บ้านตุลาไทย
23 เมษายน 2014, 13:38:58 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เลือกตั้ง อบจ......ความพ่ายแพ้ของการเมืองแบบ.....วาทะกรรมมันส์....  (อ่าน 7793 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กร
Sr. Member
****
กระทู้: 909


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 21 เมษายน 2008, 21:44:38 PM »

ผลเลือกตั้งนายก-ส.อบจ.20เม.ย.อย่างไม่เป็นทางการ
 
 
ภาคกลาง

กาญจนบุรี มีผู้สมัคร 2 คน                   คะแนน

1.นางอุไรวรรณ พงษ์ศักดิ์    79,436

2.นายรังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์    124,281   

ฉะเชิงเทรา มีผู้สมัคร 1 คน   คะแนน

1.นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์    163,673

ตราด มีผู้สมัคร 2 คน    คะแนน

1.นายวิเชียร ทรัพย์เจริญ    40,081

2.ดร.บุญส่ง ไข่เกษ      36,974

 

ปราจีนบุรี มีผู้สมัคร 2 คน   คะแนน

1.นางบังอร วิลาวัลย์      100,427

2.พล.ต.ปริญญา เชาว์เจริญ     51,710

เพชรบุรี มีผู้สมัคร 2 คน   คะแนน 

1.นายชัยยะ อังกินันทน์     124,227

2.นายอิทธิพงษ์ พลบุตร      70,169 

 สมุทรสงคราม มีผู้สมัคร 3 คน  คะแนน   

1.นายอำนวย ลิขิตอำนวยชัย    26,985

2.นายโยธิน ตันประเสริฐ    30,885

3.นางกานต์ทิตา รอดรัศมี    15,198

สมุทรสาคร มีผู้สมัคร 5 คน    คะแนน 

1.นายอเนก ทับสุวรรณ    53,346   

2.นายสาคร กลับบ้านเกาะ   1,912   

3.นายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์    85,584   

4.นายโกศล หนูสนแก้ว    2,444   

5.พ.ต.อ.บัญญัติ จาบประไพ    481       

สระแก้ว มีผู้สมัคร 2 คน   คะแนน   

หมายเหตุ-ไม่รวมหีบบัตรที่ 16 เขต 2 ต.หนองหว้า มีปัญหาบัตรหายไป 4 ใบ

1.นายทรงยศ เทียนทอง   133,921

2.นายปัญญา ชาติปัญญาวุฒิ     32,141

สุพรรณบุรี มีผู้สมัคร 2 คน  คะแนน

1.น.ส.ศรีวิไล สมพงษ์อินทร์  68,889

2.นายบุญชู จันทร์สุวรรณ    183,666

ภาคเหนือ

กำแพงเพชร มีผู้สมัคร 6 คน  คะแนน

1.นายวีรศักดิ์ พิณวังทอง            10,261

2.นายจุลพันธ์ ทับทีม                       132,523 

3.นายสุนทร รัตนากร              132,297

4.น.ส.ปาริชาติ บริบูรณ์               2,908

5.นายวราเทพ ศุภกิจเจริญ              2,889

6.นางสุกัญญา ศรีพักดี                821

เชียงราย มีผู้สมัคร 5 คน  คะแนน

1.นางรัตนา จงสุทธนามณี   263,973   

2.นายนุกูล วินิจวลัย     95,100 

3.นายมหาเสน่ห์ ชำนาญกิจ                22,165

4.นายปรีชา พัวนุกูลนนท์                     64,653

5.นายเจริญ เรืองใจ                             5,653

พิจิตร มีผู้สมัคร 2 คน   คะแนน

1.นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์  128,425 

2.นายวิเชียร เธียนชัยพงษ์  53,324 

ภาคใต้

กระบี่ มีผู้สมัคร 2 คน   คะแนน

1.นายสมบูรณ์ สิทธิมนต์  61,182     

2.นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล    96,779   

ชุมพร มีผู้สมัคร 2 คน   คะแนน

1.นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย      31,269

2.นายอำนวย บัวเขียว         45,311

 

นครศรีธรรมราช มีผู้สมัคร 2 คน คะแนน

1.นายพิชัย บุณยเกียรติ    251,111

2.นายวิฑูรย์ เดชเดโช    265,903

นราธิวาส มีผู้สมัคร 2 คน  คะแนน 

1.นายรำรี มามะ     108,956

2.นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน    125,695

ปัตตานี มีผู้สมัคร 3 คน  คะแนน

1.นายอับดุลลาเตะ ยากัด    41,030 

2 นายอนุมัติ ซูสารอ     73,781 

3 นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี     98,854 

พัทลุง มีผู้สมัคร 4 คน   คะแนน 

1.นางนาที รัชกิจประการ         68,796

2.นายสุพัฒน์ ธรรมเพชร     75,050

3.นายสานันท์ สุพรรณชนะบุรี   82,381

4.น.ส.พรรณฉวี สุพัตร์พงษ์        3,659

ภูเก็ต มีผู้สมัคร 2 คน   คะแนน 

1.นางอัญชลี วานิช เทพบุตร    39,085

2.นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์       59,994

สตูล มีผู้สมัคร 4 คน   คะแนน

1.นายนาวี พรหมทรัพย์    11,498

2.นายธานินทร์ ใจสมุทร   45,468

3.นายวิทูร หลังจิ    21,562

4.นายปัจจุบัน อังโชติพันธ์   36,301

สุราษฎร์ธานี มีผู้สมัคร 3 คน  คะแนน

1.นายมนตรี เพชรขุ้ม                        111,145

2.นายธานี เทือกสุบรรณ                  194,466

3.พล.ต.ต.ภูวดล กระแสอินน์          22,446   

ภาคอีสาน

นครพนม มีผู้สมัคร 2 คน  คะแนน

1.นายสมชอบ นิติพจน์                        172,671   

2.นายวัชรินทร์ เจียวิริยะบุญญา            76,306 

ยโสธร มีผู้สมัคร 4 คน  คะแนน 

1.นายสมบูรณ์ ทองบุราณ             23,862 

2.นายสถิรพร นาคสุข                    74,309

3.นายธนกร ไชยกุล                       8,084

4.นายสฤษดิ์ ประดับศรี               106,805

ร้อยเอ็ด มีผู้สมัคร 5 คน      คะแนน

1.นายมังกร ยนต์ตระกูล              258,423

2.นางรัชนี พลซื่อ                          207,110

3.นายธีระยุทธ ระโยธี                   8,117

4.นายเกษม มาลัยศรี                    9,725

5.นายพิทักษ์ ทึนรส                      1,887

สุรินทร์ มีผู้สมัคร 3 คน       คะแนน   

1.นายธงชัย มุ่งเจริญพร                 229,210 

2.นายศุภรักษ์ ควรหา                   150,338 

3.นายบุญติด สุรประพจน์               22,179 

อำนาจเจริญ มีผู้สมัคร 3 คน  คะแนน 

1.นพ.ชัยพร ทองประเสริฐ                65,721

2.นายศักดิ์ชัย ตั้งตระกูลวงศ์              56,593 

3.นายอนันต์ จันทร์เหล่อ                     19,775

http://www.komchadluek.net/2008/04/21/x_main_a001_199233.php?news_id=199233
บันทึกการเข้า
กร
Sr. Member
****
กระทู้: 909


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 22 เมษายน 2008, 11:24:37 AM »

ผลการเลือกตั้ง อบจ. ในหลายจังหวัดบอกถึงการต่อสู้ที่ยังวนเวียนอยู่ในวังวนเดินของนักการเมืองในระดับท้องถิ่นที่แปลงโฉมมาจากการสั่งสมประสบการณ์จากสภาใหญ่มาท้องถิ่นเล็กที่ได้เปรียบเรื่องการจัดการการเงินที่ขอเทียบเคียงกับความเห็นของ ศ.เสน่ห์ จามริก “ไทยแลนด์อิ้งค์” มาสู่ “ท้องถิ่นอิ้งค์” ภายใต้การจัดการของบริษัทท้องถิ่นจำกัด (ผู้มากบารมีในท้องถิ่น)เข้ามาจัดการ บริหาร)

สำหรับปชป.ในหลายพื้นที่มีการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองโดยเฉพาะจังหวดเกิดเขตอิทธิพลใหม่เช่น “เพชรบุรี”  พื้นที่ที่ประชาชนจัดการให้แต่ละฝ่ายเล่นด้วยความคิดหวังพึ่งในแต่ละเรื่องที่ต่างกัน การเมืองในสภาใหญ่ให้ ปชป.เพราะไม่ผิดหวังและพึ่งได้อย่างมีชื่อทางการเมือง  เวทีท้องถิ่นขอหวังพึ่งในสิ่งที่สัมผัสได้ด้วยความเป็นพวกอภิสิทธิ์ชนเดียวกันในท้องถิ่น  ที่จะไม่เดือนร้อนทางสังคม  ความเป็นอยู่  การประกอบอาชีพ  การแสดงความยอมรับในชุมชนแบบมีลูกพี่...

