ๆๆๆๆๆ

<< < (15/15)

Bright eyes:
เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๓ เกี่ยวกับงบประมาณ

รายการใช้งบประมาณ

@ค่าพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนและวัสดุอุปกรณ์ เอกสารแนบท้าย หมายเลข ๒/๓

ค่าพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน ๑๑,๐๐๐x๑๖= ๑๗๖,๐๐๐-.

[๑. พืชพันธุ์ไม้ให้ร่มเงา(โมกข์/ไม้พุ่ม)[๑,๕๐๐-./หน่วย], ๒. พืชพันธุ์ไม้พยาบาล(เคราฤๅษี)[๑๕๐-./หน่วย(เข้าระบบการปลูกแบบ-"สมดุลย์ระบบนิเวศ" แล้ว)], ๓. พืชเพันธุ์ไม้เอื้อระบบนิเวศ (เดฟ/เฟิร์น)[๑๕๐-./หน่วย(เข้าระบบการปลูกแบบ-"สมดุลย์ระบบนิเวศ" แล้ว)]

ค่าวัสดุอุปกรณ์ ๒,๐๐๐-.x๑๖=๓๖,๐๐๐-.

[ กรรไกรตัดลวด,กรรไกตัดกิ่งไม้, กากมะพร้าวสับ,ลวดร้อยกระถางชนิดสี่เส้น, กระถางดำขนาดต่างๆ ฯลฯ]

@ค่าจัดทำ "หลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติก ฉบับโรงเรียนบ้าน เพื่อการอาชีวะบำบัดและฝึกอาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ" และ "คู่มือการจัดกิจกรรม" ตามหลักสูตรฯ เป็นรายบุคคล/ค่าดำเนินการและอำนวยการโครงการ,ค่าจัดทำเอกสารประกอบโครงการ

ค่าจัดทำ "หลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติก ฉบับโรงเรียนบ้าน เพื่อการอาชีวะบำบัดและฝึกอาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ" และ "คู่มือการจัดกิจกรรม" ตามหลักสูตรฯ เป็นรายบุคคล ๒,๐๐๐-.x๑๖= ๓๒,๐๐๐-.

ค่าดำเนินการ (เช่น ค่าติดต่อประสานงาน ฯลฯ) เหมาจ่ายตลอดโครงการ = ๑๒,๐๐๐-.

ค่าจัดทำเอกสารประกอบโครงการ ๓๐๐-.x๒๐x๓= ๑๘,๐๐๐-. ( ๓ วันๆ ๒๐ ชุด(เผื่อวิทยากรด้วย))

@ค่าจัดทำเวบไซท์

ค่าจดโดเมนเนม /ค่าเช่าพื้นที่ /ค่าจัด-ดูแลและพัฒนา (เหมาจ่ายตลอดโครงการ)= ๑๐,๐๕๐-.

@ค่าปรับแต่งดัดแปลงสถานที่(โดยเฉพาะระบบน้ำ)/ค่าเบี้ยประชุมผู้เข้าร่วมโครงการ

ค่าปรับแต่งดัดแปลงสถานที่(โดยเฉพาะระบบน้ำ) ๒,๐๐๐ x ๑๖ = ๓๒,๐๐๐-.

ค่าเบี้ยประชุมผู้ปกครองฯ ผู้เข้าร่วมโครงการ ๓๐๐x๓x๑๖= ๑๔,๔๐๐-.

@ค่าวิทยากร:วิทยากรโครงการ, วิทยากรวิชาการ, วิทยากรสาธิต(บุคคลออทิสติกและครอบครัว/ผู้ปกครอง-ครู), ค่าวิทยากรเยี่ยมบ้านและประเมินผล,ค่าวิทยากร-กรรมการตัดสินการประกวด,ค่าสถานที่จัดประชุมพร้อมอาหารเที่ยงและอาหารว่างระหว่างหยุดพัก,ค่ารางวัลผลงานที่ชนะในกิจกรรมประกวดผลงาน (รางวัลที่ ๑,๒,๓ อย่างละ ๑ รางวัล /รางวัลชมเชย ๑๓ รางวัล)

วิทยากรโครงการ (เอกชน) ๑,๒๐๐-.x๓x๓ = ๑๐,๘๐๐-.(๓ วันๆ ละ ๓ ชม.)

