บ้านตุลาไทย
21 พฤศจิกายน 2017, 19:14:35 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอ ต้นยา รักษามะเร็ง  (อ่าน 22807 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2008, 07:07:56 AM »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

ต้นผิดหรือพิมพ์ผิดครับ   ถ้าพิมพ์ผิดแก้ไขแล้วครับ   
บันทึกการเข้า
old clumsy
Hero Member
*****
กระทู้: 1769

ดุลยภาพคือทางรอด


ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2008, 07:51:49 AM »

เอ   ชักน่าสนใจ  มาลองดูชื่อวิทยาศาสตร์กันหน่อยดีกว่า ว่าตัวถั่งเช่า ของภูฏาน ที่ผมได้มานี่ มีส่วนประกอบของอะไรบ้าง

ชื่ออาหารเสริมว่า Cordy actives ขนาด  350 mg ประกอบด้วย

Ra - Nye         ( Polygontum verticillatum )  58.33 mg
Yar-tsa-guen-bub ( Cordyceps siensis )  -  อันนี้น่าจะเป็นต้นตังถั่งเช่า  58.33 mg
Wang-lag        (Dacty orhiza hatageria ) 29.17 mg
Cha-wa           ( Withania somnifer ) 43.75 mg
Ny-ching          (Asparagus racemosus ) - หน่อไม้ฝรั่งอ๊ะป่าว ? 58.33 mg
Da-li-me-to      (Rhododendron Antropogo ) - กุหลาบพันปีแหง๋มเลย   58.33 mg
Mano               ( Inura resmousus ) 14.58 mg
Tar-bu             (Hipophae rhamnoides ) 14.58 mg
Drag-zhun        (Shilajit)                    14.58 mg

คุณหมอแสนไชย ลองพิจารณาดูหน่อยสิครับ  ส่วนประกอบอันนี้ (ที่ผมได้ฟรีมากินอยู่นี่)เป็นไงบ้าง..รู้สึกกินแล้วขี่จักยานเสือภูเขาได้อีกครั้ง  ยิงฟันยิ้ม แถมท้องไส้หายอืด.ที่เจ็บเสียดอีตรงข้างไส้ติ่งก็หายไป  ร่างกายกระปี้กระเปร่าดี... ยิ้มเท่ห์ เดินฉีดปุ๋ยต้นไม้ได้เป็นไร่ๆ.. ยิ้มกว้างๆ ไม่รู้อุปทานรึเปล่า

สลากข้างขวดบอกว่า เป็นสมุนไพรของหิมาลัย ในถิ่นภูฏาน ใช้มานานกว่า 1000 ปี   ....
เขาคุยว่าคนภูฎานอายุยืน ก็ด้วยสมุนไพรเหล่านี้   ( ที่จริงน่าจะอากาศบริสุทธิ์ของหิมาลัยด้วยนะ )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 กุมภาพันธ์ 2008, 08:00:54 AM โดย old clumsy » บันทึกการเข้า

สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์เสมอ...จงอย่าสำคัญตัวผิด ยิ้มเท่ห์
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2008, 08:06:28 AM »

ผมว่าจะขยายความเป็นเว็บไซต์ด้านสุขภาพอีกสักแห่งก็ดีนะ   เปลี่ยนบรรยากาศที่น่าเบื่อหน่ายทั้งจากนักการเมือง  นักวิชาการผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวแต่ก็ยังอวดตัวเองว่าฉลาด  แล้วก็ชาวประชาที่หวังแต่ประโยชน์เฉพาะหน้า 

แต่ก็เกรงใจป้าซอลท์กับ vc  ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 กุมภาพันธ์ 2008, 08:32:55 AM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
ดวง
Hero Member
*****
กระทู้: 1098


ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2008, 11:14:11 AM »

ขอร่วมศึกษาด้วย
เป็นความรู้ที่ควรรู้ไว้เพื่อดูแลตนเอง

ขอคุณหมอแนะนำด้วย
และคนอื่น ๆ ที่ยังอมภูมิไว้
ช่วยแนะนำหรือเล่าสู่กันฟังบ้าง

พักเรื่องอื่น ๆ ไว้สักพัก
มาดูแลสุขภาพกันให้แข็งแรงไว้ก่อน
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2008, 11:37:36 AM »

