บ้านตุลาไทย
24 พฤศจิกายน 2017, 10:33:36 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ความในใจคนไกลบ้าน  (อ่าน 14236 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Red Sun
Hero Member
*****
กระทู้: 1453



ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: 29 มิถุนายน 2011, 11:33:57 AM »

ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ  ต่อเรื่องคับข้องใจที่เกิดขึ้น

พวกเรายังจะตัองเจอะเจอกับเรื่อง แย่ ๆ  ทำนองนี้อึีกสารพัด

ก็ต้องหาทางรับมือกับมัน  อย่าประมาททางอารมณ์


เอาใจช่วยครับ


 ยิงฟันยิ้ม   ยิงฟันยิ้ม   ยิงฟันยิ้ม





บันทึกการเข้า
ดวง
Hero Member
*****
กระทู้: 1098


ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: 29 มิถุนายน 2011, 12:02:01 PM »

" มีชีวีจงมีหวัง คนที่ฉลาดคือคนที่รับความผิดพลาดและปรับปรุงตัวเอง "

ชอบประโยคทิ้งท้ายไว้ของคุณ sun bird จัง...

การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า...มีโอกาสทุจริตได้มาก....ถึง ...มากที่สุด..
บันทึกการเข้า
butterfly
Full Member
***
กระทู้: 421



ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: 29 มิถุนายน 2011, 17:48:04 PM »

....ถ้ารัฐบาลรู้จักคิดอย่างคุณ sun bird บ้าง ประชาชนคงมีความสุขกว่านี้...
....มาให้กำลังใจนะคะ.... ยิ้มกว้างๆ จุมพิต จุมพิต
บันทึกการเข้า
salt
Hero Member
*****
กระทู้: 1672


มุ่งสู่รัฐสวัสดิการตามแผนที่ชีวิตพลเมืองไทย


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 11 กรกฎาคม 2011, 07:06:04 AM »

ไพวรินทร์ ขาวงาม
“นักการเมืองชนะ”
เป็นเรื่องเป็นไปได้
แต่มิได้หมายความว่า
“ประชาชนจะไม่แพ้”
บันทึกการเข้า

แผนที่ชีวิตพลเมืองไทย:โรงพยาบา
ด.ช. Viscount
Sr. Member
****
กระทู้: 684


ประชาธิปไตยไม่ใช่สูตรยาครอบจักรวาล...นะจ๊ะ


ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: 18 สิงหาคม 2011, 09:49:36 AM »

ยิ่งภาวะไร้พรมแดน ทฤษฎีโลกาภิวัตน์แผ่ซ่านมากเท่าไร
บุคคลอย่างอาจารย์วีระ พี่ราตรี ก็ยิ่งมีมากขึ้นๆ
และจะมีคนอีกมาก ที่จำต้องเดินเข้าคุกตารางของชาติอื่น
ผลพวงจากการพัฒนาแบบข้ามชาติด้านลบนี้
นักวิชาการเคยเห็นกันไหม
อาจารย์หนุ่มสาวรุ่นใหม่ๆ เคยสนใจไหม

กงล้อประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
เดิมคือการพัฒนาให้เกิดความเป็นเมือง (Urbanization) ทำให้ทันสมัย (Modernization)
พัฒนาไป สอนหนังสือไปด้วยอาการยิ้มกริ่ม ภูมิใจในด๊อกๆ ของตน
จนคนจำนวนมากกลายเป็นคนชายขอบ ไร้ที่อยู่ ไร้ที่ทำกิน ไร้สิทธิ ไร้สภาพความเป็นพลเมือง
ไม่มีกระทั่งเงิน เวลา และความรู้จะไปขอรับบริการสาธารณะจากรัฐ

วันนี้ มีการพัฒนาเข้าสู่ภาวะโลกานุวัตร (Globalization) ทำให้เป็นหนึ่งเดียวกันทั้งโลกด้วยระเบียบโลกใหม่ (New World Order)
ก็จะพัฒนาไป สอนหนังสือไปด้วยอาการยิ้มกริ่ม
ภูมิใจที่รื้อถอนรากเหง้าเดิมของตน ภูมิใจรับคำว่า very good
ยืดอกรับผลประโยชน์น้อยนิดจากกระบวนการโลกาวินาศ

ผลกระทบจากคนไร้รัฐ คนชายขอบแห่งรัฐ เหยื่อทุนนิยมข้ามชาติ
แรงงานที่ถูกลอยแพโดยไร้ความผิด