วิทยากรวิชาการ (เอกชน-ข้าราชการระดับ๘ระดับ๙) ๑,๒๐๐-.x๓= ๓,๖๐๐-.

ค่าวิทยากรกิจกรรมเสริม(กรรมการตัดสินการประกวดผลงาน ๒ คน จากชมรมกล้วยไม้จังหวัดขอนแก่น) ๖๐๐x๒= ๑,๒๐๐-.

วิทยากรสาธิต(บุคคลออทิสติก (๓๐๐-./๑ ชั่วโมง)/ผู้ปกครอง-ครูผู้ฝึกสอน(๖๐๐-./๑ ชั่วโมง-ต้องมาคู่กัน-๙๐๐-./๑ ชม.) ๙๐๐-.x๒= ๑,๘๐๐-.  (๒ วัน/๒ ครั้ง ๒ ครอบครัว)

ค่ารางวัลผลงาน: รางวัลที่ ๑ (๑,๕๐๐-.)+ รางวัลที่ ๒(๑,๐๐๐-.)+ รางวัลที่ ๓(๗๕๐-.) +รางวัลชมเชย (๑๓x ๓๐๐= ๓,๙๐๐-.)= ๗,๑๕๐-.

ค่าสถานที่จัดประชุมพร้อมอาหารเที่ยงและอาหารว่างระหว่างหยุดพัก (แบบเหมาจ่าย-โรงแรมศิรินทร์) ๓๐๐-.x๓๐x๓= ๒๗,๐๐๐-.

 

ถัวเฉลี่ยรวมทุกรายการ เป็นเงิน ๓๙๐.๐๐๐ บาทถ้วน   [=     ถัวเฉลี่ย ครอบครัวละประมาณ ๒๔,๕๐๐ กว่าบาท]