ดูละครอิมซังอ๊กประกอบไปด้วยก็ได้นะครับ   เพลิดเพลินเจริญใจดียิ่งกว่าติดตามเรื่องการเมืองน้ำเน่าตอนนี้เสียอีก
ตอนนี้ไปถึงตอนที่ 35 แล้ว   ว่าด้วยการต่อสู้กับทุนโลกาภิวัฒน์จากจีน (เข้ากับยุคเสียด้วย  เจ๋ง )
ต้องขอบคุณคนแปลจริงๆ ที่ขยันแปลมาให้อ่านกัน

http://www.oknation.net/blog/lakorn/2008/02/29/entry-1

สำหรับท่านที่ไม่เคยดู  พรุ่งนี้ก็ติดตามได้ครับที่ช่อง 3  เวลา 18.00 -20.00 น. ฉายเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์  แต่ตอนวันพรุ่งนี้ยังเป็นตอนที่ 30-31  เป็นตอนก่อนที่คัดมาให้อ่านกันครับ

ส่วนเรื่องเจ้าตังถั่งเช่า จะไปคัดบทที่เคยแปลไว้มาลงให้  ส่วนตัวอื่นๆ คงต้องค้นดูก่อนครับ
บันทึกการเข้า
CHAT2536
Newbie
*
กระทู้: 61


ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2008, 11:54:40 AM »

เรียนลุงแสนไชย  ไม่ทราบว่ามียาจีนรักษาความดันหรือเปล่า  ผมอายุ  50  ปี  ความดันประมาณ 135/85  บ่อย
ออกกำลังกายเสมอ  วิ่งได้ 4กม.ต่อครั้ง
บันทึกการเข้า
แสนไชย
Hero Member
*****
กระทู้: 4000


ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2008, 14:35:04 PM »

ความดัน 138/85  หมายถึงว่าขณะนี้ทานยาคุมความดันอยู่หรือเปล่าครับ
ถ้าไม่ได้ทานยาคุมความดัน   ความดันระดับนี้ในอายุแบบเราๆ ก็ยังไม่ถือว่าสูง 
แต่หากอยากได้สมุนไพรที่ช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง ช่วยการไหลเวียนของเลือดป้องกันไม่ให้เลือดหนืด(ซึ่งเป็นศัตรูสุขภาพอันดับแรกๆ ของเราในวัยนี้)  อันนี้มีอยู่หลายขนานครับ  ของไทยเราก็มี
เอาไว้ตอนเย็นๆ  จะรวบรวมมาโพสต์ไว้อีกทีนะครับ
บันทึกการเข้า
atm
Hero Member
*****
กระทู้: 1562



ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2008, 20:59:37 PM »

ต้นนี้ครับที่ได้มา
ไม่ทราบว่าใช่หรือเปล่า

สำมะงา



บันทึกการเข้า
ดวง
Hero Member
*****
กระทู้: 1098


ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: 01 มีนาคม 2008, 12:46:57 PM »

ไม่ใช่ค่ะ
ต้นและก้านใบไม่แดงค่ะ ต้องเป็นสีเขียว
และใบก็ไม่หนา

โทรไปสั่งให้เขาชำไว้ให้แล้ว
วันเสาร์นี้จะไปเอามาให้
พร้อมกับสั่งแบบแคปซูลไว้ 100 แคปซูล
บันทึกการเข้า
jokerzero
Newbie
*
กระทู้: 17


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 29 กันยายน 2010, 20:16:43 PM »