การเมืองแบบสร้างวาทะกรรมมันส์เกินเหตุ....ที่บางฝ่ายถนัดโดยไม่ลงมาสัมผัสพื้นที่เพื่อพัฒนาการเมืองไปพร้อมประชาชน  โดยการเสนอภาพความดีลอยมากลางอากาศ  ความหวังคงมลายไปพร้อมก้อนเมฆที่สลายไปในอากาศ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 เมษายน 2008, 11:33:48 AM โดย กร » บันทึกการเข้า
กร
Sr. Member
****
กระทู้: 909


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 22 เมษายน 2008, 15:36:51 PM »

พลังประชาชน...ร่ายมนต์เมืองเหนือ! แต่ยังแพ้"จงสุทธนามณี"และเมืองชาละวัน
คัดจาก คม ชัด ลึก 22 เมษายน 2551

พรรคพลังประชาชนยังร่าย "มนต์เมืองเหนือ" ได้อย่างต่อเนื่องจากสนามเลือกตั้งใหญ่เมื่อปลายปีก่อน โดยคว้าชัยชนะได้แบบนอนมาแทบทุกสนาม

แต่ที่ฮือฮาที่สุดคือ สมรภูมิเมืองพ่อขุน จ.เชียงราย เมื่อตระกูล "จงสุทธนามณี" กลับรักษาฐานที่มั่นสำคัญไว้ได้โดยเอาชนะคนของ "ติยะไพรัช" ได้อย่างถล่มทลายเกินคาด

ก่อนรู้ผลแพ้-ชนะนุกูลวินิจวลัย อดีตนายก อบจ. ที่กลับมาสู้ศึกอีกครั้ง และคาดว่าน่าจะเข้าวินแน่ เพราะได้รับแรงหนุนสุดตัวจาก ยงยุทธ ติยะไพรัชประธานสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้ง8  ส.ส.ในสังกัดพลังประชาชน ซึ่งมุ่งมั่นจะยึดพื้นที่เบ็ดเสร็จ และหวังจะล้างตาให้  สลักจิตติยะไพรัช ศรีภรรยาของยงยุทธ ซึ่งพ่ายศึกเลือกตั้งเมื่อครั้งก่อน แต่การณ์กลับกลายเป็นการ "ย้ำแค้น" อีกหนเพราะนุกูลได้ไปแค่ 95,100  คะแนน แพ้ รัตนาจงสุทธนามณี อดีตนายก อบจ.ที่เพิ่งลงจากเก้าอี้ แต่ก็ยังรักษาแชมป์ไว้ได้อย่างท่วมท้นถึง 263,973 คะแนน 

ชนะศึกหนนี้นอกจากจะรักษาฐานที่มั่นให้ตระกูลไว้ได้แล้ว ...รัตนายังบรรจง "ถอนแค้น" ให้สามีสุดที่รัก คือ วันชัยจงสุทธนามณี ซึ่งเพิ่งจะพลาดท่าเสียทีในศึกเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองเชียงรายเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้อีกด้วย!!

ขณะที่เมืองชากังราว จ.กำแพงเพชร เป็นเวทีประลองกำลังของ "ขุนศึกร่วมค่าย" ระหว่าง จุลพันธ์ทับทิม อดีตนายก อบจ. และคนสนิทของ เรืองวิทย์ลิกค์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กับ สุนทรรัตนากร อดีตรองนายก อบจ. และพี่ชายของ วราเทพรัตนากร สมาชิกบ้านเลขที่ 111 และยังมี พ.ต.ท.ไวพจน์อาภรณ์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยร่วมกันสนับสนุน

แต่สองแรงแข็งขันกลับแพ้โดดเดี่ยวผู้น่ารักเมื่อจุลพันธ์เฉือนเอาชนะสุนทรไปแค่ปลายจมูก โดยชนะไป 132,523 ต่อ 132,297 คะแนน...ห่างกันเพียง 226 คะแนนเท่านั้น !!!

ศึกนี้ยังไม่มีผู้ชนะอย่างแท้จริงเพราะล่าสุด ประสาสน์ชัยคงอรุณ ตัวแทนของสุนทรได้ร้องคัดค้านผลการนับคะแนนในเขตเลือกตั้งที่ 5-9 ของ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร 

โดยอ้างว่าผลการนับคะแนนรวมของคณะกรรมการไม่ตรงกับผลคะแนนที่ตัวแทนของผู้สมัครนับ!

ส่วนแดนดินถิ่นชาละวันจ.พิจิตร บารมีของ "เสธ.หนั่น"พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี จากพรรคชาติไทย และ ไพฑูรย์แก้วทอง จากค่ายประชาธิปัตย์ยังเหลือล้นจนส่งให้ ชาติชายเจียมศรีพงษ์ อดีตนายก อบจ.ลำปาง ข้ามฟากมากวาดถึง 128,425 คะแนน เอาชนะ และย้ำแค้นคู่แข่งอย่าง วิเชียรเธียรชัยพงษ์ อดีตผู้สมัครนายก อบจ. ที่เคยพ่ายแพ้มาก่อน

งานนี้แม้จะมีกระแสว่าประดิษฐ์ภัทรประสิทธิ์ รมช.การคลังจากพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา  และ สุนีย์เหลืองวิจิตร อดีตส.ส.พิจิตร เขต 2 พรรคพลังประชาชน จะสนับสนุนแบบลักปิดลักเปิดก็ตาม...แต่ก็เก็บเล็กผสมน้อยได้มาเพียง 53,324  คะแนนเท่านั้น

http://www.komchadluek.net/2008/04/22/x_prv_n001_199225.php?news_id=199225
บันทึกการเข้า
กร
Sr. Member
****
กระทู้: 909


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 22 เมษายน 2008, 15:42:50 PM »

 คัดจาก คม ชัด ลึก 
  วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2551 
 
คนใต้ดับฝันปชป.วางฐานยึดเบ็ดเสร็จ
 
 
ผลการเลือกตั้งส.อบจ.และนายก อบจ.ภาคใต้9 จังหวัด(ชุมพรสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ พัทลุง สตูล ปัตตานี และ นราธิวาส) ที่ออกมาสร้างปรากฏการณ์สำคัญสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่มีพรรคการเมืองระดับชาติส่งผู้สมัครในนามพรรคแข่งขันเป็นครั้งแรก


ภาคใต้ที่เป็นฐานเสียงเหนียวแน่นของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ส่งผู้สมัครในนามพรรคทั้งสิ้น 7 จังหวัดเว้นเพียงนครศรีธรรมราชและนราธิวาส ผลปรากฏว่าปราชัย สอบตกถึง 4 จังหวัดคือ ภูเก็ต กระบี่ พัทลุง และ ปัตตานี สิ่งที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องทบทวนการส่งผู้สมัครในนามพรรคในสนามเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในอนาคต

เพราะหากวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้ผู้สมัครที่สอบตกมีนัยทางการเมืองที่น่าสนใจประการแรก พรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรให้ชื่อพรรคสนับสนุนนักการเมืองท้องถิ่น เนื่องจากในพื้นที่ภาคใต้ นักการเมืองท้องถิ่นส่วนใหญ่ล้วนแต่แตกสาแหรกมาจากพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสิ้น

 เมื่อเลือกสนับสนุนใคร อีกฝ่ายย่อมเสียความรู้สึก ดังเช่น จ.กระบี่ พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สนับสนุน สมบูรณ์สุทธิมนต์ ส่วนอาคม เอ่งฉ้วน สนับสนนุน สมศักดิ์กิตติธรกุล ฝ่ายนี้ชนะการเลือกตั้งแบบขาดลอยรวมถึง จ.พัทลุง ที่พรรคส่ง สุพัฒน์ธรรมเพชร อดีตส.ส.ลงแข่งกับสานันท์สุพรรณชนะบุรี อดีตก็เป็นคนของประชาธิปัตย์

ประการที่สองการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนในภาคใต้ต้องการแสดงให้เห็นว่า การเลือกตั้งการเมืองระดับชาติกับการเมืองท้องถิ่นต้องแยกกันประการสุดท้ายผลการเลือกตั้ง ส.อบจ.ในแต่ละจังหวัดไม่ว่าจะเป็นพัทลุง หรือสตูล ยังเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าคนใต้เลือกตัวบุคคลมากกว่าพรรค เช่น จ.พัทลุง แม้สุพัฒน์ จะสอบตก แต่ลูกทีมก็ได้รับเลือกเข้ามาจำนวนมาก ส่วน จ.สตูลธานินทร์ใจสมุทร จะได้รับเลือกเข้ามาในตำแหน่งนายกอบจ. แต่ส.อบจ.ในทีมได้รับเลือกเข้ามาน้อยกว่าคู่แข่ง

จังหวัดที่ผู้สมัครที่พรรคประชาธิปัตย์ส่งสมัครในนามพรรคอย่างชุมพร สุราษฎร์ธานี และ สตูล เหล่านี้มีคะแนนส่วนตัวมากกว่าคะแนนพรรค ที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดคือ อำนวยบัวเขียว อดีตนายกอบจ.ชุมพรสมัยที่ผ่านมาและเคยเป็นคนของไทยรักไทยชนะ ศิริศักดิ์อ่อนละมัย อดีตส.ส.ชุมพรพรรคประชาธิปัตย์ แบบขาดลอย 

เช่นเดียวกับธานีเทือกสุบบรรณ อดีตนายกอบจ.สุราษฎร์ธานีสมัยที่ผ่านมาที่มีคะแนนส่วนตัวมากกว่าคะแนนพรรค รวมถึงธานินทร์ ใจสมุทร อดีต ส.ส.สตูลพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้คะแนนส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่คะแนนพรรคมีน้อยมาก ดูจากลูกทีมที่ไม่สามารถชนะแบบยกทีมเข้ามาได้ 

ส่วนพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะ จ.ปัตตานี ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ส่งอับดุลลาเตะยากัด ก็ไม่สามารถฝ่าด่านเศรษฐ์อัลยุฟรี อดีตนายกอบจ.ปัตตานีสมัยที่ผ่านมาซึ่งมีเงาของกลุ่มการเมืองในพื้นที่อย่างกลุ่มวาดะห์อยู่ข้างหลังได้ ทำให้พ่ายแพ้แบบขาดลอย

ทั้งหมดคือสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์จะต้องทบทวนหลังจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่าการกระโดดลงไปเล่นการเมืองท้องถิ่น พรรคจะต้องกำหนดทิศทางอย่างไร โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ หลังจากผลที่ปรากฏออกมาในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา 

หากต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์ยึดพื้นที่ภาคใต้และครองใจคนภาคใต้ต่อไปในอนาคต

http://www.komchadluek.net/2008/04/22/x_prv_n001_199228.php?news_id=199228
บันทึกการเข้า
กร
Sr. Member
****
กระทู้: 909


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 22 เมษายน 2008, 15:46:43 PM »

 คัดจาก คม ชัด ลึก
 
  วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2551 
 
อีสานเครือข่ายส.ส.พาเหรดยึด อบจ.
 
