่วมทุกข์ร่วมสุข  ดูแลรับผิดชอบ อย่างถึงที่สุดเช่นนี้..
   
ภายหลังการสูญเสียคุณครูเลื่อน  คุณแม่ชวน มีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยความวาดหวังจะได้เห็นความเป็นปึกแผ่นของลูกหลาน
มีครอบครัวที่มั่นคง สืบสู่อนาคต คุณแม่ชวน เก็บเสื้อผ้าใส่ห่อพาย เดินทางไปเยี่ยมเยียนอยู่อาศัยกับลูกๆ บ้านโน้นบ้านนี้ 
การเดินทาง –ตรัง-นคร-กรุงเทพ เป็นวงรอบชีวิตของ คุณแม่-คุณย่า –แม่แก่ ชวนทองมาก เป็นปกติวิสัย..
   
พ.ศ. ๒๕๔๙  อย่างกะทันหัน คุณแม่ชวน ต้องถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยอาการขั้นวิสัญญี..
โดยไม่มีใครรู้สมมุติฐานของโรคมาก่อน คุณแม่ชวน อยู่ในภาพไม่สมประดี เป็นเวลาถึง สามวัน  สามคืน..
และคุณแม่ก็สามารถต่อสู้กับโรคร้ายได้สำเร็จเป็นครั้งแรก  แต่แม่ก็ได้ศัตรูคู่อาฆาตคือโรคเบาหวาน เป็นโรคประจำตัว..
   
ลูกๆได้ประชุมพร้อม และวางแผนการดูแลแม่ชวน โดยให้เป็นภาระของครอบครัว ลือชัย  ทองมากลูกชายคนกลางเป็นหลักในการดูแล
โดยมีคุณจิรายุ หรือลูกครื้นลูกสะไภ้  เป็นพยาบาลประจำตัว  ต่อสู้เพื่อยื้อแย่งเวลาของแม่ กับพญายม อย่างเข้มแข็งและถึงที่สุด 
เราสามารถประคับประคองและให้กำลังใจแม่ในการต่อสู้จนวาระสุดท้ายเป็นเวลาถึงเจ็ดปี..

สงกรานต์ ๒๕๕๕ วันนัดหมายสุดท้าย ในการอาบน้ำสงกรานต์ให้แม่ ปีนี้ยายมิ้มให้ของขวัญพิเศษ เป็น ผ้าปาเต๊ะแทนผ้าลายแบบที่เคยเป็น 
“วินัย”(เจี๊ยบ) พาลูกชายคนสุดท้องมาหาย่า ถึงตอนอำลา “อาจี๋” กอดย่าแน่น ไม่ยอมลาจาก จนพี่ๆต้องแกะมือออกมา และร้องไห้จ้า..
คุณย่ามองตามหลานด้วยสายตาห่วงใย..อย่างไม่เคยเห็นมาก่อน..

๒๒  เมษายน ๒๕๕๕  คุณแม่ชวน  ลุกขึ้นแต่งตัวตั้งแต่ตอนเที่ยงคืน ภายหลัง  จากหลับใหลไปได้ตื่นหนึ่งตามที่แม่ชวนเคยเป็น 
“ไปไอ้โด้ด ไป”   “ไปไหนแม่” โด้ด ถาม “ไปบ้านไอ้แอ้ด” แม่ชวนขึงขัง  “พอเที่ยงคืนเหลย  แม่เห้อ..” หนูครื้น พยาบาลประจำตัวรายงาน..
“อ่ออออ..”แม่ชวนคราง
“หกไอ้ไหรกันหนักหนา..มาต่ะ แม่จ้าง พันนึง  ไปบ้านไอ้แอ้ด..”
ลือชัยต้องจำนน แม้จะรู้ว่าเมื่อคืนนี้แม่เจ็บอก อาการไม่ดี แต่แม่ยืนยันว่าจะไป
เพราะทราบว่า ในวันที่ ๒๓ เป็นนัดหมาย มาขอหลานสาว ที่บ้านนคร  และแม่รับปากว่าจะไป ตกลงสินสอด..

“แต่คืนยุงขบคาด” แม่พูดในรถ ขณะเดินทางไกลไปเยี่ยมหลานที่สุราษฎร์ธานี
“แต่คืนนอนบ้านไอ้แอ่ด”..แม่ว่าต่อ “หม้ายทีแม่ ไม่ได้นอนที นี่มาบ้านไอ้เข้ม” ศรีสุภาพบอกแม่
อ่อ..แม่ว่านอนแล้ว นี่ถ้ารู้ว่าไม่นอนทีมาต่อโพรก..แม่ชวน พึมพำ..