นักวิชาการ อาจารย์ นักศึกษาหนุ่มสาว เจ้าเคยมองเห็นมันไหม

สิบอาจารย์วีระ ร้อยพี่ราตรี พันครูอาจารย์ที่มีปัญญา หมื่นประชาที่ตื่นรู้ทางศีลธรรม
ฤๅจะสู้แสนนายทุน ล้านพลเมืองที่โลภโมโทสันได้

คิดแล้วก็เศร้า ในเมื่อสอนเรื่องดีๆ ในห้องเรียนไม่ได้
ไหนเลยจะออกมาทำงานเพื่อสังคม
บันทึกการเข้า

จิตกับวัตถุไม่แยกออกจากกัน
sunbird
Newbie
*
กระทู้: 23


ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: 17 กันยายน 2011, 12:16:32 PM »


 "แม่คนไทย ลูกต้องรู้ภาษาไทย"

ประกาศเจตนารมณ์ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองท้อง  และก็เริ่มพูดไทยกับลูกที่อยู่ในท้อง ยิ้มเท่ห์ ชนิดที่ว่าได้ฟังภาษาไทยเป็นภาษาแรกของชีวิต

"แม่ต้องเลี้ยงลูกเอง" จึงเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง ยอมสละอาชีพแต่ใช้วิชาชืพที่เรียนมาเลี้ยงลูก คนไทยทั้งหลายเวลาทำกับข้าวไทยก็จะเอามาให้
เพราะรู้ว่าบ้านนี้ ทั้งพ่อแม่ลูกกินกับข้าวไทยที่แม่ทำไม่ค่อยเป็น เคยมีคนมาถามว่าสอนให้ลูกกินกับข้าวไทยได้อย่างไร ฮืม
เราก็งง ก็พวกเราก็กินกับข้าวที่แม่ให้ไม่ต้องมีใครมาสอน

สำหรับลูกของเรากับข้าววางอยู่บนโต๊ะ หากไม่กินก็ไม่มีกิน แค่นั้นเอง เห็นก็กินกันหมดแล้วชอบเสียด้วย คอยเมื่อไหร่เพื่อนแม่ทำกับข้าวไทยมาให้อีก
เป็นที่รู้กันในหมู่เพื่อนฝูง กินได้ทุกอย่างที่เอามาให้ ชนิดแม่กินไม่เป็นลูกยังกินได้

เมื่ออยู่บ้านลูกรู้ภาษาไทยแล้ว พอเริ่มเรียนอนุบาลเริ่มเรียนอังกฤษ มาเลย์ จีน เมื่อเข้าโรงเรียนประถมพ่อตัดสินใจให้เข้าโรงเรียนจีนเพื่อให้รู้ภาษาจีนกลาง
ชั้นมัธยมต้องเรียนโรงเรียนรัฐบาลซึ่งใช้ภาษามาเลย์เป็นการสอนทุกวิชา  และเข้ามหาวิทยาลัยชึ่งใช้ภาษาอังกฤกษสอน ซึ่งเด็กก็ปรับตัวได้ตลอดเวลา

อยู่บ้านแม่เลยตั้งหลักพูดไทยและอังกฤษ ส่วนพ่อพูดอังกฤษและเจ้าลูกพูดกันเองด้วยภาษาจีนกลาง กวางตุ้ง และอังกฤษ เจ้าลูกบางคนไปมีเพื่อนไทยมาเลเชีย
เลยไปหัดไทยใต้กับเพื่อน รู้คำหยาบที่แม่ไม่เคยสอนเสียอีก เวลาเขาจะพูดความลับกันดันพูดจีนกลางต่อหน้าแม่

แม่ก็เคยไปเรียนจีนกลาง แต่สมองไม่เรื่องภาษาไม่ค่อยจำ มาเรียนรุ้แบบประสบกาณ์ ภาษามาเลย์ และกวางตุ้งชนิดหน่อยชนิดใครนินทาพอรู้ หรือทำมาหากินได้

จึงเป็นเรื่องธรรมดา ที่คนมาเลเซียพูดได้ สองสาม ภาษาขึ้นไป ไม่ว่าจะมีความรู้สูงต่ำแค่ไหน และที่สำคัญ คนมาเลเซียไม่ได้เก่งหรือฉลาดไปกว่าคนไทยเลย ยิ้มเท่ห์

 
บันทึกการเข้า
sunbird
Newbie
*
กระทู้: 23


ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: 14 ตุลาคม 2012, 10:01:01 AM »

ขอคารวะวิณญาณพือนเดือนตุลา
ด้วยสัญญาใจมั่นไม่หวันไหว
เพื่อนยังอยู่ร่วมสร้างความเป็นไทย
อดีตไม่กลับคืนคือ บทเรียน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!