 
การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในภาคอีสาน5 จังหวัด วันที่ 20 เมษายน ได้แก่ นครพนม ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ยโสธร และอำนาจเจริญ


 พบว่า ชัยชนะของผู้สมัครต่างล้วนมาจากประสานผลประโยชน์ที่ลงตัวกว่าส่งผลให้การเมืองท้องถิ่นกับการเมืองระดับชาติประสานผลประโยชน์กันมากขึ้น 

ซึ่งส่วนใหญ่พรรคการเมืองระดับชาติทั้งพลังประชาชนและเพื่อแผ่นดิน ต่างก็เข้ามาสนับสนุนผู้สมัครนายก อบจ.ในภาคอีสาน อย่างออกนอกหน้า

ที่ฮือฮาที่สุดน่าจะไม่พ้น จ.ยโสธร ที่ นายสฤษดิ์ประดับศรี อดีตส.ส.2 สมัย ที่ใช้ชื่อกลุ่มพลังประชาชน คว่ำ สถิรพรนาคสุข อดีตนายกอบจ. ที่ครองตำแหน่งมานานถึง 8 ปี ลงได้แบบทิ้งห่าง ถือเป็นการการสะท้อนอารมณ์ของคนพื้นที่ที่อยากเปลี่ยนแปลง 

ส่วนเมืองชายโขงอย่างนครพนมนายสมชอบนิติพจน์ อดีตนายกอบจ. 3 สมัย มีชัยชนะเหนือ นายวัชรินทร์เจียวิริยะบุญญา ด้วยคะแนนทิ้งห่างกว่าช่วงตัวแถมยังกวาดที่นั่ง ส.อบจ.ในสภาเกือบเบ็ดเสร็จ ถือเป็นการวัดกำลังครั้งสำคัญของกลุ่ม ส.ส.พลังประชาชน ที่ครองพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จมานาน สามารถสกัดการกลับมาของ "ป.เป็ด" ทนง ศิริปรีชาพงษ์ อดีต ส.ส.หลายสมัย ที่พยายามกรุยทางกลับมา ที่หวังนั่งตำแหน่งรองนายก แต่ก็ต้องพลาดหวัง

ส่วนเมืองเกินร้อยอย่าง จ.ร้อยเอ็ด ชัยชนะแบบเฉียดฉิวของ นายมังกรยนต์ตระกูล อดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย ที่ลบรอยแค้นจาก นางรัชนีพลซื่อ อดีตนายกอบจ. ได้สำเร็จ ส่งผลให้แนวโน้มการเมืองที่นี่ ตกอยู่ในสภาพการประสานผลประโยชน์ในกลุ่มการเมือง ที่ร่วมกันสนับสนุนนายมังกรมากขึ้น ทั้งกลุ่ม 7 ส.ส.พรรคพลังประชาชน กลุ่มการเมืองตระกูล จุรีมาศและถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ เอกภาพ พลซื่อ ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดินสามีของนางรัชนี ที่โดยภาพรวมทั่วไปถูกโดดเดี่ยวมากขึ้น อำนาจการต่อรองนับเนื่องจากนี้ 


ด้านเมืองช้างจ.สุรินทร์ นายก อบจ.เก่ายังคงเหนียวแน่น เมื่อ "ธงชัย มุ่งเจริญพร" อดีตนายกอบจ.สุรินทร์คนล่าสุด และเป็นพี่ชายของ "ชูชัย มุ่งเจริญพร" อดีต ส.ส.สุรินทร์ และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย อาศัยผลงานในช่วงที่เป็นนายก อบจ. และเครือข่ายการเมืองของตระกูล ที่เกี่ยวดองกับ ตระกูลรุ่งธนเกียรติ และตระกูลร่วมพัฒนาทำให้ฐานกำลังสนับสนุนระบบกงสี เหนือกว่าคู่แข่ง "ศุภรักษ์ ควรหา" อดีตส.ส.สุรินทร์ พรรคไทยรักไทย ซึ่งล่าสุดไปลงเลือกตั้ง ส.ส.สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน แต่ต้องสอบตก กลับมาเล่นการเมืองในนามกลุ่ม พลังประชาชน มาลงการเมืองสนามเล็กก็ยังสอบตกอยู่ดีส่วนที่จ.อำนาจเจริญ นพ.ชัยพรทองประเสริฐ อดีตนายกอบจ.คนล่าสุด ถูกวางให้สืบทอดตำแหน่งอีกสมัย เพราะนอกจากมีผลงาน โครงการต่างๆ เป็นที่ประจักษ์แล้ว ยังคุมพื้นที่ มี ส.อบจ.อยู่ในสังกัดเกือบครบ อักทั้งยังได้นำ "ไพศาล จันทวารา" อดีตส.ส.และผู้สมัครพรรคเพื่อแผ่นดิน เข้ามาเป็นรองนายก ทำให้กวาดคะแนนได้ 65,721 เสียง เฉือนเอาชนะ ศักดิ์ชัยตั้งตระกูลวงศ์ ฟากของพลังประชาชน ที่เก็บเสียงมาได้เพียง 56,593 คะแนน
 
http://www.komchadluek.net/2008/04/22/x_prv_n001_199226.php?news_id=199226
บันทึกการเข้า
กร
Sr. Member
****
กระทู้: 909


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 23 เมษายน 2008, 22:39:31 PM »

มือปืนดักยิงผอ.กกต.จันทบุรีดับคารถตัดเกมอบจ.27เม.ย.
 
23 เมษายน พ.ศ. 2551 20:28:00
 
มือปืนดักยิง"สมภพ เพิ่มพูล" ขณะขับรถออกจากบ้านพักเสียชีวิตไม่ห่างจากบ้านพักตัดเกมเบื้องต้นจะเลือกตั้งอบจ.27เม.ย.นี้ กกต."ประพันธ์"เผยวอนสตช.เข้มงวดป้องกันลอบสังหารกัน หลังผู้สมัครสท.เพชรบุรีถูกยิงดับคืนวาน

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : เมื่อเวลา 19.45 น. นายสมภพ เพิ่มพูล ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจันทบุรี ถูกมือปืนดักยิงเสียชีวิต ขณะขับรถยนต์ออกจากบ้านพักจะไปธุระไม่ห่างจากบ้านพัก ทั้งนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายนนี้ จะมีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี(อบจ.) และสมาชิกอบจ.

 

กกต.วอนสตช.ช่วยคุ้มครองเหตุยิงผู้สมัครท้องถิ่น

 นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกจตั้ง(กกต.) ฝ่ายบริหารการเลือกตั้ง เปิดเผยว่าได้รับรายงาน นายประสงค์ อ่วงพ่วง ผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลเมืองเพชรบุรี ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อคืนนี้แล้ว และคาดว่าสาเหตุน่าจะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งที่ผ่านมาได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังในเรื่องดังกล่าว เช่นเดียวกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียง จึงอยากให้รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าไปดูแลความเรียบร้อยในการเลือกตั้งท้องถิ่นให้มากขึ้น เพราะจากนี้ไปจะยังคงมีการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศอีกว่าพันแห่ง

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ในการประชุม กกต.วันนี้ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.จะขออนุมัติเงินให้ตำรวจที่ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างปฎิบัติหน้าที่จังหวัดนราธิวาส คนละ 1 แสนบาทด้วย
http://www.bangkokbiznews.com/2008/04/23/WW03_0301_news.php?newsid=251060
...........................................................................................
การเมืองท้องถิ่นมิต่างอะไรจากสนามใหญ่  เพราะคนสนามใหญ่ไปลงสนามเล็ก  ในขณะที่สนามใหญ่ไร้งบประมาณที่จับจ้องได้แบบเผป็น ๆ เลี้ยงชีวิตทางการเมือง  แต่สนามเล็กอุดมสมบูรณ์

คงมีระยะผ่านที่รวดเร็วเพราะการจัดสรรทรัพยากรเพื่อท้องถิ่นคราวนี้  คงต้องสร้างปัญญาชนของท้องถิ่นด้วยความเรียกร้องจำเป็นของสถานการณ์ในท้องถิ่นเอง  ท้องถิ่นรักษาตนเองเป็นเรื่องธรรมดาของการเมืองท้องถิ่นที่มีชีวิต......
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 เมษายน 2008, 22:41:15 PM โดย กร » บันทึกการเข้า
จันทน์
Hero Member
*****
กระทู้: 2914


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 27 เมษายน 2008, 22:03:19 PM »