Bright eyes:
เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๔
เกี่ยวกับ กองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีเพื่อสิทธิคนออทิสติก
กองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีเพื่อสิทธิคนออทิสติก เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ตามชื่อของ นาย รัฐวัฒน์ ตันมณี ("พี่ต้น") ซึ่งในขณะนั้น อายุ ประมาณ ๗-๘ ปี โดยข้าพเจ้า(ผู้รับผิดชอบและผู้เสนอโครงการนี้ ซึ่งเป็นมารดา) ด้วย "พี่ต้น" ไม่ประสบผลสำเร็จ ไม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น จากการนำไปกระตุ้นพัฒนาการ ตามคลินิกบำบัด ใน กรุงเทพฯ ในยุคนั้น เช่น โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ ที่จังหวัดสมุทรปราการ ศูนย์สุขวิทยาจิต กรมสุขภาพจิต (หน้าโรงพยาบาลรามาฯ) และ หน่วยกระตุ้นพัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยนักจิตวิทยาคลินิก จากหน่วยจิตเวชเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลจุฬา และคลินิกฝึกพูด แผนกตา หู คอ จมูก โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฯลฯ พอดีกับในช่วงนั้น ประเทศไทยมีการยิงดาวเทียมไทยคมขึ้นไปในอาวกาศ และเริ่มมีโลกอินเตอร์เนทเกิดขึ้น ให้ระดับประชาชนได้เข้าถึงเป็นครั้งแรก ข้าพเจ้าจึงเริ่มค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับ ออทิสติก จากโลกอินเตอร์เนท และเปิดเวบไซท์ กองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีเพื่อสิทธิคนออทิสติก หรือในชื่อภาษาอังกฤษ ว่า http://www.autisticthailand.com/ และนับว่าเป็นเวบไซท์เกี่ยวกับ ออทิสติก เวบไซท์แรกของประเทศนี้
ข้าพเจ้าได้เข้าถึง องค์ความรู้ที่จำเป็นใช้เกือบทั้งหมดทางด้านออทิสติก เท่าที่โลกนี้มี จนเกิดภาวะตาสว่างหรือถึงบางอ้อว่า จะจัดการกับภาวะออทิซึ่มของลูกชายออทิสติกของข้าพเจ้า(หรือของใครก็ตาม-ส่วนข้างมาก)นั้น ตามลำพังครอบครัวปัจเจกชนคนเดี่ยวๆ ไม่มีทางจัดการได้(ถึงจัดการได้บ้างก็อย่างขุกเข็ญรำเค็ญ) มีแต่ รัฐ-สังคมชุมชนต้องลงมาโอบอุ้มหนุนช่วยด้วย เท่านั้น ออทิสติกและครอบครัวจึงจะไปถึง จุดหมายปลายทางของชีวิตได้อย่างปกติสุข
จากนั้นในนาม ของ กองทุนรัฐวัฒน์ฯ ข้าพเจ้า และ กรรมการกองทุนรัฐวัฒน์ฯ (เอกสารแนบท้าย หมายเลข ๑) และ ที่ปรึกษาของกองทุนฯ ที่ไม่ประสงค์จะออกนามอีกจำนวนหนึ่ง (ซึ่งมีทั้ง คุณครูผู้สอนบุคคลออทิสติก นายแพทย์ วิศวกร สถาปนิก นักวิชาการการศึกษา นักสิทธิมนุษยชน นักการเมือง นักการสื่อสารมวลชน เจ้าของกิจการ) ได้ ร่วมกับ องค์กรผู้ปกครองและแกนนำผู้ปกครองบุคคลออทิสติกทั่วประเทศ ผลักดัน ให้เกิดขึ้นซึ่งกลไกการช่วยเหลือเด็กและบุคคลออทิสติก โดยเฉพาะในจังหวัดขอนแก่นนั้น ที่เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม คือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษาพิเศษแบบการเรียนรวมสำหรับเด็กออทิสติกโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น, ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก ใน ๕ โรงเรียน ใน ๕ เขตพื้นที่การศึกษาของจังหวัดขอนแก่น กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ ๑ ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก ใน ๑โรงเรียนในสังกัด ของ เทศบาลนครขอนแก่น กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และล่าสุดก็คือ ศูนย์บริการบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น (เริ่มต้นมาจากบ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน) ในความดูแลของศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการจังหวัดขอนแก่น กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