๒๕  เมษายน ๒๕๕๕
“ไหนให้ยายต้องทีถิ” ภายหลังจากกินข้าวและรับอาหารว่าง/ หน่อย  หลานสะใภ้แม่ชวน ภรรยาของศักดิ์ ดัสกร  ทองมาก
ที่อยู่อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปอกมะม่วงที่ปลูกเองให้ทานจนอิ่มหนำ  และขึ้นรถลาจาก
น้องแชมป์ลูกของน้องศักดิ์มาส่ง ไหว้ลา แต่ย่าไม่ได้กอด   จนน้องแชมป์ต้องเข้ามาเบาะหลังในรถให้ย่ากอด..   
“ขาวแวว  ของหมั้น..เหมือนโปมันนะ”  และย่าก็จากมา..และเป็นการเดินทางไกลครั้งสุดท้าย อันแสนสุข..
   
“ช่วยแม่กัน  แค้บพาแม่ไปหาหมอ” ๒๒.๓๐ น.ของคืนวันที่ ๒๗ เมษายน  ในวิกฤตฤดูร้อน..
ศิริคุณ-สกุลทอง ทองใสที่คอยดูแม่แก่ข้างเตียงแทนแม่ที่ไป หายาลมมาให้แม่ตามที่ขอ..
ตาลีตาเหลือกรับนำ แม่ชวน ขึ้นรถขับไปรพ.ค่ายวชิราวุธ อย่างรีบเร่งเพียงไม่ถึง ๑๐ นาที 
แม่ลงจากรถเดินขึ้นรถเข็นเอง..
              
๒๐ นาทีต่อมาในห้องฉุกเฉิน รพ.ค่ายวชิราวุธ..
คุณหมอขอหารือกับ อจ.ศรีสุภาพ ไอ้แอ้ด.บุตรสาวคนเดียวที่อยู่ใกล้..แม่เวลานี้..
 “ต้องช่วยหายใจ” คุณหมอเจ้าของไข้หารือ “พี่จะอนุญาตมั้ย?”
“ให้เค้าทำแม่นะ” ศรีสุภาพพูดข้างหูแม่  และแม่พยักหน้ารับรู้..
“ญาติคนไข้..ออกไปข้างนอก....” พยาบาลออกคำสั่ง..
และทุกคนกลับบ้านให้อยู่ในการดูแของหมอ..

ทุกคนทำตามอย่างว่าง่าย เพราะทุกคราวก็เป็นแบบนี้..และแม่ชวนก็ได้กลับบ้าน..
“คุณยายวิกฤตครับ” เสียงปลายสายของโทรศัพท์
ศิริคุณ..“ไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”
และแล้วทุกคนก็ไปรวมกันที่ ที่เตียงแม่หน้าห้องไอ.ซี.ยู...
คุณแม่ชวน  ทองมากไปแล้ว  ด้วย อาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด 
เมื่อเวลา ๗ นาฬิกา เช้าวันที่ ๒๗  เมษายนต์  วันแล้งร้าย  ที่สุด  ณ. เมืองนี้...

ส่วนที่เกริ่นไว้นั้นเป็นคำบอกเล่าของลูกสาว อจ.ศรีสุภาพค่ะ อจ.ศรีสุภาพ ขึ้นที่กรุงชิง ส่วน ดร.พรชัย ขึ้นที่พัทลุง-ตรัง-สตูล ค่ะ
และเพื่อนของดร.พรชัย เล่าให้ฟังว่า ในหมู่บ้านที่พวกเขาอยู่ตอนเป็นเด็ก ๆนั้นเป็นพื้นที่เกิดกรณี ถีบลงเขา เผาลงถังแดง เขาได้เห็นกับตาตัวเอง

บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1400 เมื่อ: 06 เมษายน 2013, 20:46:58 PM »

น้ำตกกรุงชิง

http://www.oknation.net/blog/charlee/2013/04/06/entry-2
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 34



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1401 เมื่อ: 02 พฤศจิกายน 2015, 16:09:05 PM »

https://drive.google.com/file/d/0BzrqTNMCLh6JaTdLd2g4QnZDaFk/view?usp=sharing
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 92 93 [94]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!