อายัดหีบลงคะแนนเลือกตั้งอบจ.ศรีสะเกษ
 
 
คัดจาก คม ชัด ลึก

เลือกตั้งนายก อบจ.ศรีสะเกษวุ่น ผอ.ประจำหน่วยเข้าใจผิดเปิดหีบนับคะแนนที่หน่วย ชาวบ้านทักท้วง ก่อนอายัดหีบบัตรทั้งหมดไว้ที่โรงพัก รอ กกต.กลางเคลียร์ เบื้องต้นการนับคะแนนประมาณ 95 % แชมป์เก่า”วิชิต ไตรสรณกุล” กลุ่มคนท้องถิ่น ยังครองเก้าอี้ไว้ได้ด้วยคะแนนหนีห่างคู่แข่งท่วมท้น

วันที่ 27 เม.ย. หลังจากมีการลงคะแนนเลือกตั้ง นายกอบจ.ศรีสะเกษ และสมาชิกสภาอบจ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยทั้ง 22 อำเภอ ที่ได้จัดการเลือกตั้ง สมาชิกสภาฯ และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ขึ้น ขณะนี้ทั้ง 2,704 หน่วย  นับตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้มีการส่งหีบบัตรเลือกตั้งเข้ามา เพื่อรวมกันที่จะนับคะแนน แต่มีปัญหาที่หน่วยเลือกตั้งที่ 58 ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ  เนื่องจากผู้อำนวยการประจำหน่วย ได้ทำการเปิดหีบเลือกตั้ง เพื่อที่จะทำการนับคะแนน โดยเข้าใจผิดว่าทำการนับที่หน่วยเลือกตั้งได้เลย 

แต่เมื่อมีเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ทำการถักท้วง จึงได้ปิดหีบคืนดังเดิม แต่ไม่มีสายรัดเช่นเดิม เพราะสายรัดทำการตัดทิ้งไปแล้ว  ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง อบจ.ศรีสะเกษ จึงได้ทำการประชุมพิจารณาด่วนเมื่อคืนที่ผ่านมา จากนั้นได้รายงานไปยัง กกต.จังหวัด และได้ข้อสรุปโดยการตั้งคณะสอบสวนข้อเท็จจริง 2 ชุด คือชุด กกต.อบจ. และชุด กกต.จังหวัด 

จากนั้นคณะกรรมการทั้ง 2 ชุด ได้เข้าทำการสอบสวน เพื่อหาข้อมูล เบื้องต้นได้ข้อมูลในการสอบสวนคือ บัตรเลือกตั้งที่ได้ใช้ไป ตรงกับผู้มาใช้สิทธิ์ตรงกับบัตร บัญชีผู้ใช้สิทธิ์ตรง เพียงแต่เป็นการเข้าใจผิดในการเปิดหีบก่อนเพื่อ ที่จะนับคะแนน จากนั้นได้ส่งผลการสอบสวนให้ กตต.กลางเพื่อวินิจฉัย เพื่อสั่งการดำเนินการต่อไป

ส่วนหีบบัตรทั้งหมด ได้เก็บรักษาไว้ที่หอประชุมอำเภอ สถานที่นับคะแนน แต่ยังไม่มีการดำเนินการนับ พร้อมจัดเจ้าหน้าตำรวจเฝ้าดูแล 8 นายตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนหีบที่มีปัญหาได้ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำไปเก็บรักษาไว้ที่ห้องขังในสถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์ แล้ว 

ส่วนผลการนับคะแนนจาก 21 อำเภอ อย่างไม่เป็นทางการ ในตำแหน่งนายก อบจ.ศรีสะเกษ ปรากฏว่า ขณะนี้ นายวิชิต ไตรสรณกุล อดีตนายกอบจ.มีคะแนนนำเป็นอันดับ1 ได้ 240,873  คะแนน ส่วนนางสุนีย์ อินฉัฐ คู่แข่งคนสำคัญมีคะแนน  191,911 คะแนน  ซึ่งจะต้องรอผลคะแนนจากเขตอ.กันทรลักษ์ อีก 291 หน่วย ที่มีผู้มีสิทธิ์ทั้งสิ้น 140,621 คน ด้วย ซึ่ง คณะ กกต.ต่างให้รอผล กกต.ส่วนกลางตัดสิน โดยไม่ยอมที่จะให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้แต่อย่างไร
 
http://www.komchadluek.net/2008/04/27/x_prv_n001_199997.php?news_id=199997
บันทึกการเข้า

เดือนเด่นคืนเพ็ญเห็นทาง           เดือนมืดมิอ้างว้างก็เห็นหน
เดือนเลื่อนมิเคลื่อนกลางใจคน    มีกมลสว่างสู้สู่เส้นชัย
จันทน์
Hero Member
*****
กระทู้: 2914


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 27 เมษายน 2008, 22:06:18 PM »

กกต.มั่นใจปชช.มาใช้สิทธิ์ 10จว.ไม่ต่ำกว่า60%
 
26 เมษายน พ.ศ. 2551 09:42:00
 
กกต.เชื่อการเลือกตั้งนายกฯอบจ.ยังมีประชาชนมาใช้สิทธิ์คาดไม่น้อยกว่าร้อยละ60 ที่เหลืออีก 10จังหวัด

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กล่าวว่า วันนี้ กกต. จัดให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว

อีก 6 จังหวัด คือที่จังหวัดชลบุรี ขอนแก่น นครราชสีมา ศรีสะเกษ หนองคาย และอุบลราชธานี และในวันพรุ่งนี้ จะมีการเลือกตั้งอีก 4 จังหวัด โดยยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เพียงร้อยละ 55 ซึ่งถือว่าน้อยมาก แต่ กกต.ได้ประชาสัมพันธ์ในแต่ละท้องถิ่น ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิกันมากขึ้น

นายประพันธ์ กล่าวว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และคาดว่าจะทราบผลการนับคะแนนเบื้องต้นได้ไม่เกินเวลา 24.00 น.ในวันเดียวกับการเลือกตั้ง พร้อมเชิญชวนให้ออกมาใช้สิทธิกันตั้งแต่ช่วงเช้าเพราะเกรงว่าช่วงบ่ายจะเกิดฝนตกได้

อย่างไรก็ตาม กกต. ยืนยันว่า หากไม่มีเรื่องร้องเรียน กกต.จะสามารถประกาศรับรองผลการเลือกตั้งได้ไม่เกิน 30 วันนับจากวันเลือกตั้ง
 
 
http://www.bangkokbiznews.com/2008/04/26/WW03_0301_news.php?newsid=251958
บันทึกการเข้า

เดือนเด่นคืนเพ็ญเห็นทาง           เดือนมืดมิอ้างว้างก็เห็นหน
เดือนเลื่อนมิเคลื่อนกลางใจคน    มีกมลสว่างสู้สู่เส้นชัย
จันทน์
Hero Member
*****
กระทู้: 2914


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 27 เมษายน 2008, 22:56:02 PM »

อดีตอบจ.ตากร้องสอบซื้อหนังสือแจก 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=28763&catid=19


ยิงส.อบจ.นราฯดับหน้ามัสยิด 

   http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=28754&catid=19
 
   เลือกตั้ง อบจ.ลำปางหงอย “สดศรี” ย้ำรัฐควรแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านก่อน รธน
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000049047

 เลือกนายกอบจ.อุบลฯเด็ก พปช.พ่าย - เผยถูก ส.ส.หักหลังกระสุนด้าน
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000049174

 โพลเผย “นวพล” ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000049152
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 เมษายน 2008, 23:22:38 PM โดย จันทน์ » บันทึกการเข้า

เดือนเด่นคืนเพ็ญเห็นทาง           เดือนมืดมิอ้างว้างก็เห็นหน
เดือนเลื่อนมิเคลื่อนกลางใจคน    มีกมลสว่างสู้สู่เส้นชัย
จันทน์
Hero Member
*****
กระทู้: 2914


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 29 เมษายน 2008, 17:52:28 PM »

ชิงนายกอบจ.คนเก่าสอบผ่าน "วิทยา-นวพล-พรชัย"ยังเหนียว
 
29 เมษายน พ.ศ. 2551 16:36:00
 
การเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ.ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 เม.ย.ที่ผ่านมา มีการเลือกตั้ง 8 จังหวัด ส่วนใหญ่ยังเป็นอดีตนายก อบจ.สมัยที่ผ่านมา ขณะที่คนดังหลายคนที่โพลล์ออกมาสูสีกลับพ่ายยับ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : การเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ.ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 เม.ย.ที่ผ่านมา มีการเลือกตั้ง 8 จังหวัด  ได้แก่ ศรีสะเกษ, หนองคาย, อุบลราชธานี, นนทบุรี, ชลบุรี,จันทบุรี, ลำปาง และสงขลา  ซึ่งผู้ที่ได้รับเลือกเข้ามาอย่างไม่เป็นทางการ ส่วนใหญ่ยังเป็นอดีตนายก อบจ.สมัยที่ผ่านมา ขณะที่คนดังหลายคนที่โพลล์ออกมาสูสีกลับพ่ายยับ

 

ศรีสะเกษ"พลังประชาชน"ยังเหนียว

“วิชิต ไตรสรณกุล” อดีตนายกอบจ. ศรีสะเกษ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่มตระกูล "อังคสกุลเกียรติ " และเครือข่าย ส.ส.พลังประชาชน ในพื้นที่ อาศัยประสบการทางการเมืองที่เหนือกว่า ยังคงเหนียวทำให้กวาดมาได้ถึง 240,873 คะแนน  ล้มคู่ต่อกร “สุนีย์   อินฉัตร” อดีต ส.ว.ศรีสะเกษ ที่ลงในนาม”กลุ่มรักศรีสะเกษ” แม้จะอดีตผู้สมัครส.ส.สอบตก ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่หลายคน เข้าเป็นร่วมทีมจำนวนมาก แต่ก็ไม่สามารถฝ่าด่านการเมืองสนามนี้ไปได้โดยเก็บมาได้เพียง 191,911 คะแนนเท่านั่น 