ทั้งนี้ในส่วน ของ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นั้น จะเกี่ยวกับ การฝึกอาชีพเป็นส่วนใหญ่ เพราะตาม แผนที่ถนนชีวิตของบุคคลออทิสติก นั้น กำหนดให้มี บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน ดูแล ออทิสติกเด็กโต,ออทิสติกวัยรุ่นวัยผู้ใหญ่วัยทำงาน ทางกองทุนรัฐวัฒน์ฯ จึงคิด กระบวนการเพาะปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ ให้เป็น นวตกรรม ที่จะผลักดันให้เกิดมีขึ้นซึ่ง วิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ สำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัว ให้เป็นการถาวรต่อเนื่องยั่งยืน รายละเอียดดังเอกสารแนบท้ายต่างๆ
โดยในการนี้ ทางกองทุนรัฐวัฒน์ฯ ได้เริ่มค้นคว้าทดลองลงภาคปฏิบัตินวตกรรมดังกล่าว มาได้เป็นเวลากว่าสี่ปีแล้ว จนเกิด สวนสมดุลระบบนิเวศออทิสติกรัฐวัฒน์ประชาธรรม : โรงเรือนคุณประภาอภิพัฒนาและโรงเรือนรัฐวัฒน์ รอบบริเวณบ้านที่อยู่อาศัย ของ นาย รัฐวัฒน์ ตันมณี บนเนื้อที่เกือบหนึ่งไร่ ย่านชุมชนเมืองจังหวัดขอนแก่น โดยในปีที่ผ่านมาได้ใช้ ทุนทรัพย์ส่วนตัวที่สะสมไว้....,   ทุนทรัพย์สนับสนุนจากคุณ........ซึ่งทุกบาททุกสตางค์ที่กล่าวมานี้ล้วนลงในพืชพันธุ์ไม้และบุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติกด้านการฝึกอาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนฯ ที่ต้องอบรมบ่มเพาะขึ้นมาใหม่ (นอกเหนือไปจากบุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติกด้านอื่นๆ)
บัดนี้ถึงเวลาที่จะต้องต่อยอด สวนสมดุลระบบนิเวศออทิสติกรัฐวัฒน์ประชาธรรม :โรงเรือนคุณประภาอภิพัฒนาและโรงเรือนรัฐวัฒน์ ไปยัง   บ้านและที่อยู่อาศัยของครอบครัวผู้ปกครองบุคคลออทิสติก, สถานศึกษา/หน่วยงานให้บริการทางด้านการศึกษาและการฝึกอาชีพ ด้วยโครงการที่เกี่ยวกับ การอนุรักษ์และขยายพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ  เพื่อ การวิจัยและพัฒนาอาชีพด้านเกษตรกรรม สำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัว ที่ทางกองทุนรัฐวัฒน์ฯ จะร่วมกับเครือข่ายต่างๆ จัดทำอย่างต่อเนื่องจนเกิดมีขึ้นซึ่ง กลไกการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศสำหรับบุคคลออทิสติก อย่างเป็นการถาวรในโครงสร้างของรัฐและสังคมไทยต่อไป
โดย พืชพันธุ์ไม้ที่จะใช้ในโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น จะเป็นพืชพันธุ์ไม้ที่มาจาก สวนสมดุลระบบนิเวศออทิสติกรัฐวัฒน์ประชาธรรม :โรงเรือนคุณประภาอภิพัฒนาและโรงเรือนรัฐวัฒน์ ที่ ได้รับการ "ปรับสภาพ" ให้เข้ากับหลัก "สมดุลระบบนิเวศ" แล้ว เท่านั้น ซึ่งนอกจาก การอนุรักษ์และขยายพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ จะเป็นนวตกรรมแล้ว ก็ยังจะมี นวตกรรมทั้งทางด้านนามธรรม(เช่น ทางด้านการใช้ภาษา) และรูปธรรม ( เช่น กระบวนการลงภาคปฏิบัติ ) ที่เป็นผลพวงติดตามมาอีกมากมาย เช่น "หลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติก ฉบับโรงเรียนบ้าน เพื่อการอาชีวะบำบัดและฝึกอาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ" และ "คู่มือการจัดกิจกรรม" ตาม หลักสูตรฯ เป็นรายบุคคล, วิทยากรโครงการ,วิทยากรสาธิต(บุคคลออทิสติกและครอบครัว/ผู้ปกครอง) ฯลฯ