ความหวังใหม่ของผู้ป่วยมะเร็ง
โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์พิทยภูมิ ภัทรนุธาพร โรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โรคมะเร็ง จัดเป็นโรคร้ายแรงที่มีอัตราการเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ถือเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนมาอย่างไม่รู้ตัว แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ได้มีการพัฒนาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับ การวินิจฉัยที่แม่นยำ จึงเป็นโอกาสดีที่ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง มีโอกาสหายขาดได้
เป้าหมายในการรักษาโรคมะเร็งใน ปัจจุบัน จึงเปลี่ยนจากการรักษาให้หายขาด เป็นการรักษาให้หายและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีการพัฒนาต่อเนื่อง ทั้งการใช้ยา การผ่าตัด และการฉายรังสี โดยเฉพาะการใช้รังสีรักษาโรคมะเร็งที่ มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และเพิ่มความหวังแก่ผู้ป่วยมะเร็ง โรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางในการรักษาโรคมะเร็ง  ที่เน้นการรักษาเชิงวิจัย เหมือนในสหรัฐอเมริกา ที่เลือกการรักษาที่น่าจะมีประโยชน์ โดยพิจารณาจากแนวโน้มในการรักษาว่าน่าจะเป็นไปในทิศทางใด จึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการรักษาโรคมะเร็งให้ หายขาดได้ ขณะเดียวกันด้วยเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ และทันสมัยที่สุดในประเทศไทย พร้อมบุคลากรที่มีศักยภาพ จึงถือได้ว่าโรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เป็นศูนย์การรักษาโรคมะเร็งที่มีความสมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบัน
การรักษาทางด้านรังสีได้เปลี่ยนจากการฉายรังสี 2 มิติ เป็นรังสี 3 มิติ ซึ่งเริ่มมีบริการแล้วในหลายแห่งของประเทศไทย การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่จะใช้การวางแผนด้วยระบบ 3 มิติ ทำให้การวางแผนการกำหนดลำรังสีมีความถูกต้องเหมาะสมมากขึ้น โดยใช้ ระบบการสร้างภาพ หาทิศทางที่เหมาะสมของลำรังสีและปรับลำรังสีที่ได้ให้เป็นไปตามรูปร่างของ ก้อนเนื้องอกมากที่สุด ทำให้สามารถให้ปริมาณรังสีสูงเฉพาะในรอยโรค และลดรังสีที่จะถูกกระทบในเนื้อเยื่อที่ดี นำไปสู่ผลการรักษาที่ดีลดผลข้างเคียงระยะเฉียบพลันและระยะยาวลงได้ ต่อมามีการพัฒนาอีกระดับหนึ่งของรังสีสามมิติ ที่ปรับความเข้มของรังสีตามสัดส่วนความหนาบางของก้อนมะเร็งใน แนวทางเข้าของลำรังสีนั้นๆ เรียกว่ารังสีแปรความเข้มสามมิติ (IMRT) ทั้งนี้ในแต่ละแนวของการฉายรังสี จะมีเทคนิคในการฉายต่าง ๆ กัน เพื่อให้เกิดรูปร่างและความเข้มของรังสีที่ต่างกัน โดยคำนึงให้เกิดการกระจายรังสีที่แตกต่างกันเป็นจุด หรือช่อง (voxel) หรือเรียกส่วนย่อย ๆ นี้ว่า beamlets ตามความเหมาะสมของรอยโรค ทั้งนี้จะอาศัยระบบคอมพิวเตอร์ในการกำหนดความเข้มของรังสี ซึ่งจะให้สูงที่สุดในตำแหน่งที่ก้อนมะเร็งหนาที่สุด และต่ำสุดในตำแหน่งที่ก้อนมะเร็งบาง ที่สุด แม้ว่า การวางแผนการรักษาด้วยเทคนิครังสี 3 มิติ และ รังสีแปรความเข้มสามมิติ จะเป็นภาพ 3 มิติที่ได้มาจากการเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ แต่เป็นภาพนิ่งในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ในความเป็นจริง ก้อนเนื้อ งอกในบางส่วนหรือบางอวัยวะก็อาจสามารถเปลี่ยนแปลง ทั้งในระหว่างการฉายรังสีแต่ละครั้ง และการฉายรังสีครั้งต่อครั้ง ซึ่งอาจเนื่องจากอวัยวะภายในมีการเคลื่อนไหว และผลกระทบจากการหายใจ เช่น มะเร็งบริเวณ ปอด ตับ หรือตับอ่อน อาจทำให้ก้อนเนื้องอกหลุดออกจากตำแหน่งที่วางแผนไว้ ดังนั้นเนื้องอกอาจไม่ได้รับปริมาณรังสีตามที่วางแผนไว้ ขณะเดียวกัน อาจจะทำให้เนื้อเยื่อปกติที่อยู่ข้างเคียงได้รับปริมาณรังสีสูงกว่าระดับที่ จะทนทานได้ ปัจจุบัน โรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ จึงมีการพัฒนาการรักษาทางรังสีเป็นการรักษา 4 มิติ หรือ การรักษาด้วยเทคนิค ที่เรียกว่า รังสีรักษาภาพนำวิถี หรือ Image guided radiation therapy ( IGRT )  ซึ่งเป็นการรักษาในมิติที่ 4 ที่นอกเหนือจากความแม่นยำในเป้าหมายหรืออวัยวะที่จะรักษาในระบบ 3 มิติแล้ว ยังควบคุมถึงมิติที่ 4 ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนแปลงของก้อนเนื้องอก เช่น มะเร็งปอด มะเร็งตับ ตับอ่อน เป็นต้น โดยการใช้ภาพของเนื้องอกหรือบริเวณที่ต้องการได้รังสีสูงมาร่วมในการวางแผน การรักษา และใช้ในการตรวจสอบตำแหน่งของเนื้องอกในแต่ละวันของการรักษา โดยสร้างภาพจากการหมุนเครื่องเร่งอนุภาคหรือเครื่องฉายรังสีรอบผู้ป่วย 1 รอบ ก็จะได้ข้อมูลที่แท้จริงในขณะที่จะฉายรังสีมาสร้างภาพเพื่อการตรวจสอบ ซึ่งถ้าคลาดเคลื่อนก็จะมีการแก้ไขโดยอัตโนมัติ ในขณะเดียวกันระบบจับการเคลื่อนไหวจากการหายใจของผู้ป่วย ก็จะถูกบันทึกด้วยกล้องอินฟราเรด ที่ได้จากระหว่างการจำลองการรักษา ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ทำให้ได้ภาพเนื้องอกที่มีการเคลื่อนไหว ตลอดช่วงการหายใจ ที่เรียกว่าได้เป็นภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ สี่มิติ หรือ Gated 4D CT  ภาพดังกล่าวจะถูกนำมาวางแผนการรักษา และเครื่องเร่งอนุภาคจะปล่อยรังสี เมื่อก้อนเนื้องอกหรือภาพบริเวณที่ต้องการได้รังสี ปรากฏอยู่ในตำแหน่งการรักษาที่วางแผนไว้ เท่านั้น ทำให้มั่นใจได้ว่าการยิงรังสีถูกเป้าหมายได้อย่างแม่นยำแน่นอน ด้วยวิธีนี้ผู้ป่วยจึงสามารถหายใจตามธรรมชาติได้ โดยไม่ต้องกลั่นหายใจหรือกดกระบังลม เพื่อบังคับการหายใจ ดังนั้น IGRT จึงเป็นเทคนิคที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ที่เพิ่มโอกาสการหายของผู้ป่วยมะเร็ง และ ลดภาวะแทรกซ้อนของเนื้อเยื่อปกติจากรังสีได้ นับเป็นการฉายรังสีเฉพาะเป้าหมายที่ต้องการรักษาอย่างแท้จริง IGRT หรือ รังสีภาพนำวิถี จึงเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่จะต้องได้รับการรักษาทางรังสี
สนับสนุนเนื้อหา
 