ส่วน“ยุทธนา  ศรีตระบุตร” อดีตนายกอบจ.หนองคาย จากกลุ่มรักหนองคาย ก็ยังเหนียวแน่นสามารถรั้งเก้าอี้เอาไว้ได้ โดยอาศัยขุมกำลัง ส.อบจ.ที่มีมากกว่า เก็บเกี่ยวคะแนนมาอย่างเหลือเชื่อถึง 184,918  คะแนน ทำให้ " ดวงใจ สุนทรชัย” จากกลุ่มพลังประชาชน ภรรยา ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.พลังประชาชน ที่ได้เพียง 78,101 คะแนน

 “ตระกูลโควสุรัตน์” ยังครองใจชาวอุบลฯ

 สนามชิงนายกอบจ.อุบลราชธานี นับเป็นสนามเลือกตั้งที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะเรื่องร้องเรียน และการทุจริตจำนวนมาก ที่ส่งไปยัง กกต. แต่ “พรชัย โควสุรัตน์”หัวหน้ากลุ่มคุณธรรม หลานชายของ” สิทธิชัย โควสุรัตน์” รมช.กระทรวงมหาดไทย จะยังคงรักษาเก้าอี้นายก อบจ.ได้อีกสมัยด้วยคะแนน 415,584 คะแนน  ทิ้งห่างคู่ต่อกรอย่าง “กานต์ กัลป์ตินันท์” น้องชายเกรียง กัลป์ตินันท์ หัวหน้ากลุ่มพลังประชาชนอุบลราชธานี อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย บ้านเลขที่ 111 ที่ได้เพียง 260,872 คะแนน ,

ส่วนสนามอบจ.นนทบุรี ที่มี "พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ " อดีตนายก อบจ.นนทบุรี สนามนี้ไร้คู่ต่อกร หลัง”กลุ่มพลังหนุ่ม”ที่มี“เกษมสุช ทรงวัชราภรณ์” หัวหน้ากลุ่ม ส.อบจ.นนทบุรี ประกาศวางมือชั่วคราวทางการเมือง เนื่องจากประสบปัญหาสุขภาพ  ทำให้ พ.ต.อ.ธงชัย นอนมาอย่างสบายได้ 140,440 คะแนน แม้จะมีกลุ่มอิสระลงสนามชิงชัยด้วย แต่ก็ยังอ่อนชั้น ไม่ว่าจะเป็น “พิมพร ชูรอด” ได้เพียง 29,074 คะแนน และ“จิตรา ชูตระกูล” ได้แค่ 5,860 คะแนนเท่านั้น


ลูกกำนันเป๊าะชนะปชป.

 จังหวัดชลบุรี ถือเป็นสนามที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด และกระแสประชาธิปัตย์ค่อนข้างแรง แต่สนามนี้ ”วิทยา คุณปลื้ม” หัวหน้ากลุ่มเรารักชลบุรี  ลูกชายของ ”สมชาย คุณปลื้ม” หรือกำนันเป๊าะ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข  ก็ยังมีอิทธิพลต่อกลุ่มการเมืองเก่าอย่างมากโดยกวาดคะแนนมาได้   213,237 คะแนนน ขณะที่ “อารยะ วิวัฒน์วานิช” หัวหน้ากลุ่มประชาธิปัตย์ชลบุรี ที่ได้รับการสนับสนุนจาก 8 ส.ส.ประชาธิปัตย์ ทำได้แค่  87,319 คะแนนเท่านั้น

ส่วนสนามเลือกตั้งจันทบุรี นับเป็นสนามดุเดือดอีกแห่งหนึ่ง เพราะแต่ละผู้สมัคร ต่างก็แพ้ไม่ได้ ล่าสุดยังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ คนร้ายลอบยิง “สมภพ เพิ่มพูน” ผอ.กกต.จันทบุรี จนเสียชีวิต ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองท้องถิ่นแห่งนี้

ขณะเดียวกันยังเป็นสนามที่ประชาธิปัตย์หวังอย่างมากด้วยการส่ง’“คมคาย พลบุตร” ภรรยา “อลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เข้าสนาม โดยมี 3 ส.ส.จันทบุรี  พรรคประชาธิปัตย์ให้การสนับสนุน แต่ได้เสียงเพียง 69,355 คะแนน ต้องพ่ายแพ้ให้กับ “ธนภณ กิจกาญจน์” อดีตนายก อบจ. 2 สมัย มีกลุ่ม ส.อบจ.ในสังกัดจำนวนมาก กวาดมาได้ถึง 116,927 คะแนน

ขณะที่ " สุนี สมมี”  อดีตนายก อบจ.ลำปาง หัวหน้ากลุ่มแม่วัง ที่ได้รับการผู้สนับสนุนจาก 3 ผู้กว้างขวางทั้ง  "ไพโรจน์ โล่สุนทร - บุญชู ตรีทอง- พินิจ จันทร์สุรินทร์ " จากบ้านเลขที่ 111 รวมถึง 5 ส.ส.ลำปาง พรรคพลังประชาชน ก็เหลือเฟือ นีบคะแนนแล้วได้มา  226,812 คะแนน เอาชนะคู่แข่ง "นคร โยธาวงศ์” เจ้าของโรงงานเซรามิกจากกลุ่มประชาธิปัตย์ ซึ่งมี “มัธยม นิภาเกษม”อดีตผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง พรรคประชาธิปัตย์ ให้การสนับสนุน ซึ่งทำได้แค่  57,435คะแนน

สงขลา“นวพล”เฉือน"วรวิทย์"เฉียดฉิว

        ส่วนจังหวัดสงขลา เป็นสนามที่ดุเดือดมาตั้งแต่ก่อนรับสมัคร  เพราะเป็นสายเลือดประชาธิปัตย์ด้วยกันทั้งคู่แต่“นวพล บุญญามณี”อดีตนายกฯ  หัวหน้าทีมสงขลาพัฒนา ที่มีพี่ชาย“นิพนธ์ บุญญามณี” รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์  รวมถึงยังมี ส.ส.สงขลาประชาธิปัตย์ ให้การสนับสนุน ทำคะแนนได้ 234,353 คะแนน เฉือนเอาชนะคูาแข่ง “วรวิทย์ ขาวทอง” จากทีมรักสงขลา ที่มี”ถาวร เสนเนียม” รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และส.ส.ในพรรคประชาธิปัตยืด้วยกันอีก6คนสนับสนุน ได้มา 228,623 คะแนน
http://www.bangkokbiznews.com/2008/04/29/WW53_5301_news.php?newsid=252809
บันทึกการเข้า

เดือนเด่นคืนเพ็ญเห็นทาง           เดือนมืดมิอ้างว้างก็เห็นหน
เดือนเลื่อนมิเคลื่อนกลางใจคน    มีกมลสว่างสู้สู่เส้นชัย
จันทน์
Hero Member
*****
กระทู้: 2914


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 29 เมษายน 2008, 17:55:23 PM »

 "กานต์"ยื่นค้านผลเลือกตั้งนายกอบจ.อุบลฯ
 
29 เมษายน พ.ศ. 2551 16:34:00
 
"กานต์ กัลป์ตินันท์" ผู้สมัครนายก อบจ.อุบลฯ และ "ลาชัย ทองเรือง" ผู้สมัคร ส.อบจ.กลุ่มพลังประชาชน ยื่นร้องค้านผลการเลือกตั้งนายกอบจ. ระบุ มีการทุจริตการเลือกตั้ง

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : วานนี้(28 เม.ย.) นายกานต์ กัลป์ตินันท์ ผู้สมัครนายก อบจ.อุบลฯ กลุ่มพลังประชาชนอุบลราชธานี พร้อมด้วยนายลาชัย ทองเรือง ผู้สมัคร ส.อบจ.เขต.5 อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ได้เข้ายื่นหนังสือร้องคัดค้านการเลือกตั้งนายกอบจ.กับนายทรงศักดิ์ จันทรุกขา ผอ.กกต.อุบลราชธานี 

โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา นายพรชัย โควสุรัตน์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.เบอร์ 2 กับนายประสิทธิ์ อาศัยบุญ ผู้สมัคร ส.อบจ. เขต 5 อ.เมือง เบอร์ 2 กลุ่มคุณธรรม ได้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง 

โดยรู้เห็นเป็นใจให้หัวคะแนน คือ นางเพลินจิตร ทัศนบุตร และนางวาสนา ไม่ทราบนามสกุล ออกทำการแจกจ่ายเงินจำนวน 100 บาท ให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลายคน บริเวณถนนสมเด็จ ต.ปทุม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เพื่อให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งตนเป็นนายก อบจ.และอีก 50 บาท ให้เลือกนายประสิทธิ อาศัยบุญ เบอร์ 2 เป็น ส.อบจ.