โครงการนี้จึงเป็นโครงการที่ควรค่าแก่การให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่และให้การหนุนช่วยอย่างเร่งด่วนเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นโครงการที่เข้มข้นเอาจริงเอาจังและเกิดนวตกรรมแก่รัฐและสังคมไทยมากมายที่สุดเท่าที่ขบวนการคนพิการในประเทศนี้(หรือกระทั่งในโลกนี้)เคยมีมา.

ฟฟฟฟ

สองบรรทัดสุดท้ายนี่....เหมือนโมอัมหมัดอาลีเลยวุ้ย....โวซะไม่มี..ให้คนผู้ยิ่งใหญ่ผู้พิจารณาพิจารณาขวางความรุสึกเล่นซะงั้น..แล้วมันจะได้..อ๊ป่าวล่ะนี่...แต่อาลีก็ชนะทุกทีเลยเนอะ...




Bright eyes:
การถอดบทเรียนจากกิจกรรมของโครงการปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน ตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการอาชีวะบำบัดและปูพื้นฐานการงานการอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัว จังหวัดขอนแก่น [1] [A]  [จำนวน ๓๐ ครอบครัว ให้เข้าใจหลักการพื้นฐานของการใช้เทคนิคนิคการสอนเชิงพฤติกรรมวิเคราะห์ประยุกต์ โดยการใช้เทคนิคการสร้างพฤติกรรมใหม่เจ็ดเทคนิค ในบริบทของการอาชีวะบำบัดโดยกระบวนการผลิตพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักการของสมดุลระบบนิเวศ]/เป็นโครงการของชมรมเครือข่ายผู้ปกครองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(จังหวัดขอนแก่น) ที่ได้ทุนดำเนินการอบรมจาก.....สสพ.
 

 

@เกี่ยวกับกลุ่มอาการออทิซึ่มและบุคคลออทิสติก

*กลุ่มอาการออทิซึ่ม เป็น กลุ่มอากัปกิริยาท่าทางการแสดงออกของบุคคลออทิสติกที่แตกต่างไปจากคนปกติ เนื่องจากกระบวนการประมวลผลข้อมูลข่าวสารและการประสานสัมพันธ์การทำงานของพื้นที่ต่างๆ ในสมองแตกต่างไปจากคนปกติ ยังผลให้การสั่งการของสมองแตกต่างไปจากคนปกติ เนื่องเพราะ โครงสร้างทางกายภาพของประสาทการรับรู้และสมองรวมทั้งสารสื่อประสาทแตกต่างไปจากคนปกติ

*กลุ่มอากัปกิริยาท่าทางการแสดงออกของบุคคลออทิสติกที่แตกต่างไปจากคนปกติ เช่น การสบัดมือ เคาะตลอดเวลา กระโดด ไม่นิ่ง ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ่วมือจิกหรือจับอะไรอยู่ตลอดเวลา ไม่พูด ออกเสียงไม่ได้ มองทะลุ ไม่มองหน้า ฯลฯ

*ประสาทการรับรู้ เป็น ประตูเปิดรับข้อมูล(สิ่งเร้า)จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวภายนอกร่างกายเข้าไปประมวลผลที่สมอง ซึ่งมีหลายระบบ  ได้แก่ ประสาทการรับรู้ ที่หู(เสียง-การทรงตัว/ตำแหน่งแห่งหนของร่างกายตนเองในอากาศ), ที่ตา(แส,สี), ที่จมูก(กลิ่น), ที่ลิ้น(รส), ที่ผิวหนัง(สัมผัส-น้ำหนักกดทับ), ที่กล้ามเนื้อ(ทั้งมัดเล็กมัดใหญ่)-กระดูก-เอ็น-ข้อ (การเคลื่อนไหว-น้ำหนักกดทับ)

 *สมอง เป็น แหล่ง ประสานสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารจากประสาทการรับรู้ต่างๆ โดยสารสื่อประสาท แล้วแปรความหมายหรือประมวลผลแล้วสั่งการให้อวัยวะและหรือองคาพยพของร่างกายตอบสนองหรือตอบโต้ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมภายนอกและเก็บเป็นความจำ