คำที่เกี่ยวข้อง  :   โรคภัยไข้เจ็บ    igrt     การฉายรังสี     รังสีรักษาโรคมะเร็ง     โรคมะเร็ง
บันทึกการเข้า
ดวง
Hero Member
*****
กระทู้: 1098


ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: 30 กันยายน 2010, 00:16:57 AM »

มีโอกาสไปเยี่ยมผู้ป่วยโรคมะเร็งที่สถาบันนี้ และได้พูดคุยกับคนไข้หลายราย ต่างก็บอกว่าตั้งแต่ย้ายจากต่างจังหวัดเข้ามารับการรักษาที่นี่ผลการรักษาดีขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้เอง และกลับมาตรวจเป็นระยะ ๆ มีอยู่รายหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า มีอาการปวดหัว แขนขาอ่อนแรง เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจังหวัด แพทย์วินิจฉัยเป็นเรื่องเกี่ยวกับเลือดข้น อุดตันในสมอง รักษามาได้ระยะหนึ่งก็ไม่มีอาการดีขึ้นกลับทรุดลงเรื่อย ญาติขอให้แพทย์ตรวจละเอียดอีกครั้งจึงพบว่าเป็นมะเร็งในสมอง  จากนั้นตัดสินใจมาติดต่อที่สถาบันนี้เพื่อขอย้ายผู้ป่วยมารักษา และให้ทางรพ.จังหวัดส่งตัวมา ไม่ถึงเดือน อาการแขนขาไม่มีแรงก็กลับคืนมาเป็นปกติ และได้กลับบ้านไปแล้ว ใช้เวลามารักษาที่นี่ไม่ถึงเดือน ก็ได้เห็นรอยยิ้มของญาติ ๆ ที่ได้พาคนไข้กลับบ้าน และยังมีรายอื่น ๆอีก สำหรับตัวเองก็คิดว่าที่นี่น่าจะเป็นโรงพยาบาลที่รักษาโรคมะเร็งที่ดีที่สุดในประเทศไทยแล้ว
อย่างไรก็ดี การรักษาตั้งแต่เริ่มเป็นใหม่ ๆ จะมีโอกาสหายได้แน่นอน....เพราะเวลานี้มีเพื่อน ๆที่มีตัวนี้ติดตัวกันหลายคน แต่ก็ดำเนินชีวิตอยู่ได้ตามปกติ เพียงแต่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการกินอาหาร แค่นั้นเอง

ยังมีโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งที่เคยพาคนไข้ไปรักษาแล้วหาย คือที่โรงพยาบาลศิริราช (ซึ่งในสมัยนั้น สถาบันนี้ยังไม่มี )ปัจจุบันหายขาดแล้ว สามารถดำเนินชีวิตตามปกติ และไม่กลับมาเป็นอีก
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!