ทั้งนี้พฤติกรรมดังกล่าวตำรวจ สภ.เมืองอุบลฯ ได้จับกุม นางเพลินจิตร ทัศนบุตร ได้พร้อมของกลางเป็นเงินฉบับละ 100 บาท 20 ใบและฉบับละ 50 บาท 40 ใบพร้อมแผ่นปลิวแนะนำตัวผู้สมัครนายกอบจ.ของนายพรชัย เบอร์ 2 และนายประสิทธิ  ผู้สมัคร ส.อบจ.เขต 5 อ.เมือง เบอร์ 2 ซึ่งการกระทำของนายพรชัย กับนายประสิทธิ จึงเป็นการทำผิด พรบ.เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นฯโดยการแจกเงิน ตามมาตรา57(1)

ด้านนายทรงศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา กกต.ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตการแล้ว 3 เรื่อง ได้แก่ การร้องเรียนผู้สมัครนายกฯแจกสิ่งของ การแจกเงินซื้อเสียง และการแจกจ่ายใบปลิวโจมตี ทุบป้ายทำลายป้ายหาเสียง ในส่วนของ ส.อบจ.มีผู้สมัครได้ยื่นเรื่องคัดค้านขอนับคะแนนใหม่ที่ อ.สำโรง ,อ.วารินชำราบ และซื้อเสียง ที่ อ.เมือง จะเร่งเสนอเข้าที่ประชุม กกต.จังหวัด ได้พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป 

นายกานต์  กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ยื่นร้องเรียนต่อ กกต. เกี่ยวกับกรณีนายพรชัย โควสุรัตน์ นายก อบจ.ได้ไปร่วมกับคณะของ นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ รมช.กระทรวงมหาดไทย ร่วมแจกผ้าห่มให้กับชาวบ้าน ต.นาส่วง,ต.ป่าโมง ที่เทศบาลตำบลนาส่วง อ.เดชอุดม เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดตาม พรบ.เลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น โดยการแจกสิ่งของเพื่อจูงใจตาม มาตรา 57 ในระหว่าง 60 วันก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งนายก อบจ
http://www.bangkokbiznews.com/2008/04/29/WW53_5301_news.php?newsid=252804
บันทึกการเข้า

เดือนเด่นคืนเพ็ญเห็นทาง           เดือนมืดมิอ้างว้างก็เห็นหน
เดือนเลื่อนมิเคลื่อนกลางใจคน    มีกมลสว่างสู้สู่เส้นชัย
จันทน์
Hero Member
*****
กระทู้: 2914


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 01 พฤษภาคม 2008, 06:53:20 AM »

การเมืองท้องถิ่น...ย่ำอยู่กับที่! เลือกคนใกล้ชิด-รับอามิสสินจ้าง
 คัดจาก  คม  ชัด  ลึก

นักวิชาการรัฐศาสตร์ชี้เหตุที่ชาวบ้านไม่เลือกคนจากพรรคใหญ่ในเวทีเลือกตั้ง อบจ. มิใช่กระแสปฏิเสธพรรค แต่เป็นเพราะวัฒนธรรมเดิมๆ คือ เลือกจากคนใกล้ชิด และอามิสสินจ้าง แนะต้องพัฒนาการศึกษา-เศรษฐกิจ...การเมืองถึงจะพัฒนา

ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ทั้งลอตใหญ่ในวันที่ 20 เมษายน และลอตเล็กในวันที่ 26-27 เมษายน สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองใหญ่ ทั้งพลังประชาชน และประชาธิปัตย์ พลาดท่าปราชัยไปไม่น้อย

หลายสนามถึงขั้นก่อให้เกิดความขัดแย้งกันเองระหว่างคนในพรรคเดียวกันและอาจจส่งผลถึงการเลือกตั้งใหญ่ในคราวต่อไป ซึ่งปรากฏการณ์ที่ "เก่งเล็ก" ชนะ "เก่งใหญ่" คราวนี้ย่อมเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึง"สัญญาณ" ทางการเมืองบางอย่างได้ชัดเจน

อ.ประหยัดหงษ์ทองคำ นักวิชาการอิสระ มองว่า ความจริงมันก็เป็นธรรมชาติของการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งเป็นอย่างนี้มานานแล้ว โดยนักการเมืองที่สังกัดพรรคการเมืองมักจะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่ากับนักการเมืองที่ลงสมัครในนามอิสระ โดยในอดีตมักจะมีนักการเมืองที่มีสังกัดพรรคแน่นอน แต่พอลงสมัครกลับประกาศตัวเป็นเอกเทศ ไม่สังกัดพรรค เพราะมีข้อเสียเปรียบอย่างน้อย 2 ประการ คือ

1.การเมืองท้องถิ่นเป็นการเมืองของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งที่เสนอตัวให้ประชาชน ซึ่งประชาชนมักมองว่า นักการเมืองควรมีความอิสระ เป็นตัวของตัวเอง การสังกัดพรรคการเมืองจะต้องทำตามมติพรรค และบางเรื่องก็ทำตามใจประชาชนไม่ได้ เพราะไม่สนองนโยบายพรรค

2.ประชาชนในท้องถิ่นมักมองว่าคนที่แสดงตัวว่าเป็นคนในท้องถิ่น และประชาชนรู้จักเป็นอย่างดี เป็นคนที่ควรให้ความเชื่อถือไว้วางใจ และแม้จะมีผู้สมัครสังกัดพรรคการเมืองใหญ่มาแข่ง แต่ก็จะมีความเสียเปรียบ หากไม่ได้คลุกคลีกับประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน

"แม้แต่ภาคใต้ ซึ่งรู้กันดีว่ามีความนิยมในพรรคประชาธิปัตย์สูง แต่ประชาชนก็นิยมเลือกผู้สมัครอิสระ เพราะเป็นตัวของตัวเองมากกว่า ซึ่งนี่เป็นลักษณะพิเศษของการเมืองท้องถิ่น" อ.ประหยัดยกตัวอย่างเพื่อให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น

อย่างไรก็ตามนักวิชาการรายนี้กลับมองว่า การเมืองท้องถิ่นควรยึดโยงกับ "ระบบพรรค" มากกว่า "ตัวบุคคล" อย่างในปัจจุบันซึ่งหากใครมีความใกล้ชิดกับประชาชน และรู้จักมักคุ้นกับกำนันผู้ใหญ่บ้านมากกว่าก็มักจะได้รับการสนับสนุนมากกว่า

แต่ในประเทศที่มีพัฒนาการทางการเมืองสูงเช่น สหรัฐอเมริกา ผู้สมัครเลือกตั้งทั้งระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่นจะมีพรรคการเมืองเป็นหลักประกัน และหากไม่มีพรรคการเมืองหนุนหลังก็มักไม่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง

"ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาไม่เคยมีผู้สมัครคนที่ 3 นอกจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ชนะเลือกตั้งแม้แต่ครั้งเดียว เพราะคนมีความรู้ความเข้าใจว่า พรรคมีหน้าที่แทนประชาชนในการคัดเลือกคนดีมาลงสมัคร ไม่ใช่ส่งใครก็ได้ที่มีเงินซื้อเสียงมากๆ มาลงสมัคร และหากนักการเมืองที่พรรคส่งลงสมัครไม่ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ พรรคก็จะต้องรับผิดชอบโดยตรง"

อ.ประหยัดชี้ให้เห็นถึงข้อดีของการเลือกคนที่สังกัดพรรคการเมืองว่าพรรคมีหลักประกันเรื่องการกลั่นกรองนโยบาย ซึ่งต้องมีการพินิจพิเคราะห์จากพรรคมาเป็นอย่างดีก่อน แต่การคิดอะไรแบบตัวคนเดียวย่อมมีสิทธิผิดพลาดได้ง่ายกว่า

ด้วยเหตุนี้อ.ประหยัดจึงต้องการส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของพรรคการเมือง เพราะมีหลักประกันทางนโยบายมากกว่า โดยให้พิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา และนโยบายพรรคเป็นหลัก

"หากพรรคนั้นไม่ดี คราวต่อไปก็จะไม่ได้รับเลือกตั้ง และหายไปจากเวทีการเมืองในที่สุด" อ.ประหยัดทิ้งท้ายไว้เตือนสติ

สอดคล้องกับศ.ดร.สมบัติธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ซึ่งมองว่า ปกติการเมืองท้องถิ่นในต่างประเทศไม่เฉพาะในประเทศไทย การเมืองระดับชาติกับระดับท้องถิ่นจะแยกจากกันอยู่แล้ว

ยกตัวอย่างเช่นประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อมีการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับผู้ว่าการรัฐ ผู้ที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งก็ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้สมัครสังกัดพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลอยู่ในขณะนั้นเสมอไป 

อย่างไรก็ตามสำหรับประเทศที่มีระบบพรรคการเมืองเข้มแข็ง การเมืองระดับชาติจะมีผลต่อท้องถิ่นอยู่เสมอ โดยจะสังเกตได้ว่า ผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองมักจะไม่ได้รับการเลือกตั้ง แม้จะมีอยู่บ้าง แต่ก็น้อยมาก

แต่ในส่วนของประเทศไทยอิทธิพลของพรรคการเมืองต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นยังแยกออกจากกัน เพราะเดิมการเมืองระดับชาติจะสนใจท้องถิ่นน้อย แต่ปัจจุบันเริ่มมีความสนใจมากขึ้น เพราะเหตุผล 2 ประการ คือ

1.ปัจจุบันมีงบประมาณกระจายไปสู่ท้องถิ่น เช่น อบจ. อบต. เทศบาล มากขึ้น จึงทำให้นักการเมืองระดับชาติสนใจท้องถิ่นมากขึ้น

2.ระบบหัวคะแนนของการเมืองทั้ง 2 ระดับเป็นชุดเดียวกัน หากชนะการเลือกตั้งท้องถิ่นก็อาจมีสิทธิชนะในสนามใหญ่มากขึ้น

ส่วนปัจจัยที่จะทำให้ได้รับชัยชนะในท้องถิ่นคือ ผู้สมัครต้องมีความโดดเด่น และเป็นที่รู้จักของประชาชน และยังมีปัจจัยเสริม คือ ต้องมีทุน โดยสังเกตได้จากการเลือกตั้งในหลายๆ พื้นที่ที่ใช้เงินในการเลือกตั้งสูงมาก