[บุคคลออทิสติก มีวงจรประสาทการรับรู้แบบ "ตัวอ่อน" (หรือก็คือ วงจรประสาทการรับรู้แบบสัตว์เลื้อยคลานหรือครึ่งบกครึ่งน้ำ(ลูกอ๊อด?)...ประสาทวิทยา จากการศึกษาของ Magaret Bauman กุมารแพทย์ จากโรงพยาบาล บอสตัน ซิติ พบว่า ออทิสติก จะมีความผิดปกติในสมอง 3 แห่ง คือ limbic system, cerebellum และ cerebellar circuits ปัจจุบัน พบว่า ในพื้นที่ทั้ง 3 แห่ง มีความผิดปกติ ดังนี้ 1)      Purkinje cells เหลือน้อยมาก 2)      ยังคงเหลือ "วงจร" เซลประสาท ซึ่งจะพบได้แต่ในตัวอ่อนเท่านั้น "วงจร" เซลประสาทที่เหลือนี้ จะเชื่อมต่อกับ ระบบประสาทส่วนกลางทั้งหมด 3)      มีเซลประสาทเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในบริเวณ limbic system, hippocampus, amygdala จากการค้นพบนี้ Bauman สรุปว่า ออทิสซึม มีความผิดปกติด้านพัฒนาการของสมอง ตั้งแต่ยังเป็นตัวอ่อน ในระยะ 30 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ ความผิดปกตินี้ ส่งผลให้ limbic system ไม่มีการพัฒนา limbic system เกี่ยวข้องกับ พฤติกรรม การรับรู้ และความจำ เมื่อบริเวณนี้ผิดปกติ จึงมีผลให้ ความสัมพันธ์ทางสังคม ภาษา และการเรียนรู้ ผิดปกติไปด้วย(Bauman, 1991) ]

*บุคคลออทิสติก คือ บุคคลที่มีกลุ่มอาการออทิซึ่ม โดยกลุ่มอาการออทิซึ่มจะทำให้บุคคลออทิสติกมีความผิดปกติ ๓ ด้าน คือ ด้านพฤติกรรมความสนใจ ด้านภาษาและการสื่อสาร และด้านทักษะการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม หรือพูดอีกนัยยะหนึ่ง ก็คือ กลุ่มอาการออทิซึ่ม เป็นปัจจัยเริ่มต้นของความผิดปกติทั้งสามด้านดังกล่าว พูดให้เป็นรูปธรรม ก็คือ กลุ่มอาการออทิซึ่ม คือ พฤติกรรมความสนใจที่ผิดปกติ แล้วพฤติกรรมความสนใจที่ผิดปกตินี้ เป็นปัจจัยขัดขวาง ไม่ให้บุคคลออทิสติกเกิดพฤติกรรมการเรียนรู้ทางด้านภาษาและการสื่อสาร เมื่อพฤติกรรมการเรียนรู้ทางด้านภาษาและการสื่อสารเกิดขึ้นไม่ได้ พฤติกรรมการปฏิสัมพันธ์และการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ทางสังคมก็เป็นไปไม่ได้

กลุ่มอาการออทิซึ่ม หรือ พฤติกรรมความสนใจที่ผิดปกติ จึงเป็น เป้าหมาย ที่จะต้องถูก บำบัด ให้จนบุคคลออทิสติกสามารถควบคุมได้ จำกัดได้ หรือกระทั่งกำจัดให้หมดไป เพื่อให้บุคคลออทิสติกปราศจากปัจจัยขัดขวางและเกิดพฤติกรรมการเรียนรู้ทางด้านภาษาและการสื่อสาร จนสามารถมีพฤติกรรมการใช้ภาษาและการสื่อสารเป็นเครื่องมือในการปฏิสัมพันธ์และทำความเข้าใจความสัมพันธ์ทางสังคมได้ในที่สุด

จะบำบัดกลุ่มอาการออทิซึ่มหรือพฤติกรรมความสนใจที่ผิดปกติของบุคคลออทิสติกได้ จะต้องสอนให้ บุคคลออทิสติกทำ "กิจกรรมที่กระทำต่อประสาทการรับรู้" ซึ่ง บูรณาการเอา การสอนพฤติกรรมการเรียนรู้ทางด้านภาษาและการสื่อสาร ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้ภาษาและการสื่อสารเป็นเครื่องมือในการปฏิสัมพันธ์และทำความเข้าใจความสัมพันธ์ทางสังคมเข้าไปด้วยในขณะเดียวกัน