ศ.ดร.สมบัติจึงสรุปว่าปรากฏการณ์ที่ประชาชนไม่เลือกผู้สมัครจากพรรคการเมืองใหญ่ จึงไม่ใช่การปฏิเสธการเมืองระดับชาติ แต่เป็นเพราะปัจจัยเรื่องความใกล้ชิดกับตัวผู้สมัคร และผลประโยชน์เรื่องอามิสสินจ้างเป็นสำคัญ

การแก้ปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องส่งเสริมการศึกษาและยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจของประชาชนเป็นสำคัญ เพราะหากประชาชนไม่มีความรู้ และท้องยังหิวอยู่เช่นนี้ก็ยากที่จะพัฒนาทางการเมืองไปได้ในอีกระดับ

อธิการบดีนิด้ามองว่าหากการส่งเสริมการศึกษาในบ้านเรายังเป็นเช่นนี้ต่อไปก็เชื่อว่าอีกประมาณ 15 ปี การเมืองน่าจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปมาก เพราะปัจจุบันมีสถิติคนเรียนในระดับมัธยมศึกษา และอุดมศึกษามากขึ้น

หากพัฒนา"คุณภาพการศึกษา" ควบคู่ไปด้วย "คนรุ่นใหม่" จะทำให้การเมืองไทยก้าวไปสู่ปรัชญาแห่งการกระจายอำนาจมากขึ้น

อาคม ไชยศร

http://www.komchadluek.net/2008/05/01/x_prv_n001_200573.php?news_id=200573
บันทึกการเข้า

เดือนเด่นคืนเพ็ญเห็นทาง           เดือนมืดมิอ้างว้างก็เห็นหน
เดือนเลื่อนมิเคลื่อนกลางใจคน    มีกมลสว่างสู้สู่เส้นชัย
เกล้า
Sr. Member
****
กระทู้: 927


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: 05 พฤษภาคม 2008, 09:43:59 AM »

วิชามารเลือกตั้งเมืองพัทยาใบปลิวว่อนแต่เช้ามืด
 
 
เลือกตั้งนายกเมืองพัทยา และสมาชิกเมืองพัทยาวุ่นตั้งแต่เช้ามืดวันลงคะแนน ใบปลิวอ้าง "อลิสา" ถอดใจ ขอให้ประชาชนเทคะแนนให้ผู้สมัครอีกราย ด้านเลือกนายก อบจ.-ส.อบจ.ประจวบคีรีขันธ์เหงา คนใช้สิทธิ์บางตา ส่วนเลือกนายกเทศมนตรี และ ส.ท.เมืองกาญจน์ ป่วน เคเบิลทีวีแพร่ภาพ สปอตหาเสียงเช้าวันเลือกตั้ง

วันที่ 4 พฤษภาคม 2551 มีการเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งหมด  3 แห่ง คือ เลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาเมืองพัทยา, เลือกตั้งนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองกาญจนบุรี

 บรรยากาศที่น่าสนใจที่สุดอยู่ที่การเลือกตั้งของเมืองพัทยา ปรากฏว่าช่วงเช้าก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง ได้มีสายฝนตกลงมาปรอยๆ ทำให้มีคนออกมาใช้สิทธิ์บางตา แต่เริ่มคึกคักขึ้นในช่วงบ่าย ต่อมา น.ส.อลิสา พันธุศักดิ์ ผู้สมัครเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา หมายเลข 1 นำใบปลิวร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวว่า มีผู้ไม่ประสงค์ดีปล่อยใบปลิวช่วงเช้าวันเลือกตั้ง โดยมีข้อความทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า น.ส.อลิสาถอดใจ และยินดีมอบคะแนนให้ผู้สมัครรายหนึ่งแทน ในใบปลิวอ้างว่าทะเลาะกันเรื่องของผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์

 นอกจากนี้ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กตต. และนายสิทธิภาพ เมืองคุ้ม ปลัดเมืองพัทยา  เดินทางไปตรวจสอบความเรียบร้อยตามหน่วยต่างๆ นายอภิชาตกล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกตั้งทุกระดับ ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างประชาธิปไตยให้แข็งแกร่งในอนาคต จุดเริ่มต้นสำคัญคือ “ผู้บริหารประเทศ” จะต้องเป็นคนดีมีคุณธรรม สุจริต เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกตั้งตัวแทนท้องถิ่น ควรเลือกคนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่น รับรู้ปัญหาความต้องการที่แท้จริง

 ส่วนพื้นที่เลือกตั้งน่าสนใจอีกแห่งคือ ที่ จ.กาญจนบุรี ปรากฏว่าประชาชนต่างมาใช้สิทธิ์อย่างคึกคักตลอดทั้งวัน โดยเหตุการณ์ทั่วไปปกติ นอกจากช่วงเวลา 18.19 น. วันที่ 3 พฤษภาคม สถานีโทรทัศน์เคเบิลทีวีได้แพร่ภาพสปอตโฆษณาหาเสียงของผู้สมัครและสมาชิกในกลุ่ม ล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 4 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง ยังมีการเผยแพร่สปอตโฆษณาหาเสียงของทั้งสองกลุ่มใหญ่อีกครั้ง

 นายเทอดศักดิ์ กรรณสูต ประธาน กต.จว.กาญจนบุรี กล่าวว่า ไม่มีเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้ง แต่มีปัญหาเกี่ยวกับการกระทำผิดด้วยการโฆษณาหาเสียงหลังเวลา 18.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคม ซึ่งทาง กกต.กำลังดำเนินการสืบสวนสอบสวนอยู่ 

 ส่วนการเลือกตั้งที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่มีผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพียงรายเดียว คือ นายทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ อดีตนายก อบจ.สมัยที่ผ่านมา ไม่มีคู่แข่ง ประกอบกับสภาพอากาศมืดครึ้มตลอดวัน จึงทำให้ประชาชนมาใช้สิทธิ์บางตา ส่วนปัญหาที่พบมีเพียงชาวบ้านบางรายหาชื่อไม่พบ หรือสับสนหน่วยเลือกตั้งเท่านั้น

http://www.komchadluek.net/2008/05/05/x_prv_n001_201129.php?news_id=201129
บันทึกการเข้า
เกล้า
Sr. Member
****
กระทู้: 927


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 06 พฤษภาคม 2008, 15:38:09 PM »

ตระกูล"คุณปลื้ม"กวาดสองสนามท้องถิ่นชลบุรี ดับฝัน ส.ส. "ประชาธิปัตย์" หวังยึดเมืองชล
 
คัดจาก  คม  ชัด  ลึก

 การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ถูกจับตามองเขม็ง คงไม่พ้นเขตปกครองพิเศษอย่างเมืองพัทยา ที่มีงบประมาณมากมายมหาศาลในการบริหาร เฉพาะสภาเมืองพัทยามีงบในการบริหารกว่า 3,000 ล้านบาท

มากกว่างบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชลบุรี ที่ต้องดูแลทั้งจังหวัดที่มี 1,000 ล้านบาทเสียอีก

 และจะยิ่งดีหากสามารถควบรวมงบประมาณของทั้งสองแห่งไว้ได้ ด้วยผู้บริหารท้องถิ่นจากทีมเดียวกัน เพราะมิใช่แค่เรื่องเม็ดเงินเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อการเลือกตั้ง สส.ที่จะมีขึ้นในอนาคตอีกด้วย

 สนามเลือกตั้งพัทยาและชลบุรี จึงน่าสนใจยิ่ง !!!!

 23 ธันวาคม ปีที่แล้ว เกิดปรากฏการณ์ "ประชาธิปัตย์" ยึดพื้นที่ชลบุรีได้เป็น ส.ส.ยกทีม 8 ที่นั่ง

 9 มกราคม ยิ่งตอกย้ำความย่ามใจให้ ประชาธิปัตย์ เมื่อ สุมนา มุทธากิจ หัวหน้ากลุ่มประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชลบุรี แถมพ่วงสมาชิกอีก 14 คน ส่วนคู่แข่งเบียดแทรกได้แค่ 4 ที่นั่ง

 เหลืออีกเพียงสองสนาม "ประชาธิปัตย์" ก็จะครองพื้นที่เมืองชลได้สำเร็จ

 แต่ทุกสนามย่อม มีเจ้าถิ่น !!!

 การเตรียมทีมของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในการส่งคนลงชิงเก้าอี้นายก-ส.อบจ.อย่างฉุกละหุก ถือเป็นการเปิดหน้าให้ชก และพ่ายแพ้เป็นสนามแรก  เมื่อ อารยะ วิวัฒน์วานิช ตัวแทน ต้องพ่ายให้แก่ วิทยา คุณปลื้ม ที่เตรียมทีมเจ้าถิ่น ส.อบจ.หน้าเดิม ดาหน้าลงทุกเขต ในนามกลุ่ม "เรารักชลบุรี"

 ทั้งที่ระยะแรก เซียนฟันธง โหนกระแส "ประชาธิปัตย์" เข้าป้ายแน่นอน

 เมื่อชะล่าใจ ไม่ค่อยเดินหาเสียง ประกอบกับบุคลิก "มือไม้แข็ง" ทำให้ภาพรวมส่งผลต่อการตอบรับของประชาชน

 เมื่อมองคู่แข่งอย่าง "วิทยา" ที่เดินไหว้ขอคะแนนเสียงทั่วทั้งจังหวัด คะแนนสงสารบวกกับชื่อเสียงและสายตรงดั้งเดิมของพ่อ "กำนันเป๊าะ" สมชาย คุณปลื้ม จึงชนะไปอย่างขาดลอย พาลูกทีมเข้ามาได้ทั้งหมด

 ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผลการเลือกตั้งนายก-ส.อบจ. ส่งผลถึงสนามเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและสมาชิกที่จะมีขึ้นในอีก 1 สัปดาห์ถัดมา

 สุรัตน์ เมฆะวรากุล ที่มี ส.ส.ประชาธิปัตย์สนับสนุน และถูกวางเป็นตัวเต็ง ถึงกับออกอาการไม่แน่ใจกับการโหนกระแสพรรค จนตัดสินใจใช้ชื่อ "กลุ่มสุรัตน์" แทนคำว่า "ประชาธิปัตย์"

 "สุรัตน์" เปิดตัวมานานกับตำแหน่งนี้ หลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน กลับใช้ช่วงรอหมดวาระการบริหาร ด้วยการหาเสียงคลุกคลีกับชาวบ้านมาตลอด นโยบายเน้นเรื่องการเปลี่ยนแปลงในการบริหารงาน เพราะที่ผ่านมา เมืองพัทยาประสบปัญหาในเรื่องการบริหารงานตลอดมา กระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี สมัยที่ นายพิสิฐ เกตุผาสุข ดำรงตำแหน่ง ได้เตือนการบริหารงานของเมืองพัทยามาแล้ว สาเหตุจากเบิกเงินงบประมาณไปใช้ได้เพียง 10 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทำให้เกิดความล่าช้าในการทำงาน สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะมีการขุดถนนหนทางตลอดทั้งปี สัญญาณไฟจราจรไม่ชัดเจน

 "สุรัตน์" ประกาศว่า หากได้รับตำแหน่งนายกเมืองพัทยาจะเลิกขุดถนน !!!

 ซึ่งถูกใจชาวบ้านร้านตลาดอย่างมาก

 แต่จู่ๆ เสียงที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น กลับถูกตัดแบ่งออก เมื่อ อลิสา พันธุศักดิ์ กลุ่มพัทยาฟ้าใหม่ ที่มีกลุ่มพันธมิตร กลุ่มแม่บ้าน และกลุ่มผู้หญิงเป็นกองเชียร์ ประกาศตัวลงแข่งด้วย

 ส่งผลกับฐานเสียงของ "สุรัตน์" โดยตรง เพราะอยู่ในกลุ่มมวลชนเดียวกัน

 4 ปีที่หาเสียง...4 ปีที่ตั้งใจ ถึงตอนนี้เริ่มมีอุปสรรค

 ขณะที่ อิทธิพล คุณปลื้ม อดีต ส.ส.ชลบุรี ที่เข้ามามีบทบาทที่ปรึกษาเมืองพัทยา หลังจากที่พ่อคือ "กำนันเป๊าะ" ลาออกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็เริ่มขยับเปิดตัวอย่างชัดเจนเช่นกัน

 คะแนนที่เคยสนับสนุนพ่ออย่างเหนียวแน่น-คะแนนของนักธุรกิจทั่วเมืองพัทยา ที่เกี่ยวข้องกับตระกูล "คุณปลื้ม" ที่มีผลเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเดิมพัน

 ทำให้คะแนนของ "อิทธิพล" ดีวันดีคืน !!!

 เวลาที่มีอยู่ ไม่เพียงพอให้ "สุรัตน์" แก้เกม ทั้งฐานเดิมถูกแบ่ง ทั้งกระแสพรรคขายไม่ได้ 

 ที่สุด ผลเลือกตั้งก็จบลงที่ "อิทธิพล" คว้าชัยมาได้ทั้งทีมตามคาด

 ชัยชนะครั้งนี้ยังส่งผลให้ ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ออกอาการหนาวๆ ร้อนๆ ไม่ใช่น้อย

 และต้องเตรียมทีมสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ยังไม่แน่ว่าจะมีขึ้นเมื่อใด

 หากมัวช้า ประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย...

ปรีวดี วิชัยประสิทธิ์

เปิดใจ"อิทธิพล คุณปลื้ม"

พ่อกำนันเป๊าะ-แม่สติล ยังฝังรากลึกอยู่ในหัวใจของคนเมืองชล

 

"อิทธิพล คุณปลื้ม" เพิ่งได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเมืองพัทยาคนที่ 7 มาหมาดๆ เปิดใจกับ "คม ชัด ลึก" ว่า ชัยชนะที่ได้มา เพราะบารมีเก่าของพ่อและแม่ ที่ได้สร้างเอาไว้ในยุคที่กำลังรุ่งเรืองในทุกด้าน

อีกทั้งยังได้สั่งสอนให้ลูกๆ ทุกคนสร้างสมคุณงามความดี สร้างบารมี ถือว่าเป็นความโชคดีของพ่อ ที่คนพัทยาได้ตอบแทนและให้กำลังใจด้วยการสนับสนุนลูกชายให้เข้ามาบริหารเมืองพัทยา ลบล้างคำสบประมาท และคำทำนายในเรื่องของการเปลี่ยนขั้วการเมืองของ จ.ชลบุรี 

 "คะแนนเสียงที่ได้มาด้วยความบริสุทธิ์ทุกคะแนนเป็นเครื่องยืนยันแล้วว่า พ่อกำนันเป๊าะและแม่สติล คุณปลื้ม ยังฝังรากลึกอยู่ในหัวใจของคนเมืองชลบุรีชนิดไม่เสื่อมคลาย"

 ปัญหาที่ต้องเร่งรัดคือ จัดตั้งสภาประชาคมเมืองพัทยา ทุกฝ่ายต้องร่วมกันคิด ร่วมทำ ร่วมพัฒนา ต้องตรวจสอบเมืองพัทยาได้ การให้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ด้วยการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจ ทัพพระยา 2301 ประสานการปฏิบัติกับภาครัฐบาล ตำรวจ ทหาร เพิ่มอัตรากำลังลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง นำเครื่องมือทันสมัย ค้นหาและเข้าถึงตำแหน่งผู้ประสบภัยทางบก ทางทะเล เพลิงไหม้อาคารสูง ชุมชนแออัด และเกาะแก่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วแม่นยำด้วยดาวเทียม

 "ผมมั่นใจว่า ด้วยศักยภาพความตั้งใจและประสบการณ์ของผม ของทีมงานเรารักษ์พัทยา มั่นใจว่าจะพัฒนาให้พัทยาเป็นเมืองน่าอยู่ของคนทั้งโลกเพื่ออนาคตที่ดีกว่า เป็นการพัฒนาสู่ความสมดุล เป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมของวิถีชีวิตทุกระดับ เปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาแบบหลัก S มาเป็นหลัก E ก็คือมีภูมิคุ้มกัน มีความยืดหยุ่น มีความยั่งยืน และโปร่งใสตรวจสอบได้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงจากกระแสโลกสู่รุ่นลูกรุ่นหลานอย่างยั่งยืน"

 

ธนทรัพย์ น้อยสอาด

http://www.komchadluek.net/2008/05/06/x_prv_n001_201255.php?news_id=201255
บันทึกการเข้า
จันทน์
Hero Member
*****
กระทู้: 2914


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: 06 พฤษภาคม 2008, 17:43:24 PM »

วันที่ 4 พ.ค. 2551 สนามเล็กเทศบาลเมืองชะอำ 

นุกูล  พรสมบูรณ์ศิริ นำลูกทีมลงสมัคร  กลุ่มพัฒนาชะอำ  นายกฯ ได้หมายเลข 1 สมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) ทั้ง 3 เขต หมายเลข 1 -6

แรม  จันทร์อ่อนศรี ผู้ท้าชิง เขยตระกูลแสนมหาเกษม ที่เสียลูกชาย สจ.กุ้ง ไป รวบรวมสมัครพรรคพวกลงสมัครในนาม "พรรคประชาธิปัตย์ ได้หมายเลข 2 และ ส.ท. ได้หมายเลข 7 - 12 โดยมีผู้สมัครอิสระ ส.ท. เชต 1 และ 3 หมายเลข 13
ผู้สมัครนายก ฯ อิสระ 1 คน  หมายเลข 3

คะแนนนายก ฯ นุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกฯเก่า ชนะคู่แข่งจากคะแนน 8 พันกว่า เหนือคู่แข่งประมาณ 3 พัน แปด

ส.ท.เขต1 พัฒนาชะอำ 5 ที่นั่ง  พรรคประชาธิปัตย์ 1 ที่นั่ง  ส่วนอีก 2 เขต พัฒนาชะอำ 1 - 6 กวาดเรียบ

เลือกตั้งท้องถิ่นมีภาพและความต้องการของประชาชนคนละระดับกับ ส.ส. ส.ว. ที่ตัดสินใจเลือกคนที่สมคุณค่าไปแล้ว  ส่วนท้องถิ่นขอผู้ใกล้ชิดไว้ช่วยเหลือกัน...

แต่ภาพโดยรวมล้วนจำลองภาพการเมืองระดับประเทศ....เมื่อพิจารณาในแง่ผลประโยชน์ทางการเมือง....

งานนี้ ปชป.คงต้องคิดใหม่เพราะส.ส.มาท่วมท้นทั้งเพชรบุรีและเมืองชล  แต่ท้องถิ่นทุกสนามแพ้เรียบวุธ.....................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 พฤษภาคม 2008, 17:48:52 PM โดย จันทน์ » บันทึกการเข้า

เดือนเด่นคืนเพ็ญเห็นทาง           เดือนมืดมิอ้างว้างก็เห็นหน
เดือนเลื่อนมิเคลื่อนกลางใจคน    มีกมลสว่างสู้สู่เส้นชัย
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.18 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!