วิทยะวิธี/หรือวิธีการ/หรือกระบวนการสอนพฤติกรรม โดยการสอนให้ บุคคลออทิสติกทำ "กิจกรรมที่กระทำต่อประสาทการรับรู้" ซึ่ง บูรณาการเอา การสอนพฤติกรรมการเรียนรู้ทางด้านภาษาและการสื่อสาร ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้ภาษาและการสื่อสารเป็นเครื่องมือในการปฏิสัมพันธ์และทำความเข้าใจความสัมพันธ์ทางสังคมเข้าไปด้วยในขณะเดียวกัน ดังกล่าว เรียกว่า เทคนิคการสอนเชิงพฤติกรรม ที่ต้องมีการวิเคราะห์และการปรับใช้ให้พอเหมาะพอสมกับบุคคลออทิสติกแต่ละรายหรือเป็นรายบุคคล เพราะบุคคลออทิสติกแต่ละบุคคลจะมีความต่างระดับกันในกลุ่มอาการออทิซึ่มทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ

 
@เกี่ยวกับเทคนิคการสอน (จึง) ต้องใช้ เทคนิคการสอนเชิงพฤติกรรมวิเคราะห์ประยุกต์

*เทคนิคการสอนเชิงพฤติกรรม_เทคนิคการสอนเชิงพฤติกรรมวิเคราะห์_เทคนิคการสอนเชิงพฤติกรรมวิเคราะห์ประยุกต์(Teaching  Applied  Behavior  Analysis  Techniques)/ต้องเป็นการสอนพฤติกรรมที่ต้องมีการวิเคราะห์และการปรับใช้

โครงสร้างของการสอนพฤติกรรม มีรูปแบบดังนี้

สิ่งเร้า-การตอบสนอง-ผลที่ติดตามมา

*เทคนิคการสร้างพฤติกรรมใหม่ ๗ เทคนิค/1.    เทคนิคการแตกงานหรือทักษะที่จะสอนออกเป็นส่วนย่อย (Discrete-Trial Training / DTT ) หรือ การวิเคราะห์งาน (Task analysis)_2.    เทคนิคการแนะ (Prompting) _3.เทคนิคการให้รางวัลหรือการลงโทษ (Reinforcements And Punishments) _4. เทคนิคการก่อรูปพฤติกรรมใหม่ (Shaping Procedure)_5.   เทคนิคการสานต่อพฤติกรรม (Chaining Procedure)_6. การขยายผลพฤติกรรม (Generalization Procedure)_7. การคงพฤติกรรมที่เรียนไปแล้วให้มั่นคง (Maintaining Previously Learned Skill Procedure)

*หลักการพื้นฐานของการใช้เทคนิคการสอนเชิงพฤติกรรมสำหรับบุคคลออทิสติก/ต้องเป็นการสอนพฤติกรรมที่มีการวิเคราะห์และการปรับใช้อย่างเฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคล โดยในการสอนพฤติกรรมใหม่แต่ละพฤติกรรมต้องใช้เทคนิคการสร้างพฤติกรรมให้ครบทั้ง ๗ เทคนิค

*กิจกรรมที่กระทำต่อประสาทการรับรู้ ก็คือ กิจกรรมที่วิชาชีพนักบำบัดเฉพาะทาง-นักกิจกรรมบำบัด-เรียกว่า กิจกรรมบำบัด  เป็นกิจกรรมที่ให้ผู้ทำ ทำเพื่อกระตุ้นหรือฟื้นฟูประสาทการรับรู้ระบบนั้นๆ ซึ่งแต่ละระบบก็จะมีกิจกรรมที่เฉพาะเจาะจง เช่น การฝึกเดินบนยางรถยนต์ที่เอามาเรียงต่อกัน-การฝึกมุดรอดอุโมงค์มืด เป็นกิจกรนรมที่กระต่อประสาทการรับรู้การทรงตัวที่หูชั้นกลาง ฝึกลุกขึ้นนั่งลง-เป็นกิจกรรมที่กระทำต่อประสาทการรับรู้ที่ข้อต่อกล้ามเนื้อ(ประสาทการรับรู้การเคลื่อนไหว) เป็นต้น
 



@เกี่ยวกับกระบวนการผลิตพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน
*กระบวนการผลิตพืชพันธุ์ไม้ ประกอบด้วย กิจกรรม ที่กระทำต่อ วัสดุ และ พืชพันธุ์ไม้ ที่ใช้ในการเพาะปลูก
*พืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน
@เกี่ยวกับสมดุลระบบนิเวศและหลักการของสมดุลระบบนิเวศ
@หลักการพื้นฐานของการอาชีวะบำบัดสำหรับบุคคลออทิสติกในบริบทของวิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน
 
 
@เกี่ยวกับการถอดบทเรียนจากการทำอาชีวะบำบัดด้วยกิจกรรมในบริบทของกระบวนการผลิตพืชพันธุ์ไม้ ตาม โครงการ ปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน ตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการอาชีวะบำบัดและปูพื้นฐานการงานการอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัว จังหวัดขอนแก่น :
 
*ภาพรวมบทเรียนที่ถอดจากผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน ๓๐ ครอบครัว
 
*บทเรียนที่เฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคล;

Bright eyes:
ชื่อโครงการ ต้นกล้าอาชีพ:เพาะพันธุ์กล้วยไม้ตามหลักสมดุลระบบนิเวศ      
ชมรม ผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น  
 
ชื่อหลักสูตรการปลูกกล้วยไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ

เนื้อหาหลักสูตร

    สมดุลระบบนิเวศ คืออะไร 1-ต.ค.-52
    การเตรียมเครืองปลูก 2-ต.ค.-52
    การปลูกกุหลาบเหลืองโคราช 3-ต.ค.-52              
    การปลูกเหลืองจันทบูรณ์ 4-ต.ค.-52              
    การปลูกเอื้องดอกมะเขือ 5-ต.ค.-52              
    การปลุกเอื้องปากนกแก้ว 6-ต.ค.-52              
    การปลุกโนบิเร่ 7-ต.ค.-52              
    การปลูกตอติเร 8-ต.ค.-52              
    การปลุกครั่งสายสั้น 9-ต.ค.-52              
    การปลุกช้าง 10-ต.ค.-52              
    การปลูกไอยเรศ 11-ต.ค.-52              
    การปลูกหวายทั่วไป 12-ต.ค.-52              
    การปลูกหวายบิกกี้บั๊ม 13-ต.ค.-52              
    การปลุกกะเรกะร่อน 14-ต.ค.-52              
    การปลุกหม่อนไข่แคระ 16-ต.ค.-52              
    การปลูกเขากวางอ่อน 17-ต.ค.-52              
    การปลูกสิงโตรวงข้าว 18-ต.ค.-52              
    การปลูกสิงโตพัดโบก 19-ต.ค.-52              
    การปลุกสิงโตหลอดไฟ 20-ต.ค.-52              
    การปลุกอีพิเดนเดรี่ยม 21-ต.ค.-52              
    การปลูกเอื้องสายหลวง 22-ต.ค.-52              
    การปลูกเอื้องสายไหม 23-ต.ค.-52              
    การปลูกออลซีเดี่ยมแคระ 24-ต.ค.-52              
    การปลูกม้าวิ่ง 25-ต.ค.-52              
    การอภิบาลดูแล 26-ต.ค.-52              
                      
 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[*] หน้าที่แล้ว